เลือกคอนโดห้องสวยๆ นอกจากทำเลดี facility ก็ต้องโดน(Advertorial)centric-ratchayothin-unite-reccommend-Adver (1)

เลือกคอนโดห้องสวยๆ นอกจากทำเลดี facility ก็ต้องโดน(Advertorial)

ใครที่เคยเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักยูนิตจะทราบดีว่ากว่าจะได้โครงการที่ดี ยูนิตโดนใจต้องดูรายละเอียดกันหลายรอบจนตาลายไปหมด ซึ่งการเลือกสรรของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไปตามโจทย์ของตัวเอง แต่สิ่งที่ทุกคนต้องจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือทำเลและภายในห้องพักอาศัย

หลายครั้งหลายคราวที่เราพูดถึงเรื่องของทำเล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของที่อยู่อาศัยทุกประเภทโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีให้เลือกมากมายหลายแห่งจนเลือกไม่ถูก เพราะบางทำเลในย่านเดียวกันมีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ขึ้นมาเกือบ 10 โครงการกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าทำเลดีสำหรับคอนโดมิเนียมนั้นหมายความว่าต้องเดินทางสะดวกติดรถไฟฟ้า ซึ่งรถไฟฟ้าในปัจจุบันแม้จะเปิดให้ใช้บริการเพียงไม่กี่เส้นทาง แต่ก็ได้รับความนิยมในการเดินทางมากในทุกๆ วัน จนกลายเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในกรุงเทพฯ และยังมีหลายสายที่กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ทั่วเมืองไปจนถึงปริมณฑล โดยสายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็หนีไม่พ้นสายสีเขียวที่ตอนนี้กำลังก่อสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง โรงพยาบาล รวมถึงสถานที่ทำงานทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ย่านนี้จึงเหมาะแก่การอยู่อาศัยบนวิถีชีวิตของคนเมือง

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือยูนิตพักอาศัย ตั้งแต่ตำแหน่งห้องว่าจะอยู่ทิศใด ได้วิวแบบไหน โดนบล็อควิวหรือไม่ การวางตำแหน่งในชั้นจะส่งผลถึงการอยู่อาศัยจริงอย่างไร ภายในห้องพักใช้วัสดุอะไร วางแปลนห้องไว้อย่างไร สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราได้มาก-น้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วห้องนั้นจะใช่สิ่งที่เราตามหาหรือไม่ ทุกรายละเอียดส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่รวมไปถึงเรื่องของราคาในอนาคตด้วย แต่ทั้งหมดจะมีวิธีการเลือกอย่างไรให้ดีที่สุด ในครั้งนี้เราจึงพามาดูตัวอย่างการเลือกห้องสวยๆ จากโครงการ CENTRIC RATCHAYOTHIN กันค่ะ ซึ่งหลังจากทาง SC ASSET ห่างหายจากการทำคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมแบรนด์หลัก CENTRIC มาได้พักใหญ่ ล่าสุดก็กลับมาพัฒนาแบรนด์นี้กันอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นที่จับตามองกันมาตั้งแต่ยังล้อมรั้วที่ดินแห่งนี้ว่าจะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร โดยตอนนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวออกมาแล้ว ทั้งทำเล ส่วนกลาง และห้องพักอาศัยสวยงามลงตัวสมกับการรอคอย

CENTRIC RATCHAYOTHIN

คอนโดมิเนียม High Rise 21 ชั้น 261 ยูนิต บนพื้นที่ 2-0-77.3 ไร่ ขนาด 24-55 ตร.ม. ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต สถานีรัชโยธิน เพียง 150 เมตร เชื่อมต่อเข้าเมืองอย่างสยาม-ทองหล่อได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนสาย รวมถึงใกล้จุด Interchange ของรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคต หรือหากใช้รถยนต์ส่วนตัวจะเลือกใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือทางพิเศษศรีรัชบริเวณใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ HUB แห่งการเดินทางในอนาคตของประเทศไทยรวมถึงในอาเซียน โครงการอยู่เยื้องกับเมเจอร์รัชโยธิน, อเวนิว รัชโยธิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกนั้น ไม่ว่าจะดูหนัง ทานข้าว ช้อปปิ้ง หรือแฮงค์เอ้าท์ก็แค่เดินจากคอนโด สมกับคอนเซปที่วางเอาไว้ว่า “A place for your Hybrid Lifestyle” นิยามใหม่ให้ชีวิตใจกลางเมือง เชื่อมต่อทุกความต้องการกับรูปแบบไลฟ์สไตล์ให้เป็นหนึ่งเดียว

ส่วนกลางออกเป็น 3 ส่วน (Triple Facilities)โดยแบ่งคาแรคเตอร์เอาไว้อย่างชัดเจน คือ Active, Relax, Working ผสานกันอย่างลงตัวจนกลายเป็นคอนโดที่ตอบสนองคนรุ่นใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งชั้นแรกคือชั้น Ground จากหน้าโครงการจัดเป็น Lifestyle Park ส่วนล็อบบี้ที่สูงโปร่งถึง 5.5 เมตร ในบรรยากาศอบอุ่นแฝงด้วยความหรูหราสง่างาม และยังมี Business lounge & Private Meeting Room ให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า เชื่อมต่อไปกับ Semi-Outdoor Lobby สร้างความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นด้วย Greenery wall และ Water Feature และโซน Residence Lobby Lounge เป็นพื้นที่ waiting area ที่มี seating รับรองให้ลูกบ้าน

ชั้น 4-5 มีทั้งโซน  Triple Volume Co-Working Space ในลักษณะ Indoor 3 ชั้น ถูกออกแบบให้เป็นเหมือน Cubic ลอยอยู่กลางอากาศ สำหรับเป็น Co-Working Space และ Reading Bar, Co-Living Space เชื่อมต่อกับโซน Outdoor ขนาดใหญ่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายเพื่อให้เกิด lively neighborhood พื้นที่สีเขียวไล่ระดับเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริง มี Water feature เสมือนเป็นลำธารมีเสียงน้ำไหลจากที่สูงพร้อมกลิ่นหอมจากพรรณไม้ตามฤดูกาล มีเสียงดนตรีคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศพิเศษให้เกิดขึ้นได้ทุกวัน

และชั้น Rooftop สำหรับการออกกำลังกายในฟิตเนสที่ได้วิวจากทั้งด้านหลังโครงการที่เป็นวิวเมือง และวิวสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกันกับทางฝั่งด้านหน้าโครงการ ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Swimming Pool ยาว 25 เมตร มาพร้อม Jacuzzi ให้ได้ผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสวยๆ

ห้องไหนสวย

ถ้าจะเลือกห้องสวยสักห้อง ก่อนอื่นเราต้องกาง Floor Plan ออกมาก่อนค่ะ เริ่มจาก Ground Floor เราจะได้เห็นหน้าตาของชั้นแรกของโครงการ ซึ่งในแปลนเหล่านี้จะบอกทิศทางการวางรูปแบบอาคารเอาไว้ ซึ่งเมื่อมองไปที่ Floor Plan เราก็พอจะมองภาพออกแล้วว่ายูนิตไหนมีระเบียงหันหน้าออกไปยังทิศอะไร ยิ่งหากเรามีความคุ้นเคยกับทำเลแถวนั้นก็จะทำให้นึกภาพตามได้ว่ายูนิตที่หันไปทิศไหนจะได้วิวอะไร

ความโดดเด่นของ Floor Plan ทำเอาไว้ได้น่าสนใจมาก เพราะสามารถเก็บรายละเอียดอันเป็นการคำนึงถึงลูกบ้านที่อยู่อาศัยจริงได้ดีทีเดียว รวมทั้งยังถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยอีกด้วย เช่น เพิ่มระยะห่างระหว่างยูนิตพักอาศัยกับโถ่งลิฟท์ในแต่ละชั้นมากขึ้น เพื่อลดเสียงรบกวน, ออกแบบให้ห้องขยะทุกชั้นแยกห่างยูนิตพักอาศัย เพื่อลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์, ทุกยูนิตประตูห้องจะไม่อยู่ตรงข้ามกัน จำนวนยูนิตต่อชั้นไม่มากจนเกินไปเพิ่มความเป็นส่วนตัว, และไม่มียูนิตไหนที่มีประตูอยู่ตรงทางสามแพร่งเลย

 

เรามาเริ่มดูจากทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่อยู่หน้าโครงการได้วิววิวเมืองกับรถไฟฟ้า รวมถึงตึกช้างตรงแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นมุมมองเดียวกันกับสระว่ายน้ำชั้น 21 และหากมองลงมาที่ชั้น 4-5 จะได้วิวสวนสีเขียวที่เป็นส่วนกลางหนึ่งของโครงการ เรียกได้ว่าแม้จะเป็นห้องทิศตะวันตกที่หลายคนมองข้าม แต่ SC asset กลับทำให้เป็นยูนิตไฮไลท์ของโครงการนี้ได้ด้วยการออกแบบที่ดีโดยเฉพาะห้องตำแหน่ง 01 , 02 ซึ่งเอสซีฯ ใส่ใจออกแบบอาคารให้มีครีบยื่นออกมาช่วยเรื่องการหักเหและลดทอนแสงแดดได้ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว

ทิศเหนือ เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในยูนิตที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย โดยปกติแล้วเป็นห้องทิศที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว เพราะเป็นทิศที่โดนแดดน้อยที่สุด ซึ่งสำหรับโครงการนี้ก็จะได้วิวเป็นวิวหันไปทางแยก ม.เกษตรฯ เป็นวิวโล่ง แต่ยูนิตที่ได้ทิศนี้จะค่อนข้างน้อย มีสูงสุดเพียง 3 ยูนิต/ชั้น เท่านั้น ฉะนั้นหากใครที่ต้องการยูนิตทิศนี้ก็ต้องจองให้ไว

ทิศตะวันออก อีกหนึ่งทิศยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบเปิดระเบียงรับลม ซึ่งจะถูกวางให้อยู่ทางด้านหลังโครงการได้ความสงบ เห็นวิวฝั่งถนนเสนานิคม – วังหิน เป็นวิวโล่งด้วยความที่ด้านหลังเป็นบ้านเรือนที่อยู่ในซอย คอนโดส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดสูงไม่เกิน 8 ชั้น จึงยากที่จะมีตึกสูงขึ้นบัง สำหรับทิศนี้วิวจึงปลอดภัยจากการโดนบังวิวแน่นอน

พูดถึงเรื่องทิศทางของแต่ละยูนิตกันไปแล้วจะไม่พูดถึงภายในห้องก็คงยังไม่ครบถ้วน เพราะอย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่ามีการออกแบบมาได้น่าสนใจ แต่ละห้องมีความโดดเด่นต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยทุกห้องถูกคิดภายใต้คอนเซปส์อาทิ

  • ความสูงภายในห้องสูงสุดถึง 3 เมตร* ซึ่งเราจะมาดูกันทีละ Type เลยค่ะ
  • มีที่เก็บของครบครัน ช่วยจัดการการจับเก็บของและทำให้ห้องเป็นระเบียบ
  • ห้องแต่ละห้องมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ตามแต่ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน
  • พื้นที่อยู่อาศัยได้จริง Practical Design

 

STUDIO-1 24 ตร.. 

แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดในโครงการ แต่ก็ยังมีการกั้นประตูกระจกระหว่างห้องครัวกับห้องนอน เพื่อป้องกันกลิ่นอาหาร ได้มุมโต๊ะทำงานหันหน้าออกทางเดียวกับระเบียง ถึงแม้จะเป็นสตูดิโอแต่ก็ยังได้กระจกเข้ามุม เรียกได้ว่าจะนั่งทำงาน อ่านหนังสือหรือทานข้าว ก็เห็นวิวสวยๆ ไปด้วยแน่นอน ห้องนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่อยู่ 1-2 คน ชอบความคุ้มเพราะมีครบทุกฟังก์ชั่น ห้องที่สำคัญ Type นี้อยู่ในตำแหน่งทิศตะวันออกอีกด้วย ทั้งตึกมีเพียง 32 ยูนิตเท่านั้น ชั้นหนึ่งมีเพียง 2 ห้องเท่านั้น

STUDIO-2 26 ตร..

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนชอบทำครัว เพราะเป็นครัวปิดที่มีหน้าต่างระบายอากาศสู่ด้านนอกอาคาร ตำแหน่งห้องอยู่ทางทิศตะวันตก ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นด้วยกำแพงที่อยู่ชิดกับห้องข้างๆ เพียงด้านเดียว ปลายเตียงมีช่องแสงเพิ่มอีก 1 ช่อง ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ โปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น ทั้งตึกมีเพียง 16 ยูนิตเพียงเท่านั้น มีเพียงชั้นละ 1 ห้อง เรียกได้ว่า Rare มากๆ

1 BEDROOM 30 ตร.. 

ตำแหน่งห้องอยู่ทางทิศตะวันตก สามารถเปิดรับลมได้วิวทั้งส่วนของห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ฟังก์ชั่นโต๊ะทานอาหารเชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัวสามารถพับเก็บได้ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามใจ เหมาะสำหรับคนอยู่ 1-2 คน ที่ต้องการ 1ห้องนอนที่ฟังก์ชั่นครบ มี Walk-Through Closet ชั้นนึงมีเพียง 3 ห้องเท่านั้นและห้องนี้ทุกห้องสามารถมองเห็นสวนที่อยู่ชั้น 4 ได้อีกด้วย

1 BEDROOM PLUS-P2 34.50 ตร.. 

1 BEDROOM PLUS ทั้ง 3 แบบนี้ถือเป็นยูนิตไฮไลท์ของ CENTRIC RATCHAYOTHIN ซึ่ง Type แรกนี้ตำแหน่งห้องถูกวางในตำแหน่งที่ดีทั้งทิศเหนือและทิศตะวันออกกับทิศใต้ โดยห้องนี้เน้นความคุ้มค่าจากการออกแบบที่จัดสเปคห้องมาให้แบบเต็มๆ ทั้งกระจกบานใหญ่เข้ามุม Bay window ที่ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งมีขนาดพอเหมาะที่สามารถวางเตียงได้ ทำให้ห้องนี้สามารถใช้เป็นอีก 1 ห้องนอนก็ย่อมได้ หรือถ้าคนไหนไม่ใช้เป็นห้องนอนก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น 2 ฯลฯ แล้วแต่ไลฟสไตล์ของเจ้าของได้เลย ทำให้ห้องนี้เรียกได้ว่าเป็น Truly 1 Bedroom Plus ซึ่งแตกต่างจากในบางโครงการที่มีห้อง Plus แต่ไม่ Practical ห้องนี้จึงเป็นห้องหนึ่งที่สามารถสะท้อนคอนเซปส์ของโครงการได้ดีทีเดียว, ระเบียงสามารถเข้าได้จากทั้งห้องอเนกประสงค์กับห้องนอน, Walk-Through Closet ภายในห้องนอนก่อนเชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำ, Double-Access ห้องน้ำที่เข้าได้ 2 ทางจากในห้องนอนกับห้องครัว ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวเมื่อมีแขกมาไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน แทบไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ 35 ตรม. เรียกว่าคุ้มมากๆ ห้องนี้เรียกได้ว่าเหมาะกับหลายๆคนมาก โดยเฉพาะคนที่มองหา 1 ห้องนอนสุดคุ้มค่าด้วยพื้นที่เอนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เป็นตัวคุณเองได้อย่างเต็มที่

1 BEDROOM PLUS-PP1 39 ตร.. 

ตำแหน่งห้องนี้ถูกวางไว้มุมสุดทางเดินด้านทิศตะวันตกที่จะได้วิวโครงการฝั่งแยกรัชโยธินเพิ่มด้วย เปิดมุมมองจากในห้องนอนด้วยกระจกเข้ามุม Bay window และได้พื้นที่ห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นจนสามารถเป็นอีก 1 ห้องนอนได้ รวมถึงพื้นที่ห้องนั่งเล่นพร้อมมุมวางโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าห้องนี้เหมาะสำหรับคนอาศัย 1-2 คนหรือคนที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวมีลูกเล็ก ไม่เน้นทำอาหาร ชอบความคุ้มค่าแต่มีพื้นกว้างพอที่อยู่อย่างสบายๆ ห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ทำให้ทั้งตึกมีเพียง 16 ห้องเพียงเท่านั้น อ้อลืมบอกว่าจากห้องนี้มองลงไปข้างล่างก็เห็นสวนชั้น 4 ได้เช่นกัน

1 BEDROOM PLUS-PP2 38 ตร..

อีกหนึ่งตำแหน่งห้องมุมที่ดีที่สุดอีก Type ที่ได้ทั้งวิวสวนสีเขียวของโครงการฝั่งทิศใต้จากระเบียงห้อง และวิวเมืองทางทิศตะวันตก เป็นห้อง 1 ห้องนอนพร้อมห้องเอนกประสงค์ที่ฟังก์ชั่นครบ เอ็กคลูซีฟ และอยู่สบาย เริ่มจากห้องครัวแบบปิด มีมุมวางโต๊ะทานอาหาร มีห้อง Living ขนาดใหญ่ที่ใหญ่ พอที่สามารถวางโซฟา L Shape ได้ และยังมีพื้นที่เหลือด้านหลังสามารถ Built-in ชั้นหนังสือหรือ Working Corner ได้เพิ่มเติม ห้องนอนที่ไม่มีส่วนกำแพงที่ติดกับห้องไหนเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบเป็นส่วนตัว ภายในมีช่องแสงถึง 2 ช่องจากกระจกบานใหญ่และอีกด้านข้างอีก 1 ช่องที่มองลงมาแล้วเป็นสวนชั้น 4 มีห้องที่เป็น Walk-in Closet แบบจริงๆ ห้องนี้เหมาะมากโดยเฉพาะสุภาพสตรีที่มองหาห้องที่มี Walk-in Closet โดยเฉพาะห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้นและ ทั้งโครงการมีเพียง 12 ห้องเท่านั้น!

2 BEDROOM-1 54.79 ตร..

ห้องมุมฝั่งทิศใต้จากทั้ง 2 ห้องนอนและได้วิวฝั่งทิศตะวันออกจากระเบียง แบ่งโซน Private กับ Public อย่างชัดเจนอย่างห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่และโต๊ะทานข้าวที่วางได้ขนาด 4 ที่นั่ง ส่วน Master Bedroom ขนาดใหญ่ที่ได้โต๊ะทำงานเข้ามุม Bay window เป็นส่วนตัวพร้อมห้องน้ำในตัว ขณะห้องนอนที่ 2 ก็ยังได้กระจกบานใหญ่เช่นกัน จึงเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย 2 คนขึ้นไปทั้งแบบครอบครัวลูกเล็ก-โต หรืออยู่แบบพี่น้องก็ได้ ไม่เน้นการทำอาหารมากนัก ห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ทั้งโครงการมีเพียง 16 ห้องเท่านั้น

2 BEDROOM-2 55.13 ตร..

ห้องมุมส่วนตัว ตำแหน่งทิศเหนือและได้วิวทิศตะวันตกไปด้วย ห้อง Type สุดท้ายที่ถือว่าทุกอย่างลงตัวที่สุด โดยการวางห้องนอนทั้ง 2 ห้องแยกออกจากกันเพื่อความเป็นส่วนตัวสุดๆ โดยเชื่อมต่อด้วย Space ของห้อง Living + Dinning ไว้ตรงกลาง

นอกจากนั้นยังเป็นห้องครัวปิดช่วยเรื่องการป้องกันกลื่นจากการทำอาหาร มีห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ สามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ขนาด 4 ที่นั่ง ทั้ง 2 ห้องนอนได้ขนาดใหญ่วางเตียงได้ 5 ฟุต ได้ห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้อง มีห้องน้ำที่เป็น
Double Access เข้าจากห้องครัวเพื่อความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายเมื่อมีแขกมาหรือสามารถ เดินเข้าห้องน้ำได้เลยไม่ต้องผ่านห้องนอน ห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ทั้งตึกมีเพียง 12 ห้องเท่านั้น

ความโดดเด่นของ CENTRIC RATCHAYOTHIN นอกจากทำเลแล้ว ยังเป็นเรื่องของความใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบห้องพักอาศัยโดยพยายามทำความเข้าใจและนึกถึงความต้องการของผู้พักอาศัยที่แท้จริง ตามความตั้งใจที่ เอสซีฯ ที่อยากส่งมอบ Living Solution ให้แก่ลูกค้าสามารถตอบโจทย์ได้หลายไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
เป็นความเพียบพร้อมของคอนโดมิเนียมสักโครงการที่เรียกว่ามีดีรอบด้าน ส่งผลเกิดเป็นความสมบูรณ์แบบในการใช้ชีวิตท่ามกลางเมืองหลวงตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งที่นี่คือคำตอบ

นอกจากนี้แล้วโครงการยังขายห้องแบบ Fully Furnished อีกด้วย!

โครงการ เปิดพรีเซลส์โครงการ ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2561 ที่เซ็นทริค รัชโยธิน Sales Gallery
สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษสูงสุด 250,000 บาท* คลิก https://goo.gl/bQ5kMc ขายห้องแบบ Fully Furnished อีกด้วย! ในราคาเริ่ม 3.7 ล้านบาท* สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1749 หรือ Line@ :@Sccondo

 

 

 

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888