Tag : รวมรีวิวที่พักย่าน สุขุมวิท

Life Sukhumvit 62 พรีเมี่ยมกว่าที่เคยมีมา

Life Sukhumvit 62 พรีเมี่ยมกว่าที่เคยมีมา

Life Sukhumvit 62 พรี่เมี่ยมกว่าที่เคยมีมา ด้วย Facilities แบบเต็มอิ่มท่ามกลางความเงียงสงบที่แทรกตัวอยู่บนทำเลสุขุมวิท ในราคาที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม จอง ibooking 27 มี.ค นี้     ภาพรวมโครงการ   Life Sukhumvit 62 เป็นคอนโดมิเนียมที่ร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate Group(MEC) โครงการแรกของปี มีลักษณะเป็น High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 438 ยูนิต + 1 Shop บนพื้นที่ 2-2-67.2 ไร่ ที่จอดรถ 40% ขนาดห้องพัก 25-68 ตรม. ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว + ลิฟท์ขนของ 1 ตัว สถาปัตยกรรมออกแบบโดยใช้เส้นสายเพื่อให้ดูนิ่ง เรียบง่ายเหนือกาลเวลา ให้ความรู้สึกแบบพรีเมี่ยมผสานเข้ากับส่วนกลางที่เหมาะแก่การพักผ่อนหรือพบปะกลุ่มเพื่อนท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ แตกต่างจาก Life ตัวอื่นๆ ด้วยคอนเซป Discover ให้ทุกก้าวที่เดินเข้ามาภายในโครงการได้สัมผัสทุกรายละเอียดที่ถูกคิดขึ้นมาตั้งแต่รั้วโครงการ ค่อยๆ เผยความงดงามตามธรรมชาติที่เหมือนยกป่าขนาดย่อมมาไว้ที่นี่      ความใส่ใจในการออกแบบที่จะส่งต่อถึงลูกบ้านมีมาตั้งแต่รั้วโครงการเป็นที่ตั้งใจให้เป็นพุ่มไม้สูงสำหรับบังสายตา และเพื่อความเป็นส่วนตัวจากคนภายนอก ทางเข้าโครงการแบ่งออกเป็นส่วนรถยนต์กับทางคนเดิน เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านสู่พื้นที่สีเขียวหลังรั้วก่อนถึงตัวโครงการ ซึ่งมีทั้งต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น พุ่มไม้เป็นแนวยาวตามทางเดิน มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนที่ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวกลางบ่อน้ำเหมือนธรรมชาติจริงในคอนเซปโมเดิร์นรีสอร์ท   พื้นที่ล็อบบี้เพดานสูงถูกแบ่งเป็นโซนเพื่อการใช้งานจริงได้มากกว่าเดิม ทุกห้องตกแต่งด้วยหินอ่อนโทนสีขาว พร้อมด้วยวัสดุมันวาวสีเทา-ดำตัดกันเพิ่มความหรูหราแต่ยังได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนนั่งอยู่ในถ้ำอันโอ่โถง พร้อมด้วยฟังก์ชั่นหลากหลายตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดี อย่าง CO-WORKING SPACE ที่อยู่บนชั้นลอยแบ่งออกหลายมุมตามการใช้งานจริง เช่น ห้องประชุมขนาดใหญ่พร้อม Glass Whiteboard, ห้องประชุมขนาดเล็ก, โต๊ะทำงานที่ออกแบบมาใหม่เพื่อนั่งทำงานคนเดียวได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยโซนมีปลั๊กไฟพร้อม Wireless Charger มาให้ได้เลือกหาที่นั่งเหมาะๆ สำหรับทำงาน หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน     ชั้น 5 เป็นอีกหนึ่งส่วนกลางที่สามารถเปลี่ยนมุมมองในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยทางคดโค้งพร้อมที่นั่งขนาดใหญ่ ซึ่งถูกออกแบบมาให้หลบสามารถสายตาต่อกัน   ชั้น 23-24 รวมถึง Rooftop ส่วนกลางชั้นบนที่ทำให้เปิดมุมมองได้สวยยิ่งขึ้น เริ่มจากสระว่ายน้ำ Infinity Edge เพิ่มโซนให้ได้นั่งแช่เท้าชมวิวสวย รับลมเย็นไปพร้อมกัน ห้องซาวน่า ห้องฟิตเนสบนชั้น 24 ที่มีกระจก High Ceiling 180 องศา ภายในห้องมีการแบ่งโซนสำหรับการออกกำลังกายทั้งกับอุปกรณ์อันหลากหลายและสำหรับ Body Weight ถัดมาส่วน Sky Lounge ไม่ว่าจะมาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นกลุ่มใหญ่ ก็มีพื้นที่สำหรับทุกคนได้อย่าลงตัว สุดท้ายกับ Rooftop ที่เป็นพื้นที่สีเขียวยังคงคอนเซปแบบเดียวกันกับชั้น Ground ที่มีทั้งต้นไม้ใหญ่ หญ้าสีเขียว พุ่มไม้ประดับเพิ่มความสดชื่น        Unite Type STUDIO ขนาด 25 ตร.ม. จำนวน 91 ยูนิต 1BR / 1 BT ขนาด 30 ตร.ม. จำนวน 169 ยูนิต 1BR / 1 BT ขนาด 35 ตร.ม. จำนวน 62 ยูนิต 1BR+ / 1 BT ขนาด 38 ตร.ม. จำนวน 34 ยูนิต 1BR+terrace / 1 BT ขนาด 39 ตร.ม. จำนวน 10 ยูนิต 2BR / 1 BT ขนาด 45 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต 2BR / 2 BT  ขนาด 50 ตร.ม. จำนวน 38 ยูนิต 2BR / 2 BT  ขนาด 68 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต   โซนพักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 5-23 ซึ่งโครงการนี้มียูนิตที่เป็นไฮไลท์อยู่ที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 39 ตร.ม. เพราะเป็นแปลนใหม่ล่าสุดจาก AP โดยออกแบบมาจากไลฟ์สไตล์จริงของลูกบ้าน โดดเด่นตรงมีระเบียงห้องที่กว้างขวางจนสามารถใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้เลย ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับระเบียงแบบ Double Skin วางอยู่ตำแหน่งด้านหน้าโครงการเพียง 10 ยูนิตเท่านั้น รวมยูนิตทั้งหมด 438 ยูนิต ถือว่าไม่มากเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี       ทำเลและการเดินทาง ย่านบางจากถือเป็นสุขุมวิทช่วงกลางที่มีความพอดีในตัวเอง คือไม่อยู่ใจกลางเมืองมากเกินไปและไม่ไกลจนเดินทางลำบากเกินไป ซึ่งโซนนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายตั้งแต่ Street Food บิ๊กซี โลตัส เซนจูรี่ ร้านอาหารระดับภัตตาคาร ร้านคาเฟ่ คอมมูนิตี้มอลล์ เซ็นทรัลบางนา โรงพยาบาล ไปจนถึงศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา แม้ว่าจะมีไลฟ็ไสตล์แบบไหนทุกสิ่งก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้รอบด้าน ซอยสุขุมวิท 62 เดิมทีเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ ด้วยความที่ส่วนมากเป็นบ้านเดี่ยวมีพื้นที่ ดังนั้นจึงเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะในระดับหนึ่ง ภายในซอยแห่งนี้จึงไม่มีอาคารสูงอยู่เลย ณ ปัจจุบัน การมาของ Life Sukhumvit 62 จึงเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงที่สุดในย่านนั้นไม่ต้องห่วงการถูกบล็อควิวและยังได้ความส่วนตัวสูง เพราะเป็นซอยที่คนไม่พลุกพล่าน โดยซอยนี้มีความยาวไม่มากประมาณ 700 เมตรเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นความโดดเด่นที่สุดของที่นี่ก็คือช่วงท้ายซอยห่างจากโครงการเพียง 500 เมตร ก็จะพบจุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้การเชื่อมต่อเข้าเมืองยาวไปออกฝั่งธนหรือต่อไปยังเส้นทางรามอินทรา-อาจณรงค์ก็ใช้เวลาไม่กี่นาที ที่สำคัญการจราจรในซอยนี้ก็ไม่ติดขัดมากนัก วันไหนจะเปลี่ยนแผนการเดินทางหันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็เดินจากโครงการไปได้ประมาณ 200 เมตร ก็จะถึง BTS สถานีบางจาก เดินทางอีก 4 สถานีถึงสถานีทองหล่อใช้เวลาเพียง 7 นาที หรืออีก 6 สถานีก็จะถึงสถานีอโศกใช้เวลาประมาณ 11 นาที      ในบรรดาทำเลของคอนโดมิเนียมมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่จะใกล้ทั้งทางด่วนกับรถไฟฟ้าไปพร้อมๆ กันในระยะเพียงแค่ 500 เมตร และด้วยศักยภาพที่มีทั้งหมดที่กล่าวมาคือความ Prime ของทำเลแห่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะกลายเป็นอีกย่านหนึ่งที่จะได้รับความนิยมตามมาในไม่ช้า สำคัญที่สุดในเรื่องของราคาที่แม้องค์ประกอบทุกอย่างจะสมบูรณ์พอดี แต่ราคายังสามารถเอื้อมถึงได้ไม่สูงเกินจริง         เปิดห้องตัวอย่าง     เรามาเริ่มกันจาก BTS สถานีบางจาก บรรยากาศแถวนี้ดูเรียบง่ายค่ะ ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยวอะไร ไม่กี่ก้าวเราก็เจอกับซอยสุขุมวิท 62 ซึ่งเป็นซอยขนาด 4 เลนสวนกันโดยไม่มีเกาะกลางถนนไปตลอดเส้นทาง เดินเข้าซอยมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องข้ามถนนประมาณ 200 เมตรก็จะพบกับโครงการ Life 62 หากเลยไปทางท้ายซอยก็จะเป็นทางเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครได้เลย Sale Gallery มองจากภายนอกแล้วจะดูลึกลับชวนให้เข้าไปค้นหา พอเดินผ่านเข้ามาจะรู้สึกเหมือนกับผ่านปากประตูถ้ำมาพบกับบรรยากาศอันร่มรื่นภายในเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง บรรยากาศภายใน Sale Gallery ดูโอ่งโถ่งแต่ยังคงคอนเซปความใกล้ชิดธรรมชาติเอาไว้ เก้าอี้ตัวนี้ถูกดีไซน์ขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุดทั้งโต๊ะเล็กที่ยื่นออกมาสำหรับวาง Laptop และรูปลั๊กด้านข้างเก้าอี้ ให้ได้นั่งทำงานพร้อมพิงหลังได้สบายๆ ซึ่งเก้าอี้แบบนี้จะถูกวางไว้ในโซนล็อบบี้ โดยมีแค่ที่ Life 62 เท่านั้น เราเข้าไปดูห้องตัวอย่างแรกกันค่ะ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ซึ่งเป็น Type ที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดของโครงการถึง 38% เปิดห้องเข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่น ภายในห้องใช้ไฟ Downlight ความสูง floor to ceiling 2.6 เมตร พื้นลามิเนต ฝั่งซ้ายเป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ขนาด 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง หลังเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์เป็นส่วนของห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ Kohler ส่วนก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า และฝักบัวที่สามารถปรับอุณภูมิน้ำได้เลยในตัวจากแบรนด์ Grohe ห้องน้ำทุกยูนิตในโครงการใช้นวัตกรรมห้องน้ำสำเร็จรูป (Bathroom Pods Innovation) ซึ่งมีข้อดีตรงที่เมื่อเกิดปัญหาเรื่องระบบน้ำก็จะสามารถหาจุดแก้ไขได้เลยทันที ไม่ส่งผลกระทบต่อยูนิตอื่นๆ ออกมาจากห้องน้ำแล้วไปดูกันที่ส่วนถัดไปกันค่ะ พื้นที่ข้างโซฟาถูกจัดให้เป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบลูมิเนียมสีดำความสูงชิดเพดาน ทำให้ห้องดูโปร่งไม่ทึบจนเกินไป ภายในห้องครัวปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวใช้หินสังเคาระห์ วางเคาน์เตอร์แบบ One Wall Kitchen พร้อมเว้นช่องสำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ตรงมุมห้องใกล้กับระเบียง บนเคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็นอ่างล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ และเตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน และบานตู้-ลิ้นชัก ใช้ระบบ Soft Close ค่ะ ห้องครัวจะเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบลูมิเนียมสีดำ มีธรณีประตูสูงขึ้นมา สามารถกันน้ำและฝุ่นจากภายนอกได้ค่ะ โดยด้านนอกระเบียงมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าบริเวณใต้ Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกตัวอาคาร ส่วนรั้วกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ สุดท้ายของห้องนี้ มาดูกันที่ห้องนอน ซึ่งอยู่ระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวค่ะ ภายในห้องสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต เอาไว้ตรงกลางห้องแล้วยังมีทางเดินรอบเตียงเหลือทั้ง 2 ข้าง หน้าต่างห้องนอนได้กระจกบานใหญ่ให้ได้มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างเต็มที่ สามารถเปิดหน้าต่างแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน ข้างเตียงอีกฝั่งจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาด 2 บานประตู มีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้ง และปลายเท้าสามารถเคาน์เตอร์วางทีวีขนาดเล็กได้ ต่อมาที่ห้องตัวอย่างสุดท้ายค่ะ เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. ส่วนแรกของห้องเป็นห้องครัวเปิดค่ะ โดยฝั่งขวามือจะเป็น One Wall Kitchen ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาคารขนาด 4 ที่นั่ง ชุดครัวจากแบรนด์ Franke ทั้งเตา 2 หัว เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานแบบฝั่งใต้เคาน์เตอร์ และมีช่องว่างสำหรับวางตู้เย็นเอาไว้ตรงกำแพงมุมห้อง มีระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับโต๊ะทานอาหารค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ ลึกเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นค่ะ ขวามือเป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ฝั่งซ้ายสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้ พร้อมโต๊ะกลาง ระเบียงห้องเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น กั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขอบอลูมิเนียมสีดำ ภายนอกระเบียงกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ และ Condensing Unit หันออกนอกตัวอาคาร เข้าไปดูฝั่ง Private Zone กันบ้างค่ะ แบ่งเป็นฝั่งขวามือ มี 2 ห้อง และฝั่งซ้ายมืออีก 1 ห้องค่ะ เราเดินเข้ามาดูที่ห้องทางฝั่งซ็ายมือกันก่อนค่ะ บริเวณกลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังเหลือที่สำหรับทางเดินทั้ง 2 ข้าง ส่วนปลายเตียงก็สามารถวางเป็นเคาน์เตอร์โทรทัศน์หรือจะวางโต๊ะทำงานก็ได้นะคะ ความพิเศษของห้องนี้ก็คือบริเวณหัวเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่แบบกระจกเข้ามุม เปิดมุมมองให้กว้างขึ้นจากเตียงนอนของเราเองเลยค่ะ อีกด้านของเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบบานสไลด์ค่ะ ปลายเตียงด้านข้างโต๊ะวางโทรทัศน์จะมีห้องน้ำในตัวค่ะ ภายในห้องน้ำแบบสำเร็จรูปนี้จะถูกปูผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีขาว ใช้อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กั้นส่วนเปียก-แห้ง ด้วยบานประตูกระจก สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งตรงข้ามกันค่ะ เป็นอีกหนึ่งความพิเศษของห้องนี้คือประตูแบบ Double Access ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนอนที่ 2 กับโซน Common Area ของห้อง ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของเจ้าของห้องเวลามีแขกมาเยี่ยมค่ะ ภายในห้องนอนที่ 2 ค่ะ ถ้าเปิดประตูหลักของห้องนอนนี้ ห้องน้ำที่ก็เป็นห้องน้ำในตัวก็จะอยู่ทางขวามือ กลางห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือรอบเตียงเช่นกันค่ะ ข้างเตียงได้กระจกบานใหญ่ สามารถเปิดบานกระทุ้งออกได้ 1 บาน อีกข้างของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าแบบประตูบานสไลด์ ส่วนปลายเตียงถูกจัดให้เป็นเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ขนาดเล็ก หรือเราจะดัดแปลงเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับโต๊ะทำงานไปด้วยก็ได้นะคะ ภายในห้องน้ำมีขนาดเท่าๆ กันกับห้องน้ำในตัวของอีกห้องค่ะ ทั้ง 2 ห้องนอน เรียกได้ว่าไม่มีห้องไหนที่เป็นห้องนอนขนาดเล็ก แต่กลับเป็น Master Bedroom ทั้งสองห้องเลยค่ะ   หากใครที่ติดตามแบรนด์ Life มาตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ว่าจะเป็น Life ladprao, Life wireless, Life asoke และ Life Pinklao เชื่อว่าทุกคนคงเห็นการพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่เปิดตัวออกมาทั้งทำเลที่ดี วัสดุได้คุณภาพ ความใส่ใจในการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ทุกสิ่งล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อสนองกับความต้องการในไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน สะท้อนออกมาเป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สองคล้องกับชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ก็เหมือนกับ Life ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ   เตรียมตัว Online Booking พร้อมรับส่วนลดมากกว่า 300,000 บาท เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นในวันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 19.00-21.00 น. ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 120,000 บาท/ตร.ม.  
Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 (Advertorial)

Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 (Advertorial)

หากพูดถึง Developer ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่แต่ละค่ายจะมีความถนัดในการพัฒนาโครงการหรือทำเลแตกต่างกันออกไป เช่น บางค่ายถนัดพัฒนาโครงการหรูทำเลใจกลางเมือง, บางค่ายถนัดพัฒนาแนวราบ เป็นต้น และเมื่อพูดถึงค่ายที่มีความชำนาญในทำเลกรุงเทพฯ โซนตะวันออกมากที่สุดก็คือ “ออริจิ้น” Developer ชื่อดังมาแรงแซงทุกกระแสในวงการอสังหาริมทรัพย์จนสามารถพุ่งขึ้นติด Top 5 ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนทุกวันนี้ไม่ว่าออริจิ้นจะขยับตัวพัฒนาโครงการไม่ว่าจะรูปแบบไหนทำเลใดก็จะเป็นที่ถูกจับตามองอยู่เสมอ ทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ แม้จะดูห่างไกลสำหรับบางคนที่ไม่คุ้นชินย่านนี้ แต่หากลองมองถึงรายละเอียดสักหน่อยก็จะพบว่าทำเลนี้น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งระยะหลังมานี้หลายคนคาดการณ์ถึงความเจริญเติบโตของระแวกนี้ว่าน่าจะไปได้สวยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีสาธารณูปโภคสมบูรณ์ไม่แพ้ใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่งในปัจจุบัน เช่น เซ็นทรัลบางนา, เมกะบางนา ฯลฯ รวมถึงโปรเจคยักษ์ใหญ่ในอนาคตอย่าง The Bangkok Mall โครงการมิกซ์ยูสที่จะเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม สำนักงาน หากเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรจะกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงอันทันสมัยขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเอเชียบนพื้นที่ 100 ไร่ ที่ฝั่งตรงข้ามไบเทคบางนา และ Mega City Bangna อีกหนึ่งโปรเจคที่เป็นการขยายต่อจากเมกะบางนาในปัจจุบัน รวมพื้นที่โครงการทั้งหมดถึง 400 ไร่ ไปจนถึงผลพลอยได้จากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC: Eastern Economic Corridor) เพราะสามารถใช้เส้นทางโซนนี้ในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ สู่พื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดของโครงการได้สะดวกสบายใช้เวลาเดินทางไม่มาก แถมราคาที่อยู่อาศัยโซนนี้ก็ยังไม่แรงอีกด้วย ทั้งหมดนี้จะเข้ามาพลิกโฉมโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกนี้ให้กลายเป็นเมืองใหม่ได้ไม่ยาก     นอกจากนี้การเลือกคอนโดมิเนียมจะดูแค่ทำเลอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ตัวโครงการเองก็สำคัญ เพราะหากเป็นโครงการที่ออกแบบมาสวย ให้ส่วนกลางมาเพียงพอต่อลูกบ้าน การใช้วัสดุที่มีคุณภาพก็จะยิ่งทำให้ดูมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อราคาค่าเช่าโดยเฉพาะในย่านแบริ่งที่มีอัตรา YIELD สูงถึง 7% และราคาขายต่อไปในอนาคต ทั้งหมดนี้แน่นอนว่าเราจะมาพูดถึงคอนโดมิเนียมตัวใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น ในทำเลแห่งอนาคตที่ดีในระยะยาว สำหรับคอนโดมิเนียม Knightsbridge ระดับเรือธงจากออริจิ้นในแบรนด์ Collage ได้เคยเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้บนทำเลรามคำแหง ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีด้วยทำเลติดรถไฟฟ้าสายสีส้ม และการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร กลายเป็นคอนโดที่สวยที่สุดในย่านนั้นก็ว่าได้ ล่าสุดกลับมาอีกครั้งกับ Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 ที่ก็จะมาครองแชมป์คอนโดมิเนียมที่สวยที่สุดรวมถึงมีเทคโนโลยีที่อยู่อาศัยอันทันสมัยที่สุดในย่านนั้นอีกเช่นกัน     Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 304 ยูนิต+1 Shop บนพื้นที่ 1-1-50.8 ไร่ Automatic 42% ตัวโครงการห่างจาก BTS สถานีแบริ่ง 300 เมตร เป็น 1 ใน 3 คอนโดมิเนียมที่เผยโฉมออกมาเป็นลำดับแรกตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยวางคอนเซปการดีไซน์ว่า “Purity” เน้ความเรียบง่าย ใช้โทนสีขาวดูสะอาดตา แฝงด้วยเส้นสาย Dynamic Movement เข้ากับธรรมชาติแต่ดูทันสมัยอยู่เสมอ   สถานที่ตั้งของโครงการอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 107 หรือที่เรียกกันติดปากว่าซอยแบริ่งนั้นห่างจาก BTS สถานีแบริ่ง ประมาณ 300 เมตร ซึ่งจากปากซอยสามารถเดินไปขึ้น BTS สายสีเขียว สถานีแบริ่ง ได้ประมาณ 200 เมตร ระหว่างทางมี Street Food ให้ได้เลือกกันหลากหลาย ซึ่งซอยสุขุมวิท 107 นี้สามารถทะลุไปยังซอยสุขุมวิท 103(ลาซาล) และตรงออกสู่ถนนศรีนครินทร์ได้ เมื่อทะลุไปถึงฝั่งถนนศรีนครินทร์ก็จะอยู่ใกล้กับบิ๊กซี, แม็คโคร, ฟู้ดแลนด์, คอมมูนิตี้มอลล์ Jas Urban รวมถึงโรงพยาบาลศิครินทร์ ในอนาคตถนนศรีนครินทร์ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ผ่านเกือบตลอดเส้นทาง เรียกได้ว่าซอยแบริ่งจะถูกประกบทั้งสองฝั่งด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีเหลือง  หากใช้การเดินโดยรถไฟฟ้าก็จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าสู่ย่าน CBD อย่างอโศก-ทองหล่อได้เลย โดยจากสถานีแบริ่งห่างออกไปเพียงสถานีเดียวที่สถานีสำโรง อนาคตจะกลายเป็น Interchange กับสายสีเหลือง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 หรือเพียงสถานีเดียวอีกเช่นกันก็จะถึงสถานีบางนาที่สามารถเดินเข้าสู่ไบเทคบางนาได้เลย แล้วในอนาคตจะมี Light Rail รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ คาดว่าแล้วเสร็จปี 2566 ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สามารถใช้ทางด่วนบูรพาวิถีออกนอกเมืองไปทางบางนา-ชลบุรีตรงถนนบางนาตราด หรือจะเข้าเมืองด้วยทางพิเศษเฉลิมมหานคร และสามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอก มีจุดขึ้น-ลงที่ใกล้ที่สุดบริเวณช้างสามเศียร ทางด่วนทั้งหมดอยู่ในรัศมีไม่เกินประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น  Facility ของโครงการนี้เป็นหนึ่งไฮไลท์ที่ให้พื้นที่รวมแล้วกว่า 948 ตร.ม. ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ หรือมุมพักผ่อนสังสรรค์ภายในโครงการ โดยใช้การออกแบบพื้นที่ทั้งภายในซึ่งเป็นห้องโถ่งขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูงเล่นระดับ Double Space&Triple Space เชื่อมต่อถึงกันได้กับพื้นที่ธรรมชาติภายนอกที่ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะชั้นบนสุดที่ถูกวางตามแบบฉบับ Integrated Space เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น เริ่มจากส่วนกลางชั้น Ground มีการจัดพื้นที่สีเชียวตั้งแต่หน้าโครงการก่อนจะเข้ามาถึงตัวอาคารที่มีส่วนล็อบบี้เพดานสูงโปร่ง แยกโซนเป็นสัดส่วนทั้ง Reception, Waiting Room, Library ให้ลูกบ้านได้ใช้พื้นที่ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ส่วนชั้น 26-28 เป็นส่วนกลางที่อยู่สูงสุดของอาคาร ไล่มาตั้งแต่ชั้น 26 ที่เป็นสระว่ายน้ำรูปตัว L เปิดมุมมองแบบ City View สวยๆ ได้เกือบ 360 องศา ชั้น 27 เป็นห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มีกระจกสูงรอบด้าน และโซน Co-Working Space ชั้น 28 จุดสูงสุดของอาคารมีพื้นที่ Sky Lounge โดยส่วนกลางทุกชั้นจะมีสวนสีเขียวแบบ Outdoor ซึ่งถูกดีไซน์ให้มองแล้วมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมดสะท้อนถึงความเป็น More Space ที่แตกต่าง   Floor Plan  โซนห้องพักอาศัยจะอยู่ที่ชั้น 8-25 มีจำนวนยูนิต 15-17 ยูนิต/ชั้น ถือว่าไม่มากเท่าไรนัก วางในลักษณะ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุดทั้ง 2 ฝั่งของอาคาร ซึ่งห้องทางฝั่งทิศเหนือจะเป็นฝั่งหน้าโครงการได้วิวรถไฟฟ้าที่มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมือง ส่วนทิศใต้จะได้วิวฝั่งชานเมืองออกไปทางจังหวัดสมุทรปราการ ทิศตะวันออกจะเห็นฝั่งถนนศรีนครินทร์ และทิศตะวันตกประมาณชั้น 10 ขึ้นไปจะได้วิวบางกระเจ้า       Unite Plan Unite Plan ของโครงการนี้ทางออริจิ้นตั้งใจนำเอาแปลนห้องยอดนิยมมารวมไว้ที่นี่เพื่อตอบสนองความต้องการของ Real Demand ที่มีอยู่ตลอดในย่านนี้ เพราะเป็นทำเลที่มีอัตราการขายสูงกว่า 70% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น บางนา บางพลี บางปู กลุ่มอาจารย์ บุคลากรในโรงเรียนนานาชาติชื่อดังอย่าง โรงเรียนนานาชาติ st.andrews, โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Patana หรือโรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติ เป็นต้น อีกทั้งยังมีกลุ่มคนทำงานออฟฟิศในตัวเมืองที่ต้องการอยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้า แต่เลี่ยงออกมาอยู่รอบนอกไม่ไกลแล้วได้ราคาที่ดีกว่า  Type B1 24.40 ตร.ม. Studio ที่มีการกั้นห้องครัวกับห้องน้ำแยกออกจากห้องนอนเพื่อป้องกันกลิ่น และยังมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาและมุมโต๊ะทำงานเอาไว้   ข้างเตียงด้วย Type B2 28.80 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom เป็นครัวปิด และมีการออกแบบพื้นที่มาเพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทานอาหารข้างโซฟา และโต๊ะทำงานระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำ Type BP1 33.30 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom ห้องนี้เป็นครัวเปิด แต่จะได้ห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้น 1 ห้อง ซึ่งสามารถดัดแปลงเป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือแม้แต่ห้องนอนเล็กก็ยังได้ Type B3 ขนาด 34.80 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom ได้ครัวปิด และมีการออกแบบพื้นที่มาเพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประโยชน์สูงสุดเช่นเดียวกันกับห้อง Type B2 แต่จะได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า Type C ขนาด 53.60 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom ห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการที่จะได้ครัวปิด ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ รวมถึงห้องนอน 2 ห้องที่มีขนาดใกล้เคียงกันอีกด้วย ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือการใส่เทคโนโลยีเข้าไปในที่อยู่ศัยอย่าง Automatic Parking, Digital Door Lock และ Home Automation  ที่สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดประตูห้อง ผ้าม่าน เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ผ่านจากสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ซึ่งโครงการในย่านนี้ยังไม่มีใครให้มากเท่านี้ เพราะส่วนมากแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่เทียบเท่ากับโครงการระดับลักชัวรี่ในทำเลใจกลางเมือง แต่สำหรับ Knightsbridge Collage Sukhumvit 107 ที่ให้มามากกว่ากลับได้ราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท 24 มี.ค.นี้ พบกับงาน Pre-Sale Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107 คอนโด Hi Rise 28 ชั้น เพียง 300 เมตร จาก BTS แบริ่ง หนึ่งเดียวในย่าน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Home Automation และ Automatic Parking พร้อมส่วนกลาง SPACE ที่เชื่อมต่อกันถึง 4 ชั้น พิเศษ เริ่ม 2.29 ล้าน* @Sales Gallery ลงทะเบียน>>> https://goo.gl/xhdm4T รับสิทธิ์ส่วนลด 200,000.-* โอกาสสุดท้าย ที่คุณพลาดไม่ได้ โทร 020 300 000 , 091 774 9082             
IKON Sukhumvit 77 – ไอคอน สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

IKON Sukhumvit 77 – ไอคอน สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

IKON Sukhumvit 77 (ไอคอน สุขุมวิท 77) - คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น บนทำเลซอยสุขุมวิท 77 และ 81 ทางลัดสู่ BTS อ่อนนุชได้เพียง 3 นาที ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ติด Community Mall เพียง 20 เมตร   รายละเอียดโครงการ ราคา เริ่มต้น 1,990,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม. เริ่มต้น 85,665 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ บริษัท วี พร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ลักษณะคอนโด คอนโด Row Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร พื้นที่โครงการ 3-3-55 ไร่ จำนวนห้อง 442 ยูนิต ที่จอดรถ แบบ Automatic Parking Machine ที่ตั้งโครงการ ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 77-81 (อ่อนนุช 10) แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง Century Movie Plaza บิ๊กซี อ่อนนุช เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช People Park Habito Mall เกตุเวย์ เอกมัย รพ.สุขุมวิท รร.นานาชาติเซนต์แอนดรู ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท   ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 23.23 - 26.01 ตร.ม. 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 27.45 - 31.56 ตร.ม. 2 ห้องนอน ขนาด 43.27 - 47.05 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำหินอ่อน Amphitheatre Double Volume Lobby Lounge 24hr Co-thinking space 24hr Dynamic Fitness Outdoor Jogging track Self-Laundry zone Mailbox Smart Car Access Automatic Parking Machine Shuttle Van Service ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.ikon-sukhumvit77.com/
“Siamese Exclusive 42” ตอบโจทย์การลงทุนบนทำเลสุขุมวิทตอนกลาง

“Siamese Exclusive 42” ตอบโจทย์การลงทุนบนทำเลสุขุมวิทตอนกลาง

“สุขุมวิท” ทำเลที่เป็นที่หมายตาของทุกคน เป็นหนึ่งในทำเลที่ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ หลายรายเลือกปักหมุดแย่งส่วนแบ่งตลาดในทำเลทองย่านนี้แทบทั้งนั้น โดยเฉพาะบริเวณสุขุมวิทตอนกลางอย่าง “ทองหล่อ-เอกมัย” ที่ยังคงเป็นทำเลยอดฮิตของเหล่าโครงการคอนโด Hi-end ตลอดกาล เนื่องจากเป็นทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่าน ใกล้ด่านขึ้นลงทางด่วน เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อถนนหลายๆ สายสำคัญของกรุงเทพ เป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจ ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง รายล้อมไปด้วยร้านอาหารชั้นนำมากมาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายแบบคนเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นที่หมายตาในลำดับต้นๆ ของทุกคน ปัจจุบันเทรนการอยู่อาศัยของคนเมือง นอกจากจะหันมาซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมากขึ้นแล้ว การซื้อคอนโดเพื่อการลงทุน ทั้งปล่อยเช่า และเก็งกำไรขายต่อ ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยเช่นกัน และไม่ใช่แค่คนกรุงเทพฯเท่านั้นที่สนใจทำเลกลางเมืองแบบนี้ กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยที่ต้องทำงานใจกลางเมือง ยังคงนิยมเลือกที่พักอาศัยในย่านสุขุมวิทแทบทั้งสิ้น ดังนั้นตลาดการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมให้ชาวต่างชาติในย่านนี้จึงคึกคักมาเป็นพิเศษ เนื่องจากที่ดินทำเลดีใกล้รถไฟฟ้าในย่านสุขุมวิทหายากขึ้นเรื่อยๆ ราคาที่ดินในย่านนี้จึงปรับตัวขึ้นอย่างน่าตกใจ มีข่าวการเสนอขายที่ดินติดถนนสุขุมวิทราคาไม่ต่ำกว่า 1.5-2 ล้านบาท/ตารางวา ให้ได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้าราคาขายของคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ในย่านทองหล่อ-เอกมัย จะพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร ในบางโครงการและมีแนวโน้มจะขยับราคาขึ้นอีกในอนาคต ด้วยจุดเด่นของทำเล เป็นที่ต้องการสูงของตลาด และการลงทุนซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นไปอย่างคล่องตัว ซึ่งมีการวิเคราะห์ถึงโอกาสการลงทุนคอนโดมิเนียมในย่านนี้ว่ามี Capital Gain ที่ดี โอกาสการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าก็ได้อัตราค่าเช่าสูงเช่นกัน ในขณะที่การขายต่อเปลี่ยนมือก็ทำกำไรได้ดีไม่แพ้กัน เมื่อไม่นานมานี้ มีการพูดถึงราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียม High Rise ทำเลเอกมัยว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 75% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันราคาขายต่อก็ทำราคาส่วนต่างได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว ที่มา : Plus Property การคาดการณ์ถึงอนาคต คาดว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 2561-2563) จะมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่อีกจำนวนไม่น้อย และด้วยความที่เป็นทำเลยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ กลุ่มผู้ลงทุนคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าจึงมุ่งเป้ามาที่โครงการในย่านนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ก็ด้วยเหตุผลที่สามารถทำเงินจากอัตราค่าเช่าได้ค่อนข้างสูงนั่นเอง   โครงการน่าจับจองในทำเล สุขุมวิท 42 โครงการ “Siamese Exclusive 42” เป็นหนึ่งโครงการที่น่าจับตา และน่าจับจองมากในเวลานี้ นอกจากจะเป็นคอนโดมิเนียม High Rise สไตล์ญี่ปุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในย่านนี้แล้ว ตัวโครงการก็อยู่ถัดเข้ามาในซอยสุขุมวิท 42 นิดเดียว ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยเพียง 300 เมตรเท่านั้นค่ะ ถึงจะเป็นเป็นซอยที่มีการเดินรถทางเดียว แต่ก็เป็นซอยเลขคู่ที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 4 และอยู่ในฝั่งขาเข้า ทำให้การเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองเป็นเรื่องง่ายดาย แผนที่โครงการ Siamese Exclusive 42 ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 42 ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัยเพียง 300 เมตรเท่านั้น “The Luxury of Modern Japanese” คือ คอนเซปต์การออกแบบของโครงการ ที่ต้องการยกระดับการอยู่อาศัยไปอีกขั้น ผสานเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น กับเส้นสายความเป็นไทย สู่สถาปัตยกรรมมที่เรียบง่าย เพื่อคุณภาพการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ภายในโครงการจัดเต็มด้วย Facility ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งพื้นที่สีเขียวบริเวณสวนระหว่างชั้น สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องสตรีมและซาวน่า รวมถึงที่จอดรถแบบอัตโนมัติ ซึ่งทุกส่วนถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง นอกจากนี้เพื่อการตอบโจทย์ของกลุ่มผู้ลงทุนปล่อยห้องเช่า ทางโครงการจึงริเริ่มแนวคิดการทำคอนโดมิเนียมที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องการปล่อยเช่า โดยเริ่มใช้กับโครงการ Siamese Exclusive 42 เป็นแห่งแรก ในส่วนของพื้นที่การอยู่อาศัยจะมีการแยกล็อบบี้ และ Facility ออกจากกัน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ที่เลือกซื้อห้องชุดไว้สำหรับการอยู่อาศัยเอง ในขณะเดียวกันในส่วนที่ต้องการปล่อยห้องเช่า ก็จะเพิ่มบริการพิเศษสำหรับดูแล ต้อนรับผู้เช่าให้ได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ ห้องชุดของโครงการ Siamese Exclusive 42 ออกแบบห้องชุดมาให้เลือก 3 Type ด้วยกัน คือ ห้อง 1 Bedroom, 2 Bedroom, 3 Bedroom และ Penthouse โดยมีขนาดห้องตั้งแต่ 33.67 – 157 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้นที่ 5.56 ล้านบาท หรือราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้นที่ 157,149 บาท/ตารางเมตร ซึ่งขายมาให้แบบ Fully Fitted ค่ะ ถ้าเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกเดียวกัน ต้องบอกว่าโครงการ Siamese Exclusive 42 มีราคาเฉลี่ยไม่แพงเลยค่ะ (ประมาณ 165,159 บาท/ตารางเมตร) แถมยังเป็นโครงการใหม่เอี่ยมที่ออกแบบมาเอาใจกลุ่มตลาดต่างชาติได้ดี ในขณะที่โครงการอื่นๆ ที่เปิดตัวกันไปหลายปีก่อนหน้านี้ยังมีราคา Resale เฉลี่ยต่อตารางเมตรใกล้เคียงกัน หรือแม้แต่คอนโด Low Rise ในย่านเดียวกันก็ยังมีราคาขายต่อเฉลี่ยสูงถึง 177,000 บาท/ตารางเมตรเลยทีเดียว แน่นอนว่าในอนาคต ราคาที่ดิน และราคาขายคอนโดมิเนียมในย่านเอกมัยจะยังคงถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกลงทุนในขณะที่ราคายังอยู่ในเรทที่จับต้องได้ แถมยังได้โครงการที่อยู่บนทำเลติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าแค่เอื้อมแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป หากคุณกำลังต้องการใช้ชีวิตท่ามกลางความสะดวกสบายบนทำเลศักยภาพ ในใจกลางเมืองเช่นนี้ ไม่ควรพลาดโครงการ Siamese Exclusive 42 ด้วยประการทั้งปวง รายละเอียดราคาและเงื่อนไขการขาย 1 Bedroom เริ่มต้น 33.67 ตารางเมตร Type 1A-1A ราคา 5.56 ล้านบาท (165,159 บาท/ตารางเมตร) ราคาต่อพื้นที่ เริ่มต้น 157,149 บาท/ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ชั้น 2 จอง 50,000 บาท ทำสัญญา 5% (ของราคาห้อง) ผ่อนดาวน์ 15% จำนวน 25 งวด โอนกรรมสิทธิ์ 80% ค่าส่วนกลาง 75 บาท / ตร.ม. / เดือน ค่ากองทุนส่วนกลาง 800 บาท / ตร.ม. ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ ค่ากองทุนส่วนกลางรายเดือน 5 บาท/ ตร.ม./เดือน โปรโมชั่น จอง 50,000 บาท ลด 10 เท่าของเงินจอง ยูนิตพิเศษเท่านั้น (ตรวจสอบตำแหน่งห้องกับฝ่ายขายโครงการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : https://goo.gl/3KgMoj
“Ideo Mobi Sukhumvit 40” ส่องทำเลคอนโดใหม่ใกล้รถไฟฟ้า ตามสไตล์อนันดา

“Ideo Mobi Sukhumvit 40” ส่องทำเลคอนโดใหม่ใกล้รถไฟฟ้า ตามสไตล์อนันดา

ล่าสุดทาง Ananda เพิ่งจะเปิดข้อมูลโครงการ Ideo Mobi ใหม่พร้อมกันถึง 3 โครงการ นั่นคือ “Ideo Mobi รางน้ำ” “Ideo Mobi พระราม 4” และ “Ideo Mobi สุขุมวิท 40” ซึ่งทำเลที่ตั้งของแต่ละโครงการยังคงเกาะติดรถไฟฟ้าอย่างเหนียวแน่น ทำให้ทุกการเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกง่ายดาย เอาใจไลฟ์สไตล์คนเมืองไปเลยเต็มๆ   ครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “Ideo Mobi สุขุมวิท 40” กันค่ะ เพราะมีข้อมูลมาว่า โครงการนี้เป็น Low Rise โครงการแรกของแบรนด์ Ideo Mobi เลยนะคะ แถมยังเลือกทำเลใจกลางเมืองอย่างซอยสุขุมวิท 40 ซึ่งเป็นย่านที่มักจะได้รับการตอบรับและเป็นที่จับตาอยู่ตลอดเวลา ทำเลนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง เราไปเจาะลึกข้อมูลทำเลของโครงการ “Ideo Mobi สุขุมวิท 40” กันเลยดีกว่า   สุขุมวิท ทำเลตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง “ซอยสมานฉันท์” คือที่ตั้งของโครงการ Ideo Mobi สุขุมวิท 40 ซอยนี้เป็นซอยย่อยที่เชื่อมซอยสุขุมวิท 40 และสุขุมวิท 42 ไว้ด้วยกัน ทั้ง 2 ซอยนี้เป็นถนนวันเวย์ สามารถเดินรถได้ทางเดียวนะคะ โดยเป็นซอยที่เชื่อมถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 4 ไว้ด้วยกันอีกที ดังนั้นการเข้าออกโครงการจึงสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ซอย ขึ้นอยู่กับการเดินทางในแต่ละครั้งนั่นเอง การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สะดวกด้วยเส้นทางถนนหลักที่สามารถเลือกใช้ได้ทั้งถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 4 ออกจากซอยสุขุมวิท 42 แล้วสามารถเลี้ยวเข้าซอยเอกมัย (ซอยสุขุมวิท 63) ไปออกถนนเพชรบุรีได้อีกทาง ขณะเดียวกันทางด้านถนนพระราม 4 ก็มีด่านทางด่วนเฉลิมมหานครอยู่ใกล้ๆ หรือจะเลยไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ก็อยู่ถัดออกไปไม่ไกลอีกเช่นกันค่ะ แผนที่โครงการ ที่ตั้งของโครงการสามารถเลือกใช้รถไฟฟ้าได้ทั้ง 2 สถานีเลยค่ะ ทั้งสถานีเอกมัยและสถานีทองหล่อ ด้วยระยะห่างเพียง 600 เมตร จากสถานีเอกมัย และ 660 เมตรจากสถานีทองหล่อ ถือว่าเป็นระยะที่ยังสามารถเดินได้สบายๆ ค่ะ บริเวณปากซอยสุขุมวิท 42 มี Gateway Ekamai ไว้รองรับการจับจ่ายใช้สอย ทั้งร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ตในสไตล์ญี่ปุ่น ขณะเดียวกันเพียงข้ามมาฝั่งตรงข้าม ในซอยเอกมัยก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ร้านอาหารชื่อดัง ค่าเฟ่เก๋ๆ รวมถึง Community Mall สุดฮิปก็อัดแน่นอยู่ในซอยนี้ค่ะ ถ้ายังไม่จุใจ...ห่างออกไปเพียงแค่ 1-2 สถานี คือแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่าง ซอยทองหล่อ และ Em District รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนเบญจสิริ สำหรับการออกกำลังกาย พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติใจกลางเมือง ขอบคุณภาพจาก www.propertyinsight.co Gateway เอกมัย ห้างสรรพสินค้าที่รวบรวมทั้งร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ตในสไตล์ญี่ปุ่น ไว้ให้จับจ่ายใช้สอย ตั้งอยู่บรเวณปากซอยสุขุมวิท 42 ห่างจากโครงการไม่เกิน 600 เมตร ขอบคุณภาพจาก hotmagazine.website The Em District แหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง ที่อยู่ห่างจากโครงการไม่ไกลนัก นั่งรถไฟฟ้า BTS เพียงแค่ 2 สถานีก็ถึงพร้อมพงศ์แล้วล่ะค่ะ นอกจากนี้พื้นที่บริเวณรอบๆ โครงการ Ideo Mobi สุขุมวิท 40 ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังอย่าง โรงเรียนศรีวิกรม์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โรงเรียนนานาชาติ รวมถึงศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ก็อยู่ใกล้มากๆ เช่นเดียวกับโรงพยาบาลชั้นนำอย่าง โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และโรงพยาบาลสุขุมวิท ก็อยู่ในรัศมีรอบๆ โครงการด้วยค่ะ   เคลื่อนไหวไปกับธรรมชาติได้ทุกก้าว ที่ Ideo Mobi สุขุมวิท 40 โครงการ Ideo Mobi สุขุมวิท 40 เป็นที่พักอาศัยซี่รี่ย์ล่าสุดจาก Ananda ท่ามกลางความสงบกลางเมืองหลวง   จึงถูกออกแบบให้มีธรรมชาติเชื่อมต่อเข้าไปถึงทุกพื้นที่ พร้อมกับใส่นวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้าไปอย่างเต็มที่ ในคอนเซ็ปต์ Future Nature เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดสำหรับลูกบ้านทุกคน ยกตัวอย่างเช่น Urban Green, Ultimate Sky Walkway, Urban Forest Pool, Forest Canopy Pool พื้นที่พักผ่อนส่วนกลางท่ามกลางธรรมชาติที่จำลองป่าไว้กลางเมือง รวมไปถึงการเลือกใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Cell Panel และ Smart Solar Fresh Air เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.49 ล้านบาท* Future-Nature ตัวอาคารถูกออกแบบให้โอบล้อมพื้นที่สีเขียว Urban Forest ขนาดใหญ่ ผู้พักอาศัยจะสัมผัสได้ถึงการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ลืมความวุ่นวายจากภายนอกแม้จะอยู่ใจกลางเมือง Double Swimming Pool สระว่ายน้ำบนชั้น Ground Floor และชั้น Rooftop ให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสบรรยากาศที่สวยงามของวิวสวน Urban Forest และผ่อนคลายในวันหยุดสุดพิเศษได้เต็มที่ Forest Canopy Pool สระว่ายน้ำบนชั้น Rooftop พร้อม Walk way เชื่อมต่อทั้ง 2 อาคารไว้อย่างลงตัว Urban Fitness ออกกาลังกายพร้อมวิวสวนสวย ที่พร้อมให้คุณใช้พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดทั้งวัน   “Ananda Online Booking & Pre-Sale Day พร้อมกับการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างจริงครั้งแรก กับ Ideo Mobi 3 โครงการใหม่ ที่มาพร้อมระบบ Smart Solar Fresh Air System และล้ำไปอีกขั้นกับนวัตกรรม Hologram ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก! พบกันที่สำนักงานขายโครงการ Ideo Mobi Rama 4 คลิก https://goo.gl/ZwXNp9”
Noble Around Sukhumvit 33 – โนเบิล อราวน์ สุขุมวิท 33 (PREVIEW)

Noble Around Sukhumvit 33 – โนเบิล อราวน์ สุขุมวิท 33 (PREVIEW)

Noble Around Sukhumvit 33 - โนเบิล อราวน์ สุขุมวิท 33 คอนโด High Rise สไตล์ Multiculture ใจกลางสุขุมวิทใกล้ BTS พร้อมพงษ์ และ ดิ เอ็ม ดิสทริก เวิลด์คลาสชอปปิ้งเซ็นเตอร์ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    5,5oo,ooo บาท เจ้าของโครงการ  บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด  High Rise สูง 25 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    1-2-95.8 ไร่ จำนวนห้อง      274 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ    ซอยสุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. สถานที่สำคัญใกล้เคียง ดิ เอ็มดิสทริค เอ็มควอเทียร์ เอ็มโพเรียม เอ็มสเฟียร์ วิลล่า มาร์เก็ต สวนเบญจสิริ รพ.สุขุมวิท ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 27-51 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 54-65 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก โถงต้อนรับ ห้องจดหมาย สระว่ายน้ำ Sky pool Maroon gym & Steam room สวนพักผ่อน ระบบ Home Automation Access Card Control กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-251-5880 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.noblehome.com
Siamese Exclusive 42 ไซมิส เอ็กซ์คลูซีฟ 42(PREVIEW)

Siamese Exclusive 42 ไซมิส เอ็กซ์คลูซีฟ 42(PREVIEW)

Siamese Exclusive 42 คอนโดหรูสไตล์ญี่ปุ่น ในซอยสุขุมวิท 42 ใกล้รถไฟฟ้า BTS เอกมัย โครงการใหม่ล่าสุดจาก Siamese Asset รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    5,800,000 บาท เจ้าของโครงการ  Siamese Asset Co., Ltd. ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 31 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    449 ยูนิต ร้านค้า 5 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 217 คันคิดเป็น 48% (ที่จอดรถอัตโนมัติ 175 ช่อง และที่จอดรถส่วนกลาง 42 ช่อง) พื้นที่โครงการ    2 - 1 - 77 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ซอยสุขุมวิท 42 แขวงพระโขนง เขตคลอง กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    เดือนกรกฎาคม ปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนธันวาคม ปี 2563 ค่าส่วนกลาง    75 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    800 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง Gateway เอกมัย Major Cineplex เอกมัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท Park Lane เอกมัย Health Land เอกมัย Big C เอกมัย Arena 10 Charn Issara Tower 2 J Avenue ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 33.67 - 42.99 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 5.8 ล้านบาท) 2 Bedroom ขนาด 47.06 - 66.53 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 7.3 ล้านบาท) 3 Bedroom ขนาด 87.98 - 98.62 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 19.1 ล้านบาท) Penthouse ขนาด 141.75 - 157.20 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Steam Rooftop ห้องออกกำลังกาย 2 ห้อง สวนหย่อมรอบโครงการ Access Card ระบบรักษาความปลอดภัยและ CCTV สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-168-7047 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.siamese42.com
Noble BE19 (รีวิวคอนโด)

Noble BE19 (รีวิวคอนโด)

หลังจากที่พาไปดูบรรยากาศบริเวณรอบๆ โครงการ Noble BE19 กันไปในรีวิวทำเลฉบับก่อนหน้าแล้ว รีวิววันนี้เราจะมาเปิดห้องตัวอย่าง โชว์รายละเอียดของโครงการ Noble BE19 กันครับ เพราะเพิ่งจะเปิดตัวโครงการอย่างเต็มรูปแบบกันไปเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมานี่เอง เราเลยเก็บภาพห้องตัวอย่างมาให้ได้ชมกันอย่างจุใจ   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     6,200,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise 2 อาคาร สูง 27 ชั้นและ 48 ชั้น จำนวนห้อง    586 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 67% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) พื้นที่โครงการ    3 - 2 - 95 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ซอยสุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ   ทำเลและการเดินทาง ทางทีมงานได้ทำรีวิวทำเลของโครงการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว สามารถดูการเดินทางอย่างละเอียดได้จากลิ้งค์นี้นะครับ สำรวจทำเล Noble BE19 ขอเกริ่นเรื่องทำเลที่ตั้งกันแบบคร่าวๆ ก่อนนะครับ ตัวโครงการ Noble BE19 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 บนที่ดินเดียวกันกับโครงการ Noble Recole นั่นแหละ แต่ Noble BE19 จะพิเศษกว่าตรงที่มีทางเข้าออกได้ทั้งจากฝั่งสุขุมวิท 19 และสุขุมวิท 15 ซึ่งนับระยะห่างจากปากซอยมาถึงทางเข้าโครงการก็มีระยะพอๆ กันที่ 500 เมตรเท่านั้น จุดเด่นสำคัญของถนนในซอยสุขุมวิทย่านนี้คือ มีเส้นทางลัดเลาะไปมาได้หลายเส้น จะทะลุออกถนนสายหลักๆ ได้หลายทาง ทั้งถนนเพชรบุรี อโศก นานา ทองหล่อ เอกมัย สามารถศึกษาเส้นทางเพิ่มเติมกันได้นะครับ แต่ถ้าไม่อยากใช้รถส่วนตัว บริเวณปากซอยสุขุมวิท 19 ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง Interchange ที่สำคัญของระบบรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT หรือถ้าขยับขึ้นไปอีกนิด ก็ยังมี Airport Rail Link สถานีมักกะสันอีกด้วย การเดินทางในแถบนี้จึงแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวให้ต้องเสียเวลากับรถติดเลย ทางเข้าสำนักงานขายโครงการ นอกจากเรื่องการเดินทางแล้ว บรรยากาศของย่านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งใน CBD ที่สำคัญ บนถนนสุขุมวิทเรียงรายไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรมระดับ 5 ดาว และแน่นไปด้วยห้างสรรพสินค้าอย่าง Terminal 21, Robinson, Emporium, Em Quartier, Emsphere แถมด้วยห้างในเครือ Central ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลด้วย ทั้ง Central Embassy, Central ชิดลม ในขณะที่สถานศึกษาใหญ่ๆ ก็รายล้อมอยู่รอบๆ โครงการ Noble BE19 อีกเพียบ เช่น โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, โรงเรียนนานาชาติ NIST หรือแม้แต่โรงเรียนสายน้ำผึ้งเองก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเช่นกัน และที่ลืมพูดถึงไม่ได้ก็คือ เรื่องของพื้นที่สีเขียว ซึ่งมีสวนสาธารณะอยู่ใกล้โครงการ Noble BE19 มากถึง 3 แห่งด้วยกันคือ สวนเบญจสิริ, สวนเบญจกิตติ และสวนชูวิทย์ เช่นเดียวกันกับโรงพยาบาลเอกชนระดับมาตรฐานก็มาเต็มทั้ง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลสมิตเวช, โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน และโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น สรุปสั้นๆ ได้ว่า ศักยภาพของทำเลในย่านนี้มีความพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะระยะหลังมานี้ โครงการคอนโดใหม่ๆ ในโซนสุขุมวิทตอนต้นก็เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้น ในขณะที่ที่ดินทำเลดีๆ ก็เหลือน้อยเต็มที พอมีโครงการเด่นๆ หน่อยจึงไม่น่าแปลกใจที่จะถูกจับจองกันหมดอย่างรวดเร็ว ภาพรวมของโครงการ ทีนี้เรามาดูรายละเอียดของโครงการ Noble BE19 กันบ้างดีกว่าครับ ตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร แบ่งเป็น Tower A สูง 48 ชั้น และ Tower B สูง 27 ชั้น ตำแหน่งห้องส่วนใหญ่จะหันไปทางแนวทิศเหนือ-ใต้เป็นหลัก ซึ่งวิวทั้งสองด้านก็จะแตกต่างกันออกไปครับ ทางด้านทิศเหนือจะเด่นด้วยวิวพื้นที่สีเขียวสบายตากว่า ด้วยพื้นที่ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ส่วนด้านทิศใต้ก็จะเป็นวิวแบบ City View มีแสงสีสวยกว่าในช่วงค่ำๆ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะครับ ภาพมุมสูงของโครงการจากชั้นที่ 27 ด้านทิศเหนือจะหันไปทางโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ซึ่งจะเทควิวได้กว้างกว่าด้านอื่นๆ เนื่องจากไม่มีตึกสูงขึ้นมาบังวิว ขยับมาทางด้านทิศตะวันออกจะหันไปทางซอยสุขุมวิท 19 ได้วิวทางฝั่งถนนอโศกมนตรี ด้านทิศใต้จะได้วิวฝั่งถนนสุขุมวิท จะสังเกตเห็น Terminal 21 จะไม่ไกล ส่วนทิศตะวันตกจะหันไปทางซอยสุขุมวิท 15 ได้วิวฝั่งนานาไปจนถึงเพลินจิต เรื่อง Facility ทางโครงการ Noble BE19 จัดมาแบบเต็มที่เลยทีเดียว ตัวโครงการมี 2 อาคาร ดังนั้นตัว Facility จึงมีอยู่ทั้ง 2 อาคาร ทั้งนี้ลูกบ้านสามารถใช้งานร่วมกันได้ English Contemporary Lobby Semi Outdoor Lobby Lobby Lounge Swimming Pool (Lap Pool) Sky Jacuzzi and Reclining Pool Recreation Area Sauna Steam Fitness + Sky Fitness Sky Lounge Sky Game Room Laundry Room BBQ Are Playground Meeting Room กล้องวงจรปิด CCTV 24 ชั่วโมง ระบบ Access Control ด้วย Key Card เข้า-ออกอาคาร และพื้นที่จอดรถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โมเดลจำลองของโครงการ ภาพ Perspective ของ Lobby โมเดลจำลองให้เห็นภาพสระว่ายน้ำ และลานบาร์บีคิว ที่อาคาร A กันแบบชัดๆ ภาพ Perspective สระว่ายน้ำที่อาคาร A Sky Fitness บนชั้น 44 พาชมห้องตัวอย่าง ถึงเวลาเปิดห้องตัวอย่างกันแล้วครับ โดยเราขอเปิดกันด้วยห้อง Highlight ของโครงการ Noble BE19 กันเลย นั่นก็คือห้องแบบ 1 Bedroom ที่ขนาด 50.21 ตารางเมตร ซึ่งห้องมีขนาดกว้างขว้างกว่าห้องแบบ 1 Bedroom ทั่วไปในท้องตลาด และยังโปร่งสบายตาด้วยฝ้าเพดานสูงถึง 3 เมตร ทางโครงการขายมาให้แบบ Fully Fitted มีชุดครัว Built-in พร้อม Microwave Oven, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาเรียบร้อยครับ พอเปิดประตูเข้ามาก็จะเห็นบรรยากาศห้องที่โล่งโปร่งสบายตามากๆ โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยภาพในห้องที่กว้างมากๆ แถมยังมีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ สูงจรดเพดาน ที่สูงถึง 3.20 เมตร ทำให้ห้องนี้เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ด้วย แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 50.21 ตารางเมตร ประตูห้องจะใช้ Digital Door Lock ของ Hafele เข้ามาในห้องแล้ว มองตรงผ่านโต๊ะทานอาหารไปจะเป็นส่วน Living Area พอหันมาด้านซ้าย จะเป็นส่วนครัวแบบเปิด ที่โครงการจัดชุดครัวมาให้แบบนี้เลยนะครับ เคาน์เตอร์ครัวจะเป็นรูป L ออกมาด้านนอก มีซิงค์ล้างจาน 1 หลุม พร้อมกันพื้นที่จัดเตรียมอาหารข้างๆ ด้านล่างจะเป็นจุดวางเครื่องซักผ้า และตู้เก็บของ ขยับมาอีกด้านจะเป็นเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Mex ด้านบนเป็นฮูดดูดควันของ best ส่วนด้านล่างเตาไฟฟ้าโครงการจะ Built-in Microwave Oven ของ Smeg มาให้ด้วย ด้านหลังเคาน์เตอร์ครัว โครงการจะเว้นเป็นช่องวางตู้เย็นไว้ให้นะครับ พร้อมกันตู้เก็บของรอบๆ ตู้เย็นด้วย จากครัวเข้าไปด้านใน จะมีโต๊ะทานอาหารวางคั่นอยู่ก่อนถึง Living Area ตรงนี้โครงการไม่ได้ให้มาด้วยนะครับ วางให้ดูเป็นไอเดียเฉยๆ บริเวณ Living Area ค่อนข้างกว้างเลยนะครับ นอกจากจะวางโซฟาและชั้นวางทีวีแล้ว ด้านหลังยังมีที่เหลือพอให้วางโต๊ะทำงานได้อีกด้วย ระเบียงบริเวณ Living Area จะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน อีก 1 บานจะเป็นบาน Fix สูง 3.20 เมตร สูงกว่าเพดานห้องนิดหน่อย เพราะเพดานห้องจะดรอปลงมาประมาณ 20 ซม. เพื่อซ่อนรางม่าน พื้นที่ระเบียงจะกว้างประมาณ 55 ซม. คอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ที่ระเบียงนี่แหละครับ หันออกนอกอาคาร มี Gill เหล็กกั้นอย่างเป็นสัดส่วน เรากลับเข้ามาที่ด้านใน เดี๋ยวเข้าไปดูในห้องนอนกันต่อครับ ภายในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดู ถือว่ากำลังพอดีเลยนะครับ แต่ถ้าใครชอบเตียงใหญ่จะจัดเตียง King Size เลยก็ยังได้นะครับ เพราะขนาดห้องค่อนข้างกว้างพอสมควร ปลายเตียงมีที่เหลือพอให้วางชั้นวางทีวีได้ ส่วนระเบียงในห้องนอนขนาดจะเท่่าๆ กับระเบียงที่ Living Area เลยนะครับ อีกด้านโครงการ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าไว้หน้าทางเข้าห้องน้ำ ภายในห้องน้ำจะปูกระเบื้องลายหินอ่อน ทั้งพื้นและผนังห้อง โถสุขภัณฑ์ของ Kasch วางอยู่ทางซ้ายมือ อ่างล้างหน้าจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมของ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่สูงถึงเพดาน และมีเคาน์เตอร์วางของข้างๆ อ่างล้างหน้าด้วย ส่วน Shower Box จะอยู่ทางขวามือ แยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ชุดฝักบัวของ Grohe ที่มีฟังก์ชั่นปรับระดับสายน้ำได้หลายระดับ ในห้องน้ำจะมีระเบียงให้ด้วยนะครับ พื้นที่กะทัดรัดเหมาะกับการจัดสวนเล็กๆ ไว้ชมเวลาอาบน้ำ หลังจากดูส่วนต่างๆ ของห้องมาเรียบร้อยแล้ว ครวามนี้เรามาดูภาพกว้างๆ แบบ 360 องศา กันบ้างดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพห้องที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น   ส่วนห้องถัดมาจะเป็นของแบบ 2 Bedroom ขนาด 73.15 ตารางเมตร เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย โดยภายในห้องยังคงมีชุดครัว และสุขภัณฑ์ Built-in มาให้เช่นกัน จุดเด่นของห้อง Type นี้ก็คือจะเป็นห้องในตำแหน่งมุมของอาคาร ห้องทุกห้องจะมีระเบียงเล็กๆ สามารถเปิดประตู หน้าต่างรับลมได้ ช่วยให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น การจัดวาง Layout แบ่งพื้นที่ห้องออกเป็น 2 โซนชัดเจนคือ Living Area จะอยู่คนละด้านกับห้องนอน จึงทำให้ห้องมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและเป็นสัดส่วน เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยครับ แปลนห้อง 2 ห้องนอน ขนาด 73.15 ตารางเมตร เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเป็น Corridor ทางเดินยาวก่อนถึงทางแยกไปที่ Living Area และห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ทาง 2 ด้านของทางเดินโครงการ Built-in เป็นชั้นตู้เก็บของ และชั้นวางรองเท้า โครงการตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียสวยๆ เมื่อเข้ามาถึงด้านในเราจะมาดูที่ส่วน Dining Area ที่อยู่ฝั่งซ้ายมือกันก่อน บริเวณ Dining Area จะมีโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลาง ด้านติดผนังจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวแนวยาว ด้านล่างเป็นจุดวาง Microwave Oven ที่โครงการ Built-in มาให้ พร้อมกับตู้เก็บของ และช่องวางเครื่องซักผ้า ขึ้นมาดูข้างบนจะเป็นเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Mex พร้อมฮูดดูดควันของ best ส่วนซิงค์ล้างจานจะได้แบบ 2 หลุม ด้านบนจะเป็นตู้ลอยติดผนัง บริเวณ Dining Area ที่เชื่อมต่อไปถึง Living Area จะมีระเบียงให้ 2 จุดนะครับ อย่างที่เห็นเมื่อเปิดผ้าม่านออกทั้ง 2 ด้าน จะช่วยให้บริเวณนี้สว่างมากๆ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดไฟได้อีกทางนึงครับ จาก Dining Area เข้ามาด้านในสุด จะเป็น Living Area ขนาดใหญ่ สามารถวางโซฟา L Shape ได้สบายๆ จากฝั่งซ้ายที่เป็น Dining Area และ Living Area เราข้ามมาดูที่ฝั่งขวาซึ่งจะเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง เริ่มต้นจากห้องน้ำห้องแรกกันก่อน การตกแต่งจะคล้ายๆ กับห้องน้ำของห้อง 1 ห้องนอน ที่เราดูมาก่อนหน้านี้นะครับ สุขภัณฑ์ที่ใช้ และการจัดวาง Layout ก็จะเหมือนๆ กัน เลยจากห้องน้ำเข้ามาด้านใน จะเป็นห้องนอนเล็ก โครงการวางเตียง 5 ฟุต มาให้ดูเหมือนเดิม ด้านปลายเตียงมีที่เหลือพอให้เดินได้ แต่ไม่พอที่จะวางชั้นวางทีวีนะครับ ถ้าอยากมีทีวีไว้ในห้องนอน คงจะต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนังแทน ระเบียงในห้องนอนจะเป็นประตูบานเลื่อนคู่ ความกว้างของระเบียงประมาณ 55 ซม. จากห้องนอนเล็ก เราไปดูกันต่อที่ห้อง Master Bedroom เปิดเข้ามาแล้วจะเจอห้องน้ำก่อนนะครับ โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ที่หน้าห้องน้ำให้ดูเป็นไอเดีย ภายในห้องน้ำก็จะตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน เหมือนห้องน้ำห้องอื่นๆ ชุดฝักบัวของ Grohe พร้อมฟังก์ชั่นปรับระดับสายน้ำ จุดวางโต๊ะเครื่องแป้งจะอยู่หน้าห้องน้ำ ก่อนเข้าไปที่เตียงนอน ขนาดห้อง Master Bedroom จะพอๆ กับห้องนอนเล็กเลยนะครับ อาจจะเพราะมีห้องน้ำในตัว จึงทำให้ถูกลดขนาดลงมา เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตลงไป จะมีพื้นที่รอบๆ เตียงเหลือนิดหน่อย ปลายเตียงมีที่เหลือพอให้เดินได้ ต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนังแทน ด้านหัวเตียงทั้ง 2 ข้าง มีที่เหลือนิดหน่อย พอให้วางโคมไฟหรือโต๊ะข้างเตียงได้ ระเบียงที่ห้องนี้ก็จะมีขนาดพอๆ กับห้องนอนเล็กเลยครับ นอกเหนือจากห้องตัวอย่างสวยๆ ที่เราเก็บภาพมาฝากทั้ง 2 ห้องนี้แล้ว ทางโครงการ Noble BE19 ยังมีห้องขนาด 35 ตารางเมตรให้เลือกด้วยเช่นกัน ซึ่งเราก็มีภาพมาให้ดูกันคร่าวๆ ด้วยนะครับ แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 34.96 ตารางเมตร ใครที่กำลังมองหาคอนโดในย่านใจกลางเมืองอย่าง สุขุมวิท-อโศก เชื่อว่าโครงการ Noble BE19 น่าจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดีทีเดียวเลยนะครับ เพราะมีครบครันทั้ง Facility ภายในโครงการ และแวดล้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้ง ใกล้แหล่งออฟฟิศที่ทำงาน เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ และมีการเดินทางที่สะดวกสบายหลากหลายเส้นทาง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจทั้งในแง่ของการซื้อไว้อยู่อาศัยเองก็ดี หรือจะซื้อหาเพื่อการลงทุนก็ดีนะครับ ถ้าสนใจก็อย่างช้านะครับ ผมได้ข่าวว่าทางโครงการมียอดจองไปเยอะแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมก็คลิกไปดูในเว็บของทางโครงการก่อนได้นะครับ.....​ส่วนใครที่จับจองกันไปแล้ว หรือมีความคิดเห็นอื่นๆ ก็คอมเม้นท์มาพูดคุยกันบ้างนะครับ
Pause Sukhumvit 103 (PREVIEW)

Pause Sukhumvit 103 (PREVIEW)

Pause Sukhumvit 103 คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยแบริ่ง (สุขุมวิท 107) ใกล้รถไฟฟ้า BTS แบริ่ง จาก Origin Property รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,690,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร พื้นที่โครงการ    1 - 2 - 49 ไร่ จำนวนห้อง     268 ยูนิต ที่จอดรถ    80 คัน คิดเป็น 30% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ    ซอยสุขุมวิท 103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    กลางปี 2560 ค่าส่วนกลาง    38 บาท/ตารางเมตร/เดือน ค่ากองทุน    380 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง ตลาดอุดมสุข ไบเทค บางนา เซ็นทรัล ซิตี้ บางนา บิ๊กซี บางนา ซีคอน สแควร์ พาราไดซ์ พาร์ค ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom Type Bs ขนาด 20.40 - 24.30 ตารางเมตร 1 Bedroom Type B ขนาด 25.60 - 32.78 ตารางเมตร 2 Bedroom Type B Plus ขนาด 33.52 - 39.46 ตารางเมตร 2 Bedroom Type C ขนาด 40.97 - 43.42 ตารางเมตร 2 Bedroom Type B Plus 3 ขนาด  44.73 ตารางเมตร 1 Bedroom Type Bs ขนาด 20.40 - 24.30 ตารางเมตร 1 Bedroom Type B ขนาด 25.60 - 32.78 ตารางเมตร 2 Bedroom Type B Plus ขนาด 33.52 - 39.46 ตารางเมตร 2 Bedroom Type C ขนาด 40.97 - 43.42 ตารางเมตร 2 Bedroom Type B Plus 3 ขนาด 44.73 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Lobby Infinity Edge Pool Sky Fitness Room ห้องอ่านหนังสือ BBQ Zone Rooftop Garden และสวนหย่อมรอบโครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-399-4466 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : pause.origin.co.th
รีวิวทำเล The Line Sukhumvit 71

รีวิวทำเล The Line Sukhumvit 71

แน่นอนว่าหนึ่งในเหตุผลหลัก ในการมองหาคอนโดสักแห่ง คือ ทำเลที่ตั้งของโครงการ ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย อาหารการกินที่มีให้เลือกหลากหลาย และอยู่ไม่ไกลจากแหล่งธุรกิจหรือออฟฟิศต่างๆ ย่อมนำมาซึ่งความได้เปรียบในการใช้ชีวิตประจำวัน วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปสำรวจทำเลของคอนโดโครงการใหม่อีกหนึ่งโครงการจากแสนสิริ ชื่อโครงการ The Line Sukhumvit 71 ตัวโครงการตั้งอยู่ในถนนสุขุมวิท 71 ใกล้ BTS สถานีพระโขนง เราไปดูกันดีกว่าครับ ว่ารอบๆ โครงการจะเป็นยังไงกันบ้าง นอกจากทำเลที่อยู่ใก้รถไฟฟ้าแล้ว ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ตามผมมาเลยครับ สำหรับตัวโครงการ The Line Sukhumvit 71 จะตั้งอยู่ในถนนสุขุมวิท 71 ตามชื่อโครงการ ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงประมาณ 500 เมตร หรือ 400 เมตร หากเดินลัดเลาะเข้าไปทาง W District ซึ่งอยู่ในระยะทางที่ถือว่าเดินได้นะครับ ไม่ไกลจนเกินไป แต่ถ้าใครขี้เกียจเดิน ใต้สถานีรถไฟฟ้าจะมีรถสองแถวเล็กคอยให้บริกาอยู่ หรือเดินมาอีกนิดเดียวก็มีพี่วินรอให้บริการอยู่หน้าไปรษณีย์พระโขนง เราลองไปดูรอบๆ โครงการกันก่อนดีกว่า เราเริ่มกันที่รถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงกันเลยนะครับ ลงมาจากรถไฟฟ้าก็เจอเลยครับ โฆษณาของ The Line Sukhumvit 71 เต็มไปหมด ทางออกที่จะไปฝั่งโครงการจะต้องออกทางออกที่ 3 นะครับ สภาพการจราจรบนถนนสุขุมวิท ช่วงเที่ยงๆ อาจจะยังไม่เห็นบรรยากาศเท่าไหร่ เราย้อนมาดูร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ รถไฟฟ้ากันก่อนนะครับ ในอาคาร Taisin Square มีร้านชาบูญี่ปุ่นอันแสนอร่อยอย่างร้าน Akiyoshi เลยจากอาคาร Taisin จะเจอโรงแรม Jasmine ติดกับโรงแรม Jasmine และสถานีรถไฟฟ้าจะมี Max Valu อยู่ด้วย ลงจากสถานีรถไฟฟ้ามานิดเดียว จะเจอซอยสุขุมวิท 69 มีไปรษณีย์พระโขนง ตั้งอยู่อยู่หน้าปากซอย และมีร้านขายอาหารอยู่ด้วยนะครับ ซอยนี้สามารถเดินทะลุไปออกซอยปรีดี พนมยงค์ 3 ที่อยู่ใกล้ๆ โครงการได้นะครับ หรือนั่งวินมอไซค์ที่อยู่ปากซอยนี้ไปก็ได้ ใครขายของออนไลน์ก็สะดวกหน่อยนะครับ มีไปรษณีย์อยู่ใกล้ๆ เลย ไปรษณีย์พระโขนง จะตั้งอยู่ตรงสามแยกถนนสุขุมวิทตัดกับถนนพระราม 4 เลยจากสามแยกมานิดเดียวจะเจอคอมมูนิตี้ มอลล์ ชื่อ W District ด้านในจะมีโรงแรม Beat Hotel และร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อต่างๆ เลยจาก W District มาก็จะมีธนาคารให้เลือกใช้บริการ เราเดินตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ ตามข้างทางก็จะมีทั้งร้านขายของ ร้านสปา และร้านอาหารเล็กๆ เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงถนนสุขุมวิท 71 หรือซอยปรีดี พนมยงค์ ระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนงมาถึงตรงนี้ประมาณ 300 เมตร บรรยากาศในซอยสุขุมวิท 71 ฝั่งขาออกจากซอยรถจะมาหนาแน่นในช่วงปากซอยเพราะติดไฟแดง เลี้ยวเข้ามาปุ๊บในซอยก็เจอร้านพิซซ่าทันที ฟุตบาทกว้างขวางเดินได้สะดวกปลอดภัยดีครับ เดินมาอีกหน่อยก็เจอทางเข้า W Market เป็นส่วนหนึ่งของ W District ที่รวบรวมร้านอาหารหลากหลายสไตล์ และแหล่ง Hang Out สุดชิค ใกล้ๆ โครงการ ฝั่งตรงข้ามจะเห็นพระโขนงพลาซ่า แหล่งค้าขายเก่าแก่ในย่านนี้ เดินต่อมาอีกจะเจอร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ซอยปรีดี พนมยงค์ 3 ที่บอกไว้ตอนแรกว่าเดินทะลุมาทางซอยสุขุมวิท 69 ได้ ในซอยก็จะมีร้านอาหาร ร้านขายของอยู่ด้วยเหมือนกัน เลยจากซอยปรีดี พนมยงค์ 3 มานิดเดียวก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ ทางเข้าสถานที่ก่อสร้างโครงการ มีป้ายบอกชัดเจน การก่อสร้างก็เริ่มไปได้สักพักแล้วนะครับ เลยจากโครงการไปก็เป็นตึกแถว มีร้านขายของอยู่ชั้นล่าง การจราจรบริเวณหน้าโครงการ ฝั่งตรงข้ามโครงการมีร้าน Family Mart อยู่ติดกับซอยปรีดี พนมยงค์ 2 เดี๋ยวเราข้ามไปดูฝั่งตรงข้ามกันต่อ ในซอยปรีดี พนมยงค์ ถือว่าเป็นแหล่งฝากท้องได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ เพราะในซอยมีร้านขายอาหาร ผลไม้ ต่างๆ เยอะมาก ยาวตลอดแนวเข้าไปในซอย แถมอยู่ใกล้โครงการ เพียงแค่ข้ามถนนมาเท่านั้น ตลอดทั้ง 2 ฝั่งในซอยสุขุมวิท 71 นี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นชุมชน มีตึกแถวขึ้นอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง มองไปฝั่งตรงข้าม ก็จะเห็นโครงการ วายน์ บาย แสนสิริ ที่มาบุกเบิกทำเลนี้เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ชั้น 1 ของตึกแถวจะเป็นเป็นร้านขายของ ขายอาหาร ร้านทองก็มีอยู่หลายร้านเลยนะครับ ไม่เพียงแค่อยู่ริมถนนสุขุมวิท 71 เท่านั้น ตามตรอกซอกซอยก็มีร้านขายของยาวเข้าไปในซอย สามารถเดินทะลุไปถึงตลาดสดพระโขนงที่อยู่ข้างในได้เลย บรรยากาศบนถนนสุขุมวิทฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปทางอ่อนนุช จะเป็นตึกแถว และมีร้านขายของยาวไปตลอดแนวจนถึงสะพานข้ามคลองพระโขนง ส่วนฝั่งตรงข้าม เป็นฝั่งซอยสุขุมวิท 48 ก็เป็นตึกแถว มีร้านขายของเหมือนกันนะครับ แต่จะไม่คึกคักเท่าฝั่งซอยสุขุมวิท 71 ทำเลในย่านพระโขนงนี้เป็นทำเลที่ดีพอสมควรเลยนะครับ ด้วยทำเลในย่านนี้ที่ถือว่ายังอยู่ในเมืองและสามารถเดินทางออกนอกเมืองได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS อยู่ใกล้ๆ โครงการ ที่ใช้ได้ทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงใจกลางเมือง อย่างทองหล่อ พร้อมพงศ์ หรืออโศกแล้ว เรียกได้ว่าสะดวกสบายไม่ต่างกับอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว หรือจะใช้เส้นทางถนนพระราม 4 ผ่านกล้วยน้ำไท ไปถึงสีลม สาทร แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันนะครับว่าการจราจรบนถนนพระราม 4 ติดขัดขนาดไหน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทางจะใช้ถนนสุขุมวิท 71 นี่แหละครับวิ่งตรงไปตัดถนนเพชรบุรี เลือกไปทางพระราม 9 หรือรามคำแหงได้ไม่ยาก ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองก็ง่ายพอๆ กัน สามารถใช้รถไฟฟ้าได้เหมือนกันนะครับ หรือถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวก็วิ่งตรงตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ ก็ออกไปถึงอุดมสุข ตัดสี่แยกบางนา เลือกไปทางบางนา บางพลี หรือสำโรง เทพารักษ์ได้เลย หรือจะขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตรงสะพานข้ามคลองพระโขนง ไปทางพระราม 9 รามอินทรา หรือจะออกต่างจังหวัดไปวนลงถนน Motorway กรุงเพท-ชลบรีสยาใหม่ ก็ยังได้ เรื่องการเดินทางถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยนะครับ สำหรับทำเลในย่านนี้ ไม่ว่าจะเข้าเมือง หรือออกนอกเมือง แต่อาจจะต้องทำใจกับเรื่องการจราจรอยู่สักหน่อยสำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ส่วนใครที่ใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางเป็นประจำ ถือว่าได้เปรียบอยู่พอสมควร คราวนี้เรามาดูเรื่องอาหารการกิน และคอมมูนิตี้ มอลล์ กันบ้าง ถ้าเรื่องการเดินทางถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เรื่องอาหารการกินต้องเรียกอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเลยหล่ะครับ ตั้งแต่ลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง เรื่อยไปจนถึงตัวโครงการ และเลยไปในซอยสุขุมวิท 71 ก็ยังมีร้านอาหาร หรือตลาดในเลือกซื้อเลือกหามากมาย ทั้งของกินของใช้ เดี๋ยวผมจะพาไปดูครับ ว่ามีที่ไหนกันบ้าง เราซูมแผนที่ลงมาดูใกล้ๆ กันอีกหน่อย ร้านอาหารที่อยู่รอบๆ โครงการถือว่าเยอะเลยนะครับ สังเกตหมุดที่ปักอยู่ในแผนที่ คือร้านอาหารที่เราจะพาไปชมกัน สังเกตหมุดตัวที่ใหญ่ที่สุดนะครับ เริ่มจากร้านชาบูญี่ปุ่นชื่อดังอย่างร้าน Akiyoshi ที่อยู่ในอาคาร Taisin Square ใกล้ๆ สถานี BTS พระโขนง ขยับมาทางซอยสุขุมวิท 69 จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งร้าน ชื่อร้าน Okinawa Kinjo HOF Art Space พื้นที่ศิลปะแห่งใหม่ในกรุงเทพ HOF Art Residency อีกหนึ่งพื้นที่ศิลปะใกล้ๆ โครงการ ขยับเข้ามาใกล้ๆ โครงการเป็นร้านอาหารเกาหลีชื่อร้าน Mapo Galbi ฝั่งตรงข้ามโครงการมีร้านอาหารมังสวิรัติ ชื่อร้านครัวสวนผัก เหมาะกับคนรักสุขภาพ Cielo Sky Bar เป็น Bar & Restaurant ได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมชมบรรยากาศมุมสูงของกรุงเทพมหานคร เราขยับเข้าไปในซอยสุขุมวิท 71 อีกหน่อย มีร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าดัง อย่างร้านง้วนหลังวัง เลยเข้าไปอีกมีร้านข้าวต้มกระดูกหมู สุขุมวิท 71 เปิดขายมายาวนานกว่า 40 ปี ด้วยความอร่อยที่ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เมนูเจ้าประจำที่ลูกค้าชื่นชอบ ข้าวต้มกระดูกหมู, ข้าวต้มปลา, ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา และหมูสะเต๊ะ หิวกันรึยังครับ ^__^ เปลี่ยนบรรยากาศจากอาหารหนักๆ มาใช้ชีวิต Slow Life กันบ้าง ในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 หรือซอยเอกมัย 12 มีร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น ชื่อร้าน Nikko Cafe ให้ได้นั่งชิวหลีกหนีความวุ่นวาย ใกล้ๆ กับร้าน Nikko Cafe มีร้านชาบูนางใน ชาบูสไตล์ไทย ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วกรุงเทพ ลึกเข้าไปในซอยสุขุมวิท 71 อีกหน่อย ก็ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา และร้านผัดไทเสวย ให้เลือกชิมกันอีก เรามาไกลสุดถึงแยกคลองตัน มีร้านอาหารจีนเก่าแก่ ชื่อร้านฉั่วคิมเฮง ที่คนแน่นร้านทุกวัน เมนูห้ามพลาดของร้านคือห่านพะโล้รสเด็ด เนื้อหนุ่ม หนังหนุบ น้ำพะโล้เข้มข้นหวานเค็มกำลังดี อาจจะอยู่ไกลโครงการสักหน่อย แต่บอกคำเดียวครับว่ามาแล้ว คุ้ม!! นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ที่เรานำมาให้ชมกัน ยังมีร้านอาหารแอบอยู่อีกหลายร้าน ใครเป็นคนในพื้นที่มีร้านอาหารเด็ดๆ ในย่านนี้ ก็ส่งกันเข้ามามาแนะนำกันได้เลยนะครับ โดยสรุปแล้วที่ตั้งของโครงการ The Line Sukhumvit 71 ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีเลยนะครับ ด้วยที่ตั้งโครงการอยู่ไม่ไกลจากแหล่งธุรกิจใจกลางเมืองมากนัก สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ที่อยู่ใกล้ๆ โครงการ อีกทั้งเรื่องอาหารการกิน ที่รายล้อมอยู่รอบๆ โครงการ ก็มีให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ และยังมีคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่รวบรวมไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองไว้ด้วยกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับข้อเสียก็อาจจะมีเรื่องการจราจร แต่ก็เป็นที่สิ่งที่หลีกเลี่ยงกันไม่ได้อยู่แล้วนะครับสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่สำหรับใครที่ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำ เรื่องนี้ก็หายห่วงเลยครับ ส่วนเรื่องการลงทุน ทำเลในย่านนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวเลยนะครับ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้า และราคาของคอนโดในย่านพระโขนงนี้ก็ขยับขึ้นถึง 24% ต่อปี และมีแนวโน้มจะที่ดีในอนาคต แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีนะครับ ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนกันด้วยนะครับ
Whizdom Connect Sukhumvit (PREVIEW)

Whizdom Connect Sukhumvit (PREVIEW)

Whizdom Connect Sukhumvit คอนโด High Rise สูง 41 ชั้น บนถนนสุขุมวิท ใกล้ BTS ปุณณวิถี โครงการใหม่จาก Magnolia รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น   3,080,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร   ประมาณ 110,000 บาท เจ้าของโครงการ   Magnolia Quality Development Corporation Limited ลักษณะคอนโด   High Rise สูง 41 ชั้น จำนวนห้อง   673 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   5 - 0 - 4 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ที่จอดรถ   ประมาณ 299 คันคิดเป็น 44% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 53% เริ่มก่อสร้าง   ปี 2558 สถานที่สำคัญใกล้เคียง โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ปิยะรมย์ สปอร์ต คลับ ซีคอน สแควร์ พาราไดซ์ พาร์ค โลัส อ่อนนุช ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.90 – 29.80  ตารางเมตร Flexi Room ขนาด 38.30 – 64.60 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 62.80 – 71.80 ตารางเมตร 3 Bedroom ขนาด 81.60 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Garden on the ground floor Lobby Sky Connect Lift Social Connection Lounge Social Connection Terrace Fitness Activities Room Swimming Pool Passenger Lift Wifi Internet at Lobby, multi-purpose room and swimming pool area สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :   02-789-9999 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.mqdc-whizdom.com
Q Sukhumvit (PREVIEW)

Q Sukhumvit (PREVIEW)

Q Sukhumvit (คิว สุขุมวิท) คอนโดหรู ระดับ Super Luxury สูง 42 ชั้น ติด BTS นานา โครงการใหม่ล่าสุดจาก Q House รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น   26.3 ล้านบาท ราคาต่อตารางเมตร   ประมาณ 300,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท อควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด   High Rise สูง 42 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง   273 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   3 - 1 - 68 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ค่าบำรุงส่วนกลาง   85 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน   700 บาท/ตารางเมตร ที่จอดรถ   645 คัน คิดเป็น 236% แบบ Fix ที่ตามแบบและขนาดห้อง เริ่มก่อสร้าง   ปลายเดือนมีนาคม 2558 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปลายปี 2561 สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS นานา สถานฑูตสวีเดน โรงแรม Landmark Bangkok โรงแรม Amari Boulevard Bangkok โรงแรม Sofitel Bangkok Sukhumvit ลักษณะห้องและขนาดห้อง 2 ห้องนอน ขนาด  92 – 125 ตารางเมตร 3 ห้องนอน  ขนาด 147 – 204 ตารางเมตร 4 ห้องนอน  ขนาด  288 – 296 ตารางเมตร Penthouse  ขนาด 350 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า สระจากุซซี่ในร่มและกลางแจ้ง ไวน์บาร์ บาบีคิว สกายเลาจน์ ออนเซน สวนสวยในอาคาร ห้องอเนกประสงค์ ห้องสมุด ห้องประชุม ที่จอดรถ super car ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลตลอด 24 ชั่วโมง มี CCTV และคีย์การ์ด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1388 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.qh.co.th
HYDE Sukhumvit 11 (PREVIEW)

HYDE Sukhumvit 11 (PREVIEW)

HYDE Sukhumvit 11 คอนโด High Rise สูง 39 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 11 โครงการใหม่จาก Grande Asset ใกล้ BTS นานา รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น   ประมาณ 5,000,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร   ประมาณ 185,000 บาท เจ้าของโครงการ   Grande Asset Hotels & Property Public Company Limited ลักษณะคอนโด   High Rise สูง 39 ชั้น 1 อาคาร และ Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง   478 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   2 - 1 - 58 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ซ.สุขุมวิท 11 เขตวัฒนา  กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2561 สถานที่สำคัญใกล้เคียง รถไฟฟ้า BTS นานา Terminal 21 โรงแรม Sofitel โรงแรม JW Marriott Bangkok ลักษณะห้องและขนาดห้อง Studio 27 - 28 ตารางเมตร 1 Bedroom  33 - 34.5 ตารางเมตร 2 Bedroom 47 - 56 ตารางเมตร 3 Bedroom 53 - 63 ตารางเมตร Duplex Loft 60 ตารางเมตร Duplex Penthouse 132 - 160 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Fitness Sky Garden Digital Door Lock Key Card Access 24 hours Security Guards สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  094-405111 หรือ 02651-1919 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  hydesukhumvit.com
RHYTHM สุขุมวิท 36-38 (รีวิวคอนโด)

RHYTHM สุขุมวิท 36-38 (รีวิวคอนโด)

เชื่อว่าทำเลในย่านทองหล่อ คงเป็นอีกหนึ่งทำเลในดวงใจใครหลายๆ คน คราวนี้เลยจะพาไปดูคอนโดในเครือ AP ที่ชื่อว่า “Rhythm สุขุมวิท 36-38” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีที่ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ แต่ก็เกาะติดรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะอยู่ห่างจากตัวสถานีเพียง 300-400 เมตรเท่านั้น แถมโครงการนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทาง AP ร่วมออกแบบกับ Mitsubishi Estate Group จากประเทศญี่ปุ่นด้วย ใครที่กำลังเล็งคอนโดทำเลใจกลางเมืองจึงน่าจะเก็บข้อมูลโครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ไว้พิจารณาดูนะครับ   การเดินทาง เรื่องการเดินทางแน่นอนว่าการพึ่งพารถไฟฟ้า BTS น่าจะเป็นคำตอบที่สะดวกที่สุดสำหรับคนเมืองที่มีเวลาจำกัด สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 36 และ 38 พอดิบพอดี จึงสามารถเลือกเข้าออกได้ทั้ง 2 ซอย ตัวโครงการตั้งอยู่ทางด้านซอยสุขุมวิท 36 นะครับ ดังนั้นระยะทางจากปากซอยทางด้านนี้จึงใกล้กว่า แต่ถ้าจะให้แนะนำเส้นทางที่เดินได้สะดวกและปลอดภัยก็คงจะต้องเลือกซอยสุขุมวิท 38 เป็นหลัก เพราะถนนในซอยกว้างกว่าและมีทางเท้าตลอดทาง และช่วงปากซอยจะมีร้านค้า ร้านอาหารเป็นจำนวนมากที่เปิดขายกันตั้งแต่เย็นๆ ไปจนค่ำมืด บรรยากาศช่วงต้นซอยจึงคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย ถึงแม้ระยะทางเดินทางด้านซอยสุขุมวิท 38 จะไกลกว่าทางซอยสุขุมวิท 36 อยู่เล็กน้อย แต่ยังไงก็ไม่เกิน 400 เมตร เดินกันพอเหงื่อซึมๆ เท่านั้น แถมยังแวะซื้อของกินระหว่างทางได้อีก ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเพื่อแลกกับความปลอดภัยในการเดิน แต่ถ้าใครที่ไม่อยากเดิน บริเวณปากซอยก็มีพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคอยให้บริการทั้งคู่ จะเลือกลงจากสถานีรถไฟฟ้าทางด้านไหนก็สะดวกเหมือนกัน ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ก็คงเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงได้ยากเช่นกันสำหรับคนเมือง แน่นอนว่าถนนเส้นหลักก็คือถนนสุขุมวิท ซึ่งถนนในซอยสุขุมวิท 36 ยังสามารถเชื่อมไปออกถนนพระราม 4 ได้อีกทาง ถึงตัวโครงการตั้งอยู่บนทางด้านซอยสุขุมวิท 36 แต่ทางโครงการก็ตัดถนนหน้าโครงการเชื่อมเส้นทางให้สามารถใช้เส้นทางในซอยสุขุมวิท 38 เป็นเส้นทางเข้าออกได้ ดังนั้นจึงพอจะมีเส้นทางเลี่ยงรถติดไปออกซอยสุขุมวิท 40 หรือไปออกเอกมัยทางซอยสุขุมวิท 42 ได้อีกทาง หรือถ้าเลือกไปอีกฟากของถนนสุขุมวิท ก็สามารถวิ่งตัดซอยทองหล่อไปออกถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้อีก แต่ทั้งนี้ถนนแต่ละเส้นที่ว่ามาก็ดูเหมือนจะมีปัญหาการจราจรที่ติดขัดไม่แพ้กัน เนื่องจากถนนโดยรอบเป็นถนนสายหลักๆ รวมถึงที่ตั้งของโครงการก็อยู่ใจกลางเมือง อย่างไรซะปัญหาเรื่องรถติดคงเลี่ยงได้ยาก แผนที่โครงการ ตัวโครงการจะอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 36 กับ 38 ตามชื่อโครงการเลยนะครับ ซึ่งสามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ทาง แต่ถ้าหากเดินเท้าทางด้านซอยสุขุมวิท 38 จะสะดวกกว่านะครับ ถึงแม้ระยะทางจะไกลกว่าก็ตาม เนื่องจากมีฟุตบาทให้เดิน และมีร้านค้า ร้านอาหาร ให้เลือกซื้อกันด้วย แต่ทางฝั่งซอยสุขุมวิท 36 จะไม่มีฟุตบาทให้เดินนะครับ ซึ่งอาจจะอันตรายสักหน่อย แต่ถ้าไม่อยากเดินตรงหน้าปากซอยก็มีพี่วินมอไซต์ไว้ให้บริการด้วยนะครับ สำหรับการเดินทางวันนี้ผมขอใช้บริการรถไฟฟ้า BTS แล้วกันนะครับ เพราะถือว่าสะดวกสบายที่สุดหากเดินทางเข้ามาในย่านนี้ บริเวณด้านล่างสถานีรถไฟฟ้า ตามข้างทางก็จะมีร้านค้าต่างๆ มากมายให้เลือกซื้อกันก่อนกลับขึ้นห้องด้วยนะครับ มีไปรษณีย์อยู่ใกล้ๆ ด้วยนะครับ เหมาะกับคนที่ขายของออนไลน์ วินมอเตอร์ไซต์ที่คอยให้บริการอยู่หน้าปากซอยสุขุมวิท 36 บรรยากาศในซอยสุขุมวิท 36 อย่างที่บอกนะครับ ซอยนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินสักเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีทางเท้าให้เดิน และอาจเกิดอันตรายจากรถยนต์ที่วิ่งไปมาด้วยนะครับ ตรงเข้ามาในซอยสุขุมวิท 36 อีกนิดก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วล่ะครับ ตัวโครงการกำลังเริ่มก่อสร้างรากฐานอาคารแล้วนะครับ เลยสถานที่ก่อสร้างโครงการมาอีกนิดเดียวก็จะเจอซอยเอพี อยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้ามาในซอยเอพี ก็จะถึงสำนักงานขายโครงการแล้วครับ มาดูที่ซอยสุขุมวิท 38 กันบ้างนะครับ บริเวณปากซอยก็จะมีร้านอาหารตามสองข้างทาง ถือว่าสะดวกทีเดียวนะครับ บรรยากาศภายในซอย ทั้งสองข้างทางก็จะมีทางเท้าให้เดินต่างกับซอยสุขุมวิท 36 เลยนะครับ นี่เป็นบรรยากาศในยามค่ำคืนบริเวณซอยสุขุมวิท 38 นะครับ บริเวณปากซอยมีร้านขายอาหารเรียงรายตามสองข้างทางเยอะเลยนะครับ ตอนค่ำๆ ที่นี่จะคึกคักมากเลยนะครับ เรื่องอาหารการกินถือว่าสะดวกมากๆ เลยทีเดียว ลงรถไฟฟ้ามาก็มีร้านอาหารรออยู่เพียบ!! ใครอยากจะนั่งทานที่ร้านก็มีที่นั่งริมทางให้ด้วยนะครับ หรือว่าจะซื้อกลับไปทานที่ห้องก็ได้ครับ เดินเลยเข้ามาด้านในอีกหน่อย ร้านค้าต่างๆ ก็จะหมดแล้วนะครับ ร้านส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวกันอยู่ปากซอยซะมากกว่า ทางเดินภายในซอยสุขุมวิท 38 ครับ ในตอนกลางคืนถ้าไม่ดึกมากๆ ก็ถือว่าปลอดภัยนะครับ มีรถวิ่งเข้าออกตลอดเวลา ทางเท้าภายในซอยแสงชัยก่อนถึงตัวโครงการก็กว้างขวางเดินง่ายดีครับ ถึงแล้วครับที่ตั้งโครงการ วิเคราะห์ตัวโครงการ ด้วยความที่โครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ตั้งอยู่ในย่านที่เรียกว่าใจกลางเมืองพอดิบพอดี พื้นที่รอบๆ ในบริเวณใกล้เคียงแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ลองดูกันแบบคร่าวๆ ในระยะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS 1-2 สถานี ก็มีทั้ง Emporium, Terminal 21, Rain Hill, Gateway Ekamai, Major Ekamai, สวนเบญจศิริ, ท้องฟ้าจำลอง หรือถ้าห่างจากแนวรถไฟฟ้าไปนิดหน่อยก็ยังมี K Village, Big C พระราม 4, J Avenue, Market Place รวมถึงสถานศึกษา โรงเรียนนานาชาติก็อยู่ใกล้ๆ นิดเดียวเอง ซึ่งอันนี้เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้นนะครับ ถ้าใครที่คุ้นเคยกับย่านทองหล่อดีอยู่แล้ว คงจะนึกภาพสถานที่กิน ที่เที่ยวตามได้ไม่ยาก คราวนี้มาดูรายละเอียดตัวโครงการกันบ้างดีกว่า Rhythm สุขุมวิท 36-38 ตั้งอยู่บนถนนฝั่งซอยสุขุมวิท 36 นะครับ ถัดเข้ามาจากปากซอย 350 เมตร โดยถนนในซอยสุขุมวิท 36 จะเป็นด้านข้างของโครงการส่วนทางเข้าโครงการจะอยู่บริเวณถนน AP ซึ่งเป็นถนนสายสั้นๆ ที่ทางโครงการตัดขึ้นมาใหม่เพื่อเชื่อมซอยสุขุมวิท 36 กับซอยแสงชัยไว้ด้วยกัน ทำให้เราสามารถเลือกเดินทางเข้าออกได้ทั้ง 2 ซอย ตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 25 ชั้น มียูนิตรวม 496 ยูนิต ในอาคารรูปแบบตัว U โดยมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 6 ซึ่งรวมเอาสระว่ายน้ำสีม่วงสวยงาม (ตามภาพจำลองของโครงการ) ห้องซาวน่า และสวนพักผ่อนไว้ด้วยกัน ส่วนห้องออกกำลังกาย จะแยกไปอยู่ที่ชั้น 25 เวลาออกกำลังกายก็จะได้ชม City View จากมุมสูงไปด้วยในตัวครับ แต่ข้อเสียของการใช้งานก็มีเพราะลูกบ้านจะต้องลงลิฟท์ลงมาชั้นล่างถ้าอยากจะว่ายน้ำ หรืออบซาวน่าหลังจากออกกำลังกายแล้ว ขณะที่บริเวณชั้น 1 นอกจากจะมี Lobby ขนาดใหญ่แล้ว ยังมีร้านค้าภายในอีก 1 ร้าน และพื้นที่พักผ่อน บริเวณชั้น 1-5 ใต้คอร์ทสระว่ายน้ำเป็นพื้นที่จอดรถครับ ซึ่งนับรวมแล้วจอดรถได้ 43% แต่ยังไม่รวมจอดซ้อนคันนะครับ ซึ่งอาจจะจอดได้เกือบๆ 240 คันเลยนะครับถ้านับรวมจอดซ้อนคันด้วย นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ทั้งการใช้คีย์การ์ดผ่านเข้าออก และกล้อง CCTV ส่วนเรื่องลิฟท์โดยสารทางโครงการจัดมาให้ 4 ตัว และลิฟท์เซอร์วิสอีก 1 ตัว ตำแหน่งของลิฟท์อยู่ที่โซนทิศตะวันออก ซึ่งห้องทางฝั่งนี้จะมีระยะเดินที่สั้นกว่าห้องทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งห้องมุมของโซนนี้ต้องเดินกันไกลพอสมควรเลยทีเดียว ในวันที่ซื้อข้าวของหิ้วกันพะรุงพรังคงลำบากหน่อย สไตล์การออกแบบของโครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ได้นำเอาแนวคิดการออกแบบมาจากญี่ปุ่นในการจัดสรรพื้นที่ให้มีความเชื่อมโยงกัน ห้องแต่ละยูนิตถูกแบ่งพื้นที่แบบ Interlock โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไปจนถึงชั้น 24 ด้วยผังของอาคารที่เป็นรูปตัว U วิวหลักๆ ของห้องด้านนอกคือ City View ของย่านสุขุมวิทซึ่งห้องที่อยู่ชั้น 6-7 ทางฝั่งซอยสุขุมวิท 36 อาจจะหนีไม่ค่อยพ้นวิวตึกข้างๆ ซักเท่าไหร่ เพราะฝั่งตรงข้ามถนนมีอาคารสำนักงาน และคอนโด  Low Rise อีก 2-3 ตึก ดังนั้นถ้าจะให้ได้วิวแบบเซฟๆ หน่อย อย่างน้อยก็ต้องเลือกห้องตั้งแต่ชั้น 7 หรือ 8 ขึ้นไป ส่วนด้านอื่นๆ ของโครงการยังเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้นเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโดนบังวิวเท่าไหร่ นอกเหนือจากนี้ห้องที่อยู่ด้านตัว U ก็จะได้วิวธรรมดาๆ ของสระว่ายน้ำโครงการแทน แต่ช่วงที่เราเข้าไปดูที่โครงการก็เห็นว่าห้องขายไปเยอะแล้วพอสมควร ตำแหน่งห้องในทิศต่างๆ อาจจะเหลือให้เลือกไม่มากนัก จะเล็งห้องขนาดไหนทางด้านทิศใดก็ต้องไปดูที่สำนักงานขายกันอีกทีนะครับ หน้าตาของอาคารที่ออกแบบเป็นรูปตัว U โอมล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวรอบๆ โครงการ ถนนด้านหน้าโครงการที่ตัดจากซอยสุขุมวิท 36 ทะลุไปยังซอยสุขุมวิท 38 ให้ชื่อว่า "ซอย AP" เพื่อให้ลูกบ้านได้รับความสะดวกสามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ซอย ชั้น G จะเป็นส่วนของ Lobby มีสวนสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ด้านหน้าโครงการ ส่วนด้านในจะเป็นที่จอดรถที่จะใช้ตั้งแต่ชั้น G ชึ้นไปถึงชั้น 5 รวมแล้วจอดได้ประมาณ 43% สวนสไตล์ญี่ปุ่นด้านหน้าโครงการที่มีการนำน้ำมาเป็นส่วนประกอบ ดูแล้วน่าจะให้ความร่มรื่นดีนะครับ Lobby ที่ชั้น G มองออกไปด้านนอกจะเห็นสวนญี่ปุ่นที่อยู่หน้าโครงการ สระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 6 นะครับ และเป็นที่ชั้นที่เริ่มต้นของห้องพักอาศัย สระว่ายน้ำของที่นี่จะสีม่วงนะครับ อาจจะแปลกตากว่าสระว่ายน้ำที่เราเคยเห็นๆ กันที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน สูงขึ้นไปชั้นที่ 7-16 จะเป็นห้องพักอาศัย ประมาณ 28 ยูนิตต่อชั้น สูงขึ้นมาอีกตั้งแต่ชั้นที่ 16-24 จำนวนยูนิตจะน้อยลง เพราะพื้นที่บางส่วนถูกแทนที่ด้วยพื้นที่สีเขียว มาถึงชั้น 25 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคารนะครับ ชั้นนี้จะมีส่วนที่เป็นฟิตเนส และพื้นที่สีเขียวไว้สำหรับพักผ่อน เรามาดูวิวทิวทัศน์กันบ้างนะครับ เริ่มทางทิศเหนือจะหันไปด้านถนนสุขุมวิท ฝั่ง BTS ทองหล่อ มองออกไปจะเห็นโครงการ Noble Remix ที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งมีความสูง 33 ชั้น อาจจะบดบังวิวไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ใกล้จนดูอึดอัดนะครับ ด้านหน้าโครงการจะหันไปทางถนนพระราม 4 จะเห็นตึกมาลีนนท์อยู่ไกลๆ นั่นด้วยนะครับ ส่วนตึกสูงอีกโครงการที่อยู่ใกล้ๆ ก็คือโครงการ Ashton ที่ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ บริเวณซอยสุขุมวิท 38 ครับ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะหันไปทางถนนสุขุมวิทจะเป็นวิวด้านซอยทองหล่อ บริเวณรอบๆ ตัวโครงการจะเป็นบ้านเรือนพักอาศัยเตี้ยๆ ไม่มีตึกสูงขึ้นในด้านนี้ครับ พาชมห้องตัวอย่าง อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการออกแบบพื้นที่ห้องของโครงการนี้เป็นแบบ Interlock ซึ่งคือการออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องได้อย่างเต็มที่ โดยจะแยกพื้นที่ส่วนของห้องน้ำออกมาเพื่อไม่ให้กินพื้นที่ของห้องใหญ่ ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นที่ห้องกว้างขวางมากขึ้นกว่าแบบห้องแบบเดิมๆ พอนำแปลนห้องแบบต่างๆ มาต่อกัน ก็จะเข้าล็อคกันพอดีคล้ายๆ กับการต่อจิ๊กซอว์นั่นเอง ห้องตัวอย่างที่ทางโครงการมีให้ชมขณะนี้จะมีเพียงห้องแบบ Studio แบบเดียวเท่านั้นครับ ซึ่งขนาดห้องอยู่ที่ 24 ตร.ม. ห้องแบบนี้เปิดเข้ามาจะเจอส่วนของครัวเปิดทางด้านซ้ายมือของประตู แน่นอนว่าข้อเสียของครัวแบบนี้คือ ไม่เหมาะกับการทำครัวหนักๆ เพราะกลิ่นจะฟุ้งกระจายเต็มห้อง จะให้ดีก็คงทำได้แต่เตรียมหรืออุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และด้วยความที่ห้องเป็นแบบ Studio พื้นที่นั่งเล่นกับที่นอนก็ต้องแบ่งๆ กันใช้ การจัดวางชุดโซฟา กับเตียงก็มีรูปแบบค่อนข้างจำกัด เท่าที่ดูจากในห้องตัวอย่างแล้วก็คงขยับอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ ถ้าจะร่นระยะที่นอนให้ไปอยู่ชิดกับหน้าต่างเลย ก็พอทำได้ แต่ก็อาจจะไม่ได้องศาเวลาดูทีวี หรืออาจจะได้ไอร้อนจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้นอนไม่สบายตัวนักก็ได้ ทางโครงการจัดแบ่งพื้นที่ระเบียงมาให้ด้วยนะครับ แต่ก็เล็กมากๆ พื้นที่แค่พอก้าวเท้าได้ 1-2 ก้าว หรือจะวางที่ตากผ้าก็คงจะเต็มพื้นที่แล้ว การใช้งานที่ระเบียงจึงอาจจะหวังอะไรมากไม่ได้ ส่วนห้องน้ำที่อยู่แยกออกมาจากพื้นที่ห้องนอน กลับถูกจัดสรรไว้ค่อนข้างลงตัวกว่า ถึงแม้ว่าห้องน้ำจะเล็กแต่ก็สามารถแยกพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียกได้เรียบร้อย ห้องที่ทางโครงการขายมาให้เป็นแบบ Fully Fitted นะครับ มีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และสุขภัณฑ์มาค่อนข้างครบแล้ว จากที่เห็นในห้องตัวอย่างทางโครงการจะให้อะไร ชิ้นไหนบ้างก็สอบถามกันให้ละเอียดนะครับ เพราะหน้าตาเฟอร์นิเจอร์จะไม่เป็นไปตามแบบทุกชิ้น อย่างตู้เสื้อผ้าก็ไม่ใช่บานประตูกระจก ฝ้าก็ไม่ได้ดร็อปมาให้ กระจกเงาในห้องน้ำก็ไม่มี Light Box ด้านหลัง ส่วนอื่นๆ ก็แนะนำให้เช็คและทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนเลย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ส่วนห้องแบบอื่นๆ ที่เป็นแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ก็คงต้องดูเอาตามแปลนที่ทางโครงการมีไว้ให้นะครับ แต่เท่าที่ทราบห้องแบบ 2 Bedroom ทางโครงการขายหมดไปเรียบร้อยแล้ว เพราะห้องแบบน้มีเพียง 15 ห้องเท่านั้น ส่วนห้องที่เหลือก็ต้องตามไปเช็คกับเซลล์ดูว่าจะเหลือห้องไหน ในทิศอะไรบ้าง และจะตรงกับความต้องการมากน้อยเพียงใด ห้อง Studio ขนาด 24 ตารางเมตร เมื่อเข้ามาในห้องก็จะเจอกับโซฟาที่อยู่กับกับเตียงเลยนะครับ แต่ก่อนที่เราจะไปดูในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นกับที่นอน เรามองย้อนกลับออกมาหน้าห้อง แล้วมาดูส่วนครัวที่อยู่ด้านหน้ากันก่อนดีกว่านะครับ ครัวที่ได้จะเป็นครัวแบบเปิดนะครับ ก็อย่างที่บอกนะครับ ว่าครัวแบบเปิดนี้เหมาะจะใช้สำหรับเตรียมอาหารมากกว่าที่จะทำอาหารทานเอง ตำแหน่งการวางตู้เย็นจะอยู่ด้านซ้ายมือติดกับประตูห้องเลยนะครับ ด้านล่างจะมีช่องใส่เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ซิ้งค์ล้างจานแบบฝังของ FRANKE นะครับ เตาไฟฟ้า 2 หัวของ FRANKE เช่นกันครับ กลับมาดูด้านในกันต่อนะครับ ติดกับส่วนครัวจะเป็นโซฟา ถัดไปก็เป็นเตียงแล้วนะครับ ข้างเตียงมีพื้นที่เหลือนิดหน่อยให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้นะครับ หน้าต่างข้างเตียงจะเป็นบาน Fix บานใหญ่เลยครับ ด้านปลายเตียงจะเป็นชั้นวางทีวีนะครับ หากจะดูทีวีก็คงต้องนอนดูบนเตียง หรือหากนั่งดูที่โซฟาก็จะต้องเอียงตัวมาทางทีวีสักหน่อย ส่วนของระเบียงจะอยู่ข้างๆ ทีวีนะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน พื้นที่ระเบียงค่อนข้างเล็กนะครับ ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบน ตู้เสื้อผ้าจะตั้งอยู่ข้างชั้นวางทีวี และอยู่หน้าห้องน้ำนะครับ เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยนะครับ การวางสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำนะครับ โถสุขภัณฑ์ของ Kohler อ่างล้างหน้าของ Cristina วัสดุทำมาจากไฟเบอร์ ส่วนที่ติดกับอ่างล้างหน้าจะเป็นส่วนอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ชุดฝักบัวและ Rain Shower จะเป็นของ Kohler แต่จะไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วยนะครับ ชุดสวิชส์ไฟใช้ของ Siemens ทั้งหมดนะครับ เรามาดูแปลนห้องแบบอื่นๆ กันบ้างนะครับ จะเป็นแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนครับ ความคุ้มค่าน่าลงทุน โครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยในย่านทองหล่อ ในขณะที่มีงบประมาณไม่เวอร์วังอลังการเกินไป ทำเลที่ตั้งโครงการค่อนข้างดีเพราะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อเพียง 300-400 เมตร ซึ่งต้องอาศัยการเดินเข้าซอยเล็กน้อย หรือจะใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็สะดวก และการที่ตัวโครงการไม่ได้อยู่ในซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) จึงค่อนข้างได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า รถราและผู้คนในซอยก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป ในขณะที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 38 และริมถนนสุขุมวิทมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อมากมาย ทั้งร้านอาหารสุดหรูและแผงลอยราคาย่อมเยา ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินถึงจึงจัดว่าดีมากๆ แถมบริเวณรอบๆ ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรก็มีห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง สถานที่ท่องเที่ยว และสถานศึกษาครับถ้วน ทำเลในย่านนี้จึงถูกใจผู้ที่นิยมวิถีชีวิตแบบคนเมืองไปเต็มๆ เรื่องการเดินทางก็สะดวกทั้งรถไฟฟ้า BTS และการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 4 หรือจะข้ามไปถนนเพชรบุรีตัดใหม่ก็ทำได้ทั้งนั้น จะติดก็แค่เรื่องรถติดที่หนักหนาอย่างที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วนั่นแหละครับ สำหรับตัวห้อง ต้องบอกว่าราคาเริ่มต้นมาค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน เพราะแค่เริ่มต้นก็ตกตารางเมตรละ 170,000 บาทเข้าไปแล้ว และเมื่อเทียบกับแบบห้อง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่มาพร้อมห้องก็ต้องบอกว่าแค่พอโอเคเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่แถมมาอาจจะดูไม่สมราคาห้อง ทั้งๆ ราคาห้องระดับนี้ในทำเลใกล้เคียงกันก็มีตัวให้เปรียบเทียบไม่น้อยเลย ถ้าจะซื้อหาไว้อยู่เองสำหรับคนที่งบไม่มากนัก อาจจะมองทำเลอื่นๆ ที่ใกล้เคียงแทนได้ ส่วนการซื้อไว้เพื่อลงทุนก็อาจจะทำกำไร และมี Upside Gain ยาก ผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะไม่คุ้มค่า หรือใช้เวลานานเกินไปก็ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะปล่อยห้องให้ชาวต่างชาติเช่าก็อาจจะพอมีโอกาสทำเงินได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ
THE UNIQUE สุขุมวิท 62/1

THE UNIQUE สุขุมวิท 62/1

อีกหนึ่งโครงการบนทำเลสุขุมวิทที่เราเก็บมาฝากกันก็คือ The Unique สุขุมวิท 62/1 คอนโด Low Rise ของ Ten Thai Development ที่ตั้งโครงการอยู่กลางๆ ซอย สุขุมวิท 62/1 ซึ่งมีคอนโดอีก 2-3 รายอยู่ในซอยนี้เหมือนกัน คิดว่าคงไม่ต้องเกริ่นกันให้มากความไปดูรายละเอียดโครงการกันเลยดีกว่า การเดินทาง สำหรับ The Unique สุขุมวิท 62/1 การเดินทางไปมาจัดว่าสะดวกดี เพราะทำเลที่ตั้งโครงการเกาะแนวรถไฟฟ้าอยู่เนืองๆ อาศัยเดินเอาหน่อยก็เจอรถไฟฟ้า BTS สถานีบางจากแล้ว ในระยะทางไม่เกิน 750 เมตร หรือถ้าเลือกลงที่สถานีปุณวิถีก็ไกลกว่าอีกแค่ 100 เมตรเอง ไม่ว่าจะเลือกสถานีไหนก็แทบไม่ต่างกันในเรื่องระยะทางที่ต้องเดิน เพราะเดินเหนื่อยเหมือนกัน แต่การที่ที่ตั้งโครงการอยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 สถานีก็ทำให้ได้เปรียบในเรื่องการเลือกลงรถไฟฟ้าได้ทั้ง 2 สถานี แล้วอาศัยนั่งรถต่อตามเส้นทางเดินรถเอา ก็ช่วยประหยัดเวลาและระยะมิเตอร์แท็กซี่ได้ในวันที่ขี้เกียจเดิน ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ต้องบอกว่าสะดวกมากเลยทีเดียว เพราะท้ายซอยสุขุมวิท 62/1 สามารถลัดไปขึ้นทางด่วนตรงซอยสุขุมวิท 62 ได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลารถติดบนถนนสุขุมวิทให้หงุดหงิดใจ ในขณะที่การเดินทางบนถนนสุขุมวิทก็เป็นเส้นทางหลักที่หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว จะเข้าจะออกเมืองก็เดินทางได้ไม่ยาก จุดกลับรถก็อยู่ห่างจากปากซอยไปนิดเดียว ถ้ามาจากในเมืองพอกลับรถมาแล้ว ตรงมาอีกนิดหน่อยก็เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 62/1 ได้ไม่ยาก ใครที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักถือว่าเดินทางสะดวกดีทีเดียว ถ้าไม่นับเรื่องการจราจรบนถนนสุขุมวิทที่ติดขัดหนักหนาจนเป็นกิจวัตรทั้งช่วงเช้าและเย็น ส่วนใครที่ไม่มีรถ ก็คงต้องพึ่งพารถสาธารณะกันล่ะครับ แต่ความสะดวกก็จะลดลงมาตามลำดับ เพราะยังไงๆ ก็ต้องเดินมาเรียกรถกันที่ปากซอย ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็หาได้จากบริเวณปากซอยนี่แหละครับ ระยะเดินจากหน้าโครงการมาที่ปากซอยก็แค่ 420 เมตร เดินได้สบายๆ ถ้าแดดไม่ร้อน ฝนไม่ตก ก็ไม่ลำบากเท่าไหร่ครับ เส้นทางรอบๆ โครงการครับ วันนี้ขอเริ่มต้นจากทางด่วนเฉลิมมหานครฝั่งขาออก มุ่งหน้าไปทางบางนานะครับ ตามป้ายบางนามาเรื่อยๆ จนมาถึงทางออกถนนสุขุมวิท 62 ให้เบี่ยงซ้ายออกมาเลยครับ จากนั้นก็ตามทางโค้งซ้ายไป เพื่อเข้าถนนสุขุมวิท 62 ครับ เส้นทางนี้คือเส้นที่เราจะพาไปสำนักงานขายที่ตั้งอยู่ติดกับ BTS บางจากนะครับ แต่ถ้าหากจะไปที่ตั้งโครงการจากจุดนี้สามารถขับตรงไปเข้าด้านหลังซอยสุขุมวิท 62/1 ได้เลย เดี๋ยวเราจะพาไปดูกัน จากตรงนี้ วิ่งเลียบทางด่วนไปประมาณ 550 เมตร ก็จะถึงตัวโครงการ ซึ่งจะใกล้กว่าไปเข้าทางถนนสุขุมวิท เป็นการหนีรถติดไปในตัวด้วย แต่ถนนเส้นนี้จะค่อนข้างแคบหน่อยนะครับ และในช่วงกลางคืนอาจจะมืดสักหน่อย เพราะสองข้างทางไม่มีไฟส่องสว่าง อาจจะต้องอาศัยไฟส่องสว่างจากทางด่วนแทน ขับมาเรื่อยๆ ก็จะถึงซอยสุขุมวิท 62/1 แล้วล่ะครับ ก่อนถึงซอยจะมีป้ายบอกทางลัดไปถนนสุขุมวิทของ กทม. แอบอยู่ ไม่สังเกตดีๆ อาจจะเลยได้นะครับ จากตรงนี้เข้าซอยไปประมาณ 200 เมตร ก็ถึงโครงการแล้วครับ กลับมาที่ถนนสุขุมวิท 62 หลังจากลงทางด่วนมาแล้วก็ตรงยาวมาเลยครับ เมื่อออกมาเจอสายแยกแล้ว ด้านหน้าคือถนนสุขุมวิท ด้านบนคือรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายสายแบริ่ง ให้เราเลี้ยวซ้ายไปทางพระโขนงนะครับ ตรงนี้ถ้าเราจะไปที่ตั้งโครงการให้เลี้ยวขวาไปได้เลยนะครับ เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว จะเจอกับ BTS สถานีบางจากทันทีครับ สำนักงานขายจะอยู่ฝั่งตรงข้ามติดกับตัวสถานีเลย ต้องตรงไปกลับรถอีกหน่อยครับ ตรงมาอีกประมาณ 600 เมตร ก็จะเจอที่กลับรถ เมื่อกลับรถมาประมาณ 500 เมตร ก็จะเจอสำนักงานขายแล้วล่ะครับ ที่จอดรถจะอยู่ด้านหลัง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 97/1 ที่อยู่ข้างๆ สำนักงานขายนี่แหละครับ ที่จอดรถด้านหลังสำนักงานขาย สำหรับการเดินทางไปยังที่ตั้งของโครงการจะอยู่ห่างจากสถานี BTS บางจาก ประมาณ 750 เมตร ออกจากสำนักงานขายมาแล้ว ตรงไปทางบางนาเลยครับ ซอยสุขุมวิท 62/1 จะอยู่ฝั่งขวามือ เราจะต้องมากลับรถตรงนี้ครับ ระยะทางจากสำนักงานขายถึงตรงนี้ประมาณ 500 เมตร เมื่อกลับรถมาแล้วให้ชิดซ้ายเลยนะครับ เพราะอีกนิดเดียวก็จะถึงซอยสุขุมวิท 62/1 แล้วล่ะครับ ก่อนถึงซอยจะมีปั๊มน้ำมัน ปตท. เป็นจุดสังเกตที่เด่นชัด ทางเข้าซอยจะเล็กนิดนึงนะครับ จะอยู่ระหว่างปั๊มน้ำมัน ปตท. กับเต็นท์ขายรถมือสอง เข้ามาในซอยจะเป็นถนน 2 เลน วิ่งสวนกันแบบนี้นะครับ เนื่องจากเป็นซอยเล็กๆ ผู้คนจึงไม่พลุกพล่านเหมือนซอยในระแวงใกล้เคียง เข้ามาประมาณ 450 เมตร ก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วล่ะครับ โครงการยังไม่เริ่มก่อสร้างนะครับ มีเพียงป้ายของโครงการติดไว้ด้านหน้า มองตรงออกจากก็จะเห็นถนนเลียบทางด่วนแล้วนะครับ ซึ่งเป็นเส้นทางลัดขึ้น-ลงทางด่วน สุขุมวิท 62 อย่างที่ได้บอกไว้ในตอนแรก   วิเคราะห์ตัวโครงการ ทำเลรอบโครงการ The Unique สุขุมวิท 62/1 ค่อนข้างเงียบสงบดีทีเดียว เพราะในซอยยังเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบสูง2-3 ชั้น เสียเกือบทั้งหมด จะมีตึกสูง 8 ชั้นอยู่บ้างก็แค่ตึกของโครงการ Chateau in Town เท่านั้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ดังนั้นทิศทางรอบๆ โครงการ The Unique จึงยังโล่งโปร่ง ได้วิวสบายตาดีอยู่ ส่วนในอนาคตจะมีตึกของโครงการอื่นๆ ขึ้นอีกหรือไม่อันนี้ก็ต้องไปรอลุ้นเอาครับ  ในระแวกใกล้ๆ โครงการขาดความอุดมสมบูรณ์อย่างชัดเจน แทบจะไม่มีร้านค้า ร้านอาหารให้เราพึ่งพาได้เลย ที่ใกล้ที่สุดก็ต้องเดินออกมาทางปากซอยที่ยังพอมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 อยู่ในปั๊มน้ำมัน รวมถึงร้านอาหารอีกร้านที่พอจะฝากท้องได้บ้างในช่วงกลางวันไปจนถึงเวลาค่ำๆ  นอกเหนือจากนี้ก็ต้องตั้งใจนั่งรถไฟฟ้า หรือขับรถออกไปแบบเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย การออกแบบตัวอาคารเป็นทรงโมเดิร์นสูง 8 ชั้น ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงด้วยยูนิตรวมแค่ 116 ห้องเท่านั้น ซึ่งทางโครงการเน้นน้ำหนักให้กับห้องแบบ Tri-Plex ที่มีจำนวนมากถึง 25 ห้อง ห้องส่วนใหญ่ของ Tri-Plex จะให้บรรยากาศแบบทาวน์โฮมมากกว่าคอนโด เพราะห้องฟังก์ชั่นห้องที่จัดสรรพื้นที่ในแนวดิ่ง ให้เหมือนบ้าน 3 ชั้นนั่นเอง บริเวณชั้น G จะเป็นพื้นที่ของ Lobby และ Fitness นะครับ พื้นที่อีกส่วนหนึ่งของชั้น G จะเป็นที่จอดรถส่วนกลาง และที่จอดรถของห้อง Tri-Plex แบบพิเศษที่คิดรวมที่จอดรถไว้ในโฉนดห้องด้วย ซึ่งห้องแบบนี้จะมีเพียง 7 ห้องเท่านั้นและลูกบ้านสามารถเดินขึ้นห้องตัวเองได้จากบันไดส่วนตัวตรงที่จอดรถเลย ห้องแบบนี้จึงได้อารมณ์เหมือนอยู่ทาวน์โฮมไปเต็มๆ นอกจากที่จอดรถบริเวณชั้น G แล้ว ทางโครงการยังเตรียมที่จอดรถไว้ที่ชั้นใต้ดินด้วย ซึ่งคิดรวมแล้วสามารถรองรับรถได้ทั้งหมด 72 คัน หรือคิดเป็น 62% โดยที่ยังไม่รวมการจอดซ้อนคันนะครับ ถัดขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเริ่มเป็นพื้นที่อยู่อาศัย โดยมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางตึก แต่ตำแหน่งของสระว่ายน้ำจะอยู่ต่ำกว่าพื้นชั้น 2 เล็กน้อยครับ นอกจาก Facility  ที่ทางโครงการจัดสรรสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายไว้ให้ที่ชั้นG-2 แล้ว บริเวณรอบๆ และพื้นที่นั่งเล่นที่ชั้น 6 ก็ยังมีสวนหย่อมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สบายตามากยิ่งขึ้น เนื่องจากปริมาณห้องในแต่ละชั้นจะค่อนข้างน้อย จึงค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัวมาก เรื่องลิฟท์โดยสารทางโครงการก็จัดเตรียมไว้ 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วน 58:1 ถือว่าอยู่ในระดับที่กำลังใช้ได้สบายๆ เรื่องวิวทิวทัศน์รอบๆ โครงการก็จะติดบ้านพักในบริเวณนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าจะให้ดีก็ต้องเลือกห้องตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป ก็จะพอพ้นหลังคาบ้านข้างเคียงและทำให้ได้วิวที่กว้างขึ้น ส่วนคนที่ไม่แคร์เรื่องวิวมากนักห้องในชั้น 2 และ 3 ก็จัดว่าสะดวกดีเช่นกัน จะขึ้นลงห้องก็ไม่ต้องง้อลิฟท์มากนัก โมเดลฝั่งที่เป็นสระว่ายน้ำนะครับ ลักษณะตัวอาคารจะเป็นรูปตัว U มีสระว่ายน้ำและสวนสีเขียวอยู่ตรงกลาง มุมมองจากด้านบนครับ ทางเข้าของของรถด้านหน้าอาคารครับ มุมอีกด้านหนึ่งของอาคารครับ ที่จอดรถที่ชั้น G จะมีบันไดเดินขึ้นห้อง Tri-Plex ที่ชั้น 2 ได้เลยครับ ที่จอดรถชั้นใต้ดิน จะจอดได้ทั้งหมด 35 คันในช่องจอดครับ ชั้น G จะเป็นที่จอดรถใต้ตึกอีก 35 คันในช่องจอด (ไม่รวมที่จอดรถส่วนตัวของห้อง Tri-Plex ที่เป็นสีเทาเข้มนะครับ) และเป็นส่วนของ Lobby และฟิตเนส หน้าตาของ Lobby ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา หน้าตาของฟิตเนสที่อยู่ชั้น G จะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำที่ถูกยกสูงขึ้นมาอยู่ที่ชั้น 2 ด้านในฟิตเนส ชั้น 2 จะเริ่มเป็นส่วนของที่พักอาศัยแล้วนะครับ โดยจะมีห้องแบบ Tri-Plex โอบล้อมสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางตึก สระว่ายน้ำบริเวณชั้น 2 ห้องแบบ Tri-Plex ที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ ให้บรรยากาศเหมือนห้องแบบ Pool Villa ตามโรงแรมต่างๆ ชั้น 3 และชั้น 4 จะจัดผังคล้ายๆ กับชั้น 2 นะครับ โดยจะมีทั้งหมด 25 ยูนิต เป็นห้องแบบ Tri-Plex จำนวน 9 ยูนิต ชั้น 5 จะลดห้อง Tri-Plex ลงเหลือ 2 ห้อง ชั้น 6 มีห้อง Tri-Plex 10 ห้อง ที่เหลือเป็นแบบ 1 ห้องนอน พาชมห้องตัวอย่าง   ห้องทุกห้องทางโครงการขายกันมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์เสร็จสรรพ แถมด้วยระบบ Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้เราสามารถควบคุมการเปิดปิดไฟในห้องผ่านระบบมือถือได้ด้วย ซึ่งน่าจะถูกใจคนที่ชอบอะไรไฮเทคหน่อย รวมถึงระบบ Digital Door Lock ก็มีมาให้ทุกห้องด้วยเช่นกัน ทีนี้มาเปิดดูห้องตัวอย่างกันบ้างดีกว่า เริ่มกันด้วยห้องแบบ 1 ห้องนอน ที่ขนาด 33 ตร.ม. เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับ Living Area ซึ่งทางโครงการจัดแต่งไว้ด้วยโต๊ะกินข้าวชุดเล็ก ตรงข้ามกับห้องครัวแบบปิดที่อยู่ทางด้านขวามือของประตูห้อง ถัดเข้าไปเป็นโซนนั่งเล่น วางชุดโซฟาดูทีวีได้ในระยะสบายๆ แถมยังเปิดรับแสงสว่างได้เต็มที่เพราะอยู่ติดกับประตูกระจกบานใหญ่ของระเบียง ซึ่งพื้นที่ระเบียงก็จัดว่ากว้างพอใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนอีกด้านหนึ่งของห้องเป็นพื้นที่ของห้องนอน ซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในตัว ภายในห้อง Built-in ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ และโต๊ะเครื่องแป้งมาพร้อมแล้ว โดยรวมพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนก็พออยู่พอใช้ครับ ข้าวของไม่ต้องสะสมกันเยอะมากไม่งั้นห้องจะรกเอาง่ายๆ หน้าตาของห้องนอนค่อนข้างใหญ่และสูงเกือบเต็มผนังเลยทีเดียว ทำให้เปิดรับแสงได้ดี ส่วนในห้องน้ำก็เป็นไปตามมาตรฐานครับ มีการแบ่งพื้นที่อาบน้ำไว้ด้วยประตูกระจกเทมเปอร์ และชุดสุขภัณฑ์ต่างๆ ของ American Standard ในห้องน้ำมีพื้นที่วางข้าวของเครื่องใช้น้อยไปหน่อย แถมอ่างล้างหน้าก็ยังติดตั้งไว้ชิดกำแพงเสียจนใช้งานยากไปหน่อย ถ้าเลื่อนตำแหน่งที่ติดตั้งอย่างล้างหน้าให้ห่างจากผนังอีกหน่อยน่าจะดีกว่า แล้วกระจกเงาเหนืออ่างล้างหน้า ทางโครงการติดตั้งเป็นแบบธรรมดาให้นะครับ ไม่มีกล่องไฟด้านหลังแบบในห้องตัวอย่างนะ ถ้าให้ดีผมว่าสอบถามกันให้ละเอียดหน่อยว่าอะไรชิ้นไหนแถม หรือหน้าตาของจริงจะเป็นอย่างไร ทีนี้มาดูห้องแบบ Tri-Plex กันบ้าง ซึ่งห้องแบบนี้ทางโครงการชูเป็นจุดเด่นเลยทีเดียว เพราะมีน้อยโครงการที่จะจัดทำห้องแบบนี้ พื้นที่ใช้สอยของห้อง Tri-Plex มีขนาดเริ่มต้นที่ 90 ตร.ม. โดยประมาณ ในขณะที่ห้องใหญ่สุดจะมีขนาด 106 ตร.ม. แน่นอนว่าเรื่องราคาก็สูงขึ้นตามลำดับ เปิดห้องมาแน่นอนว่าชั้นล่างสุดจะต้องเป็นพื้นที่ของ Living Area โดยที่แบ่งการใช้งานเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัวแบบปิด และพื้นที่รับประทานอาหาร รวมทั้งห้องน้ำเล็กอีก 1 ห้องบริเวณบันไดทางขึ้นด้านบน พอขึ้นไปที่ชั้นสองก็จะเป็นส่วนของ  Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องใหญ่สุด และมีห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำในตัว บรรยากาศของห้องนอนใหญ่ให้ความรู้สึกหรูหราดีทีเดียว ถัดขึ้นไปที่ชั้น 3 จะแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง และห้องน้ำอีก 1 ห้องที่อยู่ด้านนอก ซึ่งสองห้องนี้จะใช้ร่วมกัน หน้าตาห้องนอนของทั้ง 2 ห้องเหมือนกันเป๊ะแบบคู่แฝด แค่สลับฝั่งซ้ายขวาเท่านั้น พื้นที่ใช้สอยภายในห้องก็แค่พอใช้งานนะครับ ไม่ได้กว้างขวางเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ห้องนอนมากถึง 3 ห้อง อาจจะปรับเปลี่ยนให้อีกห้องเป็นห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์แทนก็ได้นะครับ อาจจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ตรงตามความต้องการได้มากขึ้น แปลนห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 33 ตารางเมตร ห้องตัวอย่างจะมีใหเดู 2 แบบนะครับ คือแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 33 ตารางเมตร กับแบบ Tri-Plex เรามาดูแบบ 1 ห้องนอนกันก่อนดีกว่านะครับ ทุกห้องจะได้ประตูแบบ Digital Door Lock แบบนี้นะครับ หากเปิดประตูห้องมาจนสุดจะติดกับประตูกระจกบานเลื่อนของห้องครัว แบบนี้นะครับ กันกระแทกที่ประตูห้องหน้าห้องครับ พื้นห้องจะเป็นพื้นลามิเนตนะครับ อุปกรณ์ Smart Home ที่แถมมาให้ทุกห้องนะครับ สามารถสั่งเปิด-ปิดไฟ Application บนมือถือได้เลยครับ แต่จะมีลูกเล่นน้อยกว่าแบบที่แถมให้ห้องแบบ Tri-Plex ที่จะสามารถสั่งให้เปิด-ปิด ผ้าม่าน แอร์ ได้ แต่ถ้าหากอยากได้ลูกเล่นเยอะๆ ทางโครงการก็จัดให้ได้ครับ แต่ก็ต้องเพิ่มเงินอีกครับ หน้าตามของสวิทช์ไฟที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Home ครับ ระบบไฟที่ประตูหน้าห้องก็ เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอโต๊ะทานอาหารตั้งอยู่เป็นด่านแรกเลยนะครับ ต่อด้วยส่วนของห้องนั่งเล่นที่ถัดเข้ามาด้านในที่อยู่ติดกับระเบียงห้อง โต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน ที่ตั้งอยู่หน้าประตูห้องเลยครับ ส่วนของห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงห้องเลยนะครับ โซฟาจะอยู่ห่างก ชั้นวางทีวีพร้อมชั้นลอยวางของด้านบน ขนาดของระเบียงกว้าง 2 เมตร ยาว 2.4 เมตร มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นครับ มาดูห้องครัวกันบ้างนะครับ ห้องครัวจะอยู่ด้านหน้าห้องเลยนะครับ เป็นครัวแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนปิดกันกลิ่นอาหารเข้ามาในห้อง หน้าตาของครัวก็จะได้แบบนี้เลยนะครับ มีช่องใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง และชั้นลอยเก็บของไว้ด้านบน อุปกรณ์ภายในครัวจะเป็นของ Teka นะครับ เริ่มจากซิงค์ล้างจาน สังเกตที่ผนังนะครับ ผนังด้านบนจะเป็นกระจก เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดเวลาทำอาหารแล้วมันกระเด็นไปติดผนัง เพราะเตาไฟฟ้าจะอยู่ค่อนข้างใกล้กับผนังนะครับ Hood ดูดควันก็ของ Teka เหมือนกันครับ มาดูที่ห้องนอนกันต่อนะครับ หน้าห้องนอนจะมีชั้นวางของ Built in อยู่ด้วยนะครับ ด้านในห้องนอนครับ หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานสูงเลยนะครับ อีกมุมของห้องนอนครับ มองออกมาจะเห็นตู้เสื้ออยู่ติดกับหัวเตียง อีกฝั่งจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งวางอยู่หน้าห้องน้ำเลยนะครับ งั้นเราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยดีกว่านะ ที่ปลายเตียงจะ Built in ชั้นแขวนทีวีมาให้ด้วยนะครับ ตำแหน่งของแอร์ในห้องนอนก็อยู่ปลายเตียงนี่แหละครับ ในห้องน้ำนะครับ ส่วนอาบน้ำจะทำกระจกกั้นให้เรียบร้อย ฝักบัวที่ได้ครับ โถสุขภัณฑ์ของ American Standard อ่างล้างหน้าก็ของ American Standard เช่นกันครับ มีช่องเก็บของเล็กๆ อยู่ข้างล่างด้วย มาต่อกันที่ห้องแบบ Tri-Plex นะครับ ห้องจะถูกแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นนี้คือล่างสุดจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องครัว และมีห้องน้ำ 1 ห้องครับ ชั้น 2 จะเป็นส่วนของ Master Room ทั้งหมด และมีห้องน้ำใหญ่ในตัวอีก 1 ห้อง ห้องน้ำที่ห้อง Master Room นี้จะมีอ่างอาบน้ำให้ด้วยนะครับ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระบบ Smart Home สามารถสั่งเปิด-ปิดน้ำ จาก Smartphone ของเราได้เลย ส่วนชั้นบนสุดที่ชั้น 3 จะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องนะครับ และมีห้องน้ำด้านนอกอีก 1 ห้อง มาดูข้างในกันเลยดีกว่านะครับ เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วก็จะเจอส่วนของ Living Area ก่อนเลยนะครับ Living Area ค่อนข้างจะกว้างขวางโอ่อ่าให้บรรยากาศเหมือนทาวน์โฮมอย่างไงอย่างงั้น โต๊ะทานอาหารจะอยู่ด้านหน้าห้องเลยนะครับ แอร์ที่ติดมาให้ที่ชั้นล่างจะเป็นแอร์ฝังแบบนี้นะครับ โต๊ะทานอาหารขนาด 6 ท่านครับ มองย้อนออกไปที่หน้าห้อง ด้านหลังโต๊ะทานอาหารจะมี Built in ตู้โชว์มาให้ด้วยนะครับ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นห้องครัวนะครับ อยู่ด้านห้นาห้อง คนละฝั่งกับโต๊ะทานอาหารครับ ครัวจะเป็นครัวแบบปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนเปิด-ปิด ตัวท็อปครัวก็จะคล้ายๆ กับครัวของแบบ 1 ห้องนอนนะครับ แต่จะสลับกันตรงที่เตาไฟฟ้าจะไม่อยู่ชิดผนังเหมือนเดิม แต่จะมาอยู่ติดตู้เย็นแทน มีช่องใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่างนะครับ มาพร้อมฮูดดูดครัวและชั้นลอยเก็บของ ส่วนของระเบียงครับ ออกมาด้านนอกส่วนของ Living Area ชั้นวางทีวีที่ Built in มาให้จะโชว์ทีวีแบบแขวน แต่ถ้าไม่ชอบแขวนก็มีชั้นเล็กๆ ให้วางได้เหมือนกันครับ ชุดโซฟา ส่วนห้องน้ำจะแอบอยู่ด้านหลังทีวีนะครับ ห้องน้ำที่ชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำเล็กๆ นะครับ ไม่มีส่วนอาบน้ำ หน้าห้องน้ำจะเป็นบันไดขึ้นชั้นบน ที่ว่างใต้บันไดสามารถดัดแปลงเป็นที่เก็บของเล็กๆ ได้ครับ ไฟที่บันไดจะเป็นระบบเซ็นเซอร์นะครับ เมื่อเราก้าวขึ้นบันไดไฟถึงจะติด อันนี้ทางโครงการติดมาให้ดูเฉยๆ นะครับ ไม่ได้แถมให้ด้วย เดี๋ยวเราเดินขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อเลยนะครับ ชั้น 2 เป็น Master Room นะครับ เตียงจะถูกวางไว้ติดกับหน้าต่างขนาดใหญ่ ที่หัวเตียงทั้ง 2 ด้าน จะติดโคมไฟอ่านหนังสือดีไซน์เก๋มาให้ด้วยนะครับ ด้านปลายเตียงจะมีพื้นที่เหลือพอให้ Built in ชั้นวางทีวีได้ครับ ตำแหน่งของแอร์ก็จะอยู่ที่ปลายเตียงครับ ตู้เสื้อผ้าจะอยู่ข้างเตียงอีกฝั่งนะครับ เป็นตู้ Built in แบบเต็มผนัง ด้านข้างก็จะเป็นห้องน้ำ เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยดีกว่าครับ ด้านในห้องน้ำครับ โถสุขภัณฑ์เป็นแบบถังพักน้ำซ่อนผนัง อ่างล้างหน้า มีช่องเก็บของด้านล่างด้วยนะครับ กระจกส่องหน้าบานใหญ่ใช้ได้เลยครับ ส่วนอาบน้ำจะมีประตูกระจกกั้นนะครับ มีอ่างอาบน้ำอย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่าสามารถควบคุมได้ด้วยระบบ Smart Home ติดตั้งให้ด้วย หรือจะยืนอาบก้มีชุดฝักบัวให้นะครับ ชุดฝักบัวที่ได้ครับ เราขึ้นไปต่อกันที่ชั้น 3 เลยดีกว่าครับ มองมุมกลับลงมา บันไดจะค่อนข้างแคบนะครับ เดินสวนกันอาจจะลำบากหน่อย เมื่อขึ้นมาแล้วจะมีโถงเล็กๆ ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องนะครับ โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้องที่ชั้น 3 นี้ จะวาง Lay Out เหมือนกันเป๊ะเลยนะครับ จะแตกต่างกันที่โทนสีเท่านั้น ว่าแล้วเราไปดูห้องแรกกันก่อนเลยดีกว่าครับ ห้องนอนแรก โทนสีจะออก Soft หน่อยนะครับ มี Built in ทีวีแบบแขวนไว้ที่ปลายเตียง เตียงจะติดกับหน้าต่างเลยนะครับ จะมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือเพียงเล็กน้อย หน้าต่างจะเป็นบานสูงตั้งแต่พื้นจะเกือบถึงฝ้าด้านบนเลยครับ พื้นที่ปลายเตียงเหลือเล็กน้อย ตู้เสื้อผ้าจะถูกวางไว้ด้านหน้าประตูห้องแบบนี้ครับ มาดูอีกห้องนะครับ อย่างที่บอกว่าการวาง Lay Out จะเหมือนกันเป๊ะๆ เลยครับ โดยหันหัวเตียงเข้าหาผนังเดียวกัน ตู้เสื้อผ้าก็วางไว้ตำแหน่งเดียวกันครับ มองออกไปก็จะเป็นห้องน้ำ โดยทั้ง 2 ห้องนี้จะมีห้องน้ำร่วมกัน 1 ห้อง เดี๋ยวเราไปดูห้องน้ำกันเลยครับ ห้องสุดท้ายแล้ว ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ห้องเลยนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบว่าใครจะเดินไกลกว่ากัน เค้าเตอร์อ่างล้างหน้าครับ เค้าเตอร์อ่างล้างหน้าจะเป็นรูปตัว L นะครับ ทำให้มีพื่นที่วางเครื่องสำอางของคุณผู้หญิงได้เยอะหน่อย แถมมีตู้ลอยติดให้อีกด้วย โถสุขภัณฑ์ค่อนข้างจะกว้างนะครับ ห้องอาบน้ำที่ชั้นนี้จะไม่มีอ่างอาบน้ำให้นะครับ แต่จะมี Rain Shower แทนครับ ความคุ้มค่าน่าลงทุน สำหรับโครงการ The Unique สุขุมวิท 62/1 น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยอยู่ในทำเลใกล้รถไฟฟ้า และมีการเดินทางที่สะดวก ใกล้ทั้งทางด่วน และถนนสายหลักๆ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในทำเลที่ค่อนไปทางสุขุมวิทตอนปลายแล้วก็ตาม แต่ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีทั้งในแง่ของการเดินทางด้วยรถส่วนตัว และการพึ่งพารถไฟฟ้าบ้างเป็นครั้งคราว เพราะที่ตั้งโครงการเองก็ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามากนัก บรรยากาศโดยรอบโครงการเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัย แต่ก็ต้องแลกกับความอุดมสมบูรณ์และความสะดวกสบาย เนื่องจากไม่มีค่อยมีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อให้พึ่งพาในระยะใกล้ๆ เท่าไหร่ ยิ่งทางโครงการพยายามชุดจุดขายด้วยห้องแบบ Tri-Plex ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่มีพื้นที่ใช้สอยในระดับ 100 ตร.ม. โดยประมาณ จึงทำให้กลุ่มคนที่ต้องการห้องเล็กๆ หรือมองหาช่องทางไว้ลงทุนมีโอกาสค่อนข้างน้อย เพราะในซอยเดียวกันก็ยังมีคอนโดรายอื่นๆ อย่าง Chateau in town ที่เน้นขายห้องขนาดเล็กในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าอยู่ด้วย ดังนั้นถ้าจะหาห้องไว้ลงทุนปล่อยเช่น โครงการอื่นจึงเป็นตัวเปรียบเทียบที่อาจทำให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่า แต่ถ้าใครที่ชอบที่อยู่อาศัยแบบมีไลฟ์สไตล์หน่อย และอยากได้ความสะดวกสบายด้านเทคโนโลยีภายในห้อง ห้องของโครงการThe Unique ก็อาจจะสะดุดตา สะดุดใจมากหน่อย แต่ยังไงก็แนะนำให้มาดูห้องตัวอย่างและทำเลที่จะสร้างจริงด้วยตัวเองดีกว่าครับ ของแบบนี้ต้องเลือกกันมากหน่อย เพื่อให้ได้ห้องที่ถูกใจและคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด
hasu HAUS (PREVIEW)

hasu HAUS (PREVIEW)

hasu HAUS คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น 2 อาคาร โครงการใหม่จากแสนสิริ บนถนนสุขุมวิท  77 ใกล้รถไฟฟ้าอ่อนนุช เปิดตัวในงาน Sansiri Life Come Home วันที่ 10-12 ตุลาคม 2557 นี้ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น 2,2900,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร ประมาณ 73,800 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวนห้อง 324 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด ประมมาณ 4 ไร่ ที่ตั้งโครงการ  ถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) เขตพระโขนง กรุงเทพฯ Floor Plan ของอาคารครับ ส่วนของที่พักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2 - 7 สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีอ่อนนุช Big C Extra สุขุมวิท 77 Tesco Lotus สุขุมวิท 50 Gateway เอกมัย ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 31 - 31.50 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 35.5 - 37.25 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 40.25 - 41 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 61.75 - 65.25 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาด 92.25 ตารางเมตร แบบ 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน 3 ห้องนอน สิ่งอำนวยความสะดวก The Water Lily Court คอร์ทส่วนกลาง The Firm ห้องออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์ The Sway ห้องพักผ่อนหย่อนใจ สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก พื้นที่พักผ่อนริมน้ำ พร้อมเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง สวนพักผ่อนพร้อมพื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง อินเตอร์เน็ตไร้สายสำหรับโถงพักคอยและบริเวณสระว่ายน้ำ ที่จอดจักรยาน จักรยาน limited edition – HAUS x tokyobike รถรับส่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง ที่จอดรถ   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1685 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.sansiri.com
Aspire สุขุมวิท 48 (รีวิวคอนโด)

Aspire สุขุมวิท 48 (รีวิวคอนโด)

ใครที่กำลังมองหาคอนโดในย่านพระโขนง ต้องไม่พลาดข้อมูลของโครงการ Aspire สุขุมวิท 48 คอนโด High Rise ที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว แถมยังอยู่เกาะแนวรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทด้วย ถึงแม้สถานีพระโขนงจะอยู่ห่างจากตัวโครงการมากถึง 750 เมตร แต่ก็ถือว่าเป็นทำเลที่ยังน่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับห้องในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 3 ล้านบาท การเดินทาง   การเดินทางมายังคอนโด Aspire สุขุมวิท 48 สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีพระโขนง ซึ่งอยู่ห่างจากปากซอยสุขุมวิท 48 ประมาณ 500-600 เมตร ส่วนตัวโครงการอยู่ถัดเข้ามาในซอยอีกเกือบ 200 เมตร ด้วยระยะขนาดนี้ยังถือว่าเดินได้ไม่ยาก แต่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่จากตัวสถานีรถไฟฟ้าลงมาทางถนนพระราม 4 ต้องข้ามทางม้าลายที่แยกใหญ่อีกทอด ซึ่งต้องเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยจากรถราบนท้องถนนบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าจะออกจากโครงการไปยังรถไฟฟ้าแล้วไม่อยากเดิน ก็มีทางเลือกให้ทั้งบริการพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือจะใช้บริการ Shuttle Bus ของทางโครงการที่มีบริการรับส่งตามเวลาที่กำหนดก็ได้เช่นกัน   ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถเลือกเข้าได้ทั้งจากทางซอยสุขุมวิท 48 และฝั่งถนนพระราม 4 จากซอยสุขุมวิทพลัส 2 ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสามแยกพระโขนงนั่นเอง ถ้าเราเดินทางมาจากทางอ่อนนุช จะต้องข้ามสะพานข้ามคลองพระโขนงมาก่อนนะครับ พอขึ้นสะพานมาแล้วให้พยายามชิดซ้ายเข้าไว้ เพราะลงสะพานมาปุ๊ปก็เห็นซอยสุขุมวิท 48 อยู่ตรงหน้าทันที ส่วนถ้าใครมาจากฝั่งเอกมัย ผ่านแยกพระโขนงมาแล้วจะต้องมากลับรถที่ใต้สะพานเพื่อเข้าซอยสุขุมวิท 48 หรือจะเลี้ยวเข้าถนนพระราม 4 แล้วเข้าทางซอยสุขุมวิทพลัส 2 ก็ได้เช่นกัน แต่การเข้าออกทางซอยสุขุมวิทพลัส 2 ต้องเสียค่าผ่านทาง 10 บาทด้วยนะครับ ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน แน่นอนว่าการจราจรบริเวณนี้ก็ได้ชื่อว่าติดหนักเอาการ เพราะถนนสุขุมวิทมักจะมีปริมาณรถที่หนาแน่นเกือบตลอดเวลา เส้นทางหลีกเลี่ยงที่พอจะทำได้ง่ายก็เห็นจะมีถนนพระราม 4 ที่สามารถออกไปขึ้นทางด่วนที่ด่านอาจณรงค์ได้ แต่การจราจรบนถนนพระราม 4 ก็ใช่ว่าจะติดน้อยกว่าถนนสุขุมวิทซักเท่าไหร่ ดังนั้นใครที่ต้องใช้รถส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลักอาจจะเลี่ยงปัญหารถติดได้ยาก หรือถ้าใครที่พอจะคุ้นเคยกับเส้นทางบริเวณนี้ดีพอ ก็อาจจะรู้ว่าในซอยสุขุมวิท 48 นี้มีเส้นทางลัดไปออกซอยสุขุวิท 50 เพื่อไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้ด้วยอีกทาง แต่เส้นทางนี้จะต้องขับผ่านซอยแคบในพื้นที่ส่วนบุคคลด้วย จึงไม่ค่อยมีใครรู้เส้นทางเท่าไหร่ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่   สำหรับการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะบริเวณปากซอยสุขุมวิท 48 มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และป้ายรถเมล์ ซึ่งถนนสุขุมวิทมีรถราวิ่งผ่านมากมายอยู่แล้ว จะไปไหนมาไหนจึงหาเรียกรถได้สะดวก   แผนที่รอบๆ โครงการครับ สำหรับการเดินทางวันนี้ผมขอเริ่มจากถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า ย่านบางจากใกล้ๆ โครงการเลยนะครับ ด้านซ้ายมือจะเป็นสำนักงานเขตพระโขนงครับ ตรงมาอีกนิดนึงก็ถึง BTS อ่อนนุชแล้วครับ เลยจาก BTS อ่อนนุชมาก็จะเจอแยกอ่อนนุช ด้านขวามือจะเป็นถนนสุขุมวิท 77 หรือซอยอ่อนนุช ให้ขับตรงไปเลยนะครับ พอตรงมาแล้วก็จะเจอสะพานข้ามคลองพระโขนง ให้ขับตรงขึ้นสะพานไปเลยครับ พอข้ามสะพานมาก็ถึงแล้วครับ ให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยนะครับ หน้าปากซอยสุขุมวิท 48 จะมีป้ายโฆษณาของโครงการติดอยู่ด้วยนะครับ สังเกตได้ไม่ยาก โครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในซอยก็จะเห็นอาคารของโครงการตั้งตระหง่านอยู่แบบนี้เลยครับ โครงการจะอยู่ในซอยประมาณ 200 เมตรครับ ถึงแล้วครับ ทางเข้าโครงการ อย่างที่บอกว่าโครงการสร้างเสร็จแล้ว เริ่มมีลูกบ้านทยอยเข้ามาอยู่แล้วครับ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในโครงการแล้วให้ขับเลยมาจอดรถที่ Tower S ด้านในนะครับ เพราะสำนักงานขายจะย้ายมาอยู่ที่ Lobby Tower S ครับ บรรยากาศด้านล่างตึก น้ำพุด้านหน้า Tower S บรรยากาศภายใน Lobby ครับ Lobby อีกมุม ครับ   วิเคราะห์ตัวโครงการ   โครงการ Aspire สุขุมวิท 48  อยู่ถัดเข้ามาจากปากซอยเป็นระยะทางเกือบ 200 เมตร ลักษณะที่ดินของโครงการจะเป็นแนวยาวเริ่มจากฝั่งซอยสุขุมวิท 48 ไปจรดคลองพระโขนง พื้นที่ภายในแบ่งเป็น 3 อาคาร คือ อาคาร N (North) สูง 25 ชั้น อาคาร S (South) สูง 30 ชั้น และอาคารจอดรถสูง 8 ชั้นซึ่งอยู่ด้านในสุด อาคารทั้งหมดตั้งอยู่ตามแนวทะแยงทิศเหนือ-ใต้  ทำให้ห้องส่วนใหญ่ค่อนไปในตำแหน่งทิศตะวันออกและตะวันตก ห้องทางด้านทิศตะวันออกจะได้ City View เห็นทั้งรถไฟฟ้า BTS ถนนสุขุมวิท และวิวตึกสูงตามแบบฉบับเมืองใหญ่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกที่ใครๆ กลัวว่าแดดจะร้อนแต่กลับได้วิวที่สวยกว่า ด้วยวิวมุมกว้างไร้ตึกสูงให้รกตา แถมยังได้วิวแม่น้ำ ท่าเรือ และในวันที่อากาศดีๆ ก็สามารถมองเห็นได้ไกลถึงบางกระเจ้าเลยทีเดียว ใครที่เลือกห้องในชั้นสูงๆ ก็จะได้เปรียบเรื่องวิวไปเต็มๆ ส่วนปัญหาเรื่องแดดร้อนก็อาจจะร้อนบ้างแต่ยังโชคดีที่บางห้องอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงไม่โดนแดดเต็มที่ ใครที่อยากได้ห้องวิวสวยๆ ก็ลองพิจารณากันดูได้ครับ   ส่วนบริเวณรอบๆ โครงการยังมีบรรยากาศเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาก่อน ในซอยสุขุมวิท 48 มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และร้านซักรีดบ้าง ซึ่งก็เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4-5 ชั้น  ถัดมาทางถนนสุขุมวิทก็ยังมีร้านค้าอยู่อีกไม่น้อยเช่นกัน รอบๆ ในรัศมีใกล้เคียงมีสาธารณูปโภคครบถ้วนดีเช่นกัน ทั้งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท และห้างสรรพสินค้าอีกหลายแห่ง จัดว่าอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียวครับ   และด้วยความที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ มียูนิตรวมทั้ง 2 อาคารมากถึง 838 ยูนิต  ทำให้มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางที่ต้องใช้ร่วมกันบ้าง และแยกส่วนกันบ้าง เช่นในส่วนของอาคารจอดรถที่ลูกบ้านต้องใช้อาคารจอดรถร่วมกัน โดยอาคารจอดรถสูง 8 ชั้นที่ทางโครงการจัดไว้ สามารถรองรับรถได้กว่า 400 คัน ถ้านับรวมที่จอดรถบริเวณรอบๆ อาคาร และนับรวมการจอดซ้อนคันแล้ว ก็มีสัดส่วนที่จอดรถมากถึง 50% ของจำนวนห้องทั้งหมดเลยทีเดียว แต่ลูกบ้านในอาคาร N จะเสียเปรียบกว่านิดหน่อย เพราะตั้งอยู่ห่างจากอาคารจอดรถมากกว่าอาคาร S แถมทางเดินระหว่างอาคารแต่ละหลังก็ไม่มีหลังคาบังแดดบังฝนด้วย การเดินไปมาในช่วงเวลาฝนตกอาจจะลำบากหน่อย ยิ่งถ้าต้องหิ้วของพะรุงพะรังยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะทุลักทุเลแค่ไหน นอกจากนี้สวนหย่อม และลู่วิ่งบนถนนรอบโครงการก็เป็นอีกส่วนที่ต้องใช้ร่วมกัน ส่วนสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า และพื้นที่พักผ่อนจะอยู่ที่ชั้นบนสุดของทั้ง 2 อาคาร ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางนี้จะแยกกันแต่ละอาคารโดยชัดเจน โดยที่พื้นที่ส่วนกลางบนดาดฟ้าของอาคาร S จะกว้างกว่าอาคาร N อย่างชัดเจน เนื่องจากจำนวนยูนิตรวมในอาคาร S มากกว่านั่นเอง ส่วนเรื่องลิฟท์โดยการก็แบ่งเป็นอาคาร S 3 ตัว และลิฟท์เซอร์วิสอีก 1 ตัว ในขณะที่อาคาร N มีลิฟท์โดยสารให้เพียง 2 ตัวเท่านั้น เรื่องความหนาแน่นของการใช้งานส่วนกลางต่างๆ ก็ต้องบอกว่าหนาแน่นกันพอสมควร อย่างลิฟท์โดยสารก็คำนวนได้ในอัตรา 1:140-180 เลยนะครับ ส่วนสระว่ายน้ำระดับ 5x15-20 เมตร ในแต่ละอาคารไม่ต้องบอกก็น่าจะนึกออกว่าจะต้องแบ่งกันใช้งานมากน้อยแค่ไหน   เนื่องจากตัวโครงการ Aspire สุขุมวิท 48 สร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัยแล้ว เราเลยได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงๆ ทั้งล็อบบี้ที่โอ่งโถงทันสมัย วิวสวยๆ จากบนตึก ระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องใช้ Key Card กันตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ไปจนถึงลิฟท์โดยสารแบบล็อคชั้น รวมถึงหน้าตาของพื้นที่ส่วนกลางที่บนดาดฟ้าของอาคาร S ทำให้เราไม่ต้องจินตนาการเกินจริงจากแบบแปลนในกระดาษอีกต่อไป ใครที่กำลังสนใจโครงการนี้อยู่ ลองแวะไปดูของจริงกันได้เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้ครับ   หน้าตาแบบแปลนของโครงการนะครับ จะมีทั้งหมด 3 อาคาร ซ้ายสุด Tower N สูง 25 ชั้น , Tower S สูง 30 ชั้น และอาคารที่จอดรถสูง 8 ชั้น ชั้น G ของ Tower N กับ S จะเป็น Lobby หน้าตาของ Lobby ครับ ส่วนของห้องพักอาศัยของทั้ง 2 อาคารจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปเลยนะครับ โดย Tower N จะมีห้องพักทั้งหมด 278 ยูนิต ส่วน Tower S จะมีทั้งหมด 560 ยูนิตครับ ที่ชั้น 17 และ 22 ของ Tower N จะมี Sky Garden ด้วยนะครับ ส่วนชั้น 25 จะเป็นชั้นบนสุดของ Tower N จะมีสระว่ายน้ำ,ฟิตเนส และสวนสีเขียวอยู่ที่ชั้นนี้ครับ ส่วน Facility หลักของ Tower S จะอยู่ที่ชั้นบนสุดเหมือนกันคือชั้น 30 ครับ หน้าตาของสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นดาดฟ้า Fitness ที่อยู่บนชั้นสุงสุดของอาคาร อาคารจอดรถสูง 8 ชั้นครับ   พาชมห้องตัวอย่าง   แบบห้องของ Aspire สุขุมวิท 48 มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบใหญ่ คือ ห้องแบบ 1bedroom ขนาด 27-38 ตร.ม. และห้องแบบ 2 bedroom ขนาด 54-64 ตร.ม. แต่สำหรับตอนนี้ห้องที่เหลืออยู่จะมีเพียงห้องแบบ 1 bedroom เท่านั้นนะครับ ซึ่งทางโครงการขายกันมาให้แบบห้องเปล่าๆ โล่งๆ มีให้มาเพียงชุดครัว และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้น ส่วนถ้าอยากได้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งตามแบบห้องตัวอย่างก็ต้องลองสอบถามพนักงานขายกันดูว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมยังไงบ้าง สำหรับห้องแบบ 1 bedroom ยังมีแบบแยกย่อยให้เลือกอีก 2 แบบ คือห้องแบบที่มีห้องน้ำในตัวห้องนอน กับห้องแบบที่แยกห้องน้ำไว้นอกห้องนอน ซึ่งห้องทั้ง 2 แบบจะมี Layout ภายในต่างกันทั้งเรื่องขนาดของห้องครัว ตำแหน่งประตูห้องน้ำ และลักษณะการกั้นพื้นที่ห้องน้ำ โดยห้องแบบแรกมีขนาด 38 ตร.ม. เรียกว่า Type D : Bed Sky Kit เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอพื้นที่ในส่วน living room ก่อน และส่วนที่อยู่ติดในแนวเดียวกันคือห้องครัวขนาดใหญ่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งจัดมุมรับประทานอาหารไว้ชิดหน้าต่างเพื่อเปิดรับวิวขณะรับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่ ซึ่งห้องแบบนี้จะจัดแบ่งพื้นที่ของห้องนอนและห้องน้ำไว้เป็นสัดส่วน ประตูห้องนอนเป็นบานสวิง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง แต่ในขณะเดียวกันการจะเข้าออกห้องน้ำต้องเดินผ่านห้องนอนก่อนทุกครั้ง ส่วนห้องอีกแบบมีขนาด 38 ตร.ม. เท่ากัน แต่เป็น Type D : Bed Std Kit ซึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาจะเจอ living room ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ของห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้ห้องนี้ดูโล่งโปร่งสบายตากว่า ในขณะที่ห้องครัวจะมีขนาดเล็กกว่าห้องก่อนหน้านี้ เพราะชุดโต๊ะกินข้าวถูกจัดวางไว้ในบริเวณเดียวกันกับ living room นั่นเอง และห้องน้ำก็อยู่ในแนวเดียวกันกับห้องครัว โดยรวมห้องแบบนี้จะได้คะแนนความน่าอยู่มากกว่า เพราะเราจะรู้สึกว่าห้องกว้างกว่าถึงแม้ขนาดของห้องจะเท่ากันก็ตาม   จากที่ได้ชมห้องตัวอย่างแล้วต้องบอกว่าแปลนห้องไม่ได้มีผิดแผกจากคอนโดในระดับเดียวกัน ฟังก์ชั่นการใช้งานในห้องค่อนข้างครบถ้วน พื้นห้องครัวและห้องน้ำใช้เป็นกระเบื้องเซรามิค ในขณะที่พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นลามิเนตตามมาตรฐาน เคาน์เตอร์ครัวมีทั้งตัวดูดควัน เตาไฟฟ้า และซิงค์ล้างจานติดตั้งมาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน รวมถึงในห้องน้ำที่แยกส่วนแห้งส่วนเปียกด้วยกระจกบานเลื่อน ถึงแม้จะบอบบางไปหน่อยแต่ก็พอเหมาะกับการใช้งาน หน้าตาของวัสดุสุขภัณฑ์ที่ให้มาพร้อมห้องเป็นเกรดธรรมดาทั่วๆ ไปนะครับ ไม่ได้หรูหราสวยงามมากนัก ออกจะดูว่าทางโครงการลดเกรดวัสดุบางตัวลงมากเกินไปด้วยซ้ำ ทำให้ดูไม่ค่อยสมราคาเท่าไหร่ ส่วนที่น่าประทับใจก็เห็นจะเป็นเรื่องวิวของห้องทางด้านทิศตะวันตก ที่ถึงแม้จะต้องเจอกับแดดร้อนๆ ในช่วงบ่าย แต่กลับได้วิวมุมสูงที่สบายตากว่ามาก ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องราคาลองเลือกห้องในชั้นที่สูงซักหน่อย ก็จะได้วิวกว้างไร้สิ่งบดบังสายตา ส่วนภายในห้องถ้าตกแต่งดีๆ ก็ทำให้น่าอยู่ได้ไม่ยากครับ มาดูกันที่ห้อง 1 Bedroom แบบ Sky Kitchen ขนาด 38 ตารางเมตร กันก่อนนะครับ ห้อง Type นี้จะเน้นที่ห้องครัว ดูจากผังห้องจะเห็นชัดเลยนะครับ ว่าห้องครัวมีขนาดใหญ่พอสมควร และมีโต๊ะทานอาหารหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง เพื่อชมวิวเวลาทานอาหารด้วย เมื่อเข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับส่วนของ Living Area ก่อนเลยนะครับ มุมนี้จะเป็นมุมของโซฟาดูทีวีครับ อีกฝั่งจะเป็นชั้นวางทีวี เมื่อมองตรงเข้าไปข้างในจะเป็นห้องครัว วางอยู่ด้านในสุด ครัวจะเป็นครัวแบบปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น พื้นที่ห้องครัวจะเป็นพื้นกระเบื้องนะครับ ด้านในห้องครัวเราจะได้แบบนี้เลยนะครับ ทั้งเคาน์เตอร์ครัว และโต๊ะทานอาหารติดหน้าต่าง จุดวางตู้เย็นจะอยู่ติดประตูกระจกบานเลื่อนนะครับ ส่วนไฟฟ้าจะอยู่ด้านในติดกับโต๊ะทานอาหาร มีช่องใส่เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง เตาไฟฟ้า Hot Plate แบบ 2 หัว และ Hood ดูดควัน ของ Teka ซิงค์หลุมก็ของ Teke เช่นกันครับ เดี๋ยวเราไปดูที่ห้องนอนกันต่อเลยนะครับ จากการที่ทำห้องครัวใหญ่ จึงทำให้ห้องนอนค่อนข้างจะเล็กเลยนะครับ มาดูที่หัวเตียงกันบ้าง ข้างเตียงทั้ง 2 ข้างมีพื้นที่เหลือนิดหน่อย ให้วางโต๊ะข้างและโคมไฟได้ครับ ถัดไปด้านซ้ายอีกหน่อยจะเป็นตู้เสื้อผ้า ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำเลยครับ Type นี้ห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนเลยนะครับ ว่าแล้วเราก็เข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยครับ ตำแหน่งการวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำครับ ห้องอาบน้ำมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนปิด ชุดฝักบัวในห้องอาบน้ำ มาดูอีกห้องนะครับ ขนาด 38 ตารางเมตรเท่ากัน แต่ห้องนี้จะเน้นที่ห้องนอนนะครับ ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีครับ โซฟาขนาด 2 คน นั่งชิดกันกำลังอบอุ่นเลยครับ ทีวีที่ Built in มาให้ดูจะเป็นแบบแขวนนะครับ ทำให้ชั้นวางทีวีดูโล่งมีพื้นที่เหลือให้วางของเพิ่มขึ้นด้วยครับ ห้องนี้โต๊ะทานอาหารจะออกมาอยู่ที่ส่วน Living Area ใกล้ๆ กับชั้นวางทีวีนะครับ ถัดมาด้านในเป็นห้องนอนนะครับ อย่างที่บอกว่า Type นี้จะเน้นที่ห้องนอนเป็นพิเศษ ห้องนอนจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นนะครับ ไม่ใช่ผนังเหมือน Type Sky Kitchen ทำให้ห้องดูโล่งขึ้นมาเยอะเลยครับ การวางเตียง จะมีโต๊ะทำงานและที่นั่งริมหน้าต่างไว้นั่งชมวิวด้วยนะครับ ที่ปลายเตียงจะมีชั้นวางทีวีให้อีกนะครับ ตู้เสื้อผ้าก็จะอยู่ปลายเตียง เหมือนกันครับ ตรงนี้เป็นช่องว่างตรงกลางก่อนจะแยกไปเป็นห้องครัวและห้องน้ำนะครับ มีการ Built in ตู้เก็บของไว้ด้วย เราเลี้ยวขวาเข้ามาดูห้องครัวกันก่อนนะครับ ห้องครัว Type นี้จะต่างกับ Type ก่อนหน้านี้ที่เราดูไปนะครับ เพราะถูกห้องนอนบีบจนแคบอย่างที่เห็นนี่แหละครับ ห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนปิดครับ ภายในครัวนะครับ จะมีช่องใส่ไมโครเวฟและเครื่องซักผ้าอยู่ด้านล่าง ด้านบนจนชั้นลอยเก็บของ เตาไฟฟ้า Hot Plate จะอยู่ด้านในติดกับระเบียง แต่ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับที่อยู่ติดกับผ้าม่านแบบนี้ เวลาทำอาหาร ทั้งน้ำมันกระเด็น ทั้งกลิ่นอาหารคงจะติดผ้าม่านเอาได้ ธรณีประตูระเบียงค่อนข้างสูงนะครับ ถ้าก้าวไม่ระวังอาจจะสะดุดเอาได้ ข้ามมาอีกฝั่งจะเป็นห้องน้ำนะครับ การวางสุขภัณฑ์ของห้องน้ำก็จะเหมือนกับห้อง Sky Kitchen เลยครับ ชุดฝักบัว เดี๋ยวเราออกไปดูบรรยากาศด้านนอกกันบ้างดีกว่านะครับ อันนี้เป็นโถงทางเดินของแต่ละชั้นครับ บรรยากาศ Sky Garden บนชั้นที่ 30 ของ Tower S ครับ ขึ้นมาตอนบ่ายๆ แดดอาจจะแรงหน่อยนะครับ แต่หากเป็นตอนค่ำๆ แดดร่มลมตกแล้ว ขึ้นมาเดินเล่นรับลม ชมวิวกรุงเทพยามค่ำคืน คงจงชิวน่าดู วิวอีกมุมครับ สระว่ายน้ำก็เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ดูจากสีของน้ำแล้วน่าจะยังไม่พร้อมใช้งาน บรรยากาศอีกมุมของสระว่ายน้ำครับ ห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนชุดและอาบน้ำครับ ภายในห้องอาบน้ำ จะมีห้องซาวน่าอยู่ด้านในสุดของห้องน้ำนะครับ มาดูที่ฟิตเนสกันบ้าง อุปกรณ์อาจจะมีน้อยไปหน่อยนะครับ เมื่อเทียบกับลูกบ้านที่มีถึง 560 ยูนิต ด้านนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องใช้เวลาเล่นนาน ก็จะเป็นวิวสระว่ายน้ำนะครับ เพราะถ้าเล่นนานเดี๋ยวคนที่ว่ายน้ำอยู่เค้าจะเขินเอาได้ แต่ถ้าใครจะมีแรงเหลืออยากเล่นนานๆ เพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างก็ไม่ว่ากันนะครับ ฮ่าาา.. ส่วนอีกด้านจะเป็นพวกอุปกรณ์ที่ต้องใช้เวลาเล่นนาน ก็จะเป็นวิวตึกรามบ้านช่องให้นั่งมองกันไป บรรยากาศเหมือนกำลังออกกำลังกายบนเส้นขอบฟ้า... Type A 1 ห้องนอนขนาด 25 ตารางเมตร Type B 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตารางเมตร Type C 1 ห้องนอน ขนาด 32 ตารางเมตร Type E 2 ห้องนอน (A) ขนาด 54 ตารางเมตร Type E 2 ห้องนอน (B) ขนาด 54 ตารางเมตร Type F 2 ห้องนอน (A) ขนาด 64 ตารางเมตร Type F 2 ห้องนอน (B) ขนาด 64 ตารางเมตร ความคุ้มค่าน่าลงทุน สำหรับคนที่มองหาคอนโดในระดับ 2-3 ล้าน ที่ยังอยู่ในแนวรถไฟฟ้า BTS โครงการ Aspire สุขุมวิท 48 ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ถึงแม้ว่าจะค่อนมาทางตอนปลายๆ ของสุขุมวิทแล้วก็ตาม แต่การเดินทางก็ถือว่าสะดวกมากทั้งรถไฟฟ้า BTS ก็ดี หรือจะใช้รถส่วนตัวก็มีทางเข้าออกได้ทั้งฝั่งสุขุมวิท และถนนพระราม 4 ที่สำคัญยังอยู่ไม่ห่างจาก ใจกลางเมืองมากนัก แค่ขับรถหรือนั่งรถไฟฟ้าออกไปหน่อยก็มีทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิง และร้านอาหารมากมายครบครัน ในขณะที่ไม่ต้องอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านวุ่นวายแบบพื้นที่แถบทองหล่อหรือเอกมัย บริเวณนี้จึงค่อนข้างสงบกว่า และเหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า ถึงแม้ว่าสาธารณูปโภคส่วนกลางจะมีน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับภาพรวมโครงการ แต่ก็อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำหรับบางคน การหากลุ่มคนเช่า หรือจะลงทุนห้องไว้ขายต่อก็มีศักยภาพในการลงทุนอยู่พอสมควรเช่นกัน ยิ่งถ้าสามารถต่อรองราคาห้อง หรือซื้อได้ช่วงที่มีราคาโปรโมชั่นพิเศษก็จะยิ่งคุ้มค่าน่าลงทุนมากขึ้น
คอนโด Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW)

คอนโด Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW)

โครงการ: Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 5,100,000 บาท บาท/ตารางเมตร 150,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise ใหม่จาก Noble Development ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 19 เดินทางสะดวกใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท พร้อมแหล่งช้อปปิ้งมากมายใจกลางกรุงเทพฯ ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2561 ที่ตั้ง: Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 1-2-28 ไร่ ที่ตั้ง ซอยสุขุมวิท 19 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. พิกัดโครงการ 13.742246,100.560199 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อโศก, MRT สุขุมวิท   สถานที่สำคัญใกล้เคียง โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โบสถ์วัฒนา โรบินสัน สุขุมวิท Terminal 21 รถไฟฟ้า BTS อโศก รถไฟฟ้า MRT สุขุมวิท   ลักษณะโครงการ: Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 34 – 45 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาด 62 – 69 ตร.ม. จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 28 ชั้น จำนวนห้อง 288 ยูนิต   ส่วนกลาง: Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 60% (ที่จอดรถชั้นใต้ดิน 5 ชั้น) ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) - ค่ากองทุน(/ตร.ม) -   สาธารณูปโภค สวนส่วนกลาง (Ground Floor, ชั้น 23, ชั้น 28 ลอยฟ้า) สระว่ายน้ำ Steam Room ห้องอเนกประสงค์ Infinity Edge Pool Sky Fitness   เพิ่มเติม: Noble Recole สุขุมวิท 19 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-251-9955 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.noblehome.com/ ข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน 2557
THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW)

โครงการ: THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW) ราคา เริ่มต้น 1,800,000 บาท บาท/ตารางเมตร 70,000 – 88,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น “สะท้อนคาแร็คเตอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของคนเมือง เต็มที่ได้ทั้งวันทำงาน และวันพักผ่อน ไปกับคอนโดมิเนียมที่เติมเต็มทุกความต้องการของการอยู่อาศัยในเมืองใหญ่ บนทำเลสุดพิเศษ สะดวก และเป็นส่วนตัว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่มีใครเหมือน ด้วยพื้นที่สีเขียว และธรรมชาติรอบด้าน” จุดด้อย โปรโมชั่น ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2558 ที่ตั้ง: THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 3-1-48.2 ไร่ ที่ตั้ง ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 (ซอยแสงทิพย์) ถนนอ่อนนุช 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.713686,100.600579 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อ่อนนุช สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีอ่อนนุช Tesco Lotus Big C Extra ลักษณะโครงการ: THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 25 ตารางเมตร 1 Bedroom ขนาด 25 – 29.50 ตารางเมตร 2 Bedrooms ขนาด 42.50 – 51 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 39 ชั้น จำนวนห้อง 711 ยูนิต ส่วนกลาง: THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ระมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 47 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค อาคารจอดรถ 8 ชั้น จอดรถได้ 40% รวมซ้อนคัน (35% ไม่รวมซ้อนคัน) สระว่ายน้ำที่อาคารจอดรถชั้น 8 ห้องออกกำลังกายที่อาคารจอดรถชั้น 8 สวนหย่อมด้านหน้าโครงการ, ชั้น 39 และอาคารจอดรถชั้น 8 ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว อัตราส่วนลิฟท์ 237:1 จำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุด 19 ยูนิต Wifi ที่พื้นที่ส่วนกลาง ระบบ CCTV / Access Card   เพิ่มเติม: THE BASE Park West สุขุมวิท 77 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1685 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sansiri.com/ ข้อมูล ณ วันที่
PARK 24 CONDO (PREVIEW)

PARK 24 CONDO (PREVIEW)

โครงการ: PARK 24 CONDO (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 4,000,000 บาท บาท/ตารางเมตร 170,000 บาท เจ้าของโครงการ Proud Real Estate Co.,Ltd. จุดเด่น คอนโดมิเนียนหรูกลางกรุง เดินทางสะดวกใกล้ BTS สถานีพร้อมพงษ์ พร้อมแหล่งช้อปปิ้ง มอลล์ อาทิ The Emporium, Emquartier และ Terminal 21 จุดด้อย โปรโมชั่น ปีที่สร้างเสร็จ ปี 2561 ที่ตั้ง: PARK 24 CONDO (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 5-0-82 ไร่ (เฟสแรก) ที่ตั้ง ซอยสุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ พิกัดโครงการ 13.72569,100.566874 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS พร้อมพงษ์ สถานที่สำคัญใกล้เคียง Terminal 21 Emporium Emquartier สวนเบญจสิริ ลักษณะโครงการ: PARK 24 CONDO (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedrooms Duplex ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 27.77 -37.98 ตารางเมตร จำนวน 590 ยูนิต 2 Bedrooms ขนาด 51.57 – 57.16 ตารางเมตร จำนวน 234 ยูนิต Duplex ขนาด 79.90 – 103.64 ตารางเมตร จำนวน 9 ยูนิต จำนวนตึก 2 อาคารที่อยู่อาศัย / 1 อาคารพาณิชย์ จำนวนชั้น 51 ชั้นและ 29 ชั้น จำนวนห้อง รวมทั้งหมด 837 ยูนิต ส่วนกลาง: PARK 24 CONDO (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 426 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 51% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 65 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค Lobby Fitness center & Yoga studio Steam room Library & Living room and Outdoor deck Garden Swimming pool and Jacuzzi pool Meeting room and recreation room Keycard Access Control (Digital door lock)   เพิ่มเติม: PARK 24 CONDO (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-258-3333 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.park24.co.th/ ข้อมูล ณ วันที่
VERY สุขุมวิท 72 (รีวิวคอนโด)

VERY สุขุมวิท 72 (รีวิวคอนโด)

ปัจจุบันสถานีปลายทางรถไฟฟ้า BTS แบริ่ง เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจไม่น้อยเลย นอกจากในซอยแบริ่งที่มีคอนโดมิเนียมโครงการต่างๆ เกิดขึ้นมากมายแล้ว ทำเลในซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 72 ก็มี Very Condo สุขุมวิท 72 อีกหนึ่งโครงการที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายนี้ เราเลยไม่พลาดที่จะเก็บข้อมูลเอามาฝากกันครับ   การเดินทาง   ถ้าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า การเดินทางหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้นการใช้รถไฟฟ้า BTS เป็นตัวเลือกแรก นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีแบริ่งแล้วออกทางออกที่ 4 เดินต่อไปทางซอยสุขุมวิท 72 และเข้าซอยอีกเล็กน้อย ก็จะถึง Very Condo ระยะทางรวมแล้วไม่เกิน 400 เมตร จัดว่าเป็นระยะที่กำลังเดินได้สบายๆ โดยไม่ต้องพึ่งพารถสองแถว หรือวินมอเตอร์ไซค์เลยก็ได้ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะถนนหนทางในย่านนี้มีเส้นทางเลี่ยงเข้าออกเมืองได้หลายทาง ทั้งด่านทางด่วนบางนา และทางด่วนสุขสวัสดิ์-บางพลี ถนนวงแหวนรอบนอก สะพานภูมิพล (สะพานอุตสาหกรรม) รวมถึงถนนสายหลักๆ อย่างถนนบางนา-ตราด และถนนศรีนครินทร์ เรียกได้ว่ามีทางไปได้เยอะ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าเส้นทางไหนจะสะดวกมากกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ คือเรื่องปัญหารถติดที่ยังไงก็หนีไม่พ้นทั้งช่วงเช้าและเย็น การเดินทางครั้งนี้เราลงมาจากทางด่วนบางนา แล้วตรงเข้ามาตามถนนสุขุมวิท ซึ่งซอยสุขุมวิท 72 อยู่เยื้องๆ กับซอยแบริ่ง ดังนั้นจึงต้องเลยขึ้นไปอีกเล็กน้อยเพื่อกลับรถมายังซอยสุขุมวิท 72 พอเข้าซอยมาแล้วก็เลี้ยวขวาที่แยกแรก ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้ๆ แยกนี่เลย นับระยะทางจากปากซอยสุขุมวิท 72 เข้ามาถือว่าไม่ไกลเลย ส่วนการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็สะดวกเช่นกัน เพราะถนนสุขุมวิทแถบนี้ รถราคึกคักดีทีเดียว เส้นทางระยะใกล้ๆ ก็มีรถสองแถวให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงรถเมล์อีกหลายสาย และแน่นอนว่ารถแท็กซี่ก็มีเยอะแยะมากมาก โดยเฉพาะบริเวณทางลงรถไฟฟ้า ดังนั้นการเดินทางไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหนก็สะดวกไม่ต่างกันครับ เส้นทางการเดินทางจาก BTS สถานีแบริ่ง ถึงโครงการ VERY Condo เริ่มต้นโดยเดินทางจากอุดมสุขมุ่งหน้าสู่บางนา ให้ตรงไปแยกบางนามุ่งหน้าไปสมุทรปราการ ตรงผ่านแยกบางนา เมื่อผ่านแยกบางนามาแล้ว ทางซ้ายจะเป็น BITEC ด้านหน้าเป็น BTS สถานีแบริ่ง ผ่านสามแยก (ซอยลาซาล) ผ่าน BTS สถานีแบริ่ง วิ่งตรงผ่านสามแยก ผ่านซอยสุขุมวิท 107 (ซอยแบริ่ง) วิ่งมาเรื่อยๆ ทางขวาจะเห็นเต้นท์รถอยู่หน้าซอยสุขุมวิท 72 เมื่อเลยซอยที่อยู่ทางขวา ให้ชิดขวาเพื่อกลับรถ กลับรถมาแล้วก็เตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 72 เลยครับ ปากซอยจะมีเต้นท์รถเห็นชัดๆอยู่ เมื่อเข้าซอยมาแล้วให้เข้าซอย ศิริคาม 4 เลี้ยวเข้ามาแล้ว ให้ตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นโครงการ VERY Condo อยู่ด้านหน้า ถึงแล้วครับโครงการ VERY Condo วิเคราะห์ตัวโครงการ ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการ Very สุขุมวิท 72 ที่อยู่ในย่านแบริ่งนี่เอง ความเจริญของบริเวณแวดล้อมโครงการจัดว่าดีทีเดียวครับ เพราะมีทั้งสาธารณูปโภคต่างๆ ครบครัน ทั้งโรงเรียนนานาชาติรายใหญ่ๆ โรงเรียนเอกชนชื่อดัง รวมถึงโรงเรียนอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียงก็มีอยู่หลายแห่งเช่นกัน รวมถึงสถานพยาบาลก็มีเยอะไม่แพ้กัน ทั้งโรงพยาบาลใหญ่ๆ และคลินิคในเขตชุมชน เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็สามารถพึ่งพาได้สบายๆ และถ้าจะถามถึงแหล่งช็อปปิ้ง แค่หลับตาก็เห็นภาพเซ็นทรัลบางนา ซีคอนสแควร์ พาราไดซ์พาร์ค และห้างอิมพีเรียลเวิร์ดสำโรงขึ้นมาในหัวแล้วแน่ๆ แถมด้วยโลตัส ศรีนครินทร์ และแมคโครเข้าไปอีก ถือว่ามีห้างใหญ่ๆ ให้จับจ่ายใช้สอยไม่น้อยเลยในระยะ 10 กิโลเมตร และยังมีตลาดสดสำโรงอีกที่เราสามารถพึ่งพาฝากท้องได้ในราคาประหยัด การอาศัยอยู่ในแถวนี้จึงถือว่าอุดสมบูรณ์ดีทีเดียว ขอแค่ไม่ขี้เกียจเดินออกมาจากซอยสุขุมวิท 72 แค่นั้นแหละ รับรองว่าไม่มีคำว่าขาดแคลนแน่นอน ที่ตั้งในซอยสุขุมวิท 72 อาจจะเป็นรองซอยแบริ่งอยู่บ้างในด้านความเจริญ และความพลุกพล่านของร้านค้าต่างๆ เนื่องจากซอยแบริ่งเป็นซอยใหญ่ แต่ในทางกลับกันซอยสุขุมวิท 72 ก็มีความเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอาศัยมากกว่า ภายในซอยยังเป็นบ้านอาศัยในแนวราบเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีก็เพียงคอนโดเพื่อนบ้านอย่าง Cattleya เพียงอาคารเดียวที่ตั้งอยู่ติดกันในระยะประชิดเนื่องจากเป็นโครงการเก่าที่อยู่มาก่อนแล้ว ห้องในฝั่งนี้จึงถูกบังวิวกันไปแบบเต็มๆ ด้วยตัวโครงการ Very สุขุมวิท 72 ที่เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น เรื่องวิวจึงไม่ใช่จุดเด่นเท่าไหร่ ส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 8 มียูนิตรวมเพียงแค่ 68 ยูนิตเท่านั้น จัดว่าน้อยเหมือนกันครับ เลยค่อนข้างได้เปรียบเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงกว่าโครงการอื่นที่มีจำนวนห้องมากๆ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางจัดรวมไว้ที่บริเวณดาดฟ้าของอาคารทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และ Roof Top Garden จากที่สังเกตุภาพรวมๆ แล้ว ถือว่าทางโครงการจัดส่วนกลางมาได้ดีพอสมควร ปริมาณความหนาแน่นไม่มากนักลูกบ้านก็น่าจะใช้ส่วนกลางได้จริงจังมากขึ้น เช่นเดียวกันกับลิฟท์โดยสาร ถึงจะมีเพียง 1 ตัว แต่เทียบกับจำนวนห้องแล้วถือว่าใช้ได้สบายๆ ดีทีเดียว กลับกันกับเรื่องที่จอดรถที่ดูจะจำกัดจำเขี่ยอยู่พอสมควร นับรวมจอดซ้อนคันแล้วก็ไม่เกิน 30% เพราะพื้นที่ชั้น G ส่วนหนึ่งถูกแบ่งไว้เป็นส่วนของ Lobby ห้องจดหมาย ห้องซักรีด และห้องนิติบุคคล เลยทำให้พื้นที่จอดรถมีน้อยไปนิด ถ้าต้องมาอยู่อาศัยจริงก็ต้องลุ้นกันหน่อยว่าลูกบ้านแต่ละห้องจะมีรถส่วนตัวกันเยอะแค่ไหน ถึงจะเป็นโครงการเกาะแนวรถไฟฟ้าแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำหรับทำเลแถบนี้โอกาสที่ลูกบ้านจะมีรถส่วนตัวก็ความเป็นไปได้สูงเหมือนกัน พาชมห้องตัวอย่าง มาถึงห้องของโครงการ Very สุขุมวิท 72 กันบ้าง ซึ่งทางโครงการก็จัดมาทั้งห้องแบบ Studio, ห้องแบบ 1 ห้องนอน และห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาดห้องเริ่มต้นกันที่ 25.8 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้อง Studio เปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนของ Pantry ครัวเล็กๆ และห้องน้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม หรือหลังประตูเข้าห้องพอดี ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่ของห้องนอนซึ่งต้องบอกว่าพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัดเหมือนกัน วางเตียงขนาด 5 ฟุตเข้าไปแล้วก็เหลือพื้นที่ว่างไม่มากเท่าไหร่ บริเวณปลายเตียงวางตู้เสื้อผ้า และชั้นวางทีวีแล้ว ก็เกือบเต็มพื้นที่ห้องพอดี ด้านในสุดของห้องแบ่งเป็นระเบียงเล็กๆ ส่วนอีกด้านติดหน้าต่างเหลือพื้นที่เล็กๆ สำหรับวางโต๊ะทำงาน หรือเดย์เบดได้อีกตัว ขยับมาที่ห้องแบบ 1 ห้องนอนกันบ้าง ซึ่งขนาดพื้นที่ 36 ตร.ม. โดยประมาณ Lay out ของห้องแบบนี้ดูจะค่อนข้างลงตัวและน่าอยู่มากกว่า เพราะมีการจัดสรรพื้นที่ได้เป็นสัดส่วน เปิดเข้าห้องมาจะเจอพื้นที่ของห้องนั่งเล่นก่อน ส่วนครัวของห้องนี้จะได้เป็นครัวปิด ซึ่งมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อย ส่วนอีกด้านของห้องครัวจะมีประตูกระจกอีกทางสำหรับออกไปยังระเบียง ซึ่งระเบียงของห้องนี้จะแคบและมีลักษณะอยู่ในแนวลึก ลักษณะของห้องนี้จึงเสียเปรียบเรื่องวิว เพราะ Lay out ห้องไม่ได้ออกแบบมาให้เปิดรับวิวเท่าไร หันกลับอีกด้านของห้องเป็นพื้นที่ของห้องนอนซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในตัว พื้นที่ใช้สอยภายในก็ค่อนข้างลงตัว ถึงจะไม่ได้กว้างมากแต่ก็กำลังพอใช้งานได้ครับ ห้องทั้งหมดของโครงการขายกันมาแบบ Fully Furnished นะครับ มีทั้งชุดครับ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำตามชุดมาตรฐาน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ Built in บางชิ้น ซึ่งแนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่โครงการให้ดีนะครับว่ามีชิ้นไหน และสเปคเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเท่าที่ดูจากห้องตัวอย่างก็ได้รับแจ้งว่าในห้องจริงอาจจะมีของแถม หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ความคุ้มค่าน่าลงทุน สำหรับเรื่องของความคุ้มค่าน่าลงทุนของโครงการ Very สุขุมวิท 72 ซึ่งดูแล้วน่าจะได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าพอสมควร ด้วยระยะห่างเพียง 400 เมตร จึงทำให้การเดินเท้าต่อไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ไม่ยาก รวมถึงเรื่องสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่คึกคักดีทีเดียว เพราะใกล้ทั้งแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ หลายแห่ง แถมยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดอยู่ใกล้ๆ ด้วย ทำเลย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์ไม่น้อยเลย สำหรับการซื้อหาเพื่ออยู่อาศัย ที่ตั้งโครงการค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของความเงียบสงบ เหมาะกับการพักอาศัย ส่วนการลงทุนเพื่อหวังปล่อยห้องให้เช่า อาจจะมีโอกาสน้อยหน่อย เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงไม่ค่อยมีบริษัทใหญ่ๆ รวมทั้งไม่ได้อยู่ใกล้ย่านธุรกิจเท่าที่ควร กลุ่มคนเช่าส่วนหนึ่งอาจจะต้องเป็นกลุ่มคนที่ทำงานในเมือง ซึ่งอาจจะต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าเพื่อความสะดวกในการเดินทาง แต่จะว่าไปแล้ว คอนโด หรือห้องเช่าที่อยู่เกาะแนวรถไฟฟ้าก็มีตัวเลือกไม่น้อยเหมือนกัน ทำให้มีตัวเปรียบเทียบในตลาดค่อนข้างมาก การลงทุนเรื่องปล่อยห้องเช่าจึงห้องศึกษาข้อมูล และทำการบ้านกันให้ดีๆ ครับ จะได้ไม่เจ็บตัว อ้อ! ข้อด้อยอีกเรื่องของโครงการ Very สุขุมวิท 72 ที่ไม่อาจมองข้ามได้ก็คือ เรื่องของ Developer ที่เป็นรายย่อยในวงการ เรื่องการบริหารงานนิติบุคคลในช่วงแรกๆ รวมถึงคุณภาพงานก่อสร้างอาจจะต้องลุ้นกันหน่อย ยังดีที่ปัจจุบันตัวอาคารสร้างเสร็จพร้อมโอนเข้าอยู่เต็มทีแล้ว เรื่องเจ้าของโครงการทิ้งงานจึงหมดห่วงไปได้เปราะหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องการรอตรวจรับงานของเจ้าของห้องเท่านั้นครับ ส่วนใครที่สนใจอยากได้เป็นเจ้าของซักห้อง ทางโครงการก็ยังพอมีห้องเหลืออยู่บ้าง ลองแวะเข้าไปดูห้องที่โครงการจริงกันก่อนได้ เผื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจครับ
Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW)

Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW)

โครงการ: Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 6,900,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 150,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น คอนโด High Rise จากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ติดถนนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 3-0-86.5 ไร่ ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.704313,100.601762 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS อ่อนนุช สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS อ่อนนุช เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช บิ๊กซี ตลาดบางจาก Gateway เอกมัย Major เอกมัย J-Avenue K-Village The Emporium Emquartier Emsphere มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท โรงเรียนนานาชาติเอกมัย โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาลสมิติเวช ลักษณะโครงการ: Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี Studio 1 Bedroom 2 Bedrooms ขนาดห้องที่มี Studio ขนาด 21 ตารางเมตร 1 Bedroom ขนาด 30 ตารางเมตร 2 Bedrooms ขนาด 42-60 ตารางเมตร จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น อาคาร A 23 ชั้น, อาคาร B 25 ชั้น จำนวนห้อง อาคาร A 446 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิต, อาคาร B 489 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิต ส่วนกลาง: Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 187 คันคิดเป็น 38% รวมจอดซ้อนคันเป็น 45% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 45 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำขนาด 7 x 20 เมตรระบบเกลือ แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม.และสระผู้ใหญ่ลึก 1.5 ม. ห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 5 สวนหย่อมรอบโครงการ และชั้น 4 Games Room พร้อมโต๊ะพูลและโต๊ะโกล์ Living Room พร้อม Pantry ครัวครบชุด สามารถจัด Private Party ได้ ห้องสมุดที่ชั้น 5 ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์โดยสาร 233.75 ห้อง/ลิฟท์ 1 ตัว Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันทั้งโครงการคิดเป็น 45% ระบบ CCTV / Access Card / Proxy Lift   เพิ่มเติม: Ideo Mobi Sukhumvit (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 02-316-2222 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.ananda.co.th/condo/ideomobi/sukhumvit/index.php ข้อมูล ณ วันที่
ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW)

ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW)

โครงการ: ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 2,450,000 บาท บาท/ตารางเมตร เริ่มต้น 98,000 บาท เจ้าของโครงการ Asian Property., Plc. จุดเด่น เติม Surprise ให้…เกินคาด โลดแล่น…ให้ถึงขีดสุดกับไลฟ์สไตล์แบบ ENERGETIC LIVING ที่พร้อมสปาร์คความสุขให้คุณ…แบบเกินความคาดหมาย พบความสุขอีก ฯลฯ ได้ที่ Aspire คอนโด สุขุมวิท 48 โลดแล่น…ให้ถึงขีดสุดกับไลฟ์สไตล์แบบ ENERGETIC LIVING ที่พร้อมสปาร์คความสุขให้คุณ…แบบเกินความคาดหมาย มีคอนโดบนสุขุมวิท…ง่ายเกินคาด มีสเปซในการใช้ชีวิต…กว้างเกินคิด มีพื้นที่ของวันพักผ่อน…สูงกว่าที่ฝัน มีการเดินทาง…รวดเร็วกว่าที่เคย และพบความสุขอีก ฯลฯ ได้ที่ Aspire คอนโด สุขุมวิท 48 ปีที่สร้างเสร็จ 2557 ที่ตั้ง: ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 5-0-98.3 ไร่ ที่ตั้ง ซอยสุขุมวิท 48 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.711467,100.594341 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS สถานีพระโขนง (650 ม.)   สถานที่สำคัญใกล้เคียง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เอกมัย พาร์คเลน เอกมัย เจ อเวนิว ทองหล่อ ห้าง ดิเอ็มโพเรี่ยม   ลักษณะโครงการ: ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bed 2 Bed ขนาดห้องที่มี 1 Bed / 25-38 ตร.ม. 2 Bed / 54-64 ตร.ม. จำนวนตึก 3 อาคาร จำนวนชั้น อาคาร A สูง 25 ชั้น, อาคาร B สูง 30 ชั้น, อาคาร C สูง 8 ชั้น จำนวนห้อง อาคาร A จำนวน 277 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 560 ยูนิต, อาคาร C เป็นอาคารจอดรถ   ส่วนกลาง: ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 40% ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 35 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 350 บาท   สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ฟิตเนส เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และ กล้องวงจรปิด ประตู Key Card สวนหย่อม Wi-Fi Internet บริเวณ Lobby   เพิ่มเติม: ASPIRE สุขุมวิท 48 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.apthai.com/Aspire/Aspire-Sukhumvit-48/home/ ข้อมูล ณ วันที่
RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW)

RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW)

โครงการ: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 4,800,000 บาท บาท/ตารางเมตร 136,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด จุดเด่น คอนโด High Rise สูง 34 ชั้น จาก AP ใกล้ BTS พระโขนง จุดด้อย – โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้ง: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 3 – 0 – 75 ไร่ ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท 44/1 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.715393,100.590497 ระบบขนส่งสาธารณะ BTS พระโขนง สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS พระโขนง Gateway เอกมัย Major เอกมัย Tesco Lotus Big C มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ลักษณะโครงการ: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom Duplex (1 Bedroom ) ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom 35.20 – 55.20 ตารางเมตร 2 Bedroom 50.70 – 52.20 ตารางเมตร Duplex (1 Bedroom ) 55.20 ตารางเมตร จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนห้อง 486 ยูนิต ส่วนกลาง: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 270 คันในช่องจอด หรือ 55.55 % ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 45 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า ที่นั่ง+ลานโยคะ บนดาดฟ้า สวนส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง   เพิ่มเติม: RHYTHM สุขุมวิท 44/1 (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.apthai.com/ ข้อมูล ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557