Life+Style

 

Life+Style ล่าสุด

1 ... 7 8 9
25 แปลนบ้าน 3 ห้องนอน ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและคอนโด

25 แปลนบ้าน 3 ห้องนอน ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและคอนโด

แปลนบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน สำหรับคนที่กำลังมองหาแบบบ้านชั้นเดียว วันนี้เรารวบรวมมาให้ชมถึง 25 แบบ ลองไปเก็บไอเดียกันเลย แบบบ้านชั้นเดียว ยังคงฮอตฮิตติดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของคนอยากมีบ้านอยู่เสมอ เพราะความสะดวกสบายที่ทุกห้องสามารถอยู่ใกล้ชิดกันได้ อีกทั้งยังราคาประหยัดไม่ต้องลงเสาและคานชั้น 2 วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมี แปลนบ้าน 3 ห้องนอน จากเว็บไซต์ home-designing.com มาฝาก แถมยังสามารถนำไปปรับใช้เป็นแปลนห้องสำหรับคนที่อยู่คอนโดได้อีกด้วย 1. แปลนบ้านสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีสมาชิกประมาณ 3 คน และต้องการห้องนั่งเล่นที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดใช้สอยได้ตามความต้องการ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ยังมีผนังกั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นด้วย 2. ถึงแม้ขนาดของห้องนอนตามแปลนบ้านจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ยังมีพื้นที่กลางแจ้งและห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 3. เนื่องจากแปลนบ้านหลังนี้แบ่งพื้นที่ของห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ด้วยขนาดที่เท่า ๆ กัน ดังนั้นช่วยลดปัญหาของการเลือกห้องได้มากทีเดียว ทั้งยังมีห้องน้ำแยกให้ต่างหากด้วย 4. แปลนบ้านที่เหมาะกับการอยู่เป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ๆ ด้วยกันเอง เพราะนอกจากจะมีผนังกั้นห้องส่วนตัวแล้ว ทุกคนยังสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นที่เคาน์เตอร์อาหารเช้า ห้องกินข้าว หรือห้องนั่งเล่น 5. แปลนบ้านที่จะทำให้ทั้งบ้านสว่างไปตลอดทั้งวัน เพราะแต่ละห้องต่างก็มีระเบียงส่วนตัว พร้อมทั้งหน้าต่างมากมายที่ช่วยให้แสงเข้าถึงพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น 6. ห้องนอนถูกกระจายออกไปตามมุมต่าง ๆ ของแปลน โดยมีห้องน้ำ ห้องนั่ง และห้องครัวคั่นกลาง ก็เลยทำให้ห้องนอนแต่ละห้องดูเป็นสัดเป็นส่วน และมีความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น 7. ส่วนแปลนบ้าน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมทั้งห้องนั่งเล่นกับห้องกินข้าวขนาดใหญ่ และมุมนั่งเล่นบนระเบียง เหมาะกับคนที่ชอบชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้กันที่บ้านมาก ๆ เลย 8. ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางเอาไว้ตามมุมต่าง ๆ ของแปลนบ้านเช่นนี้ ก็จะช่วยให้แต่ละคนมีมุมส่วนตัวของตัวเองกันมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม 9. สำหรับห้องนอนขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว แถมยังมีห้องครัวกับห้องกินข้าวขนาดใกล้เคียงกัน ถือเป็นออปชั่นที่น่าสนใจสำหรับแปลนบ้าน 3 ห้องนอนมากทีเดียว 10. แม้ภาพรวมของแปลนบ้านจะคล้าย ๆ กัน แต่หากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าทางเข้าของแปลนบ้านหลังนี้อยู่ทางตะวันออก พร้อมทั้งสลับตำแหน่งระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น เพื่อให้ห้องนอนได้รับแสงมากขึ้น 11. ถึงแม้ห้องน้ำจะค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสัดส่วนของห้องอื่น ๆ แต่ก็ถือเป็นแปลนบ้าน 3 ห้องนอนอีกหนึ่งแปลน ที่ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วได้อย่างคุ้มค่าดีจริง ๆ 12. แปลนบ้านน่ารัก ๆ สำหรับครอบครัวเล็ก ๆ เพราะนอกจากจะมีห้องต่าง ๆ ครบครันแล้ว ยังเปลี่ยนห้องนอน 1 ใน 3 ห้องนี้ ให้เป็นห้องสำหรับทำการบ้านของเด็ก ๆ ได้ด้วย 13. บ้าน 3 ห้องนอน ก็สามารถปรับเปลี่ยนลุคให้ดูหรูหราขึ้นได้เช่นกัน หากพื้นที่ภายในบ้านมีขนาดกว้างขวางพอ จะจัดบ้านให้ดูโล่ง ๆ บรรยากาศปลอดโปร่งสบายตามแปลนบ้านนี้ 14. อีกหนึ่งแปลนบ้านสวย ๆ บนพื้นที่ขนาดเท่ากัน แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งห้องกับพาทิชั่นบางจุด แต่ก็ยังรักษาพื้นที่ใช้สอยเอาไว้ได้เท่าเดิม 15. แม้ห้องนอนจะดูเหมือนมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังพื้นที่ให้ใช้สอยได้อย่างสะดวกสบาย แถมพื้นที่ส่วนรวมก็ยังดูกว้างขวาง เพราะไม่มีผนังมาจำกัดพื้นที่ใช้สอย 16. การวางเตียงนอน 2 เตียงไว้ในห้องเดียวกัน อาจทำให้ดูคับแคบไปถนัดตา แต่สำหรับแปลนบ้านแปลนนี้กลับยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้สอยตามอัธยาศัย แถมการตกแต่งในภาพรวมก็ยังความรู้สึกคล้าย ๆ กับบ้านพักตากอากาศด้วย 17. แปลนบ้านในฝันของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะมีห้องนอนใหญ่ ๆ พร้อมตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน และห้องน้ำในตัว อีกทั้งยังมีห้องกินข้าวบรรยากาศสบาย ๆ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกห้องด้วย 18. สำหรับแปลนบ้าน 2 ห้องนอน แต่มีถึง 5 เตียงนอนของบ้านหลังนี้ ถึงแม้จะใช้ตกแต่งบ้านพักตากอากาศชั่วคราว แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนเวลาอาบน้ำไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องรอคิวเข้าห้องน้ำกันยาวเลย 19. แม้การวางชุดครัวไว้ในห้องปิด อาจจะเป็นเทรนด์บ้านที่ไม่ค่อยทันสมัยสักเท่าไรนัก แต่ก็ช่วยเก็บทั้งกลิ่นและเสียงระหว่างการทำอาหารแต่ละมื้อได้ดีทีเดียว 20. ข้อดีของห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ในแปลนบ้านหลังนี้ก็คือ แต่ละห้องมีพื้นที่กลางแจ้งเป็นของตัวเองด้วย นั่นก็คือระเบียงที่สามารถเดินออกไปได้โดยตรงจากห้องนอน รวมถึงในส่วนของห้องครัวด้วย 21. แปลนบ้านนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย ตรงที่ห้องนอน 2 ห้องแรกใช้ระเบียงร่วมกัน ในขณะที่ห้องนอนสุดท้ายมีระเบียงแยกออกมาเป็นส่วนตัว 22. แปลนบ้าน 1 ห้องนอนใหญ่ กับ 2 ห้องนอนเล็ก ซึ่งถึงแม้จะไม่มีระเบียง แต่ก็มีหน้าต่างอยู่ตามห้องต่าง ๆ ของบ้าน อีกทั้งยังมีห้องกินข้าวบรรยากาศปลอดโปร่ง เป็นจุดเชื่อมต่อจากทุกห้อง 23. นอกจากจะมีห้องนอนขนาดใหญ่แล้ว ยังมีมุมนั่งเล่นกลางแจ้งบนระเบียงถึง 2 ฝั่ง ตามมาด้วยห้องนั่งเล่นสุดกว้างขวาง ทำให้ห้องนอนทั้ง 3 ห้อง เทียบเท่ากับคอนโดหรู ๆ หนึ่งห้องเลย 24. แปลนบ้านตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติ และมีตู้เสื้อผ้าซ่อนอยู่มากมาย ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการพักผ่อนหลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันมากเลยทีเดียว 25. ดีไซน์เรียบง่ายและดูสบายตา ทำให้ห้องและองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ภายในบ้านดูเป็นระเบียบ อีกทั้งยังเงียบสงบมากทีเดียว แถมห้องนอนแต่ละห้องก็ยังมีระเบียงให้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันด้วย           แปลนบ้านแต่ละหลังน่าอยู่ทั้งนั้น อีกทั้งยังเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิกแบบพ่อ แม่ ลูก ก็หวังว่าไอเดียแปลนบ้านเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการสร้างบ้านที่ดีให้กับใครหลาย ๆ คนได้นะคะ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  home.kapook.com
น้ำผักปั่นเพื่อสุขภาพดี รักษาโรค สูตรบ้านสุขภาพโดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์

น้ำผักปั่นเพื่อสุขภาพดี รักษาโรค สูตรบ้านสุขภาพโดย ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์

น้ำผักปั่นเพื่อสุขภาพสูตรนี้ เป็นที่แพร่หลายมากๆ และยอมรับกันอย่างมากมาย เพราะทราบดีว่า ดื่มแล้วสุขภาพดีจริงๆ ขอเพียงขยันทำเท่านั้น ดื่มให้ได้ทุกวัน  บางคนทำตามสูตรดื่มมากแล้วมีปัญหาเรื่องความหวานจากน้ำผึ้งมากไป ไม่ดีต่อผู้เป็นเบาหวาน จริงๆแล้ว เราไม่ต้องใส่น้ำผึ้งก็ได้ หรือไม่ได้แช่เย็นดื่มไม่อร่อย  ซึ่งการดื่มน้ำผักปั่นนี้ ปั่นเสร็จแล้วควรดื่มทันที เพื่อให้ได้ สารอาหารสดๆวิตามินยังไม่หายไปไหน ถ้าชอบเย็น ก็นำน้ำจากตู้เย็นมาปั่นก็ได้อีกเช่นกัน   ลองทำดื่มนะคะ ดื่มได้ทุกวัย เด็กๆ ก็เติมน้ำผึ้งได้ตามสูตร น้ำผึ้งต้องเป็นน้ำผึ้งแท้นะคะ ถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ   เคยเขียนบันทึกน้ำผักปั่นพลังเอนไซม์ สูตรเดียวกันแต่เปลี่ยนน้ำ เป็นน้ำเอนไซม์เท่านั้นค่ะ น้ำผักปั่นบ้านสุขภาพ เป็นน้ำผลไม้สดจึงช่วยล้างสิ่งปฏิกูลในร่างกาย ตลอดจนสารพิษต่างๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัด ก็คือการลดอาการปวดต่างๆ จากอาการ ท้องเสีย หรือมีของเสียค้างอยู่ในระบบเลือดมาก มากจนปวดตามกล้ามเนื้อ ซึ่งเมื่อดื่มไปสักระยะเวลาหนึ่ง อาการต่างๆ ที่เป็นอยู่จะค่อยๆลดลงตามลำดับ การดื่มน้ำผักเป็นการเติมสารอาหารประเภทวิตามิน เกลือแร่ จำเป็นและที่สำคัญ คือ คลอโรฟิลด์ เมื่อดื่มเข้าไปแล้วส่วนที่ต้องถูกดุดซึม ก็จะไป “ฟื้นฟูตับ” มันจะไปก่อน พอ “น้ำตับหลั่ง” น้ำตับอ่อนก็หลั่ง การย่อยคาร์โปรไฮเดรด ไขมัน เกลือแร่ และวิตามินก็จะทำได้มากขึ้น ใจขณะที่ตัวมันไม่ย่อย ไขมันส่วนที่ เก่าส่วนหนึ่งแล้วเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงาน ดังนั้นร่างกายก็ได้พลังงานมาสนับสนุนให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้มากกว่าเดิม ซึ่งอาการที่ดีขึ้น นั่นคือ ขบวนการที่ร่างกายชะล้างของเสียออกได้มากขึ้น ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ควรเก็บกดได้ด้วยการใช้ยาระงับอาการปวด ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการไปหยุดความสามารถในการชะล้างของเสียในร่างกาย และทำให้เกิดการสะสมของสารพิษมากขึ้น  ในทุกระบบของร่างกายและกระจายจนก่อเป็นเซลล์มะเร็ง ในน้ำผักปั่นเป็นกรดอ่อนๆที่มี คลอโรฟิลล์(สารสีเขียวในพืช)มีวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก โปรตัสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส เป็นส่วนประกอบหลัก อัตราส่วนของผักที่จะใส่น้ำผักปั่น ผักสลัดไม่มีใช้ ผักกาดแก้ว มะเขือเทศลูกเล็ก หอมใหญ่หัวเล็ก ก็เพิ่มได้พอควร ผักกาดหอม     2  ใบ คึ่นฉ่าย           2  ก้าน มะเขือเทศ      1  ลูก หอมหัวใหญ่   ¼  ลูก น้ำผึ้ง             2  ช้อนโต๊ะ เสาวรสหรือมะนาว   1 ลูก แอปเปิ้ล                 ½  ลูก น้ำสะอาด               2  แก้ว วิธีทำ  1. นำส่วนประกอบที่กล่าวในข้างต้นใส่ลงในโถปั่น 2. ปั่นน้ำผัก เป็นเวลาประมาณ 20 วินาที 3. เทน้ำผักที่ปั่นแล้วลงในแก้ว(จะได้น้ำผักปั่น 2 แก้ว) ถ้าเป็นแอปเปิ้ลแดง หรือมะเขือเทศแดงมาก น้ำก็จะสีเข้มกว่านี้นะคะ   ส่วนประกอบของน้ำผักปั่นและประโยชน์ น้ำผักปั่นมีสารอาการแร่ธาตุที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ช่วยการทำงาน 5 ระบบคือ ระบบดูดซึม ระบบทางเดินหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบต่อมไร้ท่อ ผักกาดหอม  ช่วยฟิ้นฟูเซลล์ระบบประสาทและเซลล์ในปอด ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อกระดูกเส้นเอ็น ช่วยบำบัดโรคโลหิตจาง คึ่นฉ่าย   ช่วยฟื้นฟูระบบประสาทและฟื้นฟูการสร้างเซลล์ เม็ดเลือด ช่วยชะล้างของเสียในระบบเลือด ช่วยให้ร่างกายมีความสามารถใช้แคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการเจ็บปวดของระบบข้อเสื่อมต่างๆ มะเขือเทศ  ช่วยทำให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรง ช่วยทำให้ผิวพรรณดี เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายมีสารช่วยย่อยอาหารทำให้เยื่อบุ กระเพาะ ลำไส้ทำงานเป็นปกติ หอมหัวใหญ่ ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง มะนาว    ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน น้ำผึ้ง     ให้พลังงานสำรองม้าม พืชผักที่สามารถทดแทนหรือเพิ่มเติม กล้วยน้ำว้าสุก :  เป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง เมื่อต้องการเพิ่มความหวานให้กับน้ำผักปั่น สามารถใช้กล้วยน้ำว้าแทนน้ำผึ้งได้ แอปเปิ้ลแดง :  ให้วิตามิน เอ ซี แคลเซียม และฟอสฟอรัส ผักกาดขาว :  หากผักกาดหอมหมด ผักกาดขาวเป็นทางหนึ่งซึ่งจะให้แคลเซียมและไฟเบอร์ ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น สะระแหน่ :  ช่วยขับลมในลำไส้ และบำรุงปลายประสาท โหระพา :   ช่วยขับลมในลำไส้ บำรุงปลายประสาท ลดความเป็นกรด ในกระแสโลหิต ลดอาการไข้  แก้ปวดหัว ผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยว     ตะลิงปิง มะดัน มะนาว ส้ม ส้มโอ เสาวรส ผักที่ใช้แทนผักกาดหอมได้     ใบชะมวง ใบมะยม  ใบโหระพา ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : www.gotoknow.org
16 วิธีตกแต่งคอนโดแคบ ๆ ให้อยู่สบายไม่อึดอัด

16 วิธีตกแต่งคอนโดแคบ ๆ ให้อยู่สบายไม่อึดอัด

แต่งคอนโดขนาดเล็กให้กว้างขึ้นง่าย ๆ ด้วยเทคนิคแต่งคอนโดเล็ก ให้เก็บของได้เยอะ จะได้อยู่สบาย ๆ ไม่รู้สึกคับแคบอีกต่อไป.. ในปัจจุบันหลายคนสนใจหันมาอยู่คอนโดกันมากขึ้น เพราะมักตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง ทั้งยังราคาถูกกว่าการซื้อบ้านหลังใหญ่ชานเมือง แต่นับวันคอนโดก็มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ จนบางทีเท่ากับหอพักห้องหนึ่งด้วยซ้ำ ก็ในเมื่อลงทุนซื้อหรือแม้แต่เช่าคอนโดทั้งที ทำไมต้องมาทนอยู่แบบอึดอัดด้วยล่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีวิธีแต่งคอนโดขนาดเล็กใหดูกว้างขวางอยู่สบาย จากเว็บไซต์ homedit มาฝากกัน คราวนี้ถึงจะงบน้อยซื้อคอนโดได้แค่ห้องเล็ก ๆ ก็ใช่ว่าต้องอยู่แบบแคบ ๆ แล้วนะ 1. ใช้สีขาวเป็นหลัก อย่างที่รู้กันว่าสีส่งผลอย่างมากต่อการตกแต่ง ดังนั้นให้ใช้ข้อดีของสีขาวในการขยายห้องให้ดูกว้างขึ้น โดยอาจเลือกใช้กับทั้งผนังและเพดาน เพื่อห้องดูสว่างและเบาบางนั่นเอง 2. ชโลมสีสดใสให้ทั่ว เมื่อเลือกใช้สีอ่อนกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องแล้ว ก็ให้ประดับด้วยของตกแต่งที่สีสันสดใส ที่จะช่วยเพิ่มทั้งสไตล์ พลัง และความเป็นตัวของตัวเอง นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดและลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย 3. จัดเก็บของอย่างชาญฉลาด หากว่าอยู่ในคอนโดขนาดเล็กแต่ตัดใจทิ้งของที่มีมากมายไม่ลง ก็ให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีที่เก็บของในตัว เช่น เตียงหรือโซฟาที่มีลิ้นชัก ซึ่งจะช่วยซ่อนของรก ๆ ไม่ให้ดูเยอะจนห้องยิ่งดูแคบไปกันใหญ่ 4. คิด "แนวตั้ง" เคล็ดลับที่จะทำให้พื้นที่เล็ก ๆ ดูกว้างขึ้นก็คือ การใช้ที่เก็บของแบบแนวตั้ง เช่น ชั้นหนังสือที่สูงจากพื้นจรดเพดาน หรือแม้แต่การติดผ้าม่านที่สูงจากเพดานลงมาก็ได้ผลเช่นกัน 5. ใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ คอนโดขนาดเล็กคงไม่เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบอเนกประสงค์ ที่ใช้งานได้อย่างหลากหลายในชิ้นเดียวมาใช้ เช่น โต๊ะกาแฟที่เปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานได้ หรือชั้นวางของที่ทั้งวางทั้งแขวนได้ในชิ้นเดียวกัน เป็นต้น 6. เก็บของแบบงานศิลปะ ถ้าเป็นหนอนหนังสือและกำลังหนักใจกับการจัดเก็บหนังสือที่มีมากมาย ก็ให้เปลี่ยนจากชั้นหนังสือธรรมดาเป็นงานศิลปะตกแต่งผนังไปในตัว หรือจะลองดัดแปลงไอเดียไปใช้กับสิ่งอื่นก็ได้ เช่น แขวนเครื่องครัวสวย ๆ ไว้บนผนังเพื่อเป็นการประดับตกแต่ง เป็นวิธีเก็บของที่ช่วยให้ห้องไม่ดูรกแต่สวยงามแทน 7. ใช้โคมไฟติดผนังหรือเพดาน แม้ว่าโคมไฟแบบตั้งพื้นจะดูสวยงามและเหมาะกับการตกแต่งบ้าน แต่อาจจะไม่เหมาะสมกับคอนโดเล็ก ๆ สักเท่าไหร่ แนะนำให้ลองพิจารณาโคมไฟแบบแขวนหรือติดผนังเป็นทางเลือกดู ซึ่งสามารถเลือกดีไซน์สวย ๆ ไม่แพ้ชนิดตั้งพื้นได้เช่นกัน 8. เปลี่ยนที่เก็บของเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับ แทนที่จะมีทั้งตู้เก็บของและเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่ง ทำไมไม่เอาทั้งสองอย่างมารวมกันซะเลย เช่น แทนที่จะซื้อโต๊ะข้างเตียงนอน ก็ให้ใช้กระเป๋าวินเทจที่มีหลายใบซ้อนกันแทน ทั้งสร้างลุคเก๋ ๆ และเก็บของได้ไปในตัว 9. ใช้เฟอร์นิเจอร์ใสเพื่อความโปร่ง ใช้เฟอร์นิเจอร์ประเภทกระจก อะคริลิก หรือวัสดุแววววาว ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หน้าต่างแบบกระจกใส ฯลฯ จะช่วยส่องสว่างให้กับห้องไม่ดูทึบจนเกินไป 10. ใช้เฟอร์นิเจอร์ทางเลือก โต๊ะกาแฟสำคัญสำหรับทุกบ้าน แต่สำหรับคอนโดเล็ก ๆ ที่ต้องใช้พื้นที่อย่างประหยัด ให้ลองประดิษฐ์ที่วางกาแฟแบบครอบพนักวางแขนโซฟาดู แค่นี้ก็สามารถแก้ววางกาแฟยามเช้า ได้แบบไม่เปลืองเนื้อที่แล้ว 11. โต๊ะกินข้าวประหยัดที่ ถ้าไม่อยากตั้งโต๊ะรับประทานอาหารให้เปลืองเนื้อที่ ให้ลองพิจารณาโต๊ะอาหารแบบติดผนัง เป็นทางเลือกโดยบางแบบยังสามารถพับเก็บตัวโต๊ะลงเมื่อใช้เสร็จได้อีกด้วย เวลาจะใช้ก็แค่กางออกมาง่าย ๆ และประหยัดพื้นที่ได้เป็นอย่างดี 12. ให้ความสำคัญกับหน้าต่าง หน้าต่างเป็นสิ่งมีค่าสำหรับห้องขนาดเล็ก ดังนั้นอย่าตั้งอะไรขวางหน้าต่างเป็นอันขาด รวมถึงใช้ประโยชน์จากแสงที่ส่องเข้ามาให้เต็มที่ เช่น การตั้งโต๊ะอาหารไว้ริมหน้าต่าง เป็นต้น รับรองว่าห้องจะดูกว้างและอบอุ่นจากแสงธรรมชาติแน่นอน 13. ใช้ที่กั้นห้องแบบชั่วคราว ใช้ผ้าม่าน ประตูเลื่อน หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสูง ๆ เป็นตัวแบ่งพื้นที่ห้องแบบไม่ดูอึดอัด แถมยังสะดวกในการเปลี่ยนย้ายตำแหน่งหรือเอาออกไปอีกด้วย 14. ใช้เฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ โซฟานั่งสบายไม่จำเป็นต้องไซส์ใหญ่เสมอไป เพราะเดี๋ยวนี้มีโซฟาที่ถูกออกแบบมารองรับคอนโดขนาดเล็กมากขึ้น ที่ทั้งสวยและรองรับสรีระ หรือหากต้องการประหยัดพื้นที่มาก ๆ ลองพิจารณาโซฟาเบดเป็นทางเลือก ที่ใช้ประโยชน์ทั้งนั่งดูทีวีและนอนในเวลาค่ำคืนได้อย่างลงตัวทีเดียว 15. เลือกเตียงแบบพับเก็บได้ เตียงนอนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถประหยัดพื้นที่ได้ เพราะในปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้ทำเตียงแบบพับเก็บได้มาให้เป็นทางเลือกกัน ซึ่งการใช้เตียงแบบนี้จะช่วยให้เหลือพื้นที่เหลือเฟือในการใช้งานเวลากลางวันเลยล่ะ 16. อย่ามองข้ามพื้นห้อง แม้ว่าห้องจะมีขนาดเล็ก แต่ก็มองข้ามเรื่องพื้นไปไม่ได้เลย เพราะพื้นสวย ๆ จะช่วยให้ภาพรวมของดูโดดเด่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นอย่าลืมใส่ใจกับการเลือกพื้นดีไซน์สวยเข้ากับสไตล์การตกแต่งห้อง หรือจะปูพรมก็เป็นไอเดียที่ดี ลองเก็บไอเดียไปใช้กันนะคะ ทีนี้ก็ไม่ต้องทนรู้สึกอึดอัดกันแล้ว แถมใครที่อยู่อพาร์ทเม้นท์หรือหอพักก็นำไปปรับใช้ได้เช่นกัน ทีนี้ห้องเล็กแค่ไหนก็มีความสุขได้เหมือนอยู่ห้องใหญ่ ๆ เลยนะ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : home.kapook.com
10 วิธีแต่งห้องนอนแบบประหยัด ใช้แค่ของใกล้ตัว

10 วิธีแต่งห้องนอนแบบประหยัด ใช้แค่ของใกล้ตัว

แต่งห้องนอนแบบประหยัด ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้จินตนาการบวกเข้ากับของหาง่ายใกล้ ๆ ตัว เป็นวิธีแต่งห้องนอนแบบประหยัด ที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้หลายบาทเลยล่ะ การแต่งห้องแต่ละครั้งต้องใช้เงินเยอะพอดู แต่หลังจากนี้คุณอาจไม่ต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ เพื่อเก็บเงินแต่งห้องนอนให้สวยงาม ทันสมัย หรือดูดีมีสไตล์อีกแล้ว เพราะไม่ว่าใครก็สามารถตกแต่งห้องนอนได้ตามที่ต้องการ โดยใช้เงินแค่เพียงเล็กน้อย หรือบางทีอาจไม่ต้องทุบกระปุกเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ใช้จินตนาการกับข้าวของรอบ ๆ ตัว มาปรับใช้ให้เก๋กว่าใคร แค่นี้ก็ได้ห้องนอนโดนใจไปเต็ม ๆ แถมยังประหยัดเงินแล้วล่ะ ลองไปดูกันค่ะว่ามีไอเดียอะไรบ้าง 1. เตียงนอนท่อน้ำสุดเท่ สำหรับคนที่เป็นแฟนการตกแต่งบ้านแบบอินดัสเทรียล (Industrial Style) หรืออยากได้เตียงนอนหลังใหม่ในบรรยากาศเดิม การนำท่อน้ำมาประกอบเป็นเตียงนอนเช่นนี้ ถือเป็นงาน DIY ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี และน่าจะลองทำดูมากทีเดียว 2. หัวเตียงไม้ ไม่ซ้ำใคร เนื่องจากไม้เก่ามีความสวยงามในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะได้แผ่นไม้มาจากตึกเก่าที่ถูกรื้อทิ้ง หรือไม้รีไซเคิลที่หาได้จากบริเวณบ้าน ต่างก็สามารถนำมาใช้ทำเป็นหัวเตียงได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ความเก่าของไม้ บวกกับลวดลายและสีสันแบบหม่น ๆ ยังทำให้บรรยากาศในห้องนอนดูอบอุ่น อีกทั้งยังดูสบายตา เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งด้วย 3. ขาเตียงดีไซน์แปลก พาเลทไม้เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่สร้างประโยชน์ให้ได้มากทีเดียว อย่างน้อย ๆ ถ้านำพวกมันมาขัดผิวให้เรียบ แล้วทาสีใหม่ให้ทั่ว พร้อมกับนำมาต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจำนวน 2 ชั้น ก็จะมีขาตั้งเตียงนอนเหมือนเตียงหรู ๆ ทั่วไปแล้ว หรืออาจจะลดจำนวนให้เหลือเพียงชั้นเดียวก็ได้ หากไม่ชอบขาเตียงที่สูงมากนัก 4. โต๊ะหัวเตียงมหัศจรรย์ แค่มีบล็อกคอนกรีตไม่กี่อันก็มากพอสำหรับการครีเอทโต๊ะหัวเตียง แค่จับมาตั้งเรียงกันให้พอที่กับที่ว่างข้าง ๆ หัวเตียง เอาไว้สำหรับเก็บของ หรือวางหนังสือกับนิตยสาร และอาจจะตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สักใบ เพื่อทำให้บล็อกคอนกรีตดูมีสัน และสวยงามเหมาะกับบรรยากาศในห้องนอนมากยิ่งขึ้น 5. แกลลอรีภาพถ่ายแบบแนว ๆ แม้การนำรูปถ่ายมาตกแต่งผนัง จะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทุกคนสามารถตกแต่งผนังให้ดูสวยงามได้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนทริคในการตกแต่งเพื่อให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นก็คือ นำรูปถ่ายมาติดเรียงกันให้ดูเป็นแพทเทิร์นที่น่าสนใจโดยไม่ต้องใส่กรอบ เช่น รูปหัวใจ สามเหลี่ยม หรือตัวอักษรเป็นต้น 6. ลายกราฟฟิกสวย ๆ จากของใกล้ตัว การใช้วาชิเทป หรือเทปกาวสีสวย ๆ มาใช้ในการตกแต่งผนัง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยให้ผนังบ้านมีสีสันและน่าสนใจขึ้นไม่น้อยเลย โดยการนำเทปเหล่านั้นมาติดเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามใจชอบ 7. โต๊ะวางของสารพัดประโยชน์ หากมีลังเปล่า ๆ ไม่ว่าจะเป็นลังไม้หรือลังกระดาษ และไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร คงจะดีกว่าหากนำออกมาปัดกวาดให้เรียบร้อย หลังจากนั้นเอาไปใส่ของหรือทำเป็นโต๊ะวางของต่าง ๆ เช่น กระจกส่องเสื้อผ้า โคมไฟ หรือต่อเป็นโต๊ะหัวเตียง 8. ไฟประดับสีสันสดใส วิธีง่าย ๆ ที่อาจจะต้องลงทุนเล็กน้อย แต่เป็นวิธีเปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนได้ทันใจสุด ๆ เพียงแค่นำไฟประดับมาตกแต่งในห้องนอน เช่น บนชั้นวางของ เหนือหัวเตียง หรือประตู นอกจากจะห้องนอนจะมีสีสันเพิ่มแล้ว ยังสว่างสดใสมากขึ้นอีกด้วย 9. หัวเตียงสวยหวานสไตล์วินเทจ แม้บานหน้าต่างเก่า ๆ จะถูกถอดออกไปนานแล้ว แต่แทนที่จะนำไปทิ้ง ลองนำพวกมันกลับมาแล้วใช้สร้างเป็นหัวเตียงสวย ๆ ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะนำมาตกแต่งควรจะเลือกเพ้นท์สีที่ดูแล้วเข้ากับการตกแต่งส่วนอื่น ๆ ในห้องนอนด้วย 10. ชิงช้าวางของ แทนที่จะใช้โต๊ะหัวเตียงแบบตั้งพื้น ลองเปลี่ยนเป็นชั้นวางของแบบแขวนบ้าง ก็จะช่วยให้ห้องนอนดูสวยงามอย่างมีสไตล์ แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ด้วยแค่ใช้ของที่มีอยู่ภายในบ้านก็พอแล้ว เช่น แผ่นไม้ หรือแผ่นพลาสติก นำมาเจาะรู แล้วแขวนด้วยเชือกสีสวย ๆ เห็นไหมคะว่าการตกแต่งห้องนอนให้สวยงามไม่จำเป็นต้องใช้ของที่มีราคาแพง ๆ เลย เพราะของราคาถูกหรือของที่อยู่ใกล้ตัว รวมไปถึงของเหลือใช้ ก็สามารถทำให้ห้องนอนของทุกคนดูดีมีสไตล์ได้อย่างใจ เพียงแค่อาศัยเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ และลองเปลี่ยนวิธีการใช้งานดูบ้างตามที่ได้เสนอไปเท่านั้นเอง ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : home.kapook.com
11 เทรนด์สีแต่งบ้านปี 2015 ที่ห้ามพลาด !

11 เทรนด์สีแต่งบ้านปี 2015 ที่ห้ามพลาด !

เทรนด์สีในการตกแต่งบ้านปี 2015 จะเป็นอย่างไร ใครกำลังเตรียมตัวแต่งบ้านหลังปีใหม่ กระซิบให้ว่าเทรนด์สีปี 2015 เป็นแบบนี้จ้า.. เนื่องจากเราไม่ได้เปลี่ยนสไตล์การตกแต่งบ้านบ่อย ๆ เหมือนเสื้อผ้า ดังนั้นก็อาจจะหลุดเทรนด์ไปบ้างหากไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการตกแต่งบ้านอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ต้องการจะสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้านใหม่ในปีหน้า เพราะเว็บไซต์ House Beautiful ได้รวบรวมโทนสีแต่งบ้านที่น่าจะมาแรงในปี ค.ศ. 2015 จากการคาดการของ 11 ดีไซเนอร์ชื่อดังมาฝากกันแล้ว 1. สีกรีกบลู (Greek Blue) ซาร่า สตอรี กล่าวว่าสำหรับโทนสีตกแต่งบ้านแบบสีกรีกบลูก็คือ สีน้ำเงินแบบการตกแต่งอาคารในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างเช่น หลังคาโบสถ์บนเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นโทนสีเข้มอันยอดเยี่ยมที่ทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้านมีความสวยงามมากขึ้นแล้ว ยังมีความสมบูรณ์ยิ่งกว่าเมื่อจับคู่กับสีเทาหรือชมพูด้วย 2. โทนสีแบบยุค 1960 (60's Shades) หลังจาก อเล็กซานดร้า เคียร์เลอร์ ได้เห็นโทนสีแบบยุค 1960 เจิดจรัสอยู่บนลำตัวของนางแบบ ที่่ออกมาอวดโฉมคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของปี ค.ศ. 2015 ก็ทำให้ให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก และคิดว่าน่าเป็นโทนสียอดนิยมสำหรับการตกแต่งบ้านในปีเดียวกันด้วย ซึ่งโทนสีแบบยุค 1960 ก็ได้แก่ สีเขียวมะกอก สีส้มอิฐ และน้ำตาล เป็นต้น 3. สีเขียวอ่อนและน้ำเงิน (Sour Green With Blue) ทั้ง แอนน์ แม็กซ์เวลล์ ฟอสเตอร์ และ ซุยเซล เดอเพโดร คันนิ่งแฮม ต่างก็คิดว่าเทรนด์สีการตกแต่งบ้านยอดนิยมสำหรับพวกเขาน่าจะเป็นโทนสีแบบลวดลายบนผ้าปาเต๊ะ โดยเฉพาะการจับคู่ระหว่างสีเขียวอ่อนกับสีอื่น ๆ ได้แก่ สีเขียวอ่อน และสีน้ำเงิน เพราะนอกจากสีน้ำเงินจะทำให้บ้านมีกลิ่นอายของความคลาสสิกแล้ว ยังมีสีเขียวเข้ามาช่วยเพิ่มความสดใสอีกด้วย 4. โทนสีพาสเทล (Pastel Palettes) ส่วน คริสโทส เพลฟวีเซนอส กล่าวว่าหากให้เลือกโทนสีที่จะนำมาตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 เขาจะเลือกโทนสีพาสเทลที่เคยสร้างความสวยงามให้กับนครลอสแอนเจลิสในยุค 1980 ที่เกิดจากการผสมผสานหลากหลายโทนสีมาใช้ อย่างเช่น สีส้มและสีม่วงขณะพระอาทิตย์ตก สีเขียวแบบต้นปาล์ม สีฟ้าน้ำทะเล และสีชมพูขนนกฟลามิงโก้ ซึ่งล้วนเป็นโทนสีที่สร้างภาพที่่น่ามหัศจรรย์ไม่แพ้โทนสีนีออนเลย 5. โทนสีเทา (Neutral Gray) ในขณะที่ เจฟ แอนดรูวส์ คิดว่า โทนสีเทาเป็นสีกลางที่มาแรงที่สุดสำหรับตอนนี้ โดยเฉพาะการตกแต่งบ้านในส่วนของแบ็กดรอปหรือพื้นหลังต่าง ๆ อย่างเช่น ผนัง และเพดาน ส่วนการตกแต่งที่เขาชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือ บ้านผนังสีเทาอ่อน ที่ใช้กรอบประตูสีน้ำตาลชาโคล ในขณะที่ตกแต่งเพดานด้วยสีเทาอ่อนและสีขาว 6. งานศิลป์ในยุคเรเนสซองส์ การรวมตัวของสีเขียว แดงอมม่วง ฟ้าเข้ม เบจ ขาว บวกกับรูปแบบและผิวสัมผัสที่หลากหลาย แบบภาพวาดในยุคเรเนสซองส์ เป็นโทนสีที่ อเล็กซานดร้า บลังก้า คิดว่าน่าจะเป็นโทนสียอดนิยมในหมู่คนรักบ้าน และเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปี ค.ศ. 2015 อย่างแน่นอน 7. สีเขียวมะกอก (Olive Green) โทนสีที่ คาเพลล่า คินเชอร์ คิดว่าน่าจะเป็นสียอดนิยมสำหรับการตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 ได้ไม่ยากเลยก็คือ สีเขียวมะกอก เพราะเธอค้นพบว่ามันเป็นสีที่ยอดเยี่ยมมาก หลังจากเธอตกแต่งห้องครัวด้วยตู้เก็บของสีเดียวกันนี้ เนื่องจากสีเขียวมะกอกไม่ได้เป็นแค่สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น กับอากาศที่ปลอดโปร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นสีที่เข้ากันได้ดีกับโทนสีอื่น ๆ ด้วย 8. การผสมผสานสีเข้ม เนื่องจากแกรนท์ เค กิบสัน ชื่นชอบการผสมผสานของโทนสีชมพู ม่วง และเขียวเข้มอมฟ้าเทอร์ควอยซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นตัวเขาเองก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นโทนสีที่น่านำมาตกแต่งภายในบ้านสำหรับปีค.ศ. 2015 มากทีเดียว ส่วนตัวอย่างการผสมผสานสีทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันก็ได้แก่ การใช้ของตกแต่งสีม่วง วอลเปเปอร์สีฟ้า ชุดเครื่องนอนสีชมพูเข้ม และอาร์มแชร์สีเขียว เป็นต้น 9. โทนสีอบอุ่น หลังจากที่ เจนนี่ โคเมนดา เห็นโทนสีอบอุ่นกลับมาแต่งแต้มความสวยงามให้กับวงการแฟชั่นเสื้อผ้าอีกครั้ง ก็จะไม่รู้สึกแปลกใจหากจะเห็นคนส่วนใหญ่นำโทนสีที่กล่าวมา อย่างเช่น สีเขียวมะกอก ดัสตี้มินต์ และม่วงเข้ม มาใช้ตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 ด้วย อีกทั้งยังเป็นโทนสีที่เธอชอบเรื่อยมา โดยเฉพาะการตกแต่งที่แทรกโทนสีสว่างลงไปบางส่วน เพื่อให้การตกแต่งมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น 10. จับคู่ระหว่างโทนสีร้อนและอบอุ่น สำหรับการตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 มัลคอม เจมส์ คัทเนอร์ คาดว่าการจับคู่โทนสีตรงกันข้ามน่าจะมาแรง พร้อมทั้งช่วยสร้างพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และชีวิตชีวาได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะสีดำ เทา และขาว พร้อมกับมีสีแดงกระจายอยู่ทั่วไปตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือสีส้มที่คละเคล้ากันไปกับสีน้ำตาล น้ำเงิน และเขียว 11. สีน้้ำเงินกับผิวมันวาว หลังจากที่ ซูซานนา ซอร์ค เห็นการตกแต่งบ้านด้วยสีน้ำเงินเข้มกับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีลักษณะแบบผิวสัมผัสมันวาว คละเคล้ากันไปกับของตกแต่งบ้านสีขาว เธอก็คิดว่าเป็นโทนสีที่มหัศจรรย์ไม่น้อย เพราะสามารถเปลี่ยนจากบ้านธรรมดา ให้มีความทันสมัยผสมผสานไปกับความคลาสสิกได้ในทันทีเลยทีเดียว   หากคุณกำลังมองหาสีสำหรับนำไปตกแต่งบ้านใหม่ แต่ดูอย่างไรก็ยังเลือกโทนสีที่ต้องการไม่ได้สักที ก็หวังว่าทั้ง 11 เทรนด์โทนสีที่เหล่าดีไซเนอร์แนะนำกันไปในวันนี้จะช่วยให้การตกแต่งบ้านของคุณง่ายขึ้น และมีบ้านที่ตรงกับความคาดหวังของแต่ละคนกันนะคะ   ที่มา : home.kapook.com
วิธีกำจัดแมลงสาบในบ้านง่ายๆ ได้ผลดีที่สุด

วิธีกำจัดแมลงสาบในบ้านง่ายๆ ได้ผลดีที่สุด

วิธีกำจัดแมลงสาบตัวร้ายที่บุกบ้านเราให้ผวากันบ่อย ๆ อยากรู้วิธีกำจัดแมลงสาบอย่างง่าย ๆ ให้หายไปได้อย่างไร อย่ารอช้าเลยจ้า ไม่น่าเชื่อว่าแมลงสาบตัวเล็ก ๆ จะมีอิทธิพลพอให้ใครหลายคนแทบเสียสติเวลาที่เจอได้ โดยเฉพาะในยามที่แมลงสาบหนวดยาวบินตรงเข้ามาหาเราอย่างแน่วแน่ โอย…แค่คิดก็ขนลุกขนชันไปหมดแล้วเนอะ เอาล่ะ ! ถ้าในบ้านของคุณมีแมลงสาบยั้วเยี้ยและไม่รู้จะใช้วิธีไหนกำจัดแมลงสาบ เรามีวิธีกำจัดอย่างง่าย ๆ ได้แต่ผลมาให้ลองทำตามกันครับ 1. ค้นหาต้นตอ ถ้ามีแมลงสาบในบ้านแม้เพียงตัวเดียวก็ไม่ต้องเดาแล้วว่าจะมีตัวที่สองหรืออีกเป็นฝูงอยู่ในบ้านหรือเปล่า เพราะแมลงสาบคงไม่มาอยู่เดียวดายแน่ ๆ ดังนั้นให้คุณรีบค้นหาต้นตอที่แมลงสาบมุดเข้าบ้านมาโดยทันที เริ่มจากบริเวณรอบ ๆ ที่เห็นแมลงสาบก่อนเป็นจุดแรก สำรวจดูว่ามีร่องรูหรือช่องทางใดที่แมลงสาบจะแทรกตัวผ่านเข้ามาได้บ้าง เมื่อเจอแล้วก็จัดการปิดช่องทางนั้นให้เรียบร้อย และถ้าจะให้ดีสำรวจร่องรอยแตกแยกในบ้านให้ทั่วเลยยิ่งดี อย่างน้อยก็ช่วยปิดกั้นเส้นทางของแมลงสาบได้ชั้นหนึ่งก่อน 2. ซ่อมจุดที่มีน้ำรั่วซึม แมลงสาบเป็นสัตว์ที่ขาดอาหารได้นานพอสมควร แต่ขาดน้ำเกิน 1 อาทิตย์ไม่ได้ ซึ่งก็หมายความว่า แม้บ้านจะสะอาดปราศจากเศษอาหารใด ๆ ทว่ามีจุดที่น้ำรั่วซึมหรือชื้นอยู่ก็มีสิทธิ์ได้เจอแมลงสาบตัวเป็น ๆ เหมือนกัน ดังนั้นคงเป็นการช่วยป้องกันแมลงสาบได้ดีอีกทางหนึ่ง หากเรารีบซ่อมแซมจุดที่มีน้ำรั่วหรือบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง 3. ทำความสะอาดบ้านให้หมดจด แค่มีน้ำชื้น ๆ ยังเรียกแมลงสาบมาอยู่ในบ้านได้ อย่างนี้ก็ไม่ต้องสืบเลยว่าถ้าบ้านสกปรกเลอะเทอะจะมีแมลงสาบอยากมาอยู่ร่วมชายคากับคุณอีกกี่ฝูง ฉะนั้นอย่าปล่อยให้บ้านสกปรกเลอะเทอะเลยดีกว่านะครับ โดยเฉพาะคราบอาหารเพียงสักนิดเดียวก็ควรทำความสะอาดให้หมดจดทันที 4. ปิดฝาอาหารให้สนิท สำหรับอาหารที่อยู่บนโต๊ะอาหารควรมีฝาครอบปิดให้มิดชิด เพื่อป้องกันแมลงสาบมาวอแวอาหารจานโปรดของคุณ และพยายามกินแล้วเก็บล้างโดยทันทีให้เป็นนิสัยด้วย แค่นี้ก็ลดโอกาสที่แมลงสาบจะเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านแล้วล่ะ 5. ทิ้งขยะเสมอ ขยะเป็นแหล่งอาหารอันโอชะของเหล่าแมลงสาบตัวร้าย เพราะมีทั้งเศษอาหารและคราบน้ำที่แมลงสาบพอจะประทังชีวิตให้อยู่รอดได้ ดังนั้นพยายามอย่าหมักหมมขยะไว้ในบ้านนานนัก แม้จะเป็นขยะแห้งก็ควรทิ้งทุกวัน 6. กำจัดด้วยสารเคมี สำหรับคนที่ไม่ต้องการอยู่ร่วมกับแมลงสาบและอยากกำจัดอย่างรวดเร็ว สามารถใช้ยากำจัดแมลงที่มีส่วนผสมของสารไซเปอร์เมทริน (Cypermethrin) ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงชนิดต่าง ๆ สูง แต่ส่งผลกระทบกับคนน้อย แต่ทั้งนี้ก่อนใช้สารเคมีควรสวมถุงมือและหน้ากากป้องกันไว้ก่อนด้วยนะครับ 7. กำจัดด้วยวิธีบ้าน ๆ มีวิธีกำจัดแมลงสาบแบบบ้านให้ได้ลองทำตามดูอยู่หลายวิธีเหมือนกันครับ วิธีแรกหากสะดวกผสมผงบอแรกซ์, น้ำตาลทราย และแป้งข้าวโพดอย่างละส่วนเข้าด้วยกัน ก็นำส่วนผสมนี้ไปวางตามจุดที่คาดว่าจะมีแมลงสาบซุ่มอยู่ เมื่อแมลงสาบหลงกลมาคาบไปกินที่รังก็จะทยอยล้มตายกันไปทีละนิด ส่วนใครสะดวกจะสร้างกับดักน้ำหวานผสมน้ำเปล่าไว้ให้แมลงสาบเดินมาลอยตุ้บป่องอยู่ในถาดน้ำหวานก็ช่วยกำจัดได้เหมือนกัน แต่ถ้าใจไม่ถึงพอจะเห็นซากแมลงสาบก็เลี่ยงไปใช้วิธีแรกดีกว่านะจ๊ะ 8. น้ำสบู่กำจัดแมลงสาบ ถ้าเห็นแมลงสาบตัวเป็น ๆ แต่ยังไม่มีกับดักล่อแมลงสาบ แนะนำให้ผสมน้ำสะอาดกับน้ำสบู่ในบริมาณน้ำ 2 ส่วน ต่อสบู่ 1 ส่วน ใส่กระบอกสเปรย์ จากนั้นนำไปฉีดพ่นที่ตัวของแมลงสาบโดยตรงได้เลย น้ำสบู่จะเข้าไปปิดกั้นทางเดินหายใจของแมลงสาบ และก็จะลาโลกนี้ไป 9. ถาดดักแมลงสาบ วิธีกำจัดแมลงสาบที่ง่ายและสะดวกอีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้ถาดดักแมลงสาบที่คล้าย ๆ ถาดกาวดักหนู (สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เกตทั่วไป) นำวางล่อแมลงสาบตัวร้ายตามจุดต่าง ๆ แล้วก็รอแมลงสาบมาติดกับดัก 10. ดักด้วยโหลใส่น้ำ อย่างที่บอกว่าแมลงสาบขาดน้ำไม่ได้ ดังนั้นเราสามารถวางกับดักโหลแก้วใส่น้ำไว้ตามกำแพงที่คาดว่าจะมีแมลงสาบได้เลย แมลงสาบจะดิ้นรนเข้ามาหาน้ำในโหลแล้วตกลงไปลอยตัวอยู่ในนั้นอย่างหาทางหนีไม่ได้ แต่วิธีกำจัดแมลงสาบนี้อาจไม่สามารถกำจัดแมลงสาบชนิดถอนรากถอนโคนได้ 11. พรางด้วยขวดน้ำอัดลม อีกหนึ่งกับดักน้ำที่ใช้ได้ผล ก็แค่ตัดขวดน้ำพลาสติกตรงส่วนบนออก จากนั้นคว่ำปากขวดไว้กับส่วนล่าง จะได้ลักษณะเป็นหลุมล่อแมลงสาบให้ตกลงไปทางปากขวด เจอกับน้ำผสมสบู่ที่เราผสมไว้ในขวด เรียกว่าอำนวยความสะดวกให้เหล่ากองทัพแมลงสาบเจอกับดักได้ง่ายและท้าทายขึ้น 12. ดูแลสวน หากสวนข้างบ้านของคุณมีแต่ซากปรักหักพังและต้นไม้รกรุงรังไปหมด ไม่เพียงแต่แมลงสาบเท่านั้นที่จะแอบซุ่มอยู่ในสวน แต่ยังอาจจะมีสัตว์ร้ายชนิดอื่น ๆ แฝงตัวอยู่ในรั้วบ้านของคุณด้วย ดังนั้นในส่วนนี้ก็ควรจัดการสวนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอจะดีกว่า โดยเฉพาะขอนไม้พุผังที่อาจจะมีทั้งปลวก มอด และแมลงสาบรวมตัวอยู่ก็ต้องกำจัดออกไปจากบ้านโดยเร็วที่สุด 13. อุดช่องโหว่ เพื่อความแน่นหนามากขึ้นก็ควรอุดรูรั่วและรอยแตกแยกในบ้านให้สนิทที่สุด อาจจะฉาบปูนใหม่หรือยาแนวเสริมเข้าไปก็แล้วแต่สะดวก ป้องกันเอาไว้ก่อนอย่างนี้แมลงสาบจะได้เข้าสู่ตัวบ้านเราได้ยากยิ่งขึ้น 14. ลูกเหม็นก็ช่วยได้ กลิ่นฉุนจนแสบจมูกของลูกเหม็นก็เป็นสิ่งที่แมลงสาบขยาดไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรนำลูกเหม็นไปวางตามจุดต่าง ๆ ที่สุ่มเสี่ยงจะมีแมลงสาบไว้เลยดีกว่า 15. สารบอแรกซ์เอาอยู่ หลังจากกำจัดแมลงสาบไปได้จำนวนหนึ่งแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงสาบมาป่วนเราได้อีก แนะนำให้ผสมสารบอแร็กซ์กับผงซักฟอก และน้ำสะอาดเข้าด้วยกัน แล้วนำใส่กระบอกสเปรย์เอาไว้ฉีดเป็นยากันแมลงสาบตามจุดที่มีความชื้นสูง หรือบริเวณกำแพงบ้านที่ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ เมื่อแมลงสาบมาจ๊ะเอ๋น้ำยาที่เราฉีดไว้จะได้กลัวจนต้องถอยทัพกลับไป      ใครที่กลัวแมลงสาบขึ้นสมองและมักจะเจอแมลงสาบซึ่ง ๆ หน้าให้เสียจริตกันบ่อย ๆ ลองนำวิธีกำจัดแมลงสาบที่เราแนะนำไปใช้กันดูได้เลยนะครับ   ที่มา : home.kapook.com
ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโด

ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโด

ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโดที่ต้องเจอ เคยได้ยินคนบอกกันมั้ยครับว่า "ปัญหามีไว้แก้" หรือ "ปัญหามีไว้ฝึกปัญญา" แต่หลายๆ ครั้งก็ต้องยอมรับกันครับว่า ปัญหาในคอนโดบ้านเราเป็นปัญหาที่ต้องทำใจ และทำใจกันอย่างเดียว! วันนี้เราลองมาดูกันครับว่า ปัญหาหรือคำถามยอดฮิตที่พวกเราน่าจะเจอกันประจำในคอนโดมีอะไรบ้าง 1. ที่จอดรถไม่พอ ปัญหาอมตะครับสำหรับคอนโดเมืองไทย แถมพ่วงด้วยปัญหาต่อเนื่องอื่นอีก เช่น จอดรถซ้อนกัน (โดยเฉพาะในชั้นเตี้ยทั้งที่ชั้นสูงก็ยังมีที่จอด) คนที่มีสิทธิจอดไม่ตายตัว (Float) แต่ไปแอบจอดในตำแหน่งตายตัว (Fixed) ของคนอื่น โชคไม่ดีครับว่า สคบ. และกฎหมายบ้านเรายังไม่มีกฎเกณฑ์บังคับกับผู้ประกอบการว่าจะต้องทำที่จอดรถอย่างน้อยเท่าไหร่ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจ (และ Profit Margin) ของผู้ประกอบการแต่ละรายเองว่าจะทำเป็นสัดส่วนเท่าไร เช่น 100 ห้องอาจทำที่จอดครบ 100 ตำแหน่ง หรือ 100 ห้องแต่มีที่จอดแค่ 60 ตำแหน่ง (รวมหรือไม่รวมจอดซ้อน) วิธีเลี่ยงปัญหาที่ดีที่สุดคือ ซื้อคอนโดแบบมีกรรมสิทธิ์ในที่จอดรถด้วย (ซึ่งจะต้องระบุกรรมสิทธิ์ชัดเจนในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วย)แต่ราคาก็จะแพงสุดๆ ทีเดียว หรือเสนอที่ประชุมให้ตั้งกฎกติกาจอดรถชัดเจน เช่น กำหนดตายตัวให้จอดรถได้ 1 ห้องต่อ 1 คัน เท่าเทียมกันทุกห้อง (ไม่ว่าห้องเล็กหรือห้องใหญ่) ส่วนคันต่อไปต้องเสียเงิน หรือต้องจอดนอกโรงจอดรถหรือกำหนดว่าหากมีการจอดทับสิทธิบนตำแหน่งที่จอดรถตายตัวของคนอื่น ก็ให้มีการล็อคล้อกันไปเลย เป็นต้น   2. ไม่เข้าร่วมประชุมลูกบ้าน กฎหมายคอนโดกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่ (สามัญ) ลูกบ้านปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย (และอาจมีประชุมย่อยที่เรียกว่าวิสามัญได้อีกกี่ครั้งก็ได้) การไม่เข้าประชุมไม่มีความผิดใดๆแต่จะทำให้เสียสิทธิในการแสดงความเห็น และออกเสียงในการบริหารจัดการคอนโด ในการประชุมออกเสียงลงคะแนน ต้องยอมรับครับว่าห้องใหญ่จะมีคะแนนเสียงมากกว่าห้องเล็ก เพราะคะแนนเสียงจะเท่ากับสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละห้องต่อพื้นที่ทั้งหมดของทุกห้องในอาคารนั้นข้อแนะนำคือปกติเวลาจะมีประชุม เราจะได้รับเอกสารนัดประชุมพร้อมเรื่องที่จะมีการประชุมกัน ถ้าเราเจอเรื่องสำคัญ (เช่น พิจารณาการขึ้นค่าส่วนกลาง) หรือเป็นเรื่องที่กระทบกับความเป็นอยู่เรา (เช่น การเปลี่ยนกฎเกณฑ์การจอดรถ)เราก็ควรเข้าประชุม หรือมอบฉันทะให้เพื่อน หรือคนรู้จักในคอนโดเข้าร่วมประชุม และออกเสียงแทน แต่ผู้รับมอบฉันทะ 1 คนจะรับมอบอำนาจจากคนอื่นเกิน 3 ห้องไม่ได้นะครับ และจะมอบให้กรรมการ เจ้าหน้าที่นิติฯ หรือผู้จัดการนิติฯหรือผู้จัดการนิติฯ เป็นผู้รับมอบก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะทั้งหมดนี้กฎหมายห้ามไว้ หากเราเป็นกรรมการแล้วอยากให้เข้าร่วมประชุมกันเยอะๆ ก็อาจกระตุ้นโดยการแถมคูปองจอดรถสำหรับ Visitor ให้คนที่เข้าร่วมประชุมโดยมีมูลค่าแล้วแต่จะกำหนดวิธีนี้ก็ได้ผลดีไม่เลวเหมือนกัน   3. ใช้ทรัพย์ส่วนกลางกันจนเสียหาย และไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน ปัญหานี้มีสารพัดมากมาย ตั้งแต่ทิ้งขวดน้ำกระป๋องเบียร์ไว้ข้างสระว่ายน้ำ จัดงานปาร์ตี้เสียงดังในสวน โยนรองเท้า กองถุงขยะไว้หน้าห้อง พาคนนอกเข้ามาใช้ยิม รือห้องอ่านหนังสือ ซึ่งเรื่องพวกนี้คงต้องอาศัยพวกเราชาวคอนโดช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งให้นิติฯ จัดการ โดยปกติในข้อบังคับทุกคอนโดจะเขียนไว้ว่า ถ้ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนกลางเหล่านี้ ผลจะเป็นเช่นไร เช่น เรียกค่าเสียหาย แจ้งความ งดการให้บริการสาธารณูปโภค แต่ปัญหาคอนโดบ้านเรา คือการบังคับใช้กฎ เพราะแม้จะเขียนกฎไว้ แต่ถ้านิติฯ ไม่บังคับใช้กฎอย่างจริงจัง ปัญหาบางอย่างก็บานปลายออกไปได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น การเจาะกำแพงแขวนนาฬิกาบนผนังด้านที่ติดกับอีกห้องหนึ่งโดยไม่ถามเขาก่อน เพราะถ้าว่ากันตามหลักแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าผิดเช่นกัน เพราะผนังกั้นห้องนี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมของเจ้าของห้อง 2 ห้องที่ติดกันนี้นะครับ ดังนั้น ถ้าจะทำอะไรกับผนังนี้ต้องได้รับความยินยอมจากห้องที่ติดกันนี้ก่อนเสมอครับ   4. เลี้ยงสัตว์ในคอนโด คอนโดบ้านเราส่วนใหญ่จะมีกฎห้ามเลี้ยงสุนัข หรือแมว ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบ สะอาด และเงียบสงบของผู้อยู่อาศัยทุกคน ทางที่ดีทุกคนควรรักษากฎข้อนี้นะครับเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ถ้าท่านใดอยากเลี้ยงสุนัข หรือแมวจริงๆ ขอแนะนำให้มองหาคอนโดที่ยอมให้เลี้ยงได้ ในกรณีที่เราเห็นคนเลี้ยงสุนัข หรือแมวซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับคอนโด เราควรแจ้งนิติฯ ให้เข้ามาจัดการโดยเร็วเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพราะถ้าเราปล่อยให้คนทำผิดข้อบังคับไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครร้องเรียน หรือจัดการ จะทำให้การดำเนินการกับเจ้าของห้องที่แอบเลี้ยงสุนัขเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อยๆ   5. โทรศัพท์มือถือสัญญาณแย่ คอนโดห้องสูงในหลายๆ คอนโดมักจะมีปัญหานี้โดยส่วนใหญ่จะเริ่มมีปัญหากันตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไป (หรือแม้กระทั่งบางทีห้องชั้นเดียวกัน แต่ห้องด้านหนึ่งมีสัญญาณ แต่ห้องอีกด้านกลับไม่มี)  ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าในแง่วิศวกรรมนั้น การส่งสัญญาณโทรศัพท์จะเป็นการส่งลงมาจากเสาสัญญาณที่สูง เป็นรูปกรวยลงมาบนพื้นดิน ไม่ได้ยิงในระนาบเดียวกับเสาสัญญาณ ทำให้ห้องที่อยู่สูงๆ หรือห้องบางทิศไม่สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ที่เพียงพอได้ วิธีที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้คือ ขอให้นิติฯ ติดต่อค่ายโทรศัพท์ให้เข้ามาติดตั้งตัวขยายสัญญาณเพิ่มในคอนโด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งค่ายโทรศัพท์ และนิติฯ ทั้งสองฝ่ายด้วยครับ (เช่น นิติฯ ต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งด้วย  เป็นต้น) หรือหากคอนโด หรือละแวกนั้นมีปัญหากันมากๆ ก็คงต้องรวมตัวกันติดต่อไปที่ค่ายโทรศัพท์ เพื่อให้ติดเสาสัญญาณ หรืออุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มในละแวกนั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะค่าใช้จ่ายจะสูงมากสำหรับค่ายโทรศัพท์ (และจะไม่เกี่ยวกับนิติฯ คอนโดของเรา   6. ค้างค่าส่วนกลาง หรือเงินส่วนกลางหาย ปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่เกิดบ่อย คือ ลูกบ้านบางคนไม่จ่ายค่าส่วนกลาง นิติฯ หรือคณะกรรมการบางคนทำตัวมาเฟียไม่โปร่งใสในเรื่องเงินๆ ทองๆ ในการบริหารจัดการคอนโด ปัญหาแรกเป็นเรื่องของการทำผิดกฎหมายคอนโดชัดเจน พราะกฎหมายกำหนดให้ลูกบ้านต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ผลของการไม่จ่ายตามกฎหมายคือ (ก) อาจโดนเงินเพิ่มร้อยละ 12 และถ้าค้างเกิน 6 เดือนอาจโดนถึงร้อยละ 20 และอาจถูกระงับการให้บริการสาธารณูปโภค หรือใช้ทรัพย์ส่วนกลางด้วย และ (ข) คอนโดห้องที่ค้างชำระส่วนกลางจะทำนิติกรรมการโอนไม่ได้ เพราะผู้จัดการนิติฯ จะไม่ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้ ซึ่งจะทำให้จดทะเบียนขายไม่ได้ ส่วนปัญหาเรื่องไม่โปร่งใสนั้น กฎหมายกำหนดให้นิติฯ จะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกเดือน และติดประกาศให้ลูกบ้านทราบทุกเดือน นอกจากนี้ นิติฯ จะต้องทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงาน และงบดุล และปิดประกาศไว้ที่สำนักงานนิติฯ และเก็บไว้อย่างน้อย 10 ปีด้วย และหากนิติฯ ไม่ทำสิ่งเหล่านี้ ผู้จัดการนิติฯและประธานคณะกรรมการจะมีความผิด และต้องรับโทษปรับตามกฎหมายคอนโด ดังนั้น วิธีแก้คือพวกเราควรช่วยกันสอดส่องตัวเลขเหล่านี้ และถ้าเจออะไรมีพิรุธก็ควรดำเนินการตามกฎหมายทันที   7. ปัญหาน้ำรั่วน้ำซึม ปัญหานี้เกิดขึ้นได้บ่อยจากหลายสาเหตุ เช่น บางห้องไม่อยู่นานแล้วลืมปิดก๊อกน้ำ ปั๊มน้ำคอนโด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบแรงดันน้ำรั่วหรือเสีย รอยต่อท่อส่วนกลางรั่วหรือแตก เป็นต้น ดังนั้นถ้าจะดูว่าใครต้องรับผิดชอบคงต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร วิธีปฏิบัติที่ดีหากเกิดกรณีเช่นนี้คือ แจ้งให้นิติฯ ทราบเพื่อเข้ามาช่วยดู และพิจารณาร่วมกันว่า น้ำที่รั่วเกิดจากสาเหตุอะไร เกิดจากทรัพย์สินของใคร และจะรับผิดชอบกันอย่างไร แต่ในบางกรณีก็เป็นการยากที่จะขีดเส้นแบ่งว่า น้ำที่รั่วเกิดจากทรัพย์ส่วนบุคคลของห้องชุดห้องไหน (ซึ่งเจ้าของห้องชุดนั้นเองจะต้องรับผิดชอบ) หรือเกิดจากทรัพย์ส่วนกลาง (ซึ่งนิติฯ จะต้องรับผิดชอบ) ซึ่งถ้าไม่ชัดเจนแบบนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับความเห็นของช่างประปา การพูดคุยหารือกันของเจ้าของห้องที่ได้รับผลกระทบ และการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรือเจรจาไกล่เกลี่ยของนิติฯ แต่ถ้าชัดเจนว่าเกิดจากเจ้าของห้องใดห้องหนึ่ง เช่น เจ้าของห้องไม่อยู่แล้วเปิดน้ำทิ้งไว้อย่างประมาทเลินเล่อ แล้วเจ้าของห้องนี้ไม่ยอมรับผิดชอบ ห้องติดกันที่เสียหายมีสิทธิเล่นงานตามกฎหมาย สามารถเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของห้องนี้ได้เลยครับ โดยถือเป็นความผิดฐานละเมิดสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น   8. ยาม และแม่บ้านละเลยหน้าที่ ปัญหานี้เกิดขึ้นได้ทั้งในอาคาร แหล่งพักอาศัย และคอนโดทุกประเภท หากรปภ.ปล่อยปละละเลยในการต้องแลกบัตรของ Visitor ไม่บังคับใช้กฎกับคนที่จอดรถไม่ถูกที่ถูกทาง หรือแม่บ้านไม่ทำความสะอาดส่วนกลางให้ดี หรือมาทำงานสายเป็นประจำ ปัญหาเหล่านี้จะมีผลต่อเนื่องไปถึงเรื่องความปลอดภัยของลูกบ้าน และความสะอาดภายในคอนโด ทางแก้ในเรื่องนี้คือ นิติบุคคลอาคารชุดจะต้องกำกับดูแลการทำงานของยาม และแม่บ้านอย่างเข้มงวด และลูกบ้านก็ควรจะช่วยกันสอดส่องดูแลการทำงานของยาม และแม่บ้านเหล่านี้ด้วย หากเห็นว่ายาม หรือแม่บ้านละเลยไม่ทำหน้าที่ที่ควรทำ เราก็ควรดำเนินการ หรือแจ้งให้ผู้จัดการนิติบุคคลทราบเพื่อแก้ปัญหากันต่อไปครับ   9. อาคารชำรุดเสียหายควรทำอย่างไร ความเห็นในเชิงวิศวกรรมส่วนใหญ่เห็นว่า อาคารคอนโดสามารถยืนระยะให้อยู่ในสภาพที่ดี หรือใช้การได้ดีได้นานอย่างน้อยถึงประมาณ 30 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาซ่อมแซมเป็นหลักด้วย) แล้วถ้าเกิดความเสียหาย เช่น ไฟไหม้ หรือแผ่นดินไหวกับตัวตึกก่อนหรือหลังจากนั้น ตามหลักแล้ว ถ้าอาคารเสียหายไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน การจะซ่อมหรือไม่ซ่อมอย่างไรนั้น จะขึ้นอยู่กับมติของเจ้าของห้องชุดเป็นหลักเสมอครับ เช่น ถ้าว่ากันตามหลักกฎหมายคอนโดบ้านเราตอนนี้ ถ้าเกิดกรณีเสียหายทั้งหมด หรือบางส่วน แต่เกินครึ่งของจำนวนห้องชุดทั้งหมด จะขึ้นอยู่กับมติไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนห้องชุดทุกห้อง แต่ถ้าเสียหายบางส่วน หรือไม่ถึงครึ่งของจำนวนห้องชุดทั้งหมด จะขึ้นอยู่กับมติไม่น้อยกว่า 50% ของเจ้าของห้องชุดที่เสียหาย ซึ่งไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมทรัพย์ส่วนกลาง เจ้าของห้องชุดทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบเฉลี่ยตามส่วนที่ตนมีในทรัพย์ส่วนกลาง แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมทรัพย์ส่วนบุคคลในห้องชุดของแต่ละคน เจ้าของห้องชุดที่เสียหายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองนะครับ ซึ่งถ้ามีการทำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายพวกนี้ไว้ ก็จะเป็นประโยชน์ทีเดียว   10. นิติบุคคลอาคารชุดไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาสุดท้ายแต่เป็นปัญหาที่ใหญ่ทีเดียว โดยหลักแล้ว วัตถุประสงค์ของการมีนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายคือ เพื่อจัดการ และดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใดๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยในตัวของนิติบุคคลเองก็จะประกอบไปด้วย 1) ผู้จัดการ 1 คน (แต่งตั้งตามมติที่ประชุมใหญ่ของลูกบ้าน) โดยผู้จัดการมีหน้าที่ปฏิบัติตามมติที่ประชุมลูกบ้าน จัดให้มีการดูแลความปลอดภัย หรือความสงบเรียบร้อย จัดให้มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และอื่นๆ 2) คณะกรรมการนิติบุคคล (แต่งตั้งโดยที่ประชุมลูกบ้าน) โดยคณะกรรมการจะมีหน้าที่ควบคุมจัดการนิติบุคคลอาคารชุด และอื่นๆ ในทางปฏิบัติ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคือ ผู้จัดการอาจไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ในการบังคับใช้กฎ หรือขาดซึ่งประสบการณ์ในการจัดการกับผู้อยู่อาศัยในคอนโด ในทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นการยากที่จะหาคนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ (โดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์ที่เหมาะสมที่จะเข้ามาเป็น เช่น นักบัญชี นักกฎหมาย หรือวิศวกรที่รู้เรื่องอาคาร) เพราะการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนั้นจำเป็นต้องมีเวลาพอสมควร เช่น ต้องเข้าร่วมประชุมบ่อย แถมยังเปลืองตัวโดนด่า (ต้องตัดสินใจในเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของลูกบ้านหลายๆ คนแต่เป็นประโยชน์สำหรับส่วนรวม) และการเป็นคณะกรรมการก็ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นหากคนที่เข้ามาเป็นผู้จัดการ หรือคณะกรรมการไม่มีประสิทธิภาพ ความรู้ หรือประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่เพียงพอ ก็อาจนำมาซึ่งปัญหา หรือทำให้ปัญหาบางอย่างเรื้อรังได้ง่ายๆ
12 ร้านเหล้าดนตรีสดเจ๋ง ตอบโจทย์คนรักเสียงเพลง

12 ร้านเหล้าดนตรีสดเจ๋ง ตอบโจทย์คนรักเสียงเพลง

ดนตรีสดถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่สร้างความน่าสนใจให้กับร้านเหล้าแต่ละแห่งได้ไม่น้อยทีเดียว ยิ่งเมื่อได้จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เคล้าเสียงเพลงมันส์ ๆ สนุก ๆ หรือเพราะ ๆ ซึ้ง ๆ มีนักร้องเสียงดีคอยเอนเตอร์เทนให้คล้อยตามอารมณ์ของเพลงได้ไม่ยากด้วยแล้ว คงตอบโจทย์ความต้องการของหนุ่ม ๆ นักท่องราตรีทั้งหลายแน่นอน  วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอรวบรวมร้านอาหารกึ่งผับที่ขึ้นชื่อว่าเล่นดนตรีสดเจ๋ง ๆ มาฝากกัน ส่วนจะมีร้านไหนบ้างลองไปดูกันเลย นั่งเล่น (เอกมัย) ร้านนั่งเล่น ถือเป็น Pub & Restaurant ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในย่านเอกมัย ภายในร้านเน้นการตกแต่งแบบบ้านโมโนกันด้วยการใช้โทนสีร้านเป็นสีดำ ภายในแบ่งที่นั่งออกออกเป็น 2 ส่วน ทั้งโซนเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะนั่งที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนัดเพื่อนมาพบปะสังสรรค์ฟังเพลง ส่วนแนวเพลงของร้านมีทั้งเปิดแผ่นและดนตรีสดแบบมันส์ ๆ จากนักร้องที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่นทุกวัน ส่วนเมนูเด็ดของร้าน ได้แก่ ปลากะพงนึ่งมะนาว, ข้าวผัดเนื้อแดดเดียว, ข้อไก่ทอด, ยำผักบุ้งทอดกรอบ หรือสเต็กลาว พร้อมด้วยเมนูเครื่องดื่มหลากหลายเมนูให้เลือก เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.00-02.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์) ที่อยู่ : 217 สุขุมวิท 63 (เอกมัย) เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 1734 5102, 08 1770 7836 เว็บไซต์ : www.nunglen.net  และ เฟซบุ๊ก nunglen.escobar Brick Bar Brick Bar ผับแนวเพลงสกาและเร็กเก้ โดยมีทั้งเปิดแผ่นและมีวงดนตรีสดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่น เพื่อให้เหล่าสาวกหัวใจเร็กเก้ได้โยกย้ายไปตามจังหวะเครื่องดนตรีสนุก ๆ ภายในตกแต่งร้านด้วยสไตล์เวสเทิร์นคันทรี เน้นการตกแต่งด้วยอิฐแดงทั้งเคาน์เตอร์และผนัง มีมุมให้เลือกนั่งสบาย ๆ และมุมยืน (ส่องสาว ๆ) สำหรับเมนูอาหารของร้านส่วนใหญ่เป็นอาหารทานเล่นอย่างเฟรนช์ฟรายด์, ข้อไก่ทอด หรือเมนูทานง่ายอย่าง ข้าวผัด รวมทั้งเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติให้เลือกอีกด้วย เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น. ที่อยู่ : 265 ชั้น 1 โรงแรมบัดดี้ลอดจ์ ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทรศัพท์  : 0 2629 4477, 0 2629 4556 เว็บไซต์ : brickbarkhaosan และเฟซบุ๊ก Brick Bar Route 66 ถือเป็นอีกร้านดังที่อยู่คู่กับชื่อของ RCA มานานหลายปี เสน่ห์ของร้านที่ทำให้ผู้คนแวะเวียนมาเยือนอย่างไม่ขาดสายในทุกค่ำคืนนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งร้านในสไตล์โมเดิร์น ทั้งการแยกโซนของร้านเป็น 2 โซนให้เลือก ทั้งโซนดีเจเปิดแผ่นแนว Hip Hop และโซนดนตรีสดที่เน้นกลุ่มคนรักบรรยากาศแบบชิล ๆ โดยจะมีวงดนตรีผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างเสียงเพลงแบบสนุก ๆ ไม่ซ้ำกัน ส่วนเมนูเด็ดของร้านไม่พลาดไม่ได้ คือ ยำรวมมิตร, คอหมูย่าง, หมูแดดเดียว, เอ็นข้อไก่ทอด พร้อมด้วยเมนูเครื่องดื่มหลายชนิด เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 20.00-02.00 น. ที่อยู่ : ซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ :  08 1440 9666 เว็บไซต์ : www.route66club.com สามวันสองคืน ร้านสามวันสองคืนตอบโจทย์การท่องเที่ยวกับเพื่อนหลากสไตล์ ทั้งชอบนั่งชิลและแดนซ์กระจาย เพราะภายในร้านมี 2 โซน ให้เลือกเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบสไตล์ที่แตกต่างกัน ด้านนอกจะเป็นแนวแบบนั่งสบาย และมีโฟล์คซองเพราะ ๆ ให้ฟังทุกวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 22.00-23.50 น. ส่วนโซนด้านในจะเป็นแนวกึ่งผับ ตอบโจทย์ขาแดนซ์ได้อย่างดีเยี่ยม แถมมีวงดนตรีทุกวันเริ่มเล่นตอน 24.00-01.30 น. ส่วนทุกวันศุกร์และเสาร์จะมีวงดนตรีหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเล่นทุกวัน เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น. ที่อยู่ : ซอยลาดพร้าว-วังหิน 71 ถนนวังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 3777 7246 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก สามวันสองคืน Color Bar Sound of 90's ร้านนั่งดื่มแนว ๆ สไตล์เรโทร ตกแต่งภายในเท่ ๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่แต่งเติมสีสันให้ดูมีชีวิตชีวา ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตา และซิกเนเจอร์อันโดนเด่นของร้านคงหนีไม่พ้น “มุมทีวีเก่า” ที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี มีการแบ่งพื้นที่ร้านออกเป็น 2 โซน คือ โซน Indoor ที่มีโต๊ะพูลบริการ และ Outdoor โซนระเบียงข้างนอก และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของที่นี้คือ เสียงเพลง “Sound of 90's” ทั้งเพลงไทยและเพลงสากล ส่วนเครื่องดื่มนอกจากเหล้า วิสกี้ และเบียร์ ยังมีเบียร์สดของเบลเยียมกับเมนูกับแกล้มเด็ด ๆ เช่น คอหมูคั่วเกลือ, ขาไก่เยอรมัน และเกี๊ยวห่อลาบ เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น. ที่อยู่ : 242 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (ใกล้กับโรงแรมทาวน์อินน์ทาวน์) โทรศัพท์ : 0 2949 0977 รีวิว color bar/eat.edtguide.com เสวนาพาเพลิน เสวนา พาเพลิน ผับ แอนด์ เรสเตอรองท์ บรรยากาศสบาย ๆ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีที่ขึ้นมาเล่นสดซึ่งผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างความบันเทิง รวมทั้งมีอาหารอร่อย ๆ ไว้รอนักชิมมาเทสต์รสชาติ ทางร้านมีโซนให้เลือกนั่งทั้ง Indoor และ Outdoor ด้านในฟังเพลงกันสนุก ๆ คึกคัก ส่วนคนที่ชอบบรรยากาศชิล ๆ ไม่วุ่นวายนักก็หลบขึ้นไปที่ชั้นสองก็ได้ เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. ที่อยู่ : 1440-1441 ตรงข้ามเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 0615 6664, 0 2939 5676 รีวิว เสวนา พาเพลิน/eat.edtguide.com รสนิยมชมชอบ เกษตร-นวมินทร์ ร้านอาหารกึ่งผับที่แบ่งพื้นที่บริการทั้งด้านในร้านและด้านนอก โดดเด่นด้วยจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่เอาใจคอบอลที่ไม่อยากพลาดแมตช์สำคัญ ส่วนประเภทดนตรีของร้านเน้นดนตรีสดที่มีวงดนตรีชื่อดังคอยหมุนเวียนมาเปิดมินิคอนเสิร์ตเสมอ สำหนับเมนูอาหารเด็ดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ปลากะพงราดพริก, ยำถั่งพลู, คอหมูคั่วเกลือ พร้อมด้วยเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างบลูกามิกาเซ่, เหล้า, ไวน์ และเบียร์ เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.30-02.00 น. ที่อยู่ : 99/2 ถนนเกษตร-นวมินทร์ ติด ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ     โทรศัพท์ : 0 2940 2381, 09 2549 8998, 09 2549 9922 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก RossaniyomChomchob Muse ทองหล่อ ถ้าจะพูดถึงย่านทองหล่อคงไม่มีใครไม่รู้จักร้าน "Muse" แน่นอน เพราะที่นี่ขึ้นชื่อกับความบันเทิงที่พร้อมรอเอ็นเตอร์เทนนักท่องราตรีให้มาปลดปล่อยความสนุก ภายในร้านตกแต่งด้วยดีไซน์หรูหราและมีบรรยากาศที่สบาย ๆ มีดนตรีสดแวะเวียนมาเล่นสลับกันกับการเปิดเพลงมันส์ ๆ ที่โดนใจนักเที่ยวอีกด้วย ทำให้ร้าน Muse กลายเป็นร้านที่ถูกใจใครหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียว เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น. ที่อยู่ : ซอยทองหล่อ 10 สุขุมวิท 55 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 9988 5995 เว็บไซต์ : www.musebkk.com และเฟซบุ๊ก MUSEbkk ร้าน Prop Bar ร้าน Prop Bar ร้านนั่งกินดื่มสบาย ๆ สไตล์การตกแต่งร้านเป็นแนวเรโทรผสมโมเดิร์น โดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋หลากสีสัน ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน คือ ด้านในเป็นห้องแอร์เย็นสบาย และโซนหน้าร้านที่สามารถนั่งรับลมธรรมชาติริมบ่อน้ำพุเล็ก ๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง ส่วนแนวเพลงของร้านจะเน้นแนว Brit Pop และ Pop ที่มีทั้งแบบเล่นสดสลับกับการเปิดแผ่นของดีเจ ส่วนเมนูเด็ดของร้านคือ ข้าวผัดมันกุ้งเป็ดย่างกะเพรากรอบ, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ซอสซีฟู้ด, เห็ดหอมหน้าหมู และสปาเกตตีผัดกระเพรากรอบไข่ดาว เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น. ที่อยู่ : 1003/6 ซอยประชาชื่น 30 ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 0 2910 1128 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก PROP BAR Saxophone Pub    ร้านอาหารกึ่งผับขนาดเล็ก ๆ ที่เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จุดเด่นของร้านอยู่ที่การตกแต่งด้วยไม้เป็นเป็นหลัก ภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ชั้นแรกที่เล่นดนตรีสด ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำเป็นหลัก และชั้นที่ 2 เป็นชั้นลอยสามารถมองเห็นภายในร้านได้ทั้งหมด สำหรับการแสดงดนตรีสดจะมีวงดนตรีแนว Jazz, Pop และ Reggae ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเล่นทุกวัน ส่วนเครื่องดื่มของร้านมีพร้อมเสิร์ฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไวน์, ค็อกเทล, เหล้า และเบียร์ คู่กับเมนูแกล้มอย่าง ยำคะน้า, กุ้งเจี๋ยนน้ำมันหอย และแกงป่าซี่โครงหมู เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น. ที่อยู่ : 3/8 ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 0 2246 5472 เว็บไซต์ : saxophonepub.com และ เฟซบุ๊ก Saxophone Pub and Restaurant ร้านสถานีรวมมิตร ร้านสถานีรวมมิตร ร้านอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่ภายในโครงการจตุจักรกรีน จุดนัดพบของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชื่นชอบการช้อปสินค้ามือสองและยังเป็นจุดในการนัดแนะเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้ นั่งทานอาหารและเครื่องดื่มได้อีกด้วย ตัวร้านตกแต่งด้วยของเก่าเป็นหลัก เป็นร้านเปิดโล่งแบบ Open Air และเป็นร้านที่เน้นการแสดงดนตรีสดเป็นหลัก โดยจะมีวงดนตรีผลัดกันมาเล่น ส่วนเมนูฮิตของร้านที่ไม่ควรพลาดคือ กุ้งแช่น้ำปลา, ปีกไก่ทอด, ต้มซุปเปอร์ขาไก่, ลูกชั้นปลานึ่ง และหมูมะนาว เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น. ที่อยู่ : โครงการจตุจักรกรีน ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 7112 5251 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก ร้านสถานีรวมมิตร WATER Y Restaurant สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติกกันอยู่ ร้าน WATER Y Restaurant คือคำตอบของคุณแน่นอน เพราะด้วยบรรยากาศร้านที่สามารถชมวิวในกรุงเทพฯ จากมุมสูงบนตึกได้ 360 องศา เหมาะสำหรับนั่งกินลมชมวิวหรือคู่รักที่อยากหาร้านที่มีบรรยากาศดี ๆ ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนห้องแอร์และโซนกลางแจ้ง นอกจากนี้ ยังมีวงดนตรีเล่นสดแนวเพลงสากล, ไทยสากล และแจ๊ส มาสร้างความสุขด้านเสียงเพลงอีกด้วย ขณะที่เมนูเด็ดของร้านต้องแนะนำคือ ลาบทูน่าและตับทอดกระเทียมพริกไทย ทานคู่กับบรรดาเครื่องดื่มหลากชนิดได้อย่างลงตัว เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.30–00.00 น. ที่อยู่ : ดาดฟ้าชั้น 12 อาคารพิศวิทย์ทาวเวอร์ ซอยพหลโยธิน 24 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 0 2939 4917, 08 1376 4466 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Water.Y.Restaurant     เป็นยังไงกันบ้างครับ เรียกได้ว่าแต่ละร้านเด็ดโดนใจทั้งนั้นเลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนมีเวลาว่างอยากหาที่นั่งฟังดนตรีสด ก็ลองเลือกมาสักร้านแล้วเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศสุดสนุกด้วยกันเลย !! ที่มา : men.kapook.com
คำนวน BTU แอร์ ให้เหมาะกับขนาดห้อง

คำนวน BTU แอร์ ให้เหมาะกับขนาดห้อง

คอนโด การเลือกซื้อแอร์ ให้มี BTU เหมาะกับขนาดห้อง บรรยกาศภายในบ้านที่สงบเย็น เป็นบรรยากาศที่หลาย ๆ คนต้องการ แน่นอนว่า อากาศย่อมมีผลกับสภาวะของร่างกาย และจิตใจ อากาศที่ร้อนย่อมส่งผลให้สภาวะทางอารมณ์ร้อนตามไปได้โดยง่าย การทำให้พื้นที่บ้าน เย็นสบายนั้น มีหลากหลายแนวทาง แต่ก่อนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เราอยากให้ทุก ๆ บ้าน พึ่งพาวิธีทางธรรมชาติก่อนเป็นหลัก เช่น การปลูกต้นไม้รอบบ้าน เพื่อบังแดดและยังกรองอากาศที่เป็นพิษได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ยั่งยืน ส่งผลดีต่อสุขภาพ หรือแม้แต่การออกแบบบ้าน ทิศทาง วัสดุก่อสร้างที่ช่วยให้บ้านเย็นได้ แต่หากเลือกใช้ทุกวิธีแล้ว อากาศภายในบ้านก็ยังไม่เย็นเพียงพอ อาจเนื่องด้วยทำเลที่ตั้ง เช่น ในเมือง การจัดสวนต่าง ๆ เป็นไปได้ยากนัก เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ คงเป็นตัวเลือกสุดท้าย ที่จะช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นสบาย วันนี้ บ้านไอเดียจึงนำข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกซื้อ ให้เหมาะสมต่อห้องของคุณ ซึ่งหลายท่านอาจกำลังสับสนอยู่ว่า ห้องของเราเลือกกี่ BTU ดี เพราะดูตามในศูนย์การค้า มีให้เลือกเยอะเหลือเกิน การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ทำไมต้องเลือก BTU ให้เหมาะสม BTU สูงไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตัดบ่อยเกินไป เนื่องด้วยสามารถทำความเย็นได้เร็วเกิน ทำให้ประสิทธิ์ภาพในการทำงานลดน้อยลง ทำให้ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัวและที่สำคัญราคาแพงและสิ้นเปลื้องพลังงาน BTU ต่ำไป คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ผู้ใช้มักจะเลือกอุณหภูมิต่ำ เมื่อเลือกต่ำแล้วยังรู้สึกไม่เย็น ก็จะลดต่ำลงอีก ทำให้สิ้นเปลื้องพลังงานและเครื่องเสียเร็ว ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันเล็กน้อย BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit นั่นคือ ขนาดของการทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งหน่วยวัดจะมีผลต่อขนาดน้ำหนัก โดย 1 ตัน สามารถทำความเย็นได้ 12000 BTU/hr. มีให้เลือกซื้อกันตั้งแต่ขนาด 9,000 BTU วิธีการเลือกซื้อ อันดับแรก คุณต้องรู้ขนาดของห้องก่อน และสำรวจดูว่า ห้องของคุณมีแดดเข้ามาได้หรือไม่ เพราะหากห้องที่มีแสงแดดสาดส่องได้ง่าย ความสามารถในการทำความเย็น ก็จะถูกลดลงไป หากโดนแดดมากเกินไป อาจแก้ไขปัญหาส่วนนี้ก่อน เช่น การติดผ้าม่าน ติดกระจกฟิล์ม หรืออื่น ๆ คราวนี้ก็เลือกตามสัดส่วนขนาดของห้อง โดยปกติแล้ว BTU จะนำมาคำนวณร่วมกับอุหภูมิความร้อนเฉลี่ยต่อชั่วโมง หากเป็นอุณหภูมิห้องทั่วไป ไม่ร้อนมาก ค่าความร้อนประมาณ 700 BTU แต่หากแดดส่องเยอะ ทำให้ความร้อนสูงขึ้น อาจนำค่าความร้อนที่ 900 BTU มาคำนวณ ตัวอย่างเช่น ห้องนอนปกติ ขนาด 20 ตร.ม. แดดไม่ส่อง คำนวณโดย ขนาดห้อง x ค่าความร้อน = 20 x 700 การเลือกเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกขนาด 14,000 BTU นั่นเอง แต่หากยังสงสัย งง ๆ กับการคำนวณ ไม่ต้องเป็นห่วง ทางเว็บไซต์ คำนวณมาให้โดยประมาณแล้วครับ

1 ... 7 8 9