“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ตอกย้ำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ทุ่มงบจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขปี’ 61 เพื่อประกาศความเป็นไอโคนิคหนึ่งของราชประสงค์

“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ตอกย้ำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ทุ่มงบจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขปี’ 61 เพื่อประกาศความเป็นไอโคนิคหนึ่งของราชประสงค์

แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) รุกตลาดมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ตอกย้ำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ พร้อมสนองนโยบายรัฐด้านการท่องเที่ยว ทุ่มงบจัดงานสุดยิ่งใหญ่ “Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong” (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) การแสดง แสง สี 3 มิติ (3D projection mapping) บนตึกสูง 60 ชั้น ครั้งแรกแห่งประเทศไทย มุ่งนำเสนอประสบการณ์ใหม่ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อเดินหน้ายกระดับกรุงเทพมหานคร สู่ศูนย์กลางเวทีเศรษฐกิจระดับโลก 

Magnolias Ratchadamri Boulevard

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดปีที่ผ่านมากระแสการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเป็นตลาดที่น่าจับตามอง ทั้งนี้ปัจจัยกำหนดความสำเร็จ ประกอบไปด้วยที่ตั้งของโครงการที่ถือว่าเป็นทำเลทอง ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สะดวกสบาย (Prime location) ประการที่ 2 คือความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าโครงการมีคุณค่า มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะท้อนตัวตนของผู้ซื้อได้ชัดเจนและมีมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา (ICONIC Design) ประการที่ 3 คือคุณภาพและการเลือกใช้วัสดุความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน เช่น การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ หรือแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกในโครงการ (Finest Specification) ประการสุดท้าย คือ การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย คือโครงการเหล่านั้นมีความเพียบพร้อมมากแค่ไหนในการรองรับไลฟ์สไตล์ผู้อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการมีเชนโรงแรมระดับ 5 ดาว เพื่อเสริมในด้านการบริการระดับเอ็กซ์คูลซีฟ, พื้นที่ศูนย์การค้า หรือศูนย์ธุรกิจ รวมไปถึงเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยขั้นสูงตามมาตรฐานระดับโลก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับผู้พักอาศัย (Sophisticated Lifestyles)

 

แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) โครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ภายใต้การดำเนินงาน MQDC ตั้งอยู่บนที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งย่านราชประสงค์นับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจมีการเติบโตของโครงการต่างๆ ทั้งที่เพื่อธุรกิจและที่พักอาศัย เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาโครงการนี้ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบ ผสานการเลือกวัสดุที่มีมาตรฐานระดับสูง ดังที่เห็นได้จากรูปแบบของตัวอาคารที่มีความแตกต่างด้วยรูปทรงโค้งมน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ค่อนข้างยาก แต่เราก็มีความตั้งใจจริงเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา

Magnolias Ratchadamri Boulevard

นอกจากห้องพักสุดหรู ยังได้โรงแรมแบรนด์ดังระดับ 5 ดาวอย่าง วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ (Waldorf Astoria Bangkok) ในเครือฮิลตันมาเป็นพันธมิตร นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ เพราะเป็นการมาเปิดครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญ “แมกโนเลียส์  ราชดำริฯ” ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Thailand Property Awards ประจำปี 2014 ถึง 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศสาขาการออกแบบสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม – Best Architectural Design, รางวัลชนะเลิศการตกแต่งภายในยอดเยี่ยม – Best Interior Design และรางวัลโครงการคอนโดหรูระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับการยกย่องสูงสุด Highly Recommend Best Luxury Condo Development (Bangkok) จึงเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดี

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ด้านความคืบหน้าของโครงการฯ ภีชภัตธา ผกากาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายโครงการ เผยว่า ปัจจุบันโครงการได้สร้างยอดขายไปเกินกว่า 80% แล้วจากจำนวนทั้งหมด 316 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่จากลูกค้าที่เป็นทั้งชาวไทย 50% และชาวต่างชาติ 50% โดยส่วนใหญ่เป็นชาวฮ่องกง, สิงคโปร์และไต้หวัน ซึ่งปัจจัยที่ช่วยผลักดันยอดขายของเราให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากทำเลที่เป็น Top destination ระดับต้นๆ ของเมืองไทยแล้ว ก็คือความเป็นมิกซ์ยูสที่ทันสมัยสามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้พักอาศัย รวมไปถึงความสมบูรณ์แบบด้านสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้อย่างครบครัน สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ครอบครอง ซึ่งในส่วนห้องชุดที่ทางโครงการจะทำการขายต่อไปนั้นจะเป็นแบบ 2 ห้องนอน ที่มีขนาดพื้นที่ 72 – 106 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเริ่มต้นที่ 280,000 บาท/ตารางเมตร โดยส่วนของห้อง Penthouse ทั้งหมด 8 ยูนิต ทางเราได้ทำการขายไปแล้ว 4 ยูนิต โดยทางโครงการคาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ที่ Q2 ปี 2018 ซึ่งเราจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 1 ธันวาคม 2017 นี้”

 

เพื่อแสดงศักยภาพย่านราชประสงค์ให้เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วโลก แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรือ RSTA โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมวางแผนพัฒนาและอนุรักษ์ พร้อมผลักดันย่านราชประสงค์สู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดย วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรามีความยินดีมากที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ย่านธุรกิจที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของเมืองไทยและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก เราเชื่อมั่นว่าด้วยความพร้อมของ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) และโครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” เมื่อได้ร่วมผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับทางสมาคมฯ เราจะสามารถเข้ามาเติมเต็มทัศนียภาพของ ย่านราชประสงค์-ย่านราชดำริ และทำให้ที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ นำไปสู่ก้าวสำคัญของการพัฒนา ย่านราชประสงค์ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต ที่รวมความเป็นที่สุดแห่งตลาดรีเทล ตลาดโฮลเซล ตลาดฮอสพิทอลลิตี้ ตลาดลักชัวรี่ เรสซิเดนส์ และตลาดไมซ์ใจกลางกรุงเข้าไว้ เพื่อเสริมให้ย่านราชประสงค์แข็งแกร่งพร้อมเป็นศูนย์กลางเวทีเศรษฐกิจระดับโลก

 

เพื่อตอกย้ำถึงความตั้งใจ เราพร้อมสร้างสีสันความสมบูรณ์แบบให้ย่านราชประสงค์ โดยจับมือ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) การแสดง แสง สี 3 มิติ (3D projection mapping) บนตึกสูง 60 ชั้น ครั้งแรกในเมืองไทย”

 

“การจัดงานครั้งนี้เพื่อสะท้อนความสวยงามของกรุงเทพฯ ให้ประจักษ์แก่สายตาคนทั่วโลก เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่คนกรุงเทพฯ เพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุขและความภาคภูมิใจ จะสามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงเทศกาลแห่งความสุข การร่วมกับสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ครั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาย่านราชประสงค์ให้เติบโตสู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจระดับโลก หลังจากการแสดง แสง สี 3 มิติ ครั้งนี้ คาดว่าจะดึงดูดผู้คนมาเดินเที่ยวมาดูไฟเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ที่มีคนมาเดินประมาณ 600,000 คน/วัน เป็น 780,000 คน/วัน” นายวิสิษฐ์ กล่าว

Magnolias Ratchadamri Boulevard

งาน Beautiful Bangkok by Magnolias @Ratchaprasong (บิวตี้ฟูล แบงค็อก บาย  แมกโนเลียส์ แอท ราชประสงค์) จะใช้ Façade (ฟาซาด) ที่เป็นจุดเด่นส่วนหนึ่งของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) มาใช้เป็นพื้นที่ในการฉายไฟเข้าไปที่ตึกด้วยเทคโนโลยีระดับสูงของ 3D Mapping Projection ออกแบบโดยทีมงานฝีมือระดับโลกศิลปินชาวยุโรปที่ขนานนาม “ไลม์ไลต์” (Limelight) ที่เคยสร้างผลงานให้ทั่วโลกได้ตื่นตะลึง อาทิเช่น Skyway International Light Festival – Torun, Poland – 2011, 2012, 2013, 2017 มารังสรรค์ผลงานให้คนไทยได้ชื่นชมภายใต้แนวคิด “Beautiful Bangkok” เพื่อร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 โดยกำหนดการแสดงจะมีขึ้นในวันที่ 14 – 30 ธันวาคม 2560 วันละ 5 รอบ คือ รอบ 19.00 น. รอบ 19.15 น. รอบ 19.30 น. รอบ 19.45 น. และรอบ 20.00 น. พิเศษในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพิ่มรอบเวลา 23.55 น.

 

ภีชภัตธา ผกากาญจน์ เสริมทิ้งท้าย “ ทางเราตั้งใจจัดกิจกรรมนี้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศและเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ โดยจัดกิจกรรมร่วมสนุกส่งภาพประกวดเพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท ด้วยการส่งภาพและคำบรรยายมาที่ beautifulbangkokbymagnolias@gmail.com พร้อมชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อ โดยภาพที่ส่งเข้ามาจะทำการคัดเลือกและตัดสินโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  โดยทุกภาพถ่ายที่โพสใน Facebook และ Instragram สามารถใช้ hashtag  #beautifulbangkok #beautifulratchaprasong #beautifulmagnolias #bangkokiconiclandmark สามารถติดตามรอบแสดงและตารางกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/MagnoliasRatchadamriBoulevard และ www.magnolias-ratchadamri.com

รายละเอียดเพิ่มเติม

โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดผืนสุดท้ายบนถนนราชดำริ ผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)

 

ตัวโครงการสูง 60 ชั้น บนพื้นที่ 6 ไร่ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ เรสซิเดนท์ จำนวน 316 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 17 – 54 แบ่งเป็นขนาด 1 ห้องนอน (48 – 60 ตารางเมตร) จำนวน 88 ยูนิต, ขนาด 2 ห้องนอน (72 – 106 ตารางเมตร) จำนวน 220 ยูนิต, ดูเพล็กซ์ เพนท์เฮ้าส์ (250- 360 ตารางเมตร) จำนวน 6 ยูนิต และเพนท์เฮ้าส์ (290 – 300 ตารางเมตร) จำนวน 2 ยูนิต

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายนอกโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบชั้นสุดยอด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ที่ดูสวยงาม อ่อนหวาน หากแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง หากมองจากมุมสูงลงมา จะเห็นถึงเส้นสายลายโค้งอันอ่อนช้อย ที่วนล้อมไล่เรียงตั้งแต่ปลายด้านบนจรดถึงฐานด้านล่าง เสมือนดอกไม้ที่กำลังค่อยๆ เบ่งบาน

 

เพิ่มความยากและมากคุณค่ากับเทคโนโลยีการขั้นสูงสุดในการก่อสร้าง กับรูปทรงโค้งมนของตัวตึก พร้อมตกแต่งส่วนชายคา (Sunshade)  ที่นอกจากจะช่วยป้องกันความร้อน ยังเป็น Façade (ฟาซาด) ประดับตัวอาคาร หากมองไกลๆ จะเหมือนกระจกที่ถูกวางเรียงและจับบิดเป็นเกลียวโอบล้อมตัวตึกอยู่ เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องก็จะเห็นแสงเงาระยิบระยับพาดผ่าน

 

อีกทั้งยังเป็นอาคารประหยัดพลังงาน โดยนำแนวคิดสถาปัตยกรรมของไทยมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน ด้วยการนำทิศทางของแสงแดดมาคำนวณในการออกแบบส่วนชายคาหรือ Sunshade ของตัวอาคารอย่างแม่นยำ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ส่วนภายในได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างพิถีพิถันในแบบโมเดิร์นคลาสสิก เรียบหรู สง่างาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจการตกแต่งสไตล์  English Town Home เน้นโทนสีเบจและขาวเทา ให้รู้สึกนุ่มเบาและสบายตา ไม่ฉูดฉาด เพิ่มความหรูหราด้วยโคมไฟตั้งพื้นคริสตัล เหมาะกับหญิงสาวที่มีบุคลิกหวานซ่อนเปรี้ยว และมีความเป็นตัวของตัวเอง ในขณะที่สไตล์ Elegance Modern จะเล่นโทนสีอ่อนและเข้มสลับกันไป ให้ความรู้สึก เท่ ทันสมัย และลึกลับ สไตล์ของงานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ใช้จะเป็นรูปแบบเรียบๆ แต่มีลูกเล่นดีเทลแฝงอยู่ของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นงานแสตนเลสหรือกระจก

 

พร้อมติดตั้งชุดครัว Bulthaup แบรนด์ชุดครัวหรูที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศเยอรมนี รวมถึงอ่างล้างจาน FRANKE และชุดครัวคุณภาพสูงจาก Siemens ส่วนของห้องน้ำเลือกใช้เครื่องสุขภัณฑ์ชั้นนำ อาทิ ก๊อกน้ำจากแบรนด์ Dornbracht ซึ่งเป็นท็อปแบรนด์ซึ่งใช้ในโรงแรมระดับไฮเอนด์ชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งสุขภัณฑ์ตัวท็อป HANSGROHE ซึ่งออกแบบพิเศษสำหรับโครงการ เช่น อ่างอาบน้ำ KASCH ฯลฯ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เลาจน์ คลับ ระดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้พักอาศัย (Private Residents Club), จุดรับ-ส่งสำหรับบริการจอดรถ (Valet Parking) ห้องสมุดพร้อมวิวสวนแนวโค้ง, ฟิตเนส, ลู่วิ่งออกกำลังกายริมสวนแนวลาด, สระว่ายน้ำ สระเด็กและส่วนจากุชชี่, ห้องอบไอน้ำและเซาว์น่า พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ (Waldorf Astoria Bangkok) เป็นแบรนด์ชั้นนำในเครือฮิลตัน ที่มีเอกลักษณ์การบริการแบบ “ทรูวอลดอร์ฟเซอร์วิส” (True Waldorf Service) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสี่แยกราชประสงค์ บนถนนราชดำริ ด้วยแรงบันดาลใจจากงานศิลปะร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ของโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ค ที่รายล้อมอยู่ท่ามกลางความหรูหราของคนในสังคมชั้นสูงมาหลายสมัย แบรนด์ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย จึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอการบริการที่ดีที่สุด เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในบรรยากาศที่หรูหราและงดงาม

 

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โรงแรมหรูแห่งใหม่นี้ได้รับการตกแต่งภายในโดย มร. อังเดร ฟู (André Fu) นักออกแบบและตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากฮ่องกง และ อาฟโรโค่ (AvroKO) บริษัทออกแบบชั้นนำจากนิวยอร์ค ด้วยห้องพักและห้องสวีทเพียง 171 ห้อง ทุกห้องถูกออกแบบให้มีพื้นที่โอ่โถงและกว้างขวางด้วยหน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และเตียงนอนที่หรูหราสะดวกสบาย ห้องแต่งตัวและตู้เสื้อผ้าถูกจัดวางอย่างลงตัว พร้อมผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำจากแบรนด์ดัง ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม (Salvatore Ferragamo) ที่คัดสรรมาสำหรับแขกที่มาพักแบรนด์วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เท่านั้น

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ด้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมฯ ภูมิใจนำเสนอ ห้องอาหารบนชั้น 55 บูลแอนด์แบร์ (Bull & Bear) อันเลื่องชื่อมาจากโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ค ซึ่งให้บริการสเต็กคุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก หรือจะเติมเต็มด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษโดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ และเคลิบเคลิ้มไปกับดนตรีทันสมัยจากดีเจที่ เดอะ ลอฟท์ (The Loft) ชั้น 56 และ เดอะ แชมเปญบาร์ (The Champagne Bar) บนชั้น 57 สถานที่ที่คุณจะประทับใจกับทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนอย่างไม่มีวันลืม พีค๊อก อัลลี่ย์ (Peacock Alley) เสิร์ฟอาหารว่างและจิบน้ำชายามบ่ายตามแบบฉบับวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ค หรือจะเลือกอิ่มเอมกับอาหารนานาชาติที่ให้บริการตั้งแต่มื้อเช้าถึงมื้อเย็นที่ เดอะ บราซเซอร์รี (The Brasserie) ปิดท้ายด้วย ฟร้อนรูม (Front Room) ซึ่งนำเสนออาหารนอร์ดิค-ไทย (new Nordic-Thai) ในรูปแบบใหม่

 

ด้านการประชุมและจัดเลี้ยง โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ได้เตรียมห้องจัดเลี้ยงหลากหลายขนาดทั้งหมด 10 ห้อง พร้อมรองรับการจัดงานทุกรูปแบบ จุดเด่นคือห้องแมคโนเลียบอลรูม (Magnolia Ballroom) ที่ถูกเนรมิตอย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทางโรงแรมฯ ยังให้บริการสระว่ายน้ำ สปาและฟิตเนส ที่พร้อมจะมอบความเพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับความเขียวขจีของต้นไม้จากสนามราชกรีฑาสโมสรฯ และสีสันของแยกราชประสงค์ นอกเหนือจากนั้นโรงแรมฯ ยังมีบริการผู้ช่วยพิเศษ (Personal Concierge Service) และบริการรถลีมูซีน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

Magnolias Ratchadamri Boulevard

Magnolias Ratchadamri Boulevard

Magnolias Ratchadamri Boulevard

 

We Recommend
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง    

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงทำเลที่สุดแสนจะร้อนแรง จน Developer ค่ายใหญ่ต่างพร้อมใจกันกระโดดลงไปเล่นช่วงชิงตลาดกันให้คึกโครมจนเกิดนิยามใหม่ขึ้นมาสำหรับย่านนี้โดยเฉพาะนั่นคือ NEW CBD แน่นอนว่าเรากำลังเอ่ยถึงย่านพระราม 9 โดยเฉพาะช่วงสี่แยกพระราม 9    ศักยภาพของทำเลที่ได้ขึ้นชื่อกันว่าเป็น New CBD แน่นอนว่าต้องมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นแหล่งงานของหลายบริษัทชั้นนำบนอาคารออฟฟิศเกรดเอ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เกต สถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานฑูต เป็นต้น และเรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ภาพรวมก็คือย่านที่เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ    ทุกวันนี้ถ้าผ่านไปแถวสี่แยกพระราม 9 ไม่ว่าจะบนถนนหรือทางด่วนก็จะเห็นคอนโดหลายๆ โครงการก่อสร้างขึ้นเป็นรูปเป็นร่างให้เราได้เห็นกันจนแทบแยกไม่ออกว่า อาคารไหนคือโครงการอะไร เพราะความที่ใกล้กันมากเหลือเกินค่ะ ซึ่งคอนโดแบรนด์ที่เราจะพามาอัพเดทกันมีความน่าสนใจมากค่ะ เพราะในโซนใกล้เคียงกัน AP (Thailand) ยกมาถึง 3 โครงการด้วยกัน นั่นคือ Life แบรนด์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ให้ดียิ่งกว่าที่เคย หากใครที่ลองติดตามแบรนด์ Life ก็จะเห็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับแบรนด์ RHYTHM อีก 2 โครงการในละแวกเดียวกันนะคะ แสดงว่าทาง AP (Thailand) รวมถึงค่ายอื่น ก็ต้องมั่นใจในศักยภาพของทำเลนี้มาก ถึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการแข่งขันกันดุเดือดตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดโครงการ และเชื่อว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปที่จะเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการใหม่ๆ ก็จะยิ่งมีโปรโมชั่นออกมาอย่างน่าสนใจ        Life Asoke-Rama 9  ถ้าเราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีพระราม 9 แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 มาจากฝั่งฟอร์จูนทาวน์ ประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับ Life Asoke-Rama 9 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2560 เป็น High-Rise 2 อาคาร สูง 42 กับ 45 ชั้น รวม 2,248 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 25 – 58 ตร.ม. พื้นที่โครงการ 8-3-11 ไร่ ขายแบบ Fully Fitted โดยการวางผังยูนิตของ Life Asoke-Rama 9 จะใช้เทคนิค New Interlocked Layout ทำให้ได้ห้องหน้ากว้างมากขึ้นถึง 5-7 เมตร เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และได้ห้องครัวปิด        โครงการนี้โดดเด่นตรงที่พื้นที่ส่วนกลางบน Rooftop รวมกว่า 1.5 ไร่ เป็นสะพาน Sky Bridge เชื่อมต่อระหว่างสองอาคาร ยังไม่รวมส่วนกลางชั้นอื่นๆ ซึ่งถ้ารวมกันทั้งโครงการแล้วก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 7.5 ไร่เลยทีเดียว ส่วน Facilities อื่นๆ ที่น่าสนใจก็จะมี 24-HOUR CONNECTED WORLD สามารถเชื่อมต่อ Wi-fi ในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุด รองรับกับพื้นที่ Co-working Space ที่ถูกแบ่งตามการใช้งานจริงไม่ว่าจะทำงานคนเดียวหรือมีการนัดประชุม   ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวโปรโหมดกันอยู่ที่ 2.75 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวออกมาว่าสามารถปิดยอดขายได้ประมาณ 90% ไปได้พร้อมๆ กับตัว Life One Wireless กับ Life Ladprao ที่เปิดตัวในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ส่งผลไม่น้อยกับให้ยอดขายรวมในปี 2560 ของ AP (Thailand) ทำสถิติเติบโต 85% ทะลุเป้าถล่มทลาย โดยปัจจุบันซื้อ-ขายกันที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.8 ล้านบาทขึ้นไป และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์กันในปีหน้า ซึ่งใกล้จะ Sold Out เต็มที      Life Asoke Hype  ตัวนี้เปิดตัวพร้อมๆ กันกับ Life Ladprao Valley ซึ่งออกตัวมาว่าถ้าซื้อเพื่อลงทุนจะคุ้มค่าแค่นอน ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5 – 6% ประกอบกับทำเลย่านนี้ก็มีชาวเอเชียมาอาศัยอยู่ไม่น้อย เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น โดย Life Asoke Hype เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องของ Life Asoke-Rama 9 เพราะที่ดินใกล้เคียงกันมาก ใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันตรงฝั่งถ.อโศก-ดินแดง แต่ตัวนี้จะสามารถเข้า-ออกทางฝั่งถ.จตุรทิศ เป็นหลักได้ด้วย      Life Asoke Hype เป็น High Rise สูง 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop Studio-2 Bedroom ขนาด 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ และมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรก โดยโครงการนี้จะโดดเด่นด้านงานดีไซน์ ที่ออกแบบด้วยการใช้สีแดงเข้มมาแต่งแต้มเพิ่มมิติให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบที่ถ้าอาคารสร้างเสร็จ มองมาปุ๊บก็รู้ทันที่ว่านี่คือ Life Asoke Hype ประกอบกับวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาทำให้ มีความ Unique โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเป็นตัวของตัวเอง ขณะที่ Facilities เองก็ยังคงตอบรับกับกลุ่มคนยุคใหม่เช่นเดียวกัน อย่างการมีปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi ส่วนสระว่ายน้ำก็มีมาให้ถึง 2 สระ ที่ชั้น 7 ยาว 30 เมตร ชั้น 40 L-Shape Sky Pool และฟิตเนสถึง 2 ชั้น  บนชั้น Roof Top เชื่อมด้วยสะพานพื้นกระจกใส เรียกได้ว่าพัฒนาให้ดูทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น      ราคาเปิดตัว 2.89 ล้านบาท ปัจจุบันราคาเริ่มต้น 1 Bedroom ราคา 3.99 ล้าน กำหนดสร้างเสร็จประมาณปี 2564       Life Asoke โครงการนี้จะอยู่ห่างจากสี่แยกพระราม 9 ออกมาสักหน่อยค่ะ แต่จะอยู่ติดกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน โดยมีสะพานเชื่อมเดินเข้าสถานีได้เลย และยังเป็นจุด Interchang กับ MRT เพชรบุรี รวมถึงใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช ด่านอโศก Life Asoke จึงถือว่ามีความโดดเด่นในด้านของทำเลการเดินทางอย่างมาก            Life Asoke คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1,642 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 24–54 ตร.ม. บนพื้นที่ 6-2-85 ไร่ แม้ปัจจุบันจะ Sold Out เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยทำเลทำให้กลายเป็นคอนโดที่ปล่อยเช่าต่างชาติได้ค่อนข้างดีทีเดียว ราคารีเซลที่ตามหากันได้ตอนนี้จะเริ่มต้นประมาณ 4.6 ล้านาท            

รีวิวคอนโดย่านลาซาล ติดถนนใหญ่ Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล

รีวิวคอนโดย่านลาซาล ติดถนนใหญ่ Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล

Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล คอนโดมิเนียมจาก Noble Development ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายทั้งช่วงถนนศรีนครินทร์ และโซนลาซาล อาทิ ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง   Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล คอนโดฯ High Rise ที่ถูกดีไซน์ให้เกิดการอยู่อาศัยแบบ Community ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สนุกไปกับการได้ connect ไม่ว่าจะกับผู้คนหรือการเดินทาง Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล จึงได้ออกแบบ Facilities ที่สามารถรวมกิจกรรมโปรดของทุกคนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ เกิดเป็นความสนุกได้ทุกวัน            ชื่อโครงการ Nue Noble Srinakarin-Lasalle (นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล)  เจ้าของโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ  พื้นที่โครงการ  3-1-77.9 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 43 ชั้น จำนวนยูนิต 1,014 ยูนิต  ขนาดห้อง  Type S  22.00 - 22.80 ตร.ม. Type A  26.00 - 26.60 ตร.ม. Type A  30.40 ตร.ม. Type B  34.80 ตร.ม.   ที่จอดรถ 35% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  Lounge Pool, steam, common step, library & co-working area, co-kitchen, party area, kids club, games room, entertainment room, karaoke room, vending machine room, Street Basketball, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส  ปีที่สร้างเสร็จ  2565 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท  ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล จุดขึ้น-ลงทางด่วน บูรพาวิถี เชื่อมต่อกับทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง แม็คโคร ศรีนครินทร์, บิ๊กซี ศรีนครินทร์, ฟู้ดแลนด์ ศรีนครินทร์, แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์ พาร์ค, บิ๊กซี บางนา, เซ็นทรัล บางนา, เมกา บางนา, โรงพยาบาลศิครินทร์   ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง   ข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียน Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล    

รีวิวคอนโดติดทางด่วน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย

รีวิวคอนโดติดทางด่วน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย

เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย คอนโดมิเนียมจาก Major Development ติดทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เชื่อมต่อเข้าถนนเพชรบุรีได้อย่างง่ายดาย เพียง 5 นาที ถึงเอกมัย-ทองหล่อ และยังใกล้กับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีรามคำแหง    เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย มีการออกแบบภายในได้แรงบันดาลใจจากยุค Mid- Century Modern สไตล์เรียบเท่บนเส้นสายที่โค้งมน เรียบง่าย แต่มีชีวิตชีวา อย่างการใช้โทนสีที่มีเอกลักษณ์อย่าง สีเหลือง Mustard หรือ สีเขียว Sage ประกอบกับวัสดุปูนเปลือย ผิวสัมผัสไม้ ตัดกับความหรูหราจากหินอ่อน  เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่อย่างแตกต่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่หลากหลาย ทั้ง Indoor-Outdoor รองรับไดุ้กความต้องการไม่ว่าจะชอบออกกำลังกายหรือพักผ่อน   ชื่อโครงการ Metris Pattanakarn-Ekkamai (เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย)  เจ้าของโครงการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ ซ.พัฒนาการ 12 ถ.พัฒนาการ เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 10240  พื้นที่โครงการ 2-1-65 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 29 ชั้น จำนวนยูนิต 341 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 29.80 – 31.30 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 53.40-54.30 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 57.10-61.90 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 46% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Co-Working Space, Pet Zone, Meeting Room, Jogging Track, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ซาวน่า, Jogging Track, ลานบาสเก็ตบอล, ลานบาร์บีคิว, CCTV, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.  ปีที่สร้างเสร็จ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 90,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ 100 เมตร จาก ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ด่านพัฒนาการ 1, เลี้ยงสัตว์ได้ โดยมีลานสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ส่วนกลางโดยเฉพาะ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีรามคำแหง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ด่านพัฒนาการ 1 สถานที่ใกล้เคียง Food Land, The Mall รามคำแหง, สนามราชมังคลากีฬาสถาน, London Street, Tesco Lotus, MaxValue , รพ.เพชรเวช, รพ.กรุงเทพ, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, ม.เกษมบัณฑิต, ม.อัสสัมชัญ   ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง   ข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย