เปิดประตูสู่ The Biggest Arena of Lifestyle Experiments สยามพิวรรธน์พร้อมเปิด ‘สยามดิสคัฟเวอรี่’ 28 พฤษภาคมนี้

เปิดประตูสู่ The Biggest Arena of Lifestyle Experiments สยามพิวรรธน์พร้อมเปิด ‘สยามดิสคัฟเวอรี่’ 28 พฤษภาคมนี้

กรุงเทพฯ (16 พฤษภาคม 2559) – บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ พาราไดซ์พาร์ค และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต ประกาศวันนี้ว่า “สยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่หัวใจแรงได้เข้าสู่สนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 นี้เป็นต้นไป โดยสยามดิสคัฟเวอรี่จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์สเปเชี่ยลตี้สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างเป็นปรากฏการณ์ใหม่บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการค้าปลีก หลังจากพลิกเกมส์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท”

สยามพิวรรธน์เตรียมทุ่มงบประมาณ 300 ล้านบาท จัดงานเปิดสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการ โดยตั้งเป้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เสริมความแข็งแกร่งและ  ตอกย้ำเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการค้าปลีกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และช่วยให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งยอดนิยมของชาวโลก

6-Press Conference Atmosphere

นายชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า “สยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่เป็นการเปิดตัวคอนเซ็ปต์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย เป็นที่สุดของจุดหมายปลายทางในรูปแบบไฮบริดรีเทลแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ซึ่งด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ คาดว่ารายได้ต่อตารางเมตรของสยามดิสคัฟเวอรี่จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า พร้อมกับตอกย้ำชื่อเสียงของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัยในวงการค้าปลีกของประเทศไทย ผู้เนรมิตจุดหมายปลายทางที่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการซึ่งแข่งขันได้กับจุดหมายปลายทางที่เป็นสุดยอดของโลก”

1-Siam Discovery

สยามดิสคัฟเวอรี่ The Exploratorium จะเป็น The Biggest Arena of Lifestyle Experiments ที่เปรียบเสมือนสนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นเร้าใจ เชิญชวนทุกคน ‘มาเล่นสนุกด้วยกัน’! โดยมอบพลังอำนาจในการสร้างสรรค์สไตล์ของตัวเองให้กับผู้มาเยี่ยมเยือน เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาค้นหา ทดลองไอเดียใหม่ๆ และผสมผสานสไตล์ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในสยามดิสคัฟเวอรี่ เพื่อค้นพบตัวตนที่แท้จริง โดยทุกมิติของการนำเสนอ ถูกเนรมิตให้ ‘เข้าถึงใจ’ ลูกค้ามากที่สุด นำเสนอโดยผสมผสานหลากหลายกลุ่มสินค้าตามเรื่องราวและความสนใจของผู้คน เพื่อความสะดวกสบายและความสนุกสนานในการค้นหา มอบพลังอำนาจความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกค้าสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ ทดลอง ปรับแต่ง พลิกแพลง และสร้างสรรค์สินค้าที่ซื้อ ให้เป็นไปตามความต้องการและรสนิยมเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลได้ จากสินค้าที่มีอยู่มากกว่า 5,000 แบรนด์ ในทุกระดับราคาที่สามารถเข้าถึงได้ ทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ระดับโลก

แบรนด์ดังร่วมขบวนเปิดตัวครั้งแรกในโลก และเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย

นายชาญชัย กล่าวว่า “ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาค้นหา ทดลองไอเดียใหม่ๆ  ได้ถูกนำเสนอกระจายตัวอยู่ทั่ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 8 ชั้นของสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยแต่ละชั้นมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามสินค้าบริการและบุคลิกของแต่ละชั้น อาทิ ชั้น G เรียกว่า Her Lab นำเสนอแฟชั่นล้ำเทรนด์และบริการสุดพิเศษสำหรับสุภาพสตรี ชั้น M เรียกว่า His Lab ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสุภาพบุรุษ ชั้น 1 เรียกว่า Street Lab นำเสนอสินค้าแนวสตรีทแฟชั่นที่คัดสรรมาอย่างดี ชั้น 2 เรียกว่า Digital Lab นำเสนอสินค้าที่เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล ชั้น 3 เรียกว่า Creative Lab มอบแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่รู้จบ และชั้น 4 เรียกว่า Play Lab นำเสนอมิติใหม่ของความสนุกสนานและเป็นสังคมของผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันมาแลกเปลี่ยน และแชร์ประสบการณ์ร่วมกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนชั้น 5 และชั้น 6 พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็น Virgin Active Fitness ทั้งนี้ มีแบรนด์หรือร้านค้าที่เป็นไฮไลท์ในหมวดหมู่สินค้าประเภทต่างๆ 5 ประเภท ได้แก่ 1) สินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Products) 2) สินค้านำเทรนด์ที่ก้าวล้ำทุกกระแสโลก (Trend Products) 3) สินค้าและบริการนวัตกรรมล่าสุด (Innovative Products & Services) 4) สินค้าที่ผลิตสร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Products และ 5) สินค้าในรูปแบบคอลลาโบเรชั่น และสินค้าแอ๊ปโซลูทสยาม (Collaboration and Absolute Siam Products)”

สินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Products) ที่ตอบสนองทุกความต้องการ อาทิ ร้าน O.D.S. (Object of Desire Store) มัลติแบรนด์โฮมเดคอเรทีฟสโตร์ที่รวบรวมสินค้าตกแต่งบ้านชื่อดัง โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ คัดสรรสินค้าและงานดีไซน์ที่โดดเด่นจากนักออกแบบที่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบ อาทิ Demark นำเสนอกว่า 160 แบรนด์ พื้นที่กว่า 600 ตรม., ร้านลอฟท์ (Loft) โฉมใหม่กับคอนเซ็ปท์การออกแบบใหม่ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกในโลก ซึ่งออกแบบดีไซน์ตกแต่งร้านโดยเนนโดะดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกร่วมกับทีมนักออกแบบฝีมือดีที่สุดของลอฟท์เจแปน นำเสนอสินค้าที่หลากหลาย ทั้งสเตชั่นแนรี่ สินค้าไอทีและแอคเซสเซอรี่ สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รวมทั้งสินค้าไพรเวทแบรนด์ของลอฟท์ โดยสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจะเป็นสินค้าที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 80%, ไนกี้ แบรนด์กีฬายอดนิยม เปิด Nike คอนเซ็ปท์สโตร์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ครบครันด้วยสินค้าที่ครบไลน์ พร้อมคัดสินค้าที่เป็นเทคโลยีใหม่ล่าสุดมานำเสนอที่สยามดิสคัฟเวอรี่ก่อนที่อื่น และที่พิเศษคือมีบริการปักชื่อบนเสื้อหรือรองเท้าในแบบเฉพาะบุคคล และนวัตกรรมการเลือกบราสำหรับสาวรักการออกกำลังกาย, Barberford Noir นำเสนอบริการ grooming ที่ครบวงจรสำหรับสุภาพบุรุษ ทั้งตัดผม โกนหนวด ทำเล็บ และนวดหน้า เพื่อแปลงโฉมให้คุณผู้ชายกลายเป็นหนุ่มสุดเนี้ยบ นอกจากนี้ยังมี Skin Lab ที่คัดสรรแบรนด์สกินแคร์ น้ำหอม เครื่องสำอางสำหรับทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษมานำเสนออย่างครอบคลุม ตลอดจนสินค้า organic ที่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้รู้จริงเรื่องสินค้าที่จะคอยให้คำแนะนำเสมือนเพื่อนแนะนำสิ่งดีๆ ให้กับเพื่อน อีกทั้งยังมีบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการโดยเฉพาะ

สินค้านำเทรนด์ที่ก้าวล้ำทุกกระแสโลก (Trend Products) อาทิ แบรนด์ Issey Miyake เปิดคอนเซ็ปท์ World of Issey Miyake นอกประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกในโลก รวบรวมนำเสนอสินค้าแฟชั่น Issey Miyake ที่ครบไลน์มากที่สุด และยิ่งไปกว่านั้นจะมีสินค้า Issey Miyake สำหรับสุภาพบุรุษเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย, แบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านยอดฮิตระดับโลก ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ ได้แก่ Hay, Tom Dixon และ Kartell เปิดคอนเซ็ปท์สโตร์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย, Artist’s Design Products หรือ สินค้าที่ดีไซน์จากผลงานการออกแบบของศิลปินระดับโลกอย่าง Yayoi Kusama และ Lisa Larson แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย นำเสนอสินค้าหลากหลายโดนใจคนรักงานอาร์ท, ร้าน CAZH รวบรวมสินค้าแฟชั่นแนวแคชช่วลและสตรีทสไตล์หลายแบรนด์  โดยคัดสรรเฉพาะแบรนด์ยอดฮิตทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์นอกโดยดีไซเนอร์ชั้นนำ พร้อมด้วยบริการพิเศษดีไซน์และตัดกางเกงยีนส์สำหรับทุกรูปร่างแบบเฉพาะบุคคล, ร้าน Pursuit มัลติแบรนด์สโตร์สำหรับสุภาพบุรุษที่จะเป็น Gentlemen Club ใจกลางเมือง แห่งล่าสุด นำเสนอสินค้าแฟชั่นสำหรับผู้ชายสไตล์หล่อเนี้ยบทุกเวลา พร้อมบริการตัดสูท เสื้อเชิ้ตแบบเทเลอร์เฉพาะตัวด้วยช่างฝีมือ, Hackett คอนเซ็ปท์สโตร์แห่งแรกในประเทศไทย แบรนด์แฟชั่นผู้ชายที่กำลังได้รับความนิยมจากประเทศอังกฤษ นำเสนอสินค้าครบไลน์สำหรับทุกลุคและทุกสไตล์การแต่งตัว พร้อมบริการตัดสูทให้เหมาะกับทุกรูปร่างแบบเฉพาะบุคคล, Comme des Garcons แฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำเสนอสินค้าที่ครบไลน์มากที่สุด, และสยามดิสคัฟเวอรี่ นำเสนอ Asian Designers Hub  ครั้งแรกในประเทศไทยกับศูนย์รวมแบรนด์แฟชั่นเอเชี่ยนดีไซเนอร์สุดฮอตในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Best of Tokyo Fashion หลากหลายแบรนด์แฟชั่นที่ผ่านการคัดสรรแล้วว่าน่าจับตามองที่สุดของญี่ปุ่น นำเสนอแบบจัดเต็มสำหรับทั้งหญิงชาย อวดฝีมือการดีไซน์ของนักออกแบบแฟชั่นชาวเอเชียที่ไม่เป็นรองใคร โดยแบรนด์ที่มาเปิดตัวแห่งแรกในประเทศไทยมากมาย อาทิ Yoshio Kubo, Factotum, Beautiful People, Dressed Undressed และ Discord by Yoji Yamamoto, และ Billboard Café ครั้งแรกในโลก โดยนิตยสาร Billboard นิตยสารดนตรีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ด้านเสียงเพลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน ดีไซน์เป็นคาเฟ่สำหรับคนรักเสียงเพลงผ่านการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มีมุมอาหารและเครื่องดื่มจาก Dean and Deluca และมีการจัดรายการวิทยุแบบสดๆ

สินค้าและบริการนวัตกรรมล่าสุด (Innovative Products & Services) อาทิ Alpha Runner สปอร์ตคอนเซ็ปท์สโตร์ที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่นักกีฬาตัวจริงพลาดไม่ได้ ครบครันด้วยสปอร์ตแวร์หลากหลายและโดดเด่นด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้บริการเลือกรองเท้าที่เหมาะกับสรีระและการใช้งานของแต่ละคน ตอบสนองทั้งการวิ่ง การปั่นจักรยาน และไตรกีฬา, Dressing Room นวัตกรรมใหม่ของการบริการในธุรกิจค้าปลีก ที่สยามดิสคัฟเวอรี่คิดค้นขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์สุดล้ำในแบบ Personalized ด้วยบริการพิเศษ  สไตลิสต์ส่วนตัว ช่วยเลือกสินค้าแฟชั่นและแอคเซสเซอรี่ที่ครบครัน จัดเตรียมไว้ให้ในห้อง Dressing Room ส่วนตัว สำหรับผู้แจ้งรับบริการล่วงหน้าและระบุธีมที่ต้องการ เพื่อทดลองสวมใส่จริง มิกซ์แอนด์แมทช์ ค้นหาตัวตนและแบบที่เหมาะได้อย่างสะดวกสบายและเพลิดเพลิน, DISCOVERY HUBBA ซึ่งเป็น Co-working Space ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ที่เคยมีมาด้วยการร่วมมือกับ Hubba นำเสนอนวัตกรรมทางความคิด และการจัดการที่มากกว่าการมอบพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนไอเดียและความฝันในการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ยังเสริมด้วยกิจกรรมพิเศษและการจัดเวิร์คช็อป สร้างสังคมใหม่ของการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก เป็น Retails Start Up ให้แก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของสยามพิวรรธน์ในการผลักดันและขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่สู่โลกอนาคต

สินค้าที่ผลิตสร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Products) อาทิ tokyobike สวรรค์ของนักปั่นที่จะเป็นคอมมูนิตี้กลางเมืองแห่งใหม่ล่าสุดของคนรักการปั่นจักรยาน นำเสนอสินค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการปั่นจักรยานอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมบริการฟิตติ้งจักรยานคู่ใจให้รับกับร่างกายของผู้ขับขี่โดยเฉพาะ มีพื้นที่สำหรับเทสต์ไรด์พร้อมให้ทดลองปั่นจักรยาน พร้อมพื้นที่ Bike Park สำหรับจอดรถจักรยาน ตอกย้ำเจตนารมณ์ของสยามพิวรรธน์ที่สนับสนุนการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชื่นชมกลุ่มผู้นิยมการปั่นจักรยาน, สตาร์บัคส์คอฟฟี่ ที่พิเศษกว่าทุกสาขาที่เคยมีมาในประเทศไทยด้วยคอนเซ็ปท์ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการตามนโยบายเพื่อสังคม ด้วยการจัดระบบแฟร์เทรดที่มีการจัดซื้อสินค้าจากเกษตรกรโดยตรงมาจัดจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังนำเสนอ coffee drip เพื่อคอกาแฟตัวจริง ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งร้านที่ดีไซน์เพื่อสยามดิสคัฟเวอรี่โดยเฉพาะ ด้วยแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยนำกากกาแฟมารีไซเคิลเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในร้าน, และ Veda Salon โดยแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางออร์แกนิกคุณภาพระดับโลก Aveda สร้างสรรค์ขึ้นเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก พร้อมเพิ่มบริการ Head Spa ซึ่งเป็นบริการพิเศษที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Aveda และมีเฉพาะสาขาสยามดิฟคัฟเวอรี่แห่งแรกและแห่งเดียวเท่านั้น

สินค้าในรูปแบบคอลลาโบเรชั่นและสินค้าแอ๊ปโซลูทสยาม (Collaboration and Absolute Siam Products)”  ซึ่งเป็นสินค้า Absolute Siam ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สยามดิสคัฟเวอรี่ที่เดียวเท่านั้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน อาทิ Toys Station ที่จะเปลี่ยนสยามดิสคัฟเวอรี่ให้กลายเป็นบ้านหลังที่สองของคนรักของเล่นและดีไซน์ทอยส์มารวมตัวกัน และเป็นสังคมแลกเปลี่ยนความรู้และของสะสม ยิ่งไปกว่านั้นจะมีความร่วมมือระหว่าง Toys Station และ Sony เพื่อเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของ Play Station รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพื่อมอบเซอร์ไพรส์ให้เหล่าเกมเมอร์อย่างไม่รู้จบ, คาเฟ่ดีไซน์ล้ำ Café Now by Propaganda การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ Propaganda ผนึกกำลังกับเชฟ โบ – ดวงพร ทรงวิศวะ เสิร์ฟอาหารอร่อยภายใต้บรรยากาศที่ออกแบบให้สนุกสนานในทุกครั้งที่มา พร้อมสินค้า grocery ให้เลือกซื้อกลับบ้านได้ด้วย, ร้าน Must Love Mac. คอนเซ็ปท์สโตร์แห่งแรก คอมมูนิตี้สำหรับคนรัก Mac นำเสนอสินค้าครบครันพร้อมอุปกรณ์และแอคเซสเซอรี่หลากหลาย และมีบริการ personalize iPhone และ MacBook Case ที่นี่ที่เดียว, และ Adidas คอนเซ็ปท์สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แนวคิด Interactive Store Concept ที่มาพร้อม Exclusive Collection, สนีกเกอร์แบรนด์ดังอย่าง Vans, Palladium, Converse และ Asics ขนรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดมานำเสนอเฉพาะที่สยามดิสคัฟเวอรี่ก่อนใคร อาทิ  คอลเลคชั่นพิเศษจาก Palladium ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 240 คู่เพื่อระลึกถึง Jackson Pullock ศิลปินชื่อดัง คอลเลคชั่น Vans x Nintendo Games ที่เตรียมเปิดตัวคอลเลคชั่นที่นี่เป็นที่แรก และ Converse ที่เชิญศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดัง Alex Face มาวาดลวดลายแบบคู่เดียวในโลกเป็น personalize ที่พิเศษสุด, และ Mos Bag แบรนด์เครื่องหนังคุณภาพ พิเศษด้วยบริการ Personalized ปัก ตอก ชื่อและลายเพื่อให้ได้สินค้าชิ้นโปรดที่พิเศษเฉพาะบุคคล

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังเตรียมนำเสนอที่สุดแห่งปรากฏการณ์ใหม่ของการรับประทานอาหาร ด้วยการผสมผสานร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันกับพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่กิจกรรมต่างๆ อย่างผสมกลมกลืน โดยได้จัดสรรพื้นที่มากกว่า 2,500 ตารางเมตรครอบคลุมทั่วทั้งสยามดิสคัฟเวอรี่ให้เป็นพื้นที่สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม และจะเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลกครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นที่สุดของปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แตกต่างด้วยการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร

เปิดให้ทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ พบในสิ่งที่ไม่เคยพบ

นายชาญชัย กล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้สยามดิสคัฟเวอรี่โดดเด่นแตกต่างไม่มีที่ใดเหมือน คือการมอบประสบการณ์ ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากมายซึ่งกระจายอยู่ทั่วสยามดิสคัฟเวอรี่ สินค้าต่างๆ จะนำเสนอเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าสนใจ บอกเล่าที่มาของแรงบันดาลใจและจินตนาการในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเกร็ดเล็กน้อยต่างๆ ที่เป็นเบื้องหลังการสร้างแบรนด์หรือนวัตกรรมน่าสนใจเกี่ยวกับสินค้า มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีของโลกยุคดิจิตอลมาผสมผสานกับบริการพิเศษในพื้นที่ เพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคล และสื่อสารกับลูกค้าเสมือนเพื่อนที่รู้ใจ ที่พร้อมจะเชิญชวนให้ทุกคนทดลองไอเดียใหม่ๆ พูดคุย แนะนำ บอกเล่าเรื่องราว เพื่อเติมเต็มความสนุกสนานในการมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้ มีการเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถปรับแต่ง พลิกแพลง และสร้างสินค้าที่ซื้อให้เป็นไปตามความต้องการและรสนิยมเฉพาะตัว มีการนำเสนออินเทอแรคทีฟ คอมมูนิตี้ สังคมแห่งไอเดียของคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งการพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ได้มาพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์”

ฉีกกฎการจัดกิจกรรมเปิดตัวรูปโฉมใหม่

เชิญชวนทุกคน “มาเล่นสนุกด้วยกัน”

“สยามพิวรรธน์ ใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท ในการจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งแห่งปี ที่มีสไตล์และรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เป็นครั้งแรกของวงการค้าปลีกที่สเปเชี่ยลตี้สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร นี้ จะเปิดตัวโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์เหนือความคาดหมายได้ก่อนใคร  โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ได้รับสมัครประชาชนผู้สนใจมาร่วมเป็นหนึ่งใน 500 คนแรก ทาง www.siamdiscovery.co.th ซึ่งผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเชิญมาเยี่ยมชมภายในสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่  ก่อนใครในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมเดินสายโรดโชว์ของดิสคัฟเวอรี่แมน ขนาดยักษ์  สูงกว่า 5 เมตร ไปยังสถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพฯ อาทิ สวนจตุจักร สะพานลอยข้ามแยกสาทร – นราธิวาส  สีลม และพาร์คพารากอน พร้อมกิจกรรมสนุกๆ มากมาย เพื่อเชิญชวนผู้สนใจร่วมเป็นคนกลุ่มแรกที่จะได้เข้ามาสัมผัสรูปโฉมใหม่ของสยามดิสคัฟเวอรี่ในรอบเอ็กซ์คลูซีฟพรีวิวในวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 ก่อนเปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไปในวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป”

สยามดิสคัฟเวอรี่ คือ The Biggest Arena of Lifestyle Experiments ที่ทุกตารางเมตรจะเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าค้นหา ในขณะที่ทุกคนเข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ของสยามดิสคัฟเวอรี่ ทุกคนจะได้ร่วมค้นพบ Identity หรือตัวตนของตนเอง โดยหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าตื่นเต้นในช่วงเปิดสยามดิสคัฟเวอรี่ คือ นิทรรศการและกิจกรรมสร้างประสบการณ์ร่วมแบบอินเทอแรคทีฟ ‘Social Discovery’ โดยความร่วมมือระหว่างสยามดิสคัฟเวอรี่ และ Black Egg ทีมนักออกแบบและครีเอทีฟระดับโลก นำคอนเซ็ปท์ Storytelling มาผสมผสานกับดิจิตอลเทคโนโลยี ในธีม “When Obsession Becomes Identity” ที่เชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดตื่นเต้นกับการค้นพบและเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของตนเอง โดยเจาะความสนใจเบื้องลึกของแต่ละคน และนำเสนอเป็นงานศิลปะผ่านเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียสุดตื่นตาตื่นใจ

การฉีกกฎและรูปแบบของวงการค้าปลีกอย่างสิ้นเชิงของสยามดิสคัฟเวอรี่ ยังรวมถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและวิธีการนำเสนอ สยามดิสคัฟเวอรี่เปรียบเสมือนเพื่อนที่พร้อมบอกเล่าและมอบสิ่งดีๆ ให้กับเพื่อนสนิท โดยได้ร่วมมือกับเนนโดะสร้างสรรค์ “ดิสคัฟเวอรี่แมน” (Discovery Man) ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนนำทุกคนเข้ามา ค้นหาและทดลอง (Experiment) , สร้างสรรค์ (Create) , และพัฒนา (Cultivate) ความพิเศษที่ทุกคนสัมผัสและสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง โดยทุกคนสามารถมาทำความรู้จักกับดิสคัฟเวอรี่แมนมากยิ่งขึ้นได้ในนิทรรศการ Discovery Man Exhibition ซึ่ง นายโอกิ ซาโตะ นักออกแบบระดับโลกชาวญี่ปุ่น ที่นอกจากจะมาร่วมเป็นหัวหน้าที่ปรึกษางานออกแบบอาคารและงานออกแบบตกแต่งภายในให้กับสยามดิสคัฟเวอรี่แล้ว ยังเป็นคูเรเตอร์ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้  โดยความพิเศษอยู่ที่การเชิญนักออกแบบชื่อดังระดับโลกทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาร่วมดีไซน์แต่งแต้มสีสันให้กับดิสคัฟเวอรี่แมนในแบบคอลลาโบเรชั่นรวมถึง 25 ตัว

iscovery Man ผลงานการออกแบบร่วมระหว่าง nendo และ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
iscovery Man ผลงานการออกแบบร่วมระหว่าง nendo และ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
Discovery Man  ผลงานการออกแบบร่วมระหว่าง nendo และ  Kubota Fumikazu ศิลปินชาวญี่ปุ่น
Discovery Man ผลงานการออกแบบร่วมระหว่าง nendo และ Kubota Fumikazu ศิลปินชาวญี่ปุ่น
Discovery Man ผลงานการออกแบบร่วมระหว่าง Nendo และ  อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
Discovery Man ผลงานการออกแบบร่วมระหว่าง Nendo และ อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม

นอกจากนี้  ยังจัดให้มีนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบ Nendo’s Exhibition ครั้งแรกในประเทศไทย โดยนายโอกิ ซาโตะ ผู้ได้รับการยอมรับจากวงการออกแบบทั่วโลก ประกอบไปด้วยผลงานการออกแบบชั้นยอด ทั้งด้านโพรดักส์ดีไซน์ อาร์ทอินสตอเลชั่น และงานออกแบบสถาปัตยกรรม ที่ผ่านการคัดสรรและบรรจงจัดวางในกล่องแห่งไอเดีย เป็นนิทรรศการที่โดดเด่นใจกลางสยามดิสคัฟเวอรี่ที่ทุกคนต้องตะลึง ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ที่พร้อมให้ทุกคนเข้ามาเพลิดเพลินกับกิจกรรมอินเตอร์แรคทีฟสุดสร้างสรรค์ในหลากหลายกิจกรรมในทุกๆ ชั้นเต็มพื้นที่สมกับเป็น สยามดิสคัฟเวอรี่ The Exploratorium สนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่

nendo_Oki_Sato_portrait
นายโอกิ ซาโตะ ดีไซเนอร์ชั้นนำของโลก

“โดยในช่วงปีแรกที่เปิดบริการ สยามพิวรรธน์ตั้งเป้าว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ 100,000 คนต่อวัน โดย 65% เป็นลูกค้าคนไทย และ 35% เป็นลูกค้าต่างชาติ” นายชาญชัย กล่าว

4-Siam Piwat Executives

3-Siam Piwat Executives

5-Press Conference Atmosphere

2-Siam Discovery

PowerPoint Presentation

BE_160413_Design_R2_small.key

We Recommend
เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนจะต้องหาซื้อของขวัญกันเอาไว้บ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครอยากจะหาของขวัญหรือสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ดีไซน์สวย ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อไปซ้ำกับใครแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะไปเดินงาน Style Bangkok Fair 2019 ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนั่นคือการนำเอาสินค้าจากต่างประเทศมาไว้ในงานด้วย โดยครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักสินค้า Fresh Taiwan จากไต้หวัน ที่เห็นแล้วจะต้องรู้สึกอยากจะได้เป็นเจ้าของสักชิ้นแน่นอนค่ะ   Fresh Taiwan คือโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ของ Designer ชาวไต้หวัน แล้วผลักดันไปไกลระดับโลก ซึ่งการมาร่วมจัดพาวิลเลี่ยนภายในงาน Style Bangkok Fair 2019 ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยในแต่ละปีก็มีหลากหลายแบรนด์ใหม่ๆ มาโชว์ผลงานที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของขวัญแบบไม่ซ้ำใคร หรือจะเจรจาธุรกิจก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับปีนี้ไต้หวันพาวิลเลี่ยนจะมาในธีม “ไฮไลท์” (HIGHTLIGHT) เน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรมคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และฟังก์ชันที่ล้ำสมัย สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งหมด 10 แบรนด์ ซึ่ง 8 ใน 10 แบรนด์จะเป็นครั้งแรกที่มาร่วมงานนี้ ได้แก่ 49101 Electronics, Vinaera, Eye Candle, Singular Concept, Conquer Casa, Hands, Dilio, และ CLARECHEN รวมถึงแบรนด์ที่กลับมาอีกครั้งอย่าง bi.du.haev และ Fyber Forma จะมีสินค้าตัวไหนน่าสนใจบ้าง เรานำมาฝากกันค่ะ   Dilio สินค้าตกแต่งบ้านที่ไม่ใช่แค่วางประดับไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่รองน้ำมันหอมระเหย ด้วยส่วนผสมเฉพาะจากวัสดุหลักที่เป็นซีเมนต์พิเศษ จะช่วยให้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยฟุ้งกระจายและคงทนอยู่ได้นานขึ้นด้วย   bi.du.haev (Biduhaev cold brew system) ใครที่ชื่นชอบกาแฟสกัดเย็น หรือที่เรียกกันว่า cold brew จะต้องอยากมีเครื่องนี้ไว้ครองครองค่ะ ด้วยวัสดุของทั้งตัวเครื่องทำมาจากแก้ว ทำให้การแฟ cold brew แก้วโปรดได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น   Vinaera เครื่องเติมอากาศในไวน์ สำหรับคอไวน์โดยเฉพาะจะต้องสะดุดตากับเจ้าเครื่องเติมอากาศในไวน์ครั้งแรกของโลก สินค้าตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันค่ะ Vinaera Classic กังหันน้ำไวน์ไฟฟ้า และ Vinaera Pro เครื่องเติมอากาศไฟฟ้าแบบปรับได้   49101 Electronics หูฟังบลูทูธ คนรักเสียงเพลงก็ย่อมจะต้องหาหูฟังดีๆ ไว้สักอันใช่ไหมคะ โดยหูฟังแบรนด์ 49101 มีความโดดเด่นตรงที่เป็นหูฟังบลูทูธสามารถเปลี่ยนเป็นสายชาร์จความเร็วสูงได้ และยังสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในตัวได้ด้วย   Fyber Forma กระเป๋ากันน้ำ กระเป๋าหลากหลายดีไซน์ มีคุณสมบัติพิเศษด้านนอกกันน้ำ ผิวสัมผัสนุ่มละเอียดคล้ายหนัง น้ำหนักเบา ด้านในกรุด้วยผ้าอ่อนนุ่ม เพิ่มความทนทาน     หากใครอยากจะสัมผัสของจริง แล้วซื้อเก็บไว้เป็นของขวัญในช่วงสิ้นปีก็แนะนำให้รีบมาในงาน Style Bangkok Fair 2019 ในวันที่ 17-21 ตุลาคม 2562 นี้เท่านั้นนะคะ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน    

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor คอนโดฯ ติดริมถ.เพชรบุรี พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Yours to Discover (ค้นพบพื้นที่ที่ใช่ บนทำเลใจกลางเมือง)” ด้วยทำเลที่ห่างจากทองหล่อเพียง 400 เมตร ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทางด่วนศรีรัช ตัวอาคารออกแบบสะท้อนถึงความภาคภูมิใจของผู้อยู่อาศัยในแบบของตนเองตามคอนเซ็ปต์ “Trophy of Life” จนกลายมาเป็นดีไซน์ของเส้นสายสีทองอร่ามบนฟาสาด (Façade) ของอาคารที่เปรียบได้กับแสงไฟที่ส่องสว่างตัดกับตัวอาคารสีดำที่เป็นตัวแทนของท้องฟ้าของมหานครยามค่ำคืน   ชื่อโครงการ The Base Phetchaburi-Thonglor (เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ)  เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  ประมาณ 2 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 จำนวนชั้น 36  จำนวนยูนิต  496 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 27.25-29.25 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom 31.75-40 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 45.75 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 61.25 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง คลับเฮ้าส์แบบ Stylish Cafe, Creative Co-working Hub, Co-Living Space, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Sky Lounge, Sky Theater, Rooftop Roof Terrace, Backyard Garden ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 98,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ทำเลริมถ.เพชรบุรี ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน สถานที่ใกล้เคียง J-Avenue, EmQuartier, Emporium, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, โรงพยาบาลกรุงเทพฯ          

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวที่หลายคนรอคอยกันแล้วนะคะ บรรยากาศเป็นใจ แถมของลดราคาก็เพียบในช่วงปลายปีเช่นนี้ใครจะไม่อยากออกไปเดินเล่นซึมซับช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ล่ะ จริงไหมคะ?   Style Bangkok Fair 2019 ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหาช่องทางเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ อยากจะหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรือมองหาสินค้าดีไซน์ดีๆ บางอย่างก็หาไม่ได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป ลองมาเดินงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ Style Bangkok Fair 2019 เป็นงานที่รวม 3 เทรดแฟร์เข้าไว้ ด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของ ใช้ในบ้าน(BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) มีบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 800 บริษัท ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 5 กลุ่มหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน   วัน เวลา : วันเจราจาธุรกิจ วันที่ 17–19 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–18.00 น. วันบุคคลทั่วไป วันที่ 20–21 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–21.00 น. สถานที่ : ไบเทค บางนา   บ้านและสวนแฟร์ 2019 : “Living Transformed” สำหรับคอนเซปงานในครั้งนี้มุ่งนำเสนอการคำนึงถึงคุณค่าของสิ่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิต ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่มาที่ไปของสิ่งเดิมไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยไฮไลท์ของงานก็มีมากมาย เช่น สวนโชว์ สวนที่จัดลงในพื้นที่อาคารเก่ารกร้าง เปลี่ยนสภาพความรุงรังเก่าโบราณเป็นสวนที่มีอาคารเก่านี้เป็นฉากหลัง, นิทรรศการดีไซด์อัพเดท วัสดุทันสมัยในการก่อสร้างและตกแต่ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับที่บ้านได้อย่างสะดวก, การประกวดต้นไม้ ยอดนิยม เฟิน, สัปปะรดสี, กล้วยไม้, แคคตัสและไม้อวบน้ำ ฯลฯ   วัน เวลา : 18 - 27 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30-21.00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี     Fattival Food Fest เทศกาลอาหารสุดอินเทรนด์ประจำปี 2019 คัดสรรจัดเต็มกว่า 60 ร้านชื่อดัง Recommend โดย 3 เพจสายกิน foodyoucaneat เรากินได้ คุณก็กินได้, เพนกวิ้นรีวิว GuinHungry, วันนี้แดกไรดีวะ พิเศษ! มีเมนูพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น   วัน เวลา : 17-20 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–22.00 น. สถานที่ : Emquartier     Karma Koncrete ปาร์ตี้ในโกดังในกลางกรุงเทพตลอด 10 ชั่วโมงเต็ม ภายในโกดังที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สไตล์อินดัสเทรียล โดยได้ศิลปินชั้นนำจาก 4 ประเทศประกอบไปด้วย CPI (สเปน) เสริมเติมกลิ่นอายจากบาร์เซโลน่ากับ Marc Pinol และ Capablanca,Vladimir Ivkovic (เซอร์เบีย / เยอรมนี) Yoshinori Hayashi (ญี่ปุ่น) และ Rifain (ฝรั่งเศส / เวียดนาม) ร่วมด้วย  Sunju Hargun และ Jirus นอกจากนี้ยังมีโซนตลาดขายของ มีทั้งฟู้ดทรัค บูทีกค็อกเทล ฯลฯ ซื้อบัตรที่ ticketmelon   วัน เวลา : 26 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00–00.00 น. สถานที่ :  ABOUT Studio   Melody Of Life Music Festival เทศกาลดนตรีของคนรักษ์โลก ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตจากศิลปินตลอดสองวัน แต่ยังมีบูธอาหารและกิจกรรมหลากหลาย ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ Cheeze Market ตลาดขายของทั้งมือหนึ่งและมือสอง, Workshop สิ่งของเหลือใช้มา Reuse ใช้ใหม่, นิทรรศการมัลติมีเดียเชิง Installation & Visual Effect เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และมลพิษทางทะเล, การประมูล CE โดยศิลปิน ดารา ที่มาร่วมออกแบบ CE หุ่นมาสคอตประจำงานครั้งนี้ รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนต่อไป เป็นต้น   วัน เวลา : 19-20 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00–22.00 น. สถานที่ :  ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์        

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท