Tag : living

264 ผลลัพธ์
รวมคอนโดฯ สุขุมวิทช่วงปลาย ในราคาแค่ล้านกว่า

รวมคอนโดฯ สุขุมวิทช่วงปลาย ในราคาแค่ล้านกว่า

ราคาคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แม้จะมีความสะดวกสบายรอบด้านแถมใกล้ที่ทำงานของใครหลายคนอีกต่างหาก แต่ราคาแต่ละโครงการนั้น มนุษย์เงินเดือนธรรมดาอย่างเราๆ ก็ยากจะเอื้อมถึงเข้าไปทุกที ถ้าเราอยากจะมองหาคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางไปทำงานได้อย่างสะดวก แต่มีราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงได้ วันนี้เราจะมาแนะนำคอนโดฯ โซนสุขุมวิทช่วงปลาย ในราคาแค่ล้านกว่าๆ เท่านั้น แถมยังไม่ไกลจากรถไฟฟ้าด้วยนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้ทางโครงการ ก็มีรถรับ-ส่งถึงสถานีกันอยู่แล้วด้วย จะมีโครงการไหนน่าสนใจบ้าง ลองมาดูกันค่ะ     Supalai City Resort Sukhumvit 107 (ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107) คอนโดฯ Low Rise 8 ชั้น 6 อาคาร 1,022 ยูนิต 4 ร้านค้า Type ห้อง Studio-2 Bedroom ขนาด 28.5-69.5 ตร.ม. ขายแบบ Fully Furnished มาในสไตล์รีสอร์ทเน้นการพักผ่อนเหมือนอยู่บ้านทั้งสวนสีเขียว สระว่ายน้ำ Infinity Edge ส่วนกลางอื่นๆ จะอยู่ในลักษณะของอาคารสโมสรสูง 2 ชั้น วางแยกกัน 2 อาคาร โดยจะมีทั้ง Fitness, Co-Living Space และ EV Charger   สถานที่ตั้ง : ซ.แบริ่ง 18 ราคาเริ่มต้น : 1.78 ล้านบาท   รีวิวฉบับเต็ม https://www.reviewyourliving.com/review-condo/supalai-city-resort-sukhumvit-107-bearing-082019/   THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 (ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105) คอนโดฯ Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 672 ยูนิต 1 Shop แบ่งเป็นอาคาร A 243 ยูนิต อาคาร B 224 ยูนิต อาคาร C 205 ยูนิต Type ห้อง 1 Bedroom-2 Bedroom ขนาด 22.50-54.50 ตร.ม. ขายแบบ Fully Fitted เป็นคอนโดที่เน้นเอาใจคน Gen Z ทั้งส่วนกลาง Co-Working Space เปิด 24 ชม. มีเทคโนโลยี Home Automation, Smart Mirror ควบคุมการทำงานผ่าน App ไปจนถึง Hotel Service On demand   สถานที่ตั้ง : ซ.ลาซาล 30 ราคาเริ่มต้น : 1.39 ล้านบาท   รีวิวฉบับเต็ม https://www.reviewyourliving.com/review-condo/the-origin-sukhumvit-105-082019/   Aspire Sukhumvit-Onnut (แอสปาย สุขุมวิท-อ่อนนุช)      คอนโดฯ Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 553 ยูนิต Type ห้อง Studio-2 Bedroom ขนาด 26.5-52 ตร.ม. ขายแบบ Fully Fitted ตั้งอยู่ริมคลองพระโขนงอันเงียบสงบ ครั้งแรกของแบรนด์ Aspire ที่นำการวาง Floor Plan แบบ Unit Interlock มาใช้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าที่สุด ดีไซน์อาคาร COLONIAL POP สีสันแปลกใหม่ แต่ยังคงแฝงเรียบง่ายของโทนสีธรรมชาติเอาไว้ด้วยกัน ใช้วัสดุส่วนกลางที่มีความพรีเมียมมากขึ้นจาก Aspire ตัวก่อนๆ   สถานที่ตั้ง : ซ.อ่อนนุช 21 ราคาเริ่มต้น : 1.89 ล้านบาท   รีวิวฉบับเต็ม https://www.reviewyourliving.com/review-condo/aspire-sukhumvit-onnut-aspire-asoke-ratchada/   Niche MONO Sukhumvit-Puchao (นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า) คอนโดฯ  High Rise 12 ชั้น 3 อาคาร 572 ยูนิต ร้านค้า 1 ยูนิต Type ห้อง 1 Bed Plus, Living Plus, 2 Bedroom ขนาด 35-48 ตร.ม. ติด BTS ปู่เจ้า ตรงข้ามกับบิ๊กซี สำหรับ Facilities ถูกวางเอาไว้ทั้ง 3 อาคาร ซึ่งต่างคอนเซ็ปต์กันทั้ง Active Family และ Connecting ให้ได้เลือกใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย   สถานที่ตั้ง : ติด BTS ปู่เจ้า ราคาเริ่มต้น : 1.89 ล้านบาท   รีวิวฉบับเต็ม https://www.reviewyourliving.com/review-condo/niche-mono-sukhumvit-puchao-2/   THE BASE SUKHUMVIT 50 (เดอะ เบส สุขุมวิท 50) คอนโดฯ Low Rise 8 ชั้น  2 อาคาร 415 ยูนิต Type ห้อง 1 Bedroom-2 Bedroom ขนาด 25-56.75 ตร.ม. เป็นคอนโดที่ใกล้ทั้งทางด่วน และไม่ไกลจาก BTS อ่อนนุช ซึ่งซอยสุขุมวิท 50 เองก็มีอาหารการกินมากมาย และยังมีเทสโก้ โลตัส ที่อยู่ติดกับ BTS อ่อนนุช ตัวอาคารทั้ง 2 โอบล้อม Facilities กลางโครงการเอาไว้ ผ่านคอนเซ็ปต์ Camouflage   สถานที่ตั้ง : ซอยเริ่มเจริญ ถนนซอยสุขุมวิท 50 ราคาเริ่มต้น : 2.29 ล้านบาท   ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.reviewyourliving.com/review-condo/the-base-sukhumvit-50/    
รวมอีเว้นท์ประจำเดือนกันยายน-ตุลาคม 2562 

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนกันยายน-ตุลาคม 2562 

สัปดาห์นี้มีหลากหลายอีเว้นท์ที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะสายกิน สายช้อป ห้ามพลาดเลยทีเดียว เพราะในบางงานก็จัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น มาวางแผนออกไปเที่ยวกันค่ะ   เทศกาลประเพณีกินเจเยาวราช ประจำปี 2562 เทศกาลงานประจำปี 10 วัน 10 คืน สุดยิ่งใหญ่บนถนนเยาวราช มีการออกร้านจำหน่ายอาหารเจจากร้านอาหารชื่อดังทั่วทั้งกรุงเทพฯ รวมมากกว่า 100 ร้านค้า และร่วมพิธีสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาลทั้ง 7 พระองค์ และพระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ พร้อมอัญเชิญกระถางธูปผงจาก 22 ศาลเจ้า 7 โรงเจในเยาวราชทั้งหมด ซึ่งทุก ๆ วันจะมีการสวดมนต์ถวายกิ้วอ๊วงฮุกโจ้ว และขอพรจากเทพเจ้า   วัน เวลา : 29 ก.ย.-7 ต.ค. 62 สถานที่ : ถนนเยาวราช ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 ไปจนถึงแยกเฉลิมบุรี   Fair of the Year @Bitec งานสำหรับคนรักบ้านโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านมากมาย อาทิ โซฟา เตียง เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า ม่าน กันสาด ฯลฯ คุณภาพระดับส่งออก ส่งตรงจากโรงงาน ครบทุกสิ่งในบ้าน ยกกันมาลดราคาพิเศษ ร่วมกับโปรโมชั่นเด็ด ของแถมอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมี Electronics Fair of the Year รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า มาให้ผ่อนยาว 0% กันอีกด้วย   วัน เวลา : 25-29 ก.ย. 62 11.00-21.00 น. สถานที่ : ไบเทค บางนา EH106   ร้านเด็ดแฟร์ครั้งที่ 3 รวมร้านเด็ด ร้านดังจากทั่วประเทศ ยกมาไว้ที่อิมแพค สำหรับที่คิดว่ากินเก่ง กินไว ก็ลองสมัครแข่งขันกิน เช่น แข่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือ By โกฮับ, แข่งกินบิงซู By Malee, แข่งกินเกี๊ยวซ่า By KINZA GYOZA ฯลฯ และไม่ได้มีแค่ของอร่อยเท่านั้น แต่ยังรวมสินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้านมาให้เลือกช้อปกันเต็มฮอลล์ พร้อมพบปะศิลปินดังมากมายภายในงานได้ทุกวัน รับรองมางานเดียวครบ!   วัน เวลา : 26-29 ก.ย. 62 10.00-21.00 น. สถานที่ : IMPACT เมืองทองธานี Hall 11-12 TFIC Furniture 2019 (Outlet) งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ส่งออก 2019 โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยได้นำบริษัทผู้ส่งออกและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มาจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์คุณภาพส่งออก ในราคาสุดพิเศษ ลดราคาสูงสุด 80% จัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น   วัน เวลา : 25-29 ก.ย. 62 10.30-21.00 น. สถานที่ : IMPACT เมืองทองธานี Hall 6-8   The Sound of Silence นิทรรศการภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงแสนรัก จาก ดารา ศิลปิน และ เหล่าผู้รักสัตว์ทั้งหลาย ณ มุมสามเหลี่ยม ชั้น 1 โดยมีช่างภาพชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ ธนากร เตลาน ช่างภาพผู้สร้างสรรค์ศิลปะด้านไฟน์อาร์ต, สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ นักสร้างสรรค์โฆษณาชาวไทย มือหนึ่งแห่งเอเชีย ฯลฯ   วัน เวลา : 26-29 ก.ย. 62 10.00-21.00 น. สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มุมสามเหลี่ยม ชั้น 1   ZAAP ON SALE ครั้งที่ 18 Ready, Sale, Go! ZAAP On Sale สินค้าแฟชั่นสุดชิค กว่า 500 แบรนด์ ที่ลดสูงสุด 50% ทั้งงาน ยกมาไว้ที่นี่ที่เดียว   วัน เวลา : 28-29 ก.ย. 62  11.00 - 22.00 น. สถานที่ : รอยัล พารากอน ฮอลล์ 1-3   IMMORTALS DAY การรวมตัวของเหล่าไบค์เกอร์รุ่นใหญ่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (HARLEY-DAVIDSON) และไทรอัมพ์ (TRIUMPH) พบกับ Harley Davidson Show Case จากสำนักแต่งรถชื่อดัง, คอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินชาวร๊อค Silly Fools, Dak Rock Raider, DJ Ka-Toy, Harley Band และสินค้าแบรนด์ชั้นนำมากมาย   วัน เวลา : 27-29 ก.ย. 62  18.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : Crystal Arena และ Oval Plaza ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์      
“สามย่านมิตรทาวน์” มิกซ์ยูส 9,000 ล้าน โปรเจ็กต์แรกที่เปิดบนถนนพระราม 4

“สามย่านมิตรทาวน์” มิกซ์ยูส 9,000 ล้าน โปรเจ็กต์แรกที่เปิดบนถนนพระราม 4

เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 ซึ่งถือฤกษ์งามยามดีเป็นวันแรก  สำหรับโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส “สามย่านมิตรทาวน์” บนถนนพระราม 4 และนับเป็นโปรเจ็กต์แรกของถนนเส้นนี้ ที่พร้อมให้บริการกับประชาชน นิสิต และนักศึกษา บริเวณสามย่าน  หลังพัฒนาโครงการมาเป็นระยะเวลา 3 ปี โครงการ  “สามย่านมิตรทาวน์” ภายใต้การดำเนินงานของ โกลเด้นแลนด์ หรือ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับมูลค่าการลงทุนกว่า 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วยพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม อาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย บนเนื้อที่กว่า 14 ไร่ รวมพื้นที่ใช้สอย 222,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Urban Life Library – คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้”   4 องค์ประกอบตอบทุกไลฟ์สไตล์ นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยว่า จุดเด่นของโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ถือเป็นมิกซ์ยูสแห่งแรกบนหัวมุมถนนพญาไท - พระราม 4 ที่มีความสมบูรณ์แบบ เนื่องจากภายในโครงการประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม “ทริปเปิ้ล วาย เรสซิเด้นซ์” โรงแรม “ทริปเปิ้ล วาย โฮเทล” อาคารสำนักงาน “มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์” และพื้นที่ค้าปลีก “ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์”  ปัจจุบันถือว่าโครงการประสบความสำเร็จเนอย่างดี เนื่องจากมีพันธมิตรเข้ามาเช่าพื้นที่ต่างๆ ค่อนข้างมาก อาทิ โซนพลาซ่า ปล่อยเช่ากว่า 85% คอนโดมิเนียมยอดจองซื้อกว่า 60% และอาคารสำนักงานมียอดเช่าพื้นที่กว่า 60%     โดยมี 4 องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้มีความแตกต่างจากโครงการอื่น 1.การเชื่อมต่อระบบ MRT ที่มีอุโมงค์ระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดินมายังโครงการ ภายใต้ชื่อ “เชื่อมมิตร” (MITR DIRECT LINK) ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของพื้นที่ถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวและขาช้อปปิ้ง 2.การเป็นโครงการมิกซ์ยูส  ที่ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งสำนักงาน ที่พักอาศัย และพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งนับเป็นโครงการแรกที่เปิดให้บริการบนถนนพระราม 4 3.โครงการที่มีคอนเซ็ปต์แตกต่าง และสร้างการจดจำ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการให้สวยงามที่สุดเป็นหลัก แต่เน้นสร้างการจดจำ ภายใต้ 2 คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ “ความรู้” (Knowledge)  และ “อาหาร” (Food) เนื่องจากสร้างโครงการบนพื้นที่ของสำนักทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ดินเดิม คือ ตลาดสามย่าน แหล่งรวมร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและอร่อย  การพัฒนาจึงมุ่งเน้นการตอบสนองใน 2 เรื่องดังกล่าว ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องความหรูหรา แต่เน้นไปสู่ในเรื่องของ Smart & Friendly 4.การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย จากการมีพื้นที่ของที่พักอาศัย และโรงแรม ที่ทำให้ผู้พักอาศัยใช้บริการในส่วนต่างๆ ของโครงการได้ตลอด 24 ชั่วโมง “เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงการสามย่านมิตรทาวน์ให้เป็นคลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง"   ภายในโครงการมีร้านค้าและบริการจากแบรนด์ดังต่างๆ เราจะไม่ทำเหมือนเดิม แต่จะมีการสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์ใหม่เป็นแห่งแรก มาให้บริการแก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีพฤติกรรม   การบริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก จากอิทธิพลของเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล ไม่เพียงแค่ร้านค้าของพาร์ตเนอร์เราที่เนรมิตคอนเซ็ปต์ใหม่ เพราะโกลเด้นแลนด์เองได้มีการพัฒนาร้านสินค้าและบริการ  คอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการด้วย อาทิ ร้านมีเดียม แอนด์ มอร์ (Medium & More), เอพรอน วอร์ค (Apron Walk) ทั้งหมดจะช่วยตอกย้ำให้โครงการมิกซ์ยูสเป็นจุดหมายปลายทางของพนักงานออฟฟิศ นิสิตนักศึกษา ฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ นักท่องเที่ยว ผู้พักอาศัยในคอนโดฯ โรงแรม รวมถึงคนในพื้นที่สามย่านเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ได้  
SB สาขา CDC ปรับลุคเป็น Flagship Store ส่ง Zelection Built-in ปฏิวัติวงการบิลท์อิน

SB สาขา CDC ปรับลุคเป็น Flagship Store ส่ง Zelection Built-in ปฏิวัติวงการบิลท์อิน

SB Design Square ทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ปรับลุคสาขา CDC ใหม่ เป็น Flagship Store สุดครบวงจร บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The New Era of Luxe Design Home Decorations” ประกาศปฏิวัติวงการบิลท์อินด้วยนวัตกรรมดีไซน์ล่าสุดและเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งแรกในเมืองไทยกับ “Zelection Built-in” ที่ทลายทุกกฎการตกแต่งบ้าน เสริมทัพด้วยเฟอร์นิเจอร์ 2 แบรนด์ดังจากฝั่งยุโรปและอเมริกา Laura Ashley (ลอร่า แอชลี่)และ Universal (ยูนิเวอร์แซล) พร้อมเปิด “Designer Club”   นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เผยว่าแม้ภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์ปี 2562 อาจจะไม่สวยหรูนัก เนื่องจากผลกระทบ ทางเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ แต่กลุ่มลูกค้าตลาดระดับบนของที่อยู่อาศัยแนวราบนับว่ายังพอไปได้ ดังนั้น การเปิดตัว “Zelection Built-in” ครั้งนี้ เราจึงเน้นเจาะลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก และเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น ครั้งนี้เราได้รับเกียรติจาก 2 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากฝั่งยุโรปและอเมริการ ได้แก่ Laura Ashley และ Universal มาเปิดที่สาขา CDC แห่งนี้    เราพยายามเสาะแสวงหา global brand ที่ดีมาเพิ่มสีสันความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด  นายฌอห์ณ แองลิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ฝ่ายปฏิบัติการแบรนด์ Laura Ashley (ลอร่า แอชลี่) สัญชาติอังกฤษที่มีความโดดเด่นเรื่องลวดลายและสีสันของงานผ้าที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนความมีระดับในแบบฉบับอังกฤษ ทั้งเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ รวมถึงของตกแต่งต่างๆ  มากมาย เผยถึงความร่วมมือกับ SB ครั้งนี้ว่า "เรามองว่า SB เป็นแบรนด์ที่มีความเข้มแข็งมากในตลาดเฟอร์นิเจอร์เมืองไทย มีทีมงานที่เป็นมืออาชีพ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ขยายแบรนด์ลอร่าร่วมกับเอสบีไปอีกหลายสาขา"  นายแมททิว คิม รองประธานฝ่ายขายต่างประเทศ แบรนด์ Universal (ยูนิเวอร์แซล) เผยว่า ทั้ง SB และเราต่างเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ อันยาวนานกว่า 50 ปี ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เรามักจะแชร์กระบวนการคิดความเข้าใจต่อความต้องการของลูกค้า และทำงานร่วมกันในการที่จะตอบสนองความต้องการนั้นๆ ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเรื่องสไตล์ ราคา คุณภาพ และความสบายในการใช้งาน โดย Universal มีความหรูหราสง่างามและทันสมัยสไตล์ Modern American เป็นจุดเด่นของแบรนด์ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นงาน Handcraft เน้นการใช้วัสดุเกรดพรีเมี่ยม เพื่อสร้างสัมผัสที่โดดเด่นแบบ American Signature เชื่อว่าคนรักการแต่งบ้านที่มาเยี่ยมชมภายในร้านต้องได้Inspire ดีๆ ในการตกแต่งบ้านแน่นอน       นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว Zelection Built-in แบรนด์ของกลุ่มสินค้าบิลท์อินที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่สามารถรองรับการตกตแ่งภายในได้อย่างครบวงจร โดยใช้กระบวนการ “PREFAB” เริ่มตั้งแต่ Design Automation ซอฟต์แวร์สุดล้ำจากเยอรมัน เป็นตัวเชื่อมระหว่างการออกแบบและกระบวนการผลิต ให้ทุกออเดอร์ดีไซน์จากหน้าโชว์รูมพุ่งตรงสู่โรงงานผลิต ลด Human Error ช่วยให้ลูกค้าได้ชิ้นงานที่ถูกต้องแม่นยำได้มาตรฐานในเวลาอันรวดเร็ว แล้วยกชิ้นงานที่ได้จากโรงงานนำมาติดตั้ง ซึ่งสามารถลดเวลาการติดตั้งลงได้กว่าเวลาปกติกว่า 50% ซึ่งในการติดตั้งนี้มีจุดเด่นตรงที่สามารถเดินงานสายไฟภายในโครงสร้างผนังได้     SB Design Square สาขา CDC ไม่ได้มีแค่เฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในเท่านั้น แต่ยังมี โซน Custom Shop เป็นศูนย์รวมสินค้าสั่งทำ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้า “ออกแบบได้ตรงใจ เลือกดีไซน์ในแบบที่เป็นตัวเอง” สำหรับสินค้ากลุ่มเตียงนอน, โซฟา, สตูล, เก้าอี้, หมอนอิง และผ้าม่าน     อย่างเตียงนอน ก็เลือกได้ตั้งแต่ขนาดเตียง ความสูงของหัวเตียง ดีไซน์ขาเตียง กระทั่งสีสันของหมุดตอกและลวดลวย การตอกหมุดก็เลือกได้เพื่อเพิ่มดีไซน์ความเก๋ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นบอดี้เตียงเสริมหรือเตียงลิ้นชัก เพื่อตอบโจทย์ ที่เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้สามารถออกแบบได้ตามที่ต้องการและตรงใจมากที่สุด โซน Power Buy ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ประสบการณ์ช้อป และ Pacamara ร้านกาแฟที่ขึ้นชื่อเรื่องเมล็ดกาแฟที่คั่วเอง    
ฮวงจุ้ยตำแหน่งเตียงนอน เสริมรักรุ่ง เงินพุ่ง

ฮวงจุ้ยตำแหน่งเตียงนอน เสริมรักรุ่ง เงินพุ่ง

ทุกที่อยู่อาศัยย่อมต้องมีเตียงจริงไหมล่ะครับ? ฉะนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในบ้านของเรา ซึ่งสามารถบ่งบอกลักษณะทางฮวงจุ้ยได้ชัดเจนอีกสิ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าจัดดีๆ ล่ะก็ เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดีกว่าครึ่ง โดยเฉพาะเรื่องความรัก คนในครอบครัว และด้านการเงิน ซึ่งก็มีหลายอย่างที่ควรระวัง และควรจะทำครับ   อย่าวางเตียงตรงกับประตู ไม่ว่าจะประตูห้องนอนหรือประตูห้องน้ำ ก็ไม่ควรวางเตียงตรงกับประตู ตามความเชื่อทางฮวงจุ้ยคือทิศไม่เป็นมงคล จะมีเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจอยู่ตลอด และยังส่งผลทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ก็ลองวิธีแก้ด้วยการหาลูกบอลคริสตัลคั่นไว้ระหว่างเตียงกับประตู เพื่อสะท้อนพลังงานที่ไม่ดีออกไป   อย่าหันหัวเตียงไปทางห้องน้ำ ไม่ควรหันหัวเตียงไปไว้ผนังเดียวกันกับห้องน้ำ เพราะจะทำให้ความรักของคุณดิ่งลงเหว มีแต่เรื่องทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อเรื่องสุขภาพ พอสุขภาพไม่ดีแล้วก็ย่อมต้องเสียเงินรักษาตามไปด้วย เรื่องนี้พ่วงหลายเรื่องเลยล่ะครับ ฉะนั้นห้ามเด็ดขาด   ห้ามวางเตียงติดกับหน้างต่างกระจกใส เชื่อกันว่าหากเตียงอยู่ใกล้กับหน้างต่างกระจกใสจะทำให้พลังงานที่ไม่ดีจากภายนอกเข้ามาทำให้นอนไม่หลับ ฝันร้ายบ่อยๆ และอาจเกิดมีเรื่องมีราวกับคู่รักให้ทะเลาะกันจนถึงขั้นเลิกกันได้ วิธีแก้ก็แค่หาผ้าม่านทึบๆ มากั้นเอาไว้ครับ   ไม่ควรอยู่ชิดซ้ายทางตะวันตก ลองหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเช็คจาก application เข็มทิศดูครับ ถ้าเตียงของเราอยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตก ตามฮวงจุ้ยบอกว่าจะทำให้ความรักเกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน ไปจนถึงขั้นแตกแยกกันเลยล่ะครับ   ควรมีโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ข้าง การมีโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ข้าง จะช่วยเรื่องสมดุลในชีวิตที่ดี เงินทองหมุนเวียนไหลคล่องมือ ส่วนตัวโต๊ะเองก็ไม่ควรมีมุมแหลมคม เกิดเป็นพลังที่ไม่ดีคอยมาทิ่มแทงเราได้   เรื่องเตียงก็เป็นอีกหัวใจสำคัญของฮวงจุ้ยนะครับ เพราะคนเราจะต้องอยู่ในห้องนอนวันละหลายชั่วโมงทีเดียว ลองเอาไปทำตามกันดูครับ แล้วเรา Reviewyourliving.com จะนำเอาทั้งสาระความรู้ รวมถึงเรื่องราวฮวงจุ้ยดีๆ มาฝากกันทุกสัปดาห์  
เปิด 5 เรื่อง (ไม่) ลับ ของแคตตาล็อกอิเกีย 2020 เพื่อแรงบันดาลใจในการอยู่อาศัย

เปิด 5 เรื่อง (ไม่) ลับ ของแคตตาล็อกอิเกีย 2020 เพื่อแรงบันดาลใจในการอยู่อาศัย

แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นยุคดิจิทัล ที่ข้อมูลข่าวสารถูกจัดเก็บไว้บนโลกออนไลน์ สามารถเรียกดูข้อมูลได้บน “สมาร์ทโฟน” หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ แต่ดูเหมือนว่า “แคตตาล็อก” ในรูปแบบหนังสือเล่ม ซึ่งรวบรวมข้อมูลสินค้า ยังเป็นหัวใจสำคัญและเป็นสิ่งที่ “อิเกีย” ศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สัญชาติ สวีเดน ยังคงให้ความสำคัญ และผลิตออกมาใช้เป็นเครื่องทางการตลาด สร้างแรงบันดาลใจในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านอยู่ทุกปี   แคตตาล็อกอิเกีย สำหรับปี 2020  ได้เปิดตัวออกมาแล้ว เพื่อให้ลูกค้าได้หยิบไปใช้ สำหรับเป็นคู่มือและสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกซื้อสินค้าของ “อิเกีย” ซึ่งในปีนี้มาในธีม “Easy Renewal For Better Sleep” กับการมุ่งเน้นนำเสนอสินค้าด้วยการเน้นสินค้าห้องนอน เนื่องจากมองว่ากลุ่มสินค้าห้องนอน เป็นสินค้าที่ลูกค้าให้ความสำคัญและเลือกซื้อเป็นอันดับแรกๆ  ปัจจุบันกลุ่มสินค้าห้องนอนมีสัดส่วน 12-13% ของยอดขายทั้งหมด   นายทอม ซูเทอร์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางใหญ่ เปิดเผยว่า การนอนมีผลต่อทุกอย่างกับชีวิต อิเกีย จึงโฟกัสสินค้ากลุ่มห้องนอน เป็นแนวทางการทำตลาดทั่วโลก แต่รูปแบบและสไตล์การนำเสนอของห้องนอน  จะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ  ซึ่งสินค้ากลุ่มห้องนอนได้รับความนิยมซื้อ จากกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นลำดับต้นๆ แตคตาล็อกปีนี้จึงเน้นสินค้ากลุ่มดังกล่าว  แตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่เน้นกลุ่มสินค้าห้องนั่งเล่น (Living room)     แคตตาล็อกอิเกียเล่มใหม่ จึงได้รวบรวมเทคนิค การปรับแต่งบ้านเพื่อให้ทุกคนในบ้านพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ โดยทุกไอเดียที่คัดสรรมาล้วนทำตามได้ง่าย เพียงแค่เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน เติมผ้าม่าน มู่ลี่ โคมไฟ ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งแก้วน้ำสักใบเข้ามา เป็นตัวช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องให้มีความสงบ ผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับฝันดีได้ตลอดทั้งคืน   เปิด 5 ความต้องการที่คนเรียกว่า “บ้าน”     ทุกๆ ปี ดีไซน์เนอร์อิเกียจากทั่วโลก จะทำงานร่วมกัน  เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ของผู้บริโภคซึ่งเก็บรวบรวมจากการพูดคุย ทำวิจัย และออกไปเยี่ยมบ้านลูกค้า เพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางพัฒนาแรงบันดาลใจ  รวมถึงพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ  และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คนทั่วโลก พร้อมจัดทำเป็นรายงาน Life at Home ข้อมูลที่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการจัดทำเนื้อหา แคตตาล็อกอิเกียในแต่ละปี   ปีนี้เป็นครั้งแรกที่อิเกีย  ได้ศึกษา ข้อมูลเชิงลึกของคนยุคปัจจุบัน ต่อการตัดสินใจเรียกที่ใดที่หนึ่งว่าเป็น “บ้าน”  ซึ่งได้ถอดรหัสความต้องการด้านอารมณ์ 5 ด้าน ได้แก่ การเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging) ความเป็นเจ้าของ (Ownership) ความปลอดภัยมั่งคง (Security)  ความสบาย (Comfort) และ ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ซึ่งปัจจัยด้านอารมณ์ทั้ง 5 นี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกถึงความเป็น “บ้าน” นิยามคำว่าบ้านจากรายงานฉบับนี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่ “ที่พักอาศัย” แต่ยังรวมไปถึงสถานที่อื่นๆ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกทั้ง 5 ด้านนี้ได้     ความต้องการด้านอารมณ์ทั้ง 5 ด้านที่ทำให้บ้านเป็น “บ้าน” มีดังนี้   1.การเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging) ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเรา รวมถึงสถานที่ที่สะท้อนตัวตนของเรา อิเกียนำเสนอเฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านหรือห้องที่ใช้งานร่วมกันที่ทำให้ทุกคนมีพื้นที่แห่งความสุข และเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่   2.ความเป็นเจ้าของ (Ownership) ไม่ใช่แค่เรื่องของสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเท่านั้น แต่หมายถึงความรู้สึกว่าเรามีอำนาจในการควบคุมพื้นที่หรือสถานที่นั้นๆ เรามีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ ความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของบ้านนั้น (ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านเช่าก็ตาม) เช่น โซลูชันอุปกรณ์จัดเก็บของอิเกีย ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดสรรพื้นที่ในบ้านในอย่างลงตัว   3.ความปลอดภัยมั่นคง (Security) ความปลอดภัยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบ้านที่มี การป้องกันอย่างแน่นหนา แต่เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง วิธีง่ายๆ ในการเติมความอบอุ่นให้กับบ้าน คือการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ เหล็ก และกระจก   4.ความสบาย (COMFORT) หมายถึงความรู้สึกสบายใจและมีความสุขกับบรรยากาศรอบข้าง นั่นคือการถ่ายทอดตัวตน หรือใส่ความเป็นเราลงไปในที่ที่เราอาศัยอยู่   5.ความเป็นส่วนตัว (PRIVACY) ความเป็นส่วนตัวไม่ใช่ว่าเราจะต้องอยู่คนเดียวในห้องเท่านั้น แต่หมายถึงการสร้างความสมดุลในบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่เราสามารถพักผ่อน นอนหลับ หรือตัดขาดจากความวุ่นวายต่างๆ ได้ ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชั่นช่วยแบ่งพื้นที่ในบ้านได้อย่าง ชาญฉลาด   ทำความรู้จัก แคตตาล็อก “อิเกีย” 2020     1.เปลี่ยนฟอนต์ใหม่ทั้งหมด แคตตาล็อกเล่มใหม่นี้จะเป็นเล่มแรกที่เปลี่ยนฟอนต์ใหม่ทั้งหมด จากฟอนต์ Verdana ที่ใช้มาต่อเนื่องถึง 11 ปี เป็นฟอนต์ Noto ที่ได้รับการพัฒนาโดย Google อิเกียเลือกใช้ฟอนต์นี้เพราะสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่มองผ่านสายตาของคนยุคปัจจุบันได้ดี มีความชัดเจน อ่านง่ายและครบสมบูรณ์ เหมาะกับการอ่านบนจอดิจิทัลเล็กๆ ทั้งยังมีตัวอักษรเกือบครบทุกภาษาในโลก โดยแคตตาล็อกเล่มนี้จะแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 38 ภาษา ซึ่งฉบับภาษาฟินแลนด์จะมีความยาวมากที่สุด   2.หน้าปก 50 ปี นับจากวันที่จอห์น เลนนอน และโยโกะ โอโนะ ภรรยาของเขา พากันนอนประท้วงเพื่อเรียกร้องสันติภาพในช่วงต้นสงครามเวียดนามที่โรงแรมอัมสเตอร์ดัม ฮิลตัน เมื่อเดือนมีนาคม ปี 1969 วันนี้ Bed-In for Peace อันโด่งดังของทั้งคู่จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง บนภาพปกแคตตาล็อกอิเกียเล่มล่าสุด   3.เรื่องราวภายในแคตตาล็อก ธีมของแคตตาล็อกอิเกียในปีนี้คือ “การพักผ่อนนอนหลับ” เน้นการเปลี่ยนโฉมห้องนอนให้ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสวยงามและความสบาย รวมไปถึงแนะวิธีต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพ การพักผ่อนของคุณ เช่น การจัดท่านอนและเลือกหมอนที่เหมาะกับอิริยาบถการนอน การทำสมาธิ กิจวัตรตอนนอน และเคล็ดลับหลับสบายด้วยน้ำมันลาเวนเดอร์ เป็นต้น   ระหว่างจัดทำเนื้อหาในแคตตาล็อก มีการเปลี่ยนเตียงทั้งหมดถึง 7 แบบเพื่อให้ครอบคลุมการจัดเตียงทุกแบบในตลาด และถ่ายภาพไปทั้งหมด 1,651 ภาพ มากกว่าปีที่แล้วถึง 400 ภาพเลยทีเดียว   4.กระบวนการผลิตแคตตาล็อก แคตตาล็อกเล่มนี้ใช้ใช้เวลาสร้างสรรค์นานถึง 12 เดือน ตั้งแต่การระดมความคิด ไปจนถึงการพิมพ์ และจัดส่งไปยังสโตร์อิเกียทั่วโลก นับจากจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการผลิตต้องอาศัย ความร่วมมือของทีมงานจากหลากหลายประเทศ ทั้งอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย เวลส์ เยอรมัน สวีเดน รัสเซีย สเปน อังกฤษ เปอร์โตริโก แอฟริกาใต้ เดนมาร์ก โปแลนด์ ฟินแลนด์ และ จีน   5.ข้อมูลของแคตตาล็อกเล่มใหม่   มีจำนวนหน้าทั้งหมด 280 หน้า + หน้าปก 4 หน้า โดยมียอดตีพิมพ์รวม 124,000,000 เล่ม ใน 54 ประเทศที่อิเกียเปิดให้บริการ กับภาษาที่ตีพิมพ์ถึง 38 ภาษา รวม 80 เวอร์ชัน ที่มีการจัดพิมพ์ในครั้งนี้        
รวมอีเว้นท์ประจำเดือนกันยายน 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนกันยายน 2562

ในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเดือนกันยายนนี้จะมีงานอีเว้นท์ไหนที่น่าสนใจให้ได้ไปเดินเล่นเพลินๆ กันบ้าง ลองไปดูกันค่ะ   Amazing Brew & Blend @ Chiangrai การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเทศกาลสำหรับคอกาแฟและชา พบสุดยอดชากาแฟจาก Inter Brand และกว่า 30 ร้านทั่วประเทศที่จะมานำเสนอเมนูสูตรพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชูความโดดเด่นของเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบในท้องที่อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายภายในงาน เช่น เปิดประสบการณ์การดื่มด่ำชากาแฟแบบ OAMAKASE (โอ มา กะ เสะ), ซุ้มอาหารขนมสินค้าแฮนด์เมด, การแสดงดนตรีจากวงดนตรีชื่อดัง ฯลฯ   ทั้งนี้ ททท. ยังสนับสนุนการรณรงค์ ลดโลกเลอะ ลดการใช้พลาสติกและโฟม นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานสามารถนำแก้วหรือภาชนะมาเอง เพื่อรับส่วนลดเมื่อซื้อเครื่องดื่มภายในงานอีกด้วย งานนี้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย   วัน เวลา : 13 – 15 กันยายน 2562 14.00 – 21.00 น. สถานที่ : ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย (ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก) อ.เมือง จ.เชียงราย   Bangkok Art Book Fair งานเทศกาลหนังสือศิลปะกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 งานนี้ไม่ใช่แค่ขายหนังสือ แต่เป็นการรวมตัวกันของศิลปิน นักออกแบบ นักวาดภาพประกอบ นักเขียน นักวิชาการ บล็อกเกอร์ และบรรณาธิการ ที่สนใจจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานของตน ตลอดจนสำนักพิมพ์อิสระ สำนักพิมพ์ขนาดเล็ก ผู้จัดจำหน่าย แกลเลอรี่และกลุ่มศิลปะร่วมสมัยทั้งในไทยและนานาชาติ ที่จะมาร่วมปล่อยของ โชว์ไอเดียหลากหลาย เพื่อสนับสนุนช่วยกันสนับสนุน ละผลักดันการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์   วัน เวลา : 5 - 8 กันยายน 2562 13:00 - 21:00 สถานที่ : BANGKOK CITYCITY GALLERY ซ.สาทร 1 MRT ลุมพินี   Point Of JAD นิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกของ คุณเจษฎา อินเอก ศิลปินช่างภาพแนว Street Photography ชั้นแนวหน้าของไทย ที่สามารถเลือกมุมมองที่ดูขบขันคล้ายกับนิสัยของคนไทย แต่ก็แฝงไปด้วยภาพสะท้อนของวิถีชีวิตของคนกรุง หรือแม้แต่สภาพบ้านเมืองในช่วงเวลาต่างๆ โดยเชื่อมโยงเอา “สิ่งสองสิ่ง ของสองอย่าง” มาหลอมรวม จับคู่ความแตกต่างให้ดูพิลึกพิลั่น ลงตัว และสมบูรณ์ ซึ่งผลงานภาพถ่ายทั้งหมดบันทึกด้วยกล้อง RICOH GR Series นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงกล้อง Ricoh GR III รุ่นล่าสุด ที่ทาง บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้สนับสนุนงานในครั้งนี้นำมาให้ทุกท่านที่สนใจได้สัมผัส และทดลองภายในงานด้วย   วัน เวลา : 7 กันยายน - 6 ตุลาคม 2562 13:00 - 21:00 สถานที่ : Glimpse Space อาคารเอเชีย ถ.พญาไท BTS สถานีราชเทวี   EOS R movie x D JI Seminar Ep.4 แคนนอนจัดอบรม EOS R movie x D JI Seminar Ep.4 เพื่อเรียนรู้เทคนิคการถ่ายวีดีโออย่างมืออาชีพ โดยมีคุณเบญจมินทร์ วีลาทัศไพศาล หรือ Benjamin Filmmaker เจ้าของเพจด้านงานวิดีโอ และ คุณนรา จิรายุวัฒนา (NARAKORN PHOTOGRAPHY) ช่างภาพเวดดิ้งแนวหน้าของเมืองไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์การถ่ายทำวีดีโอในแบบมืออาชีพ พร้อมให้ความรู้เรื่องเทคนิคการถ่ายวีดีโอด้วยกล้อง Canon EOS R ร่วมกับ DJI Ronin-SC   วัน เวลา : 7, 14 กันยายน 2562 สถานที่ : ร้านตัวแทนหลักของแคนนอนในกรุงเทพ ทาง https://life.canon.co.th/course/canonxdji โดยไม่มีค่าใช้จ่าย   Happening Art Market : Living & Garden Weekend ตลาดนัดศิลปะที่รวบรวมเอาสินค้าตกแต่งบ้านและสวน ที่ไม่ใช่นำออกมาวางขายด้วยราคาโปรโมชั่นเท่านั้น แต่จะมีการมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในงานดีไซน์ และยังจัด เวิร์กช็อป DIY ที่จะเปิดโอกาสให้คุณลองทำโปสการ์ดทำมือด้วยการวาดสีน้ำ แล้วส่งถึงมือคนที่คุณรัก   วัน เวลา : : 7 - 8 กันยายน 2562 11:00 - 21:00 สถานที่ : ดาดฟ้า Dadfa ลาซาล   Food and Hotel Thailand 2019 ใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือกำลังสนใจทำธุรกิจทางด้านอาคาร เครื่องดื่ม งานเซอร์วิชต่างๆ ลองไปเดินงาน Food and Hotel Thailand 2019 กันดูค่ะ เป็นงานเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะมีการจัดแสดงสินค้า และเทคโนโลยีด้านอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ เครื่องใช้ในโรงแรม ภัตตาคาร การจัดเลี้ยงและบริการนานาชาติ ชั้นแนวหน้าจาก 40 ประเทศ มีสินค้าและบริการจาก 550 ราย เช่น Japan Pavilions พาวิลเลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่นที่จัดแสดงอาหารแบบดั้งเดิมจากเมืองโอซาก้าและจังหวัดมิยาซากิ รวมถึงอุปกรณ์การออกแบบโรงแรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจาก Taito Ward (Tokyo), Denmark Pavilion พบผู้ผลิตเนื้อสัตว์แช่แข็งพรีเมี่ยม ปลา อาหารทะเล ผักและผลิตภัณฑ์จากผลไม้ส่งตรงจากประเทศเดนมาร์ก ฯลฯ พร้อมทั้งกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ใหม่ๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและโรงแรม   วัน เวลา : 4 - 7 กันยายน 2562 สถานที่ : EH102-104 Bitec บางนา   มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 12-15 ก.ย.นี้ ชั้น 5 สยามพารากอน ภายในงานจะเป็นการรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัย “ ครบทุกที – ทุกทำเล - ทุกราคา” รวมกว่า 1,000 โครงการ พร้อมด้วย “BEST PROMOTION” …โปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่แต่ละโครงการต่างพร้อมกันมานำมาเสนอเฉพาะในงานเท่านั้น นอกจากนั้นคณะผู้จัดงานยังได้จัดโปรโมชั่น และแคมเปญ Amazing Deals ลุ้นรับบัตรกำนัลส่วนลดเงินสด และ เครื่องใช้ไฟฟ้าจากพานาโซนิค นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินชั้นนำที่เข้ามาร่วมแสดงงานในครั้งนี้ที่พร้อมข้อเสนอ “BEST FINANCIAL”… ให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมตรวจสอบวงเงินสินเชื่อรู้ผลเบื้องต้นทันทีก่อนเลือกจองบ้านอีกด้วย   โดยในปีนี้ได้ใช้งบการจัดงานกว่า 20 ล้านบาท จัดขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals” สุดยอดข้อเสนอสำหรับคนอยากมีบ้านและคอนโดฯ   วัน เวลา : 12-15 กันยายน 2562 สถานที่ : ห้องรอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน    
เทคนิคทำความสะอาดบ้านแบบง๊ายง่าย ห่างไกล “ภูมิแพ้”

เทคนิคทำความสะอาดบ้านแบบง๊ายง่าย ห่างไกล “ภูมิแพ้”

ภูมิแพ้ โรคที่เกิดขึ้นกับใครหลายคน เพราะสภาพแวดล้อมในปัจจุบันล้วนมีแต่มลภาวะมากมาย วิธีเบื้องต้นที่จะทำให้ คนในครอบครัวของเราห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้ หลายบ้านก็ใช้วิธีหมั่นทำความสะอาดกันบ่อยๆ เพราะหนึ่งในสาเหตุหลัก ที่ไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ก็คือ “ฝุ่น” ที่ฟุ้งกระจายเต็มบ้านหรืออยู่ตามซอกหลืบก็มีไม่น้อย ดังนั้นมาปกป้องคนที่คุณรักด้วยเคล็ดลับการทำความสะอาดและจัดบ้านให้ปลอดจากฝุ่นตัวการกันดีกว่าครับ   ตุ๊กตาตัวสะสมฝุ่น หลายคนมักจะมีเจ้าตุ๊กตาตัวโปรดนอนกอดทุกคืน แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าตุ๊กตาขนๆ เหล่านี้เป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดีเลยนะครับ ทางที่ดีไม่ควรที่จะวางตุ๊กตาไว้ใกล้หัวนอนเกินไป หรือหมั่นนำไปซักทำความสะอาดบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ฝุ่นจับ โดยวิธีการ ทำความสะอาดเพียงนำตุ๊กตาไปซักด้วยน้ำสบู่ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อน ซับน้ำออกให้มากที่สุด แล้วนำไปตากแดด หมั่นทำแบบนี้เป็นประจำเพื่อสุขอนามัยที่ดีจะได้ไม่เกิดภูมิแพ้นะครับ   ไรฝุ่นบนที่นอนอย่ามองข้าม ทุกคนจะต้องอยู่กับเตียงนอนมากเป็นพิเศษกว่าจุดอื่น เพราะเราต้องนอนวันละหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งหากที่นอนของเราไม่ได้รับการดูแลทำความสะอาด ก็จะยิ่งเป็นที่สะสมของไรฝุ่นเลยล่ะครับ เพราะไรฝุ่น จะอาศัยในบริเวณที่มีความอับชื้น และเจริญเติบโตได้ดีจากอาหารซึ่งก็คือเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ รวมถึงใยผ้าและขนสัตว์ ดังนั้นควรนำผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ไปซักทำความสะอาด และหมั่นนำฟูกที่นอน หมอน ไปตากแดดฆ่าเชื้อโรค จะได้ช่วยลดไรฝุ่น   กำจัดขนสัตว์ และอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ บ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงต้องมีความระมัดระวังเรื่องขนเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะบริเวณเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้า หรือตาม ซอกมุมต่างๆ ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดให้ทั่ว ถ้ามีขนสัตว์ติดตามที่นอนหรือเสื้อผ้า ก็ควรใช้ลูกกลิ้งกำจัดให้เรียบร้อย แต่หากใครที่รู้ตัวว่าเป็นภูมิแพ้ก็ควรหลีกเลี่ยงการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอนด้วย นอกจากเรื่องขนสัตว์แล้ว ยังมีเรื่องของรังแคของสัตว์เลี้ยงก็เป็นอาหารชั้นดีของไรฝุ่นบนที่นอนเช่นกัน จึงควรอาบน้ำให้น้องหมาน้องแมวด้วยนะครับ     ทำความสะอาดมุมอับชื้น และซอกหลืบตามบ้าน ตามมุมหลายแห่งในบ้านเป็นแหล่งก่อตัวของเชื้อโรคได้ดีทีเดียว นอกจากจะทำการดูดฝุ่นแล้ว ยังควรฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในการทำความสะอาดด้วย เพื่อป้องกันการก่อตัวของสารก่อภูมิแพ้หรือไรฝุ่น    ผ้าม่าน แหล่งสะสมฝุ่นที่คุณมักมองข้าม เวลาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์พวกโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ที่เรามักจะมองเห็นฝุ่นได้ชัดเจน แต่สำหรับผ้าม่านกลับเป็นสิ่งที่ หลายคนมองข้าม แถมนาน ๆ ทีถึงจะถอดมาซักอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าผ้าม่านนี่แหละตัว “อมฝุ่น” เลยล่ะครับ แม้จะมองไม่ค่อยเห็นด้วยตาเปล่า ผ้าม่านจึงกลายเป็นแหล่งสะสมเพาะพันธุ์เชื้อโรค ดังนั้นจึงควรถอดผ้าม่านออกมาซัก ทำความสะอาดกันบ้าง จะได้ไม่อมฝุ่นจนกระตุ้นภูมิแพ้นะครับ     อย่ามองว่าโรคภูมิแพ้เป็นเรื่องเล็กครับ แค่หมั่นทำความสะอาดบ้านของเราเป็นพิเศษเท่านั้นเองครับ อาการภูมิแพ้ก็จะไม่กำเริบให้กวนใจ          
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 17-25 สิงหาคม 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 17-25 สิงหาคม 2562

ตลาดอสังหาฯ ผ่านพ้นไตรมาส 2 มา ยอดขายก็ลดลงไปตามๆ กัน เพราะผลกระทบจากมาตรการ LTV แต่ เดินหน้าลุยกันต่อในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะบรรยากาศโดยรวมน่าจะดีขึ้น ล่าสุดแบงก์ชาติก็ผ่อนเกณฑ์ LTV ในส่วนของผู้กู้ร่วมแล้ว ต่อไปก็น่าจะมีอะไรดีๆ ออกมาอีก ผู้ประกอบการแอบหวังไว้เช่นนั้น   ++ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว กวาดยอดจอง 100% สำหรับค่าย “ออริจิ้น” ดูจะทำผลงานในแบรนด์ใหม่ The Origin ได้โดดเด่นเกินหน้าเพื่อนฝูงร่วมวงการ เพราะเมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคมที่ผ่านมา จัดอีเวนท์ First Exclusive สำหรับ โครงการดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว (The Origin Ratchada-Ladprao) และดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 (The Origin Ladprao 15) ให้แก่ลูกค้าทั้ง VIP และลูกค้าทั่วไป ก็มีคนสนใจล้นหลาม โดยโครงการที่รัชดา-ลาดพร้าว สามารถ Sold Outกวาดยอดจองไป 100% ขณะที่ลาดพร้าว 15 ก็กวาดยอดจอง 80% และจะพรีเซลอย่างทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้  ++SENA รุกตลาดแนวราบ     ส่วนบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่มีผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลอยู่ก็เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการ “เสนาแกรนด์โฮม รามอินทรา ก.ม.8” พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  จำนวนเพียง 7 หลัง ในราคาเริ่ม 7-10 ล้านบาท  จุดเด่นของโครงการแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีคู้บอน) ใกล้ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะพรอมานาด  เดอะคริสตัล และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นต้น   ++พราว กรุ๊ป ทุ่ม 7,000 ล้าน บุกตลาดท่องเที่ยวภูเก็ต ตลาดอสังหาฯ  ไม่ได้มีแต่ตลาดบ้านและคอนโดฯ​ เท่านั้น ยังมีการพัฒนาโครงการในรูปแบบอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า เป็นต้น  ซึ่ง “พราว กรุ๊ป” เป็นหนึ่งในดีเวลลอปเปอร์ที่ วางนโยบายเอาไว้ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการซึ่งไม่ใช่ที่อยู่อาศัย  โดยเลือกประเภทโรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว ที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ซึ่งเลือกพัฒนา “สวนน้ำ” อย่างโครงการวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ซึ่งกลายเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวหัวหินไปแล้ว   ล่าสุด ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา 2 โปรเจ็กต์ ในจังหวัดภูเก็ต คือ ‘อันดามันดา’ แหล่งพักผ่อน สวนน้ำ และความบันเทิงบนเนื้อที่ 58 ไร่ ตั้งเป้าเป็น Integrated Entertainment and Resort Destination ซึ่งจะเปิดบริการให้บริการในช่วงต้นปี 2564 และ ‘โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท’ ที่พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส  3 ปีนี้ (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++AWC ชู 3  กลยุทธ์ลุยธุรกิจอสังหาฯ   ความยิ่งใหญ่ของตระกูล “สิริวัฒนภักดี” คนไทยทั้งประเทศรู้ดี เพราะมีธุรกิจในมือหลากหลาย แต่และธุรกิจก็ยิ่งใหญ่ระดับประเทศทั้งน้านนนน แม้แต่ธุรกิจอสังหาฯ แต่ละโปรเจ็กต์ก็ระดับบิ๊กๆ ทั้งนั้น  อย่างเช่น ธุรกิจอสังหาฯ ในกลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ที่เป็นเจ้าของโครงการหลากหลาย อาทิ  เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ อาคารสำนักงานเอ็มไพร์  ทาวเวอร์ ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศแผนธุรกิจในส่วนโรงแรมไปแล้ว ล่าสุดออกมาขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ กับ 3 กลยุทธ์สำคัญ   นางวัลลภา ไตรโสรัส  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์(Retail & Commercial Building) มี 2 กลุ่มใหญ่ คือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) และอาคารสำนักงาน (Office) ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโต โดยเตรียม 3 กลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ 1.การตอบรับความต้องการทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้คนในบริเวณโดยรอบโครงการ ภายใต้ Barbell Strategy ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างโครงการหลากหลายประเภท 2. การวางคอนเซ็ปต์โครงการที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ AWC สามารถเปิดโครงการใหม่ เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยังไม่มีโครงการในตลาดที่ตอบโจทย์  และกลยุทธ์ที่ 3 คือ การบริหารจัดการโครงการและผู้เช่าอย่างมีประสิทธิภาพ (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++อนันดา เปิดแคมเปญ “คิด..เพื่อชีวิตคนเมือง” เจ้าพ่อคอนโดฯ ติดรถไฟฟ้าต้องยกให้เขาเลย “อนันดา” เพราะแต่ละโปรเก็จต์อยู่ใกล้ชิดติดสถานีของรถไฟฟ้า แม้จะไกลแต่ก็ยังเดินถึงสถานีได้ไม่ลำบาก  นี่คือ คีย์ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  แต่ไม่ใช่แค่นี้  ความสำเร็จของอนันดายังมาจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้น คือการสร้างแบรนด์ ผ่านแคมเปญต่างๆ ล่าสุด เปิดตัว ตัวแคมเปญ “คิด...เพื่อชีวิตคนเมือง” ตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions  คอร์ปอเรทแคมเปญที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี   นอกจากนี้ ยังจัดงาน URBAN EXPO ด้วยการขน 32 โครงการ  พร้อมอยู่ ทั้ง คอนโดฯ ติดรถไฟฟ้า บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ และยังจะมีโปรโมชั่นออกมากระตุ้นตลาดเป็นระยะๆ  โดยช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้ อนันดา คาดหวังจะทำยอดขายได้ 5,000 ล้านบาท ส่วนช่วงเวลาที่เหลือของปีก็เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการด้วย      ++แสนสิริ เปิดเกมส์รุกแนวราบ   จากภาวะตลาดคอนโดฯ​ ที่อออกอากาศจะไม่สดใส และชะลอตัวลง สิ่งหนึ่งที่ดีเวลลอปเปอร์ทำเพื่อรับมือกับยอดขายซึ่งอาจจะหดหายไป คือ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่  เทรนด์ส่วนใหญ่ที่ทำกันในปีนี้ จึงเห็นการขยายตลาดไปพัฒนาโครงการแนวราบ  เพราะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ไม่มีกลุ่มนักเก็งกำไร ซึ่งเทรนด์นี้ “แสนสิริ” ก็เอากับเขาด้วย โดยครึ่งหลังปีเตรียมตัวเปิด 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท โดยจำนวน 10 โครงการใหม่ มูลค่า 13,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ   “ในวันนี้แสนสิริพร้อมสร้างความแตกต่าง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยว และ Top 3 ในตลาดทาวน์เฮาส์ภายใน3 ปี ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจแนวราบมาจากการพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมแบรนด์แนวราบ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ พร้อมสร้างความแข็งแกร่ง และจุดเด่นในแต่ละแบรนด์ที่ชัดเจน แตกต่างเหนือคู่แข่ง” นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  เล่าถึงเป้าหมายของการรุกตลาดแนวราบ (อ่านข่าวเพิ่มเติม) ​   ++พร็อพเพอร์ตี้  โชว์ผลงานครึ่งปีแรก   ขณะที่ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ดูเหมือนว่าช่วงครึ่งปีแรก สามารถรับมือกับผลกระทบจาก LTV  และภาวะตลาดชะลอตัวได้ดี สามารถสร้างผลงานได้ดีกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา  โดยมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น  มีรายได้และกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน โดยบริษัทมีรายได้รวม 10,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และยังทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 1,132 ล้านบาท เติบโตขึ้น 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน   ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังน่าจะดียิ่งกว่าครึ่งปีแรก  นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)  เล่าว่า บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ 4,700 ล้านบาท ทั้งบ้าน คอนโดในประเทศ และคอนโดประเทศญี่ปุ่น มีขายที่ดินและการลงทุนอีก 3,000 ล้านบาท  จึงมีโอกาสทำกำไรต่อเนื่องพร้อมลดภาระหนี้ลงได้กว่า 4,000 ล้านบาท ปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวโครงการร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งบ้านนวัตกรรมร่วมกับเซกิซุยฯ และจับมือฮ่องกงแลนด์ เปิดตัวบ้านหรูริมทะเลสาบ “เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” อีกด้วย   ++เอพี ออกแบรนด์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ในภาวะตลาดที่ยอดขายทรงตัว กลยุทธ์หนึ่งที่นักการตลาดมักจะนำมาใช้ คือ การออกสินค้าใหม่ หรือไม่ก็แบรนด์ใหม่ เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นดีมานด์ใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดขาย ค่าย “เอพี ไทยแลนด์” ก็มาในเวย์นี้เหมือนกัน ล่าสุด  เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘THE SONNE’ ในรูปแบบ Luxury Duplex Home เพื่อรุกตลาดช่วงครึ่งปีหลัง ประเดิมกับโปรเจ็กต์แฟล็กชิพแรกย่านศรีนครินทร์-บางนา  มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท จำนวน 56 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ 7-8 กันยายนนี้ ที่ ส่วน 7 เดือนยอดขายก็ทำได้กว่า 24,060 ล้านบาท เป็นยอดขายจากสินค้าแนวราบมูลค่า 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยยอดขายต่อสัปดาห์ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++ลลิล เปิด 5 โครงการครึ่งปีหลัง   อย่างที่บอก ครึ่งปีหลังนี้ เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของปี ที่ต้องเร่งทำตลาดและสร้างยอด ในช่วงเวลาที่เหลือ เพราะแต่ละบริษัทมี “เป้าหมาย” ต้องพุ่งชน “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ก็เช่นกัน ประกาศแผนรุกตลาดครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่า 3,500 ล้านบาท พร้อมปักธงรุกตลาดในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอ เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย Thailand 4.0 เพิ่มอีกด้วย   ซึ่งนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN)  มองว่า   ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ  ครึ่งปีหลังยังมีทิศทางที่เป็นบวก  แต่อัตราการปรับตัวอาจอยู่ในกรอบที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอุปทานคงเหลือในหลายพื้นที่  (อ่านข่าวเพิ่มเติม)    
 จัดหิ้งพระในบ้าน ให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ

 จัดหิ้งพระในบ้าน ให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ

เรื่องของศาสนาและความเชื่อเป็นของคู่กันกับคนไทยมาเนิ่นนาน เราจะเห็นได้ว่าแทบทุกบ้านจะต้องมีหิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เราบูชานับถือ แต่หลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวางไว้บริเวณใดของบ้านถึงจะเหมาะสม เป็นมงคลกับชีวิต บางครั้งอาจเผลอวางผิดที่ผิดทางจนเกิดความ ไม่เป็นมงคลตามความเชื่อได้ เราจึงรวบรวมคำแนะนำดีๆ เหล่านี้มาฝากกันครับ   สิ่งที่ควรทำ หมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดอยู่เสมอ  ทำความสะอาดบ้านแล้วก็อย่าลืมต้องทำความสะอาดหิ้งพระด้วยนะครับ เพราะเชื่อว่าหากองค์พระหรือรูปเทพ มีฝุ่นจับเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนั้นควรหมั่นเปลี่ยนน้ำ ดอกไม้ในแจกันบูชาเพื่อให้ชีวิตของคนในบ้าน สดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา   เลือกตำแหน่งที่สงบ วางหิ้งพระอยู่ในมุมสงบของบ้าน ไร้เสียงรบกวน จอแจ เพราะบางบ้านวางหิ้งพระไว้บริเวณประตูเข้า-ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในบ้านจะพบแต่ความวุ่นวาย   หิ้งพระบนหลังตู้ควรสูงกว่าศีรษะ  หิ้งพระควรอยู่สูงกว่าศีรษะ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ต้องระวังเรื่องนี้ให้ดีครับ เพราะส่งผลกับความเจริญก้าวหน้า อาชีพการงาน   หิ้งพระควรตั้งอยู่ในมุมที่เป็นสัดส่วน  จัดพื้นที่เฉพาะสำหรับหิ้งพระ หรือแยกห้องพระออกจากห้องอื่นๆ คือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ และหากอยู่นอกบ้านแล้ว สามารถมองเห็นหิ้งพระในบ้านอย่างชัดเจนถือว่าไม่ดี ที่สำคัญคือบนหิ้งพระควรมีองค์พระหรือองค์เทพ รวมกันแล้วเป็นจำนวนเลขคี่    สิ่งที่ไม่ควรทำ หิ้งพระไม่ควรติดตั้งผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว  ไม่ควรวางพิงผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว รวมถึงไม่ควรหันหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีเรื่องขัดแย้งหรือเงินทองรั่วไหล เก็บเงินไม่อยู่    ไม่ควรตั้งอยู่ปลายเตียง  ไม่ควรหันหน้าหิ้งพระเข้าหาเตียงนอน และทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เนื่องจากเราอาจมีกิจกรรม ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระเช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สามี-ภรรยา เป็นต้น   วางหิ้งพระไว้ที่ห้องรับแขก ห้องรับแขกเป็นจุดที่มักจอแจ วุ่นวายมากที่สุดในบ้าน ดังนั้นไม่ควรวางหิ้งพระไว้ในส่วนของห้องรับแขก   หลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน  นอกจะดูเรื่องการวางในพื้นที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องเงยหน้ามองบนฝ้าเพดานสักนิดครับ เพราะหากหิ้งบูชาอยู่ใต้คาน นั่นหมายถึงดวงชะตาของเจ้าของบ้านอาจถูกกดทับ และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ   จะเห็นได้ว่าการจะบูชาสิ่งศักสิทธิ์เอาไว้ในบ้านของเรา เป็นสิ่งที่หลายบ้านทำกันอยู่แล้วครับ เพียงแค่ต้องรอบคอบ ในการวางตำแหน่งกันสักหน่อย ซึ่งก็ดูแล้วไม่ยากจนเกินใช่ไหมครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของบ้าน ตามความเชื่อนั่นเอง    
วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา

วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา

ฝนตกบ่อยเกิดน้ำขัง มีความชื้นสะสมเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะตามมาเป็นของคู่กันกับความชื้นก็คือตะไคร่น้ำ ที่ชอบเกาะอยู่ตามหลังคา ผนัง และพื้น ซึ่งไม่ใช่แค่ดูสกปรกแค่นั้นนะครับ แต่ยังลื่นน่าดู ถ้าเราเผลอไปเดินเหยียบมันเข้าล่ะก็ ต้องลื่นล้มแน่นอนครับ มากำจัดตะไคร่น้ำก่อนจะเกิดอุบัติเหตุกับคนในบ้านกันดีกว่า   เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ใครที่ยังไม่มีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงอาจจะต้องลงทุนกันหน่อยครับ ราคาเริ่มต้นประมาณพันกว่าบาท แต่สามารถใช้ได้อย่างง่ายดาย สะดวก ประหยัดแรง ประหยัดเวลา แถมยังเอาไปใช้ล้างรถได้ด้วยนะครับ ซื้อ 1 เครื่องได้ประโยชน์ 2 ต่อ แต่ถ้าตะไคร่น้ำเกาะตัวหนาแล้ว ก็อาจจะขจัดออกได้ไม่หมดเสียทีเดียว อาจต้องมีการขัดพื้นเพิ่มครับ น้ำร้อน ต้มน้ำร้อนให้เดือดมากๆ แล้วราดลงบนบริเวณที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนจะลงมือใช้แปรงขัดออก น้ำยาล้างจาน ต้องมีทุกบ้านอยู่แล้วครับสำหรับน้ำยาล้างจาน โดยผสมน้ำยาล้างจาน 600 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 5 แกลลอนให้เข้ากัน แล้วราดลงบนตะไคร่น้ำ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นก็ทำการขัดและล้างออกให้สะอาด น้ำส้มสายชู หนึ่งในเครื่องปรุงอาหารที่สารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ เพียงแค่นำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรงให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วค่อยขัดออกให้หมดจด สุดท้ายก็ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง เบกกิ้งโซดา เดี๋ยวนี้เบกกิ้งโซดาหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไปครับ เพียงแค่นำไปโรยลงบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นเศษตะไคร่น้ำจะหลุดออกมาเอง เราแค่กวาดมันทิ้งไปครับ สารฟอกขาว ผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก ระวังอย่าปล่อยให้สารฟอกขาวที่เราเทลงไปนั้นแห้งไปกับพื้น และระวังอย่าให้ไหลไปโดนต้นไม้ในสวนของคุณด้วยนะครับ ปูนขาว ไฮเดรตไลม์ (Hydrated lime) ปูนขาว ไฮเดรตไลม์  1 กิโลกรัม มาผสมน้ำเปล่า 3 แกลลอน ฉีดพ่นลงไปบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อตัวตะไคร่น้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลก็สามารถขัดออกได้อย่างง่ายดาย แปรงทองเหลือง หลังจากเลือกใช้น้ำยาที่จะมาลงพื้นที่มีตะไคร่เกาะได้แล้ว อย่าลืมว่าการขัดพื้นที่เป็นคอนกรีตให้ใช้แปรงทองเหลืองขัด จะทำให้คราบต่างๆ หลุดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น แนะนำให้ต่อด้านไม้ยาวๆ นะครับ เวลาลงมือขัดจะได้ไม่ปวดหลังมาก     วิธีที่เรานำมาฝากสามารถหาซื้ออุกปกรณ์ได้ตามท้องตลาดทั่วไปครับ แต่หากวิธีไหนมีสารเคมีอยู่ด้วยก็ต้องระมัดระวังในการใช้งานให้มาก เก็บสารเคมีที่เหลือไว้อย่างมิดชิด ที่สำคัญต้องอ่านวิธีการใช้งานอย่างละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์ครับ      
เคล็ดลับเก็บออมของมนุษย์เงินเดือน เพื่อเงินก้อนโต!

เคล็ดลับเก็บออมของมนุษย์เงินเดือน เพื่อเงินก้อนโต!

เคยไหมครับ? อยากจะมีเงินเก็บสักก้อน แต่พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที เพราะค่าใช้จ่ายจุกจิกตามมาแต่ละเดือนเต็มไปหมด ไม่ว่าจะค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ อยู่ประจำ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากนะครับ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถทำได้ด้วยเทคนิคแบบง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือยากเกินไปเลย ด้วยวิธีที่เรานำมาฝากกันตามนี้เลยครับ   ทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นสิ่งที่เราถูกสอนกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กใช่ไหมล่ะครับ แม้จะดูเป็นวิธีแบบง่ายๆ แต่ยังคงได้ผลดีทีเดียว เพราะเราสามารถแยกแยะรายรับ รายจ่าย ออกมาได้อย่างชัดเจน สะท้อนการใช้เงินในแต่ละวันว่าหมดไปกับอะไรบ้าง อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดจำนวนรายได้ที่เข้ามาด้วย ทำให้สามารถคำนวณการใช้เงินและแบ่งเก็บออมได้ ยิ่งสมัยนี้มี Application ฟรีหลายตัวที่เป็นบันทึกบัญชีรายรับ รายจ่าย ให้จดแทนสมุดได้อย่างสะดวกสบายขึ้น   แบ่งแยกสัดส่วนให้ชัดเจน เมื่อเราได้เงินเดือนมาก็ทำการแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ เอาไว้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ เหลือเงินเท่าไหร่ จึงเอามาหักส่วนที่เป็นเงินออมเอาไว้ด้วยเลยครับ อาจจะเริ่มที่ 5% ก่อน แล้วค่อยขยับให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของตัวเราเอง   กำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน หากเกินต้องหยอดกระปุก อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเงินออมของคุณให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างดาย โดยการกำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ตั้งใจใช้เงินวันละ 200 บาท แต่ใช้เกินไปเป็น 250 บาท ก็ต้องนำเงินกลับมาหยอดกระปุก 50 บาท เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ฝึกวินัยการใช้เงินไปในตัว ทั้งยังมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ   ชาไข่มุก = ออมเงิน เหล่าสาวกชาไข่มุกทั้งหลายที่จะขาดรสชาติหอมหวานนุ่มหนึบแบบชาไข่มุกแก้วโปรดไปเสียไม่ได้ แม้ราคาต่อแก้วจะไม่ได้ถูกสักเท่าไหร่เลยก็ตาม งั้นมาลองวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกดีทุกครั้งที่ซื้อชาไข่มุกสักแก้วนั้น ก็เพียงแค่ใช้คติ ‘ซื้อเท่าไหร่ออมเท่านั้น’ เช่น เมื่อคุณซื้อชาราคา 100 บาท คุณก็ต้องกลับไปหยอดกระปุก 100 บาท ซึ่งอาจจะดูเหมือนเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่เชื่อเถอะครับ ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะมีเงินก้อนเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด   อย่าใช้เศษ ยกตัวอย่างหากคุณได้รับเงินเดือนเข้าบัญชี 24,500 บาท ก็พยายามใช้เพียง 24,000 บาท ส่วน 500 บาทที่เหลือนั้นก็ถือเป็นการเก็บออมไปในตัวนั่นเอง ยิ่งถ้าคุณมีวินัยและตั้งใจเก็บไปทุกเดือนๆ เงินก้อนก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ   เก็บแบงค์ 50 อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ฮิตมาก นั่นก็คือการเก็บธนบัตร 50 บาทครับ เพราะแบงค์ 50 นั้นไม่ใช่ว่าเรามีโอกาสได้รับบ่อยๆ เหมือนแบงค์ 20 และ 100 บาท ฉะนั้นหากมีโอกาสได้รับเงินทอนเป็นแบงค์ 50 ก็เก็บไว้ สะสมไปเรื่อยๆ เมื่อผ่านไปครบ 1 ปี ลองเอาออกมานับดู คุณอาจจะตกใจกับยอดเงินออมนี้ก็ได้นะครับ   เปิดบัญชีฝากประจำ ใครที่คิดว่าวิธีที่ผ่านมา ตัวเองจะต้องทำไม่ได้แน่เลย งั้นมาลองวิธีสุดท้ายแบบหักดิบกันไปเลยครับ เดินไปเปิดบัญชีฝากประจำเริ่มต้นที่ขั้นต่ำเดือนละ 1,000 บาท ก็ได้ ถ้าจะให้ดีล่ะก็ใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติจากบัญชีที่รับเงินเดือนของเราเลยครับ ที่สำคัญคือต้องฝากให้ครบตามกำหนด ห้ามนำออกมาใช้ก่อนเด็ดขาด     วิธีการเก็บออมเงินเหล่านี้สามารถเริ่มทำได้เลยไม่ต้องรอช้า แค่ต้องมีวินัยในตัวเองเท่านั้นครับ เพราะถ้ารีบเก็บเงินกันตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตก็สามารถวางแผนต่อยอดเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ  
วิธีกำจัดมด ด้วยของใกล้ตัว

วิธีกำจัดมด ด้วยของใกล้ตัว

วางของกินไว้ทีไร เผลอแป๊บเดียวมดขึ้นทุกที ไม่ว่าจะในครัว โต๊ะกินข้าว โต๊ะทำงาน มดก็ขึ้นได้ทั้งนั้น อย่ารอช้าครับ! หาของใกล้ตัวมารีบกำจัดมดออกไปให้ไกลกันดีกว่า     กากกาแฟ เดี๋ยวนี้คนนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น กากกาแฟจึงเป็นของทั่วไปที่หาได้ง่าย โดยเฉพาะตามร้านกาแฟที่สามารถขอได้ฟรี โดยแค่เรานำกากกาแฟมาโรยไว้ตามทางเดินมด แค่นี้กลิ่นของมันจะช่วยไม่ให้มดมากวนใจเราอีกเลย   แป้ง แป้งเด็กกลิ่นหอมอ่อนๆ นี่แหละครับที่มดไม่ชอบ เพราะกลิ่นของแป้งจะไปกลบกลิ่นที่มดใช้สื่อสารกัน แถมฝุ่นแป้งยังไปอุดรูหายใจของมดจนหายใจไม่ออก เพียงแค่เราโรยแป้งไว้บริเวณถังขยะ ขาโต๊ะ หรือรังมดขนาดเล็ก   น้ำสบู่ น้ำผสมกับสบู่เหลว ใส่ขวดสเปรย์ฉีดตามทางเดินมดให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ค่อยเช็ดออก อาจจะใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าแทนสบู่ก็ได้ครับ   น้ำส้มสายชู+น้ำเปล่า น้ำส้มสายชูในครัวของเราสารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ เพียงแค่นำมาผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณเท่าๆ กันที่ 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ฉีด หรือจะชุบฟองน้ำเช็ดตามทางเดินมดก็ได้   มะนาว+น้ำเปล่า กรดซิตริกในมะนาวจะช่วยไล่มดออกไปได้ครับ เพียงแค่นำน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าอัตราส่วน 1:3  ใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นตามพื้นผนังที่มดชอบเดินขบวนผ่าน   น้ำมันก๊าด+ขมิ้น ด้วยความที่มดมีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ไวมาก วิธีนี้จึงค่อนข้างได้ผลดีที่เดียวครับ ก่อนอื่นให้เรานำขมิ้นมาตำให้ละเอียดหรือจะใส่โถปั่นก็ได้ ผสมกับน้ำมันก๊าด จากนั้นหาต้นตอรังมดให้เจอแล้วนำไปราดใส่เลยครับ มดจะหายไปแน่นอน   สิ่งของใกล้ตัวในบ้านของเรานั้นมีประโยชน์หลายอย่างทีเดียวครับ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่าย ยังปลอดภัยต่อคนในครอบครัวอีกด้วย ลองติดตามวิธีการง่ายๆ เหล่านี้ได้ใน Infographic ของเรา รับรองว่าจะนำสิ่งดีๆ มาคอยอัพเดทกันอยู่เสมอครับ    
เปิดเส้นทาง “ดูโฮม” ธุรกิจวัสดุก่อสร้างภูธรสู่ “มหานคร” กรุงเทพฯ

เปิดเส้นทาง “ดูโฮม” ธุรกิจวัสดุก่อสร้างภูธรสู่ “มหานคร” กรุงเทพฯ

นับวันความเจริญเติบโตของเมือง ก็ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สารพัดโครงการ ไม่เฉพาะแต่ที่อยู่อาศัยเท่านั้น การขยายตัวของเมืองเช่นนี้ เป็นผลบวกต่อธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งและซ่อมแซม ให้เติบโตขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประเมินว่าในปีที่ผ่านมาจะมีมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 5% ส่วนในปีนี้ประเมินว่าน่าจะเติบโตได้ถึง 10% สาเหตุสำคัญเกิดจากการขยายธุรกิจ การขยายสาขา การเพิ่มจำนวนสินค้าของบรรดาผู้ประกอบการในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มโมเดิร์นเทรด ที่มีผู้เล่นหลักอยู่ 5 รายใหญ่ ได้แก่ โฮมโปร โกลบอลเฮ้าส์ ไทวัสดุ ดูโฮม และเมกาโฮม ซึ่งมีรายได้รวมกันมากกว่า 120,000 ล้านบาท   โดยความเคลื่อนไหวในวงการค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งและซ่อมแซมล่าสุด คือ “ดูโฮม” ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี เพื่อรุกตลาดด้วยการขยายสาขาไซส์เล็กจำนวนมาก พร้อมกับเตรียมตัวระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์   “ดูโฮม” ธุรกิจภูธรสู่ “มหานคร” กรุงเทพฯ   กว่าจะเป็นบริษัทมหาชนในวันนี้ จุดเริ่มต้นของ “ดูโฮม” เกิดขึ้นในปี 2526 ภายใต้การบริหารงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.อุบลวัสดุ เพื่อจำหน่ายสินค้ากลุ่มเหล็ก วัสดุมงหลังคา ไม้อัด และสินค้าวัสดุก่อสร้าง ก่อนจะจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเป็นบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด ในปี 2536 เพื่อประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร ภายใต้ชื่อ “อุบลวัสดุ”   ธุรกิจของอุบลวัสดุ เริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงขยายสาขาออกนอกพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในปี 2550 กับสาขาที่ 2 ในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับใช้ชื่อทางการค้าใหม่ว่า “ดูโฮม ในเครือบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด" เมื่อมีสาขาที่ 2 บริษัทก็ขยายสาขาต่อไปตามอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการ 9 สาขา ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ​ และปริมณฑล พร้อมกับลงทุนจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าอีก 1 แห่ง ในช่วงปี 2558 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดูโฮม จำกัด ก่อนจะแปรสภาพจากบริษัทจำกัด เป็นบริษัทมหาชนในวันที่ 24 พฤษภาคม 2561   แผนธุรกิจ 3 ปีเปิดเพิ่ม90 + 7  สาขา     ตามแผนธุรกิจในระยะ 3 ปีนับจากนี้ หรือภายในปี 2564 จะขยายสาขาเพิ่มอีก 97 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขาแล้ว 9 แห่ง ซึ่งเป็นรูปแบบสาขาขนาดใหญ่ หรือ ไซส์แอล (L) โดยมีพื้นที่ขายและคลังสินค้า 35,000-65,000 ตารางเมตร  เป็นสาขาภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก ดี..ที่ดูโฮม” มีจำนวนสินค้ากว่า 135,000 รายการ ใช้งบลงทุนประมาณ​ 250-300 ล้านบาทต่อสาขา ภายในสิ้นปีนี้จะมีสาขาเพิ่มอีก 1 แห่งในย่านเพชรเกษม  และบริษัทวางเป้าหมายรายได้เมื่อเปิดดำเนินการครบ 3 ปี สาขาละ 1,000-1,200 ล้านบาท   นอกจากนี้ ยังวางแผนขยายสาขาในรูปแบบไซส์เล็ก ภายใต้ชื่อ ดูโฮม ทู โก (Dohome To Go) พื้นที่ประมาณ 300-1,000 ตารางเมตร  โดยจะเปิดให้บริการในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น  ใช้งบลงทุนประมาณ 6,000 บาทต่อตารางเมตร หรือไม่เกินสาขาละ 2 ล้านบาท มีสินค้าจำหน่ายประมาณ 10,000 รายการ โดยจะเน้นสินค้าในกลุ่มซ่อมแซมและตกแต่งบ้านเป็นส่วนใหญ่  โดยวางแผนเปิดในปีนี้ 10 สาขา ปีหน้า 30 สาขา และปีต่อไปอีก 30 สาขารวม 90 สาขา   นายภูธดา ธีรเวชชการ รองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เปิดเผยว่า การขยายสาขาดูโฮม ทู โก เป็นเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป มีการซ่อมแซมบ้านด้วยตนเอง หรือกลุ่ม DIY เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากช่างซ่อมแซมต่างๆ หาได้ยาก จึงถือเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น จึงได้ขยายสาขาในไซส์ขนาดเล็ก  โดยจะขยายไปในทำเลของไฮเปอร์มาร์เก็ต ทั้ง แม็คโคร บิ๊กซี และโลตัส ที่มีสาขารวมกันกว่า 400-500 แห่งในกรุงเทพฯ​ และปริมณฑล เพื่อให้ลูกค้าสะดวกต่อการมาซื้อสินค้า นอกจากการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านร้านค้าสาขาต่างๆ ของบริษัท ดูโฮม ยังเปิดช่องทางการจำหน่ายแบบออนไลน์  ภายใต้ชื่อ Dohome Shop Online ผ่านทางเว็บไซต์ของดูโฮม นอกจากนี้ยังสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่าน Line@ และระบบคอลเซ็นเตอร์   สำหรับผลประกอบการของบริษัทย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา  บริษัทมีรายได้รวม 18,692.07 ล้านบาท ในปี 2559 มีรายได้รวม 18,664.21 ล้านบาท ในปี 2560 และมีรายได้รวม 18,535.17 ล้านบาท ในปี 2561 โดยคาดว่าปีนี้จะสามารถสร้างการเติบโตได้มากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้รวมกว่า 4,980.24 ล้านบาท   ส่วนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO)  บริษัทจะเสนอขายจำนวน 465,040,000 หุ้น กำหนดราคาเสนอขายที่ 7.80 บาทต่อหุ้น พร้อมกับกำหนดระยะเวลาจองซื้อระหว่างวันที่ 25-26 และ 30-31 กรกฎาคม 2562 โดยคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกไนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 6 สิงหาคม 2562  ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการขาย IPO ไปใช้ลงทุนขยายสาขา ไปใช้เพื่อรองรับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของบริษัท ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและภาระหนี้อื่นๆ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน      
กำจัดปลวก ด้วยวิธีธรรมชาติ

กำจัดปลวก ด้วยวิธีธรรมชาติ

“ปลวก” ก็ย่อมรู้สึกหวาดผวาปลวกตัวร้ายนี้อย่างแน่นอน แม้จะมีช่างที่รับกำจัดปลวกโดยเฉพาะ แต่ราคาประมาณหลักหมื่นบาทก็ถือว่าไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว ฉะนั้นลองมาใช้วิธีจากธรรมชาติง่ายๆ กันดูก่อนครับ ปลอดภัย ราคาไม่แพงด้วย   นำเฟอร์นิเจอร์ไปตากแดด เป็นวิธีเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด ให้นำเฟอร์นิเจอร์ที่ปลวกขึ้นไปตากแดดตรงๆ ทิ้งไว้ 3-5 วัน ให้เฟอร์นิเจอร์ของเราแห้งสนิท ปลวกก็จะหายไปเองครับ   สร้างกับดัก หาไม้กระดานหรือกระดาษแข็งที่จะใช้สร้างกับดักสักแผ่นนำมาพรมน้ำให้ชื้น แล้วนำไปวางไว้มุมที่คาดว่าปลวกจะอาศัยอยู่ ปล่อยทิ้งไว้สักพักใหญ่ค่อยกลับมาดูอีกที เมื่อปลวกรุมแทะแผ่นกับดักของเราพอสมควรแล้วก็รีบนำไปเผาทิ้งทันทีครับ วิธีนี้แม้จะไม้ได้ทำให้ปลวกถึงขั้นหายไปจากบ้านของเรา แต่ก็สามารถช่วยลดจำนวนลงได้พอสมควรเลยล่ะครับ   น้ำมันเปลือกส้มหรือน้ำมันสะเดา ลองหาซื้อน้ำมันเปลือกส้มหรือน้ำมันสะเดา นำมาทาลงบนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ และนำไปหยอดตามรอยแตกของผนังอย่างสม่ำเสมอ สาร d-limonene ที่อยู่ในน้ำมันจะช่วยกำจัดปลวกได้ดี   เกลือ วัตถุดิบสามัญประจำครัวอย่างเกลือ นำมาผสมกับน้ำอุ่นในปริมาณเท่าๆ กัน คนให้ละลายเข้ากันดี แล้วนำไปฉีดตามจุดที่มีปลวกติดต่อกัน 3-4 วัน   พริกป่น สำหรับพื้นไม้ที่โดนปลวกแทะยังไม่มาก ให้ลองเทพริกป่นที่มีอยู่ในครัวบ้านเรานี่แหละครับ ลงไปตามร่องรอยไม้ที่โดนปลวกแทะได้เลย   น้ำส้มสายชู อีกหนึ่งของหาง่ายในครัวครับ ผสมน้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วยกับมะนาว 2 ลูก แล้วเทลงในขวดสเปรย์ นำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีปลวก ทำวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 3-4 วัน ปลวกก็จะหายไป   เลี้ยงไส้เดือนฝอย เป็นอีกครั้งที่เราแนะนำให้เลี้ยงสัตว์ เพื่อกำจัดแมลงบางชนิดครับ สำหรับการกำจัดปลวกนั้น เราขอแนะนำให้เลี้ยงไส้เดือนฝอย ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่าปลวกเสียอีก ฟังดูอาจจะน่ากลัวสักนิดนะครับ แต่เจ้าไส้เดือนฝอยจะแทรกเข้าไปในตัวปลวกผ่านข้อต่อ เมื่อไส้เดือนเคลื่อนตัวสู่ช่องว่างในตัวปลวกก็จะปล่อยแบคทีเรียสร้างสารพิษเข้าสู่กระแสเลือดของปลวก ส่งผลให้ปลวกตายได้ภายใน 6 ชั่วโมง แต่ตัวไส้เดือนฝอยจะขยายพันธุ์ต่อไปได้ในอีก 3-4 วัน รอปลวกมาเป็นอาหารของมันใหม่อีกต่อไป   ลองสำรวจบ้านและเฟอร์นิเจอร์ของเราให้ดีครับ หากเจอปลวกเริ่มก่อตัวแล้วล่ะก็ ให้รีบหาทางกำจัดก่อนจะลุกลามจนพังบ้านของเรานะครับ    
CI ขน 12 โครงการจัด “กรี๊ดเดย์ Great Deal”กระตุ้นตลาดอสังหาฯ [PR News]

CI ขน 12 โครงการจัด “กรี๊ดเดย์ Great Deal”กระตุ้นตลาดอสังหาฯ [PR News]

ชาญอิสสระ เตรียมจัดงานใหญ่ ขน 12 โครงการในเครือจัด Charn Issara Day แคมเปญ “กรี๊ดเดย์ Great Deal” อัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม กระตุ้นตลาดครึ่งปีหลัง   นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัทชาญอิสสระ ดีเวล็อป  เมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายและสร้างความคึกคักให้กับแวดวงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมหนุนผู้ที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาพิเศษ และผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนตากอากาศในราคาสุดคุ้ม บริษัทฯ จึงตรียมจัดแคมเปญกระตุ้นการตลาดภายใต้แคมเปญ Charn Issara Day “กรี๊ดเดย์ Great Deal”  ขน 12 โครงการในเครือ ร่วมจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม มูลค่าสูงสุดถึง 10 ล้านบาท ทั้งในส่วนของบ้านเดี่ยวสุดหรู บ้านพักตากอากาศ คอนโดมิเนียม และโรงแรม เพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับโครงการในเครือชาญอิสสระด้วยดีเสมอมา   สำหรับโครงการที่นำมาร่วมจัดแคมเปญ Charn Issara Day “กรี๊ดเดย์ Great Deal” ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ ใจกลางเมือง อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9  มีเพียง 20 หลัง ราคาเริ่มต้น 100 ล้านบาท  โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูบนทำเลย่านบางนา บ้านอิสสระ บางนา มีจำนวน 44 หลังราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาทโครงการบ้านสีตวัน ปากช่อง – เขาใหญ่  โครงการบ้านพักตากอากาศ  ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท   ขณะที่ในส่วนของคอนโดมิเนียมได้นำ โครงการ อิสสระ คอลเลคชั่น สาทร โลว์ไรส์  คอนโดมิเนียม ระดับลักชัวรี่ จำนวน 33 ยูนิต เข้าร่วมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายในครั้งนี้ด้วย ในราคาเริ่มต้นที่ 18.9 ล้านบาท และได้นำเอาโครงการคอนโดมิเนียมต่างจังหวัดภายใต้อาณาจักรทิวทะเลเอสเตท ชะอำ-หัวหิน มาร่วมแคมเปญด้วย  โดยโครงการที่นำมาร่วมจัดแคมเปญในครั้งนี้ ได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ (Blue Sapphire) โลว์ไรส์ และไฮไรส์ คอนโดมิเนียม 4 ชั้น 2 อาคาร และ 15 ชั้น 1 อาคาร พร้อมทั้ง Clubhouse อยู่หน้าหาด จำนวน 421 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.XX ล้านบาท  โครงการบลู (Blu) ไฮไรส์ คอนโดมิเนียม วิวทะเล สูง 21 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 491 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.XX ล้านบาท  ในส่วนของ Baba Beach Club Residences Phase 2   จำนวนเพียง 7 หลัง ในราคาเริ่มต้น 33.9 ล้านบาท มาจัดโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด1 ล้านบาท พร้อม Fully Furnished   นอกจากนี้ยังมีโครงการคอนโดมิเนียม ดิ อิสสระ เชียงใหม่ โลว์ไรส์ คอนโดมิเนี่ยม 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 265 ยูนิต ที่ออกแบบในสไตล์รีสอร์ท ราคาเริ่มต้น 2.85 ล้านบาท ส่วนของโรงแรมในเครืออย่าง Sri Panwa Phuket จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดราคาห้องพักสูงสุดถึง 60% พร้อมข้อเสนอของแถมให้ได้เลือกอีกมากมาย  ด้านโรงแรม Baba Beach Club Phuket ชูโปรโมชั่นแพคเกจราคาห้องพัก 1 คืน เริ่มต้นที่ 5,500 บาท จากราคาปกติ 16,478 บาท ขณะที่แพคเกจราคาห้องพัก 2 คืน เริ่มต้นที่ 12,600 บาท จากราคาปกติ 32,956 บาท ​  โรงแรม Baba Beach Club Hua Hin รับโปรโมชั่นพิเศษ Super-Hot Deal​ ด้วย​ราคาเริ่มต้น​ 7,500​ บาทต่อคืน​ (จากราคาปกติ​ 18,800บาท) ขณะที่โปรโมชั่นพัก​ 2​ คืนขึ้นไป​ รับทันที​ ชุดอาฟเตอร์นูนที​ และสิทธิพิเศษ​อื่นๆ   สำหรับโครงการ Baba Beach Club Residences Phuket บ้านพักตากอากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท จัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดสูงสุด 5 ล้านบาท พร้อมการันตีมอบผลตอบแทนจากการบริหารจัดการด้านการลงทุนโดยทีมงานศรีพันวาสูงถึง 5% ใน 3 ปีแรก พร้อมรับแพคเกจที่พัก​สุดหรู โรงแรม Baba Beach Club Phuket 3​ วัน​ 2 คืน​ รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับ​ พร้อมรถรับส่งจากสนามบิน​ ​   โดบลูกค้าที่ลงทะเบียนออนไลน์ร่วมงาน Charn Issara Day “กรี๊ดเดย์ Great Deal” รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดอีก 100,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ถือบัตร Charn Issara Menber Card เพียงแสดงบัตรภายในงานรับส่วนลดเพิ่มทันทีอีก 10,000 บาท โดยส่วนลด โปรโมชั่นต่างๆ ของแต่ละโครงการเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด โดยจะจัดงานขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 ชั้น 10 อาคารชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ  
ต่อเติมห้องครัวไทย แบบโปร่งหรือแบบทึบดี?

ต่อเติมห้องครัวไทย แบบโปร่งหรือแบบทึบดี?

ขึ้นชื่อว่าอาหารไทย เวลาประกอบอาหารก็ย่อมจะต้องมีเสียงดัง กลิ่นแรง ควันฟุ้งเกิดขึ้น ซึ่งคงไม่เหมาะหากครัวของเราอยู่ภายในบ้าน หลายครอบครัวจึงมักจะใช้วิธีต่อเติมครัวไทยแยกออกจากตัวบ้าน แต่จะเลือกต่อเติมรูปแบบไหน เรามาดูการเปรียบเทียบกันระหว่างข้อดี-ข้อเสีย ของครัวไทยแบบทึบและแบบโปร่ง เผื่อจะประกอบการตัดสินใจของบ้านคุณได้ครับ     ครัวทึบ ขึ้นชื่อว่าครัวทึบก็จะมีลักษณะสมชื่อเลยครับ คือจะเป็นห้องที่กั้นด้วยผนังทึบรอบด้าน มีหลังคาต่อออกมาอย่างมิดชิด มีการเจาะช่องระบายอากาศ หน้าต่างบ้างตามความเหมาะสม   ข้อดี ให้ความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่สำหรับติดตั้งตู้เก็บของได้มากกว่า สามารถป้องกันสิ่งสกปรก สิ่งไม่พึงประสงค์จากภายนอกได้ดี และเครื่องดูดควันที่ใช้ภายในจะช่วยป้องกันกลิ่นและควันที่จะฟุ้งกระจายสู่ภายนอกบ้านได้ดีกว่า   ข้อเสีย การต่อเติมจะใช้เวลามากกว่า มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เพราะปริมาณวัสดุ โครงสร้าง และการเตรียมงานระบบที่มากกว่า และด้วยวัสดุที่ใช้มีน้ำหนักมากกว่าก็จะทำให้มีโอกาสทรุดตัวได้เร็วกว่า     ครัวโปร่ง   สำหรับครัวโปร่งจะใช้ระแนงไม้แทนผนังทึบครับ อาจจะใช้แทนผนังแค่บางส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว เช่น เป็นกำแพงทึบครึ่งล่าง ส่วนครึ่งบนเป็นระแนงไม้ หรือเป็นผนังระแนงไม้ด้านใดด้านหนึ่ง และหลังคาก็อาจจะติดตั้งแค่กันสาดยื่นออกมาจากตัวบ้านเดิม รวมไปถึงชุดครัวที่อาจซื้อแบบสำเร็จรูปมาติดตั้งหรือก่อปูนตามการใช้งาน เรียกว่าเน้นความง่าย สะดวกนั่นเอง   ข้อดี เน้นความโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ระบายอากาศ กลิ่น และควันออกไปได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการทำอาหารไทย การต่อเติมทำได้สะดวกรวดเร็วมากกว่าแบบทึบ   ข้อเสีย ฝุ่น สิ่งปรก รวมถึงแมลงต่างๆ เข้ามาในครัวได้ง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อย อุปกรณ์ทำครัวจึงต้องมีที่เก็บอย่างมิดชิด หลายครอบครัวจึงเลือกที่จะใช้ครัวโปร่งสำหรับประกอบอาหารและล้างภาชนะเท่านั้น และควรระมัดระวังเรื่องกลิ่น ควันที่ฟุ้งกระจายไปสู่บ้านใกล้เคียงได้     เมื่อเห็นข้อดี-ข้อเสียอย่างนี้แล้ว ก็ลองนำไปพิจารณาก่อนจะลงมือต่อเติมนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดนั่นคือโครงสร้างที่ถ่ายน้ำหนักลงพื้นของครัวส่วนต่อเติม จะต้องแยกจากกันกับโครงสร้างบ้านเดิม เพราะส่วนต่อเติมซึ่งมักลงเสาเข็ม สั้นนั้นโดยปกติจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้านเดิม จึงควรให้การทรุดตัวเป็นอิสระจากกัน จะได้ไม่เกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โตมากไปภายหลังได้    
จิณณ์ เวลบีอิ้งฯ วางเป้าหมายกวาดรายได้ขายห้องให้ผู้สูงอายุ 1,000 ล้าน

จิณณ์ เวลบีอิ้งฯ วางเป้าหมายกวาดรายได้ขายห้องให้ผู้สูงอายุ 1,000 ล้าน

จิณณ์ เวลบีอิ้งฯ เฟสแรก สร้างเสร็จพร้อมโอน รับลูกค้าสูงวัย  ตั้งเป้าสิ้นปีโกยรายได้ 1,000 ล้าน เปิดบิสซิเนสโมเดลใหม่ ‘Assisted Living’ ห้องพักให้เช่าพร้อมบริการครบวงจร พร้อมอัดโปรโมชั่นลดราคาค่าบริการ 50%   นพ. ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการพัฒนาโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County) รังสิต  ว่า ขณะนี้ในส่วนของอาคาร จิณณ์ เรสซิเดนซ์ ที่พักอาศัยโลว์ไรส์ 7 ชั้น รวม 5 อาคาร แบ่งเป็น คลัสเตอร์ 1 จำนวน 2 อาคาร และคลัสเตอร์ 2 จำนวน 3 อาคาร รวมทั้งหมด 494 ยูนิต  ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพักอาศัยแล้วเสร็จ 100% พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ได้ทั้ง 5 อาคาร ซึ่งเป็นเฟสแรก โดยหากมียอดขาย 300-400 ยูนิต จะดำเนินการก่อสร้างในเฟส 2 อีก 800 ยูนิต ส่วนโรงพยาบาลธนบุรีบูรณา (Thonburi Burana Hospital) ขนาด 51 เตียง เป็นโรงพยาบาลที่เน้นรักษาพยาบาลเฉพาะทางผู้สูงอายุแบบองค์รวมครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย เน้นการป้องกัน การสร้างเสริมสุขภาพ และฟื้นฟูด้วยบริการ Wellness,  Fitness  คาดว่าพร้อมเปิดบริการปลายไตรมาส 3 นี้ และสถาบัน จิณณ์ เวลเนส เซ็นเตอร์ (Jin Wellness Institute)  ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการดูแลสุขภาพสุขภาพ  ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน  แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการและบุคคลภายนอก ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว 96% ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้   นพ.ธนาธิป กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอาคารพักอาศัยมียอดขายแล้ว 146 ยูนิต ในจำนวนนี้มียอดโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 83 ยูนิต และมีแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์) อีก 63 ยูนิต โดยตั้งเป้าถึงสิ้นปีนี้จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ 200 ยูนิต ซึ่งมีราคาเฉลี่ยห้องละ 5 ล้านบาท รวมมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท และล่าสุดโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ส่วนพักอาศัย ได้เปิดตัวบิสซิเนสโมเดลใหม่ ‘Assisted Living’ จำนวน 40 ยูนิต แบบตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที เพื่อให้เช่าแก่ผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลแบบพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง โดยบุคลากรที่เชี่ยวชาญการดูแลผู้สูงอายุ พร้อมมีแพทย์ตรวจเยี่ยมประจำโครงการ กิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพรอบด้านที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงวัยมีสังคม พัฒนาการด้านอารมณ์ สมองและความจำ ป้องกันโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ รวมถึงการกระตุ้นฟื้นฟู กล้ามเนื้อให้แข็งแรงในผู้สูงวัย  พร้อมบริการอื่นๆ อาทิ อาหารวันละ 3 มื้อ อาหารว่างวันละ 2 มื้อ บริการทำความสะอาดห้องพัก ซัก-รีดเดือนละ 50 ชิ้น บริการ Concierge  ฟรีไวไฟและค่าไฟฟ้า-ประปา นอกจากนี้ ได้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อให้เช่าแบบ Assisted Living ถึงสิ้นปีนี้ โดยห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 43-46 ตารางเมตร คิดค่าเช่าพิเศษเดือนละ 45,000 บาท จากปกติ 90,000 บาท และแบบ 1 ห้องนอนพร้อมห้องอเนกประสงค์ ขนาดพื้นที่ 63-66 ตารางเมตร  คิดค่าเช่าพิเศษเดือนละ 55,000 บาท จากปกติ 105,000 แสนบาท โดยต้องทำสัญญาขั้นต่ำ 12 เดือน   ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ไทย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา แถบยุโรป ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% หรืออายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเกินกว่า 7% ของประชากรทั้งหมด โดยในประเทศไทยคาดว่าภายในกว่า 10 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super - Aged Society) ที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% และมีแนวโน้มเป็นโรคความจำเสื่อมเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีบริการด้านสุขภาพอย่างครบวงจร โดยนำหลักโภชนาการและการออกกำลังกายรูปแบบใหม่มาให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัย    
สรุปข่าวรอบสัปดาห์ 15-21 กรกฎาคม 2562

สรุปข่าวรอบสัปดาห์ 15-21 กรกฎาคม 2562

เอช เอสเตท เปิดโปรเจ็กต์ Arti Sukhumvit 71 นายณัฐพล จินตนา กรรมการบริหาร บริษัท เอซ เอสเตท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดขายโครงการ ‘Arti Sukhumvit 71’ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High rise ติดถนนสุขุมวิท 71 ความสูง 21 ชั้น จำนวนเพียง 115 ยูนิต   มีขนาดห้อง Studio, ห้อง 1 bedroom และ Loft ที่ให้พื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น รวมถึงแบบ 2 ห้องนอน และ Penthouse ขนาดกว่า 100 ตร.ม. รองรับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นคอนโดที่เหมาะกับคนอายุ 28-40 ปี หรือกลุ่ม Young Adult ราคาเริ่ม 2.69  ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 525 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 และมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ไตรมาสที่ 4 ปี 2564 โดยมีบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขาย   ออริจิ้น จับมือวิทยาลัยดุสิต เพิ่มทักษะแม่บ้าน นายธนา ต่อสหะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า  ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยดุสิตธานี จัดการอบรมหลักสูตร “ทักษะการทำความสะอาด และการบริการมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว” เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้และเพิ่มศักยภาพให้กับทีมพนักงานทำความสะอาดหรือทีมแม่บ้าน ให้สามารถปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานโรงแรมระดับ 5 ดาว  ซึ่งบริษัทยังมีแผนงานฝึกอบรมในหลักสูตรด้านการสื่อสารและการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า ให้กับพนักงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับงานดูแลและบริการลูกค้าตลอดปี 2562  เพื่อนำร่องเพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศในด้านงานบริการอย่างครบวงจร  (Service Excellence) ของบริษัทต่อไป   เคาะราคา IPO อินเด็กซ์ฯ 22 บาท นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เปิดเผยว่า หลังจากสำรวจความต้องการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO)  จากนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่า ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยนักลงทุนสถาบันแสดงความต้องการจองซื้อหุ้น IPO ของ ILM มากกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ให้แก่นักลงทุนสถาบันถึง 8 เท่า ที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 22 บาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจและโอกาสการเติบโตที่ดีในอนาคต ดังนั้นจึงกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคาหุ้นละ 22 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขาย เตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้น IPO ในวันที่ 17 – 19 กรกฎาคมนี้ และคาดว่าจะนำหุ้น ILM เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้   รีจัส เปิดขายแฟรนไชส์ co-working space นาย แมทธิว เจมส์ เคนลีย์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจสัมพันธ์ของ IWG เปิดเผยว่า รีจัส (Regus) ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงาน หรือ เวิร์คสเปซ ระดับโลก ประกาศเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ในงาน Thailand Franchise & Business Opportunities 2019 (TFBO) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่ผ่านมา โดยงานนี้เป็นครั้งแรกที่ รีจัส เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ สามารถเข้าถึงโมเดลการทำธุรกิจการให้บริการเวิร์คสเปซ ที่กำลังเติบโตอยู่ในปัจจุบันได้เป็นครั้งแรก และธุรกิจนี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการขยายเครือข่ายรีจัสในระดับโลกอีกด้วย   โฮมโปรจัดงานแฟร์ พร้อมโปรสูงสุด 70% นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปสายสื่อสารการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เปิดเผยว่า ได้จัดงานโฮมโปรแฟร์ ขึ้เป็นครั้งที่ 4 ภายใต้คอนเซปต์ ช้อป ชิม ชิลล์ ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 -29 กรกฎาคม 2562 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีโปรโมชั่นสุดโดน ลดราคาสูงสุด 70% และมีการจัดพื้นที่ไลฟ์สไตล์โซน ‘ช้อป กิน ถิ่นสยาม’ ที่ขนขบวนสุดยอดอาหารร้านดังมามากกว่า 150 ร้านค้าทั่วไทย โดยตั้งเป้ายอดขายกว่า 550 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 11 วันของการจัดงาน   สเปซเซส จับมือ ฟิตเนส 24 เซเว่น ให้สิทธิพิเศษสมาชิก นายธารนที อัญญโพธิ์, ผู้ประสานงานฝ่ายขาย สเปซเซส เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ “ฟิตเนส 24 เซเว่น” (Fitness24Seven)  เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก สเปซเซส  โดยสามารถเข้าคลาสเรียนออกกำลังกายฟรี พร้อมได้รับส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกเข้าใช้บริการที่ ฟิตเนส 24 เซเว่นได้ทุกสาขา 7 วันต่อสัปดาห์ ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับฟิตเนส 24 เซเว่น หนึ่งในผู้นำด้านฟิตเนสจากประเทศสวีเดน  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2546 ที่ประเทศสวีเดนเป็นที่แรก ปัจจุบันมีสาขากว่า 230 แห่งทั่วโลกที่เปิดให้บริการ ไม่วาจะเป็นประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โคลอมเบีย และไทย และมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ อีกในอนาคต  
มันมากับหน้าฝน ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไรดี

มันมากับหน้าฝน ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไรดี

ฤดูฝนเช่นนี้มักจะมีสัตว์มีพิษหรือแมลงต่างๆ ที่ไม่ได้รับเชิญหนีน้ำออกมาให้เราได้เห็นภายในบ้านของเราง่ายกว่าช่วงอื่น ซึ่งหนึ่งในสัตว์มีพิษร้ายแรงที่ว่าก็คือ “ตะขาบ” ที่โดยทั่วไปตะขาบอาศัยในที่มืดและอับชื้น และออกหากินในเวลากลางคืน เห็นตัวไม่ใหญ่โตแบบนี้ แต่พิษร้ายแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ได้เลยนะครับ   ผงกำจัดปลวก ผงกำจัดปลวกที่มีขายทั่วไป นำมาโรยให้รอบบ้าน รวมถึงรั้วบ้าน ตะขาบที่ถูกผงนี้เข้าก็จะตายไปในที่สุด แต่ให้ระวังเด็กกับสัตว์เลี้ยงอย่าให้ไปสัมผัสนะครับ จะเกิดอันตรายจากสารพิษได้ ปูนขาว เช่นเดียวกันกับผงกำจัดปลวกครับ นำไปโรยไว้ตามที่ตะขาบมักจะอาศัยอยู่ อย่างบนดินอ่อนๆ ที่มีความชื้น หรือตามกองใบไม้ทับถมกัน ปูนขาวจะดูดความชื้น ทำให้ตะขาบไม่ชอบแล้วหนีออกไปเอง หรืออาจจะเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการผสมสมุนไพรอย่างมะกรูด โดยใช้วิธีการคั้นน้ำจากผลมะกรูดผสมกับปูนขาวก็ได้เช่นกัน โซดาไฟ บ่อยครั้งที่เรามักพบว่าตะขาบมักจะขึ้นมาจากท่อระบายน้ำบริเวณบ้านหรือในห้องน้ำ ฉะนั้นให้ใช้โซดาไฟมาผสมกับ น้ำเทลงในท่อ ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนกับความร้อนสูงของโซดาไฟ จะช่วยให้แมลงต่างๆ ไม่เข้ามาใกล้เลยครับ     สารกำจัดแมลง Stargle G อีกหนึ่งสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดแมลง แต่มีความปลอดภัยมากกว่า เกษตรกรต่างประเทศนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยใช้งานด้วยการโรยทิ้งไว้รอบบริเวณบ้าน แถมยังได้ผลที่ดีด้วยครับ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ และเคมีทางการเกษตรทั่วไป Tick Tox Powder จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ Tick Tox Powder ใช้สำหรับกำจัดเห็บหมัด ให้กับสุนัข แมว กระต่าย หรือหนูเลี้ยง แต่เราสามารถนำมาโรยรอบๆ ตัวบ้านจะช่วยกำจัดตะขาบได้ทั้งตัวเล็กและตัวโตได้ครับ กาวดักหนู กาวเหนียวๆ ที่อยู่บนกาวดักหนู นำไปวางตามมุมต่างๆ ในบ้าน นอกจากจะสามารถใช้ดักตะขาบให้ติดกับได้แล้ว ยังทำให้สัตว์ชนิดอื่นๆ ติดตามไปด้วยเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นแมลง หรือสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ แต่วิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะกับตะขาบตัวเล็กนะครับ เพราะตะขาบตัวใหญ่จะสามารถสละขาที่ติดกาวออก แล้วยังเดินไปต่อได้ตามเดิม น้ำส้มควันไม้ น้ำส้มควันไม้นำมาผสมน้ำแล้วฉีดพ่น แต่ระวังอย่าให้เข้าตา หรือไปสัมผัสโดนผิวของเรานะครับ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดสูงทีเดียว โดยหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร หรือร้านขายวัสดุก่อสร้างบางแห่ง เศษสบู่ เศษสบู่เล็กๆ ที่ใกล้จะหมดแล้วอย่าทิ้งนะครับ นำไปวางไว้บริเวณปากท่อระบายน้ำในห้องน้ำ หรือวางบนฝาปิดท่อน้ำ ไว้เลย ความลื่นและความเป็นด่างของตัวสบู่ทำให้แมลงไม่เข้าใกล้ เลี้ยงไก่ วิธีแบบบ้านๆ แต่เห็นผลได้ชัด หากเรามีพื้นที่เพียงพอในการเลี้ยงไก่นะครับ เพราะไก่เปรียบเสมือนคู่อริกับตะขาบ เลยล่ะครับ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไก่มักจะชอบคุ้ยจิกกินจนพืชผักที่เราปลูกเอาไว้จนเสียหายได้   หน้าฝนก็ต้องดูแลทั้งตัวเองและคนในครอบครัวเป็นพิเศษหน่อยนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่ยังรวมถึงอันตราย จากสัตว์ร้ายต่างๆ ป้องกันไว้ก่อนจะเกิดอันตรายคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ          
วิธีไล่หนูบนเพดานบ้าน

วิธีไล่หนูบนเพดานบ้าน

แขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านเราหนึ่งในนั้นมักจะมี “หนู” สัตว์ฟันแทะ แถมยังขยันวิ่งอยู่บนฝ้าเพดานสร้างเสียงดังรำคาญ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่วิ่งกันทีแทบนอนไม่ได้เลยใช่ไหมครับ คงไม่มีใครอยากเจอปัญหาแบบนี้แน่นอน เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญ ข้าวของพังเสียหายจากการโดนแทะแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรค ซึ่งอันตรายมากด้วยนะครับ รีบกำจัดแบบไม่ต้องฆ่าให้รู้สึกบาปกันดีกว่าครับ   กรงดักหนู วิธีสุดคลาสสิกด้วยการนำกรงดักหนูพร้อมแขวนอาหารที่จะใช้เป็นเหยื่อล่อแขวนไว้ในกรง แนะนำให้วางมากกว่า 1 กรงนะครับ แล้วนำไปวางใต้เพดานบ้าน รอให้หนูติดกรงแล้วจึงนำไปทิ้งให้ไกลบ้าน แต่ระวังอย่าลืมทิ้งไว้นะครับ เพราะถ้าหนูตายคากรงแล้วล่ะก็ จะเกิดกลิ่นเหม็นเน่าติดไปอีกหลายวันเลย แผ่นปิดเชิงชายกระเบื้อง สำรวจว่าบริเวณชายกระเบื้องของบ้านเรามีช่องว่างรูโหว่ที่หนูสามารถมุดเข้ามาตรงไหนได้บ้าง แล้วทำการติดแผ่นปิดเชิงชายกระเบื้องปิดรูเหล่านั้นให้หมดเลยครับ เป็นการจัดการที่ต้นตอได้ดีทีเดียว เลี้ยงแมว วิธีง่ายๆ สไตล์ทาสแมว ด้วยสัญชาตญาณของเจ้าแมวที่เปรียบเสมือนเป็นโจทก์เก่ากับหนู ก็จะช่วยลดจำนวนของหนูลงได้จนหมดจากบ้านเราไป ทรายแมว บ้านไหนเลี้ยงแมวก็ย่อมต้องมีทรายแมวใช่ไหมครับ ซึ่งทรายแมวในกระบะที่เปื้อนฉี่ของน้องแมวแล้ว อย่าเพิ่งตักทิ้งนะครับ ลองเก็บใส่ถุงแล้วนำไปวางที่ใต้ฝ้าหลังคาหรือตามจุดที่หนูวิ่งผ่าน แค่กลิ่นก็ทำให้หนูไม่กล้าเข้าใกล้แล้วครับ น้ำมันสะระแหน่ หรือน้ำมันก๊าด นำน้ำมันสะระแหน่ น้ำมันก๊าด ใส่ในภาชนะเล็กๆ หรือจะใช้วิธีชุบสำลี แล้วนำไปวางกระจายหลายๆ แห่งตามใต้ฝ้าหลังคา จุดที่พบเจอหนูวิ่งผ่าน หรือแหล่งอาหารพวกเศษขยะ กลิ่นอันรุนแรงของตัวน้ำมันเหล่านี้จะช่วยให้หนูหนีไปเอง แต่ต้องคอยหมั่นเปลี่ยนน้ำมันบ่อยๆ นะครับ เพื่อให้ยังส่งกลิ่นฉุนอยู่ตลอด จุดประทัด นอกจากเรื่องของกลิ่นฉุนที่จะช่วยไล่หนูออกไปได้แล้ว ยังมีเรื่องของเสียงดังจากประทัดจะช่วยให้หนูที่มีธรรมชาติขี้ตกใจออกไปได้ เริ่มจากลองหารังของมันครับ แล้วจุดประทัดโยนไปบริเวณนั้น เมื่อเกิดเสียงดังจากประทัดนี่แหละครับจะทำให้หนูอพยพกันออกไป ผลิตภัณฑ์กำจัดหนู ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์กำจัดหนูอยู่หลากหลายชนิดให้ได้เลือกใช้กัน ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพรไล่หนู ก้อนไล่หนู แผ่นแปะไล่หนู สเปรย์ไล่หนู และเครื่องไล่หนูต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดหนูในบ้านด้วยวิธีง่ายๆ ลองเลือกใช้กันดูครับ   สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการป้องกันไม่ให้หนูเข้าบ้านนะครับ ง่ายๆ เลยคือทำความสะอาดบ้านไม่ให้มีขยะ โดยเฉพาะเศษอาหารที่เป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของหนู รวมถึงพยายามอย่าให้กิ่งไม้โน้มถึงตัวบ้าน เพราะหนูจะไต่มาตามต้นไม้แล้วเข้าบ้านได้ แต่ถ้าหนูเข้าบ้านไปแล้วล่ะก็ อย่าลืมรีบกำจัดออกไปก่อนจะมีคนในบ้านล้มป่วยเพราะเชื้อโรคจากหนูนะครับ      
7 ลักษณะบ้านอยู่แล้ว “จน”

7 ลักษณะบ้านอยู่แล้ว “จน”

ใครที่เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ขยันเท่าไหร่ก็ไม่รวยสักที เก็บเงินไม่เคยอยู่เลย ลองหันมาดูศาสตร์เรื่องของฮวงจุ้ยของบ้านเรากันดูครับ ว่าจะเข้าข่ายบ้านที่อยู่แล้วจนหรือเปล่า   บ้านอยู่ระดับต่ำกว่า หรือสูงกว่าถนน หากบ้านอยู่ในระดับต่ำกว่าถนนจะทำให้โชคลาภจะไหลไปมาอยู่ภายนอกบ้าน เข้าสู่บ้านของเราได้ไม่สะดวก ขณะเดียวกันหากบ้านอยู่สูงกว่าถนนโชคลาภก็ไม่สามารถไหลเข้าบ้านได้เช่นกันครับ วิธีแก้คือ ทำหน้าบ้านให้เป็นลานกว้าง เพื่อเปิดรับพลังแห่งโชคลาภมากให้ไหลเข้าบ้าน   บ้านโดนสะพานตัดผ่าน บ้านที่โดนสะพานตัดผ่าน หรือมีลักษณะอยู่ใต้สะพานไม่สามารถมองเห็นหน้าบ้านได้จะทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามไม่ไหลเข้าบ้าน หรือไล่เข้าบ้านได้ไม่ถนัดนัก   สภาพแวดล้อมสกปรก ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วจะทำให้ขาดพลังชี่ ทำให้ไม่ว่าจะขยันทำมาหากินมากแค่ไหนก็เหมือนเหนื่อยเปล่า ดังนั้นควรดูแลทำความสะอาดไม่ใช่แค่ภายในบ้าน แต่ต้องดูแลสภาพแวดล้อมรอบบ้านด้วย   รั้วบ้านเตี้ยเกินไป และมีแหลมคม หากรั้วบ้านเตี้ยเกินเชื่อกันว่า จะทำให้เก็บเงินทองไม่อยู่ และหากกำแพงบ้านมีลักษณะขรุขระ แหลมคมจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมักจะพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของหน้าที่การงาน และการค้าขาย   ประตูและหน้าต่างมีมากจนเกินไป จริงอยู่ครับที่บ้านสมัยใหม่มักจะมีประตูหน้าต่างหลายบาน เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บ้านดูโปร่งขึ้น อากาศถ่ายเทได้ดีด้วย แต่ในทางกลับกันตามตำราฮวงจุ้ยนั้นกล่าวว่าจะทำให้โชคลาภไหลออกไปได้ง่าย ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้ ทำให้เก็บเงินได้ไม่นานก็ไหลออกเสียแล้ว แนะนำให้ไม่เปิดพร้อมกันหลายๆ บาน หรือติดตั้งผ้าม่านไว้ครับ   เปิดประตูแล้วเจอบันได ถ้าเราเปิดประตูทางเข้า-ออกหลักของบ้าน แล้วมองเข้าไปเจอบันได หรือประตูหลังบ้าน ถือเป็นเรื่องไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับฮวงจุ้ย เพราะจะทำให้เงินทองเข้าแล้วออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เก็บเงินไม่อยู่ มีรายจ่ายมากกว่ารายได้เสมอจนไม่มีเหลือเก็บ   ประตูบ้านห้ามรก ประตูบ้านคือสิ่งสำคัญมากต่อการเป็นช่องทางเข้าของเงินทองให้ไหลเข้าบ้าน ฉะนั้นต้องไม่ทำให้ประตูบ้านแคบและรก เพราะจะไปขัดขวางพลังงานโชคโลภให้เข้ามาอีกครับ     สิ่งเหล่านี้คือความเชื่อทางศาสตร์ฮวงจุ้ยครับ ลองนำไปปรับใช้กันดูเท่าที่จะทำได้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสบายใจขึ้น เพราะเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ใครๆ ก็อยากมีเก็บไว้ใช่ไหมครับ      
SIRI ผนึก 3 พันธมิตร สานต่อ Green Mission ผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์จากขวดพลากสติก

SIRI ผนึก 3 พันธมิตร สานต่อ Green Mission ผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์จากขวดพลากสติก

หนึ่งในภารกิจสำคัญของ SIRI หรือบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เรื่อง Green Mission คือ การลดปริมาณขยะ หรือ  Waste Management ทั้งในพื้นที่โครงการก่อสร้าง และภายในโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะ หรือการลดปริมาณวัสดุที่จะก่อให้เกิดขยะ   ไม่เพียงแต่เรื่องของการลดปริมาณขยะเท่านั้น แต่แสนสิริพยายามต่อยอดแนวความคิดของ Green Mission ไปสู่เรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการนำเอาขยะมารีไซเคิล และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น ด้วยการพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ ตามแนวคิด Upcycling  ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC แบรนด์พาซาญ่า (PASAYA) และเอสบี เฟอร์นิเจอร์ ร่วมกันผลิตเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน เพื่อนำมาใช้ภายในโครงการของแสนสิริ   ความร่วมมือกันดังกล่าว เบื้องต้นจะมีการผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์  ได้แก่ โซฟา ปลอกหมอนอิง และผ้าม่าน จากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งเป็นเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งนำเอาขวดพลาสติกใส (PET) ที่ไม่ใช้งานแล้วมาเป็นวัตถุดิบผลิตเส้นด้าย ทำให้มีคุณสมบัติกันน้ำ น้ำมันซึม ป้องกันฝุ่นฝังในตัวผ้า ซึ่งชุดเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวจะถูกนำเอามาใช้ในห้องตัวอย่างของโครงการแสนสิริกว่า 30 โครงการ นายอุทัย อุทัยแสนสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ แสนสิริ เปิดเผยว่า  นอกจากการนำเอาชุดเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวมาใช้ภายห้องตัวอย่างภายในโครงการของบริษัทแล้ว ยังวางแผนจะผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับลูกบ้านของแสนสิริที่สนใจนำเอาเฟอร์นิเจอร์ไปใช้  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา  แต่เบื้องต้นราคาสินค้าจะสูงกว่าปกติทั่วไป  เนื่องจากต้นทุนวัสดุสำหรับการผลิตสินค้าสูงกว่าวัสดุทั่วไป 10-20%   สำหรับรายละเอียดสินค้าที่ผลิตร่วมกัน ประกอบด้วย โซฟารุ่น Sofa Maoro Limited จากขวดพลาสติกเหลือใช้กว่า 500 ขวด ถูกนำมาแปรรูปเป็นเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เพื่อนำมาใช้เป็นเส้นยืนในการผลิตผ้าบุโซฟา โดย PASAYA เป็นสีเทา BELUGA เพิ่มความเรียบหรู คลาสสิก สามารถเข้ากับการตกแต่งได้เกือบทุกรูปแบบ และนำมาตกแต่งโซฟารักษ์โลก SB Furniture เพิ่มความโดดเด่นของรูปทรงที่มีเส้นสายสไตล์โมเดิร์นที่เฉียบขาด   ผ้าม่าน PASAYA รุ่น JUPITER ผ้าม่านรักษ์โลกที่ออกแบบและผลิตขึ้นด้วยเทคนิคเฉพาะตัวของ PASAYA โดยนำเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET มาถักทอเป็นเส้นยืนในการผลิตผ้าม่านด้วยลวดลายพิเศษรุ่น JUPITER ในโทนสีเทา-น้ำตาล แบบ Shadow ที่สร้างความรู้สึกถึงผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศให้กับห้องได้อย่างลงตัว ช่วยลดปริมาณขวดพลาสติกบนโลกได้มากกว่า 500 ขวด   ปลอกหมอนอิงรุ่น TETRA ขนาด 18 นิ้ว จาก PASAYA  ปลอกหมอนอิงสีขาว-ดำ BLACK WHITE ขนาด 18 นิ้ว แปรรูปจากขวดพลาสติกเหลือใช้ 12 ขวดต่อปลอกหมอน 1 ใบ กลายเป็นเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิล ที่นำมาใช้เป็นเส้นยืนในการถักทอผ้าตกแต่งบ้าน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ลายผ้าและตัดเย็บอย่างประณีตโดย PASAYA เมื่อจับคู่กับโซฟา MAORO ยิ่งช่วยเพิ่มดีเทลให้ชุดโซฟาที่เรียบหรูดูไม่ธรรมดาอีกต่อไป     ปลอกหมอนอิงรุ่น REPP ขนาด 15 นิ้ว จาก PASAYA   ที่มาพร้อมสีสันสดใสอย่างสีเหลือง LEMON CHROME และสีแดง MANDARIN RED ที่จะช่วยสร้างคอนทราสต์ให้การตกแต่งบ้านดูสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยเส้นยืนของผ้าผลิตขึ้นจากเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิลที่สามารถช่วยลดปริมาณพลาสติกบนโลกได้ถึง 8 ขวดต่อปลอกหมอน 1 ใบ
วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

เกือบทุกบ้านต้องมีปลั๊กพ่วงไว้ใช้งานอยู่แล้ว แต่ทราบวิธีการใช้ที่ถูกต้องหรือยังครับ เพราะหลายครั้งหลายหนที่สาเหตุของการเกิดอัคคีภัยนั้นมาจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะจากการใช้ปลั๊กพ่วงผิดวิธี หรือการเสื่อมสภาพของตัวปลั๊กพ่วงนี่แหละครับ ฉะนั้นมาดูวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ     ปลั๊กพ่วงที่ดี ส่วนประกอบต้องครบ ก่อนจะเลือกซื้อปลั๊กพ่วงสักอันต้องดูส่วนประกอบเหล่านี้ให้ครบครับ สวิตช์เปิด-ปิด หากใช้ไฟฟ้าเกินกำหนดจะช่วยตัดกระแสไฟฟ้า เต้าเสียบ มีฉนวนหุ้มที่โคนขาปลั๊กทั้งสองขา เต้ารับ มีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์  ควรทำจากทองแดงหรือทองเหลือง เพราะนำไฟฟ้าได้ดีกว่า สายไฟได้มาตรฐาน หุ้มฉนวน 2 ชั้น ฟิวส์ หรือ CB   ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน ปลั๊กพ่วงต้องมีสภาพสมบูรณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง หากมีร่องรอยชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฉนวนหุ้มสายไฟแตก ขาปลั๊กมีรอยไหม้ หรือเมื่อเสียบปลั๊กไฟแล้วมีประกายไฟขึ้น ขณะใช้งานมีเสียงดัง สายไฟร้อน ปลั๊กหลวม ฯลฯ ให้หยุดใช้งานแล้วเปลี่ยนปลั๊กพ่วงใหม่ได้เลยครับ อย่าเสียดาย เพราะเราต้องป้องกันก่อนจะเกิดอันตราย   ห้ามใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น ฯลฯ ควรจะเสียบกับเต้ารับจากไฟบ้านโดยตรงครับ หากเสียบกับปลั๊กพ่วงอาจทำให้เกินพิกัดกระแสไฟฟ้าที่ตัวเต้าจะรับได้ ซึ่งปกติแล้วจะอยู่ที่ 16 แอมป์ หรือ 2,600 โวลต์   ไม่พ่วงแล้ว พ่วงอีก ถ้าความยาวสายไฟไม่พอ ก็ลองหาตัวใหม่ที่มีความยาวเพียงพอกับการใช้งานครับ อย่าใช้วิธีพ่วงแล้ว พ่วงอีกต่อกันไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้ปริมาณไฟฟ้ารวมกันเกินขนาด เกิดความร้อนสูงจนอาจไปละลายสายทองแดงด้านในสายไฟทั้งสองเส้น แล้วเมื่อแตะกันก็จะเกิดลัดวงจรขึ้นครับ   ใช้งานแค่ชั่วคราวเท่านั้น ปลั๊กพ่วงถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานชั่วคราวเท่านั้นนะครับ ทำให้มีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าเต้ารับตามบ้านทั่วไป ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ควรดึงปลั๊กออกจากเต้ารับ ห้ามนำไปเดินสายแล้วติดกับผนังกลายเป็น และอย่าใช้งานจนเต็มทุกรู     อย่าลืมตรวจสอบปลั๊กพ่วงอย่างสม่ำเสมอ และใช้ให้ถูกวิธีนะครับ เพราะหากเกิดอัคคีภัยขึ้นมา จากประกายไฟเล็กๆ ที่เราคาดไม่ถึง อาจลุกลามไปทำลายทรัพย์สิน หรือถึงแก่ชีวิตได้ครับ