Life+Style

 

Life+Style ล่าสุด

1 2 3 ... 11
10 พฤติกรรมบนวิถีชีวิต New Normal หลังโควิด-19

10 พฤติกรรมบนวิถีชีวิต New Normal หลังโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาคภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมและภาคแรงงาน ต่างมีการปรับตัวเพื่อรับมือและสอดรับกับวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal)     ล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างร่วมตอบแบบสอบถามจำนวน 1,124 คน  ในหัวข้อ “วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร”  พร้อมเผย 10 อันดับปรากฎการณ์วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดที่ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเริ่มเข้าสู่ระยะปลดล็อคมาระยะหนึ่งแล้ว  แต่พฤติกรรมหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปจนกลายเป็นวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ของผู้คนในปัจจุบัน แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดอันดับ 10 พฤติกรรมที่ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตและการทำงานไว้ดังนี้ อันดับ 1 การช้อปปิ้งออนไลน์  90.91% เห็นได้ชัดในสถานการณ์ครั้งนี้ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซ เติบโตพุ่งขึ้นไปอีก  ข้อมูลจากบริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด มีคาดการณ์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ หรือช้อปออนไลน์ในกลุ่ม C2C หรือ Customer to Customer ไม่รวมบริการจองที่พักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ดิจิทัลคอนเทนต์ และบริการอื่น ๆ ระบุว่าในปี 2563 ธุรกิจช้อปออนไลน์มีมูลค่าที่ 220,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 4-5% ของค้าปลีกทั้งประเทศ  เติบโต 35% จากปี 2562 ที่มีมูลค่า 163,300 ล้านบาท สัดส่วน 3% ของค้าปลีกทั้งประเทศ นับว่าโควิดเป็นแรงกระตุ้นให้อัตราการช้อปออนไลน์เติบโตสูงขึ้นมากทีเดียว อันดับ 2 การทำงานผ่านออนไลน์ 81.82%  การทำงานในรูปแบบ Work from Home เข้ามาปรับพฤติกรรมแรงงานเข้าสู่โหมดออนไลน์  โดยมีแพลตฟอร์มการประชุมมากมาย  อาทิ  Zoom Meeting   และ Microsoft Meeting เป็นต้น อันดับ 3 เสพความบันเทิงออนไลน์  72.73%  ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การเดินทางออกมาท่องเที่ยว หรือชมภาพยนตร์ในแบบปกติมีข้อจำกัด ดังนั้น รูปแบบความบันเทิงของผู้คนทั่วไปจึงอยู่ในระบบออนไลน์มากขึ้น มีแอปพลิเคชันบันเทิงในการดูภาพยนตร์  ฟังเพลงให้เลือกใช้บริการมากมายทั้งในแบบฟรีและคิดค่าบริการ  ซึ่งเสริมให้ธุรกิจนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น  และกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ กับอินเทอร์เน็ตมีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนับเป็นอานิสงค์ให้กับผู้ให้บริการ อันดับ 4 ใช้บริการ E-Payment 63.64% มีการใช้บริการบริการ E-Payment หรือการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น  ปัจจุบันหลายๆ ธุรกิจเพิ่มช่องทางการชำระเงิน  รวมถึงภาครัฐและภาคธนาคารผลักดันให้เกิดสังคมไร้เงินสด  ซึ่งโควิด-19 นับว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เราก้าวสู่สังคมไร้เงินได้เร็วยิ่งขึ้นครอบคลุมในการจ่ายเงินในการซื้อสินค้าและบริการ โดยจะเห็นได้จากทุกวันนี้เราใช้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟน และจ่ายเงินโดยไม่ต้องมีเงินสดแล้ว อันดับ 5  E-learning 54.55%  พ่อแม่ผู้ปกครองคงปฏิเสธไม่ได้  เมื่อลูกหลานไม่สามารถไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแบบปกติไม่ได้  โรงเรียนและครูอาจารย์นำเครื่องมือที่เรียกว่า  E-learning  มาใช้ในการเรียนทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 54.55%  ดังนั้น เด็กและเยาวชน  รวมทั้งผู้ปกครองมีการปรับตัวเพื่อใช้ E-learning  นอกจากนี้คนในวัยทำงานก็ใช้เครื่องมือนี้ในฝึกอบรมและสัมมนาอีกด้วย อันดับ 6 ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 45.45% ด้านระบบเครือข่ายการสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ต ต้องมีความเร็วสูง แรง และเสถียรเพื่อรองรับการใช้งานในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากกิจกรรมดังกล่าวในอันดับต้นๆ  นับว่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 45.45% อันดับ 7 ดูแลสุขภาพผ่านเทคโนโลยี 36.36% ด้านการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี จึงทำให้มีสมาร์ทดีไวซ์ที่เข้ามารองรับการใช้งานด้านนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Watch และการรับคำปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 36.36% อันดับ 8 ส่งสินค้าด้วยแอพพลิเคชั่น 27.27% ด้านซัพพลายเชน 4.0 การบริหารการจัดส่งสินค้าด้วยเทคโนโลยีแอปพลิเคชันที่รองรับการให้บริการมากมาย  ทำให้อุตสาหกรรมด้านการให้บริการโลจิสติกส์มีการแข่งขันอย่างมาก ซึ่งหัวใจการให้บริการคือ ความเร็ว  ดังนั้น เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยให้การให้บริการนี้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น  นับว่ามีสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงในอัตราส่วนไม่น้อยอยู่ที่ 27.27% อันดับ 9 ใช้เทคโนโลยี 3D Printing 18.18% ระบบการผลิตจาก 3D Printing เช่น การผลิตหน้ากากอนามัยให้เข้ากับรูปหน้าของผู้สวมใส่นั้นๆ 18.18% อันดับ 10 การนำโดรนและหุ่นยนต์ช่วยงาน 9.09% มีการนำเอาโดรนและหุ่นยุนต์เข้ามามีบทบาทในการช่วยทำงาน  ซึ่งในงานบางอย่างอาจจะไม่ต้องใช้แรงงานคนอยู่ที่ 9.09%   จากผลการการสำรวจดังกล่าว  สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต  ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและตอบโจทย์  จนถึงเป็นแรงขับให้ทุกชีวิตทุกช่วงวัยต้องรับมือโดยการปรับตัวให้รองรับวิถีความปกติแบบใหม่ที่เกิดในช่วงโควิด-19   ดังนั้น หากทุกคนมีการเตรียมตัวและตั้งรับที่ดีโดยเฉพาะภาคแรงงาน แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนา เป็นสังคมที่มีความก้าวหน้าในระดับนานาประเทศต่อไป  
ดูไอเดีย การดีไซน์ ร้านนวด-สปา ยุค New Normal ให้ปลอดภัยห่างไกล โควิด-19

ดูไอเดีย การดีไซน์ ร้านนวด-สปา ยุค New Normal ให้ปลอดภัยห่างไกล โควิด-19

แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยจะมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนไม่พบการผู้ติดเชื่อรายใหม่ภายในประเทศ  ติดต่อกันหลายสิบวันแล้วก็ตาม  แต่เรื่องของความปลอดภัย ยังคงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุด ไม่อย่างนั้น การแพร่ระบาดระรอก 2 จะเกิดขึ้น และอาจรุนแรงจนเกินจะรับมือได้เหมือนกัน   การใช้ชีวิตภายหลังจากนี้ พูดกันว่าต้องอยู่ภายใต้ความปกติวิถีใหม่ หรือ New Normal ซึ่งก็คือการใช้ชีวิตปกติเหมือนที่เคยเป็นมา แต่อยู่ภายใต้มาตรฐานการควบคุม และเข้มงวดเรื่องของความปลอดภัย ไม่เป็นผู้แพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 หรือเป็นผู้ป่วยที่ไปได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามา   ไม่เพียงแต่เราทุกคนจะต้องปฏิบัติตัวเองให้อยู่ภายใต้วิถีชีวิตแบบ New Normal เท่านั้น  ธุรกิจและสถานประกอบการต่าง ๆ ก็ต้องปรับตัวเอง จัดการธุรกิจให้อยู่ในมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเช่นกัน  อย่างเช่น ธุรกิจร้านนวดแผนไทย-สปา ที่นับว่าเป็นธุรกิจเสี่ยงต่อการติดต่อของไวรัสโควิด-19 เป็นลำดับต้น ๆ เพราะผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ต้องสัมผัสร่างกายและอยู่ใกล้ชิดกัน แถมยังเป็นสถานที่มีผู้เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก กลุ่มสถานประกอบการประเภทนี้จึงต้องเข้มงวดอย่างมากในการดูแลสภาพแวดล้อม   โดยภาครัฐได้กำหนดมาตรฐานข้อปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ให้บริการต้องผ่านการประเมินความพร้อมก่อนจึงจะสามารถกลับมาให้บริการได้ หลังจากช่วงก่อนหน้าได้มีการล็อกดาวน์ ปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว เพื่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยต่อสุขอนามัยของผู้ใช้บริการ และจากข้อปฏิบัติด้านการจัดการสถานที่โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัย ลดการสัมผัส การคัดกรอง เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล   วันนี้ เรามีไอเดียในการออกแบบร้านนวดแผนไทยและสปา จากอาจารย์ธนิต จึงดำรงกิจ และ ดร.ศรีดารา ติเพียร อาจารย์ประจำหลักสูตรออกแบบภายในคณะศิลปกรรมศาสตร์ และ RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต มาฝาก เพื่อให้ร้านนวดไทยและสปา ภายใต้ยุค New Normal มีความปลอดภัย อยู่ภายใต้มาตรฐานของภาครัฐ   โดยอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน  ได้ให้ความเห็นว่า ในด้านของการออกแบบร้านนวดแผนไทยและสปา  มีทั้งแนวทางการออกแบบและจัดการร้านได้ 2 แนวทาง คือ แบบระยะสั้น (Short Term) และแบบระยะยาว (Long Term) การออกแบบร้านในระยะสั้น (Short  Term) การปรับปรุงร้านในระยะสั้น  (Short Term) ได้แก่ การจัดการกับพื้นที่ ที่มีผลกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโดยตรง ซึ่งมีพื้นที่ 3 ส่วนหลัก ๆ ที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ ดังนี้ 1.พื้นที่ต้อนรับและรอรับบริการ เป็นพื้นที่บริเวณส่วนหน้าร้าน ประกอบด้วยส่วนต้อนรับ จุดนั่งพักรอรับบริการ ให้คำปรึกษาคอร์สบริการ แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รับชำระเงิน สามารถปรับปรุงได้โดยแยกสัดส่วนพื้นที่ -สำหรับจุดคัดกรอง พื้นที่รอรับบริการ หากไม่มีพื้นที่ด้านนอกอาคาร ให้กันพื้นที่ต้อนรับส่วนหนึ่งไว้เป็นจุดคัดกรอง และมีฉากกั้นก่อนเข้าสู่พื้นที่นั่ง   -พื้นที่รอรับบริการ ควรมีไม่เกิน 2 ที่นั่ง และจะต้องเว้นระยะห่างต่อที่นั่ง 1.50 เมตร และควรเป็นที่นั่งเดี่ยว   -พื้นที่ให้คำปรึกษา เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แคชเชียร์ ให้วางตำแหน่งของผู้ใช้บริการด้านหน้าเคาท์เตอร์ มีระยะห่าง 1.50 เมตร พร้อมติดตั้งฉากกั้นระหว่างผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ 2.พื้นที่ให้บริการนวด -พื้นที่บริการนวด หากเป็นพื้นที่รวม ให้เว้นระยะห่างระหว่างเตียงนวด อย่างน้อย 1.50 เมตร และติดตั้งฉากกั้นซึ่งเป็นวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย แต่ควรใช้ผ้าเนื่องจากเป็นวัสดุที่จับติดกับสิ่งสกปรกและสะสมเชื้อโรคได้ง่าย   -ห้องนวดสปา ควรจัดเป็นห้องเตียงเดี่ยว และมีพื้นที่บริเวณรอบเตียงกว้างพอเหมาะ เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน 3.พื้นที่เก็บอุปกรณ์   -พื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด 1-2 จุด เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้งาน เนื่องจากเป็นข้อกำหนดที่สถานบริการต้องทำความสะอาดทุกครั้ง หลังให้บริการ   -พื้นที่เก็บอุปกรณ์ ควรแยกพื้นที่เก็บอุปกรณ์และผ้าที่ยังไม่ได้ใช้และที่ใช้แล้วห่างจากกัน และมิดชิด 3 องค์ประกอบ จัดการร้านนวด-สปา แบบระยะยาว (Long Term ) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการออกแบบพื้นที่ในอนาคต ดังนั้นสถานประกอบการจึงควรมีแผนการปรับตัวและการจัดเตรียมสถานที่รับรองผู้ใช้บริการในระยะยาว (Long Term) ทั้งนี้ วงการวิชาชีพสถาปนิกต้องสามารถคิดค้นการออกแบบที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการให้รู้สึกปลอดภัยต่อสุขอนามัย โดยผสมผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับจิตวิทยาสภาพแวดล้อม ซึ่งควรออกแบบบนพื้นฐานที่ตอบสนองทางสรีระวิทยา และจิตวิทยา ปลอดภัยต่อสุขอนามัยของผู้ใช้งาน ดังนั้นในมุมมองของนักออกแบบเอง จะมีอยู่ 3 องค์ประกอบที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ ได้แก่   องค์ประกอบที่ 1. การจัดการเชิงพื้นที่ในสถานบริการ ควรคำนึงถึงหลักการจัดวางพื้นที่ ทางเดินสัญจรภายใน ขนาด ระยะห่างของพื้นที่ที่เหมาะสม พื้นที่ใช้สอยภายใน ควรแยกกลุ่มการใช้งานอย่างชัดเจน จำกัดพื้นที่ของผู้ใช้บริการแต่ละคน รวมทั้งการสัญจรภายในร้าน ต้องแยกชัดเจนระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ แบ่งเส้นทางในการเก็บสิ่งของที่ใช้งานแล้ว เช่น ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า เพิ่มขนาดทางเดิน ขนาดเฟอร์นิเจอร์ ที่แยกการใช้งานเฉพาะบุคคล เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ ซึ่งการจัดการเชิงพื้นที่มี  3 ส่วนที่ควรให้ความสำคัญ คือ 1.พื้นที่ต้อนรับและจุดรอรับบริการ -จุดคัดกรองด้านนอก เพิ่มจุดล้างมือในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยก่อนผู้ใช้บริการจะเข้าสู่พื้นที่ต้อนรับหรือจุดรอรรับบริการ   -จุดรอรับบริการ ควรใช้เก้าอี้แบบเดียว และมีการเว้นระยะห่าง หรือขั้นด้วยโต๊ะข้าง   -จุดให้คำปรึกษา ควรจัดเป็นพื้นที่แยกต่างหาก เป็นชุดละ 2 ที่นั่ง และแบ่งขอบเขตพื้นที่ชัดเจน -เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์และแคชเชียร์ ควรเพิ่มระยะห่างระหว่างพื้นที่ของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ พร้อมจัดระยะห่างระหว่างที่นั่งอย่างน้อย 1.50 เมตร 2.พื้นที่ให้บริการนวด -พื้นที่นวดเท้าและนวดไทย หากเป็นพื้นที่นวดรวม ให้เว้นระยะของเตียงนวด 1.50 เมตรและติดตั้งฉากกั้นระหว่างเตียง สามารถปิดเปิดได้ แต่ต้องมีส่วนของผนังยื่นออกมา 1.00 เมตร และควรใช้เป็นประตูบานเลื่อนที่เชื่อมพื้นที่ได้แทนผ้าม่าน -พื้นที่นวดสปา ควรเป็นพื้นที่เตียงเดี่ยว หากจะออกแบบให้เป็นห้องเตียงคู่ ควรจัดวางตำแหน่งให้หันด้านปลายเท้าเข้าหากัน 3.พื้นที่สุขอนามัยในสถานบริการ -จัดวางพื้นที่ส่วนเก็บของที่ยังไม่ได้ใช้งานไว้ส่วนกลางของสถานบริการ และแยกพื้นที่ส่วนเก็บอุปกรณ์ที่ใช้แล้วไว้ส่วนด้านหลังสถานบริการ จัดการให้เป็นพื้นที่ปิดมิดชิด   องค์ประกอบที่ 2. การตกแต่งด้วยวัสดุปิดผิว การเลือกใช้วัสดุภาย ควรเลือกใช้วัสดุลักษณะผิวเรียบ ไม่กักเก็บสิ่งสกปรกและเชื้อโรค เช่นวัสดุที่มีพื้นผิวเป็นรูพรุนเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด เช่น การใช้กระเบื้องเซรามิคผิวเรียบที่ผ่านการอบด้วยความร้อนสูง หรือใช้วัสดุปูพื้นด้วยไวนิล หรือกระเบื้องยางแบบม้วน อาจนำมาใช้สำหรับเป็นพื้นห้องนวด เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีรอยต่อน้อย ลดการกักเก็บความชื้น ลดเสียงสะท้อน หลีกเลี้ยงการใช้วัสดุจากผ้าเนื่องจากจับกับสิ่งสกปรกได้ง่าย และกักเก็บเชื้อไวรัสได้นานถึง 8-12 ชั่วโมง (ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค) ยกเว้นกรณีผ้าปูเตียง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วยผ้า ควรเปลี่ยนวัสดุเป็นเบาะ PVC หรือหนังแทน   องค์ประกอบที่ 3. การระบายอากาศภายใน หากสถานประกอบเอื้ออำนวย ควรจัดระบบระบายอากาศให้ไหลเวียนได้ดี ด้วยการมีช่องระบายอากาศให้ไหลเวียนได้ดีด้วยช่องเปิดรับอากาศจากภายนอกสู่ภายใน ยกเว้นกรณีที่สภาพภูมิอากาศรอบอาคารไม่เอื้ออำนวย อาจจำเป็นต้องใช้ระบบปรับอากาศช่วยเพื่อให้เกิดการไหลเวียน และต้องกำหนดจุดติดตั้งที่เหมาะสม เช่น ยึดติดฝาพนัง แขวนฝ้าเพดาน หรือวางกับพื้น เพื่อให้อากาศที่สะอาดไหวเวียนไปยังพื้นที่ที่มีการใช้งาน  และต้องมีระบบดูดอากาศเพื่อการไหลเวียนที่ดี   อย่างไรก็ดี การปรับปรุงสภาพแวดล้อมของสถานบริการร้านนวดแผนไทย - สปา ต้องอาศัยความเข้าใจต่อการรับรู้สภาพแวดล้อมของตัวผู้ประกอบการเอง ซึ่งสภาพแวดล้อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ใช้บริการ ในด้านการออกแบบสถานบริการจึงต้องสื่อสารบางอย่างให้ผู้ใช้บริการรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในสุขลักษณะของสถานประกอบการนั้น ๆ ด้วย    
รีวิว Dyson V11 Absolute จากเรื่องจริงที่ใช้แล้วฟินเลยต้องบอกต่อ

รีวิว Dyson V11 Absolute จากเรื่องจริงที่ใช้แล้วฟินเลยต้องบอกต่อ

รีวิว Dyson V11 Absolute จากเรื่องจริงที่ใช้แล้วฟินเลยต้องบอกต่อ เอาล่ะ ถ้าคุณมีความคิดว่าการทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย ยุ่งยาก แล้วก็ไม่สนุกเลยซักนิด ที่ต้องกลายร่างมาเป็นนางแจ๋วหน้ามัน หัวกระเซิงเพื่อกำจัดฝุ่นภายในบ้านให้หมดเกลี้ยง.... เราขอให้คุณเปลี่ยนความคิดซะใหม่ แล้วตามเราไปดูกันว่า เราจะช่วยให้ “งานทำความสะอาดบ้าน” เป็นเรื่องสวยๆ ชวนพิสมัยได้อย่างไร   เกิดเป็นผู้หญิงในยุคนี้ งานนอกบ้านก็ต้องเริ่ด งานในบ้านก็ต้องให้เป๊ะ ดังนั้นการทำความสะอาดบ้านสำหรับแม่บ้านยุคใหม่แบบเราที่เวลาก็รีบเร่ง จะต้องบริหารเวลาสำหรับงานบ้านให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ เริ่มจากหาผู้ช่วยคนสำคัญ อย่าง “Dyson V11 Absolute” เพื่อให้งานทุกอย่างสะดวกรวดเร็ว ได้บ้านสะอาดเอี่ยมในพริบตา     ด้วยประสิทธิภาพพลังดูดของ Dyson V11 Absolute ตัวล่าสุดนี้ บวกกับขนาดของแบตเตอรี่ที่ทรงพลังที่สุดที่ Dyson เคยมีมา ทำให้ระยะเวลาในการทำงานสูงสุด 60 นาทีนี้ เป็น 60 นาทีที่คุ้มค่าที่สุดในการทำความสะอาดบ้านสำหรับเรา ยิ่งเป็นคอนโดมิเนียมขนาดไม่เกิน 300 ตร.ม. แบบที่เราอยู่ด้วยแล้ว รับรองว่าสบายหายห่วงได้เลย   เริ่มต้นการทำความสะอาดบ้านวันนี้ด้วย การจิบกาแฟนิดๆ เช็คเมลซักหน่อย พร้อมกับดูดฝุ่นไปด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะว่า Dyson V11 Absolute เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีน้ำหนักกำลังพอดี สามารถถือและทำงานสะดวกได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว     เมื่อเป็นแม่บ้านในยุคดิจิตอลแล้ว ทุกอย่างก็ต้องดูทันสมัยจริงมั้ยคะ แน่นอนว่า Dyson V11 Absolute นี้ทำงานเต็มกำลังได้แรงสุดๆ แบบไม่เคยงอแง เพราะ Dyson ดิจิตอลมอเตอร์ V11 มีพลังดูดที่เพิ่มกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 20% แถมยังมีหน้าจอ LCD เพิ่มความไฮโซเข้าไปอีก ซึ่งหน้าจอ LCD นี้จะแสดงโหมดการทำความสะอาดให้เห็นอย่างชัดเจน แล้วก็ยังง่ายต่อการสลับโหมดด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นโหมด Eco แบบประหยัดพลังงาน, โหมด Auto แบบสวยๆ และ Boost ที่พลังดูดแรงสะใจ   เอาจริงๆ แล้วสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แค่โหมด Eco หรือ Auto ก็ทำให้บ้านเราสะอาดเรียบร้อยได้แล้วค่ะ แต่บางพื้นผิว หรือพื้นที่ที่ต้องการแรงดูดอันทรงพลังมากๆ อย่างพื้นพรมหนาๆ หรือต้องการกำจัดไรฝุ่นบนที่นอนและโซฟา โหมด Boost ก็พร้อมจะเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งได้อย่างไม่มีเกี่ยงงอนเลยทีเดียว     ความไฮเทค ไฮโซของการมีหน้าจอ LCD ไม่ได้มีดีแค่การบอกโหมดการใช้งานเท่านั้นนะจ๊ะ เพราะหน้าจอเล็กๆ นี้ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานปัจจุบัน พลังงาน และเวลาที่คงเหลือ เพื่อให้เราวางแผนการทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องทำความสะอาดตัวกรองให้อีกด้วย   คุยเรื่องสเปคต่างๆ ของตัวเครื่องอย่างเดียวเดี๋ยวจะหาว่าโม้ งานนี้บอกเลยว่า เราได้ทดลองใช้จริงไรจริงไม่พึ่งสแตนอินนะจ๊ะ เรียกว่าแกะกล่องแล้วก็เอามาดูดๆๆๆๆ กันให้ครบทุกซอกทุกมุมในบ้านให้รู้กันไปเลย ก็ Dyson เค้าเป็นตัวจริงเรื่องเครื่องดูดฝุ่นที่หมกมุ่นพัฒนามานานกว่า 25 ปีเลยนี่นา แล้วจะต้องไปง้อยัยแจ๋วจอมอู้อีกทำไม   "รีวิว Dyson V11 Absolute จากเรื่องจริงที่ใช้แล้วฟินเลยต้องบอกต่อ" จากประสบการณ์ใช้จริง ข้อแรกเราเห็นว่า Dyson V11 Absolute ตัวนี้ จับได้ถนัดมือขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ควบคุมทิศทางได้ง่าย ถึงแม้น้ำหนักของตัวเครื่องจะไม่ได้เบาหวิวจนสามารถยกดูดฝุ่นบนที่สูงๆ ได้คราวละนานๆ แต่ชะนีออกกำลังกายแบบเราก็สามารถอยู่ค่ะ ถือว่าเป็นการเวทเทรนนิ่งเบาๆ ซึ่งในชีวิตจริงแล้ว เราก็ไม่ได้จับเครื่องดูดฝุ่นมายกดูดผ้าม่านกันทุกวันหรอกจริงมั้ย     จุดเด่นต่อมาของ Dyson V11 Absolute คือ หัวแปรงดูด และอุปกรณ์เสริมที่ให้มาเยอะแยะมากมายจนบางทีก็แอบงงว่าตัวเองเลือกใช้ถูกประเภทอยู่รึเปล่า ซึ่ง Highlight ของรุ่นนี้คือ หัวดูดแบบ High Torque ที่เป็นหัวแปรงแรงบิดสูงพร้อมเซ็นเซอร์โหลดแบบไดนามิก (Dynamic Load Sensor - DLS) โดยระบบนี้จะช่วยตรวจจับแรงต้านของพื้นผิว เพื่อทำการเปลี่ยนโหมดพลังดูดให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ทำให้แม่บ้านสมัยใหม่อย่างเราไม่ต้องคอยกังวลว่าจะกดโหมดถูกๆ ผิดๆ จนทำให้การทำความสะอาดบ้านขาดความเนี้ยบแล้วต้องเหนื่อยทำซ้ำอีกรอบ     ส่วนหัวดูดแบบอื่นๆ ก็คล้ายกับรุ่นก่อนเลยค่ะ มีทั้งหัวดูดลูกกลิ้งนุ่ม, หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก, หัวดูดปากแคบ, หัวดูด 2 in 1, และแปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม ซึ่งหัวดูดแต่ละอันก็มีคุณสมบัติเฉพาะที่ต่างกันออกไป ทำให้ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผงขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เศษขนม เส้นผม ขนสัตว์เลี้ยง ฝุ่นฝังแน่น หรือแม้แต่สารก่อภูมิแพ้อย่างไรฝุ่นตัวจิ๋ว ก็เก็บได้เรียบโดยไม่ทำลายพื้นผิวแต่อย่างใด ที่สำคัญหัวดูดทุกตัว ข้อต่อทุกชิ้นสามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คลิกเดียว ทำให้แม่บ้านสวยๆ แบบเราไม่ต้องออกแรงเยอะเลยค่ะ     พูดถึงฝุ่นผงขนาดเล็ก รวมถึงสารก่อภูมิแพ้แล้ว หลายคนอาจจะกลัวว่า มอเตอร์ที่ดูดแรงทรงพลังอย่างนี้ แรงลมที่ออกมาทางท้ายเครื่องจะพาอะไรต่อมิอะไรฟุ้งกระจายเต็มอากาศในห้องมั้ย เรื่องนี้ทาง Dyson เค้าเคลมว่า Dyson V11 Absolute มีระบบการกรองที่ปิดผนึกอย่างแน่นสนิท สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นที่มีขนาดเล็กระดับ 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% เลยทีเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเกสรดอกไม้ หรือแบคทีเรียต่างๆ ที่ว่าอนุภาคเล็กจนต้องมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็จะถูกเก็บเข้าไปในถังฝุ่นจนหมดเกลี้ยง   แล้วถ้าถังฝุ่นเต็มล่ะ? เราต้องสัมผัสกับถังเก็บฝุ่น ต้องกลั้นหายใจใส่หน้ากากสิบชั้นอีกรึเปล่า? ลืมภาพถุงเก็บฝุ่นที่มีแต่ฝุ่นผงนานาชนิดจนเกรอะกรังเทเท่าไหร่ก็หลุดไม่หมดไปได้เลย เพราะ Dyson มีการออกแบบวิธีการเทถังฝุ่นแบบที่เราไม่ต้องสัมผัสโดนฝุ่นเลยยยยยย ซึ่งในรุ่น V11 Absolute นี้พัฒนามาดีกว่ารุ่นเก่าเยอะ ด้วยระบบ Point and Shoot แค่เรายื่นฝาถังเก็บฝุ่นลงไปในถุงขยะ แล้วก็ปลดสลักตัวล็อค ฝุ่นทั้งหมดก็จะลงไปกองอยู่ในถุงขยะแล้ว เหลือแค่ผูกปากถุงให้เรียบร้อย แล้วก็ปิดฝาถังเก็บฝุ่นแค่นี้พร้อมใช้งานครั้งต่อไปได้สวยๆ     เรื่องการจัดเก็บเครื่องก็เป็นอีกเรื่องที่มักจะกวนใจแม่บ้านสายเนี้ยบอย่างเรา เพราะหลายครั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ก็ไม่ได้สวยงามชวนให้เอามาอวดโชว์ซักเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหากับ Dyson ไหนๆ ก็ซื้อมาตั้งแพงแล้ว ถ้าอยากจะแอบวางไว้อวดเบาๆ ก็ไม่น่าจะแปลกเกินไปหรอกเนอะ ก็ในกล่องเค้ามีตัวแขวนยึดกับผนังพร้อมแท่นชาร์จมาให้ด้วยค่ะ ทำให้การจัดเก็บเครื่องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยจนอยากจะอวดชาวโลกให้รับทราบโดยทั่วกัน นอกจากจะทำให้หยิบใช้งานได้ง่าย พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ขัดตาอะไรถ้าจะมีเครื่องดูดฝุ่นอย่าง Dyson แขวนไว้ในห้องกับเค้าด้วย     เชื่อว่าเครื่องดูดฝุ่น Dyson น่าจะเป็นไอเทมในฝันของแม่บ้านยุคใหม่หลายๆ คนเลยแหละ ยิ่งโดนเราป้ายยาแบบนี้คงต้องอยากได้กันบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถ้าลังเลยังไม่ปักใจเชื่อรีวิวของเรา ลองไปทดลองเล่นเครื่องจริงกันได้ที่ร้าน Dyson Demo สยามพารากอน และไอคอนสยามก่อนได้นะคะ รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีหลายแห่งเลยจ้า แต่ถ้าการป้ายยาของเราได้ผล นอกจากการเดินไปช็อปปิ้งด้วยตัวเอง ยื่นบัตรให้พนักงานรูดปรื้ดๆ แล้ว เรายังสามารถเข้าไปคลิกสั่งซื้อแบบออนไลน์ให้สมกับเป็นแม่บ้านยุคใหม่กันได้ที่ เว็บไซต์ https://www.dyson.co.th/ เชื่อเถอะว่า มันจะเป็นการลงทุนเงินหมื่น ที่คุ้มแสนคุ้มเลยทีเดียว   แล้วถ้าอยากได้ห้องชุดสวยๆ อยู่ใจกลางเมือง มีวิวดีๆ ติดริมน้ำ หรืออยากมาเป็นเพื่อนบ้านกับเรา เชิญชมห้องตัวอย่างได้ที่ Park Court Sukhumvit 77 เลยจ้า   บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไรฝุ่น ผู้ร้ายบนที่นอน (Dyson V8) รีวิว PARK COURT สุขุมวิท 77 คอนโดหรูห้องใหญ่ใจกลางเมือง เทคนิคทำความสะอาดบ้านแบบง๊ายง่าย ห่างไกล “ภูมิแพ้” บ้านสะอาดไร้ฝุ่นด้วย BOSCH Flexxo Serie 4  
รวมคอนเทนต์  เคล็ดลับคลีนบ้าน เวลาว่าง ช่วง Work Form Home

รวมคอนเทนต์ เคล็ดลับคลีนบ้าน เวลาว่าง ช่วง Work Form Home

เชื่อว่าหลายตอนนี้หลายคนที่ทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home คงได้ใช้พื้นที่ต่างๆ ของบ้านหรือห้องพักครบทุกมุมกันแล้ว เพราะสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ส่งผลให้ทุกคนต้อง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ซึ่งระยะเวลาการทำงานจากบ้านก็กินเวลายาวนานมาพอสมควร   นอกจากการทำงานที่บ้านแล้ว เรื่องของการทำความสะอาด ปัด กวาด เช็ด ถู บ้านให้สะอาด ก็นับเป็นเรื่องจำเป็น และควรทำ หลังจากที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะจะช่วยทำให้ห้องหรือบ้านของเรา สะอาด ถูกสุขลักษณะ ดีต่อสุขภาพของเราเอง ที่สำคัญยังช่วยทำให้บรรยากาศการทำงานที่บ้านดีขึ้นด้วย ไม่ใช่นั่งทำงานไปได้กลิ่นอับ กลิ่นเห็น หรือมีฝุ่นผง ทำให้เสียบรรยากาศการทำงาน และจะทำให้เสียสุขภาพ อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ หรือระบบทางเดินหายใจเป็นของแถมได้ง่าย   ที่ผ่านมา www.reviewyourliving.com ได้นำเสนอ คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่างๆ มากมายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคอนเทนต์เกี่ยวกับการทำความสะอาด การดูแลบ้าน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในจังหวะที่หลายคน Work From Home เชื่อว่าน่าจะนำเอาข้อมูลมานำเสนออีกครั้ง เพื่อเป็นประโยชน์และนำเอาไปประยุกต์ใช้กัน   ดูแลแอร์ ให้ปล่อยอากาศสดชื่น เมื่อ Work From Home เครื่องใช้ไฟฟ้าที่น่าจะต้องรับบทหนัก คงเป็นเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ เพราะเราต้องเปิดใช้งานทั้งในช่วงเวลากลางวัน ขณะที่นั่งทำงาน และเวลากลางคืนช่วงเวลานอนหลับ ซึ่งคงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลทำความสะอาดแอร์เป็นอันดับต้นๆ เพราะหากแอร์ปล่อยอากาศไม่บริสุทธิ์ หรือมีฝุ่น เราอาจจะมีสิทธิ์เป็นโรคภูมิแพ้เอาได้ง่ายๆ   หากแอร์ถึงกำหนดระยะเวลาจำเป็นต้องทำการล้าง อาจจะต้องเรียกช่างที่ชำนาญการมาช่วย แต่ช่วงนี้อาจจะลำบากสักหน่อย เพราะเราต้องเว้นระยะห่างทางสังคม อาจจะทำความสะอาดเบื้องต้น เช่นเอาแผ่นกรองมาทำความสะอาด ตามคู่มือการใช้งาน แต่หากช่วงนี้แอร์เกิดปัญหาเรื่องของ “กลิ่นไม่พึงประสงค์” เรามีเทคนิคและวิธีการทำความสะอาดมานำเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ต้องอ่าน 2 คอนเทนต์นี้ คือ -ต้องรีบกำจัด ! วิธีแก้ปัญหาแอร์มีกลิ่นเหม็นสุดจะดม ก่อนคนในบ้านจะทนอยู่ไม่ไหว -แอร์ส่งกลิ่นเหม็นอับ ทำไงดี ดับทุกกลิ่นอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ในบ้าน   นอกเหนือจากแอร์จะสามารถส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำลายสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของคนอยู่อาศัยแล้ว พื้นที่อื่นๆ ของบ้านก็ยังมีแหล่งที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น “ห้องน้ำ” ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องของกลิ่นอับ กลิ่นเหม็น เพราะความชื้นภายในห้อง และเราต้องเข้าไปปล่อยของเสีย จึงทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้มากมาย เรามีคอนเทนต์นำเสนอให้นำเอาไปปรับใช้ ได้แก่   -วิธีดับกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำ ด้วยสิ่งของใกล้ตัว -10 วิธีดับกลิ่นฉี่ในห้องน้ำ ฉุนแค่ไหนก็จัดการได้   นอกจากนี้ บริเวณห้องครัว แม้อาจจะไม่ใช่กลิ่นเหม็นเพราะของเสียเป็นหลัก แต่ห้องครัวเป็นพื้นที่รวมสารพัดกลิ่นของอาหารที่เราทำกิน ซึ่งบางครั้งก็เป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ และกลิ่นเหล่านี้มักจะติดอยู่เป็นระยะเวลานาน ทำให้เราต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษไม่แพ้พื้นที่อื่น ต้องเอาเทคนิคจากบทความนี้ “เทคนิคดีๆ 5 เคล็ดลับ จัดการกลิ่นในห้องครัว”   และไม่เพียงแต่เรื่องกลิ่นเท่านั้น ห้องครัวเราต้องดูแลเรื่องความสะอาดต่างๆ โดยรวมด้วย เพราะเป็นพื้นที่ของการประกอบการ ที่เราจะต้องทำให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อสุขภาพของตัวเราเอง คอนเทนต์ที่น่าสนใจ ต้องลองอ่านเรื่องนี้ “ห้องครัว เรื่องหลังบ้านที่ต้องดูแล”   ถ้าต้องการเคล็ดลับการกำจัดกลิ่นต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดในบริเวณห้องน้ำ หรือห้องครัว แต่เป็นพื้นที่อื่นๆ ภายในบ้าน ต้องลองอ่าน “เคล็ดลับกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในบ้าน” ก็จะช่วยทำให้การ Work From Home ปราศจากกลิ่นเหม็นได้     นอกจากนี้ www.reviewyourliving.com ยังมีคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้าน ซึ่งสามารถนำเอาไปปรับใช้ได้จริง อีกหลายคอนเทนต์ สนใจเรื่องไหน คลิ๊กอ่านกันได้ตามสะดวก อาทิ -4 วิธีกำจัดสิ่งสกปรกในเครื่องซักผ้า -ทำความสะอาดโซฟาผ้า ไม่ยากอย่างที่คิด -เทคนิคทำความสะอาดบ้านแบบง๊ายง่าย ห่างไกล “ภูมิแพ้” -9 ความสกปรกสุดยี้ในห้องนอน รู้แล้วรีบทำความสะอาดด่วน! -เคล็ดลับทำความสะอาดห้องน้ำ สะอาดวิ้ง ไร้คราบแบบง่ายๆ -วิธีทำความสะอาดกระจกห้องน้ำ  
7 เรื่องต้องรู้ “GREE” แอร์เบอร์ 1 ของโลก

7 เรื่องต้องรู้ “GREE” แอร์เบอร์ 1 ของโลก

  ถึงวันนี้ ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว จากการประกาศของกรมอุตุวิทยา ว่าประเทศไทยสิ้นสุดฤดูหนาวและได้เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีอากาศร้อนในตอนกลางวันอย่างต่อเนื่อง คาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้   แม้ว่าเมืองไทยจะมีอากาศร้อนเป็นปกติ  ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูฝน แต่หากเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศเมืองไทยจะร้อนมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องมองหา อุปกรณ์สิ่งจำเป็นที่จะช่วยคลายร้อน ทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในแต่ละวัน โดยเฉพาะการพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือ การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ นั่นเอง     ตอนนี้ในท้องตลาดมีเครื่องปรับอากาศสารพัดแบรนด์ วางขายและทำตลาดให้ผู้บริโภคได้เลือก ตามความต้องการ ซึ่งแต่ละแบรนด์แต่ละรุ่น ต่างก็มีคุณสมบัติหลากหลาย แล้วแต่เจ้าของแบรนด์จะพัฒนาออกมา ซึ่งนับวันเครื่องปรับอากาศถูกพัฒนาออกมาให้มีเทคโนโลยีทันสมัย และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกสบาย หรือทำให้ผู้ที่ใช้มีสุขภาพดี ห่างไกลจากมลภาวะทางอากาศต่างๆ ด้วย   เมื่อเครื่องปรับอากาศในท้องตลาดมีมากมายหลากหลายแบรนด์ หลายรุ่น หลายขนาด และราคา แล้วเราจะมีหลักเกณฑ์การเลือกแอร์สักเครื่องอย่างไร เพื่อให้ได้ทั้งคุณสมบัติที่ดี มีคุณภาพ คุ้มค่า และคุ้มราคา สำหรับคำแนะนำเบื้องต้น   การเลือกแอร์สักเครื่อง เราควรพิจารณาใน  6 ประเด็นหลัก 1. เลือกขนาดของ BTU ให้พอเหมาะกับขนาดของห้อง การเลือกขนาด BTU (British Thermal Unit) ของแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง จะช่วยทำให้เราได้แอร์ที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไม่ทำงานหนักไป หรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ข้อดีของการเลือก BTU ที่เหมาะสม ยังทำให้ประหยัดไฟฟ้า และแอร์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย   2. แบรนด์ และชื่อเสียงของแบรนด์ เรื่องแบรนด์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย หรือมองข้าม แม้ว่าหลายคนอาจจะบ่นว่าเลือกได้ยาก เพราะทุกแบรนด์ล้วนแต่บอกว่า แบรนด์ของตนเองดี มีคุณภาพมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาง่ายๆ คงดูได้จากหลายเรื่อง อาทิ ดูจากยอดขาย มากน้อยแค่ไหน วางขายสินค้าที่ใดบ้าง ระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ  เพราะข้อมูลเหล่านี้จะบอกได้ว่า ผู้บริโภคให้การตอบรับกับแบรนด์นั้นๆ มากน้อยเพียงใด   3. คุณสมบัติของแอร์ เดี๋ยวนี้เครื่องปรับอากาศ ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติ คุณภาพ และประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าไปจากอดีต แอร์ไม่ได้มีคุณสมบัติแค่ ให้อุณหภูมิที่เย็นสบายเท่านั้น แอร์ยังฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ฆ่าเชื้อโรค ดับกลิ่นเหม็นได้  เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติองแอร์ปัจจุบันยังมีอีกมากมายหลายเรื่อง ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามที่ตนเองต้องการ เพื่อคุณภาพการใช้ชีวิตในบ้าน   4. โรงงานและมาตรฐานการผลิต เรื่องของมาตรฐานการผลิต  เป็นการรับประกันได้ว่า เราจะได้เครื่องปรับอากาศที่มีคุณภาพ ตรงตามที่แบรนด์นั้นโฆษณาไว้ รวมถึงเราจะได้ใช้แอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ด้วยมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับ   5. จุดขายและการบริการหลังการขาย การหาซื้อสินค้าได้ง่ายกับจุดจำหน่ายหลากหลาย และการมีศูนย์บริการหลังการขาย รวมถึงการรับประกันคุณภาพสินค้า จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า เมื่อเกิดปัญหากับสินค้าที่ซื้อไปนั้น บางครั้งก็กลายเป็น “คำตอบสุดท้าย” ที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจ ว่าจะเลือกซื้อสินค้านั้นหรือไม่  เพราะแม้ว่าแอร์แบรนด์นั้นจะมีประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติที่ดีแค่ไหนก็ตาม แต่การบริการหลังการขายไม่ดี หรือหาศูนย์บริการได้ยาก ผู้บริโภคก็อาจจะไม่เลือกซื้อสินค้าแบรนด์นั้นเลยก็ได้   6. ราคาคุ้มค่า เรื่องของราคา ก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เพราะหากสินค้ามีประสิทธิภาพ คุณสมบัติดีแค่ไหน แต่ราคาผู้บริโภคเอื้อมไม่ถึง ไม่สามารถซื้อได้  ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร ราคาจึงต้องสมเหตุสมผล คุ้มค่าคุ้มราคา และผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องซื้อได้     7 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับแอร์กรี (GREE) ปัจจุบันท้องตลาดมีแอร์สารพัดแบรนด์วางขายอยู่ แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ว่า สินค้าหลายๆ แบรนด์ที่วางขายอยู่นั้น มาจากโรงงานผลิตที่มีเจ้าของคนเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำแบรนด์กรี (GREE) ซึ่งคือแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเครื่องปรับอากาศหลายแบรนด์ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ผ่านเรื่องราวและข้อมูล 7 เรื่องสำคัญ 1.แบรนด์เบอร์ 1 ของโลก สิ่งที่ยืนยันและบอกว่าแอร์ แบรนด์กรี เป็นแบรนด์แอร์อันดับ 1 ของโลก คือ  ยอดขายที่ถูกส่งออกไปทั่วโลก มากว่า 160 ประเทศ  ซึ่งในปี 2557  ผลิตภัณฑ์แอร์สามารถทำยอดขายมากถึง 10,000 ล้านหยวน จากยอดขายโดยรวมในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ของบริษัทซึ่งมีมากถึง 140,000 ล้านหยวน และช่วงปี 2561 ยอดขายของบริษัทพุ่งไปกว่า 200,000 ล้านหยวน เติบโตจากปีก่อนหน้ากว่า 33.33% ที่สำคัญ EUROMONITOR INTERNATIONAL ยังให้การรับรองว่าบริษัท GREE มียอดขายอันดับ 1 ของโลก ในช่วงปี 2560 อีกด้วย  ไม่เพียงแต่ยอดขายที่สูงมากแล้ว บริษัทยังได้รับการจัดอันดับ จาก Forbes Global 2000 ว่าเป็นบริษัทมหาชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อันดับที่ 294 ใช่วงปี 2561 2. แอร์ดีต้องไม่มี “เชื้อโรค” ประเด็นสำคัญของสังคมไทย รวมถึง สังคมโลก ในขณะนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ไวรัส” หรือแม้แต่ปัญหาฝุ่นระดับ PM 2.5 ซึ่งกำลังคุกคามสุขภาพของคนไทย ซึ่งเทรนด์ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพ เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ทำให้สินค้าต่างๆ ต้องมีคุณสมบัติทำให้ผู้ใช้งานมีสุขภาพดี หรือไม่สร้างปัญหากับผู้ใช้งาน เครื่องปรับอากาศในยุคปัจจุบันจึงต้องเสริมคุณสมบัติ ที่ทำให้อากาศบริสุทธิ์ ปราศจากเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมในอากาศ ที่จะมาทำร้ายสุขภาพคนในบ้าน แอร์กรีจึงมีแผ่นกรองอากาศ (Catechin Filter) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อ แบคทีเรียเอสเคอริเคีย โคไล ในอัตรา 99.99 และต้านเชื่อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส ในอัตรา 97.06 ซึ่งแผ่นกรองอากาศของแอร์กรี ได้ผ่านการตรวจสอบที่ศูนย์ตรวจสอบจุลชีวะแห่งเมืองกวางตุ้ง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2557 3. แอร์ดีมีประสิทธิภาพ ต้องมีระบบ Inverter แอร์ระบบ Inverter ดีกว่าแอร์ระบบเดิม คือ สามารถควบคุมความเย็นได้ตามที่กำหนดไว้ ที่สำคัญคือ ประหยัดไฟ และเครื่องปรับอากาศทำงานเบา โดยแอร์กรี มีระบบ Cooling Inverter ซึ่งช่วยทำให้ห้องเย็นเร็วตามอุณหภูมิที่ต้องการ และประหยัดค่าไฟได้เต็มประสิทธิภาพ 4. มาตรฐานการผลิต เครื่องพิสูจน์คุณภาพแอร์ คุณสมบัติสำคัญอีกประการที่ผู้บริโภคคำนึงถึง ในการใช้เป็นเกณฑ์เลือกซื้อแอร์ คือ คุณภาพการผลิต ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ผู้บริโภคใช้เลือก คงเป็นมาตรฐานของโรงงานว่ามีมาตรฐานอย่างไร ใช้เทคโนโลยีอะไรมาช่วยในการผลิตสินค้า ซึ่งแบรนด์แอร์กรีเองนั้น ใช้เทคโนโลยีโรบอท จาก GREE ELECTRIC APPLIANCES, INC.OF ZHUHAI ซึ่งไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่มีหุ่นยนต์มาคอยควบคุมการผลิต มีความแม่นยำในการผลิต ได้มาตรฐานและคุณภาพ 100% แล้ว ทางโรงงานยังมีทีมวิศวกรอีกกว่า 5,000 คน คอยควบคุมการผลิต และเป็นทีมพัฒนาสินค้าให้มีเทคโนโลยีล้ำหน้าอย่างต่อเนื่องด้วย ปัจจุบันแอร์กรี มีฐานการผลิตกระจายหลายมุมของโลก อยู่มากถึง 9 โรงงาน ซึ่งมาตรฐานและเทคโนโลยีการผลิตของแอร์กรี ที่บอกว่ามีมาตรฐานและทันสมัยนั้น คงวัดได้จากการให้การตอบรับจากผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลกมากกว่า 250 ล้านคนหรือพูดได้ว่าแอร์กรี ครองส่วนแบ่งการตลาดของตลาดแอร์มากถึง 1 ใน 3 ของตลาดแอร์ทั่วโลก นอกจากผลตอบรับของผู้บริโภคที่มีต่อแอร์กรีแล้ว หลายคนอาจจะไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกของแอร์กรี คือ การเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์แอร์ชั้นนำมากถึง 9 แบรนด์ ที่วางจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยและกระจายอยู่ทั่วโลกด้วย 5. ผู้บริโภคยุคใหม่ เลือกใช้สินค้าประหยัดไฟเบอร์ 5 เรื่องการประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความใส่ใจ และความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์พลังงานของโลกใบนี้เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนมาถึงตัวผู้บริโภคเอง เพราะช่วยในเรื่องการประหยัดไฟฟ้า ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าไฟสูงเกินความจำเป็น ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะซื้อแอร์ที่ช่วยประหยัดไฟฟ้า ผู้บริโภคหลายคนมีการเปรียบเทียบแอร์แต่ละแบรนด์แต่ละรุ่น เพื่อเลือกซื้อแอร์ที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากที่สุด สำหรับแอร์กรี ถือว่าได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการประหยัดไฟฟ้า จนได้รับฉลากเบอร์ 5 3 ดาว ซึ่งเป็นค่าการประหยัดไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งเดิมเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีฉลากที่บ่งบอกการประหยัดไฟด้วยเลข 1-5 เท่านั้น ต่อมาเพิ่มเติมข้อมูลในฉลากด้วยดาว ซึ่งมีตั้งแต่ 1-3 ดวง ซึ่งฉลากที่มีดาว 3  ดวง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานประหยัดไฟสูงสุด 6. เสริมเทคโนโลยี เพื่อผู้บริโภคยุคดิจิทัล เพราะในโลกยุคปัจจุบันเป็นโลกของ “ดิจิทัล” ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มีอุปกรณ์มือถือเป็นของจำเป็นประจำตัวที่ขาดไม่ได้ อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ จึงพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัล เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้มือถือ เป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ไม่ว่าจะผ่านเครือข่ายสัญญาณ WiFi หรือ bluetooth แอร์กรี ก็ไม่ละเลยที่จะให้ความสำคัญกับการตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยี WiFi เข้ามาใช้  ทำให้ลูกค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนควบคุมการทำงานของแอร์กรีได้ เปรียบเสมือนกับเป็นรีโมทคอนโทรล ผ่านฟังก์ชั่น Mobile Controller 7. มั่นใจในคุณภาพคอมเพรสเซอร์ รับประกันนานนับ 10 ปี สิ่งที่เป็นการตอกย้ำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพ และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์  เพื่อทำให้ผู้บริโภคเกิดความ “อุ่นใจ” หากซื้อสินค้ากลับไปใช้ที่บ้าน คงเป็นเรื่องของการ “รับประกัน” ซึ่งแอร์กรี มีการประกันคอมเพรสเซอร์ ที่ถือเป็นหัวใจของเครื่องปรับอากาศ นานถึง 10 ปี ขณะเดียวกันยังรับประกันอะไหล่นานถึง 5 ปีอีกด้วย ซึ่งเงื่อนไขและรายละเอียดของการรับประกัน ลูกค้าสามารถสอบถามได้ที่พนักงานและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ     เรื่องราวทั้ง 7 ข้อ คงเป็นข้อมูลที่ทำให้เราได้รู้จักกับเครื่องปรับอากาศ แบรนด์กรี กันมากขึ้น และคงเป็นข้อมูลสำคัญในการใช้พิจารณาเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศสักเครื่องมาใช้ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด    
5 ไอเดียจัดพื้นที่ทำงาน Work From Home สไตล์ “อิเกีย”

5 ไอเดียจัดพื้นที่ทำงาน Work From Home สไตล์ “อิเกีย”

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายๆ คน ปรับเข้าสู่โหมด Work From Home รวมถึงการรณรงค์ให้ Stay At Home และ Social Distancing เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ยิ่งตอนนี้  มีประกาศเคอร์ฟิวด้วย อาจจะทำให้หลายบริษัทและออฟฟิศหลายแห่ง คงให้พนักงานอยู่บ้าน เพื่อทำงานจากที่บ้านกันมากขึ้น   แต่การทำงานที่บ้าน หลายคนอาจจะขาดแรงจูงใจ หรือไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน เพราะอยู่บ้านจะมีสิ่งยั่วใจให้ต้องเสียสมาธิ ไม่ว่าจะเป็นที่นอนนุ่มๆ อาหารอร่อยๆ ที่สั่งมาตุนไว้ หรืออาจจะเป็นซีรีย์เรื่องโปรด ที่เฝ้ารอดู   เพื่อให้การทำงานที่บ้าน หรือ Work Form Home มีประสิทธิภาพเหมือนกับทำงงานที่ออฟฟิศ  ทาง “อิเกีย”  ได้นำเสนอไอเดียการจัดพื้นที่ในบ้าน ให้เป็นมุมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ตามสไตล์และพื้นที่ในบ้าน เพื่อจะได้ Work From Home กันอย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ   สิ่งที่สำคัญในการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพและดีต่อสุขภาพของเราในระยะยาวนั้น เริ่มจาก 1.การจัดตำแหน่งและลักษณะท่านั่งในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการเกิด office syndrome ซึ่งคำแนะนำในการจัดวางโต๊ะทำงานที่ถูกต้องมีดังนี้ -ตำแหน่งการวางแขนและพนักพิงหลังมีส่วนสำคัญในการรองรับสรีระขณะนั่งทำงาน จึงควรปรับพนักเก้าอี้ทำงานให้ตรง เลือกเก้าอี้ที่นั่งแล้วสบายและรองรับกระดูกสันหลัง โดยให้ที่วางแขนอยู่ในระนาบเดียวกับขอบโต๊ะ หรือใกล้เคียงมากที่สุด เพื่อให้สามารถวางมือและข้อมือลงไปตรงๆ โดยไม่รู้สึกเมื่อยช่วงไหล่ -เมื่อนั่งลงแล้วต้นขาควรจะขนานกับพื้นและวางเท้าบนพื้นได้พอดี หากความสูงของเก้าอี้ไม่ได้ระดับและเท้าลอย ควรใช้ที่วางเท้ามาช่วยรองรับ -หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างจากตัวหนึ่งช่วงแขน ขอบบนของหน้าจอควรอยู่ระดับสายตาพอดีหรือต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย และวางคีย์บอร์ดให้ตรงกับหน้าจอ   เมื่อรู้หลักการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และคอมพิวเตอร์แล้ว มาพบกับไอเดียเนรมิตมุมทำงานในฝันให้มีความสุขกับการทำงานยิ่งขึ้นกว่าเดิม   2.เลือกโทนสี Monochrome เรื่องของสีใครว่าไม่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก สีมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะสีแต่ละสีต่างให้ผู้ที่พบเห็น มีอารมณ์และความรู้สึกแตกต่างกันไป  หากนำเอาสีมาใช้เป็นกับมุมทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว หากเลือกได้ถูกต้อง ก็จะช่วยเสริมทำให้การทำงานได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย   ตัวอย่างเช่น สีขาวและดำ ยังคงเป็นโทนสีคลาสสิก ที่ทำให้มุมทำงานมีความเป็นมืออาชีพ และให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับที่สำนักงาน และยังเป็นระเบียบสะอาดตาอีกด้วย หรือหากตกแต่งห้องในโทนสีเย็นๆ สีหม่นที่ให้ความรู้สึกสบายตา จะช่วยให้มีสมาธิในการทำงานยิ่งขึ้นได้เช่นกัน  3.จัดระเบียบมุมทำงาน การมีโต๊ะทำงาน ที่เป็นระเบียบ ช่วยทำให้การทำงานมีสมาธิ และยังสามารถหาสิ่งของ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่ต้องใช้ได้ง่าย การทำให้โต๊ะทำงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยจึงเป็นสิ่งจำเป็น  หากมีอุปกรณ์สำนักงานเยอะ หรือกองเอกสารจำนวนมาก  ลองจัดหาอุปกรณ์จัดเก็บ เข้ามาช่วยจัดการให้ทุกอย่างเป็นระเบียบ ประเภทกล่องเก็บของ หรือชั้นจัดเก็บสิ่งของแบบติดผนัง ช่วยให้มุมทำงานมีความเรียบร้อย เติมความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งมุมทำงาน   การตกแต่งหรือเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยจัดระเบียบ  ยังสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตน หรือบอกสไตล์ของคนทำงานได้ด้วย เพราะเดี๋ยวนี้อุปกรณ์ต่างๆ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งวัสดุที่นำมาใช้ รวมถึงสีสันต่างๆ ก็มีให้เลือกมากมาย   ตัวอย่าง ห้องทำงานพนักงานสายไอที สำหรับคนทำงานในสายงานที่ต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง เช่น งานสายช่างภาพ นักออกแบบ ควรมีพื้นที่ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ และไม่วางของตกแต่งอื่นๆ มาปะปนกัน ลองหาโต๊ะหน้ากว้างเพื่อจัดวางอุปกรณ์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้เพิ่มเติม และควรจัดมุมเสียบปลั๊กอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ    4.มุมสร้างแรงบันดาลใจ สำหรับสายงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นพิเศษ  ลองนำสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือสิ่งที่เห็นแล้วมีความสุขมาใส่กรอบแล้วตกแต่งผนัง อาจเติมโคมไฟเพื่อกระตุ้นความคิด รวมถึงอาจเลือกใช้โต๊ะไม้เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย ก็เป็นไอเดียที่ทำได้ไม่ยาก   หรือแม้พนักงานสายอาชีพทั่วไป ก็สามารถหาของที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นของสะสม หรือของที่เห็นแล้วมีความสุขนำมาตกแต่ง ประดับโต๊ะทำงาน เพื่อให้หลังจากเคร่งเครียดอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์  หรือกองเอกสารต่างๆ จำนวนมากแล้ว หันไปมองหรือเห็นสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ นอกจากจะเป็นการพักสายตาแล้ว ยังช่วยให้เกิดความสุขกับสิ่งของที่รักได้อีกด้วย  5.เลือกวิวที่เหมาะ เวลาทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือการต้องอ่านเอกสารกองโต เราจำเป็นต้องพักสายตา เพื่อดูแลสุขภาพดวงตา และยังทำให้ไม่เหนื่อยล้าจากการทำงานด้วย  ดังนั้น การเลือกมุมทำงาน หากเป็นไปได้ควรเลือกอยู่ในมุมที่ใกล้กับวิวนอกห้องบ้าง เพื่อให้เห็นบรรยากาศของภายนอก อาจจะมองเห็นต้นไม้สีเขียว หรือวิวเมืองทั่วไป   การจัดโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างที่เห็นทิวทัศน์ภายนอก จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม แต่ก็ต้องมั่นใจว่าแสงแดดช่วงเที่ยงและบ่ายจะไม่กระทบสายตาของคุณโดยตรง ควรเลือกมุมที่หันหลังหรือหันข้างให้แสง หรือหากอยู่ในคอนโดฯ ลองเลือกจัดมุมทำงานที่ข้างหน้าต่างหรือใกล้ระเบียงห้อง ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่งความคิดแล่นเร็วสามารถทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างได้ เพราะจะดีทั้งสุขภาพดวงตา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น   อีกสิ่งที่ไม่ควรละเลย คือ การใกล้ชิดธรรมชาติด้วยสีเขียว การตกแต่งมุมทำงานด้วยไม้ประดับที่ดูแลง่าย และเป็นเครื่องกรองอากาศแบบธรรมชาติไปในตัว อาทิ ลิ้นมังกร พลูด่าง ว่านหางจระเข้ เดหลี สับปะรดสี กล้วยไม้ จั๋ง และเฟิร์น เป็นต้น ทั้งยังเอาไว้พักสายตามามองสีเขียว เมื่อเริ่มรู้สึกตึงเครียดจากการทำงาน นี่คงเป็น 5 Tips ง่ายๆ ทำได้ไม่ยาก แถมยังสร้างบรรยากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงานออฟฟิศ และผู้ที่ต้อง Work From Home ในช่วงบรรยากาศเคอร์ฟิว และโลกภายนอกยังเต็มไปด้วยไวรัสโควิด-19 เป็นกำลังใจให้กับทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เราจะรอดไปด้วยกัน    
8 วิธีจัดบ้านช่วง Work From Home ทำงานสบาย-ไม่เครียด

8 วิธีจัดบ้านช่วง Work From Home ทำงานสบาย-ไม่เครียด

ตอนนี้คนส่วนใหญ่ คง Work From Home เพราะต้อง “อยู่บ้าน เพื่อชาติ” ลดเสี่ยงการติด-การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะสถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะจบลงเมื่อไร   เมื่อจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน แล้วจะมีวิธีทำอย่างไรให้ประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ลดลงหรือแตกต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศ   วันนี้เรามีเทคนิคในการจัดบ้าน จากบริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) เพื่อมาเป็นไอเดีย นำไปใช้ช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน ไม่น่าเบื่อ แถมยังจะช่วยให้ทำงานได้มีอย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งทางความคิด อีกทั้งยังช่วยลดความตรึงเครียดเพิ่มความผ่อนคลายได้อีกด้วย มาดู 8 วิธีเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศที่น่าทำงาน 1.หาต้นไม้ขนาดเล็กมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน ต้นไม้เล็กๆ อย่างแค็กตัสหรือตะบองเพชร นี่แหละเหมาะที่สุด เพราะขนาดกะทัดรัด ไม่เกะกะ  นอกจากนี้ยังมีสีสันสวยงาม ดูแลง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย หรือจะเป็นต้นไม้ชนิดอื่นๆ ดูขนาดให้เหมาะกับโต๊ะ หรือมุมบ้าน เพราะสีเขียวจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานได้ ยิ่งหากใส่ในกระถางสวยๆ เก๋ๆ ตามสไตล์ที่เราชื่นชอบ ก็จะทำให้เป็นโต๊ะที่น่าทำงาน แถมสร้างบรรยากาศสดชื่นอีกต่างหาก 2.เลือกห้องที่เงียบๆ หรือมุมโปรดเป็นที่ทำงาน ถ้าคิดไม่ออกว่าห้องไหนดี แนะนำว่าให้เลือกนั่งเล่นจะเหมาะที่สุด เพราะไม่อุดอู้ บรรยากาศสบายๆ นั่งทำงานทั้งวันก็ไม่เบื่อ แต่สำหรับใครที่ชอบความเงียบ ความเป็นส่วนตัว แนะนำให้เลือกห้องนอน เพราะความเงียบจะช่วยให้คุณมีสมาธิกับการทำงาน แล้วหากอยู่คอนโดมิเนียม หรือห้องเช่า ที่เป็นห้องสตูดิโอ ไม่ได้มีการแบ่งห้องอื่นๆ ไว้ แนะนำให้เลือกหามุมใดมุมหนึ่ง ที่คิดว่าเป็นมุมสงบของห้อง และเป็นมุมที่ตัวเองชื่นชอบ อาจจะเป็นมุมริมหน้าต่าง ที่สามารถพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ออกไปมองวิวรอบนอกได้ หรือมุมที่ห่างไกลจากทีวี เพราะจะได้ไม่ต้องเสียสมาธิจากการอยากเปิดทีวีดู ที่สำคัญอยากเลือกมุมทำงานใกล้เตียงนอน เพราะที่นอนจะดึงดูดให้เราหันไปเอนตัวลงนอนได้ทุกเมื่อ ควรเว้นระยะห่างจากที่นอนเป็นดีที่สุด 3.มีของกินบนโต๊ะทำงาน (แต่พอประมาณ) ลองหาขนม กาแฟ หรือผลไม้เตรียมไว้ที่โต๊ะทำงานสักหน่อยก็จะช่วยให้คลายเครียดได้ แต่อย่ามากเกินไปจนเกินไป เพราะจะทำให้เราเสียสมาธิ เอาเวลาแต่ไปกินอาหาร ที่สำคัญอาหารที่อยู่บนโต๊ะควรเป็นอาหารหยิบกินง่าย ไม่ใช่อาหารมื้อหลัก เพราะแทนที่จะเป็นโต๊ะทำงานก็อาจจะกลายเป็นโต๊ะกินข้าวไปแทน 4.ควรแยกมุมทำงานออกจากสัตว์เลี้ยง ถ้าบ้านใครเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้  ควรจะหามุมทำงานที่ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงแสนรัก เพราะอย่างน้อยก็ถ้าหมาแมวของคุณมีนิสัยซุกซน ชอบเล่นเสียงดัง ชอบมากวนคุณเวลาคุณทำงาน ก็ขอแนะนำให้ใช้มุมอื่นทำงานจะดีกว่า เพราะไม่งั้นคุณอาจจะรำคาญและเสียสมาธิได้ แต่ถ้าคุณเคยชินกับการที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ล้อมรอบเวลาทำงานอยู่แล้ว ก็ไม่มีปัญหา เพราะแบบนั้นอาจทำให้คุณผ่อนคลายมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ 5.ควรเลือกเก้าอี้ขนาดใหญ่ นั่งสบาย ดีที่สุดคือควรเป็นเก้าอี้แบบที่ใช้ในสำนักงาน เพราะเบาะและพนักพิงจะนุ่มมาก นั่งสบาย แต่ถ้าหากพื้นห้องเป็นพื้นปาร์เก้ ไม่สามารถใช้เก้าอี้แบบล้อเลื่อนได้ ก็ให้ใช้เก้าอี้ขนาดใหญ่แล้วเอาเบาะรองนั่งนิ่มๆ มาวางไว้แทนก็ได้ การนั่งทำงานบนเก้าอี้ที่นั่งสบาย ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีสมาธิ ทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่ปวดเมื่อยเมื่อต้องนั่งนาน ลดเสี่ยงจากปัญหาโรคออฟฟิศซินโดรมให้น้อยลงด้วย 6.หลีกเลี่ยงการใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานกับพื้น การใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานกับพื้น คุณจะต้องนั่งท่าขัดสมาธิเสียส่วนใหญ่ ทำให้เจ็บเข่าได้ ปวดเมื่อยได้ง่าย ทำให้หงุดหงิดง่าย เบื่อง่ายไปด้วย ไม่สามารถทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ได้ เมื่อปวดเมื่อยก็จะมีโอกาสเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม แถมประสิทธิภาพงานอาจจะไม่ได้เต็มที่ ทางที่ดีควรนั่งโต๊ะและเก้าอี้แบบปกติจะดีกว่า 7.กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลาย การสร้างบรรยากาศของห้องให้สดชื่น จะส่งผลให้อารมณ์ความรู้สึกของเราผ่อนคลาย หนึ่งในการสร้างบรรยากาศที่ดี คือ การสร้างกลิ่นหอม อาจจะเป็นการใช้น้ำหอมปรับอากาศ หรือจะฉีดน้ำหอมในห้องก็ตามสะดวก เพราะกลิ่นหอมๆ จะช่วยให้คุณผ่อนคลายสบายใจขึ้นได้ 8.อากาศถ่ายเทสะดวก การทำงานในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก จะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดสร้างสรรค์  หากเป็นไปได้ควรเลือกห้องทำงาน  ที่สามารถเปิดหน้าต่าง ให้มีลมพัดหรือมีอากาศถ่ายเทสะดวก เป็นสิ่งที่ดีที่สุด  โดยไม่ต้องเปิดแอร์ หรืออาจจะใช้วิธีเปิดพัดลมช่วยแทน  นอกจากช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังทำให้ไม่รู้สึกอุดอู้ กับการนั่งทำงานในห้องสี่เหลี่ยม  แต่สำหรับหลายคนที่ทำงานในห้อง ซึ่งจำเป็นต้องเปิดแอร์ แนะนำให้เปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ไม่เย็นจนเกินไป และอย่าให้ทิศทางของแอร์พัดลงมาโดนร่างกายโดยตรง  เพราะอาจจะทำให้ไม่สบายได้   เทคนิคเหล่านี้ เป็นเทคนิคที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ ให้เหมาะสมกับสภาพของห้อง และไลฟ์สไตล์การทำงานของแต่ละคนได้ตามสะดวก ในยามที่จะต้อง Work From Home เพื่อให้การทำงานจากที่บ้านไม่ดูน่าเบื่อ และเกิดประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุดด้วย
รวมอีเว้นท์ประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563

ส่งท้ายเดือนแรกของปีกันด้วยอีเว้นท์ที่น่าสนใจหลายงานเลยค่ะ แต่ละงานก็แตกต่างไปตามไลฟ์สไตล์ และยังถือเป็นงานระดับบิ๊กเปิดต้นปี 2563 กันอย่างคึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจกันไปเลยค่ะ   งานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2563 "นวัตกรรมใหม่ เพื่อเกษตรไทยยั่งยืน" คือแนวคิดของงานในปีนี้ ภายในงานพบกับสินค้า OTOP งานฝีมือท้องถิ่นผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายแปรรูป (เครื่องแต่งกาย) ผ้าไหม ผ้าฝ้าย แปรรูป เสื้อสำเร็จรูป สมุนไพรเพื่อสุขภาพ เครื่องมือทางการเกษตร สินค้าทางการเกษตรทั้งอุปโภคและบริโภค ไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์ ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล สัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ อาหารคาวหวานพื้นเมือง อุปกรณ์ทางการเกษตร ฯลฯ โดยแบ่งเป็น 13 โซน เช่น ตลาดน้ำนนทรี เทคโนโลยีการเกษตร ต้นไม้ และอุปกรณ์การเกษตร สินค้า DIY and IDEA และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน สัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ สินค้าจากบริษัทห้างร้านต่าง ๆ สวนสนุก ฯลฯ   ปีนี้ อย่าลืม! งดการใช้พลาสติกด้วยการนำถุงผ้าและภาชนะใช้ซ้ำมาด้วย สามารถติดตามโปรโมชั่นหลากหลายภายในงานได้ที่ Application : Kaset Fair และข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ที่ Application : insideKU   วัน เวลา : 31 มกราคม- 8 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน Thailand Mobile Expo 2020  งานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่หลายคนรอคอย มีทั้งสินค้าลดราคาจัดเต็ม ของแถมเพียบ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดครั้งแรกในประเทศไทย   วัน เวลา : 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00-20.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 98-99 ไบเทค บางนา Thailand Street Food Festival 2020 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดงาน Thailand Street Food Festival 2020 เพื่อส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Street Food อันดับ 1 ของโลก และติดอันดับ 3 เมืองที่มีการใช้จ่ายด้านอาหารมากที่สุด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งโครงการนี้ เบื้องต้น จะมีทั้งสิ้น 6 ครั้ง ได้แก่   ครั้งที่ 1 : 1 - 2 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณถนนสีลม ครั้งที่ 2 : 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563 ณ จ.พระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 3 : 3 – 6 เมษายน 2563 ณ พัทยา จ.ชลบุรี ครั้งที่ 4 : 25 - 26 เมษายน 2563 ณ จ.เชียงใหม่ ครั้งที่ 5 : 1 - 3 พฤษภาคม 2563 ณ จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 6 : 30 – 31 พฤษภาคม 2563 ณ จ.ภูเก็ต   นอกจากนี้ยังมีการเชิญกินเนสเวิลด์เร็คคอร์ด มาร่วมบันทึกสถิติของกระทะ ผัดไทที่ยาวที่สุดในโลก โดยกระทะมีความกว้าง 99 เซนติเมตร มีความยาว 110 เมตร แก๊ส 110 ท่อ พร้อมคนผัด 110 คน มีน้ำหนักผัดไทย 2200 กิโลกรัม และสามารถเสิร์ฟให้คนทานได้มากกว่า 22,000 ชุด และภายในงานคัดสรร STREET FOOD ระดับ 5 ดาว จำนวนกว่า 100 ร้านค้า มาร่วมในงานนี้ พร้อมทั้ง 400 ร้านดังจากการคัดเลือกทั่วประเทศ และ 60 Food Truck ระดับแนวหน้า อีกไฮไลต์คือการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ลุ้นรับคูปองอิเล็คทรอนิกส์ (e-coupon) สำหรับทานฟรีทุกวันของการจัดงาน โดยแต่ละวัน ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีสิทธิ์ทานฟรี มูลค่า 200 บาท ต่อคน/จำนวน 2,000 สิทธิ์ต่อวัน   วัน เวลา : 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : ถนนสีลม   Japan Expo Thailand 2020 งานมหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้ธีม TOGETHER WE ARE ONE เตรียมต้อนรับเข้าสู่ปีแห่งกีฬาโอลิมปิคที่จะจัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยแบ่งเป็น 17 โซน พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ตลอดงาน อาทิ Japan Expo Thailand Stage พบกับศิลปินชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น, Meet&Greet Artist Zone เตรียมใกล้ชิดสุด Exclusive กับศิลปิน, Culture Zone สัมผัสศิลปะ และวัฒนธรรมขนานแท้จากศิลปินญี่ปุ่น, ร้านอาหารบินตรงจากทั่วประเทศญี่ปุ่น, กิจกรรม Cosplay Parade, B2B ZONE หรือโซนเจรจาธุรกิจ โดยภายในงานจะมีตัวแทนจากบริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น, ข้อมูลเรียนต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น, Travel&Prefecture Zone แพ็กเกจท่องเที่ยวญี่ปุ่นสุดคุ้ม โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน เช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น ตั๋ว JR Pass หรือตั๋วเข้าสวนสนุกต่างๆ ในราคาพิเศษ ฯลฯ   วัน เวลา : 31 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 10.00-21.00 น. สถานที่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ Thailand Game Expo 2020 สายเกมเมอร์ห้ามพลาดเด็ดขาด กับงาน Thailand Game Expo 2020 มหกรรมเกมและอุปกรณ์เกมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดเมืองไทย พร้อมด้วยพันธมิตรยักษ์ใหญ่ชั้นนำจากทุกวงการ ทั้งค่ายโทรศัพท์มือถือ ไอทีช้อป ผู้จัดจำหน่ายโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ และเกมชื่อดังจากทุกแฟลตฟอร์ม ร่วมชมการแข่งขันเกมส์ชื่อดังมากมาย   วัน เวลา : 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 10.00-21.00 น. สถานที่ : EH 100 ไบเทค บางนา   บางกอกแหวกแนว 2020 เปลี่ยนวันหยุดสุดสัปดาห์ให้มีความหมาย ท้าทายความคิด และมีคุณค่า กับเรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ การพูดคุยถึงความท้าทายต่างๆ ที่เป็นกระแสโลก เปิดไอเดียบันดาลใจสำหรับชีวิตในเมืองและสนุกสนานไปกับกิจกรรมสันทนาการมากมาย มีกิจกรรมมากกว่า 50 กิจกรรมตลอดสุดสัปดาห์ อาทิ การเสวนา เวิร์กช็อป กิจกรรมสาธิต กิจกรรมสำหรับเด็ก นิทรรศการ การฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง การแสดง ดนตรีจากศิลปินชั้นนำ การออกร้าน กิจกรรมเวิร์กช็อป และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ อนาคตสำหรับทุกคน”   วัน เวลา : 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 13.00-23.00 น. สถานที่ : มิวเซียมสยาม Glowfish Creators´ Lab 2020 เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นอาร์ตแกลอรี่กลางย่านสาทร ชวนศิลปินรุ่นใหม่ถ่ายทอดงานศิลป์ภายใต้คอนเซปความรักและออฟฟิศ ตอบโจทย์แนวคิดหลัก ‘Work : Play : Glow’ โชว์ผลงานของศิลปินไทยรุ่นใหม่กว่า 15 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น NYYY Design, Banana Blah Blah, Viput A., MIG MIG, Lily Lockwood, Give Me Museum, 22mm.t, The Pigeon Post, Chubbynida, In flower Lesson, CE’ HALO และ Char T. โดยจัดแสดงผลงานหนึ่งห้องออฟฟิศต่อศิลปินหนึ่งท่าน  นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมพิเศษเอาใจสายอาร์ตให้ได้ร่วมเวิร์คชอปกับอีกหนึ่งศิลปินคนรุ่นใหม่ เจ้าของลายเส้นและตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ ‘Sundae Kids’ ทุกเสาร์-อาทิตย์ตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์    วัน เวลา : 31 มกราคม-29 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : ชั้น 20 ตึกสาทรนคร Pinkoi Market in Bangkok 2020 Pinkoi คือเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์เอเชียชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าดีไซน์ ไฟล์กราฟฟิก ไปจนถึงคลาสเวิร์คช็อป เรารวบรวมดีไซเนอร์คุณภาพจากทั้งในและต่างประเทศ ตามสโลแกน “Design the way you are” ซึ่งครั้งนี้ได้จัดงานในกรุงเทพฯ พบกับดีไซน์เนอร์จากศิลปินเอเชียและชาวไทยที่จะเติมเต็มชีวิตและแรงบันดาลใจ จาก 50 แบรนด์ทั่วเอเชีย ตามด้วย workshop ที่จะมาช่วยแต่งแต้มไอเดียใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร และยังมีกิจกรรมลุ้นของรางวัล มุมถ่ายรูป และร้านอาหาร ครบในงานเดียว   วัน เวลา : 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 14:00-21:30 น. 3-4 กุมภาพันธ์ 2563 14:00-20:00 น. สถานที่ : Warehouse 30 มหกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 34 ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำธุรกิจก็ลองมาเดินงานแฟร์แสดงแฟรนไชส์แรกของปี 2563 ภายในงานพบกับบูธธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 200 บูธ อาทิ ธุรกิจเครื่องหยอดเหรียญ โรงงานรับผลิตสร้างแบรนด์ OEM สินค้ารับตัวแทนจำหน่าย บรรจุภัณฑ์อาหารเครื่องดื่ม ผู้นำเข้าวัตถุดิบ อุปกรณ์ ร้านชา กาแฟ เบเกอรี่ อาหาร ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดสุดพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความมั่นใจ ในการทำธุรกิจ   วัน เวลา : 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : ชั้น 5 BBC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าว รายละเอียดงานอีเว้นท์เพิ่มเติม งานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2563 Thailand Mobile Expo 2020  Japan Expo Thailand 2020 Thailand Game Expo 2020 บางกอกแหวกแนว 2020 มหกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 34 บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ พาชม “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” ชมออฟฟิศใหม่ “เจียไต๋” ก้าวสู่ปีที่ 100 6 วิธีเลี่ยงปัญหาฝุ่น
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 4 เดือนมกราคม 2563

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 4 เดือนมกราคม 2563

สัปดาห์นี้เราอยู่ในบรรยากาศของเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะปีนี้ในวันเที่ยวที่ตรงกับวันเสาร์พอดิบพอดี ถ้าใครไม่ได้ออกไปต่างจังหวัดก็ลองมาดูกันว่าจะมีงานอีเว้นท์ไหนที่น่าสนใจให้ได้ออกไปเดินเที่ยวรับปีใหม่จีนกันบ้าง    The Great China Bazaar @CentralwOrld ฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดอลังการ กับความยิ่งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-จีน และ ต้อนรับปีหนูทอง โดยเนรมิตบรรยากาศเมืองปักกิ่งมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ พบกับ 4 ไฮไลท์สุดอัศจรรย์ยิ่งใหญ่รับตรุษจีน 4 โซน ทั้งโชว์สุดพิเศษ"wOrld class chinses perfOrmance shOw" โชว์สุดอลังการที่หาชมได้ยากจากประเทศจีน ด้วยกองทัพนักแสดงจีนกว่า 40 ชีวิต ที่ชั้น1 Central Court, ไหว้เสริมความสิริมงคล กับองค์กวนอูหยก ขนาดเท่าคนจริง พร้อมแวะช้อปตลาดหยกแท้ ที่โซน Beacon 2, บันไดสวรรค์ความยาวกว่า 30 เมตร ใจกลางศูนย์การค้า เพื่อสัมผัสมังกรบอลลูนยักษ์ ที่โซน Beacon 3, ตลาดของไหว้ตรุษจีนและอาหารขึ้นชื่อ กับอาหารจีนกว่า 20 ร้าน ในโซน Eden1   วัน เวลา : 21-26 มกราคม 2563 สถานที่ : ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ Siam Paragon Chinese New Year 2020 : The Infinite Prosperity ศูนย์การค้าพารากอนร่วมกับธนาคารกสิกรไทยสร้างปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์ กับการแสดงสุดอลังการกับอิมพอร์ตโชว์ชุดพิเศษโดยคณะกายกรรมต้าเหลียนและกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน การเชิดสิงโตมหามงคลจำนวนมากที่สุดถึง 99 ตัว พร้อมพญามังกรหน้าทองคำ ความยาว 99 เมตร รวมถึงโชว์อื่นๆ อาทิ "สาวน้อยระบำลูกข่าง" โดยคณะกายกรรมต้าเหลียน คณะกายกรรมเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1952, กายกรรมแบบ Hand-to-Hand จากคณะกายกรรมกวางโจว เป็นต้น และกิจกรรมอื่นๆ อาทิ เซียมซีดิจิทัล, เขียนคำอธิษฐานขอพรแห่งความโชคดี และมั่งคั่ง พร้อมรับเครื่องรางที่ผ่านการประกอบพิธีในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล, การเนรมิตบรรยากาศการตกแต่งต้อนรับเทศกาลตรุษจีนเต็มพื้นที่ ช้อปสนุกพร้อมรับอั่งเปา และดูดวงกับหมอดู ซินแสชื่อดังมากมาย โดนจองคิวกันได้ตั้งแต่ วันที่ 22-26 มกราคม เวลา 10.30-19.30 น.บัตรราคา 400 บาท ณ บริเวณ คริสตัล คอร์ท ชั้น M   วัน เวลา : 23-26 มกราคม 2563 การแสดงเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : พาร์ค พารากอน สยามพารากอน   สุขสยาม สุขขี ปีเฮง สมหวัง ตลอดปี มั่งมีตลอดไป ร่วมสัมผัสบรรยากาศและซื้อสินค้าของไหว้ ของมงคล อาหารมงคล ร้านตำนานจาก “เยาวราช” ย่านชุมชนเชื้อสายจีนที่รักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมจีนดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน โดยปีนี้เมืองสุขสยามจัดพื้นที่ 2 ลานเมืองอย่างเต็มพื้นที่   ลานเมือง 1 จำลองบรรยากาศ ร้านค้า และร้านอาหาร ร้านขนม ที่มีตำนานไม่น้อยกว่า 20 ปี เช่น สยามโคโค่ ข้าวเหนียวมะม่วง แปะก๊วย มะพร้าวอ่อน จุ๋ยก้วย ตลาดน้อย 100 ปี กระเพาะปลาเจริญนคร สูตรอากง 40 ปี เป็นต้น รวมถึงของไหว้ ของมงคล ผลไม้มงคล วัตถุมงคลเสริมดวง ของแก้ชง ร้านดัง   ลานเมือง 2 คัดสรรสุดยอดอาหารมงคล 4 ภาค อาทิ ภัตตาคารกอกใจ เมนูซิ่วท้อ และขนมมงคลที่ขึ้นชื่อเปิดขายมายาวนานกว่า 70 ปี, ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ปลากรายแม่ศจี ประสบการณ์การทำลูกชิ้นปลากรายมากว่า 30 ปี, ร้านแม่อวยพร สืบทอดยาวนานกว่า 70 ปี, ร้านหมูกรอบอากง เมนูหมูกรอบสูตรดั้งเดิมสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมากกว่า 20 ปี ฯลฯ   นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์การแสดงเชิดสิงโตมังกร การแสดงชุดรำโคมจีน พร้อมกิจกรรมเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน เป็นต้น   วัน เวลา : 21-26 มกราคม 2563 เวลา 11.00-21.00 น. สถานที่ : ชั้น G ไอคอนสยาม   KING POWER CHINESE NEW YEAR THE BLESSING COMES HOME คิง เพาเวอร์ ต้อนรับศักราชใหม่ฉลองตรุษจีน เชิญชมผลงานภาพวาดลายเส้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE BLESSING COMES HOME ผ่านคาแรกเตอร์ ‘ครอบครัวหนู’ สื่อสารถึงความเป็นมงคล 6 ประการ ได้แก่ มีอายุยืนยาวผ่าน คุณปู่หนูคังคัง, สุขภาพแข็งแรง ผ่าน คุณย่าหนูเจี้ยนเจี้ยน, ร่ำรวยมั่งคั่ง ผ่าน คุณพ่อหนูฝูฝู, มีความสุขและเสียงหัวเราะ ผ่าน พี่ชายหนูเล่อเล่อ และสุดท้ายกับการมีโชคลาภผ่านน้องสาวหนูเจียเจีย โดย ยูน- ปัณพัท เตชเมธากุล Illustrator ชื่อดังระดับโลก พร้อมกิจกรรมมงคล มุมถ่ายภาพสวยๆ ด้วยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality)   วัน เวลา : 23 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : คิงพาวเวอร์ Wongnai Food Festival 2020 งานของคนชอบของอร่อย เทศกาลอาหารกรุงเทพฯ “Wongnai Food Festival 2020” โดยยก 100 ร้านเด็ดจากทั่วไทย พร้อมกิจกรรมพิเศษภายในงาน เช่น สะสมแสตมป์ที่ได้จากการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มในงาน พร้อมดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wongnai รับทันที Wongnai Tote Bag  ใบเสร็จจากการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มในงานนำมาลุ้นรับรางวัลสุดพรีเมียมทุกวัน ฯลฯ และชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินได้ทุกวัน อาทิ แก้ม วิชญาณี Nap A Lean Safeplanet Scrubb Chilling Sunday   วัน เวลา : 22-26 มกราคม 2563 เวลา 11.00-22.00 น. สถานที่ : ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ Bauhaus Imaginista Exhibition นิทรรศการสัญจร Bauhaus Imaginista ของนักศึกษารวมทั้งคณาจารย์ จากยุโรป อเมริกาและเอเชียเริ่มเข้ามาศึกษาที่โรงเรียน Bauhaus สถาบันศิลปะและการออกแบบทุกแขนง ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1919 ณ เมืองไวมาร์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีแนวคิดทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งจากรูปแบบเรียบง่าย และการดึงศิลปะให้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน สามารถจับต้องได้จริง คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยมาก่อนความสวยงามจากรูปแบบเดิมๆ เกิดเป็นนวัตกรรมจวบจนทุกวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของความมินิมอลในปัจจุบัน โดยได้เดินทางจัดแสดงมาแล้วทั่วโลก   วัน เวลา : 22 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  
พาชม “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” Branded Residence แห่งแรก

พาชม “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” Branded Residence แห่งแรก

ถ้านึกถึงเมืองท่องเที่ยวริมทะเล  ที่ชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชอบมาอย่างยาวนาน  ชื่อของ “หัวหิน” จะติดอันดับต้นๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่นึกถึง เพราะมีทั้งความสวยงามของชายหาด มีวัฒนธรรมหลากหลาย มีมุมสงบที่ให้ได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังหาความสะดวกสบายจากสาธารณูปโภคได้ครบครัน เมืองหัวหินจึงเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ ที่ต้องการมาพักผ่อน ชาร์ตพลังชีวิตได้อย่างเต็มที่ในช่วงวันหยุด     เมื่อเป็นเมืองพักตากอากาศยอดนิยม บรรดาดีเวลลอปเปอร์จึงพากันเข้ามาพัฒนาโครงการสารพัดรูปแบบรองรับ ความต้องการของผู้ที่ต้องการที่พักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์  หรือเป็นที่หมายสุดท้ายยามเกษียณอายุ ไม่ใช่ภาคเอกชนเท่านั้น ที่ให้ความสำคัญกับเมืองหัวหิน ภาครัฐเองก็มองเห็นความสำคัญของเมืองหัวหิน ซึ่งเป็นหนึ่งเมืองด้านการท่องเที่ยวหลัก สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศด้วย พราวฯ เปิดโปรเจ็กต์ “อินเตอร์คอนฯ​ หัวหิน” 3,500 ล้าน บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในดีเวลลอปเปอร์หลายราย ที่ให้ความสำคัญกับเมืองหัวหิน โดยเข้ามาพัฒนาโครงการล่าสุด คือ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน (InterContinental Residences Hua Hin)” มูลค่า 3,500 ล้านบาท  ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย ภายใต้แบรนด์ “อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท” นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เล่าว่า โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ถือเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ ภายใต้แบรนด์ อินเตอร์คอนติเนนตัลแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของเมืองหัวหิน บนที่ดินริมหาดผืนสุดท้ายใจกลางเมืองหัวหิน บนถนนเพชรเกษม ติดซอยหัวหิน 71  เนื้อที่กว่า 7 ไร่ บนถนนเพชรเกษม  ซึ่งซื้อมาด้วยราคาไร่ละ 150 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Colonial with a Modern Twist”   “เมืองหัวหินเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีศักยภาพด้านการอยู่อาศัย และการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยว ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก หรือ ไทยแลนด์ ริเวียร่า ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้โครงการฯ ของเราเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางจากทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้น”   สำหรับภายในโครงการฯ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน โดยผสมผสานเข้ากับความร่วมสมัย และเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล การออกแบบอาคารให้สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ ตลอดจนมียูนิตที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว อินเตอร์คอนฯ หัวหิน ให้พื้นที่ส่วนกลางกว่า 4 ไร่ ภายในโครงการ ยังมีพื้นที่สีเขียวและส่วนกลางโครงการฯ กว่า 4 ไร่ โดดเด่นด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่มีสัดส่วนมากกว่าโครงการทั่วไป โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 70% หรือกว่า 7,000 ตารางเมตร เป็นสวนขนาดใหญ่ ชายหาดส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางกว่า 20 รายการ ได้แก่ สระว่ายน้ำ 7 สระสำหรับเด็ก ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ต้องการออกกำลังกาย รวมถึงสระขอบใสริมหาด ห้องออกกำลังกายที่ซ่อนอยู่ใต้สระว่ายน้ำ (Hidden Gym) ที่มาพร้อมกับห้องสปา ตลอดจนพื้นที่จัดเลี้ยงริมหาด (Beach Pavilion) และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย พื้นที่รอบโครงการฯ ล้อมรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยพรรณไม้นานาชนิด น้ำพุ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง บริเวณอาคารชั้นล่างเน้นดีไซน์ที่ร่วมสมัย เปิดโล่ง และการใช้สีขาวในการตกแต่งเป็นหลัก ขณะที่ชั้นบนของสิ่งปลูกสร้างทั่วทั้งโครงการฯ จะเน้นประดับด้วยบานเกล็ดไม้สไตล์โคโลเนียล เพื่อช่วยบังแดด เพิ่มความเป็นส่วนตัว และขยายพื้นที่พักผ่อนบริเวณระเบียงให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อินเตอร์คอนฯ หัวหิน กับ 22 แบบห้องให้เลือก การออกแบบโครงการฯ มุ่งเน้นการเชื่อมโยงสมาชิกครอบครัว 3 เจเนอเรชั่นให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ และออกแบบให้ระเบียงของห้องให้มีความลึก และกว้างพอที่ทำให้ผู้อาศัยดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเลได้อย่างเต็มที่  การออกแบบให้ห้องเปิดรับแสงในเวลากลางวัน ตลอดจนการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์โคโลเนียลที่มีกลิ่นอายของความโมเดิร์น โดยเฉพาะการใช้หวายและมุมโค้งที่ออกแบบด้วยความประณีต โครงการถูกออกแบบเป็นอาคารโลว์ไรซ์ จำนวน 9 อาคาร จัดสรรเป็น 7 กลุ่ม เพื่อเหมาะกับความต้องการที่หลากหลาย ประกอบด้วยอาคารสูง 7 ชั้น 1 อาคารและอาคารสูง 4 ชั้น 8 อาคาร รวม 238 ยูนิต  แต่ละอาคารมีจำนวนยูนิตต่อ corridor มากที่สุด 8 ยูนิต เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด  โดยทุกกลุ่มอาคารมีจุดเด่นของตัวเอง เช่น ระยะใกล้หาด, สระน้ำที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า, สระน้ำที่มีกิจกรรม หรือระยะใกล้สวนและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทุกยูนิตให้เฟอร์นิเจอร์ครบ (Fully Furnished) ตามมาตรฐานของอินเตอร์คอนติเนนตัล   จำนวนยูนิตทั้งหมดแบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ มากถึง 22 ประเภท นับตั้งแต่ประเภท 1 ห้องนอน ไปจนถึง 5 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 45-325 ตารางเมตร  โดยมีจุดเด่นต่างๆ อาทิ ตั้งอยู่ติดสระว่ายน้ำ (Pool Access)  มีสระว่ายน้ำส่วนตัว (Private Pool) มีห้องพักแม่บ้าน ระเบียงกว้างเกือบ 10 ตารางเมตร  พร้อม Day Bed ทุกยูนิตหน้ากว้างกว่า 6 เมตร ให้เต็มอิ่มกับวิวทะเลผ่านประตูกระจกแบบ Full Height โดยกว่า 80% ของโครงการเป็นห้องวิวทะเล (Seaview)   มีห้องประเภท Duplex และ Penthouse   สำหรับห้องเพนท์เฮาส์ มีให้จับจองเพียง 2 ยูนิต พื้นที่ 325 ตารางเมตร  มีห้องมากถึง 5 ห้องนอน แต่ละยูนิตมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งห้องเพนท์เฮาส์จะมีหน้าติดทะเลกว่า 9 เมตร สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ 270 องศา อินเตอร์คอนฯ หัวหิน พร้อมให้บริการระดับลักชัวรี่ จากการใช้แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัล ของกลุ่มอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป หรือ IHG มาใช้เป็นแบรนด์บริหารโครงการ ทำให้ผูอยู่อาศัยได้รับการบริการตามมาตรฐานโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล  7 วันต่อสัปดาห์ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ Concierge บริเวณล็อบบี้ ห้องเก็บสัมภาระพร้อมกับพนักงานยกสัมภาระ และรถกอล์ฟรับส่งในบริเวณโครงการฯ รวมไปถึงการให้บริการอื่นๆ เช่น ห้องสปาส่วนตัวพร้อม Therapist และ Beach Pavilion ห้องอเนกประสงค์ริมทะเลที่สามารถใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงพร้อมกับบริการจัดเลี้ยงจากโรงแรมได้   นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยในโครงการ ยังได้รับสิทธิพิเศษในการใช้บริการจาก 5,800 โรงแรมในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป ทั่วโลก ผ่านการเป็นสมาชิก “ไอเอชจี รีวอร์ด แพลตทินัม อีลีท เมมเบอร์ชิป” (IHG Rewards Platinum Elite Membership) และ เอกสิทธิ์ในด้านไลฟ์สไตล์จากการเป็นสมาชิก “พราวด์ พริวิเลจ (Proud Privileges)” จากธุรกิจในเครือพราวกรุ๊ปและพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำมากมาย ตลอดจนสิทธิพิเศษในการเข้าใช้บริการ 111 Social Club คาเฟ่สไตล์โคโลเนียลสุดชิค ริมชายหาดที่ตั้งอยู่ติดกับโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน อินเตอร์คอนฯ​ หัวหิน พร้อมโอนปลายปี 64  ความคืบหน้าของโครงการ ปัจจุบันอยู่อยู่ในขั้นตอนการขอรับรองการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยมีแผนจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ในปี 2564  และเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพรวมของความเป็น อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ชัดเจนยิ่งขึ้น  บริษัทจึงได้สร้างห้องตัวอย่าง แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 50 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 82 ตารางเมตร ซึ่งได้จำลองทุกบรรยากาศที่เหมือนกับโครงการจริง  ภายใน เซลส์ แกลเลอรี ของโครงการ   โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน จะจัดงานรอบ วีไอพี ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ ที่ Gaysorn Urban Resort โดยมีโปรโมชั่นพิเศษ ให้กับลูกค้าที่จองภายในงานจะได้รับสิทธิพิเศษสูงสุด 1,000,000 บาท และยังได้รับ IHG Rewards Club Platinum Elite Membership พร้อมแต้มสะสมสูงสุดถึง 500,000 แต้ม โดยสามารถนำแต้มในบัตรไปแลกรับเอกสิทธิ์ระดับโลก อย่างสิทธิในการเข้าพักที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ตามมหานครชั้นนำ อย่างปารีส ลอนดอน และโตเกียวฯลฯ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ ได้ที่ www.intercontinentalresidenceshuahin.com   ข่าวที่เกี่ยวข้อง -เพราะ 3 เหตุผลหลักที่ “พราว กรุ๊ป” ยอมทุ่ม 7,000 ล้าน ปักหมุด 2 โปรเจ็กต์ในจังหวัดภูเก็ต -AWC ผนึก IHG ดึงแบรนด์ในเครือ บริหารโรงแรม 1,200 ห้อง  
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนมกราคม 2563

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนมกราคม 2563

งานอีเว้นท์ช่วงต้นปีแบบนี้ เทศกาลแรกๆ ของปีคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเทศกาลตรุษจีน ที่แม้ว่าจะเริ่มวันกันจริงๆ ช่วงปลายสัปดาห์หน้า แต่หลายแห่งก็เริ่มมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันตั้งแต่สัปดาห์นี้แล้วนะคะ ทุกงานจัดได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ซึ่งนอกจากเริ่มมีงานฉลองเทศกาลตรุษจีนแล้ว ยังมีงานอีเว้นท์อื่นๆ ที่น่าเดินไม่น้อยทีเดียวเชียว    งานอีเว้นท์ เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 26 Thai International Travel Fair 2020 (TITF) งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 26 มหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ที่รวบรวมเอาสายการบิน เอเย่นต์ทัวร์ชั้นนำ โรงแรมที่พัก รีสอร์ท เรือสำราญ เช่าไวไฟ รถเช่า บัตรท่องเที่ยว อาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ท่องเที่ยว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ มานำเสนอในดีลพิเศษที่น่าสนใจมาไว้ในงานเดียวในราคาสุดคุ้ม   วัน เวลา : 16-19 มกราคม 2563 เวลา 10.00-21.00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี   Bangkok Motorbike Festival 2020 เตรียมพบกับเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 200,000 คนต่อปี ครั้งนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Culture of Ride” ภายในงานอัดแน่นไปด้วยค่ายมอเตอร์ไซค์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Benelli, BMW, Cup House by AP Honda, ETRAN, Edison Motors, Ducati, Harley-Davidson, Indian, Kawasaki, MV Agusta, Royal Enfield, Triumph, Victory, Yamaha และ Zero Engineering รวมถึงร้านจำหน่ายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง เครื่องแต่งกาย และบริการต่างๆ กับหลากหลายกิจกรรมเพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์ อาทิ การประกวด Bangkok Custom Bike Competition ครั้งที่ 3 สัมผัสกับตำนานและความคลาสสิกของมอเตอร์ไซค์ เจแปนิสเรโทร เป็นต้น   วัน เวลา : 15-19 มกราคม 2563 สถานที่ : ลานด้านหน้า CentralWorld   KRAFT KRAFT MARKET ตลาดที่ทุกคนรอคองานที่รวบรวมงานคราฟท์ + กล้องฟิล์ม + สินค้า art and crafts ดีไซน์สวย ๆ มาให้ช้อปกันสนุกในที่เดียว กว่า 30 ร้าน   วัน เวลา : 17-19 มกราคม 2563 11.00 - 20.00 น. สถานที่ : Lido Connect   Central Embassy Chinese New Year Festival 2020 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ไชนีส นิวเยียร์ เฟสติวัล 2020 ร่วมเฉลิมฉลองตรุษจีนมหามงคลรับศักราชใหม่ พร้อมกิจกรรมเสริมความมงคลให้ได้ร่วมสนุก ซึ่งจะเนรมิตชั้น G ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นกลิ่นอายยุค 60 ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผสมผสานป๊อปคัลเจอร์เข้ากับวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว ร่วมเขียนคำอวยพรติดบนต้นส้มและสนุกไปกับกิจกรรมถ่ายภาพชุดจีนโบราณ ที่บริเวณชั้น 2 บริเวณชั้น 5 Dargon Market รวบรวมร้านค้ากว่า 20 ร้านให้ผู้ร่วมงานได้ช้อปของขวัญ ของกิน ของใช้ และพิเศษสำหรับวันแรกของการจัดงาน โชว์สุดอลังการ มหาเทพมังกรทอง และการเชิดสิงโตกระโดดเสาดอกเหมย พร้อมเสริมความเป็นสิริมงคลด้วย สิงโต 9 สีมงคล การแสดงรำจีนร่วมกับศิลปนดารา ที่ ชั้น G ในเวลา 18.00   วัน เวลา : 16-26 มกราคม 2563 สถานที่ : Central Embassy   งานอีเว้นท์ Chinese New Year 2020 ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ช้อป ชมการแสดง เสริมดวงชะตา ท่ามกลางบรรยากาศ ที่เนรมิตให้เป็นดั่งมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศความรุ่งเรืองในยุคอดีตของเมือง “เซี่ยงไฮ้” ตื่นตาตื่นใจและเพลิดเพลินไปกับกายกรรม การเชิดสิงโต มังกร การแสดงระดับโลกที่หาดูได้ยาก อาทิ การแสดงกังฟู จากวัดเส้าหลิน งิ้วหุ่นกระบอกไหหลํา งิ้วเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก ร่วมสักการะขอพร 10 เทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากเกาะฮ่องกง  เปิดให้ดูดวง เสริมชะตา กับเจ้าพ่อโหราศาสตร์คนดัง อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ และหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแจกส้มมงคล, แจกอั่งเปา, โปรโมชั่นสุดพิเศษ พร้อมสินค้าและอาหารมงคลสำหรับเทศกาลตรุษจีน มารอให้ช้อปและชิมมากมาย   วัน เวลา : 17-27 มกราคม 2563  เวลา 10.00 - 22.00 น. สถานที่ : เทอร์มินอล21 อโศก, เทอร์มินอล21 พัทยา, เทอร์มินอล21 โคราช, แฟชั่นไอส์แลนด์ และ เดอะ พรอมานาด รามอินทรา   เทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์ งานประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชาวจังหวัดนครสวรรค์ แห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2563 เฉลิมฉลองงานเทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์ "104 ปี อัตลักษณ์ ประเพณี วิถี แห่งศรัทธา" ปีนี้จัดขึ้น 12 วัน มีการแสดงสดตลอด 12 คืน พบแสดงจากศิลปินชื่อดัง และการแสดงจากนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดนครสวรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศ อาณาจักร เมืองจีนโบราณ จำลอง ขนาดเท่าของจริงบนถนนสายวัฒนธรรม อิ่มท้องอิ่มใจกับถนนสายวิถีนักชิม วิถีนักช็อป มีลานบุญ ลานแก้ชงที่ยิ่งใหญ่ ตระการตา ขนาดกว่า 1,600 ตารางเมตร ประติมากรรมทรายบนหาดทรายริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม RC ค้นหาขุมสมบัติ พร้อมชิง iphone11 และร่วมสักการะและขอพรในวันตรุษจีนนี้กับองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ ต้นแบบจากสาธารณรัฐ ประชาชนจีนที่จะประดิษฐาน ณ อาคารพาสาน Landmark แห่งใหม่ของนครสวรรค์   วัน เวลา : 18-29 มกราคม 2563 แห่กลางคืน วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 แห่กลางวัน วันอังคารที่ 28 มกราคม สถานที่ : จ.นครสวรรค์   งานอีเว้นท์ กวางตุ้งกว๋องสิวแฟร์ สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทยจัดงานสืบสานวัฒนธรรมจีนกวางตุ้งครั้งแรก ภายในงานมีการรวบรวมการแสดงวัฒนธรรมกวางตุ้งที่หาชมยาก อาทิ พิธีการเบิกฤกษ์ปีใหม่จีนด้วยการแห่สิงโต ชมงิ้วอุปรากรจีน นอกจากนี้ยังมีการเสวนาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวกวางตุ้ง อาทิเช่น พิธีแต่งงาน-ยกน้ำชาของบ่าวสาว เพลงกล่อมเด็ก พิธีโกนผมเด็กครบเดือน เพลงอวยพรในโอกาสต่างๆ ชมบูธสินค้า 70 ร้านค้า อาทิ อาหารจีน เจ้าอร่อยชื่อดังในตำนาน อาทิเช่น สุกี้แคนตัน ภัตตาคารแชงกรีล่า (สีลม) ภัตตาคารท่องกี่ ภัตตาคารก๊อกใจ๋ ฯลฯ พร้อมอาหารที่หารับประทานได้ยาก อาทิเช่น จี๊หม่าหวู๋ - ห่งเต๋าโจ๊ก – บ๊ะจ่างกวางตุ้ง สมุนไพร ยารักษาโรคตามแบบฉบับจีนกวางตุ้ง ชมการแสดงเชิดสิงโต งิ้ว และกิจกรรมสาธิตการทำอาหารกวางตุ้ง ฯลฯ   วัน เวลา : 18-20 มกราคม 2563 สถานที่ : โรงเรียนกว่างเจ้า KCS ถนนสีลม ซอย 9 รายละเอียด งานอีเว้นท์ เพิ่มเติม เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 26 KRAFT KRAFT MARKET Central Embassy Chinese New Year Festival 2020 Chinese New Year 2020
ชมออฟฟิศใหม่ “เจียไต๋” ก้าวสู่ปีที่ 100  กับแนวคิด  Work – Life Balance

ชมออฟฟิศใหม่ “เจียไต๋” ก้าวสู่ปีที่ 100 กับแนวคิด  Work – Life Balance

คนส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร หรือสนใจในเรื่องการเกษตร การปลูกต้นไม้ เชื่อว่าจะต้องรู้จักชื่อของ “เจียไต๋” บริษัทที่ทำธุรกิจด้านการเกษตรครบวงจรของประเทศไทย ในเครือซีพี หรือเจริญโภคภัณฑ์  เป็นอย่างดี   เพราะธุรกิจมีหลากหลายที่เกี่ยวกับการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายเม็ดพันธ์ หรือสารเคมี และบริการด้านการเกษตร ที่สำคัญเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน นับอายุก็จะครบ 100 ปีแล้ว นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2463   จุดเริ่มต้นของ “เจียไต๋”  เริ่มต้นขึ้นจากห้องแถวเล็กๆ บนถนนทรงสวัสดิ์ ย่านเยาวราช ก่อนกิจการจะขยายใหญ่ขึ้น จนพื้นที่ของสำนักงานแห่งเก่ามีไม่เพียงพอที่จะรองรับพนักงานที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ผู้บริหารมีแนวความคิดในการมองหาสำนักงานแห่งใหม่ที่ใหญ่ขึ้น และรองรับจำนวนพนักงานได้มากขึ้น ที่สำคัญต้องเป็นสถานที่ทำงาน ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจ ปลุกไฟให้กับพนักงาน และเป็นสถานที่ดึงดูดกลุ่มรุ่นใหม่  กลุ่มมิลเลนเนียม ให้อยากเข้ามาทำงาน ตอบสนองความต้องการกลุ่มคนเหล่านั้นได้ "เจียไต๋" ทุ่ม 900 ล้านขึ้นออฟฟิศใหม่ “เจียไต๋” จึงได้ทำการย้ายออฟฟิศแห่ง  ด้วยการลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่  มูลค่า 900 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 60 ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีบางจาก เป็นอาคารขนาดความสูง 15 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 18,000 ตารางเมตร  โดยชั้น 1-6 เป็นพื้นที่จอดรถ และชั้น 7-15 เป็นพื้นที่ทำงาน   นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด เล่าว่า  “เจียไต๋กำลังจะฉลองครบรอบ 100 ปี จึงตัดสินใจย้ายสำนักงานมาที่ใหม่ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้ทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เน้นการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงาน สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความแข็งแกร่งของเจียไต๋ในการเดินเข้าสู่ปีที่ 100 อย่างมั่นคง” ดีไซน์ด้วยแนวคิด “เหนือกาลเวลา” สำหรับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเจียไต๋ ได้รับการออกแบบและตกแต่งโดย บริษัท สถาปนิก 49 จำกัดและ บริษัท พี ไอ เอ อินทีเรีย จำกัด  ด้วยการดีไซน์ตัวอาคารให้เป็นลักษณะโมเดิร์น ร่วมสมัย และเรียบง่าย สะท้อนความเป็นตัวตนของ “เจียไต๋” ที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัยเป็นเวลาเกือบ 100 ปี  ตัวอาคารล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว บริเวณด้านหน้ามีการปลูกพืชผักและดอกไม้ตามฤดูกาล เพื่อสะท้อนสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของ “เจียไต๋” กับวิถีการเกษตร และยังเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของพนักงาน “คอนเซ็ปต์การออกแบบอยากได้อาคารเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ยังได้ความสวยงาม และสถาปัตยกรรมที่ดี ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานด้วย จังออกแบบให้มีเส้นแนวตั้งภายนอกอาคาร ใช้ประโยช์ได้ทั้งการกันแสงแดด และประหยัดพลังงาน” ส่วนบริเวณด้านหน้าอาคาร ได้ถูกออกแบบให้เป็นสวนเกษตร หลากหลายชนิด ภายใต้แนวคิด Urban Green Area ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากพืชได้จริง และยังใช้เป็นแนวรั้ว ที่กั้นแนวเขตฟุตบาทกับพื้นที่สำนักงาน แต่ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งสบาย เพราะไม่ได้ถูกกั้นเหมือนรั้วหรือกำแพงทั่วไป “เราพยายามรักษาทั้งเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ให้คนเห็นแปลงผัก ดอกไม้ได้ มองจากริมถนนได้ แต่เข้าไม่ได้ เป็นคอนเซ็ปต์รั้วโล่ง ปีก่อนหน้านี้ก็ได้มีการปลูกข้าวจริงๆ ถึง 2 ครั้ง” ดึงแนวคิด 4ฤดู ออกแบบภายใน ส่วนอาคารภายใน ออกแบบให้สะท้อนค่านิยม One Chia Tai ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวที่ "เจียไต๋" พนักงานทุกคนได้รับการปลูกฝังให้ทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เรียกว่า One Chia Tai เพื่อเดินไปสู่จุดหมายหลักเดียวกันขององค์กร นั่นคือการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนของผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค ภายในอาคาร จึงออกแบบด้วยแนวคิด “Growing as One – เติบโตไปด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว”  ผ่านการจัดองค์ประกอบในแนวคิด “สวนหลังบ้าน” ซึ่งใช้เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบพื้นที่ของแต่ละหน่วยงาน เช่น สนามเด็กเล่น  สวนเรือนกระจก สวนพฤกษา และบ้านต้นไม้ โดยทุกชั้นภายในอาคารจะมีส่วนที่เป็นสวน หรือการปลูกต้นไม้อยู่ทุกชั้น “คนเราถ้าอยู่ในสวนหรือธรรมชาติ 1 ชั่วโมง จะมีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 20% การออกแบบตกแต่งภายในแต่ละชั้น ยังได้นำเอาแนวคิดของ 4 ฤดูกาล เข้ามาเป็นแนวทางในการออกแบบและตกแต่งภายในด้วย -ชั้น 9 ที่ทำงานของหน่วยธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ซึ่งออกแบบและตกแต่งภายใต้ธีม ฤดูฝน โดยใช้สีเขียวเป็นโทนสีหลัก -ชั้น 11 เป็นที่ทำงานของหน่วยธุรกิจสนับสนุน ออกแบบและตกแต่ง ภายใต้ธีมของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี -ชั้น 12 ที่ทำงานของหน่วยธุรกิจปุ๋ย ถูกออกแบบและตกแต่งภายใต้ธีม ฤดูร้อน โดยใช้สีเหลืองเป็นโทนสีหลัก -ชั้น 12A  สถานที่ทำงานของหน่วยธุรกิจอารักขาพืช ออกแบบและตกแต่งภายใต้ธีม ฤดูหนาว ด้วยโทนสีฟ้าเป็นโทนสีหลัก   แม้ว่าจะมีการแบ่งพื้นที่การทำงาน ในแต่ละชั้นแต่ละหน่วยธุรกิจ แต่ทุกมีการสร้างพื้นที่ให้เชื่อมต่อถึงกันได้ เดินขึ้น-ลงระหว่างชั้นได้  โดยชั้น 7 เชื่อมต่อกับชั้น 8 ชั้น 9 เชื่อมต่อกับชั้น 10 ชั้น 11-12A เชื่อมต่อถึงกันได้ และชั้น 14-15  ซึ่งเป็นส่วนสำนักงานซีอีโอและห้องทำงานของซีอีโอ ก็เชื่อมต่อระหว่างกันด้วย เป็นการออกแบบเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน มุ่งสู่การสร้างวัฒนธรรมในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ การทำงานร่วมกันเป็นทีม นอกจากการเชื่อมต่อระหว่างชั้นแล้ว ทุกพื้นที่ในสำนักงานใหม่ยังจัดทำในรูปแบบ Co-Working Space ที่พนักงานจากหลากหลายแผนกสามารถใช้ทำงานร่วมกันได้ด้วย สร้าง Work – Life Balance ดึงคนรุ่นใหม่ การสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว Work-Life Balance เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความคิดสร้างสรรค์และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ "เจียไต๋" ให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นลำดับต้นๆ สำนักงานใหญ่แห่งนี้จึงออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริมการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้พนักงานได้มีความสุข สนุกกับการทำงานในทุกๆ วัน   โดยมีพื้นที่ให้พนักงานสามารถผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน เช่น ฟิตเนส ห้อง Golf Simulator ซึ่งไม่ได้มีเพียงอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างครบถ้วนเท่านั้น แต่ยังมีโค้ชประจำ และมีคลาสออกกำลังกายต่างๆ เช่น คลาสโยคะ หรือเต้นซุมบ้า เพื่อส่งเสริมสุขภาพพนักงานอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังมีห้องสมุด ห้องอาหาร และยังคิดเผื่อไปถึงครอบครัวของพนักงาน จึงได้สร้างพื้นที่ Kid Room เพื่อรองรับบุตรหลานของพนักงานอีกด้วย   "เจียไต๋" ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน โดยนอกจากอาคารจะใช้วัสดุเช่น กระจก และมีเพดานที่สูงเพื่อเปิดช่องให้แสงธรรมชาติผ่านเข้าได้มากที่สุด เพื่อลดการใช้พลังงานแล้ว ยังมีการติดตั้งระบบเปิด-ปิดไฟฟ้าอัตโนมัติสำหรับควบคุมไฟฟ้าภายในอาคาร ติดตั้งระบบจับความเคลื่อนไหวภายในห้องน้ำที่จะสั่งการเปิด-ปิดไฟฟ้าอัตโนมัติเมื่อมีคนใช้ ทำให้ไม่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งวัน และยังติดตั้งมาตรวัดปริมาณน้ำและไฟที่ใช้ในแต่ละชั้นเพื่อนำข้อมูลไปสร้างแนวทางในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม เจียไต๋สนับสนุนให้พนักงานแยกขยะ โดยจัดวางถังขยะแบบแยกประเภทเพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรณรงค์เรื่องการแยกขยะในกลุ่มพนักงานอีกด้วย   “เรามุ่งหวังให้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้เป็นที่ทำงานที่ทันสมัย ดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ๆ เป็นสถานที่ในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้กับพนักงาน เพื่อให้ทุกคนแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เจียไต๋จะฉลองครบรอบ 100 ปี ใน 2564 สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของเจียไต๋ ในการก้าวเดินสู่ศตวรรษใหม่อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง” ปัจจุบันสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ มีพนักงานเข้าทำงานเพียง 320 คนเท่านั้น จากจำนวนพนักงานทั้งกลุ่มบริษัท 1,300 คน บางส่วนกระจายอยู่ในโรงงานบ้าง สำนักงานสาขาบ้าง และส่วนงานวิจัยในพื้นที่ต่างจังหวัดบ้าง  สำนักงานใหญ่แห่งใหม่จึงยังสามารถรองรับพนักงานได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่  ที่ถือเป็นกำลังสำคัญ จะมาสานต่อให้ “เจียไต๋” ก้าวไปเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต   โดยผู้บริหารคาดหวังว่า การออกแบบสำนักงานให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มมิลเลนเนียม จะเป็นตัวช่วยดึงให้พวกเขาเข้ามาเป็นกำลังสำคัญของ “เจียไต๋” ในอนาคต เพราะปัจจุบันยังมีพนักงานกลุ่มนี้ไม่มากนัก อายุเฉลี่ยของพนักงาน “เจียไต๋” จะอยู่ที่ 35 ปี มีอายุงานประมาณ 9 ปีเท่านั้น ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่สัดส่วนถึง 65% เป็นกลุ่มคน Gen Y  
รวมอีเว้นท์ สัปดาห์ที่ 2 เดือนมกราคม 2563

รวมอีเว้นท์ สัปดาห์ที่ 2 เดือนมกราคม 2563

สัปดาห์ที่ 2 เดือนมกราคม ใครๆ ก็ทราบดีว่าพอถึงวันเสาร์จะเป็นวันเด็กของทุกปี หลายๆ สถานที่ทั้งภาครัฐและเอกชนก็จะจัดงาน มีกิจกรรม โชว์ต่างๆ มีของรางวัลแจกกันตลอดทั้งวัน แต่สำหรับคอลัมน์รวมอีเว้นท์ในสัปดาห์นี้ ไม่ได้มีแค่งานวันเด็กเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะงานอีเว้นท์อื่นๆ ที่เราคัดสรรนำมาเสนอกันก็น่าสนใจเช่นเคยค่ะ   The Earth God-Solo Exhibition by Ngamnade Pongrakananon นิทรรศการที่สร้างสรรค์มาจากแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของ “งามเนตร พงศ์เรขนานนท์” ที่สะสมประสบการณ์ผ่านงานโฆษณามากว่า 20 ปี ซึ่งได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยิ่งสืบค้น ยิ่งรู้รายละเอียด พอยิ่งรู้รายละเอียด ก็ยิ่งทำให้รักท่าน ด้วยเหตุผลนี้จึงได้ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาด ในงาน The Earth God-Solo Exhibition by Ngamnade Pongrakananon   "แค่การที่เราได้เห็นภาพท่านในแต่ละโมเม้น ได้วาดรูปบุคคลที่เรารัก ก็เพียงพอที่จะทำให้เราสุขใจ"   วัน เวลา : เปิดงานอย่างเป็นทางการวันที่ 11 มกราคม-29 กุมภาพันธ์ 2563 (เปิดงานร่วมสนทนา วันที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 14.00-16.00 น.) สถานที่ : โรงแรมนันทา ซอยสุขุมวิท 33 แยก 5    สุนทรียะปฏิวัติ Aesthetic Revolt นิทรรศการภาพวาด เพื่อเข้าใจคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต สุนทรียะแห่งศิลปะและปรากฏการณ์ทางความรู้สึก สะท้อนถึงความคิดอารมณ์ความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ผสมผสานจินตนาการผูกโยงเรื่องราวนำมาเรียงร้อยในองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดเรื่องราวใหม่ เปรียบเหมือนภาพบันทึกประวัติศาสตร์ของปัจจุบัน ผ่านฝีมือของ “วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ” ที่มีประสบการณ์การจัดแสดงผลงานมาแล้วมากมายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศกว่าร้อยครั้ง นอกจากนี้ยังเคยร่วมแสดงผลงานศิลปะในหลายประเทศทั่วโลก   วัน เวลา : 4–30 มกราคม 2563 (พิธีเปิดนิทรรศการ วันที่ 10 มกราคม 2563 เวลา 18.00 น.) สถานที่ : พีเพิ่ลส์แกลเลอรี่ ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร     Greenery Market #23 ชม ช้อป ชิมสินค้าอาหารปลอดภัย ผัก ผลไม้อินทรีย์สดใหม่ส่งตรงจากสวน ข้าวดีพันธุ์ท้องถิ่นที่ใครได้ชิมต้องติดใจ อาหารทะเลไร้สารฟอร์มารีนจากพี่ๆ ชาวประมงพื้นบ้าน ผ้าทอเส้นใยทำมือธรรมชาติจากชุมชน ช่วยกันสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมที่มีความตั้งใจดีๆ และเรียนรู้วิถีกินดี กรีนดีผ่านนิทรรศการและเวิร์กช็อปอีกมากมาย ร่วมฟังเรื่องราวดีๆ ในเสวนาเล็กๆ อันแสนอบอุ่น และเพลินไปกับดนตรีสดในบรรยากาศสบายๆ งานนี้หากนำถุงผ้า กระบอกน้ำ ภาชนะอาหาร มาเอง นอกจากที่จะได้ช่วยโลกแล้วยังได้ส่วนลดจากร้านค้าด้วย   วัน เวลา : 11-12 มกราคม 2563 เวลา 08:00-17:00 น. สถานที่ : Park@Siam สวนข้างศูนย์หนังสือจุฬาฯ   The Great Chinese New Year 2020 CPN ต้อนรับเทศกาลมหามงคลของชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ จัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีน ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Great China Bazaar ฉลองความยิ่งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-จีน ด้วยไฮไลท์มากมาย โดยได้จำลองให้เป็นตลาด Bazaar ในธีมต่างๆ ที่รวมสุดยอดสินค้าพื้นเมือง ของไหว้ และของมงคลล้ำค่าหายากจากประเทศจีนมาไว้ด้วยกัน อาทิ หยกมงคลล้ำค่า เครื่องปั้นดินเผา ถ้วยชามจีน ไม้แกะสลัก ถั่งเช่าคัดพิเศษ และชาจีนหายากต่างๆ เป็นต้น พร้อมลิ้มรสความอร่อยจากสุดยอดอาหารจีนจากมณฑลต่างๆ ตระการตาไปกับการแสดงระดับโลกที่หาชมได้ยากจากประเทศจีน และพลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นร่ำรวย มงคล ลุ้นโชคมากมาย รวมมูลค่ากว่า 9 ล้านบาท   วัน เวลา : 10 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัล วิลเลจ รวม 33 สาขาทั่วประเทศ     Home Mega Show 2020 งานแสดงสินค้า เพื่อคนรักบ้าน ยิ่งใหญ่สุดในรอบปี 36 ปี บนพื้นที่กว่า 47,000 ตารางเมตร ภายในงานมีสินค้าครบครัน อาทิ เฟอร์นิเจอร์, สินค้าแต่งบ้าน, เครื่องใช้ในครัวเรือน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ระบบไฟฟ้า, สุขภัณฑ์, วัสดุก่อสร้าง, อุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง, ต้นไม้และการจัดสวน ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร, บริษัทรับสร้างบ้าน รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพ, ความงาม, แฟชั่นมากมาย เป็นต้น   วัน เวลา : 11-19 มกราคม 2563 เวลา 11.00 - 21.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 5-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   Central Kids Day 2020-Smart Kids Wonderland สนุกกับการผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ เซ็นทรัลจัดแคมเปญวันเด็ก Central Kids Day 2020 ด้วยคอนเซ็ปต์ "Smart Kids Wonderland" ฉลองเทศกาลวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2563 มอบความสุขด้วยกิจกรรมมากมายที่จะปลุกพลังแห่งการเล่นอย่างสร้างสรรค์ให้เด็กรุ่นใหม่ได้เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด กระตุ้นให้เกิดการคิด วิเคราะห์และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาทั้งทางด้านสมอง, กล้ามเนื้อ, และ Social Interaction Skills เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมลับสมองครั้งสำคัญกับดาวินชี่ เกมถอดรหัสเด็กตอนพิเศษ รายการเด็กชื่อดังจากช่อง 3 เปิดโลกแห่งการเรียนรู้กับ wall of books playland ห้องสมุดแสนสนุก พร้อมชมแฟชั่นโชว์ ร่วมรับของขัวญฟรี! มากกว่า 5,000 ชิ้นตลอดทั้งงาน เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2  Meet & Greet กับเหล่าโดราเอม่อนและผองเพื่อนในบรรยากาศสี่ฤดูกาล เซ็นทรัลภูเก็ต จำลองบ้านบอลขนาดยักษ์ และทะเลบอลกว่า 100,000 ลูก ให้เด็กๆ ได้สนุกพร้อมเสริมสร้างจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด ฯลฯ   วัน เวลา : 6-31 มกราคม 2563 สถานที่ : เซ็นทรัลฯ ทุกสาขาทั่วประเทศ    “ไทยบรรเจิด เกิดไอเดีย” ที่มิวเซียมสยาม วันเด็กปีนี้ มิวเซียมสยามได้หยิบยกความเป็นไทยในห้องนิทรรศการ “ไทย Only” มาให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ความเป็นไทยจากการเป็นคนช่างคิดช่างประดิษฐ์ ปรับปรุง ดัดแปลง และแก้ปัญหาได้อย่างดี เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ผ่านฐานกิจกรรมสนุกๆ 4 ฐานกิจกรรม หาก เล่นครบทุกฐานได้รับของรางวัล ยังมีกิจกรรมสำหรับเด็กที่ไม่ต้องแข่งขัน อาทิ กิจกรรมทดลองดอกไม้ พันธุกรรม  กิจกรรมลากเส้นเขาวงกต   วัน เวลา : 11 มกราคม 2563 เวลา 10:00 - 16:00 น. สถานที่ : มิวเซียมสยาม   THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND AT ICONSIAM พบกับปรากฏการณ์ความสุขสุดมหัศจรรย์เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย ยกขบวนสุดยอดคาแร็กเตอร์การ์ตูนดังที่ครองใจเด็กๆ จากทั่วโลก อาทิ My Little Pony, Transformers, NERF, Play-Doh, Jenga และ Twister กับกิจกรรม Meet & Greet กับ Bumblebee หุ่นยนต์แปลงร่างจาก Transformers และเหล่าสมาชิกจาก My Little Pony ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M พร้อมช้อปสินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษและคอลเล็กชั่นล่าสุดที่ Hasbro Pop Up Shop บริเวณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 และบริเวณ คิดส์ อเวนิว ชั้น 5 ยังมีเหล่าบรรดา Joker และ Fantasy Balloon Twisting สลับหมุนเวียนตามช่วงเวลามามอบเสียงหัวเราะและความบันเทิงให้กับน้องๆ ตลอด 4 วันเต็มอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย และนิทรรศการของจิ๋ว 4 ภาค พร้อมการสาธิตปั้นของจิ๋ว ใน “คิดส์สนุกสุขสยาม ปี 2” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G อีกด้วย   วัน เวลา : 9-12 มกราคม 2563 สถานที่ : ไอคอนสยาม    KING POWER THAI POWER พลังคนไทย แจกลูกฟุตบอล ฟรี! วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 KING POWER ชวนน้อง ๆ มารับลูกฟุตบอล ฟรี! เพียงแค่อายุระหว่าง 3–15 ปี โดยน้อง 1 คน จะได้รับลูกฟุตบอล 1 ลูก เท่านั้น   กำหนดรอบเวลา การแจกลูกฟุตบอล รอบที่ 1 บัตรคิว สีเขียว เวลา 09.00 น. ถึง 10.00 น. รอบที่ 2 บัตรคิว สีเหลือง เวลา 11.00 น. ถึง 12.00 น. รอบที่ 3 บัตรคิว สีน้ำเงิน เวลา 13.00 น. ถึง 14.00 น. รอบที่ 4 บัตรคิว สีแดง เวลา 15.00 น. ถึง 16.00 น. (หรือจนกว่าลูกฟุตบอลจะหมด)   สถานที่รับลูกฟุตบอล 1. ทำเนียบรัฐบาล จ.กรุงเทพฯ 2. การกีฬาแห่งประเทศไทย (สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน) จ.กรุงเทพฯ 3. คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จ.กรุงเทพฯ 4. กองบิน 6 ฝูงบิน 601 ท่าอากาศยานดอนเมือง จ.กรุงเทพ 5. กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (สนามเป้า) จ.กรุงเทพฯ 6. กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ 7. โรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม 8. กองบิน 2 จ.ลพบุรี 9. กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ 10. กองบิน 46 จ.พิษณุโลก 11. คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต จ.ภูเก็ต 12. กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี 13. กองทัพเรือภาคที่ 2 จ.สงขลา 14. ค่ายจุฬาภรณ์ กองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ จ.นราธิวาส 15. ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี 16. ที่ทำการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี 17. ศาลากลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี 18. กองบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (สนามบินอู่ตะเภา) 19. กองบิน 23 จ.อุดรธานี 20. กองบิน 1 จ.นครราชสีมา 21. มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น   สยามอะเมซิ่งพาร์ค จัดกิจกรรมงานวันเด็ก สยามอะเมซิ่งพาร์ค จัดกิจกรรมความบันเทิงชมฟรีตลอดทั้งวัน อาทิ โชว์พิเศษจากมาสคอตขวัญใจเด็กๆ อะเมซิ่งโชว์ โชว์ระดับประเทศที่หาชมได้ยาก และการแสดงความสามารถบนเวทีของนักเรียนในเขตกรุงเทพฯกว่า 1,000 คน   โปรโมชั่นเฉพาะวันเด็ก เด็กสูงไม่เกิน 130 ซม. ลด 50% เหลือเพียง 75 บาท/คน (ปกติ 150 บาท) เล่นสวนน้ำ, เครื่องเล่นในสมอลล์เวิลด์และแฟมิลี่เวิลด์ไม่อั้นทั้งวัน ซื้อที่สยามอะเมซิ่งพาร์คได้เลย เด็กสูงไม่เกิน100 ซม. เข้าฟรี   วัน เวลา : 11 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.-18.00 น. สถานที่ : สยามอะเมซิ่งพาร์ค    
Airbnb เผย 5 เมืองที่คนไทยนิยม “เคาท์ดาวน์” มากสุด

Airbnb เผย 5 เมืองที่คนไทยนิยม “เคาท์ดาวน์” มากสุด

คืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หลายคน ต่างเฝ้ารอเพื่อจะทำการ “เคาท์ดาวน์” เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า คนส่วนใหญ่จะเลือกสถานที่สำคัญๆ ที่สวยงามหรือชื่นชอบ เป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการ “เคาท์ดาวน์” นอกเหนือจากการกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อร่วมฉลองปีใหม่กับครอบครัว   นอกจากการเฉลิมฉลอง และการเตรียมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ภายในประเทศแล้ว เมืองท่องเที่ยวหลายแห่งในต่างประเทศ ก็ถูกเลือกเป็นสถานที่สำคัญ สำหรับการเคาท์ดาวน์ด้วยเช่นกัน ซึ่งคนไทยนิยมไปประเทศไหนบ้าง เพื่อใช้เป็นสถานที่ส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ กับคนรักหรือคนพิเศษนั้น ทาง Airbnb ได้เปิดเผยผลสำรวจให้ได้รู้กัน   กรุงโซล เมืองยอดฮิตคนไทย "เคาท์ดาวน์" หากวัดจากผลสำรวจของ Airbnb จากการจองห้องพักมากที่สุดของคนไทย ในช่วงระหว่างวันหยุดยาวปีใหม่ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าพักในปีที่แล้ว เมืองที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดก็คือ “กรุงโซล” ประเทศเกาหลีใต้ เหตุผลสำคัญ คงเป็นเพราะการมีเที่ยวบินไปมากขึ้น และคนชนชั้นกลางที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้คนไทยนิยมเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่และเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ     ถึงแม้กรุงโซลจะเป็นเมืองจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่การเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศในช่วงปีใหม่ของคนไทยนั้น ประเทศญี่ปุ่น นับว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีถึง 3 เมืองใหญ่อย่าง “โตเกียว โอซาก้า และฮอกไกโด” ติดโผ 5 อันดับแรก โดยอ้างอิงจากยอดการเข้าพักในช่วงปีใหม่มีการเติบโตขึ้นเมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 2561 กับปี 2562 ดังนี้   1.ลอนดอน  มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 164% 2.เซี่ยงไฮ้  มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 162% 3.โตเกียว มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 87% 4.โอซาก้า มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 70% 5.ฮอกไกโด มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 61%   “เชียงใหม่” เมืองที่คนไทยไปมากสุดในประเทศ  สำหรับคนที่เลือกที่จะท่องเที่ยวภายในประเทศไทย พบว่า จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงปีใหม่ยังคงเป็นภูเขากับความหนาวเย็นทางภาคเหนือ โดย “เชียงใหม่” ยังรักษาตำแหน่งสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย จากการมียอดจองห้องพักสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้เชียงใหม่ มีอัตราการเติบโตมากที่สุด โดย 3 อันดับเมืองยอดนิยมในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 1.เชียงใหม่ มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 90% เมื่อเทียบกับปีก่อน 2.ภูเก็ต มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับปีก่อน 3.กรุงเทพฯ มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับปีก่อน     หากดูภาพรวมของการจองห้องพักทั้งหมดของ Airbnb ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศแล้ว เมืองที่คนไทยนิยมไปเฉลิมฉลองมากที่สุดนั้น 5 อันดับแรก เป็นเมืองที่อยู่ภายในประเทศ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.เชียงใหม่ 3.พัทยา 4.ภูเก็ต 5.สมุย สรุปแล้วปีนี้ ไปเคาท์ดาวน์ที่ไหนกันบ้าง แต่ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใดก็ตาม ขอให้ทุกช่วงเวลานับจากนี้ มีแต่สิ่งดีดีให้กับทุกคน เพื่อการเริ่มชีวิตในปีใหม่ที่สดใส และเต็มไปด้วยความสุข
รวมงาน COUNTDOWN 2020

รวมงาน COUNTDOWN 2020

ค่ำคืนข้ามปีจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็ร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ไปพร้อมกัน ซึ่งในบ้านเราเองก็มีการจัดงาน COUNTDOWN 2020 กันหลายแห่งให้ได้สนุกไปด้วยกัน เอาแค่ในกรุงเทพฯ ก็เลือกกันไม่ถูกว่าจะไปที่ไหนกันดี  แต่รับรองว่างานที่เรานำมาฝากกันครั้งนี้ต้องมันส์สุดแน่นอน!!   AIS Bangkok Countdown 2020 ร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ปี 2020 ไปกับ AIS Bangkok Countdown 2020 จัดเต็มด้วยเวทีไฮโดรลิก 4 ชั้น ยาว 220 เมตร ซึ่งยาวที่สุดใน Southeast Asia อลังการกับทะเลบอลลูนและซีนแสงสีเสียงสุดตระการตา ไฮไลท์การแสดงจากจากศิลปินระดับท็อป อาทิ The Toys , เป๊ก ผลิตโชค , ปาล์มมี่ , Getsunova , Slot Matchine , โจอี้บอย , Thaitanium , Twopee และโชว์จาก ดารานักแสดงจากไทยทีวีสีช่อง 3   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 สถานที่ : ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ Amazing Thailand Countdown 2020 เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ตระการตาตลอดคืน ภายใต้แนวคิด ´มหัศจรรย์พร 7 ประการ´ ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งสถานที่สวยงามด้วยไฟประดับประดาสว่างไสวอลังการริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และพบการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอันวิจิตรงดงามที่ถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า พร้อมจัดเตรียมไฮไลท์การแสดงพลุทำจากข้าวเหนียวไทย นวัตกรรมการสร้างสรรค์พลุแบบรักษ์โลกจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนโค้งน้ำเจ้าพระยาระยะทาง 1,400 เมตร ซึ่งปีนี้ได้เพิ่มพื้นที่จุดชมพลุ บนชั้น 7 ไอคอนสยาม ทั้งหมด 7 ชุดการแสดง อีกทั้งยังขนเหล่าดาราศิลปินดังร่วมสร้างความสุขในคืนเคาท์ดาวน์ พบการแสดงและมินิคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ตู่ ภพธร, B5, นนท์ ธนนท์, ตี๋ AF, ต้น AF, จินตหรา พูนลาภ, โต้ง Twopee Southside, ณเดชน์ คูกิมิยะ ฯลฯ   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 เริ่ม 17.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม CDC Countdown 2020 เฉลิมฉลองเคาท์ดาวน์ไปกับฟรีคอนเสิร์ต กับศิลปินที่ดีที่สุดในเมืองไทย Zeal, Cocktail, นิว-จิ๋ว, Paradox และ Joeyboy ด้วยบรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางจตุรัส "ไทม์สแควร์ แห่งมหานครนิวยอร์ก" ตระการตากับเทคโนโลยีแสงสีเสียงสุดอลังการ และการจัดเต็มความบันเทิงสุดมันส์ตลอดคืน และเมนูติดล้อฟู๊ดทรัค (Food Truck) พร้อมเสิร์ฟตลอดคืน   พิเศษ! ลงทะเบียนล่วงหน้ารับเครื่องดื่มฟรี และลุ้นรางวัล iphone 11 รวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท คลิก https://bit.ly/2OUoAlu   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 เริ่ม 18.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : Event Park CDC เอกมัย-รามอินทรา ASIATIQUE Thailand Countdown 2020 ปีนี้ ASIATIQUE Thailand Countdown 2020 มาในคอนเซปต์ “Boost Your Energy Up”  ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ ตื่นตาไปกับเวที แสง สี เสียง ด้วยโปรดักชั่นมืออาชีพระดับสากล สนุกสุดเหวี่ยงไปกับมหกรรมคอนเสิร์ต จากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ดา เอ็นโดรฟิน, Urboy TJ, สครับ, อะตอม, แสตมป์, มาเรียม, วงมายด์, แบล็คเฮด ฯลฯ และการแสดงพลุจากทีม PYRO 2000 แชมป์โลกจากประเทศอังกฤษ ที่กวาดแชมป์มาแล้วทั่วโลก   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 เริ่ม 17.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ The Forestias by MQDC Presents Mega Countdown 2020 นับถอยหลังไปกับงาน The Forestias by MQDC Presents Mega Countdown 2020 จัดเต็มความมันส์และศิลปินอัดแน่น ให้ได้สนุกสุดมันส์ข้ามปีกับคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบจากศิลปินดัง ได้แก่ Getsunova, โปเตโต้, SlotMachine, PolyCat, URBoyTJ, นนท์ ธนนท์ และกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ในธีมงานสไตล์ BOHO   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 เริ่ม 17.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : เมกา บางนา The Street Countdown 2020 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่งาน "The Street Countdown 2020" ร่วมปาร์ตี้เคาน์ดาวส่งท้ายปีเก่าใจกลางถนนรัชดา พร้อมพบกับศิลปินที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น ACTART, เต-นิว, VARINZ, Z TRIP, KANOM, NONNY9 มาร่วมถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ พร้อมชมพลุฉลองสุดพิเศษ   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 เริ่ม 17.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : ลานหน้า เดอะ สตรีท รัชดา One Siam The Magical Tale เปิดประสบการณ์เฉลิมฉลองท่ามกลางโลกแห่งเทพนิยายสุดมหัศจรรย์ รวมความตื่นตาตื่นใจ ความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร  และไอเดียสุดบรรเจิดเลิศล้ำ ให้ทุกคนได้มาฉลองความสุขครบ ทุกโมเมนท์สุดต้องมนต์ กับสุดยอดอีเวนท์ โชว์ระดับโลก และยังมีการแสดงพิเศษตลอดเดือน ธ.ค. และ “The World Magical Countdown 2020” ไปกับศิลปินดัง อาทิ ปาล์มมี่, ทอย The Toys, 4 โพดำ-กัน แก้ม โดม และตั้ม, เจ-เจตริน กับเจ้านาย และโจอี้บอย ที่ "พาร์ค พารากอน" ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.นี้ และครั้งแรกในเมืองไทย!! แดนซ์ฉลองข้ามปีไปกับดีเจ Hello Kitty จากญี่ปุ่นอีกด้วย   วัน เวลา : 21 พฤศจิกายน 2562–12 มกราคม 2563 สถานที่ : สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ Central Westgate Countdown 2020 คอนเสิร์ตส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี กับศิลปินช่อง ONE อาทิ 4 โพดำ, แกงส้ม, กั้ง, เต๋า เศรษฐพงศ์, ตงตง กฤษกร ฯลฯ รวมถึง BNK48, พาราด็อกซ์, โอ๊ต ปราโมทย์ และวงฟลัวร์   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 สถานที่ : ลานด้านหน้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต Future Park & Zpell Countdown 2020 พบกับพิธีกร แทค ภรัณยู และซาร่า โฮเลอร์ ศิลปินในงาน อาทิ YOUNGOHM, LAZYLOXY, OG-ANIC, 25 Hours, Modern Dog, Cocktail และของอร่อยสไตล์ Food Truck และบูธหลากสไตล์พร้อมเสิร์ฟ   วัน เวลา : 31 ธันวาคม 2562 เริ่ม 17.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : ลานด้านข้าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต SEACON COUNTDOWN CONCERT 2020 ต้อนรับปี 2020 ไปกับฟรีคอนเสิร์ตตลอด 3 คืน โดยมีตารางคอนเสิร์ต ดังนี้   วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2562 20.30 น. - 21.30 น. วง Scarlett. 21.45 น. - 22.45 น. วง Cocktail 23.00 น. – 24.00 น. ปาล์มมี่ วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2562 20.30 น. - 21.30 น. วง Acolix 21.45 น. - 22.45 น. วง Paradox 23.00 น. – 24.00 น. วง Clash วันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2562 20.30 น. - 21.30 น. วง Earth Band ft. P Pirapat 21.45 น. - 22.45 น. วง ETC 23.00 น. – 24.00 น. วง Mild   วัน เวลา : 29-31 ธันวาคม 2562 เวลา 20.30-24.00 น. สถานที่ : ลานหน้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์    
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนธันวาคม 2562  ใกล้ปีใหม่แล้ว เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาของขวัญ เพื่อมอบให้แก่คนพิเศษ หรือจับฉลากของขวัญปีใหม่ก็มีหลายงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นสำหรับสินค้าที่นำไปเป็นของขวัญได้หลายงานทีเดียวค่ะ หรือจะวางแผนไปเที่ยวรับลมหนาวก็น่าสนใจเช่นกัน   Commart Work 2019 ยกขบวนสินค้าไอทีชั้นนำ กว่า 100 ราย จัดโปรโมชั่นร้อนแรงส่งท้ายปี ภายใต้แนวคิด "Upgrade your ideas ไอทีเวิร์ค ไอเดียว้าว!" นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์ความพิเศษ เพื่อสร้างประสบการณ์ไอทีระดับมือโปรของการจัดงานครั้งนี้ อาทิ Work Smart Zone สัมผัสประสบการณ์ธนาคารแห่งอนาคตและโลกสังคมไร้เงินสด พร้อมกิจกรรม เกมสุดสนุกแบบ Interactive ของรางวัลมากมาย Top Tech & Trend 2020 รวบรวมเทคโนโลยีสุดล้ำจากทุกค่ายในงานเดียว Home electric Biggest Sales ช้อปสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ COMMART Big Bonus ช้อปครบทุก 3,000 บาท มีสิทธิร่วมลุ้นรับรางใหญ่ อาทิ รถยนต์ Suzuki Celerio   วัน เวลา : 19-22 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00–21.00 น. สถานที่ : EH 98-99 ไบเทค บางนา Thailand Siam Street Fest 2019 มหกรรมสตรีทโชว์สุดยิ่งใหญ่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 กับนักแสดงสตรีทโชว์สุดว้าวจากทั่วโลก มารวมไว้ในใจกลางกรุงเทพตลอดทั้งงานจะได้พบกับนักแสดงสตรีทชาวไทย และนักแสดงระดับโลก อาทิ นักแสดงสตรีทโชว์ หุ่นเชิด, ละครใบ้, นักแสดงตลก, จักกลิ้ง, มายากล, กายกรรมผาดโผน รวมถึง รับสมัครนางแบบ, นายแบบ มาร่วมเดินสตรีทแฟชั่นโชว์แบบไทยๆ บน SIAM STREET RUNWAY ที่ยาวที่สุดเป็นครั้งแรก ณ ใจกลางสยาม งานนี้ชมฟรีตลอดงาน   วัน เวลา : 20-22 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00-22.00 น. สถานที่ : สยามสแควร์ มหกรรมลดทะลุพิกัด ครั้งที่ 29 เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยกขบวนสินค้ามาให้ช้อปต้อนรับปีใหม่ ลดราคาสูงสุด 80% ด้วยสินค้าหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ กว่า 1,000,000 รายการ จากห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์การค้าเพื่อมาลดราคา อาทิ เครื่องเสียง - เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งบ้าน ชุดเครื่องนอน เครื่องครัว เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำ ทั้งผู้ชาย–ผู้หญิง อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า รองเท้า ทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีโซนอาหารที่ขนมาให้ช้อปแบบเพลิดเพลินร่วมกับโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตชั้นนำ และ สินค้า SUPER SHOCK PRICE ลดต่ำกว่าทุนทุกวัน เวลา 13.00 น. / 16.00 น. / 19.00 น.   วัน เวลา : 18-22 ธันวาคม 2562 สถานที่ : Hall 9-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี The Kin : Gift & Craft Village สินค้าน่ารัก ของขวัญ ของที่ระลึก และขนมมาให้เลือกกันแบบไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะงาน Design และ Craft สุดชิค พร้อมสนุกกับกิจกรรม workshops และของที่ระลึก D.I.Y. เพื่อเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ   วัน เวลา : 18-24 ธันวาคม 2562 เวลา 9:30 - 16:30 น. สถานที่ : สามย่านมิตรทาวน์ Mega Gift Fest SALE เตรียมพบกับงาน Mega Gift Fest SALE up to 70% ช้อปของขวัญถูกใจผู้รับ หรือของตกแต่งให้เป็นของขวัญของตัวเองก็ได้ ขนทัพสินค้าน่ารักมากมายจาก Gift Wonderland / The Wonder Room / Moshi Moshi / Ravipa Jewelry / Botanique / Robinson   วัน เวลา : 20 ธันวาคม 2562-5 มกราคม 2563 เวลา 10.00-21.00 น. สถานที่ : เมกา บางนา มาหา(อะ)ลัย ขายของ ครั้งที่ 5 งานเดียวที่คุณจะได้ช้อป เล่น เต้น และชิล พร้อมกระทบไหล่เน็ตไอดอลทุกวัน พบตลาดนัดนักศึกษากว่า 50 ร้านค้า จาก 22 มหาวิทยาลัย พร้อมกิจกรรมสาธิตสุดเก๋ และสิทธิพิเศษอีกมากมายจาก MBK Application   วัน เวลา : 21-22 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-20.00 น. สถานที่ : ชั้น G Avenuen โซน A MBK Center Pet Christmas Party by mhatidtiew พบกับ 5 โซนร้านค้าที่รวบรวมสินค้า ของใช้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะน้องหมา หรือน้องแมวไว้ครบครัน ให้เหล่าทาสทั้งหลายได้มาช็อปเอาไปปรนเปรอเจ้านายที่บ้านอย่างจุใจ และสนุกกับกิจกรรม workshop &​diy ประดิษฐ์ของน่ารักๆให้สัตว์เลี้ยงของคุณ   วัน เวลา : 16-22 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-21.00 น. สถานที่ : เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 6 แอ่วดอยม่วนใจ๋ สนุกได้ทั้งครอบครัว เทศกาลแห่งความสุขของครอบครัว บนถนนคนเดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย เพลิดเพลินไปกับ “ตัวโต” สุดอาร์ตที่รังสรรค์ขึ้นมาพิเศษจากศิลปินชื่อดัง อิ่มอร่อยไปกับอาหารนานาชาติ ทั้งอาหารชนเผ่าจากฝีมือคนท้องถิ่น จนไปถึงอาหารฟิวชั่นฝีมือเชฟดอยตุง กิจกรรมมที่จัดมาเพื่อสายแอดเวนเจอร์ สาย DIY ไปจนถึงความสนุกของการละเล่น และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ของทั้ง 6 ชนเผ่าบนดอยตุง และช้อปสินค้าคุณภาพจากฝีมือคนในพื้นที่   วัน เวลา : 4 ธันวาคม 2562-12 มกราคม 2563 เวลา 08.00 - 18.00 น. สถานที่ : โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย   มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2019 มหกรรมไม้ดอกที่ยิ่งใหญ่ พร้อมให้คุณสัมผัสกับอุทยานไม้ดอกไม้ประดับ สวยงามหลากหลายสายพันธุ์ และสวนกุหลาบแบบอังกฤษสไตล์ ตราตรึงกับอุทยานกล้วยไม้นานาพันธุ์ ตื่นตาไปกับการจัดแสดงภาพวาดบนผืนผ้าใบที่จะทอดยาวขนาดลำน้ำตกความยาวกว่า 100 เมตร พร้อมพบมิติใหม่แห่งงานศิลปะกลางสวนไม้ดอกเมืองหนาว และชิม ชม ช้อป บนเส้นทางถนนคนเดิน พร้อมการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนเชียงรายขายดี    วัน เวลา : 25 ธันวาคม 2562-12 มกราคม 2563 สถานที่ : สวนไม้งามริมน้ำกก ศูนย์ราชการฝั่งหมิ่น จังหวัดเชียงราย    
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 2 เดือนธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 2 เดือนธันวาคม 2562

เสาร์-อาทิตย์ นี้มีอีเว้นท์มาฝากกันเช่นเคยค่ะ โดยเฉพาะอีเว้นท์สำหรับคนรักดนตรีและหนังสือ มีงานดีๆ ให้เลือกไปเดินเพียบ ทั้งใจกลางเมืองไปจนถึงนอกเมือง วางแผนการเดินทางกันดีๆ นะคะ จะได้ไม่พลาดงานโปรด    Thailand Street Wonder เนรมิตถนนสีลมให้กลายเป็นถนนคนเดิน ตามคอนเซ็ปสนุก สุข สบาย สไตล์ถนนคนเพลิน เดิน ชิลล์ จัดเต็มด้วยกิจกรรม 5 โซน ได้แก่ - ถนนเด็กศิลป์ (Art & Craft Street) - ถนนชวนชิมอิ่มอร่อย (Food Street) - ถนนชวนซื้อของดีของไทย (OTOP Thai Street) - ถนนเด็กเล่น (Young Steet) - ถนนคนวัยเก๋า (Young At Heart Street)   วัน เวลา : 15, 22, 29 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00-24.00 น. สถานที่ : ถนนสีลม Coca-Cola presents Siam Music Fest 2019 งานดนตรีสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง ยกมาถึง 6 เวทีคอนเสิร์ต กระจายอยู่ทั่วสยามแสควร์ พร้อมทัพศิลปินกว่า 80 วง มาร่วมสร้างสีสันให้อัดแน่นเต็มพื้นที่สยามสแควร์ ฟังเพลงกันได้แบบจุใจ และอิ่มอร่อยไปกับโซนอาหารในงานได้ตลอดทั้งวัน งานนี้ฟรี! ตลอดทั้ง 2 วัน   วัน เวลา : 14-15 ธันวาคม 2562 สถานที่ : สยามแสควร์ Bonjour France 2019 ตลาดคริสต์มาสจากแบรนด์ดังสัญชาติฝรั่งเศส กว่า 60 แบรนด์แห่งเดียวในไทยใจกลางกรุง ทั้ง 3 โซนด้วยกัน ได้แก่ Fashion hall (1st FL.), Lifestyle hall (2nd FL.) และลาน Parc Paragon พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม Lucky Draw รวมของรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 บาท!   วัน เวลา : 12-15 ธันวาคม 2562 สถานที่ : สยามพารากอน Music at the Museum 2019  ต้อนรับปีใหม่ ในเทศกาล “Music at the Museum 2019” งานดนตรีในสวน รายล้อมด้วยแสงสี และนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ มอบความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผ่านนิทรรศการทั้ง 7 โซน ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งเปิดให้เข้าชมยามค่ำคืนเฉพาะช่วงเวลางานเท่านั้น สุดยอดความอลังการในเมืองแห่งสีสัน Neon City พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศดนตรีในสวนจากศิลปินชื่อดัง เต็มอิ่มกับอาหารคาวหวานทานอร่อยจากคาราวาน Food Trucks และร้านค้าชุมชน   วัน เวลา : 12-14 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00-22.00 น. สถานที่ : ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง เชิงสะพานพระราม 7 นนทบุรี   Jim Thompson Grand Sale 2019 จิม ทอมป์สัน พาเหรดสินค้าลดราคามากกว่า 90% กับงานเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปี! ช้อปของขวัญให้ตัวคุณเองและคนที่คุณรักด้วยสินค้าหลากหลายจากจิม ทอมป์สัน รวมถึงผลิตภัณฑ์คัดสรรพิเศษจากจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม และอีกมากมาย   วัน เวลา : 13-15 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00-17.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 106 ไบเทค บางนา OTOP CITY 2019 สุดยอดเทศกาลช้อปแห่งปี OTOP City 2019 ภายใต้แนวคิด “เทศกาลของขวัญปีใหม่ ของฝากถูกใจ ผลิตภัณฑ์ทั่วไทยรวมไว้ใน OTOP City 2019” ร่วมฉลองปีใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย พบกับคาราวานของขวัญและสินค้า OTOP กว่า 2 หมื่นรายการ จาก 77 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ มากมาย อาทิ ซนหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP, โซนตัดเย็บเสื้อผ้า ให้บริการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปในงาน, การแสดงศิลปะพื้นบ้าน, มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง กิจกรรมจับรางวัลชิงโชค ลุ้นรับรางวัลสร้อยคอทองคำ ฯลฯ   วัน เวลา : 15-23 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00-21.00 น. สถานที่ : อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี นิทานในสวน ปีที่ 15 “มหัศจรรย์หนังสือนิทานทะลุมิติ” เนรมิตสวนสาธารณะสีเขียวใจกลางกรุงให้กลายเป็นโรงละครนิทานสุดแฟนตาซี ร่วมปลุกเหล่าตัวละครในจินตนาการให้ออกมาโลดแล่น พร้อมพาน้อง ๆ เรียนรู้เรื่องราวของหนังสือนิทานผ่านกิจกรรมสุดสนุกในหลากหลายมิติ ครั้งที่ 1 วันที่ 14 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00–18.00 น. ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) พบกับ คุณนุ่น Afternoonz ณัชชานันท์ พีระณรงค์ ครั้งที่ 2 วันที่ 21 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00–18.00 น. ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) พบกับ น้าเมฆ ธนะชัย สุนทรเวช ครั้งที่ 3 วันที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 16.00–18.00 น. ณ สวนหลวง ร.9 พบกับ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ครั้งที่ 4 วันที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 16.00–18.00 น. ณ สวนหลวง ร.9 พบกับ ครูชีวัน วิสาสะ และน้านิต ผึ้งน้อย   วัน เวลา : 14 ธันวาคม 2562-18 มกราคม 2563 เวลา 16.00-18.00 น. สถานที่ : สวนรถไฟ, สวนหลวง ร.9 นายอินทร์สนามอ่านเล่น ครั้งที่ 4 ต้อนรับโค้งสุดท้ายช้อปช่วยชาติ ร่วมเปิดประสบการณ์ความสุขกับหนังสือเล่มโปรดส่งท้ายปีในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 70% พร้อมเปิดสนามอ่านสนุก ไปกับอาหารอร่อย ดนตรีเพลินๆ พบนักเขียน ดาราชื่อดัง และกิจกรรมแสนสนุกจุใจไปกับหนังสือกว่าล้านเล่ม จากกว่า 200 สำนักพิมพ์ และพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะปีนี้ “บุ๊คบุฟเฟ่ต์” ยิ่งใหญ่ อลังกาลกว่าเดิม ด้วยหนังสือมากขึ้น หลากหลายสำนักพิมพ์มากขึ้น ยิ่งใหญ่มากขึ้น แต่ยังหยิบได้ไม่อั้น  ในราคาเดิม เพียง 199 บาท ขอรับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเพื่อนำไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 15,000 บาท   วัน เวลา : 11-15 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00-22.00 น. สถานที่ : แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน   ซีเอ็ดเปิดคลังลดกระหน่ำ ครั้งที่ 5 ซีเอ็ดเปิดบ้านครั้งที่ 5 พบกับสำนักพิมพ์ ซีเอ็ด นายอินทร์ นานมีบุ๊คส์ ไอดีซี อีคิวพลัส เนชั่น สถาพร ห้องเรียน โซฟา แจ่มใส พาสเอ็ดดูเคชั่น แสงแดด D–Plus Booktime เคล็ดไทย Pincall Toy MIS และอีกมากมาย มีโปรโมชั่นมากมาย อาทิ ลดกระหน่ำสูงสุด 90% ทั้งหนังสือไทย และต่างประเทศ หนังสือราคา ONE PRICE เริ่มต้นที่ 10 บาท สินค้า Gift Shop ลด 70% หนังสือ Shock Sale 7 เล่ม 59 บาท ฯลฯ   วัน เวลา : 13-22 ธันวาคม 2562 เวลา 9.00-20.00 น. พิเศษ ศุกร์–เสาร์ ปิด 21.00 น. สถานที่ : คลังซีเอ็ด ถ.เทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.21 (ฝั่งขาออก)    
หนาวแล้วได้เวลาตรวจเช็คบ้าน 5 จุดสำคัญ

หนาวแล้วได้เวลาตรวจเช็คบ้าน 5 จุดสำคัญ

ตอนนี้ คนไทยได้สัมผัสอากาศหนาวกันทั่วหน้า ไม่เว้นแต่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงเช้าๆ ได้สัมผัสกับบรรยากาศของฤดูหนาว แต่ก็ไม่รู้ว่าบรรยากาศแบบนี้จะอยู่คู่คนกรุงเทพฯ ได้นานกี่วัน ได้แต่ลุ้นให้อากาศหนาวไปนานๆ เพื่อให้สมกับได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฤดูหนาวกับเขาบ้าง   จะว่าไปข้อดีของฤดูหนาวนอกจากทำให้เราได้สัมผัสกับอากาศเย็นสบายๆ แล้ว ในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะกับการตรวจสอบ และปรับปรุงซ่อมแซมบ้านที่ชำรุด หรือจะต่อเติมบ้านมากที่สุด โดยเฉพาะการทาสีบ้านใหม่เพราะความชื้นในอากาศน้อยกว่าช่วงอื่นๆ ทำให้สีแห้งเร็ว   ไม่เพียงแต่เรื่องของการซ่อมแซม หรือต่อเติมบ้านแล้ว สิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรทำ คือ การตรวจสอบรายละเอียดเล็กๆ แต่สำคัญ เช่น การตรวจสอบมิเตอร์ไฟ ว่ามีกระแสไฟรั่วหรือไม่ ตรวจสอบท่อประปาว่ามีท่อรั่วต้องรีบซ่อมแซมหรือไม่ ยิ่งเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก็เป็นจังหวะที่เหมาะเพื่อเอาฤกษ์งามยามดี กับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าหากจัดการเองไม่ได้ ควรหาช่างหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเร่งดำเนินการให้การอยู่อาศัยเป็นได้อย่างราบรื่น เป็นการต้อนรับกับศักราชใหม่ที่กำลังจะมาถึง   วันนี้ ทางยิปซัมตราช้าง มาแนะนำวิธีการตรวจเช็คบ้าน ในช่วงฤดูหนาว ว่าควรจะตรวจสอบอะไรตรงไหนบ้าง ซึ่งจุดสำคัญที่เจ้าของบ้านควรตรวจสอบเบื้องต้นนั้น ก็มีอยู่ด้วยกัน 5 จุดสำคัญ  ดังนี้ 1.เช็คหลังคา แก้ปัญหารั่วซึม บ้านใครที่มีปัญหาเรื่องน้ำรั่ว น้ำซึม ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา หน้าหนาวนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ในการซ่อมแซมหรือแก้ไขปัญหาน้ำรั่ว น้ำซึมต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา เพราะสามารถทำการซ่อมแซมได้ตลอดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาฝนตกขณะซ่อมแซม 2.สภาพสีภายในบ้าน ฤดูฝนที่ผ่าน นอกจากปัญหาน้ำรั่ว น้ำซึม บริเวณหลังคาแล้ว อีกปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นมากับบ้านได้ คือ ความเสียหายของผนังบ้าน จากสีลอก สีไม่สม่ำเสมอ โป่งพอง ลอกล่อนในจุดต่างๆ  ฤดูหนาวนี้ก็ถือเป็นช่วงที่เหมาะมากในการซ่อมแซมและทาสีใหม่ทั้งสีผนัง และสีฝ้าเพดานภายในบ้าน เพราะความชื่นในอากาศต่ำ สีแห้งเร็ว ไม่ต้องกังวลใจต่อสภาพอากาศชื้นเหมือนหน้าฝนที่ผ่านมา 3.ต้นไม้ หรือสนามหญ้า แม้ว่าฤดูหนาวอากาศจะเย็น แต่ความชื้นต่ำ แถมช่วงเวลากลางวัน แสงแดดจากดวงอาทิตย์ก็แรง และอากาศแล้งชื้น มีโอกาสทำให้ต้นไม้เหี่ยวเฉาได้ง่าย แถมต้นไม้ ใบไม้ที่แห้ง สามารถเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี อาจก่อให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้เช่นกัน เจ้าของบ้าน จึงควรหมั่นดูแลรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และตัดกิ่งไม้ที่แห้งทิ้ง เพราะหากถูกลมพัดหักโค่นอาจทำให้เกิดความเสียหายกับหลังคา ตัวบ้าน สิ่งของ หรือเป็นอันตรายกับคนที่อยู่ภายในบ้านได้ 4.สภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และถังดับเพลิง อย่างที่รู้ว่าฤดูหนาว อากาศจะแห้ง เพราะความชื้นต่ำ ทำให้เป็นฤดูที่มีโอกาสเกิดอัคคีภัยได้ง่าย ไม่ต่างจากฤดูร้อน เจ้าของบ้านจึงควรทำการตรวจสอบ ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์ต่างๆ และถังดับเพลง ยังอยู่ในสภาพปรกติและพร้อมใช้งานหรือไม่ 5.การจัดระเบียบภายในบ้าน เพราะฤดูหนาวนี้เป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยมากที่สุด ดังนั้น อะไรที่จะเป็นบ่อเกิด หรือฉนวนให้เกิดอัคคีภัย เราคงต้องให้ความสำคัญและตรวจตราอย่างละเอียด ไม่ให้เป็นจุดเกิดเพลิงไหม้ได้ รวมถึงการจัดวางสิ่งของเพื่อไม่ให้ขวางทางเดิน และกำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่น เสื้อผ้าเก่า หนังสือพิมพ์  ไม้ขีดไฟ  ซึ่งล้วนแต่เป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องรีบป้องกันไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้ ส่วนการต่อเติมบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่ส่วนต่างๆ ก็ถือได้ว่าเป็นจังหวะโอกาสที่ดี เพราะหมดห่วงเรื่องปัญหาฝนตก ซึ่งมักเป็นอุปสรรคสำคัญของการทำงานก่อสร้าง ยิ่งใช้วัสดุก่อสร้างสำเร็จรูป อย่างการเลือกใช้ระบบผนังยิปซัมตราช้าง มากั้นห้อง ก็ทำให้ระยะเวลาการทำงานเร็วขึ้นด้วย สำหรับผู้สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ของยิปซัมตราช้าง  ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง ยิปซัมตราช้าง
รวมอีเว้นท์สัปดาห์แรก เดือนธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์แรก เดือนธันวาคม 2562

เริ่มต้นสัปดาห์แรกของเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเริ่มจะมีอีเว้นท์แห่งการเฉลิมฉลองชวนให้เราออกจากบ้านกันมากยิ่งขึ้น ยิ่งบรรยากาศดีเช่นนี้ก็ยิ่งน่าชวนคนรู้ใจไปเดินเล่นกันนะคะ ครัวคุณต๋อย ยกทัพ พบกับร้านอาหาร 52 บูท และยังมีบูทจำหน่าย "วัตถุดิบอาหาร" ภายใต้แนวคิด "ครัวคุณต๋อย Selected" บนความเชื่อ "อาหารที่ดีเกิดมาจากวัตถุดิบที่ดี" เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้เลือกซื้อวัตถุดิบคุณภาพกลับไปประกอบอาหารเองตามสูตรเด็ดเฉพาะของแต่ละบุคคล   วัน เวลา : 5-15 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30-21.30 น. สถานที่ : ชั้น G เดอะมอลล์ บางแค Banzai Chaiyo Festival 2019 EP.1 เทศกาลเฉลิมฉลอง 2 วัฒนธรรมญี่ปุ่นไทย พบ การตกแต่งโคมไฟญี่ปุ่นและยี่เป็ง นับ 1,000 ดวง การออกร้านอาหารและสินค้ายอดฮิตทั้งไทยและญี่ปุ่น กิจกรรมและการแสดงสุดพิเศษ งานนี้เข้าชมฟรี   วัน เวลา : 2-8 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-22.00 น. สถานที่ : ลานหน้า Central World German Christmas Market 2019 thailand ตลาดคริสต์มาสในบรรยากาศที่แสนอบอุ่น พบกับร้านค้ากว่า 40 ร้านที่ขนเอาอาหารมากมายจากเยอรมนีและประเทศใกล้เคียงมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง พลาดไม่ได้กับเครื่องดื่มประจำเทศกาลอย่าง Glühwein (ไวน์อุ่นผสมเครื่องเทศ) แถมยังมีแซนด์วิชสไตล์เวียดนามและอาหารเมดิเตอร์เรเนียนด้วย อีกทั้งยังมีสินค้าอีกมากมาย พร้อมซุ้มกิจกรรม ดนตรีแจ๊สและคณะนักร้องประสานเสียงที่จะมาสร้างบรรยากาศคริสต์มาสตลอดทั้งงาน   วัน เวลา : 7-8 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00–20.00 น.  สถานที่ : ซ.สาทร 1 สถาบันเกอเธ่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ : ต่ำหูก แต้มผ้า เล่าอีสานผ่านงานทอ กลับมาเปิดฟาร์มให้ได้เที่ยวกันปีละหน ปีนี้มาในธีม ‘ต่ำหูก แต้มผ้า เล่าอีสานผ่านงานทอ’ โดยนำเอาเรื่องราวของผ้ามาสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้รับรู้ ได้สัมผัสความงามของผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ความเกี่ยวพันระหว่างผ้ากับวิถีชีวิตและประเพณีของชาวอีสานที่ถักทอผูกพันกันมาช้านาน บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ที่จะมาชวนให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติในฟาร์ม   วัน เวลา : 7 ธันวาคม 2562-5 มกราคม 2563 เวลา 09.00–17.00 น. สถานที่ : จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา Thailand Furniture & Houseware Fair พบกับสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านส่งตรงจากโรงงานผู้ผลิต อาทิ โซฟา เคาน์เตอร์ครัว ชุดห้องนอน ชุดบิวท์อิน ฯลฯ รวมถึงบริษัทรับตกแต่งภายใน มาพร้อมโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ ส่วนลด สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตมากมาย   วัน เวลา : 7-15 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00–21.00 น. สถานที่ : EH 103-104 ไบเทค บางนา ICC FAIR ครั้งที่ 20 ชมสินค้าหลากหลาย ช้อปสินค้าราคาถูก ส่งท้ายปีจากแบรนด์ดังในเครือ สหพัฒน์ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ของกินของใช้ ของใช้สำหรับเด็ก ลดราคา สูงสุด 80% อาทิ ARROW, มาม่า, ELLE, GUY LAROCHE, DAKS, LACOSTE, Mizuno, Covermark, St.Andrews, Minna, Enfant, BSC และ อีกหลายแบรนด์ดัง พร้อมชิม อาหารร้านดังในเขตยานนาวา   วัน เวลา : 5-8 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00-20.00 น. สถานที่ : บริษัท ไอ.ซี.ซี. สาธุประดิษฐ์ 58  Electronica Amazing Sale พบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากแบรนด์ดังชั้นนำทุกยี่ห้อ ราคาโดนใจ ลดกระหน่ำราคาสุดคุ้ม พร้อมโปรโมชั่นส่วนลด/ผ่อน 0% จากบัตรเครดิตอีกมากมาย   วัน เวลา : 7–15 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-21.00 น. สถานที่ : EH 103-104 ไบเทค บางนา    
รวมอีเว้นท์เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562

รวมอีเว้นท์เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562

เดือนสุดท้ายของปีแล้ว บรรยากาศเป็นใจน่าออกนอกบ้านไปเดินเล่นตามงานอีเว้นท์ระดับบิ๊กแห่งปีหลายงานทีเดียวค่ะ   PHOTO FAIR 2019 โลกแห่งการถ่ายภาพที่ทุกคนรอคอยในงาน PHOTO FAIR 2019 มหกรรมการถ่ายภาพครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี มาในแนวคิด "Share Your Wonder แชร์ความมหัศจรรย์แห่งโลกของภาพถ่าย" พบสินค้าจากแบรนด์ดังกว่า 150 บูธ มาพร้อมโปรโมชั่นแรงๆ และร่วมสนุกชิงรางวัล รถยนต์ กล้องถ่ายรูป พร้อมด้วยกิจกรรมงานสัมมนาเกี่ยวกับการถ่ายภาพ พบกับช่างภาพชื่อดังในสายงานต่างๆ ที่จะมาให้ความรู้รวมถึงเทคนิคเพื่อไปปรับใช้ในการถ่ายภาพ อีกทั้งยังมีการประมูลอุปกรณ์ถ่ายภาพชุดพิเศษ   วัน เวลา : 27 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30-21.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 103-104 ไบเทค บางนา   Motor Expo 2019 “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน-Ride and Drive Together Now” แต่ละค่ายมีแคมเปญพิเศษเฉพาะในงาน พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น บัตรเข้าชมงาน 100 บาท   วัน เวลา : 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2562 (บุคคลทั่วไปเริ่ม วันที่ 30 พฤศจิกายน) จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 12:00-22:00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 11:00-22:00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี    Thailand Friendly Design Expo 2019 มหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 4 ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน นำเสนอแนวคิดหลัก เรื่อง “Home Care & Rehabilitation : การดูแลและฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้พิการ และคนที่ใช้รถเข็น” เชื่อมโยงสู่ “Tourism for All : การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” โดยภายในงาน  จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี Friendly Design จากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำยุค เกี่ยวกับการดูแล และฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้สูงวัย ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้พิการ และสามารถร่วมฟังอภิปราย เสวนา บรรยายพิเศษ ากผู้รอบรู้เชี่ยวชาญด้าน Friendly Design หรือ Universal Design และเครือข่ายมนุษย์ล้อจากนานาประเทศทั่วโลก   วัน เวลา : 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 - 19.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   Money Expo End-Year 2019 งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 3 ขนทัพแบงก์-นอนแบงก์-ประกัน-บล.-บลจ. แข่งแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปี อาทิ สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน, เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุด 10%, สินเชื่อ SME Start Up ดอกเบี้ย 1.99%, ซื้อประกันชีวิตแถมทองคำแท่ง 20 บาท/ทัวร์โครเอเชีย, ซื้อ RMF & LTF ลดหย่อนภาษี ทำธุรกรรมภายในงานลุ้นรับ iPhone11 พร้อมฟังฟรี! ฯลฯ สัมมนาการลงทุนหุ้นจากกูรูชื่อดัง/มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน BNK48-SB FIVE   วัน เวลา : 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 สถานที่ : อีเว้นท์ฮอลล์ 99 ไบเทค บางนา   European Union Film Festival (EUFF) เทศกาลภาพยนตร์สหภาพยุโรปกลางแจ้ง 2019 พบกับภาพยนตร์คุณภาพจากยุโรปกว่า 17 ที่จะมาเล่าเรื่องหลากหลายแง่มุมจากสหภาพยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศรับลมหนาวกลางแจ้งในบริเวณที่โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานนี้ฟรี!   วัน เวลา : 29 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2562 เวลา 18.30 น. สถานที่ : ทำเนียบเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และสถาบันวัฒนธรรมยุโรป ทั้งหมด 8 แห่งในกรุงเทพฯ เช็คตารางฉายและจองตั๋วได้ที่ Ticketmelon Siam Carnival Fun Fair 2019 สนุกได้ทุกเพศทุกวัยไปกับเครื่องเล่นหลากหลายกว่า 20 ชนิด ซึ่งนำเข้าจากอิตาลีและเยอรมัน รับประกันความปลอดภัย ในราคาเบาๆ เพียง 50-60 บาท/เครื่องเล่น   วัน เวลา : 22 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2562 เวลา 17.00-22.00 น. สถานที่ : ลานด้านหลัง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 Central ลดดุ ช้อปเดือด 2019 มหกรรมเซลครั้งใหญ่ของเครือเซ็นทรัล สินค้าจาก Central Department Store ทุกแผนกที่ยกขบวนมาเต็มฮอลล์ ลดสูงสุดถึง 80% และยังมีสินค้าซื้อ 1 แถม 1 สินค้าราคาพิเศษร่วมกับบัตรเครดิต และมีช่วงนาทีทองที่ลดแรงกว่าเดิมถึงวันละ 3 รอบ เวลา 13.00 / 16.00 และ 19.00 น.*   วัน เวลา : 27 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00-21.00 น. สถานที่ : EH 102 ไบเทค บางนา    ONE STOP SHOPPING EXPO 2019 งานเดียวที่รวบรวมเอาไว้ 6 งานมาลดราคาสินค้าพร้อมๆ กัน ได้แก่ Furniture Expo, Home Electric Sale of the Year, Fashion Street Market, Wedding Expo, ตลาดน้ำ ตำนานอร่อย, Food Street Japan Yokocho   วัน เวลา : 30 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30-21.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 9-11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี    TGIF MARKET โ-ค-ต-ร SALE TGIF Market  ฉลองครบรอบปีที่ 5 ยกแบรนด์แฟชั่นจากโลกออนไลน์กว่า 220 แบรนด์และโปรส่วนลดสูงสุด 70 % เดินเพลินๆมีโซนอาหารให้อิ่มอร่อยไปด้วย พิเศษสำหรับ 100 คนแรกที่มาร่วมงาน รับไปเลย วอชเชอร์ฟรี 100 บาท   วัน เวลา : 29 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00-21.00 น. สถานที่ : GMM Live House ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์    
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 4 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 4 เดือนพฤศจิกายน 2562

เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน มีหลากหลายอีเว้นท์ให้ได้เลือกไปเดินชม เดินช้อป เดินชิม สนุกไปกับงานอีเว้นท์ที่เราคัดสรรมาแนะนำกันทุกสัปดาห์ค่ะ   เกาะสวาทหาดทิพย์ Coke HaadThip ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม โคคา-โคลา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงานครั้งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ โดยภายในงานแบ่งเป็น 3 โซน ทั้งฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ซุ้มเกมส์โดนๆ และหลากหลายร้านอาหารชื่อดังจากภาคใต้   วัน เวลา : 23-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00-22.00 น. สถานที่ : Central World   Ocean Marina Pattaya Boat Show 2019 งานแสดงเรือ ไลฟ์สไตล์ และสันทนาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยรูปแบบเต็นท์และผังงานแบบใหม่ที่จะเชิญชวนผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยียนบูธอย่างคับคั่ง มีบูธสินค้ามากกว่า 100 บูธ มีเรือจากแบรนด์เรือยอชท์ชั้นนำของโลกมากมาย มีสินค้าและบริการต่างๆ เกี่ยวกับเรือ รวมถึงของเล่นและอุปกรณ์กีฬาทางน้ำต่างๆ และยังมีบูธจากรถยนต์และมอเตอร์ไซค์แบรนด์หรู โรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ และที่พลาดไม่ได้คืออาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างดีใน Beer Garden ตลอด 4 วัน   วัน เวลา : 21-24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : Ocean Marina Yacht Club Pattaya   Bangkok Hot Rod Custom Show 2019 งานที่รวมนักสร้างรถเบอร์หนึ่งของไทยไว้มากที่สุดของประเทศ กระทบไหล่คนดังของวงการคัสต้อมระดับโลกที่จะมาเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด พร้อมกองทัพรถคัสต้อมไบค์ ฮอทรอท ที่มาจอดโชว์รวมกันในพี้นที่เฉพาะกิจ จากบิวท์เดอร์ทั่วประเทศ จากเหล่านักคัสต้อมทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วประเทศมารวมตัวกันมากที่สุด บัตรผ่านประตู 300 บาท ซื้อได้ที่หน้างาน พร้อมลุ้นรับ Honda Monkey125 Built by Triple 555 มูลค่ากว่า 180,000 บาท   วัน เวลา : 23-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.00–00.00 น. สถานที่ : SHOW DC ARENA   Central Home Expo มหกรรมสินค้าเพื่อคนรักบ้านแห่งปี รวมไอเทมสำหรับบ้านไว้แบบครบครัน แถมมาในราคาลดสนั่น สูงสุดถึง 70% สินค้าซื้อ 1 แถม 1 และยังมีช่วงนาทีทองที่ลดหนักกว่าเดิม ทั้งเครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน อุปกรณ์ห้องน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย   วัน เวลา : 14-24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : BCC Hall เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว   Sports world Expo 2019 มหกรรมลดราคาสินค้ากีฬา ยกขบวนหลากหลายแบรนด์กีฬาดังมาร่วมรายการอาทิ Adidas, Nike, Under Armour, Reebok, Asics, Skechers, Converse, Puma ฯลฯ อีกมากมาย ลดกระหน่ำสูงสุดถึง 70% สินค้า ซื้อ 1 แถม 1 และสินค้านาทีทอง ทุกวัน   วัน เวลา : 15-24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ฮอลล์ 8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 14 แม็คโคร จัดงาน “งานแม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 14 : HoReCa #14” สำหรับผู้ที่หลงใหลการทำอาหารแบบเข้าเส้นและผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ในหลากหลายมิติ เพื่อนำไปสร้างสรรค์และต่อยอดธุรกิจอาหาร จากวัตถุดิบคุณภาพปลอดภัย ภายในงานมีพันธมิตรทางธุรกิจของแม็คโคร ทั้งรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ ขนทัพสินค้ามาร่วมออกบูทจัดโปรโมชั่นแรง แซงทุกรายการ และกิจกรรมเวิร์คช็อป สร้างสรรค์ไอเดียล้ำทำได้จริง ต่อยอดธุรกิจให้รุ่งโรจน์ตลอดการจัดงาน   วัน เวลา : 21-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00-19.00 น. สถานที่ : ฮอลล์ 6-7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี   Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 ยลโฉมพรมเปอร์เซียของสะสมล้ำค่า กว่า 30 ผืน มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท ในธีม Persian Carpet and Your Lifestyle เนรมิตห้องต่างๆ ภายในบ้านให้กลายเป็นมุมโปรดด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวของพรมเปอร์เซีย เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน กว่า 30 ผืน ภายในงานยังเปิดจำหน่ายพรมเปอร์เซียหายากผืนสวยหลากแบบหลายสีให้กับนักสะสมทั้งรุ่นใหม่และ รุ่นเก๋าได้เลือกจับจองอีกด้วย   วัน เวลา : 17 ตุลาคม – 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 – 22.00 น. สถานที่ : ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก   รักเหมา Fest 2019 งานรวมตัวผู้รับเหมาและชาวก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้มาพบปะ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่กำลังมองหาผู้รับเหมาหรือสินค้าวัสดุก่อสร้างอย่างครบครัน มีโซนพิเศษ “Business Connection” ที่เต็มไปด้วยเหล่าบรรดา ผู้รับเหมามากคุณภาพมากมาย ที่จะมาให้คำปรึกษา งานนี้เข้าชมฟรี! แต่สำหรับงานสัมมนาพิเศษที่เชิญ Speaker ผู้ที่มีผลงานด้านออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลกต่างๆ มากมาย จะต้องเสียค่าบัตร 599 บาท   วัน เวลา : 22-23 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00-18.00 น. สถานที่ : แอร์พอร์ตลิ้ง มักกะสัน ซื้อบัตรที่ zipeventapp   Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019 สยามพารากอนชวนผู้ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพมหานคร หรือผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศทำเลดีบนเกาะภูเก็ต กระบี่ และหัวหิน มาเลือกชมโครงการระดับมาสเตอร์พีซด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.69 ล้านบาท และราคาสูงสุด 191 ล้านบาท พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ   วัน เวลา : 14-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11:00 - 21:00 น. สถานที่ : แฟชั่น ฮอลล์ และ แฟชั่น แกลเลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน   Seize the Day Coffee Salon: จิบกาแฟเล่าเรื่องเมืองเจริญกรุง มาร่วมเรียนรู้ พูดคุยถึงประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของถนนเจริญกรุง ถนนลาดยางแบบตะวันตกสายแรกของประเทศไทย ที่มาพร้อมกับความเจริญรุ่งเรืองจากกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติ มารู้จักและเข้าใจพื้นที่ต้นกำเนิดความเจริญของกรุงเทพฯ ที่เปรียบเสมือนย่านสร้างสรรค์แห่งแรกของสยามประเทศ กับวิทยากรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับถนนเจริญกรุงเป็นอย่างดี งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย   วัน เวลา : 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14:00 - 17:00 น. สถานที่ : TCDC Bangkok   EastVille Little Dog Market รวมพลคนรักน้องหมา มาช้อปสินค้าของใช้ เครื่องประดับ สำหรับน้องสุนัข พร้อมบริการตรวจสุขภาพน้อง   วัน เวลา : 21-24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10:30 - 21:00 น. สถานที่ : ชั้น 1 CentralFestival EastVille    
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      
คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 
สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงทำเลที่สุดแสนจะร้อนแรง จน Developer ค่ายใหญ่ต่างพร้อมใจกันกระโดดลงไปเล่นช่วงชิงตลาดกันให้คึกโครมจนเกิดนิยามใหม่ขึ้นมาสำหรับย่านนี้โดยเฉพาะนั่นคือ NEW CBD แน่นอนว่าเรากำลังเอ่ยถึงย่านพระราม 9 โดยเฉพาะช่วงสี่แยกพระราม 9    ศักยภาพของทำเลที่ได้ขึ้นชื่อกันว่าเป็น New CBD แน่นอนว่าต้องมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นแหล่งงานของหลายบริษัทชั้นนำบนอาคารออฟฟิศเกรดเอ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เกต สถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานฑูต เป็นต้น และเรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ภาพรวมก็คือย่านที่เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ    ทุกวันนี้ถ้าผ่านไปแถวสี่แยกพระราม 9 ไม่ว่าจะบนถนนหรือทางด่วนก็จะเห็นคอนโดหลายๆ โครงการก่อสร้างขึ้นเป็นรูปเป็นร่างให้เราได้เห็นกันจนแทบแยกไม่ออกว่า อาคารไหนคือโครงการอะไร เพราะความที่ใกล้กันมากเหลือเกินค่ะ ซึ่งคอนโดแบรนด์ที่เราจะพามาอัพเดทกันมีความน่าสนใจมากค่ะ เพราะในโซนใกล้เคียงกัน AP (Thailand) ยกมาถึง 3 โครงการด้วยกัน นั่นคือ Life แบรนด์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ให้ดียิ่งกว่าที่เคย หากใครที่ลองติดตามแบรนด์ Life ก็จะเห็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับแบรนด์ RHYTHM อีก 2 โครงการในละแวกเดียวกันนะคะ แสดงว่าทาง AP (Thailand) รวมถึงค่ายอื่น ก็ต้องมั่นใจในศักยภาพของทำเลนี้มาก ถึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการแข่งขันกันดุเดือดตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดโครงการ และเชื่อว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปที่จะเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการใหม่ๆ ก็จะยิ่งมีโปรโมชั่นออกมาอย่างน่าสนใจ        Life Asoke-Rama 9  ถ้าเราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีพระราม 9 แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 มาจากฝั่งฟอร์จูนทาวน์ ประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับ Life Asoke-Rama 9 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2560 เป็น High-Rise 2 อาคาร สูง 42 กับ 45 ชั้น รวม 2,248 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 25 – 58 ตร.ม. พื้นที่โครงการ 8-3-11 ไร่ ขายแบบ Fully Fitted โดยการวางผังยูนิตของ Life Asoke-Rama 9 จะใช้เทคนิค New Interlocked Layout ทำให้ได้ห้องหน้ากว้างมากขึ้นถึง 5-7 เมตร เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และได้ห้องครัวปิด        โครงการนี้โดดเด่นตรงที่พื้นที่ส่วนกลางบน Rooftop รวมกว่า 1.5 ไร่ เป็นสะพาน Sky Bridge เชื่อมต่อระหว่างสองอาคาร ยังไม่รวมส่วนกลางชั้นอื่นๆ ซึ่งถ้ารวมกันทั้งโครงการแล้วก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 7.5 ไร่เลยทีเดียว ส่วน Facilities อื่นๆ ที่น่าสนใจก็จะมี 24-HOUR CONNECTED WORLD สามารถเชื่อมต่อ Wi-fi ในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุด รองรับกับพื้นที่ Co-working Space ที่ถูกแบ่งตามการใช้งานจริงไม่ว่าจะทำงานคนเดียวหรือมีการนัดประชุม   ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวโปรโหมดกันอยู่ที่ 2.75 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวออกมาว่าสามารถปิดยอดขายได้ประมาณ 90% ไปได้พร้อมๆ กับตัว Life One Wireless กับ Life Ladprao ที่เปิดตัวในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ส่งผลไม่น้อยกับให้ยอดขายรวมในปี 2560 ของ AP (Thailand) ทำสถิติเติบโต 85% ทะลุเป้าถล่มทลาย โดยปัจจุบันซื้อ-ขายกันที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.8 ล้านบาทขึ้นไป และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์กันในปีหน้า ซึ่งใกล้จะ Sold Out เต็มที      Life Asoke Hype  ตัวนี้เปิดตัวพร้อมๆ กันกับ Life Ladprao Valley ซึ่งออกตัวมาว่าถ้าซื้อเพื่อลงทุนจะคุ้มค่าแค่นอน ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5 – 6% ประกอบกับทำเลย่านนี้ก็มีชาวเอเชียมาอาศัยอยู่ไม่น้อย เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น โดย Life Asoke Hype เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องของ Life Asoke-Rama 9 เพราะที่ดินใกล้เคียงกันมาก ใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันตรงฝั่งถ.อโศก-ดินแดง แต่ตัวนี้จะสามารถเข้า-ออกทางฝั่งถ.จตุรทิศ เป็นหลักได้ด้วย      Life Asoke Hype เป็น High Rise สูง 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop Studio-2 Bedroom ขนาด 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ และมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรก โดยโครงการนี้จะโดดเด่นด้านงานดีไซน์ ที่ออกแบบด้วยการใช้สีแดงเข้มมาแต่งแต้มเพิ่มมิติให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบที่ถ้าอาคารสร้างเสร็จ มองมาปุ๊บก็รู้ทันที่ว่านี่คือ Life Asoke Hype ประกอบกับวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาทำให้ มีความ Unique โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเป็นตัวของตัวเอง ขณะที่ Facilities เองก็ยังคงตอบรับกับกลุ่มคนยุคใหม่เช่นเดียวกัน อย่างการมีปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi ส่วนสระว่ายน้ำก็มีมาให้ถึง 2 สระ ที่ชั้น 7 ยาว 30 เมตร ชั้น 40 L-Shape Sky Pool และฟิตเนสถึง 2 ชั้น  บนชั้น Roof Top เชื่อมด้วยสะพานพื้นกระจกใส เรียกได้ว่าพัฒนาให้ดูทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น      ราคาเปิดตัว 2.89 ล้านบาท ปัจจุบันราคาเริ่มต้น 1 Bedroom ราคา 3.99 ล้าน กำหนดสร้างเสร็จประมาณปี 2564       Life Asoke โครงการนี้จะอยู่ห่างจากสี่แยกพระราม 9 ออกมาสักหน่อยค่ะ แต่จะอยู่ติดกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน โดยมีสะพานเชื่อมเดินเข้าสถานีได้เลย และยังเป็นจุด Interchang กับ MRT เพชรบุรี รวมถึงใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช ด่านอโศก Life Asoke จึงถือว่ามีความโดดเด่นในด้านของทำเลการเดินทางอย่างมาก            Life Asoke คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1,642 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 24–54 ตร.ม. บนพื้นที่ 6-2-85 ไร่ แม้ปัจจุบันจะ Sold Out เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยทำเลทำให้กลายเป็นคอนโดที่ปล่อยเช่าต่างชาติได้ค่อนข้างดีทีเดียว ราคารีเซลที่ตามหากันได้ตอนนี้จะเริ่มต้นประมาณ 4.6 ล้านาท            

1 2 3 ... 11