“Life ลาดพร้าว 2017” คอนโดสไตล์ใหม่รับเทรนด์ Digital Life พร้อมกับชีวิตแบบ PLATFORM OF SUCCESS เพราะที่นี่ทุก Space คือความสำเร็จ

“Life ลาดพร้าว 2017” คอนโดสไตล์ใหม่รับเทรนด์ Digital Life พร้อมกับชีวิตแบบ PLATFORM OF SUCCESS เพราะที่นี่ทุก Space คือความสำเร็จ

ในอีกหลายปีข้างหน้า 20XX-XXXX รูปแบบการชีวิตเราจะถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความหมายของ Digital Life ในชีวิตประจำวัน คงจะไม่ได้เป็นแค่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แต่สำหรับอนาคต Digital Life จะมาเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นฐานความสำเร็จ ที่ไม่ใช่เพียงช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอีกต่อไป แต่จะมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในชีวิตที่พาคุณไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นการมองหาที่อยู่อาศัยสักที่หนึ่งที่ตอบสนอง Lifestyle และเข้าใจเทรนด์ของผู้อยู่อาศัย ก็คงเป็นสิ่งที่ควรมีไว้ครอบครองไม่แพ้โทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่นใหม่เหมือนกัน!!

“Life ลาดพร้าว” Live a Connected World คอนโดสูงระฟ้าที่สุดบนย่านห้าแยกลาดพร้าว เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ Digital Life ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณสัมผัสโครงการ “One Step Connect” ใช้ชีวิตติดเทรนด์ ที่แทบจะไม่จำเป็นต้อง Move ไปไหนชีวิตก็ครบได้ ซึ่ง Project นี้เป็นการจอยเวนเจอร์ของ 2 บริษัทระดับแนวหน้าอย่าง APTHAI และ Mitsubishi Estate Group รังสรรค์ Project Life 2017 พร้อมยกระดับแบรนด์ Life ของที่นี่ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยภาพลักษณ์ที่เรียบหรู ลวดลายไม่เหมือนใคร และการมารวมตัวของนวัตกรรมเทคโนโลยี Living-Digital-Co Working สุดล้ำ เรียกได้ว่าชีวิตคุณจะ Move Successfully ทั้งเรื่องงาน และเรื่องชีวิตในแบบ Never Ending อย่างแน่นอน อย่างแรกลองดูรายละเอียดของโครงการคร่าวๆ กันก่อน

Project details

ชื่อโครงการ 

  • Life ลาดพร้าว (ไลฟ์ ลาดพร้าว)

มูลค่าโครงการ 

  • 7,600 ล้านบาท

จำนวนยูนิต & ที่จอดรถ 

  • 1,615 ยูนิต และร้านค้า 1 ร้าน จอดรถ 716 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน)

ราคาเริ่มต้น  

  • 2.9 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร

  • ประมาณ 140,000 บาท / ตารางเมตร

ผู้พัฒนาโครงการ 

  • คอนโดมิเนียมร่วมทุนโครงการที่ 9 ระหว่างบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป จากประเทศญี่ปุ่น (MITSUBISHI ESTATE GROUP หรือ MEC)

ที่ตั้งโครงการ 

  • ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจัตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

ขนาดพื้นที่โครงการ

  • 7 ไร่ 0 งาน 71.4 ตารางวา (2,871.40 ตารางวา)

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า 

  • หนึ่งก้าวถึงสถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว ใกล้สถานี MRT พหลโยธินเพียง 450 ม.

ลักษณะโครงการ

  • คอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 2 อาคาร (อาคาร A สูง 45 ชั้น และอาคาร B สูง 46 ชั้น)
  • ชั้น 1 เป็นโถงต้อนรับ, สำนักงานและห้องประชุมของนิติบุคคล, ร้านค้า, ห้องจดหมาย, ที่จอดรถ, ห้อง Generator และห้อง MDB
  • ชั้น 2-10 ที่จอดรถ
  • ชั้น 11 เป็นชั้นที่พักอาศัย, พื้นที่สวนสาธารณะ
  • ชั้น 12-44 สำหรับอาคาร A และ 12-45 สำหรับอาคาร B เป็นชั้นที่พักอาศัย
  • ชั้น 45 และ 46 เป็นพื้นที่จัดสวน, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, ห้อง Steam ห้อง Sauna
  • ชั้นหลังคา เป็นพื้นที่จัดสวน, ห้องเครื่องลิฟต์และถังเก็บน้ำ

ลักษณะห้องชุด

  • Studio Type  ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 26 – 29 ตารางเมตร (509 ยูนิต)
  • ห้องชุด 1 ห้องนอน  ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 35 ตารางเมตร (832 ยูนิต) Highlight
  • ห้องชุด 2 ห้องนอน  ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 48.5 – 75 ตารางเมตร (273 ยูนิต)
  • ห้องชุดแบบ Duplex room  พื้นที่ประมาณ 355 ตารางเมตร (1 ยูนิต)

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องประชุม Portable Working Station ติดตั้งระบบ Digital เต็มรูปแบบเทคโนโลยี (Sound Dome) จอทัชสกรีน (Touchscreen) ตามจุดพื้นที่ส่วนกลาง, Wireless Phone Charger ที่ชาตแบบไร้สาย, Mirror Board และ Outdoor Facility ที่ครอบคลุมด้วยระบบ Wi-Fi ทั้งในและนอกโครงการ, Rooftop Iconic Infinity Lap Pool, Panoramic fitness, Room Sauna, Room Stream, Yoga Fly Facilities, Sky Working Space & Cocoon Space ออฟฟิศชิดขอบฟ้า และ สวนลอยฟ้า, อาคาร A ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว และอาคาร B ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด, Room Mail, Shop และระบบรักษาความปลอดภัย กล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงรอบโครงการ

ก่อสร้างแล้วเสร็จ

  • คาดการณ์ประมาณปี 2563

Life ลาดพร้าว

Map and Directions

ก่อนที่จะพาไปดูหน้าตาโครงการ พามาสำรวจรอบๆ ของโครงการ Life ลาดพร้าว กันก่อนว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก SkyscraperCity

ตัวโครงการ Life ลาดพร้าว ตั้งอยู่ติดกับถนนพหลโยธิน ตรงข้าม เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และโรงเรียนหอวัง ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีห้าแยกลาดพร้าว ตัดผ่านหน้าโครงการระหว่างขาขึ้นกับขาลงพอดี ส่วนด้านข้างโครงการติดกับ Lotus ลาดพร้าว ใกล้ 7-Eleven 200 เมตร ถัดไปอีก 150 เมตร เป็น Union mall หาของกินง่ายมาก ถ้าเดินถัดไปอีก 100 เมตร ก็จะถึงรถไฟฟ้า MRT สถานี พหลโยธิน ยิ่งสะดวกเข้าไปอีก ซึ่งถ้าสถานีรถไฟฟ้า BTS ห้าแยกลาดพร้าว สร้างเสร็จปี63 พอดีกับคอนโดเลย ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมกับสถานี BTS หมอชิต ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางนั่งยิงยาวไปกลางเมืองได้สบายๆ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน แถมยังสามารถเดินข้ามไป เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และโรงเรียน หอวัง ได้แบบไม่ถึง 100 เมตร

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก ไทยรัฐ

การเดินทางยังโครงการ Life ลาดพร้าว แนะนำให้ใช้การเดินทางรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีพหลโยธิน ออกประตูทางออก 4 จะขึ้นมาโผล่มาตรงหัวมุมห้าแยกลาดพร้าพอดี จากนั้นเดินขึ้นมาทาง Union Mall ประมาณ 450 เมตร โดยระหว่างทางเดินก็มีของกิน และร้านถ่ายรูปเยอะแยะ เดินชิวๆ มาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงโครงการแล้ว

Life ลาดพร้าว

โดยระหว่าง MRT พหลโยธินกับโครงการ ตามทางก็มี ร้านอาหารน่ากินแบบนี้ด้วย “ร้าน ฝากท้อง จิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ” หม้อโคตรใหญ่ ให้โคตรเยอะ เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน หิวเมื่อไรก็แวะมารับรองอิ่มแน่นอน

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

สำหรับคนที่เดินการเดินทางด้วยรถยนต์ ถ้ามาจากทางสี่แยกรัชโยธินจะค่อนข้างสะดวก เพราะโครงการอยู่ฝั่งขาเข้าเมือง ขับเลย Lotus ลาดพร้าว มาก็เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลย ส่วนคนที่ขับมาทางจตุจักร หรือถนนลาดพร้าว จะต้องขับเลยโครงการไปกลับรถที่สี่แยกรัชโยธินเพื่อไปฝั่งตรงข้าม เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นั้นเอง

Sale Gallery ของโครงการ สังเกตง่ายมาก ป้ายชื่อโครงการสีดำสุดเท่ และตึกสีขาวที่ตั้งอยู่กลางน้ำ หน้าตาดูมินิมอลมาก แอบถ่ายย้อนแสงมานิดๆ กำลังสวย

Location of Community (EAT-DRINK- WORK-TRAVEL)

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Wikimedia

เมืองที่ไร้กาลเวลา ทำเลห้าแยกลาดพร้าวถือว่า HUB ของคนย่านลาดพร้าว และพหลโยธิน ครบทุกอย่างตั้งแต่ เรื่องศูนย์กลางการเดินทางของ BTS, MRT, สนามบินดอนเมือง เป็นช่วงที่วิ่งเข้าเมือง-ไปต่างจังหวัดได้ค่อนข้างสะดวก แถมละแวกนั้นของกินก็เยอะและอร่อยมาก รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของสำนักงานขนาดใหญ่ และสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้วย อย่างเช่น

แหล่งรวบรวมสำนักงานระดับแนวหน้าของไทย: ปตท, ปูนซีเมนต์ไทย (SCG), บางกอกแอร์เวย์, การบินไทย, ธนาคาร TMB สำนักงานใหญ่, ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่, Sun tower เป็นต้น

สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน และโรงเรียนหอวัง เป็นต้น

ยังไม่หมด นอกจากนั้นยังเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ Lifestyle คนรุ่นใหม่ด้วย เพราะอยู่ใกล้แหล่ง Community Mall ฮิปๆ ของคนกรุงเทพ คิดดูว่าถ้าได้ใช้ชีวิตบน HUB ห้าแยกลาดพร้าวแบบนี้ ก็คงจะมี lifestyle กิน ดื่ม เที่ยว ได้ตลอดทั้งวัน และก็มีอะไรให้ทำตลอด 24 ชม โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปไหนไกลก็ชิคได้

All Day Lifestyle สร้างมิติของชีวิตในแบบไม่ซ้ำเช้าจรดเย็น

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Postjung

เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว (CentralPlaza Lardprao) ห้างสรรพสินค้าและศูนย์จัดแสดงสินค้าแบบครบวงจร เพราะอยู่ใกล้กับ Union Mall ศูนย์รวมแฟชั่นสำหรับเหล่านักช้อป สินค้าหลากหลายสไตล์ มาอัพเดทเทรนด์ใหม่ พร้อมเชื่อมต่อโลกแห่งสีสันมีชีวิตชีวาบนพื้นที่ 78,700 ตารางเมตร 5 ชั้น รวบรวมร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหารและร้านค้ากว่า 100 ร้าน ภายใต้แนวคิด One-Stop-Shopping พร้อมจอดรถถึง 3,600 คัน แบ่งนอกจากห้างใหญ่โตแล้วยังสร้างเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว อีกด้วย

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Centara Grand Hotels & Resorts

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว (Centara Grand Ladprao) ตั้งอยู่ด้านหลังติดกับห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ฝั่งด้านเหนือของกรุงเทพ โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกๆ ของประเทศไทยที่รวมศูนย์ช้อปปิ้งเข้าไว้ด้วยกัน มีห้องประชุมที่มีชื่อเสียงรับงานมาแล้วทั่วโลกอย่าง บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ฮอลล์ รับจัดงานอีเวนต์ระดับชาติและระดับภูมิภาค โดยมีชื่อเสียงในการบริการที่เอาใจใส่ กับสไตล์ที่อบอุ่น เป็นกันเอง ที่สำคัญเป็นที่ตั้งของร้านอาหารอร่อย วิวสวย รสเลิศ ที่ชื่อว่า Blue Sky ด้วย

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkk menu

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkk menu

บลู สกาย (Blue Sky) ห้องอาหารวิวระฟ้าสุดโรแมนติกใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มชั้นดี พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันสวยงามของกรุงเทพฯ ยามราตรีในมุมมอง 360 องศา บนชั้นสูงสุดของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

อิ่มแล้ว มาออกแบบโลกแฟชั่นของคุณไปกับ Craft Fig

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก soimilk

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Craft Fig

โรงเรียนกราฟิกดีไซน์ เล็กๆ ที่รวบรวมผู้คนในวงการ ศิลปะ กราฟิก และ อินเตอร์เฟส แถวหน้า มาถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพทางด้านกราฟิกและศิลปะของคุณ แล้วโลกการออกแบบของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ที่ 12/13 ถ. ลาดพร้าว MRT พหลโยธิน

นั่งไปเพียง 1 สถานี ไปต่อกันด้วยร้าน คาเฟ่ Wantong Cafe ที่ตลาดนัดสวนจัตุจักร

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkkmanu

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkkmanu

Wantong Cafe เป็นคาเฟ่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมของตะวันตกเข้ากับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว เปรียบเสมือนกับนางวันทองที่ไม่อาจตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใครระหว่างขุนช้างกับขุนแผน เริ่มจากบรรยากาศร้านที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามเขียวชอุ่มและดูสูงโปร่งสบายตา ที่ตั้งใจจะออกแบบมาให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ “นางวันทองสองใจ” ถ้าชอบทั้งสองอย่าง ไม่ต้องเลือกก็อยู่ร่วมกันได้

เดินย่อย ถ่ายรูป ปั่นจักรยาน กันต่อที่สวนรถไฟ

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Travel MThai

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก baanmaha

สวนรถไฟ (กรุงเทพฯ) หรือ ‘สวนวชิรเบญจทัศ’ สวนรถไฟอยู่เขตจตุจักร ติดกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ใกล้ ๆ สวนจตุจักรนี่เอง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ 375 ไร่ เหมาะสำหรับปั่นจักรยานทั้งมือใหม่-มือโปร แวะมาสูดออกซิเจนกันให้ชุ่มปอด ปั่นออกกำลังกายหรือปั่นชมธรรมชาติก็ดีทั้งนั้น ส่วนใครอยากมาถ่ายภาพสวยๆ ก็ไม่ควรพลาด

รูปภาพจาก Bkkmenu

ตกกลางคืน ก็มามันกันต่อกับร้านแฮงค์เอาท์สุดมัน The Third Pig

The Third Pig เปลี่ยนพื้นที่ของธนาคารและร้านอาหารเก่าในย่านห้าแยกลาดพร้าวมาเป็นร้านนั่งกินดื่มสุดเท่ ด้วยคอนเซ็ปต์ไอเดียที่ชัดเจน ที่ทางร้านนำเอา Gimmick จากนิทานวัยเยาว์เรื่อง ลูกหมูสามตัว มาครีเอทพื้นที่แห่งนี้ให้เหมือนกับบ้านของลูกหมูตัวที่สามที่แข็งแรงที่สุด โดยได้อินทีเรียดีไซเนอร์จาก Studio Krubka มาร่วมเป็นหนึ่งในทีมของร้าน ออกแบบเตาผิงและผนังด้วยการก่ออิฐสีส้ม แล้วกะเทาะออกบางส่วนให้เห็นผนังปูนเปลือยเพื่อเพิ่มความดิบ ใช้กิ่งไม้และถังสังกะสีสำหรับโคมไฟ แล้วตกแต่งร้านด้วยของใช้อย่างเครื่องครัววัสดุไม้ ช่อดอกไม้แห้งและหนังสือนิทานเก่าเพิ่มกลิ่นอายของความเป็นบ้านได้อย่างอบอุ่นและลงตัว เน้นเสิร์ฟอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น

ใครที่แวะมาทานมื้อเย็นที่นี่ ลองสั่งจานหนักหน่อย อย่าง ลาซานญ่ามัสมั่นเนื้อ (250 บาท) ท็อปด้วยชีสเยิ้ม ๆ เข้ากันกับรสชาติเครื่องแกงมัสมั่นที่ตัดเลี่ยนได้อย่างดี ที่ ปากซอย พหลโยธิน 20

Life ลาดพร้าว

Project of Life ลาดพร้าว 2017

ต้องเกรินบอกก่อนว่า Life Condo เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ จาก เอพีไทยแลนด์ ที่ประสบความสำเร็จ และสร้างชื่อเสียงให้กับเอพี เป็นอย่างมากด้วยจุดขาย และความแตกต่างของโครงการที่นำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตในมิติใหม่มาโดยตลอด บนทำเลที่ตั้งยึดติดแนวรถไฟฟ้า เพื่อตอบ Lifestyle ของเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และตอนนี้ แบรนด์ Life ได้กลับมาอีกครั้งบนย่านลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

“Life ลาดพร้าว” คอนโด High Rise ตึกคู่ 2 อาคาร (อาคาร A สูง 45 ชั้น และอาคาร B สูง 46 ชั้น) LIFE 2017 ภายใต้แนวคิดที่ว่า “PLATFORM OF SUCCESS” คอนโดที่พร้อมสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่สู่ความสำเร็จ ผ่าน 3 วิธีคิดสำคัญที่เข้าใจถึง Insight ของคนเมืองในยุคปัจจุบัน คือ

  1. In-Control ทุกองค์ประกอบในการพัฒนา Life Condo ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกและควบคุมได้ด้วยตนเอง
  2. Connected World การจัดเตรียมระบบโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเชื่อมต่อโลกดิจิตอลได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดการอยู่อาศัยใน Life Condo
  3. จุดต่างสำคัญ Intelligent Facility ผสานเทคโนโลยีในการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลาง Intelligent Control ทุกอย่างควบคุมได้เพียงปลายนิ้ว Intelligent Space ดีไซน์พื้นที่ใช้สอยให้ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์การใช้งาน

Life ลาดพร้าว

AP Corridor Window Innovation

และครั้งแรกในเมืองไทยกับนวัตกรรม AP Corridor Window Innovation ยกระดับการพักอาศัยในคอนโดมิเนียม ช่วยระบายอากาศให้โถงทางเดินเพื่อที่สุดของคุณภาพชีวิตคนเมือง

Life ลาดพร้าว

ทั้งตัวอาคารและงานดีไซน์ทุกชิ้น ถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก อย่าง Louis Vuitton มาสร้าง Pattern ให้ดูมีมิติน่าหลงใหลและมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

Outdoor Facility เพิ่ม Space กิจกรรมตาม Lifestyle ได้อย่างไม่จำกัด บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ โดยทางโครงการได้ออกแบบที่นั่งและทางเดินในมุมที่ร่มรื่นที่เต็มไปด้วยต้นไม้และสายน้ำ เพื่อความสวยงามเสมือนนั่งทำงานท่ามกลางธรรมชาติ และยังสามารถใช้ Wi-fi ได้เสมือนอยู่ภายในอาคาร

Life ลาดพร้าว

Lobby ของโครงการจะเน้นความโปร่งโล่ง ดีไซน์ เรียบ หรู ภายในตกแต่งด้วยลายกะเบื้องหินอ่อน และกระจกเพื่อให้โถงดูกว้างมีมิติเล่นกันแสงและเงา สร้างความประทับใจได้ทุกครั้งที่เปิดเข้ามา

Life ลาดพร้าว

พื้นที่ส่วนกลางภายใน Lobby ถูกออกแบบมาให้ค่อนข้าง Private คุณจะสามารถทำงานไปพร้อมรับวิวสวนแบบเป็น Box เรียกว่า Portable Working Station พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ที่พร้อมรองรับการใช้งานจริงอย่าง เทคโนโลยีซาวน์โดม (Sound Dome) ผนังของห้องที่คัดสรรวัสดุให้สามารถใช้เป็น Mirror Board หรือ Wireless Phone Charger เป็นต้น ถูกจัดเตรียมไว้ให้ในจุดต่างๆ ของพื้นที่ส่วนกลางโครงการ

Life ลาดพร้าว

Private meeting room ห้องประชุมสุดล้ำที่คำนึงถึงการทำงานเป็นกลุ่มในดีไซน์ที่ล้ำนำสมัยสู่การสร้างสรรค์ต่อยอด ไอเดียการทำงานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มาพร้อมระบบ Digital เต็มรูปแบบ อย่าง อุปกรณ์ไร้สายเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และจอTouchscreen เพื่อความสะดวกในการนำเสนองานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

Life ลาดพร้าว

Rooftop Sky Bar ที่คุณจะไม่พลาดทุกช่วงเวลาของเฉลิมฉลองความสำเร็จ

Life ลาดพร้าว

Sky Bar & Social Club Sky Working Space ออฟฟิศชิดติดขอบฟ้าบนชั้น 45 เพิ่มสีสันและความ Creative ให้การทำงานในมุมมองที่ไม่ซ้ำซากจำเจ พร้อมติดตั้ง Cocoon Space ให้เป็น Private Space แม้จะนั่งอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ก็สามารถทำงานได้โดยไม่ถูกรบกวน

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

Iconic Infinity Lap Pool สระว่ายน้ำแบบ Exclusive ที่ให้คุณสามารถแหวกว่าย และดื่มด่ำไปกับวิวเมืองระยิบระยับยามค่ำคืน และที่นั่ง Sky Cabana ที่หรูหราและผ่อนคลาย และ Panoramic Fitness ห้องฟิตเนสแบบ 360 องศา ใช้ชีวิตในแบบ Active พร้อมความเป็นส่วนตัวไปกับ Private Treadmill, Yoga Fly facilities ได้ตลอดทั้งวัน เป็นต้น

นอกการ facilities ที่มาแบบจัดเต็มแล้ว ยังสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยปลายนิ้วอีก ภายใต้วิสัยทัศน์ AP Digital Community อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะเข้ามาส่งเสริมให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ บน Smart Phone ผ่านระบบ Community Application เติมเต็มมากกว่าแค่ความสะดวกสบาย แต่ได้ทั้งมีความปลอดภัยและง่ายดาย โดยเปรียบเสมือนคีย์การ์ดของคอนโด ที่สามารถสั่งเปิดและปิดประตูได้ตั้งแต่ประตูทางเข้าคอนโด ประตูห้องพัก นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยยังสามารถใช้ระบบ Application นี้ในการจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องประชุม หรือติดต่อประสานงานกับผู้ดูแลคอนโด E-payment การติดตามการแจ้งซ่อม รวมทั้งให้คำแนะนำ และรับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของคอนโดได้อีกด้วย

ROOM TYPE

ครั้งแรกของวงการคอนโดไทย ฉีกทุกข้อจำกัดของ Space สู่การออกแบบ Highlight ของที่นี่ ต้องยกให้กับ TYPE 35 ตารางเมตร ที่คุณสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของห้องให้ตรงตาม Lifestyle ของคุณได้ พร้อมด้วยระบบ AP Master Switch โดยจะเป็นสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ที่หน้าประตูห้อง สามารถปิดสวิตช์นี้เพียงครั้งเดียว Shutdown ทั่งห้อง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องไฟเลยเวลาออกไปไหน ช่วยให้ประหยัดทั้งเงินและเวลา เหมาะกับ Lifestyle คนรุ่นใหม่ในยุคที่เร่งรีบและต้องการความสะดวกของคนเมือง

Life ลาดพร้าว

ห้องขนาด 35 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของห้องให้ตรงตามความต้องการ และ Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยได้ถึง 5 สไตล์ เช่น ปรับเปลี่ยนห้องรับแขกป็นห้องนอนอีก 1 ห้อง หรือเป็นห้องทำงาน หรือ ห้องแต่งตัวก็ได้ เพราะมีระบบปลั๊กไฟรองรับหลากหลายตำแหน่ง จะปรับมุมไหนยังไงก็ลงตัว ซึ่งขนาดห้อง35 ตารางเมตร แต่สามารถทำถึง 2 ห้องนอน ถือว่าคุ้มมาก ลองดูภาพห้องตัวอย่างจริงดูว่าจะออกมาสวยขนาดไหน

พาชมภาพจริงของห้องตัวอย่าง 35 ตารางเมตร จาก Sale Gallery

Life ลาดพร้าว

เริ่มจาก 35 ตารางเมตร เปิดเข้ามาความรู้สึกแรกเลย คือ กว้างมาก ไม่เชื่อเลยว่านี้คือตัวอย่างห้องขนาด 35 ตารางเมตร ออกมากได้ สวยปังมาก โดยยังเหลือ Space ว่างๆ อีกเยอะ สำหรับไว้ทำกิจกรรม หรือเพิ่มครัว เพิ่มโต๊ะรับประทานอาหาร หรือกั้นเป็นห้องครัวก็ยังทำได้ เป็นการจัดห้อง Plus ให้เป็น Living Room ขนาดใหญ่

Life ลาดพร้าว

ด้านซ้ายมือ ถูกออกแบบให้เป็นโต๊ะรับประทานอาหาร 2 ที่นั่ง ที่จัดวางไว้ใน Box ได้อย่างลงตัว ซึ่งถ้าอยากจะดูโทรทัศน์ไปด้วยกินข้าวไปด้วย ไม่ต้องย้ายข้าวไปไหน เพราะตรงนี้ ก็ดูได้ เพราะที่นี่มีการ Built in ที่วางโทรทัศน์ติดผนังไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น กินข้าวไปพร้อมดูหนัง เพลินๆ ได้แน่นอน ส่วน AP Master Switch จะอยู่ตรงบริเวณเสา กดปุ่มก็เดินออกจากห้องได้เลย

Life ลาดพร้าว

สำหรับคอนโดที่นี่ จะใช้ห้องน้ำสำเร็จรูป ซึ่งก็จะได้มาแบบมาตรฐานครบทุกฟังก์ชั่น กั้นโซนเปียกโซนแห้งไว้ให้เรียบร้อย

Life ลาดพร้าว

มาถึงห้อง Plus ของที่นี่ สามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนได้ตาม Lifestyle เพราะค่อนข้างใหญ่ จะทำเป็นอีกหนึ่งห้องนอนก็ทำได้ หรือห้องแต่งตัว ห้องทำงานแบบส่วนตัว ซึ่งห้องตัวอย่างออกแบบให้ดู คือ สามารถวางโซฟายาวขนาด 3- 4 ที่นั่งได้ โดยที่ด้านหน้าและด้านข้างยังสามารถวางโต๊ะเพิ่มได้อีก เบื่อๆ ก็ออกไปรับลมที่ระเบียงได้เลย

Life ลาดพร้าว

ภาพอีกมุมที่ด้านซ้ายเป็นห้อง Living Room สังเกตได้เลยว่าใช้ Space แบบครึ่งหนึ่งของห้องไปเลย ส่วนด้านขาวเป็นครัว ซึ่งออกแบบมาแบบนี้ จะช่วยกั้นให้ห้องเป็นสัดส่วนแบ่งโซนออกอย่างชัดเจน

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

Mater Bedroom วางเตียง King Size ได้ไม่รู้สึกอึดอัดเลย เพื่อนๆ สามารถ Built in โทรทัศน์ติดผนัง ก็ได้ เรียกได้ว่ามีลงตัว ตั้งแต่เตียง โต๊ะทำงาน โคมไฟหัวเตียง ตู้เสื้อผ้า เลยที่เดียว 

ห้องตัวอย่าง 55 ตารางเมตร

Life ลาดพร้าว

ROOM TYPE: 55 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่ให้ความรู้สึกกว้างขว้างเหมือนอยู่บ้าน เป็นการจัดวางสัดส่วนการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม

Life ลาดพร้าว

เปิดประตูเข้ามาจะเจอโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งด้านหน้า ส่วนซ้ายมือเป็นครัวแบบ Open ที่จัดวางพื้นที่เครื่องครัวได้อย่างน่าใช้งานสุดๆ

Life ลาดพร้าว

ถัดมาเป็นโซน Living Room สำหรับคนที่ไม่อยาก Built in ก็สามารถออกแบบและจัดวางโซฟา 2-3 ที่นั่ง กับโต๊ะวางโทรทัศน์ แบบนี้ก็ได้โดยที่ไม่ห้องยังดูกว้าง ส่วนระเบียงจะอยู่ด้านในของ Living Room ข้อดีของระเบียงที่อยู่ตรง Living Room คือไม่จำเป็นต้องเปิดไฟจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน

Life ลาดพร้าว

แยกเป็นสัดส่วนการดีไซน์ ผนังแบบนี้ก็ดูสวยเก๋ ล้ำ ไปอีก ช่วยนำสายตาแถมทำให้ห้องดูมีมิติ ดูมีระดับ โดยฝั่งซ้ายด้านในจะเป็น ห้องน้ำกับห้องนอนแบบ Mater Bedroom ส่วนอีก 1 ห้อง Bedroom จะอยู่ด้านขวา

Life ลาดพร้าว

ห้องน้ำสำเร็จรูป เหมือนกับ 35 ตารางเมตร เลยครับ ชอบที่โทนสีสว่างมองแล้วดูสะอาดตาดี

Life ลาดพร้าว

สำหรับ Mater Bedroom ห้องนี้จะพิเศษกว่าอีกห้อง เพราะออกแบบให้เหมือนห้องน้ำในตัว เพราะประตูทางเข้าห้องน้ำสามารถเข้าได้ 2 ทางจากในห้องนอนและนอกห้องนอน ภายในตกแต่งโทนออกน้ำตาลที่ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของป่าไม้

Life ลาดพร้าว

อีกหนึ่งห้อง Bedroom ที่แต่งออกมาดูดีไม่แพ้ ห้อง Mater Bedroom อยู่ฝั่งเดียวกับ Living Room ที่แบบไม่ต้อง Built in โทรทัศน์ติดผนังก็แต่งออกมาสวยได้

Life ลาดพร้าว

ตัวโครงการคาดว่าจะสร้างเสร็จประมาณปี 2563 เสร็จพร้อม กับ รถไฟฟ้าพอดี โดย “Life ลาดพร้าว” จะเปิด Pre-Sale ในวันที่ 21-22 พ.ค.เดือนหน้านี้แล้ว ณ Sale Gallery ของโครงการ เชื่อว่าจะต้องขายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน และสร้างเป็นข่าว Talk of The Town ครั้งใหญ่อย่างแน่นอน เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสดีดีแบบนี้ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ VIP ก่อนใคร

ลงทะเบียนพร้อมรับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท* ได้ที่ https://goo.gl/XF3xJj

หรือใครอยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่เบอร์ 1623 ได้เลย

 

Cr. Bkkmanu, Wikimedia

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/