Tag : Design

8 ผลลัพธ์
ข้อดีและข้อเสีย ของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

ข้อดีและข้อเสีย ของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ มองเผิน ๆ แล้วการตกแต่งสไตล์ลอฟท์จะเหมือนห้องใต้หลังคา มุงหลังคาสูง กับพื้นบ้านที่ค่อนข้างกว้างและโปร่ง เน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นสำคัญ และตกแต่งในแบบที่ผู้อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปตามความต้องการของตัวเองได้ ซึ่งการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแบบแปลนการก่อสร้างของโรงงานหรือโกดังนั่นเอง แต่ในปัจจุบัน สถาปนิก นำสไตส์ลอฟท์ดิบๆ มาปรับเปลี่ยน เพื่อให้เข้ากับความต้องการ และยุคสมัย เลยออกมาเป็น บ้าน และการตกแต่งสไตส์ลอฟท์แบบเจ๋งๆ หลายแบบ จะสวย เก๋ อินดี้แค่ไหนมาดูกัน ข้อดีของบ้านสต์ลอฟท์ เพดานสูง จุดเด่นของบ้านสไตล์ลอฟท์อยู่ที่ความสูงของหลังคา ซึ่งก็ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านดูโปร่งและกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บ้านมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากสไตล์การแต่งบ้านแบบอื่นอีกด้วย ได้รับแสงธรรมชาติเต็มๆ นอกจากเพดานบ้านสไตล์ลอฟท์จะค่อนข้างสูงแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของสไตล์การแต่งบ้านแบบนี้ก็อยู่ที่หน้าต่างบ้าน ซึ่งมักจะเน้นติดหน้าต่างขนาดกว้างและยาว เพื่อให้บ้านดูสว่าง และเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามสะดวก แปลนบ้านสไตล์ลอฟท์หลายแบบไม่ค่อยเน้นสร้างกำแพงให้บ้านสักเท่าไร พื้นที่ในบ้านตกแต่งสไตล์นี้จึงค่อนข้างโล่งและดูกว้าง ที่สำคัญเมื่อปราศจากกำแพงมาวางกั้น เราก็สามารถดีไซน์การตกแต่งภายในได้ตามใจชอบ หรือจะปรับเปลี่ยนการตกแต่งให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ตอนไหนก็สะดวก ดีไซน์แปลกตา ความดิบที่แฝงความเก๋ไก๋ในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์เป็นประเด็นหลักที่มัดใจคนชอบความต่างได้อยู่หมัด โดยแนวการแต่งบ้านสไตล์นี้คุณจะมีวัสดุในการก่อสร้างและตกแต่งอยู่หลายตัวเลือกด้วยกัน เช่น สร้างผนังปูนเปลือย หรือตกแต่งผนังด้วยอิฐบล็อกดิบ ๆ ไร้สีสันแต่งแต้ม   ขอบคุณแหล่งที่มา  :  https://www.rukban.com/15462186/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B9%8C  
4 เทคนิคเบื้องต้นแต่งคอนโดปล่อยเช่า

4 เทคนิคเบื้องต้นแต่งคอนโดปล่อยเช่า

สำหรับผู้ที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อหวังผลระยะยาวจากกำไรจากการปล่อยเช่าคอนโด “เวลา” เป็นสิ่งมีค่าและสำคัญยิ่ง นั่นหมายถึงเวลาที่เสียไปอาจจะทำให้กำไรที่ควรจะได้ก็ลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน การแต่งคอนโดเพื่อให้เช่า เป็นเรื่องที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญเพราะการแต่งคอนโดที่มีเอกลักษณ์จะสร้างความประทับใจแรกให้กับผู้เช่า และทำให้ทรัพทย์ของเรามีจุดต่างจากอีกหลายร้อยห้องในอาคารเดียวกัน จนผู้เช่าไม่สามารถปฎิเสธได้และวางเงินมัดจำทันที 4 เทคนิคสำคัญในการแต่งคอนโด ทำได้ไม่ยาก แค่ใส่ใจในรายละเอียดและลงมือทำอย่างรวดเร็ว วิธีการง่ายๆ เพียงแค่ 4 ข้อ ปรับแต่งห้องของคุณให้น่าอยู่ และเป็นที่ประทับใจให้กับผู้เช่า ทำได้ดังนี้   1.รู้จักห้อง ทุกซอก ทุกมุม คอนโดในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอนโดที่อยู่ใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้ามักจะมีราคาสูงและมีขนาดเล็ก ดังนั้นการแต่งคอนโดไม่ว่าจะสำหรับเช่า หรืออยู่อาศัยเอง สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือพื้นที่การใช้สอย เริ่มโดยวัดขนาดของห้องและสำรวจไปถึงซอกหลืบให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม วาดแผนผังห้องออกมาและระบุขนาดพื้นที่บริเวณต่างๆ ซึ่งรวมถึงขนาดผนังแต่ละด้าน ขนาดเสา กรอบประตู กรอบหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึกโดยละเอียด เพื่อใช้ในการประกอบการเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งแต่ละชิ้น   2. เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป หรือ บิ้วท์อิน? หลายคนใช้วิธีตกแต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อินเพราะคิดว่าช่วยประหยัดเวลาในการตกแต่ง ประหยัดแรงและได้คุณภาพที่คงทนยาวนาน แต่อย่าลืมว่าวัตถุประสงค์หลักของการแต่งคอนโดเพื่อทำกำไรจากการปล่อยเช่านั้น เวลาและต้นทุนถือเป็นหัวใจหลักของการทำกำไร นอกจากว่าคอนโดที่ซื้อ มีเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินให้อยู่แล้ว ถือเป็นกำไร สำหรับห้องที่ไม่มีการตกแต่งและต้องการปล่อยเช่า การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อินต้องใช้เวลามากในการออกแบบ ก่อสร้าง และตกแต่ง นอกจากนี้หากมีการทรุดโทรมตามการใช้งาน 5 – 7 ปี ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อและสร้างใหม่ ใช้ต้นทุนและเวลามากกว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปใหม่ยกเซตก็เป็นได้ หากมีการวางแผนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปเป็นอย่างดีแล้ว นอกจากประหยัดเงิน ยังช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย   3. เครื่องใช้สารพัดประโยชน์ คอนโดปล่อยเช่า ก็เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่ถูกย่อส่วนลงมาแต่ยังคงไว้ทุกฟังค์ชั่นการใช้งาน ดังนั้นการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องมีการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัวและอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เช่น เลือกใช้โต๊ะติดผนังที่สามารถพับขึ้นลงได้แทนโต๊ะแบบทั่วไปเพื่อประหยัดพื้นที่ โดยสามารถเป็นโต๊ะทำงานหรือทานข้าวในเวลาเดียวกัน นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักๆ อย่าง แอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำร้อน ที่จำเป็นต้องมีแล้ว การลงทุนสำหรับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องเล่นดีวีดี เตาอบไมโครเวฟ ที่เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันแก่ผู้เช่า ก็สามารถทำให้ห้องของคุณมีค่าเพิ่มมากขึ้น และสามารถปล่อยเช่าห้องได้ราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ   4. โทนสีสร้างความประทับใจ การแต่งห้องโดยใช้โทนสีแบบเอิร์ธโทนจะทำให้ห้องมีความเป็นกลางไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถประทับใจได้ ทำการบ้านด้วยการเลือกโทนสีสำหรับตกแต่งห้องและการจับคู่สีสามารถหา Reference จากแหล่งข้อมูลด้านการตกแต่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตกแต่งบ้าน หรือ เว็บไซต์ไอเดียต่างๆ เช่น Pinterest เพื่อให้การเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเข้ากันมากขึ้น การใช้สีสันที่ฉูดฉาด โทนสีร้อน อาจจะเหมาะกับแค่คนบางกลุ่ม แต่การใช้โทนสีแบบเอิร์ธโทนเรียบง่าย เช่น เทา น้ำตาล ครีม ขาว จะทำให้ห้องดูมีความเป็นธรรมชาติ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านและช่วยให้ขนาดห้องขนาดเล็กดูกว้างขึ้นอีกด้วย   จากเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทำให้ห้องของคุณดูน่าสนใจและสร้างความประทับใจได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการอธิบาย และผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจและวางเงินจองได้ในทันทีเพราะไม่อยากเสียโอกาสในการเป็นเจ้าของ อีกทั้งยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในห้องของคุณได้อย่างสะดวกสบาย บางอย่างอาจจะต้องลงทุนและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ผู้เช่าตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแล้ว คุณจะเสียเวลาไปอีก 1 เดือน 2 เดือน หรือมากกว่าโดยไม่ได้รับค่าเช่าไปเพื่ออะไร หากมีคนพร้อมจะควักเงินให้คุณแล้วอยู่ตรงหน้า เริ่มแต่งห้องและจบดีลให้เร็ว เท่านั้นคุณก็นอนรอรับเงินได้อย่างสบายใจหายห่วง เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับบทความดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีบทความน่ารู้อีกมากมายให้ได้ติดตามกันได้ที่นะคะ https://goo.gl/dwpzgr ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.plus.co.th
5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ในย่านทองหล่อ

5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ในย่านทองหล่อ

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเมืองไทยของเรานั้นมีอาคารทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นระดับไอคอนเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ถ้าเทียบกับอาคารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเมืองสำคัญๆ ระดับโลก อย่างเช่น ตึกเอ็มไพร์สเตทและตึกไครส์เลอร์ของนครนิวยอร์ก หรือ อาคาร Burj Khalifa ที่ดูไบ ที่ยังคงรั้งตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในโลกอยู่ในวันนี้ จะยิ่งพบว่าเมืองไทยไม่ได้มีอาคารที่มีความโดดเด่นแบบเดียวกันมากมายเท่าไหร่ ถ้าพูดกันถึงตึกหรืออาคารสูงๆ อาจจะจริง แต่ถ้าพูดในเชิงรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นนั้น ต้องบอกให้คุณลองคิดดูใหม่ เพราะที่จริงแล้วเมืองไทยยังมีงานสถาปัตยกรรมสวยๆ อีกมาก ยกตัวอย่างเพียงย่านเดียวอย่างย่านทองหล่อก็สามารถนับได้หลายแห่งแล้ว เราลองไปดูกันดีกว่าว่าตอนนี้ที่ ทองหล่อ มีงานสถาปัตยกรรมอะไรน่าพูดถึงบ้าง 72 Courtyard (เซเว่นตี้ทู คอร์ทยาร์ด) โดดเด่นด้วยปูนเปลือยที่ฉาบไว้ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารทรงเหลี่ยม ไล่เรื่อยเข้าไปยังตัวอาคารด้านในที่ให้รายละเอียดของการตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ สำหรับ 72 Courtyard ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 16 และทองหล่อ 18 และเป็นสถานที่ที่รวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่น่าลิ้มลองไว้เพียบในที่เดียว ดูภายนอก ตัวอาคารอาจจะไห้ความรู้สึกแข็งและดิบ แต่ถ้าลองได้เดินเข้าไปภายในคุณจะพบว่าความดิบที่เห็นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ห่อหุ้มความเขียวชอุ่มของต้นไม้ที่ปลูกไว้รายรอบอย่างร่มรื่น ช่วยลดทอนความวุ่นวายของการจราจรในซอยทองหล่อไปได้เยอะทีเดียว ซึ่งเมื่อประกอบกับรายละเอียดการตกแต่งร้านอาหารแต่ละร้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันเลย โดยมีตั้งแต่สไตล์เรโทร ยุโรป ไปจนถึงสไตล์แบบเม็กซิกัน มีการตกแต่งด้วยลายกราฟิติและภาพวาดเต็มพื้นที่ ทั้งหมดนี้ถือว่าช่วยเติมเต็มบรรยากาศของความสนุกในการสังสรรค์และการรับประทานอาหารของคุณได้อย่างลงตัว The Commons (เดอะ คอมมอนส์) คอมมูนิตี้มอลล์ความสูง 4 ชั้นที่ใช้เวลาถึง 4 ปีเต็มกว่าจะสร้างจนจะแล้วเสร็จ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 17 แห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาคารที่มีความโดดเด่นในแง่ของการออกแบบทางสถาปัตยกรรม เพราะซ่อนลูกเล่นและรายละเอียดของประโยชน์ใช้สอยภายในตัวอาคารไว้ได้อย่างแยบยลในลักษณะแบบการสร้างชุมชน ภายใต้แนวคิด “Wholesome Living” หรือการใช้ชีวิตแบบมีสมดุลที่ดี โดยผ่านการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่อินดอร์และเอาท์ดอร์อย่างพอเหมาะสอดประสานไปด้วยกัน เพื่อให้การใช้พื้นที่เกิดขึ้นได้อย่างหลากหลายรูปแบบ จะเป็นการมารับประทานอาหารภายในร้าน มาจับจ่าย มาทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ หรือจะซื้ออาหารแล้วออกไปใช้พื้นที่เอาท์ดอร์ตรงกลางส่วนที่เรียกว่า Common Ground ที่จัดไว้เหมือนเป็นสวนหลังบ้านในบรรยากาศสบายๆ ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่เพราะผู้ออกแบบคือ Department of Architecture ตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เหมือนกล่องโปร่งๆ ที่สบาย รับลมได้ดีทุกทิศ ในขณะที่กันแดดและฝนได้ตลอดเวลา ถือว่าเป็นความลงตัวทางสถาปัตยกรรมที่น่าอิจฉาของคนย่านทองหล่ออย่างแท้จริง KHUN by yoo inspired by Starck (คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค) อีกหนึ่งอาคารที่เพิ่งผุดขึ้นมาใจกลางทองหล่อ ทว่าโดดเด่นไม่แพ้สถาปัตยกรรมอื่นๆ ในย่านนี้ต้องเป็น KHUN by yoo inspired by Starck เพราะแค่รูปลักษณ์ภายนอกของตัวอาคารที่ดูแปลกตากับความโดดเด่นของการเลือกใช้สีทองแดงคอปเปอร์ เป็นมันวาว แค่นี้ก็ดึงดูดความสนใจได้ในทันทีสำหรับทุกคนที่ผ่านไปผ่านมา อาคารขนาดสองชั้นหลังนี้ความเป็นจริงเป็นเซลล์ แกลเลอรี่ของโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์แห่งใหม่จาก “แสนสิริ” ที่ร่วมมือกับ “yoo studio” บริษัทออกแบบชื่อดังระดับโลก โดยมี “Philippe Starck” ดีไซเนอร์และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อัจฉริยะชื่อก้องโลกมาร่วมสร้างสรรค์การออกแบบในโครงการคอนโดมิเนียมด้วย ทำให้การออกแบบเซลล์ แกลเลอรี่แห่งนี้ แสนสิริจึงต้องการนำเสนอความแปลกใหม่โดยพัฒนารูปแบบการนำเสนอผ่านแกลเลอรี่โชว์ผลงานออกแบบของ “Philippe Starck” แทน โดยผลิตภัณฑ์ของสตาร์คที่หยิบมาโชว์มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ หรือของประดับตกแต่งบ้านที่โครงการฯจะนำมาใช้จริงทั้งหมด เข้าไปเดินแล้วจะรู้สึกเหมือนมาเดินดูนิทรรศการศิลปะมากกว่า แน่นอนว่าถ้าโครงการ KHUN by yoo inspired by Starck ก่อสร้างจนแล้วเสร็จ อาคารเซลล์ แกลเลอรี่สุดเก๋ที่เราเห็นนี้อาจจะต้องถูกรื้อถอนออกไป แต่แน่ใจได้ตั้งแต่ตอนนี้ว่า ตัวคอนโดมิเนียมจริงที่ก่อสร้างภายใต้แนวคิด “Industrial Heritage” จะสะท้อนความทันสมัยของย่านทองหล่อ ทำเลที่พักอาศัยใจกลางเมือง ผสานกับความหรูหรา ทันสมัย ได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กันแน่นอน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sansiri.com/condominium/khunbyyoo หรือโทร 1685 Face Bangkok (เฟส แบงคอก) หมู่อาคารไม้สักทรงไทยล้านนาที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยทองหล่อ 38 แห่งนี้คือที่ตั้งของ Face Bangkok ร้านอาหาร บาร์ และสปาที่สอดประสานอยู่ในหมู่อาคารเดียวกันอย่างกลมกลืน ภายใต้บรรยากาศของเรือนไทยที่แวดล้อมไว้ด้วยสวนสวย และบ่อน้ำที่ให้ความสงบร่มเย็นเหมือนวิถีชีวิตริมคลองของคนไทยในอดีต ทว่าก้าวทันโลกด้วยรายละเอียดของการตกแต่งภายใน ทั้งภาพวาด ของประดับตกแต่ง และศิลปวัตถุทำมือ ที่เผยให้เห็นรายละเอียดของวัฒนธรรมจากนานาชาติในเอเชีย ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นสามชาติสามวัฒนธรรม ได้แก่ ไทย อินเดีย และญี่ปุ่นที่ผสมกลมกลืนกันอยู่ผ่านเมนูอาหารที่จะเลือกสั่งแบบแยกเชื้อชาติจากกันเป็นจานๆ หรือสั่งเมนูที่ผสมข้ามวัฒนธรรมไว้แล้วก็ได้เช่นกัน รายละเอียดของการสร้างตัวอาคารแบบมีใต้ถุนหยิบแรงบันดาลใจมาจากเรือนไม้สักของจิม ทอมป์สัน ทว่าสร้างในขนาดตัวอาคารที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รองรับการเป็นทั้งร้านอาหาร สปา และบาร์ให้ได้อย่างลงตัว                  ส่วนการตกแต่งนั้นแม้จะเน้นความเรียบง่าย แต่รายละเอียดของวัสดุและของตกแต่งนั้นสะท้อนให้เห็นความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของทั้งคนไทยและคนเอเชียอย่างเด่นชัด ถือเป็นอีกหนึ่งอาคารทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งในย่านนี้ Teddy Castle (เท็ดดี้ คาสเซิล) ขอบคุณรูปจากร้าน Teddy Castle พูดถึงดีไซน์ภายนอกของงานสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดดเด่นทั้งในแบบโมเดิร์นหรือแบบไทยกันไปหลายแห่งแล้ว ลองมาดูกันที่งานออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกแบบปราสาทที่มีกลิ่นอายของอังกฤษโบราณกันบ้างอย่างร้าน Teddy Castle ที่เป็นทั้งคาเฟ่และอาณาจักรของตุ๊กตาหมีแบรนด์ Teddy House ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ในใจกลางทองหล่อซอย 5 นอกจากภายนอกที่ดูโดดเด่นท่ามกลางใจกลางเมืองแล้ว ภายในยังได้รับการตกแต่งอย่างละเอียดอ่อนทำให้ผู้มาเยือนเพลิดเพลินกับเสน่ห์อันคลาสสิก ดั่ง ดื่มด่ำอยู่ในปราสาทอังกฤษ เดิมทีปราสาทแห่งนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหารสุดเก๋อย่าง Blue Velvet แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปเจ้าของใหม่ได้เปลี่ยนโฉมปราสาทแห่งนี้ให้เป็นปราสาทหลังงามของเหล่าตุ๊กตาหมีได้อย่างลงตัว โดยอาศัยโครงสร้างที่เลียนแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์จากโซนยุโรปไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภายนอก เริ่มตั้งแต่สะพานไม้ข้ามคลองเปรียบประหนึ่งจินตนาการที่เห็นในหนังสือการ์ตูนเทพนิยาย การใช้ปูนเปลือยผสมอิฐ การเล่นเลเยอร์ของผนังที่ยิ่งเดินเข้าไปยิ่งเห็นเป็นมิติเหมือนการเดินเข้าไปในโซนลับของปราสาท รวมทั้งดึงเอากลิ่นอายของยุคโกธิคมาเพิ่มเติมความโดดเด่นด้วยกระจกสีเหมือนที่เห็นกันบ่อย ๆ ในโบสถ์ ซึ่งเจ้าของใหม่ได้ใช้รายละเอียดต่าง ๆ ของแต่ละมุมมาผูกโยงเรื่องราวให้กับเหล่าตุ๊กตาหมี ที่สมมติให้มีชีวิต โดยมีพนักงานพาชมและเล่านิทานแห่งเมืองปราสาทหมีนางฟ้าเทวดา เป็นอีกหนึ่งไม้เด็ดในการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นอกเหนือจากโซนขายตุ๊กตาหมีและคาเฟ่ที่แบ่งสรรไว้อย่างลงตัว นี่แค่ทองหล่อเพียงย่านเดียว ยังมีตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมายขนาดนี้ แน่ใจได้เลยว่าถ้าลองสำรวจกรุงเทพฯให้ดีๆ เราอาจจะเจอย่านที่เต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่น่าไปเยี่ยมเยือนอีกหลายแห่งแน่นอน
แบบบ้านชั้นเดียว หลังเล็กๆ เรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น

แบบบ้านชั้นเดียว หลังเล็กๆ เรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น

แบบบ้านชั้นเดียวยังคงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เพราะมีความง่ายไม่ซับซ้อน แต่ได้พื้นที่ใช้สอยเพียงพอ ที่สำคัญคือราคาประหยัด เพียงหลักแสนต้นๆ เท่านั้น ก็จะได้บ้านหลังน้อยน่ารัก อบอุ่นสำหรับครอบครัวเล็ก   เราจึงขอนำเสนอบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า ที่ดูเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากทั้งการออกแบบและการตกแต่งแต่อบอุ่น ตัวบ้านเป็นแบบชั้นเดียว พร้อมด้วยพื้นที่เฉลียงไม้ใต้ชายคาเล็กๆ ยื่นออกมาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านเราได้ไม่ยาก บรรยากาศบ้านชั้นเดียว ภายในเน้นวัสดุไม้ ภายในบ้านตกแต่งตามสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า เน้นโชว์ลายไม้ขัดมันสวยๆ ดูสวยงามอบอุ่น ข้อดีคือไม่ต้องดูแลรักษามากก็ยังดูสวยอยู่เสมอ มีการปล่อยพื้นที่กว้างสำหรับเป็นห้องรับแขก มีมุมเล็กๆ ไว้ทำอาหารและทานอาหารร่วมกันในครอบครัวได้  และสามารถวางฟูกที่นอนไว้อีกมุมตามสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า แต่ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็สามารถกั้นห้องนอนไว้อีกมุมได้ และยังมีห้องน้ำในตัวที่ขนาดไม่ต้องใหญ่โต แต่ยังสามารถแยกส่วนเปียก-แห้งได้ อย่างเป็นสัดส่วนทำให้สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้น บ้านชั้นเดียว ราคาถูก เห็นรูปแบบบ้านน่ารักขนาดนี้ แต่เชื่อมไหมครับว่าบ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยเพียง 30 ตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งมีราคาในการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 250,000 - 350,000 บาท แต่หากนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเราก็อาจได้ราคาที่ถูกลงกว่านี้ก็ได้นะครับ ใครมีเนื้อที่ก็สามารถนำไปสร้างสำหรับเป็นบ้านพักผ่อนได้ ไอเดียบ้านชั้นเดียว อีกหลากหลายรูปแบบ แบบบ้านชั้นเดียว หลังเล็กแต่อบอุ่น ความรู้อื่นๆ เกี่ยวกับบ้านชั้นเดียว บ้านชั้นเดียวต่อเติมเป็นบ้านสองชั้นได้หรือไม่ สร้างบ้านใหม่เลือกแบบบ้านชั้นเดียวหรือแบบบ้านสองชั้นดี? ปัจจัยหลักในการออกแบบบ้านชั้นเดียวสำหรับผู้สูงอายุ