Tag : Location

22 ผลลัพธ์
เปิดทำเลฮอต !! คอนโดฯ ที่จะออกสู่ตลาดกว่า 20,000 ยูนิตในไตรมาส 3

เปิดทำเลฮอต !! คอนโดฯ ที่จะออกสู่ตลาดกว่า 20,000 ยูนิตในไตรมาส 3

หลังการประเทศไทยได้ผ่านการเลือกตั้งและมีงานสำคัญในประเทศเป็นที่เรียบร้อย สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีความคึกคักเพิ่มมากขึ้น  เห็นได้จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยับตัว  เตรียมเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้เตรียมแผนการพัฒนาตั้งแต่ปีที่แล้ว ​ส่วนบริษัทขนาดกลางก็ยังคงมุ่งหน้าเปิดโครงการใหม่เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ครึ่งปีแรกตลาดมีการชะลอตัวจากนโยบาย LTV และกำลังซื้อจากต่างชาติที่ลดลงบางส่วน   นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยถึง  แนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 3 ว่า จะมีออกมาอย่างต่อเนื่องหลายโครงการ  โดยเฉพาะผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์มีมากกว่า 14,000 ยูนิต ใน 44 โครงการ และหากรวมคอนโดมิเนียมจากผู้ประกอบการรายย่อยที่ประกาศตัวว่า จะเปิดขายในครึ่งปีหลังด้วยแล้ว น่าจะมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นในตลาดอีกไม่ต่ำกว่า 52 โครงการ มากกว่า 20,000 ยูนิตี ทำเลที่คอนโดมิเนียมใหม่จะเปิดมากกว่าครึ่งเป็นทำเลใจกลางเมือง โดยเฉพาะทำเลสามย่าน พญาไท ราชเทวี  รวมไปถึงทำเลสุขุมวิท ทองหล่อ และหลังสวน   จากการเปิดตัวในทำเลใจกลางเมืองดังกล่าว ส่งผลให้แนวโน้มราคาคอนโดมิเนียมเหล่านี้  ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วอีกพอสมควร คาดว่าไม่ต่ำกว่า 10% เพราะเป็นทำเลที่ค่อนข้างดีมาก เป็นที่ดินแปลงหายาก ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยคอนโดมิเนียมในตลาดกลางเมืองนั้น มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน คือ คนระดับบนที่ต้องการสินค้าระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น ข้อดีของตลาดกลุ่มนี้ คือ หากสินค้าตรงกับความต้องการ การตัดสินใจก็ไม่มีปัญหาเรื่องราคาเข้ามาเป็นปัจจัย แต่ทั้งนี้กลุ่มนี้ก็มีอยู่จำกัด สำหรับทำเลรองที่ได้รับความสนใจในช่วงนี้ คือ ทำเลติดริมแม่น้ำ เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ใกล้เปิดดำเนินการแล้ว และสายสีทองที่ก่อสร้างอย่างรวดเร็ว   สำหรับแนวคิดใหม่ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนกลายเป็นเรื่องที่ผู้พัฒนาต้องให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายโครงการขายวิวแม่น้ำ ห้องเพดานสูง จอดรถเพียงพอ มีพื้นที่ทำงานส่วนกลาง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะถามถึงความต้องการในอนาคต ยังมีคอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงอายุที่เข้าถึงความต้องการของคนกลุ่มนี้จริง ๆ ที่เป็นตลาดที่น่าสนใจและน่าจับตามองมาก ที่ผ่านมามีผู้พัฒนาโครงการน้อยมากที่พัฒนาสินค้าสำหรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อจริง ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และเข้าใจถึงความต้องการในระยะยาวของตนเองมากที่สุด หรือคอนโดสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ที่ให้ความสำคัญของการใช้ชีวิต และคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงใกล้เคียงกับคุณภาพของเจ้าของห้องเอง   นางนลินรัตน์  กล่าวอีกว่า ส่วนในไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 12,300 ยูนิต จาก 30 โครงการ โดยมีโครงการในระดับลักซูรี่และ ซูเปอร์ลักซูรี่ในทำเลซูเปอร์ไพรม์เกิดใหม่หลายโครงการ โดยเฉพาะทำเลสาทร วิทยุ และหลังสวน โดยโครงการเหล่านี้ พยายามขายทำเลที่หายากและหาจุดขายที่แตกต่าง เพื่อดึงดูดลูกค้าในกลุ่มลักซูรี่และซูเปอร์ลักซูรี่เข้ามาซื้อโครงการตนเอง ทั้งนี้ ภาพรวมคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในครึ่งปีแรก 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 23,600 ยูนิต ใกล้เคียงกับตัวเลขครึ่งปีแรก 2561   ส่วนนโยบายรัฐบาลเท่าที่ผ่านมา การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับบ้านการเคหะแห่งชาติเหลือ 0.01%สำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทนั้น สามารถช่วยผู้บริโภคได้ในวงกว้าง แต่ยังไม่น่าจะกระตุ้นตลาดได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสินค้าระดับราคานี้ ถึงแม้จะมีจำนวนยูนิตมาก แต่ยอดขายรวมยังคงไม่สูงมาก หากต้องการให้เห็นผลชัดเจนขึ้น ควรปรับให้อยู่ในระดับ 5 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย การกระตุ้นควรเป็นมาตรการที่เห็นผลทั้งในวงกว้างและกลุ่มคนที่ทั่วถึงมากขึ้น   “การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เร็วขึ้นน่าจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเป็นไปได้เร็วกว่านี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็จะได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจะเกิดขึ้นด้วย”    
ดีเวลลอปเปอร์ ปั้นโปรเจ็กต์อสังหาฯ ในเชียงใหม่-เชียงราย มูลค่ากว่า 1.17 แสนล้าน

ดีเวลลอปเปอร์ ปั้นโปรเจ็กต์อสังหาฯ ในเชียงใหม่-เชียงราย มูลค่ากว่า 1.17 แสนล้าน

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจ โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย โดยนับเฉพาะโครงการที่มียูนิตเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 ยูนิต จากการสำรวจพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 257 โครงการ มียูนิตในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 32,075 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 117,859 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรร 203 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 23,470 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 87,143 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 50 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 8,539 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 28,840 ล้านบาท และโครงการวิลล่า 4 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 66 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 1,875 ล้านบาท ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย มียูนิตเหลือขายจำนวน 10,762 ยูนิต หรือ 33.6% ของยูนิตในผังโครงการทั้งหมด โดยโครงการบ้านจัดสรรมียูนิตเหลือขายจำนวน 8,221 ยูนิต หรือ 35.0% ของยูนิตในผังโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด โครงการอาคารชุดมียูนิตเหลือขายจำนวน 2,524 ยูนิต หรือ 29.6% ของยูนิตในผังโครงการอาคารชุดทั้งหมด และโครงการวิลล่ามียูนิตเหลือขายจำนวน 17 ยูนิต หรือ 25.8% ของยูนิตในผังโครงการวิลล่าทั้งหมด โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 222 โครงการ มียูนิตในผังของทุกโครงการรวมกัน 28,552 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 106,882 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 9,459 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 36,528 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 169 โครงการ มีจำนวนยูนิต 20,295 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 76,776 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 6,981 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 27,406 ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน 49 โครงการ มีจำนวนยูนิต 8,191 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 28,231 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 2,461 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 8,665 ล้านบาท และมีโครงการวิลล่า จำนวน 4 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 66 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,875 ล้านบาท ยูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 17 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 458 ล้านบาท ทั้งนี้ ยูนิตในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุด จำนวน 28,486 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวมากที่สุด 43.9% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3 - 5 ล้านบาท รองลงมาเป็นอาคารชุด2 8.8% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 14.1 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท บ้านแฝด 6.4% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท ที่เหลือเป็นที่ดินเปล่าและอาคารพาณิชย์ ตามลำดับ ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดเชียงใหม่ที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อยูนิตทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ 1. ทำเลหางดงตอนบน ขายได้ 82.1% มูลค่าขายได้ 4,489 ล้านบาท 2.ทำเลท่ารั้ว-ดอยสะเก็ด ขายได้ร้ 81.6% มูลค่าที่ขายได้ 2,697 ล้านบาท 3.ทำเลในเมือง ขายได้ 78.3% มูลค่าที่ขายได้ 2,338 ล้านบาท 4.ทำเลแม่ริม ขายได้ 74.4% มูลค่าที่ขายได้ 2,793 ล้านบาท และ 5.ทำเลสารภี ขายได้ 72.% มูลค่าที่ขายได้ 6,226 ล้านบาท ส่วนทำเลอาคารชุดในจังหวัดเชียงใหม่ที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อยูนิตทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ 1.ทำเลในเมือง ขายได้ 85.8% มูลค่าที่ขายได้ 8,429 ล้านบาท 2.ทำเล ม.พายัพ ขายได้ร้ 81.7% มูลค่าที่ขายได้ 4,351 ล้านบาท 3.ทำเลสันทราย ขายได้ 71.1% มูลค่าที่ขายได้ 2,100 ล้านบาท 4.ทำเลแม่ริม ขายได้ 61.3% มูลค่าที่ขายได้ 334 ล้านบาท และ 5.ทำเลหางดงตอนบน ขายได้ 57.4% มูลค่าที่ขายได้ 4,239 ล้านบาท   โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดเชียงราย มีจำนวน 35 โครงการ มียูนิตในผังของทุกโครงการรวมกัน 3,523 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 10,976 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 1,303 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 4,596 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 34 โครงการ มีจำนวนยูนิต 3,175 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 10,367 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 1,240 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 4,476 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด จำนวน 1 โครงการ มีจำนวนยูนิต 348 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 609 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 63 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 120 ล้านบาท ทั้งนี้ ยูนิตในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดจำนวน 3,523 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวมากที่สุด 41.5% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3 – 5 ล้านบาท รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ 17.1% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1 – 1.5 ล้านบาท เป็นอาคารพาณิชย์ 16.3% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3 - 5 ล้านบาท เป็นที่ดินเปล่า 11.0% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท เป็นอาคารชุด 9.9% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1.5 – 2 ล้านบาท ที่เหลือเป็นบ้านแฝด ตามลำดับ สำหรับทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดเชียงรายที่ขายดี โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อยูนิตทั้งหมดในโครงการ และเรียงลำดับจากสัดส่วนที่ขายได้มากที่สุด ได้แก่ 1.ทำเลแม่สาย ขายได้ 86.4% มูลค่าขายได้ 221 ล้านบาท 2.ทำเลเชียงแสน ขายได้ 74.1% มูลค่าที่ขายได้ 240 ล้านบาท 3.ทำเลสนามบิน-ม.แม่ฟ้าหลวง ขายได้ 72.3% มูลค่าที่ขายได้ 2,174 ล้านบาท และ 4.ทำเลในเมืองเชียงราย ขายได้ 51.5% มูลค่าที่ขายได้ 3,255 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนทำเลอาคารชุดทำเลสนามบิน-ม.แม่ฟ้าหลวง ขายได้ 81.9% มูลค่าที่ขายได้ 489 ล้านบาท
All New Design @Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha

All New Design @Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha

กว่า 15 ปีที่ผ่านมา Nirvana Daii มักจะนำเสนอความแตกต่างให้เราได้ติดตามกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในแง่ของงานดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้าน ซึ่งเน้นความ Modern เรียบหรูอยู่เสมอ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ใครเห็นก็ต้องร้องอ๋อ! นี่คือโครงการบ้านจากเนอวานา ไดอิ ซึ่งในปีนี้ก็ยังคงไม่หยุดที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนวัตกรรมที่จะมีเพิ่มเข้ามา และตัวบ้าน All New Design เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเข้าใจ และเข้าถึงให้มากที่สุด       สำหรับ Nirvana BEYOND All New Design ที่เริ่มเผยโฉมกันในปีนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงออกไป แต่ยังคงกลิ่นอายของเนอวานาเอาไว้ สิ่งที่เพิ่มเติมคือความเป็น Natural Modern ซึ่งตั้งใจดีไซน์ออกมาให้ดูเป็น Timeless Design ไม่ว่าเวลาจะยาวนานแค่ไหนก็ไม่ตกยุค ด้วยการวางผังที่ทำให้เกิด Inner Court กลางบ้าน เหมือนเอาธรรมชาติเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเราได้ในทุกๆ วัน ต่อเนื่องไปยังส่วน Exterior Design โชว์ลูกเล่นตรงชั้น 2 ของบ้าน คล้ายกับเอา Rubik มาวางบิดมุมเปลี่ยนองศา เพิ่มมิติออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทำให้บ้านออกมาไม่ใช่แค่ดูโดดเด่น แต่ยังได้ประโยชน์จากการเพิ่มพื้นที่ภายในห้อง และยังสามารถเปิดรับลม และแสงแดดจากธรรมชาติให้สัมผัสถึงตัวบ้านมากขึ้น ประกอบกับ Interior Design ที่ยังคงเน้นฟังก์ชั่นให้กับทุก Generation ในครอบครัว ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้านก็สามารถสื่อสารกันได้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นในการอยู่ร่วมกันในบ้าน ขณะที่ยังคงมีมุมส่วนตัวเป็นของตัวเองอยู่ด้วย ซึ่ง All New Design ที่ว่านี้มีมาให้เลือกกัน 3 Type ได้แก่   SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 57 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots   MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 76 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots     นอกจากนี้ยังนำนวัตกรรมหลายอย่างเข้ามาตอกย้ำในความเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูงทุกจุดภายในบ้าน ไม่ว่าจะมุมไหนก็อยู่บนโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา, ระบบรักษาความปลอดภัยอันสมบูรณ์แบบจากผู้เชี่ยวชาญด้วยการแบ่งโซน Public, Semi-Public, Private Space ฯลฯ          Rama 9-Krungthepkreetha การคัดสรรทำเลดีๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญไม่แพ้คุณภาพของตัวบ้าน เพราะการอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสักหลัง เราก็ย่อมต้องการทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ บ้านของเรา และการเดินทางอันสะดวกสบายไม่ไกลจากใจกลางเมือง ซึ่งย่านกรุงเทพกรีฑานั่นตอบโจทย์ได้ดีไม่น้อยสำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบดีๆ สักหลัง   ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เรียกได้ว่าเป็นถนนน้องใหม่มาแรงของโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่มีศักยภาพที่น่าจับตามอง ด้วยถนนกว้างถึง 6-10 เลน และบรรยากาศรอบๆ มีความสงบเป็นส่วนตัว และที่สำคัญคือมีระบบคมนาคมอยู่รายล้อมไม่ว่าจะเป็น ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) เชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 10 ก.ม. และทางพิเศษศรีรัชได้ใกล้ที่สุด ทำให้สามารถเดินทางไปยัง New CBD ประมาณ 15 นาที ในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา อยู่ด้านหน้าทางเข้าถ.กรุงเทพกรีฑาพอดี และยังห่างจาก แอร์พอร์ตเรลลิงค์ สถานีหัวหมาก ประมาณ 5 ก.ม. ถือว่าหาได้ยากมากสำหรับบ้านเดี่ยวทำเลใกล้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าเช่นนี้   สิ่งอำนวยความสะดวกภายในระยะทางไม่เกิน 5-6 ก.ม. ก็ถือได้ว่าเพียบพร้อมทีเดียว เช่น เดอะมอลล์บางกะปิ แม็กซ์แวลู พัฒนาการ เดอะไนน์ พระราม9 โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลรามคำแหง ฯลฯ ทุกสิ่งครบครันเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย   Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha   Facilities ยังคงออกแบบมาสอดคล้องกับดีไซน์ความเป็น Natural Modern ของบ้านภายในโครงการ โดยยังคงมีความกลมกลืนกับธรรมชาติด้วยเส้นโค้งมน ซึ่งจะมีทั้ง Private Lounge & Clubhouse, Panorama Fitness, Infinity Edge Swimming Pool, POSH Garden, Meeting Room, CCTV, Securities 24 hrs., Underground Cable, WIFI Village   ความลงตัวในทุกมิติประกอบเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นโครงการบ้านที่โดดเด่นอย่างเหนือระดับของการใช้ชีวิต อันสมบูรณ์แบบ ที่ Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha ในราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท       VIP Booking ราคาพิเศษก่อนเปิดพรีเซล SPECIAL OFFER สูงสุด 2 ล้านบาท* วันที่ 30 – 31 มี.ค. นี้ เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nirvana.bz/BY-RM9-KK-RVYL          
เจริญกรุง-สาทร ตอบโจทย์การทำงานและการอยู่อาศัยเหนือระดับ

เจริญกรุง-สาทร ตอบโจทย์การทำงานและการอยู่อาศัยเหนือระดับ

เจริญกรุง-สาทร ย่านที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สอดคล้องกับการเติบโตในทุก ๆ ด้านของทำเลแห่งนี้ ก่อเกิดความลงตัวของการใช้ชีวิตที่ไม่จำเจ ด้วยการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทางทั้ง รถ เรือ และรถไฟฟ้า นอกเหนือจากอยู่ในย่านธุรกิจ (CBD) สำคัญอย่างสาทร และใกล้กับย่านสีลม ซึ่งแวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงเรียนชื่อดัง และโรงพยาบาลแล้ว ยังสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทาง(Destination) สำคัญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความเหนือระดับของการอยู่อาศัยกับชีวิตทันสมัยได้อย่างลงตัว   เจริญกรุง-สาทร นับเป็นย่านที่สำคัญทางเศรษฐกิจตั้งแต่อดีต เนื่องจากถนนเจริญกรุงนั้นเป็นถนนที่ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการขนส่งสินค้าทางเรือ เกิดการค้าขาย 2 ริมฝั่งแม่น้ำ ส่งผลให้เกิดการอยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิม จวบจนปัจจุบันกลายเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบดั้งเดิมอยู่จำนวนไม่น้อย อีกทั้ง มีร้านอาหารชื่อดังในตำนานหลายร้าน อาทิ ร้านเป็ดย่างประจักษ์ ร้านโจ๊กปริ้นเซส ตรงแยกบางรัก หรือร้านข้าวต้มปลาเจ้าอร่อยตรงแยกถนนจันทน์ ขณะเดียวกัน มีความทันสมัยคืบคลานเข้ามาทำให้ย่านนี้เกิดการผสมผสานกันทางวัฒนธรรม มีร้านอาหารทันสมัยเกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย นั่นก็เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของการใช้ชีวิตทันสมัยของผู้คนในปัจจุบัน การเติบโตของย่านเจริญกรุง-สาทร จึงมีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ 5 ดาว ต่อยอดความเป็นจุดหมายปลายทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ทำเลแห่งนี้เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในความหรูหรา เหนือระดับ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะการเดินทางที่แสนจะสะดวกสบาย   การเดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลายรูปแบบ โดยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางรถ เชื่อมต่อเข้าออกถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนเจริญกรุง ถนนสาทร ถนนจันทน์ ถนนเจริญราษฎร์ และถนนพระราม 3 อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับทางด่วนพิเศษศรีรัช ยังมีรถไฟฟ้า BTS สายสีลมมุ่งหน้าเข้าสาทร และข้ามฝั่งไปกรุงธนบุรี ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองอื่นๆ เช่น ย่านสีลม สยาม สุขุมวิท หรือแม้แต่รัชดาภิเษกได้ด้วยการใช้ระยะเวลาเดินทางไม่นานนัก รวมทั้งเส้นทางน้ำ มีทั้งเรือโดยสารไปยังสถานที่สำคัญ ๆ และเรือข้ามฟาก ก็มีไว้ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ และการเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความคับคั่งจากตัวเมือง   สิ่งอำนวยความสะดวกครบ-ชีวิตไม่จำเจ หากไม่นับอาคารสำนักงานของธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทางถนนสาทรแล้ว ย่านเจริญกรุง-สาทร ยังรายล้อมไปด้วยสถานศึกษาชื่อดัง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ส่วนโรงพยาบาลในย่านนี้ เช่น โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ริมน้ำเจ้าพระยา อาทิ เอเชียทีค และจุดหมายแห่งใหม่นั่นคือ ไอคอนสยาม   ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่สามารถให้เวลาในวันว่าง ๆ กับการท่องเที่ยวในแบบดั้งเดิม คือการท่องเที่ยวในย่านชุมชนเก่าแก่ หรือชื่นชมกับความทันสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้ไม่มีความจำเจ   ตลาดคอนโดหรูยังเติบโต-หนุนราคาขยับ ในแง่การเติบโตของคอนโดมิเนียมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่เข้ามาตอบสนองชีวิตทันสมัย เหนือระดับ มาพร้อมบรรยากาศความมีชีวิตชีวาของสายน้ำ เจาะกลุ่มตลาดคนมีกำลังซื้อซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง เห็นได้จากราคาคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาขยับสูงขึ้นทุก ๆ ปี เช่นเดียวกับราคาคอนโดมิเนียมในย่านเจริญกรุง-สาทร ที่ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่า 200,000 บาท และคาดว่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตดีต่อไป เนื่องจากความต้องการของกลุ่มคนมีกำลังซื้อที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง   ที่สำคัญ จุดเด่นของทำเลนี้ นอกจากจะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ยังอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจสำคัญ (CBD) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่หลายแห่ง คือย่านสีลม และสาทร การเดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่มากนัก ขณะเดียวกันปัจจุบันพื้นที่สำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีค่อนข้างจำกัด นั่นเป็นเหตุผลที่ผลักดันให้ราคาคอนโดมิเนียมในย่านนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ชีวิตทันสมัยกับ “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร” “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร” (Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn) โครงการคอนโดมิเนียม Luxury River View Condominium ในกลางเมืองในย่านธุรกิจ (CBD) พัฒนาโดยบริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนท่วงทำนองของการใช้ชีวิตเหนือระดับ ผ่านการเลือกสรรที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัย ออกแบบพื้นที่เพื่อให้การใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัว และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตในเมือง   โครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ ถนนจันทน์ 44 เข้าซอยเพียง 60 เมตร เนื้อที่ 369 ตารางวา ความกว้างถนนหน้าที่ดินกว้างกว่า 15 เมตร จำนวนเพียง 99 ยูนิต 1 อาคาร 21 ชั้น พร้อมสวนบนชั้นดาดฟ้า และที่จอดรถแบบระบบอัตโนมัติในชั้นใต้ดิน 4 ชั้น ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีตากสิน 1.3 กิโลเมตร และสถานีสุรศักดิ์ 1.8 กิโลเมตร ห่างจากท่าเรือด่วนเจ้าพระยา 800 เมตร และห่างจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ เพียง 400 เมตร โครงการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ (Colonial Contemporary Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวก ล็อบบี้ที่โอ่โถง ห้องเด็ก สระว่ายน้ำแบบชมวิว 360 องศา ที่ชั้น 18 และ ห้องฟิตเนส บนชั้น 21 ห้องสกายเล้าจ์ บน Roof floor ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม และทางโครงการยังจัดให้มีพื้นที่จอดรถสูงถึง 83% พร้อมบริการ Door Man และ Valet service   รูปแบบห้องมี 6 ขนาด สนนราคาเริ่มต้น 4.9 - 29 ล้านบาท ประกอบดัวย รูปแบบ A ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  30.01 – 30.10  ตารางเมตร, รูปแบบ B ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  39.35 ตารางเมตร, รูปแบบ C ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่   61.90 - 73.66 ตารางเมตร, รูปแบบ Loft 42.17 - 125.55 ตารางเมตร, รูปแบบ Duplex  95.62 ตารางเมตร และ รูปแบบ Penthouse ขนาดห้อง 104.24 – 147.95 ตารางเมตร          
[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

รอคอยกันมาพักใหญ่กับการมาของรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากสถานีสำโรงยาวไปจนถึงสถานีเคหะฯ จนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก็เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการกันเสียที แถมยังนั่งฟรีตั้ง 4 เดือนด้วยนะ ทีมงาน Reviewyourliving ไม่รอช้า พาไปเดินสำรวจกันทุกสถานีมาฝากกันเลยค่ะ   รถไฟฟ้าสายสีเขียวสุขุมวิท มุ่งหน้าออกนอกใจกลางเมืองไปสุดที่สถานีสำโรงค่ะ ถ้าจะนั่งส่วนต่อขยายนี้ต่อล่ะก็ ต้องลงจากขบวนแล้วเดินไปชานชาลาฝั่งตรงข้ามค่ะ ซึ่งในอนาคตสถานีสำโรงแห่งนี้ก็จะกลายเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง   บรรยากาศในวันแรกที่เปิดใช้ในช่วงบ่ายๆ ก็มีทั้งวัยทำงาน วัยเรียน และผู้สูงอายุที่มาทดลองนั่งกันอย่างสนุกสนานตั้งแต่สถานีสำโรงกันเลยค่ะ   สถานีปู่เจ้า สถานีแรกของส่วนต่อขยายล่าสุด ตัวสถานีอยู่บริเวณซ.สุขุมวิท 115 เลยสามแยกปู่เจ้าสมิงพรายไปนิดหน่อย ข้างสถานีจะมีบิ๊กซีที่อยู่ติดกับ Ideo Sukhumvit 115 ที่ลูกบ้านเข้าอยู่กันตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าเข้าซ.สุขุมวิท 115 ไปหน่อยก็จะมี Low Rise อย่าง Pause 115 กับ B Loft 115 อยู่ด้วย และล่าสุดกับคอนโดฯ ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ Supalai Veranda Sukhumvit 117 ห่างจากสถานีประมาณ 200 เมตร ฝั่งเดียวกันกับ Ideo Sukhumvit 115 รอบๆ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทั้งถ.สุขุมวิทเอง และเข้าไปทางถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ค่ะ เช่น Honda Toyota และ Panasonic ที่อยู่ใกล้กับสถานี   สถานีเอราวัณ จากสถานีปู่เจ้า รางรถไฟฟ้าจะยกตัวขึ้นผ่านถ.กาญจนาภิเษก ฝั่งซ้ายมือผ่านพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พอมาถึงตัวสถานีมองไปทางฝั่งขาเข้าก็จะเห็น 2 คอนโดพร้อมอยู่ ซึ่งมีที่ดินอยู่ข้างกันเลยค่ะ The Trust @BTS เอราวัณ กับ Aspire Erawan บันไดสถานีอยู่หน้าโครงการพอดีเลย เป็นสถานีที่สามารถขับรถเข้าถ.กาญจนาภิเษกได้สะดวกที่สุดค่ะ      สถานีโรงเรียนนายเรือ เป็นสถานีที่เราเริ่มจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากบนบีทีเอสแล้วล่ะค่ะ ตัวสถานีอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือพอดิบพอดี ตรงชานชาลาฝั่งขาเข้าจึงต้องกั้นทึบสูงขึ้นมาค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ถ้าเรามองไปทางสถานีต่อไปก็จะมีคอนโดมิเนียม Knightsbridge Sky River Ocean อยู่ริมถนนฝั่งขาออกค่ะ เป็นคอนโดฯ วิวสวยอีกโครงการหนึ่งเลยทีเดียว     สถานีปากน้ำ อยู่บริเวณหน้าวิทยาลัยสารพัดช่าง สมุทรปราการ ก่อนถึงสามแยกปากน้ำนิดหน่อย อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่งเลยค่ะ เช่น ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สมุทรปราการ, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ เป็นสถานีที่เริ่มมีผู้คนเยอะขึ้นกว่าสถานีอื่นๆ ที่ผ่านมาค่ะ และสามารถมองเห็นปากอ่าวไทย ซึ่งมีเรือบรรทุกสินค้าให้เห็นกันตลอดวัน   สถานีศรีนครินทร์ จากสามแยกปากน้ำ รถไฟฟ้าจะเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ผ่าน Samut Prakan Observation Tower & Knowledge Park หรือ อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย จังหวัดสมุทรปราการ ที่เห็นเป็นหอคอยสูงสีขาวคล้ายกับเป็น Lighthouse ปากอ่าวไทย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมนะคะ ตามแผนจะเปิดให้เข้าชมประมาณปี 2563 และเมื่อผ่านสามแยกการไฟฟ้า ซึ่งตัดกับถนนศรีนครินทร์ก็เป็นเป็นที่ตั้งของสถานีค่ะ     สถานีแพรกษา ตั้งแต่สถานีปู่เจ้าไปจนสุดสาย สถานีแพรกษาถือว่าเป็นสถานีที่มีความคึกคักมากที่สุดค่ะ เพราะรอบๆ สถานีทั้งสองฝั่งมีทั้ง โรบินสัน, บิ๊กซี และโรงเรียนสมุทรปราการ ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกของปากน้ำก็ว่าได้ค่ะ สถานีอยู่เลยสามแยกที่จะเข้าสู่ถ.แพรกษา ไปเล็กน้อย ซึ่งก็จะมี Notting Hill Sukhumvit - Praksa คอนโดจากออริจิ้นอยู่ริมถนนค่ะ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ก็มีโครงการแนวราบอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่จะมีโครงการที่กำลังเริ่มก่อสร้าง โดยได้ EIA Approved แล้วนั่นคือ The President Sukhumvit-Samutprakan ใครที่อยู่แถวนี้อยู่แล้วหรือกำลังสนใจ สำหรับโครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากๆ เพราะติดกับโรบินสันชนิดที่ว่าเดินไม่กี่ก้าว แถมหน้าโครงการก็มีสถานีแพรกษาอีกต่างหาก ถ้าไม่ติดว่ากว่าจะเข้าไปถึงกลางเมืองต้องผ่านไม่น้อยกว่า 13 สถานี       สถานีสายลวด ถัดมาไม่ไกลกัน ก่อนถึงสามแยกที่ตัดกับถ.สายลวด ก็จะเป็นที่ตั้งของสถานีสายลวดค่ะ ละแวกนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้อยู่อาศัยดั่งเดิม มีหอพัก อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก-กลาง อยู่บ้างภายในชุมชนเดิม ไม่แปลกที่จะเห็นคนขึ้น-ลงที่สถานีนี้อยู่พอสมควรค่ะ   สถานีเคหะฯ สุดท้ายที่สถานีเคหะฯ ค่ะ จะมีความคล้ายกับสถานีหมอชิตตรงที่มีลานจอดรถค่ะ แต่ที่นี่จะเป็นลานจอดรถที่มีหลังคา ตีเส้นสำหรับจอดแบบเข้าซองเอาไว้เรียบร้อย ตอนนี้ยังเปิดให้จอดฟรี 4 เดือนตามรถไฟฟ้าอยู่ค่ะ แต่หลังจากนี้จะมีระบบการเสียเงินค่าที่จอดรถอย่างเป็นระบบ และห่างกันกับสถานีออกไปไม่ไกลก็ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าอยู่ด้วยค่ะ   ตั้งแต่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในสถานีเปิดใหม่มาทั้งหมดนี้ แต่ละสถานีจะต้องรอขบวนละประมาณ 10 นาที ซึ่งก็ถือว่าห่างกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ ส่วนบรรยากาศรอบๆ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นบ้านแนวราบเดิมๆ อยู่ อาจจะด้วยเหตุเพราะบทเรียนจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ Dev หลายเจ้าแห่กันไปสร้างโครงการไว้จนเหลือยูนิตเพียบ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอีกเรื่องคือ ราคาค่าโดยสารจริงหลังจากหมดช่วงฟรี 4 เดือนนี้ไปแล้ว ว่าจะมีชาวสมุทรปราการยังคงเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าหากราคาสูงเกินไป หลายคนคงจะต้องกลับมาทบทวนใช้บริการรถสาธารณะเดิมที่ใช้กันเป็นประจำอยู่แล้วก็ได้           
Rare location @Victory Monument

Rare location @Victory Monument

คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ อนุสาวรีชัยสมรภูมิ ย่านที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของกรุงเทพฯ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้างปี 2484 จนตัวอนุสาวรีย์เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2485 ก็อยู่เคียงคู่คนไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางบรรยากาศรอบๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงใหญ่เกิดขึ้นมากมาย รถยนต์ผ่านตลอดทั้งวัน เพราะใกล้ทางด่วนรวมถึงสถานที่สำคัญ มีรถไฟฟ้าผ่าน อาหารการกินทั้งภัตตาคารชื่อดัง ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อไปจนถึง Street Food ทุกสิ่งส่งให้เป็นย่านที่สมบูรณ์พร้อมรอบด้าน แต่กลับมีที่อยู่อาศัยค่อนข้างน้อยค่ะ เราจึงเรียกว่าเป็น Rare Location แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งในบทความนี้เราจะไปค้นหาเหตุผลที่ช่วยตอกย้ำความเป็น Rare Location ไปพร้อมๆ กันค่ะ   1.โซนที่ดินหายาก อนุสาวรีย์ชัยฯ ถือเป็นโซนที่ดินหายากมากค่ะ โดยเฉพาะสำหรับที่อยู่อาศัย เพราะแวดล้อมส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่ทำการของทางราชการ จะมีก็เพียงแต่ช่วงถ.ราชเทวี ฝั่งใกล้สวนสันติภาพ กับซอยรางน้ำที่พอจะมีที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยวตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า และคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ให้เห็นกันอยู่บ้างในละแวกรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก ทั้งที่มีความต้องการอยู่อาศัยในย่านนี้อยู่ไม่น้อย โดนเฉพาะกลุ่มคนทำงานทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ข้าราชการกระทรวงต่างๆ รวมถึงใกล้กับโรงเรียน, มหาวิทยาลัย และแหล่งสถาบันกวดวิชา ทำให้ราคา/ยูนิตพุ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สามารถเก็บเกี่ยว Capital gain ได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการปล่อยเช่าตามไปด้วย เพราะ Supply มีน้อยกว่า Demand ก็ย่อมทำราคาได้ดีกว่า การแข่งขันก็ต่ำกว่าในโซนอื่น   2.ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ แน่นอนว่าการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ นั่นคือรถไฟฟ้าค่ะ โดยเฉพาะสายสีเขียวอ่อนที่เป็นสายหลักสำคัญที่ผ่านช่วงสำคัญต่างๆ มากมาย เช่น เอกมัย ทองหล่อ อโศก สยาม หรือแม้แต่อนุสาวรีย์ชัยฯ แห่งนี้ ซึ่งสามารถต่อการเดินทางไปยังเส้นทางอื่นๆ ได้ง่าย ชนิดที่ใครจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ย่อมต้องนึกถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ และยังมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช บริเวณฝั่งถนนพหลโยธินสามารถเชื่อมต่อไปทางแจ้งวัฒนะหรือสีลมได้สะดวก เพราะที่นี่นั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นหนึ่งใน HUB แห่งการเดินทางของบ้านเราค่ะ     3.แหล่งรวมโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ เป็นย่านที่มีโรงพยาบาลปักหมุดอยู่เยอะที่สุดในบ้านเราก็ว่าได้นะคะ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีชื่อเสียงระดับประเทศเลยทีเดียว ตั้งแต่รพ.ราชวิถี ที่อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยฯ มากที่สุด ไล่ขึ้นไปตามถนนราชวิถี ก็มีทั้ง รพ.เด็ก, รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน, รพ.สถาบันโรคผิวหนัง, รพ.พระมงกุฏเกล้า ไปจนตัดกับถนนพระราม 6 ก็มีทั้งรพ.รามา, สถาบันประสาทวิทยา, รพ.วิชัยยุทธ หรือแม้แต่รพ.พญาไท 1, รพ.พญาไท 2 อินเตอร์เนชันแนล, รพ.สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในบริเวณนี้ทั้งสิ้น ใครที่อยู่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ก็อุ่นใจได้เลยค่ะ       4.ย่านของคนรักสุขภาพ สวนสันติภาพ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสวนป่ากลางกรุง บรรดาต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาช่วยกันโอบล้อมสระน้ำตรงกลาง เวลามีลมพัดผ่านจึงช่วยให้เกิดลมเย็นขึ้นมาด้วย ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบท่ามกลางเมืองใหญ่แบบนี้ ช่วงเย็นจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรักสุขภาพไม่ว่าจะมาเดิน-วิ่งรอบสระน้ำ มาเล่นเครื่องออกกำลังกายภายในสวน หรือมาร่วมแอโรบิคแดนซ์ช่วง 18.00 น. โดยสวนสันติภาพมีทางเข้า-ออกอยู่ 2 ทางคือจากถนนรางน้ำกับถนนราชเทวี เปิดตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น.   5.ร้านอาหารชื่อดังมากมาย ตั้งแต่เช้าจรดค่ำรับรองว่าละแวกนี้อาหารการกินไม่เคยขาดแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะสไตล์ไหนก็มีให้เลือกหลากหลายละลานตา ซึ่งถ้าจะให้เราแนะนำล่ะก็ มื้อเช้าของวันจะต้องเริ่มต้นด้วยอาหารดีๆ ต้อนรับวันใหม่ด้วยบรรยากาศร้านโทนสีขาวสว่างคลีนๆ ที่ร้าน Kay's Boutique Breakfast อาหารเช้าสไตล์ตะวันตกแบบโมเดิร์น มีทั้งบุฟเฟ่ต์และ À La Carte ใครที่เป็นสายถ่ายรูปรับรองว่าแต่ละเมนูออกมาได้ถ่ายรูปสวยแน่นอนค่ะ พอบ่ายคล้อยก็หาร้านนั่งจิบกาแฟในสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน เพราะร้านนี้คือ กาแฟนรสิงห์ ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในวังพญาไท โดยสร้างขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ภายในร้านจึงจำลองบรรยากาศทั้งหมดให้ย้อนกลับไปในสมัยนั้น จิบกาแฟชมวังไปด้วยก็คลาสสิคไปอีกแบบนะคะ ปิดท้ายช่วงค่ำคืนกันด้วยเสียงเพลงแจ๊สละมุนละไมจากศิลปินคุณภาพที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาขับกล่อมพร้อมเครื่องดื่มหลายชนิด และอาหาร อร่อยๆ ที่ร้าน Saxophone Pub & Restaurant คอเพลงแจ๊สไม่ผิดหวังแน่นอน   6.ช็อปปิ้งแบรนด์ดังแบบง่ายๆ มีทั้งอาหารการกินรายล้อม มีสวนสาธารณะไว้เปลี่ยนบรรยากาศออกกำลังกาย มีโรงพยาบาลอยู่ใกล้ไว้ให้อุ่นใจ มีทั้งทางด่วน รถไฟฟ้าไว้เดินทางได้ง่ายๆ ทุกวันแล้ว จะขาดแหล่ง Shopping คุณภาพดีๆ ไปก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบสมกับเป็น Rare location ใช่ไหมคะ ซึ่งแหล่ง Shopping ที่รับประกันคุณภาพของแท้แน่นอนคงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก King Power ซ.รางน้ำ ถึงไม่มีไฟล์บินก็สามารถไปเดินช็อปปิ้งได้ง่ายๆ สังเกตแค่ป้ายราคาสีฟ้าที่ติดไว้บนตัวสินค้าค่ะ นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกหลายแห่ง เช่น เซนจูรี่, เซนเตอร์วัน, มาบุญครอง, สยามเซนเตอร์, สยามพารากอน เป็นต้น           Maestro 07 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น บนพื้นที่ 1-0-41.80 ไร่ 171 ยูนิต แบ่งเป็นขนาด 1 Bedroom 27-29.34 ตร.ม. 150 ยูนิต กับ 2 Bedroom 45.51-68.37 ตร.ม. 21 ยูนิต ที่จอดรถ 67 คัน (40%) อยู่ที่ชั้นใต้ดิน B1-2 สถาปัตยกรรมของยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Maestro คือมีความผสมผสานระหว่างกลิ่นอายของความคลาสสิคสไตล์ตะวันตกกับความโมเดิร์นสมัยใหม่(Classic Inspired with Modern Twist) ทำให้ตัวอาคารออกมาดูเรียบหรู เกิดเป็นงานดีไซน์ Timeless Design ดูแล้วให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลายเมื่อเข้ามาในโครงการ ซึ่งแตกต่างจากภายนอกที่เป็นถนนใหญ่ ซึ่ง Maestro 07 ตั้งอยู่หัวมุมซอยราชเทวี 7 ซึ่งสามารถเข้าจากทางซอยรางน้ำ แล้วเข้าซอยวัฒนโยธินอีกทีก็ได้ค่ะ ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแบรนด์ Maestro ทุกตัวเลยนะคะที่ต้องสามารถเข้า-ออกโครงการได้หลายเส้นทาง ตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ     แม้ว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่กลางเมืองใหญ่ ห่างจาก Skywalk เพียง 80 เมตร ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ 300 เมตร และ 500 เมตรจากทางพิเศษศรีรัช ทางโครงการเองที่ตระหนักถึงความวุ่นวายจากถนนใหญ่ดีค่ะ ก็เลยพยายามออกแบบมาให้เกิดความสงบผ่อนคลายมากที่สุด อย่างตัวโครงการที่เป็น Low Rise นั้นมีข้อดีตรงที่มียูนิตน้อย ทำให้ได้ความสงบเป็นส่วนตัวมากกว่า สำหรับ Maestro 07 จะมียูนิตน้อยที่สุดเพียง 10 ยูนิต/ชั้น และมากที่สุดคือ 24 ยูนิต/ชั้น มี Facilities ครบครันเปรียบได้กับ Sanctuary Space ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนที่ดีของลูกบ้านคนพิเศษ และยังคงอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ตามสไตล์ของ Major Development หรือวันว่างก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศเดินไปออกกำลังกายกลางสวนสันติภาพได้ แค่ 160 เมตรจากโครงการเท่านั้น   MAGNIFIQUE LOBBY และ EXECUTIVE LOUNGE ต้อนรับลูกบ้านและแขกผู้มาเยือนอย่างหรูหราโอ่โถง   KIDS ROOM สำหรับแต่งแต้มจินตนาการให้กับเด็กๆ     SWIMMING POOL กลางโครงการ พร้อม POOL TERRACE มุมนั่งพักผ่อนพร้อมเสียงสายน้ำล้อมรอบตัว   Roof Top Facilities แบ่งโซนเป็นสัดส่วน ตอบสนองการใช้ประโยชน์ได้จริงทั้ง BBQ COURTYARD พื้นที่สำหรับจัดงานปาร์ตี้ปิ้งย่างกับกลุ่มเพื่อน พื้นที่ SKY PLAYGROUND ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นท่ามกลางสวนสีเขียว ออกกำลังกายแบบเบาๆ ที่ PEACEFUL YOGA COURT มีลานให้สัตว์เลี้ยงได้วิ่งคลายเครียดใน PET ZONE หรืออยากมีโมเมนต์นั่งชิวรับลมก็มาพักผ่อนกันได้ที่ BIRDCAGE CABANA   Floor Plan ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ทางถนนราชวิถีค่ะ ซึ่งที่จอดรถจะอยู่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ยูนิตพักอาศัยก็จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 โดยอาคารจะวางลักษณะรูปตัว U มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวอยู่กลางอาคาร บันไดหนีไฟ 2 จุด ส่วนยูนิตพักอาศัยจะมีทั้งทางทิศเหนือ ฝั่งหน้าโครงการ ทิศใต้หลังโครงการได้วิวฝั่งซอยรางน้ำ ทิศตะวันออกได้วิวทางสวนสันติภาพ และทิศตะวันตกจะได้วิวทางอนุสาวรีย์ชัยฯ ค่ะ                           Unit Plan สำหรับ Maestro 07 จะมีขนาดห้องเริ่มต้นตั้งแต่ 1 Bedroom 27.00-29.34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 45.51-68.37 ตร.ม.                           เสน่ห์ของความเป็น Maestro ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันงดงามที่แค่มองผ่านก็ทราบได้ทันทีว่านี่คือคอนโดมิเนียมที่มีความเรียบหรูไปพร้อมกับความสงบอยู่ภายใน แม้จะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองก็ตาม ถ้าของดีแล้วทำเลใช่อย่างนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะ Sold out อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าใครพลาดไปก็ยังสามารถมองหายูนิต Resale ได้อยู่นะคะ ลองติดต่อสอบถามไปดูได้ที่ ฝ่ายขายของโครงการได้ที่เบอร์ 02 116 1111 ค่ะ   รายละเอียดโครงการ Maestro 07 เพิ่มเติม >>> http://bit.ly/2RiQRBM    
24 Hours in Ramkhamhaeng

24 Hours in Ramkhamhaeng

พูดถึง “รามคำแหง” เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีภาพผุดขึ้นมาในหัวทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน…. ถนนสายเก่าที่พลุกพล่านตลอดทั้งวัน มีกิจกรรมสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนจนแทบจะไม่เคยหลับใหล นอกจากจะเป็นแหล่งการศึกษาชั้นนำแล้ว ก็ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นศูนย์กลางของการกีฬา และมีสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็ตั้งอยู่บนถนนสายนี้เช่นกัน ภาพที่ผู้คนหมุนเวียนในแต่ละวันมากมาย ตั้งแต่เช้าจรดค่ำจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ทำให้เรารู้สึกว่าย่านรามคำแหงไม่เคยหลับเลย แต่ใครจะรู้ว่าในย่านรามคำแหงนี้ ยังมีมุมสงบสวยๆ ร้านคาเฟ่สุดแนวซึ่งดีต่อกายและใจให้เราได้เช็คอินกันรัวๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พร้อมแล้วตามเราไปเติมประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตในรามคำแหงกันค่ะ   Sport Lover : กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย)   ด้วยความที่เป็นศูนย์กลางของกีฬาแห่งประเทศไทย จึงมีหลายประเภทกีฬาเปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไปให้ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ไม่ได้สงวนเฉพาะแต่ทีมชาติเท่านั้น จะว่ายน้ำ ยิงปืน เทควันโด ยกน้ำหนัก หรือจะหมัดมวย สาย Active ชอบออกกำลังกายไม่ควรพลาด   ไฮไลท์ที่เรากำลังสนใจคือ “การยิงธนู” กีฬาที่แสนจะคูล เพราะต้องอาศัยทั้งสมาธิอันแน่วแน่ และจิตใจที่แข็งแกร่ง เพราะต้องฝึกฝนจนเกิดทักษะความแม่นยำ แค่เห็นท่าทางการน้าวสายธนูของนักกีฬาที่กำลังฝึกอยู่ในสนามก็เท่เกินบรรยายแล้วล่ะ ใน “กกท.” ยังมีสมาคมกีฬาที่น่าสนใจอีกมากมาย หรือแม้กระทั่งพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ออกกำลังกายได้ทุกวัน     Café Hopping : Emmie’s  +  Café Now   ใครจะเชื่อว่า “รามคำแหง” มีคาเฟ่เก๋ๆ เยอะจนเลือกแทบไม่ถูก ทั้งแบบ Grab & Go และแบบที่มีพื้นที่ให้นั่งเล่น นั่งชิล หรือแม้แต่นั่งทำงานก็ยังได้   “Emmie’s” เป็นร้านหนึ่งในซอยพระรามเก้า 49 คาเฟ่สีขาวน่ารักพร้อมบรรยากาศเงียบสงบแห่งนี้ มีเมนูบรั้นช์และขนมหวานในสไตล์เฮลธ์ตี้ให้เลือกมากมาย โทนสีขาวแบบเรือนกระจก ทำให้รู้สึกโล่งและโปร่งมาก ยิ่งหันไปเห็นสีเขียวๆ สบายตาจากต้นไม้รอบๆ อีก บอกเลยว่าที่นี่เหมาะแก่การซุกตัวในวันหยุดมากๆ       จากคาเฟ่สีขาว เปลี่ยนมูดมาที่คาเฟ่โทนเข้มอย่าง “Café Now” by Propaganda แค่ชื่อก็การันตีความเท่ห์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มสุดแนวให้ได้ลองกันอีกด้วย ภายในร้านเต็มไปด้วยของแต่งบ้านและของสะสมสไตล์วินเทจ ถูกใจคนรักงานดีไซน์แน่นอน ไม่ว่าจะนั่งเล่นจิบกาแฟชิลๆ หรือจะนัดคุยนั่งทำงาน บรรยากาศในร้านก็น่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี           ออกซิเจนเต็มปอด : สวนนวมินทร์ภิรมณ์   ถ้าการออกกำลังกายใน กกท. ดูจะจริงจังเกินไป “สวนนวมินทร์ภิรมณ์” น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนในย่านรามคำแหง ห่างออกมาแค่อึดใจก็จะได้สูดออกซิเจนได้เต็มปอด การได้มาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่รอบบึง ได้เดินเล่นปล่อยสมองให้ได้หยุดพักกับธรรมชาติรอบตัวซักนิด หรือจะชวนเพื่อนๆ มาเล่นกีฬาด้วยกัน ก็อาจจะเป็นการชาร์จแบตที่ดีที่สุดของวันเลยก็ได้       ถูกใจสายเปย์ : แหล่งช็อปปิ้งหลากสไตล์   ย่านรามคำแหงมีแหล่งช็อปปิ้งให้เลือกหลากหลายสไตล์ แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัด รวมถึงคอมมิวนิตี้มอลล์ก็มีให้เลือกแวะ ช็อป ชิลได้ไม่เว้นวัน คุณแม่บ้านน่าจะถูกใจกับการเลือกซื้ออาหารปรุงสดสะอาดจากตลาดเสรีมาร์เก็ต สายเฮลท์ตี้ก็ได้สนุกกับการช็อปปิ้งอาหารเพื่อสุขภาพที่ Lemon Farm หรือ Gourmet Market ของเดอะมอลล์ จับจ่ายผักผลไม้สารพัดชนิดกลับไปปรุงมื้ออาหารที่ดีต่อกายและใจ          ยังคงเอาใจสายสุขภาพกันต่อด้วย แหล่งช็อปปิ้งอุปกรณ์กีฬา ซึ่งจัดหนักจัดเต็มตั้งแต่ห้าง FBT ซึ่งตั้งตระหง่านคู่ถนนรามคำแหงมาอย่างยาวนาน หรือถ้ายังไม่ถูกใจ แผนกเครื่องกีฬาในห้างเดอะมอลล์ก็นับว่ามีครบครันแทบจะทุกแบรนด์ให้เลือกหากันเลยทีเดียว       ถ้าเป็นคนรามฯตัวจริง จะต้องเคยเดิน “ตลาดนัดการกีฬาไนท์” (ตลาดนัด กกท.) ไม่งั้นจะถือว่าไม่ใช่ ช่วงเย็นๆ ของทุกวัน (เว้นเวันพุธ) ที่นี่มีของให้เลือกจับจ่ายเพียบ ไม่ว่าจะของกิน ของใช้ทั่วไป เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า มีให้เลือกแทบไม่ซ้ำในราคาน่าคบหาอีกด้วย         Life Style 24 ชั่วโมง : Niche MONO Ramkhamhaeng   พูดถึงรามคำแหงมาไม่น้อยแล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มสนใจ และอาจจะเปลี่ยนใจอยากมาใช้ชีชิตในย่านนี้กันบ้างแล้วแหละ เพราะรามคำแหงยังมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะ ถ้าจะพูดถึงคอนโดมิเนียมในรามคำแหง หนึ่งในโครงการที่จะมาตอบโจทย์ Life Style แบบ 24 ชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ “Niche MONO Ramkamhaeng” เท่านั้น เพราะหัวใจหลักของการออกแบบโครงการนี้คือ “ความสนุกของการใช้ชีวิต ที่สามารถเติมเต็มทุกกิจกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ด้วย Facility ส่วนกลางขนาดใหญ่ต่อเนื่องทั้งโครงการ ใหญ่กว่า 6.5 ไร่ ซึ่งรวบรวมทุก Healthy Lifestyle ไว้อย่างครบถ้วน และยังเป็นโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่ที่สุดในย่านรามคำแหงเลยทีเดียว     ถึงจะไม่ได้ไปออกกำลังกายที่ กกท. ในโครงการเองก็ยังมี Sport Village ขนาดใหญ่ รวบรวมไว้ทั้ง Jogging Track, Bike Lane, สนามบาสเกตบอล แบบ Multi-Sport ซึ่งปรับเปลี่ยนเป็นสนามฟุตซอลได้ และสระว่ายน้ำมากถึง 3 สระ 3 สไตล์ ถ้าทั้งหมดนี้ยังไม่หนำใจ Niche MONO Ramkhamhaeng ยังจัด Fitness Village ขนาดใหญ่ที่ชั้น 6-7 ให้อีก พร้อมพื้นที่สีเขียวบิ๊กเบิ้มที่เราไม่จำเป็นต้องออกไปหาสูดโอโซนที่อื่นอีก ทั้งหมดนี้เปิดให้บริการกันแบบ 24 ชั่วโมงไปเลยยยย  เรียกว่าเอาใจคนรักสุขภาพกันแบบเต็มๆ   ความเพียบพร้อมที่ทางโครงการเตรียมไว้ ไม่ได้เอาใจแค่ลูกบ้านหัวใจนักกีฬาเท่านั้นนะคะ ลูกบ้านที่ชอบชิล ชอบแฮงค์เอ้าท์ ก็มีพื้นที่ส่วนร้านค้าภายในโครงการรวมไว้ทั้ง Café เก๋ๆ, ร้านอาหาร และซุปเปอร์มาร์เก็ตไว้ค่อยอำนวยความสะดวก และตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง         Niche MONO Ramkamhaeng อยู่บนทำเลการเดินทางสะดวกแบบสุดๆ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหัวหมาก (สายสีส้ม) 0 เมตร ใกล้ทั้งสถานีอินเตอร์เชนจ์ ใกล้แอร์พอร์ตลิงค์ ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และมอเตอร์เวย์ ด้วยทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย ทำให้คุณสามารถกำหนดจังหวะการเดินทางในทุกวันได้ด้วยตัวเอง   Niche MONO Ramkhamhaeng เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* เปิดจอง 1-7 พ.ย. นี้ ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ลงทะเบียนรับส่วนสูงสุด 100,000 บาท* สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก http://bit.ly/2IcXJ09    
เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถ้าถามถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ของในกรุงเทพฯ ยุคนี้ย่อมต้องมีองค์ประกอบเรื่องกิน-เที่ยวในตัวเองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเฉพาะตัว หรือร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ เชฟและวัตถุดิบอิมพอร์ตจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ไปจนถึงร้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างรอบด้าน เช่น ร้านจักรยาน ร้านแฟชั่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านบาร์เบอร์-ซาลอน ร้านสปา ร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ยามค่ำคืนยาวไปจนร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เรียกได้ว่าย่านนี้ไม่เคยหลับใหล จึงไม่แปลกที่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบค่ะ   หากพูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยย่านนี้แล้ว เชื่อว่าคงเป็นที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน รวมไปถึงชุมชน Expat ที่กระจุกตัวกันอยู่ในย่านนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์อันเพียบพร้อมรอบด้านแล้วยังเดินทางสะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย-ทองหล่อ และตัวถนนเองที่แม้จะเป็นเพียงถนนหรือซอยที่เป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปสู่ถนนหลักอย่างถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท แต่ด้วยความกว้างของถนนจึงทำให้สามารถมีอาคารสูงขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ตามกฏหมาย อีกทั้งยังสามารถทะลุออกไปถนนพระราม 4 ที่ต่อไปยังสีลม-สาทรได้ในระยะไม่ไกลกัน จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ              จากแผนที่จะเห็นภาพชัดขึ้นค่ะว่าช่วงซอยทองหล่อ 10  - เอกมัย 12 - ปรีดีฯ 31 เป็นซอยที่เชื่อมต่อกันตรงใจกลางย่านนี้พอดี ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้ที่สุดก็มีทั้งทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งอยู่เลยแยกพระโขนงไปเล็กน้อย และทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยอยู่บริเวณถนนพระราม 4   เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราก็จะพาไปเดินชมทำเลเอกมัย-ทองหล่อด้วยเลยค่ะ   รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ใครๆ ต่างก็จดจำได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้กันทั้ง เกตเวย์ เอกมัย, เมเจอร์ สุขุมวิท และ สถานีขนส่งเอกมัย   บรรยากาศช่วงปากซอยเอกมัย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลา เดินเล่นในเอกมัยก็มีความคึกคักไม่แพ้กันทั้งกลางวัน-กลางคืน ตลอดทางมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านที่น่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และร้านที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในปัจจุบัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลาย หากโฟกัสกันที่จุดสำคัญของย่านเอกมัยก็คงต้องบอกว่าอยู่ตรงสี่แยกกลางซอยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตั้งแต่ซอยทองหล่อ 10 ต่อมาที่ซอยเอกมัย 5 ซอยเอกมัย 12 แล้วไปทะลุสุดที่ซอยสุขุมวิท 71 ตรงซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น  ลองเดินทะลุมาที่ทองหล่อ ช่วงทองหล่อซอย 10 ยังเป็นแหล่งปาร์ตี้ชื่อดังอยู่หลายร้าน ใครที่ชอบชีวิต nightlife ต่างก็รู้จักแถวนี้แน่นอน      จากนั้นเราลองเดินกลับมาที่เอกมัย เข้าไปดูในซอยเอกมัย 12 กันต่อค่ะ    บรรยากาศภายในซอยเอกมัย 12 เป็นช่วงถนนที่มีความกว้างถึง 4 เลน ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทองหล่อ-เอกมัย-ซอยสุขุมวิท 71(ซอยปรีดีพนมยงค์) ภายในซอยเอกมัย 12 แห่งนี้มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่น่าสนใจอยู่ค่ะ ชื่อว่า "The FINE Bangkok"   The FINE Bangkok คอนโดมิเนียม High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 220 ยูนิต ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 70% บนพื้นที่ 1-1-05 ไร่ ในซอยเอกมัย 12  เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด(บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น) กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Keihan Railways  ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ จึงเกิดเป็น The FINE Bangkok คอนโดมิเนียมสไตล์ Luxury Modern Japanese มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท และรังสรรค์งานดีไซน์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และ Landscape โดยบริษัทชื่อดังอย่าง  Architects 49     สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่   โซน Fine Greenery แม้เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโครงการด้วยบรรยากาศแแบบ Fine Spring Garden และสวนพักผ่อนที่ชั้น 23 และ 27 ให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วย City View   โซน Fine Lounge ด้วยความตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีส่วนรองรับสำหรับการใช้งานจากกลุ่มใหญ่ แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ความเป็น Modern Luxury แบบญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด ประกอบไปด้วย  Lobby, Mail Room, Co-working room และ Private Meeting room   โซน Fine Retreat พื้นที่พักผ่อนรับลมธรรมชาติพร้อมดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไปด้วย ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้สามารถชมวิวขอบฟ้าได้ใกล้ที่สุดอย่าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool, The Edge View Point     โซน Fine Sky พื้นที่ Roof Lounge สูงสุดของอาคาร ออกแบบมาให้สามารถชม City View ได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปพร้อมกัน เช่น Fitness, Golf Club, Sky Seat, Karaoke room, Kid Room, Wine Lounge                          Floor Plan ชั้น 1 หน้าโครงการหันไปทางทิศใต้ จัดสวนสไตล์ Fine Spring Garden โดยต้องผ่านลำธารเล็กๆ หน้าโครงการไปก่อน ให้ความรู้สึกแบบสวนญี่ปุ่น  Floor Plan ชั้น 9-22 เป็นชั้นสำหรับยูนิตพักอาศัย ประกอบไปด้วยลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด วางรูปแบบ Double Corridor ฝั่งทิศตะวันออกได้วิวทางพระโขนง-อ่อนนุช ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้วิวในเมืองอย่างทองหล่อ-อโศก Floor Plan ชั้น 30 เป็น Facility โซน Fine Retreat ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool และ The Edge View Point       สิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในระดับพรีเมียม เพื่อสนองต่อความต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้ดีที่สุดบนกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์   The FINE Bangkok ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น แต่เป็นคอนโดที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้สัมผัสกับความแตกต่างในสไตล์ Luxury Modern Japanese เตรียมเปิดห้องตัวอย่างเร็วๆ นี้ และพร้อมเปิด Pre sale 2-3 มิ.ย. นี้   
ร้านอร่อย ย่านท่าเรือคลองสาน (ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า)

ร้านอร่อย ย่านท่าเรือคลองสาน (ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า)

คนที่อยู่ย่าน "คลองสาน" จะปฏิเสธบอกว่าไม่รู้จัก ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า ไม่ได้แน่ๆ เพราะ ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีเหล่านักช้อปทั้งหลาย อยากจะมาเดินซื้อหาเสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่นอย่างมากมาย ที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหาร ข้างทางยาวตั้งแต่ถนนเจริญนครยันท่าเรือเลย และ ที่จะพูดกัน แนะนำกันในวันนี้ คือร้านอร่อยๆ ที่พลาดไม่ได้ หลังจากเดินช้อปกันจนเหนื่อย จนเมื่อย ลองหาร้านอร่อยๆ แถวๆ นี้กินดูครับ ขอบอกเลยว่า อร่อยจริงๆ มาตามดูกันว่ามีร้านไหนกันบ้าง...       บัวลอยคลองสาน มาที่คลองสานคงจะไม่พลาดที่จะต้องกินบัวลอย เพราะเม็ดบัวลอยที่ นุ่ม ละมุนลิ้น มีทั้งบัวลอยไข่เค็ม บัวลอยไข่หวาน หวานเจ้มจ้นมากจ้ะ #บัวลอยไข่เค็ม ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. ?คลองสานพลาซ่า     ขนมเบื้องคลองสาน ขนมเบื้องชิ้นโตทำร้อนๆมารอเสิร์ฟ มีหลายแบบ หลายไส้ทั้งหวาน ทั้งเค็ม ครบรส ไส้ก็แน่นเต็มปากเต็มคำ เน้นๆ ทั้งลูกเกด ฝอยทอง มะพร้าวคั่ว ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. ?คลองสานพลาซ่า     ราชาขนมโตเกียว โตเกียวสุดครีเอท มีมากมายหลายไส้ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินก็ยังได้ มีทั้งไส้กรอก ปูอัด ปลาชีส แป้งก็กรอบไส้ก็เต็มปาก โอ้ยย ฟินมั่กๆ ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. ?คลองสานพลาซ่า     แม่อนงค์กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง มันทิพย์ มันญี่ปุ่น ขอบอกพร้อมมากกก มันทิพย์ ก็ปั้นกลมพอดีคำ นุ่มละมุนมาก ราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋า จิ้มลิ้มมากเวอร์ ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. ?คลองสานพลาซ่า     ทาโกะยากิ ทาโกะยากิร้อนๆทำออกมามีมากมายหลายไส้ ทั้ง ปลาหมึก ทูน่า กุ้ง แซลม่อน แน่นเวอร์ผสานกับซอสราดหอมๆ กรุบกริบสุดดดด ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 ?คลองสานพลาซ่า     อิ่วก้วย ขนมที่ใครหลายๆคนอาจจะงง อิ่วก้วย เป็นขนมโบราณของจีน จะเป็นแป้งนุ่มๆ ที่ห่อด้วยไส้ มีทั้ง ไส้หน่อไม้ กู๋ไช่ เผือก เยอะมากก และก็นำมาทอดร้อนๆ กัดแล้วอิ่มเอมม๊ากมาก ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. ?คลองสานพลาซ่า     ไก่อบโอ่ง ไก่อบโอ่งร้อนๆ ยกขึ้นมาจากโอ่ง สับออกมาเป็นชิ้นหยิบกินง่าย คล่องมือกันเลยทีเดียว เนื้อก็นุ่มละมุนลิ้นมากเวอร์ น้ำจิ้มก็เป็นสูตรมะขามขอบอกแซ่บ! ? เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. ?คลองสานพลาซ่า   เป็นไงกันบ้าง เห็นแต่ละร้าน น้ำลายไหลกันเลยทีเดียว ทำเลทองบ้าน คอนโดดีๆ แถวคลองสานเพียบ อาจจะแว่บออกมาเดินชิวๆ ชิมของอร่อยๆ ตามใจปากกันเลยทีเดียว... ตามพิกัด Google Map นี้ไปเลยครับ     ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพประกอบสวยๆ จาก EventPass
บ้านกลางเมือง พระราม 9 – อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 – อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง ทำเล คือปัจจัยของคนมองหาที่อยู่อาศัยจะพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว ซึ่งแน่นอนว่าทำเลที่ทั้งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเข้าเมืองไปทำงาน ทั้งออกนอกเมืองไปสนามบินหรือไปต่างจังหวัดไปพร้อมๆ กันนั้นหาได้ยากมากใช่ไหมคะ แต่คำว่าหายากนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่ะ   เราคงรู้จัก New CBD กันมาระยะหนึ่งแล้วใช่ไหมคะ ด้วยความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อยู่เกือบ 24 ชม. ทั้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไฮเปอร์มาร์เก็ต ไนท์มาร์เก็ต แหล่งรวมร้านแฮงเอ้าท์ รวมถึงอาคารออฟฟิศเกรด A หลายแห่ง ส่วนทำเลที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับแอร์พอร์ตลิงค์ผ่าน สามารถใช้ทางด่วนได้หลายสายอย่างทางยกระดับอุตราภิมุข ทางพิเศษศรีรัชจนไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์(กรุงเทพ-ชลบุรี) ซึ่งง่ายต่อการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันออกโซน EEC ที่กำลังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในอนาคต เรียกได้ว่าไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ย่านพระราม 9 แห่งนี้สมบูรณ์มากจนเกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งระยะหลังเราจะเห็นชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ย่านนี้ก็ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับย่าน CBD เดิมแล้วจะพบว่าความสะดวกสบายไม่ต่างกันมาก เพียงแต่สีลม-สาทรนั้นทุกวันนี้มีความหนาแน่นอยู่มากทีเดียวค่ะ ทั้งจำนวนของผู้คนตามมาด้วยการจราจรที่ติดขัดไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนการเดินทางไปสนามบินหรือออกนอกเมืองก็ค่อนข้างไกล ที่สำคัญราคาของที่อยู่อาศัยก็ไม่เบาทีเดียว         เมื่อเอ่ยถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นสนามบินหลักของบ้านเราแล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะตั้งอยู่นอกตัวเมืองเหมือนในหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็มักจะห่างไกลจากตัวเมืองตามไปด้วย แต่ไม่ใช่กับโซน New CDB อย่างพระราม 9 เพราะไม่ว่าจะใช้รถยนต์เดินทางด้วยถนนมอเตอร์เวย์ตรงเชื่อมต่อถนนพระราม 9 หรือจากถนนมอเตอร์เวย์แล้วขึ้นทางพิเศษศรีรัชก็เป็นเรื่องง่ายมากแถมยังใช้เวลาไม่กี่นาที ยิ่งหากเลือกใช้บริการจากแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางสำคัญของโซนที่ถือได้ว่าเป็นกึ่งกลางระหว่างตัวเมืองกับนอกเมืองแบบย่านลาดกระบัง-อ่อนนุช ก็จะยิ่งลดระยะเวลาการเดินทางได้มากขึ้นไปอีก    แหล่งออฟฟิศเกรด A สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การเดินทางที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว   บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทุกหลังหน้ากว้าง 5 เมตร ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป พื้นที่ใช้สอยมากถึง 146 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยน Function ของทุกสัดส่วนภายในบ้านของเราได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างลงตัว ท่ามกลางพื้นที่ทั้งหมดกว่า 17 ไร่ ให้สามารถใช้ชีวิตในทุกด้านได้อย่างเต็มที่ ภายในโครงการให้ความเป็นส่วนตัว สงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้รอบโครงการ แม้ในขณะเดียวกันจะมีความวุ่นวายบนท้องถนนมอเตอร์เวย์หลังโครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความเหนือระดับของการใช้ชีวิตได้อย่างน่าหลงใหลและไร้ขีดจำกัด    ได้พื้นที่มากกว่า และยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ เรียบง่าย มีความเป็นส่วนตัว   สังคมคุณภาพที่บ้านกลางเมือง Facility เพื่อการพักผ่อนในบ้านของตัวเองที่คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะที่มีบริเวณพักผ่อน ได้ความอุ่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิดทางเข้า-ออก โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ความสงบร่มรื่น คลับเฮ้าส์ที่ครบครัน   ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานวงแหวน ติดกับมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้า  ทำให้การเดินทางสะดวกสบายทั้งเข้าเมืองสู่ใจกลาง New CBD ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที และออกนอกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที หรือจะเลือกใช้แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้างก็อยู่ห่างจากโครงการแค่ 5 นาที ซึ่งช่วงจุดกึ่งกลางระหว่างย่านพระราม 9 กับสนามบินคือช่วงอ่อนนุชปลายๆ เชื่อมต่อกับลาดกระบัง โดยมีแอร์พอร์ตลิงค์เป็นระบบขนส่งสาธารณะสำคัญของคนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้รวดเร็วที่สุด ใกล้ทั้งทางด่วนและแอร์พอร์ตลิงค์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีถึง New CBD 5 นาที ถึงสุวรรณภูมิ   การเดินทางไปยังโครงการ    สามารถเข้าได้หลายทาง หลักๆ แล้วแนะนำ 2 เส้นทาง ได้แก่     1. หากมาจากพระราม 9 ด้วยทางพิเศษศรีรัช เมื่อข้ามถนนศรีนครินทร์แล้วให้ออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เพื่อกลับรถบนสะพานเกือกม้า เมื่อลงจากเกือกม้าให้รีบชิดซ้ายเพื่อกลับรถอีกครั้ง เข้าสู่ทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าไปทางอ่อนนุช วิ่งไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด  แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง และรอดใต้วงแหวนไปอีก 200 เมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือ     2. หากมาจากซอยสุขุมวิท 77 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าลาดกระบัง เมื่อถึงแยกประเวศเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ผ่านสน.ประเวศ เมื่อเจอสามแยกที่มีดี คอนโด ให้เลี้ยวขวา และเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่คู่ขนานวงแหวนขับตามทางไปอีกเล็กน้อยก็จะพบกับโครงการ(หากเลี้ยวซ้ายจะไปออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์)    สำหรับโครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ถือเป็นทาวน์โฮมในระดับ Hi-End Townhome เพราะเรื่องสภาพแวดล้อมภายในโครงการที่ดี ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือเรื่องของศักยภาพเฉพาะตัวของทำเลที่ไม่ไกลจากแหล่งสำคัญ อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะโดยรถยนต์ส่วนตัวเชื่อมต่อกับทางด่วนเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแอร์พอร์ตลิงค์ที่อยู่ใกล้กับโครงการ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองจึงทำให้บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช กลายเป็นหนึ่งในโครงการคุณภาพจาก AP       
รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายแห่งการเชื่อมต่อกรุงเทพฯ

รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายแห่งการเชื่อมต่อกรุงเทพฯ

ในช่วง 1-2 ปีหลังที่ผ่านมานี้ เราจะได้เห็นการก่อสร้างของรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม รวมถึงรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางมากกว่าการเดินทางแบบอื่น รถไฟฟ้าจึงกลายเป็นความหวังของระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่หลายคนรอคอยให้เกิดขึ้นโดยเร็ว   ในบรรดารถไฟฟ้าทั้งหมด 11 สาย แต่ละสายก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป ซึ่งมีอยู่สายหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นสายที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกกับกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน โดยวิ่งผ่านใจกลางเมือง สถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลศิริราช สนามหลวง ราชเทวี ประตูน้ำ รัชดาภิเษก ฯลฯ และยังเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ ในอนาคตมากมาย นั่นคือ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม (MRT) เป็นรถไฟฟ้าที่มีทั้งช่วงที่เป็นใต้ดินกับช่วงที่เป็นยกระดับ โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือฝั่งกรุงเทพฯ โซนตะวันตก(บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) กับกรุงเทพฯ โซนตะวันออก(ศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ - มีนบุรี) โดยใช้จุดกึ่งกลางของสายนี้ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นจุด interchange รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินในปัจจุบัน รวมระยะทาง 35.4 กิโลเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2566   รถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งกรุงเทพฯ โซนตะวันตก(บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ทั้งหมด 13 สถานี เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเวนคืนที่ดิน เริ่มจาก   1.สถานีตลิ่งชัน interchange กับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน 2.สถานีบางขุนนนท์ บนถนนสุทธาวาสตัดกับถนนจรัญสนิทวงศ์ interchange กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 3.สถานีศิริราช ใต้สะพานอรุณอัมรินทร์ ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช จากนั้นก็จะลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาไปอีกฝั่ง 4.สถานีสนามหลวง ใกล้กับโรงละครแห่งชาติ 5.สถานีอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ใกล้กับแยกผ่านฟ้าลีลาศ interchange กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่ – ราษฎร์บูรณะ สถานีผ่านฟ้า 6.สถานีหลานหลวง บริเวณถนนหลานหลวง แยกหลานหลวงตัดกับถนนจักรพรรดิพงษ์ 7.สถานียมราช บริเวณถนนหลานหลวง ใกล้โรงพยาบาลมิชชั่น interchange กับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม 8.สถานีราชเทวี  บริเวณถนนเพชรบุรี ใกล้แยกราชเทวี interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีราชเทวี 9.สถานีประตูน้ำ บริเวณถนนเพชรบุรี ใกล้ห้างแพลทินัม 10.สถานีราชปรารภ บริเวณถนนราชปรารภ interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดงแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีราชปรารภ 11.สถานีรางน้ำ บริเวณถนนราชปรารภ ปากซอยรางน้ำ 12.สถานีดินแดง บริเวณถนนวิภาวดีขาเข้าตัดกับถนนดินแดง 13.สถานีประชาสงเคราะห์ บริเวณถนนมิตรไมตรี ใกล้กับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร2 เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย     ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งกรุงเทพฯ โซนตะวันออก(ศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ - มีนบุรี) ปัจจุบันเริ่มดำเนินงานก่อสร้างแล้วในช่วงปลายปี 60 ที่ผ่านมา โดยมีการปิดถนนฝั่งละ 1 เลน บริเวณซอยรามคำแหง 162/1 ถึงซอยรามคำแหง 166 ทั้งขาเข้า-ขาออก, ซอยรามคำแหง 76 – 108 (ขาเข้า), ซอยรามคำแหง 127 – 129 (ขาออก) และบริเวณซอยรามคำแหง 151/1 – 159 เริ่มจาก   1.สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บริเวณถนนรัชดาภิเษก ใกล้กับห้างเอสพลานาดรัชดา interchange กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2.สถานีรฟม. บริเวณถนนวัฒนธรรม ใกล้กับแยกผังเมือง 3.สถานีประดิษฐ์มนูธรรม บริเวณถนนพระราม 9 ใกล้สี่แยกพระราม 9 – ประดิษฐ์มนูธรรม 4.สถานีรามคำแหง 12 บริเวณถนนรามคำแหง หน้าห้างเดอะมอลล์ สาขารามคำแหง 5.สถานีรามคำแหง บริเวณถนนรามคำแหง หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง 6.สถานีราชมังคลา บริเวณถนนรามคำแหง หน้าสนามกีฬาราชมังคลา 7.สถานีหัวหมาก บริเวณถนนรามคำแหง หน้าโรงพยาบาลรามคำแหง 8.สถานีลำสาลี บริเวณถนนรามคำแหง ใกล้แยกลำสาลีตัดกับถนนศรีนครินทร์ interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 9.สถานีศรีบูรพา บริเวณถนนรามคำแหงตัดกับถนนศรีบูรพา แยกบ้านม้า ใกล้กับบิ๊กซี สุขาภิบาล3 10.สถานีคลองบ้านม้า บริเวณถนนรามคำแหง ระหว่างซอยรามคำแหง 92-94 และมีอาคารจอดแล้วจร 5 ชั้น รองรับการจอดรถได้ประมาณ 1,200 คัน และตั้งแต่สถานีนี้จะค่อยๆ ยกระดับจากใต้ดินมา 11.สถานีสัมมากร บริเวณถนนรามคำแหง หน้าหมู่บ้านสัมมากร 12.สถานีน้อมเกล้า บริเวณถนนรามคำแหง  หน้าหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า 13.สถานีราษฎร์พัฒนา บริเวณถนนรามคำแหง บริเวณถนนรามคำแหง สามแยกมิสทีน 14.สถานีมีนพัฒนา บริเวณถนนรามคำแหง หน้าทางเข้าวัดบางเพ็ญใต้ ตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรมบางชัน 15.สถานีเคหะรามคำแหง บริเวณถนนรามคำแหง  ใกล้เคหะรามคำแหง 16.สถานีมีนบุรี บริเวณถนนรามคำแหง interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู 17.สถานีสุวินทวงศ์ บริเวณถนนรามคำแหงตัดกับถนนสุวินทวงศ์ บริเวณแยกสุวินทวงศ์   เมื่อรถไฟฟ้ากำลังจะมาถึง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่พลาดที่จะขยับตาม ผู้ซื้อก็จับจองกันอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มนี้ก็มีหลายทำเลที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัย และลงทุนในอนาคต ซึ่งเราได้รวบรวมบางโครงการที่เป็นตัวเด็ดๆ ตามสายนี้ เช่น   THE LINE ราชเทวี คอนโด High Rise ที่อยู่บนถนนเพชรบุรี ใกล้จุด interchange ระหว่างสายสีเขียวกับสายสีส้ม สถานีราชเทวี ประมาณ 220 เมตร ห่างเพียง 1 สถานีก็สามารถเชื่อมต่อไปยัง Airport Link กับสถานีสยาม     Ideo Mobi รางน้ำ คอนโด High Rise อยู่ภายในถนนรางน้ำ ฝั่งใกล้กับถนนราชปรารภ ซึ่งก็ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีรางน้ำ อีกด้วย ตัวนี้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนกลางออกแบบมาได้สวย รวมถึงสระว่ายน้ำส่วนกลางที่ว่ายได้รอบ 360 องศา บนชั้นสูงสุดของคอนโด     Metris พระราม 9-รามคำแหง คอนโด High Rise บริเวณสี่แยกรามคำแหงฝั่งขาออก ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างแห่ง เช่น ฟู้ดแลนด์ เดอะมอลล์รามคำแหงที่กำลังจะทำการรีโนเวทใหม่ เดอะไนท์ รามคำแหงที่กำลังจะทำการรีโนเวทใหม่ ถนนพระราม 9 กล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีรางน้ำ อีกด้วย ใจกลางเมือง สถานที่สำคัญๆ หลายแห่งใกล้ทางด่วน และสามารถออกไปถนนกาญจนาภิเษกไม่ไกล     KnightsBridge Collage รามคำแหง คอนโด High Rise สไตล์อังกฤษ ทำออกมาได้หรูหราที่สุดในย่านนี้ ปากซอยรามคำแหง 42 ใกล้กับจุดinterchange ระหว่างสายสีส้มกับสายสีเหลือง บริเวณสี่แยกลำสาลี ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาหลายแห่ง     สุดท้ายในระหว่างการดำเนินงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจากนี้ไปอีก 5 ปี อาจมีการปิดถนนเป็นระยะ โดยเราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ผ่านทาง facebook.com/MRTOrangeLineEast     ภาพจาก : facebook/โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี  
ส่องทำเลฝั่งธนฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ส่องทำเลฝั่งธนฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เคยได้ยินคำว่า "รถไฟฟ้าสร้างเมือง" กันไหมคะ ทุกวันนี้เราจะสังเกตได้ว่าหากบริเวณไหนมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน ย่านนั้นจะเริ่มมีความคึกคักขึ้นมาทันทีทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเยอะขึ้นอาหารการกินก็มากตามไปด้วย กลายเป็นแหล่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว เดินทางสะดวกรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน   ย่านที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรมสายหนึ่งคือรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ–ท่าพระ (สายสีน้ำเงินฝั่งเหนือ) ทั้งหมด 10 สถานี ได้แก่ เตาปูน-บางโพ-บางอ้อ-บางพลัด-สิรินธร-บางยี่ขัน-บางขุนนนท์-แยกไฟฉาย-จริญสนิทวงศ์13-ท่าพระ เป็นรถไฟฟ้าแบบทางยกระดับตลอดสายรวมแล้ว 13 กิโลเมตร และช่วงหัวลำโพง–บางแค (สายสีน้ำเงินฝั่งใต้) เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่สถานีหัวลำโพงแล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงสถานีท่าพระ มี 5 สถานี คือ วัดมังกรกมลาวาส-วังบูรพา-สนามไชย-อิสรภาพ-ท่าพระ รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร แล้วต่อด้วยทางยกระดับตั้งแต่สถานีท่าพระ-บางแค มี 6 สถานี คือ ท่าพระ-บางไผ่-บางหว้า-เพชรเกษม 48-ภาษีเจริญ-บางแค อีก 9 กิโลเมตร ความพิเศษของสายนี้คือการเจาะอุโมงค์ทางวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีไฮไลท์ที่สถานีสนามไชย ซึ่งมีการตกแต่งอย่างสวยงามผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีที่สวยที่สุดของประเทศไทย เพราะเป็นสถานีอยู่ในช่วงเกาะรัตนโกสินทร์ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น  วัดโพธิ์, วัดพระแก้ว, มิวเซียมสยาม ฯลฯ ปัจจุบันมีการก่อสร้างแล้วเสร็จไปมากกว่า 90% คาดว่าจะเปิดใช้บริการประมาณปี 2562 และส่วนต่อขยายช่วงบางแค – พุทธมณฑลสาย 4 คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564   ฝั่งธนบุรีย่านเมืองเก่าอันทรงเสน่ห์ที่วิถีชีวิตกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ทว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตามยุคสมัยจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่จะเป็นเสมือนกุญแจสำคัญของการเปิดการขยายตัวของเมืองออกไป จนทำให้ฝั่งธนฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยเศรษฐกิจที่กำลังจะเติบโตตามไปด้วย เพราะหากรถไฟฟ้าสายนี้เสร็จสมบูรณ์ จะเป็นสายที่เดินรถเป็นวงกลม และเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่าย ราคาที่ดินยังไม่แพงจนเกินไป โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 100,000-200,000 บาท/ตร.ว. แต่ที่ดินติดรถไฟฟ้าอยู่ที่ราว 400,000-500,000 บาท/ตร.ว. ในแง่ของโครงการคอนโดมิเนียมที่เราเริ่มเห็นเปิดตัวกันในปีนี้ กระแสแรงไม่แพ้ทำเลอื่น โดยเฉพาะย่านเจริญนคร ท่าพระ เพชรเกษม มีโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เช่น     ศุภาลัยพรีเมียร์ หนึ่งในคอนโดตัวเด่นของปีนี้จากศุภาลัย อยู่ติดกับถนนลาดหญ้า กับถนนสมเด็จเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลตากสิน ติดรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีทอง สถานีคลองสาน คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 ราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท   บันยันทรี เรสซิเดนท์ จากเนอวานา ไดอิ ที่จับมือกับบันยันทรี กรุ๊ป เป็นคอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน อยู่ภายในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17 เน้นความเป็นส่วนตัวตามแบบฉบับคอนโดสไตล์ลักชัวรี่ ทุกห้องได้วิวแม่น้ำ ราคาเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท       เดอะ ไพรเวซี่ ท่าพระ-อินเตอร์เชนจ์ จากพฤกษา คอนโด High Rise คาดว่าแล้วเสร็จปี 2563 ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้สี่แยกท่าพระ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีท่าพระ 100 เมตร ซึ่งจะเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเทา และเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งเหนือและฝั่งใต้ไว้ด้วยกัน ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท     ไอดีโอ สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่ล่าสุดตัวหนึ่งจากอนันดา ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีโพธิ์นิมิตร 350 เมตร   วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ ทำเลตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ท่าพระ ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู 80 เมตร ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท   แอสปาย สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่จากเอพี อยู่ใกล้กับสี่แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ ติดกับบันไดทางขึ้น-ลง ของรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู ติด BRT สถานีราชพฤกษ์ ห่างจากเดอะมอลล์ท่าพระ 150 เมตร ในฝั่งเดียวกัน ราคา 2.77 ล้านบาท     เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 จากนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ ติดถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค ในอนาคตก็จะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีภาษีเจริญ เพียง 40 เมตร ส่วนกลางสวยจัดเต็ม ในราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้านบาท   เดอะเบส เพชรเกษม คอนโด High Rise จากแสนสิริ คาดว่าแล้วเสร็จประมาณปี 2563 เป้นโครงการที่เน้นเรื่องการเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างหลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม48 ห่างจากรถไฟฟ้า สถานีบางหว้า ซึ่งจะเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน เดินทางเข้าตัวเมืองได้ง่าย ห่างจากท่าเรือเพชรเกษม 31 เพียง 300 เมตร โดยซอยเพชรเกษม48 เป็นเส้นทางลัดไป ถ.บางแวก เชื่อมคุณสู่ ถ.พุทธมณฑล และถ.ราชพฤกษ์ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท   ไม่เพียงแต่ตลาดคอนโดมิเนียมที่ให้ความสำคัญกับการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้เท่านั้น แต่ทางด้านห้างสรรพสินค้า ก็มีการขยับตัวตามไปด้วย เช่น เดอะมอลล์ บางแค ที่จะสร้างทางเชื่อมต่อกับสถานีหลักสอง, ศูนย์การค้าซีคอน บางแค จะสร้างทางเชื่อมกับสถานีภาษีเจริญ, ศูนย์การค้าเกตเวย์บางโพ จะสร้างทางเชื่อมกับสถานีบางโพ สิ่งสำคัญที่จะมาปลุกฝั่งธนให้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอันเพียบพร้อมของกรุงเทพฯ คือ ไอคอนสยาม เมกะโปรเจคริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะเป็นศูนย์การค้าพื้นที่กว่า 500,000 ตร.ม. และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่   ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมเริ่มรุกตลาดฝั่งธนกันอย่างคึกคักในปีนี้ เชื่อว่าในปีหน้าหน้าและต่อไปจะต้องมีโครงการที่น่าสนใจจากหลายค่าย เพราะฝั่งธนฯ ยังคงมีที่ดินเปล่าเหลืออยู่พอสมควรทั้งที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดินที่เป็นคลังสินค้าเก่า โกดังเก่า โรงงาน ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาได้อีกหลายโครงการ ยิ่งหากรถไฟฟ้าเปิดให้บริการก็จะยิ่งเพิ่มสีสันให้ย่านนี้มีมนต์เสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าในกลิ่นอายโมเดิร์นตามยุคสมัยควบคู่กัน
สุขุมวิท ทำเลอมตะ

สุขุมวิท ทำเลอมตะ

ถนนสายหลักของประเทศไทยที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีอยู่ 4 สายด้วยกัน คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ถนนทั้ง 4 สาย ถือเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร กับภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ถือเป็นหัวใจหลักของการคมนาคมทางบก แต่ถนนที่เรากล่าวถึงในบทความนี้ คือ ถนนสายมุ่งสู่ภาคตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท เป็นถนนที่เริ่มต้นต่อจากถนนเพลินจิต  ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงปากน้ำ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และไปสุดทางที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 488 กิโลเมตร ในสมัยก่อนหากใครจะเดินทางไปภาคตะวันออกก็ต้องไปทางถนนสุขุมวิทนี้เท่านั้น ซึ่งครั้งนี้เราจะมาพูดถึงถนนสุขุมวิทเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นถนนที่มีความสำคัญอย่างมากอีกเส้นหนึ่ง ทั้งในด้านการคมนาคม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ตลอด 24 ชม. โดยเราจะแบ่งสุขุมวิทออกเป็น 3 ช่วง คือ สุขุมวิทช่วงต้น ช่วงกลาง และช่วงปลาย เริ่มจากสุขุมวิทช่วงต้น ตั้งแต่ช่วงเพลินจิต นานา อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เป็นย่านที่ไม่เคยหลับตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ช่วงกลางวันเราจะเห็นพนักงานออฟฟิศมากมายแถวอโศก พร้อมพงษ์ มีห้างสรรพสินค้าระดับท็อป เช่น เอ็มควอเธียร์, เทอร์มินัล 21, เอ็มโพเรียม ฯลฯ ช่วงเย็น-ดึกจะเริ่ม มีสีสันจากร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ ร้านอาหารดีไซน์เก๋ เสริฟอาหารระดับคุณภาพที่หาทานไม่ได้จากที่ไหนต่างก็รวมตัวกันในย่านนี้ ทำให้กลายเป็นแหล่งนัดพบปะเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  โดยเฉพาะแถวนานา ทองหล่อ และเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกมีอยู่รอบตัว การเดินทางสะดวกเข้าถึงง่าย หลายคนจึงมองหาที่อยู่อาศัยในย่านนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ส่วนสมัยนี้ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ซึ่งก็แน่นอนว่าย่านใจกลางเมืองที่มีความสมบูรณ์ขนาดนี้ราคาที่ดินก็สูงมากเช่นกัน จากการประเมินราคาที่ดินของกรมธนารักษ์รอบปี 2559-2562 ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้ว 4.5-5 แสนบาท/ตร.ว. โดยเฉพาะโซนทองหล่อที่มีราคาที่ดินพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านบาท/ตร.ว. ด้วยราคาที่ดินที่พุ่งสูงจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ขึ้นไป ซึ่งแต่ละโครงการมีราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 250,000 บาท/ตร.ม. สุขุมวิทช่วงกลางตั้งแต่เอกมัย พระโขนง อ่อนนุช ไปจนถึงอุดมสุข ทำเลขยับออกมาจากใจกลางเมืองอีกนิด ราคาที่อยู่อาศัยก็ขยับลงตามไปด้วย แม้ช่วงเอกมัยจะยังคงอยู่ในเมืองติดกับทองหล่อแต่ราคาที่ดินกลับถูกกว่า ซึ่งปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจาก 5 ปีที่แล้วประมาณ 33% ซึ่งในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้แถวอ่อนนุชจะได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยมากที่สุด เพราะยังมีหอพัก, อพาร์ทเม้นท์ ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนไม่แพงอยู่มากมาย และยังมีรถประจำทางไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชที่เป็นสถานีสุดท้ายก่อนจะเป็นสถานีส่วนต่อขยาย ค่าครองชีพในย่านนี้ก็ยังไม่แพงเท่าในเมือง ในขณะที่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับกลางอยู่อย่างครบครัน เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไม่ไกล ซึ่งช่วง 3-4 ปีมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมที่เป็นแบรนด์ตัวท็อปแถวอ่อนนุชมากขึ้น แต่ก็ยังกระจุกตัวกันอยู่อ่อนนุชช่วงต้นไม่ไกลจากรถไฟฟ้า โดยราคาที่ดินเฉลี่ยแล้วเพิ่มสูงขึ้นปีละ 15-20% ส่วนราคาคอนโดมิเนียมของสุขุมวิทช่วงกลางนี้จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงไม่เกิน 2 แสนบาท/ตร.ม. แต่ด้วยราคาที่ดินย่านอ่อนนุชเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเราอาจจะได้เห็นคอนโดมิเนียมในราคาแตะที่ 2 แสนบาท/ตร.ม. ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนโครงการทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยวในระดับกลาง-พรีเมี่ยมก็มีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่เป็นทำเลอยู่ไม่ใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรนัก และเชื่อว่าเราจะได้เห็นหลายโครงการเกิดขึ้นในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยในราคาที่มนุษย์เงินเดือนยังจับต้องได้ สุดท้ายกับทำเลสุขุมวิทช่วงปลาย ตั้งแต่บางนาไปจนถึงสมุทรปราการ จุดเด่นของทำเลนี้อยู่ที่การเดินทางออกนอกเมือง โดยเฉพาะภาคตะวันออก รวมถึงไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกสบายมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานย่านบางนาไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีก็ยังคงเดินทางได้แม้จะอยู่ห่างออกไปสักหน่อย มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่หลากหลายเท่าสุขุมวิทช่วงต้น แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเลยจนทำให้ชีวิตดูลำบากจนเกินไป แต่ถ้าเมื่อไรโครงการ Bangkok Mall ที่เป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และอาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราดขาออก เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบประมาณปี 2018 ก็เชื่อว่าจะทำให้ย่านบางนาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะกลายเป็นศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งสำคัญที่ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่อยู่อาศัยในย่านนี้นั่นคือราคาที่ย่อมเยาว์กว่าในเมืองมาก เราจึงได้เห็นโครงการอันหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เพราะหากเปรียบเทียบกันระหว่างย่านสุขุมวิทช่วงปลาย เรายังสามารถหาบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 3-5 ล้านได้ แต่กับคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทช่วงต้นในราคา 5 ล้านเท่ากัน อาจจะได้เพียงห้องสตูดิโอพื้นที่ไม่เกิน 30 ตร.ม. หรือบางโครงการเงิน 5 ล้านนี้ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดทำเลใกล้รถไฟฟ้าได้แล้ว ด้วยความเพียบพร้อมของทำเลสุขุมวิท จึงไม่แปลกที่ยังคงความเนื้อหอม ดึงดูดนักลงทุนรวมถึงผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนยุคใหม่ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ให้เข้ามามองหาโครงการดีๆ ในย่านนี้อยู่เสมอ สุดท้ายเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละคนว่าที่ไหนจะตอบโจทย์สำหรับเราได้มากที่สุด
Survey ทำเลทองรัชดาภิเษก 17

Survey ทำเลทองรัชดาภิเษก 17

  “รัชดาภิเษก” ถนนสายสำคัญที่จัดว่าเป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่กำลังได้รับความสนใจมากๆ ค่ะ เราจะเห็นได้ว่ามีคอนโดมิเนียมหลายแบรนด์เลือกปักหมุดบนทำเลนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยทำเลบนถนนรัชดาภิเษกมีความพร้อมในหลายๆ ด้านเลยค่ะ... เป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงาน มีแหล่งช๊อปปิ้งมากมาย มีความเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย แถมยังเดินทางสะดวกด้วยทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถสาธารณะ และรถส่วนบุคคล ปัจจุบันใครๆ ก็รู้ว่าราคาที่ดินบนถนนรัชดาภิเษกหาที่ดินดีๆ ที่เหมาะสมพร้อมสำหรับการทำที่อยู่อาศัยได้ยากมาก ในขณะที่ความต้องการคอนโดดีๆ ในย่านนี้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราเลยจะพาไปดูทำเลในย่านรัชดากันค่ะ ซึ่งบริเวณที่เราเห็นว่ามีบรรยากาศคึกคัก และสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดีก็น่าจะเป็นบริเวณช่วง MRT สถานี “สุทธิสาร” ค่ะ   ทำไมต้องเป็นบริเวณ “สุทธิสาร”? ถ้าเราขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT สายสีน้ำเงิน) มาที่สถานีสุทธิสาร จะเห็นได้ว่าบรรยากาศโดยรวมของบริเวณนี้คึกคัก มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดเวลา ซึ่งบริเวณรอบๆ นี้แทบจะไม่เคยหลับและไม่เคยเงียบเหงาเลยก็ว่าได้ค่ะ ช่วงกลางวันบรรยากาศจะคึกคักไปด้วยชาวออฟฟิศเป็นจำนวนมากค่ะ เพราะมี “เมืองไทยภัทร” เป็น Office Building ใหญ่ของบริเวณนี้ แถมบริเวณข้างๆ ยังมีตลาดนัดขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักช็อปปิ้ง มีพร้อมทั้งของกินของใช้ราคาถูกมากมายเลยค่ะ นอกจากอาคารเมืองไทยภัทรแล้ว ตรงข้ามกันยังเป็นอาคารสำนักงานของ “ธนาคารธนชาติ” ซึ่งก็เป็นอีกแห่งที่รวมร้านอาหารไว้เยอะเลยค่ะ อันนี้แค่บริเวณทางออกของสถานีสุทธิสารเท่านั้นเองนะ ยังคึกคักด้วยร้านค้ามากมายขนาดนี้ บริเวณแยกสุทธิสารตรงปากซอยถนนสุทธิสารวินิจฉัยนี่ไม่ต้องบรรยายเลย ของกินอร่อยๆ เพียบค่ะ อยู่ย่านนี้รับรองว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ ไม่มีโอกาสได้ผอมแน่นอน   จะไปไหนก็สะดวก เดินทางก็ง่ายหลายเส้นทาง เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าบริเวณแยกสุทธิสารเป็นแยกใหญ่ที่เชื่อมถนนรัชดาภิเษก กับถนนสุทธิสารวินิจฉัยไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนลาดพร้าว ถนนวิภาวดี-รังสิต และถนนพหลโยธินได้ง่ายมากๆ ค่ะ แถมยังมีถนนหนทางในซอกซอยต่างๆ อีกเพียบที่จะลัดเลาะหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นได้หายห่วง เด่นๆ เลยก็เห็นจะเป็นซอยรัชดาภิเษก 17 นี่แหละค่ะที่เป็นถนนซอยที่เชื่อมโยงไปออกได้หลายทาง ทั้งออกถนนสุทธิสารฯ, อินทามระ 22, ถนนประชาสงเคราะห์, แยกห้วยขวาง, ม.หอการค้า, สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น และ ถนนดินแดง เป็นต้น ด้วยความที่ถนนในซอยเชื่อมต่อกันเป็นใยแมงมุมแบบนี้ ทำให้การเดินทางไปไหนก็สะดวกมากค่ะ จะขึ้นทางด่วนดินแดง, ทางด่วนพระราม 9 หรือแม้แต่ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลยค่ะ นอกจากนี้การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนก็สะดวกไม่แพ้กันนะคะ เห็นเป็นถนนในซอยแบบนี้ก็มีรถเมล์วิ่งผ่านกับเค้าด้วย ถนนซอยประชาสุข มีรถเมล์มากถึง 4 สาย จะไปไหนมาไหนก็ง่ายเลยค่ะ รถแท็กซี่วิ่งผ่านในซอยก็เยอะนะคะ แถมด้วยพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่น้อยเลย เรียกใช้บริการได้ตลอดเวลา และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่อยู่ใกล้ๆ ปากซอยรัชดาภิเษก 17 จะไปไหนมาไหนก็ง่าย สะดวก รวดเร็วทันใจที่สุดเลยค่ะ   ทำเลดีๆ กับคอนโดน่าอยู่ พูดถึงซอยรัชดาภิเษก 17 กันไปพอสมควรแล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มสนใจทำเลนี้มากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ วันนี้เรามีคอนโดมิเนียม "The Excel Ratchada 17" โครงการใหม่ล่าสุดจาก All Inspire มาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ นอกจากที่ตั้งโครงการจะอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 17 ที่มีความน่าสนใจอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วนั้น โครงการนี้ยังเปิดตัวมาด้วยราคาล้านต้นๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่พิเศษมากๆ สำหรับย่านรัชดาภิเษก ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการอยู่อาศัยแบบนี้ ตัวโครงการตั้งอยู่กลางๆ ซอยรัชดาภิเษก 17 ค่ะ ไม่ไกลจากแยกที่ตัดกับซอยประชาสุข ดังนั้นเรื่องการเดินทางจึงสะดวกแบบสุดๆ ไม่ว่าจะขึ้นรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน เรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์ หรือใช้รถส่วนตัว ก็เลือกใช้ได้หลายเส้นทางและหลายช่องทางเลยทีเดียวค่ะ เราลองเดินสำรวจบริเวณซอยรัชดาภิเษก 17 กันมาแล้ว ต้องบอกว่าหมดห่วงเรื่องอาหารการกินไปได้เลย ตั้งแต่ปากซอยรัชดาภิเษก 17 ก็พร้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเช้าก่อนไก่โห่ หรือดึกดื่นแค่ไหน ก็มีที่ให้พึ่งพาฝากท้องได้ทุกเวลาค่ะ นอกจากนี้ในเวลาปกติ ร้านค้าแผงลอย ร้านอาหารในซอยก็เยอะแยะมากมายเลยค่ะ มีอาหารให้เลือกแทบจะทุกประเภทกันเลยทีเดียว แต่ถ้าเหนื่อยไม่อยากเดินไปไหนไกล ตรงแยกซอยประชาสุขก็มี 7-11 นะคะ เดินไม่เกิน 100 เมตรก็เจอเลย บริเวณปากซอยรัชดา 17 กลาสเฮ้าส์ คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ อยู่ปากซอยรัชดา 17 มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อรวมอยู่ด้วยกัน Max Valu ซุปเปอร์มาร์เก็ตเปิดตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมให้บริการ บรรยากาศภายในซอยมีร้านสะดวกซื้อกระจายอยู่เป็นระยะๆ   ส่วนสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจรอบๆ โครงการ เราลองยกตัวอย่างระยะทางคร่าวๆ สำหรับการเดินทางไปยังบริเวณใกล้เคียงมาให้แล้วค่ะ รถไฟฟ้า MRT สุทธิสาร - 1 กม. รถไฟฟ้า MRT ห้วยขวาง -  4 กม. แยกสุทธิสาร-วิภาวดี - 4 กม. ตลาดห้วยขวาง - 1 กม. สโมสรทหารบก - 3 กม. The Street รัชดา - 4 กม. Esplanade รัชดา - 9 กม. เซ็นทรัล พระราม 9 - 9 กม. Fortune Tower - 9 กม. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - 3 กม. เซ็นทรัล ลาดพร้าม - 3 กม. ด่านทางด่วนพระราม 9 - 6 กม. บรรยากาศในซอยรัชดาภิเษก 17 เหมาะกับการอยู่อาศัยไม่น้อยเลยนะคะ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการยังเป็นโซนพักอาศัยเดิม จึงมีบ้านพักอาศัยในแนวราบเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีตึกมาบังวิวให้เสียอารมณ์เท่าไหร่ค่ะ ช่วงกลางวันรถราที่วิ่งผ่านอาจจะมีมากหน่อย เพราะเป็นซอยที่ลัดไปได้หลายเส้นทางอย่างที่บอก แต่ช่วงค่ำๆ ก็จะเงียบหน่อย เหมาะกับการพักอาศัยเลยค่ะ   ล่าสุดเราแอบเห็นภาพหลุดจากตัวโครงการ “The Excel Ratchada 17” มาบ้าง แอบรู้สึกว่าน่าอยู่เลยทีเดียวค่ะ ทั้งหน้าตาของตัวอาคาร และ Facility ภายในโครงการ สวยงามน่าใช้งานมากๆ อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่า นอกจากเรื่องทำเลย่านรัชดาภิเษกที่น่าสนใจแล้ว หลายคนคงกำลังอยากเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม The Excel Ratchada 17 แล้วใช่มั้ยคะ ลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดโครงการได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ https://goo.gl/HBj7wU หรือถ้าสนใจอยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่ https://www.allinspire.co.th/register.html
สีลม-สาทร น่าลงทุนอย่างไร

สีลม-สาทร น่าลงทุนอย่างไร

ทุกประเทศย่อมจะต้องมีย่านที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ซึ่งย่านนั้นก็จะมีภาพของความเป็นเมืองหลวงอย่างชัดเจน มีตึกสูงระฟ้า มีรถสาธารณะผ่านหลายเส้นทาง เดินทางง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำรายล้อม ในประเทศไทยก็คงหนีไม่พ้นแถวสีลม-สาทร ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศไทย     ช่วงถนนสีลม-สาทร ไม่ได้มีเพียงความทันสมัย หรูหราใจกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เพียงเท่านั้น แต่ยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีผ่านมาที่การสัญจรทางเรือยังเป็นหัวใจหลักของการไปมาหาสู่และการค้าขายเชิงพาณิชย์กันกับพ่อค้าชาวจีนและชาวยุโรป โดยอาศัยคลองสาทร คลองช่องนนทรี ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านนี้จึงเป็นที่อยู่อาศัยของคนหลากหลายกลุ่มทั้งขุนนาง ชนชั้นสูง ไปจนถึงชนชั้นแรงงานในสมัยนั้น ที่ดินก็ถูกจับจองเอาไว้ตั้งแต่สมัยยังเป็นทุ่งนาโล่งและกลายมาเป็นมรดกล้ำค่าในยุคปัจจุบันที่มีราคาสูงมากกว่า 1,450,000 บาท/ตร.ว.   อย่างที่ทราบกันดีว่าราคาที่ดินหลายแห่งถูกปรับสูงขึ้นมาก รวมถึงถนนสีลมที่มีอัตราการเติบโตของราคาที่ดินประมาณ 53% ส่วนถนนสาทรอยู่ที่ 78% ด้วยทำเลที่เรียกได้ว่ามีศักยภาพอันสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ อย่างที่เราเห็นกันว่าเมื่อไหร่ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่ก็จะถูกจับจองและ Sold out ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แม้จะมีราคาสูงเฉลี่ยแล้ว 200,000-300,000 บาท/ตร.ม. จุดนี้เป็นกระจกสะท้อนภาพให้เห็นอย่างชัดเจนถึงดีมานด์ในย่านนี้ที่ยังคงมีอยู่มากทีเดียวไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทำงาน ครอบครัวที่มีลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนย่านนี้ คนในพื้นที่เดิม และกลุ่มผู้ลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากอยู่ใกล้กับออฟฟิศขนาดใหญ่ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติหลายแห่ง การเดินทางสะดวกทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัวที่มีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกล สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถานทูต ร้านอาหาร สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ฯลฯ วันทำงานไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดไปไหนไกล ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จำนวนผู้คนก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งถ้าได้คอนโดมิเนียมโครงการที่ดีมีความเป็นส่วนตัวสูงก็เหมาะมากสำหรับการมีที่อยู่อาศัยทำเลดีใกล้ออฟฟิศและยังมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อการพักผ่อนในวันหยุด   สำหรับการลงทุนในคอนโดมิเนียมย่านนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ในความคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไป ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค่ายใหญ่ที่ต่างก็ยังคงมองหาที่ดินในย่านนี้อยู่เสมอ แม้จะเหลือที่ดินที่เหมาะแก่การนำไปพัฒนาต่อน้อยลงไปทุกที ราคาที่ดินก็สูงตาม แต่เมื่อนำมาพัฒนาเป็นโครงการในระดับลักชัวรี่ให้เหมาะสมกับดีมานด์ของย่านนี้ที่ยังมีค่อนข้างสูง ในขณะที่ซัพพลายยังถือว่าไม่ล้นก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวโครงการใหม่ไปเพียง 5-6 โครงการ ขณะที่ความต้องการยังมีสูงมากกว่า 6,000 ยูนิต  เรื่องของการสร้างผลตอบแทนสำหรับผู้ลงทุนปล่อยเช่าก็ยิ่งได้ราคาดี โดยเฉพาะการปล่อยเช่าชาวต่างชาติที่มีดีมานด์เพิ่มสูงเรื่อยๆ อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 5%/ปี โดยคอนโดที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าจะได้ค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 700-1,000 บาท/ตร.ม. หรือประมาณ 30,000 บาท/เดือน(สำหรับคอนโดมิเนียมในระดับราคา 6.5 ล้านบาทขึ้นไป) และด้วยราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นส่งให้ราคารีเซลจะเพิ่มสูงขึ้นจากราคาตอนเปิดตัวประมาณ 7%   ไม่แปลกที่สีลม-สาทร ยังคงเนื้อหอมเป็นที่หมายปองของทั้งผู้ที่อยู่อาศัยเองและนักลงทุนอยู่เสมอ ด้วยความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว การเดินทางง่ายใกล้ออฟฟิศ สามารถพลิกจากชีวิตที่เร่งรีบตามสไตล์คนเมืองกรุงมาเป็นชีวิตอันแสนง่าย ไม่ต้องเร่งรีบเดินทางไปทำงานทุกวัน วันหยุดก็มีสถานที่พักผ่อนอยู่ไม่ไกล ทั้งที่อยู่ใจกลางเมือง น่าคิดนะคะว่าการอยู่ใจกลางเมืองใกล้ที่ทำงานอาจจะตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้มากกว่าการออกไปอยู่ชานเมือง        
สำรวจทำเล Noble BE19

สำรวจทำเล Noble BE19

“ถนนสุขุมวิท” ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นทำเลสุดฮ๊อตที่ทุกคนอยากจะจับจองเป็นเจ้าของคอนโดกับเค้าซักห้อง และยิ่งถ้าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS ด้วยก็ยิ่งหายากขึ้นเรื่อยๆ แต่วันนี้เราจะพาไปดูทำเลที่น่าสนใจในโซนสุขุมวิทตอนต้น บริเวณแยกอโศก ย่านเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ย่านอโศกมีจุดเด่นที่เป็น interchange ที่สำคัญมาก มีทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แถมด้วยรถไฟฟ้า Airport Link ที่อยู่ห่างออกไปอีกแค่สถานีเดียวเท่านั้น การเดินทางไปไหนมาไหนจึงสะดวกเหมาะกับวิถีคนเมืองที่สุด ในแถบนี้มีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ เรียงรายอยู่มากมาย เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้ง สถาบันการศึกษา คอนโดที่พักอาศัยอีกหลายโครงการ จนแทบจะหาที่ดินว่างไม่ได้ หรือถ้ามีก็คงหาได้ยากเต็มที ล่าสุดโนเบิลเปิดโครงการใหม่ในซอยสุขุมวิท 19 ในชื่อ “Noble BE19” อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ และกำลังเป็นที่หมายตาของคนที่พลาดโอกาสจากโครงการ Noble Recole ในทำเลติดกันซึ่งขายหมดไปนานแล้วตั้งแต่เปิดตัว เราไปดูกันดีกว่าว่าทำเลบริเวณซอยสุขุมวิท 19 นี้มีดีอย่างไร และมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตำแหน่งของซอยสุขุมวิท 19 อยู่ใกล้แยกอโศกและเป็นซอยที่มีบทบาทสำคัญในการเดินทางในย่านนี้เลยทีเดียว ซอยสุขุมวิท 19 มีเส้นทางเชื่อมโยงสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดเลาะไปออกได้ทั้งซอยสุขุมวิท 15, 13, 11, 3 (ซอยนานา) และถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) จึงสามารถหลีกเลี่ยงรถการจราจรบริเวณแยกอโศกไปได้พอสมควรเลยทีเดียว บริเวณปากซอยสุขุมวิท 19 มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อยู่ 2 รายด้วยกัน เด่นๆ เลยก็คงจะเป็นห้าง The Terminal 21 ที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว ห้างนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาก มีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกมากมาย นอกจากนี้ใกล้ๆ กันก็ยังมีห้างโรบินสัน โรงแรมหรู ฟิตเนส รวมถึงร้านอาหารดังๆ ให้เลือกอีกมาก นอกจากการเดินทางด้วยเส้นทางหลักอย่างถนนสุขุมวิทแล้ว ยังมีอีกหลายเส้นทางให้เลือกหลีกเลี่ยงรถติดอีกด้วยนะครับ สำหรับขาออกจากโครงการ สำหรับคนที่ใช่บริการรถไฟฟ้าก็มีให้เลือกทั้ง BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท ที่ห่างจากโครงการประมาณ 500 เมตร หรือจะใช้บริการ Airport Link สถานีมักกะสัน ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ส่วนคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็มีทางด่วนให้เลือกขึ้นหลายช่วง ตามแผนที่ด้านล่างนี่เลยนะครับ บรรยากาศในย่านนี้จัดว่าคึกคักมากเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือกลางคืน ในช่วงกลางวันก็จะคราคร่ำไปด้วยพนักงานออฟฟิศที่ทำงานอยู่ในย่านนี้ มีนักเรียน นักศึกษาจากโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ และมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังเป็นจำนวนมาก ปะปนไปกับบรรดานักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติ ทั้งที่มาท่องเที่ยวและเลือกพักอยู่ในโรงแรมใกล้ๆ รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยและเลือกอาศัยอยู่ในย่านสุขุมวิทเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ช่วงค่ำ บรรยากาศก็จะคึกคักไปอีกแบบ เพราะมีร้านนั่งดื่ม สถานที่ Hang Out แวดล้อมอยู่ใกล้ๆ ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ในซอยสุขุมวิท 19 เองจะมีคอนโด เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์อยู่หลายโครงการเหมือนกัน แต่โครงการ Noble BE19 ก็ยังคงได้เปรียบในเรื่องความเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัย พื้นที่ข้างๆ ที่ตั้งโครงการเป็นโบสถ์วัฒนา และโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย  โรงเรียนเก่าแก่ชื่อดังประจำย่านนี้ และยังมีโรงเรียนนานาชาติ NIST อีก วิวด้านนี้จึงตัดกังวลเรื่องจะมีโครงการหรือตึกอื่นๆ ขึ้นมาบังไปได้อีกนานเลย อีกเรื่องที่ทำให้ Noble BE19 ไม่ด้อยไปกว่า Noble Recole ที่อยู่บนที่ดินด้านหน้าที่ติดกันก็คือ ทางเข้าออกโครงการ 2 ด้าน ซึ่งลูกบ้านของ Noble BE19 สามารถเลือกเข้าออกได้ทั้งจากทางฝั่งซอยสุขุมวิท 19 และสุขุมวิท 15 ความได้เปรียบนี้จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านได้อีกมากเลยทีเดียวครับ เพราะมีทางเลี่ยงรถติดๆ ของถนนสุขุมวิทได้มากขึ้นนั่นเอง ด้วยเหตุผลที่พื้นที่บริเวณสุขุมวิทตอนต้นที่เป็น CBD ที่สำคัญย่านหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ทำให้โครงการ Noble BE19 มีศักยภาพในด้านการอยู่อาศัย และการลงทุนเป็นที่น่าจับตามากๆ ถึงจะดูเหมือนว่าบริเวณแถบนี้ค่อนข้างแออัดไปด้วยอาคารสำนักงานเป็นจำนวนมาก และให้ความรู้สึกของย่านธุรกิจมากกว่าโซนที่พักอาศัย แต่พอได้ขยับเข้ามาในซอยอีกหน่อย ให้ห่างจากถนนหลักซักนิด ก็จะเห็นว่าบรรยากาศต่างกันออกไปเลยทีเดียว ในซอยยังคงความร่มรื่น และไม่ค่อยจอแจมากนัก ในขณะที่ความพร้อมในด้านต่างๆ ก็เข้าถึงได้อย่างเต็มที่ จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์พร้อมรองรับความต้องการได้ครบถ้วน เชื่อว่าหลังจากวันนี้ไปที่ Noble BE19 ได้เปิดตัวไปอย่างเต็มรูปแบบแล้ว คงมีคนแห่เข้าไปเยี่ยมชม และจับจองกันไม่น้อยเลย.... ถ้าสนใจก็ลองคลิ๊กไปดูรายละเอียดโครงการกันก่อนได้ครับ (ใส่ลิงค์โครงการค่ะ) ส่วนตัวรีวิวพร้อมรายละเอียดของห้องตัวอย่าง ทางทีมงานจะรีบจัดตามมาให้ชมกันอย่างทันควันเลยครับ
รีวิวทำเล The Line Sukhumvit 71

รีวิวทำเล The Line Sukhumvit 71

แน่นอนว่าหนึ่งในเหตุผลหลัก ในการมองหาคอนโดสักแห่ง คือ ทำเลที่ตั้งของโครงการ ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย อาหารการกินที่มีให้เลือกหลากหลาย และอยู่ไม่ไกลจากแหล่งธุรกิจหรือออฟฟิศต่างๆ ย่อมนำมาซึ่งความได้เปรียบในการใช้ชีวิตประจำวัน วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปสำรวจทำเลของคอนโดโครงการใหม่อีกหนึ่งโครงการจากแสนสิริ ชื่อโครงการ The Line Sukhumvit 71 ตัวโครงการตั้งอยู่ในถนนสุขุมวิท 71 ใกล้ BTS สถานีพระโขนง เราไปดูกันดีกว่าครับ ว่ารอบๆ โครงการจะเป็นยังไงกันบ้าง นอกจากทำเลที่อยู่ใก้รถไฟฟ้าแล้ว ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ตามผมมาเลยครับ สำหรับตัวโครงการ The Line Sukhumvit 71 จะตั้งอยู่ในถนนสุขุมวิท 71 ตามชื่อโครงการ ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงประมาณ 500 เมตร หรือ 400 เมตร หากเดินลัดเลาะเข้าไปทาง W District ซึ่งอยู่ในระยะทางที่ถือว่าเดินได้นะครับ ไม่ไกลจนเกินไป แต่ถ้าใครขี้เกียจเดิน ใต้สถานีรถไฟฟ้าจะมีรถสองแถวเล็กคอยให้บริกาอยู่ หรือเดินมาอีกนิดเดียวก็มีพี่วินรอให้บริการอยู่หน้าไปรษณีย์พระโขนง เราลองไปดูรอบๆ โครงการกันก่อนดีกว่า เราเริ่มกันที่รถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงกันเลยนะครับ ลงมาจากรถไฟฟ้าก็เจอเลยครับ โฆษณาของ The Line Sukhumvit 71 เต็มไปหมด ทางออกที่จะไปฝั่งโครงการจะต้องออกทางออกที่ 3 นะครับ สภาพการจราจรบนถนนสุขุมวิท ช่วงเที่ยงๆ อาจจะยังไม่เห็นบรรยากาศเท่าไหร่ เราย้อนมาดูร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ รถไฟฟ้ากันก่อนนะครับ ในอาคาร Taisin Square มีร้านชาบูญี่ปุ่นอันแสนอร่อยอย่างร้าน Akiyoshi เลยจากอาคาร Taisin จะเจอโรงแรม Jasmine ติดกับโรงแรม Jasmine และสถานีรถไฟฟ้าจะมี Max Valu อยู่ด้วย ลงจากสถานีรถไฟฟ้ามานิดเดียว จะเจอซอยสุขุมวิท 69 มีไปรษณีย์พระโขนง ตั้งอยู่อยู่หน้าปากซอย และมีร้านขายอาหารอยู่ด้วยนะครับ ซอยนี้สามารถเดินทะลุไปออกซอยปรีดี พนมยงค์ 3 ที่อยู่ใกล้ๆ โครงการได้นะครับ หรือนั่งวินมอไซค์ที่อยู่ปากซอยนี้ไปก็ได้ ใครขายของออนไลน์ก็สะดวกหน่อยนะครับ มีไปรษณีย์อยู่ใกล้ๆ เลย ไปรษณีย์พระโขนง จะตั้งอยู่ตรงสามแยกถนนสุขุมวิทตัดกับถนนพระราม 4 เลยจากสามแยกมานิดเดียวจะเจอคอมมูนิตี้ มอลล์ ชื่อ W District ด้านในจะมีโรงแรม Beat Hotel และร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อต่างๆ เลยจาก W District มาก็จะมีธนาคารให้เลือกใช้บริการ เราเดินตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ ตามข้างทางก็จะมีทั้งร้านขายของ ร้านสปา และร้านอาหารเล็กๆ เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงถนนสุขุมวิท 71 หรือซอยปรีดี พนมยงค์ ระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนงมาถึงตรงนี้ประมาณ 300 เมตร บรรยากาศในซอยสุขุมวิท 71 ฝั่งขาออกจากซอยรถจะมาหนาแน่นในช่วงปากซอยเพราะติดไฟแดง เลี้ยวเข้ามาปุ๊บในซอยก็เจอร้านพิซซ่าทันที ฟุตบาทกว้างขวางเดินได้สะดวกปลอดภัยดีครับ เดินมาอีกหน่อยก็เจอทางเข้า W Market เป็นส่วนหนึ่งของ W District ที่รวบรวมร้านอาหารหลากหลายสไตล์ และแหล่ง Hang Out สุดชิค ใกล้ๆ โครงการ ฝั่งตรงข้ามจะเห็นพระโขนงพลาซ่า แหล่งค้าขายเก่าแก่ในย่านนี้ เดินต่อมาอีกจะเจอร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ซอยปรีดี พนมยงค์ 3 ที่บอกไว้ตอนแรกว่าเดินทะลุมาทางซอยสุขุมวิท 69 ได้ ในซอยก็จะมีร้านอาหาร ร้านขายของอยู่ด้วยเหมือนกัน เลยจากซอยปรีดี พนมยงค์ 3 มานิดเดียวก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ ทางเข้าสถานที่ก่อสร้างโครงการ มีป้ายบอกชัดเจน การก่อสร้างก็เริ่มไปได้สักพักแล้วนะครับ เลยจากโครงการไปก็เป็นตึกแถว มีร้านขายของอยู่ชั้นล่าง การจราจรบริเวณหน้าโครงการ ฝั่งตรงข้ามโครงการมีร้าน Family Mart อยู่ติดกับซอยปรีดี พนมยงค์ 2 เดี๋ยวเราข้ามไปดูฝั่งตรงข้ามกันต่อ ในซอยปรีดี พนมยงค์ ถือว่าเป็นแหล่งฝากท้องได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ เพราะในซอยมีร้านขายอาหาร ผลไม้ ต่างๆ เยอะมาก ยาวตลอดแนวเข้าไปในซอย แถมอยู่ใกล้โครงการ เพียงแค่ข้ามถนนมาเท่านั้น ตลอดทั้ง 2 ฝั่งในซอยสุขุมวิท 71 นี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นชุมชน มีตึกแถวขึ้นอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง มองไปฝั่งตรงข้าม ก็จะเห็นโครงการ วายน์ บาย แสนสิริ ที่มาบุกเบิกทำเลนี้เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ชั้น 1 ของตึกแถวจะเป็นเป็นร้านขายของ ขายอาหาร ร้านทองก็มีอยู่หลายร้านเลยนะครับ ไม่เพียงแค่อยู่ริมถนนสุขุมวิท 71 เท่านั้น ตามตรอกซอกซอยก็มีร้านขายของยาวเข้าไปในซอย สามารถเดินทะลุไปถึงตลาดสดพระโขนงที่อยู่ข้างในได้เลย บรรยากาศบนถนนสุขุมวิทฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปทางอ่อนนุช จะเป็นตึกแถว และมีร้านขายของยาวไปตลอดแนวจนถึงสะพานข้ามคลองพระโขนง ส่วนฝั่งตรงข้าม เป็นฝั่งซอยสุขุมวิท 48 ก็เป็นตึกแถว มีร้านขายของเหมือนกันนะครับ แต่จะไม่คึกคักเท่าฝั่งซอยสุขุมวิท 71 ทำเลในย่านพระโขนงนี้เป็นทำเลที่ดีพอสมควรเลยนะครับ ด้วยทำเลในย่านนี้ที่ถือว่ายังอยู่ในเมืองและสามารถเดินทางออกนอกเมืองได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS อยู่ใกล้ๆ โครงการ ที่ใช้ได้ทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงใจกลางเมือง อย่างทองหล่อ พร้อมพงศ์ หรืออโศกแล้ว เรียกได้ว่าสะดวกสบายไม่ต่างกับอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว หรือจะใช้เส้นทางถนนพระราม 4 ผ่านกล้วยน้ำไท ไปถึงสีลม สาทร แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันนะครับว่าการจราจรบนถนนพระราม 4 ติดขัดขนาดไหน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทางจะใช้ถนนสุขุมวิท 71 นี่แหละครับวิ่งตรงไปตัดถนนเพชรบุรี เลือกไปทางพระราม 9 หรือรามคำแหงได้ไม่ยาก ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองก็ง่ายพอๆ กัน สามารถใช้รถไฟฟ้าได้เหมือนกันนะครับ หรือถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวก็วิ่งตรงตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ ก็ออกไปถึงอุดมสุข ตัดสี่แยกบางนา เลือกไปทางบางนา บางพลี หรือสำโรง เทพารักษ์ได้เลย หรือจะขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตรงสะพานข้ามคลองพระโขนง ไปทางพระราม 9 รามอินทรา หรือจะออกต่างจังหวัดไปวนลงถนน Motorway กรุงเพท-ชลบรีสยาใหม่ ก็ยังได้ เรื่องการเดินทางถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยนะครับ สำหรับทำเลในย่านนี้ ไม่ว่าจะเข้าเมือง หรือออกนอกเมือง แต่อาจจะต้องทำใจกับเรื่องการจราจรอยู่สักหน่อยสำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ส่วนใครที่ใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางเป็นประจำ ถือว่าได้เปรียบอยู่พอสมควร คราวนี้เรามาดูเรื่องอาหารการกิน และคอมมูนิตี้ มอลล์ กันบ้าง ถ้าเรื่องการเดินทางถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เรื่องอาหารการกินต้องเรียกอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเลยหล่ะครับ ตั้งแต่ลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง เรื่อยไปจนถึงตัวโครงการ และเลยไปในซอยสุขุมวิท 71 ก็ยังมีร้านอาหาร หรือตลาดในเลือกซื้อเลือกหามากมาย ทั้งของกินของใช้ เดี๋ยวผมจะพาไปดูครับ ว่ามีที่ไหนกันบ้าง เราซูมแผนที่ลงมาดูใกล้ๆ กันอีกหน่อย ร้านอาหารที่อยู่รอบๆ โครงการถือว่าเยอะเลยนะครับ สังเกตหมุดที่ปักอยู่ในแผนที่ คือร้านอาหารที่เราจะพาไปชมกัน สังเกตหมุดตัวที่ใหญ่ที่สุดนะครับ เริ่มจากร้านชาบูญี่ปุ่นชื่อดังอย่างร้าน Akiyoshi ที่อยู่ในอาคาร Taisin Square ใกล้ๆ สถานี BTS พระโขนง ขยับมาทางซอยสุขุมวิท 69 จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งร้าน ชื่อร้าน Okinawa Kinjo HOF Art Space พื้นที่ศิลปะแห่งใหม่ในกรุงเทพ HOF Art Residency อีกหนึ่งพื้นที่ศิลปะใกล้ๆ โครงการ ขยับเข้ามาใกล้ๆ โครงการเป็นร้านอาหารเกาหลีชื่อร้าน Mapo Galbi ฝั่งตรงข้ามโครงการมีร้านอาหารมังสวิรัติ ชื่อร้านครัวสวนผัก เหมาะกับคนรักสุขภาพ Cielo Sky Bar เป็น Bar & Restaurant ได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมชมบรรยากาศมุมสูงของกรุงเทพมหานคร เราขยับเข้าไปในซอยสุขุมวิท 71 อีกหน่อย มีร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าดัง อย่างร้านง้วนหลังวัง เลยเข้าไปอีกมีร้านข้าวต้มกระดูกหมู สุขุมวิท 71 เปิดขายมายาวนานกว่า 40 ปี ด้วยความอร่อยที่ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เมนูเจ้าประจำที่ลูกค้าชื่นชอบ ข้าวต้มกระดูกหมู, ข้าวต้มปลา, ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา และหมูสะเต๊ะ หิวกันรึยังครับ ^__^ เปลี่ยนบรรยากาศจากอาหารหนักๆ มาใช้ชีวิต Slow Life กันบ้าง ในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 หรือซอยเอกมัย 12 มีร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น ชื่อร้าน Nikko Cafe ให้ได้นั่งชิวหลีกหนีความวุ่นวาย ใกล้ๆ กับร้าน Nikko Cafe มีร้านชาบูนางใน ชาบูสไตล์ไทย ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วกรุงเทพ ลึกเข้าไปในซอยสุขุมวิท 71 อีกหน่อย ก็ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา และร้านผัดไทเสวย ให้เลือกชิมกันอีก เรามาไกลสุดถึงแยกคลองตัน มีร้านอาหารจีนเก่าแก่ ชื่อร้านฉั่วคิมเฮง ที่คนแน่นร้านทุกวัน เมนูห้ามพลาดของร้านคือห่านพะโล้รสเด็ด เนื้อหนุ่ม หนังหนุบ น้ำพะโล้เข้มข้นหวานเค็มกำลังดี อาจจะอยู่ไกลโครงการสักหน่อย แต่บอกคำเดียวครับว่ามาแล้ว คุ้ม!! นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ที่เรานำมาให้ชมกัน ยังมีร้านอาหารแอบอยู่อีกหลายร้าน ใครเป็นคนในพื้นที่มีร้านอาหารเด็ดๆ ในย่านนี้ ก็ส่งกันเข้ามามาแนะนำกันได้เลยนะครับ โดยสรุปแล้วที่ตั้งของโครงการ The Line Sukhumvit 71 ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีเลยนะครับ ด้วยที่ตั้งโครงการอยู่ไม่ไกลจากแหล่งธุรกิจใจกลางเมืองมากนัก สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ที่อยู่ใกล้ๆ โครงการ อีกทั้งเรื่องอาหารการกิน ที่รายล้อมอยู่รอบๆ โครงการ ก็มีให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ และยังมีคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่รวบรวมไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองไว้ด้วยกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับข้อเสียก็อาจจะมีเรื่องการจราจร แต่ก็เป็นที่สิ่งที่หลีกเลี่ยงกันไม่ได้อยู่แล้วนะครับสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่สำหรับใครที่ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำ เรื่องนี้ก็หายห่วงเลยครับ ส่วนเรื่องการลงทุน ทำเลในย่านนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวเลยนะครับ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้า และราคาของคอนโดในย่านพระโขนงนี้ก็ขยับขึ้นถึง 24% ต่อปี และมีแนวโน้มจะที่ดีในอนาคต แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีนะครับ ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนกันด้วยนะครับ
รีวิวทำเล Aspire สาทร-ราชพฤกษ์

รีวิวทำเล Aspire สาทร-ราชพฤกษ์

Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ เป็นหนึ่งในหลายโครงการของเครือ AP ที่มีกระแสการตอบรับที่ดีมากๆ วันนี้เราเลยจะพาไปสำรวจทำเลที่ตั้งโครงการ และบรรยากาศโดยรอบแบบคร่าวๆ กันก่อนที่จะมีการเปิดตัวเต็มๆ อีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เผื่อว่าใครที่กำลังสนใจอยู่จะได้เก็บข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจ เพราะได้ข่าวมาว่ายอดลงทะเบียนทางหน้าเว็บไซต์ของโครงการตอนนี้พุ่งกระฉูดเกินความคาดหมายไปไกลแล้วครับ สำหรับใครสนใจโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ ก็อย่าลืมไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ ผ่านทาง www.apthai.com ไว้ด้วยนะครับ   การเดินทาง   ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ อยู่ติดถนนราชพฤกษ์ ตรงหัวมุมถนนเทอดไทพอดิบพอดี ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมที่ดินสำหรับก่อสร้าง ซึ่งเราได้มีโอกาสได้เข้าไปดูพื้นที่จริงก่อนที่จะมีการเปิด Pre-sale พร้อมๆ กับได้เดินสำรวจดูทำเลใกล้ๆ ไปด้วยเลย   สำหรับการเดินทางในครั้งนี้เราขับรถข้ามสะพานตากสินมาทางถนนกรุงธนบุรี แล้วเข้าถนนราชพฤกษ์ ผ่านสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศมาก็ชิดซ้ายเลี้ยวไปตามป้ายบอกทางถนนเทอดไท พอขึ้นสะพานข้ามแยกมาแล้วให้ชิดซ้ายเพื่อไปถนนเทอดไท ไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ ไม่งั้นจะเลยไปเข้าถนนเพชรเกษมกันซะก่อน วิ่งมาตามทางอีกนิดหน่อยก็จะเห็นตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือพอดี ซึ่งเส้นทางนี้น่าจะเป็นเส้นทางหลักๆ ในการเดินทางมายังโครงการ ส่วนเส้นทางรองอีกทางก็สามารถเข้ามาทางถนนบางแคก็ได้ หรือถ้ามาจากทางถนนเพชรเกษม ก็ให้สังเกตป้ายวัดนิมมานรดีตรงปากซอย เส้นทางในซอยแถวนี้พอจะให้ใช้หลีกหนีรถติดได้พอสมควรครับ ส่วนการเดินทางมายังโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ ด้วยรถไฟฟ้าก็ถือว่าเป็นอีกวิธีที่สะดวกพอสมควร เพราะอยู่ห่างออกไปเพียง 10 สถานีเท่านั้น แค่เดินจากหน้าโครงการไปอีก 350 เมตร ก็ขึ้นรถไฟฟ้าได้แล้ว ยิ่งในอนาคตทางกรุงเทพมหานครจะทำทางเดินเชื่อมจากตัวสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าข้ามคลองภาษีเจริญมายังฝั่งเทอดไท ก็จะยิ่งความสะดวกกับคนที่อาศัยอยู่ฝั่งนี้มากขึ้น แถมทางโครงการจะเชื่อมต่อทางเดินบน Sky Walk ให้ยาวมาจนถึงหน้าทางเข้าโครงการเลย ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้านที่ต้องใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะแค่ก้าวเท้าออกจากประตูโครงการเพียงก้าวเดียวก็สามารถขึ้น (บันไดสถานี) รถไฟฟ้าได้แล้วครับ ในขณะที่การเดินทางด้วยวิธีการอื่นๆ ก็มีไว้รองรับพอสมควรเลยเหมือนกัน ทั้งรถสองแถวที่วิ่งผ่านหน้าโครงการเลย รถแท็กซี่ก็หาเรียกได้ไม่ยากเท่าไหร่ หรือถ้าจะลองใช้บริการเรือด่วนในคลองภาษีเจริญก็ได้เช่นกัน ทางกรุงเทพมหานครก็จัดให้มีเรือด่วนวิ่งรับส่งทั้งเช้าและเย็น ก็ทำให้การเดินทางไปยังโซนต่างๆ บนถนนเพชรเกษม ตั้งแต่ประตูน้ำภาษีเจริญ ไปจนถึงเพชรเกษม 69 จะเดินทางขึ้นรถ ต่อเรือ นั่งรถไฟฟ้า ก็จัดว่าสะดวกดีทีเดียวเลย สำรวจรอบโครงการ   ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตที่ใกล้แหล่งชุมชนเก่าที่มีอยู่กันมาก่อนแล้ว ถึงจะอยู่ติดกับถนนราชพฤกษ์ซึ่งเป็นถนนใหญ่ แต่ก็ยังได้บรรยากาศความคึกคักของชุมชนอยู่พอสมควร เพราะถนนเทอดไทเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมไปออกถนนบางแค และถนนเพชรเกษมได้ จึงมีรถวิ่งผ่านไปมาเยอะพอสมควร แต่ยังไม่ถึงกับมีปัญหารถติดหนักๆ ในซอยนะครับ เรียกว่าวิ่งกันได้สบายๆ ตลอดทั้งวัน บริเวณใกล้ๆ โครงการไม่ได้มีตึกสูงขึ้นมาใกล้ๆ เลย ดังนั้นปัญหาเรื่องการบังวิวจึงยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รอบๆ ที่ดินโครงการจะเป็นที่พักอาศัยในแนวราบสูงไม่เกิน 4-5 ชั้น ฝั่งตรงข้ามมีห้องพักให้เช่าซึ่งมีอยู่เดิม บริเวณด้านหน้าจึงมีเพิงขายอาหารเล็กๆ อยู่ให้พอซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง แต่ถ้าเลยเข้ามาในถนนเทอดไทหน่อย ก็จะเห็นว่ามีร้านค้า ร้านขายของอยู่เรื่อยๆ ยิ่งออกไปที่ถนนบางแค และถนนเพชรเกษมก็ยิ่งคึกคักใหญ่เลย ร้านค้า ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า มีให้เลือกจับจ่ายได้เต็มที่ สาธารณูปโภคต่างๆ ก็มีครบทั้งสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ศาสนสถาน หน่วยงานราชการต่างๆ อีก ต่อไปในอนาคตอันใกล้พอรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเปิดให้บริการ การเดินทางก็จะยิ่งสะดวกขึ้น บรรยากาศการค้าบริเวณนี้ก็คงจะยิ่งคึกคักมากขึ้นไปอีกหลายเท่า ดังนั้นเรื่องการอยู่อาศัยในย่านนี้จึงจัดว่าค่อนข้างสะดวกสบาย ครบครันดีทีเดียว ในขณะที่บรรยากาศรอบๆ โครงการก็ยังเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน   พอวิ่งตามถนนราชพฤกษ์มาตามป้ายบอกไปถนนเทอดไทแล้ว พอเจอป้ายแบบนี้ก็เลี้ยวซ้ายเตรียมเข้าโครงการได้เลย ที่ดินของโครงการฝั่งที่ติดกับถนนราชพฤกษ์จะมีคลองเล็กๆ กั้นอยู่ ความคืบหน้าของโครงการขณะนี้ก็มีการล้อมรั้ว เตรียมปรับหน้าดินเพื่อก่อสร้างกันแล้ว มุมนี้ถ่ายจากหัวมุมถนนเทอดไทครับ ตรงที่รถตู้จอดอยู่กำลังก่อสร้าง Sale Gallery ส่วนทางเข้าโครงการก็อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้นเลยครับ หน้าโครงการฝั่งถนนเทอดไทครับ จะเห็นว่าอยู่ตรงหัวมุมทางเข้าพอดีเลย ถ่ายจากหน้าโครงการก็เห็นรางรถไฟฟ้าอยู่ใกล้ๆ เลย อีกไม่นาน Sale Gallery ก็คงเปิดให้เข้าชมได้ละครับ บริเวณ Sale Gallery หน้าโครงการเลยครับ จะเห็นว่าถนนเทอดไทตรงหน้าโครงการก็ไม่ได้ใหญ่มาก เป็นถนนสองเลนมีรถราวิ่งผ่านตลอดวัน ข้างๆ Sale Gallery ตอนนี้ยังเป็นซอยเล็กๆ และมีบ้านอยู่ แต่อีกไม่นานก็จะถูกปรับพื้นที่ใหม่แล้ว ที่ดินตรงนี้รวมถึงบ้านที่เห็นก็เป็นพื้นที่ของโครงการนะครับ ภายในพื้นที่จริงที่กำลังจะมีการเตรียมก่อสร้างครับ พอเจ้าของบ้านหลังที่เห็นย้ายออก ที่ตรงนี้ก็จะลึกไปถึงด้านหลังนู่นเลย คลองระบายน้ำที่อยู่ตรงหน้าโครงการจะยาวไปจนถึงคลองภาษีเจริญเลย ตอนนี้ทางกทม.ก็มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณทางเดินจากหน้าโครงการไปจนถึงคลองภาษีเจริญให้ดูสวยงามและเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น สถานีรถไฟฟ้าบางหว้าอยู่ฝั่งตรงข้ามนะครับ เดี๋ยวทาง BTS จะทำทาง Sky Walk มาลงที่ฝั่งนี้ แล้วทาง AP ก็ลงทุนต่อทางเดินเพิ่มเพื่อไปลงยังหน้าโครงการเลย บรรยากาศในคลองภาษีเจริญครับ มีเรือด่วนวิ่งรับส่งด้วย ทำให้การเดินทางในแถบนี้สะดวกมากยิ่งขึ้น ถนนเทอดไทหน้าโครงการ เป็นถนนสองเลนมีรถวิ่งสวนไปมาเกือบตลอดเวลาเลยครับ เพราะในซอยนี้ทะลุไปออกถนนบางแคได้ ตรงข้ามโครงการมีเพิงขายอาหารเล็กๆ พอให้พึ่งพาได้บ้าง ตรงข้ามโครงการยังมีหอพักสูง 2 ชั้น เลยเข้ามาในถนนเทอดไทเพื่อไปออกถนนบางแค ก็เริ่มเป็นแหล่งชุมชน มีโรงเรียนและบ้านพักอาศัยเยอะเลยครับ จากถนนเทอดไทก็เลี้ยวมาออกถนนบางแคได้ ถือว่าการเดินทางก็สะดวกดีครับ ถ้ามาทางถนนเพชรเกษมก็สามารถเข้าถนนบางแค ตรงทางเข้าวัดนิมมานรดีเลย แหล่งช็อปปิ้งสำคัญของฝั่งบางแคครับ ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้โครงการที่สุดแล้ว รายละเอียดโครงการ ในส่วนของรายละเอียดโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรออกมามากนัก เพราะทาง AP เตรียมจะมีการเปิดตัวใหญ่ในช่วงปลายเดือนที่จะถึงนี้ แต่เท่าที่เราสอบถามข้อมูลมาคร่าวๆ ก็พอจะเห็นจุดเด่นของโครงการในเรื่อง ทางเชื่อมต่อขึ้น Sky Walk ไปยังสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ที่ใกล้ชนิดที่เรียกว่า ก้าวเดียวถึง!! รวมถึง Facility ที่จัดกันมาแบบเต็มที่ และที่แน่ๆ สำหรับโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ นี่ยังมี Layout ห้องแบบใหม่ที่ทาง AP เอามาใช้เป็นโครงการแรก ซึ่งภายในห้องมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้ทำประโยชน์ได้มากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานของลูกบ้านได้ดีขึ้นกว่าเดิม Master Plan ของโครงการ ทางเข้า-ออก โครงการใช้ทางเดียวนะครับ คือทางถนนเทอดไท Outdoor lobby ที่แบ่งพื้นที่นั่งเป็น pocket space ส่วนตัว ขนาบด้วย waterscape และ green area Indoor Lobby ชั้น 8 จะเป็น Facility หลักของโครงการ มีสระว่ายน้ำแบบ Infinity edge pool ยาว 40 เมตร และฟิตเนส สระว่ายน้ำแบบ Infinity edge pool ยาว 40 เมตร ชั้น 11-28 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด มี Rooftop Garden อยู่ที่ชั้น 33 Rooftop Garden บนชั้น 33 ทั้งนี้ก็อดใจรอชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในงานเปิดตัวของ AP ที่สยามพารากอนอีกครั้ง หรือที่ www.apthai.com ส่วนรีวิวโครงการแบบเต็มๆ พร้อมห้องตัวอย่าง เราจะรีบตามไปเก็บข้อมูลมาฝากกันอีกครั้งนะครับ อย่าลืมติดตามกันด้วย
รีวิวคอนโดทำเลอ่อนนุช

รีวิวคอนโดทำเลอ่อนนุช

ทำเลที่อยู่อาศัย ในแนวรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในโซนที่อิงกับสถานีอ่อนนุชหลาย ๆ คนก็ยังมองหาซื้อบ้านและคอนโดในย่านนี้อยู่เรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอ่อนนุชหรือสุขุมวิท 77 ไม่ได้อยู่ในเมืองมากจนราคาที่อยู่อาศัยสูงเกินเอื้อมไหว ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ไกลเกินจะเดินทางเข้ากลางเมือง หรือห่างไกลความเจริญและสาธารณูปโภคไปซะทีเดียว เพียงแต่ละเดินทางไปไหนมาไหนก็ต้องอาศัยการนั่งรถ ต่อรถไฟฟ้า หรือต้องใช้รถส่วนตัวอีกนิดก็แค่นั้นเอง ทั้งด้วยเส้นทางถนนสายหลักอย่างถนนสุขุมวิทก็เดินทางเข้าเมืองไปเอกมัย ทองหล่อ อโศก ตัดเข้าพระราม 4 ได้ง่าย อีกฝั่งก็วิ่งไปออกบางนา ข้ามไปวงแหวน หรือจะออกศรีนครินทร์ พัฒนาการ ไปจนถึงมอเตอร์เวย์ได้อีกด้วย ซึ่งถนนแถบนี้เชื่อมโยงถึงกันมีซอยเล็กซอยน้อยให้ลัดเลาะกันสนุก (ถ้าคุ้นเคยเส้นทางนะครับ) ด่านขึ้นทางด่วนก็มีที่ซอยสุขุมวิท 50 อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่ จัดว่าสะดวกใช้ได้เลย ติดแค่ปัญหารถติดที่ใครๆ ก็รู้ว่าการจราจรติดหนักเอาการ โชคดีหน่อยที่ตัวสถานีรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช อยู่ถัดมาจากปากซอยอ่อนนุชหรือสุขุมวิท 77 ประมาณ 300 เมตรเท่านั้น แถมเลยไปทางฝั่งพัฒนาการก็ยังอยู่ในแนวรถไฟฟ้า Airport Rail Link อีก และในอนาคตโครงการรถไฟฟ้าอีก 3 สายก็จะมีการก่อสร้างตามมา ทั้งสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ซึ่งจะทำให้ทำเลในย่านอ่อนนุช-พัฒนาการสามารถเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และที่ดินที่อยู่อาศัยในแถบนี้ก็คงจะบูมมากขึ้นไปอีกแน่นอน ว่ากันที่บริเวณรอบๆ ตัวสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชกันก่อน พอลงมาจากตัวสถานีปุ๊ปก็เจอกับห้าง Tesco Lotus ทันที ซึ่งมีทางเชื่อมกับตัวสถานีเลย สามารถแวะจับจ่ายก่อนได้จนถึงเที่ยงคืนกันเลย หน้าโลตัสยังมีตลาดนัดเช่นเดียวกันกับฝั่งตรงข้ามที่มีขายทั้งเสื้อผ้า อาหารการกิน ซึ่งเปิดยาวไปตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนเที่ยงคืนเช่นกัน ริมถนนสุขุมวิทใกล้กับตัวสถานีอ่อนนุชก็มีคอนโดอยู่หลายโครงการซึ่งสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วทั้ง Ideo, Rhythm, Q House ฯลฯ ตลอดเส้นทางเดินริมถนนมีร้านค้า แผงลอยเต็มไปหมด ก่อนขึ้นปากซอยอ่อนนุชก็ยังมีทั้งสถานีดับเพลิงและสถานีตำรวจพระโขนงด้วย พอมาถึงตรงปากซอยอ่อนนุชปุ๊ป เราก็จะได้เห็นบรรยากาศที่คึกคัก ผู้คนหนาตาขึ้นไปอีก เพราะบริเวณนี้เป็นทั้งตลาดสด และจุดขึ้นรถสองแถวต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมีให้บริการหลายสายเลยทีเดียว พอถัดเข้ามาอีกหน่อยก็มี Big C Extra อีก บริเวณนี้เลยเป็นที่จับจ่ายซื้อของแหล่งหลักๆ เลยก็ว่าได้ นับแค่ระยะทาง 300 เมตรจากปากซอยเข้ามาก็จับจ่ายกันไม่ไหวแล้วล่ะครับ โครงการ Ideo Verve สุขุมวิท คอนโดรุ่นแรกๆ ในย่านนี้ และเป็นโครงการที่อยู่ใกล้สถานีมากที่สุด เรียกว่าติดสถานีเลยล่ะครับ ติดกับโครงการ Ideo Verve จะมีตลาดนัดขายเสื้อผ้า ของกิน ช่วงเย็นๆ มืดๆ จะคึกคักทีเดียวครับ อีกฝั่งเป็นเทสโก้ โลตัส จะอยู่ติดกับตัวสถานีรถไฟฟ้าเลย มีทางเดินเชื่อมเข้าตัวห้างโดยตรง มองจากสถานีไปทางซอยสุขุมวิท 50 มีคอนโดขึ้นหลายโครงการเลยทีเดียวครับ ที่เห็นอยู่ไกลๆ ตรงโน่น คือโครงการ Diamond สุขุมวิท ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 77 ที่เห็นนี้คือโครงการ Rhythm สุขุมวิท 50 ตัวโครงการจะตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 50 เลยครับ บรรยากาศหน้าปากซอยสุขุมวิท 50 ทางเดินไปโครงการ Rhythm มองเข้าไปซอยสุขุมวิท 50 มีจุดขึ้นทางด่วน ไปทางพระราม 9 รามอินทรา และยังมีคอนโดอีกหลายโครงการ หน้าปากซอยสุขุมวิท 50 จะมีร้านอาหารจำพวกร้านลาบ ส้มตำ ปลาเผา ให้เลือกทานกันอยู่หลายร้าน มองจากปากซอยสุขุมวิท 50 กลับไปทางสถานีรถไฟฟ้า จะเห็นโครงการ Ideo Verve สุขุมวิท เดินเลยมาอีกก็จะมีร้านหมูกระทะที่อยู่ที่นี่มาอย่างยาวนาน มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นโครงการ Q.House Condo สุขุมวิท 79 ที่เพิ่งสร้างเสร็จไปได้ไม่นาน สภาพการจราจรบนถนนสุขุมวิทก็อย่างที่ทราบกันดีนะครับ ว่าเป็นยังไง เลยมาอีกหน่อยจะเป็นสถานีดับเพลิงพระโขนง ตรงข้ามก็จะเป็นการประปานครหลวง ใกล้ๆ กับสถานีดับเพลิงจะเป็น สน.พระโขนง ตรงข้ามกับ สน.พระโขนง เยื้องๆ กับซอยสุขุมวิท 77 หรือซอยอ่อนนุช จะเป็นโครงการ Diamond สุขุมวิท มีสะพานลอยข้ามไปฝั่งซอยอ่อนนุชอยู่หน้าโครงการเลยครับ เดินข้ามไปซื้อของกินฝั่งตรงข้ามได้สบาย สภาพการจราจรบริเวณปากซอยอ่อนนุช รถนี่ติดแทบจะตลอดเวลา ใครจะเข้าซอยอ่อนนุชก็ชิดขวารอเลี้ยวได้เลยนะครับ เราเดินเลยจากซอยอ่อนนุชมาเล็กน้อย จะมีร้าน Best Beef เป็นร้านปิ้งย่างแบบไทยๆ อยู่เชิงสะพานพระโขนง ใครชอบทานเนื้อ ร้านนี้ต้องลองครับ ส่วนถ้าใครเลี้ยวขวาที่แยกอ่อนนุชไม่ทัน หรือไม่อยากรอไฟแดงนานๆ ก็มากลับรถใต้สะพานพระโขนงนี้แทนได้ครับ ห่างกันนิดเดียว เราข้ามสะพานลอยมาฝั่งซอยอ่อนนุชกันต่อ ที่ปากซอยจะมีร้านขายอาหาร ผลไม้ หรือของใช้ต่างๆ อยู่ทั้ง 2 ข้างทาง ยาวไปจนถึงบิ๊กซี เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็ถึงบิ๊กซีแล้วล่ะครับ มีอีกเส้นทางนึงนะครับ ที่เดินลัดมาเข้าบิ๊กซีได้ คือซอยสุขุมวิท 77/1 เลยจากคอนโด Q.House Condo สุขุมวิท 79 มานิดเดียว ในซอยก็มีร้านขายของให้เลือกซื้อเหมือนกันครับ เดินมาจนสุดซอย ก็จะเจอบิ๊กซี ถ้าใครที่ไม่ได้ใช้รถยนตืส่วนตัว รถสองแถวนี้แหละครับเป็นที่พึ่งหลักในซอยนี้ หรือถ้าใครต้องการความรวดเร็วหน่อยก็มีพี่วินคอยให้บริการเช่นกัน ตอนเช้าออกไปทำงานแนะนำให้นั่งพี่วินนะครับ เพราะรถจะติดมหาโหดมาก โดยเฉพาะฝั่งที่มุ่งหน้ามาถนนสุขุมวิท ช่วงบ่ายจุดขึ้นรถสองแถวเข้าซอย จะอยู่ฝั่งตรงข้ามบิ๊กซี แต่ในช่วงเย็นจะขยับไปอยู่ที่หน้าคอนโด blocs 77 เดินเลยเข้ามาเรื่อยๆ ในซอยก็จะไม่ค่อยคึกคักเหมือนช่วงปากซอยแล้ว ในซอยนี้เป็นถนนใหญ่ มีชุมชน หมู่บ้าน บ้านเรือนที่อยู่มาก่อนให้เห็นเป็นระยะ เช่นเดียวกับวัดวาที่มีเยอะเช่นกัน แต่ที่เด่นๆ เลยก็คือ วัดมหาบุศย์ (อ่อนนุชซอย 7) หรือวัดแม่นาคพระโขนงนั่นเอง นอกจากบ้านไม้ บ้านเก่า ตึกแถวร้านค้าริมถนนที่มีอยู่ก่อนแล้ว เราก็จะเริ่มเห็นคอนโดมิเนียมที่เพิ่งสร้างเสร็จในช่วง 1-2 ปีนี้ให้เห็นเป็นระยะ ทั้งคอนโดในเครือ Lumpini, U Delight, The Base, Blocs 77 เป็นต้น รวมไปถึงโครงการอื่นๆ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ทั้งหมู่บ้าน และคอนโดในซอย บรรยากาศสองฝั่งถนนในซอยอ่อนนุชจะมีร้านค้า แผงลอยให้เห็นตลอดทาง บางช่วงก็จะมีแผงลอยขายอาหารหนาตาหน่อย บางช่วงก็จะเป็นบ้านอยู่อาศัยซะเยอะ ถนนในซอยดูเหมือนจะไม่เปลี่ยวนะครับ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วผมว่าไม่ค่อยเหมาะกับการเดินเท่าไหร่ โดยเฉพาะคุณสาวๆ ถ้าต้องเดินคนเดียว ถึงจะเป็นช่วงกลางวันแสกๆ ก็เถอะ อาศัยนั่งรถสองแถว หรือใช้พี่วินมอเตอร์ไซค์เอาจะดีกว่าครับ ตอนเราไปถึงเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ รถก็ติดกันแล้วนะครับ เราขยับเข้ามาในซอยอีกหน่อย คอนโดแรกที่เราเจอจะเป็นโครงการ blocs 77 อยู่เยื้องๆ กับบิ๊กซี ติดๆ กับ blocs 77 เป็นโครงการ The Base สุขุมวิท 77 หน้าโครงการ The Base มีทางเข้าไปยังที่ดินของแสนสิริ ด้านในจะมีอีกหนึ่งโครงการเป็นโครงการ The Base Park West สุขุมวิท 77 มองจากตรงนี้ไปจะเห็นมีคอนโด อยู่อีกหลายโครงการ เราเดินไปดูกันต่อเลยครับ โครงการที่เห็นเมื่อสักครู่เป็นโครงการ U Delight อ่อนนุช สเตชั่น คอนโด High Rise ของ Grand U ส่วนคอนโดที่กำลังก่อสร้างอยู่ข้างกับ U Delight คือโครงการ Sunshine Garden กรุงเทพ เลยเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นโครงการ Lumpini Ville สุขุมวิท 77 คอนโดรุ่นแรกๆ ในซอย จาก LPN เยื้องๆ กันหน่อยจะเป็นคอนรุ่นน้องอย่าง Lumpini Ville สุขุมวิท 77 (2) ลึกเข้ามาในซอยอีกสักหน่อยบรรยากาศคอนโดก็เริ่มจะเบาบางลงแล้วนะครับ ส่วนร้านขายอาหาร ร้านขายของต่างๆ หรือตลาดนัด จะมีประปรายตามรายทาง บางช่วงก็เยอะหน่อย เรื่องของกินของใช้ในซอยนี้เรียกว่าหายห่วงได้เลยครับ เลยจากโครงการ Lumpini Ville สุขุมวิท 77 (2) ได้ไม่ไกล กำลังมีการก่อสร้างคอมมูนิตี้ มอลล์ แห่งใหม่ ชื่อโครงการ People Park อ่อนนุช น่าจะช่วยให้ย่านนี้คึกคักมากขึ้นไปอีก มี Max Value คอยให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยรวมแล้วย่านอ่อนนุชยังถือเป็นทำเลที่มีความน่าสนใจอยู่ ยังมีคอนโดและหมู่บ้านโครงการอื่นๆ ผุดขึ้นอีกเรื่อยๆ ทั้งในบริเวณติดๆ กับสถานีรถไฟฟ้าก็ดี หรือในบริเวณใกล้เคียงรอบๆ ย่านนี้ก็ด้วย เพราะศักยภาพของพื้นที่แถบนี้มีความเป็นชุมชนสูง มีความพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย สาธารณูปโภคต่างๆ ก็ค่อนข้างครบครัน ถึงจะไม่หรูหราฟู่ฟ่าแบบในเมือง แต่ก็จัดว่าสะดวกมากๆ สำหรับชีวิตประจำวันครับ ศักยภาพด้านการเติบโตของพื้นที่นี้ยังมีโอกาสอีกมาก ถึงจะไม่ใช่ย่านใจกลางสุขุมวิท แต่ก็ไม่ได้ไกลเกินไปนัก อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวกไม่ว่าจะด้วยรถไฟฟ้า หรือรถส่วนตัว ในขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้ก็ไม่ได้สูงจนเอื้อมไม่ถึง เพราะถึงอย่างไรทำเลแถบนี้ก็ไม่ได้เน้นตลาดที่อยู่อาศัยหรูหราอยู่แล้ว คนส่วนใหญ่จึงยังคงปักหมุดเลือกอ่อนนุชมาในอันดับต้นๆ ส่วนย่านใกล้เคียงที่น่าสนใจอย่างพัฒนาการ บางจาก หรืออุดมสุข ไว้พวกเราทีมงานจะหาโอกาสไปรีวิวทำเลเพิ่มเติมมาให้อีก....ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ
รีวิวคอนโดทำเลเตาปูน-บางซ่อน

รีวิวคอนโดทำเลเตาปูน-บางซ่อน

สวัสดีมิตรรักแฟนเพจทุกท่านครับ รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูทำเลที่กำลังฮอตฮิตสุดๆ ในเวลานี้ นั่นคือทำเลย่านเตาปูน-บางซ่อนนั่นเองครับ สาเหตุที่ทำให้ทำเลในย่านนี้คึกคักเป็นพิเศษก็เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า 2 สาย คือสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ และสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ ยิ่งตอนนี้การก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้าไปมากจนใกล้จะเสร็จเต็มที ทำให้ราคาของบางโครงการพุ่งขึ้นไปเกินแสนบาทต่อตารางเมตรกันแล้ว อย่าช้าอยู่ใย.. เราไปทำความรู้จักกับโครงการในย่านนี้กันดีกว่าครับ ว่าจะน่าสนใจขนาดไหน   การมาของรถไฟฟ้าทำให้อสังหาฯ ในย่านนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ผุดกันขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ยิ่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าใกล้เสร็จสมบูรณ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับทำเลในย่านนี้เข้าไปอีก สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะเริ่มเปิดวิ่งทดสอบเสมือนจริงประมาณเดือนกันยายน 2558 นี้ และจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม 4 เดือน จากที่มีกำหนดจะเปิดในเดือนธันวาคม 2559 เนื่องจากบริษัทฯ มีการก่อสร้างเสร็จเร็วกว่ากำหนด ส่วนจุดที่คอนโดขึ้นเยอะที่สุดเห็นจะเป็นบริเวณถนนประชาราษฏร์สาย 2 ใกล้ๆ สถานีเตาปูน เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ดูจากแผนที่ก็จะเห็นนะครับ ว่ารอบๆ สถานีเตาปูน Interchange มีหลายโครงการเลยทีเดียว ที่อยู่ใกล้ที่สุดจะเป็นโครงการ ชีวาทัย Interchange (อ่านพรีวิวโครงการ) คอนโด High Rise สูง 26 ชั้น ขยับออกมาอีกหน่อยจะเป็นโครงการที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วคือโครงการ  Rich Park 2@เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ (อ่านรีวิวโครงการ) และห่างออกมาอีกจะมี 2 โครงการ High Rise ที่อยู่ใกล้ๆ กันคือโครงการ The Stage เตาปูน Interchange (อ่านรีวิวโครงการ) และ The Tree Interchange (อ่านพรีวิวโครงการ) จากพฤกษา ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ บริเวณนี้ ในระยะที่สามารถเดินได้จะมีแหล่งใหญ่ๆ อยู่ 2 ที่คือตลาดสดสามแยกเตาปูน และโลตัสเตาปูน นอกจากนั้นก็จะมีร้านขายอาหารตาม 2 ข้างทางและ 7-11 ให้พอฝากท้องกันได้บ้าง ตอนนี้โครงสร้างภายนอกของตัวสถานีเตาปูนเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ น่าจะเหลือระบบภายในที่ยังต้องดำเนินการกันต่อ โครงการชีวาทัย Interchange เป็นโครงการที่อยู่ใกล้สถานีเตาปูนมากที่สุด ภายนอกตัวอาคารก่อสร้างไปได้เยอะแล้วนะครับ ซึ่งโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2558 นี้ครับ เลยจากโครงการชีวาทัย Interchange มานิดหน่อยเป็นโครงการ Rich Park 2@เตาปูน Interchange ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีเตาปูนประมาณ 120 เมตร เท่านั้น ถัดมาเป็นโครงการ The Stage เตาปูน Interchange คอนโด High Rise สูง 36 ชั้น จาก Real Asset อยู่ห่างจากสถานีเตาปูนประมาณ 400 เมตร และอีกหนึ่งโครงการบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 คือโครงการ The Tree Interchange คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 40 และ 39 ชั้น ที่มีกำหนดการสร้างเสร็จในปีนี้ ตัวโครงการจะตั้งอยู่ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานี โดยห่างจากสถานีเตาปูนประมาณ 550 เมตร และสถานีบางโพประมาณ 400 เมตร ทีนี้เรามาดูสาธารณูปโภคบริเวณรอบๆ สถานีเตาปูนกันบ้างนะครับ จากสถานีเตาปูนมาทางถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี นิดเดียวจะมีร้านสะดวกซื้อ และร้านขายอาหาร อยู่หลายร้านเลยครับ ใกล้ๆ กันก็มีตลาดสดให้เลือกซื้อเลือกหา มีทั้งผัก ผลไม้ ของสด ของแห้ง เสื้อผ้า จากถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เราสามารถเดินทะลุมาออกถนนประชาชื่นได้เลยครับ ถ้าใครไม่ชอบเดินตลาดสด ข้ามมาฝั่งถนนประชาชื่นก็จะมีเทสโก้ โลตัส ไว้คอยบริการ ถ้าเดินมาแล้วขี้เกียจเดินกลับก็มีพี่วินมอไซค์ คอยรับ-ส่ง อยู่หน้าโลตัส คราวนี้เรามาดูสถานีบางซ่อนกันบ้างนะครับ ซึ่งถือว่าฮอตไม่แพ้สถานีเตาปูนกันเลยทีเดียว ตัวสถานีบางซ่อนจะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่จะวิ่งระหว่างบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งในอนาคตจะเชื่อมต่อไปถึงนครปฐม  - ฉะเชิงเทรา จากสถานีบางซ่อนจะมี Sky Walk เชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ชื่อว่าสถานีบางซ่อนเหมือนกัน สำหรับคอนโดที่อยู่ใกล้ตัวสถานีมากที่สุดจะเป็นโครงการ Ideo Mobi วงศ์สว่าง Interchange (อ่านพรีวิวโครงการ) คอนโด High Rise สูง 30 ชั้น แบรนด์ Ideo จากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และอีกหนึงโครงการที่อยู่ใกล้ๆ สถานีคือโครงการ Regent Home @ Bangson Station (อ่านพรีวิวโครงการ) คอนโด High Rise หมู่ 4 อาคาร ราคาไม่ถึงล้านแบนด์ Regent Home ถัดออกมาอีกหน่อยเป็นโครงการ U Delight@บางซ่อน สเตชั่น (อ่านรีวิวโครงการ) คอนโดแบรนด์ U Delight อีกหนึ่งโครงการที่ยึดทำเลย่านนี้อย่างเหนียวแน่น ต่อมาเป็นโครงการ Rich Park@บางซ่อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟสายสีแดง เราข้ามไปดูฝั่งถนนประชาชื่นกันบ้างนะครับ จะมีอยู่ 2 โครงการ คือโครงการ Supalai Veranda รัชวิภา-ประชาชื่น (อ่านรีวิวโครงการ) แม้ตัวโครงการที่ตั้งอยู่ฝั่งถนนประชาชื่นแต่ก็สามารถใช้ซอยประชาชื่น 19 ลัดมาออกซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 32 ก็จะเจอสถานีบางซ่อนพอดี และอีกโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนประชาชื่น ใกล้กับสถานีบางซ่อน ของรถไฟสายสีแดง คือโครงการ Metro Sky ประชาชื่น (อ่านรีวิวโครงการ) คอนโด High Rise 3 อาคาร สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนี้จะมีตลาดสดบางซ่อน และตลาดชุมทาง สยามยิปซี ที่ตั้งอยู่ใต้แนวรถไฟชานเมืองสายสีแดง ใกล้กับสถานีบางซ่อน แหล่งชอปปิ้งยามค่ำคืนที่ถูกเนรมิตพื้นที่ออกมาในสไตล์ย้อนยุค และกำลังกลายเป็นแฟชั่นของเด็กแนววัยโจ๋ และคนเมืองหลวงในคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จากสถานีบางซ่อนของรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะมี Sky Walk เชื่อมไปถึงสถานีบางซ่อนของรถไฟชานเมืองสายสีแดง มองตรงไปอีกจะเห็นโครงการ Rich Park ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ๆ โครงการ Rich Park@บางซ่อน สเตชั่น เป็นคอนโด High Rise สูง 27 ที่สร้างเสร็จได้สักระยะแล้วนะครับ ตัวโครงการอยู่ห่างจาก MRT สถานีบางซ่อน ประมาณ 200 เมตร มาดูกันต่อกับโครงการ U Delight @ บางซ่อน สเตชั่น ตัวโครงการตั้งอยู่ห่าง MRT สถานีบางซ่อนไปทางเตาปูนประมาณ 120 เมตร การก่อสร้างโครงการคืบหน้าไปมากแล้วนะครับ โดยมีกำหนดสร้างเสร็จประมาณเดือนธันวาคมปี 2558 นี้ครับ ตลาดชุมทาง สยามยิปซี แหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ ในย่านนี้ นอกจากแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารต่างๆ แล้ว ยังมีสถานที่ราชการอยู่ใกล้ๆ ด้วยนะครับ อย่างไปรษณีย์บางซื่อ แห่งนี้ก็อยู่ติดกับโครงการ U Delight เลยออกมาอีกไม่ไกลก็จะเจอ สน.เตาปูน ส่วนเรื่องการจราจรในย่านนี้ยังถือว่าไม่ค่อยติดขัดสักเท่าไหร่ นับตั้งแต่ได้รับพื้นผิวการจราจรกลับคืนมาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็ยิ่งทำให้การใช้รถใช้ถนนตั้งแต่ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ไปจนถึงแยกเตาปูน เข้าสู่ถนนประชาราษฎร์สาย 2 คล่องตัวมากขึ้น สภาพแวดล้อมในย่านนี้ยังคงความเป็นชุมชนเก่า ค่อนข้างสงบ จึงเหมาะกับการอยู่อาศัย ยิ่งการมาของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ยิ่งทำให้การเดินทางในอนาคตค่อนข้างสะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมากในอนาคต เนื่องจากห่างออกไปทางด้านเกียกกาย กำลังมีการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ในขณะที่การซื้อหาห้องเพื่อการลงทุน อาจจะต้องทำการบ้านกันหนักหน่อย เพราะทำเลในแถบนี้มีตัวเลือกให้เปรียบเทียบอยู่หลายโครงการ จึงควรพิจารณาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจด้วยนะครับ วันนี้ขอจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมนะครับ ไว้พบกันใหม่ในรีวิวฉบับต่อไป อ่อ!!... ฝากเพจ facebook.com/reviewyourliving ไว้ในอ้อมใจทุกท่านด้วยนะครับ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและเรื่องน่ารู้ต่างๆ เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยจากเรา ^_^
สำรวจทำเลคอนโดย่านซอยอารีย์

สำรวจทำเลคอนโดย่านซอยอารีย์

ซอยอารีย์เป็นอีกทำเลหนึ่งที่มีคอนโดผุดขึ้นเยอะพอสมควร จะเรียกว่าเป็นทำเลทองเลยก็ว่าได้ ด้วยทำเลที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายหลัก การเดินทางที่สะดวกสบาย มีแหล่งธุรกิจ ออฟฟิศและหน่วยงานราชการอยู่ใกล้ๆ และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งอย่างสยาม สำหรับคอนโดในย่านนี้ก็มีหลายแบรนด์ครับ ทั้งโครงการเก่า และโครงการที่กำลังสร้างใหม่ แต่ที่ยืดทำเลในย่านนี้มานานก็จะเป็น Noble Development ที่มีหลายโครงการในซอยอารีย์ทั้ง Noble RE:D, Noble Reform, Noble Revolve Ari, Noble Reflex และ Noble Lite ส่วนแบรนด์อื่นก็จะมี Centric Ari Station จาก SC Asset และในอนาคตเชื่อว่าจะมีขึ้นมาอีกหลายโครงการครับ ดูจากแผนที่จะเห็นว่าคอนโดจะขึ้นหนาแน่นในบริเวณใกล้ๆ ปากซอย โดยเฉพาะในซอยอารีย์ 1 ที่มีโครงการขึ้นติดๆ กันหลายโครงการ แต่จริงๆ แล้วในย่านนี้ไม่ได้มีคอนโดแค่นี้นะครับ ยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระแวกอารีย์ สะพานควาย แต่วันนี้เราสำรวจในวงแคบๆ เฉพาะช่วงต้นซอยอารีย์ ไว้ในโอกาสต่อไปเราจะเก็บรายละเอียดในทำเลใกล้เคียงมาให้ได้ชมกันอีกนะครับ การเดินทางในย่านนี้ถ้าจะให้สะดวกที่สุด ก็ต้องใช้บริการรถไฟฟ้านี้แหละครับ เมือลงรถไฟฟ้ามาแล้ว ถ้าลงทางออก 3 จะเป็นฝั่งซอยอารีย์ ทางออก 4 จะเป็นฝั่ง La Villa La Villa อารีย์ ที่รวมร้านอาหารแจ่มๆ ไว้เยอะเลยครับ ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารไทย ของหวาน บรรยากาศบริเวณหน้าปากซอยพหลโยธิน 7 หรือซอยอารีย์ คอนโดแรกที่เจอจะเป็นโครงการ Noble Reform ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่หน้าปากซอยเลยครับ โครงการ Noble Reform คอนโด High Rise สูง 22 ชั้น ทางเดินเข้าไปในซอยจะมีร้านขายของเยอะเลยครับ ทั้งอาหารการกิน และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แถวนี้เรื่องอาหารการกินนี่หายห่วงเลยครับ มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งที่เป็นร้านอาหาร และร้านค้าตามข้างทาง เราเดินมาถึงซอยอารีย์ 1 ทางซ้ายมือ เดี๋ยวเราเข้าไปสำรวจในซอยกันต่อเลยครับ เข้ามาในซอยอารีย์ 1 นิดหน่อยจะเจอทางเดินเข้าไปในตึกแถวแบบนี้ ตรงนี้คือโครงการสนั่นนภา ภายในโครงการสนั่นนภา จะมีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่หลายร้านอาทิ ร้านตำมั่ว อารีย์ ร้านก๋วยเตี๋ยว 1000 เส้น และร้านอื่นๆ อีกหลายร้านให้เลือก ในช่วงต้นซอยอารีย์ 1 ก็ยังพอมีร้านขายของอยู่นะครับ เดินเลยเข้าไปอีกหน่อยร้านค้าต่างๆ ก็เริ่มน้อยลงแล้วนะครับ โครงการต่อมาคือโครงการ Noble RE:D Noble RE:D เป็นคอนโด High Rise สูง 23 ชั้น ตัวโครงสร้างเสร็จเรียบร้อย และลูกค้าเข้าอยู่มาได้สักระยะแล้วนะครับ ภายในซอยอารีย์ 1 จะมีร้านกาแฟน่ารักๆ แบบนี้อยู่หลายร้านเหมือนกันครับ Banana Food Park เป็นอีกที่นึงนะครับที่มีร้านอาหารหลายๆ ร้านให้เลือก เดินลึกเข้าไปในซอยอีกจะเจออีก 2 โครงการ คือ Noble Lite และ The Vertical อารีย์ จากแสนสิริ ที่ตั้งอยู่คู่กันเหมือนตึกแฝด มุมนี้มองจากซอยอารีย์ 2 ตัวอาคารของทั้ง 2 โครงการตั้งคู่กันแบบนี้เลย ถัดเข้ามาจะเป็นโครงการใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ คือโครงการ Centric Ari Station จาก SC Asset ตัวโครงการเข้าสู่การก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ สำนักงานขายที่เคยอยู่ที่นี่ก็ย้ายออกไปแล้วนะครับ โครงการ Centric อารีย์ จะอยู่ติดกับซอยพหลดยธิน 5 หรือซอยราชครู ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าซอยราชครู ก็จะกลับไปออกถนนพหลโยธิน ตรงไปจะยังเป็นซอยอารีย์ 1 อยู่ครับ ทางนี้สามารถไปขึ้นทางด่วนพระราม 6 ได้ เดี๋ยวเราลองตรงไปดูกัน ตรงมาก็เจอร้านอาหารญี่ปุ่นอีก 1 ร้าน ตรงมาอีกหน่อยจะเจอสามแยก เลี้ยวขวาไปจะเป็นซอยพระราม 6 ซอย 30 ตรงสามแยกจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอีกร้านนะครับ ชื่อร้าน Sato เลี้ยวขวาเข้ามาแล้วจะเป็นถนน 2 เลน เหมือนเดิมนะครับ ขับตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านกระทรวงการคลัง ก่อนไปออกถนนพระราม 6 ทีนี้เรากลับมาดูในซอยอารีย์ 2 กันบ้างนะครับ เราจะเริ่มตั้งแต่ท้ายซอยออกไปต้นซอย ภายในซอยอารีย์ 2 ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบ้านพักอาศัย อพาร์ทเม้นท์ และคอนโด The Silk พหลโยธิน - อารีย์ 2 คอนโด Low Rise 8 ชั้น คอนโด Centric Scene อารีย์ 2 อีกหนึ่งโครงการของ SC Asset สำนักงานเขตพญาไท ก็ตั้งอยู่ในซอยอารีย์ 2 ด้วยนะครับ เผื่อใครต้องมาติดต่อธุระที่นี่ บรรยากาศภายในซอยอารีย์ 2 นี่ค่อนข้างเงียบสงบดีนะครับ เราเดินออกมาถึงปากซอยอารีย์ 2 มาพบกับความวุ่นวายอีกครั้ง เดี๋ยวเราเดินเข้าไปในซอยอีกหน่อยดีกว่าครับ ว่าจะมีอะไรอีกรึเปล่า เลยจากซอยอารีย์ 2 มานิดหน่อย จะเจออีกหนึ่งโครงการจาก Noble คือโครงการ Noble Reflex ที่สร้างเสร็จเรียบร้อย เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับบรรยากาศคร่าวๆ ของทำเลย่านอารีย์ ถ้าใครกำลังมองหาคอนโดในย่านนี้อยู่ก็เอาข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการพิจารณาได้นะครับ ผมเชื่อว่านอกจากเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของคอนโดแล้ว เรื่องทำเลที่ตั้งและสิ่งแวดล้อมรอบๆ โครงการก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะครับ ไว้ในรีวิวฉบับต่อๆ ไป เราจะคัดสรรค์ทำเลที่น่าสนใจมาให้ได้ชมกันอีก อย่าลืมติดตามกันต่อนะครับ ^__^
สำรวจทำเลคอนโดย่านสาทร

สำรวจทำเลคอนโดย่านสาทร

พรีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูทำเลใจกลางเมือง ในย่านสาทรกันครับ ถ้าใครผ่านไปผ่านมาบนถนนเส้นนี้ คงจะสังเกตเห็นว่ามีคอนโดใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากมาย เอาแค่ช่วงตั้งแต่แยกสุรศักดิ์มาจนถึงแยกถนนนราธิวาสราชนครินทร์ก็มีคอนโดให้เลือกมากมายทั้งที่อยู่ริมถนนใหญ่ และที่แทรกตัวอยู่ตามซอยต่างๆ อีก เราเลยจะพาไปดูบรรยากาศรอบๆ กันเลยครับ ภาพรวมของย่านนี้ครับ เราลองวนๆ ดูทำเลแถบนี้แค่บล็อคเดียวก่อนจากแยกสุรศักดิ์ ไปถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และแยกถนนจันทน์ไปจนถึงถนนเจริญราษฏร์ แค่นี้ก็เห็นว่ามีคอนโดใหม่ๆ ขึ้นมาเพียบแล้ว จากแผนที่จะเห็นว่าตรอกซอกซอยในบริเวณนี้เชื่อมต่อถึงกัน เข้าออกได้หลายทางเลยทีเดียว ลงทางด่วนถนนจันทน์มาที่ถนนเจริญราษฎร์ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจันทน์เลยครับ การเดินทางไปยังโซนต่างๆ ของกรุงเทพจัดว่าสะดวกดีเพราะด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ตรงนี้เลยครับ ถ้าจำกันได้ จากแยกนี้ถ้าตรงไปเราก็จะไปเจอกับโครงการ Than Living สาทร-เจริญราษฎร์ แต่เราลองไปสำรวจทางซ้ายกันบ้างดีกว่า บนถนนจันทน์มี Community Mall เปิดใหม่ ชื่อ Vanilla Moon มีทั้งร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbuck, Max Value และร้านอาหารอีกหลายร้าน ดึกๆ ด้านบนดาดฟ้าก็มี Roof Top Bar ไว้ให้นั่งรับลมชิวๆ ได้ด้วย ซึ่งน่าจะพอให้พึ่งพา และเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ง่ายๆ ของคนในย่านนี้ครับ ทำเลแถบนี้เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ครับ บ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ ร้านค้าจึงเต็มไปหมด แถมด้วยสถาบันการเงินที่มีให้เลือกครบทุกธนาคาร นี่แค่ถนนสายสั้นๆ สายเดียวยังมีธนาคารตั้งติดๆ กันเยอะขนาดนี้ คงไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าทำเลนี้เป็นย่านทำมาค้าขายที่คึกคักมากแค่ไหน ถ้าเราวิ่งตามถนนจันทน์มาเรื่อยๆ จะเจอกับสี่แยกไฟแดงแรกที่ซอยจันทน์ 18/7 หรือที่คนแถวนี้เค้าเรียกกันว่า ซอยเซนต์หลุยส์ แยกนี้ถ้าตรงไปจะไปตัดกับถนนสาธุประดิษฐ์และถนนนราธิวาสราชนครินทร์ตามลำดับ หรือถ้าเลี้ยวไปทางขวาก็จะเข้าซอยอยู่ดี ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่เก่าแก่ที่อยู่กันมานานแล้ว ส่วนถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะไปออกถนนสาทรได้ ซึ่งเราจะพาไปดูบรรยากาศในซอยเซนต์หลุยส์กันก่อนดีกว่า พอเลี้ยวซ้ายมาถนนจะเหลือแค่ 2 เลนเล็กๆ แต่ปริมาณรถในซอยนี้ไม่ได้เล็กตามถนนนะครับ เพราะซอยนี้ลัดไปออกถนนสาทร ถนนนราธิวาส และถนนเจริญราษฎร์ได้ รถราเลยขวักไขว่ตลอดทั้งวัน เลี้ยวเข้าซอยจันทน์ 18/7 มาประมาณ 150 เมตร จะเห็นป้ายคอนโด The Room สาทร-เซนต์หลุยส์อยู่ตรงหัวมุมจันทน์ 18/7 แยก 1 ชัดเจน ทางเข้าโครงการอยู่ในซอยจันทน์ 18/7 แยก 1 นะครับ ซึ่งซอยนี้เชื่อมต่อไปถึงซอยจันทน์ 24 หรือซอยเย็นจิตได้ด้วย ดังนั้นทางเข้าออกโครงการนี้จึงเข้าได้ทั้ง 2 ทาง ปัจจุบันตัวโครงการเริ่มทำการก่อสร้างแล้วนะครับ ส่วนสำนักงานขายนั้นจะไปอยู่ที่ถนนเจริญราษฎร์ ใช้สำนักงานขายเดียวกับ The Key สาทร-เจริญราษฎร์ ตรงข้ามกับที่ตั้งโครงการ The Room สาทร-เซนต์หลุยส์ คือสำนักงานเขตสาทร เวลาจะติดต่องานราชการของเขตนี้ก็สะดวกเลย ออกจากจันทน์ 18/7 แยก 1 แล้วเราไปดูในซอยเซนต์หลุยส์กันต่อครับ ในซอยก็เป็นถนนสองเลนตลอดสาย สองฝั่งถนนมีร้านค้า ร้านอาหารเพียบครับ จัดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ บรรยากาศตอนเช้าๆ และช่วงเย็น การจราจรในซอยจะติดมากหน่อย เพราะในซอยนี้รวมเอาตลาดสด และโรงเรียนใหญ่ๆ ไว้ในซอยเดียวกันเลย ช่วงเช้าถ้าจะรีบไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS ก็อาจจะต้องพึ่งพี่วินมอเตอร์ไซค์เพื่อทำเวลากันหน่อย โรงเรียนพาณิชย์อยู่ติดกับตลาดสดเลยครับ เช้าๆ นี่คึกคักจนรถติดเอาเรื่องอยู่ เพราะมีคนมาจับจ่ายซื้อของกันมากมาย ที่เดินในภาพเป็นรถสองแถวสาย 1256 ครับ วิ่งผ่านตลอดซอยแล้วไปสุดสายที่สถานีรถไฟฟ้าตากสินนู่นเลย ถ้าไม่ใช้รถส่วนตัวก็มีรถสองแถวนี่แหละครับเป็นที่พึ่งในการเดินทางที่ประหยัดมากๆ บรรยากาศตอนสายๆ ครับ จะเห็นว่ามีรถเยอะพอสมควรเลย ตลาดเช้ายังไม่วายดี ตรงนี้เป็นแหล่งซื้อหาอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของคนในย่านนี้ครับเพราะมีของอร่อยๆ เพียบ ลึกเข้ามาในซอยเซนต์หลุยส์ก็จะเห็นว่ามีร้านขายของเต็มไปหมด ทั้งคลินิค ร้านขายยา ร้านขายอะไหล่รถ ร้านอาหารริมทาง รวมไปถึงธนาคารสาขาย่อยก็มีมาเปิดในซอยนี้อีกหลายเจ้า รถราในซอยจึงมีมากตลอดทั้งวัน ช่วงกลางๆ ซอยจะเป็นถนนวันเวย์นะครับ เป็นบล็อคเล็กๆ ให้เดินรถทางเดียวเพื่อแยกไปออกถนนสาทร และถนนนราธิวาสราชนครินทร์ได้ เราเลี้ยวตามทางวันเวย์มาเรื่อยๆ จะเห็นว่าถนนจะแคบลงเล็กน้อย แถมยังมีร้านค้าที่เปิดกันมานานอีกเลยมีรถจอดริมถนนบ้าง การจราจรในซอยอาจจะติดขัดบ้างเป็นบางครั้ง ช่วงถนนวันเวย์สั้นๆ ในซอยเซนต์หลุยส์ซึ่งเต็มไปด้วยร้านเก่าแก่อย่างที่บอกนี่แหละครับ มาถึงตรงนี้ ถ้าเลี้ยวขวาตามทางวันเวย์ไปก็จะกลับไปออกถนนจันทน์เหมือนเดิม หรือแยกไปออกถนนนราธิวาสราชนครินทร์ซอย 10 ก็ได้เช่นกัน แต่เราจะเลี้ยวซ้ายไปออกถนนสาทรกันครับ เลี้ยวมาแล้วบรรยากาศโดยรอบก็จะคล้ายๆ กันครับ มีร้านค้าเต็มสองข้างทาง เป็นย่านชุมชนที่อยู่กันอย่างเหนียวแน่นมายาวนานมาก โรงเรียนอัสสัมชัญประถม อีกหนึ่งโรงเรียนใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ในซอยเซนต์หลุยส์กับเค้าด้วย ช่วงเช้าและเย็นถนนบริเวณหน้าโรงเรียนไปจนออกถนนสาทรจะถูกปรับให้เดินรถทางเดียวนะครับ ใครที่จะออกสาทรก็ต้องเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ข้างโรงเรียนไป ซึ่งมีคุณตำรวจจราจรคอยควบคุมการจราจรอยู่ทุกวัน ร้านค้าใกล้ๆ โรงเรียนนอกจากร้านอาหาร และร้านขายขนมแล้ว พวกติวเตอร์ สถาบันกวดวิชาก็เรียงแถวกันมาด้วย คงพอจะนึกภาพออกแล้วใช่มั้ยครับว่าช่วงเปิดเรียนรถในซอยนี้จะติดหนักแค่ไหน พอใกล้จะออกถนนสาทร เราก็จะเห็นคอนโดอีกหนึ่งโครงการใหญ่ของ SC Asset นั่นคือ Centric สาทร-เซนต์หลุยส์ ซึ่งอยู่ค่อนมาทางซอยสาทร 11 นะครับ โครงการนี้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว ใครที่สนใจเดี๋ยวไว้รอดูรีวิวโครงการกันอีกทีครับ ช่วงปากซอยสาทร 11 จะมีคิวรถสองแถวจอดรถรับคนด้วย ซึ่งก็เป็นสายเดียวกับที่วิ่งไปรถไฟฟ้าสถานีตากสินนั่นแหละครับ เพียงแต่ขากลับมาจะมีคิวรถรอรับคนตรงนี้อีกช่วงหนึ่ง นอกจากคิวสองแถว ก็มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย ซึ่งหัวมุมถนนด้านนี้จะเป็นอาคารสำนักงานของ AIA นะครับ สร้างใกล้จะเสร็จแล้ว อีกหน่อยผู้คนคงมากมายขึ้นอีกหลายเท่า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาทรมาแล้ว บรรยากาศริมถนนช่วงนี้ยังคงคึกคักนะครับ เพราะยังใกล้โรงเรียนอยู่ และก็ยังอยู่ติดกับโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์อีกด้วย จึงมีทั้งร้านสะดวกซื้อ และหาบเร่แผงลอยเต็มไปหมด ซ้ายมือนี่แหละครับ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ซึ่งมีวิทยาลัยการพยาบาลอยู่ด้วย บอกแล้วว่าย่านนี้โรงเรียนน้อยใหญ่เต็มไปหมด ที่เห็นถนนโล่งๆ นี่เราเดินทางมากันช่วงบ่ายนะครับ ปริมาณรถบนถนนเลยน้อยหน่อย เลยจากโรงพยาบาลมาอีกหน่อย ก็จะถึงรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์แล้ว ซึ่งสถานีนี้ก็มีความสำคัญมากพอตัวเลย เพราะใกล้ทั้งโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และอาคารสำนักงานใหญ่ๆ อย่าง Thai CC Tower และยังเชื่อมต่อกับโรงแรม Eastin อีก รถราและผู้คนบริเวณรอบสถานีนี้จึงมากเป็นพิเศษครับ เลยตัวสถานีรถไฟฟ้ามานิดก็จะถึงแยกสุรศักดิ์กันแล้วครับ ถ้าตรงต่อไปก็ขึ้นสะพานตากสินข้ามไปฝั่งธนบุรีได้ หรือจะไปเข้าถนนเจริญกรุงก็ได้อีกเช่นกัน ส่วนใครที่ต้องการขึ้นทางด่วนก็เลี้ยวซ้ายเลยครับ เจอด่านทางด่วนทันทีเลย ตรงหัวมุมแยกสุรศักดิ์มีอีกหนึ่งโครงการของ Land and House ซึ่งยึดพื้นที่ทำเลทองบนถนนสาทรสร้างโครงการ The Bangkok สาทร คอนโดหรูติดรถไฟฟ้าที่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการคอนโดติดรถไฟฟ้าและมีงบประมาณมากพอ ทางเข้าสำนักงานขายของโครงการ The Bangkok สาทรครับ ดูหรูหราสมราคามาก ซึ่งเราจะหาโอกาสเข้าไปเก็บรีวิวตัวโครงการมาให้ชมกันในโอกาสต่อไปนะครับ ยังไงก็รอติดตามกันได้ พอผ่านมาถึงแยกสุรศักดิ์ เลี้ยวซ้ายไปก็เข้าถนนเจริญราษฎร์ วนกับไปบรรจบกับแยกถนนจันทน์อีกครั้ง นี่แหละครับบรรยากาศคร่าวๆ ของทำเลในย่านนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนคงกำลังเล็งๆ คอนโดในย่านนี้อยู่แน่ๆ เพราะยังถือว่าเป็นทำเลทองที่นับวันจะเหลือที่น้อยลงเรื่อยๆ และราคาก็ดีดตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราคิดว่าน่าจะพอทำให้ทุกคนเห็นภาพรวมของทำเลสาทร-ถนนจันทน์ได้ไม่มากก็น้อย ส่วนตัวโครงการต่างๆ ที่อยู่ในย่านนี้ไว้เราจะเข้าไปเก็บรายละเอียด และรีวิวกันให้เห็นชัดๆ อีกครั้ง อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ