Tag : LivingProducts

36 ผลลัพธ์
กรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมแบรนด์สินค้าอินเตอร์มากที่สุดอันดับที่ 18 ของโลก

กรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมแบรนด์สินค้าอินเตอร์มากที่สุดอันดับที่ 18 ของโลก

กรุงเทพฯ 11 พฤษภาคม 2559 - รายงานการศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล (โจนส์ แลง ลาซาลล์) เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีแบรนด์ระหว่างประเทศสนใจเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 18 ของโลก รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า หัวเมืองใหญ่ของเอเชียเป็นทำเลที่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมระดับหรู รายงานฉบับดังกล่าวของเจแอลแอล วิจัยตลาดศูนย์การค้าในเมืองสำคัญๆ 140 เมืองทั่วโลก โดยพิจารณาความน่าสนใจในการดึงดูดให้ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมระหว่างประเทศเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้า เมืองที่มีแบรนด์สินค้าอินเตอร์สนใจเปิดร้านวางจำหน่ายสินค้ามากที่สุด 20 อันดับแรกของโลก ลอนดอน ฮ่องกง ปารีส ดูไบ นิวยอร์ค เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ ปักกิ่ง คูเวตซิตี้ โตเกียว อาบูดาบี ไทเป เจดดาห์ ริยาดห์ โซล ลอสแองเจลิส มอสโคว์ กรุงเทพฯ ลาสเวกัส โอซากา ที่มา – เจแอลแอล ในบรรดา 10 เมืองที่มีจำนวนแบรนด์สินค้าระหว่างประเทศสนใจเปิดร้านมากที่สุดในโลก เป็นเมืองจากเอเชีย 5 เมือง ได้แก่ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ ปักกิ่ง และโตเกียว โดยเฉพาะฮ่องกง ติดอันดับที่ 2 เป็นรองเฉพาะแต่ลอนดอน กรุงเทพฯ ติดอันดับ 18 ของโลก ชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ในฐานะแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมสำหรับสินค้าแฟชั่นกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ ติดอยู่ในอันดับที่ 18 ของเมืองที่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมระหว่างประเทศต้องการเข้ามาเปิดร้านวางจำหน่ายสินค้ามากที่สุด แซงหน้าลาสเวกัสของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 19 การที่ประชากรมีกำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้นและการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้มีแบรนด์สินค้าระดับโลกหลากหลายแบรนด์เข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น H&M, Zara Home, Pull & Bear และ Victoria’s Secret ตามมาด้วย Dior Homme, Pierre Hermé, A Bathing Ape และ Tiffany & Co. ซึ่งเพิ่งเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ ราชประสงค์นับเป็นศูนย์กลางย่านศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ มีแบรนด์สินค้าระหว่างประเทศหลากหลายแบรนด์เข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้า และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก จากการมีทำเลในใจกลางเมืองและเข้าถึงได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า ในย่านนี้ มีศูนย์การค้ารวม 7 แห่ง รวมถึงศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อาทิ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และสยามสแควร์วัน ในขณะเดียวกัน การเปิดตัวของเอ็มควอร์เทียร์, เซ็นทรัล เวสต์เกต และเซ็นทรัลเฟสติวัล อิสต์วิลล์ ในทำเลรอบนอกของย่านศูนย์การค้าหลัก ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้แบรนด์สินค้าระหว่างประเทศมีช่องทางขยายร้านจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะมีแบรนด์สินค้าระหว่างประเทศเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในกรุงเทพฯ ยังมีอีกมาก เนื่องจากตลาดศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ ยังคงมีการขยายตัว ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากกลุ่มเซ็นทรัลที่มีแผนเปิดศูนย์การค้าอีกหลายโครงการในเขตกรุงเทพฯ ชั้นนอก เมืองใหญ่ของเอเชียดึงดูดแบรนด์หรูได้มากที่สุดในโลก รายงานฉบับเดียวกันของเจแอลแอล ได้แยกย่อยการศึกษาแบรนด์สินค้าเฉพาะกลุ่มระดับหรูด้วย และพบว่ามีเมืองในเอเชียมากถึง 7 เมืองที่ติด 10 อันดับแรกที่มีจำนวนแบรนด์สินค้าระดับหรูหราเปิดร้านมากที่สุด ได้แก่ ฮ่องกง โตเกียว เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ ปักกิ่ง โอซาก้า และไทเป 10 อันดับของเมืองที่มีแบรนด์สินค้าระดับหรูเปิดร้านวางจำหน่ายสินค้ามากที่สุดในโลก 1 ลอนดอน 2 ฮ่องกง 3 ปารีส 4 โตเกียว 5 นิวยอร์ค 6 เซี่ยงไฮ้ 7 สิงคโปร์ 7 ดูไบ 9 ปักกิ่ง 10 โอซากา 10 ไทเป ที่มา – เจแอลแอล นายเจมส์ แอสเซอร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจศูนย์การค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอล กล่าวว่า “ฮ่องกงยังคงเป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์หรูชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก แม้ยอดขายสินค้าแบรนด์หรูจะชะลอตัวลงค่อนข้างมากจากผลกระทบของการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่ฮ่องกงยังคงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก” “ในภาพรวม การที่เมืองของเอเชียติดอันดับต้นๆ ที่แบรนด์สินค้าหรูให้ความสนใจ เป็นผลมาจากการขยายตัวของชนชั้นกลางและกำลังการซื้อที่สูงขึ้นในภูมิภาค” นายแอสเซอร์สันอธิบาย ที่โตเกียวซึ่งอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ความต้องการพื้นที่ร้านค้าในศูนย์การค้าชั้นดีจากผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์หรูระดับโลกเริ่มฟื้นตัวตามการปรับตัวดีขึ้นของแนวโน้มเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ค่าเงินเยนที่ปรับตัวลดลงไปแล้วเกือบ 30% นับตั้งแต่ปี 2555 ทำให้ญี่ปุ่นสามารถดึงดูดนักชอปที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้น โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน เซี่ยงไฮ้อยู่ในดับ 6 ของเมืองที่เป็นแหล่งรวมแบรนด์สินค้าระดับหรูมากที่สุดในโลก “มีแบรนด์สินค้าหรูระดับโลกจำนวนมากที่สนใจเข้ามาเปิดร้านในเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากประชากรในเมืองนี้มีกำลังซื้อสูง โดยบางแบรนด์ใช้เซี่ยงไฮ้เป็นสถานที่ทดสอบตลาดจีน และเป็นฐานในการเสริมสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่นักช็อปชาวจีน นอกจากนี้ สินค้าแบรนด์เนมระดับหรูของโลกบางแบรนด์ที่ไม่มีขายในฮ่องกง สามารถพบเห็นได้ที่เซี่ยงไฮ้” นายแอสเซอร์สันกล่าว นายแอสเซอร์สันกล่าวว่า “สินค้าแบรนด์เนมระดับหรูจะสามารถขายได้มากน้อยเพียงใดในแต่ละเมือง ไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะกับสภาพเศรษฐกิจของเมืองนั้นๆ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยว และการขยายตัวของรายได้ประชากร ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า รายได้ของประชากรในเมืองส่วนใหญ่ของเอเชียจะมีการขยายสูงในช่วง 15 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายความว่า การจับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรูในเอเชียยังมีโอกาสขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อภายในประเทศหรือในต่างประเทศ”
วินด์เซอร์ เปิดตัวระบบประตูหน้าต่างรุ่น “Smart Series” เจาะกลุ่มลูกค้าบ้านสร้างใหม่ และกลุ่มบ้านเก่า พร้อมปล่อยหมัดเด็ด ประสิทธิภาพสูงในราคาที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง

วินด์เซอร์ เปิดตัวระบบประตูหน้าต่างรุ่น “Smart Series” เจาะกลุ่มลูกค้าบ้านสร้างใหม่ และกลุ่มบ้านเก่า พร้อมปล่อยหมัดเด็ด ประสิทธิภาพสูงในราคาที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง

วินด์เซอร์ (WINDSOR) ผู้พัฒนาระบบประตูหน้าต่างไวนิลเจ้าแรกของเมืองไทย เปิดตัว “SMART Series” ระบบประตูหน้าต่างรุ่นใหม่ พร้อม 3 เทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ระบบ Z-Lock ระบบ smart clip และระบบ fast frame technology ที่ครบครันด้วยคุณภาพในราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อม นายธีรัตถ์ อุทยานัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างไวนิล ภายใต้แบรนด์ WINDSOR เปิดเผยว่า WINDSOR ได้เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด “SMART Series” ระบบประตูหน้าต่างรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The revolutionary windows and doors” การปฏิวัติระบบประตูหน้าต่าง และยกมาตรฐานความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ด้วย 3 เทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ อาทิ ระบบ Z-Lock ระบบ smart clip และ ระบบ fast frame technology เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาระบบประตูหน้าต่างสำเร็จรูปที่ครบครันด้วยคุณภาพ การพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ “Smart Series” ขึ้นมาเพื่อลดข้อบกพร่องของสินค้าแบบเดิมซึ่งอาจจะ ก่อให้เกิดปัญหา อาทิ  น้ำรั่ว ฝุ่นเข้า เป็นต้น ซึ่งวินด์เซอร์ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้ พยายามคิดออกแบบและพัฒนาสินค้าระบบประตูหน้าต่างรุ่น SMART Series ขึ้น ด้วยการใช้วัสดุไวนิลสูตรพิเศษที่แข็งแรง คงทน และคงภาพสีเดิมไว้ตลอดอายุการใช้งาน ผสมผสานกับดีไซน์ ที่สวยงาม ในราคาที่ไม่สูงเกินไป นายธีรัตถ์ กล่าวถึงรายละเอียดของระบบประตูหน้าต่างรุ่น “SMART Series”  ว่า วินด์เซอร์ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดีเกี่ยวกับประตูหน้าต่าง เราได้พัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นในราคาที่ย่อมเยา เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยสินค้ารุ่นใหม่นี้ สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มบ้านที่สร้างใหม่ และกลุ่มลูกค้าบ้านเก่าที่ต้องการเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่ นอกจากนี้ทางวินด์เซอร์ ได้ขยายการบริการสำหรับกลุ่มเจ้าของบ้านเก่า คือ “วินด์เซอร์ ฟาสต์ รีนิว” (WINDSOR Fast Renew) ด้วยการนำระบบ Fast Frame Technology เข้ามาใช้ในการเปลี่ยนประตู หน้าต่างเก่า ให้เป็นประตูหน้าต่างไวนิลใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่วินด์เซอร์ พัฒนาขึ้นและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เดียวในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหา การชำรุด ผุพังของบานประตู หน้าต่าง ประตู หน้าต่างเปิด-ปิด ลำบาก เป็นต้น โดยยังคงโครงสร้างวงกบไม้เดิมไว้ และใช้โครงใหม่ครอบและยึดไว้ด้วยอุปกรณ์พิเศษ ทำให้หน้าต่างใหม่มีความแข็งแรง ทนทาน และสวยงามมากขึ้น สามารถเปลี่ยนหน้าต่างเก่าให้สวยใหม่ ได้ภายใน 1 วัน โดยที่ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยในบ้าน นายธีรัตถ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกลุ่มเจ้าของบ้านใหม่ ระบบประตูหน้าต่าง SMART Series ใช้ 3 เทคโนโลยีพิเศษ ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เหนือกว่าสินค้าที่ขายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน รวมทั้งใช้วัสดุไวนิลสูตรพิเศษ (WINDSOR Advance Vinyl) ที่คิดค้นเพื่อรองรับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นสูงของเมืองไทยโดยเฉพาะ จึงมีความทนทานต่อ ความร้อน แสงแดดและความชื้น ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ประกอบด้วย ระบบ z-lock : ระบบหน้าต่างบานเลื่อนทั่วไป ระบบการเกี่ยวบานจะทำหน้าที่แค่ “เกี่ยว” เท่านั้น เมื่อลมพัดแรง หรือเอามือไปเขย่า จะรู้สึกว่าไม่แน่น บานจะกระทบกันเสียงดัง ด้วยระบบ Z-LOCK TECHNOLOGY ที่ออกแบบระบบ เสาเกี่ยว หรือ อินเตอร์ล็อค ที่สามารถขัดตัวเองกันจนแน่นเมื่อปิดบาน บานจะแน่น เขย่าแล้วไม่สั่น อากาศและฝุ่นจะผ่านเข้าออกได้น้อยมาก ส่งผลให้กันเสียงดีขึ้น คุณภาพชีวิตในการพักผ่อนก็จะดีขึ้นด้วย ซึ่ง SMART Series เป็นหน้าต่างบานเลื่อนระบบเดียวในสินค้าระดับราคาเท่ากันที่มีเทคโนโลยีการป้องกันระดับพรีเมียม ระบบ smart clip : เป็นนวัตกรรมการติดตั้งที่ช่วยให้ติดหน้าต่างได้แข็งแรงขึ้น เร็วขึ้น โดยไม่เหลือรูเจาะสกรูอยู่บนวงกบ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงน้ำรั่ว เมื่อไม่มีการเจาะรู ความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำรั่วจึงไม่เกิด  และวัสดุคลิปและสกรูนี้ เป็นเทคโนโลยีสูงระดับเดียวกับอากาศยาน ซึ่งวินด์เซอร์สามารถเสนอการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ระบบ fast frame technology : ระบบวงกบที่ติดตั้งด้วยวิธีครอบช่องปูน และมีคิ้วประดับวงกบเข้าชุด สามารถติดตั้งประตูหน้าต่างให้ตรงได้ระนาบ เนื่องจากมีปีกด้านนอกบ้าน และมีคิ้วประดับวงกบด้านในบ้าน สามารถครอบช่องปูนได้ทุกด้าน แม้ว่าช่องปูนจะฉาบมาไม่ได้ดิ่งฉาก ทำให้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำขึ้น นายธีรัตถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สินค้าใหม่ที่ทาง WINDSOR ได้พัฒนาขึ้นนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในงานสถาปนิก  โดยมีลูกค้าลงทะเบียนสนใจจองในงานเกือบ 300 คน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 11 ล้านบาท และในช่วงการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงแรกนี้ ทาง WINDSOR ขอมอบโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ สินค้าประตูหน้าต่างรุ่นใหม่ล่าสุด ! “ระบบประตูหน้าต่าง รุ่น สมาร์ทซีรี่ย์ ในราคาพร้อมติดตั้งเริ่มต้นที่ 3,000 บาทต่อตารางเมตร พร้อมส่วนลดถึง 500 บาทต่อ ตรม. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-555-0333 หรือ facebook.com/windsorpage