“Life ลาดพร้าว 2017” คอนโดสไตล์ใหม่รับเทรนด์ Digital Life พร้อมกับชีวิตแบบ PLATFORM OF SUCCESS เพราะที่นี่ทุก Space คือความสำเร็จ

“Life ลาดพร้าว 2017” คอนโดสไตล์ใหม่รับเทรนด์ Digital Life พร้อมกับชีวิตแบบ PLATFORM OF SUCCESS เพราะที่นี่ทุก Space คือความสำเร็จ

ในอีกหลายปีข้างหน้า 20XX-XXXX รูปแบบการชีวิตเราจะถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความหมายของ Digital Life ในชีวิตประจำวัน คงจะไม่ได้เป็นแค่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แต่สำหรับอนาคต Digital Life จะมาเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นฐานความสำเร็จ ที่ไม่ใช่เพียงช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอีกต่อไป แต่จะมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในชีวิตที่พาคุณไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นการมองหาที่อยู่อาศัยสักที่หนึ่งที่ตอบสนอง Lifestyle และเข้าใจเทรนด์ของผู้อยู่อาศัย ก็คงเป็นสิ่งที่ควรมีไว้ครอบครองไม่แพ้โทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่นใหม่เหมือนกัน!!

“Life ลาดพร้าว” Live a Connected World คอนโดสูงระฟ้าที่สุดบนย่านห้าแยกลาดพร้าว เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ Digital Life ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณสัมผัสโครงการ “One Step Connect” ใช้ชีวิตติดเทรนด์ ที่แทบจะไม่จำเป็นต้อง Move ไปไหนชีวิตก็ครบได้ ซึ่ง Project นี้เป็นการจอยเวนเจอร์ของ 2 บริษัทระดับแนวหน้าอย่าง APTHAI และ Mitsubishi Estate Group รังสรรค์ Project Life 2017 พร้อมยกระดับแบรนด์ Life ของที่นี่ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยภาพลักษณ์ที่เรียบหรู ลวดลายไม่เหมือนใคร และการมารวมตัวของนวัตกรรมเทคโนโลยี Living-Digital-Co Working สุดล้ำ เรียกได้ว่าชีวิตคุณจะ Move Successfully ทั้งเรื่องงาน และเรื่องชีวิตในแบบ Never Ending อย่างแน่นอน อย่างแรกลองดูรายละเอียดของโครงการคร่าวๆ กันก่อน

Project details

ชื่อโครงการ 

  • Life ลาดพร้าว (ไลฟ์ ลาดพร้าว)

มูลค่าโครงการ 

  • 7,600 ล้านบาท

จำนวนยูนิต & ที่จอดรถ 

  • 1,615 ยูนิต และร้านค้า 1 ร้าน จอดรถ 716 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน)

ราคาเริ่มต้น  

  • 2.9 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร

  • ประมาณ 140,000 บาท / ตารางเมตร

ผู้พัฒนาโครงการ 

  • คอนโดมิเนียมร่วมทุนโครงการที่ 9 ระหว่างบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป จากประเทศญี่ปุ่น (MITSUBISHI ESTATE GROUP หรือ MEC)

ที่ตั้งโครงการ 

  • ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจัตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

ขนาดพื้นที่โครงการ

  • 7 ไร่ 0 งาน 71.4 ตารางวา (2,871.40 ตารางวา)

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า 

  • หนึ่งก้าวถึงสถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว ใกล้สถานี MRT พหลโยธินเพียง 450 ม.

ลักษณะโครงการ

  • คอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 2 อาคาร (อาคาร A สูง 45 ชั้น และอาคาร B สูง 46 ชั้น)
  • ชั้น 1 เป็นโถงต้อนรับ, สำนักงานและห้องประชุมของนิติบุคคล, ร้านค้า, ห้องจดหมาย, ที่จอดรถ, ห้อง Generator และห้อง MDB
  • ชั้น 2-10 ที่จอดรถ
  • ชั้น 11 เป็นชั้นที่พักอาศัย, พื้นที่สวนสาธารณะ
  • ชั้น 12-44 สำหรับอาคาร A และ 12-45 สำหรับอาคาร B เป็นชั้นที่พักอาศัย
  • ชั้น 45 และ 46 เป็นพื้นที่จัดสวน, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, ห้อง Steam ห้อง Sauna
  • ชั้นหลังคา เป็นพื้นที่จัดสวน, ห้องเครื่องลิฟต์และถังเก็บน้ำ

ลักษณะห้องชุด

  • Studio Type  ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 26 – 29 ตารางเมตร (509 ยูนิต)
  • ห้องชุด 1 ห้องนอน  ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 35 ตารางเมตร (832 ยูนิต) Highlight
  • ห้องชุด 2 ห้องนอน  ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 48.5 – 75 ตารางเมตร (273 ยูนิต)
  • ห้องชุดแบบ Duplex room  พื้นที่ประมาณ 355 ตารางเมตร (1 ยูนิต)

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องประชุม Portable Working Station ติดตั้งระบบ Digital เต็มรูปแบบเทคโนโลยี (Sound Dome) จอทัชสกรีน (Touchscreen) ตามจุดพื้นที่ส่วนกลาง, Wireless Phone Charger ที่ชาตแบบไร้สาย, Mirror Board และ Outdoor Facility ที่ครอบคลุมด้วยระบบ Wi-Fi ทั้งในและนอกโครงการ, Rooftop Iconic Infinity Lap Pool, Panoramic fitness, Room Sauna, Room Stream, Yoga Fly Facilities, Sky Working Space & Cocoon Space ออฟฟิศชิดขอบฟ้า และ สวนลอยฟ้า, อาคาร A ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว และอาคาร B ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด, Room Mail, Shop และระบบรักษาความปลอดภัย กล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงรอบโครงการ

ก่อสร้างแล้วเสร็จ

  • คาดการณ์ประมาณปี 2563

Life ลาดพร้าว

Map and Directions

ก่อนที่จะพาไปดูหน้าตาโครงการ พามาสำรวจรอบๆ ของโครงการ Life ลาดพร้าว กันก่อนว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก SkyscraperCity

ตัวโครงการ Life ลาดพร้าว ตั้งอยู่ติดกับถนนพหลโยธิน ตรงข้าม เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และโรงเรียนหอวัง ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีห้าแยกลาดพร้าว ตัดผ่านหน้าโครงการระหว่างขาขึ้นกับขาลงพอดี ส่วนด้านข้างโครงการติดกับ Lotus ลาดพร้าว ใกล้ 7-Eleven 200 เมตร ถัดไปอีก 150 เมตร เป็น Union mall หาของกินง่ายมาก ถ้าเดินถัดไปอีก 100 เมตร ก็จะถึงรถไฟฟ้า MRT สถานี พหลโยธิน ยิ่งสะดวกเข้าไปอีก ซึ่งถ้าสถานีรถไฟฟ้า BTS ห้าแยกลาดพร้าว สร้างเสร็จปี63 พอดีกับคอนโดเลย ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมกับสถานี BTS หมอชิต ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางนั่งยิงยาวไปกลางเมืองได้สบายๆ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน แถมยังสามารถเดินข้ามไป เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และโรงเรียน หอวัง ได้แบบไม่ถึง 100 เมตร

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก ไทยรัฐ

การเดินทางยังโครงการ Life ลาดพร้าว แนะนำให้ใช้การเดินทางรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีพหลโยธิน ออกประตูทางออก 4 จะขึ้นมาโผล่มาตรงหัวมุมห้าแยกลาดพร้าพอดี จากนั้นเดินขึ้นมาทาง Union Mall ประมาณ 450 เมตร โดยระหว่างทางเดินก็มีของกิน และร้านถ่ายรูปเยอะแยะ เดินชิวๆ มาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงโครงการแล้ว

Life ลาดพร้าว

โดยระหว่าง MRT พหลโยธินกับโครงการ ตามทางก็มี ร้านอาหารน่ากินแบบนี้ด้วย “ร้าน ฝากท้อง จิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ” หม้อโคตรใหญ่ ให้โคตรเยอะ เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน หิวเมื่อไรก็แวะมารับรองอิ่มแน่นอน

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

สำหรับคนที่เดินการเดินทางด้วยรถยนต์ ถ้ามาจากทางสี่แยกรัชโยธินจะค่อนข้างสะดวก เพราะโครงการอยู่ฝั่งขาเข้าเมือง ขับเลย Lotus ลาดพร้าว มาก็เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลย ส่วนคนที่ขับมาทางจตุจักร หรือถนนลาดพร้าว จะต้องขับเลยโครงการไปกลับรถที่สี่แยกรัชโยธินเพื่อไปฝั่งตรงข้าม เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นั้นเอง

Sale Gallery ของโครงการ สังเกตง่ายมาก ป้ายชื่อโครงการสีดำสุดเท่ และตึกสีขาวที่ตั้งอยู่กลางน้ำ หน้าตาดูมินิมอลมาก แอบถ่ายย้อนแสงมานิดๆ กำลังสวย

Location of Community (EAT-DRINK- WORK-TRAVEL)

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Wikimedia

เมืองที่ไร้กาลเวลา ทำเลห้าแยกลาดพร้าวถือว่า HUB ของคนย่านลาดพร้าว และพหลโยธิน ครบทุกอย่างตั้งแต่ เรื่องศูนย์กลางการเดินทางของ BTS, MRT, สนามบินดอนเมือง เป็นช่วงที่วิ่งเข้าเมือง-ไปต่างจังหวัดได้ค่อนข้างสะดวก แถมละแวกนั้นของกินก็เยอะและอร่อยมาก รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของสำนักงานขนาดใหญ่ และสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้วย อย่างเช่น

แหล่งรวบรวมสำนักงานระดับแนวหน้าของไทย: ปตท, ปูนซีเมนต์ไทย (SCG), บางกอกแอร์เวย์, การบินไทย, ธนาคาร TMB สำนักงานใหญ่, ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่, Sun tower เป็นต้น

สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน และโรงเรียนหอวัง เป็นต้น

ยังไม่หมด นอกจากนั้นยังเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ Lifestyle คนรุ่นใหม่ด้วย เพราะอยู่ใกล้แหล่ง Community Mall ฮิปๆ ของคนกรุงเทพ คิดดูว่าถ้าได้ใช้ชีวิตบน HUB ห้าแยกลาดพร้าวแบบนี้ ก็คงจะมี lifestyle กิน ดื่ม เที่ยว ได้ตลอดทั้งวัน และก็มีอะไรให้ทำตลอด 24 ชม โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปไหนไกลก็ชิคได้

All Day Lifestyle สร้างมิติของชีวิตในแบบไม่ซ้ำเช้าจรดเย็น

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Postjung

เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว (CentralPlaza Lardprao) ห้างสรรพสินค้าและศูนย์จัดแสดงสินค้าแบบครบวงจร เพราะอยู่ใกล้กับ Union Mall ศูนย์รวมแฟชั่นสำหรับเหล่านักช้อป สินค้าหลากหลายสไตล์ มาอัพเดทเทรนด์ใหม่ พร้อมเชื่อมต่อโลกแห่งสีสันมีชีวิตชีวาบนพื้นที่ 78,700 ตารางเมตร 5 ชั้น รวบรวมร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหารและร้านค้ากว่า 100 ร้าน ภายใต้แนวคิด One-Stop-Shopping พร้อมจอดรถถึง 3,600 คัน แบ่งนอกจากห้างใหญ่โตแล้วยังสร้างเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว อีกด้วย

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Centara Grand Hotels & Resorts

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว (Centara Grand Ladprao) ตั้งอยู่ด้านหลังติดกับห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ฝั่งด้านเหนือของกรุงเทพ โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกๆ ของประเทศไทยที่รวมศูนย์ช้อปปิ้งเข้าไว้ด้วยกัน มีห้องประชุมที่มีชื่อเสียงรับงานมาแล้วทั่วโลกอย่าง บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ฮอลล์ รับจัดงานอีเวนต์ระดับชาติและระดับภูมิภาค โดยมีชื่อเสียงในการบริการที่เอาใจใส่ กับสไตล์ที่อบอุ่น เป็นกันเอง ที่สำคัญเป็นที่ตั้งของร้านอาหารอร่อย วิวสวย รสเลิศ ที่ชื่อว่า Blue Sky ด้วย

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkk menu

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkk menu

บลู สกาย (Blue Sky) ห้องอาหารวิวระฟ้าสุดโรแมนติกใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มชั้นดี พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันสวยงามของกรุงเทพฯ ยามราตรีในมุมมอง 360 องศา บนชั้นสูงสุดของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

อิ่มแล้ว มาออกแบบโลกแฟชั่นของคุณไปกับ Craft Fig

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก soimilk

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Craft Fig

โรงเรียนกราฟิกดีไซน์ เล็กๆ ที่รวบรวมผู้คนในวงการ ศิลปะ กราฟิก และ อินเตอร์เฟส แถวหน้า มาถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพทางด้านกราฟิกและศิลปะของคุณ แล้วโลกการออกแบบของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ที่ 12/13 ถ. ลาดพร้าว MRT พหลโยธิน

นั่งไปเพียง 1 สถานี ไปต่อกันด้วยร้าน คาเฟ่ Wantong Cafe ที่ตลาดนัดสวนจัตุจักร

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkkmanu

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Bkkmanu

Wantong Cafe เป็นคาเฟ่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมของตะวันตกเข้ากับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว เปรียบเสมือนกับนางวันทองที่ไม่อาจตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใครระหว่างขุนช้างกับขุนแผน เริ่มจากบรรยากาศร้านที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามเขียวชอุ่มและดูสูงโปร่งสบายตา ที่ตั้งใจจะออกแบบมาให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ “นางวันทองสองใจ” ถ้าชอบทั้งสองอย่าง ไม่ต้องเลือกก็อยู่ร่วมกันได้

เดินย่อย ถ่ายรูป ปั่นจักรยาน กันต่อที่สวนรถไฟ

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก Travel MThai

Life ลาดพร้าว

รูปภาพจาก baanmaha

สวนรถไฟ (กรุงเทพฯ) หรือ ‘สวนวชิรเบญจทัศ’ สวนรถไฟอยู่เขตจตุจักร ติดกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ใกล้ ๆ สวนจตุจักรนี่เอง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ 375 ไร่ เหมาะสำหรับปั่นจักรยานทั้งมือใหม่-มือโปร แวะมาสูดออกซิเจนกันให้ชุ่มปอด ปั่นออกกำลังกายหรือปั่นชมธรรมชาติก็ดีทั้งนั้น ส่วนใครอยากมาถ่ายภาพสวยๆ ก็ไม่ควรพลาด

รูปภาพจาก Bkkmenu

ตกกลางคืน ก็มามันกันต่อกับร้านแฮงค์เอาท์สุดมัน The Third Pig

The Third Pig เปลี่ยนพื้นที่ของธนาคารและร้านอาหารเก่าในย่านห้าแยกลาดพร้าวมาเป็นร้านนั่งกินดื่มสุดเท่ ด้วยคอนเซ็ปต์ไอเดียที่ชัดเจน ที่ทางร้านนำเอา Gimmick จากนิทานวัยเยาว์เรื่อง ลูกหมูสามตัว มาครีเอทพื้นที่แห่งนี้ให้เหมือนกับบ้านของลูกหมูตัวที่สามที่แข็งแรงที่สุด โดยได้อินทีเรียดีไซเนอร์จาก Studio Krubka มาร่วมเป็นหนึ่งในทีมของร้าน ออกแบบเตาผิงและผนังด้วยการก่ออิฐสีส้ม แล้วกะเทาะออกบางส่วนให้เห็นผนังปูนเปลือยเพื่อเพิ่มความดิบ ใช้กิ่งไม้และถังสังกะสีสำหรับโคมไฟ แล้วตกแต่งร้านด้วยของใช้อย่างเครื่องครัววัสดุไม้ ช่อดอกไม้แห้งและหนังสือนิทานเก่าเพิ่มกลิ่นอายของความเป็นบ้านได้อย่างอบอุ่นและลงตัว เน้นเสิร์ฟอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น

ใครที่แวะมาทานมื้อเย็นที่นี่ ลองสั่งจานหนักหน่อย อย่าง ลาซานญ่ามัสมั่นเนื้อ (250 บาท) ท็อปด้วยชีสเยิ้ม ๆ เข้ากันกับรสชาติเครื่องแกงมัสมั่นที่ตัดเลี่ยนได้อย่างดี ที่ ปากซอย พหลโยธิน 20

Life ลาดพร้าว

Project of Life ลาดพร้าว 2017

ต้องเกรินบอกก่อนว่า Life Condo เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ จาก เอพีไทยแลนด์ ที่ประสบความสำเร็จ และสร้างชื่อเสียงให้กับเอพี เป็นอย่างมากด้วยจุดขาย และความแตกต่างของโครงการที่นำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตในมิติใหม่มาโดยตลอด บนทำเลที่ตั้งยึดติดแนวรถไฟฟ้า เพื่อตอบ Lifestyle ของเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และตอนนี้ แบรนด์ Life ได้กลับมาอีกครั้งบนย่านลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

“Life ลาดพร้าว” คอนโด High Rise ตึกคู่ 2 อาคาร (อาคาร A สูง 45 ชั้น และอาคาร B สูง 46 ชั้น) LIFE 2017 ภายใต้แนวคิดที่ว่า “PLATFORM OF SUCCESS” คอนโดที่พร้อมสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่สู่ความสำเร็จ ผ่าน 3 วิธีคิดสำคัญที่เข้าใจถึง Insight ของคนเมืองในยุคปัจจุบัน คือ

  1. In-Control ทุกองค์ประกอบในการพัฒนา Life Condo ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกและควบคุมได้ด้วยตนเอง
  2. Connected World การจัดเตรียมระบบโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเชื่อมต่อโลกดิจิตอลได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดการอยู่อาศัยใน Life Condo
  3. จุดต่างสำคัญ Intelligent Facility ผสานเทคโนโลยีในการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลาง Intelligent Control ทุกอย่างควบคุมได้เพียงปลายนิ้ว Intelligent Space ดีไซน์พื้นที่ใช้สอยให้ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์การใช้งาน

Life ลาดพร้าว

AP Corridor Window Innovation

และครั้งแรกในเมืองไทยกับนวัตกรรม AP Corridor Window Innovation ยกระดับการพักอาศัยในคอนโดมิเนียม ช่วยระบายอากาศให้โถงทางเดินเพื่อที่สุดของคุณภาพชีวิตคนเมือง

Life ลาดพร้าว

ทั้งตัวอาคารและงานดีไซน์ทุกชิ้น ถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก อย่าง Louis Vuitton มาสร้าง Pattern ให้ดูมีมิติน่าหลงใหลและมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

Outdoor Facility เพิ่ม Space กิจกรรมตาม Lifestyle ได้อย่างไม่จำกัด บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ โดยทางโครงการได้ออกแบบที่นั่งและทางเดินในมุมที่ร่มรื่นที่เต็มไปด้วยต้นไม้และสายน้ำ เพื่อความสวยงามเสมือนนั่งทำงานท่ามกลางธรรมชาติ และยังสามารถใช้ Wi-fi ได้เสมือนอยู่ภายในอาคาร

Life ลาดพร้าว

Lobby ของโครงการจะเน้นความโปร่งโล่ง ดีไซน์ เรียบ หรู ภายในตกแต่งด้วยลายกะเบื้องหินอ่อน และกระจกเพื่อให้โถงดูกว้างมีมิติเล่นกันแสงและเงา สร้างความประทับใจได้ทุกครั้งที่เปิดเข้ามา

Life ลาดพร้าว

พื้นที่ส่วนกลางภายใน Lobby ถูกออกแบบมาให้ค่อนข้าง Private คุณจะสามารถทำงานไปพร้อมรับวิวสวนแบบเป็น Box เรียกว่า Portable Working Station พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ที่พร้อมรองรับการใช้งานจริงอย่าง เทคโนโลยีซาวน์โดม (Sound Dome) ผนังของห้องที่คัดสรรวัสดุให้สามารถใช้เป็น Mirror Board หรือ Wireless Phone Charger เป็นต้น ถูกจัดเตรียมไว้ให้ในจุดต่างๆ ของพื้นที่ส่วนกลางโครงการ

Life ลาดพร้าว

Private meeting room ห้องประชุมสุดล้ำที่คำนึงถึงการทำงานเป็นกลุ่มในดีไซน์ที่ล้ำนำสมัยสู่การสร้างสรรค์ต่อยอด ไอเดียการทำงานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มาพร้อมระบบ Digital เต็มรูปแบบ อย่าง อุปกรณ์ไร้สายเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และจอTouchscreen เพื่อความสะดวกในการนำเสนองานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

Life ลาดพร้าว

Rooftop Sky Bar ที่คุณจะไม่พลาดทุกช่วงเวลาของเฉลิมฉลองความสำเร็จ

Life ลาดพร้าว

Sky Bar & Social Club Sky Working Space ออฟฟิศชิดติดขอบฟ้าบนชั้น 45 เพิ่มสีสันและความ Creative ให้การทำงานในมุมมองที่ไม่ซ้ำซากจำเจ พร้อมติดตั้ง Cocoon Space ให้เป็น Private Space แม้จะนั่งอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ก็สามารถทำงานได้โดยไม่ถูกรบกวน

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

Iconic Infinity Lap Pool สระว่ายน้ำแบบ Exclusive ที่ให้คุณสามารถแหวกว่าย และดื่มด่ำไปกับวิวเมืองระยิบระยับยามค่ำคืน และที่นั่ง Sky Cabana ที่หรูหราและผ่อนคลาย และ Panoramic Fitness ห้องฟิตเนสแบบ 360 องศา ใช้ชีวิตในแบบ Active พร้อมความเป็นส่วนตัวไปกับ Private Treadmill, Yoga Fly facilities ได้ตลอดทั้งวัน เป็นต้น

นอกการ facilities ที่มาแบบจัดเต็มแล้ว ยังสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยปลายนิ้วอีก ภายใต้วิสัยทัศน์ AP Digital Community อย่างเต็มรูปแบบ ที่จะเข้ามาส่งเสริมให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ บน Smart Phone ผ่านระบบ Community Application เติมเต็มมากกว่าแค่ความสะดวกสบาย แต่ได้ทั้งมีความปลอดภัยและง่ายดาย โดยเปรียบเสมือนคีย์การ์ดของคอนโด ที่สามารถสั่งเปิดและปิดประตูได้ตั้งแต่ประตูทางเข้าคอนโด ประตูห้องพัก นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยยังสามารถใช้ระบบ Application นี้ในการจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องประชุม หรือติดต่อประสานงานกับผู้ดูแลคอนโด E-payment การติดตามการแจ้งซ่อม รวมทั้งให้คำแนะนำ และรับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของคอนโดได้อีกด้วย

ROOM TYPE

ครั้งแรกของวงการคอนโดไทย ฉีกทุกข้อจำกัดของ Space สู่การออกแบบ Highlight ของที่นี่ ต้องยกให้กับ TYPE 35 ตารางเมตร ที่คุณสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของห้องให้ตรงตาม Lifestyle ของคุณได้ พร้อมด้วยระบบ AP Master Switch โดยจะเป็นสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ที่หน้าประตูห้อง สามารถปิดสวิตช์นี้เพียงครั้งเดียว Shutdown ทั่งห้อง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องไฟเลยเวลาออกไปไหน ช่วยให้ประหยัดทั้งเงินและเวลา เหมาะกับ Lifestyle คนรุ่นใหม่ในยุคที่เร่งรีบและต้องการความสะดวกของคนเมือง

Life ลาดพร้าว

ห้องขนาด 35 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของห้องให้ตรงตามความต้องการ และ Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยได้ถึง 5 สไตล์ เช่น ปรับเปลี่ยนห้องรับแขกป็นห้องนอนอีก 1 ห้อง หรือเป็นห้องทำงาน หรือ ห้องแต่งตัวก็ได้ เพราะมีระบบปลั๊กไฟรองรับหลากหลายตำแหน่ง จะปรับมุมไหนยังไงก็ลงตัว ซึ่งขนาดห้อง35 ตารางเมตร แต่สามารถทำถึง 2 ห้องนอน ถือว่าคุ้มมาก ลองดูภาพห้องตัวอย่างจริงดูว่าจะออกมาสวยขนาดไหน

พาชมภาพจริงของห้องตัวอย่าง 35 ตารางเมตร จาก Sale Gallery

Life ลาดพร้าว

เริ่มจาก 35 ตารางเมตร เปิดเข้ามาความรู้สึกแรกเลย คือ กว้างมาก ไม่เชื่อเลยว่านี้คือตัวอย่างห้องขนาด 35 ตารางเมตร ออกมากได้ สวยปังมาก โดยยังเหลือ Space ว่างๆ อีกเยอะ สำหรับไว้ทำกิจกรรม หรือเพิ่มครัว เพิ่มโต๊ะรับประทานอาหาร หรือกั้นเป็นห้องครัวก็ยังทำได้ เป็นการจัดห้อง Plus ให้เป็น Living Room ขนาดใหญ่

Life ลาดพร้าว

ด้านซ้ายมือ ถูกออกแบบให้เป็นโต๊ะรับประทานอาหาร 2 ที่นั่ง ที่จัดวางไว้ใน Box ได้อย่างลงตัว ซึ่งถ้าอยากจะดูโทรทัศน์ไปด้วยกินข้าวไปด้วย ไม่ต้องย้ายข้าวไปไหน เพราะตรงนี้ ก็ดูได้ เพราะที่นี่มีการ Built in ที่วางโทรทัศน์ติดผนังไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น กินข้าวไปพร้อมดูหนัง เพลินๆ ได้แน่นอน ส่วน AP Master Switch จะอยู่ตรงบริเวณเสา กดปุ่มก็เดินออกจากห้องได้เลย

Life ลาดพร้าว

สำหรับคอนโดที่นี่ จะใช้ห้องน้ำสำเร็จรูป ซึ่งก็จะได้มาแบบมาตรฐานครบทุกฟังก์ชั่น กั้นโซนเปียกโซนแห้งไว้ให้เรียบร้อย

Life ลาดพร้าว

มาถึงห้อง Plus ของที่นี่ สามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนได้ตาม Lifestyle เพราะค่อนข้างใหญ่ จะทำเป็นอีกหนึ่งห้องนอนก็ทำได้ หรือห้องแต่งตัว ห้องทำงานแบบส่วนตัว ซึ่งห้องตัวอย่างออกแบบให้ดู คือ สามารถวางโซฟายาวขนาด 3- 4 ที่นั่งได้ โดยที่ด้านหน้าและด้านข้างยังสามารถวางโต๊ะเพิ่มได้อีก เบื่อๆ ก็ออกไปรับลมที่ระเบียงได้เลย

Life ลาดพร้าว

ภาพอีกมุมที่ด้านซ้ายเป็นห้อง Living Room สังเกตได้เลยว่าใช้ Space แบบครึ่งหนึ่งของห้องไปเลย ส่วนด้านขาวเป็นครัว ซึ่งออกแบบมาแบบนี้ จะช่วยกั้นให้ห้องเป็นสัดส่วนแบ่งโซนออกอย่างชัดเจน

Life ลาดพร้าว

Life ลาดพร้าว

Mater Bedroom วางเตียง King Size ได้ไม่รู้สึกอึดอัดเลย เพื่อนๆ สามารถ Built in โทรทัศน์ติดผนัง ก็ได้ เรียกได้ว่ามีลงตัว ตั้งแต่เตียง โต๊ะทำงาน โคมไฟหัวเตียง ตู้เสื้อผ้า เลยที่เดียว 

ห้องตัวอย่าง 55 ตารางเมตร

Life ลาดพร้าว

ROOM TYPE: 55 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่ให้ความรู้สึกกว้างขว้างเหมือนอยู่บ้าน เป็นการจัดวางสัดส่วนการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม

Life ลาดพร้าว

เปิดประตูเข้ามาจะเจอโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งด้านหน้า ส่วนซ้ายมือเป็นครัวแบบ Open ที่จัดวางพื้นที่เครื่องครัวได้อย่างน่าใช้งานสุดๆ

Life ลาดพร้าว

ถัดมาเป็นโซน Living Room สำหรับคนที่ไม่อยาก Built in ก็สามารถออกแบบและจัดวางโซฟา 2-3 ที่นั่ง กับโต๊ะวางโทรทัศน์ แบบนี้ก็ได้โดยที่ไม่ห้องยังดูกว้าง ส่วนระเบียงจะอยู่ด้านในของ Living Room ข้อดีของระเบียงที่อยู่ตรง Living Room คือไม่จำเป็นต้องเปิดไฟจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน

Life ลาดพร้าว

แยกเป็นสัดส่วนการดีไซน์ ผนังแบบนี้ก็ดูสวยเก๋ ล้ำ ไปอีก ช่วยนำสายตาแถมทำให้ห้องดูมีมิติ ดูมีระดับ โดยฝั่งซ้ายด้านในจะเป็น ห้องน้ำกับห้องนอนแบบ Mater Bedroom ส่วนอีก 1 ห้อง Bedroom จะอยู่ด้านขวา

Life ลาดพร้าว

ห้องน้ำสำเร็จรูป เหมือนกับ 35 ตารางเมตร เลยครับ ชอบที่โทนสีสว่างมองแล้วดูสะอาดตาดี

Life ลาดพร้าว

สำหรับ Mater Bedroom ห้องนี้จะพิเศษกว่าอีกห้อง เพราะออกแบบให้เหมือนห้องน้ำในตัว เพราะประตูทางเข้าห้องน้ำสามารถเข้าได้ 2 ทางจากในห้องนอนและนอกห้องนอน ภายในตกแต่งโทนออกน้ำตาลที่ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของป่าไม้

Life ลาดพร้าว

อีกหนึ่งห้อง Bedroom ที่แต่งออกมาดูดีไม่แพ้ ห้อง Mater Bedroom อยู่ฝั่งเดียวกับ Living Room ที่แบบไม่ต้อง Built in โทรทัศน์ติดผนังก็แต่งออกมาสวยได้

Life ลาดพร้าว

ตัวโครงการคาดว่าจะสร้างเสร็จประมาณปี 2563 เสร็จพร้อม กับ รถไฟฟ้าพอดี โดย “Life ลาดพร้าว” จะเปิด Pre-Sale ในวันที่ 21-22 พ.ค.เดือนหน้านี้แล้ว ณ Sale Gallery ของโครงการ เชื่อว่าจะต้องขายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน และสร้างเป็นข่าว Talk of The Town ครั้งใหญ่อย่างแน่นอน เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสดีดีแบบนี้ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ VIP ก่อนใคร

ลงทะเบียนพร้อมรับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท* ได้ที่ https://goo.gl/XF3xJj

หรือใครอยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่เบอร์ 1623 ได้เลย

 

Cr. Bkkmanu, Wikimedia

We Recommend
บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

Atelier Residence บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก Aland Development ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยการนำแนวคิด Oval Design ดีไซน์เพื่อความเป็นส่วนตัวที่สุด ไม่ถูกรบกวนจากภายนอกในแบบฉบับ Private Residence เพียง 8 ยูนิต แต่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกในซ.สหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์   ตัวบ้านสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีทั้งสวนหย่อม สระว่ายน้ำส่วนตัวยาว 20 เมตร ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้ดูโล่งสบาย แฝงกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของบ้าน เช่น ดินเผาสีเทาที่นำมาเป็นอิฐคุณภาพสูงทุกก้อน คอร์คยาร์คนำต้นไม้มงคล ซึ่งไม่ทำให้บ้านเสียหายในอนาคตมาวางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน   ชื่อโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเด้นซ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ 588 ซ.สหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ 7-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 5 ห้องนอน มีลิฟต์ส่วนตัว จำนวนหลัง 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 182 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,150 ตร.ม. แบบบ้าน Type A Zen style Type B Roman style ที่จอดรถ 6 คัน ราคาเริ่มต้น 138 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ มีความเป็นส่วนตัวสูงทั้งจำนวนยูนิต และการดีไซน์ตัวบ้านที่ไม่เหมือนใคร ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม ทำเลใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย และทางด่วนฉลองรัช จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง CrystalPark, CentralFestival Eastville, Central Plaza Grand Rama 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช   ภาพ exterior   ภาพ Interior  

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคำว่าคอนโดมิเนียม โดยนำเอาทำเลรอบๆ ที่มีความเป็นเมือง metropolitan กับธรรมชาติ suburban มาผสมผสานอัตลักษณ์ของ 2 บริบทนี้เข้าด้วยกัน   รอบโครงการได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆของอาคารตั้งแต่ทางเข้าของโครงการจนไปถึงชั้นต่างๆ ของตึกจนถึงบริเวณสูงสุดของอาคาร โดยลักษณะพื้นที่ในสวนในรูปแบบของ pattern ที่เป็นเส้นตรง มีการสลับกันระหว่างพื้นที่สีเขียว ทางเดิน และน้ำ ในส่วนของ facilities หลักของโครงการชั้น 30 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Wellness pool ที่ยาวกว่า 28 เมตร เป็นตัวเชื่อมวิวระหว่างฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหาเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนชั้น 38 และ Rooftop ถูกออกแบบอย่างมี Character และกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดให้มาใช้งาน อาทิ พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยมีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการทำสวนและปลูกผัก ส่งไปถึงการออกกำลังกายบนชั้น Rooftop ใช้สีสันฉูดฉาดชวน Active บนวิวเมืองสวยๆ และยังมีที่นั่งที่เป็น Net Hammock ดูยื่นออกไปนอกอาคารอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองวิวได้อย่างครบ 360 องศา   ภายในสร้างบรรยากาศการตกแต่งแบบร่วมสมัย คือ MODERN แต่ก็ผสมผสาน ART CULTURE แบบ RETRO ในรูปแบบ MODERN RETRO ที่สะท้อนการใช้งานศิลปะเข้ามาผสมผสานในทุกๆพื้นที่ ในส่วนของห้องพักมีความโล่งกว้างสามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงทั้งส่วนบุคคลหรืออยู่เป็นครอบครัว มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ถ่ายเทของอากาศได้ดี จากการออกแบบแปลนของอาคารทำให้ทุกห้องได้รับวิวทัศนียภาพที่สวยงามของสถานที่โดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิวเมืองหรือวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า และมีการประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบให้มีครีบที่ช่วยกันแดดแนวตั้งที่สามารถช่วยลดความร้อนและแสงที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ในบางส่วน โดยที่ไม่บดบังทัศนียภาพนอกอาคาร ชื่อโครงการ THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มหาชน ที่ตั้งโครงการ ถ.จันทน์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-2-60 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น  37 ชั้น จำนวนยูนิต 270 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 32.66 – 47.21 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 37.21 ตร.ม. 2 BEDROOM 58.96 – 90.32 ตร.ม. 2 BEDROOM  PLUS 88.14 – 88.17 ตร.ม.  3 BEDROOM 93.44 – 110.74 ตร.ม. PENTHOUSE 134.88- 188.76 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Auto Parking 270 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2565 ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีช่องนนทรี  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง Makro, Market Place นางลิ้นจี่, Central rama 3, The Up rama 3, Silom Complex,สวนลุมพินี, โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม THE ISSARA SATHORN ภาพ Facilities   ภาพ Interior

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

Ideo Chula-Samyan คอนโดที่ "คิดเพื่อชีวิตจุฬา" แค่ชื่อคอนเซปก็บ่งบอกคาแรคเตอร์ของโครงการนี้ได้ดี เพราะการออกแบบทุกพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ชาวจุฬา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่รู้จบตลอด 24 ชม. อาทิ Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop พร้อมฟรี Wifi 3x Facilities บน 3 ชั้นสูงสุดของอาคาร ท่ามกลางธรรมชาติให้ได้พักผ่อนไปกับวิวกลางเมือง   ชื่อโครงการ Ideo Chula-Samyan (ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน)  เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.วิภาวดี 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10210  พื้นที่โครงการ  3-1-45.5 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น อาคาร A สูง 34 ชั้น อาคาร B สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิต 773 ยูนิต  ขนาดห้อง  STUDIO 26-30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.5-41.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 45-48 ตร.ม. 2 BEDROOM  52-70.5 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 385 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ 400 เมตร จาก MRT สถานีสามย่าน อยู่กลางเมืองที่มีความสะดวกสบายรอบด้าน และ 3x Facilities ชั้นบนสุดของอาคารเต็มพื้นที่ 3 ชั้น เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมฟรี Wifi ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ สถานที่ใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สามย่านมิตรทาวน์, Siam Paragon, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, MBK Center, Silom Square, สวนลุมพินี, Chamchuri Square, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล BNH   3x Facilities     ด้านใน Facilities   Ideo Chula-Samyan เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. 62 Free iPhone 11 Pro Max* ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท      

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง