Tag : Decoration

72 ผลลัพธ์
วาบิซาบิ (Wabi-Sabi) เทรนด์แต่งบ้านใหม่ 2018

วาบิซาบิ (Wabi-Sabi) เทรนด์แต่งบ้านใหม่ 2018

ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะมีเทรนด์แต่งบ้านอะไรที่น่าสนใจบ้าง แต่ในปีนี้ต้องหลีกทางให้กับเทรนด์วาบิซาบิ ซึ่งเป็นที่กำลังมาแรงสุด ๆ จนเรียกได้ว่าเป็นขวัญใจนักออกแบบกันเลยทีเดียว โดยต้องบอกว่าเทรนด์นี้เป็นทรนด์ที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเพอร์เฟค รักความเรียบง่าย และหลงใหลในความเป็นธรรมชาติเอามาก ๆ เพราะคอนเซ้ปต์หลักของวาบิซาบิคือการมองหาความสวยงามในความไม่สมบูรณ์ โดยถ้าหากอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วประโยคนี้คืออะไร มีที่มาที่ไปแบบไหน วันนี้ได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเทรนด์นี้มาฝากแล้วค่ะ     วาบิซาบิ คืออะไร   วาบิซาบิ เป็นเทรนด์การแต่งบ้านแบบใหม่ที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงต้นปี 2018 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น จึงมีกลิ่นอายความเป็นมินิมอลแฝงอยู่หน่อย ๆ แต่สำหรับวาบิซาบิจะเน้นไปที่ตัวผู้อยู่อาศัยมากกว่าสิ่งของ ส่วนคอนเซ็ปต์หลักของวาบิซาบิก็จะเน้นที่ความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ โดยมีแนวคิดสำคัญอยู่ที่การมองหาความสวยงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความไม่สมบูรณ์แบบ หรือเรียกได้ว่าเป็นการยอมรับสิ่งของต่าง ๆ ในแบบที่มันเป็น แล้วนำสิ่งของชิ้นนั้น ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ตามจุดมุ่งหมาย โดยไม่ต้องไปหาซื้อสิ่งของชิ้นใหม่มาทดแทน โดยการแต่งบ้านแบบนี้จะไม่มีผิด ไม่มีถูก เพราะขึ้นอยู่กับประโยชน์ ความสวยงาม และประวัติของสิ่งของแต่ละชิ้นนั่นเอง   วาบิซาบิ มีที่มาอย่างไร   เดิมที วาบิซาบิ ไม่ใช่เทรนด์การตกแต่งบ้าน แต่เป็นปรัชญาของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 โดยมีรากฐานมาจากศาสนาพุทธ ซึ่งปรัชญานี้เป็นปรัชญาที่สอนให้เรามองหาความสงบสุขบนโลกที่แสนจะวุ่นวาย การยอมรับในสิ่งที่มีหรือสิ่งที่เป็น มากกว่าเสียเวลาไปกับการหาสิ่งที่ดีกว่า หรือในการแต่งบ้านก็คือสอนให้เรามองหาความสวยงามในความไม่สมบูรณ์จากสิ่งของต่าง ๆ และมีความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว     หลักการแต่งบ้านแบบวาบิซาบิ   คอนเซ็ปต์การแต่งบ้านแบบวาบิซาบิหลัก ๆ มีอยู่ 3 อย่าง คือ - ใช้วัสดุจากธรรมชาติ นักออกแบบส่วนใหญ่จะเลือกใช้สิ่งของที่มาจากธรรมชาติในการตกแต่งแบบวาบิซาบิ เพราะเทรนด์นี้เป็นเทรนด์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งสิ่งของที่มาจากธรรมชาติยังสามารถเข้ากันได้ดีกับการแต่งบ้านทุกสไตล์เลยด้วย แต่ไม่ว่าสิ่งของต่าง ๆ จะทำมาจากอะไร สิ่งสำคัญที่สุดก็คือมันต้องเป็นของแท้ที่ตรงกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย - ทำทุกอย่างให้เรียบง่าย หลักสำคัญสุด ๆ อีกอย่างในวาบิซาบิก็คือความเรียบง่าย แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น จัดวางทุกอย่างแบบง่าย ๆ เพราะของทุกชิ้นต่างก็มีเอกลักษณ์และความสวยงามในตัวเองอยู่แล้ว - เน้นความไม่เพอร์เฟค ด้วยความที่คอนเซ็ปต์ของวาบิซาบิ คือ การมองหาความสวยงามจากความไม่สมบูรณ์แบบ ฉะนั้นการตกแต่งบ้านแบบนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ข้าวของที่เก่า แตก หรือมีลักษณะไม่ปกติ มาตกแต่งบ้านได้อย่างสบายใจ รวมถึงยังเป็นการปล่อยให้ข้าวของต่าง ๆ เป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น โดยที่เราไม่ต้องไปยุ่งอะไรมากเลยด้วย แต่ว่ายังไงก็ต้องแยกระหว่างความไม่เพอร์เฟคกับความรกให้ออกด้วยนะคะ     เคล็ดลับแต่งบ้านแบบวาบิซาบิ   1. ซื้อแต่ของที่ใช่ ที่สวย หรือที่ชอบ มาประดับตกแต่งบ้านเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเลือกของที่เพอร์เฟค ตามเทรนด์ หรือไปหาของเก่า ๆ มาตกแต่งบ้านโดยไม่จำเป็น   2. ใช้สีแบบธรรมชาติหรือสีเอิร์ทโทนในการตกแต่ง เพราะโทนสีนี้จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ช่วยให้ดูกว้างข้าง และทำให้บรรยากาศดูสงบได้   3. เน้นงานแฮนด์เมดหรือเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ต้องเป๊ะ เพราะสิ่งของพวกนี้เป็นสิ่งของที่ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ แต่กลับมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เราสามารถองเห็นความสวยงามจากความไม่เพอร์เฟคเหล่านี้ได้ง่าย ซึ่งก็เข้ากับคอนเซ็ปต์ของวาบิซาบิได้ดี อีกทั้งของประเภทนี้ยังเป็นของพิเศษที่มีแค่ไม่กี่ชิ้นเองด้วย   4. ปล่อยข้าวของต่าง ๆ ไปตามธรรมชาติ เช่น รอยยับบนผ้าม่านหรือผ้าปู ไม่จำเป็นต้องดึงหรือรีดให้เรียบเนี้ยบทุกวัน ปล่อยให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นบ้างก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องอย่าปล่อยให้รกเกินไปด้วยนะ   5. นำข้าวของเก่ากลับมาใช้ เพราะของเก่า ๆ ที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นปู่-ยา ตา-ยาย หรือตกทอดมาจากพ่อ-แม่ หรือของเก่านั้น ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ ไม่จำเป็นต้องขัดให้เงาวิ้ง ถ้าสีจะดูเก่าบ้างก็ไม่เป็นไร   6. ไม่จำเป็นต้องตกแต่งด้วยดอกไม้เสมอไป เพราะกิ่งไม้ที่ร่วงอยู่ ก็สามารถนำมารวม ๆ กันตกแต่งบ้านแบบธรรมชาติได้   7. เปลี่ยนการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย มาใช้เครื่องมือแบบธรรมชาติ แม้ว่าเครื่องมือที่ทันสมัยจะเร็วและสะดวกกว่า แต่หากอยากได้บรรยากาศแบบวาบิซาบิล่ะก็ ต้องใช้เครื่องมือที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติจะเหมาะสุด   8. ผนังแบบธรรมดา เก่า ๆ โทรม ๆ เห็นโครงสร้างเดิม เหมือนสร้างไม่เสร็จ เป็นอะไรที่ดูเข้ากันมากกับสไตล์วาบิซาบิทีเดียว   9. ลดสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้ใช้ลง เก็บไว้แต่สิ่งของที่ต้องใช้หรือสิ่งของที่ทำให้เรามีความสุขก็พอ และที่สำคัญต้องเหลือไว้ให้พอใช้ด้วย   10. ผ่อนคลาย ปล่อยวาง ไม่ต้องคำนึกถึงความเพอร์เฟคอะไรมาก แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น เท่านี้ก็จะทำให้เรามีความสุขกับสิ่งรอบข้างได้แล้วค่ะ   เรียกได้ว่า วาบิซาบิ เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ช่วยให้ความสำคัญกับสิ่งของเดิม ๆ มากขึ้น รวมถึงยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสิ่งของที่ไม่สมบูรณ์แบบต่าง ๆ ได้ด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนและนักออกแบจะชอบเทรนด์นี้ เพราะถือได้ว่าเป็นเทรนด์ที่มีเสน่ห์แปลกใหม่มากจริง ๆ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก Kapook ภาพประกอบจาก wijzijnkees , thatkindofwoman , jutehome
Vertical House บ้านเดี่ยวทำเลคอนโด

Vertical House บ้านเดี่ยวทำเลคอนโด

ทุกวันนี้ทำเลโครงการบ้านเดี่ยวอยู่ห่างออกไปไกลจากตัวเมืองไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ หลายโครงการต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักเวลาเดินทางเข้า-ออก เพราะเรื่องของที่ดินที่ต้องมีพื้นที่ใหญ่มากพอที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวนั้นนับวันก็ยิ่งหายากกันเหลือเกินโดยเฉพาะทำเลกลางเมือง แต่ทุกวันนี้ยังมีโครงการบ้านเดี่ยวแบบที่เรียกกันว่า Vertical House เป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีทั้งเรื่องทำเล และยังเหมาะสำหรับคนที่ชอบอยู่บ้านเดี่ยวได้พื้นที่ใช้สอยเยอะๆ ด้วยค่ะ   Vertical House เป็นคำนิยามสำหรับบ้านเดี่ยวในลักษณะทรงสูงขึ้นไป เพราะอยู่ในที่ดินขนาดจำกัด จึงต้องขยายพื้นที่ใช้สอยด้วยการเพิ่มพื้นที่ในแนวสูงแทน ซึ่งโครงการประเภทนี้ในบ้านเรามักจะตั้งอยู่ในทำเลย่านกลางเมืองที่มีราคาที่ดินสูงทีเดียว และยังมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดจึงทำให้ต้องพัฒนาเป็นโครงการระดับลักชัวรี่ขึ้นไป โดยจะเห็นได้จากโครงการที่เรายกตัวอย่างมาให้ดูกันในบทความนี้ค่ะ   D8 จากบริษัท เดวา เรียลเอสเตท เดวา เรียลเอสเตท เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่ประเดิมโครงการแรกด้วยโครงการระดับ "Luxury Vertical House" ชื่อโครงการ D8 เป็นบ้านเดี่ยว 5 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 700 ตร.ม. 4 ห้องนอน 9 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 6 คัน มีทั้งลิฟท์, สระว่ายน้ำ และสวนย่อมส่วนตัวในบ้าน ทั้งหมด 6 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 88 ติดกับทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งมีการออกแบบมาสำหรับครอบครัวใหญ่ทั้ง 3 เจนเนอเรชั่น ให้ทุกคนในครอบครัวได้อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ราคาประมาณ 39.9 ล้านบาท   LEROY Ruamrudee จากฮาบิแททกรุ๊ป ปกติแล้วฮาบิแททกรุ๊ปคือ Developer ที่พัฒนาโครงการอยู่ในพัทยา แต่ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่มาชิมลางลงโครงการในกรุงเทพฯ กันบ้าง เริ่มด้วยโครงการบนทำเลสุดพรีเมี่ยมภายในซอยร่วมฤดี อย่าง LEROY Ruamrudee บ้านเดี่ยว 7 ชั้น 6 ห้องนอน ทั้งหมด 2 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยกว่า 2,160 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 108 ล้านบาท   zilhouette ทองหล่อ 25  จากบริษัทเปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บ้านเดี่ยว 7 ชั้น ทั้งหมด 3 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 608 ตร.ม. 4-5 ห้องนอน 7-8 ห้องน้ำ จอดรถได้ 4-6 คัน ตัวอาคารล้อมรอบด้วยกระจก เน้นความโปร่งโล่ง สไตล์ Sophisticated Modern Luxury เน้นความเรียบหรู โมเดิร์น ใส่นวัตกรรมต่างๆ ลงไปมากมาย ที่ตั้งอยู่ซอยทองหล่อ 25 ราคาประมาณ 70 ล้านบาท   Arna Ekamai จากบริษัทดีเวล แกรนด์แอสเสท จำกัด บ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น ทั้งหมด 11 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 390 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้ 3-4 คัน โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 ซึ่งสามารถทะลุออกไปยังเอกมัยและซอยสุขุมวิท 71 ได้ ตัวอาคารออกแบบสไตล์โมเดิร์นเล่นกับแสงเงา ให้ได้รับแสงธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท   เราจะสังเกตได้ว่า โครงการสไตล์ Vertical House มักจะถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายในทุกช่วงวัยของครอบครัว ตามมาด้วยที่จอดรถไม่ต่ำกว่า 3 คัน ซึ่งดูสมเหตุสมผลกับการอาศัยอยู่กันหลายคน โดยแต่ละยูนิตจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ในบ้านของตัวเองเลย เช่น ลิฟท์โดยสาร, สวนสีเขียว, สระว่ายน้ำ และห้องนอนก็มีห้องน้ำในตัวมาให้ทุกห้อง รวมถึงห้องนอน ห้องน้ำสำหรับแม่บ้านโดยเฉพาะจึงไม่จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ส่วนกลางเหมือนโครงการบ้านเดี่ยวทั่วไป มาพร้อมดีไซน์อันเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นที่ฟังก์ชั่นครบครัน   แม้ว่าโครงการลักษณะนี้จะยังถือว่ามีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมในทำเล และราคาใน Segment เดียวกัน แต่เชื่อค่ะว่าจะทยอยเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ดีทั้งเรื่องของพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชั่น พื้นที่จอดรถ ความเป็นส่วนตัว และทำเล เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนกระเป๋าหนักค่ะ
วิธีแก้เคล็ด ห้องนอน-เตียงนอน ที่ผิดหลักฮวงจุ้ย

วิธีแก้เคล็ด ห้องนอน-เตียงนอน ที่ผิดหลักฮวงจุ้ย

1. ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม จัดว่าเป็นห้องเชือดเฉือน   ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม แต่มีส่วนหนึ่งเว้าแหว่งไป จนเป็นรูปทรงคล้ายมีดบังตอ ถือว่าไม่ดี ยิ่งถ้าตั้งเตียงตรงบริเวณส่วนคมของมีดก็ยิ่งถือว่าไม่ดี จะทำให้สามี-ภรรยาชอบหาเรื่องทำร้ายกัน มิว่าทางกายหรือทางคำพูด หรืออาจต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดใหญ่ วิธีแก้เคล็ดตามหลักฮวงจุ้ย ให้ตั้งเตียงในส่วนที่เป็นด้านสันมีด แล้วติดลูกแก้วคริสตัลหรือตั้งกระถางต้นไม้ไว้ที่จุด A ถ้าเตียงจำเป็นต้องอยู่ทางคมมีด เพราะผนังด้านสันมีดเป็นห้องน้ำ ก็ให้ติดกระจกเงาบานใหญ่ไว้ทางผนังด้านตรงข้ามกับเตียง   2. ปลายเตียงแคบ ฝันร้ายบ่อย หงุดหงิดง่าย    บริเวณปลายเตียงนอนสมควรให้มีเนื้อที่ว่างอย่างน้อยที่สุดก็สัก 2 ฟุตครึ่ง (ถ้ามีเนื้อที่เหลือกว้างมากก็ยิ่งดี) พยายามอย่าให้มีตู้หรือโต๊ะมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงจนเกือบชิด จะทำให้ฝันร้ายบ่อย และจิตใจมักหงุดหงิดไม่สบายอยู่เสมอ   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรปล่อยให้ปลายเตียงเป็นบริเวณโล่งๆ โปร่งๆ ถ้าเนื้อที่จำกัดจริงๆ และจำเป็นต้องวางตู้ขนาดใหญ่ไว้ที่ปลายเตียงก็ให้ติดผ้าม่านสีอ่อนๆ ที่หน้าประตูตู้ เมื่อนอนมองมาจะมีความรู้สึกสบายตา ไม่รู้สึกถูกพลังบางอย่างกดทับ   3. หัวเตียงหันไปทิศตะวันตก มีแต่เรื่องทุกข์ใจ    ถ้าตั้งหัวเตียงไปทางทิศตะวันตก คู่สามี-ภรรยาจะมีแต่ความเบื่อหน่ายหมดความรักความใคร่ในกันและกัน แม้เป็นคนโสดก็จะมีแต่เรื่องให้เป็นทุกข์และกังวลใจ ชีวิตถดถอยมากกว่าเจริญก้าวหน้า   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ย้ายหัวเตียงไปทางทิศอื่น แล้วชีวิตจะมีความสุขความเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คู่สามี-ภรรยาก็จะมีความรักใคร่กันอย่างสดชื่นยิ่งขึ้น   4. เตียงกับเตาตรงกัน ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด    การตั้งเตียงนอนต้องระวังให้มากที่สุด ดูด้วยว่าชั้นล่างบริเวณที่ตรงกับเตียงเรานั้น เป็นสิ่งของเครื่องเรือนใดบ้าง ถ้าตั้งเตียงทับเตาไฟในครัวชั้นล่าง หรือตั้งทับทีวี ตู้เย็นที่เป็นเครื่องไฟฟ้าก็ถือว่าไม่เป็นมงคล จะมีผลให้ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ต้องย้ายตำแหน่งของเตียงนอนไปยังมุมอื่น หรือย้ายการจัดวางเตาไฟในมุมครัวชั้นล่างไปวางตั้งยังมุมอื่น แล้วคู่สมรสจะรักกันมั่นคงยั่งยืน ฐานะการเงินก็มั่งคั่งขึ้น   5. เตียงนอนขวางประตู ไม่ดียิ่งนัก    ถ้าเตียงนอนตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกับประตู เมื่อนอนอยู่บนเตียงแล้ว มีลักษณะท่าทีคล้ายนอนขวางประตูอย่างหนึ่ง หรืออีกอย่างหนึ่งเหมือนนอนเอาปลายเท้าชี้หาประตู ถือว่าไม่ดี   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ติดผ้าม่านอย่างทึบ (มีลวดลายได้ แต่มิใช่ผ้าโปร่งบาง) ติดบังตาไว้โดยห้ามผุกรวบชายม่านเป็นอันขาด หรือหาฉากบานพับมาตั้งบังตาระหว่างเตียงกับประตูห้องนอน หรือกั้นขวางด้วยตู้เสื้อผ้าก็ได้   6. เหนือเตียงต้องโล่ง ชีวิตราบรื่น    มิควรติดตั้งตู้หรือชั้นวางของที่เหนือหัวเตียงเด็ดขาด แม้จะเป็นชั้นเล็กๆ หรือตู้ลอยแบบบิลด์-อินก็ตามแม้จะทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอยแต่จะทำให้การงานติดขัด ความคิดไม่โลดแล่น จิตใจให้หดหู่ว้าวุ่นและเจ็บป่วยง่าย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรจัดการรื้อตู้และชั้นต่างๆ ออกจากบริเวณหัวเตียง ที่ผนังด้านเหนือศีรษะ หรือที่หัวเตียงติดรูปภาพลวดลายมงคลแทนจะดีกว่า   7. เตียงใต้คาน มีปัญหาต่อสุขภาพ เจ็บป่วยบ่อย    การจัดวางเตียงนอนไว้ใต้คานถือว่าผิดฮวงจุ้ย การตั้งเตียงลักษณะนี้จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของเตียงมักเจ็บป่วยง่าย สุขภาพไม่ดี ปวดศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยเนื้อตัวบ่อย จิตใจอึดอัดกดดันโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรจัดการเคลื่อนย้ายเสียใหม่ ตั้งเตียงไว้ในมุมอื่นที่มิได้อยู่ใต้คาน ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้แขวนขลุ่ยจีนผูกด้ายแดง เพื่อแก้เคล็ดที่บริเวณคานนั้น   8. โต๊ะเครื่องแป้งอยู่ปลายเตียง ฝันร้ายบ่อย   ถ้าโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่ปลายเตียงพอดี หรือตั้งอยู่ข้างเตียง โดยหันกระจกเงาเข้าหาตัวเตียงพอดี จะทำให้ฝันร้ายบ่อยๆ พลังจิตใจอ่อนแอ ตื่นตกใจง่าย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ย้ายตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้ติดผ้าม่านปิดกระจกเงาไว้   9. ใต้เตียงสกปรก การเงินติดขัด    พื้นที่ว่างใต้เตียงถ้าทำเป็นที่เก็บของจนรกรุงรัง และมีข้าวของเก่าๆ ชำรุดเก็บไว้ด้วย จะทำให้สตรีที่ตั้งครรภ์อยู่แท้งได้ ผู้ที่นอนบนเตียงนั้นจะมีจิตใจกระสับกระส่าย การงาน-การเงินติดขัดไม่ราบรื่น ถ้าเป็นคู่สามี-ภรรยาก็จะมีปากเสียงกันบ่อย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย นำข้าวของไปบรรจุใส่กล่องแล้วเก็บไว้ที่อื่น จัดใต้เตียงให้โล่ง ปัดกวาดให้สะอาดเสมอ ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เก็บของใส่กล่องให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่อย่าเก็บของหักๆ ชำรุดไว้ใต้เตียงเด็ดขาด   ขอบคุณแหล่งที่มา : http://sirmduang.blogspot.com/2011/11/blog-post_5831.html ภาพประกอบ : https://pixabay.com
แต่งบ้านสวยดูแพง ในงบหลักร้อย จากอิเกีย บางใหญ่

แต่งบ้านสวยดูแพง ในงบหลักร้อย จากอิเกีย บางใหญ่

อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า "อิเกีย บางใหญ่" ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรียกว่าสร้างความตื่นเต้นให้ย่านบางใหญ่กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นสโตร์อิเกียที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเนื้อที่รวมถึง 50,278 ตารางเมตร มาพร้อมสินค้าให้เลือกสรรกว่า 8,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับแต่งบ้าน อาทิ ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัว และห้องน้ำ จุดเด่นของเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านภายใต้แบรนด์ อิเกีย นั้นอยู่ในช่วงราคาย่อมเยา แต่มาพร้อมดีไซน์ที่ดูดีทันสมัยและฟังก์ชั่นที่โดนใจใช้งานได้ดี วันนี้ทีมงาน “Review Your Living” เลยขอเอาใจคนรักบ้าน ที่มีความสุขกับการแต่งบ้านโดยคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และสินค้าไอเท็มเด็ดๆ ราคาโดนใจในราคาหลักร้อยจาก อิเกีย บางใหญ่ มาให้แล้ว บอกเลยว่านอกจากจะใช้งานได้ดี ยังตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้ที่กำลังมองหาตัวช่วยที่ทำให้บ้านหลังสวย หรือคอนโดมิเนียมสุดที่รักได้ปรับเปลี่ยนตามพื้นที่ที่มีอยู่แบบจำกัด แถมยังประหยัดงบในกระเป๋าสตางค์ด้วย   1. จัดห้องน้ำให้งาม และใช้ง่าย     เพราะเราต่างเริ่มต้นวันใหม่ทุกวันที่ “ห้องน้ำ” ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆ ของบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกดีเสมอ ช่วยสร้างความสุขให้ผู้ใช้ได้แม้ในระยะเวลาไม่นานนักก็ตาม เมื่อห้องน้ำมีความสำคัญมากขนาดนี้ เราจึงอยากแบ่งปันไอเท็มดีๆ ราคาหลักร้อย ที่จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น..   1.1 VESKEN เวสเก้น ชั้นวางของ ราคา 399 บาท  ชั้นวางของ VESKEN เวสเก้น ที่ใครๆ ก็สามารถประกอบได้ง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพียงต่อให้ลงล็อกก็พร้อมใช้งาน ชั้นผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล จึงใช้เก็บของกระจุกกระจิกในห้องน้ำได้สบายๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องขึ้นเชื้อรา 1.2. BRICKAN บริคกัน ชั้นวางของ ราคา 790 บาท ชั้นวางของ BRICKAN บริคกัน ที่ใช้ในห้องน้ำขนาดเล็กได้อย่างลงตัว และช่วยให้คุณหาของที่ต้องใช้ได้รวดเร็วทันใจ มี 2 ฟังก์ชันการใช้งาน ใช้ชั้นเก็บผ้าเช็ดตัวที่ยังไม่ได้ใช้และใช้ตะขอแขวนผ้าเช็ดตัวผืนที่ใช้งานอยู่ 1.3.  ฮูร์เน็น ราวม่านห้องน้ำ ราคา 399 บาท ราวม่านห้องน้ำฮูร์เน็น ที่สามารถติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องเจาะรูหรือขันสกรู มีปลอกพลาสติกหุ้มรอยต่อราวม่าน ช่วยให้เลื่อนผ้าม่านได้ไม่สะดุดเพราะราวม่านมีระบบสปริง จึงยึดติดกับผนังได้มั่นคง ทั้งนี้ที่ครอบปลายราวม่านทำจากยาง จึงไม่ก่อให้เกิดร่องรอยขีดขวนบนผนังหรือกระเบื้อง ทนทานและดูแลทำความสะอาดง่าย เพราะทำจากสแตนเลส และสามารถยืดออกได้ตั้งแต่ 70 ถึง 120 ซม. 1.4. บาลุงเง่น ราวตากผ้า ราคา 590 บาท ราวตากผ้าซีรีส์ BALUNGEN/บาลุงเง่น ได้แรงบันดาลใจจากห้องน้ำในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ต้นศตวรรษที่ 19 สกรูที่ซ่อนอย่างแนบเนียน และผิวชุบโครเมียม จึงทนทาน ไม่ผุกร่อน ช่วยให้ห้องน้ำดูสวยเนี้ยบกลมกลืนกันทั้งห้อง 1.5. คนอดด์ ถังขยะมีฝาปิด ราคา 299 บาท ถังขยะมีฝาปิด คนอดด์ ฝามีตะขอใช้เกี่ยวขอบถังเวลาเปิด ทำให้ไม่ต้องหาที่วางฝา สามารถใช้ได้ทุกที่ในบ้าน แม้แต่ในที่เปียกชื้น อย่างในห้องน้ำ   2. แต่งห้องนอนให้ชวนฝัน     “ห้องนอน” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญไม่แพ้มุมอื่นๆ ภายในบ้าน เนื่องจากเป็นแหล่งพักผ่อนและเป็นห้องที่สมาชิกในบ้านใช้เวลากับมันมากที่สุดในแต่ละวัน ทั้งนี้ตามศาสตร์ของเรื่องฮวงจุ้ย การตกแต่งห้องนอนให้เป็นระเบียบและเรียบร้อยอยู่เสมอจะส่งผลถึงดวงชะตาในชีวิต ดังนั้นไม่ควรพลาดไอเท็มเด็ด ราคาหลักร้อย ที่จะทำให้ห้องนอนของคุณน่าทิ้งกายพักผ่อนชวนฝันมากกว่าที่เคย   2.1 เซียลเย่ โต๊ะข้างเตียง สีขาว ราคา 999 บาท โต๊ะข้างเตียงดีไซน์เรียบง่าย มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานสุดเจ๋ง เพียงร้อยสายไฟปลั๊กพ่วงสำหรับเสียบที่ชาร์จออกทางด้านหลังลิ้นชัก เท่านี้คุณก็มีที่ชาร์จอยู่ใกล้มือ สะดวกสบาย แถมยังเก็บสายไฟได้เรียบร้อยมิดชิดในราคาสบายกระเป๋า 2.2 ทูฟเบร็กก้า ปลอกผ้านวม และปลอกหมอน2ใบ สีดำ/ขาว ราคา 990 บาท เติมเต็มความสุขในการนอนด้วยปลอกผ้านวมเนื้อนุ่ม ทอด้วยเส้นใยฝ้ายที่ทนทาน ระบายอากาศ และซึมซับความชื้นได้ดี ให้สัมผัสนุ่มสบายผิว ปลอกผ้านวมมีลายทางที่วาดด้วยมือที่ได้รับความนิยมในยุค 70 หากลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าลายเส้นไม่ตรงนัก เพราะดีไซเนอร์วาดลวดลายขึ้นเองกับมือ และปลอกผ้านวมลายหน้าหลังต่างกัน ใช้ได้ทั้งสองด้าน สลับได้ตามชอบ อีกทั้งยังติดกระดุมแป๊กซ่อน ช่วยให้ผ้านวมเรียบ ไม่เป็นกระจุกอีกด้วย 2.3 EIDSÅ กระจกเงา ราคา 699 บาท ให้คุณเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้านด้วยกระจกเงารุ่น EIDSÅ ขนาด 48 x 120 ซม. ดีไซน์สวยเหนือกาลเวลา จะแขวนในห้องนั่งเล่นหรือห้องน้ำก็ได้ และยังเลือกติดแนวตั้งหรือแนวนอนได้ตามความชอบและขนาดพื้นที่ 2.4 โลเต้ ตู้ 3 ลิ้นชัก สีขาว ราคา 999 บาท ออกแบบตู้เสื้อผ้าได้ตามความต้องการจัดเก็บอย่างแท้จริง เพียงเลือกใช้ตู้ลิ้นชักน้ำหนักเบาและมีมือจับอยู่ข้างตู้ จึงเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย และจัดเก็บเสื้อผ้าหรือข้าวของได้อย่างเป็นระเบียบ 2.5 ÄNGLAND (แองแลนด์) โคมไฟตั้งพื้น ราคา 790 บาท สร้างบรรยากาศอบอุ่น แสนสบาย ด้วยโคมไฟตั้งพื้นและฐานเหล็กเป็นการผสมผสานแบบคลาสสิกที่ลงตัว ช่วยเพิ่มกลิ่นอายของความดั้งเดิมในห้องของคุณ ที่ช่วยกระจายแสงไฟให้ดูนวลตา โคมไฟ ÄNGLAND (แองแลนด์) จึงตอบโจทย์ทุกความต้องการของโคมไฟด้วยลุคเดียวที่ลงตัว   3. แต่งครัวให้สวยดั่งใจนึก   “ห้องครัว” หนึ่งในหัวใจสำคัญอีกห้องหนึ่งของบ้านที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นบริเวณประกอบอาหาร ยังกลายเป็นมุมสำหรับพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัวได้อย่างมีอรรถรส ดังนั้นเราควรตกแต่งห้องครัวให้สวยงามดั่งใจจากไอเท็มสำคัญราคาหลักร้อย ดังต่อไปนี้..   3.1 วาเรียร่า ถาดเก็บช้อนส้อม ราคา 990 บาท ครัวที่สมบูรณ์แบบคือครัวที่แก้ปัญหาความไม่ลงตัวในชีวิตประจำวันได้ อาทิ การเลือกใช้ถาดเก็บช้อนส้อมวาเทียร่า เพื่อจัดระเบียบอุปกรณ์ครัว ซึ่งผลิตจากไม้จริง เป็นวัสดุธรรมชาติที่ทนทานการใช้งาน ขนาด 52 x 50 ซม. คุ้มค่าในราคาไม่ถึง 1,000 บาท 3.2 เวียดดิงเง บานตู้ สีขาว ราคา 1,000 บาท ตู้ครัวที่เหมาะกับการใช้งานจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและพลังงานทุกครั้งที่คุณทำอาหารหรือจัดการงานครัว อิเกียมีตู้ครัวหลากหลายแบบและราคาให้เลือกสรร แต่ที่น่าสนใจทั้งในแง่ของคุณภาพและราคาก็คือ บานตู้ รุ่น เวียดดิงเง สีขาวที่ดูสบายตา สะท้อนสไตล์โมเดิร์นที่ดูสบายตาในราคาน่าคบหา 3.3 วาเรียร่า ที่วางจาน ราคา 359 บาท จานชามที่วางตั้งอยู่ธรรมดาคงดูไม่สวยงามเท่าไหร่ แนะนำให้เลือกใช้ วาเรียร่า ที่วางจาน ขนาด 21 - 31 ซม. ซึ่งสามารถปรับความกว้างได้ตามขนาดของจานชาม วางเก็บในลิ้นชักสูง บนชั้นวาง หรือบนโต๊ะได้ตามใจ และเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย 3.4. RIMFORSA (ริมฟอร์ซา) ที่วางแท็บเล็ต ราคา 490 บาท ผู้ช่วยของครัวยุคใหม่คงหนีไม่พ้น RIMFORSA (ริมฟอร์ซา) ที่ตั้งแท็บเล็ตให้คุณเห็นการคลิปการทำอาหารชัดๆ และไม่เกะกะเลอะเทอะ ขณะคุณยุ่งอยู่กับการปรุงอาหารสูตรใหม่ 3.5 ฟินทอร์ป ที่คว่ำจาน สีดำกัลวาไนซ์ ราคา 429 บาท ถ้าตู้ครัวและลิ้นชักเก็บของมีพื้นที่ไม่พอเก็บเครื่องครัวและของใช้ต่างๆ ที่เก็บของแขวนผนังคือทางเลือกที่ลงตัว นอกจากจะเลือกออกแบบได้ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยราวแขวน ตะขอ ภาชนะใส่ของ และชั้นวางของแบบต่างๆ แล้ว ยังช่วยให้คุณเก็บเครื่องครัวได้อย่างเป็นระเบียบ อยู่ใกล้มือหยิบใช้ง่าย เช่นเดียวกับ ฟินทอร์ป ที่คว่ำจาน สำหรับแขวนติดผนังหรือตั้งโต๊ะ มีถาดรองน้ำใต้ที่คว่ำจาน ช่วยป้องกันพื้นเปียกเลอะเทอะ   4. แต่งแต้มห้องนั่งเล่นในฝัน     การมี "ห้องนั่งเล่น" ไว้พักผ่อนในวันหยุด ก็ทำให้เราหายเหนื่อยจากการทำงานทั้งสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจึงรวบรวมไอเท็มน่าสนใจจากอิเกียบางใหญ่ ที่จะช่วยให้ห้องนั่งเล่น ต่างสไตล์ ที่ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ดูทีวี และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวมาฝาก   4.1 ลัค โต๊ะกลาง ราคา 790 บาท ห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่ที่บอกเล่าความเป็นตัวตนคุณ จึงไม่ควรวางข้าวของให้รกรุงรัง แนะนำให้ใช้โต๊ะกลาง รุ่นลัค ที่มีชั้นวางของใต้โต๊ะ เก็บนิตยสารและของต่างๆ ได้เป็นระเบียบ ไม่รกบนโต๊ะ ก็ช่วยทำให้ห้องดูน่าอยู่ขึ้นมาง่ายๆ 4.2 อัลเซด้า สตูลเตี้ย ราคา 990 บาท มีโต๊ะกลางแล้ว ก็ต้องมีสตูลเล็กๆ อย่าง อัลเซด้า สตูลทรงเตี้ย ที่ทำจากใยกล้วย ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ แต่เมื่อนำไปวางไว้ในห้องนั่งเล่นก็ช่วยทำให้ห้องดูมีสไตล์มากขึ้น 4.3 โอสเตียด พรมทอเรียบ ราคา 990 บาท ไม่ว่าจะตกแต่งสบายแค่ไหน แต่การให้นั่งพักผ่อนในห้องที่คุณไม่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองก็คงไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก การใช้พรมเข้าไปตกแต่งก็ช่วยให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นมาง่ายๆ ซึ่งเราขอแนะนำ โอสเตียด พรมทอเรียบ สีน้ำตาล ขนาด 80 x 140 ซม. พรมทอจากใยป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นเส้นใยที่ได้จากต้นอะกาเว่ (Agave) ทำให้พรมมีความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ 4.4 ยิลล์ฮอฟ ปลอกหมอนอิง ราคา 599 บาท เมื่อใดที่คุณเริ่มรู้สึกเบื่อห้องนั่งเล่นเดิมๆ แนะนำให้เปลี่ยนหมอนอิง และปลอกหมอนใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายดาย รวดเร็ว และสบายกระเป๋าสตางค์ ในการเพิ่มความแปลกใหม่ให้ห้อง เช่นเดียวกับ ยิลล์ฮอฟ ปลอกหมอนอิงลวดลายป่าทรอปิคอล ขนาด 40 x 65 ซม. สีสันสดใสที่จะทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณมีเสน่ห์มากขึ้น 4.5 SJÖPENNA (เคอเพนนา) โคมแขวนเพดาน ราคา 790 บาท เพราะแสงไฟจากโคมไฟแต่ละชิ้นสร้างความแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นห้องนั่งเล่นที่ดีนอกจากมีแสงสว่างจากธรรมชาติสาดส่องเข้ามาเพียงพอแล้ว แสงประดิษฐ์จากโคมไฟก็มีความจำเป็นเช่นกัน ซึ่งเราขอแนะนำ SJÖPENNA (เคอเพนนา) โคมแขวนเพดาน ทรงรี ขนาด 35 ซม. ที่จะช่วยกระจายแสง ให้แสงสว่างทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นของคุณได้อย่างทั่วถึงในราคาแสนประหยัด  
5 พรรณไม้ที่ควรปลูกไว้ริมรั้ว

5 พรรณไม้ที่ควรปลูกไว้ริมรั้ว

เรามาตกแต่งรั้วบ้านที่เรียบๆ ด้วย “พรรณไม้” ให้กลายเป็นรั้วสีเขียวสวยงามสบายตากันดีกว่าค่ะ โดยทุกบ้านสามารถทำได้แม้จะมีพื้นที่ที่จำกัด เพราะอาศัยเพียงพื้นที่แนวนอนยาวขนาบไปกับตัวรั้วเท่านั้น แถมถ้าเลือกให้ดีต้นไม้บางชนิดยังมีคุณสมบัติช่วยอำพรางสายตาจากคนภายนอกและป้องกันโจรได้ด้วย เพราะไม้บางชนิดมีหนาม หรือจะปลูกไม้พุ่มสูงก็ทำให้โจรเข้ามาในบ้านได้ยากลำบาก ซึ่งการเลือกพรรณไม้สำหรับปลูกริมรั้วนั้นควรเลือกที่ทนแสงแดดและลมแรงได้ อีกทั้งควรเลือกชนิดที่ดูแลง่าย ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่จะเป็นตัวช่วยให้รั้วบ้านของคุณดูสวยงาม ปลอดภัย และโดดเด่นไม่ซ้ำเพื่อนบ้านข้างๆ ต้นไทรเกาหลี ไม้ประดับที่นิยมใช้เป็นไม้แนวรั้วและตัดเเต่งคงหนีไม่พ้น ‘ไทร’ ใช่ไหมคะ? ซึ่งไทรก็แบ่งออกเป็นหลายชนิด แต่ที่เราหยิบยกมาแนะนำวันนี้คือ ไทรเกาหลี ที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่มทรงสูงค่อนข้างเเน่น ตัวพุ่มประกอบด้วยใบสีเขียวสดที่เรียงตัวซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ เมื่อโตเต็มที่จะสูงประมาณ 5-6 เมตร ด้วยความที่ไทรเกาหลีเป็นไม้พุ่มแน่นทึบมีใบไม้เรียงตัวซ้อนกันหลายชั้น ทำให้ช่วยกันเเสงเเดดและฝุ่นละอองได้ดี จึงเหมาะที่จะนำมาปลูกกั้นเป็นกำเเพงบดบังสายตาจากคนภายนอก และป้องกันขโมยได้ด้วยเนื่องจากพุ่มสูง ที่สำคัญคือเป็นไม้ที่มีความเเข็งเเรง ทนทาน ดูเเลรักษาง่าย ไม่ค่อยมีโรคหรือเเมลงกวน สามารถเติบโตได้ดีในดินธรรมดา จึงไม่แปลกที่นักจัดสวนส่วนใหญ่นิยมปลูกให้ตามแนวรั้วบ้านนั่นเอง ต้นข่อย ไม้ต้นริมรั้วที่นิยมปลูกตามมาติดๆ ก็คือ ‘ข่อย’ ซึ่งมีลักษณะพุ่มหนา ทนแดดทนลม สูงถึง 5-10 เมตร นิยมปลูกเป็นไม้ริมรั้วเพราะพุ่มแน่นจากโคนถึงยอด หากเจ้าของบ้านหมั่นตัดแต่งดูแลพุ่มก็จะยิ่งแน่นขึ้นและใบจะมีขนาดเล็กลง กลายเป็นรั้วที่สวยงาม หรือบางบ้านอาจปลูกเป็นแนวเพื่อแบ่งอาณาเขตในสวนก็ได้ค่ะ ต้นสลัดได สำหรับใครที่ไม่ชอบพรรณไม้สูงๆ หรือไม้ใหญ่เพราะกลัวแผ่กิ่งก้านสาขาให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่สาธารณะ แนะนำให้ปลูกเป็นไม้พุ่มเตี้ยแทนค่ะ โดยเจ้าของบ้านอาจทำกระบะยกสูงจากพื้นสักระดับหนึ่ง และเลือกปลูก ‘สลัดได’ ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจำพวกเดียวกับกระบองเพชร มีความสูงประมาณ 3-6 เมตร ลักษณะคือมีหนามทั่วทั้งลำต้น ปกคลุมตามข้อต่อใบ ภายในมียางสีขาวซึ่งเป็นพิษ หากถูกผิวหนังจะระคายเคือง จึงถือเป็นไม้ยอดนิยมที่ปลูกไว้รอบรั้วบ้าน เพราะนอกจากช่วยป้องกันขโมยแล้วยังกันสัตว์ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วยค่ะ ต้นเข็มกุดั่น หากใครถือเคล็ด ไม่อยากให้มีต้นไม้มีหนามไว้ที่บ้าน แต่ก็ยังอยากปลูกไม้พุ่มขนาดเล็กให้สามารถป้องกันโจรได้ด้วย แนะนำให้เลือกปลูก ‘เข็มกุดั่น’ ค่ะ เพราะเป็นไม้พุ่มเตี้ยคล้ายๆ กับสลัดได แต่จะเป็นทรงพุ่มกลม ใบมีลักษณะหนาและแข็งดูแหลมคม ทนต่อสภาพแห้งแล้งที่มีแสงแดดเต็มวันได้ดี อีกทั้งเวลาออกดอกยังมีกลิ่นหอมตอนกลางคืนด้วยค่ะ ซึ่งเหมาะจะปลูกประดับกระบะยกสูงริมรั้วบ้าน หรือประดับตามสวนหิน และควรระวังเด็กๆ มาสัมผัสนะคะเพราะอาจบาดมือได้ ต้นกุหลาบเทียม เอาใจเจ้าของบ้านที่ชอบพรรณไม้ออกดอกมีสีสันเพื่อเพิ่มความสวยงามตลอดแนวรั้ว แนะนำให้ปลูก ‘กุหลายเทียม’ ไม้พุ่มที่บางครั้งมีลักษณะคล้ายไม้เลื้อย ลำต้นแข็งมีหนามยาวสีน้ำตาลแดงออกเป็นกระจุกตามง่ามใบ ซึ่งจะสูงประมาณ 2-5 เมตร ตัวดอกมีสีม่วงอมชมพู เจริญเติบโตง่าย เรียกว่าไม่ต้องคอยดูแลรักษามาก เหมาะที่จะปลูกไว้ริมรั้วหรือริมหน้าต่างเพื่อช่วยป้องกันโจร และสัตว์ร้ายที่จะเข้ามาในบ้านได้ดีทีเดียวค่ะ Tips : สำหรับพรรณไม้ริมรั้วที่เราแนะนำมาทั้งหมดนี้ เจ้าของบ้านควรดูแลควบคุมระบบรากไม่ให้มีโอกาสชอนไชสิ่งปลูกสร้างอย่างรั้วได้นะคะ และหมั่นตัดแต่งกิ่งด้านของต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมขนาดของทรงพุ่มไม่ให้แผ่ขยายใหญ่ออกไปเพราะขนาดของทรงพุ่มกับระบบรากนั้นมีความสัมพันธ์กัน หรืออาจบล็อกรากโดยปลูกลงในกระถางและวางในกระบะริมรั้วที่ก่อขึ้นมาแทน เท่านี้ก็สร้างความสวยงามและกันขโมยให้แก่รั้วบ้านของคุณได้แล้วค่ะ
8 เคล็ดลับ แต่งห้องนอนไม่ได้นอน เติมไฟรักให้ชีวิตคู่

8 เคล็ดลับ แต่งห้องนอนไม่ได้นอน เติมไฟรักให้ชีวิตคู่

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักกันแล้ว สำหรับคู่รักทั่วไปคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการมอบของขวัญแทนใจเพื่อแสดงความรักให้กันและกันในวันวาเลนไทน์ ไม่ว่าจะเป็นการมอบช่อดอกไม้, ของขวัญ, Chocolate, ตุ๊กตา ไปจนถึงของใช้ส่วนตัว ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจและกำลังทรัพย์ส่วนตัวนะคะ แต่การแสดงความรักนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือของขวัญแทนใจเสมอไป เพราะเพียงแค่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขแล้ว ซึ่ง 'ห้องนอน' ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ตอบโจทย์คู่รักได้มากที่สุดเลยทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากจะใช้สำหรับพักผ่อนแล้ว ยังเป็นพื้นที่เติมเต็มความรักของใครหลายๆ คนอีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรตกแต่งห้องนอนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสวรรค์ของรังรักเพื่อกระตุ้นบรรยากาศให้หอมหวานและโรแมนติก ด้วยเคล็บลับเหล่านี้..   1. เริ่มต้นที่เลือกเตียงนอนและฟูก คิดจะแต่งห้องนอนให้เป็นรังรักทั้งที การลงทุนเลือกซื้อเตียงและฟูกดีๆ นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยนะคะ โดยเตียงนอนนั้นควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน และรองรับน้ำหนักได้ดี สำหรับฟูกนั้นควรเลือกที่ความนุ่มสบาย ลงตัวกับสรีระ แนะนำให้ลองศึกษาหาข้อมูลสเปคของฟูกให้ตรงกับความต้องการของตนเองก่อน ว่าชอบความสบายประมาณไหน ตัวฝูกทำมาจากอะไร เช่น ทำมาจากโฟม, ยางพารา, สปริง หรือแบบธรรมชาติอื่นๆ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงขนาดของเตียงนอนและฟูกที่ต้องกว้างพอสำหรับ 2 คนด้วยนะคะ เพราะพื้นที่ส่วนนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของกิจกรรมบนเตียงนั่นเอง   2. เพิ่มความโรแมนติกด้วยแสงไฟ ข้อนี้หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าภายในห้องนอนควรมีแสงไฟส่องสว่างเพียงพอ แต่ไฟที่ช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกเสมือนห้องพักในโรงแรมคือ แสง Warm White ในโทนสีแดงอมส้ม สาเหตุที่ควรใช้ไฟโทนสีอุ่นในห้องนอนนั้น เป็นเพราะไฟสีนี้มีความอ่อนโยนต่อสายตา สว่างน้อย ช่วยสร้างบรรยากาศสลัวๆ อันแสนโรแมนติกที่มีความนุ่มนวล ดูอบอุ่น ที่สำคัญคือช่วยให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่ มีเสน่ห์ และน่าสัมผัสมากขึ้นอีกด้วยค่ะ   3.  ปลุกอารมณ์ด้วยโทนสี คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้โทนสีอ่อน และสีพาสเทลที่ผนังหรือวอลเปเปอร์ทำให้ห้องดูอ่อนหวาน ชวนฝัน และโรแมนติกได้เป็นอย่างดี แต่บางครั้งโทนสีเข้มๆ อย่างสีม่วงเข้มที่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา หรือสีแดงที่ดูเร่าร้อน ก็ช่วยปลุกอารมณ์ร้อนแรงได้ดีกว่านะคะ เพราะมีผลวิจัยออกมาแล้วว่าสีม่วงและสีแดงมีคุณสมบัติในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้สูงกว่าสีอื่นๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของคู่รักแล้วค่ะ ว่าสีอะไรจะช่วยปลุกอารมณ์รักแก่คู่ของคุณได้มากกว่า หากชอบกันคนละสีก็อาจลองผสมสองสีเข้าด้วยกัน และจัดไฟสลัวๆ ด้วยแสง Warm White เพิ่มอีกนิด เท่านี้ก็ปลุกความพลุ่งพล่านสำหรับคืนพิเศษได้แล้วค่ะ   4. เครื่องนอนชวนสัมผัส นอกจากสัมผัสอันนุ่มนวลของกันและกันจะสามารถเติมอารมณ์รักได้ดีแล้ว การเลือกเครื่องนอนอย่างผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม ก็นับว่าควรใส่ใจทุกรายละเอียดนะคะ เพราะนอกจากสีสันและลวดลายที่สวยถูกใจแล้ว เนื้อผ้าของเครื่องนอนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันได้มีการนำผ้าหลากหลายแบบมาตัดเย็บเป็นเครื่องนอนมากมาย ซึ่งผ้าแต่ละชนิดก็จะให้สัมผัสนุ่มนวลที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่เราอยากแนะนำให้ใช้เป็นพิเศษคือผ้าแพรและผ้าซาตินค่ะ เพราะเนื้อผ้าค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีความเซ็กซี่เล็กๆ เพราะเนื้อเรียบเนียน มันวาว นิ่ม และนุ่มลื่น เรียกได้ว่าถ้าผิวกายของคุณและคนรักได้สัมผัสกับเนื้อผ้าแล้วจะยิ่งเคลิบเคลิ้ม และช่วยกระตุ้นอารมณ์รักได้ดีทีเดียวค่ะ   5. เคลิบเคลิ้มด้วยกลิ่นหอม   แน่นอนว่ากลิ่นหอมช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบาย และเพลิดเพลิน ซึ่งเรื่องของ 'กลิ่น' ก็มีผลต่อกิจกรรมบนเตียงอย่างมาก เพราะนอกจากกลิ่นฟีโรโมนร่างกาย และกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่ช่วยปลุกอารมณ์ให้ตื่นตัวแล้ว การทำให้ห้องนอนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนชวนหลงใหลก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำอย่างยิ่ง แนะนำให้ใช้เทียนหอม, น้ำมันหอมระเหย หรือน้ำหอมที่มาพร้อมก้านไม้หอม ในกลิ่นอโรมาที่คุณชื่นชอบมาวางไว้ในบริเวณห้องนอนหรือโต๊ะข้างเตียง รับรองว่าไอเท็มเหล่านี้จะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายดุจสปาส่วนตัว ที่สำคัญยังช่วยเพิ่มความโรแมนติก เร้าอารมณ์ทางเพศให้คุณเคลิบเคลิ้มจนไม่อยากก้าวขาออกจากห้องนอนเลยล่ะ   6. เปิดเสียงเพลงคลอเคล้าพร้อมจังหวะรัก เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ค่ำคืนพิเศษของคุณและคนรัก ด้วยการเปิดเพลงจังหวะช้าๆ เพิ่มบรรยากาศโรแมนติกในห้องนอน เพราะจังหวะของเพลงนั้นมีผลต่อการเย้ายวน ปลุกอารมณ์ทางเพศของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้ดี และการใช้เสียงเพลงเบาสบาย หรือเสียงธรรมชาติ ก็ช่วยขับกล่อมให้นอนหลับได้ง่ายและสบายขึ้นด้วยนะคะ แต่หากใครกลัวว่าดนตรีเบาๆ จะทำให้เคลิ้มหลับไปเสียก่อน ก็อาจจะเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกๆ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้คึกคักในจังหวะรักของคุณได้เช่นกันนะ   7. กระตุ้นอารมณ์รักด้วยรูปภาพ หากคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนที่ชวนหลับใหล ให้กลายเป็นห้องนอนที่แสนโรแมนติกแถมยังกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ แนะนำให้ตกแต่งด้วยรูปภาพที่ช่วยเสริมอารมณ์รักด้วยรูปภาพแนวอีโรติก, รูปถ่ายกันและกัน, รูปถ่ายสมัยที่เพิ่งคบกัน, รูปตอนไปเที่ยวด้วยกัน หรือรูปคู่หวานชื่น แทนการตกแต่งด้วยรูปภาพแนวธรรมชาติจำพวกป่าเขาทั่วไป ก็นับว่าเป็นตัวช่วยที่เติมไฟรักได้ดี หากใครอยากเพิ่มความมุ้งมิ้งก็อาจจะนำมารูปมาแปะเรียงบนผนังห้องเป็นรูปหัวใจ ก็เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ห้องนอนดูแปลกตาไปจากทุกวันได้ดีนะคะ ซึ่งรับรองเลยค่ะว่าวิธีนี้ต้องทำให้คนรักของคุณรู้สึกอยากขยับเข้ามาชิดใกล้เพื่อกระชับความสัมพันธ์แน่นอน   8. เติมความเซ็กซี่ให้ขยี้หัวใจด้วยกระจกวิเศษ แน่นอนค่ะว่า 'กระจกเงา' มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย ถ้าเป็นเรื่องของ interior ก็เป็นวัสดุที่ช่วยสะท้อนหลอกตาทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ในเรื่องของฮวงจุ้ยก็เป็นไอเท็มสำคัญที่ช่วยสะท้อนสิ่งไม่ดีออกไป ส่วนด้านของการใช้งานในห้องนอนส่วนใหญ่นั้นมักใช้ส่องสำรวจร่างกายเวลาแต่งตัว นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยกระตุ้นอารมณ์รักจากมองเห็นรูปร่าง และลีลาระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของตัวเองได้ดีอีกด้วย ซึ่งแนะนำให้ลองแขวนหรือติดกระจกเงาไว้ที่ผนังหัวเตียงนะคะ เพราะเมื่อเปิดไฟสลัวๆ จะยิ่งช่วยสะท้อนให้เกิดอารมณ์เซ็กซี่ได้ดีทีเดียว เคล็ดลับแต่งห้องนอนไม่ได้นอน ที่เรานำมาฝากในบทความด้านบนเป็นเพียงตัวช่วยเติมไฟรักให้ชีวิตคู่ของคุณมีสีสันและชีวิตชีวามากขึ้นเท่านั้น หากแต่การรักษาชีวิตคู่ให้ยืนยาวนั้นต้องขึ้นอยู่กับการกระทำ ความใส่ใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการประนีประนอมซึ่งกันและกันนะคะ สุดท้ายหากชาว Review Your Living ได้ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปตกแต่งห้องนอนกันแล้ว ก็อย่าลืมถ่ายรูปมาให้ทีมงานชื่นชมในแฟนเพจบ้างนะคะ :) รูปภาพจาก : Pinterest
เลือกฝ้าเพดานยิปซัมที่ใช่ ให้บ้านของคุณ

เลือกฝ้าเพดานยิปซัมที่ใช่ ให้บ้านของคุณ

หลายๆคนมักมองข้ามความสำคัญของการเลือกฝ้าเพดาน และคิดว่าห้องไหนๆภายในบ้าน ก็ติดตั้งฝ้าเพดานแบบเดียวกันได้หมดเพราะลักษณะภายนอกของแผ่นฝ้าเพดานดูไม่แตกต่างกัน หากจำเป็นต้องมีการซ่อมแซม หรือ ทำฝ้าเพดานใหม่ เจ้าของบ้านอย่างเรามักยกให้เป็นหน้าที่ของผู้รับเหมา หรือช่างติดตั้ง เนื่องจากคนเหล่านั้นมีประสบการณ์และความชำนาญด้านการก่อสร้างและตกแต่งสูง แต่ความเป็นจริง เรื่องฝ้าเพดาน เป็นเรื่องสำคัญเพราะฝ้าเพดานเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะทำให้การอยู่อาศัยในบ้านลงตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับเจ้าของบ้านที่จะมีส่วนในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อการอยู่อาศัยในระยะยาว ประหยัดเวลาและความยุ่งยากในการซ่อมแซมภายหลัง และก่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด คุณยุทธศักดิ์ นฤชัยปราโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรม บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด กล่าวว่า เราควรเลือกฝ้าเพดานให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างเหมาะสม เนื่องจากในแต่ละส่วนของบ้าน มีปัจจัยแวดล้อมที่ก่อให้เกิดสภาพที่ต่างกัน เช่น ความร้อน ความชื้น หรือ การเกิดคราบรา พูดง่ายๆ คือ การเลือกฝ้าเพดานสำหรับบ้านพักอาศัย แบ่งตามการใช้งานหลักได้ 4 ประเภท ได้แก่ การใช้งานภายในบ้านทั่วไป  การใช้งานในห้องน้ำ ห้องชั้นบนหรือห้องใต้หลังคา หรือการใช้งานบริเวณฝ้าชายคา ซึ่งการใช้งานแต่ละประเภทจะมีวิธีการเลือกฝ้าเพดานยิปซัมที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกัน ภายในบ้านทั่วไป ควรคำนึงถึงฝ้าที่มีคุณสมบัติพื้นฐานช่วยให้ห้องเงียบและเย็นสบายขึ้น ด้วยแผ่นฝ้ายิปซัมมาตรฐาน ตราช้าง พลัส ที่มีความแข็งแกร่งทั่วแผ่น ติดตั้งง่าย เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและได้ความสวยเรียบเนียนทั้งผืน แผ่นยิปซัมทนชื้น ตราช้าง พลัส ห้องชั้นบนหรือห้องใต้หลังคา เป็นพื้นที่ที่จะสะสมความร้อนได้ง่ายๆ เนื่องจากความร้อนที่สะสมผ่านมาทางหลังคาในช่วงกลางวันและทำให้ห้องร้อนในช่วงกลางคืน ที่ผ่านมามักจะถูกแนะนำให้ปูฉนวนกันความร้อนร่วมกับการใช้แผ่นฝ้ายิปซัมมาตรฐาน ทั้งนี้ แผ่นยิปซัมป้องกันความร้อน ตราช้าง พลัส จึงมีคุณสมบัติสะท้อนรังสีความร้อนได้สูงถึง 93.7% ช่วยลดความร้อนที่ผ่านมาทางหลังคา แถมยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นด้วย แผ่นยิปซัมป้องกันความร้อน ตราช้าง พลัส ห้องน้ำ เป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง และมีการใช้งานอย่างเป็นประจำ หากมีการระบายอากาศที่ไม่ดี ไอน้ำจะขึ้นไปกระทบกับแผ่นฝ้าเพดานโดยตรงและอาจส่งผลให้ฝ้าเพดานแอ่นตัว บวม และชำรุดเสียหายได้ง่ายขึ้นจึงจำเป็นต้องเลือกใช้แผ่นฝ้าที่สามารถทนความชื้นได้ดี ดูดซึมน้ำต่ำ มีความแข็งแกร่งทั่วแผ่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการบวม แอ่นตัว และหดตัว ซึ่งผลิตภัณฑ์ แผ่นยิปซัมทนชื้น ตราช้าง พลัส สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้เจ้าของบ้าน ด้วยเนื้อแผ่นชนิดพิเศษผสมสารป้องกันการดูดซึมความชื้น ทำให้ทนชื้นได้ดีและดูดซึมน้ำต่ำ เหมาะกับฝ้าเพดานในห้องน้ำอย่างมาก แผ่นยิปซัมทนชื้น ตราช้าง พลัส แผ่นยิปซัมเวเทอร์บล็อค ตราช้าง  “ยิปซัม ตราช้าง” ในฐานะผู้นำนวัตกรรมฝ้าเพดานและระบบผนังยิปซัมแนวหน้าของประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการและการใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้งานก่อสร้างและตกแต่งภายในเป็นเรื่องง่ายสำหรับช่างและเจ้าของบ้าน  ผลิตภัณฑ์ของยิปซัมตราช้าง จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ประสิทธิผลสูงสุด” คุณยุทธศักดิ์ กล่าวเสริม มาช่วยกันเลือกฝ้าเพดานยิปซัมที่ใช่ ให้บ้านของคุณ เจ้าของบ้านสามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage : @GypsumTraChangTH”
10 วิธี เปลี่ยนบ้านจัดสรรให้สวยงาม มีสไตล์ เหมาะสมกับการใช้งาน

10 วิธี เปลี่ยนบ้านจัดสรรให้สวยงาม มีสไตล์ เหมาะสมกับการใช้งาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า "บ้านจัดสรร" คือตัวเลือกและทางออกของใครหลายคนที่ต้องการลดความยุ่งยากในขั้นตอนการสร้างบ้านสักหลัง เพราะโครงการจัดสรรต่างๆ มักตั้งอยู่ในทำเลที่เราคงไม่สามารถหาเองได้ง่าย อีกทั้งมีระบบสาธารณูปโภคครบครัน จึงมักเป็นคำตอบส่วนใหญ่ของคนที่อยากมีบ้านหลังแรก ซึ่งการออกแบบโดยใช้ระบบอุตสาหกรรมในการทำองค์ประกอบของบ้านซ้ำๆ กันนั้นก็เพื่อช่วยลดต้นทุน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่บ้านจัดสรรจะมีรูปแบบและหน้าตาเหมือนกันไปหมดทั้งโครงการ บางคนอาจจะเบื่อเพราะอยากได้บ้านที่ไม่เหมือนใคร ทีมงานเราเข้าใจดีค่ะ จึงค้นหาคำตอบว่าจะตกแต่งบ้านจัดสรรอย่างไรให้ออกมาสวยงามมีสไตล์ ดูแตกต่าง เหมาะกับการใช้งาน และลงตัวกับชีวิตของเรามากขึ้น 10 วิธีปรับปรุงบ้านที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ พื้น ผนัง เพดาน ไปจนพื้นที่นอกบ้าน ให้คุณได้ค่อยๆ ปรับปรุงไปทีละเล็กทีละน้อย โดยจะเลือกทำข้อไหนก่อนก็ได้นะคะ ตามกำลังและความสะดวกของแต่ละคนเลย แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย.. 1. เปลี่ยนผนังตามใจฉัน ถ้าเบื่อผนังสีขาวแบบเดิมๆ ลองเติมสีสันให้ห้องด้วยการเปลี่ยนสี หรือสร้างลวดลายให้ผนัง หากผู้อ่านมีความสามารถเชิงช่างและมีใจรักงานศิลปะก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ เลยค่ะ หรือจะใช้ความสวยงามของวัสดุแทนสีสัน อย่าง อิฐโชว์แนวโทนสีส้มตัดสลับกับผนังสีขาวธรรมดา ก็ทำให้มุมเดิมๆ ของบ้านดูแปลกตาได้ขึ้นมาง่ายๆ 2. เปลี่ยนมือจับประตูจากหมุนเป็นบิด อย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าบ้านจัดสรรคงไม่มีอะไรถูกใจเราไปทั้งหมด ดังนั้นการปรับเปลี่ยนเพียงนิดหน่อยอาจทำให้เราใช้งานได้สะดวกขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ลูกบิดทรงกลมแบบมาตรฐานทั่วไป ที่หาซื้อง่ายและมีราคาประหยัด หากคุณเป็นสายช่วยเหลือตัวเองที่ชอบถือข้าวของพะรุงพะรัง การใช้มือจับแบบก้านโยกน่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกได้มากขึ้น ถึงมือไม่ว่าง แต่ข้อศอกยังอยู่ สามารถใช้ศอกกดเพื่อเลื่อนเปิดประตูได้ในยามฉุกเฉินได้เช่นกัน 3. กั้นพื้นที่ใหม่  การกั้นพื้นที่ด้วยพาร์ทิชั่นคงไม่ใช่เรื่องใหม่ของการต่อเติมใช่ไหมคะ แต่การออกแบบให้มีระยะที่พอดี มีระยะช่องเก็บของที่สวยงามเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยากง้อช่าง ลองซื้อตู้สำเร็จรูปมาประกอบร่างดู เพียงเท่านี้ก็สามารถกั้นพื้นที่และเก็บของได้ในตัวแล้ว ยิ่งถ้านำของใช้ของตกแต่งมาประดับเพิ่ม ก็ยิ่งทำให้บ้านมีความสวยงามมากขึ้น 4. ปรับบ้านให้โปร่งโล่ง หากคุณอยากให้บ้านดูโปร่งโล่งสบายแล้วล่ะก็ การรื้อผนังทึบออก เปลี่ยนมาติดผนังกระจกแทน หรือแค่ใช้วิธีกั้นห้องเพิ่มด้วยการใช้บานประตูแคบๆ อย่างบานเฟี้ยม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถจัดการกับพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น ทั้งยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นอีกด้วย 5. แค่เปลี่ยนพื้น อารมณ์ก็เปลี่ยน นอกจากผนังและหลังคาแล้ว องค์ประกอบหนึ่งซึ่งกินบริเวณในบ้านของเรามากเป็นพิเศษก็คือพื้นด้วยวัสดุที่โครงการจัดสรรเลือกมาให้ก็อาจไม่ตรงกับใจที่เราอยากจะให้บ้านในฝันของเราเป็นได้ ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้าน การเปลี่ยนวัสดุปูพื้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นผลได้เด่นชัดที่สุด เช่น กระเบื้องดินเผาช่วยเพิ่มความอบอุ่นและดูเป็นกันเอง หรือจะเป็นกระเบื้องลายสวยๆ ที่สร้างเรื่องราวให้พื้นที่ที่ออกแบบไว้ นอกจากนี้ยังมีวัสดุอย่างพื้นปูนขัดมัน ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ในทางกลับกันวัสดุปูพื้นอย่างไม้ปาร์เกต์ หรือกระเบื้องยางลายธรรมชาติต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นน่าสัมผัสด้วยเท้าเป็นอย่างดี 6. ทำเคาน์เตอร์ครัวแสนเก๋ แน่นอนว่าเคาน์เตอร์ครัวสมัยนี้ต้องมีไอส์แลนด์ไว้เพิ่มการใช้งาน เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านได้นั่งรับประทานอาหารเช้า หรือมีเพื่อนมานั่งจิบไวน์พูดคุยเบาๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือขนาดของเคาน์เตอร์ที่ต้องปรับไปตามการใช้งาน หากใช้งานครัวทำขนมหรืออาหารเป็นหลัก ความกว้างของเคาน์เตอร์ที่ใช้งานสะดวกอยู่ที่ประมาณ 80-85 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 1.10 เซนติเมตร และอย่าลืมเว้นระยะกันเตะด้านล่างเคาน์เตอร์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วยนะคะ 7. ต่อเติมกันสาดและชายคา ประเทศไทยมีแสงแดดและฝนเยอะ ช่องเปิดต่างๆ เช่น ประตูหน้าต่างจึงมักถูกปิดเอาไว้หรือไม่ก็มีม่านบังแดด น่าเสียดายหากมีสวนสวยๆหรือวิวดีๆที่ต้องอดมองไป มากกว่านั้นคือการที่ช่องเปิดต่างๆ ไม่เปิดระบายอากาศได้ ลองทำกันสาดคุ้มแดดคุ้มฝนให้ช่องประตูหน้าต่าง เท่านี้เราก็ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน สามารถใช้งานช่องเปิดเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ จะให้ดีก็ลองเลือกรูปแบบกันสาดตามสไตล์ที่ชอบไปเลย เช่น โครงอะลูมิเนียมบางๆกับอะคริลิกกรองแสงสำหรับบ้านโมเดิร์น  หรือจะเติมไม้ระแนงให้ดูอบอุ่นแบบบ้านไม้เพิ่มขึ้นก็เข้าที 8. ทำทางเดินบริเวณบ้านให้น่าเดิน ส่วนใหญ่แล้วบริเวณข้างบ้านจัดสรรจะมีพื้นที่อยู่โดยรอบ ครั้นจะเทปูนก็น่าเสียดาย แต่จะปูหญ้าหมดก็คงอยู่ได้ไม่ได้  ข้อแนะนำคือลองแบ่งพื้นที่หญ้า และวางแผ่นทางเดินแค่พอเดินได้ โดยเว้นพื้นที่ไว้ให้หญ้าสามารถขึ้นได้บ้าง ซึ่งแผ่นทางเดินสมัยนี้ก็มีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นคอนกรีต หรือไม้เทียม ก็ล้วนแต่ดูดี ถ้าหากต้องการแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ก็อาจทำยกพื้นด้วยเหล็กกล่องเพื่อแยกพื้นออกจากแนวดิน หากข้างบ้านมีประตูบานเลื่อนก็นั่งเล่นหย่อนขาได้อีกด้วย  และสำหรับปัญหาหญ้าขึ้นรกนั้น วิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าขึ้นจนรกมาบดบังทางเดินก็คือการโรยกรวดหรือหินก้อนเล็กๆ เอาไว้ เพียงเท่านี้ทางเดินก็จะดูเรียบร้อยน่าเดินแม้ในวันที่หญ้าขึ้นสูงแล้วค่ะ 9. จัดพื้นที่สวนสวยเล็กๆ  เมื่อมีทางเดินข้างบ้านแล้ว แนะนำให้จัดสวนสวยๆ ไว้ข้างบ้านด้วยนะคะ ซึ่งปกติแล้วการจัดสวนต้องมีพื้นที่พอประมาณ แต่หากมองว่ารั้วของเราสามารถเป็นพื้นที่สีเขียวได้ การทำสวนกระถาง สวนแขวน หรือการปลูกไม้เลื้อย ก็สามารถสร้างวิวดีๆ ที่ทำให้พื้นที่ในบ้านมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติภายนอก สามารถมองจากหน้าต่างห้องรับแขกหรือห้องกินข้าวได้เลยทีเดียว หรืออาจวางม้านั่งเล็กๆ ไว้เป็นมุมพักผ่อนก็ยังได้ 10. รั้วบ้านต้องสวยงาม เราสามารถสร้างความเชื่อมโยงจากภายในสู่ภายนอกให้ผู้อยู่ในบ้านไม่รู้สึกอึดอัด ด้วยการทำแนวรั้วบ้านด้วยต้นไม้อย่างโมก ข่อย หรือเฟิร์นเกาหลี นอกจากจะช่วยลดความแข็งกระด้างของรั้วปูนทึบๆ ด้วยการที่รั้วแบบนี้สามารถเห็นภายนอกรั้วบ้านได้โดยสะดวก การใช้ต้นไม้ผสมกับโครงสร้างของรั้วเดิมก็เป็นวิธีการที่น่าสนใจหากต้องการความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นสำหรับรั้วเดิมที่สูงอยู่แล้วและการต่อโครงเพื่อปลูกไม้เลื้อยให้สูงขึ้นไปจากแนวรั้วเดิมก็เพื่อบดบังมุมมองสายตาจากชั้นสองบ้านข้างๆ หรือจะลดความสูงของรั้วปูนเดิมลง ปลูกต้นไม้สลับบ้าง ก็จะลดความทึบทึมของบ้านลงได้อย่างมากเลยล่ะ การออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุที่ทางโครงการจัดสรรเลือกมาให้อาจไม่ตรงกับใจกับบ้านในฝันของเราไปทั้งหมดหรอกค่ะ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ถ้าคุณผู้อ่านอยากให้บ้านจัดสรรของคุณดูสวยงาม ไม่เหมือนใคร แถมยังใช้งานได้เป็นอย่างดี ลองนำวิธีที่เรานำมาฝากไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าบ้านของคุณจะสวยและมีเอกลักษณ์อย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ รูปภาพจาก Pinterest
8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

เมื่อบ้านคือที่อยู่อาศัย และเป็นพื้นที่พักผ่อน ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกของสมาชิกในครอบครัวได้ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่านิยามคำว่า 'บ้านคือวิมาน' นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่การอยู่บ้านให้อยู่ เย็น เป็นสุข ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ควรคำนึงนะคะ เพราะหลายๆ คนที่เชื่อในเรื่องของ ฮวงจุ้ย ก็มักจะให้ซินแซเข้ามาเป็นผู้ดูแล ตรวจสอบในบ้านว่ามีอะไรผิดหลักไปบ้างหรือเปล่า ต้องจัดวางอะไรตรงไหนถึงจะเฮง ปังไปทั้งปี ซึ่งถ้าใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงตกทำอะไรก็ไม่ค่อยรุ่ง เงินขาดสภาพคล่องต้องหยิบยืมบ่อยๆ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะสละโสดเหมือนคนอื่นสักที วันนี้ Review Your Living มี 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี มาฝากกันค่ะ บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องทุบ รื้อ ถอน ให้สิ้นเปลืองใดๆ เพียงแค่ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์เสริมดวงกันหน่อย เงินทองจะได้ไหลมาเทมามีใช้ไม่ขาดมือแน่นอน..   1. หน้าบ้านต้องเปิดโล่งรับทรัพย์ หลายๆ บ้านที่มักมีของกองอยู่หน้าบ้าน โดยเฉพาะรองเท้า คือข้อเสียในการกีดกันโชคลาภในหลักฮวงจุ้ย เพราะบริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะลานที่ตรงกับหน้าประตู เปรียบเสมือนโต๊ะที่วางกับข้าว สำหรับป้อนเข้าปาก ส่วนประตู ก็เปรียบเสมือนปาก ที่รอรับอาหาร หรือพลังงานดีๆ นั่นเอง หากวางของกีดขวาง หน้าบ้าน หน้าประตู ก็เหมือนถูกขวางปาก ไม่ให้รับอาหารเต็มที่ ทำให้กินได้น้อย โชคก็น้อยตามไปด้วย หากจำเป็นต้องมีของวางจริงๆ ก็ควรวางให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และใส่ตู้เก็บให้เรียบร้อยมิดชิด ไม่ให้กีดขวางด้านหน้า และที่สำคัญไม่ควรอยู่เหนือลม เพราะลมจะพากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาในบ้าน ซึ่งถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี   2. เรียกเงินทองด้วยการเปิดประตูและหน้าต่าง การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อเรียกเงินและทอง ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันนะคะ สำหรับบ้านบางพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ ก็ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าๆ ก่อน เพื่อรับมวลอากาศใหม่ๆ ที่บริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นการสะสมพลังงานดีให้บ้านของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่าง ในขณะที่เริ่มเปิดแอร์  สัก 5-15 นาที เพื่อให้ความชื้นที่สะสมในแอร์ และเชื้อโรคที่คั่งค้าง ได้รับการระบายออกไปก่อน แล้วค่อยรับอากาศใหม่เข้ามาในบ้านของเราค่ะ เพราะเมื่อมีลม ก็จะมีโชค เพราะลมนำพาออกซิเจนเข้ามา เพิ่มความสดชื่น และความปลอดโปร่งให้กับบ้านของเราได้เป็นอย่างดี   3. เปิดแสงสว่างส่องทางเข้าบ้าน แสงสว่าง คือ พลังหยาง หรือการเคลื่อนไหว Active หากคุณผู้อ่านรู้สึกนิ่งๆ เนือยๆ โชคลาภ ก็ไม่ถูกกระตุ้น ถ้าจัดบ้านให้มีความเป็นหยางมากเกินไป ก็จะส่งทำให้บรรยากาศในบ้านเคร่งเครียด อยู่ไม่สุข ดังนั้นควรเลือกไฟให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน จะได้เสริมทั้งโชค และอยู่บ้านอย่างมีความสุขด้วย เช่น บริเวณที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือมุมแต่งหน้า ควรใช้ไฟขาว จะได้ไม่หลอกตา และไม่เสียสายตา ส่วนมุมที่เรานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก็อาจเป็นวอร์มไลท์ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียดมากเกินไปนะคะ ที่สำคัญทุกๆ พื้นที่ต้องมีไฟสว่างเพียงพอ ในตำแหน่งทางเดินต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนการนำทางพลังงานไปทุกที่ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี   4. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ซะใหม่ เมื่อมุมนั่งเล่นในบ้านเป็นที่ที่สมาชิกครอบครัวทุกคนพุดคุยปรึกษากัน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ควรจะจัดให้ล้อมวง หรือชิดกันเพื่อง่ายต่อการพูดคุยกัน ไม่ควรจัดชิดผนังทั้งหมด เพราะจะเป็นการเพิ่มระยะห่างและทำให้สมาชิกแต่ละคนอยู่ในมุมของตัวเอง อีกอย่างหนึ่งที่แนะนำคือการปูพรมรองพื้นเฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัวไว้บนพรมก็ได้ แต่อย่างน้อยควรให้ขาด้านหน้าของเฟอร์นิเจอร์วางอยู่บนพรม   5. เลือกของตกแต่งบ้านตามธาตุ ในวิชาโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ยเชิงวิชาการ เรามองทุกสิ่งรอบตัวเป็นธาตุ รวมถึงทิศทางต่างๆ ด้วย ดังนั้นการตกแต่งบ้านให้รับโชค จึงควรทำระบบธาตุในบ้านของเรา เกิดความสอดคล้อง ทั้งก่อเกิด และถ่ายเท เพื่อความสมดุลของพลังงานทุกๆ ส่วนในบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมโชคลาภแล้วยังช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัย มีสุขภาพที่ดี และมีความรักใคร่สามัคคีกันอีกด้วย โดยในขั้นสูงนั้น ซินแสจะมีการเสริมธาตุที่ดีกับดวงให้กับแต่ละบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง ในตำแหน่งที่ดีกับดวงเป็นพิเศษด้วย   สำหรับทิศเหนือ : เป็นทิศธาตุน้ำ ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือวัตถุทรงโค้ง ทรงกลม วาว รูปคลื่น หรือใช้สีฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ขาว เงิน ทอง และห้ามใช้สี เหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศใต้ : เป็นทิศธาตุไฟ ควรประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ หรือวัตถุทรงสูง ทรงกระบอก ทรงปิระมิด หรือใช้สีแดง ชมพู เขียว และห้ามใช้สี ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุไม้ ควรตกแต่งด้วยต้นไม้ น้ำพุ หรือวัตถุทรงสูง รูปทรงคลื่น หรือใช้สีเขียว ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ และห้ามใช้สีเงิน ทอง โลหะ ต่างๆ ตกแต่งบ้านในทิศนี้เด็ดขาด ทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ : เป็นทิศธาตุทอง ควรตกแต่งด้วยโลหะ ทรงกลม แวววาว เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเงิน ทอง น้ำตาล ครีม เหลือง ส้ม โอรส ห้ามใช้สีแดง ชมพู ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุดิน ควรตกแต่งด้วย เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส แดง ชมพู ห้ามใช้สีเขียว ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด   6. เก็บกวาดบ้าน เตรียมรับโชค พื้นที่รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มักจะทำลายพลังและนำความไม่มั่นคงมาสู่บ้าน ดังนั้นควรจัดการทำความสะอาดพื้นที่เหล่านั้นให้เรียบร้อย และเพิ่มต้นไม้หรือดอกไม้เข้าไปเพื่อปรับพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรนำน้ำพุมาตกแต่งบ้านด้วยก็ดีนะคะ เพราะน้ำพุถือว่าเป็นตัวแทนของความมั่งคั่งในหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งช่วยสร้างพลังและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทองด้วยค่ะ   7. เลือกใช้สีส่งเสริมการเงิน หากอยากเสริมโชคลาภ ส่งเสริมการเงิน ลองใช้สีที่สื่อถึงธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน อย่าง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีดำ สีส้มดิน หรือสีเหลืองอ่อน ตกแต่งในพื้นที่การเงิน ไม่ว่าจะในรูปแบบของสีผนัง สีผ้า หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยส่งเสริมพลังแห่งความมั่งคั่งให้กับเราได้ นอกจากนี้สีของธาตุไฟอย่าง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีม่วงแดง หรือสีชมพู ก็ช่วยกระตุ้นพลังทางด้านการเงินได้เช่นกัน เพียงแต่ควรใช้แต่น้อยหรือแค่แต่งแต้มเป็นบางจุดก็พอค่ะ   8. เครื่องรางทางฮวงจุ้ยก็ช่วยเกื้อหนุนได้ อีกหนึ่งทริคดีๆ ในการจัดบ้านเพื่อเรียกโชคลาภ ควรเลือกเครื่องรางทางฮวงจุ้ยที่ชอบและเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านมาใช้ เช่น ตู้ปลาที่จัดถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย หรือเลี้ยงปลาที่ส่งเสริมโชคลาภ เช่น ปลาเงิน ปลาทอง ปลามังกร ปลาคาร์พ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านด้วยเหรียญจีนโบราณมหาจักรพรรดิ แจกันความมั่งคั่ง เรือสำเภาจีน พระพุทธรูปแห่งความสุข (Laughing Buddha) คริสตัลไพไรต์ หรือซิทริน ก็ล้วนแต่ช่วยส่งเสริมโชคภาภได้เป็นอย่างดี   การจัดและตกแต่งบ้านอย่างถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่คนในบ้านได้ ลองนำ 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี  ไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้ยังควรรักษาพลังงานให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ โดยการทำบ้านให้มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยการใช้กลิ่นอโรมา กลิ่นดอกไม้สด หรือเทียนหอมก็ได้ค่ะ และอย่าลืมว่าแสงสว่างที่พอดีก็มีความสำคัญเช่นกันนะคะ รวมถึงอาจเปิดเพลงที่ฟังไพเราะเพื่อกระตุ้นพลังงานด้านบวก และสิ่งสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ คือพื้นที่การเงินจะต้องสะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอนั่นเอง   ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : หมอเกตุ ธันยมัย ธำรงพุทธิกุล รูปภาพจาก : Pinterest            
ไอเดียแต่งบ้าน 5 มุม ตามเทรนด์สี Pantone ประจำปี 2018

ไอเดียแต่งบ้าน 5 มุม ตามเทรนด์สี Pantone ประจำปี 2018

สำหรับปี 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทุกอย่างรอบตัวมักเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ โดยเฉพาะการอัพเดทเทรนด์ฮิตที่กำลังมาแรง จนทำให้ผู้เขียนได้ติดตามมาเรื่อยๆ หากใครอยากตกแต่งบ้านเพื่อให้ดูดีน่าอยู่ยิ่งขึ้น การตกแต่งบ้านตามเทรนด์สี Pantone ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดี เพราะเมื่อไม่นานมานี้ทาง Pantone Color Institute บริษัทสีและสถาบันวิเคราะห์สีชั้นนำของโลก ได้ออกมาประกาศเทรนด์สีโดดเด่นที่คาดว่าจะถูกใช้กันในปี 2018 โดยสี Pantone Color นั้นมีอิทธิพลกับวงการออกแบบแทบจะทุกวงการ ตั้งแต่การนำไปใช้ในแวดวงแฟชั่น, งานออกแบบสินค้า, งานออกแบบโฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ ไปจนถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว สำหรับเทรนด์สีปี 2018 ที่ทาง Pantone ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ สีม่วง Ultra Violet (PANTONE 18-3838) หรือ สีม่วงโทนน้ำเงิน เป็นสีที่สื่อถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความฉลาดหลักแหลม การไม่ตีกรอบความคิด จินตนาการอันไร้ขอบเขต ความกว้างขวาง และความลึกลับของจักรวาล โดยเป็นสีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ดังนั้นการแต่งบ้านตามเทรนด์สีสุดฮิตของแพนโทน จึงนับได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณผู้อ่านอย่างแน่นอน เพราะเราสามารถเลือกซื้อของตกแต่งบ้าน พร้อมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่นชอบตามเฉดสีของ Pantone ได้ตามใจ ครั้งนี้ทีมงานเราจึงได้คัดไอเดียแต่งบ้านสีม่วง 5 มุม มาฝากกัน สำหรับใครที่ชอบสีม่วงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือใครอยากจะอินเทรนด์ก็ลองนำไอเดียไปใช้กันดูนะคะ   แต่งมุมนั่งเล่นด้วยสีม่วง Ultra Violet หากคุณผู้อ่านอยากให้ห้องนั่งเล่นของคุณดูอินเทรนด์ ตามสี Pantone 2018 การเลือกใช้สีม่วงทาที่ผนังจะทำให้ห้องดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งถ้าใครอยากได้ไอเดียในการตกแต่งบ้านก็สามารถเลือกใช้เฉดสีนี้ได้เลยค่ะ เพราะจะส่งผลทำให้บ้านของคุณดูน่าสนใจ มีความสะอาดตามากยิ่งขึ้น ข้อแนะนำอีกหนึ่งสิ่งควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ พร้อมของตกแต่งบ้านที่มีสีขาวควบคู่ ไม่ว่าจะเป็น โซฟา, โต๊ะ, เก้าอี้, แจกัน หรือกรอบรูปแต่งบ้าน เพื่อให้โทนสีดูตัดกัน แต่ถ้าอยากให้ห้องดูสวยงามรับกันมากขึ้นก็เพียงแค่เลือกหมอนอิง, ม่าน หรือพรมปูพื้น เป็นสีม่วงโทนเดียวกับผนังห้อง ก็ย่อมทำให้บ้านของคุณดูสวย สง่า และโดดเด่นไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน   ห้องน้ำก็อินเทรนด์ได้นะ! จะแต่งบ้านให้อินเทรนด์รับกับโทนสีใหม่ทั้งที ไม่จำเป็นต้องเลือกใช้สีม่วงแต่งห้องเพียงสีเดียวก็ได้นะคะ เพราะสีม่วงเป็นสีรองที่เกิดจากการผสมกันของแม่สี ได้แก่สีแดงและสีน้ำเงิน ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีกับทั้งสีโทนร้อนและโทนเย็น เช่น การใช้สีม่วง+สีแดง+สีชมพู จะให้มีความรู้สึกลึกลับและดูเป็นห้องที่มีความมั่นใจ หากเลือกใช้สีม่วง+สีเหลือง จะให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่นและสบายมากขึ้น และถ้าใช้สีม่วง+สีเทา อย่างห้องน้ำในภาพตัวอย่างที่เราเลือกมา ก็ใช้สีม่วงแค่ส่วนของเคาน์เตอร์ล้างหน้า ซึ่งดูตัดกับสีของผนังและกระเบื้องสีเทา ที่ทำให้ห้องดูสุขุม สงบนิ่ง เป็นทางการ และดูโมเดิร์นมากขึ้น ทั้งนี้การเลือกใช้คู่สีต้องพิจารณาจากการใช้งานของห้องและอารมณ์ที่ต้องการนั้นๆ   เท่ก็ได้ อ่อนหวานบ้างก็ดี.. สำหรับห้องนอนบ้านใครที่ก่อผนังอิฐก่อโชว์แนวสไตล์เท่ๆ ไว้อยู่แล้ว หากอยากแต่งบ้านให้อินเทรนด์ตามโทนสีใหม่แพนโทน ข้อแนะนำง่ายๆ ให้ทาสีทับผนังอิฐไปเลยค่ะ ซึ่งการใช้สีม่วงนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกสีเข้มเสมอไป เพราะสีม่วงโทนอ่อน ก็เป็นตัวเลือกที่ทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้นซึ่งจะเหมาะกับห้องนอนมากกว่า การใช้สีม่วงที่ดูมืดจะให้ความรู้สึกที่ดูลึกลับและสนุกสนาน แต่ด้วยห้องนอนเป็นห้องที่ไว้ใช้สำหรับพักผ่อน เราจึงควรใช้สีม่วงผสมผสานกับโทนอื่น อาทิ สีม่วงโทนแดง, สีชมพู หรือสีขาว เพื่อให้ห้องดูมีอ่อนหวานชวนฝันมากขึ้น นอกจากนี้หากเลือกใช้ผ้าปูที่นอนหรือผ้าห่มสีม่วงอ่อน ก็จะทำให้ห้องนอนของคุณดูสวย สบายตา และมีนุ่มนวลได้แบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว   เรียบแต่เก๋! ต้องขอบอกก่อนเลยว่าสีม่วง Ultra Violet จากแพนโทน 2018 ที่ใช้ในงานอินทีเรียหรือสถาปัตยกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องทาอาคาร, ผนังทั้งหมด ซึ่งถ้าเราอยากตกแต่งบ้านให้อินเทรนด์ ก็สามารถเลือกทาสีเฉพาะจุดก็ได้ค่ะ อย่างเช่น ห้องครัวในภาพตัวอย่างที่เราเลือกมา ก็ทาสีม่วงที่ผนังเพียงฝั่งเดียว เพื่อย้อมสีให้ห้องดูสนุกสนาน น่าหลงใหล และมีเสน่ห์มากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเคาน์เตอร์ครัวใหม่ แถมยังคงมีความเก๋ไก๋ สร้างจุดน่าสนใจในห้องครัวขึ้นมาง่ายๆ   เก้าอี้สีม่วงของฉัน แต่งห้องครัวด้วยโทนสีม่วง Ultra Violet ไว้แล้ว แน่นอนว่าปีหน้าจะต้องมีเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ชั้นนำออกคอลเล็คชั่นตามสี Pantone ประจำปีมาอย่างมากมาย ซึ่งใครที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ ให้ลองเริ่มจากการเปลี่ยนเก้าอี้เก่าที่บ้านให้เป็นของใหม่ก่อนก็ได้ค่ะ ทั้งนี้สีม่วงเป็นสีที่เข้ากันกับห้องสีขาวและสีเทาอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้ก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์สีม่วงมาวางได้เลย แต่หากต้องการให้ห้องดูมีความโมเดิร์นและดูสงบนิ่ง ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีม่วงแค่ไม่กี่ชิ้นก็เพียงพอแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างไอเดียแต่งบ้านผ่านเฉดสี Pantone 2018 ไม่ว่าคุณผู้อ่านจะชื่นชอบสีโทนไหน อยากจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้านในรูปแบบอะไร ก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ เพียงแค่ควรยึดหลักในการตกแต่งตามเฉดสี Pantone เทรนด์สีสุดฮอตไว้เท่านั้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงบ้านของคุณให้ดูสวยน่ามองน่าอยู่ จนใครๆ พากันหลงใหลและอยากมาเยี่ยมเยียนบ้านของคุณบ่อยๆ แน่นอน รูปภาพจาก : Pinterest
How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

How to แต่งห้องนอนสไตล์ Zen สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าในยุคปัจจุบันการแต่งบ้านสไตล์ Zen หรือที่เราเรียกติดปากกันว่ามินิมอล ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงการออกแบบที่พิถีพิถัน คำนึงถึงการใช้งานของผู้อยู่อาศัยมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวต่างประทับใจ และไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้ในประเทศไทยมากขึ้น   เมื่อกระแสของความมินิมอลยังดีอยู่เสมอ และดูมีทีท่าที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีแหละค่ะว่าความมินิมอลอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย และถึงจะมีความเรียบง่าย แต่ก็ดูไม่ธรรมดา แม้จะใช้ของตกแต่งเพียงน้อยชิ้น แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันตามความต้องการ นี่จึงถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่สไตล์มินิมอล เข้ามาครองใจใครหลายคน วันนี้ Review Your Living เลยขอหยิบเอาไอเดียการตกแต่งห้องนอนในสไตล์ Zen หรือสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับคนที่กำลังคิดจะแต่งหรือเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่มาฝาก โดยเฉพาะห้องนอนไซส์มินิ ที่หากจัดเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งเยอะจนเกินไปอาจจะทำให้ดูรกและเกะกะได้ ดังนั้นการแต่งห้องนอนสไตล์นี้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ห้องนอนออกมาดูสวยและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านได้..   ห้องนอนที่เรานำมาให้ชมกันเป็นห้องนอนในบ้านตัวอย่าง โครงการ Noble Gable Kanso Watcharapol ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์เซน สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องนอนขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องนอนดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น   ภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า เซาะร่องเพื่อเพิ่มความมีมิติ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น ใช้หน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่มาเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม   ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องนอนดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์ ไปตามความยาวของผนังห้องฝั่งหนึ่งเพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้ได้มากที่สุด บริเวณข้างเตียงออกแบบให้เป็นลิ้นชักเก็บของ ซึ่งข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า   รวมไปถึงการบิลต์อินตู้เสื้อผ้า แทนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการเลือกชั้นวางแบบโปร่งไม่มีหน้าบานเปิดปิด ก็ช่วยทำให้ห้องนอนไม่อึดอัด และยังทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์ Zen ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ นี่เป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่ง ที่สามารถทำออกมาให้เป็นจริงได้ สำหรับใครที่มีไอเดียหรือแรงบันดาลใจแล้วอยากเปลี่ยนโฉมห้องนอนใหม่ สามารถนำไอเดียที่เรานำมาฝากไปปรึกษาสถาปนิกหรืออินทีเรียเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ :)  
แต่งห้องนอนสวยด้วยวอลเปเปอร์ ต้อนรับปีใหม่

แต่งห้องนอนสวยด้วยวอลเปเปอร์ ต้อนรับปีใหม่

"เมื่อเริ่มรู้สึกเบื่อห้องนอนเก่าที่อยู่มานาน ใกล้ปีใหม่ทั้งทีลองเพิ่มสีสันให้กับห้องง่ายๆ แค่..เปลี่ยนวอลเปเปอร์" เคยรู้สึกเบื่อห้องนอนกันบ้างไหมคะ? ด้วยความที่เป็นห้องที่เราต่างใช้เวลาอยู่กับมันนานที่สุดในแต่ละวัน ครั้นจะทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ก็คงจะเปลืองสตางค์และเสียเวลาใช่ไหมละคะ และหากคุณผู้อ่านกำลังเบื่อห้องนอนเก่าอยากเปลี่ยนห้องให้ดูใหม่ ผู้เขียนมีไอเดียมาฝากซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญให้แก่บ้านแสนรักของคุณ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายข้าวของให้เหนื่อยหรือเสียสตางค์เพื่อปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น แต่ทว่าห้องกลับดูสวยงามมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยการติดวอลเปเปอร์นั่นเองค่ะ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนลุคเพิ่มสไตล์ใหม่ๆ ให้กับห้องนอนได้แล้ว 1. แบ่งสีไล่โทน การเลือกวอลเปเปอร์ในสไตล์ที่คุณชื่นชอบให้เข้ากับห้องนอนนั้น นอกจากสะท้อนรสนิยมชั้นเลิศแล้ว ยังบ่งบอกความละเอียดจากการผสมผสานของคุณด้วย การติดวอลเปเปอร์ลวดลายดอกไม้แต่ตัดความหวานด้วยสีพื้นๆ อย่างสีฟ้าอมม่วงแบบในภาพ ก็ดูสวยงามและลงตัว 2. Perfect match เลือกวอลเปเปอร์ที่ใช่ในสไตล์คุณ เปลี่ยนวอลเปเปอร์สีพื้นๆ จากที่เคยเป็นแค่ส่วนประกอบภายในห้อง ให้กลายเป็นจุดนําสายตาอย่างมีสไตล์ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ในห้องนอนของคุณด้วยการเลือกลายกราฟิกน่ารักโทนสีขาวและดำ เพียงเท่านี้ก็เหมือนได้ห้องนอนใหม่แล้วค่ะ 3. เพิ่มลูกเล่นด้วยลายเส้น ห้องนอนเด็กก็สามารถตกแต่งให้สวยงามเก๋ไก๋ในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครได้เช่นกันนะคะ แนะนำให้เลือกติดวอลเปเปอร์ลายเส้นแนวตั้ง อย่างสีฟ้าสดใสแต่เพิ่มเติมด้วยของตกแต่งอื่น อาทิ รูปวาดน่ารักๆ เพื่อเป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังซึ่งจะดูโดดเด่นขึ้นมาได้ง่ายๆ รับรองว่าเด็กน้อยต้องชอบแน่นอน 4. เลือกลวดลายคล้ายวัสดุธรรมชาติ วอลเปเปอร์ลายอิฐก่อเหมาะที่จะใช้ติดผนังแทนการก่ออิฐขึ้นมาจริงๆ ค่ะ เพราะนอกจากความง่ายในการติดตั้งและประหยัดเงินกว่านั้น ยังช่วยเสริมความอบอุ่นให้แก่ห้องนอนได้อีกด้วยนะคะ เพราะโทนสีที่เลือกใช้ก็ดูเข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในห้อง ทำให้ไม่ต้องควักเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เลย 5. โดดเด่นแบบเท่ๆ สำหรับชายหนุ่มมาดแมนอยากแต่งห้องนอนรับปีใหม่ด้วยวอลเปเปอร์ แต่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้ลายไหน สีอะไรดี ไอเดียที่นำอลูมิเนียมขนาดพอดีมาติดบนผนังหัวเตียงนั้นช่วยทำให้ผนังที่ว่างเปล่าดูสวยงามและเท่ขึ้นมาทันที ครั้นจะใช้วอลเปเปอร์ลวดลายสีสันฉูดฉาดก็คงไม่เข้ากับสไตล์ห้องก็คงจะไม่เข้า การเลือกใช้วอลเปเปอร์สีเรียบๆ อย่างสีเทาก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องนอนของคุณผู้อ่านดูเท่และไม่เหมือนใคร และการใช้โคมไฟที่มีวัสดุอย่างตะแกรงเหล็กสีดำก็ยิ่งเพิ่มความแมนได้เป็นอย่างดี ความสุขสำหรับใครหลายๆ คนคือการได้เจอและอยู่ในสถานที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นที่ของเราใช่ไหมคะ เช่นเดียวกับห้องนอนที่ใครต่างให้คำนิยามว่าเป็น ‘พื้นที่ส่วนตัว’ แต่หากกำลังเบื่อห้องนอนเก่าอยากเปลี่ยนห้องให้ดูใหม่ ไอเดียการติดวอลเปเปอร์เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญให้แก่บ้านแสนรักของคุณ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายข้าวของให้เหนื่อยหรือเสียสตางค์เพื่อปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น แต่ทว่าห้องกลับดูสวยงามมีชีวิตชีวาขึ้นมาง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนลุคเพิ่มสไตล์ใหม่ๆ ให้กับห้องนอนได้แล้ว
พาชมไอเดียแต่งห้องพื้นที่จำกัดแต่มากฟังก์ชั่น จากนิทรรศการ SPACE WITHIN SPACE

พาชมไอเดียแต่งห้องพื้นที่จำกัดแต่มากฟังก์ชั่น จากนิทรรศการ SPACE WITHIN SPACE

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์และนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับคนเมืองจริงๆ ค่ะ สำหรับ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดนำเสนอโครงการ CSR รูปแบบใหม่โดยส่งต่อ ‘พื้นที่ชีวิต’ ให้กับอนาคตของชาติด้วยการมอบทุนการศึกษา AP SPACE SCHOLASHIP เป็นที่พักอาศัยด้วยห้องชุดในคอนโดเอพีให้กับเด็กนักศึกษาที่ย้ายเข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งคัดเลือกน้องๆ นักศึกษาที่เรียนดีและความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยเฉพาะเรื่องที่พักอาศัยจำนวน 7 คน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตระหว่างเรียนร่วมกันอย่างมีความสุข สร้างสรรค์ และปลอยภัย สำหรับพื้นที่อาศัยได้ถูกออกแบบเป็นพิเศษโดย AP DESIGN LAB ร่วมมือกับ FABRICA DESIGN ดีไซน์สตูดิโอชื่อดังจากอิตาลีที่รวบรวมหนุ่มสาวนักคิดและนักออกแบบ มาร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่จำกัดให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าในทุกตารางเมตร ซึ่งนำนวัตกรรมพื้นที่แห่งอนาคตที่ฉีกทุกกฏและข้อจำกัดของการออกแบบมาใช้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ SUM คือการรวมตัวของหลายฟังก์ชั่นให้เกิดเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสสรค์ การแบ่งปัน และการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างลงตัว โดยถ่ายทอดวิธีคิดสุดเก๋ในการออกแบบ ผ่านนิทรรศการ SPACE WITHIN SPACE, A Vision of Co-Living Generation นี้ ซึ่งทีมงานเราก็ไม่พลาดที่จะไปเก็บภาพบรรยากาศพร้อมนำไอเดียการตกแต่งห้องขนาดจำกัดแต่มากฟังก์ชั่นมาฝากผู้อ่าน เพราะทุกๆ มุมของห้องนั้นต่างได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี แถมยังจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัวจนต้องร้องว้าวเลยล่ะ ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่าค่ะ.. ROOM FOR 3 สำหรับนวัตกรรมการกิน-อยู่-หลับ-นอน Co-Living Innovation กับห้องชุดขนาด 30 ตารางเมตร ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการอยู่ร่วมกันของนิสิตนักศึกษาผู้หญิง 3 คน ที่ศึกษาอยู่ต่างคณะ ต่างมหาวิทยาลัย ดีไซเนอร์จัดวางพื้นที่ภายในไว้อย่างเป็นสัดส่วนและโปร่งโล่ง ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือการออกแบบที่เชื่อมโยงความต่างทางวัฒนธรรม โดยสะท้อนผ่านโต๊ะ 1 ตัวที่อยู่กลางห้อง เป็นการทับซ้อนทางดีไซน์สร้างฟังก์ชั่นที่มากกว่าหนึ่งให้เกิดขึ้น เรียกว่าตอบโจทย์ทั้งความเป็นส่วนตัวและเชื่อมต่อชีวิตภายในห้องของคน 3 คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว   CO-LIVING TABLE SHARING X PRIVACY ทลายความต่างทางวัฒนธรรมสะท้อนผ่านโต๊ะ 1 ตัวที่อยู่กลางห้อง โดยการทับซ้อนทางดีไซน์ที่สร้างสรรค์มากกว่าหนึ่งฟังก์ชั่น เพราะโต๊ะไม้ถูกออกแบบมาให้สามารถเป็นได้ทั้งโต๊ะรับประทานอาหารร่วมกัน และโต๊ะทำการบ้านที่เป็นส่วนตัว เพียงแค่ยกฉากขึ้นก็สามารถนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวได้แล้วค่ะ   HOME WITHIN HOME ด้วยพื้นที่ขนาดจำกัดเพียง 30 ตารางเมตร ทำให้การออกแบบห้องนอนสำหรับน้องๆ นักศึกษาผู้หญิง 3 คน ดูคล้ายกับห้องนอนทรงแคปซูลซึ่งดีไซเนอร์ออกแบบเชื่อม 3 ยูนิตเกาะแนวผนังเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมบานหน้าต่างคือโซลูชั่นของการสร้างพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งมีขนาดกำลังดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป แถมยังเชื่อมต่อกับบริเวณนั่งเล่นที่เปิดโล่งให้ความสบายและความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ด้วยการเลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก   ROOM FOR 4 “กำแพงที่เป็นทั้งโคมไฟ ครัวที่เป็นห้องสมุด” นี่คือห้องชุดขนาด 46 ตารางเมตร ของนักศึกษาชาย 4 คน ที่ถูกท้าทายการออกแบบด้วยการทลายกรอบทางวัฒนธรรม สมการ 1+1 = 3 จึงเปรียบเหมือนการทับซ้อนทางดีไซน์ที่นำมาสู่การค้นพบพื้นที่ที่สาม มิติใหม่ที่ฉีกกฎทางความคิดในการออกแบบวันนี้ไปพร้อมๆ กับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์สู่โลกอนาคตอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งห้องพักแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอน มีห้องนั่งเล่นสำหรับใช้พื้นที่ร่วมกันในเวลาผ่อนคลายหรือทำงานกลุ่ม มีส่วนครัวที่เป็นพื้นที่หลากหลายฟังก์ชั่น ทั้งในส่วนของการเตรียมอาหารและรับประทานอาหารร่วมกันได้   BED AREA เตียงนอนทั้ง 2 ที่อยู่ในระดับและทิศทางที่แตกต่างกัน เพื่อให้แต่ละคนยังรู้สึกถึงพื้นที่ส่วนตัวแม้จะอยู่ในห้องนอนเดียวกัน จุดเด่นอยู่ที่หัวเตียงสามารถนั่งพิงเป็นเบาะได้และมีโคมไฟส่วนตัว เพื่อให้น้องๆ ได้มีที่ในการทำกิจกรรมของตัวเองก่อนจะเข้านอน ส่วนใต้เตียงนอนสูงก็มีที่เก็บของให้แต่ละคนเท่าๆ กัน พร้อมทั้งเสริมลูกบิดและมือจับที่สามารถแขวนของใช้ส่วนตัวสำหรับเตรียมตัวในวันพรุ่งนี้ได้   THE LEARNDING KITCHEN เมื่อโต๊ะทำงานไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมธรรมดาอีกต่อไป เพราะไอส์แลนด์ที่อยู่ในครัวถูกออกแบบมาให้น้องๆ นักศึกษาสามารถเรียนรู้ตำราประกอบอาหาร ร่วมกับการนั่งทำการบ้านหรืออ่านนั่งสือในมุมนี้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการประหยัดพื้นที่และทำให้บริเวณรอบห้องดูโปร่งโล่งขึ้นอีกด้วย เมื่อพื้นที่ทุกตารางเมตรของคอนโดมิเนียมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การจัดสรรพื้นที่ภายในรวมถึงเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ครบครันทุกฟังก์ชั่นการใช้งานนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ ใครที่มีแพลนจะซื้อคอนโดห้องเล็กไว้อยู่อาศัยเอง แต่ไม่รู้จะแต่งห้องอย่างไรให้ใช้งานได้คุ้มค่า แนะนำให้นำไอเดียจากนิทรรศการ ‘SPACES WITHIN SPACE, A Vision of Co-Living Generation’ ในมุมมองของ AP และ FABRICA ที่เรานำมาฝากวันนี้ไปใช้ออกแบบและตกแต่งห้องมุมต่างๆ ให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด รับรองว่าห้องสตูดิโอธรรมดา ก็กลายเป็นห้องขนาดใหญ่ได้ง่ายๆ
‘เอพี ไทยแลนด์’ x ‘แฟบริก้า ดีไซน์’ ร่วมมือออกแบบนวัตกรรมพื้นที่แห่งอนาคต เผยผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์จากการทับซ้อนทางดีไซน์ปลดล็อคพื้นที่ใช้สอยที่ถูกซ่อนอยู่ สู่วิถีแห่งการอยู่อาศัยแห่งศตวรรษใหม่ ผ่านโปรเจคต์พิเศษเพื่อสังคม AP SPACE SCHOLARSHIP

‘เอพี ไทยแลนด์’ x ‘แฟบริก้า ดีไซน์’ ร่วมมือออกแบบนวัตกรรมพื้นที่แห่งอนาคต เผยผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์จากการทับซ้อนทางดีไซน์ปลดล็อคพื้นที่ใช้สอยที่ถูกซ่อนอยู่ สู่วิถีแห่งการอยู่อาศัยแห่งศตวรรษใหม่ ผ่านโปรเจคต์พิเศษเพื่อสังคม AP SPACE SCHOLARSHIP

วันนี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์และเจ้าแห่งนวัตกรรมเพื่อคุณภาพการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตที่ดีกว่าสำหรับคนเมือง ร่วมกับ FABRICA (แฟบริก้า) ดีไซน์สตูดิโอชื่อดังจากประเทศอิตาลี นำเสนอวิธีคิดในการออกแบบ พื้นที่แห่งอนาคตและการคิดค้นนวัตกรรมพื้นที่ที่สาม ที่เกิดจากการทับซ้อนทางดีไซน์ จนเกิดพื้นที่ในมิติใหม่ที่ทลายกรอบความคิดในการออกแบบ ชี้นำพฤติกรรมการอยู่อาศัยของมนุษย์ไปสู่การเปลี่ยนแปลงในบริบทใหม่  ในวันที่เส้นแบ่งชีวิตเรื่องงาน – ส่วนตัว เหลือน้อยลง ผ่านโปรเจคต์พิเศษเพื่อสังคมที่ชื่อว่า AP SPACE SCHOLARSHIP อีกหนึ่งโครงการ CSR ภายใต้การดำเนินการของเอพีที่นำเสนอวิธีคิดใหม่ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์สเปซสำหรับการอยู่อาศัยของเอพี ร่วมกับจุดต่างทางความคิดที่เชื่อมโยงความต่างทางวัฒนธรรมของทาง FABRICA มาร่วมสร้างสรรค์ทุนการศึกษารูปแบบใหม่ที่เป็นการให้ ‘ที่พักอาศัย’ ด้วยห้องชุดในคอนโดเอพี ซึ่งออกแบบโดยทีมงาน AP DESIGN LAB x FABRICA เพื่อเชื่อมต่อการใช้ชีวิตของน้องๆ ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะเรื่องที่พักอาศัย จำนวน 7 คน ซึ่งต้องย้ายเข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพมหานคร  ซึ่งผู้ที่สนใจศึกษาวิธีคิดในการออกแบบที่นำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ ปลดล็อคพื้นที่ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ วิถีแห่งการอยู่อาศัยแห่งอนาคต ได้ที่นิทรรศการ ‘SPACES WITHIN SPACE, A Vision of Co-Living Generation’ ที่จะจัดแสดงขึ้นระหว่าง 22-26 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-18.00 น. ณ Woof Pack Space ศาลาแดง ซอย 1 ถนนพระราม 4 บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ได้ต่อยอดวิธีคิดการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบใหม่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์สเปซสำหรับการอยู่อาศัย กับจุดต่างทางความคิดเฉพาะตัวของทีมดีไซเนอร์จากทาง FABRICA ร่วมกันสร้างสรรค์และยกระดับศักยภาพของเด็กไทยบนพื้นฐานของการให้ ด้วยการออกแบบห้องชุดในโครงการเพื่อสังคม “AP SPACE SCHOLARSHIP – ทุนที่พักอาศัย เพื่อการเริ่มต้นของคนคุณภาพ” โดยมอบทุนการศึกษาเป็นตารางเมตร ในคอนโดมิเนียมที่บริหารจัดการโดยบริษัทในเครือเอพี เพื่อเชื่อมต่อการใช้ชีวิตของน้องๆ ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยเฉพาะเรื่องที่พักอาศัย จำนวน 7 คน ซึ่งต้องย้ายเข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพมหานคร ได้เริ่มต้นชีวิตระหว่างเรียนร่วมกันได้ อย่างมีความสุข สร้างสรรค์ และปลอดภัย ภายในห้องชุดที่ได้รับการออกแบบพื้นที่ใช้สอยเป็นพิเศษโดยทีม AP Design Lab ร่วมมือกับ FABRICA ดีไซน์สตูดิโอที่รวบรวมหนุ่มสาวนักคิด นักออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ ให้สามารถใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าใน 2 โครงการที่ใกล้สถานศึกษา ได้แก่ โครงการ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 และ Aspire สาทร-ตากสิน นายสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการคอร์ปอเรทมาร์เก็ตติ้ง และเอพี ดีไซน์ แล็บ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “โปรเจคต์นี้เอพีมุ่งนำเสนอการออกแบบที่อยู่อาศัยร่วมกันแห่งอนาคต ผ่านการศึกษาและค้นหาพื้นที่ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ หรือที่ทางทีมเอพีเรียกว่า ‘พื้นที่ที่สาม’ และวิธีการมองสเปซในทุกมิติด้วยประสบการณ์ 25 ปีของเราที่เข้าใจการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์คนเมือง เรามีความเชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่การใช้ชีวิตคุณภาพ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียมที่ทุกตารางนิ้วมีคุณค่าจึงต้องใช้ได้อย่างมากประโยชน์ ในครั้งนี้เราได้ผสานความเชี่ยวชาญของ FABRICA ที่มีจุดเด่นทางความคิดที่เชื่อมโยงความต่างทางวัฒนธรรม ก่อเกิดผลงานที่เข้าถึงและกินใจคนทั่วโลก มาร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยสำหรับน้องๆ นักศึกษาทั้ง 7 คนที่เดินทางมาจากคนละจังหวัดให้อยู่อาศัยร่วมกันอย่างมีความสุข และพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตในเมืองใหญ่ได้อย่างมั่นใจ โดยเรื่องราวของการให้ทุนที่เป็น ‘ที่อยู่อาศัย’ นั้น ทางเอพีได้ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ ‘SPACES WITHIN SPACE, A Vision of Co-Living Generation’ ซึ่งผู้ที่สนใจในแนวคิดของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในโครงการ AP SPACE SCHOLARSHIP หรือวิธีคิดในการออกแบบที่ผสานความต่างทางวัฒนธรรม สามารถเข้ามาชมได้ตั้งแต่วันที่ 22-26 พฤศจิกายนนี้ ณ WOOF PACK Space ศาลาแดง ซอย 1 ซึ่งในนิทรรศการจะมีการจำลองห้องชุดทั้ง  2 ห้องในมิติที่เสมือนจริงมาให้ทุกคนได้ลองค้นหาความหมายของพื้นที่ที่สาม นวัตกรรมพื้นที่แห่งอนาคตในมุมมองของ AP และ FABRICA” “เอพีให้ความสำคัญกับการออกแบบและก่อสร้างห้องของน้องๆ เด็กทุน AP SPACE SCHOLARSHIP เป็นอย่างมาก ทีม AP Design Lab ของเราจึงเลือกร่วมงานกับดีไซน์สตูดิโอชื่อดังระดับโลกอย่าง FABRICA ที่เป็นศูนย์รวมของเหล่านักคิด นักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี นำโดย Mr. Sam Baron (มร. แซม บารอง) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ FABRICA ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในวงการออกแบบ เป็นไอดอลของนักออกแบบรุ่นใหม่ และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่มีความสามารถแห่งทศวรรษมาช่วยในการออกแบบ ให้สามารถค้นพบและนำพื้นที่ที่สามที่เกิดจากการทับซ้อนของการออกแบบ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทุกตารางนิ้ว และมีดีไซน์สวยงามล้ำสมัย” คุณสรรพสิทธิ์ กล่าว มร. แซม บารอง ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ FABRICA กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนจากทีมงาน FABRICA ผมขอชื่นชมเอพี (ไทยแลนด์) ที่สร้างสรรค์โครงการดีๆ เพื่อสังคมอย่าง SPACE SCHOLARSHIP  ในมุมมองของผมโครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนในสังคมไทย เป็นส่วนหนึ่งในการมอบ โอกาสในชีวิต รวมถึงการสร้างคนคุณภาพให้กับสังคมไทย โปรเจคต์ SPACE SCHOLARSHIP ค่อนข้างท้าทาย วิธีคิดในการออกแบบของผมและทีม เพราะโจทย์ในการออกแบบคือ การออกแบบพื้นที่พักอาศัยใน คอนโดมิเนียม สำหรับการอยู่อาศัยร่วมกันของเด็ก 7 คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน และเดินทางมาจากคนละจังหวัด มีภูมิหลังและวัฒนธรรมที่ต่างกัน โดยแบ่งเป็นห้องสำหรับการอยู่ร่วมกันสำหรับเด็กผู้ชาย 4 คน 1 ห้อง  และสำหรับเด็กผู้หญิง 3 คน 1 ห้อง ซึ่งปรัชญาการออกแบบอย่างหนึ่งของทีม FABRICA คือการเชื่อมโยงความต่างทางวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งที่ทำให้ FABRICA สามารถสร้างผลงานที่เข้าถึงคนทั่วโลกได้ คือ  FABRICA DESIGN TEAM เกิดขึ้นจากรวมตัวกันของหนุ่มสาวนักคิด นักออกแบบจากหลากหลายเชื้อชาติมาร่วมกันสร้างสรรค์งานดีไซน์ที่เข้าใจและสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน” “สำหรับคอนเซ็ปต์ในการออกแบบของโปรเจคต์ SPACE SCHOLARSHIP เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘SUM’ (Some of Small Parts) ซึ่งสิ่งที่แนวคิด ‘SUM’ ตั้งคำถามคือเราจะสร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปันไปพร้อมๆ กับการสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร ‘SUM’ จึงสะท้อนวิธีคิดในการจัดวางพื้นที่สำหรับการอยู่ร่วมกัน ที่ช่วยส่งเสริมการสื่อสาร และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ โดยผลรวมของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมด ในห้องชุดคือการเรียบเรียงองค์ประกอบอันหลากหลายให้เติมเต็มและเพิ่มคุณค่ากันและกัน เกิดเป็นสังคมใหม่ เป็นทั้งพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ การแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกัน ซึ่งเมื่อห้องชุดก่อสร้างแล้วเสร็จ เด็กๆ ย้ายเข้าอยู่เราก็เริ่มเห็นผลจากงานดีไซน์ที่เชื่อมความต่างของทุกคนเข้าหากันได้อย่างลงตัว ซึ่งเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจคต์เพื่อสังคมดีๆ นี้ครับ”  มร. บารอง กล่าว บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) มุ่งหวังว่าโครงการเพื่อสังคม AP SPACE SCHOLARSHIP จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยก ระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ส่งเสริมความกล้าในการที่จะคิดและทำต่างอย่างสร้างสรรค์ นับว่าเป็นการต่อยอดวิสัยทัศน์ในการ “คิดต่าง” (Think Different) ของเอพี ในการเดินหน้า คิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในด้าน ‘คุณภาพ’ ‘บริการ’ ‘ความ-สะดวกสบาย’ และ ‘ความปลอดภัย’ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ให้กับการอยู่อาศัยในเมือง ทั้งนี้ นิทรรศการ ‘SPACES WITHIN SPACE, A Vision of Co-Living Generation’ จะจัดแสดง ระหว่าง 22-26 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-18.00 น. ณ Woof Pack Space ศาลาแดง ซอย 1 ถนนพระราม 4 เพื่อแสดงผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ที่เกิดจากการทับซ้อนทางดีไซน์ เกิดเป็นนวัตกรรมพื้นที่แห่งอนาคต สู่วิถี-แห่งการอยู่อาศัยในวันข้างหน้า ผ่านการออกแบบในโปรเจคต์พิเศษเพื่อสังคม AP SPACE SCHOLARSHIP ข้อมูลเพิ่มเติม www.apthai.com/apspacescholarship
ข้อดีและข้อเสีย ของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

ข้อดีและข้อเสีย ของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์

การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ มองเผิน ๆ แล้วการตกแต่งสไตล์ลอฟท์จะเหมือนห้องใต้หลังคา มุงหลังคาสูง กับพื้นบ้านที่ค่อนข้างกว้างและโปร่ง เน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นสำคัญ และตกแต่งในแบบที่ผู้อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปตามความต้องการของตัวเองได้ ซึ่งการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแบบแปลนการก่อสร้างของโรงงานหรือโกดังนั่นเอง แต่ในปัจจุบัน สถาปนิก นำสไตส์ลอฟท์ดิบๆ มาปรับเปลี่ยน เพื่อให้เข้ากับความต้องการ และยุคสมัย เลยออกมาเป็น บ้าน และการตกแต่งสไตส์ลอฟท์แบบเจ๋งๆ หลายแบบ จะสวย เก๋ อินดี้แค่ไหนมาดูกัน ข้อดีของบ้านสต์ลอฟท์ เพดานสูง จุดเด่นของบ้านสไตล์ลอฟท์อยู่ที่ความสูงของหลังคา ซึ่งก็ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านดูโปร่งและกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บ้านมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากสไตล์การแต่งบ้านแบบอื่นอีกด้วย ได้รับแสงธรรมชาติเต็มๆ นอกจากเพดานบ้านสไตล์ลอฟท์จะค่อนข้างสูงแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของสไตล์การแต่งบ้านแบบนี้ก็อยู่ที่หน้าต่างบ้าน ซึ่งมักจะเน้นติดหน้าต่างขนาดกว้างและยาว เพื่อให้บ้านดูสว่าง และเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามสะดวก แปลนบ้านสไตล์ลอฟท์หลายแบบไม่ค่อยเน้นสร้างกำแพงให้บ้านสักเท่าไร พื้นที่ในบ้านตกแต่งสไตล์นี้จึงค่อนข้างโล่งและดูกว้าง ที่สำคัญเมื่อปราศจากกำแพงมาวางกั้น เราก็สามารถดีไซน์การตกแต่งภายในได้ตามใจชอบ หรือจะปรับเปลี่ยนการตกแต่งให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ตอนไหนก็สะดวก ดีไซน์แปลกตา ความดิบที่แฝงความเก๋ไก๋ในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์เป็นประเด็นหลักที่มัดใจคนชอบความต่างได้อยู่หมัด โดยแนวการแต่งบ้านสไตล์นี้คุณจะมีวัสดุในการก่อสร้างและตกแต่งอยู่หลายตัวเลือกด้วยกัน เช่น สร้างผนังปูนเปลือย หรือตกแต่งผนังด้วยอิฐบล็อกดิบ ๆ ไร้สีสันแต่งแต้ม   ขอบคุณแหล่งที่มา  :  https://www.rukban.com/15462186/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B9%8C  
7 ผักสวยงามปลูกในกระถาง เด็ดกินก็ได้ วางประดับบ้านก็ดี

7 ผักสวยงามปลูกในกระถาง เด็ดกินก็ได้ วางประดับบ้านก็ดี

ผักสวยงามปลูกในกระถาง สำหรับปลูกประดับในบ้าน เช่น ห้องครัว มาดูกันว่าผักสวยงามปลูกในกระถางเหล่านี้ มีผักชนิดใดที่น่าปลูกในบ้านของเราบ้าง  ผักหลาย ๆ ชนิดก็สวยงาม ไม่แพ้ต้นไม้จัดสวนทั่วไปเลย วันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะชวนทุกคนหาผักมาปลูกกัน เป็นผักสวยงามไว้ปลูกกินและประดับบ้านก็ได้ สามารถปลูกได้ในกระถางเล็ก ๆ แถมวิธีการปลูกนั้นก็ง่ายนิดเดียว แถมยังออกดอกหลากหลายสีสันที่จะช่วยให้บ้านของเราดูสดชื่นขึ้นด้วย จะรอช้าอยู่ทำไม...ตามไปดูผักสวยงามที่เรานำมาฝากกันในวันนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ   1. ผักชี ผักชี ผักหอม หรือผักหอมน้อย เป็นพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตไวที่สุดในช่วงหน้าหนาว ลักษณะของต้นผักชีคือ ลำต้นตั้งตรง ภายในกลวง กิ่งเล็ก ไม่มีขน สูงประมาณ 8-15 นิ้ว มีสีเขียว แต่เมื่อแก่จัดจะกลายเป็นสีเขียมอมน้ำตาล ใบแผ่ออกแบบรูปพัด ลักษณะขอบใบคล้ายขนนก ใบที่โคนต้นจะมีขนาดใหญ่กว่าใบส่วนยอด ดอกขนาดเล็ก มีทั้งสีขาวและชมพูอ่อน ออกเป็นช่อ มีผลทรงกลมขนาด 3-5 มิลลิเมตร นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด   2. ผักชีลาว ผักชีลาว ผักพื้นบ้านที่จัดอยู่ในกลุ่มพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักชี มีอายุไม่ถึง 1 ปี ความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ลำต้นกลม เล็ก สีเขียวเข้ม เนื้ออ่อน หักงอง่าย แตกกิ่งตั้งแต่โคนต้น ก้านใบยาว 10-20 เซนติเมตร มีใบย่อยแตกออกตรงข้ามกันเป็นคู่จำนวนมาก ลักษณะใบเป็นเส้นขนาดเล็ก ปลายเรียวแหลม ความยาวไม่เกิน 2 เซนติเมตร มีดอกสีเหลืองออกเป็นช่อบริเวณส่วนยอดของลำต้น โดย 1 ดอก จะให้ผล 1 เมล็ด ทรงรี แต่จะมีลักษณะแบนเมื่อเมล็ดแห้งและแก่จัด เพาะด้วยการใช้เมล็ด ก่อนปลูกควรนำดินไปตากแดดเพื่ฆ่าเชื้อโรคและวัชพืช ประมาณ 10 วัน จากนั้นนำดินมาผสมกับปุ๋ยคอก ใส่ลงไปในกระถางแล้วเอาเมล็ดมาฝังกลบ พร้อมกับรดน้ำให้ชุ่ม ตั้งในบริเวณที่โดนแดด   3. ผักชีฝรั่ง ผักชีฝรั่ง เป็นผักที่มีชื่อเรียกหลากหลายตามถิ่นที่อยู่ อาทิ ผักชีดอย ผักชีใบเลื่อย ฯลฯ เป็นพืชล้มลุก จัดอยู่ในวงศ์ผักชีเช่นเดียวกัน เป็นผักที่มีเหง้าใต้ดิน ลักษณะเป็นกะเปราะทรงกลมรี ใบแทงออกจากเหง้า ความยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบหยักเหมือนฟันเลื่อย ผิวใบกระด้าง สีเขียวสด แต่จะมีสีเข้มเมื่อแก่ ออกดอกเป็นช่อแทงขึ้นกลางลำต้น มีใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบดอกสีขาว มีดอกย่อยมาก อีกทั้งออกผลและให้เมล็ดด้วย วิธีปลูกผักชีฝรั่งด้วยการเพาะเมล็ด เริ่มจากผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงในดิน ว่านเมล็ดลงไปแล้วกลบดินบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่ม แต่ไม่ควรมีน้ำท่วมขัง ทุกวันเช้า-เย็น เมื่อเริ่มมีช่อดอกออกให้เด็ดทิ้ง เพื่อบำรุงต้นให้เจริญเติบโต   4. โรสแมรี่   โรสแมรี่ เป็นไม้พุ่ม จัดอยู่ในตระกูลกะเพรา ใบมีลักษณะคล้ายเข็ม ความยาว 2-4 เซนติเมตร ความกว้าง 0.2-0.5 เซนติเมตร ด้านบนของใบมีสีเขียว ท้องใบมีสีขาวและขนเล็ก ๆ ปกคลุม มีดอกหลายสี ได้แก่ ขาว ชมพู ม่วง และฟ้า ปลูกด้วยการปักชำจะง่ายกว่าการเพาะเมล็ด วิธีการปักชำโรสแมรี่ เริ่มจากตัดกิ่งความยาวประมาณ 4 นิ้วจากต้นที่สมบูรณ์ จากนั้นรองก้นกระถางด้วยกรวดหยาบประมาณ 2 ส่วน 3 และพีทมอสอีก 1 ใน 3 ของความสูงกระถาง ตั้งในที่มีแดดรำไร รดน้ำเมื่อสังเกตเห็นดินเริ่มแห้ง และหมั่นตัดแต่งกิ่งให้เป็นพุ่มอยู่เสมอ   5. ต้นไทม์ ต้นไทม์ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ความสูงของลำต้นประมาณ 15-30 เซนติเมตร แผ่เป็นพุ่มกว้าง 40 เซนติเมตร มีกิ่งก้านหนาแน่น แตกใบเรียงสลับ ออกดอกที่ปลายยอด ดอกมีสีขาวอมม่วง ใช้เมล็ดในการเพาะปลูกได้ ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกต้นไทม์คือ ดินที่มีการระบายน้ำดี ได้แก่ ดินร่วนปนทราย หมั่นบำรุงด้วยปุ๋ยคอก วางไว้ที่โดนแสงแดดจัด ระวังอย่าให้ในกระถางมีน้ำขัง เพราะจะทำให้รากและใบเน่า   6. สะระแหน่ สะระแหน่ เป็นพืชไม้เลื้อยคลุมดินสามารถแตกเหง้าขยายเป็นกอใหญ่ได้ ความสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ผิวสีแดงอมม่วง แตกกิ่งจำนวนมาก แตกใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม ใบหนา โคนใบกลมมน ปลายใบรี ขอบหยักย่น ผิวเป็นลูกคลื่นสีเขียว ออกดอกที่ปลายยอดสีขาวและมีเมล็ดทรงกลมสีดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะชำจะง่ายที่สุด เริ่มจากผสมดินร่วน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ลงในกระถาง แล้วตัดกิ่งสะระแหน่ที่ไม่อ่อนหรือแก่ ปักเอนทาบลงไปกับดิน รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ วางในที่มีแสงสว่างแต่ไม่โดนแดดโดยตรง บำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี   7. ต้นเสจ  ต้นเสจ จัดเป็นไม้พุ่มหรือกึ่งไม้พุ่ม ความสูงลำต้นประมาณ 15-45 เซนติเมตร ลำต้นใสอวบน้ำ แตกใบเป็นคู่ตรงข้าม ลักษณะใบยาวรี มีขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 2-10 เซนติเมตร ความกว้าง 1-2.6 เซนติเมตร โคนใบคล้ายรูปหัวใจ ปลายแหลมมน ผิวใบด้านบนสีเขียวอมเทา ใต้ใบสีเทส เนื้อใบนุ่ม เมื่อขยีจะมีกลิ่นหอม มีดอกสีน้ำเงิน ชมพู หรือขาว และมีเมล็ดขนาดเล็กสีดำ ขยายพันธุ์ได้ด้วยการตัดกิ่งที่สมบูรณ์หรือฝังเมล็ดลงในกระถางที่มีดินร่วนปนทราย วางไว้ในบริเวณที่มีแดดรำไร เช่น ใกล้หน้าต่าง หลังรดน้ำครั้งแรกควรรอให้ดินแห้งก่อนจึงค่อยรดน้ำครั้งต่อไป ใบของผักแต่ละต้นเนี่ยสวย ๆ ทั้งนั้นเลย ถ้าอยากลองนำมาปลูกในบ้าน ก็ลองพิจารณากันดูนะคะ เผื่อจะได้มีผักสด ๆ ไว้กินที่บ้าน แถมยังทำให้บ้านสวยงามขึ้นอีกต่างหาก   เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับบทความดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีบทความน่ารู้อีกมากมายให้ได้ติดตามกันได้ที่นะคะ https://goo.gl/dwpzgr ขอขอบคุณข้อมูลจาก  home.kapook.com/view176978.html
4 เทคนิคเบื้องต้นแต่งคอนโดปล่อยเช่า

4 เทคนิคเบื้องต้นแต่งคอนโดปล่อยเช่า

สำหรับผู้ที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อหวังผลระยะยาวจากกำไรจากการปล่อยเช่าคอนโด “เวลา” เป็นสิ่งมีค่าและสำคัญยิ่ง นั่นหมายถึงเวลาที่เสียไปอาจจะทำให้กำไรที่ควรจะได้ก็ลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน การแต่งคอนโดเพื่อให้เช่า เป็นเรื่องที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญเพราะการแต่งคอนโดที่มีเอกลักษณ์จะสร้างความประทับใจแรกให้กับผู้เช่า และทำให้ทรัพทย์ของเรามีจุดต่างจากอีกหลายร้อยห้องในอาคารเดียวกัน จนผู้เช่าไม่สามารถปฎิเสธได้และวางเงินมัดจำทันที 4 เทคนิคสำคัญในการแต่งคอนโด ทำได้ไม่ยาก แค่ใส่ใจในรายละเอียดและลงมือทำอย่างรวดเร็ว วิธีการง่ายๆ เพียงแค่ 4 ข้อ ปรับแต่งห้องของคุณให้น่าอยู่ และเป็นที่ประทับใจให้กับผู้เช่า ทำได้ดังนี้   1.รู้จักห้อง ทุกซอก ทุกมุม คอนโดในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอนโดที่อยู่ใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้ามักจะมีราคาสูงและมีขนาดเล็ก ดังนั้นการแต่งคอนโดไม่ว่าจะสำหรับเช่า หรืออยู่อาศัยเอง สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือพื้นที่การใช้สอย เริ่มโดยวัดขนาดของห้องและสำรวจไปถึงซอกหลืบให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม วาดแผนผังห้องออกมาและระบุขนาดพื้นที่บริเวณต่างๆ ซึ่งรวมถึงขนาดผนังแต่ละด้าน ขนาดเสา กรอบประตู กรอบหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึกโดยละเอียด เพื่อใช้ในการประกอบการเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งแต่ละชิ้น   2. เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป หรือ บิ้วท์อิน? หลายคนใช้วิธีตกแต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อินเพราะคิดว่าช่วยประหยัดเวลาในการตกแต่ง ประหยัดแรงและได้คุณภาพที่คงทนยาวนาน แต่อย่าลืมว่าวัตถุประสงค์หลักของการแต่งคอนโดเพื่อทำกำไรจากการปล่อยเช่านั้น เวลาและต้นทุนถือเป็นหัวใจหลักของการทำกำไร นอกจากว่าคอนโดที่ซื้อ มีเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินให้อยู่แล้ว ถือเป็นกำไร สำหรับห้องที่ไม่มีการตกแต่งและต้องการปล่อยเช่า การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อินต้องใช้เวลามากในการออกแบบ ก่อสร้าง และตกแต่ง นอกจากนี้หากมีการทรุดโทรมตามการใช้งาน 5 – 7 ปี ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อและสร้างใหม่ ใช้ต้นทุนและเวลามากกว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปใหม่ยกเซตก็เป็นได้ หากมีการวางแผนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปเป็นอย่างดีแล้ว นอกจากประหยัดเงิน ยังช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย   3. เครื่องใช้สารพัดประโยชน์ คอนโดปล่อยเช่า ก็เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่ถูกย่อส่วนลงมาแต่ยังคงไว้ทุกฟังค์ชั่นการใช้งาน ดังนั้นการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องมีการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัวและอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เช่น เลือกใช้โต๊ะติดผนังที่สามารถพับขึ้นลงได้แทนโต๊ะแบบทั่วไปเพื่อประหยัดพื้นที่ โดยสามารถเป็นโต๊ะทำงานหรือทานข้าวในเวลาเดียวกัน นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักๆ อย่าง แอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำร้อน ที่จำเป็นต้องมีแล้ว การลงทุนสำหรับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องเล่นดีวีดี เตาอบไมโครเวฟ ที่เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันแก่ผู้เช่า ก็สามารถทำให้ห้องของคุณมีค่าเพิ่มมากขึ้น และสามารถปล่อยเช่าห้องได้ราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ   4. โทนสีสร้างความประทับใจ การแต่งห้องโดยใช้โทนสีแบบเอิร์ธโทนจะทำให้ห้องมีความเป็นกลางไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถประทับใจได้ ทำการบ้านด้วยการเลือกโทนสีสำหรับตกแต่งห้องและการจับคู่สีสามารถหา Reference จากแหล่งข้อมูลด้านการตกแต่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตกแต่งบ้าน หรือ เว็บไซต์ไอเดียต่างๆ เช่น Pinterest เพื่อให้การเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเข้ากันมากขึ้น การใช้สีสันที่ฉูดฉาด โทนสีร้อน อาจจะเหมาะกับแค่คนบางกลุ่ม แต่การใช้โทนสีแบบเอิร์ธโทนเรียบง่าย เช่น เทา น้ำตาล ครีม ขาว จะทำให้ห้องดูมีความเป็นธรรมชาติ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านและช่วยให้ขนาดห้องขนาดเล็กดูกว้างขึ้นอีกด้วย   จากเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทำให้ห้องของคุณดูน่าสนใจและสร้างความประทับใจได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการอธิบาย และผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะตัดสินใจและวางเงินจองได้ในทันทีเพราะไม่อยากเสียโอกาสในการเป็นเจ้าของ อีกทั้งยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในห้องของคุณได้อย่างสะดวกสบาย บางอย่างอาจจะต้องลงทุนและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ผู้เช่าตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแล้ว คุณจะเสียเวลาไปอีก 1 เดือน 2 เดือน หรือมากกว่าโดยไม่ได้รับค่าเช่าไปเพื่ออะไร หากมีคนพร้อมจะควักเงินให้คุณแล้วอยู่ตรงหน้า เริ่มแต่งห้องและจบดีลให้เร็ว เท่านั้นคุณก็นอนรอรับเงินได้อย่างสบายใจหายห่วง เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับบทความดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีบทความน่ารู้อีกมากมายให้ได้ติดตามกันได้ที่นะคะ https://goo.gl/dwpzgr ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.plus.co.th
แต่งห้องไซส์เล็กให้เป็นห้องใหญ่ง่ายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวต์อิน!

แต่งห้องไซส์เล็กให้เป็นห้องใหญ่ง่ายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวต์อิน!

  พูดถึงขนาดห้อง Studio ของคอนโดมิเนียม หลายคนคงนึกถึงภาพห้องที่โล่งเปล่าไม่แบ่งกั้นสัดส่วน มีเพียงห้องน้ำและเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ มากกว่าห้องขนาด 1 Bedroom ที่ใหญ่กว่าและยังแบ่งกั้นพื้นที่นั่งเล่นกับห้องนอนให้เสร็จสรรพ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าราคาของไทป์แต่ละห้องย่อมต่างกัน ใครสะดวกใจและมีกำลังซื้อห้องขนาดไหนก็เลือกตามใจชอบได้เลยค่ะ แต่สำหรับคนงบน้อยที่ตัดสินใจซื้อห้อง Studio ขนาดเล็กและไม่รู้จะแต่งห้องยังไง? วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีทางออกให้คุณแล้วค่ะ เพราะเราได้นำตัวอย่างการแต่งห้องเล็กให้ดูใหญ่ง่ายๆ ด้วยการออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินให้เหมาะสมพื้นที่จากแบรนด์ Poom มาให้ดู เผื่อใครจะนำไอเดียไปปรับใช้ให้เข้ากับห้องของตัวเอง ไปดูกันเลย... และนี่คือ Reference : IDEO Q Chula – Samyan ห้อง Studio ขนาด 22 ตารางเมตร ที่ทางแบรนด์ Poom เป็นคนออกแบบให้ค่ะ เมื่อเปิดประตูเข้าไป จะเห็นได้ว่าแปลนห้องก็คล้ายกับคอนโดฯ ทั่วไป คือมีเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ อยู่ด้านซ้ายตรงข้ามกันก็คือห้องน้ำนั่งเอง ห้อง Studio ขนาด 22 ตารางเมตร ที่ได้รับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและเก็บของได้อย่างเพียงพอ ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดและรู้สึกโปร่งโล่งสบายในสไตล์เฟอร์นิเจอร์ไม้ของแบรนด์ Poom ที่ดูเรียบง่าย อบอุ่น น่ารักเหมาะห้องขนาดเล็ก ออกแบบผนังที่ว่างเปล่าอีกฝั่งหนึ่งให้เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันด้วยชั้นวางของ โต๊ะทำงานหรือเขียนหนังสือโดยไม่ไม่เปลืองเนื้อที่ นอกจากนี้ยังดูน่ารัก น่าใช้ อบอุ่นเข้ากับสไตล์และบรรยากาศห้องได้เป็นอย่างดี   และหากใครสงสัยว่างานบิลต์อินนั้นว่ามีข้อดีและเสียยังไง ทีมงานเราก็รวบรวมคำตอบมาให้คุณเช่นกันค่ะ... ข้อดี สามารถออกแบบและใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า จึงมีประโยชน์ในเรื่องของความสามารถในการจัดเก็บข้าวของได้มากขึ้น มีความแข็งแรง เพราะเป็นการติดตั้งโดยการยึดติดอยู่กับโครงสร้างอาคารหรือพื้นที่นั้นๆ สามารถออกแบบได้ตามใจเพียงแค่บอกความต้องการกับสถาปนิกหรือเจ้าของแบรนด์นั้นๆ อีกทั้งยังสามารถปรับแบ่งพื้นที่การใช้งานให้ตรงตามความต้องการได้อีกด้วย ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากมีค่าออกแบบและต้องใช้ช่างที่ชำนาญเป็นคนติดตั้งให้ค่ะ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เนื่องจากเป็นการติดตั้งยึดติดกับพื้นที่นั้นๆ ระหว่างการติดตั้งอาจจะมีฝุ่น เศษไม้ กลิ่นทินเนอร์รบกวน ทำให้ใช้พื้นที่บริเวณนั้นไม่ได้   เป็นยังไงกันบ้างคะเมื่อได้ดูไอเดียตัวอย่างการแต่งห้องเล็ก รวมถึงข้อดีข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินกันไปแล้ว สำหรับใครที่คิดว่า “ราคาแพงแน่เลย แต่งเองดีกว่า” ขอแนะนำว่าให้ลองปรึกษาทางสถาปนิกหรือแบรนด์ Poom ดูก่อนก็ได้ค่ะ เพราะทางแบรนด์แอบกระซิบว่าไม่ได้คิดค่าออกแบบเพียงแต่ใช้มัดจำตามขนาดพื้นที่ของห้อง และจึงหักลบกับยอดซื้อภายหลัง ที่สำคัญคือลูกค้าสามารถแจ้งกำหนดงบประมาณที่มีเพื่อการออกแบบที่เหมาะสมได้ด้วยค่า สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ทาง https://www.facebook.com/Poom.living Line: @poomdesign   ขอขอบคุณรูปภาพจากแบรนด์  Poom design
อัพเดตตัวช่วยเทรนด์แต่งบ้านที่จะมาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ในแบบคุณ

อัพเดตตัวช่วยเทรนด์แต่งบ้านที่จะมาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ในแบบคุณ

ปัจจุบันการออกแบบชีวิตในทุกมิติ เป็นเทรนด์หลักที่ผู้คนต่างให้ความใส่ใจในองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ดูจะเป็นเรื่องที่นำมาปรุงแต่งให้งานออกแบบ มีเสน่ห์ น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่าไลฟ์สไตล์ของการตกแต่ง ที่พักอาศัย ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์จะเป็นหนึ่งในปัจจัยแรกๆ ที่เห็นได้ชัดเจน ด้วยรูปแบบชีวิตและงานอดิเรกที่หลากหลาย ทำให้บางคนที่รักการดูหนัง ย่อมอยากเปลี่ยนมุมหนึ่งในบ้านให้กลายเป็นห้องโฮมเธียเตอร์ขนาดย่อม หรือคนที่รักการฟังเพลงก็อยากใช้เวลาอยู่กับชุดเครื่องเสียงสุดโปรด ไปจนถึงคนที่รักความสงบ ก็อยากอยู่เงียบๆ พร้อมหนังสือดีๆ สักเล่ม ไม่ใช่เฉพาะที่บ้านเท่านั้น ออฟฟิศสำนักงานซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่สอง ที่เราต้องใช้เวลาทำงานอยู่ไม่ต่ำกว่า 8-10 ชม. ซึ่งสามารถตกแต่งให้สวยงามและโดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องประชุม ก็สร้างพื้นที่แห่งความสุขได้อย่างลงตัว ฯลฯ ครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ วัสดุอะคูสติก เอสซีจี สำหรับผนังตกแต่งดูดซับเสียง รุ่น  (Cylence Zandera) ในกลุ่มวัสดุอะคูสติกเอสซีจี ตัวช่วยที่น่าสนใจในการนำมาเติมเต็มการตกแต่ง ที่อาจจะเป็นไอเดียตั้งต้นสำหรับการแต่งบ้านในสไตล์ของคุณเอง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในเวลานี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นการตอบโจทย์จากรูปแบบของวัสดุ ที่พัฒนาสีสันที่หลากหลาย และรูปทรงต่างๆ ที่สามารถนำมาในรูปแบบการ Mix & Match ให้ผนังมีมิติ ปรับเปลี่ยนได้ง่ายด้วยคุณสมบัติแบบ DIY คุณภาพดี ราคาไม่แพงจนเกินไป แล้วคุณสมบัติที่ช่วยลดเสียงก้อง หรือเสียงสะท้อนได้มากสุดถึง 75 เปอร์เซ็นต์ โดยมีค่า NRC 0.75 ทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์พื้นที่ส่วนตัวได้ดั่งใจแม้จะอยู่ในพื้นที่จำกัด โดยที่ไม่รบกวนผู้อื่น หมดความกังวล และสนุกกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับกิจกรรมในการพักผ่อนที่พิเศษสุด นอกจากนี้ การตกแต่งพื้นที่ในส่วนต่าง ๆ นั้น  ก็สามารถใช้ตัวช่วยอย่าง วัสดุอะคูสติก เอสซีจีสำหรับผนังตกแต่งดูดซับเสียง รุ่น Cylence Zandera เข้ามาสร้างสีสันที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างลงตัว เรียบหวาน แบบพอดี  สร้างจินตนาการแต่งแต้มสีสันแห่งความสดใสให้ห้องนั่งเล่น โดยใช้สีชมพูของโซฟา ตัดสลับกับสีฟ้าของผนัง เพิ่มความสนุกสนานให้กับห้องนั่งเล่น ในสไตล์คุณ เพื่อหลีกหนีความจำเจ ในยุคที่ vertical live หรือยุคที่อยู่อาศัยแนวสูงมีมากขึ้นทุกวัน และยังตอบโจทย์วัยรุ่นสมัยใหม่ ที่นิยมการอยู่อาศัยแบบส่วนตัว ชอบสังสรรค์ยังสามารถสร้างกิจกรรม ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ด้วย เรียบหรู แต่มีสไตล์ หลีกหนีบรรยากาศของห้องทำงานที่ต้องดูสุขุม ด้วยการใช้วัสดุไม้แบบเดิม ๆ  โดยนำความเป็น minimal และ loft เข้ามาผสมผสานกัน  การใช้สีที่ให้ดูเรียบหรูอย่างสีดำ และเทา พร้อมทั้งเบรคด้วยสีเหลืองโดดเด่น  เพื่อให้เป็นตัวแทนของความคิด และการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ มนต์เสน่ห์ ที่ดึงดูด เพิ่มเสน่ห์ให้ห้องประชุมที่เป็นมากกว่าการประชุม  ด้วยการนำเส้นสายในรูปทรงของวัสดุเข้ามาช่วยทำให้เกิดลวดลาย  และเพิ่มความเย้ายวนด้วยการใช้สีม่วงเข้าไปผสมผสานทำ ให้มีความเป็น modern classic อย่างน่าหลงไหล เปิดโล่ง พื้นที่เล็ก ๆ แบบมีมิติ เปิด space ให้ดูโล่งและกว้าง ด้วยสีขาวของเฟอร์นิเจอร์ และสร้างมิติให้กับผนังด้วยลวดลายแนว shoots ด้วยสีที่สร้างสมาธิในการทำงาน คือ น้ำเงิน และเทา เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการ home office ง่ายๆเป็นของตนเองในพื้นที่ที่ไม่กว้างนัก สร้างสรรค์ จินตนาการที่ไม่หยุดยั้ง สร้างจุดสนใจด้วยสีกลุ่ม oasis เสมือนความสดใสกลางทะเลทราย สีเหล่านี้จะช่วยให้เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าและดึงความตั้งใจกลับมา และยังช่วยลดทอนความกระด้างของผนังเรียบๆ  บวกกับการใช้รูปทรงสามเหลี่ยมมาช่วยทำให้เพิ่มความหน้าค้นหาและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ อาจเป็นตัวอย่าง ของการใช้ตัวช่วยเล็ก ๆ ในการตกแต่ง พื้นผนัง ให้มีสีสัน เพิ่มมากขึ้น สีที่หลากหลายสไตล์การตกแต่งถึง 17 สี  ของวัสดุอะคูสติก สำหรับผนังตกแต่งดูดซับเสียง รุ่น (Cylence Zandera Scenera Collection) ที่ออกมาแนะนำกันในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น โทนสีไหน ก็ช่วยสร้างบรรยากาศในทุกมุมมอง ตอบโจทย์ทุกการออกแบบอย่างลงตัว และมีความโดดเด่น ในสไตล์ที่คุณต้องการแบบไม่ซ้ำใคร สำหรับผู้ที่สนใจ ชื่นชอบการตกแต่งบ้านด้วยวิธีง่ายๆ และยังได้คุณสมบัติการดูดซับเสียงสามารถเข้าชมสินค้า หรือขอรับตัวอย่างสินค้าและคำปรึกษา  ได้ที่ โฮมโซลูชั่นทุกสาขา และ เอสซีจี เอ็กซ์พี่เรี้ยน หรือติดต่อสอบถามที่ Contact Center โทร 02-586-2222
“คอตโต้” จับมือดีไซเนอร์ระดับโลก “นาโอโตะ ฟูกาซาว่า” สร้างพื้นที่โชว์ไอเดียดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากโครงการ “COTTO Another Perspective 5” ในงาน Milan Design Week 2017

“คอตโต้” จับมือดีไซเนอร์ระดับโลก “นาโอโตะ ฟูกาซาว่า” สร้างพื้นที่โชว์ไอเดียดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากโครงการ “COTTO Another Perspective 5” ในงาน Milan Design Week 2017

ปีนี้นับเป็นปี 5 ของโครงการ COTTO Another Perspective ซึ่ง คอตโต้ แบรนด์ผู้นำกระเบื้อง สุขภัณฑ์ และก๊อกน้ำของไทยที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกได้จัดขึ้นเพื่อมอบโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิดการออกแบบกับดีไซเนอร์ระดับโลก และมีโอกาสได้แสดงผลงานของตนเองบนเวทีโลกอย่าง Milan Design Week ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งโครงการครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4-9 เมษายนที่ผ่านมา ใช้ชื่อโครงการว่า COTTO Another Perspective 5 Curated by Naoto Fukasawa โดยได้ นาโอโตะ ฟูกาซาว่า ดีไซเนอร์สไตล์มินิมัลชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเคยมีผลงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำในหลายประเทศ มาเป็นโค้ชให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้าร่วมโครงการจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิสราเอล โปรตุเกส ญี่ปุ่น และไทย นาโอโตะ ฟูกาซาว่า ไม่เพียงเป็นโค้ชแต่ยังเป็นผู้กำหนดคอนเซ็ปต์ Good Morning ในการออกแบบให้กับโครงการครั้งนี้ด้วย โดยเขาได้แรงบันดาลใจมาจากห้องน้ำที่แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ ในบ้านแต่มีความพิเศษที่สามารถปลุกความสดชื่น สร้างความผ่อนคลาย และเติมพลังความคิด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นในวันใหม่ ซึ่งประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันก็สามารถสร้างเสน่ห์และตีความคำว่า Good Morning ได้หลากหลายมุมมอง นาโอโตะ ฟูกาซาว่า ได้ปลุกพลังความคิดให้ดีไซเนอร์ที่เข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์แต่ยังคงความเป็นตัวตนที่มีเอกลักษณ์ตามแนวทางของตนเอง โดยดีไซเนอร์แต่ละกลุ่มได้นำผลิตภัณฑ์คอตโต้มาเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน ซึ่งทำให้ชิ้นงานมีความลงตัวเข้ากันได้ทั้งสไตล์และฟังก์ชั่นการใช้งาน ผลงานการออกแบบห้องน้ำในคอนเซ็ปต์ Good Morning จากฝีมือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ 7 กลุ่ม 5 ประเทศ EVERYDAY CEREMONY by Ferréol Babin, France “Everyday Ceremony” เป็นคอลเลกชั่นงานไม้ที่ออกแบบให้ลงตัวกับอ่างล้างมือ COTTO รุ่น Simply Modish สร้างมิติให้กับพื้นที่ในห้องน้ำ ซึ่งใช้ประกอบกิจกรรมที่เปรียบเสมือนเป็นพิธีกรรมประจำวัน คอลเลกชั่นงานไม้นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา (เช่น แท่นบูชา) วัฒนธรรมประเพณี (เช่น การดื่มชา) และอุปกรณ์ต่างๆ (เช่น หีบใส่สิ่งของ) จนเกิดเป็นสถานที่ประจำวันที่สร้างความสดชื่นจากกลิ่นหอมและความอบอุ่นของไม้ ความสวยงามของผิวไม้แกะสลัก และสัมผัสที่ได้จากการผิวไม้ที่แผ่นรองเท้า และกระจกไม้ ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน ก๊อกผสมอ่างล้างหน้าชนิดก้านโยกรุ่นซีรอคโคเซ้นส์ (Scirocco Sense) อ่างล้างหน้าชนิดวางบนเคาน์เตอร์ รุ่นซิมพลี โมดิช (Simply Modish) HINOKI by Nitsan Debbi, Israel การดื่ม การชำระล้าง และการฟอกถู ถือเป็นกิจกรรมพื้นฐานในห้องน้ำเพื่อปลุกความสดชื่น และสร้างพลังใหม่ให้กับร่างกายและจิตใจ ผลงาน “HINOKI” ได้รับแรงบันดาลใจจากถังไม้โบราณของประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกว่า Oke ซึ่งคนญี่ปุ่นใช้เป็นพื้นที่อาบน้ำเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ผลงานชิ้นนี้ทำจากต้นไซปรัสหรือเรียกว่า Hinoki ในภาษาญี่ปุ่น ถือเป็นถังไม้ Oke ในดีไซน์ใหม่ที่ผสานกลิ่นอายของประเพณีดั้งเดิมกับบ้านยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน กระเบื้องอิตาเลียคอลเลกชั่น รุ่น Bianchezza ก๊อกอ่างล้างหน้า ชนิดฝังผนัง SMALL STEPS by Rui Pereira + Ryosuke Fukusada, Portugal + Japan ช่วงเวลายามตื่นนอนมักไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เริ่มจากการถูกปลุกด้วยเสียงดังของนาฬิกา กระโดดลงจากเตียง และรีบตรงเข้าห้องน้ำอย่างทุลักทุเล ผลงาน “Small Steps” ออกแบบห้องน้ำให้เป็นชั้นวางซ้อนกันในมุมมองที่แปลกใหม่ สร้างบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย ให้การเริ่มต้นวันใหม่เป็นไปอย่างน่ารื่นรมย์ ด้วยลวดลายหินอ่อนจากกระเบื้อง Italia Collection รุ่น Bianchezza ช่วยผ่อนคลายความวุ่นวายในยามเช้า และสร้างบรรยากาศที่สดชื่นเพื่อปรับร่างกายและจิตใจให้พร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ในแต่ละวัน ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน กระเบื้องอิตาเลียคอลเลกชั่น รุ่น Bianchezza ก๊อกผสมอ่างล้างหน้าชนิดก้านโยก รุ่นซีรอคโคเซ้นส์ (Scirocco Sense) CIRCULAR MOTION MIRROR by STUDIO248, Thailand ผลงาน “CIRCULAR MOTION MIRROR” เป็นกระจกที่สามารถสร้างความรู้สึกสดชื่นแก่ผู้ใช้งาน เป็นความสดชื่นที่สัมผัสได้แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้ยืนบริเวณหน้ากระจกตรงๆ โดยออกแบบรูปลักษณ์ให้ดูแปลกตาและให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะ แต่ขณะเดียวกันก็สร้างฟังก์ชั่นการใช้งานในห้องน้ำ ให้ทุกยามเช้ามีความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน กระเบื้อง รุ่น Calacatta Classico RITUAL by studio NOCC, France ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่เราใช้งานเป็นกิจวัตร ซึ่งเปรียบเหมือนพิธีกรรมที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน พฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นในห้องน้ำในทุกเช้าแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ การชำระล้าง การทำความสะอาด และการเช็ดให้แห้ง ผลงาน “RITUAL” ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์กิจวัตรทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ ก๊อกน้ำสำหรับชำระล้าง แท่นสำหรับวางอุปกรณ์ทำความสะอาด และราวแขวนผ้าขนหนู โดยได้รับแรงบันดาลใจจากก๊อกน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บริเวณหน้าโบสถ์หรือวัด ประดับด้วยกระเบื้องโมเสก รุ่น Marble Massa Herringbone จาก COTTO ให้ Look ความเป็นหินอ่อนที่ดูแปลกตา และก๊อกน้ำที่ออกแบบใหม่โดยผู้ออกแบบเอง ให้สามารถใช้งานในพื้นที่อ่างที่จำกัดโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน กระเบื้องโมเสก รุ่น Marble Massa Herringbone GROWTH by THINKK Studio, Thailand ยามเช้าเป็นช่วงเวลาของความหวังใหม่และการเริ่มต้นใหม่ ผลงาน “Growth” ได้รับการออกแบบเพื่อปลุกความสดชื่นในห้องน้ำยามเช้าด้วยชุดกระถางต้นไม้แนวตั้ง ซึ่งสามารถแขวนและจัดเรียงบนผนังอย่างอิสระ เข้ากันกับกระจกส่องหน้า ถาด และชั้นวางของ ผลงานชิ้นนี้สร้างความสดชื่นจากการได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของต้นไม้ ซึ่งแต่ละกระถางติดตั้งด้วยกระเบื้อง Italia Collection ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน กระเบื้องอิตาเลียคอลเลกชั่น รุ่น Pietra, Neo Basalt และ Balza ก๊อกผสมอ่างล้างหน้าชนิดก้านโยก รุ่นซีรอคโคเซ้นส์ (Scirocco Sense) อ่างล้างหน้าชนิดวางบนเคาน์เตอร์ รุ่นซิมพลี โมดิช (Simply Modish) AMES BOND ISLAND by COTTO Creative Design Office, Thailand ประเทศไทยมีธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ผลงานออกแบบชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเขาตะปู จังหวัดพังงา หรือ “James Bond Island” เป็นวิถีใหม่แห่งการปลุกความสดชื่น ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ ของห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำ อ่างล้างหน้า ฝักบัวอาบน้ำ ชั้นวาง และผนังที่ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินธรรมชาติ รุ่น M-Stone ที่ดึงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของ James Bond Island นับเป็นประสบการณ์สร้างความสดชื่น ผ่อนคลายของห้องน้ำแนวใหม่ ให้บรรยากาศธรรมชาติและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว ผลิตภัณฑ์คอตโต้ที่ใช้ในผลงาน กระเบื้อง รุ่น M-Stone ก๊อกผสมยืนอาบน้ำชนิดฝังผนัง ชุดฝักบัวอาบน้ำก้านแข็ง
บ้านแคปซูล Ecocapsules ที่พักสุดล้ำ เพื่อการท่องเที่ยวแห่งอนาคต

บ้านแคปซูล Ecocapsules ที่พักสุดล้ำ เพื่อการท่องเที่ยวแห่งอนาคต

Ecocapsules เป็นผลงานการออกแบบโดยทีม Nice Architects จากประเทศสโลวาเกีย ที่นอกจากจะเด่นเรื่องดีไซน์แล้วยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ที่สำคัญด้วยขนาดที่พกพาสะดวกจึงทำให้มันกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดการท่องเที่ยวของต่างประเทศเป็นอย่างมากครับ Ecocapsules นั้นสามารถผลิตไฟฟ้าได้ในตัวด้วยกังหันลม และแผงโซลาห์เซลล์ที่ติดตั้งมาในตัว รวมถึงมีการออกแบบให้สามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ได้อีกด้วย พื้นที่ภายในแคปซูลแม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน มีห้องน้ำ ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องเก็บของ และเตียงนอน ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวกขนาดนี้ ใครสนใจเข้าไปชมสเป็คเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ทาง ecocapsule.sk ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  travel.truelife.com
25 แปลนบ้าน 3 ห้องนอน ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและคอนโด

25 แปลนบ้าน 3 ห้องนอน ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและคอนโด

แปลนบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน สำหรับคนที่กำลังมองหาแบบบ้านชั้นเดียว วันนี้เรารวบรวมมาให้ชมถึง 25 แบบ ลองไปเก็บไอเดียกันเลย แบบบ้านชั้นเดียว ยังคงฮอตฮิตติดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของคนอยากมีบ้านอยู่เสมอ เพราะความสะดวกสบายที่ทุกห้องสามารถอยู่ใกล้ชิดกันได้ อีกทั้งยังราคาประหยัดไม่ต้องลงเสาและคานชั้น 2 วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมี แปลนบ้าน 3 ห้องนอน จากเว็บไซต์ home-designing.com มาฝาก แถมยังสามารถนำไปปรับใช้เป็นแปลนห้องสำหรับคนที่อยู่คอนโดได้อีกด้วย 1. แปลนบ้านสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีสมาชิกประมาณ 3 คน และต้องการห้องนั่งเล่นที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดใช้สอยได้ตามความต้องการ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ยังมีผนังกั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นด้วย 2. ถึงแม้ขนาดของห้องนอนตามแปลนบ้านจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ยังมีพื้นที่กลางแจ้งและห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 3. เนื่องจากแปลนบ้านหลังนี้แบ่งพื้นที่ของห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ด้วยขนาดที่เท่า ๆ กัน ดังนั้นช่วยลดปัญหาของการเลือกห้องได้มากทีเดียว ทั้งยังมีห้องน้ำแยกให้ต่างหากด้วย 4. แปลนบ้านที่เหมาะกับการอยู่เป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ๆ ด้วยกันเอง เพราะนอกจากจะมีผนังกั้นห้องส่วนตัวแล้ว ทุกคนยังสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นที่เคาน์เตอร์อาหารเช้า ห้องกินข้าว หรือห้องนั่งเล่น 5. แปลนบ้านที่จะทำให้ทั้งบ้านสว่างไปตลอดทั้งวัน เพราะแต่ละห้องต่างก็มีระเบียงส่วนตัว พร้อมทั้งหน้าต่างมากมายที่ช่วยให้แสงเข้าถึงพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น 6. ห้องนอนถูกกระจายออกไปตามมุมต่าง ๆ ของแปลน โดยมีห้องน้ำ ห้องนั่ง และห้องครัวคั่นกลาง ก็เลยทำให้ห้องนอนแต่ละห้องดูเป็นสัดเป็นส่วน และมีความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น 7. ส่วนแปลนบ้าน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมทั้งห้องนั่งเล่นกับห้องกินข้าวขนาดใหญ่ และมุมนั่งเล่นบนระเบียง เหมาะกับคนที่ชอบชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้กันที่บ้านมาก ๆ เลย 8. ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางเอาไว้ตามมุมต่าง ๆ ของแปลนบ้านเช่นนี้ ก็จะช่วยให้แต่ละคนมีมุมส่วนตัวของตัวเองกันมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม 9. สำหรับห้องนอนขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว แถมยังมีห้องครัวกับห้องกินข้าวขนาดใกล้เคียงกัน ถือเป็นออปชั่นที่น่าสนใจสำหรับแปลนบ้าน 3 ห้องนอนมากทีเดียว 10. แม้ภาพรวมของแปลนบ้านจะคล้าย ๆ กัน แต่หากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าทางเข้าของแปลนบ้านหลังนี้อยู่ทางตะวันออก พร้อมทั้งสลับตำแหน่งระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น เพื่อให้ห้องนอนได้รับแสงมากขึ้น 11. ถึงแม้ห้องน้ำจะค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสัดส่วนของห้องอื่น ๆ แต่ก็ถือเป็นแปลนบ้าน 3 ห้องนอนอีกหนึ่งแปลน ที่ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วได้อย่างคุ้มค่าดีจริง ๆ 12. แปลนบ้านน่ารัก ๆ สำหรับครอบครัวเล็ก ๆ เพราะนอกจากจะมีห้องต่าง ๆ ครบครันแล้ว ยังเปลี่ยนห้องนอน 1 ใน 3 ห้องนี้ ให้เป็นห้องสำหรับทำการบ้านของเด็ก ๆ ได้ด้วย 13. บ้าน 3 ห้องนอน ก็สามารถปรับเปลี่ยนลุคให้ดูหรูหราขึ้นได้เช่นกัน หากพื้นที่ภายในบ้านมีขนาดกว้างขวางพอ จะจัดบ้านให้ดูโล่ง ๆ บรรยากาศปลอดโปร่งสบายตามแปลนบ้านนี้ 14. อีกหนึ่งแปลนบ้านสวย ๆ บนพื้นที่ขนาดเท่ากัน แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งห้องกับพาทิชั่นบางจุด แต่ก็ยังรักษาพื้นที่ใช้สอยเอาไว้ได้เท่าเดิม 15. แม้ห้องนอนจะดูเหมือนมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังพื้นที่ให้ใช้สอยได้อย่างสะดวกสบาย แถมพื้นที่ส่วนรวมก็ยังดูกว้างขวาง เพราะไม่มีผนังมาจำกัดพื้นที่ใช้สอย 16. การวางเตียงนอน 2 เตียงไว้ในห้องเดียวกัน อาจทำให้ดูคับแคบไปถนัดตา แต่สำหรับแปลนบ้านแปลนนี้กลับยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้สอยตามอัธยาศัย แถมการตกแต่งในภาพรวมก็ยังความรู้สึกคล้าย ๆ กับบ้านพักตากอากาศด้วย 17. แปลนบ้านในฝันของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะมีห้องนอนใหญ่ ๆ พร้อมตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน และห้องน้ำในตัว อีกทั้งยังมีห้องกินข้าวบรรยากาศสบาย ๆ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกห้องด้วย 18. สำหรับแปลนบ้าน 2 ห้องนอน แต่มีถึง 5 เตียงนอนของบ้านหลังนี้ ถึงแม้จะใช้ตกแต่งบ้านพักตากอากาศชั่วคราว แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนเวลาอาบน้ำไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องรอคิวเข้าห้องน้ำกันยาวเลย 19. แม้การวางชุดครัวไว้ในห้องปิด อาจจะเป็นเทรนด์บ้านที่ไม่ค่อยทันสมัยสักเท่าไรนัก แต่ก็ช่วยเก็บทั้งกลิ่นและเสียงระหว่างการทำอาหารแต่ละมื้อได้ดีทีเดียว 20. ข้อดีของห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ในแปลนบ้านหลังนี้ก็คือ แต่ละห้องมีพื้นที่กลางแจ้งเป็นของตัวเองด้วย นั่นก็คือระเบียงที่สามารถเดินออกไปได้โดยตรงจากห้องนอน รวมถึงในส่วนของห้องครัวด้วย 21. แปลนบ้านนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย ตรงที่ห้องนอน 2 ห้องแรกใช้ระเบียงร่วมกัน ในขณะที่ห้องนอนสุดท้ายมีระเบียงแยกออกมาเป็นส่วนตัว 22. แปลนบ้าน 1 ห้องนอนใหญ่ กับ 2 ห้องนอนเล็ก ซึ่งถึงแม้จะไม่มีระเบียง แต่ก็มีหน้าต่างอยู่ตามห้องต่าง ๆ ของบ้าน อีกทั้งยังมีห้องกินข้าวบรรยากาศปลอดโปร่ง เป็นจุดเชื่อมต่อจากทุกห้อง 23. นอกจากจะมีห้องนอนขนาดใหญ่แล้ว ยังมีมุมนั่งเล่นกลางแจ้งบนระเบียงถึง 2 ฝั่ง ตามมาด้วยห้องนั่งเล่นสุดกว้างขวาง ทำให้ห้องนอนทั้ง 3 ห้อง เทียบเท่ากับคอนโดหรู ๆ หนึ่งห้องเลย 24. แปลนบ้านตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติ และมีตู้เสื้อผ้าซ่อนอยู่มากมาย ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการพักผ่อนหลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันมากเลยทีเดียว 25. ดีไซน์เรียบง่ายและดูสบายตา ทำให้ห้องและองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ภายในบ้านดูเป็นระเบียบ อีกทั้งยังเงียบสงบมากทีเดียว แถมห้องนอนแต่ละห้องก็ยังมีระเบียงให้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันด้วย           แปลนบ้านแต่ละหลังน่าอยู่ทั้งนั้น อีกทั้งยังเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิกแบบพ่อ แม่ ลูก ก็หวังว่าไอเดียแปลนบ้านเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการสร้างบ้านที่ดีให้กับใครหลาย ๆ คนได้นะคะ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  home.kapook.com
11 เทรนด์สีแต่งบ้านปี 2015 ที่ห้ามพลาด !

11 เทรนด์สีแต่งบ้านปี 2015 ที่ห้ามพลาด !

เทรนด์สีในการตกแต่งบ้านปี 2015 จะเป็นอย่างไร ใครกำลังเตรียมตัวแต่งบ้านหลังปีใหม่ กระซิบให้ว่าเทรนด์สีปี 2015 เป็นแบบนี้จ้า.. เนื่องจากเราไม่ได้เปลี่ยนสไตล์การตกแต่งบ้านบ่อย ๆ เหมือนเสื้อผ้า ดังนั้นก็อาจจะหลุดเทรนด์ไปบ้างหากไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการตกแต่งบ้านอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ต้องการจะสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้านใหม่ในปีหน้า เพราะเว็บไซต์ House Beautiful ได้รวบรวมโทนสีแต่งบ้านที่น่าจะมาแรงในปี ค.ศ. 2015 จากการคาดการของ 11 ดีไซเนอร์ชื่อดังมาฝากกันแล้ว 1. สีกรีกบลู (Greek Blue) ซาร่า สตอรี กล่าวว่าสำหรับโทนสีตกแต่งบ้านแบบสีกรีกบลูก็คือ สีน้ำเงินแบบการตกแต่งอาคารในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างเช่น หลังคาโบสถ์บนเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นโทนสีเข้มอันยอดเยี่ยมที่ทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้านมีความสวยงามมากขึ้นแล้ว ยังมีความสมบูรณ์ยิ่งกว่าเมื่อจับคู่กับสีเทาหรือชมพูด้วย 2. โทนสีแบบยุค 1960 (60's Shades) หลังจาก อเล็กซานดร้า เคียร์เลอร์ ได้เห็นโทนสีแบบยุค 1960 เจิดจรัสอยู่บนลำตัวของนางแบบ ที่่ออกมาอวดโฉมคอลเลคชั่นเสื้อผ้าของปี ค.ศ. 2015 ก็ทำให้ให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก และคิดว่าน่าเป็นโทนสียอดนิยมสำหรับการตกแต่งบ้านในปีเดียวกันด้วย ซึ่งโทนสีแบบยุค 1960 ก็ได้แก่ สีเขียวมะกอก สีส้มอิฐ และน้ำตาล เป็นต้น 3. สีเขียวอ่อนและน้ำเงิน (Sour Green With Blue) ทั้ง แอนน์ แม็กซ์เวลล์ ฟอสเตอร์ และ ซุยเซล เดอเพโดร คันนิ่งแฮม ต่างก็คิดว่าเทรนด์สีการตกแต่งบ้านยอดนิยมสำหรับพวกเขาน่าจะเป็นโทนสีแบบลวดลายบนผ้าปาเต๊ะ โดยเฉพาะการจับคู่ระหว่างสีเขียวอ่อนกับสีอื่น ๆ ได้แก่ สีเขียวอ่อน และสีน้ำเงิน เพราะนอกจากสีน้ำเงินจะทำให้บ้านมีกลิ่นอายของความคลาสสิกแล้ว ยังมีสีเขียวเข้ามาช่วยเพิ่มความสดใสอีกด้วย 4. โทนสีพาสเทล (Pastel Palettes) ส่วน คริสโทส เพลฟวีเซนอส กล่าวว่าหากให้เลือกโทนสีที่จะนำมาตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 เขาจะเลือกโทนสีพาสเทลที่เคยสร้างความสวยงามให้กับนครลอสแอนเจลิสในยุค 1980 ที่เกิดจากการผสมผสานหลากหลายโทนสีมาใช้ อย่างเช่น สีส้มและสีม่วงขณะพระอาทิตย์ตก สีเขียวแบบต้นปาล์ม สีฟ้าน้ำทะเล และสีชมพูขนนกฟลามิงโก้ ซึ่งล้วนเป็นโทนสีที่สร้างภาพที่่น่ามหัศจรรย์ไม่แพ้โทนสีนีออนเลย 5. โทนสีเทา (Neutral Gray) ในขณะที่ เจฟ แอนดรูวส์ คิดว่า โทนสีเทาเป็นสีกลางที่มาแรงที่สุดสำหรับตอนนี้ โดยเฉพาะการตกแต่งบ้านในส่วนของแบ็กดรอปหรือพื้นหลังต่าง ๆ อย่างเช่น ผนัง และเพดาน ส่วนการตกแต่งที่เขาชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือ บ้านผนังสีเทาอ่อน ที่ใช้กรอบประตูสีน้ำตาลชาโคล ในขณะที่ตกแต่งเพดานด้วยสีเทาอ่อนและสีขาว 6. งานศิลป์ในยุคเรเนสซองส์ การรวมตัวของสีเขียว แดงอมม่วง ฟ้าเข้ม เบจ ขาว บวกกับรูปแบบและผิวสัมผัสที่หลากหลาย แบบภาพวาดในยุคเรเนสซองส์ เป็นโทนสีที่ อเล็กซานดร้า บลังก้า คิดว่าน่าจะเป็นโทนสียอดนิยมในหมู่คนรักบ้าน และเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปี ค.ศ. 2015 อย่างแน่นอน 7. สีเขียวมะกอก (Olive Green) โทนสีที่ คาเพลล่า คินเชอร์ คิดว่าน่าจะเป็นสียอดนิยมสำหรับการตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 ได้ไม่ยากเลยก็คือ สีเขียวมะกอก เพราะเธอค้นพบว่ามันเป็นสีที่ยอดเยี่ยมมาก หลังจากเธอตกแต่งห้องครัวด้วยตู้เก็บของสีเดียวกันนี้ เนื่องจากสีเขียวมะกอกไม่ได้เป็นแค่สีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น กับอากาศที่ปลอดโปร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นสีที่เข้ากันได้ดีกับโทนสีอื่น ๆ ด้วย 8. การผสมผสานสีเข้ม เนื่องจากแกรนท์ เค กิบสัน ชื่นชอบการผสมผสานของโทนสีชมพู ม่วง และเขียวเข้มอมฟ้าเทอร์ควอยซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นตัวเขาเองก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นโทนสีที่น่านำมาตกแต่งภายในบ้านสำหรับปีค.ศ. 2015 มากทีเดียว ส่วนตัวอย่างการผสมผสานสีทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันก็ได้แก่ การใช้ของตกแต่งสีม่วง วอลเปเปอร์สีฟ้า ชุดเครื่องนอนสีชมพูเข้ม และอาร์มแชร์สีเขียว เป็นต้น 9. โทนสีอบอุ่น หลังจากที่ เจนนี่ โคเมนดา เห็นโทนสีอบอุ่นกลับมาแต่งแต้มความสวยงามให้กับวงการแฟชั่นเสื้อผ้าอีกครั้ง ก็จะไม่รู้สึกแปลกใจหากจะเห็นคนส่วนใหญ่นำโทนสีที่กล่าวมา อย่างเช่น สีเขียวมะกอก ดัสตี้มินต์ และม่วงเข้ม มาใช้ตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 ด้วย อีกทั้งยังเป็นโทนสีที่เธอชอบเรื่อยมา โดยเฉพาะการตกแต่งที่แทรกโทนสีสว่างลงไปบางส่วน เพื่อให้การตกแต่งมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น 10. จับคู่ระหว่างโทนสีร้อนและอบอุ่น สำหรับการตกแต่งบ้านในปี ค.ศ. 2015 มัลคอม เจมส์ คัทเนอร์ คาดว่าการจับคู่โทนสีตรงกันข้ามน่าจะมาแรง พร้อมทั้งช่วยสร้างพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และชีวิตชีวาได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะสีดำ เทา และขาว พร้อมกับมีสีแดงกระจายอยู่ทั่วไปตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือสีส้มที่คละเคล้ากันไปกับสีน้ำตาล น้ำเงิน และเขียว 11. สีน้้ำเงินกับผิวมันวาว หลังจากที่ ซูซานนา ซอร์ค เห็นการตกแต่งบ้านด้วยสีน้ำเงินเข้มกับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีลักษณะแบบผิวสัมผัสมันวาว คละเคล้ากันไปกับของตกแต่งบ้านสีขาว เธอก็คิดว่าเป็นโทนสีที่มหัศจรรย์ไม่น้อย เพราะสามารถเปลี่ยนจากบ้านธรรมดา ให้มีความทันสมัยผสมผสานไปกับความคลาสสิกได้ในทันทีเลยทีเดียว   หากคุณกำลังมองหาสีสำหรับนำไปตกแต่งบ้านใหม่ แต่ดูอย่างไรก็ยังเลือกโทนสีที่ต้องการไม่ได้สักที ก็หวังว่าทั้ง 11 เทรนด์โทนสีที่เหล่าดีไซเนอร์แนะนำกันไปในวันนี้จะช่วยให้การตกแต่งบ้านของคุณง่ายขึ้น และมีบ้านที่ตรงกับความคาดหวังของแต่ละคนกันนะคะ   ที่มา : home.kapook.com
ทริคเด็ดๆ แต่งคอนโดเล็กให้เหมือนห้องใหญ่

ทริคเด็ดๆ แต่งคอนโดเล็กให้เหมือนห้องใหญ่

10 ทริคเด็ด คอนโดพื้นที่เล็ก ก็รู้สึกเหมือนห้องใหญ่ ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเดี๋ยวนี้โครงการสร้างคอนโด ผุดขึ้นมาเยอะและรวดเร็วอย่างกับดอกเห็ด เพราะคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนในเมืองนั้น นิยมอยู่ในคอนโดมากกว่าบ้านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ เสียอีก เพราะการอยู่คอนโดทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากกว่า ไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดพื้นที่กว้าง ๆ แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันรอบ ๆ คอนโดอีกด้วย แต่ถ้าหากคุณต้องอยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่เล็ก คุณก็อาจจะรู้สึกอึดอัดถ้าไม่จัดให้เป็นระเบียบ หรือตกแต่งไม่เป็น แต่ไม่ต้องกลุ้มไป เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำ 10 ทริคเด็ดในการใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดห้องเล็ก ให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ในคอนโดห้องใหญ่ มาฝากกันแล้ว  วัดขนาดให้เป๊ะ  พื้นฐานการตกแต่ง และจัดระเบียบคอนโดที่ดี มาจากการวางแผนที่ถูกต้อง เริ่มจากการวัดขนาดห้องทั้งความยาว ความกว้าง และความสูงของเพดาน หรือหน้าต่างให้เป๊ะเสียก่อน เมื่อได้ขนาดที่แน่นอนออกมาแล้ว จึงค่อยตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ และของใช้ที่จะเอาเข้ามาวางในห้องได้ถูกต้อง จึงทำให้ห้องเล็กที่เคยมีนั้น กลับดูใหญ่ขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย  ร่างแบบห้องในโปรแกรม 3 มิติ  เพื่อความแน่ใจอีกระดับหนึ่ง ลองลงมือร่างแปลนห้องในแบบ 3 มิติออกมา โดยการดาวน์โหลดโปรแกรม เพื่อให้รู้ว่าถ้าตั้งเฟอร์นิเจอร์ตัวนี้ ตรงตำแหน่งนี้ จะเหลือพื้นที่อีกมากเท่าไร เพราะการร่างแปลนห้องในแบบ 3 มิตินี้ จะทำให้เห็นภาพห้องกว้าง ๆ ได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะทำผิดพลาด หรืออยากเปลี่ยนตำแหน่งกี่ครั้ง ก็ไม่ต้องเหนื่อยย้ายเฟอร์นิเจอร์ให้ยุ่งยากด้วย  ควรซ่อน หรือโชว์อะไรบ้าง  ก่อนที่จะย้ายเข้าสู่คอนโดพื้นที่เล็กนี้ ต้องถามตัวเองก่อนว่า ของใช้อะไรบ้างที่จำเป็น ถ้าอันไหนที่ใช้ทุกวันก็หยิบมาวางไว้ให้มองเห็นได้ง่าย ส่วนของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ให้เก็บทิ้งไปบ้างอย่าเสียดายขยะเหล่านั้น และของที่ไม่ค่อยได้ใช้ให้เก็บไว้ในกล่องรวมกัน แล้วนำไปวางให้พ้นสายตา อีกอย่างที่ลืมไม่ได้คือ บรรดาสายไฟและสายเคเบิลต่าง ๆ นั้น เป็นตัวการที่ทำให้ห้องดูรกรุงรัง และดูแคบลงมากเลยทีเดียว ทางที่ดีควรหาวิธีเก็บสายไฟและสายเคเบิลเหล่านั้นให้พ้นสายตาไปจะดีกว่า รับรองว่าจะเหลือพื้นที่ใช้สอยอีกเป็นกอง  เลือกสีที่ใช่ให้ห้องสวยขึ้น  ลองสังเกตดี ๆ ว่าคอนโดของคุณนั้นเป็นเน้นการใช้โทนสีอะไรเป็นหลัก แล้วจึงค่อยเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาตกแต่งในโทนสีเดียวกัน หรือแบบที่ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว แต่ก่อนที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์สีต่าง ๆ มาตกแต่งในห้องนั้น อย่าลืมถามผู้ที่อาศัยร่วมห้อง ว่าพวกเขามีความคิดเห็นอย่างไรกับเฟอร์นิเจอร์สีเหล่านั้นด้วยนะ  เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่น  ด้วยความที่คอนโดมีพื้นที่เล็ก จึงมีข้อจำกัดบางประการในการเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาวางในคอนโด ถ้าหากเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นได้ จะถือว่าคุณได้ใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรในห้องได้คุ้มค่ามาก ๆ ถ้าเพดานในคอนโดสูงพอ ลองเลือกใช้เตียง 2 ชั้น หรือถ้าเพดานสูงไม่มากนัก ก็ลองเลือกโซฟาที่เป็นเตียงได้ด้วย เวลาไม่ได้ใช้นอนแล้วก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโซฟานั่งดูทีวีได้สบายเลย ทั้งยังไม่ต้องเปลืองเงิน เปลืองพื้นที่ซื้อทั้งเตียง ซื้อทั้งโซฟาอีกด้วย  เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนย้ายง่ายกว่าเยอะ  เพราะพื้นที่เล็ก ทำให้ต้องพิถีพิถันในการเลือกเฟอร์นิเจอร์กันหน่อย คุณควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีล้อเลื่อน หรือพับเก็บได้ งอไปซ้ายไปขวาได้ตามใจ จะดีกว่าเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่น้ำหนักมาก เพราะเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ เวลาจะเคลื่อนย้ายในห้องเล็กขนาดนี้แต่ละที ก็เป็นเรื่องที่ลำบากอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายง่ายมาไว้ในห้องดีกว่าครับ  เปลี่ยนบรรยากาศยามนั่งทำงาน  ถ้าคุณเป็นนักเรียน หรือมีธุรกิจทำงานที่บ้าน คงอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการนั่งทำงานในห้องเล็ก ๆ แบบนี้ ฉะนั้นควรจัดมุมทำงานไว้สัก 3 มุม ในที่ที่คุณสามารถเปลี่ยนอิริยาบถได้ ที่สำคัญลองเปลี่ยนสีของดวงไฟให้ต่างกันในแต่ละมุมดู คราวนี้ล่ะไม่ว่าจะทำงานนานเท่าไร ก็เป็นเรื่องสบาย ๆ อยู่แล้ว  หลีกเลี่ยงการติดไฟกลางห้อง  การติดไฟกลางห้องถือว่าเป็นวิธีที่ดีและง่ายในการเดินสายไฟ แต่ทว่ากลับไม่ทั่วถึงไปทุกมุม ฉะนั้นควรเปลี่ยนมาติดไฟให้กระจายออกไปในทุกมุมของห้องดีกว่า จะทำให้ห้องดูหรูหรา และน่าสนใจมากกว่าติดไฟสว่างจ้าไว้ดวงเดียวกลางห้องเสียอีก แบบนั้นดูเหมือนมีพระอาทิตย์อยู่กลางห้องมากกว่านะ  รับแขกด้วยที่นอนปิคนิค  หากมีเพื่อนอยากมานอนค้างที่ห้อง บอกได้เลยว่าไม่เป็นปัญหา เพราะถ้าคุณเริ่มลงมือจัดระเบียบห้องตั้งแต่แรก รับรองว่าต้องเหลือที่อีกเยอะไว้เผื่อให้เพื่อนมานอนค้างแน่นอน ลองซื้อที่นอนปิกนิค เตียงเป่าลม หรือจะใช้เก้าอี้นวมเอนหลังที่ปรับระดับได้มาไว้เพื่อรองรับแขกในวันที่จำเป็น เมื่อเพื่อนกลับบ้านไปแล้ว ก็เก็บของเหล่านั้นไว้ในกล่องของที่ไม่ค่อยได้ใช้ เพียงเท่านี้บ้านก็จะกลับมามีระเบียบเหมือนเดิม  จัดมุมต่าง ๆ ให้เหมือนบ้านอันอบอุ่น  เมื่อเข้ามาอยู่ในคอนโดแล้ว ก็เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งของคุณ ที่อาจจะมีพื้นที่เล็กกว่าบ้านไปหน่อย แต่ก็ทำให้อบอุ่นได้ไม่แพ้กัน ฉะนั้นควรใส่ใจในการตกแต่ง และยอมเสียเวลาสักหน่อยเพื่อให้คอนโดออกมาสวย มีพื้นที่ใช้เยอะ ๆ ดีกว่าต้องมารู้สึกอึดอัดเวลาที่ได้อยู่ในคอนโดของคุณนะครับ  ถ้าหากวางแผนในการจัดห้องมาอย่างดีตัั้งแต่แรก จะช่วยทำให้ไม่ต้องจัดห้องบ่อย ๆ หรือแทบจะไม่ต้องจัดเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าห้องจะเล็กขนาดไหน ก็มั่นใจได้เลยว่าจะไม่อึดอัดอย่างที่คิด ฉะนั้นยอมเหนื่อยตั้งแต่ตอนแรกดีกว่ามานั่งแก้ไขปัญหาไม่จบในภายหลังนะครับ