Life+Style

 

Life+Style ล่าสุด

1 ... 9 10 11
ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโด

ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโด

ปัญหายอดฮิต ของชาวคอนโดที่ต้องเจอ เคยได้ยินคนบอกกันมั้ยครับว่า "ปัญหามีไว้แก้" หรือ "ปัญหามีไว้ฝึกปัญญา" แต่หลายๆ ครั้งก็ต้องยอมรับกันครับว่า ปัญหาในคอนโดบ้านเราเป็นปัญหาที่ต้องทำใจ และทำใจกันอย่างเดียว! วันนี้เราลองมาดูกันครับว่า ปัญหาหรือคำถามยอดฮิตที่พวกเราน่าจะเจอกันประจำในคอนโดมีอะไรบ้าง 1. ที่จอดรถไม่พอ ปัญหาอมตะครับสำหรับคอนโดเมืองไทย แถมพ่วงด้วยปัญหาต่อเนื่องอื่นอีก เช่น จอดรถซ้อนกัน (โดยเฉพาะในชั้นเตี้ยทั้งที่ชั้นสูงก็ยังมีที่จอด) คนที่มีสิทธิจอดไม่ตายตัว (Float) แต่ไปแอบจอดในตำแหน่งตายตัว (Fixed) ของคนอื่น โชคไม่ดีครับว่า สคบ. และกฎหมายบ้านเรายังไม่มีกฎเกณฑ์บังคับกับผู้ประกอบการว่าจะต้องทำที่จอดรถอย่างน้อยเท่าไหร่ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจ (และ Profit Margin) ของผู้ประกอบการแต่ละรายเองว่าจะทำเป็นสัดส่วนเท่าไร เช่น 100 ห้องอาจทำที่จอดครบ 100 ตำแหน่ง หรือ 100 ห้องแต่มีที่จอดแค่ 60 ตำแหน่ง (รวมหรือไม่รวมจอดซ้อน) วิธีเลี่ยงปัญหาที่ดีที่สุดคือ ซื้อคอนโดแบบมีกรรมสิทธิ์ในที่จอดรถด้วย (ซึ่งจะต้องระบุกรรมสิทธิ์ชัดเจนในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วย)แต่ราคาก็จะแพงสุดๆ ทีเดียว หรือเสนอที่ประชุมให้ตั้งกฎกติกาจอดรถชัดเจน เช่น กำหนดตายตัวให้จอดรถได้ 1 ห้องต่อ 1 คัน เท่าเทียมกันทุกห้อง (ไม่ว่าห้องเล็กหรือห้องใหญ่) ส่วนคันต่อไปต้องเสียเงิน หรือต้องจอดนอกโรงจอดรถหรือกำหนดว่าหากมีการจอดทับสิทธิบนตำแหน่งที่จอดรถตายตัวของคนอื่น ก็ให้มีการล็อคล้อกันไปเลย เป็นต้น   2. ไม่เข้าร่วมประชุมลูกบ้าน กฎหมายคอนโดกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่ (สามัญ) ลูกบ้านปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย (และอาจมีประชุมย่อยที่เรียกว่าวิสามัญได้อีกกี่ครั้งก็ได้) การไม่เข้าประชุมไม่มีความผิดใดๆแต่จะทำให้เสียสิทธิในการแสดงความเห็น และออกเสียงในการบริหารจัดการคอนโด ในการประชุมออกเสียงลงคะแนน ต้องยอมรับครับว่าห้องใหญ่จะมีคะแนนเสียงมากกว่าห้องเล็ก เพราะคะแนนเสียงจะเท่ากับสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละห้องต่อพื้นที่ทั้งหมดของทุกห้องในอาคารนั้นข้อแนะนำคือปกติเวลาจะมีประชุม เราจะได้รับเอกสารนัดประชุมพร้อมเรื่องที่จะมีการประชุมกัน ถ้าเราเจอเรื่องสำคัญ (เช่น พิจารณาการขึ้นค่าส่วนกลาง) หรือเป็นเรื่องที่กระทบกับความเป็นอยู่เรา (เช่น การเปลี่ยนกฎเกณฑ์การจอดรถ)เราก็ควรเข้าประชุม หรือมอบฉันทะให้เพื่อน หรือคนรู้จักในคอนโดเข้าร่วมประชุม และออกเสียงแทน แต่ผู้รับมอบฉันทะ 1 คนจะรับมอบอำนาจจากคนอื่นเกิน 3 ห้องไม่ได้นะครับ และจะมอบให้กรรมการ เจ้าหน้าที่นิติฯ หรือผู้จัดการนิติฯหรือผู้จัดการนิติฯ เป็นผู้รับมอบก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะทั้งหมดนี้กฎหมายห้ามไว้ หากเราเป็นกรรมการแล้วอยากให้เข้าร่วมประชุมกันเยอะๆ ก็อาจกระตุ้นโดยการแถมคูปองจอดรถสำหรับ Visitor ให้คนที่เข้าร่วมประชุมโดยมีมูลค่าแล้วแต่จะกำหนดวิธีนี้ก็ได้ผลดีไม่เลวเหมือนกัน   3. ใช้ทรัพย์ส่วนกลางกันจนเสียหาย และไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน ปัญหานี้มีสารพัดมากมาย ตั้งแต่ทิ้งขวดน้ำกระป๋องเบียร์ไว้ข้างสระว่ายน้ำ จัดงานปาร์ตี้เสียงดังในสวน โยนรองเท้า กองถุงขยะไว้หน้าห้อง พาคนนอกเข้ามาใช้ยิม รือห้องอ่านหนังสือ ซึ่งเรื่องพวกนี้คงต้องอาศัยพวกเราชาวคอนโดช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งให้นิติฯ จัดการ โดยปกติในข้อบังคับทุกคอนโดจะเขียนไว้ว่า ถ้ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนกลางเหล่านี้ ผลจะเป็นเช่นไร เช่น เรียกค่าเสียหาย แจ้งความ งดการให้บริการสาธารณูปโภค แต่ปัญหาคอนโดบ้านเรา คือการบังคับใช้กฎ เพราะแม้จะเขียนกฎไว้ แต่ถ้านิติฯ ไม่บังคับใช้กฎอย่างจริงจัง ปัญหาบางอย่างก็บานปลายออกไปได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น การเจาะกำแพงแขวนนาฬิกาบนผนังด้านที่ติดกับอีกห้องหนึ่งโดยไม่ถามเขาก่อน เพราะถ้าว่ากันตามหลักแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าผิดเช่นกัน เพราะผนังกั้นห้องนี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมของเจ้าของห้อง 2 ห้องที่ติดกันนี้นะครับ ดังนั้น ถ้าจะทำอะไรกับผนังนี้ต้องได้รับความยินยอมจากห้องที่ติดกันนี้ก่อนเสมอครับ   4. เลี้ยงสัตว์ในคอนโด คอนโดบ้านเราส่วนใหญ่จะมีกฎห้ามเลี้ยงสุนัข หรือแมว ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบ สะอาด และเงียบสงบของผู้อยู่อาศัยทุกคน ทางที่ดีทุกคนควรรักษากฎข้อนี้นะครับเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ถ้าท่านใดอยากเลี้ยงสุนัข หรือแมวจริงๆ ขอแนะนำให้มองหาคอนโดที่ยอมให้เลี้ยงได้ ในกรณีที่เราเห็นคนเลี้ยงสุนัข หรือแมวซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับคอนโด เราควรแจ้งนิติฯ ให้เข้ามาจัดการโดยเร็วเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพราะถ้าเราปล่อยให้คนทำผิดข้อบังคับไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครร้องเรียน หรือจัดการ จะทำให้การดำเนินการกับเจ้าของห้องที่แอบเลี้ยงสุนัขเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อยๆ   5. โทรศัพท์มือถือสัญญาณแย่ คอนโดห้องสูงในหลายๆ คอนโดมักจะมีปัญหานี้โดยส่วนใหญ่จะเริ่มมีปัญหากันตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไป (หรือแม้กระทั่งบางทีห้องชั้นเดียวกัน แต่ห้องด้านหนึ่งมีสัญญาณ แต่ห้องอีกด้านกลับไม่มี)  ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าในแง่วิศวกรรมนั้น การส่งสัญญาณโทรศัพท์จะเป็นการส่งลงมาจากเสาสัญญาณที่สูง เป็นรูปกรวยลงมาบนพื้นดิน ไม่ได้ยิงในระนาบเดียวกับเสาสัญญาณ ทำให้ห้องที่อยู่สูงๆ หรือห้องบางทิศไม่สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ที่เพียงพอได้ วิธีที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้คือ ขอให้นิติฯ ติดต่อค่ายโทรศัพท์ให้เข้ามาติดตั้งตัวขยายสัญญาณเพิ่มในคอนโด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งค่ายโทรศัพท์ และนิติฯ ทั้งสองฝ่ายด้วยครับ (เช่น นิติฯ ต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งด้วย  เป็นต้น) หรือหากคอนโด หรือละแวกนั้นมีปัญหากันมากๆ ก็คงต้องรวมตัวกันติดต่อไปที่ค่ายโทรศัพท์ เพื่อให้ติดเสาสัญญาณ หรืออุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มในละแวกนั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะค่าใช้จ่ายจะสูงมากสำหรับค่ายโทรศัพท์ (และจะไม่เกี่ยวกับนิติฯ คอนโดของเรา   6. ค้างค่าส่วนกลาง หรือเงินส่วนกลางหาย ปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่เกิดบ่อย คือ ลูกบ้านบางคนไม่จ่ายค่าส่วนกลาง นิติฯ หรือคณะกรรมการบางคนทำตัวมาเฟียไม่โปร่งใสในเรื่องเงินๆ ทองๆ ในการบริหารจัดการคอนโด ปัญหาแรกเป็นเรื่องของการทำผิดกฎหมายคอนโดชัดเจน พราะกฎหมายกำหนดให้ลูกบ้านต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ผลของการไม่จ่ายตามกฎหมายคือ (ก) อาจโดนเงินเพิ่มร้อยละ 12 และถ้าค้างเกิน 6 เดือนอาจโดนถึงร้อยละ 20 และอาจถูกระงับการให้บริการสาธารณูปโภค หรือใช้ทรัพย์ส่วนกลางด้วย และ (ข) คอนโดห้องที่ค้างชำระส่วนกลางจะทำนิติกรรมการโอนไม่ได้ เพราะผู้จัดการนิติฯ จะไม่ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้ ซึ่งจะทำให้จดทะเบียนขายไม่ได้ ส่วนปัญหาเรื่องไม่โปร่งใสนั้น กฎหมายกำหนดให้นิติฯ จะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกเดือน และติดประกาศให้ลูกบ้านทราบทุกเดือน นอกจากนี้ นิติฯ จะต้องทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงาน และงบดุล และปิดประกาศไว้ที่สำนักงานนิติฯ และเก็บไว้อย่างน้อย 10 ปีด้วย และหากนิติฯ ไม่ทำสิ่งเหล่านี้ ผู้จัดการนิติฯและประธานคณะกรรมการจะมีความผิด และต้องรับโทษปรับตามกฎหมายคอนโด ดังนั้น วิธีแก้คือพวกเราควรช่วยกันสอดส่องตัวเลขเหล่านี้ และถ้าเจออะไรมีพิรุธก็ควรดำเนินการตามกฎหมายทันที   7. ปัญหาน้ำรั่วน้ำซึม ปัญหานี้เกิดขึ้นได้บ่อยจากหลายสาเหตุ เช่น บางห้องไม่อยู่นานแล้วลืมปิดก๊อกน้ำ ปั๊มน้ำคอนโด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบแรงดันน้ำรั่วหรือเสีย รอยต่อท่อส่วนกลางรั่วหรือแตก เป็นต้น ดังนั้นถ้าจะดูว่าใครต้องรับผิดชอบคงต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร วิธีปฏิบัติที่ดีหากเกิดกรณีเช่นนี้คือ แจ้งให้นิติฯ ทราบเพื่อเข้ามาช่วยดู และพิจารณาร่วมกันว่า น้ำที่รั่วเกิดจากสาเหตุอะไร เกิดจากทรัพย์สินของใคร และจะรับผิดชอบกันอย่างไร แต่ในบางกรณีก็เป็นการยากที่จะขีดเส้นแบ่งว่า น้ำที่รั่วเกิดจากทรัพย์ส่วนบุคคลของห้องชุดห้องไหน (ซึ่งเจ้าของห้องชุดนั้นเองจะต้องรับผิดชอบ) หรือเกิดจากทรัพย์ส่วนกลาง (ซึ่งนิติฯ จะต้องรับผิดชอบ) ซึ่งถ้าไม่ชัดเจนแบบนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับความเห็นของช่างประปา การพูดคุยหารือกันของเจ้าของห้องที่ได้รับผลกระทบ และการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรือเจรจาไกล่เกลี่ยของนิติฯ แต่ถ้าชัดเจนว่าเกิดจากเจ้าของห้องใดห้องหนึ่ง เช่น เจ้าของห้องไม่อยู่แล้วเปิดน้ำทิ้งไว้อย่างประมาทเลินเล่อ แล้วเจ้าของห้องนี้ไม่ยอมรับผิดชอบ ห้องติดกันที่เสียหายมีสิทธิเล่นงานตามกฎหมาย สามารถเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของห้องนี้ได้เลยครับ โดยถือเป็นความผิดฐานละเมิดสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น   8. ยาม และแม่บ้านละเลยหน้าที่ ปัญหานี้เกิดขึ้นได้ทั้งในอาคาร แหล่งพักอาศัย และคอนโดทุกประเภท หากรปภ.ปล่อยปละละเลยในการต้องแลกบัตรของ Visitor ไม่บังคับใช้กฎกับคนที่จอดรถไม่ถูกที่ถูกทาง หรือแม่บ้านไม่ทำความสะอาดส่วนกลางให้ดี หรือมาทำงานสายเป็นประจำ ปัญหาเหล่านี้จะมีผลต่อเนื่องไปถึงเรื่องความปลอดภัยของลูกบ้าน และความสะอาดภายในคอนโด ทางแก้ในเรื่องนี้คือ นิติบุคคลอาคารชุดจะต้องกำกับดูแลการทำงานของยาม และแม่บ้านอย่างเข้มงวด และลูกบ้านก็ควรจะช่วยกันสอดส่องดูแลการทำงานของยาม และแม่บ้านเหล่านี้ด้วย หากเห็นว่ายาม หรือแม่บ้านละเลยไม่ทำหน้าที่ที่ควรทำ เราก็ควรดำเนินการ หรือแจ้งให้ผู้จัดการนิติบุคคลทราบเพื่อแก้ปัญหากันต่อไปครับ   9. อาคารชำรุดเสียหายควรทำอย่างไร ความเห็นในเชิงวิศวกรรมส่วนใหญ่เห็นว่า อาคารคอนโดสามารถยืนระยะให้อยู่ในสภาพที่ดี หรือใช้การได้ดีได้นานอย่างน้อยถึงประมาณ 30 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาซ่อมแซมเป็นหลักด้วย) แล้วถ้าเกิดความเสียหาย เช่น ไฟไหม้ หรือแผ่นดินไหวกับตัวตึกก่อนหรือหลังจากนั้น ตามหลักแล้ว ถ้าอาคารเสียหายไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน การจะซ่อมหรือไม่ซ่อมอย่างไรนั้น จะขึ้นอยู่กับมติของเจ้าของห้องชุดเป็นหลักเสมอครับ เช่น ถ้าว่ากันตามหลักกฎหมายคอนโดบ้านเราตอนนี้ ถ้าเกิดกรณีเสียหายทั้งหมด หรือบางส่วน แต่เกินครึ่งของจำนวนห้องชุดทั้งหมด จะขึ้นอยู่กับมติไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนห้องชุดทุกห้อง แต่ถ้าเสียหายบางส่วน หรือไม่ถึงครึ่งของจำนวนห้องชุดทั้งหมด จะขึ้นอยู่กับมติไม่น้อยกว่า 50% ของเจ้าของห้องชุดที่เสียหาย ซึ่งไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมทรัพย์ส่วนกลาง เจ้าของห้องชุดทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบเฉลี่ยตามส่วนที่ตนมีในทรัพย์ส่วนกลาง แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมทรัพย์ส่วนบุคคลในห้องชุดของแต่ละคน เจ้าของห้องชุดที่เสียหายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองนะครับ ซึ่งถ้ามีการทำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายพวกนี้ไว้ ก็จะเป็นประโยชน์ทีเดียว   10. นิติบุคคลอาคารชุดไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาสุดท้ายแต่เป็นปัญหาที่ใหญ่ทีเดียว โดยหลักแล้ว วัตถุประสงค์ของการมีนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายคือ เพื่อจัดการ และดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใดๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยในตัวของนิติบุคคลเองก็จะประกอบไปด้วย 1) ผู้จัดการ 1 คน (แต่งตั้งตามมติที่ประชุมใหญ่ของลูกบ้าน) โดยผู้จัดการมีหน้าที่ปฏิบัติตามมติที่ประชุมลูกบ้าน จัดให้มีการดูแลความปลอดภัย หรือความสงบเรียบร้อย จัดให้มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และอื่นๆ 2) คณะกรรมการนิติบุคคล (แต่งตั้งโดยที่ประชุมลูกบ้าน) โดยคณะกรรมการจะมีหน้าที่ควบคุมจัดการนิติบุคคลอาคารชุด และอื่นๆ ในทางปฏิบัติ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคือ ผู้จัดการอาจไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ในการบังคับใช้กฎ หรือขาดซึ่งประสบการณ์ในการจัดการกับผู้อยู่อาศัยในคอนโด ในทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นการยากที่จะหาคนเข้ามาเป็นคณะกรรมการ (โดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์ที่เหมาะสมที่จะเข้ามาเป็น เช่น นักบัญชี นักกฎหมาย หรือวิศวกรที่รู้เรื่องอาคาร) เพราะการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนั้นจำเป็นต้องมีเวลาพอสมควร เช่น ต้องเข้าร่วมประชุมบ่อย แถมยังเปลืองตัวโดนด่า (ต้องตัดสินใจในเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของลูกบ้านหลายๆ คนแต่เป็นประโยชน์สำหรับส่วนรวม) และการเป็นคณะกรรมการก็ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นหากคนที่เข้ามาเป็นผู้จัดการ หรือคณะกรรมการไม่มีประสิทธิภาพ ความรู้ หรือประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่เพียงพอ ก็อาจนำมาซึ่งปัญหา หรือทำให้ปัญหาบางอย่างเรื้อรังได้ง่ายๆ
ร้านเหล้าดนตรีสดเจ๋ง ตอบโจทย์คนรักเสียงเพลง

ร้านเหล้าดนตรีสดเจ๋ง ตอบโจทย์คนรักเสียงเพลง

ดนตรีสดถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่สร้างความน่าสนใจให้กับร้านเหล้าแต่ละแห่งได้ไม่น้อยทีเดียว ยิ่งเมื่อได้จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เคล้าเสียงเพลงมันส์ ๆ สนุก ๆ หรือเพราะ ๆ ซึ้ง ๆ มีนักร้องเสียงดีคอยเอนเตอร์เทนให้คล้อยตามอารมณ์ของเพลงได้ไม่ยากด้วยแล้ว คงตอบโจทย์ความต้องการของหนุ่ม ๆ นักท่องราตรีทั้งหลายแน่นอน  วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอรวบรวมร้านอาหารกึ่งผับที่ขึ้นชื่อว่าเล่นดนตรีสดเจ๋ง ๆ มาฝากกัน ส่วนจะมีร้านไหนบ้างลองไปดูกันเลย นั่งเล่น เอกมัย เหมือนยกดนตรีสดมาเล่นที่บ้าน ร้านนั่งเล่น ถือเป็น Pub & Restaurant ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในย่านเอกมัย ภายในร้านเน้นการตกแต่งแบบบ้านโมโนกันด้วยการใช้โทนสีร้านเป็นสีดำ ภายในแบ่งที่นั่งออกออกเป็น 2 ส่วน ทั้งโซนเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะนั่งที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนัดเพื่อนมาพบปะสังสรรค์ฟังเพลง ส่วนแนวเพลงของร้านมีทั้งเปิดแผ่นและดนตรีสดแบบมันส์ ๆ จากนักร้องที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่นทุกวัน ส่วนเมนูเด็ดของร้าน ได้แก่ ปลากะพงนึ่งมะนาว, ข้าวผัดเนื้อแดดเดียว, ข้อไก่ทอด, ยำผักบุ้งทอดกรอบ หรือสเต็กลาว พร้อมด้วยเมนูเครื่องดื่มหลากหลายเมนูให้เลือก เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 18.00-02.00 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์) ที่อยู่ : 217 สุขุมวิท 63 (เอกมัย) เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 1734 5102, 08 1770 7836 เว็บไซต์ : www.nunglen.net  และ เฟซบุ๊ก nunglen.escobar Brick Bar ร้านดนตรีสดในตำนาน Brick Bar ผับแนวเพลงสกาและเร็กเก้ โดยมีทั้งเปิดแผ่นและมีวงดนตรีสดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่น เพื่อให้เหล่าสาวกหัวใจเร็กเก้ได้โยกย้ายไปตามจังหวะเครื่องดนตรีสนุก ๆ ภายในตกแต่งร้านด้วยสไตล์เวสเทิร์นคันทรี เน้นการตกแต่งด้วยอิฐแดงทั้งเคาน์เตอร์และผนัง มีมุมให้เลือกนั่งสบาย ๆ และมุมยืน (ส่องสาว ๆ) สำหรับเมนูอาหารของร้านส่วนใหญ่เป็นอาหารทานเล่นอย่างเฟรนช์ฟรายด์, ข้อไก่ทอด หรือเมนูทานง่ายอย่าง ข้าวผัด รวมทั้งเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติให้เลือกอีกด้วย เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น. ที่อยู่ : 265 ชั้น 1 โรงแรมบัดดี้ลอดจ์ ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทรศัพท์  : 0 2629 4477, 0 2629 4556 เว็บไซต์ : brickbarkhaosan และเฟซบุ๊ก Brick Bar ดนตรีสดสุดเจ๋งต้อง "Route 66"  ถือเป็นอีกร้านดังที่อยู่คู่กับชื่อของ RCA มานานหลายปี เสน่ห์ของร้านที่ทำให้ผู้คนแวะเวียนมาเยือนอย่างไม่ขาดสายในทุกค่ำคืนนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งร้านในสไตล์โมเดิร์น ทั้งการแยกโซนของร้านเป็น 2 โซนให้เลือก ทั้งโซนดีเจเปิดแผ่นแนว Hip Hop และโซนดนตรีสดที่เน้นกลุ่มคนรักบรรยากาศแบบชิล ๆ โดยจะมีวงดนตรีผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างเสียงเพลงแบบสนุก ๆ ไม่ซ้ำกัน ส่วนเมนูเด็ดของร้านไม่พลาดไม่ได้ คือ ยำรวมมิตร, คอหมูย่าง, หมูแดดเดียว, เอ็นข้อไก่ทอด พร้อมด้วยเมนูเครื่องดื่มหลายชนิด เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 20.00-02.00 น. ที่อยู่ : ซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ :  08 1440 9666 เว็บไซต์ : www.route66club.com เสวนาพาเพลิน ดนตรีสดชื่อดังแห่งรัชโยธิน เสวนา พาเพลิน ผับ แอนด์ เรสเตอรองท์ บรรยากาศสบาย ๆ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีที่ขึ้นมาเล่นสดซึ่งผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างความบันเทิง รวมทั้งมีอาหารอร่อย ๆ ไว้รอนักชิมมาเทสต์รสชาติ ทางร้านมีโซนให้เลือกนั่งทั้ง Indoor และ Outdoor ด้านในฟังเพลงกันสนุก ๆ คึกคัก ส่วนคนที่ชอบบรรยากาศชิล ๆ ไม่วุ่นวายนักก็หลบขึ้นไปที่ชั้นสองก็ได้ เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. ที่อยู่ : 1440-1441 ตรงข้ามเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 08 0615 6664, 0 2939 5676 รีวิว เสวนา พาเพลิน คอดนตรีสดแนวแจ็ส ห้ามพลาด "Saxophone Pub"    ร้านอาหารกึ่งผับขนาดเล็ก ๆ ที่เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จุดเด่นของร้านอยู่ที่การตกแต่งด้วยไม้เป็นเป็นหลัก ภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ชั้นแรกที่เล่นดนตรีสด ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำเป็นหลัก และชั้นที่ 2 เป็นชั้นลอยสามารถมองเห็นภายในร้านได้ทั้งหมด สำหรับการแสดงดนตรีสดจะมีวงดนตรีแนว Jazz, Pop และ Reggae ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเล่นทุกวัน ส่วนเครื่องดื่มของร้านมีพร้อมเสิร์ฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไวน์, ค็อกเทล, เหล้า และเบียร์ คู่กับเมนูแกล้มอย่าง ยำคะน้า, กุ้งเจี๋ยนน้ำมันหอย และแกงป่าซี่โครงหมู เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น. ที่อยู่ : 3/8 ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 0 2246 5472 เว็บไซต์ : saxophonepub.com และ เฟซบุ๊ก Saxophone Pub and Restaurant บรรยากาศสบายๆ กับดนตรีสด "ร้านสถานีรวมมิตร"  ร้านสถานีรวมมิตร ร้านอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่ภายในโครงการจตุจักรกรีน จุดนัดพบของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชื่นชอบการช้อปสินค้ามือสองและยังเป็นจุดในการนัดแนะเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้ นั่งทานอาหารและเครื่องดื่มได้อีกด้วย ตัวร้านตกแต่งด้วยของเก่าเป็นหลัก เป็นร้านเปิดโล่งแบบ Open Air และเป็นร้านที่เน้นการแสดงดนตรีสดเป็นหลัก โดยจะมีวงดนตรีผลัดกันมาเล่น ส่วนเมนูฮิตของร้านที่ไม่ควรพลาดคือ กุ้งแช่น้ำปลา, ปีกไก่ทอด, ต้มซุปเปอร์ขาไก่, ลูกชั้นปลานึ่ง และหมูมะนาว เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น. *ที่อยู่ : ปัจจุบันร้านย้ายไปย่านปากเกร็ด โทรศัพท์ : 08 7112 5251 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก ร้านสถานีรวมมิตร WATER Y Restaurant ดนตรีสด บนชั้น Rooftop สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติกกันอยู่ ร้าน WATER Y Restaurant คือคำตอบของคุณแน่นอน เพราะด้วยบรรยากาศร้านที่สามารถชมวิวในกรุงเทพฯ จากมุมสูงบนตึกได้ 360 องศา เหมาะสำหรับนั่งกินลมชมวิวหรือคู่รักที่อยากหาร้านที่มีบรรยากาศดี ๆ ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนห้องแอร์และโซนกลางแจ้ง นอกจากนี้ ยังมีวงดนตรีเล่นสดแนวเพลงสากล, ไทยสากล และแจ๊ส มาสร้างความสุขด้านเสียงเพลงอีกด้วย ขณะที่เมนูเด็ดของร้านต้องแนะนำคือ ลาบทูน่าและตับทอดกระเทียมพริกไทย ทานคู่กับบรรดาเครื่องดื่มหลากชนิดได้อย่างลงตัว เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.30–00.00 น. ที่อยู่ : ดาดฟ้าชั้น 12 อาคารพิศวิทย์ทาวเวอร์ ซอยพหลโยธิน 24 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 0 2939 4917, 08 1376 4466 เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Water.Y.Restaurant   เป็นยังไงกันบ้างครับ เรียกได้ว่าแต่ละร้านเด็ดโดนใจทั้งนั้นเลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนมีเวลาว่างอยากหาที่นั่งฟังดนตรีสด ก็ลองเลือกมาสักร้านแล้วเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศสุดสนุกด้วยกันเลย !! ไปตาม Lifestyle อื่นๆ ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส ร้านอร่อย ย่านท่าเรือคลองสาน (ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า) 10 ร้าน ไฮไลท์ ที่ “มิกซ์ จตุจักร” แหล่งช้อปปิ้งที่ไม่มีวันหยุด 19 ร้านคอนเซ็ปต์ “ใหม่” ในสามย่านมิตรทาวน์
คำนวน BTU แอร์ ให้เหมาะกับขนาดห้อง

คำนวน BTU แอร์ ให้เหมาะกับขนาดห้อง

คอนโด การเลือกซื้อแอร์ ให้มี BTU เหมาะกับขนาดห้อง บรรยกาศภายในบ้านที่สงบเย็น เป็นบรรยากาศที่หลาย ๆ คนต้องการ แน่นอนว่า อากาศย่อมมีผลกับสภาวะของร่างกาย และจิตใจ อากาศที่ร้อนย่อมส่งผลให้สภาวะทางอารมณ์ร้อนตามไปได้โดยง่าย การทำให้พื้นที่บ้าน เย็นสบายนั้น มีหลากหลายแนวทาง แต่ก่อนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เราอยากให้ทุก ๆ บ้าน พึ่งพาวิธีทางธรรมชาติก่อนเป็นหลัก เช่น การปลูกต้นไม้รอบบ้าน เพื่อบังแดดและยังกรองอากาศที่เป็นพิษได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ยั่งยืน ส่งผลดีต่อสุขภาพ หรือแม้แต่การออกแบบบ้าน ทิศทาง วัสดุก่อสร้างที่ช่วยให้บ้านเย็นได้ แต่หากเลือกใช้ทุกวิธีแล้ว อากาศภายในบ้านก็ยังไม่เย็นเพียงพอ อาจเนื่องด้วยทำเลที่ตั้ง เช่น ในเมือง การจัดสวนต่าง ๆ เป็นไปได้ยากนัก เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ คงเป็นตัวเลือกสุดท้าย ที่จะช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นสบาย วันนี้ บ้านไอเดียจึงนำข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกซื้อ ให้เหมาะสมต่อห้องของคุณ ซึ่งหลายท่านอาจกำลังสับสนอยู่ว่า ห้องของเราเลือกกี่ BTU ดี เพราะดูตามในศูนย์การค้า มีให้เลือกเยอะเหลือเกิน การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ทำไมต้องเลือก BTU ให้เหมาะสม BTU สูงไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตัดบ่อยเกินไป เนื่องด้วยสามารถทำความเย็นได้เร็วเกิน ทำให้ประสิทธิ์ภาพในการทำงานลดน้อยลง ทำให้ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัวและที่สำคัญราคาแพงและสิ้นเปลื้องพลังงาน BTU ต่ำไป คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ผู้ใช้มักจะเลือกอุณหภูมิต่ำ เมื่อเลือกต่ำแล้วยังรู้สึกไม่เย็น ก็จะลดต่ำลงอีก ทำให้สิ้นเปลื้องพลังงานและเครื่องเสียเร็ว ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันเล็กน้อย BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit นั่นคือ ขนาดของการทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งหน่วยวัดจะมีผลต่อขนาดน้ำหนัก โดย 1 ตัน สามารถทำความเย็นได้ 12000 BTU/hr. มีให้เลือกซื้อกันตั้งแต่ขนาด 9,000 BTU วิธีการเลือกซื้อ อันดับแรก คุณต้องรู้ขนาดของห้องก่อน และสำรวจดูว่า ห้องของคุณมีแดดเข้ามาได้หรือไม่ เพราะหากห้องที่มีแสงแดดสาดส่องได้ง่าย ความสามารถในการทำความเย็น ก็จะถูกลดลงไป หากโดนแดดมากเกินไป อาจแก้ไขปัญหาส่วนนี้ก่อน เช่น การติดผ้าม่าน ติดกระจกฟิล์ม หรืออื่น ๆ คราวนี้ก็เลือกตามสัดส่วนขนาดของห้อง โดยปกติแล้ว BTU จะนำมาคำนวณร่วมกับอุหภูมิความร้อนเฉลี่ยต่อชั่วโมง หากเป็นอุณหภูมิห้องทั่วไป ไม่ร้อนมาก ค่าความร้อนประมาณ 700 BTU แต่หากแดดส่องเยอะ ทำให้ความร้อนสูงขึ้น อาจนำค่าความร้อนที่ 900 BTU มาคำนวณ ตัวอย่างเช่น ห้องนอนปกติ ขนาด 20 ตร.ม. แดดไม่ส่อง คำนวณโดย ขนาดห้อง x ค่าความร้อน = 20 x 700 การเลือกเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกขนาด 14,000 BTU นั่นเอง แต่หากยังสงสัย งง ๆ กับการคำนวณ ไม่ต้องเป็นห่วง ทางเว็บไซต์ คำนวณมาให้โดยประมาณแล้วครับ

1 ... 9 10 11