Tag : Events

48 ผลลัพธ์
มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

ผลสำรวจหลังจบงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ชี้ความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่มเรียลดีมานด์ยังอยู่ในระดับสูง สินค้าประเภท คอนโดมิเนียมยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง   นายณพงศ์ ปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 เปิดเผยถึงผลสำรวจหลังการจัดงานฯ ตลอด 4 วัน ตั้งแต่ 21-24 มีนาคม ซึ่งวันสุดท้ายตรงกับเลือกตั้ง แต่ยังมีลูกค้าเข้ามาชมงานและเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เมื่อเทียบกับการจัดงานครั้งที่ 39 มีสัดส่วนผู้ลงทะเบียนและเข้าชมงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.84 ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.58  โดยมียอดจองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานแยกประเภทโครงการดังนี้ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 52.20% รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยว คิดเป็น 16.87% และ ทาวน์เฮ้าส์คิดเป็น 10.71% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทที่ดินเปล่าและอื่นๆ 9.31%  นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าขอสินเชื่อภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท   “ผลสำรวจปรากฏว่ามีผู้ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในงานประมาณ 80% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และอีก 20 % ซื้อเพื่อการลงทุน ซึ่งมองว่ามาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการดังกล่าว เน้นไปที่บ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2  จึงไม่ใช่ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคกลุ่มนี้ สำหรับผู้เข้าชมงานกว่า 61.01 % เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ เป็นครั้งแรก และอีกประมาณ 38.99% เป็นผู้ที่เคยมางานแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยผู้เข้าชมงานกว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ในช่วงอายุ 21-30 ปี 33.15% รองลงมาจะอยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี คิดเป็น 30.50% และ 15.45% เป็นกลุ่ม Gen X ในช่วงอายุ 41-50 ปี ส่วนผลสำรวจด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือนชี้ว่าผู้เดินงาน 34.09% มีรายได้อยู่ไม่เกิน 30,000 บาท และ 29.50% มีรายได้ ระหว่าง 30,000 - 50,000 บาท ส่วนที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท จะอยู่ที่ 11.55%”   “ด้านระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี จะอยู่ที่ 24.91% ขณะที่ระยะเวลา 6-12 เดือน อยู่ที่ 16.37% และระยะเวลา 1-3  เดือน อยู่ที่ 15.57% ส่วนด้านงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทระบุว่าผู้เข้าชมงาน 30.73% ต้องการที่อยู่อาศัยระดับ ราคา 2-3 ล้านบาท และ 23.99% ต้องการระดับ 1-2 ล้านบาท และอีก 18.31% ต้องการราคา 3-4 ล้านบาท มีเพียง 5.07% ที่สนใจที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท”   สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2562 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยมีนายชูรัชฏ์ ชาครกุล สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41      
HBA เปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019”

HBA เปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019”

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ลุยจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” งานเดียวที่รวบรวมบริษัทชั้นนำกว่า 30 บริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ ชูแบบบ้านสวยสุดสร้างสรรค์ทุกฟังก์ชั่นการใช้สอยครบทุกงบประมาณที่ต้องการ “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย” ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562  ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builders Association: HBA) ได้เปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” โดยได้รับเกียรติจากนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน มีนางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยกรรมการบริหารสมาคมฯ ให้การต้อนรับ และร่วมในพิธีเปิด   นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builders Association: HBA) เปิดเผยว่า การจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการตลาดให้กับสมาชิกของสมาคมฯ ภายในงานมีการนำเสนอแบบบ้านใหม่ล่าสุดพร้อมทั้งโปรโมชั่นของบริษัทรับสร้างบ้าน นอกจากนี้ผู้จองปลูกสร้างบ้านภายในงาน ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทด้วย ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.hba-th.   การจัดงาน“รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย”  ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-2ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยภายในงานบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ กว่า 30 บริษัท รวมทั้งพันธมิตรกลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาแสดงในงานในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้สมาคมฯ คาดว่าจะมียอดขายภายในงานประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการจัดงานในปีที่แล้ว และคาดว่าหลังการจัดงานจะมีผู้ที่ตัดสินใจปลูกสร้างบ้านคิดเป็นมูลค่ารวมอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งบ้านระดับราคา 2-5 ล้านบาท ยังเป็นกลุ่มหลักของตลาดรับสร้างบ้านโดยรวม   สำหรับมูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านในปี 2562 มูลค่าตลาดรวมทั้งหมดน่าจะอยู่ราว 12,500 – 13,000 ล้านบาทเติบโตขึ้น 5-8% จากปี 2561 ที่มีมูลค่าตลาดรวมที่ 12,000 ล้าบาท   “กิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้นนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นภาพรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านให้มีความคึกคักในช่วงครึ่งแรกของปีแล้ว ในเชิงกลยุทธ์ของสมาคมฯ ยังเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสมาชิก และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง”นางศิริพรกล่าวทิ้งท้าย      
เปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40

เปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี เปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 พร้อมย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการภาครัฐและเมกะโปรเจคมากมาย ขณะที่สามสมาคมผู้จัดงานมั่นใจตลาดอสังหาฯ ปี 62 จะเห็นยอดซื้อเพิ่มขึ้น   ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “งานมหกรรมบ้านและคอนโดเป็นกิจกรรมที่มีความ สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นับเป็นงานแสดง สินค้าที่อยู่อาศัยใหญ่ที่สุด โดยมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก พร้อมกันนำสินค้าหลาก หลายโครงการมาจัดแสดง เพื่อให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปที่กำลังเลือกซื้อที่อยู่อาศัย โดยสามสมาคมผู้จัดงาน ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ได้ทำให้เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย มาที่ เดียวจบทุกราคา ทุกประเภท ทุกทำเล ตรงกับความต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งจาก ผู้ประกอบการและแคมเปญกระตุ้นยอดขายจากผู้จัดงานอีกมากมาย”   “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นๆ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยเฉพาะโครงสร้างสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นสิ่งคู่กัน ตลอดมา พื้นที่ใดถนนตัดผ่านย่อมเกิดการขยายตัวสร้างความเจริญสู่ชุมชนใหม่ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นประเทศผู้มีรายได้สูง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญไปทั่วประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการ ดังนั้น โครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนของการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการเกิด Smart City มีลักษณะความอัจฉริยะใน 7 ด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งด้าน เศรษฐกิจ การขนส่ง พลังงาน สิ่งแวดล้อม การดำรงชีพ พลเมือง และการบริหารงานภาครัฐ ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้เปิด โครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สำหรับปีนี้จะขยายแผนงานไปยัง 24 จังหวัด และคาดว่าภายในเวลา 5 ปีจะขยายไปทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเปิด รับสมัครเมืองทั่วประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาเป็น Smart City เมื่อผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด เมืองเหล่านั้นก็จะได้รับ ตราสัญลักษณ์ Smart City สามารถขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้”   “นอกจากนี้ ภายใต้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ตั้งแต่ปี 2558 – 2565 กระทรวงคมนาคม ยังมุ่งพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทุกโครงข่าย ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศ รวมถึงการ สร้างสถานีขนส่ง หรือจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางด้วยการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ Transit Oriented Development เพื่อช่วยกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคตามแนวสายทางการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเอื้อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม แหล่งงาน และแหล่งที่อยู่อาศัย เป็นต้น”   “สำหรับในส่วนกรุงเทพมหานคร โครงการรถไฟฟ้าเฟส 1 จำนวน 10 สาย และพร้อมจะเปิดให้บริการครบทุกสายภายใน ระยะเวลา 5 - 6 ปี สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นวันละราว 2.7 ล้านคน ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เริ่มวางแผน งานพัฒนาเฟส 2 เพื่อขยายรัศมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเน้นไปที่พัฒนาสถานีเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งทุกรูปแบบ ทั้งรถเมล์ เรือโดยสาร และท่าอากาศยาน และเชื่อว่ายังมีงานอีกมากมายที่จะดำเนินการต่อ เพื่อให้การพัฒนาประเทศ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไป” ดร.ไพรินทร์ กล่าว   ด้านนายณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 เปิดเผยว่า “ปี 2562 นี้ มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างมากกับตลาดอสังหาฯ ไทยอยู่หลายประการ อาทิ มาตรการควบคุมสินเชื่อบ้านแบบใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายนนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต่างเร่งระบายสต๊อกสินค้าและออกโปรโมชั่นพิเศษมากมาย จึงเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มเรียลดีมานด์ที่จะได้เลือกซื้อสินค้าที่ต้องการพร้อมได้รับสิทธิพิเศษทั้งด้านส่วนลดราคาและของแถมมากมาย โดยคาดการณ์ว่าจะมียอดโอนกรรมสิทธิ์มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ส่วนปัจจัยด้านการเมือง ซึ่งหากรัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพ สถานการณ์ทางการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจของประเทศก็น่าจะกลับมาฟื้นตัว และเชื่อว่าตลาดอสังหาฯ ในครึ่งปีหลังก็จะกลับมาคึกคักยิ่งขึ้น ทั้งยังต้องรอดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาฯ”   “ทางคณะผู้จัดงานคาดการณ์ว่างานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 นี้ จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยมีผู้มาร่วมงานอยู่ที่เกือบ 1 แสนคน และมียอดจองและขายทั้งภายในงานและต่อเนื่องหลังงานรวมกว่า 6 พันล้านบาท สำหรับงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 150 ราย และมีโครงการมากกว่า 1,000 โครงการให้ลูกค้าได้เลือก”   “คณะกรรมการจัดงานได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ “7 Weeks 7 Flash Deal” เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรื่องเป็นอยู่เป็นเรื่องง่าย โดยแคมเปญนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม ซึ่ง เป็นวันสุดท้ายของการจัดงานฯ ลูกค้าที่ได้ลงทะเบียนออนไลน์หรือจองซื้อภายในงานจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับดีลพิเศษ 7 ดีล ตลอด 7 สัปดาห์ ได้แก่ ฟรีผ่อน 1 ปี ฟรีดาวน์ ฟรีโอน ฟรีค่าส่วนกลาง ฟรี   บิวท์อิน ฟรีเครื่องใช้ ไฟฟ้า และฟรีเฟอร์นิเจอร์ แต่ละดีลจะมีมูลค่าถึง 120,000 บาท นอกจากนี้ คณะกรรมการจัดงานยังได้ทำ HC SOLUTION เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจหาข้อมูลโครงการที่สนใจจากระบบฐานข้อมูล ซึ่งรวบรวมข้อมูลทุกอย่างจากผู้ประกอการทุกรายที่ร่วมจัดแสดงสินค้าในครั้งนี้ ตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้งบูธภายในงาน ประเภทโครงการ ทำเล ราคา และโปรโมชั่นต่างๆ ไปจนถึงการคำนวณความสามารถในการขอสินเชื่อ ทั้งยังสามารถขอรับคำปรึกษาเรื่องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษมากมายไว้ต้อนรับลูกค้าภายในบูธของแต่ละแบรนด์อีกด้วย” นายณพงศ์ กล่าว   งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 24 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริเวณโซนซี ชั้น 1 ชั้น 2 และโซนเอเทรียม ผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าได้ทาง www.housecondoshow.com หรือติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ทางเฟสบุ๊ค housecondoshow - งานมหกรรมบ้านและคอนโด, อินสตาแกรม housecondoshow  หรือช่องทางไลน์ @housecondoexpo เพื่อรับข้อมูลโครงการและโปรโมชั่นจากผู้ประกอบ การได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว      
HBA เตรียมเปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019”

HBA เตรียมเปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019”

HBA เตรียมเปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019”  ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   นับถอยหลังเข้าสู่โหมดการจัดงานใหญ่ที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA )ได้รวมบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำที่ผนึกกำลังกันโชว์แบบบ้านอย่างมืออาชีพ!! ในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019” ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ...“ศิริพร สิงหรัญ” นายกสมาคมฯแอบกระซิบมาว่า นอกจากแบบบ้าใหม่แล้ว สมาชิกสมาคมฯยังพร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ เอาใจผู้บริโภค “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย” ตามคอนเซ็ปต์การจัดงานแล้วยังมีกลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างชั้นนำที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาแสดงในงานนี้ด้วย   โดยผู้ที่จองปลูกสร้างบ้านภายในงานนอกจากจะได้รับโปรโมชันพิเศษจากบริษัทรับสร้างบ้านที่มาแสดงภายในงานแล้ว ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทด้วย ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.hba-th.org/      
มหกรรมบ้านและคอนโด เดินหน้าขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย ปลุกกระแสตลาดให้คึกคัก

มหกรรมบ้านและคอนโด เดินหน้าขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย ปลุกกระแสตลาดให้คึกคัก

สามบิ๊กสมาคมอสังหาฯ ยังคงเดินหน้าจัดมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 คาดว่าตลาดยังมีกำลังซื้อ ด้วยมีปัจจัยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค การจัดงานมหกรรมฯ เป็นการตอกย้ำความต้องการด้านที่อยู่อาศัย และขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงต้นปี 2562   นายณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 เปิดเผยว่า “ถึงแม้จะมีปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ อาทิ มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายนนี้ จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมากขึ้น งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งนี้ นับเป็นโอกาสของผู้บริโภคที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ด้านผู้ประกอบการต่างเร่งระบายสินค้าในสต๊อกภายในงานมหกรรมฯ โดยแข่งขันการจัดแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษ ตลอดจนผู้จัดงานฯ ได้มีการออกแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในงานด้วย และคาดว่าหลังการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ น่าจะมีแนวนโยบายต่างๆ ในการกระตุ้นธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ”   งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริเวณโซนซี ชั้น 1 ชั้น 2 และโซนเอเทรียม “โดยมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงสินค้าภายในงานกว่า 150 บริษัท และมีโครงการมากกว่า 1,000 โครงการ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อพร้อมรับแคมเปญภายในงานมากมาย โดยสินค้าที่นำมาแสดง ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม 32.8%  บ้านเดี่ยว 19.7% ทาวน์เฮ้าส์ 16.4% และอื่นๆ เป็นต้น และตลอดการจัดแสดงงาน 4 วัน คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคเข้ามาชมงานเกือบ 1 แสนคน และมียอดจองและยอดขายทั้งภายในงานและต่อเนื่องหลังงานมากกว่า 6 พันล้านบาท”   ภายในงานครั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ “7 Weeks 7 Flash Deal” เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรื่องเป็นอยู่เป็นเรื่องง่าย โดยแคมเปญนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานฯ ลูกค้าที่ได้ลงทะเบียนออนไลน์หรือจองซื้อภายในงานจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับดีลพิเศษ 7 ดีล ได้แก่ ฟรีผ่อน 1 ปี ฟรีดาวน์ ฟรีโอน ฟรีค่าส่วนกลาง ฟรีบิวท์อิน ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า และฟรีเฟอร์นิเจอร์ มูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้จัดโซนพื้นที่ HC SOLUTIONS เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจหาข้อมูลโครงการที่สนใจจากระบบฐานข้อมูล ซึ่งรวบรวมข้อมูลทุกอย่างจากผู้ประกอบการทุกรายที่มาร่วมออกบูธแสดงสินค้า ตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้งบูธ ประเภทโครงการ ทำเล ราคา และโปรโมชั่นต่างๆ ไปจนถึงการคำนวณความสามารถในการขอสินเชื่อ พร้อมขอรับคำปรึกษาเรื่องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น   ผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าได้ทาง www.housecondoshow.com หรือติดตาม รายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ทางเฟสบุ๊ค housecondoshow - งานมหกรรมบ้านและคอนโด, อินสตาแกรม housecondoshow  หรือช่องทางไลน์ @housecondoexpo เพื่อรับข้อมูลโครงการและโปรโมชั่นจากผู้ประกอบการได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว    
ซีบีอาร์อีซีจัดงานสัมมนาแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ

ซีบีอาร์อีซีจัดงานสัมมนาแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ

ซีบีอาร์อี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา “แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ” สำหรับลูกค้าและนักลงทุน เพื่ออัพเดตแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯ รวมถึงเคล็ดลับการลงทุนโดยนางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ   นอกจากนี้ ลูกค้าทั้ง 100 ท่านยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ล่าสุดและข้อเสนอพิเศษสุดจากโครงการชั้นนำและคอนโดมิเนียมรีเซลส์ทั้งในกรุงเทพฯ และแหล่งตากอากาศที่สำคัญของไทยเมื่อไม่นานมานี้   ในภาพ นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้การต้อนรับนายกิติชัย เตชะงามเลิศ นักเขียนด้านการลงทุนติดอันดับขายดีและนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และสินประเภททรัพย์อื่นๆ    
“Elevated Returns” เป็นเจ้าภาพจัดงาน “ดีเอส ซัมมิท 2019 – ไทยแลนด์” พลิกโฉมวงการอสังหาฯไทย

“Elevated Returns” เป็นเจ้าภาพจัดงาน “ดีเอส ซัมมิท 2019 – ไทยแลนด์” พลิกโฉมวงการอสังหาฯไทย

“Elevated Returns” (ER) บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลจากนิวยอร์ก ร่วมมือกับ บริษัท หลักทรัพย์ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)  (Seamico) และ Tezos เตรียมจัดงาน “ดีเอส ซัมมิท 2019 – ไทยแลนด์” งานประชุมบล็อกเชนครั้งแรกของประเทศไทยที่ชูประเด็นหลักทรัพย์ดิจิทัลเป็นวาระสำคัญ ด้วยเป้าหมายในการพาผู้นำในอุตสาหกรรมบล็อกเชน บุคลากรภาครัฐและเอกชน นวัตกร และนักลงทุนรวมกว่า 300 คนมาร่วมพูดคุยและสร้างโอกาสในการเติบโตด้านบล็อกเชนและหลักทรัพย์ดิจิทัลร่วมกันในประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคมนี้ที่กรุงเทพฯ หลังจาก ER ประสบความสำเร็จในการขายโทเคนของโรงแรม The St. Regis Aspen Resort บริษัทฯ เตรียมพลิกวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการเปิดขายหุ้นแบบดิจิทัลในรูปแบบของโทเคน ตั้งเป้าทำยอดขายทั่วโลก 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นยอดขายโทเคนในไทย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้   นายสเตฟาน เดอ เบตส์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ ER กล่าวว่า “การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคน (Tokenization) คือกระบวนการที่ใช้แปลงสินทรัพย์ เช่น อสังหาริมทรัพย์ งานศิลปะ และหุ้น ให้กลายเป็นสัญญาดิจิทัลในรูปของหลักทรัพย์โทเคนที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้บนบล็อกเชน นี่คือสิ่งที่เรามุ่งมั่นที่จะทำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก สำหรับประเทศไทย เราเตรียมเข้ามาดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น เราต้องการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่จริงให้เป็นโทเคนบนบล็อกเชน (Asset Tokenization) และประโยชน์ของหลักทรัพย์ดิจิทัล (Digital Securities) ให้กับตลาดก่อน จึงเป็นที่มาของการที่เราร่วมกับ Seamico และ Tezosเพื่อจัดงาน ‘ดีเอส ซัมมิท 2019 – ไทยแลนด์’ โดยชูประเด็นหลักทรัพย์ดิจิทัลเป็นวาระสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นการจัดงานในลักษณะนี้ครั้งแรกในประเทศไทย”   สำหรับแผนการขยายธุรกิจมายังประเทศไทย ER ได้ประกาศเข้าซื้อหุ้นจำนวน 21% ของ Seamico ทำให้ ERกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญของSeamico ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการขอใบอนุญาตและหารือถึงช่องทางการตลาดทั้งในประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ER มุ่งมั่นที่จะพลิกวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านการระดมทุนด้วยโทเคน หลังประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมมาแล้วในสหรัฐอเมริกา   “การซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปของโทเคนเป็นสิ่งที่พูดถึงกันมากในช่วง 2-3 ปีมานี้ ซึ่งผมเองมองว่าการแปลงสินทรัพย์ทางการเงินให้เป็นโทเคนจะเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2562 และในอนาคตต่อไป  หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการแปลงสินทรัพย์ของโรงแรม The St. Regis Aspen Resort ให้เป็นโทเคนมาแล้ว เรามุ่งหวังที่จะขยายธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำยอดขายทั่วโลก 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นยอดขายโทเคนในไทย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้” นายสเตฟาน เดอ เบตส์ กล่าวเพิ่มเติม   ER สามารถระดมทุนเป็นเงิน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการขายโทเคน Aspen Digital ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยของโรงแรม The St. Regis Aspen Resort ได้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแปลงสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ การเปิดขายหลักทรัพย์ด้วยวิธีการนี้ถือเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะวิธีการนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกเวลาที่ต้องการ โดยเฉพาะการที่นักลงทุนสามารถขายได้ก่อนที่อสังหาริมทรัพย์นั้นๆ จะเปลี่ยนเจ้าของกระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะนี้ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงตลาดที่โดยทั่วไปแล้วอยู่ไกลเกินความสามารถที่จะเข้าถึง ทั้งยังเป็นการเปิดช่องทางใหม่ในการระดมเงินทุนผ่านหลักทรัพย์ดิจิทัลด้วย   “การนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนคือกระบวนการที่จะช่วยมอบอิสรภาพในการลงทุนให้กับนักลงทุน เพราะเราไม่จำเป็นต้องมีคนกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์อีกต่อไป” นายสเตฟาน เดอ เบตส์ กล่าว “นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นให้กับผู้ขายด้วย หากเทียบกับวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์แบบเดิม เพราะเราสามารถลดค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับคนกลางได้ และหากโทเคนมีสภาพคล่องที่ดีก็สามารถเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นได้”   “ดีเอส ซัมมิท 2019–ไทยแลนด์”  คืองานประชุมบล็อกเชนที่ชูประเด็นหลักทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์โทเคนเป็นวาระสำคัญครั้งแรกในประเทศไทย โดยภายในงานนี้มีวิทยากรชั้นนำมากกว่า 15 ท่าน รวมทั้งนายสเตฟาน เดอ เบตส์ ได้ร่วมนำเสนอมุมมองที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างครอบคลุมรวมถึงโครงสร้างกฏเกณฑ์ที่จะบังคับใช้กับหลักทรัพย์ดิจิทัลและมาตรฐานในการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนในอนาคต   งานประชุมครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้เชี่ยวชาญในแวดวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบุคลากรชั้นนำจากทั่วโลกและในประเทศไทยกว่า 300 คนจากหลากหลายธุรกิจ ทั้งธุรกิจหลักทรัพย์ การธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และการจัดการสินทรัพย์ ที่จะมารวมตัวเพื่อพูดคุยและสร้างเครือข่ายร่วมกัน    
BMAM Expo Asia 2019 ผุดคอนเซ็ปต์ใหม่ รับตลาดอาคารอัจฉริยะโต

BMAM Expo Asia 2019 ผุดคอนเซ็ปต์ใหม่ รับตลาดอาคารอัจฉริยะโต

บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด จัดงาน BMAM Expo Asia 2019 งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร โรงงาน และอสังหาริมทรัพย์แห่งเอเชีย ครั้งที่ 12 ชูคอนเซ็ปต์ The Building and FM Expo โดยรวบรวมสินค้า และเทคโนโลยีกว่า 150 แบรนด์ จากกลุ่มบริหารทรัพยากรอาคาร อาคารเขียว และระบบอาคารอัจฉริยะ มาจัดแสดงในระหว่างวันที่ 27–29 มิถุนายน 2562 ณ อาคาร 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี คาดมีผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร และผู้ซื้อจากทั่วภูมิภาคเข้าชมงานกว่า 4,000 รายตลอด 3 วันจัดงาน   ประกาศความร่วมมือร่วมจัดงานกับงาน K-Fire Safety Bangkok 2019 BMAM Expo Asia 2019 ประกาศความร่วมมือกับงาน K-Fire and Safety Bangkok 2019 (“K-Fire”) งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติด้านอัคคีภัย และความปลอดภัยจากประเทศเกาหลีใต้ ที่จะนำทัพผู้ประกอบการกว่า 30 บริษัท มาจัดแสดงสินค้าร่วมกันในงาน BMAM Expo เสริมให้งานดังกล่าวเป็นเวทีรวบรวมโซลูชั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร, การป้องกันอัคคีภัย และ ความปลอดภัย ที่ครบวงจรที่สุด พร้อมทั้งสำนักงานส่งเสริมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศของเกาหลี (KOTRA) ได้นำผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจซื้อกว่า 100 รายจาก 10 ประเทศ มาร่วมเจรจาธุรกิจภายในงาน   อัตราการเติบโตในอุตสาหกรรม ธุรกิจด้านโซลูชั่นการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารอัตโนมัติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก โดยคาดว่าในระหว่างปี พ.ศ. 2560 – 2565 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 4.7 % คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ* การนำระบบการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารอัตโนมัติมาใช้ในส่วนงานการบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร ถือได้ว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพให้ตลาดการบริหารทรัพยากรอาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค   นายอยุธพร บูรณกุล นายกสมาคม วิชาชีพการบริหารจัดการอาคาร กล่าวว่า “งาน Facility Management (FM) ไม่ใด้เป็นเพียงแค่งานหลังบ้าน หากแต่เป็นงานที่สามารถกำหนดยุทธศาสตร์ให้กับองค์กรผ่านการบริหารจัดการทรัพยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนได้ง่ายขึ้น” มร.ลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “ในยุคปัจจุบันอาคารอัจริยะเป็นที่กล่าวถึงเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้บริหารจัดการทรัพยากรอาคารทั่ว โลก ซึ่งการนำโซลูชั่นการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารอัติโนมัติเข้ามาใช้ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบปรับอากาศ, ระบบควบคุมไฟ และระบบเตือนอัคคีภัยจะช่วย ยกระดับให้การบริหารจัดการทรัพยากรอาคารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการควบคุมระบบต่างๆ ในจุดเดียว ซึ่งงาน BMAM Expo เป็นอีกช่องทางที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน FM ได้สัมผัสเทคโนโลยี และโซลูชั่นใหม่ๆ ที่จะมาผลิกโฉมอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอาคารในอนาคต   อนึ่ง BMAM Expo Asia 2019 ได้รวบรวมผู้ประกอบการจากกว่า 150 บริษัทและแบรนด์จากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย มาจัดแสดงสินค้าครอบคลุม 3 กลุ่มคือ 1. Facility management products and services ระบบและเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร วัดสุก่อสร้าง การทำความสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบการเตือนภัย ระบบปรับอากาศ และการบำรุงรักษาอาคาร 2. Green FM ระบบจัดการของเสีย ระบบจัดการน้ำ และพลังงานทดแทน 3. Smart building solutions ระบบบริหารจัดการและควบคุมอาคารอัตโนมัติระบบควบคุมการเฝ้าระวังภัย ระบบการจัดการพลังงานอุปกรณ์อัจฉริยะและไอโอที ระบบบริหารงานสำหรับนิติบุคคลอาคารชุด   ภายในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบธุรกิจด้านการบริหารจัดการอาคาร อาทิ Business Matching โปรแกรมการจับคู่เจรจาธุรกิจที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมแสดงสินค้า สามารถเข้าสู่ระบบการจับคู่นัดหมายเจรจากับผู้ซื้อที่ทางผู้จัดงานได้เรียนเชิญมาร่วมชมงาน และยังมี Building  FM Conference อัพเดทความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆจากเหล่ากูรูด้านการบริหารจัดการอาคาร   วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ และ การบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร และเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการก่อนถึงงาน BMAM Expo Asia 2019 ในเดือน มิถุนายน ผู้จัดงานฯจึงได้จัดให้มีงาน “Technological Revolution for Smart buildings and Facilities Management” เพื่ออัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับ วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะโดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากสำนักงานส่งเสริมเศรษกิจดิจิทัล, กรมโยธาธิการและผังเมือง, สมาคมอสังหาริมทรัพแห่งประเทศไทย และสมาคมวิชาชีพการบริหารทรัพยากรอาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทราบถึงแนวโน้มอุตสาหกรรม และเตรียมรับมือกับการทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ณ โรงแรม เอส31 สุขุมวิท กรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bmamexpoasia.com          
สมาคมสถาปนิกสยามฯ จัดงานสถาปนิก’62 ภายใต้แนวคิด  “กรีน อยู่ ดี : Living Green”

สมาคมสถาปนิกสยามฯ จัดงานสถาปนิก’62 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green”

สมาคมสถาปนิกสยามฯ และ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด แถลงข่าวการจัดงานสถาปนิก ’62 (Architect’19) “กรีน อยู่ ดี : Living Green” ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร   นายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานสถาปนิก เป็นงานจัดแสดงสถาปัตยกรรม วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ริเริ่มโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 33 จุดประสงค์ของการจัดงาน เพื่อแสดงศักยภาพ และนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรม สร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทวิชาชีพสถาปนิกที่มีต่อสังคม ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมมากมายของสมาคมฯ จัดมาอย่างต่อเนื่อง กว่าสามทศวรรษ  มีผู้ชมงานกว่า 4 แสนคนในปีที่ผ่านมา   งานสถาปนิก นำเสนอวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานสถาปัตยกรรม การออกแบบตกแต่งภายในและภูมิสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย การอบรมสัมมนา ระดับนานาชาติ ตลอดจนบริการต่างๆ ที่ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้เตรียมไว้ให้กับสมาชิก และประชาชนทั่วไป   ในการจัดงานในแต่ละปี ทางสมาคมฯ ได้กำหนดแนวคิด (concept) ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อต้องการให้สะท้อนถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนั้น ซึ่งแนวคิดในการจัดงานปีนี้คือ “กรีน อยู่ ดี : Living Green” นำเสนอการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบเพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืน     ในงานแถลงข่าว ดร.อัจฉราวรรณ จุฑารัตน์ ประธานจัดงานสถาปนิก ’62 กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้ว่า “ปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนทุกคนบนโลก เป็นปัญหาสำคัญที่คนในทุกสาขาอาชีพต้องให้ความสำคัญร่วมหาทางออกอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพสถาปนิก ที่การทำงานส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมืองและชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ วิธีการก่อสร้าง ฯลฯ งานสถาปนิก’62 “กรีน อยู่ ดี : Living Green” นำเสนอแนวคิดการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม และงานออกแบบที่ยั่งยืน นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผนวกกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างโซลูชั่นที่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน ผ่านการจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการและกิจกรรมให้ความรู้มากมาย   นับเป็นครั้งแรกของงานสถาปนิกที่จะสร้าง “ประสบการณ์สีเขียว” (Green Experience) ให้กับผู้ชม ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืนในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการก่อสร้างนิทรรศการต่างๆ การออกแบบแสงภายในพื้นที่การจัดแสดงที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงาน  แนวคิดการลดขั้นตอนการใช้กระดาษในการทำงานระหว่างผู้จัดงานและผู้แสดงงาน ระบบการจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นภายในงาน และการนำวัสดุที่เกิดขึ้นจากการจัดงานไปใช้ใหม่หลังจบงาน”   งานสถาปนิก’62 มีพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือส่วนผู้แสดงสินค้า ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 850 ราย และ ส่วนพื้นที่กิจกรรมของสมาคมสถาปนิกฯ ซึ่งประกอบไปด้วยนิทรรศการธีมงาน (Thematic Exhibitions) และพื้นที่กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ :   นิทรรศการ “Green Building Showcase” แนวคิดการออกแบบอาคารสีเขียวจากนักออกแบบชั้นนำ ของเอเชีย นิทรรศการ “ภูมิปัญญาจาก 3 ภูมิภาคสู่ปัจจุบัน” นำเสนอนวัตกรรมท้องถิ่นที่อาจเป็นคำตอบ ของการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนในอนาคต นิทรรศการ “Go Zero Waste ชีวิตใหม่ ไร้ขยะ” นิทรรศการ “Innovative Green Products” รวมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม   นิทรรศการกิจกรรมประกวดงานออกแบบระดับนานาชาติ ASA International Design Competition 2019 เวทีสำคัญสำหรับสถาปนิกรุ่นใหม่ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 280,000 บาท โจทย์การออกแบบของปีนี้คือ Uncanny Sustainability ค้นหาไอเดียการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ยั่งยืนและแตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจทั่วไปจากทั่วโลกร่วมส่งผลงาน ไม่ได้จำกัดแค่สถาปนิกเท่านั้น นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการที่ให้ความเพลิดเพลินสำหรับประชาชนทั่วไป เวิร์กช็อปให้ความรู้ภาคปฏิบัติ, เวทีกลาง พื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อน ให้ผู้ชมงานได้สนุกสนานกับการแสดงและกิจกรรมน่าสนใจที่หมุนเวียนไปตลอดการจัดงาน, “หมอบ้านอาษา” ที่ตอบปัญหาสารพัดเรื่องบ้านและการออกแบบให้แก่ประชาชนทั่วไป   อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ  “ASA Forum 2019” งานสัมมนาสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ  โดยปีนี้มีสถาปนิกและนักออกแบบที่มีชื่อเสียงมาร่วมบรรยายบนเวทีอย่างคับคั่ง อาทิ Atelier Ten สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอาคารชั้นสูงจากนิวยอร์ก, สถาปนิกจากบริษัท Foster + Partners, Eco Architect, S/T/U/do เป็นต้น   การจัดงานสถาปนิก’62 ครั้งนี้ ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรีย สถาบันอาคารเขียวไทย และองค์กรเอกชนที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดยั่งยืนอีกหลายราย เป็นการจัดงานแสดงด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ครบวงจร และใหญ่ที่สุดในภูมิภาค คาดว่าจะดึงดูดผู้ชมมากกว่าปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 25    นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือนีโอ ผู้บริหารงานสถาปนิก’62 เปิดเผยความคืบหน้าการจัดงานฯ ล่าสุด ในสองส่วนหลัก หนึ่ง คือ การบริหารพื้นที่จัดแสดงสินค้า ซึ่งในปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้ร่วมแสดงสินค้า (Exhibitors) จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น อเมริกา เยอรมนี อิตาลี ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียน และโดยเฉพาะ CLMV ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่นีโอให้ความสำคัญ รวมกว่า 850 บริษัทชั้นนำทั่วโลก โดยขณะนี้มีอัตราการจองพื้นที่จัดแสดงสินค้าแล้ว กว่าร้อยละ 80 ผู้ประกอบการรายใหญ่จากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้าแล้ว เช่น Jarakae, L & E (Lighting and Equipment), Modernform, Hafale, Cannon, Misubishi Electric, BOSCH, 3M, Modern Glass และอีกมากมาย   ด้านที่สอง คือ การอำนวยความสะดวกเพื่อเอื้อต่อการขยายธุรกิจของผู้ร่วมแสดงสินค้า เพื่อให้งานสถาปนิก’ 62 เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ร่วมแสดงสินค้าที่จะได้มีโอกาสเปิดตลาดสู่อาเซียน จากความร่วมมือขององค์กรภาครัฐและเอกชน ที่จะมาร่วมกันสนับสนุนให้งานสถาปนิกเติบโตเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดในแวดวงสินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อสถาปัตยกรรมระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นเวทีสำคัญและใหญ่ที่สุดในการนำเข้าเทคโนโลยีสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วโลกมาสู่อาเซียน และเป็นเวทีนี้ยังเป็นเวทีที่จัดแสดงสินค้า made in Thailand & ASEAN ที่จะส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นๆนอกภูมิภาค โดยนีโอได้จัดเตรียมบริการในด้านต่างๆ เพื่อรองรับผู้แสดงสินค้าที่จะเข้าร่วมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) อาทิ การเรียนเชิญผู้ซื้อมาจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มสมาคมที่เกี่ยวข้องกับด้านสถาปนิก หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับด้านอสังหาริมทรัพย์ “จากชื่อเสียงของงานสถาปนิกที่มีประวัติยาวนานกว่า 30 ปี และประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของนีโอที่ได้จัดงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศมาเป็นเวลานาน ได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี โดยนีโอได้ใช้กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้ร่วมแสดงสินค้าและผู้ชมงานมาร่วมงาน ซึ่งในส่วนของผู้ชมงาน คาดว่าจะมีมากกว่า 5 แสนคน” นายศักดิ์ชัยกล่าว   งานสถาปนิก’62 “กรีน อยู่ ดี : Living Green” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน -  5 พฤษภาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี   ลงทะเบียนเข้าชมงาน www.asa.or.th/architectexpo Facebook : ASAArchitectExposition รายละเอียดกิจกรรมประกวดออกแบบ ASA International Design Competition ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.asacompetition.com            
นีโอ เนรมิตพื้นที่ 6 หมื่นตร.ม. เตรียมจัดงาน สถาปนิก’ 62 เวทีหนึ่งเดียวระดับภูมิภาค ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 850 แบรนด์ดังทั่วโลก เปิดโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบปี รับผู้ชมงานกว่า 5 แสนคน

นีโอ เนรมิตพื้นที่ 6 หมื่นตร.ม. เตรียมจัดงาน สถาปนิก’ 62 เวทีหนึ่งเดียวระดับภูมิภาค ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 850 แบรนด์ดังทั่วโลก เปิดโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบปี รับผู้ชมงานกว่า 5 แสนคน

“บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์” ร่วมกับ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานสถาปนิก’ 62 ชูแนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green” ชี้โอกาสใหญ่ของผู้ร่วมแสดงสินค้า ก้าวสู่เวทีนานาชาติ ร่วมขยายตลาดทั้งใน และต่างประเทศครั้งสำคัญ   นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) เปิดเผยว่า นีโอได้รับเกียรติจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นผู้บริหารงาน “สถาปนิก’ 62-63” อย่างเป็นทางการ  โดยบริษัทฯ ได้ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ด้วยศักยภาพ และประสบการณ์ จากผลงานต่างๆ ในระดับประเทศ ที่ทาง เอ็น.ซี.ซี. ได้เคยจัดมา   สำหรับการจัดงานสถาปนิก’ 62 ครั้งนี้ เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ณ อาคารชาแลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  ซึ่งเป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Green Living” ที่ได้มีการนำภูมิปัญญาที่อยู่ใกล้ตัวเข้ามาใช้ในกระบวนการออกแบบ การวางผัง การใช้วัสดุก่อสร้าง รวมถึงการใช้งาน การบำรุงรักษา การปรับปรุง หรือการจัดการเมื่อหมดอายุ มาผนวกใช้กับนวัตกรรม เทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดสถาปัตยกรรมชุมชน และเมืองในด้านบวก ทั้งสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้งาน ต่อการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า “บริษัทฯ วางเป้าหมายที่จะยกระดับให้งานสถาปนิก’62 เป็นงานระดับภูมิภาคครั้งใหญ่แห่งปี ซึ่ง ผู้ร่วมแสดงสินค้านอกจากจะได้เจรจาการค้าจับคู่ทางธุรกิจต่อธุรกิจแล้ว ผู้แสดงสินค้ายังมีโอกาสได้พบปะเจรจาการค้ากับผู้ชมงานกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และอาเซียน อาทิ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน สถาปนิก นักออกแบบ นักตกแต่งภายใน วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนผู้ส่งออก และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าผู้ชมงานในปีนี้จะมีประมาณ 5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งก่อน 25%” นายศักดิ์ชัย กล่าว   ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำจุดแข็งจากการเป็นเครือข่ายพันธมิตรผู้จัดงานในกลุ่มวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคเอเชีย นำผู้ประกอบการในแต่ละประเทศทั้งรายเก่าและรายใหม่เข้าร่วมแสดงสินค้า บนพื้นที่กว่า 60,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จัดบนพื้นที่ 31,000 ตร.ม. และปีนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศเป็น 3,000 ตร.ม. จากปีก่อนที่จัดบนพื้นที่ 2,500 ตร.ม. ซึ่งในเบื้องต้นได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการจากอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และเวียดนาม โดยคาดว่าจะมีบริษัทต่างๆ เข้าร่วมแสดงสินค้าประมาณ 850 บริษัท ซึ่งขณะนี้ ผู้ประกอบการได้จองพื้นที่ไปแล้ว ประมาณ 80% สำหรับผู้สนใจที่ต้องการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานสถาปนิก’ 62   สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.asa.or.th/architectexpo หรือโทรสอบถามได้ที่ 02-203-4299, E-mail: architect@nccexhibition.com หรือ Facebook : ASACREW or NCCEXHIBITIONORGANIZER      
BMAM Expo Asia 2018 ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง เผยปีหน้ามาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมที่สุดเเห่งนวัตกรรมด้านอาคาร

BMAM Expo Asia 2018 ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง เผยปีหน้ามาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมที่สุดเเห่งนวัตกรรมด้านอาคาร

ปิดฉากงาน BMAM Expo Asia 2018 (BMAM 2018) งานแสดงสินค้าเเละการประชุมสัมมนาด้านการบำรุงรักษาอาคารและการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารแห่งเอเชีย ครั้งที่ 11 กับความสำเร็จตามความคาดหมาย มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 81 บริษัท มีผู้เข้าชมงานกว่า 3,569 ราย จากกว่า 20 ประเทศ กระตุ้นธุรกิจด้าน FM ด้วยยอดนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 250 นัดหมาย อิมแพ็คเดินเครื่องประกาศจัดงานปีหน้าในคอนเซ็ปต์ใหม่ในวันที่  27-29 มิถุนายน 2562 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มร. ลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงาน BMAM Expo Asia ในปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี คาดการว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจภายในงานกว่า 240 ล้านบาท ด้านนายวรกร วีราพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน กล่าวว่า “BMAM Expo Asia เป็นจุดนัดพบของกลุ่มผู้บริหารจัดการทรัพยากรอาคาร และเป็นงานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ ช่วยให้สามารถพบปะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนในแวดวงธุรกิจเดียวกัน ทำให้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาทางธุรกิจได้ ซึ่งเราได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีจากการร่วมเเสดงสินค้าในครั้งนี้” “งาน BMAM Expo Asia 2018 เป็นงานแสดงสินค้าที่ทำให้เราได้พบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและกลุ่มผู้รับเหมา ถ้าคุณอยากเจาะตลาดในประเทศไทย ที่นี้คืองานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ” นายเฮนรี่ โซ บริษัท บีไคนด์ จำกัด จากประเทศฮ่องกง กล่าวเสริม นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “ภายในงาน BMAM Expo Asia 2018 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดทำแพลตฟอร์ม Factory 4.0 และสาธิตศักยภาพระบบหม้อน้ำอัจฉริยะ (Smart Boiler) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไอน้ำของหม้อน้ำด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิง ลดการสิ้นเปลืองความร้อนและไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องการแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนในการพัฒนา ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยคาดหวังว่าการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะใช้ความรู้จากทรัพยากรบุคคลให้น้อยที่สุดในการตัดสินใจ และจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้มากขึ้น” นอกเหนือจากงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมแล้ว งาน BMAM Expo Asia ยังได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาคมต่างๆ เพื่อจัดสัมมนาวิชาการ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าฟังมากกว่า 890 คน ตลอด สามวัน หัวข้อสัมมนาประกอบด้วย กุญแจสู่การบริหารจัดการอาคารแห่งอนาคต, เมืองอัจฉริยะที่แท้ทำอย่างไร, นวัตกรรมทำความสะอาดยุค 4.0 และ อีกหลายหัวข้อที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางเทคนิคและเทรนด์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม  FM   โดยในปีหน้างาน BMAM Expo Asia กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27-29 มิถุนายน 2562 ณ อาคาร 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับความคืบหน้าในการจัดงานสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bmamexpoasia.com
มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

ผลสำรวจหลังงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ชี้ความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่ม เรียลดีมานด์ยังอยู่ในระดับสูง และสินค้าประเภท คอนโดมิเนียมยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 เปิดเผยถึงผลสำรวจ หลังการจัดงานฯ ว่า ตลอด 4 วัน ตั้งแต่ 4-7 ตุลาคมมีผู้เข้าร่วมงานใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา และมียอดจองซื้อ ที่อยู่อาศัยภายในงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และคาดว่าจะมียอดขายตามมาอีกไม่ต่ำกว่า 2 เท่า โดยประเภท ที่อยู่อาศัยที่มีการจองซื้อภายในงานมากที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 38 % รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยว คิดเป็น 37% และทาวเฮ้าส์คิดเป็น 17% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทบ้านแฝดและอื่นๆ อีก 8 %  นอกจากนี้ ยังมียอดขอสินเชื่อกว่า หนึ่งหมื่นล้านบาท “ผลสำรวจยังระบุอีกว่าผู้ที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในงานครั้งนี้ราว 80% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และอีก 20 % ซื้อเพื่อ การลงทุน ซึ่งอาจมองได้ว่ามาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เน้นไปที่บ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้าน บาท และบ้านหลังที่ 2 ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคที่มาซื้อที่อยู่อาศัย ในงานมหกรรมบ้านและ คอนโด ครั้งที่ 39  สำหรับผู้เข้าชมงานกว่า 63% เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ เป็นครั้งแรก และอีกประมาณ 37% เป็นผู้ที่เคยมางานแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ผู้เข้าชมงานกว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ในช่วงอายุ 21-30 ปี 38% รองลงมาจะอยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี คิดเป็น 32% และ 30% เป็นกลุ่ม Gen X ในช่วงอายุ 41-50 ปี ขณะที่ ผลสำรวจด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือนชี้ว่าผู้เดินงาน 45% มีรายได้อยู่ไม่เกิน 30,000 บาท และ 26% มีรายได้ ระหว่าง 30,000-50,000 บาท ส่วนที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท จะอยู่ที่ 29%”  “ผลสำรวจด้านระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี จะอยู่ที่ 31% ขณะที่ระยะเวลา 6-12 เดือน อยู่ที่ 32% และระยะเวลา 1-3  เดือน อยู่ที่ 37% ส่วนด้านงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทระบุว่าผู้เข้าชมงาน 27% ต้องการที่อยู่อาศัยระดับ ราคา 1-2 ล้านบาท และ 29% ต้องการระดับ 2-3 ล้านบาท และอีก 32% ต้องการราคา 3-4 ล้านบาท มีเพียง 12 % ที่สนใจที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท” นายปิติพัฒน์ กล่าวสรุป สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายณพงศ์  ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40
เน็กซัส แนะการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เน็กซัส แนะการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ ชี้ราคาที่ดิน ทำเล และการขยายตัวของเมือง เป็นปัจจัยหลักส่งให้ราคาคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้น การเข้ามาซื้อคอนโดเพื่อลงทุนของชาวต่างชาติ ที่หวังผลการลงทุนระยะยาว อาจเป็นเพียงสีสันให้วงการอสังหาในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีนี้ แนะ ผู้ประกอบการให้คำนึงถึงกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ซื้อเพื่ออยู่จริง และควรศึกษาถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคก่อนพัฒนาสินค้า เพื่อให้ได้สินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการสูงสุด เพื่อการเติบโต อย่างมั่นคงและยั่งยืนของตลาดคอนโดมิเนียม   นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเน็กซัสฯ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตลาดคอนโดมิเนียม มาอย่างต่อเนื่อง เราพบว่าอัตราการเติบโตของอุปทานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี โดยราคาจะปรับเพิ่มสูงขึ้น 8-12% ต่อปี ซึ่งราคาคอนโดมิเนียมที่สูงขึ้นเป็นเพราะปัจจัยหลัก คือ ราคาที่ดินที่สูงขึ้น ที่ดินหายากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นปัจจัยให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาในการพัฒนาสินค้า เพื่อตอบสนองกับการเติบโตของตลาดในระยะยาวแบบยั่งยืนอีกด้วย   สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมไตรมาส 2 ของปี 2561 พบว่าอุปทานคอนโดมิเนียมในตลาดกรุงเทพฯ เติบโตขึ้น 9,395 หน่วย จาก 20 โครงการ ทำให้ในตลาดมีคอนโดมิเนียมรวม 573,000 หน่วย โดยทำเลที่มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่มากที่สุด คือ บริเวณจรัญสนิทวงศ์ และสะพานควาย ซึ่งเป็นเขตรอบใจกลางเมือง   ด้านราคา พบว่าภาพรวมตลาดราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้น 5% ในช่วงครึ่งปีแรก คือ 137,100 บาท/ตารางเมตร แต่เมื่อเจาะลงมาในกลุ่มตลาดใจกลางเมือง พบว่ายังคงเป็นตลาดที่ครองตำแหน่งการปรับตัวของราคาสูงที่สุด คือ 6% หรือ 223,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนตลาดรอบใจกลางเมืองปรับตัวสูงขึ้น 4% หรือ 110,000 บาท/ตารางเมตร และตลาดรอบนอกราคาปรับตัวสูงขึ้นอีก 3% หรือ 75,000 บาท/ตารางเมตร ตามลำดับ   สำหรับความต้องการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พบว่าเป็นดีมานด์จากคนไทย ที่ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริงมากกว่า 80% แต่ในระยะเวลาช่วง 1-2 ปีนี้ จะเห็นได้ว่าเริ่มมีกำลังซื้อจากชาวต่างชาติมากขึ้น โดยจะซื้อผ่านนายหน้าเป็นหลัก ซึ่งวัตถุประสงค์ในการซื้อก็เพื่อการลงทุน ทั้งในแบบระยะสั้น และระยะยาว เพื่อปล่อยเช่า เพราะคาดหวังในผลตอบแทนรายปีและจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าราคาค่าเช่า ไม่ได้เติบโตในอัตราส่วนเดียวกับราคาขายของคอนโดมิเนียม ดังนั้น ในระยะยาวนักลงทุนน่าจะหวังผลกำไรจากราคาขายต่อที่เพิ่มสูงขึ้นได้เป็นหลัก ส่วนจากราคาค่าเช่าอาจไม่ได้สูงมากนัก และหากจะคาดว่าต่างชาติจะเข้ามาถือครองคอนโดมิเนียมในสัดส่วน 49% อาจเห็นได้ในบางโครงการเท่านั้น และในที่สุดแล้ว ตลาดที่น่าจะต้องให้ความสนใจเป็นหลักก็ยังคงเป็นตลาดคนไทยนั่นเอง     ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของตลาดคอนโดมิเนียมในช่วง 7 - 10 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่าการเปลี่ยนแปลง ด้านแรก คือ 1) ด้านทำเลที่ตั้ง เพราะเมื่อเมืองขยายตัว ส่งผลให้การคมนาคมขนส่งที่ขยายตัวและเติบโตมากขึ้น การเติบโตของคอนโดมิเนียมก็ขยายบริเวณออกไปด้วย พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือ สัดส่วนอุปทาน ที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา คือ 2 ทำเลรอบนอก ได้แก่ ธนบุรี-เพชรเกษม ซึ่งจากเดิมในปี 2554 มีเพียง 13,000 ยูนิต แต่ปัจจุบันจากการสำรวจเมื่อไตรมาส 2/2561 พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 66,000 ยูนิต และอีกทำเลหนึ่ง คือ งามวงศ์วาน ติวานนท์ ที่จากเดิมในปี 2554 มีเพียง 17,000 ยูนิต กลับเพิ่มขึ้นเป็น 73,000 ยูนิต   2) การเปลี่ยนแปลงด้านขนาดของห้อง พบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขนาดห้องของคอนโดมิเนียมเล็กลงเป็น อย่างมาก เช่น คอนโดมิเนียม 1 ห้องนอน เดิมมีขนาด 65 ตารางเมตร ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 28 ตารางเมตร เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนแล้ว ขนาดของห้องเล็กลงเกินกว่าครึ่งหนึ่งจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในขณะที่คอนโดมิเนียมขนาด2 ห้องนอน แต่เดิมมีขนาด 120 ตารางเมตร ในปัจจุบันเหลือเพียง 45 - 48 ตารางเมตร เป็นต้น   3) ในด้านรูปแบบของห้อง (Room Mix) พบว่าสัดส่วนของห้องชุดก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน พบว่าในหนึ่งโครงการ ห้องชุดขนาด 2 และ 3 ห้องนอน จะมีสัดส่วนห้องมากที่สุดของทั้งโครงการ ในขณะที่ห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน มีสัดส่วนเพียง 20 - 30% ของโครงการเท่านั้น แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน จะเป็นสัดส่วนหลักในการพัฒนาโครงการสำหรับคอนโดมิเนียมยุคนี้ เราแทบจะหาคอนโดมิเนียมขนาด 3 ห้องนอนในโครงการใหม่ๆ ไม่ได้เลย และด้วยขนาดห้องที่เล็กลง ส่งผลให้การพัฒนาคอนโดมิเนียมมีจำนวนห้องในแต่ละโครงการเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ที่ดินขนาด 2 ไร่ จากสมัยก่อนที่เคยทำคอนโดมิเนียมตึกสูงได้จำนวน 300 ยูนิต ปัจจุบันก็เพิ่มเป็น 500 ยูนิต ในสัดส่วนพื้นที่ขายที่เท่ากัน ซึ่งนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุปทานคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา   4) การเปลี่ยนแปลงด้านราคาต่อหน่วย สำหรับคอนโดมิเนียมในตลาดระดับกลาง (mid market) และตลาดซิตี้คอนโด มีระดับราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1.5 ล้านบาท ถึง 3 ล้านบาทต่อยูนิต มีจำนวนหน่วยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมดในตลาด ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพนั้น แต่ราคาต่อหน่วยถูกจำกัดด้วยความสามารถในการผ่อนชำระของผู้ซื้อมาโดยตลอด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาโครงการ เพื่อกำหนดขอบเขตของต้นทุนให้อยู่ในเงื่อนไขราคาต่อหน่วยที่กำหนด โดยในหลายปีที่ผ่านมา ด้วยราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ทำเลของโครงการถูกขยับออกไปไกลจากใจกลางเมืองมากขึ้น โดยเกาะขอบแนวรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเข้าไปอยู่ในซอยเล็กเป็นอาคาร 8 ชั้น เป็นต้น   ทั้งนี้ หากวิเคราะห์สัดส่วนรายได้จากกลุ่มคนทำงานในกรุงเทพฯ แล้ว จะพบว่ากลุ่มคนทำงานในระดับเจ้าหน้าที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท สามารถซื้อคอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอน ในกลุ่มซิตี้คอนโดฯ ระดับราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มตลาดระดับกลาง (mid market) พนักงานในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสหรือหัวหน้างาน ผู้มีรายได้ไม่เกิน 65,000 บาทต่อเดือน จึงจะสามารถเริ่มซื้อได้ ในขณะที่คอนโดฯ ระดับไฮเอนด์ผู้ที่สามารถซื้อได้ จะต้องอยู่ในระดับผู้จัดการขึ้นไป หรือผู้ที่มีรายได้ 120,000 บาทต่อเดือน และในกลุ่มลักซัวรี่และซูเปอร์ลักซัวรี่จะต้องเป็นเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ด้วยราคาคอนโดมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 7-8% ต่อปี ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้คอนโดมีเนียมมีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากกว่ารายได้ของประชากรกรุงเทพฯ บางส่วน ซึ่งแน่นอนความสามารถในการซื้อห้องในราคาที่เพิ่มสูงขึ้นบ้างก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่อาจจะได้ห้องขนาดเล็กลงในทำเลเดิม หรือซื้อห้องขนาดเท่าเดิมในทำเลที่ไกลออกไป   “สรุปแล้วการเติบโตที่ยั่งยืนของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ก็ยังคงต้องพึ่งตลาดคนไทยเป็นหลัก โดยตลาดต่างชาตินั้นเข้ามาเสริม ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการลงทุนระยะยาว จากราคาคอนโดมิเนียมที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยค่าเช่าน่าจะเป็นส่วนเสริมให้การลงทุน มีความน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น ในระยะกลางหรือระยะยาวคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ จะขยายตัวออกไปยังชานเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนที่ทำงานจากบ้านได้มากขึ้น และศูนย์กลางการทำงานอาจมีการขยายตัวไปยังบริเวณรอบใจกลางเมืองมากขึ้นเหมือนเช่น พระราม 9 บางซื่อ พหลโยธิน รัชดาภิเษก เป็นต้น ทำให้เมืองขยายออกไป และตลาดคอนโดมิเนียมรอบนอกเมือง ก็ยังคงขยายตัวต่อเนื่องในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง การเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมมือสองจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาคอนโดมิเนียมใหม่ ขนาดห้องที่ใหญ่กว่า ตอบรับกับการอยู่อาศัยได้จริง ซึ่งเราอาจจะไม่เห็นในกลางเมืองกรุงเทพฯ ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า แต่ในระยะยาวลักษณะแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นในตลาดกรุงเทพฯ เหมือนเมืองใหญ่ๆ ทั่วไปในโลก เช่น นิวยอร์ค หรือ โตเกียว เป็นต้น” นางนลินรัตน์ กล่าวสรุป      
TFIC Furniture Outlet 2018 งานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกลดราคาสูงที่สุดแห่งปี  ห้ามพลาด 26-30 ก.ย.นี้ ส่วนลดราคาสูงสุดถึง 80%

TFIC Furniture Outlet 2018 งานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกลดราคาสูงที่สุดแห่งปี ห้ามพลาด 26-30 ก.ย.นี้ ส่วนลดราคาสูงสุดถึง 80%

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ร่วมประชาสัมพันธ์ TFIC Furniture Outlet 2018 งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ส่งออกครั้งที่ 14 ชูผลงานการออกแบบและผลิตโดยคนไทย ในคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมส่วนลดราคาสูงสุดถึง 80% โดยปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 26-30 กันยายน 2561 เวลา 10:30 – 21:00 น. ณ อาคาร 2-4 ศูนย์แสดงสินค้าและประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี   นายมานะผล ภู่สมบูญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ มีความภูมิใจที่จะเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของไทย เรามุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทย อีกทั้งสนับสนุนผลงานการออกแบบและการผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งออกของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์มากขึ้นในประเทศ เพราะเราคนไทยควรได้รับโอกาสที่จะเลือกใช้สินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุด   ที่ผลิตด้วยคนไทยกันเอง ไม่น้อยไปกว่าตลาดต่างประเทศอื่นๆ จึงได้มีแนวคิดจัดงานแสดงสินค้า ภายใต้ชื่องาน TFIC Furniture Outlet ซึ่งจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง เพื่อส่งเสริมสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไทย คุณภาพระดับโลก ในราคาที่ดีที่สุด แก่ผู้บริโภคในประเทศ เพราะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยบทบาทนี้ เราจึงสามารถส่งเสริมสินค้าเฟอร์นิเจอร์ส่งออกในราคาโรงงาน ซึ่งผู้บริโภคทุกท่านมั่นใจได้ว่ามีคุณภาพระดับพรีเมียมจริง”   นายพิชัย พินิตกาญจนพันธุ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน TFIC Furniture Outlet เกิดจากกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำบริษัทสมาชิก ผู้ส่งออกและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ตัวจริง มาจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพที่ได้มาตรฐานการส่งออก คุณภาพระดับโลก ในราคาที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งต่างก็เป็นแบรนด์ชั้นนำที่ส่งตรงจากโรงงานมาให้เลือกสรรหลากหลายสไตล์ “กว่า 13 ปีที่ผ่านมากลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ประสบความสำเร็จในการจัดงาน TFIC Furniture Outlet เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยในประเทศให้พัฒนาและขยายตัว อีกทั้งส่งเสริมการเพิ่มตัวเลือกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพโดยฝีมือคนไทยแก่คนไทยในประเทศที่ใส่ใจเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุดให้แก่ที่อยู่อาศัยหรือธุรกิจของตนเอง โดยในปี 2560 มียอดผู้เข้าชมงานถึง 30,000 คน สร้างเงินสะพัดสู่เศรษฐกิจไทยกว่า 90 ล้านบาท จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา อีกทั้งสภาพตลาดที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวในทิศทางบวก”   นายธนทัต ชวาลดิฐ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ประธานคณะจัดงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ TFIC Furniture Outlet 2018 กล่าวปิดท้ายว่า “TFIC Furniture Outlet 2018 ปีที่ 14 คืองานเกิดจากการรวมตัวของสมาชิกของกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อยกทัพเหล่าผู้ส่งออกและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์แถวหน้าของประเทศไทย มามอบข้อเสนอที่ดีที่สุดแก่ผู้ซื้อคนไทย ด้วยสินค้าคุณภาพระดับโลกหลากหลายสไตล์ ทั้งเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ไม้ เฟอร์นิเจอร์โซฟา เฟอร์นิเจอร์หวาย เฟอร์นิเจอร์อลูมิเนียม และสินค้าตกแต่งบ้านอื่นๆ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดยงานในปี 2561 นี้มีบริษัทตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 100 บริษัท ซึ่งครอบคลุมสินค้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพส่งออก ที่มีความหลากหลาย อาทิ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน จากร้อกเวิธ, เฟอร์นิเจอร์ไม้ จาก โอ.เค. วู้ด โปรดั๊ค, พิโคที, ชำนิเฟอร์นิเจอร์, ส. กิจชัย, โพเดียม และเฟอร์นิสท์, เฟอร์นิเจอร์โซฟา จากเลซีบอย, อีลิทดีไซน์ และโซฟาเมคเกอร์, เฟอร์นิเจอร์หวาย จากฮาวายไทยเฟอร์นิเจอร์ และเฟอร์นิเจอร์อลูมิเนียม จากคุณากิจอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โดยในปีนี้เราคาดว่าจะมียอดผู้เข้าชมงานกว่า 35,000 คน เป็นยอดขายกว่า 110 ล้านบาท”   สำหรับ TFIC Furniture Outlet 2018 มีความพิเศษกว่าทุกงานเฟอร์นิเจอร์ใดๆ ในประเทศเพราะมีส่วนลดราคาสูงสุดถึง 80% อีกทั้งยังมีกิจกรรมทาง Facebook ให้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับบัตรกำนัลแทนเงินสดสำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ในงานสูงสุดถึง 5,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 30,000 บาท   นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษจากธนาคารกรุงศรี ได้แก่ สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี โดยสามารถแบ่งจ่าย 0% นานสูงสุด 10 เดือน และรับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 25,500 บาท ต่อหมายเลขบัญชี ตลอดรายการ ซึ่งลูกค้าสามารถรวมบิลยอดผ่อนชำระได้ตลอดทั้งงาน สำหรับลูกค้าที่ชำระสินค้าเต็มจำนวนจะได้รับของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 2,980 บาท ทำให้เราเชื่อมั่นว่างาน TFIC Furniture Outlet 2018 ในปีนี้จะได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์คุณภาพระดับโลก”   ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นของงาน TFIC Furniture Outlet 2018 ได้ที่ www.facebook.com/TFICFurnitureOutlet    
อิมแพ็คเปิดงานมหกรรมก่อสร้างครั้งยิ่งใหญ่ ยกระดับงาน “อินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย ปี 2018” สู่เวทีอาเซียน

อิมแพ็คเปิดงานมหกรรมก่อสร้างครั้งยิ่งใหญ่ ยกระดับงาน “อินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย ปี 2018” สู่เวทีอาเซียน

งานอินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย 2018 เปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการ พลิกโฉมวงการอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในยุค 4.0 โดยมีบริษัทและแบรนด์ชั้นนำด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างกว่า 500 แบรนด์ ร่วมโชว์ไฮไลท์นวัตกรรมก่อสร้างยุค 4.0 รองรับการเติบโตในโครงการก่อสร้าง และเมกะโปรเจ็คต่างๆ ทั้งในประเทศ และอาเซียน คาดดึงดูดผู้เข้าร่วมงานและบุคลากรในวงการอุตสาหกรรมก่อสร้าง งานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และซัพพลายเชนด้านคอนกรีตกว่า 9,000 ราย จาก 40 ประเทศในแถบเอเชีย ในระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2561 ณ อาคาร 5-7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี และลานแสดงสินค้ากลางแจ้ง P5   มร.ลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า “นับเป็นการจัดงานร่วมกันครั้งแรกระหว่างงาน “อินเตอร์แมท อาเซียน” และ “คอนกรีต เอเชีย” ซึ่งทำให้งานแสดงสินค้าครั้งนี้เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าด้านก่อสร้างและคอนกรีตที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย โดยงานอินเตอร์แมทและงานคอนกรีต เอเชีย จัดขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมไปถึงโครงการเมกะโปรเจ็คต์ต่างๆ ที่ภาครัฐได้ประกาศเอาไว้ นอกจากนี้ จากข้อมูลของโกบอลดาต้าซึ่งได้รวมมูลค่างานเมกะโปรเจ็คทั่วภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่าทั้งสิ้น 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (เฉพาะโครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในระหว่างปี 2561-2565 ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างในภูมิภาคนี้เติบโตขึ้น 6.1% ต่อปีโดยรวม”     ทั้งนี้ งานอินเตอร์แมท 2018 และงานคอนกรีต เอเชีย 2018 จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยทำให้เกิดการเจรจาธุรกิจและ ตอบโจทย์ในการทำงานด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างและคอนกรีตได้อย่างครบวงจรที่สุด ซึ่งจะจัดแสดงสินค้าบนพื้นที่รวม 21,500 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นส่วนการแสดงสินค้าใน 4 กลุ่มประเภทสินค้า ได้แก่ สินค้าและเทคโนโลยีประเภท งานขนย้ายดินและการรื้อถอน / ระบบการยก การเคลื่อนย้าย และการขนส่ง / งานอาคารและสถานที่ / งานถนน งานเหมืองแร่และงานรากฐาน / การผลิตคอนกรีต รวมถึงการจัดสัมมนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจภาพรวมธุรกิจ และมองเห็นโอกาสในการทำตลาดก่อสร้างได้อย่างมีศักยภาพ อาทิ • “เทคโนโลยี BIM ระบบสร้างแบบจำลองเสมือนของอาคาร และเทคโนโลยีคอนกรีต” โดยศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร • “ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง” โดยนายรุจน์ เฉลยไตร สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) • “From Mine to Urban Mining กับการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้าง” โดยนายบวรวิทย์ อัครจันทโชติ นายชัยวิทย์ อุณหศิริกุล และ ดร.ธีรวุธ ตันนุกิจ จากกระทรวงอุตสาหกรรม • “ผลักดันธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและผลกำไร” โดย Mr.Andre Dienst จากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย   นอกจากนี้ ในพื้นที่สาธิตกลางแจ้งยังได้จัดแสดงทาวเวอร์เครน รถขุด และการสาธิตการย้อมสีคอนกรีต (Concrete Dye) จากมือวางอันดับหนึ่งของโลกจากสหรัฐอเมริกา อาทิ Rachel Fwd จาก FLOORmaps INC และ Gala Vidal จาก AMERIPOLISH INC. และเวิร์คช้อปการตกแต่งคอนกรีตแนวใหม่ ภายในบูธ REP FLOOR ซึ่งจะดึงดูดผู้เข้าร่วมชมงานให้มาสัมผัสกับพลังและประสิทธิภาพของเครื่องจักร และอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับการทำงานในชีวิตจริง จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น STIT Company Limited, Liebherr Tower Cranes, KATO, Putzmeister, John Deere, IHI, DOOSAN and World Tractor (1996) เป็นต้น” มิสเตอร์ลอย กล่าว     มิสอิสซาเบล อัลฟาโน ผู้อำนวยการหน่วยงานภาคธุรกิจ คอมเอ็กโพเซียม กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อมั่นว่างานอินเตอร์แมท อาเซียนและคอนกรีต เอเชีย จะช่วยผลักดันให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างภูมิภาคได้มากที่สุด ซึ่งนับเป็นการตอบรับการขยายการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศในภูมิภาคนี้ โดยประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญในไม่ช้า ซึ่งงานแสดงนิทรรศการด้านการก่อสร้างทั้ง 2 งานนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทย ตลอดจนค้นพบนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายในเอเชีย”   ด้านนายอังสุรัศมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานอินเตอร์แมท อาเซียน 2018 จัดเป็นงานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่บุคลากรในวงการนี้รอคอยเนื่องจากเป็นการรวมเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ในการก่อสร้างมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งกันและกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับวงการก่อสร้างโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยเราก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในวิชาชีพนี้ให้ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง     ทางสมาคมฯ ในฐานะผู้ร่วมจัดงานอินเตอร์แมท อาเซียน ได้จัดงาน TCA Talk ในหัวข้อ “ก่อสร้างไทยกับไทยแลนด์ 4.0” ในงานนี้ด้วย เพื่อแบ่งปันมุมมองเชิงลึกในอุตสาหกรรมก่อสร้าง อนาคตวงการก่อสร้างไทย ภาพรวมของเศรษฐกิจ และผลกระทบที่มีต่องานก่อสร้าง รวมไปถึงแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมก่อสร้างของอาเซียนอีกด้วย โดย ดร.สุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ประธานกรรมการ บริษัท ฤทธา จำกัด, ดร.สุภามาส ตรีศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด, ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ นักวิเคราะห์อาวุโส Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และคุณวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ Sale & Channel บริษัท SCG Cement & Building Materials ”   ทั้งนี้ งาน “อินเตอร์แมท อาเซียน 2018” และ “งานคอนกรีต เอเชีย 2018” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2561 ณ อาคาร 5-7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี และลานแสดงสินค้ากลางแจ้ง P5
‘สุขเต็มบ้าน แถมเต็มหลัง’ ในงาน ‘Home Buyers’ Expo 2018’  พบกันที่บูธลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคมศกนี้

‘สุขเต็มบ้าน แถมเต็มหลัง’ ในงาน ‘Home Buyers’ Expo 2018’ พบกันที่บูธลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคมศกนี้

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” ยกขบวนโครงการพร้อมอยู่คุณภาพ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม บนใจกลางทำเลยุทธศาสตร์ ทั่วทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด อาทิ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา รวมกว่า 40 โครงการ เข้าร่วมแคมเปญ ‘สุขเต็มบ้าน แถมเต็มหลัง’ จัดขึ้นภายในงาน ‘Home Buyers’ Expo 2018’ พิเศษสุด! จองในงานรับ Samsung S9 Plus, TV Samsung 4K และเฟอร์นิเจอร์ มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ณ บูธลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เลขที่ G 31 โซน CG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงาน Home Buyers’ Expo 2018 ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม 2561 หรือโทร Call Center 1778 หรือ www.lalinproperty.comhttp://www.lalinproperty.com
“อภิมหกรรมบ้าน – คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2018”  งานดี 4 วันรวด 16 – 19 สิงหาคมนี้ ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  โอกาสที่คนเล็งบ้าน-คอนโดฯ ไม่ควรพลาด!!

“อภิมหกรรมบ้าน – คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2018” งานดี 4 วันรวด 16 – 19 สิงหาคมนี้ ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โอกาสที่คนเล็งบ้าน-คอนโดฯ ไม่ควรพลาด!!

  สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ร่วมกับ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด จัดงาน “อภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2018” ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 16 – วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระดมบ้านจัดสรร-คอนโดฯ มาลดสูงสุด พร้อมด้วยสินเชื่อบ้าน สุดร้อนแรงจากธนาคารชั้นนำ พลิกโฉมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในยุคดิจิทัลด้วยระบบ “Home event” สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวได้ครบทั้งงาน พบนวัตกรรม Home VR ให้เลือกชมบ้านตัวอย่างเสมือนจริง 360 องศา พร้อมลุ้นรับรางวัลทองคำหนัก 4 บาท เมื่อจองและทำสัญญาภายในงาน โดยได้รับเกียรติจาก คุณวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน ณ เวทีกลาง โซนเอเทรียม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mr.Kitti Patpongpibul Chairman, Housing Finance Association, Thailand) กล่าวว่า อภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี เป็นโอกาสดีๆ ของคนที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดฯ ในทำเลที่ดี ที่มาพร้อมสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือบ้าน NPA พร้อมขายจากสถาบันการเงินชั้นนำในราคาสุดพิเศษ ซึ่งในส่วนของงาน NPA Grand Sale มี 8 สถาบัน ที่เข้าร่วม ได้แก่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM), บมจ.กรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM), ธนาคารธนชาติ จำกัด (มหาชน) ที่เตรียมนำสินทรัพย์ดีบนทำเลเด่นมาให้เลือกซื้ออย่างมากมาย และที่ขาดไม่ได้คือ งาน Home Loan บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก 6 สถาบันการเงินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) ที่เตรียมข้อเสนอด้านดอกเบี้ย และโปรโมชั่นดีๆ มาให้ผู้บริโภคที่กำลังมองหาทรัพย์สินทั้งที่เพื่ออยู่อาศัย และเพื่อการลงทุนอีกด้วย “ภายในงานยังมีโซนพิเศษ Aging Society บริเวณโซนซี ชั้น 2 ซึ่งโครงการนี้ได้เดินตามแนวทางคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม (E6) ซึ่งมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนให้ผู้สูงอายุมีที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีและเป็นการให้ความร่วมมือกับภาครัฐบาลในการเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์โครงการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุอีกด้วย” นายบริสุทธิ์ กาสินพิลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ( Mr. Borisud Kasinpila Chief Executive Officer Home Buyers Guide Co., Ltd.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “งาน Home Buyers Expo 2018 ในปีนี้ คอนเซ็ปต์การจัดงาน “พลิกโฉมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย” ด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ได้ครบทั้งงาน ไม่ว่าจะเป็น ลงทะเบียน เก็บโบรชัวร์ โดยในปีนี้ได้รวบรวมโครงการที่อยู่อาศัยในหลากหลายทำเล อาทิ ซีเอ็มซี กรุ๊ป, บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน), บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน), บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เป็นต้น สำหรับผู้ที่จองพร้อมทำสัญญาภายในงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำหนัก 1 บาททุกวัน พบกับ Digital Exhibition อัพเดทโครงข่ายรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร, เทคโนโลยีดูบ้าน-คอนโดฯ เสมือนจริงผ่าน VR 360 ซึ่งทั้งหมดได้รวบรวมมาไว้ในงาน ทั้งยังมีสัมมนาดีอีกมากมายในแต่วัน อาทิ คลีนิคแก้หนี้, เลือกซื้อบ้านยังไงให้ได้อยู่ยันแก่ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้เข้าชมงานและเพื่อให้ผู้บริโภคได้ศึกษาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างดีที่สุด ตลอดระยะเวลาของการจัดงานทั้ง 4 วัน นอกจากจะมีกิจกรรมและโปรโมชั่นมากมายแล้ว ปีนี้ยังมีโซนพิเศษ Hot Deal สำหรับเสนอขายสินค้าราคาพิเศษที่มีเฉพาะภายในงานเท่านั้น! และโซน IoT Smart Home การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นจากกลุ่มสตาร์ทอัพ อาทิ Fixzy แอพหาช่างล้างแอร์, Somjai แอพกู้ซื้อบ้าน, Icon แอพตรวจรับบ้าน เป็นต้น ซึ่งรับรองว่ามาเดินงานนี้งานเดียวจะได้ครบทุกอย่างอย่างแน่นอน”   สำหรับโปรโมชั่น บ้าน คอนโดฯ และสินเชื่อพิเศษจากธนาคาร ที่เข้าร่วมงาน อาทิ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พบกับ บัวหลวง ทรัพย์สินพร้อมขายทำเลดี เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน ทั้งในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล และต่างจังหวัดกว่า 120 รายการ มูลค่า 600 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์, ห้องชุดพักอาศัย, อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่าลดราคาพิเศษ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) โปรโมชั่นต่อที่ 1 Sam Smile Home ฟรีค่าโอน 1% สำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ตามที่ บสส. กำหนด และต่อที่ 2 Sam จัดให้รับ Gift Voucher จากร้านค้าชั้นนำ มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท ธนาคารออมสิน จัดเต็มแคมเปญ นำทรัพย์เด่น (NPA) ลดราคาพิเศษสูงสุด 20% ทุกที่ ทุกทำเล ทั่วประเทศจำนวนกว่า 400 โครงการ มูลค่าเกือบ 450 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขการจองง่ายๆ พร้อมรับของ Premium พิเศษจาก บูธธนาคารออมสินเมื่อวางเงินจองซื้อทรัพย์สิน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) พบอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากสินเชื่อบ้านกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) - สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, บ้านใหม่, บ้านมือสอง, ปลูกสร้างบ้าน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0% นาน 3 เดือน + ฟรีค่า จดจำนอง ทั้งแบบทำประกันและไม่ทำประกัน - สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.99% คงที่ 1 ปี + ฟรีค่าทำประเมิน, ฟรีค่าจดจำนอง - สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน วงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป รับฟรีบัตรกำนัล Home Pro มูลค่า 4,000 บาท และของสมนาคุณจากธนาคารอีกมากมาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% (ออกรายละเอียดใกล้ๆ ช่วงงาน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชั่นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% และหลังปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MLR-2% – จัดโปรโมชั่น NPA ลดสูงสุด 30% ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. - 14 ต.ค.2561 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดโปรโมชั่นให้คนรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท/ เดือน ผ่อนดาวน์ 0% ยาว 60 เดือน บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) จอง 1 บาท* ทำสัญญา 9,999 บาท โอนภายใน 31 สิงหาคม 2561 รับแพ็กเกจทัวร์พาแม่เที่ยว (2 ที่นั่ง ประเทศฮ่องกง ท่องเที่ยวในเดือนกันยายน 2561) All Free *ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน (ฟรีค่าส่วนกลาง 10 ปี, แต่งครบพร้อมเข้าอยู่)* บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด คัดทรัพย์สวยทำเลดี มีอัตราดอกเบี้ยพร้อมขาย เริ่มผ่อนขั้นต่ำ 3,000 บาท พร้อมโปรโมชั่น Home Loan โดนใจ รับของที่ระลึกมากมาย
Review Your Living พาเดินงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018

Review Your Living พาเดินงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018

สวัสดีครับ วันนี้ เอาใจคนรักบ้านและสวน พาไปดูว่ามีอะไรบ้างในงานใหญ่กลางปี "บ้านและสวนแฟร์ 2018" ที่จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ช่วงวันที่ 4-12 สิงหาคม 2018 งานนี้ ไม่ผิดหวังคนรักบ้านแน่ๆ     บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2018 นำเสนอนวัตกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิต โดยมีระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อในทุกสรรพสิ่งของที่อยู่อาศัยหรือบ้าน และการใช้งานภายในบ้าน เพื่อคอยรับคำสั่ง ทำงานต่างๆ ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม งานนี้จะแสดงให้ผู้ชมงานเห็นว่าบ้านและบริบทของบ้านในอนาคตน่าจะเป็นอย่างไรและมีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร   ก่อนเข้างาน เราควรจะไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ ง่ายๆ เพียงแค่แสกน QR แล้วกรอกรายละเอียดนิดหน่อย เพื่อรับของที่ระลึก กระเป๋าผ้ารักษ์โลกสุดเก๋ พร้อมกับนิตยสาร My Home ฟรี อีก 1 เล่ม (ยิ้มสิ...)   Internet of Home   บ้านที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิต ทั้งการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อในทุกสรรพสิ่งของที่อยู่อาศัยหรือบ้าน และการใช้งานภายในบ้าน โดยมีการจัดแสดงการใช้งานของเทคโนโลยีตามห้องต่างๆ ของบ้าน เพื่อให้ผู้ชมงานเห็นความสะดวกสบายและบรรยากาศแห่งความสุข กับการใช้พื้นที่ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนิทรรศการจะจำลองไลฟ์สไตล์เพื่อตอบสนองการใช้งานของห้องต่างๆ ที่ประกอบด้วยหลากหลายมุมซึ่งมีการสั่งการด้วยเสียงหรือผ่านแอพพลิเคชั่น   คอนเซ็ปต์ในการออกแบบบ้าน Internet of Home - ครัว มุมรับประทานอาหาร และสวนหลังบ้าน พื้นที่ทำครัวที่เต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเคาน์เตอร์ครัวที่เป็นเสมือนไอส์แลนด์เตรียมอาหารและปรับเปลี่ยนให้เป็นบาร์สังสรรค์ หรือมุมรับประทานอาหารได้ในคราวเดียวกัน พื้นที่ส่วนนี้จะจัดแสดงตัวอย่างคำสั่งได้ถึง 3 ทางเลือก ดังนี้ 1. สดชื่นยามเช้า เมื่อสั่งคำสั่งการใช้งานในยามเช้า ไฟในห้องนี้ทั้งส่วนเคาน์เตอร์และไอส์แลนด์ในครัวจะติดพร้อมกับโทรทัศน์ที่แสดงช่องข่าวรับอรุณ 2. โรแมนติกยามค่ำคืน เมื่อใช้คำสั่งนี้ ไฟต่างๆ ในส่วนครัวจะปิดลง และไฟบนโต๊ะอาหารจะติด พร้อมกับไฟในสวน เพื่อการดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกในช่วงดินเนอร์ 3. ปาร์ตี้แสนสนุก ฟังก์ชันที่ช่วยสร้างบรรยากาศปาร์ตี้แห่งสีสัน โดยไฟในโซนนี้จะปิดทั้งหมด แต่บริเวณเวทีกิจกรรมจะมีไฟหลากสีสันติดขึ้น พร้อมเสียงเพลงให้ได้สนุกสุดเหวี่ยงได้ตามต้องการ นอกจากนี้บริเวณมุมสวนหลังบ้านยังมีการจัดแสดง “สวนของบ้านรุ่นใหม่” ที่มีพื้นที่สำหรับชาร์ตรถไฟฟ้า เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และสามารถดัดแปลงเป็นธุรกิจได้ในอนาคต - ห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ โดดเด่นด้วยสมาร์ทมิลเลอร์ที่มีคำสั่งการใช้งานได้หลากหลาย จัดแสดงตัวอย่างคำสั่งได้ 2 ทางเลือก ดังนี้ 1. มอร์นิ่งยามเช้า เมื่อตื่นนอนและใช้คำสั่งนี้ ผ้าม่านในห้องจะเปิดรับแสงแดดยามเช้า และไฟตรงห้องแต่งตัวจะติดขึ้น พร้อมให้เปลี่ยนชุดแต่งตัวต้อนรับวันใหม่อย่างสดใส 2. กู๊ดไนท์ยามดึก เมื่อสั่งงาน ผ้าม่านของห้องนอนจะปิด รวมถึงไฟภายในบริเวณนี้ก็จะพร้อมใจกันดับ เพื่อให้สภาพแวดล้อมของห้องพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง     ในงานยังมีของแต่งบ้านน่ารัก น่าซื้ออีกเพียบ ลองเลือกดูกันเลย           เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดกระหน่ำ ซัมเมอร์เซลล์     ส่วนของการแต่งสวนสวย จะมีพืชพันธ์ไม้ประดับ ตกแต่งสวยนานาพันธ์ ให้ได้เลือกซื้อ ทั้งมีดอก ไม่มีดอก ละลานตากันเลยทีเดียว        ใครว่างๆ ไปเดินชิวๆ ได้เลย งานมีตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 12 สิงหาคม นี้นะครับ ที่ ไบเทค บางนา ไปเช้าๆ นะ ถ้าไปสาย จะหาที่จอดรถลำบากหน่อยครับ Review Your Living Team    
“โฮมโปร” สร้างปรากฏการณ์ความคึกคัก  จัดงาน “โฮมโปร แฟร์” ช้อป กิน บิน เที่ยว งานแฟร์เรื่องบ้านที่ทุกคนต้องมา

“โฮมโปร” สร้างปรากฏการณ์ความคึกคัก จัดงาน “โฮมโปร แฟร์” ช้อป กิน บิน เที่ยว งานแฟร์เรื่องบ้านที่ทุกคนต้องมา

นายวีรพันธ์  อังสุมาลี  รองกรรมการผู้จัดการ  บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร”  เป็นประธานเปิดงานเรื่องบ้านสุดยิ่งใหญ่ “โฮมโปร แฟร์” “ช้อป กิน บิน เที่ยว” งานแฟร์เรื่องบ้าน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว ยกขบวนสินค้าแบรนด์ชั้นนำมามอบส่วนลดสูงสุดกว่า 70% พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษมากมาย พบไฮไลท์เด็ดภายในงานกับร้านอาหารต้นตำรับกว่า 150 ร้านค้าทั่วกรุง พร้อมชมโชว์ และการละเล่นสนุกๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ตลอด 10 วัน พบกับมหกรรมความสนุก ครบ คุ้ม พร้อมโปรโมชั่น ราคาพิเศษ รับประกันความสุขล้นมือตลอดทั้งงาน ตั้งแต่ 20-29 กรกฎาคม 2561 ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
บ้านและสวนแฟร์ Select เดินเล่นชมงานดีไซน์สไตล์คนรักบ้าน

บ้านและสวนแฟร์ Select เดินเล่นชมงานดีไซน์สไตล์คนรักบ้าน

บ้านและสวนแฟร์ เป็นงานอีเว้นท์ที่หลายคนรอคอยไปเดินเลือกซื้อ เดินชมงานดีไซน์เก๋ๆ ตามสไตล์ของคนรักบ้าน ซึ่งปกติแล้วจะจัดขึ้นที่อิมแพค เมืองทองธานี และไบเทคบางนา แต่สำหรับงานแรกในปี 2018 นี้ งานบ้านและสวนแฟร์ได้ยกมาจัดใจกลางเมืองในชื่อว่า "บ้านและสวนแฟร์ Select" กับคอนเซ็ปต์ “Tropical Dream” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2561 ณ เพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   เราจะพาไปเดินเล่นในงานกันค่ะ อย่าลืมลงทะเบียนหน้างานกันก่อนนะคะ แล้วเราจะได้ถุงผ้ากับนิตยสาร 1 เล่ม ไปฟรีๆ   บรรยากาศภายในงานคึกคักกันตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ มีหลายแบรนด์ชื่อดังยกมาไว้ในงานละลานตาทั่วทั้งฮอลล์     เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดัง ดีไซน์โดนหลายค่ายมาให้ได้เลือกชมพร้อมๆ กันทีเดียวในงาน   นอกจากเฟอร์นิเจอร์ก็ยังมีของตกแต่งบ้านมากมาย   มีของให้เลือกซื้อสำหรับนำไปจัดสวนด้วยนะคะ   กลางฮอลล์มีเวทีจัดนิทรรศการ “The Chairmen of Thai Design” เป็นการรวบรวมเก้าอี้ผลงานการออกแบบจากดีไซเนอร์ไทยที่มีดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัว หลายชิ้นเคยได้รับรางวัลกานรันตีจากทั้งในและต่างประเทศ เดินชมพร้อมกับมีเสียงเพลงอะคูสติกเล่นกันสดๆ ในงาน คอยสร้างบรรยากาศ   ในงานนี้เราจะได้พบกับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านหลากหลายดีไซน์ รับรองว่าคุณจะได้ไอเดียดีๆ กลับไปแน่นอน คนรักบ้านห้ามพลาดค่ะ
‘พีอาร์เอ อะคาเดมี’ มั่นใจยอดผู้ชมงานมหกรรมการลงทุน-อสังหาฯ ทะลุเป้า เดินเกมส์รุกเพิ่มนักลงทุนคุณภาพสู่ตลาดปีนี้แตะ 8,000 คน  ปักธงยกระดับสถาบันเทียบเท่าคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากล

‘พีอาร์เอ อะคาเดมี’ มั่นใจยอดผู้ชมงานมหกรรมการลงทุน-อสังหาฯ ทะลุเป้า เดินเกมส์รุกเพิ่มนักลงทุนคุณภาพสู่ตลาดปีนี้แตะ 8,000 คน ปักธงยกระดับสถาบันเทียบเท่าคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากล

  พีอาร์เอ อะคาเดมี สถาบันสอนการลงทุนอสังหาฯ ทุกรูปแบบ เร่งผลักดันองค์กรก้าวสู่การเป็นสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ( พัฒนาและบริหารโครงการ / การขายและการตลาด ) และเป็นสถาบันระดับสากล เล็งปั้นนักลงทุนคุณภาพสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดผู้เข้าเรียนกับสถาบันปีนี้แตะ 8,000 คน เพิ่มขึ้น 20% เผยความมั่นใจการงาน Money Property Exp0 2018 งานที่รวมแหล่งทรัพย์อสังหาฯ และสินทรัพย์การเงินที่น่าลงทุน พร้อมโปรโมชั่นร้อนแรงที่สุดแห่งปีไว้ในงานเดียว ระหว่าง 24-30 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ชั้น 1 มียอดผู้เข้าชมงานทะลุเป้า   นางสุดา ประกฤติพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร พีอาร์เอ อะคาเดมี (P.R.A. Academy) สถาบันสอนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า มีความเชื่อมั่นว่าการจัดงาน Money Property Expo 2018 จัดขึ้นระหว่าง 24 – 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.30 – 21.00 น. ณ ลานจัดกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว จะมียอดผู้เข้าชมงานทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะเป็นครั้งแรกของงานที่รวมแหล่งทรัพย์ดี ทำเลเด่น และสินทรัพย์ทางการเงินที่น่าลงทุนมากกว่า 100 รายการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นร้อนแรงที่สุดแห่งปี มาไว้ในงานเดียว เรียกว่างานเดียวตอบทุกโจทย์ความต้องการของคนรักการลงทุน   โดยพิธีเปิดงาน Money Property Expo 2018 ดังกล่าว จัดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.30-13.00 น. โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพล ริมสาคร รองปลัดกระทรวงการคลัง มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ภายในงานยังเตรียมการแสดงชุดพิเศษ “ เปิดประตูนักลงทุนอสังหาฯและการเงินสู่ความสำเร็จ มั่งคั่งอย่างยั่งยืน” เสวนาพิเศษจากวิทยากรด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และการเงิน นักพัฒนาโครงการชื่อดังจะมาให้มุมมองนักลงทุนต่างชาติและตลาดอสังหาฯ ครึ่งหลังปี 2561 โดยบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ได้เพิ่มเติมความรู้ด้านการลงทุนและยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดพอร์ตของแต่ละท่านให้สอดรับสภาวการณ์ตลาดได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น   สำหรับ พีอาร์เอ อะคาเดมี ก่อตั้งในปี 2559 ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งหวังในการพัฒนาศักยภาพนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวไกลสู่ระดับสากล จึงพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ และรวบรวมวิทยากรที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงในวงการอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละด้านมากที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ให้ทำได้จริง ประสบความสำเร็จจริง เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มรูปและแบบครบวงจร อาทิ กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ ทางเลือกใหม่ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ วิเคราะห์เจาะลึกทำเลทอง คอนโดสูงกว่า 100 ล้าน งานให้เช่าพื้นที่ ภาษีและกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาและบริหารโครงการ การสร้างความสัมพันธ์และเครือข่าย เพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพนักลงทุนและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก้าวไปในระดับสากล เป็นต้น   “ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี เราได้เห็นการเติบโตที่โดดเด่นยิ่งขึ้นทุกปีของตลาดนักลงทุนอสังหาฯ สะท้อนจากสถิตินักลงทุนที่เข้ามาเรียนกับ พีอาร์เอ อะคาเดมี ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแตะ 5,000 คน และภายในสิ้นปีนี้ มีแนวโน้มจะเติบโตกว่า 20% แตะที่ 8,000 คน โดยเราคาดหวังว่าการจัดงานมหกรรมอสังหาฯ-การลงทุน ครั้งนี้ จะยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วไป จะโยกย้ายเข้ามาลงทุนในอสังหาฯ เพิ่มขึ้น 10 % เพราะอสังหาฯ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง มีตัวเลือกลงทุนที่หลากหลายและให้ผลตอบแทนที่ดี” นางสุดา กล่าว   อย่างไรก็ดีในปีนี้ พีอาร์เอ อะคาเดมี เล็งเป้าหมายจะพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องโดยก้าวถัดไปจะมุ่งพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เน้นการพัฒนาศักยภาพให้มีความชำนาญ เพื่อผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ( พัฒนาโครงการ / การขายและการตลาด ) และเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นสังคมนักอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในระดับสากลตามเจตนารมณ์ที่บริษัทฯ มุ่งมั่นไว้
‘พีอาร์เอ อะคาเดมี’ จัดงานมหกรรมการลงทุน-อสังหาฯ ครั้งแรก เดินหน้ายกระดับสถาบันเทียบเท่าคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากล

‘พีอาร์เอ อะคาเดมี’ จัดงานมหกรรมการลงทุน-อสังหาฯ ครั้งแรก เดินหน้ายกระดับสถาบันเทียบเท่าคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากล

  พีอาร์เอ อะคาเดมี สถาบันสอนการลงทุนอสังหาฯ ทุกรูปแบบ ชี้ทิศทางการลงทุนอสังหาฯ ดี มีโอกาสหลากหลาย เดินเกมส์รุกเพิ่มนักลงทุนคุณภาพ ตอบสนองทุกโอกาสการลงทุน เผยยอดคนสนใจต่อยอดเงินและบริหารการลงทุนอสังหาฯ เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าเป็นสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาบริหารโครงการ และเป็นสถาบันระดับสากล เตรียมจัดงาน Money Property Expo 2018 งานที่รวมแหล่งทรัพย์ดี ทำเลเด่น ราคาถูก และสินเชื่อที่อยู่อาศัยโปรโมชั่นร้อนแรงที่สุดแห่งปี พร้อมการลงทุนครบทุกรูปแบบ มาไว้ในงานเดียว ระหว่าง 24 – 30 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา   นางสุดา ประกฤติพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร พีอาร์เอ อะคาเดมี (P.R.A. Academy) สถาบันสอนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบทุกรูปแบบ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่ พีอาร์เอ อะคาเดมี ก่อตั้งขึ้น ได้พัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่องด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งหวังในการพัฒนาศักยภาพนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวไกลสู่ระดับสากล ปัจจุบัน พีอาร์เอ อะคาเดมี ได้พัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และรวบรวมวิทยากรที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงในวงการอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละด้าน มากที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย เน้นการเรียนรู้ให้ทำได้จริง ประสบความสำร็จจริง เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มรูปและแบบครบวงจร อาทิ การลงทุนที่ดิน, คอนโด, โกดัง,ตึกแถว, พื้นที่ให้เช่า, โฮสเทล บูทีคโฮเทล, การประมูล, ธุรกิจขายฝาก, กฎหมายอสังหาริมทรัพย์และภาษี การพัฒนาโครงการและพัฒนาเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ในระดับสากล เป็นต้น   ทั้งนี้ พีอาร์เอ อะคาเดมี ตั้งเป้าหมายภายในปีนื้เราพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เน้นการพัฒนาศักยภาพให้มีความชำนาญ พร้อมเป็นสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาบริหารธุรกิจ และเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นสังคมนักอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในระดับสากล   ภาพรวมการลงทุนอสังหาฯ นางสุดา กล่าวว่า มีการเติบโตทุกปี สะท้อนจากสถิตินักลงทุนที่เข้ามาเรียนกับพีอาร์เอ อะคาเดมี ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแตะ 5,000 คน โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะแตะ8,000 คน เติบโตกว่า 20% จากปีที่ผ่านมา เพราะอสังหาฯ มีสินทรัพย์ที่ให้เลือกลงทุนที่หลากหลายและให้ผลตอบแทนที่ดี ส่วนประเภทของนักลงทุนที่มาเรียน แบ่งเป็น ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย 40% มนุษย์เงินเดือน 30% บุคคลทั่วไป 30%   นายปิยะพงศ์ จันทร์ภาโส หรือโค้ชเต้ วิทยากรและนักลงทุนอสังหาฯ พีอาร์เอ อะคาเดมี กล่าวว่า มองการเติบโตของตลาดอสังหาฯ จะได้รับผลบวกโดยตรงจากนโยบายภาครัฐที่คืบหน้าอย่างมากในปี 2561 ทั้งเรื่องศูนย์กลางการคมนาคมของอาเซียน และโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนจีนและญี่ปุ่น ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยคาดว่าราคาที่ดินอีอีซี จะปรับเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 30-50 % และมีผลทำให้ราคาอสังหาฯ มือหนึ่งปรับเพิ่มขึ้น กว่า 20-30 %   นายธานี โทเจริญ หรือโค้ชโดโด้ กล่าวเสริมว่า อีอีซี นับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนอสังหาฯ กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนจากการกว้านซื้อคอนโดในเขตพื้นที่ อีซีซี และพัทยาของนักลงทุนชาวจีน เพราะพ.ร.บ. อีซีซี เปิดช่องให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้ถึง 99 ปี คาดว่านักท่องเที่ยวในอีซีซี ใน 4 ปีเพิ่มเป็น 46.7 ล้านคน จาก 29.8 ล้านคนในปัจจุบัน เพิ่มถึง 36.1% และมีรายได้มากกว่า 508,590 ล้านบาทจากเดิมเพียง 285,572 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนอสังหาฯ ไทย ที่จะขายสินทรัพย์ในราคาที่ดีขึ้นจากความต้องการที่สูงขึ้น   นายโชติรัตน์ อภิวัฒนาพงศ์ หรือโค้ชเต็ม กล่าวปิดท้ายว่า นอกเหนือจากสินทรัพย์เดิม อาทิ บ้าน คอนโด มือหนึ่งและมือสอง ที่ได้รับความนิยมแล้ว มองว่าสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าจะได้รับผลบวกจากอีอีซี คือธุรกิจบริการที่พัก (โฮเทลและบูทีคโฮเทล) โดยเฉพาะเขตกรุงเทพที่ใกล้แนวรถไฟฟ้า ในเมืองท่องเที่ยวต่างๆทั้งเมืองหลักและเมืองรองมีการเพิ่มขึ้นของธุรกิจดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินและการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ยอดนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆจึงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน   อย่างไรก็ดี พีอาร์เอ อะคาเดมี เตรียมจัดงาน Money Property Expo 2018 ภายในงานจะได้พบกับเสวนาพิเศษจากวิทยากรด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และการเงิน นักพัฒนาโครงการชื่อดังจะมาให้มุมมองนักลงทุนต่างชาติและตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง 2018 รวมอสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางการเงิน ที่น่าลงทุนกว่า 100 รายการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษงานนี้งานเดียว จัดขึ้นระหว่าง 24 – 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.30 – 21.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานจำนวนมาก สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า www.pra.co.th
RML จัดงาน “Raimon Land Property Showcase” 17-23 พ.ค.นี้

RML จัดงาน “Raimon Land Property Showcase” 17-23 พ.ค.นี้

มีข่าวดีมาบอก!! บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML) เตรียมจัดงาน “Raimon Land Property Showcase” - “Every Day is Everything” ระหว่างวันที่ 17-23 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 6 ภายในงานลูกค้าจะได้พบกับส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท พร้อมส่วนลดสุดพิเศษ “ทุกยูนิต” รวมทั้งมอบคูปองเฟอร์นิเจอร์ จากโบคอนเซ็ปท์ (BoConcept) ดีไซน์จากเดนมาร์ก และเครื่องเสียงจากแบรนด์ มาร์แชล (Marshall) สัญชาติอังกฤษ มูลค่ารวมกว่าแสนบาท และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย เฉพาะการจองภายในงานนี้เท่านั้น ส่วนไฮไลท์ที่ภูมิใจนำเสนอให้จับจองเป็นเจ้าของคือโครงการ “The Lofts Asoke” เพราะไรมอน แลนด์ รู้ว่าทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัยเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย จึงตั้งใจ และพิถีพิถันที่จะมอบที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด เพื่อให้ทุกๆ วันเต็มไปด้วยรัก และความอบอุ่นตลอดไป ด้วยทำเลทอง โดดเด่นสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตในรูปแบบของคุณได้อย่างลงตัว ว้าวววววงานดีๆ แบบนี้จัดแค่ปีละครั้งเท่านั้น....ห้ามพลาด!! จร้าาาาาาาาา
งานสถาปนิก ’61.. ไม่ธรรมดา สุดยอดงานแสดงสถาปัตยกรรมอาเซียนกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

งานสถาปนิก ’61.. ไม่ธรรมดา สุดยอดงานแสดงสถาปัตยกรรมอาเซียนกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

  สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมกลุ่มผู้แสดงสินค้า ร่วมกันจัดแถลงข่าวงานสถาปนิก ’61 (Architect Expo 2018) “Beyond Ordinary : ไม่ธรรมดา” ภายใต้แนวคิดการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในวิถีชีวิตร่วมสมัยของสังคมไทย ที่รวบรวมเอาผลงานออกแบบดีไซน์จากสถาปนิกชั้นนำของอาเซียน นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แบบ Living Tech ที่จะรองรับทุกความต้องการของผู้บริโภคยุค 4.0     นายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ผลงานความก้าวหน้าทางด้านสถาปัตยกรรมของไทยนั้นมีเอกลักษณ์และโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ งานครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมและงานออกแบบพื้นถิ่นในวิถีชีวิตร่วมสมัยของสังคมไทย โดยการพิจารณาภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่อยู่ใกล้ตัวเรา นำองค์ความรู้ที่สืบทอดจากอดีต ทั้งในมิติของแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมหรือการใช้วัสดุจากท้องถิ่น ซึ่งอาจเป็นคำตอบของอนาคตก็เป็นได้” โดยงานสถาปนิกครั้งนี้ได้รับเกียรติจากสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำของไทย อาทิ ศ.ดร.วีระ อินพันทัง,บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์, สุริยะ อัมพันศิริรัตน์ ตลอดจนสถาปนิกนักออกแบบรุ่นใหม่กว่า 18 กลุ่ม มาร่วมตีความนิยามความเป็นพื้นถิ่นที่แตกต่างกันไปได้อย่างน่าสนใจ ผู้เข้าร่วมชมงานสามารถนำเอาแนวคิดต่างๆ ที่ได้จากการชมงานไปปรับใช้ในการอยู่อาศัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี     ผศ.ดร.อภิรดี เกษมศุข ประธานจัดงานสถาปนิก ’61 กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงานเพิ่มเติมว่า นับเป็นครั้งแรกของงานสถาปนิกกับการออกแบบพาวิเลียนสำหรับนิทรรศการหลักของงานโดยสถาปนิกและนักออกแบบกว่า 18 กลุ่ม เปิดโอกาสให้คนทำงานสร้างสรรค์หลากหลายเจเนอเรชั่น ร่วมกันนำเสนอ Vernacular Living ในมุมมองของตนเอง ผู้ชมจะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมไปจนถึงงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุธรรมดาที่มีดีไซน์ ‘ไม่ธรรมดา’ และยังได้ความรู้เรื่องราวของภูมิปัญญาพื้นถิ่นในแง่มุมต่างๆ ผ่านตัวนิทรรศการ   "เชื่อว่างานสถาปนิก ’61 จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับความเป็นพื้นถิ่นที่หลายคนมักมองว่าเชยหรือล้าสมัย แต่จริงๆ แล้วพื้นถิ่นนั้นสามารถทำให้เป็นสิ่งที่ร่วมสมัยหรือไปด้วยกันไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้ โดยงานนี้ได้นำเทคโนโลยี Augmented Reality และ Virtual Reality มาผสมผสานกับการจัดแสดงสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกสามารถสัมผัสประสบการณ์พาวิเลียนของจริงผ่านแว่นสามมิติได้อีกด้วย”ผศ.ดร.อภิรดี กล่าว   ในส่วนไฮไลท์กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ งานสัมมนาระดับนานาชาติ ASA Forum 2018 ซึ่งปีนี้ได้สถาปนิกชื่อดังระดับโลกมาร่วมบรรยายกันอย่างคับคั่ง อาทิ มานูแอล โกทรองด์ (Manuelle Gautrand) สถาปนิกชาวฝรั่งเศสเจ้าของรางวัล European Prize for Architecture, ยุง โฮ ชาง (Yung HoChang) สถาปนิกระดับมาสเตอร์หนึ่งในคณะกรรมการรางวัลพริตซเกอร์, เดวิด แวน เซเวเรน (David Van Severen) สถาปนิกชาวเบลเยียมจากสตูดิโอ OFFICEKGDVS, ฮาน ทูมาเทคิน (Han Tümertekin) สถาปนิกชาวตุรกีเจ้าของรางวัล Aga Khan Award  และ ฟาร์ชิด มูซาวี (Farshid Moussavi) สถาปนิกชาวอังกฤษเชื้อสายอิหร่านผู้มีผลงานออกแบบได้รับรางวัล RIBA Award     ด้านนายศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดงาน เผยว่า ปีนี้ได้รับการตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างเป็นอย่างดี จนใกล้จะเต็มพื้นที่ 75,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 15 เท่าของสนามฟุตบอลกันแล้ว โดยมีบริษัททั่วโลกตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงผลงาน รวมถึงการจัดแสดงเทคโนโลยีจากยุโรปโดย IMAG บริษัทในเครือของ Messe Munchen ประเทศเยอรมนี ผู้จัด BAU งานแสดงสถาปัตยกรรม ผลิตภัณฑ์ และระบบก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมด้วยผู้แสดงสินค้าจากนานาประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน อเมริกา เวียดนาม ฯลฯ รวมกว่า 850 บริษัท ด้านผู้เข้าร่วมชมงานในปีนี้คาดไม่ต่ำกว่า 400,000 คน เชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแสดงผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมของไทยแล้ว ยังส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการจับจ่ายใช้สอยภายในงานยาวตลอดไปถึงหลังงานกว่าหมื่นล้านบาท   ด้านความพร้อมของผู้แสดงสินค้าต่างเตรียมขนทัพผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานงานด้านดีไซน์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าชม อาทิ บูธ Lixilของบริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าแบรนด์และผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านและสุขภัณฑ์ระดับโลก ที่เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ American Standard ให้ได้ชมกันก่อนใครกับ Kastello Collection และ City Collection ที่จะเปลี่ยนพื้นห้องน้ำให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข การเปิดตัวนวัตกรรมที่สุดของการอาบน้ำ กับ AquaSymphony เรนชาวเว่อร์ที่ใหญ่ หรูหรา และมีฟังก์ชั่นมากที่สุด และ GROHE Sensia Arena สุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ผสานดีไซน์จากเยอรมนีและเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์จาก INAX Ecocarat ผู้นำเทคโนโลยีและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับกระเบื้อง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น วัสดุก่อสร้างสำหรับการควบคุมความชื้น และ TOSTEM ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอะลูมิเนียมครบวงจร มาจัดแสดงให้ได้ชมกันในงาน     สำหรับบูธ UMI Group ของบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์ดูราเกรส และเซอเกรส ได้มีการนำเสนอไอเดียการตกแต่งบ้านในสไตล์โฮมมี่ ด้วยดีไซน์กระเบื้องในแบบต่างๆ ถ่ายทอดการแต่งห้องในแบบ Cozy (อบอุ่น เรียบง่าย), Fresh (สดชื่นมีชีวิตชีวา) และ Inspire (แรงบันดาลใจและจินตนาการ) ให้ทุกคนในบ้านได้ใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน โดยเตรียมโปรแกรมอัจฉริยะ Web Browser ที่ให้คุณสามารถเลือกกระเบื้องแบบต่างๆ ผ่านปลายนิ้ว ให้คุณแห็นภาพการจำลองห้องเสมือนจริงในแบบ 360องศาก่อนเลือกตัดสินใจ   ส่วนบูธ SCG ของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ยักษ์ใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ได้มีการสร้างสรรค์แนวคิดของบูธในปีนี้ว่า Passion for Better Living แรงผลักดันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า ประกอบไปด้วย Innovation Inspiration และ Information ยกนวัตกรรมทั้ง SCG Living Tech และ SCG Building Tech มานำเสนอ พร้อมไฮไลท์เด็ดของบูธคือ Home Buddy Application ที่จะเชื่อมต่อกระบวนการทำบ้านทั้ง Online และร้านค้า Online เข้าด้วยกัน ช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในทุกด้าน รวมถึงนวัตกรรมบ้านเย็นอยู่สบายActive AIRFlowTM System ที่สามารถสร้างคุณภาพอากาศที่ดีภายในห้องด้วย Well Air นอกจากนี้ยังมีในส่วนเทคโนโลยี SCG Eldercare Solution กับการพัฒนาหุ่นยนต์ดินสอเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดีไซน์สุดทันสมัยโดยนักออกแบบระดับโลกอีกด้วย