Tag : Lifestyle

240 ผลลัพธ์
ทำความรู้จัก OYO เชนโรงแรมอันดับ 2 ของโลก บุกตลาดไทยไม่ถึงปีมีที่พักกว่า 8,000 ห้อง

ทำความรู้จัก OYO เชนโรงแรมอันดับ 2 ของโลก บุกตลาดไทยไม่ถึงปีมีที่พักกว่า 8,000 ห้อง

เมืองไทย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบของนักเดินทางทั่วโลก เพราะมีสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางและนักท่องเที่ยวครบ ที่สำคัญยังมีความหลากหลาย  ตั้งแต่ตลาดแมสไปจนถึงระดับลักชัวรี่ เมืองไทยมีครบทั้งหมด   ในเรื่องของโรงแรมที่พัก เมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก มีเชนโรงแรมลักชัวรี่ระดับโลก เข้ามาให้บริการในเมืองไทยมากมายหลายเชน หรือจะเป็นกลุ่มตลาดบัดเจ็ทโฮเทล แบบราคาสบายกระเป๋าก็มีให้เลือกมากมาย  เมืองไทยจึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเท่านั้น  แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักธุรกิจ และนักลงทุนด้านการท่องเที่ยวมากมาย เลือกเข้ามาทำธุรกิจแสวงหาโอกาสสร้างรายได้และกำไร   โอโย โฮเทลส์ แอนด์ โฮมส์ (OYO Hotels & Homes) เครือข่ายธุรกิจโรงแรม บ้านพัก คอนโดมิเนียม และพื้นที่สำนักงานที่ใหญ่เป็นลำดับ 2 ของโลก ก็ไม่พลาดโอกาสเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเช่นกัน โดยเริ่มเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยในช่วงปีที่ผ่านมา เพียงระยะเวลาไม่ถึงปี สามารถสร้างเครือข่ายห้องพักได้กว่า 8,000 ห้อง จาก 250 โรงแรม ใน 13 จังหวัด อาทิ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และหัวหิน   ถือได้ว่าเป็นเชนโรงแรมที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็ว และน่าจับตามองเป็นอย่างมาก และนี่คือ 5 เรื่องที่จะทำให้รู้จักเชนโรงแรมนี้ได้มากขึ้น   1.โอโย โฮเทลส์ แอนด์ โฮมส์ แบรนด์โรงแรมจากประเทศอินเดีย ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการในปี 2556 ในอินเดีย ก่อนขยายธุรกิจออกไปในตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นเครือข่ายเครือข่ายธุรกิจโรงแรม บ้านพัก คอนโดมิเนียม และพื้นที่สำนักงานที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก พอร์ตโฟลิโอของโอโยรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยโรงแรมมากกว่า 35,000 แห่ง รวมห้องพักกว่า 1.2 ล้านห้อง   2.โอโย โฮเทลส์ แอนด์โฮมส์ ไม่ได้ทำแค่ธุรกิจโรงแรม แต่ยังมีบ้านพักตากอากาศให้บริการกว่า 125,000 หลัง ทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ OYO Homes, Belvilla, Danland, Dancenter และแบรนด์ Traum-Ferienwohnungen จากประเทศเยอรมนี ในกว่า 800 เมืองใน 80 ประเทศทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป สหราชอาณาจักร อินเดีย มาเลเซีย ตะวันออกกลาง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น   3.รูปแบบการดำเนินธุรกิจ มี 2 โมเดลหลักที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน คือ 1.การบริหารด้วยแฟรนไชส์ ซึ่งตลาดในประเทศไทยปัจจุบันยังเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ 100% และ 2.การร่วมลงทุนกับเจ้าของโรงแรม โดยโอโย โฮเทลส์ฯ ทำการตลาด เป็นเจ้าของแบรนด์ และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหาร ร่วมกับเจ้าของโรงแรม   4.ประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ 5 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เข้ามาทำตลาด ก่อนหน้านี้ทำตลาดในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ และเวียดนาม มีจำนวนโรงแรมรวมกว่า 2,500 แห่ง   5.สาเหตุที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดโรงแรม ซึ่งมีขนาดตลาดใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปัจจุบันมีฐานโรงแรมกลุ่มบัดเจ็ทประมาณ​ 30,000-50,000 แห่ง รวมกว่า 1 ล้านห้อง     นายมัณดา ไวดิย่า ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง โอโย โฮเทลส์ฯ เปิดเผยว่า การขยายพอร์ตโฟลิโอของบริษัท โดยการเปิดให้บริการในประเทศไทย บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะมีเครือข่ายห้องพักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 2 ล้านห้อง ภายในปี 2568 3 กลยุทธ์สร้างเครือข่ายและการเติบโต การขยายเครือข่ายโรงแรมออกไปทั่วโลกได้จำนวน เพียงใช้ระยะเวลาแค่ 6 ปี และก้าวขึ้นมาเป็นเชนโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากเป็นอันดับ 2 ของโลกได้นั้น เป็นเพราะการใช้กลยุทธ์สำคัญ 3 เรื่อง เป็นคีย์ซัคเซส คือ   1.Business Model ที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก โดยเฉพาะการสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับเจ้าของโรงแรม ที่ได้เข้าร่วมธุรกิจด้วยกัน ขณะที่การเซ็นสัญญาใช้แบรนด์ของกลุ่มโอโย โฮเทลส์ฯ จะยืดหยุ่น โดยปกติจะเซ็นสัญญาระยะยาว 10-15 ปี แต่เจ้าของโรงแรมสามารถเริ่มต้นเซ็นสัญญาได้ตั้งแต่ 1-5 ปี   2.Branding แม้ว่าแบรนด์โอโย โฮเทลส์ฯ จะเพิ่งเข้ามาในตลาดเพียงระยะเวลาประมาณ 6 ปี แต่บริษัทมีแนวทางสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้เครือข่ายของโรงแรมที่มีทั่วโลก สร้างแบรนด์ระหว่างกลุ่มลูกค้าระหว่างกันดัวย โดยปัจจุบันแบรนด์โอโย โฮเทลส์ฯ เป็นที่รู้จักอันดับ 1 ในตลาดจีนและญี่ปุ่น   3.Knowlage & Investment การใช้เทคโนโลยี และฐานข้อมูลเข้ามาวางแผนการทำตลาด ให้ยืดหยุ่นตามสภาพตลาดและแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันมีการลงทุนร่วมกับเจ้าของโรงแรม เพื่อพัฒนาโรงแรมให้ตอบสนองความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุด     ถือเป็นอีกหนึ่งเชนโรงแรม ที่คงเข้ามาสร้างสีสันและขยายตลาดการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ที่คาดว่าจะมีเข้ามามากกว่า 2 ล้านคนในปีนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ที่เคยเดินทางไปพักเครือโรงแรมโอโย โฮเทลส์ฯ มาแล้ว
[PR News] NOSTRA MAP จัดทำแผนที่ฟรี  เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

[PR News] NOSTRA MAP จัดทำแผนที่ฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

นอสตร้า แมพ (NOSTRA Map) แอพพลิเคชันแผนที่นำทาง โดย บริษัท โกลบเทค จำกัด จัดทำแผนที่พิเศษ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่สนใจในการเดินทางไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการชื่นชมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ เพียงเปิดกดแอพ NOSTRA Map ได้ฟรี เรียลไทม์ 24 ชม.   นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด เปิดเผยว่า ทาง NOSTRA Map ได้จัดทำแผนที่แสดง จุดเฝ้ารับเสด็จ จุดคัดกรอง จุดพื้นที่แก้มลิง จุดบริการ Shuttle bus จุดบริการจุดจอดรถ และเส้นทางปิดถนน ดูง่ายผ่านแอพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มีความประสงค์จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการชื่นชมการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 โดยริ้วขบวนจะเริ่มจากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิฐ เป็นระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที เพื่อชื่นชมความงดงามของประวัติศาสตร์ของไทยที่มีมายาวนาน   เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อม และวางแผนการเดินทางในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 สามารถใช้งานแอพฯ แผนที่ NOSTRA Map ได้ง่ายและสะดวก เพียงเลือกชั้นข้อมูล 2 ส่วน ดังนี้  “จุดอำนวยความสะดวกงานพระราชพิธีฯ 12 ธันวา”   หรือกดแผนที่ NOSTRA Map ซึ่งรายละเอียดแผนที่อำนวยความสะดวก ประกอบด้วย 1.จุดเฝ้ารับเสด็จ แสดงพื้นที่ 6 จุดที่ประชาชนสามารถร่วมรับเสด็จในการพระราชดำเนินฯ ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด 2.จุดคัดกรอง รอบบริเวณพื้นที่ทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี จำนวน 19 จุด โดยจุดคัดกรองจะเป็นจุดที่ประชาชนจะสามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่บริเวณจัดงานได้ 3.จุดพื้นที่แก้มลิง จุดให้บริการประชาชนด้านอาหารเครื่องดื่ม ด้านการแพทย์ และพักรอเพื่อเข้าสู่พื้นที่รับเสด็จต่อไป 4.จุดบริการ Shuttle bus รถ Shuttle bus ให้บริการกับประชาชน จำนวน 9 จุดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าพื้นที่งาน 5.จุดบริการจุดจอดรถ สำหรับประชาชนที่จะเข้าร่วมงานสามารถไปจอดรถตามจุดที่กำหนดไว้ซึ่งสามารถรองรับรถได้ถึง 18,200 คัน 6.แผนที่แสดงการปิดถนน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทาง พร้อมเส้นทางแนะนำสำหรับประชาชน “แผนที่แสดงข้อมูลการปิดถนน” หรือกดแผนที่ปิดถนนงานพระราชพิธี 12 ธันวาฯ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในส่วนของการจราจรในบริเวณโดยรอบ   ประชาชนที่สนใจแผนที่ดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันแผนที่ และใช้งานได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ ทั้งบน App Store และ Google Play   นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการเดินทาง การปฏิบัติตน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการชื่นชมงานพระราชพิธี โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลอื่น ๆ ดังกล่าวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 1-8 ธันวาคม 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 1-8 ธันวาคม 2562

หลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการ “บ้านดีมีดาวน์”  ในวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  ด้วยการสนับสนุนเงินแคชแบ็ค (Cash Back) เพื่อลดภาระผ่อนดาวน์ จำนวน 50,000 บาท ให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้     โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com  ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 8.00 น. จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563  และจะต้องได้รับการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินและจดจำนองตั้งแต่วันที่27 พฤศจิกายน 2562 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563   โอกาสดีๆ แบบนี้ บรรดาดีเวลลอปเปอร์ ทั้งค่ายเล็กค่ายน้อย ย่อมไม่พลาดโอกาส ใช้เป็นจังหวะที่ดีในการจัดแคมเปญการตลาด กระตุ้นยอดขาย โดยขนบ้านและคอนโดมิเนียมในสต็อกออกมาร่วมแคมเปญกันแทบทุกราย อาทิ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ขน 9 โครงการ 370 ยูนิต มูลค่า 830 ล้านบาท ทั้งบ้านและคอนโดฯ มาจัดแคมเปญร่วมกับโครงการบ้านดีมีดาวน์ และแอล.พี.เอ็น.ฯ ยังเติมเงินให้อีก 50,000 บาท (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   บริษัท มั่นคง เคหะการ จำกัด (มหาชน) ก็ขานรับนโยบาย คัดโครงการทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว 10 โครงการ กว่า 300 ยูนิต เข้าร่วม แถมด้วยสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิ  ฟรีค่ามิเตอร์น้ำ – มิเตอร์ไฟ, ฟรีค่าส่วนกลาง 3 ปี, เฟอร์นิเจอร์ห้องนอนใหญ่ 1 ชุด, เครื่องปรับอากาศห้องนอนใหญ่ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีก  5 รายการ เป็นต้น (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   นอกเหนือจากความเคลื่อนไหว การจัดแคมเปญของดีเวลลอปเปอร์ กับโครงการภาครัฐแล้ว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาวงการอสังหาริมทรัพย์ มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง มาอัพเดทกันได้เลย   “ซิซซา” ลุยอสังหาฯ เพื่อการลงทุน การันตีผลตอบแทน 6% วินแดม โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จับมือพันธมิตร ซิซซา กรุ๊ป  รุกตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ภายใต้แบรนด์ “วินแดม แกรนด์” (Wyndham Grand) เน้นเจาะตลาดพรีเมียม ด้วยสินค้าระดับลักซูรี่ ตามหัวเมืองท่องเที่ยว พร้อมยกระดับโครงการ “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต”     นายอรรถนพ พันธุกำเหนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด  เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวลง แต่อสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตกลับยังมีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทยที่เข้ามาซื้อในลักษณะเพื่อการลงทุน จนทำให้ตลาดอสังหาฯในรูปแบบการการันตีผลตอบแทน หรือ Investment Property มีความต้องการสูงเห็นได้จากจำนวนโครงการแบบ Investment Property ที่เพิ่มมากขึ้นในจังหวัดภูเก็ต   ในระยะหลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการในภูเก็ตจึงหันมาพัฒนาสินค้าในลักษณะ Investment Property จำนวนมาก จนทำให้การแข่งขันสูง และซิซซา กรุ๊ป ได้เล็งเห็นทิศทางของตลาด จึงได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ WYNDHAM Hotels and Resorts ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมรีสอร์ทที่มีจำนวนสาขาในเครือมากที่สุดของโลก ที่จะพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในตลาดระดับบน และโครงการล่าสุดของบริษัทก็ได้รับการยกระดับขึ้นเป็น วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต (WYNDHAM Grand Nai Harn Beach Phuket)  (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   “ฮาบิแทท กรุ๊ป” ปั้นโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส 4,500 ล้าน   “ฮาบิแทท กรุ๊ป” เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มุ่งเน้นทำตลาด อสังหาฯ เพื่อการลงทุน โดยมองแนวโน้มตลาดในปีหน้าว่ายัง เติบโตแต่ไม่หวือหวา ซึ่งแผนธุรกิจของบริษัทในปีหน้า ยังคงชูกลยุทธ์  "ไลฟ์สไตล์ อินเวสเม้นท์” พร้อมกับเตรียมเปิดโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส 4,500 ล้าน  นอกจากนั้นยังมุ่งหน้าทำตลาดในต่างประเทศ  ด้วยการผนึกพันธมิตร ลีสต์ กรุ๊ป ญี่ปุ่น รุกขยายตลาดใหม่จับลูกค้าต่างชาติเพิ่ม ทั้ง ญี่ปุ่น ไต้หวัน ตะวันออกกลางและยุโรป ทดแทนตลาดจีน และฮ่องกง     นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2563 คาดว่าจะไม่เติบโตจากปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562  ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ และค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อได้รับผลกระทบ ขณะที่ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ธนาคารยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากกว่าระดับปกติ และยังมีปัจจัยเรื่องนโยบายการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV)   แม้จะมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นตลาด ประกาศลดค่าธรรมเนียมการโอน และการจดจำนองให้เหลือเพียง 0.01% ของราคาประเมินไปจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 และยังมีโครงการบ้านดีมีดาวน์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาพรวมตลาดอสังหาฯ น่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว หรือใกล้เคียงกับปี 2562 (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   เสนาฯ​ เลื่อน9โปรเจ็กต์หมื่นล้านเปิดตัวปี63 ปีนี้สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ไม่เอื้ออำนวยให้ดีเวลลอปเปอร์รุกตลาดมากนัก จากช่วงต้นปีที่ได้ประกาศธุรกิจ พอเอาเข้าจริงกลับไม่เป็นไปตามแผน หลายๆ บริษัทปรับแผนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบัน อย่างเสนาฯ เลื่อน 9 โปรเจ็กต์ มูลค่านับหมื่นล้านไปเปิดตัวใหม่ในปีหน้า   แม้ว่า 3 ไตรมาสแรกของปี ยังโกยรายได้และกำไรเติบโต  ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่วนในไตรมาสสุดท้ายได้เปิดตัว 3 โครงการแนวราบ–แนวสูง เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้     นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้อำนวยการ สายงานจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA  เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 บริษัทมีแผนการเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการทั้งโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม  รวมมูลค่าโครงการราว 2,977 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ เสนา แกรนด์ โฮม รามอินทรา กม. 8 ม, โครงการเสนา วิลล์ ลำลูกกา คลอง 6 และล่าสุด เปิดโครงการเสนา- อาศุ พระราม 9  คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ ซึ่งทั้งหมดได้เปิดขายแล้ว   สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ บริษัทวางแผนเปิดโครงการทั้งหมด 20 โครงการ รวมมูลค่า 18,779 ล้านบาท แต่จากสถานการณ์อสังหาฯ ที่ชะลอตัว และปัจจัยลบต่างๆ ทำให้บริษัทต้องบริษัทได้เลื่อนการเปิดโครงการใหม่ไปในปีหน้า ซึ่งช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ได้เปิดตัวโครงการใหม่แล้ว 8 โครงการมูลค่า 5,411 ล้านบาท และเลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ 9  โครงการในปี 2563 มูลค่า 10,391 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีที่ดินเตรียมพร้อมการพัฒนาไว้ทั้งหมดแล้ว (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   แมกโนเลียฯ จับมือ ททท.-RSTA จัดงานแสดงแสงสีเสียง   เข้าสู่ช่วงโค้งท้ายของปีแล้ว ตอนนี้สถานที่หลายแห่งเริ่มเตรียมพื้นที่เฉลิมฉลอง รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้ว อย่างแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น หรือ MQDC ได้จับมือกับ ททท. และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดงาน “Beautiful Bangkok 2020” งานแสดงแสงสีเสียงบริเวณอาคาร โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ซึ่งเตรียมเปิดแสดงรอบปฐมฤกษ์วันที่ 16 ธันวาคมนี้     นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA)  เตรียมประกาศความพร้อมการจัดงาน “Beautiful Bangkok 2020” การแสดงแสงสีเสียง ด้วยการเนรมิตอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ให้สวยงาม   โดยในปีนี้ใช้ชื่อการแสดงว่า “Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness” ซึ่งมาพร้อมกับกิจกรรมอีกมากมาย บริเวณลานหน้าโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี  โดยจะเปิดการแสดงรอบปฐมฤกษ์วันที่ 16 ธันวาคม 2562 นี้ และจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 (อ่านข่าวเพิ่มเติม)      
แมกโนเลียฯ จับมือ ททท.-RSTA จัดงานแสดงแสงสีเสียง  ดึงนักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน

แมกโนเลียฯ จับมือ ททท.-RSTA จัดงานแสดงแสงสีเสียง ดึงนักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน

แมกโนเลียฯ ร่วมกับ ททท. และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดงาน “Beautiful Bangkok 2020”  เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เตรียมเปิดแสดงรอบปฐมฤกษ์วันที่ 16 ธันวาคม นี้  คาดเป็นตัวช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ราชประสงค์ทะลุ 900,000 คน   นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA)  เตรียมประกาศความพร้อมการจัดงาน “Beautiful Bangkok 2020” การแสดงแสงสีเสียง ด้วยการเนรมิตอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ให้สวยงาม   โดยในปีนี้ใช้ชื่อการแสดงว่า “Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness” ซึ่งมาพร้อมกับกิจกรรมอีกมากมาย บริเวณลานหน้าโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี  โดยจะเปิดการแสดงรอบปฐมฤกษ์วันที่ 16 ธันวาคม 2562 นี้ และจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 “งาน Beautiful Bangkok 2020 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ที่ต้องการสื่อถึงความสุขและความปรารถนาดี ที่เราต่างมอบให้กันอย่างจริงใจ  เปรียบเสมือนจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุขเบ่งบานสดใส เฉกเช่นดอกไม้ที่บานอยู่กลางใจของคนกรุงเทพฯ พร้อมส่งมอบความสุขสดใสให้แก่ นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาเยือนกรุงเทพฯ ผ่านการมอบช่อดอกไม้ช่อแรกของปีให้เป็นตัวแทนของความสุขและความปรารถนาดีสำหรับทุกคน”   ใช้ AI จากญี่ปุ่นสร้างสรรค์ "แสงสีเสียง" โดยการจัดงานได้แรงบันดาลใจมาจาก รูปทรงอันอ่อนช้อยงดงามของดอกแมกโนเลีย ดอกไม้มงคลของไทย และดอกไม้นานาชาติอีกหลากหลายชนิด ซึ่ง MQDC ได้ทุ่มงบประมาณจัดกิจกรรม Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness ในปีนี้ให้มีความยิ่งใหญ่และพิเศษมากกว่าปีก่อนๆ โดยในปีนี้ใช้เทคโนโลยี AI และการแสดงแสงสีตระการตาจากทีมสร้างสรรค์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น บนตึกโครงการ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยความสูง 60 ชั้น ที่ออกแบบอย่างสวยงามอ่อนช้อยจากแรงบันดาลใจของกลีบดอกแมกโนเลีย เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของย่านราชประสงค์   งาน Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness มีกำหนดจัดแสดงรอบปฐมฤกษ์ โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ในวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 18.00 – 21.00 น. และจะเปิดการแสดงรอบประชาชนทั่วไปในวันที่ 17 – 31 ธันวาคม 2562 เวลา 18.00 – 23.00 น. โดยในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะจัดการแสดงจนถึงเวลา 24.00 น.   นอกจากนั้น ในปีนี้ MQDC ยังจัดให้มีกิจกรรม The Wonder Flower Land  บริเวณลานหน้าโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การแสดงแสงสีแบบ Interactive ด้วยเทคโนโลยี AI จากประเทศญี่ปุ่น ที่จะทำให้ทุกคนสนุกสนานไปกับการแสดงแสงสี ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างแท้จริง โดยมาจากจังหวะการเต้นของหัวใจและชีพจรของแต่ละบุคคล ทำให้ผู้ร่วมงานแต่ละคนได้ภาพแห่งความประทับใจของตัวเองโดยเฉพาะและไม่ซ้ำกับใคร     ทั้งนี้ MQDC ได้จัดรถรับส่ง Beautiful Bangkok Free Shuttle เส้นทางราชดำริ - พระราม 4 - สยาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์ และมาร่วมมีความสุขที่งาน Beautiful Bangkok ได้อย่างสะดวกสบาย   จัดประกวดภาพถ่ายชิงกล้อง Leica นอกจากนั้น ยังได้จัดให้มีกิจกรรมประกวดภาพถ่ายจากงาน Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness โดยเฟ้นหาภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงามที่งาน Beautiful Bangkok อาคารแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด มอบให้กับกรุงเทพฯ มีองค์ประกอบภาพ และการถ่ายทอดความสวยงามออกมาได้อย่างน่าประทับใจและสร้างสรรค์ที่สุด ตัดสินการประกวดโดย MQDC ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยภาพที่ได้รับการคัดเลือกว่าสวยงามที่สุด 3 อันดับแรก จะมอบให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำไปผลิตเป็นโปสการ์ดโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยต่อไป และผู้ชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับกล้อง Leica 1 รางวัล   “MQDC ในฐานะสมาชิก RSTA มีความยินดีและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความงดงามให้กับฟากฟ้ากรุงเทพฯ ผ่านการจัดงาน Beautiful Bangkok ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างสรรค์ความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนแก่ผู้อยู่อาศัยและสังคมรอบข้าง (For All Well Being) รวมทั้งกิจกรรมดังกล่าวนี้ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และประเทศไทย”   คาดนักท่องเที่ยวเยือนราชประสงค์วันละกว่า 9 แสนคน ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรุงเทพมหานครและประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ครองใจผู้คนทั่วโลก เอาชนะเมืองชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลกติดต่อกันมาตลอดหลายปี ด้วยความหลากหลายของแม็กเน็ตด้านการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของนักเดินทางทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม   สำหรับงาน Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness จะเป็นอีกหนึ่ง  attraction ที่สำคัญ และน่าตื่นเต้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นปี ซึ่งคาดว่าเฉพาะช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมากกว่าทุกปี โดยในปีนี้ภาครัฐมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งเป้าเติบโตขึ้นกว่าจากปีก่อน   สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการเอกชนในย่านราชประสงค์ ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2546   มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสมาคมฯเพื่อผลักดันย่านราชประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้า แหล่งช้อปปิ้ง และย่านท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก ด้วยพื้นที่รวมกว่า 1,020,000 ตารางเมตร โดยมีทางเดินเชื่อมลอยฟ้า "ราชประสงค์วอล์ค"  ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เป็นโครงข่ายเส้นทางเดินเชื่อม 23 อาคาร โดยแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าร่วมในสมาคมฯ ในปี 2561 โดยนับเป็นสมาชิกรายที่ 9 ที่เข้ามาร่วมพัฒนาย่านราชประสงค์   ส่วนนายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า  ย่านราชประสงค์เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการค้าที่สำคัญกลางใจเมือง มีผู้คนหมุนเวียนในแต่ละวันกว่า 600,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มมากกว่า 50% เป็น 900,000 คน ในช่วงไฮซีซั่น โดยการจัดงาน Beautiful Bangkok ใน 2 ปีที่ผ่านมา เป็นแม็กเน็ตสำคัญที่ช่วยดึงดูดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากให้เข้ามาในย่านราชประสงค์ โดยในปีนี้ ผู้ประกอบการต่างๆ ในย่านราชประสงค์ต่างเตรียมพร้อมในการจัดกิจกรรมมากมาย เพื่อร่วมผนึกกำลังสร้างสรรค์ความสนุกสนานและความน่าดึงดูดใจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของย่านราชประสงค์ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของภูมิภาค   ติดตามรอบการแสดง “Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness” และกติกาประกวดภาพถ่ายได้ที่ www.mqdc.com หรือ https://www.facebook.com/mqdcforallwellbeing/  
รวมอีเว้นท์สัปดาห์แรก เดือนธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์แรก เดือนธันวาคม 2562

เริ่มต้นสัปดาห์แรกของเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเริ่มจะมีอีเว้นท์แห่งการเฉลิมฉลองชวนให้เราออกจากบ้านกันมากยิ่งขึ้น ยิ่งบรรยากาศดีเช่นนี้ก็ยิ่งน่าชวนคนรู้ใจไปเดินเล่นกันนะคะ ครัวคุณต๋อย ยกทัพ พบกับร้านอาหาร 52 บูท และยังมีบูทจำหน่าย "วัตถุดิบอาหาร" ภายใต้แนวคิด "ครัวคุณต๋อย Selected" บนความเชื่อ "อาหารที่ดีเกิดมาจากวัตถุดิบที่ดี" เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้เลือกซื้อวัตถุดิบคุณภาพกลับไปประกอบอาหารเองตามสูตรเด็ดเฉพาะของแต่ละบุคคล   วัน เวลา : 5-15 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30-21.30 น. สถานที่ : ชั้น G เดอะมอลล์ บางแค Banzai Chaiyo Festival 2019 EP.1 เทศกาลเฉลิมฉลอง 2 วัฒนธรรมญี่ปุ่นไทย พบ การตกแต่งโคมไฟญี่ปุ่นและยี่เป็ง นับ 1,000 ดวง การออกร้านอาหารและสินค้ายอดฮิตทั้งไทยและญี่ปุ่น กิจกรรมและการแสดงสุดพิเศษ งานนี้เข้าชมฟรี   วัน เวลา : 2-8 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-22.00 น. สถานที่ : ลานหน้า Central World German Christmas Market 2019 thailand ตลาดคริสต์มาสในบรรยากาศที่แสนอบอุ่น พบกับร้านค้ากว่า 40 ร้านที่ขนเอาอาหารมากมายจากเยอรมนีและประเทศใกล้เคียงมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง พลาดไม่ได้กับเครื่องดื่มประจำเทศกาลอย่าง Glühwein (ไวน์อุ่นผสมเครื่องเทศ) แถมยังมีแซนด์วิชสไตล์เวียดนามและอาหารเมดิเตอร์เรเนียนด้วย อีกทั้งยังมีสินค้าอีกมากมาย พร้อมซุ้มกิจกรรม ดนตรีแจ๊สและคณะนักร้องประสานเสียงที่จะมาสร้างบรรยากาศคริสต์มาสตลอดทั้งงาน   วัน เวลา : 7-8 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00–20.00 น.  สถานที่ : ซ.สาทร 1 สถาบันเกอเธ่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ : ต่ำหูก แต้มผ้า เล่าอีสานผ่านงานทอ กลับมาเปิดฟาร์มให้ได้เที่ยวกันปีละหน ปีนี้มาในธีม ‘ต่ำหูก แต้มผ้า เล่าอีสานผ่านงานทอ’ โดยนำเอาเรื่องราวของผ้ามาสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้รับรู้ ได้สัมผัสความงามของผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ความเกี่ยวพันระหว่างผ้ากับวิถีชีวิตและประเพณีของชาวอีสานที่ถักทอผูกพันกันมาช้านาน บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ที่จะมาชวนให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติในฟาร์ม   วัน เวลา : 7 ธันวาคม 2562-5 มกราคม 2563 เวลา 09.00–17.00 น. สถานที่ : จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา Thailand Furniture & Houseware Fair พบกับสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านส่งตรงจากโรงงานผู้ผลิต อาทิ โซฟา เคาน์เตอร์ครัว ชุดห้องนอน ชุดบิวท์อิน ฯลฯ รวมถึงบริษัทรับตกแต่งภายใน มาพร้อมโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ ส่วนลด สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตมากมาย   วัน เวลา : 7-15 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00–21.00 น. สถานที่ : EH 103-104 ไบเทค บางนา ICC FAIR ครั้งที่ 20 ชมสินค้าหลากหลาย ช้อปสินค้าราคาถูก ส่งท้ายปีจากแบรนด์ดังในเครือ สหพัฒน์ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ของกินของใช้ ของใช้สำหรับเด็ก ลดราคา สูงสุด 80% อาทิ ARROW, มาม่า, ELLE, GUY LAROCHE, DAKS, LACOSTE, Mizuno, Covermark, St.Andrews, Minna, Enfant, BSC และ อีกหลายแบรนด์ดัง พร้อมชิม อาหารร้านดังในเขตยานนาวา   วัน เวลา : 5-8 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00-20.00 น. สถานที่ : บริษัท ไอ.ซี.ซี. สาธุประดิษฐ์ 58  Electronica Amazing Sale พบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากแบรนด์ดังชั้นนำทุกยี่ห้อ ราคาโดนใจ ลดกระหน่ำราคาสุดคุ้ม พร้อมโปรโมชั่นส่วนลด/ผ่อน 0% จากบัตรเครดิตอีกมากมาย   วัน เวลา : 7–15 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-21.00 น. สถานที่ : EH 103-104 ไบเทค บางนา    
รวมอีเว้นท์เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562

เดือนสุดท้ายของปีแล้ว บรรยากาศเป็นใจน่าออกนอกบ้านไปเดินเล่นตามงานอีเว้นท์ระดับบิ๊กแห่งปีหลายงานทีเดียวค่ะ   PHOTO FAIR 2019 โลกแห่งการถ่ายภาพที่ทุกคนรอคอยในงาน PHOTO FAIR 2019 มหกรรมการถ่ายภาพครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี มาในแนวคิด "Share Your Wonder แชร์ความมหัศจรรย์แห่งโลกของภาพถ่าย" พบสินค้าจากแบรนด์ดังกว่า 150 บูธ มาพร้อมโปรโมชั่นแรงๆ และร่วมสนุกชิงรางวัล รถยนต์ กล้องถ่ายรูป พร้อมด้วยกิจกรรมงานสัมมนาเกี่ยวกับการถ่ายภาพ พบกับช่างภาพชื่อดังในสายงานต่างๆ ที่จะมาให้ความรู้รวมถึงเทคนิคเพื่อไปปรับใช้ในการถ่ายภาพ อีกทั้งยังมีการประมูลอุปกรณ์ถ่ายภาพชุดพิเศษ   วัน เวลา : 27 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30-21.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 103-104 ไบเทค บางนา   Motor Expo 2019 “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน-Ride and Drive Together Now” แต่ละค่ายมีแคมเปญพิเศษเฉพาะในงาน พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น บัตรเข้าชมงาน 100 บาท   วัน เวลา : 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2562 (บุคคลทั่วไปเริ่ม วันที่ 30 พฤศจิกายน) จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 12:00-22:00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 11:00-22:00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี    Thailand Friendly Design Expo 2019 มหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 4 ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน นำเสนอแนวคิดหลัก เรื่อง “Home Care & Rehabilitation : การดูแลและฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้พิการ และคนที่ใช้รถเข็น” เชื่อมโยงสู่ “Tourism for All : การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” โดยภายในงาน  จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี Friendly Design จากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำยุค เกี่ยวกับการดูแล และฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้สูงวัย ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้พิการ และสามารถร่วมฟังอภิปราย เสวนา บรรยายพิเศษ ากผู้รอบรู้เชี่ยวชาญด้าน Friendly Design หรือ Universal Design และเครือข่ายมนุษย์ล้อจากนานาประเทศทั่วโลก   วัน เวลา : 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 - 19.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   Money Expo End-Year 2019 งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 3 ขนทัพแบงก์-นอนแบงก์-ประกัน-บล.-บลจ. แข่งแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปี อาทิ สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน, เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุด 10%, สินเชื่อ SME Start Up ดอกเบี้ย 1.99%, ซื้อประกันชีวิตแถมทองคำแท่ง 20 บาท/ทัวร์โครเอเชีย, ซื้อ RMF & LTF ลดหย่อนภาษี ทำธุรกรรมภายในงานลุ้นรับ iPhone11 พร้อมฟังฟรี! ฯลฯ สัมมนาการลงทุนหุ้นจากกูรูชื่อดัง/มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน BNK48-SB FIVE   วัน เวลา : 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 สถานที่ : อีเว้นท์ฮอลล์ 99 ไบเทค บางนา   European Union Film Festival (EUFF) เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรปกลางแจ้ง 2019 พบกับภาพยนตร์คุณภาพจากยุโรปกว่า 17 ที่จะมาเล่าเรื่องหลากหลายแง่มุมจากสหภาพยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศรับลมหนาวกลางแจ้งในบริเวณที่โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานนี้ฟรี!   วัน เวลา : 29 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2562 เวลา 18.30 น. สถานที่ : ทำเนียบเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และสถาบันวัฒนธรรมยุโรป ทั้งหมด 8 แห่งในกรุงเทพฯ เช็คตารางฉายและจองตั๋วได้ที่ Ticketmelon Siam Carnival Fun Fair 2019 สนุกได้ทุกเพศทุกวัยไปกับเครื่องเล่นหลากหลายกว่า 20 ชนิด ซึ่งนำเข้าจากอิตาลีและเยอรมัน รับประกันความปลอดภัย ในราคาเบาๆ เพียง 50-60 บาท/เครื่องเล่น   วัน เวลา : 22 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2562 เวลา 17.00-22.00 น. สถานที่ : ลานด้านหลัง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 Central ลดดุ ช้อปเดือด 2019 มหกรรมเซลครั้งใหญ่ของเครือเซ็นทรัล สินค้าจาก Central Department Store ทุกแผนกที่ยกขบวนมาเต็มฮอลล์ ลดสูงสุดถึง 80% และยังมีสินค้าซื้อ 1 แถม 1 สินค้าราคาพิเศษร่วมกับบัตรเครดิต และมีช่วงนาทีทองที่ลดแรงกว่าเดิมถึงวันละ 3 รอบ เวลา 13.00 / 16.00 และ 19.00 น.*   วัน เวลา : 27 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00-21.00 น. สถานที่ : EH 102 ไบเทค บางนา    ONE STOP SHOPPING EXPO 2019 งานเดียวที่รวบรวมเอาไว้ 6 งานมาลดราคาสินค้าพร้อมๆ กัน ได้แก่ Furniture Expo, Home Electric Sale of the Year, Fashion Street Market, Wedding Expo, ตลาดน้ำ ตำนานอร่อย, Food Street Japan Yokocho   วัน เวลา : 30 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30-21.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 9-11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี    TGIF MARKET โ-ค-ต-ร SALE TGIF Market  ฉลองครบรอบปีที่ 5 ยกแบรนด์แฟชั่นจากโลกออนไลน์กว่า 220 แบรนด์และโปรส่วนลดสูงสุด 70 % เดินเพลินๆมีโซนอาหารให้อิ่มอร่อยไปด้วย พิเศษสำหรับ 100 คนแรกที่มาร่วมงาน รับไปเลย วอชเชอร์ฟรี 100 บาท   วัน เวลา : 29 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-21.00 น. สถานที่ : GMM Live House ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์    
ทีเอ็มบี จับมือ ไวซ์ไซท์ ล้วงพฤติกรรมการเงิน GEN Y อะไรคือของที่พวกเขาต้องมีก่อน 40

ทีเอ็มบี จับมือ ไวซ์ไซท์ ล้วงพฤติกรรมการเงิน GEN Y อะไรคือของที่พวกเขาต้องมีก่อน 40

ทีเอ็มบี จับมือ ไวซ์ไซท์ เผยข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกทางการเงินในโซเชียลมีเดียของกลุ่มคน “GEN Y” ผ่านแคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40   พบส่วนใหญ่มีความฝันสร้างอนาคตที่ดีและมั่นคง อยากมีบ้าน รถ และเงินออม  ชี้พฤติกรรมการเงินที่ส่งผลให้ GEN Y ไปไม่ถึงเป้าหมายทางการเงิน พร้อมแนะทางแก้ปัญหาเพื่อให้ GEN Y มีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีขึ้น ทีเอ็มบีจัดแคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 นางกาญจนา  โรจวทัญญู หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับไวซ์ไซท์ (WISESIGHT) ผู้นำด้าน Social Monitoring Tool รายใหญ่ของไทย ในการจัดทำแคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคน GEN Y  ที่มีการเปิดรับข้อมูล อัพเดทข่าวสารทางช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ติดตาม Influencers ที่มีแนวคิดคล้ายกัน ผ่านทางช่องทางโซเชียล โดยเฉพาะ Twitter และ เฟซบุ๊ก (Facebook) เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต   ทั้งนี้ ทีเอ็มบี มีวิสัยทัศน์ของการเป็นธนาคารแบบยั่งยืน (Sustainable Banking) ที่มุ่งมั่นให้ความรู้ทางด้านการเงิน พร้อม ทั้งมีการใช้เครื่องมือกระตุ้นให้คนมีพฤติกรรมทางการเงินที่ถูกต้อง รวมไปถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ หรือปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ โดยได้เน้นถึงกลุ่มคนเป้าหมายที่เป็น GEN Y ช่วงต้นอายุระหว่าง 23 – 30 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มกำลังแรงงานสำคัญของประเทศ เริ่มทำงาน มีรายได้ แต่ไม่มีการวางแผนทางด้านการเงิน ไม่สามารถจัดการบริหารการเงินได้อย่างเหมาะสม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่พร้อมเปิดรับคำแนะนำ และความรู้ทางด้านการบริหารจัดการเงิน “จะเห็นได้ว่าในเฟสแรกเราได้จุดกระแสด้วย Influencer อย่าง กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ กันต์ กันตถาวร และกาละแมร์ พัชรศรี ที่เป็นดาราเซเลบ มีแง่มุมในด้านการใช้ชีวิต ตั้งเป้าหมายด้านหน้าที่การงาน การเงินอย่างชัดเจน รวมไปถึง มิ้นท์  บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวจากเพจ I Roam Alone และ ช่า เจ้าของเพจบันทึกของตุ๊ด ที่เป็นไอดอลสร้างแรงบันดาลใจ มาร่วมแชร์เป้าหมายชีวิตให้คนที่ติดตามได้ฟังกัน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแฮชแท็กแคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 ที่สามารถติดเทรนด์ Twitter อันดับหนึ่ง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์เป้าหมายชีวิตรวมแล้วกว่าหมื่นความคิดเห็น” เนื่องจากทีเอ็มบีเชื่อว่าหาก GEN Y ได้ตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนพฤติกรรมตรงตามความเชื่อของทีเอ็มบี  Make THE Difference ที่ว่าคนเราสามารถเปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้จนสำเร็จ นอกจากนี้กิจกรรมต่อไปที่จะเกิดขึ้นในกลางเดือนธันวาคมนี้ จะมีขึ้นเพื่อชักชวนให้ GEN Y ได้ลุกขึ้นเปลี่ยนพฤติกรรม ทางการใช้จ่าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนตั้งเป้าหมายที่จะได้เริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีถัดไป เผยข้อมูลลึก Gen Y ของมันต้องมีก่อน40 ด้านนายกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ได้นำข้อมูลบนโซเชียล มาวิเคราะห์และปลดล็อคศักยภาพของข้อมูลดิบจนกลายเป็นอินไซท์เพื่อส่งต่อให้แบรนด์ และเอเจนซี่นำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยข้อมูลโซเชียลที่ไวซ์ไซท์นำมาวิเคราะห์นั้นมาจาก Facebook, Twitter, Instagram, YouTube, Pantip และเว็บไซต์ข่าวต่างๆ ปัจจุบันมีข้อมูลดิบที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท จำนวนมหาศาล ที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ในถัง Big Data และไม่เคยลบทิ้งเลยทำให้ในปัจจุบันบริษัทมีจำนวนข้อมูลดิบมากที่สุดในประเทศไทย   ส่วนนายพุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงข้อมูลที่ได้จากวิเคราะห์เก็บข้อมูลดังนี้  คนไทยใช้สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียล) 74% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งคิดเป็น อันดับ 8 ของโลก สำหรับจำนวนผู้ใช้โซเชียลในประเทศไทย พบว่าสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมที่ครองใจคนไทยในยุคนี้ และมีผู้ใช้งานบน Facebook 56 ล้านบัญชี Instagram 13 ล้านบัญชี และ Twitter 9.5 ล้านบัญชี และระยะเวลาที่ใช้คิดเป็น  3 ชั่วโมง 11 นาที เวลาเฉลี่ยใน 1 วัน และยังพบว่า 80% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เคยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 50% เป็นคน GEN Y (อายุ 28-38 ปี) “ดังนั้นในการทำแคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 ในครั้งนี้ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลถึงพฤติกรรมเชิงลึกของกลุ่มคน GEN Y ที่ได้จุดกระแสผ่านบรรดา Influencer จะเห็นได้ว่าการแสดงความคิดเห็น แชร์ มีความคิดเห็นที่คล้ายคลึงกับ Influencer ที่กดติดตามกันดังนี้ คนที่ติดตาม กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ กันต์ กันตถาวร และกาละแมร์ พัชรศรี ก็จะเป็นเป้าหมายเรื่องการเก็บเงิน มีบ้าน สร้างความมั่นคงในชีวิต ด้านกลุ่มคนที่ติดตามบล็อกเกอร์สายเที่ยว ก็จะมีเป้าหมายเรื่องเที่ยว เรื่องการใช้ชีวิตอิสระเสรี” หากลงลึกในด้านความคิดเห็นของในแต่ละแพลตฟอร์มนั้น ก็จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันไปอีกเช่นกัน อย่างเช่นใน Facebook จะเป็นไปในทิศทางที่แสดงออกถึงความจริงจังในชีวิต แสดงออกถึงตัวตนด้านที่อยากให้คนอื่นเห็น #ของมันต้องมีก่อน 40 ของชาว Facebook ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความมั่นคง เช่น อยากมีเงินเก็บ บ้าน รถยนต์ ธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น ส่วนทางด้าน Twitter นั้น จะเป็นไปในแนวทางที่มีความอิสระเสรี เป็นตัวของตัวเอง มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกับความเห็นใน Facebook ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินเพื่อซื้อบัตรคอนเสิร์ต อยากเจอศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ และอยากเลี้ยงแมว เป็นต้น     จากการวิเคราะห์ Data ของแคมเปญในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า Influencer มีอิทธิพลทางความคิดให้ผู้ติดตามได้คล้อยตามง่าย ดังนั้นเมื่อเหล่า Influencer ลุกขึ้นมาทำอะไร จะเกิดกระแส เกิด Social Voice ในการทำตาม ซึ่งแน่นอนว่าในการทำแคมเปญครั้งนี้ เมื่อได้จุดกระแสออกไปแล้ว เกิดการตั้งคำถามให้กับกลุ่ม GEN Y ให้เกิดการฉุกคิดเกี่ยวกับเป้าหมายทางการเงิน เพื่อนำไปสู่แนวทางในการวางแผนชีวิตให้ดียิ่งขึ้น GEN Y อยากมี "บ้าน" เพราะของมันต้องมีก่อน40 นอกจากนี้ ยังพบว่าความหวัง “ของมันต้องมี” ก่อนอายุ 40 คือ  อยากมีบ้าน (48%) รถยนต์ (22%) ขณะที่อยากมีเงินออมและสินทรัพย์อื่นๆ มีไม่มาก (13%) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับ GEN Y เมื่อวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลจากการศึกษา พบว่ามียอดใช้จ่ายในกลุ่มสินค้า “ของมันต้องมี” ถึง 69% ขณะที่รายการซื้อบ้าน ซื้อรถที่เป็นความฝันมีสัดส่วนที่ลดลงมาก รวมทั้งสัดส่วนเงินออมมีไม่ถึง 10%   โดยเฉลี่ย GEN Y หมดเงินไปกับ “ของมันต้องมี” ปีละเกือบแสนหรือ 1 ใน 4 ของรายได้ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการซื้อโทรศัพท์ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋า และนาฬิกา/เครื่องประดับ และถ้าขยายภาพให้ชัดเจนในแต่ละกลุ่ม GEN Y ใช้เงินไปกับ“ของมันต้องมี” ถึงปีละ 1.37 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสูงเทียบได้กับ 13% ของรายได้ประเทศ (GDP) หรือ 8 เท่าของมูลค่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หรือ 91% ของมูลค่าการลงทุนในโครงการ EEC 5 ปี     สาเหตุที่ GEN Y อยากได้ “ของมันต้องมี” เป็นเพราะซื้อตามเทรนด์กลัวเอ้าท์ (42%) มากกว่ามองเป็นของจำเป็น (37%) แถมเงินที่ใช้ซื้อนั้น คนส่วนใหญ่ (70%) บอกมีเงินไม่พอ แต่ใช้การกู้จากธนาคารและใช้บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสดในการใช้จ่าย ซึ่งเมื่อลงรายละเอียดพบว่ามากกว่า 70% ของ GEN Y มีการผ่อนชำระที่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ GEN Y มีลักษณะเข้าทำนองฝันไกลแต่ไปไม่ถึง สะท้อนจาก GEN Y ที่เริ่มต้นทำงานเฉลี่ยตั้งเป้าอยากมีเงินเก็บ 6 ล้านบาท แต่บอกจะออมเงินแค่เฉลี่ยเดือนละ 5,500 บาท ซึ่งถ้าเก็บด้วยอัตรานี้ต้องใช้เวลาถึง 90 ปี จึงจะถึงเป้าหมาย   GEN Y จะต้องทำอย่างไรหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไรเพื่อนำไปสู่การมีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีหรือมีวินัยทางการเงิน สิ่งแรกที่แนะนำคือ ลดเงินที่ใช้กับ “ของมันต้องมี” ง่ายๆ โดยลดลงแค่ 50% (เชื่อว่าลดหมด 100% เป็นไปได้ยาก) ควบคู่กับวางแผนการบริหารเงินให้ดีโดยเพิ่มการออมการลงทุนให้ถูกที่ แค่นี้ GEN Y จะมีเงินสะสมเพิ่มขึ้น 43,000 บาทต่อปี เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี หรือยาวไป 30 ปีก็จะสามารถซื้อทรัพย์สินตามที่เคยตั้งความหวังไว้ได้ไม่ยาก คุณนริศกล่าวปิดท้าย ด้วยข้อเสนอแนะสำหรับ GEN Y เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงิน และประสบผลสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ได้ดียิ่งขึ้น   ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ ทีเอ็มบี และ ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย)     
ทำความรู้จักกับ “แอมไชน่าทาวน์” มิกซ์ยูส 3,000 ล้าน ใจกลางเยาวราช

ทำความรู้จักกับ “แอมไชน่าทาวน์” มิกซ์ยูส 3,000 ล้าน ใจกลางเยาวราช

โครงการ แอมไชน่าทาวน์ (I’m Chinatown) โปรเจ็กต์มิกซ์ยูส มูลค่า 3,000 ล้านบาท ของบริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด ได้เปิดให้บริการในเฟสแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ในส่วนของศูนย์การค้าตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับพื้นที่ย่านเยาวราช ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งอาจจะหาได้ยาก นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ I’m Chinatown เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุด โครงการแรกที่มีการก่อสร้างในย่านเยาวราชภายในรอบ 30 ปี ด้วยขนาดพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร เนื่องจากย่านเยาวราชมีข้อจำกัดในเรื่องที่ดิน ไม่สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ทำได้แค่เพียงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเดิมเท่านั้น “ย่านเยาวราช หรือ ไชน่าทาวน์ เป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ไม่เพียงแต่จะเป็นศูนย์รวมการค้าขายของชาวไทยเชื้อสายจีน ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วย” สำหรับที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร เพียงแค่ 1 นาที มีกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่าวันละกว่า 8,000 คน ปัจจุบันมีร้านค้าทยอยเปิดให้บริการแล้วประมาณ  70% และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2563 ซึ่งหลังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ บริษัทน่าจะมีรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้า ปีละ 100 ล้านบาท และคืนทุนได้ภายใน 5-7 ปี เปิด 4 พื้นที่ในโครงการ I’m Chinatown 1.โรงแรม ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างโรงแรม “อาศัย” (ASAI) เครือดุสิต ซึ่งเป็นโรงแรมเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไป โดยเน้นการเข้าถึงวิถีชุมชน หรือ ‘Live Local’ มีจำนวนห้องทั้งสิ้น 224 ห้อง ให้บริการตั้งแต่ชั้น 4-8 ของศูนย์การค้า จะเปิดรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยคาดว่า 40% จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน รองลงมาจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป และคาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักมากกว่า 90% ตลอดทั้งปี   2.อาคารจอดรถ ที่อำนวยความสะดวกกับผู้มาใช้บริการและประชาชนที่จะเดินทางมาไชน่าทาวน์ โครงการฯ เปิดให้บริการที่จอดรถ 300 คัน ซึ่งเป็นอาคารจอดรถขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในย่านไชน่าทาวน์   3.I’m Chinatown Residence พื้นที่พักอาศัยในส่วนคอนโดมิเนียม ซึ่งตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ 8 ชั้น จำนวน 43 ยูนิต ซึ่งตอบสนองประชาชนที่พักอาศัยในย่านนี้ ที่ไม่ต้องเดินทางออกไปชานเมืองและกลับมาตอนเช้า รวมถึงเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการที่มีธุรกิจในย่านเยาวราช  พื้นที่คอนโดมิเนียมจะใช้ระบบลิฟต์แยกตามชั้น เพื่อความเป็นส่วนตัว มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า-ออก โครงการด้วยระบบคีย์การ์ด ปัจจุบันโครงการปิดการขายทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   4.พื้นที่ศูนย์การค้า ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมของฝากและร้านอาหาร เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยว ผู้มาจับจ่ายใช้สอย แหล่งรับประทานอาหารของประชาชนทั่วไป สำรวจพื้นที่รีเทลหมื่นตารางเมตร สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือรีเทล มีทั้งหมดด้วยกัน 4 ชั้น ซึ่งมีร้านค้าจำนวนทั้งสิ้นกว่า 80 ร้าน คิดเป็นพื้นที่พาณิชย์กว่า 10,000 ตารางเมตร   -ชั้น B1 เป็นพื้นที่ร้านค้าสะดวกซื้อและร้านบริการ เช่น 7 - Eleven, Kerry Express, ร้านขายยา, CleanMate, Kamu, Nara Gem, B’me by Wacoal, Beauty Maker, Vision and Café, ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ชื่อดังอย่าง King Kong บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ยากินิคุ และ King Kong Sweets ร้านขนมหวานยอดนิยมต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น   นอกจากนี้ยังมี Gourmet Thai ซึ่งเป็นสแตนอโลนช็อปแห่งแรกที่เปิดทำการนอกพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ภายในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยได้คัดสรรรายการสินค้าคุณภาพจาก Gourmet Market สาขาต่างๆ มาจำหน่ายที่ร้านค้าแห่งนี้  เพื่อให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ -ชั้น G และชั้น 2 เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้านไลฟ์สไตล์ และของหวานชั้นนำ ทั้ง KFC, Starbucks, Krispy Kreme, Wacoal, แว่นท็อปเจริญ, Beauty Station, Jamba Juice, Dairy Queen, ชานมไข่มุก CoCo, Olino Crepe & Tea, Stickhouse, ชาผลไม้อันดับหนึ่งของประเทศไต้หวันอย่าง Yi Fang ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย, New York 5th Ave. Deli ร้านแซนด์วิชสไตล์อเมริกันระดับพรีเมี่ยมสาขาแรกในกรุงเทพฯ, ร้านสุกี้ MK, Yayoi, Hachiban Ramen, Ryo Shi ซูชิบาร์, Swensen, Daiso, ตำมั่ว และ Munchy Bar and Restaurant รวมถึงยังมีศูนย์อาหาร ซึ่งรวบรวมสตรีทฟูดชื่อดังจากทั่วกรุงเทพฯ มาให้ได้ลิ้มรสกันอีกด้วย   -ชั้น 3 ประกอบไปด้วยร้านค้าที่เปิดให้บริการด้านสุขภาพและความงาม อย่าง Together Clinic, ร้านทำเล็บ, Jetts Fitness ฟิตเนสเต็มรูปแบบแห่งแรกของย่านเยาวราช เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และ Let’s Relax Spa สปาระดับพรีเมี่ยมแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในย่านเยาวราช ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน “การพัฒนาของยุคสมัยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เยาวราชในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมธุรกิจการค้าที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว” ข้อมูลเพิ่มเติม "แอมไชน่าทาวน์"  
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 4 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 4 เดือนพฤศจิกายน 2562

เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน มีหลากหลายอีเว้นท์ให้ได้เลือกไปเดินชม เดินช้อป เดินชิม สนุกไปกับงานอีเว้นท์ที่เราคัดสรรมาแนะนำกันทุกสัปดาห์ค่ะ   เกาะสวาทหาดทิพย์ Coke HaadThip ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม โคคา-โคลา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงานครั้งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ โดยภายในงานแบ่งเป็น 3 โซน ทั้งฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ซุ้มเกมส์โดนๆ และหลากหลายร้านอาหารชื่อดังจากภาคใต้   วัน เวลา : 23-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00-22.00 น. สถานที่ : Central World   Ocean Marina Pattaya Boat Show 2019 งานแสดงเรือ ไลฟ์สไตล์ และสันทนาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยรูปแบบเต็นท์และผังงานแบบใหม่ที่จะเชิญชวนผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยียนบูธอย่างคับคั่ง มีบูธสินค้ามากกว่า 100 บูธ มีเรือจากแบรนด์เรือยอชท์ชั้นนำของโลกมากมาย มีสินค้าและบริการต่างๆ เกี่ยวกับเรือ รวมถึงของเล่นและอุปกรณ์กีฬาทางน้ำต่างๆ และยังมีบูธจากรถยนต์และมอเตอร์ไซค์แบรนด์หรู โรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ และที่พลาดไม่ได้คืออาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างดีใน Beer Garden ตลอด 4 วัน   วัน เวลา : 21-24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : Ocean Marina Yacht Club Pattaya   Bangkok Hot Rod Custom Show 2019 งานที่รวมนักสร้างรถเบอร์หนึ่งของไทยไว้มากที่สุดของประเทศ กระทบไหล่คนดังของวงการคัสต้อมระดับโลกที่จะมาเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด พร้อมกองทัพรถคัสต้อมไบค์ ฮอทรอท ที่มาจอดโชว์รวมกันในพี้นที่เฉพาะกิจ จากบิวท์เดอร์ทั่วประเทศ จากเหล่านักคัสต้อมทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วประเทศมารวมตัวกันมากที่สุด บัตรผ่านประตู 300 บาท ซื้อได้ที่หน้างาน พร้อมลุ้นรับ Honda Monkey125 Built by Triple 555 มูลค่ากว่า 180,000 บาท   วัน เวลา : 23-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.00–00.00 น. สถานที่ : SHOW DC ARENA   Central Home Expo มหกรรมสินค้าเพื่อคนรักบ้านแห่งปี รวมไอเทมสำหรับบ้านไว้แบบครบครัน แถมมาในราคาลดสนั่น สูงสุดถึง 70% สินค้าซื้อ 1 แถม 1 และยังมีช่วงนาทีทองที่ลดหนักกว่าเดิม ทั้งเครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน อุปกรณ์ห้องน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย   วัน เวลา : 14-24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : BCC Hall เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว   Sports world Expo 2019 มหกรรมลดราคาสินค้ากีฬา ยกขบวนหลากหลายแบรนด์กีฬาดังมาร่วมรายการอาทิ Adidas, Nike, Under Armour, Reebok, Asics, Skechers, Converse, Puma ฯลฯ อีกมากมาย ลดกระหน่ำสูงสุดถึง 70% สินค้า ซื้อ 1 แถม 1 และสินค้านาทีทอง ทุกวัน   วัน เวลา : 15-24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ฮอลล์ 8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 14 แม็คโคร จัดงาน “งานแม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 14 : HoReCa #14” สำหรับผู้ที่หลงใหลการทำอาหารแบบเข้าเส้นและผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ในหลากหลายมิติ เพื่อนำไปสร้างสรรค์และต่อยอดธุรกิจอาหาร จากวัตถุดิบคุณภาพปลอดภัย ภายในงานมีพันธมิตรทางธุรกิจของแม็คโคร ทั้งรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ ขนทัพสินค้ามาร่วมออกบูทจัดโปรโมชั่นแรง แซงทุกรายการ และกิจกรรมเวิร์คช็อป สร้างสรรค์ไอเดียล้ำทำได้จริง ต่อยอดธุรกิจให้รุ่งโรจน์ตลอดการจัดงาน   วัน เวลา : 21-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00-19.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 6-7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 ยลโฉมพรมเปอร์เซียของสะสมล้ำค่า กว่า 30 ผืน มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท ในธีม Persian Carpet and Your Lifestyle เนรมิตห้องต่างๆ ภายในบ้านให้กลายเป็นมุมโปรดด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวของพรมเปอร์เซีย เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน กว่า 30 ผืน ภายในงานยังเปิดจำหน่ายพรมเปอร์เซียหายากผืนสวยหลากแบบหลายสีให้กับนักสะสมทั้งรุ่นใหม่และ รุ่นเก๋าได้เลือกจับจองอีกด้วย   วัน เวลา : 17 ตุลาคม – 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 – 22.00 น. สถานที่ : ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก   รักเหมา Fest 2019 งานรวมตัวผู้รับเหมาและชาวก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้มาพบปะ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่กำลังมองหาผู้รับเหมาหรือสินค้าวัสดุก่อสร้างอย่างครบครัน มีโซนพิเศษ “Business Connection” ที่เต็มไปด้วยเหล่าบรรดา ผู้รับเหมามากคุณภาพมากมาย ที่จะมาให้คำปรึกษา งานนี้เข้าชมฟรี! แต่สำหรับงานสัมมนาพิเศษที่เชิญ Speaker ผู้ที่มีผลงานด้านออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลกต่างๆ มากมาย จะต้องเสียค่าบัตร 599 บาท   วัน เวลา : 22-23 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00-18.00 น. สถานที่ : แอร์พอร์ตลิ้ง มักกะสัน ซื้อบัตรที่ zipeventapp   Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019 สยามพารากอนชวนผู้ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพมหานคร หรือผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศทำเลดีบนเกาะภูเก็ต กระบี่ และหัวหิน มาเลือกชมโครงการระดับมาสเตอร์พีซด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.69 ล้านบาท และราคาสูงสุด 191 ล้านบาท พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ   วัน เวลา : 14-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11:00 - 21:00 น. สถานที่ : แฟชั่น ฮอลล์ และ แฟชั่น แกลเลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน   Seize the Day Coffee Salon: จิบกาแฟเล่าเรื่องเมืองเจริญกรุง มาร่วมเรียนรู้ พูดคุยถึงประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของถนนเจริญกรุง ถนนลาดยางแบบตะวันตกสายแรกของประเทศไทย ที่มาพร้อมกับความเจริญรุ่งเรืองจากกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติ มารู้จักและเข้าใจพื้นที่ต้นกำเนิดความเจริญของกรุงเทพฯ ที่เปรียบเสมือนย่านสร้างสรรค์แห่งแรกของสยามประเทศ กับวิทยากรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับถนนเจริญกรุงเป็นอย่างดี งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย   วัน เวลา : 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14:00 - 17:00 น. สถานที่ : TCDC Bangkok   EastVille Little Dog Market รวมพลคนรักน้องหมา มาช้อปสินค้าของใช้ เครื่องประดับ สำหรับน้องสุนัข พร้อมบริการตรวจสุขภาพน้อง   วัน เวลา : 21-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10:30 - 21:00 น. สถานที่ : ชั้น 1 CentralFestival EastVille    
รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562

รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562

รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด ปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ยังมีโปรโมชั่นจากหลาย Developer โดยเฉพาะโครงการพร้อมอยู่ให้ได้เข้าไปชมสถานที่จริงก่อนตัดสินใจคว้าราคาดีๆ และยังมีโครงการเปิดตัวใหม่ที่กำลังจะเปิดขายเป็นครั้งแรกในช่วงนี้เช่นกันค่ะ       THE ORIGIN Phahol-Saphanmai เปิดจองครั้งแรก THE ORIGIN Phahol-Saphanmai คอนโดใหม่ บนทำเลฮอต รถไฟฟ้า สายสีเขียว สถานีสายหยุด 23 พ.ย.นี้ เปิดจองครั้งแรก ราคา เริ่ม 1.49 ล้าน ลงทะเบียนจองสิทธิ์ ส่วนลด 200,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม THE ORIGIN Phahol-Saphanmai The Tree Victory Monument เปิดรอบ VVIP DAY คอนโดตัวล่าสุดจากพฤกษา ใกล้ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ ห้องเพดานสูง 4.9 เมตร ทุกยูนิต Facility ส่วนกลางบนชั้นRooftop Skyline ต่อเนื่องกันถึง 6 ชั้น เปิดรอบ VVIP DAY ในวันที่ 23-24 พ.ย. นี้ Exclusive Offer รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท จองภายในงานรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ธนาสิริ กรุ๊ปจัดโปรโมชั่นพิเศษ ในงาน Hello winter ธนาสิริได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ในงาน Hello winter หนาวนี้ต้องรีบจอง แถมฟรี ! แอร์ทั้งหลัง เมื่อจองบ้านพร้อมอยู่ในโครงการที่สนใจ พร้อมรับของแถมเพิ่มสูงสุด 10 รายการ  โดยมีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ในทำเลใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วนและห้างสรรพสินค้า ชั้นนำ ในราคาเริ่มต้น 2.59-13.9 ล้านบาท  โดย 5 โครงการบ้านคุณภาพในเครือธนาสิริ กรุ๊ปที่นำมาร่วมรายการ ได้แก่ ธนาฮาบิแทต ปิ่นเกล้า-สิรินธร, ธนาคลัสเตอร์ ราชพฤกษ์, ธนาคลัสเตอร์ เวสต์เกต, ธนาซิโอ รัตนาธิเบศร์, สิริวิลเลจ อุดรธานี-แอร์พอร์ต Rich Point @BTS วุฒากาศ จัดงาน Pre-sale Rich Point @BTS วุฒากาศ คอนโดใหม่ทำเลคุณภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 0 เมตร จากรถไฟฟ้า BTS วุฒากาศ เริ่ม 1.99 ลบ.* เตรียมจัดงาน Pre-sale จองสิทธิ์ก่อนเพียง 5,000 บาท* รับส่วนลดสูงสุดทันที 300,000 บาท* ได้เลือกแบบ เลือกห้อง เลือกชั้น ก่อนใคร เปิดจอง 30 พ.ย. นี้ LPN โปรส่งท้ายปี ดีลปิดไตรมาส จัดเต็มทั้งลด ทั้งแถม ทุกโครงการพร้อมอยู่   คอนโดมิเนียม ลุมพินี วิลล์ พระนั่งเกล้า–ริเวอร์วิว พิเศษ 999,000 บาท* ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว 2 พิเศษ 1.23 ล้าน* ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่ง สเตชั่น (2) พิเศษ 1.36 ล้าน* ลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์–บางแวก พิเศษ 1.24 ล้าน* ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2 พิเศษ 1.29 ล้าน* ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 พิเศษ 945,000 บาท* ลุมพินี เพลส รัชดา–สาธุ พิเศษ 2.78 ล้าน* ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 (2) พิเศษ 1.19 ล้าน* ลุมพินี พาร์ค พหล 32 พิเศษ 2.59 ล้าน* ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี–จตุจักร พิเศษ 2.19 ล้าน* ลุมพินี สวีท เพชรบุรี–มักกะสัน พิเศษ 2.99 ล้าน* ลุมพินี สวีท ดินแดง–ราชปรารภ พิเศษ 2.79 ล้าน* ลุมพินี ซีเล็คเต็ด สุทธิสาร–สะพานควาย พิเศษ 2.99 ล้าน* ลุมพินี พาร์คบีช ชะอำ 2 พิเศษ 2.55 ล้าน* ลุมพินี ซีวิว ชะอำ (B) พิเศษ 1.02 ล้าน* ลุมพินี พาร์คบีช จอมทียน พิเศษ 2.83 ล้าน* ลุมพินี วิลล์ นาเกลือ–วงศ์อมาตย์ พิเศษ 1.90 ล้าน*   บ้าน บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ลาดปลาดุก–บางไผ่สเตชั่น พิเศษ 1.99 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ รังสิต-คลอง 2 เฟส 1 พิเศษ 1.89 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ รังสิต-คลอง 2 เฟส 2 พิเศษ 1.20 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ เพิ่มสิน–วัชรพล พิเศษ 2.79 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า เฟส 2.1 พิเศษ 2.79 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า เฟส 2.2 พิเศษ 4.79 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์พาร์ค ท่าข้าม-พระราม 2 พิเศษ 2.90 - 5.39 ล้าน* บ้านลุมพินี ทาวน์เพลส พระราม 2–ท่าข้าม พิเศษ 5.89 ล้าน* บ้านลุมพินี สวนหลวง ร.๙ พิเศษ 11.00 ล้าน* อนันดา โปรเหนือโปร 6 คอนโดพร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า ฟรีโอน จดจำนอง ทุกราคา ทุกยูนิต เริ่ม 1.59-2.69 ล้านบาท วันที่ 23-24 พ.ย. นี้ ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ-แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง-อินเตอร์เชนจ์ ไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่ ไอดีโอ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ ไอดีโอ โอทู เอลลิโอ เดล มอสส์ พหลโยธิน 34 เสนา ให้ก่อนมาตรการรัฐ คืนค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง เสนา ดีลดี จอง 999 บาท รับเลย samsung galaxy note 10* และยังได้คืนค่าธรรมเนียมโอน 1% และค่าจดจำนอง 1% ทั้งบ้านและคอนโด 21 โครงการพร้อมอยู่ 26 ต.ค.-31 ธ.ค. 62 MAVISTA เปิดบ้านตัวอย่างหลังใหม่ ลดสูงสุด 5,000,000 บาท MAVISTA Krungthep Kreetha บ้านเดี่ยวสุดหรู พร้อมเข้าอยู่  ฉลองเปิดบ้านตัวอย่างหลังใหม่ 5 หลังสุดท้ายก่อนปิดโครงการ รับส่วนลดสูงสุด 5,000,000 บาท* เริ่มต้น 90 ล้านบาท* วันนี้-30 พ.ย. นี้ บ้านหลังแรก พร้อมโอน รับ 3 สิทธิ์ ตอบรับมาตรการรัฐ บ้าน ทาวน์โฮม คอนโด บ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 5 ล้าน พร้อมโอนภายในปีนี้ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดอีก 200,000 บาท*    บ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ได้สิทธิ์ลดค่าโอน และจดจำนอง และสามารถใช้สิทธิ์ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท* จากโครงการดังนี้   Villaggio รังสิต - คลอง 2 ราคาเริ่มต้น 3.3 ล้านบาท Indy รังสิต – คลอง2 ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท ชัยพฤกษ์ ศรีนครินทร์ ราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท Villaggio บางนา – เทพารักษ์  ราคาเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท Villaggio ศรีนครินทร์ – บางนา  ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท Villaggio บางนา ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท Indy 2 ศรีนครินทร์ ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท Villaggio 2 พระราม 2 ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท Villaggio ประชาอุทิศ 90 ราคาเริ่มต้น 3.6 ล้านบาท Villaggio เพชรเกษม – สาย4 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท Indy ประชาอุทิศ 90 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท พฤกษ์ลดา วงแหวน – หทัยราษฏร์ราคาเริ่มต้น 4.7 ล้านบาท The Key สาทร – เจริญราษฎร์ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท Villaggio เกาะเรียนราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท Indy อยุธยา ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท โปรแรงแห่งปี จาก Goldenland โกลเด้น ทาวน์ เพชรเกษม-พุทธมณฑลสาย 3 ทาวน์โฮมโครงการใหม่ สุดยอดทำเลทอง 2 กิโล ถึงรถไฟฟ้า ติดถนนใหญ่+ใกล้เดอะมอลล์ มาพร้อมฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ อลังการสโมสร+โรงหนังส่วนตัว พร้อมสวนสวยรอบโครงการ ราคาพิเศษ เริ่ม 2.39 ล้าน* วันที่ 16-24 พ.ย. นี้ The Vision ลาดพร้าว – นวมินทร์ เปิดจองครั้งแรก เปิดบ้านดีไซน์ใหม่ ใหญ่ทุกห้องนอน ทำเลทองย่านลาดพร้าว-นวมินทร์ บ้านใหม่ดีไซน์หรู Vision Smart เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. นี้ รับส่วนลดสูงสุด 350,000 บ.* ราคาเริ่มต้น 2.59 ลบ.*       
บ้านกับรถ ซื้ออะไรก่อนดี ?

บ้านกับรถ ซื้ออะไรก่อนดี ?

เป้าหมายของชีวิตใครหลายๆ คนหลังจากเรียนจบคืออะไรครับ? ส่วนมากแล้วก็จะเป็นการที่มีรถและบ้านเป็นของตัวเอง หรือการเก็บเงินเริ่มสร้างครอบครัว แต่ไม่ว่าจะมีเป้าหมายอะไรก็ตาม เรื่องของราคาก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะยุคนี้จะซื้อด้วยเงินสด หรือใช้เงินเก็บล้วนๆ ก็คงยากสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา  ลองมาดูกันว่า เราควรจะวางแผนระหว่างซื้อรถกับซื้อบ้าน ถ้าต้องเลือกจะซื้ออะไรก่อนดี?? สำรวจความพร้อมของตัวเองในการกู้เงิน เริ่มจากดูรายรับกับรายจ่ายของเราในปัจจุบัน แล้วนำมาเปรียบเทียบกับความสามารถที่เราจะชำระเงินได้ โดยพิจารณาจาก 2 ส่วนหลักๆ   เงินดาวน์ เงินกู้ยืม ดอกเบี้ย ต้องนำมาคำนวณให้ดีในระยะยาวตามข้อกำหนดเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสถาบันที่เราจะยื่นกู้ ซึ่งการผ่อนชำระนั้น เงินกู้ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ เช่น เรามีเงินเดือน 30,000 บาท เราจะมีความสามารถในการชำระเงินกู้ได้เดือนละ 12,000 บาท เป็นต้น และอย่าลืมภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินอื่นๆ ที่มีอยู่ก็ต้องเอามาคำนวณด้วยเช่นกัน   ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ไม่ว่าจะรถหรือบ้านก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระหว่างที่เราผ่อนไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าซ่อมรถ ค่าน้ำมัน ค่าประกันรถยนต์ หรือค่าส่วนกลางของที่อยู่อาศัย ค่าบำรุงรักษาต่างๆ เหล่านี้อย่าลืมนำมาคิดเป็นรายจ่ายต่อเดือนด้วยนะครับ   ต้องเลือกซื้ออันไหนก่อนระหว่าง บ้าน หรือ รถ? ความจำเป็น เหตุผลนี้เป็นปัจจัยส่วนบุคคลเลยครับ บางคนอาศัยอยู่บ้านเดิมกับครอบครัวไม่มีแผนจะแต่งงาน หรือบ้านอยู่ไกล เดินทางไม่สะดวก ก็อาจจะต้องพิจารณาการซื้อรถ บางคนมีที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานอยู่แล้ว มีการวางแผนแต่งงาน ก็อาจจะพิจารณาซื้อบ้านก่อน เป็นต้น   วิถีชีวิต อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องลองสังเกตตัวเอง เช่น หากเราต้องทำงานที่ต้องใช้รถเดินทางตลอดเวลา อย่างเช่น อาชีพเซลที่ต้องเดินทางติดต่อลูกค้า การตัดสินใจซื้อรถเพื่อประโยชน์ในการเดินทางเพื่อสร้างรายได้ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ถ้าการเดินทางระหว่างบ้านกับที่ทำงานสะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะอยู่แล้ว ก็อาจจะพิจารณาซื้อบ้านก่อน แต่อย่าลืมการวางแผนระยะยาวไว้ด้วย เพราะเราทุกคนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนงานได้อยู่เสมอ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม   การลงทุนทางการเงิน ในการกู้เงินซื้อบ้านหรือรถให้คิดว่าเป็นการลงทุนทางการเงิน เพราะบางคนอาจมีรายได้จากรถยนต์ได้ เช่น ค้าขาย หรือใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ถ้าลองรวมกับค่าเสื่อมแล้วคุ้มค่าก็แนะนำให้พิจารณาการซื้อรถก่อน แต่ถ้าหากการซื้อรถนั้นไม่สามารถเพิ่มรายได้ หรือลดภาระทางการเงินได้ ในทางกลับกันมีแต่จะเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การซื้อบ้านก่อนก็อาจมีผลดีกว่า เนื่องจากในแต่ละปีที่ผ่านไปมูลค่าของบ้านมักจะเพิ่มสูงขึ้น แต่รถยนต์กลับมีราคาลดลง   มองการณ์ให้ไกล สุดท้ายก็ต้องดูเรื่องของรายรับ-รายจ่ายของเราเป็นหลักแล้ว จะต้องมองไปไกลถึงอนาคตข้างหน้าถึงความจำเป็นของเราให้มากที่สุด แล้วคุณจะมีทั้งรถทั้งบ้าน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะผ่อนกันหัวโต หรือต้องประสบปัญหาทางการเงิน     ไม่ว่าจะตัดสินใจซื้ออะไรก่อนระหว่างรถยนต์กับบ้าน ก็ควรคิดให้รอบด้านทั้งในปัจจุบันไปจนถึงอนาคต เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นรวมแล้วจำนวนไม่น้อยเลย และถ้าตัดสินใจเลือกซื้อได้แล้ว ในครั้งหน้าเราจะนำเทคนิคการผ่อนให้หมดเร็วๆ มาฝากกัน อย่าลืมติดตามในสัปดาห์หน้านะครับ    
คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 
สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงทำเลที่สุดแสนจะร้อนแรง จน Developer ค่ายใหญ่ต่างพร้อมใจกันกระโดดลงไปเล่นช่วงชิงตลาดกันให้คึกโครมจนเกิดนิยามใหม่ขึ้นมาสำหรับย่านนี้โดยเฉพาะนั่นคือ NEW CBD แน่นอนว่าเรากำลังเอ่ยถึงย่านพระราม 9 โดยเฉพาะช่วงสี่แยกพระราม 9    ศักยภาพของทำเลที่ได้ขึ้นชื่อกันว่าเป็น New CBD แน่นอนว่าต้องมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นแหล่งงานของหลายบริษัทชั้นนำบนอาคารออฟฟิศเกรดเอ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เกต สถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานฑูต เป็นต้น และเรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ภาพรวมก็คือย่านที่เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ    ทุกวันนี้ถ้าผ่านไปแถวสี่แยกพระราม 9 ไม่ว่าจะบนถนนหรือทางด่วนก็จะเห็นคอนโดหลายๆ โครงการก่อสร้างขึ้นเป็นรูปเป็นร่างให้เราได้เห็นกันจนแทบแยกไม่ออกว่า อาคารไหนคือโครงการอะไร เพราะความที่ใกล้กันมากเหลือเกินค่ะ ซึ่งคอนโดแบรนด์ที่เราจะพามาอัพเดทกันมีความน่าสนใจมากค่ะ เพราะในโซนใกล้เคียงกัน AP (Thailand) ยกมาถึง 3 โครงการด้วยกัน นั่นคือ Life แบรนด์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ให้ดียิ่งกว่าที่เคย หากใครที่ลองติดตามแบรนด์ Life ก็จะเห็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับแบรนด์ RHYTHM อีก 2 โครงการในละแวกเดียวกันนะคะ แสดงว่าทาง AP (Thailand) รวมถึงค่ายอื่น ก็ต้องมั่นใจในศักยภาพของทำเลนี้มาก ถึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการแข่งขันกันดุเดือดตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดโครงการ และเชื่อว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปที่จะเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการใหม่ๆ ก็จะยิ่งมีโปรโมชั่นออกมาอย่างน่าสนใจ        Life Asoke-Rama 9  ถ้าเราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีพระราม 9 แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 มาจากฝั่งฟอร์จูนทาวน์ ประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับ Life Asoke-Rama 9 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2560 เป็น High-Rise 2 อาคาร สูง 42 กับ 45 ชั้น รวม 2,248 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 25 – 58 ตร.ม. พื้นที่โครงการ 8-3-11 ไร่ ขายแบบ Fully Fitted โดยการวางผังยูนิตของ Life Asoke-Rama 9 จะใช้เทคนิค New Interlocked Layout ทำให้ได้ห้องหน้ากว้างมากขึ้นถึง 5-7 เมตร เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และได้ห้องครัวปิด        โครงการนี้โดดเด่นตรงที่พื้นที่ส่วนกลางบน Rooftop รวมกว่า 1.5 ไร่ เป็นสะพาน Sky Bridge เชื่อมต่อระหว่างสองอาคาร ยังไม่รวมส่วนกลางชั้นอื่นๆ ซึ่งถ้ารวมกันทั้งโครงการแล้วก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 7.5 ไร่เลยทีเดียว ส่วน Facilities อื่นๆ ที่น่าสนใจก็จะมี 24-HOUR CONNECTED WORLD สามารถเชื่อมต่อ Wi-fi ในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุด รองรับกับพื้นที่ Co-working Space ที่ถูกแบ่งตามการใช้งานจริงไม่ว่าจะทำงานคนเดียวหรือมีการนัดประชุม   ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวโปรโหมดกันอยู่ที่ 2.75 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวออกมาว่าสามารถปิดยอดขายได้ประมาณ 90% ไปได้พร้อมๆ กับตัว Life One Wireless กับ Life Ladprao ที่เปิดตัวในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ส่งผลไม่น้อยกับให้ยอดขายรวมในปี 2560 ของ AP (Thailand) ทำสถิติเติบโต 85% ทะลุเป้าถล่มทลาย โดยปัจจุบันซื้อ-ขายกันที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.8 ล้านบาทขึ้นไป และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์กันในปีหน้า ซึ่งใกล้จะ Sold Out เต็มที      Life Asoke Hype  ตัวนี้เปิดตัวพร้อมๆ กันกับ Life Ladprao Valley ซึ่งออกตัวมาว่าถ้าซื้อเพื่อลงทุนจะคุ้มค่าแค่นอน ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5 – 6% ประกอบกับทำเลย่านนี้ก็มีชาวเอเชียมาอาศัยอยู่ไม่น้อย เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น โดย Life Asoke Hype เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องของ Life Asoke-Rama 9 เพราะที่ดินใกล้เคียงกันมาก ใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันตรงฝั่งถ.อโศก-ดินแดง แต่ตัวนี้จะสามารถเข้า-ออกทางฝั่งถ.จตุรทิศ เป็นหลักได้ด้วย      Life Asoke Hype เป็น High Rise สูง 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop Studio-2 Bedroom ขนาด 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ และมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรก โดยโครงการนี้จะโดดเด่นด้านงานดีไซน์ ที่ออกแบบด้วยการใช้สีแดงเข้มมาแต่งแต้มเพิ่มมิติให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบที่ถ้าอาคารสร้างเสร็จ มองมาปุ๊บก็รู้ทันที่ว่านี่คือ Life Asoke Hype ประกอบกับวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาทำให้ มีความ Unique โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเป็นตัวของตัวเอง ขณะที่ Facilities เองก็ยังคงตอบรับกับกลุ่มคนยุคใหม่เช่นเดียวกัน อย่างการมีปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi ส่วนสระว่ายน้ำก็มีมาให้ถึง 2 สระ ที่ชั้น 7 ยาว 30 เมตร ชั้น 40 L-Shape Sky Pool และฟิตเนสถึง 2 ชั้น  บนชั้น Roof Top เชื่อมด้วยสะพานพื้นกระจกใส เรียกได้ว่าพัฒนาให้ดูทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น      ราคาเปิดตัว 2.89 ล้านบาท ปัจจุบันราคาเริ่มต้น 1 Bedroom ราคา 3.99 ล้าน กำหนดสร้างเสร็จประมาณปี 2564       Life Asoke โครงการนี้จะอยู่ห่างจากสี่แยกพระราม 9 ออกมาสักหน่อยค่ะ แต่จะอยู่ติดกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน โดยมีสะพานเชื่อมเดินเข้าสถานีได้เลย และยังเป็นจุด Interchang กับ MRT เพชรบุรี รวมถึงใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช ด่านอโศก Life Asoke จึงถือว่ามีความโดดเด่นในด้านของทำเลการเดินทางอย่างมาก            Life Asoke คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1,642 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 24–54 ตร.ม. บนพื้นที่ 6-2-85 ไร่ แม้ปัจจุบันจะ Sold Out เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยทำเลทำให้กลายเป็นคอนโดที่ปล่อยเช่าต่างชาติได้ค่อนข้างดีทีเดียว ราคารีเซลที่ตามหากันได้ตอนนี้จะเริ่มต้นประมาณ 4.6 ล้านาท            
[PR NEWS] มหาจักรเปิดตัว Wisdom Audio : The Sound of Modern  Living  เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์

[PR NEWS] มหาจักรเปิดตัว Wisdom Audio : The Sound of Modern Living เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์สินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม ในอุตสาหกรรมเครื่องเสียง นำโดย คุณกิตติศักดิ์ กาญจนชัยภูมิ ผู้อำนวยการฝ่าย Consumer ร่วมกับ มร.ลุค กรี-ยม กรรมการผู้จัดการ จาก Wisdom Audio แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา จัดงานเปิดตัว “Wisdom The Sound of Modern Living” ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ของความบันเทิงระดับไฮเอนด์ จาก Wisdom Audio ณ M-Hall อาคารมหาจักร พร้อมตอบโจทย์ทุกการออกแบบภายในและฟังก์ชันการใช้งานภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ สู่ขวัญ บูลกุล, วสุ วิรัชศิลป์, วริษฐา พรหมมาสา และบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ เข้าร่วมงาน ณ M-Hall อาคารมหาจักรกรุงเทพฯ   มร.ลุค กรี-ยม กรรมการผู้จัดการ จาก บริษัท Wisdom Audio Corporation จำกัด กล่าวว่า “Wisdom Audio เป็นแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านซาวน์ เอ็นจิเนียร์ สถาปนิก นักออกแบบภายใน และวิศวกรชื่อดังระดับโลก เพื่อให้คุณได้สัมผัสถึงขีดสุดของความสมบูรณ์แบบด้านความบันเทิงอย่างใกล้ชิด ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยได้ยินที่โรงภาพยนต์ทั่วไป แต่คุณจะได้ยินที่นี่”   นายกิตติศักดิ์ กาญจนชัยภูมิ ผู้อำนวยการฝ่าย Consumer บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ได้รับความไว้วางใจ จากแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย เพื่อต้องการให้กลุ่มลูกค้าที่รักในเสียงเพลงและชื่นชอบกับการชมภาพยนตร์ ได้สัมผัสกับประสบการณ์พลังเสียงที่สมจริง ได้อรรถรสความบันเทิงระดับไฮเอนด์ที่เหนือกว่าโรงภาพยนตร์ทั่วไป พร้อมตอบโจทย์กับทุกการออกแบบทั้งภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งเราวางกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่ต้องการ Customize เพื่อให้เข้ากับ Personalize ของลูกค้าแต่ละคน” ด้วยระบบเสียงที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเอกลักษณ์เฉพาะของ Wisdom Audio ที่ใช้เทคโนโลยี Planar Magnetic Driver เป็นเทคโนโลยีเฉพาะ ที่แบรนด์ Wisdom Audio ได้ประดิษฐ์ขึ้นมา ซึ่งมีน้ำหนักเบา ต่างจาก Driver ทั่วไป ช่วยให้เสียงที่ส่งออกมามีคุณภาพสูง และให้เสียงที่ธรรมชาติสมจริง เพิ่มอรรถรสในทุกไลฟ์สไตล์ต่อการใช้งาน ทั้งฟังเพลงและชมภาพยนตร์ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความบันเทิงเหนือขีดจำกัด โดยพลังเสียงสุดยอดจากชุดเครื่องเสียง Wisdom 2 Channel และ Wisdom Atmos 9.4.4 Channel ซึ่งเป็นระบบเสียง Surround 9.4.4 Channel ตัวแรกของประเทศไทย มาพร้อมกับ Power Amp, System Controller, Decoder และ Speaker เพื่อการสร้างประสบการณ์เสียงเหนือระดับในแบบทุกทิศทาง 360 องศาอย่างลงตัว ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุ Aluminum-Airplane Grade คุณภาพพรีเมียมระดับโลก ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง คงทน ทันสมัยและหรูหราไปพร้อมกัน เพื่อให้เครื่องเสียงสุด Luxury เป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่นที่ชูให้บ้านของคุณดูมีระดับกว่าที่เคยเป็นมา  
30 สวนสาธารณะ ลอยกระทง 62

30 สวนสาธารณะ ลอยกระทง 62

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กำหนดเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่ง เพื่อให้ประชาชนพาครอบครัวเข้าไปลอยกระทง ได้แก่ 1. สวนลุมพินี เขตปทุมวัน 2. สวนจตุจักร เขตจตุจักร 3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร 4. สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 5. สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 6. สวนสราญรมย์ เขตพระนคร 7. สวนรมณีนาถ เขตพระนคร 8. สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร 9. สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 10. สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 11. สวนนวมินทร์ภิรมย์ เขตบึงกุ่ม 12. สวนหนองจอก เขตหนองจอก 13. อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย 14. สวนน้ำบึงกระเทียม เขตมีนบุรี 15. สวนพระยาภิรมย์ เขตมีนบุรี 16. สวนวารีภิรมย์ เขตคลองสามวา 17. สวนราษฎร์ภิรมย์ เขตหนองจอก 18. สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม 19. สวนสันติภาพ เขตราชเทวี 20. สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน 21. สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 22. สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร เขตประเวศ 23. สวนวนธรรม เขตประเวศ 24. สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 25. สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด 26. สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว 27. สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ เขตบางกอกน้อย 28. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตบางกอกน้อย 29. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตสาทร 30. สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค *ส่วนสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนหลวง ร.9 ไม่เปิดให้ประชาชนไปลอยกระทง   เพื่อความปลอดภัย ห้ามจุด ปล่อย และจำน่ายโคมลอย บั้งไฟ โคมไฟ โคมควัน ประทัด พลุ รวมถึงกระทง สินค้า อาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ภายในสวนสาธารณะอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
1 ปี การเดินทาง “ไอคอนสยาม” กับความสำเร็จใน 7 สิ่งมหัศจรรย์

1 ปี การเดินทาง “ไอคอนสยาม” กับความสำเร็จใน 7 สิ่งมหัศจรรย์

วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา คือ วันครบรอบ 1 ปี ของการเปิดให้บริการ “ไอคอนสยาม” อภิมหาโปรเจ็กต์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ของ 3 บริษัทระดับบิ๊ก ที่ร่วมกันปั้นโปรเจ็กต์นี้ขึ้น ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์  และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดิเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 55,000 ล้านบาท กับระยะเวลาการพัฒนาในระยะเวลา 5 ปี ​ เนรมิตโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้สำเร็จ   ย้อนหลังไป 7 ปีก่อน นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม  ได้ประกาศวิสัยทัศน์ไว้เมื่อว่าจะต้องพัฒนาโครงการให้สำเร็จ  พร้อมกับสร้างให้ไอคอนสยามเป็น Game Changer Destination ที่สามารถสร้างศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวกลางเมืองของกรุงเทพฯ อยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรีได้สำเร็จ   โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา คงเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จดังกล่าว ได้เป็นอย่างดี และบริษัทได้ทำภารกิจสำคัญตามวิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้สำเร็จลุล่วงแล้วทุกประการ  ที่สำคัญโครงการไอคอนสยาม เป็นโครงการของบริษัทคนไทยสามารถดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านการลงทุนเปิดธุรกิจร้านต่างๆ ในโครงการ เป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น Apple Store สาขาแรกในประเทศไทย และ Luxury Brands ต่างๆ ที่แม้จะเปิดในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ก็ให้ความเชื่อมั่นและเปิดอีกสาขาระดับแฟล็กชิฟสโตร์ในไอคอนสยามได้ “เวลาผ่านพ้นมา 1 ปี  หลายร้านมีผลประกอบการที่ดี  และหลายร้านมียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากสาขาสยามพารากอน”   นอกจากนี้ ไอคอนสยาม ยังสามารถสร้างสิ่งที่ถือว่าเป็น “ไฮไลท์” ของโครงการ แถมเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว นักช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ  กับการสร้าง 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม ที่ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ  โครงการระดับบิ๊กเช่นนี้ (แม้จะมีสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างไม่แล้วเสร็จ แต่ไม่ได้เริ่มต้นพัฒนาขึ้นแล้ว) 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม ประกอบด้วย 1.สุขสยาม พื้นที่รวบรวม Local Heroes ศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในทุกมุมประเทศ ให้ได้มีโอกาสเข้ามาค้าขายในไอคอนสยาม ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา สุขสยามได้ดึงดูดผู้คนเข้ามาที่สุขสยามไม่ต่ำกว่า 50,000 – 70,000 คนต่อวัน  ยิ่งไปกว่านั้นผู้ประกอบการหลายรายได้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวจนได้มีโอกาสไปทำธุรกิจในต่างประเทศแล้วอีกด้วย 2.ริเวอร์ พาร์ค จากปณิธานของไอคอนสยามในการอุทิศพื้นที่ในโครงการขนาดใหญ่ 10 ไร่ ให้เป็น Community Space วันนี้ริเวิอร์พาร์คได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ชุมชนสามารถมาใช้ประโยชน์ได้เสมือนเป็นระเบียงหน้าบ้าน  มีการใช้พื้นที่ในการจัดประเพณีไทย 12 เดือน เต็มตลอดทุกเดือน เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาทิ ประติมากรรมเทียนพรรษายักษ์ที่เดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานีเข้าสู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก กลายเป็น world class destination ที่สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศและทั่วโลก 3.การแสดงระบำสายน้ำ แสง สี เสียง มัลติมีเดีย การแสดงที่ยาวและยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้พิสูจน์ความสำเร็จแล้ว ในการทำให้แม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็น New Global Destination ด้วยการมี World Class Attraction ที่ทรงพลัง ซึ่งนอกเหนือจากการดึงดูดผู้คนให้มาชมการแสดงได้อย่างล้นหลามแล้ว ล่าสุดการแสดงระบำสายน้ำ แสง สี เสียง มัลติมีเดีย ของไอคอนสยาม ยังได้รับคัดเลือกให้ได้รางวัลชนะเลิศ รางวัล Gold Stevie Award 2019 สาขา Art, Entertainment & Public - Art Event จาก The International Business Awards การประกวดธุรกิจนานาชาติประจำปี 2019 บนเวทีระดับโลก 4.ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย บนชั้น 7 ด้วยความจุขนาด 2,700  ที่นั่ง  รองรับการจัดงานประชุม ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และสามารถรองรับโชว์ต่างๆ ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศได้ซึ่งจะจุดประกายให้กับอุตสาหกรรม MICE และทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของการประชุมนานาชาติและการแสดงระดับชั้นนำของโลก 5.ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก พื้นที่ศิลปะและพิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย โดยได้เปิดเฟสแรก ‘ไอคอนสยาม อาร์ท สเปซ’ เมื่อเดือนกันยายนศกนี้ พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยทุกแขนงตั้งแต่ศิลปินรุ่นใหม่ ศิลปินท้องถิ่น ไปจนถึงศิลปินระดับชาติใช้แสดงผลงาน โดยงานแรก กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” งานแสดงผลงานจากประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ของศิลปินทั่วประเทศ ภายใน 1 เดือนถึงวันนี้มีผู้ชมงานมากถึง 100,000 คน   หลังจากนี้จะเปิดเฟสสองคือ ‘ริเวอร์ มิวเซียม ฮอลล์’ จะเป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงงานสำคัญจากทั่วโลก และการร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลก และส่วนสุดท้ายคือ ‘ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก’ ซึ่งจะเป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทยจะเปิดให้บริการปลายปี 2563 ทั้งหมดนี้จะทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นจุดศูนย์กลางวงการศิลปะโลกอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 6.รถไฟฟ้าสายสีทอง ระบบคมนาคมขนส่งทางราง ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านถนนเจริญนครไปสิ้นสุดที่โรงพยาบาลตากสินรวม 3 สถานี และในอนาคตจะเป็น Feeder Line ที่เชื่อมเข้ากับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้กลางปี 2563   รถไฟฟ้าสายสีทอง จะเป็นรถไฟฟ้าสายแรกในประเทศไทยที่เปิดเดินรถโดยใช้ระบบ AGT (Automated Guideway Transit) ทำให้ก่อสร้างบนพื้นที่จำกัดได้ จึงไม่ต้องเวนคืนที่ดินของประชาชน อีกทั้งการเดินรถระบบนี้มีน้ำหนักเบา ส่งผลให้สามารถใช้โครงสร้างเสาขนาดเล็กกว่าระบบเดิม นอกจากนั้นตัวรถเป็นระบบล้อยาง ทำให้เวลาเดินรถเสียงจะเงียบกว่ารถไฟฟ้าแบบเดิม ลดผลกระทบด้านเสียง และ AGT ยังเป็นระบบเดินรถแบบไร้คนขับ (Driverless) ที่จะถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเมืองไทย ควบคุมการเดินรถด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะควบคุมระยะเวลาในการเดินรถได้อย่างแม่นยำและมีความปลอดภัยสูง 7.ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทย  จากศิลปินไทยระดับอาจารย์ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินท้องถิ่นจากทั่วประเทศไทย และรวมถึงผลงานสร้างสรรค์โดยศิลปินต่างชาติ ได้แสดงความสามารถและผลงานสร้างสรรค์ทางศิลปะซึ่งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งโครงการกว่า 100 ชิ้น หรือแม้กระทั่งในร้านค้าต่างๆ เป็นการสนับสนุนผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินและช่างฝีมือไทยเหล่านั้นให้ได้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาโลก และจะยังมีเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอด 1 ปีของการเปิดดำเนินการ  โครงการไอคอนสยามยังได้รางวัลจากเวทีต่างๆ ทั่วโลก มาเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จอีกมากายหลายรางวัล อาทิ  การได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัล ‘ออกแบบดีที่สุดในโลก’ จากสภาการค้าปลีกโลก (World Retail Congress) และคว้ารางวัลชนะเลิศสูงสุดด้าน ‘การออกแบบที่ดีที่สุด’ จากสมาคมศูนย์การค้าโลก (International Council of Shopping Centers – ICSC) ถือเป็น 1 ปี ของเส้นทางความสำเร็จที่สวยงามจริงๆ   ข้อมูลเพิ่มเติม ไอคอนสยาม
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์นี้หลายคนต่างก็รอคอยอีกหนึ่งเทศกาลที่เป็นหนึ่งในประเพณีประจำปี นั่นคือ ลอยกระทง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 แต่สำหรับหลายๆ สถานที่จัดงานก็จะเริ่มจัดกันตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน และไม่ได้มีเพียงแต่งานลอยกระทงเท่านั้นนะคะ ถ้าช่วงกลางวันยังว่างอยู่ ก็ลองหาอีเว้นท์อื่นๆ ไปเดินเล่นก่อนจะไปงานลอยกระทงก็ดูไม่เลวนะคะ   River Festival Thailand 2019 River Festival Thailand 2019 เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสียงสุขแห่งสายน้ำ” งานนี้มีปีละหนที่ชวนคุณร่วมแต่งกายย้อนวันวาน แล้วมาทำบุญไหว้พระ ลอยประทีปบูชาสร้างสิริมงคลในยามค่ำคืนพร้อมกิจกรรมบันเทิง ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพลิดเพลินกับดนตรี ดื่มด่ำกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน อิ่มอร่อยไปกับตลาดอาหารและขนมไทย   วัน เวลา :  9-11 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ท่ามหาราช ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ล้ง 1919 เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร   เทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2562 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในงาน "เทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" มีกิจกรรมมากมาย อาทิ ม่านน้ำนิรมิต น้ำพุมัลติมีเดีย บนแม่น้ำเจ้าพระยา, ขบวนแห่ทางวัฒนธรรม “นบบูชาศรัทธา คงคามหานที”, การแสดงดอกไม้ไฟโบราณที่หาชมยาก, การแสดงจากศิลปินชั้นนำ อาทิ ไข่มุก รุ่งรัตน์ ไอซ์ ศรัญญู เก่ง ธชย และ กัน ณภัทร ฯลฯ   วัน เวลา :  9–11 พฤศจิกายน 2562 16.00 - 24.00 น. สถานที่ : สวนสันติชัยปราการ กรุงเทพฯ     เทศกาลลอยกระทงสี วัดไทรฯ 62 ร่วมลอยกระทงสี ทำมาจากกระดาษสี ตัด พับ จับมุม กลับด้าน ยกกลีบ กลายเป็นกระทงสีสันสวยงาม เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังย่อยสลายง่าย โดยภูมิปัญญาชาวมอญลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ที่สืบสานตามดำริของหลวงพ่ออุตตมะ แห่งวัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมในงาน อาทิ จุดประทีปรอบโบสถ์ ตามประทีปรอบวิหาร ปิดทองรอยพระบาท บูชาพระสารีริกธาตุจำลอง ร่วมพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ นมัสการพระอุปคุต   วัน เวลา :  9-11 พฤศจิกายน 2562  17.30 - 22.00 น. สถานที่ : วัดไทรอารีรักษ์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี     งานสีฐานเฟสติวัล บุญสมมาบูชานาค จังหวัดขอนแก่น  งานบุญประเพณีลอยกระทง และงานเฟสติวัลที่รวบรวมความสนุกไว้มากมาย ทั้ง Creative Walking Street, การแสดงกระทงไฟและเรือไฟลอยน้ำ, การประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง, การประกวดวงโปงลางอีสาน ฟ้อนลำแคนคอนเทสต์, การประกวดนางนพมาศ, การเสวนาวิชาการ, การประกวดขบวนแห่ และกิจกรรมของนักศึกษา    วัน เวลา :  9-11 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น     งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562 งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน และดังไกลไปทั่วโลก ปีนี้ นอกจากจะได้รับชม ความสวยงามตระการตราของฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ และนักแสดงมืออาชีพกว่า 300 ชีวิต ยังมีการนำเทคโนโลยี Projection Mapping กับโบราณสถานประกอบการแสดง ซึ่งจะทำให้การแสดงแสงเสียงในปีนี้มีความพิเศษ และสวยงามตระการตา มากยิ่งขึ้น และภายในยังมีการคัดสรรอาหารดังขึ้นชื่อของจังหวัด การแสดงของท้องถิ่นสุโขทัย การบรรเลงดนตรีไทย ฯลฯ   วัน เวลา :  2-11 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ลานหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย ซื้อบัตรที่ ThaiticketMajor ทุกสาขา     เทศกาลโคมยี่เป็ง เชียงใหม่ ครั้งที่ 25  เทศกาลโคมยี่เป็ง เชียงใหม่ ครั้งที่ 25 ยิ่งใหญ่ที่สุด ใจกลางย่านไนท์บาซ่าร์ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมการประกวดเทพบุตร เทพธิดา โคมยี่เป็ง ณ โครงการตลาดอนุสาร, การประกวดขบวนแห่ โคมยี่เป็งและการแสดงนาฎศิลป์ล้านนา สุดอลังการภายใต้แนวคิด “ตามประทีปโคมไฟ ในงานบุญตั้งธรรมหลวง”, การเทศน์มหาชาติ และจำลองเขาวงกต พร้อมการแสดงนิทรรศการโคมยี่เป็ง ณ วัดศรีดอนไชย   วัน เวลา : 9-12 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ไนท์บาซ่าร์ จังหวัดเชียงใหม่     งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม  งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม "ลอยกระทงกาบกล้วย เมืองแม่กลอง ตามครรลองวิถีพอเพียง ปลอดภัยไร้ซึ่งแอลกอฮอล์ ประจำปี ๒๕๖๒" มีกิจกรรมมากมาย อาทิ ประกวดกระทงกาบกล้วยพอเพียง,ลอยกระทงกาบกล้วย 200,000 ใบ, ชมเรือไฟประดับและร่วมลอยกระทงกาบกล้วย, ประกวดนางนพมาศแม่ลูกชิงถ้วยรางวัล เป็นต้น   วัน เวลา สถานที่ :  10 - 11 พฤศจิกายน 2562 ณ อุทยาน ร.๒ 11 พฤศจิกายน 2562 ณ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง     งานประเพณีลอยกระทงพัทยาประจำปี 2562  เมืองพัทยาได้ดำเนินการจัดสถานที่จัดงานไว้ 3 แห่ง 3 กิจกรรมด้วยกัน คือ สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ จัดให้มีกิจกรรมการประกวดประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ ชิงเงินรางวัลกว่าแสนบาท, ลานเอนกประสงค์ พัทยากลาง มีกิจกรรมการประกวดหนูน้อยนพมาศและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย, ลานกีฬาชายหาด จอมเทียน จัดให้มีกิจกรรมการประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติด้วยตนเอง ซึ่งแต่ละเวทียังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินดังมาร่วมสร้างสีสันให้กับงานอีกด้วย และนักท่องเที่ยว หรือผู้สนใจ ร่วมประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติด้วยตนเอง โดยเมืองพัทยาจะเป็นผู้จัดเตรียมอุปกรณ์ให้   วัน เวลา : 11 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ลานกิจกรรม ชายหาดพัทยากลาง, ลานกิจกรรม ชายหาดจอมเทียน, สวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ     One Shot Knockout River Festival 2019  ขอเชิญผู้ที่สนใจและรักในการถ่ายภาพ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันประกวดถ่ายภาพ "ONE SHOT KNOCKOUT RIVER FESTIVAL 2019" ชิงรางวัลมูลค่า 46,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งของงาน "River Festival 2019 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย" ครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้การแข่งขันจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 20,000 บาท   วัน เวลา : 10 พฤศจิกายน 2562 06:30-16:00 น. สถานที่ : โรงเรียนโฆสิตสโมสร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เปิดลงทะเบียน : วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา 20:00 น. ทางเว็บไซต์สมาคมฯ : www.rpst.or.th     มหกรรมนิยายนานาชาติ ครั้งที่ 1  งานบุ๊คแฟร์ที่รวบรวมหนังสือนิยายเอาไว้มากที่สุด เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศรูปแบบใหม่ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในโลกซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่องโปรด พร้อมโปรโมชั่น พรีเมี่ยมสุดเอ็กคลูซีฟ และกิจกรรมมากมายภายในงาน   วัน เวลา : 9-17 พฤศจิกายน 2562  10.00 - 22.00 น. สถานที่ : มิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์     งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 53 งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 53 : โดนใจคนชอบ Cool พบโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้รักการท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและชมจุใจ ทั้งแพ็คเกจทัวร์ โรงแรม รีสอร์ สายการบิน สปา รถเช่า เรือท่องเที่ยว อุปกรณ์เดินทาง และท่องเที่ยวครบครันมากมาย   วัน เวลา :  7-10 พฤศจิกายน 2562 10.00 - 21.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   กินดี อยู่ดี by ชีวจิต งานเดียว จัดเต็มกว่า 200 บูธ สินค้าสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค สินค้าโฮมเมด ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์ความงาม อาหารเสริม อิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลาย   วัน เวลา : 7-10 พฤศจิกายน 2562 10.00 – 20.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี      
เปิดพฤติกรรมคนไทย กับเรื่อง “กิน” ทั้งบ่อย ชอบรสหวาน-เค็ม

เปิดพฤติกรรมคนไทย กับเรื่อง “กิน” ทั้งบ่อย ชอบรสหวาน-เค็ม

เรื่องอาหารการกิน คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะประเทศไทยมีอาการให้กินสารพัดชนิด และกินกันได้แบบตลอด 24 ชั่วโมง หลากหลายรูปแบบ ประเภท และระดับราคา เรื่องอาหารจึงกลายเป็นหนึ่ง แม่เหล็กดึงดูดให้คนทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์ด้านการกิน และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศเป็นที่รู้จักของโลก   แล้วคนไทยในยุคปัจจุบันมีการกินอะไรกันบ้าง จากปัจจุบันที่ตลาดอาหารมีหลากหลายประเภท และสารพัดรูปแบบ โดยทาง Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอนามัยและสวัสดิการของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2556 และปี 2560 ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างประมาณ 28,000 ครัวเรือน ข้อมูลดังกล่าวได้แสดงถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมการกินของคนไทยที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้   คนไทยเลือกซื้ออาหารจากความชอบเป็นหลัก  ในปี 2560 ปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเมื่อเลือกซื้ออาหารเป็นอันดับหนึ่ง คือ ความชอบ มีผู้ตอบ 22.1% ของกลุ่มตัวอย่างจากการสำรวจ  ตามมาด้วย รสชาติ สัดส่วน 18.5%  ความอยากทาน สัดส่วน 18.2%  ความสะอาด สัดส่วน  17.8% คุ ณค่า  สัดส่วน 12.9%  ความสะดวก สัดส่วน 6.5% โดยราคาเป็นปัจจัยที่มีผู้ตอบน้อยที่สุดที่ สัดส่วน 4.0%   จากผลการสำรวจดังกล่าวอาจมองได้ว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความสุขจากการกิน สะท้อนจากการเลือกปัจจัย ความชอบ-ความอยากทาน-รสชาติ มากกว่าคุณภาพของอาหาร ซึ่งสะท้อนจากการเลือกปัจจัย ความสะอาด-คุณค่า    โดยปัจจัยในกลุ่มที่สะท้อนเรื่องความสุขจากการกินมีผู้ตอบรวมกันอยู่ที่ 57.1% ในปี 2556 และเพิ่มมาเป็น 58.8% ในปี 2560 ขณะที่คุณภาพของอาหารกลับมีสัดส่วนลดลงจาก 32.2% ในปี 2556 เหลือเพียง 30.7% ในปี 2560 นอกจากนี้ ปัจจัย ความชอบ เพิ่มความสำคัญขึ้นมาอย่างมากจากสัดส่วนเพียง 17.7% หรือเป็นปัจจัยอันดับ 3 ในปี 2556 ขึ้นมาเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในการเลือกซื้ออาหารของคนไทยในปัจจุบัน แซงปัจจัย รสชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในปี 2556   สะท้อนว่าสำหรับผู้บริโภคในปัจจุบัน อาหารอร่อยอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรมีสิ่งอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น รูปแบบการนำเสนอ ประสบการณ์ หรือการบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ ราคา ยังคงเป็นปัจจัยรั้งท้ายจาก 7 ปัจจัยดังกล่าวสำหรับคนไทยมาตั้งแต่ปี 2556   คนไทยกินบ่อยขึ้น กินรสหวาน-เค็มมากขึ้น และกินผักผลไม้ลดลง -คนไทยกินบ่อยขึ้น   ในปี 2560 คนไทยส่วนใหญ่กว่า 89.4% กินอาหาร 3 มื้อต่อวัน สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 88.0% ในปี 2556 นอกจากนี้ สัดส่วนของคนที่กินอาหารมากกว่า 3 มื้อก็เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในปี 2556 มาเป็น 4.1% ในปี 2560 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในเพศหญิงและชาย และเพิ่มในหลายช่วงอายุ ได้แก่ เด็ก อายุ 6-14 ปี วัยรุ่น  อายุ 15-24 ปี  และคนวัยทำงาน อายุ 25-59 ปี  ยกเว้นผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป  ที่กลับมีสัดส่วนการกินมากกว่า 3 มื้อที่ลดลง     -คนไทยกินรสหวาน เค็ม มากขึ้น    โดยสัดส่วนของคนที่กินรสหวานเป็นอาหารมื้อหลักเพิ่มจาก 11.2% ในปี 2556 มาเป็น 14.2% ในปี 2560 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุน้อยกว่า 25 ปีเป็นสำคัญ และยังพบการเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ขณะที่รสเค็มเพิ่มจาก 13.0% มาเป็น 13.8% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการบริโภคในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไปเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม รสชาติอาหารมื้อหลักของคนไทยส่วนใหญ่จากข้อมูลการสำรวจในปี 2560 คือ รสจืด 38.3% รองลงมาเป็น รสเผ็ด สัดส่วน 26.2% หวาน สัดส่วน 14.2%  เค็ม สัดส่วน 13.8% และเปรี้ยว สัดส่วน 4.8%  ตามลำดับ   ทั้งนี้รสชาติอาหารมื้อหลักของคนไทยมีลักษณะของการกินตามช่วงอายุ เช่น การกินรสหวานจะมีสัดส่วนสูงที่สุดในวัยเด็กที่ 32.5% โดยมีสัดส่วนลดหลั่นลงไปตามช่วงอายุ และน้อยที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุที่กินรสหวานเป็นหลักเพียง 6.6% เท่านั้น ขณะที่รสชาติอื่น ๆ ได้แก่ เผ็ด เค็ม และเปรี้ยว จะมีสัดส่วนน้อยที่สุดในวัยเด็ก โดยจะเพิ่มขึ้นในวัยรุ่นและวัยทำงาน ตามลำดับ แล้วจะลดน้อยลงอีกครั้งในกลุ่มผู้สูงอายุ   -คนไทยบริโภคผักและผลไม้สดลดลง  ถึงแม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่กว่า 98.8% จะมีการบริโภคผักและผลไม้อย่างน้อย 1 วันในแต่ละสัปดาห์โดยสัดส่วนดังกล่าวไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2556 แต่สัดส่วนของคนที่กินผักและผลไม้ทุกวันกลับลดลง จาก 54.5% เป็น 41.1% โดยเป็นการลดลงในทุกกลุ่มอายุ เพศ และภูมิภาค   คนไทยอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักกันมากขึ้น และเพิ่มการกินอาหารเสริม  สะท้อนถึงความพยายามในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น แม้พฤติกรรมการกินในหลายด้านของคนไทยไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพมากนักตามที่ข้อมูลข้างต้นบ่งชี้   -กลุ่มคนอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักมีมากขึ้น  กลุ่มคนที่งดอาหารมื้อหลักเพื่อลดน้ำหนักมีสัดส่วนมากขึ้น จาก 9.4% ของคนที่กินอาหารน้อยกว่า 3 มื้อเป็นประจำ  ในปี 2556 มาเป็น 12.4% ในปี 2560 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะเพิ่มขึ้นชัดเจนกว่าในกลุ่มผู้หญิงซึ่งเพิ่มจาก 14.1% เป็น 19.2% และเมื่อพิจารณารายกลุ่มอายุ พบว่า สัดส่วนคนงดอาหารมื้อหลักเพื่อลดน้ำหนักมีเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุ แต่กลุ่มวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุมีการเพิ่มขึ้นชัดเจนกว่ากลุ่มเด็กและวัยรุ่น อย่างไรก็ดี แม้จะมีทิศทางเพิ่มขึ้น แต่คนที่อดอาหารเพื่อลดน้ำหนักก็ยังถือว่าเป็นคนส่วนน้อย โดยในปี 2560 มีสัดส่วนต่อประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปทั้งสิ้นเพียง 0.8% เท่านั้น ประมาณ 500,000 คน   -คนไทยบริโภคอาหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและกลุ่มแร่ธาตุ วิตามินมากขึ้น โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 19.1% ในปี 2556 เป็น 21.6% ในปี 2560 เป็นการบริโภคเพิ่มขึ้นของคนต่างจังหวัด ขณะที่คนกรุงเทพฯ บริโภคน้อยลง แต่ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนผู้บริโภคอาหารเสริมมากที่สุด  1 ใน 3 ของคนกรุงเทพฯ บริโภคอาหารเสริม/วิตามิน  
รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562

อีเว้นท์ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ มีหลากหลายทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะงานที่รวบรวมของอร่อยเอาไว้หลายงานเลยค่ะ   Sorayama Space Park by AMKK at Central Embassy ฉลองครบ 5 ปี ของศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายใต้ความร่วมมือกับ Nanzuka และ EchoOne Nanzuka ที่จะเชิญชวนให้ทุกคนท่องไปในห้วงอวกาศเหนือจินตนาการ กับประติมากรรมไดโนเสาร์ทีเร็กซ์อะลูมิเนียมขนาดยักษ์ และศิลปะการจัดดอกไม้และแลนด์สเคปที่ไม่เหมือนใคร กับการพบกันครั้งแรกของสองศิลปินระดับโลก Hajime Sorayama และ AMKK ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์พิเศษแห่งโลกศิลปะที่ไม่ควรพลาด   วัน เวลา : 16 ตุลาคม 2562-17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00–22.00 น. สถานที่ : OPEN HOUSE ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี สำรองที่นั่งได้ที่ www.centralembassy.com/sorayamatalk   Thailand Food Show 2019 งานแสดงสินค้าและความรู้เพื่อธุรกิจอาหารและคาเฟ่ เพื่อผู้ประกอบการร้านอาหารโดยเฉพาะ ภายในงานรวบรวมบูธสินค้ากว่า 200 บูธ, ซัพพลายเออร์วัตถุดิบอาหารคาว อาหารหวาน และเครื่องดื่ม, อุปกรณ์สำหรับร้านอาหารและร้านกาแฟ, เครื่องครัว, บรรจุภัณฑ์, รวมสัมมนาฟรี พร้อมพบปะผู้ประกอบการธุรกิจตัวจริง   วัน เวลา : 18-27 ตุลาคม 2562 สถานที่ : ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   if it rained on that day ทิ้งทวนฤดูฝนปีนี้ไปกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ Ease Around ที่มีสินค้าลายเส้นน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ เกิดนึกสนุกว่า "ถ้าวันนั้นฝนตก จะเป็นยังไงนะ" กลายมาเป็น  mini-exhibition ภาพวาดที่สามารถ apply ไอเดียนี้กับเรื่องราวอื่นๆ ที่ทุกคนชอบให้ได้สนุกกัน   วัน เวลา : วันนี้-27 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.-18.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เปิดถึง 20.00 น. *ปิดทุกวันจันทร์* สถานที่ : ร้านโฮมเมดคาเฟ่ Ponder & Paste ทองหล่อ ซอย 5   TGIF KPlus TGIF Ep.6 TGIF TGIF กับธนาคารกสิกรไทย รวบรวมแบรนด์แฟชั่นจากร้านออนไลน์กว่า 150 แบรนด์ ภายใต้คอนเซปงาน Soul Pastal โทนสีหวานๆ กันทั้งงาน มารวมไว้ที่ใจกลางสยามสแควร์ พร้อมโปรโมชั่นมากมายเมื่อจ่ายผ่าน K Plus Shop, K Plus Market และบัตรเครดิตของกสิกร   วัน เวลา : 25-27 ตุลาคม 2562  เวลา 12.00 น.-21.00 น. สถานที่ : ลานฮาร์ดร็อค คาเฟ่ สยามสแควร์   กรุงเทพธารา ตอน ไทยเท่ เสน่ห์นคร  หนึ่งปีมีหนเดียวกับเทศกาลอาหารสุดยิ่งใหญ่ รวบรวมร้านอาหารชื่อดังในตำนานและสตรีทฟู้ดจากทั่วพระนครกว่า 220 ร้านค้า และร้านที่มีชื่อเสียง ดีเด็ดประจำจังหวัดของประเทศไทย กว่า 40 จังหวัด อาทิ ซ้งเป็ดพะโล้, หมี่กรอบ ร.5 จีนหลี เต็กเฮง, หมูปลาร้า สายซิ่ง, Monster ยำ, Project bus café art ฯลฯ พร้อมชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของไทย ทั้งภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้กันแบบจุใจ จัดเต็มทั้ง 10 วัน   วัน เวลา : 25 ตุลาคม–3 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์   เทศกาลกินหอย ณ หัวหิน ครั้งที่ 4 สำหรับคนชอบเมนูหอย ต้องชอบงานนี้แน่ๆ พบการออกบูธจำหน่ายอาหารจากโรงแรมชื่อดัง และร้านอาหารยอดฮิต ปรุงโดยเชฟมืออาชีพ สดใหม่ทุกวันพร้อมเสิร์ฟในราคาสบายกระเป๋า และยังมีการแข่งขันกินหอยแมลงภู่ การแข่งขันตำ ยำ หอยลีลา ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นบาท   วัน เวลา : 23-27 ตุลาคม 2562 เวลา 10.30-21.30 น. สถานที่ : HuaHin Market Village    เที่ยว กิน ถิ่นตำนานบางกอก ย้อนเสน่ห์วันวาน กับบรรยากาศบางกอกยุค พ.ศ.250 กับมุมถ่ายรูปที่จุดนิทรรศการของสะสมหาดูยาก กล้องโบราณ เครื่องเล่นแผ่นคลั่ง แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ท ฯลฯ อิ่ม อร่อยไปกับอาหารโบราณ อาหารพื้นเมือง ของฝากพื้นบ้านชื่อดังจากทั่วประเทศ อาทิ ข้าวแช่ป้าเฉลียวต้นตำรับจากจ.เพชรบุรี, อาหารผัดเผ็ดเชฟเปี๊ยกแกงป่า จ.สิงห์บุรี, ขนมเบื้องโบราณ, ขนมไหมทอง, ขนมหวานเมืองเพชร ฯลฯ   วัน เวลา : 19–27 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00-19.00 น. สถานที่ : ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เจเจ มอลล์   มหกรรมเล่นกับผี ตอน "คนเล่นของ" ฮาโลวีนปีนี้... ท้าพิสูจน์ความกล้ากับอาถรรพ์มนต์ดำที่หลอนกว่าเคย ร่วมพิสูจน์ความลี้ลับของไสยศาสตร์มนต์ดำตามความเชื่อของไทย กิจกรรมความบันเทิงแนววาไรตี้ ที่ให้เหล่าผู้กล้ามาท้าความหลอนกับตำนานอาถรรพ์ โดยจำลอง “ทมิฬเทวาลัย” ตำหนักคุณไสยที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงความน่ากลัว และความสยดสยองในทุกมิติ พร้อมด้วยภารกิจหาทางหลุดพ้นจากอาถรรพ์อันน่าสะพรึงของคนเล่นของ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท   วัน เวลา : 18-31 ตุลาคม 2562 เวลา 12:00-23:59 น. สถานที่ : เมกาบางนา ซื้อบัตรและจองรอบล่วงหน้าที่ www.zipeventapp.com ตั้งแต่วันนี้–31 ตุลาคมนี้ (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่อายุ 13 ปีขึ้นไป)   Halloween Costume Party 2019 ตื่นเตาเร้าใจไปกับบ้านผีสิงรวมผีนานาชาติ และเพลิดเพลินกับการเพ้นท์หน้าสุดแฟนซี, เพ้นท์ลายแทททูหรรษา, มุมถ่ายรูปสุดหลอน, เรื่องผีชวนขนลุก, เกมสุดสยอง อาทิเช่น เกมบันไดพิศวง, ฟักทองทะลุมิติ, บ่อแมงมุมหรรษา, การประกวด “Fancy Costume Contest” พร้อมลุ้นรับรางวัลมากมาย รวมทั้งพบกับร้านค้าที่มาในธีมฮาโลวีน เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป งานนี้เข้าฟรี!    วัน เวลา : 31 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00–22.00 น. สถานที่ : ลาน K Square ศูนย์การค้าฯ K Village สุขุมวิท 26    Thailand Game Show 2019 เพราะวงการเกมส์ไม่เคยหยุดนิ่ง ปีนี้จึงมาในธีม "TOMORROW" ภายในงานก็มีทั้ง กิจกรรม TGS Cosplay Contest ประจำปี 2019 , Meet and Greet และ กิจกรรมสุดมันส์จากบูธต่างๆ ที่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้ให้กับทุกๆ คนภายในงาน Thailand Game Show 2019 แบบจัดเต็ม แถมด้วยเซอร์ไพรส์อีกเพียบ   วัน เวลา : 25-27 ตุลาคม 2562 เวลา 11:00-21:00 น. สถานที่ : รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน   งานหนังสือเล็กๆ งานหนังสือเล็กๆ แต่มีคุณภาพ จาก 4 สำนักพิมพ์ ได้แก่ happening, Fullstop, เป็ดเต่าควาย และสำนักพิมพ์ 113 นำนักเขียนในสังกัด อาทิ วินทร์ เลียววาริณ, องอาจ ชัยชาญชีพ, ตุล ไวฑูรเกียรติ, Tedjiro (ผู้เขียน Tokyo In Brown), ศศิ วีระเศรษฐกุล, วิภว์ บูรพาเดชะ ฯลฯ มาพบปะและแจกลายเซ็นกับนักอ่าน พร้อมโปรโมชั่นหลากหลาย   วัน เวลา : 29 ตุลาคม 2562-3 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร     มุสลิมไทย แฟร์ ครั้งที่ 5 อร่อย อิ่ม ฟินกระจาย ภายในงานมีอาหารกว่า 100 เมนู เลือกช้อปสินค้า เสื้อผ้า และเล่นเกมส์ชิงรางวัล ตลอด 3 วัน   วัน เวลา :  25-27 ตุลาคม 2562 เวลา 15.30-22.30 น. สถานที่ : ลานพลาซ่า อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก (กกท.)    
ทำความรู้จัก Hybrid Living นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต

ทำความรู้จัก Hybrid Living นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต

  แน่นอนว่า “บ้าน” คือ 1 ในปัจจัย 4 ที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หน้าที่หลักของบ้าน คือ สถานที่พักอาศัย เป็นสถานที่ “กิน-อยู่-หลับนอน” แต่บ้านที่ดีไม่ได้มีคุณค่าแค่ทำให้การพักอาศัยมีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเท่านั้น แต่บ้านที่ดีต้องสามารถสร้างคุณค่าของความเป็นอยู่โดยรวม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสุข ความอบอุ่น ความสบายใจ และเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต ไปจนถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของการอยู่อาศัยด้วย   แนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน จึงไม่ได้มุ่งตอบโจทย์แค่เรื่อง “ฟังก์ชั่น” การใช้งาน เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่มุ่งตอบสนองความต้องการใช้ชีวิต ที่มีคุณภาพของผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ภายในบ้าน หรือภายในชุมชนรอบข้าง ด้วยการยึดเอาไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ไม่ได้มีบทบาทและหน้าที่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่มีบทบาทและหน้าที่หลากหลายในคนๆ เดียว บ้านที่ดีจึงต้องตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัย     การพัฒนาที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการจึงต้องตอบสนองความต้องการเหล่านั้นให้ครบ และยังต้องมีคุณภาพที่ดีด้วย โดยเฉพาะกับการอยู่อาศัยในโครงการบ้านเดี่ยว เพราะเป็นการอยู่อาศัยกับคนหลายเจเนอเรชั่น คนแต่ละช่วงอายุ มีความต้องการหลากหลาย และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง แต่ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี   AP หรือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ได้เห็นถึงความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งมุ่งหวังการใช้ชีวิตภายในบ้าน ที่สามารถเติมเต็มคุณภาพชีวิตได้ในทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคน จึงได้พัฒนาบ้านเดี่ยวภายใต้แนวคิด Hybrid Living นวัตกรรมบ้านเดี่ยวที่เข้าใจชีวิต จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลของคนยุคปัจจุบัน ซึ่งพบว่า มีความต้องการที่หลากหลาย ต้องการความสะดวกสบาย โดยเฉพาะความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี   Hybrid Living นวัตกรรมบ้านเดี่ยวที่เข้าใจชีวิต คือ การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ กับโครงการบ้านเดี่ยวของ AP ทั้งภายในตัวบ้านและภายนอกบ้าน ทำให้ทุกฟังก์ชั่นของบ้าน สร้างสรรค์ประโยชน์สูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย มีการผสมผสานฟังก์ชั่นบ้าน ให้เข้ากับเทคโนโลยีพลังงานทดแทน และระบบสมาร์ทโฮม ถือเป็นนวัตกรรมของการใช้ชีวิตในรูปแบบ Hybrid Living อย่างแท้จริง     Hybrid Living ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างไร?   หากมองไปในท้องตลาดตอนนี้ใครๆ ก็พูดถึงระบบสมาร์ทโฮม หรือ โฮมออโตเมชั่น ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาทำให้การอยู่อาศัยสะดวกสบาย กับเทคโนโลยีสารพัด เป็นจุดขายของโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่สำหรับ AP แนวคิด Hybrid Living นวัตกรรมบ้านเดี่ยวที่เข้าใจชีวิต พัฒนาโครงการบนแนวคิดที่เชื่อว่า ตัวตนคุณไม่ได้มีแค่หนึ่งคำจำกัดความ ความต้องการของการอยู่อาศัยจึงไม่ได้มีเพียงด้านเดียว บางคนอยากทำงาน แต่ก็อยากเที่ยว บางคนอยากหลีกหนีความวุ่นวาย แต่ก็อยากเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ บางคนอยากอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แต่ก็ชอบความสะดวกสบายของเมือง และบางคนอยากพักผ่อนที่บ้าน แต่ก็อยากสังสรรค์กับเพื่อนๆ เป็นต้น     เมื่อโจทย์ความต้องการของคนยุคปัจจุบันมีความหลากหลายเช่นนี้ แนวคิดของ Hybrid Living นวัตกรรมบ้านเดี่ยวที่เข้าใจชีวิต จึงถูกพัฒนาบน 4 องค์ประกอบหลักสำคัญ เพื่อให้ทุกความต้องการได้รับการตอบสนอง   1. Cost-saving-ค่าใช้จ่ายส่วนกลางถูกลงด้วยเทคโนโลยี ในยุคที่คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย ทำให้คนยุคปัจจุบันมุ่งเน้นเรื่องของ “ความคุ้มค่า” โดยเฉพาะการใช้จ่าย ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย ในการซื้อสินค้าหรือบริการ ทำให้ทุกการใช้จ่ายยืนอยู่บนเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ซึ่ง AP เข้าใจในเรื่องความคุ้มค่านี้ดี จึงเลือกพัฒนาสาธารณูปโภคภายในโครงการบ้านเดี่ยว ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยให้ลูกบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด อาทิ นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power system) และระบบกำจัดน้ำเสีย (Greywater Recycle system) ซึ่งนำน้ำมาบำบัดเพื่อใช้รดต้นไม่ในโครงการ เป็นต้น ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางลดลง เมื่อเทียบกับโครงการที่ไม่ได้ติดตั้งระบบนี้   2. Security-ความปลอดภัยในทุกไลฟ์สไตล์ บ้านแค่อยู่อาศัยแล้วสบายคงไม่เพียงพอ แต่ต้องมีความปลอดภัย ทั้งทรัพย์สินและชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน นอกจากระบบรักษาความของโครงการ ไม่ว่าจะเป็น รปภ. กล้องวงจรปิด ระบบคีย์การ์ด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีเป็นเรื่องพื้นฐานจำเป็นอยู่แล้ว แต่แนวคิดของ Hybrid Living ของ AP ต้องตอบโจทย์การดูแลความปลอดภัยได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น   ระบบเซ็นเซอร์ประตู หน้าต่าง และเซ็นเซอร์ตรวจจับ ความเคลื่อนไหว ให้เจ้าของบ้านได้มั่นใจ แม้ว่าจะออกไปทำงานหรือเดินทางท่องเที่ยว เพราะจะมีระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Application พร้อมส่งเสียงเตือนเมื่ออยู่ในโหมด “Alarm” ช่วยแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบการเปิด-ปิดของประตูหรือหน้าต่าง หรือตรวจเจอการเคลื่อนไหวในบ้าน หรือจะดูความเป็นไปของคนภายในบ้าน สามารถทำได้ด้วยการดูผ่านกล้อง IP Camera จาก Application ได้แบบ Live Stream     แม้แต่ปัญหาประจำที่ทุกคนจะต้องเจอ เช่น การลืมกุญแจบ้าน ก็ไม่ใช่ปัญหาต้องจ้างช่างมาไขประตูเข้าบ้านอีกต่อไป เพราะระบบ Digital Door Lock ช่วยแก้ปัญหาได้ สามารถสั่งงานผ่าน Application ได้ หรือจะสั่งเปิดประตูให้กับแม่บ้านเพื่อเข้ามาทำความสะอาด ระบบก็มี Pin Code ชั่วคราวที่ใช้ได้ครั้งเดียวให้ เจ้าของบ้านอยู่ที่ไหนก็ใช้งานได้สะดวก เหมาะกับการวิถีชีวิตคนยุค 4.0   ที่สำคัญการพักอาศัยอยู่กับคนหลายเจเนอเรชั่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ บางครั้งลูกหลานออกไปทำงาน หรือเดินทางท่องเที่ยว ต้องให้ผู้สูงอายุอยู่โดยลำพัง ก็หมดห่วงกับสิ่งที่ AP คิดมาให้ เพื่อดูแลผู้สูงอายุ กับปุ่มเรียกฉุกเฉินในยามคับขัน พร้อมทั้งมีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่เตียงนอน เพื่อเปิดไฟทางเดินสู่ห้องน้ำแบบอัตโนมัติในตอนกลางคืน หรือการดูแลที่ดีขึ้นไปอีก กับการส่งสัญญาณเตือนและภาพ Live Stream จาก IP Camera ไปยัง Application ในโทรศัพท์มือถือ หากไม่พบการเคลื่อนไหวของผู้อยู่อาศัยในห้อง เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่ผู้สูงอายุเกิดล้ม ถือเป็นแนวทางการพัฒนาที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนได้ทุกเจเนอเรชั่นจริงๆ   3. Comfort-ความสบายแค่ปลายนิ้วสั่งงาน เรื่องความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย แม้จะเป็นเรื่องพื้นฐานที่บ้านต้องตอบโจทย์ แต่เพราะปัจจุบันเป็นยุคที่มีเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ความสะดวกสบายต้องเป็นเรื่องที่พัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานการดูแลบ้าน และให้ผู้อยู่อาศัยสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ AP นำระบบควบคุมอุปกรณ์ ไฟฟ้าอัจฉริยะในบ้าน Smart Home Gateway and Security Module มาดูแลความสบายของคุณและครอบครัว   การใช้ระบบควบคุมไฟแสงสว่าง Lighting Control ที่สามารถเปิด-ปิด ผ่านสวิตช์ และ Application ทำงานคู่กับระบบ Motion Sensor ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหว และความสว่างในบ้าน และระบบพัดลม Air Flow ระบบควบคุมเครื่องกรองอากาศอัจฉริยะ แม้แต่ชีวิตนอกบ้าน เทคโนโลยีก็ยังเข้ามาทำให้มีความสะดวกสบาย อาทิ ระบบตั้งเวลา Sprinkle รดน้ำต้นไม้ ผ่านสวิตช์ และ Application ระบบ Gate Controller ควบคุมเปิด-ปิด มอเตอร์ประตูรั้วบ้าน ผ่าน Application ระบบ Digital Door Lock เป็นต้น   4. Community-ดูแลชุมชนปลอดภัย 24 ชั่วโมง การอยู่อาศัยภายในบ้าน แม้ว่าจะได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีซึ่งเติมเต็มให้กับการอยู่อาศัย สิ่งที่ละเลยไม่ได้กับการอยู่อาศัยภายในโครงการบ้านเดี่ยว AP คือ การสร้างสรรค์ให้เกิดสังคมแห่งความสงบสุข จากการอยู่ร่วมกันของผู้อยู่อาศัยในโครงการ เพราะ AP เชื่อว่า “เพื่อนบ้านที่ดี” คือ ปัจจัยสำคัญของการอยู่ร่วมกันในชุมชน จึงได้สร้างสรรค์ Katsan Application เพื่อสื่อสารกับพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการ เมื่อมีแขกมาเยือน ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังมือถือของคุณ   นอกจากนี้ ยังช่วยคัดแยกรถต้องสงสัย และแจ้งเตือนพนักงานรักษาความปลอดภัย เมื่อมีรถสาธารณะอยู่เกินเวลา ในกรณีฉุกเฉินยังสามารถใช้กดเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัย ตำรวจ หรือรถพยาบาลได้แค่ปลายสัมผัส ทำให้การอยู่ร่วมกันของคนในชุมชนได้รับความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เป็นชุมชนที่น่าอยู่อาศัย และสามารถสร้างคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในโครงการบ้านเดี่ยวของ AP     องค์ประกอบทั้งหมดที่ AP นำมาใช้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ภายใต้แนวคิด Hybrid Living นวัตกรรมบ้านเดี่ยวที่เข้าใจชีวิต จึงเป็นคำตอบของการอยู่อาศัยในยุคดิจิทัล 4.0 ที่ไม่ได้ต้องการแค่ความสะดวกสบายเมื่ออยู่ในบ้านเท่านั้น แต่หมายถึงการเติมเต็มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้อยู่อาศัยในทุกเจเนอเรชั่นด้วย   อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.apthai.com/HybridLiving/  
6 วิธีเลี่ยงปัญหาฝุ่น อันตรายที่แฝงตัวอยู่ภายในบ้าน

6 วิธีเลี่ยงปัญหาฝุ่น อันตรายที่แฝงตัวอยู่ภายในบ้าน

ปัญหาฝุ่น PM2.5 กลับมากวนใจและสร้างปัญหาสุขภาพให้คนไทยอีกครั้งแล้ว จากการรายงานของกรมควบคุมมลพิษล่าสุด  เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2562 ดังนี้   ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 27-57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 8 สถานี (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ได้แก่   -บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก -ริมถนนลาดพร้าว -ริมถนนพระราม3-เจริญกรุง -ริมถนนเพชรเกษม -ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ -เขตบางซื่อ -เขตหลักสี่ -บริเวณตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ   บริเวณต่างๆ ดังกล่าว มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ  ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงจากช่วงเวลาก่อนหน้าเกือบทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศวันนี้ใน พื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน ประกอบกับมีฝนฟ้าคะนอง 10% ของพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้ฝุ่นละอองเจือจางลง   คำแนะนำสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานาน ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นละออง   อันตรายของ PM 2.5 นั้น สามารถทำให้เสียชีวิตได้ก่อนวัยอันควร และยังมีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด  และโรคติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง   แต่แม้ว่าเราจะอยู่ภายในบ้าน ปัญหาฝุ่นอาจจะเข้ามาสร้างปัญหากับสุขภาพเราได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควร ต้องเตรียมตัวตั้งรับ ด้วยการดูแลตัวเราเอง  และทำให้สิ่งแวดล้อมภายในบ้านและรอบๆ ตัวดีขึ้นด้วย แต่ถ้าต้องไปปฏิบัติงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “หน้ากาก N95” สำหรับการพักอาศัยอยู่ในบ้าน หรือห้องพัก เรามีคำแนะนำและวิธีสำหรับป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 มาเป็นแนวทางการปฏิบัติ กับ 6 วิธี เลี่ยงปัญหาฝุ่นในบ้าน 1.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นหรือควัน ประเภทจุดธูปจุดเทียน  หรือจุดอโรมาทั้งหลาย ถ้าไม่จำเป็นควรงดไปก่อน 2.หมั่นทำความสะอาดบ้าน เช็คล้างอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ ไม่ให้ฝุ่นจับตัว ควรทำอย่างสม่ำเสมอ 3.ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองเข้ามาภายในบ้าน  เลือกเปิดแอร์โดยใช้ระบบอากาศหมุนเวียนอากาศจากภายในบ้านแทนการดึงอากาศมาจากภายนอก  และตรวจทำความสะดวกระบบกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ 4.เปิดเครื่องฟอกอากาศที่ตอนนี้มีออกมารองรับปัญหานี้มากมาย 5.ปลูกต้นไม้ภายในบ้านก็ช่วยได้ เพราะการรดน้ำต้นไม้เป็นการช่วยลดฝุ่นได้อีกทางหนึ่ง 6.การปรับปรุงต่อเติมบ้าน เจ้าของบ้านควรเลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเลือกผนังและฝ้าเพดานที่มีคุณภาพจะช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองภายในบ้านได้ นอกจากการป้องกันตัวเองจากปัญหา ฝุ่นที่จะเกิดขึ้นแล้ว  ทุกคนคงต้องร่วมมือกัน ไม่สร้างปัญหาหรือทำให้เกิดปัญหาฝุ่นขึ้นเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าปัญหาการเกิดฝุ่นส่วนใหญ่จะเกิดจากภาคอุตสาหกรรม หรือการคมนาคมขนส่งก็ตาม    
เปิดข้อมูล 5 แอปเรียกรถโดยสารในประเทศไทย

เปิดข้อมูล 5 แอปเรียกรถโดยสารในประเทศไทย

ในยุคที่ใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ จะทำอะไรชีวิตก็ดูง่ายไปหมด รวมถึงการมี Application เรียกรถโดยสาร จะไปไหนก็สะดวก บริการรับ-ส่งถึงหน้าบ้าน ไม่ต้องต่อรองใดๆ แต่ในบ้านเราก็มีบริการแบบเดียวกันอยู่หลายเจ้า วันนี้เรานำข้อมูลจาก 5 Application มาเปรียบเทียบกันให้ดูครับ เผื่อจะเป็นทางเลือกให้ตัดสินใจลองใช้บริการกันได้   Grab เจ้าของ : 75% สัญชาติไทย โดยมีกลุ่มเซ็นทรัลเป็นนักลงทุนใหญ่ รูปแบบการให้บริการรถ : รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป, แท็กซี่, บริการสั่งอาหาร, บริการจ่ายเงินออนไลน์ และบริการส่งของ จำนวนจังหวัดให้บริการ : 18 จังหวัด แพลตฟอร์มการเรียก : แอปพลิเคชั่น ราคา : ใช้ระบบ Dynamic Pricing รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป เริ่มต้น 30 บาท และ 9 บาท/กม. แท็กซี่ ราคาตามมิเตอร์ + ค่าเรียก 20 บาท   Line Thailand เจ้าของ : 50.02% สัญชาติไทย (บริษัทแม่จากประเทศเกาหลีใต้) รูปแบบการให้บริการรถ : แท็กซี่, บริการสั่งอาหาร และพัสดุ จำนวนจังหวัดให้บริการ : กรุงเทพฯ แพลตฟอร์มการเรียก : แอปพลิเคชั่น ราคา : ราคาตามมิเตอร์ + ค่าเรียก 20 บาท   All Thai Taxi เจ้าของ : นครชัยแอร์ (ทำแบบธุรกิจเช่าซื้อ) รูปแบบการให้บริการรถ : แท็กซี่จากนครชัยแอร์ (Toyota Prius) จำนวนจังหวัดให้บริการ : กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ แพลตฟอร์มการเรียก : Call Center, Line@ ราคา : มิเตอร์เริ่มต้น 35 บาท + ค่าบริการเรียกผ่านแอปพลิเคชั่น และ Call Center 40 บาท   Smart Taxi เจ้าของ : บริษัท สมาร์ทแท็กซี่ จำกัด รูปแบบการให้บริการรถ : แท็กซี่ทั่วไป จำนวนจังหวัดให้บริการ : กรุงเทพฯ แพลตฟอร์มการเรียก : Call Center และแอปพลิเคชั่น ราคา : มิเตอร์เริ่มต้น 35 บาท + ค่าบริการเรียกผ่านแอปพลิเคชั่น 25 บาท หรือ Call Center 20 บาท   Taxi OK เจ้าของ : บริษัท แท็กซี่ โอเค จำกัด รูปแบบการให้บริการรถ : Taxi ทั่วไป จำนวนจังหวัดให้บริการ : กรุงเทพฯ แพลตฟอร์มการเรียก : แอปพลิเคชั่น ราคา : มิเตอร์เริ่มต้น 35 บาท + ค่าบริการเรียกผ่านแอปพลิเคชั่น 20 บาท     ข้อมูลจาก CONC Thammasat  
เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนจะต้องหาซื้อของขวัญกันเอาไว้บ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครอยากจะหาของขวัญหรือสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ดีไซน์สวย ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อไปซ้ำกับใครแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะไปเดินงาน Style Bangkok Fair 2019 ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนั่นคือการนำเอาสินค้าจากต่างประเทศมาไว้ในงานด้วย โดยครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักสินค้า Fresh Taiwan จากไต้หวัน ที่เห็นแล้วจะต้องรู้สึกอยากจะได้เป็นเจ้าของสักชิ้นแน่นอนค่ะ   Fresh Taiwan คือโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ของ Designer ชาวไต้หวัน แล้วผลักดันไปไกลระดับโลก ซึ่งการมาร่วมจัดพาวิลเลี่ยนภายในงาน Style Bangkok Fair 2019 ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยในแต่ละปีก็มีหลากหลายแบรนด์ใหม่ๆ มาโชว์ผลงานที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของขวัญแบบไม่ซ้ำใคร หรือจะเจรจาธุรกิจก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับปีนี้ไต้หวันพาวิลเลี่ยนจะมาในธีม “ไฮไลท์” (HIGHTLIGHT) เน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรมคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และฟังก์ชันที่ล้ำสมัย สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งหมด 10 แบรนด์ ซึ่ง 8 ใน 10 แบรนด์จะเป็นครั้งแรกที่มาร่วมงานนี้ ได้แก่ 49101 Electronics, Vinaera, Eye Candle, Singular Concept, Conquer Casa, Hands, Dilio, และ CLARECHEN รวมถึงแบรนด์ที่กลับมาอีกครั้งอย่าง bi.du.haev และ Fyber Forma จะมีสินค้าตัวไหนน่าสนใจบ้าง เรานำมาฝากกันค่ะ   Dilio สินค้าตกแต่งบ้านที่ไม่ใช่แค่วางประดับไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่รองน้ำมันหอมระเหย ด้วยส่วนผสมเฉพาะจากวัสดุหลักที่เป็นซีเมนต์พิเศษ จะช่วยให้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยฟุ้งกระจายและคงทนอยู่ได้นานขึ้นด้วย   bi.du.haev (Biduhaev cold brew system) ใครที่ชื่นชอบกาแฟสกัดเย็น หรือที่เรียกกันว่า cold brew จะต้องอยากมีเครื่องนี้ไว้ครองครองค่ะ ด้วยวัสดุของทั้งตัวเครื่องทำมาจากแก้ว ทำให้การแฟ cold brew แก้วโปรดได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น   Vinaera เครื่องเติมอากาศในไวน์ สำหรับคอไวน์โดยเฉพาะจะต้องสะดุดตากับเจ้าเครื่องเติมอากาศในไวน์ครั้งแรกของโลก สินค้าตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันค่ะ Vinaera Classic กังหันน้ำไวน์ไฟฟ้า และ Vinaera Pro เครื่องเติมอากาศไฟฟ้าแบบปรับได้   49101 Electronics หูฟังบลูทูธ คนรักเสียงเพลงก็ย่อมจะต้องหาหูฟังดีๆ ไว้สักอันใช่ไหมคะ โดยหูฟังแบรนด์ 49101 มีความโดดเด่นตรงที่เป็นหูฟังบลูทูธสามารถเปลี่ยนเป็นสายชาร์จความเร็วสูงได้ และยังสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในตัวได้ด้วย   Fyber Forma กระเป๋ากันน้ำ กระเป๋าหลากหลายดีไซน์ มีคุณสมบัติพิเศษด้านนอกกันน้ำ ผิวสัมผัสนุ่มละเอียดคล้ายหนัง น้ำหนักเบา ด้านในกรุด้วยผ้าอ่อนนุ่ม เพิ่มความทนทาน     หากใครอยากจะสัมผัสของจริง แล้วซื้อเก็บไว้เป็นของขวัญในช่วงสิ้นปีก็แนะนำให้รีบมาในงาน Style Bangkok Fair 2019 ในวันที่ 17-21 ตุลาคม 2562 นี้เท่านั้นนะคะ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน    
รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวที่หลายคนรอคอยกันแล้วนะคะ บรรยากาศเป็นใจ แถมของลดราคาก็เพียบในช่วงปลายปีเช่นนี้ใครจะไม่อยากออกไปเดินเล่นซึมซับช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ล่ะ จริงไหมคะ?   Style Bangkok Fair 2019 ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหาช่องทางเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ อยากจะหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรือมองหาสินค้าดีไซน์ดีๆ บางอย่างก็หาไม่ได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป ลองมาเดินงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ Style Bangkok Fair 2019 เป็นงานที่รวม 3 เทรดแฟร์เข้าไว้ ด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของ ใช้ในบ้าน(BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) มีบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 800 บริษัท ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 5 กลุ่มหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน   วัน เวลา : วันเจราจาธุรกิจ วันที่ 17–19 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–18.00 น. วันบุคคลทั่วไป วันที่ 20–21 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–21.00 น. สถานที่ : ไบเทค บางนา   บ้านและสวนแฟร์ 2019 : “Living Transformed” สำหรับคอนเซปงานในครั้งนี้มุ่งนำเสนอการคำนึงถึงคุณค่าของสิ่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิต ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่มาที่ไปของสิ่งเดิมไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยไฮไลท์ของงานก็มีมากมาย เช่น สวนโชว์ สวนที่จัดลงในพื้นที่อาคารเก่ารกร้าง เปลี่ยนสภาพความรุงรังเก่าโบราณเป็นสวนที่มีอาคารเก่านี้เป็นฉากหลัง, นิทรรศการดีไซด์อัพเดท วัสดุทันสมัยในการก่อสร้างและตกแต่ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับที่บ้านได้อย่างสะดวก, การประกวดต้นไม้ ยอดนิยม เฟิน, สัปปะรดสี, กล้วยไม้, แคคตัสและไม้อวบน้ำ ฯลฯ   วัน เวลา : 18 - 27 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30-21.00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี     Fattival Food Fest เทศกาลอาหารสุดอินเทรนด์ประจำปี 2019 คัดสรรจัดเต็มกว่า 60 ร้านชื่อดัง Recommend โดย 3 เพจสายกิน foodyoucaneat เรากินได้ คุณก็กินได้, เพนกวิ้นรีวิว GuinHungry, วันนี้แดกไรดีวะ พิเศษ! มีเมนูพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น   วัน เวลา : 17-20 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–22.00 น. สถานที่ : Emquartier     Karma Koncrete ปาร์ตี้ในโกดังในกลางกรุงเทพตลอด 10 ชั่วโมงเต็ม ภายในโกดังที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สไตล์อินดัสเทรียล โดยได้ศิลปินชั้นนำจาก 4 ประเทศประกอบไปด้วย CPI (สเปน) เสริมเติมกลิ่นอายจากบาร์เซโลน่ากับ Marc Pinol และ Capablanca,Vladimir Ivkovic (เซอร์เบีย / เยอรมนี) Yoshinori Hayashi (ญี่ปุ่น) และ Rifain (ฝรั่งเศส / เวียดนาม) ร่วมด้วย  Sunju Hargun และ Jirus นอกจากนี้ยังมีโซนตลาดขายของ มีทั้งฟู้ดทรัค บูทีกค็อกเทล ฯลฯ ซื้อบัตรที่ ticketmelon   วัน เวลา : 26 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00–00.00 น. สถานที่ :  ABOUT Studio   Melody Of Life Music Festival เทศกาลดนตรีของคนรักษ์โลก ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตจากศิลปินตลอดสองวัน แต่ยังมีบูธอาหารและกิจกรรมหลากหลาย ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ Cheeze Market ตลาดขายของทั้งมือหนึ่งและมือสอง, Workshop สิ่งของเหลือใช้มา Reuse ใช้ใหม่, นิทรรศการมัลติมีเดียเชิง Installation & Visual Effect เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และมลพิษทางทะเล, การประมูล CE โดยศิลปิน ดารา ที่มาร่วมออกแบบ CE หุ่นมาสคอตประจำงานครั้งนี้ รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนต่อไป เป็นต้น   วัน เวลา : 19-20 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00–22.00 น. สถานที่ :  ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์