Tag : Townhome

216 ผลลัพธ์
สรุปข่าวอสังหาริมทรัพย์รอบสัปดาห์ วันที่  7 – 13 ตุลาคม 2562

สรุปข่าวอสังหาริมทรัพย์รอบสัปดาห์ วันที่ 7 – 13 ตุลาคม 2562

ถึงตอนนี้ ถือว่าเข้าเราได้เดินทางมาสู่ไตรมาสสุดท้ายอย่างเต็มตัวแล้ว บรรยากาศช่วงไฮซีซั่นกำลังเริ่มต้นขึ้น เห็นได้จากแคมเปญการตลาดออกมากันแบบแรงๆ เพื่อเรียกยอดขาย  เพราะโค้งสุดท้ายแล้ว  หากหมดไตรมาสนี้ คงไม่มีเวลาสร้างผลงาน ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว แม้จะมีผู้ประกอบการหลายราย ได้ปรับเป้าหมายทางธุรกิจไปกันบ้างแล้วก็ตาม   ส่วนในรอบสัปดาห์วันที่ 7-13 ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์อะไรบ้างในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ลองมาดูกัน   ฮาบิแทท 2 โครงการใหม่ย่านทองหล่อ      การเปิดตัวโครงการใหม่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ฮาบิแทท กรุ๊ป เปิดตัว 2 โครงการใหม่  มูลค่ากว่า 2,800 ล้านบาท ได้แก่  โครงการ วาลเด้น ทองหล่อ 8 (Walden Thonglor 8) และ โครงการ วาลเด้น ทองหล่อ 13 (Walden Thonglor 13) พร้อมดึง เจอาร์อี ดีเวลลอปเม้นท์ (JRE Development) บริษัท  ลูกของ “แจลุกซ์” (JALUX Inc.) จากประเทศญี่ปุ่น มาช่วยบริหารที่พักอาศัย นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ได้ร่วมทุนกับลิสต์ กรุ๊ป (List Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาคอนโดมิเนียมลักชัวรี่โลว์ไรซ์ 2 โครงการดังกล่าว โดยอาศัยความสามารถในการทำตลาดระดับนานาชาติ เข้ามาเสริมจุดแข็งผ่านเครือข่ายของ ลิสต์ ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้  โดยทั้งสองโครงการคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างในช่วงไตรมาสแรก ปี 2563 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรก ปี 2565  นอกจากนี้ ยังได้เจอาร์อี ดีเวลลอปเม้นท์ (JRE Development) บริษัทลูกของ JALUX มาเป็นผู้บริหารจัดการโครงการทั้ง 2 แห่งด้วย   “แสนสิริ” ผนึก “พลัส ” ทุ่ม 60 ล้านปั้้นระบบความปลอดภัย      เรื่องของความปลอดภัย ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ผู้ประกอบการ ต้องให้ความสำคัญที่ทุกโครงการต้องทำให้ผู้อยู่อาศัยปลอดภัย เพราะหากบ้านไม่ปลอดภัย คงไม่มีใครอยากอยู่ คนจะซื้อที่อยู่อาศัยสักแห่ง ก็ต้องเลือกโครงการอยู่แล้วปลอดภัยมากที่สุด แสนสิริ ซึ่งมองเห็นว่าเรื่องความปลอดภัย เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ลูกค้าใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม จึงนำเอาระบบ Smart Command Centre ศูนย์ควบคุมความปลอดภัยจากส่วนกลางแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง มาใช้ในโครงการของแสนสิริ อาทิ โครงการเดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา   ล่าสุด แสนสิริ จับมือ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ลงทุน 60 ล้านบาท ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ LIV-24 บุกเบิกแวดวงอสังหา ฯ กับสุดยอดบริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง อย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกและหนึ่งเดียวของวงการอสังหาฯ ไทย ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นอัปเกรดสุดล้ำ ต่อยอดจากความสำเร็จของ Smart Command Centre ที่ยกระดับความความปลอดภัยจากส่วนกลางเข้าสู่ที่พักอาศัย ด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณ Intrusion Alarm แจ้งเตือนเมื่อมีการบุกรุกเข้าสู่ตัวบ้าน และระบบ Smart Meter โซลูชั่นตรวจสอบและแจ้งเตือน เมื่อมีการใช้น้ำประปาและไฟฟ้าที่ผิดปกติในที่พักอาศัย ปี 2020 จ่อขยายการให้บริการครอบคลุม 47 โครงการของแสนสิริ มุ่งเดินหน้าเสริมความปลอดภัย พร้อมสร้างความพึงพอใจระดับสูงสุดให้กับลูกบ้านแสนสิริ   ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้จับมือกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อทรานส์ฟอร์มสู่ ‘LIV-24’ ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้  เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยให้เพิ่มมากขึ้น กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากส่วนกลางเข้าสู่ที่พักอาศัย ด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณ Intrusion Alarm แจ้งเตือนเมื่อมีการบุกรุกเข้าสู่ตัวบ้าน และระบบ Smart Meter โซลูชั่นตรวจสอบและแจ้งเตือน เมื่อมีการใช้น้ำประปาและไฟฟ้าที่ผิดปกติในที่พักอาศัย  ซึ่งวางเป้าหมายติดตั้งกับโครงการของแสนสิริให้ครอบคลุม 47 โครงการ ภายในปีหน้า   “ORI” กวาดยอดขายสะสม 9 เดือน ทะยานสู่ 23,148 ล้าน     ช่วงนี้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมากันบ้างแล้ว ล่าสุด บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI  แจ้งว่า สามารถสร้างยอดขายในช่วงไตรมาส 3/2562 ได้ถึงกว่า 10,188 ล้านบาท  ส่งผลให้บริษัทมียอดขายสะสม 9 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 23,148 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% ของเป้าหมายยอดขายของทั้งปี 2562   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออริจิ้น  เปิดเผยว่า  ผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  เป็นเพราะการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ ดิ ออริจิ้น (The Origin) จำนวน 4 โครงการ ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมาย โดยมีถึง 3 โครงการที่สามารถปิดการขายได้แล้ว 100% (Sold Out) ได้แก่ 1. ดิ ออริจิ้น รามคำแหง 209 อินเตอร์เชนจ์ 2. ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 3. ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15   ขณะเดียวกัน ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 ที่เพิ่งเปิดพรีเซลเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมอัตรายอดขาย  ของแบรนด์ดิ ออริจิ้นที่เปิดตัวไป 4 โครงการ สูงถึงกว่า 85%  นอกจากนี้ โครงการคอนโดฯ แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) 2 โครงการที่ทยอยเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2-3 มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,500 ล้านบาท ก็สร้างยอดขายกลับมายังบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการพาร์ค ออริจิ้น จุฬา-สามย่าน และโครงการพาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี ต่างมียอดขายแล้วกว่า 80% ขณะเดียวกัน โครงการเคนซิงตัน ระยอง คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ภายใต้โครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง ก็ได้รับการตอบรับที่น่าพึงพอใจ ล่าสุดคิดเป็นยอดขาย 90% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   BC โรดโชว์พบนักลงทุนกรุงเทพฯ     ความเคลื่อนไหวของบริษัทอสังหาฯ ในแวดวงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากเรื่องประกาศผลประกอบการแล้ว บริษัทที่เตรียมเข้าเทรดหุ้นตอนนี้ อย่าง “บูทิค คอร์ปอเรชั่น” หรือ BC ได้เดินสายจัดงานโรดโชว์พบนักลงทุน เพื่อสรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นไอพีโอ 167 ล้านหุ้น และโชว์ความแข็งแกร่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ รูปแบบสร้าง - ดำเนินงาน - ขาย หรือ BOS Model  เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปลายปีนี้   นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BC)  เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดงานสรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป (โรดโชว์)​ ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 167 ล้านหุ้น ตามแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปลายปี 2562   โดยโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ BOS Model วางเป้าหมายอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15%  ซึ่งความสำเร็จของโครงการที่กลุ่มบริษัทฯ ก่อสร้าง ดำเนินงาน และจำหน่ายออกไปแล้ว (BOS Model) มีจำนวน 6 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 3,525 ล้านบาท และได้กำไรจากการขายโครงการรวมมูลค่าประมาณ 1,626 ล้านบาท พร้อมทั้ง เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านสุขุมวิทตอนต้น และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่  สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 รายได้รวมอยู่ที่ 675.9 ล้านบาท เติบโต 56.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 431.3 ล้านบาท (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   AWC เทรดวันแรกปิดบวก 0.05 บาท   ส่วนบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ในตระกูล “สิริวัฒนะภักดี” ของเสี่ยเจริญ เจ้าพ่ออาณาจักรเบียร์ช้าง ที่ได้เริ่มทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นวันแรกในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ​ ซึ่งหุ้นของ AWC  ทำราคาปิดวันแรกบวกเพิ่ม 0.05 บาท หรือ +0.83%  จากราคาขาย IPO 6.00 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 8,130.18 ล้านบาท สำมารถทำราคาขึ้นไปได้สูงสุด 6.10 บาท และราคาลงต่ำสุด 6.00 บาท (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ไทยเตรียมจัดงานประชุมสภาประเมินราคาแห่งอาเซียน     ปิดท้ายกับข่าวของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานประชุมสภานักประเมินราคาแห่งอาเซียน ครั้งที่ 22  ในประเทศไทยเนื่องจากเป็นประเทศเจ้าภาพ  ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2562 ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งมีนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมผู้ประเมินราคาแห่งอาเซียนระหว่างปี 2562-2563 โดยสมาคมผู้ประเมินราคาแห่งอาเซียน The ASEAN Valuers Association (AVA) ก่อตั้งในปี 2524 ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 8 ประเทศในอาเซียน ลาว และเมียนมา   สำหรับการประชุมในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญต่อการผลักดันให้ไทยได้ยกระดับวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์สิน เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์สินและไม่มีหน่วยงานตามกฎหมายที่จะกำกับดูแลมาตราฐานการประเมินราคา ประเทศไทยจึงได้เกิดปัญหาจากการประเมินราคาอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยทางสมาคมได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาร่วมประชุม เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญในการมีกฎหมายควบคุมมาตรฐาน และพัฒนาการด้านต่างๆ ของการประเมินราคาทรัพย์สินในแต่ละประเทศสมาชิก AVA    
“ศุภาลัย” ประเมินตลาดอสังหาฯ ปกติ แย่สุดยังขายได้ 80,000 ยูนิต

“ศุภาลัย” ประเมินตลาดอสังหาฯ ปกติ แย่สุดยังขายได้ 80,000 ยูนิต

ฝ่ายวิจัย “ศุภาลัย” ประเมินยอดขายอสังหาฯ ปิดปี 62 แย่สุดยังขายได้ 80,000 ยูนิต แต่อาจจะไต่ระดับเท่าค่าเฉลี่ย 100,000 ยูนิต มองบวกตลาดอยู่ในภาวะปกติ แม้มีมาตรการ LTV เป็นผลกระทบระยะสั้น ดีเวลลอปเปอร์ยังคงโกยกำไรไม่ต่ำกว่า 20%    ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการที่ปรึกษา บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า แนวโน้มการขายอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของปีนี้  คาดว่าจะอยู่ในระดับ 100,000 ยูนิต ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่หากสถานการณ์ไม่ดีหรือผลกระทบจากปัจจัยลบมากขึ้น ยอดขายอสังหาฯ คาดว่าจะอยู่ในระดับ 80,000 ยูนิต  ซึ่งยอดขายดังกล่าวถือว่าเป็นภาวะตลาดปกติ  เพราะหากเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยยอดขายอสังหาฯ  ตั้งแต่ปี 2554-2561 จะอยู่ในระดับ 94,000-100,000 ยูนิต   โดยการประมาณการณ์ตลาดอสังหาฯ มีหลายตัวแปรที่เข้ามาเป็นปัจจัยในการพิจารณา ซึ่งหากนำปัจจัยเรื่องการเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้ประกอบการ ที่ประกาศเปิดตัวในแต่ละเดือน จะพบว่ายอดขายอสังหาฯ ปีนี้ต่ำสุดจะอยู่ที่ 91,252 ยูนิต และอาจจะสูงสุดที่ 105,903 ยูนิต แต่หากนำเอาปัจจัยเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจมาเป็นตัวแปรในการประเมิน จะพบว่ายอดขายอสังหาฯ ปีนี้ อาจจะทำได้ดีที่สุด ด้วยยอดขายถึง 116,000 ยูนิต หรือหากสถานการณ์เลวร้าย ตัวเลขยออขายจะทำได้เพียง 75,000 ยูนิตเท่านั้น     แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหากประเมินตัวเลขยอดขายของปีนี้  ถ้าทำได้เพียง 75,000 ยูนิต สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ​ ก็ถือว่ายังอยู่ในภาวะปกติ เพราะหากคิดสัดส่วนยอดขายต่อจำนวนอสังหาฯ ที่มีในตลาด ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์การขายได้ ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับปกติด้วยอัตรา 25% เพราะผู้ประกอบการยังสามารถทำกำไรขั้นต้นได้มากกว่า 20% ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์การขายได้ตั้งแต่ช่วงปี 2554-2561 ยังไม่เคยต่ำกว่า 20%   ดร.ประศาสน์ กล่าวว่า แม้ในปีนี้จะมีมาตรการ LTV ออกมาบังคับใช้ แต่มองว่าส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯ ในระยะสั้นเท่านั้น เชื่อว่าในอนาคตสภาพตลาดจะปรับตัว รับกับมาตรการที่เกิดขึ้นได้ เพราะปัจจุบันความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จากการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ต้องการที่พักอาศัยจากแรงงานเหล่านั้น   “ปีนี้ถือว่าตลาดอยู่ในภาวะปกติ ไม่ได้ดีหรือไม่ดี ถ้าอัตราการขายต่ำกว่า 20% จะถือว่าตลาดไม่ดี  ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 อัตราการขายยังไม่ต่ำกว่า 20% รวมถึงปีนี้ด้วย”​   ทั้งนี้ จากการศึกษาถึงพฤติกรรมของความต้องการที่อยู่อาศัยรวม  ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลด้วยข้อมูลย้อนหลังตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราการขายที่อยู่อาศัยเมื่อเทียบกับปริมาณหน่วยที่ออกขายโดยรวมในตลาดนั้นอยู่ที่ระดับประมาณ 30% ต่อปี และมีลักษณะเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงสามารถสรุปได้ว่าภาวะความต้องการที่อยู่อาศัยรวมยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะไม่ร้อนแรงเท่าปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีกำลังซื้อจากต่างชาติเข้ามา และส่งผลให้ปีที่ผ่านมายอดขายที่อยู่อาศัยรวมทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 120,000 หน่วย
[PR News] “ออริจิ้น” ปิดงบไตรมาส 3 สร้างยอดขายกว่า 10,188 ล้าน

[PR News] “ออริจิ้น” ปิดงบไตรมาส 3 สร้างยอดขายกว่า 10,188 ล้าน

“ออริจิ้น" กวาดยอดขายไตรมาส 3 กว่า 10,188 ล้าน ได้แบรนด์ “ดิ ออริจิ้น” ช่วยดันยอด หลัง 3 โครงการปิดการขาย 100%  สะสมยอด 9 เดือน 23,148 ล้าน เตรียมเปิดโปรเจ็กต์ต่อในไตรมาสสุดท้าย มั่นใจทะลุเป้าปีนี้ 28,000 ล้านบาท   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทสามารถสร้างยอดขายในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ได้มูลค่ากว่า 10,188 ล้านบาท  เนื่องจากโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ ดิ ออริจิ้น (The Origin) ที่เปิดตัว 4 โครงการ ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2  มี  3 โครงการที่สามารถปิดการขายได้ 100% ได้แก่ 1. ดิ ออริจิ้น รามคำแหง 209 อินเตอร์เชนจ์ 2. ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 3. ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15   "ขณะเดียวกัน ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 ที่เพิ่งเปิดพรีเซลเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมอัตรายอดขาย หรือ Take up rate ของแบรนด์ดิ ออริจิ้นที่เปิดตัวไป 4 โครงการ สูงถึงกว่า 85%"   นอกจากนี้ โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) 2 โครงการที่ทยอยเปิดตัวในช่วงไตรมาส 2-3 มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,500 ล้านบาท ก็สร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการพาร์ค ออริจิ้น จุฬา-สามย่าน และโครงการพาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี ต่างมียอดขายแล้วกว่า 80%   ขณะเดียวกัน โครงการเคนซิงตัน ระยอง คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ภายใต้โครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง ล่าสุดมี ยอดขาย 90% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย  จากกระแสตอบรับที่ดีตลอดทั้งไตรมาส 3 ส่งผลให้บริษัทมียอดขายสะสม 9 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 23,148 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% ของเป้าหมายยอดขายของทั้งปี 2562   นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้าย บริษัทยังมีโครงการที่จะทยอยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ได้แก่ คอนโดฯ แบรนด์ดิ ออริจิ้น 2 โครงการ  บ้านจัดสรรแบรนด์บริทาเนีย (Britania) อีก 4-5 โครงการ โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ ระยอง โครงการเดอะ แฮมป์ตัน ศรีราชา บาย ออริจิ้น แอนด์ ดุสิต ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับกลุ่มดุสิตธานี (DTC) คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท     “ด้วยจุดแกร่งเรื่องความเข้าใจลูกค้าหรือ Empathy ภาพรวมปีนี้ เราจึงคัดสรรทำเลศักยภาพ โครงการคุณภาพ ในเซ็กเมนท์ที่เหมาะสม มาเปิดตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน เรายังมีโครงการพร้อมอยู่  แนวรถไฟฟ้าในอีกหลากหลายทำเลที่ยังคงมีผู้บริโภคทยอยเข้ามาจับจองกันอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าปีนี้เราจะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 28,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”  
รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด เดือนตุลาคม 2562

รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด เดือนตุลาคม 2562

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหล่า Developer ต่างก็ขนสินค้าที่มีในสต็อก ทั้งบ้าน ทาวน์โฮม คอนโด ออกมาจัดโปรโมชั่นกระหน่ำกัน เริ่มกันตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป จับตาดูให้ดีค่ะ! เผื่อจะได้โปรโมชั่นคุ้มราคาที่เหมาะสมกับเรา     Ananda x Shopee “10.10 Hot Deal” กลับมาอีกครั้ง!! กับแคมเปญ Ananda x Shopee “10.10 Hot Deal” พบกับ 10 โครงการในทำเลเมือง ทั้งคอนโดใกล้รถไฟฟ้าและทาวน์โฮม คุ้มค่าด้วยราคาสุดพิเศษ ห้ามพลาด!! ภายใต้แบรนด์คุณภาพ อาทิ ไอดีโอ โมบิ/ ยูนิโอ และ ยูนิโอ ทาวน์ ราคาเริ่มต้น 1.19 -4.99 ลบ* พร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษสุด อาทิ จอง 1,010 บาท ลดเพิ่มสูงสุด 1,000,000 บาท** จ่ายเพียง 10 บาท รับ Voucher ส่วนลด 50,000 บาท** พิเศษสุด!!ทุกยูนิตรับฟรี! iPad 7th GEN* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ราคานี้เฉพาะ Shopee เท่านั้น!!! พบกับดีลที่ดีที่สุด จำนวนจำกัด ตั้งแต่วันที่ 1–31 ตุลาคม นี้   “เรซิโอ-โฮม  (วงแหวน-รามอินทรา)” 10 หลังสุดท้าย จองด่วน!! ทาวน์โฮม 2 ชั้น พร้อมเฟอร์บิ้วอิน กว่า 4 แสนบาท ในราคาเริ่มต้น 2.9 ล้านบาท*   เรซิโอ-โฮม (วงแหวน-รามอินทรา) ทาวน์โฮม 2 ชั้น ฟังก์ชันบ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน บนทำเลศักยภาพ ติดทางด่วนกาญจนาภิเษก (ทางด่วนหมายเลข 9) ฝั่งขาเข้า ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอนเพียง 89 ยูนิต ของดีมีน้อย เหลือเพียง 10 ยูนิตสุดท้ายเท่านั้น จัดแคมเปญไฟนอลคอลล์ (Final Call) ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.9 ล้านบาท*  เฉพาะลูกค้าลงทะเบียนออนไลน์ รับข้อเสนอพิเศษ เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินพร้อมส่วนลด มูลค่ารวม 400,000.-* ทันที!   ศุภาลัย ใส่เต็มแม็กซ์ แจกคูณ 3 %* ศุภาลัยจัดโปรโมชั่นสำหรับทุกโครงการ ทุกช่วงราคาของศุภาลัย สำหรับการจอง+สัญญา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 และ โอนฯภายในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ได้แก่   สำหรับบ้านหรือคอนโดฯ ที่มีมูลค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 2,500,000 บาท/แปลง จอง 30 บาท +สัญญา 9,970 บาท ฟรี! Gift Voucher Central มูลค่า 3% คำนวณจากราคาสุทธิ ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ กู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน สำหรับบ้านหรือคอนโดฯ ที่มีมูลค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 2,500,001-5,000,000 บาท/แปลง จอง 30 บาท +สัญญา 19,970 บาท ฟรี! Gift Voucher Central มูลค่า 3% คำนวณจากราคาสุทธิ ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ กู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน สำหรับบ้านหรือคอนโดฯ ที่มีมูลค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 5,000,001-7,500,000 บาท/แปลง จอง 30 บาท +สัญญา 29,970 บาท ฟรี! Gift Voucher Central มูลค่า 3% คำนวณจากราคาสุทธิ ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ กู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน   สำหรับบ้านหรือคอนโดฯ ที่มีมูลค่า 7,500,001 บาท ขึ้นไป/แปลง จอง 30 บาท +สัญญา 49,970 บาท ฟรี! Gift Voucher Central มูลค่า 3% คำนวณจากราคาสุทธิ ฟรี! ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ กู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน   Made from HER EXPO พาเธอมาเจอดีลดี จอง 999 บาท* กู้เต็ม ฟรีโอน พร้อมอยู่ รับเลย Samsung Galaxy Note 10* เมื่อจองตั้งแต่ 26 ก.ย.-20 ต.ค. 62 ที่ Sale Gallery โครงการนิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์, นิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี, นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง, นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า, นิช โมโน รัชวิภา, นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น, นิช ไอดี พระราม2, นิช ไอดี พระราม 2-ดาวคะนอง, นิช ไอดี เพชรเกษม-บางแค, นิช ไอดี สุขุมวิท 113, นิช ไอดี เสรีไทย-วงแหวน, เดอะคิทท์ ติวานนท์, เดอะคิทท์ ไลท์ บางกะดี–ติวานนท์, เดอะคิทท์ พลัส พหลโยธิน-คูคต, เดอะคิทท์ รังสิต-ติวานนท์, เสนาพาร์ค แกรนด์ รามอินทรา, เสนาพาร์ค วิลล์ รามอินทรา-วงแหวน, เสนา วิลล์ บรมราชชนนี-สาย 5, เสนาทาวน์ นวมินทร์, เสนาทาวน์ รามอินทรา, เสนา ช็อปเฮ้าส์ บางแค-เทิดไท, เสนา ช็อปเฮ้าส์ พหลโยธิน-คูคต และเสนา อเวนิว บางกะดี-ติวานนท์   XT EXTEND YOUR LEISURE เลือกรับข้อเสนอพิเศษ Special Lifestyle Packages จาก XT คอนโดมิเนียม ทั้ง 3 ทำเล เอกมัย ห้วยขวาง และพญาไท ที่ให้คุณเลือกได้ทั้งรับส่วนลดเงินจอง หรือจะออกไปสัมผัสไลฟ์สไตล์แบบเต็มๆ กับแพ็กเกจ กิน เที่ยว หลากหลายสไตล์ วันนี้-31 ต.ค. 62   Chapter One Shine Bangpo จัดโปรโมชั่น Pay Less Get More จองวันนี้ อยู่ฟรี 1 ปี Chapter One Shine Bangpo คอนโดวิวแม่น้ำ แต่งครบ ใกล้ MRT บางโพ เริ่ม 1.89 ล้านบาท* จัดโปร Pay Less Get More จองวันนี้ อยู่ฟรี 1 ปี ฟรี!! ค่าใช้จ่ายวันโอน 7 รายการ รับเพิ่ม 3 ต่อ รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 600,000 บาท* ฟรี!! เฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ต* ผ่อนถูกกว่าเช่า ผ่อนแบงค์เพียงล้านละ 1,000 บาท/เดือน* เพียง 20 ยูนิตเท่านั้น วันนี้-6 ต.ค. นี้   “คาซ่า ซิตี้ รามคำแหง-มิสทีน” ทาวน์โฮมหรู เปิดเฟสใหม่ จองในงาน! รับโปร+ส่วนลดสูงสุด 3 แสนบาท* “คาซ่า ซิตี้ รามคำแหง-มิสทีน” ทาวน์โฮมหรูจาก Q House ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีราษฎร์พัฒนา(อนาคต) ประมาน 1.1 กม.* และรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีมีนบุรี (อนาคต) ประมาณ 4.7 กม.* มาพร้อมนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน Sustainable Living Innovation ครบครันด้วย สวนส่วนกลาง คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ เตรียมเปิดเฟสใหม่ 5-6 ตุลาคม 62 จองในงาน! รับโปร+ส่วนลดสูงสุด 3 แสนบาท*      
บีซี พร็อพเพอร์ตี้ ชู 3 กลยุทธ์ เดินหน้าสู่ “Digital Property Agent Ecosystem”

บีซี พร็อพเพอร์ตี้ ชู 3 กลยุทธ์ เดินหน้าสู่ “Digital Property Agent Ecosystem”

“เอพี ไทยแลนด์” หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย ที่มีรายได้มากกว่า 38,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่ระดับ Top 10 ซึ่งนอกจากมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายแล้ว ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้อง   ทั้ง บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด  ดำเนินธุรกิจเอเจนท์ พร็อพเพอร์ตี้ บริการด้านการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ และ บริษัท สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด  ซึ่งดำเนินธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมนเนจเมนท์  2 จิ๊กซอร์  สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตให้กับ “เอพี ไทยแลนด์” ด้วย   เพื่อให้เครือเอพี ไทยแลนด์ เติบโตและมีศักยภาพทางด้านการแข่งขัน ในยุคที่ธุรกิจอสังหาฯ​ ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาดิสรับ มาตรการภาครัฐที่ออกกฎควบคุมระดับความร้อนแรงของธุรกิจ ภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก เป็นตัวกดดันและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ การปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อ และยังสร้างการเติบโตด้วย จึงเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องทำ ซึ่งบริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด หรือ BC บริษัทในเครือเอพี ไทยแลนด์  ได้ปรับตัวเข้าสู่การเป็น “พร็อพเพอร์ตี้เอเจนท์” ที่ให้บริการแบบครบวงจร ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์   ปัจจุบัน บีซี ดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1.Resale Business ธุรกิจรีเซลล์ บริการรับฝากขายอสังหาริมทรัพย์ มีสินค้าขาย 20,000 ยูนิต มูลค่า 140,000 ล้านบาท  ในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าในเครือเอพี ไทยแลนด์ 25% 2.Rental Business ธุรกิจรับฝากเช่าและสรรหาผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ มีสินค้าฝากเช่า 10,000 ยูนิต มูลค่า 3,960 ล้านบาท และ 3.Exclusive Sole Agent ธุรกิจการเป็นตัวแทนขายอสังหาฯ ใหม่ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  ในปีนี้มีโครงการใหม่ที่บริหารงานขาย  11 โครงการใหม่ ทำตลาดทั้งในประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกงและสิงค์โปร์ ส่วนในปี 2560-2561 มีโครงการบริหารงานขาย 20 โครงการ     ชู 3 กลยุทธ์ สู่ผู้ให้บริการครบวงจร   เมื่อบีซี มีโจทย์สำคัญ คือการมุ่งสู่ผู้ให้บริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มแบบครบวงจร โดยมีเป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญ คือ ตัวเลขการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20% นับจากนี้  ทิศทางการดำเนินธุรกิจจึงวาง 3 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อใช้เป็นแนวทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ได้แก่   1.ONLINE CENTRALIZATION การเป็นเป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลอสังหาฯ ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อ-ผู้ขาย-ผู้เช่า เข้ากับระบบสินทรัพย์ที่ BC บริหารจัดการอยู่ทุกรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ซึ่งปัจจุบัน บีซี พร็อพเพอร์ตี้ มีมูลค่าสินทรัพย์ในพอร์ตรวมกว่า 144,000 ล้านบาท   ผ่าน BC Intelligent Platform ที่แสดงผลอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในรูปแบบ 7 ทำเลเด่นทั่วกรุงเทพฯ เพื่อง่ายต่อการค้นหาที่อยู่อาศัยในทำเลที่ต้องการ รวมถึงฟังก์ชั่น BC Membership Dashboard ที่เอื้อให้ผู้ฝากขาย-ฝากเช่า สามารถบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์ด้วยตนเองได้แบบ real time   2.THE POWER OF ONLINE NETWORKING การจับมือกับ 10 พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มอสังหาฯ ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย และยุโรป ให้บริการข้อมูลอสังหาฯ และบริการการซื้อขาย ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี  จะ​มีผู้สนใจเข้ามายังแพลตฟอร์มของบริษัท ไม่ต่ำกว่า 96 ล้านวิวต่อเดือน และมีการคลิกเพื่อเข้าดูข้อมูลต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 4.8 ล้านคลิกต่อเดือน   3.PROPERTY CONSULTANT ON CLOUD การให้บริการเครื่องมือดิจิทัล ที่รวบรวมข้อมูลต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ-ขาย-ปล่อยเช่า หรือลงทุนไว้ในที่เดียว และคอยนำเสนอ ชี้เทรนด์ตลาดอสังหาฯ ในกลุ่มที่ลูกค้าสนใจอย่างละเอียด ซึ่งบนแพลทฟอร์มมีฟีเจอร์ในการช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลากับ 6 ฟีเจอร์ล่าสุดที่จะช่วยแก้ไข pain point ได้อย่างตรงจุด อาทิ –Trending Search เครื่องมือที่ช่วยในการค้นหาได้อย่างอัจฉริยะตามเทรนด์ตลาด เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความรวดเร็วในการค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะลูกค้ามือใหม่ ที่ไม่แน่ใจว่าจะค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดใด สามารถคลิกได้เลยโดยไม่ต้องพิมพ์ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่ตรงตามแต่ละความต้องการ – BKK 7 Zones เครื่องมือที่จะช่วย scope ข้อมูลให้แคบลง ด้วยการแนะนำโครงการใน 7 โซนศักยภาพใจกลางเมือง พร้อมวิเคราะห์เทรนด์ ราคาเฉลี่ย และไลฟ์สไตล์ลูกค้าเป้าหมายในแต่ละโซน – GURU Review แนะนำเทรนด์การลงทุนที่น่าสนใจแบบ 360 องศาโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านการลงทุนจากหลากสาขา อาทิ Rabbit Finance และ DDproperty – Innovative Map ยกระดับมุมมองในการค้นหาอสังหาฯ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอรูปแบบใหม่ แผนที่ที่แสดงที่ตั้งของโครงการ พร้อมสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ และราคาขาย เช่า เริ่มต้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อ ที่สร้างความแม่นยำ – Forecast Rate การวิเคราะห์แนวโน้มราคาตลาดที่แม่นยำด้วยการอ้างอิงข้อมูลจากบิ๊กดาต้าที่รวบรวมข้อมูลการซื้อขายจากราคาที่ปิดการขายได้จริงในตลาดผ่าน BC Research Intelligence – Mortgage Calculator อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ด้วยการคำนวน และเปรียบเทียบการให้สินเชื่อของธนาคาร พร้อมมูลค่าการผ่อนจ่าย เพื่อเฟ้นหาโครงการบนทำเลที่คุ้มค่า และสอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนจ่าย   ดิจิทัลแพลตฟอร์ม สร้างการเติบโต 20% ต่อเนื่อง   ในปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริษัทเริ่มเปิดให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งคาดหวังว่าจะมีส่วนให้บริษัทสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20% แม้ว่าในภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมจะได้รับผลกระทบจามาตรการ LTV  ส่งผลให้การเปิดโครงการใหม่ลดน้อยลง กลุ่มนักลงทุนซื้อคอนโดฯ ลดลงไป แต่สำหรับบริษัทยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย  ซึ่งช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้แล้ว ​9,000 ล้านบาท จึงเชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้จะทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย  15,000 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีที่ผ่านมมียอดขาย 12,000 ล้านบาท   “ย้อนหลังไปประมาณ 5 ปีบริษัทเติบโตเฉลี่ย 25% แม้ว่าจะไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นเพราะได้มีการนำเอาคอนโดฯ ไปขายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเมื่อเริ่มใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลตั้งแต่ปีนี้ น่าจะทำให้บริษัทเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ต่อเนื่องด้วย”   สำหรับทิศทางเติบโตในปีหน้า บริษัทคาดว่าจะมียอดขายเติบโต 20% ต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้ทำบันทึกข้อตกลงกับดีเวลลอปเปอร์ที่ไม่ใช่เครือเอพี ไทยแลนด์​ เพื่อจะขายโครงการคอนโดฯ ใหม่ในปีหน้าแล้วอย่างน้อย 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงเปิดตัวโครงการ บริษัทจะได้รับโควตาเพื่อนำห้องชุดมาขายประมาณ 5-10%
สรุปข่าวอสังหาฯ วันที่ 21-29 กันยายน 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ วันที่ 21-29 กันยายน 2562

ไตรมาสที่ 4 กำลังมาถึงแล้ว นี่คือโค้งสุดท้ายที่บรรดาดีเวลลอปเปอร์จะทำตลาด เรียกยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี  ไม่รู้ว่างานนี้จะทำได้กันหรือไม่ คงต้องรอลุ้น และคงต้องลุ้นกันอีกต่อว่า รัฐบาลจะมีมาตรการอะไรมากระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปลายปีนี้อีกหรือเปล่า   แต่เชื่อว่าไม่ว่าจะมีมาตรการอะไรหรือไม่ ผู้ประกอบการก็คงต้องช่วยเหลือตัวเองกันอย่างเต็มที่  ส่วนรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในแวดวงธุรกิจอสังหาฯ  ไปสำรวจกันได้เลย   เสนาเดินหน้าแคมเปญ MADE FROM HER     เพราะมีความเป็น “ผู้หญิง” และต้องบริหารงาน ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ที่โดยปกติแล้วน่าจะเป็นผู้ชาย ในการดูแล ทำให้  ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งร่วมอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วย คอร์ปอเรตแคมเปญ “MADE FROM HER” จึงถูกนำมาใช้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพราะด้วยความเป็นผู้หญิง ก็ต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงได้ดี ที่สำคัญการตัดสินใจส่วนใหญ่ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ผู้หญิงก็มักจะมีบทบาทสำคัญมากกว่าผู้ชายด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคู่รัก     ในปี 2562  ทางเสนาจึงสานต่อแคมเปญ MADE FROM HER ที่มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “The Real Developer”  พร้อมกับดีลสุดพิเศษแห่งปีในงาน “MADE FROM HER DAY พาเธอมาเจอดีลดี” จองเพียง 999 บาท กู้เต็ม ฟรีโอน พร้อมรับ Samsung Galaxy Note 10 กับกว่า 20 โครงการพร้อมอยู่ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน - 20 ตุลาคมนี้ สำนักงานโครงการด้วย   สิงห์ เอสเตท ได้เวลาเก็บเกี่ยวรายได้     หลังบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันบริษัทก็เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง จนปีนี้ถือเป็นปีที่เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้ จากธุรกิจต่างๆ พร้อมกับการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นปีที่ดีของสิงห์ เอสเตท ซึ่งปีหน้ายังคงวางเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ 20,000 ล้านบาท   นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวรายได้ของ สิงห์ เอสเตท ทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีการเติบโตและขยายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจโรงแรมซึ่งมีรายได้ประจำจากการลงทุนในกิจการโรงแรม โดยการเข้าซื้อโรงแรม Outrigger 6 โรงแรมใน 4 ประเทศ และการเปิดตัว CROSSROADS นับเป็นโครงการลงทุนต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงของรายได้ โดยเฉพาะโครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ได้รับการตอบรับจากผู้เช่าเกินความคาดหมายด้วยอัตราการเช่าพื้นที่กว่า 92%   บริษัทจึงมีแผนการพัฒนาโครงการมิกส์ยูสโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อ “เอส โอเอสซิส” บนถนนวิภาวดี-รังสิต มูลค่า 3,695 ล้านบาท  ความสูง 36 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่า (NLA) ประมาณ 53,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงาน และ พื้นที่ค้าปลีกบางส่วน ซึ่งจะใช้เวลาในการพัฒนาโครงการประมาณ 3 ปี โดยได้เริ่มการก่อสร้างในปีนี้ สำหรับแผนงานระยะยาวบริษัท คาดการณ์งบลงทุนในการขยายธุรกิจคอมเมอร์เชียลไว้ประมาณ 15,000 ล้านบาทสำหรับ 4 ปี (ระหว่างปี 2562-2566) ส่วนกลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย มียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) ของคอนโดมิเนียมมูลค่า 4,400 ล้านบาท จากโครงการ The ESSE Asoke และ The ESSE at SINGHA COMPLEX  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)   รถไฟฟ้าปัจจัยบวกกระตุ้นตลาดอสังหาฯ       ต้องยอมรับว่า การพัฒนาระบบคมนาคม โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ทำให้ตลาดอสังหาฯ ขยายตัวไปตลอดสองข้างทางรถไฟฟ้า ซึ่งบริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด  ได้เปิดบทวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ ไทย ว่า รถไฟฟ้าเปิดใช้หลายสถานี ส่งผลให้ที่ดินในย่านนั้นๆ มี Value และเกิดธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แม้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้  ยังอยู่ในภาวะทรงตัว  มาตรการ LTV ยังคงออกฤทธิ์ ส่งผลผู้ประกอบการเร่งปรับตัวครึ่งปีหลัง หลายค่ายปรับชะลอการเปิดตัวโครงการ และหันมาสนใจโครงการแนวราบมากยิ่งขึ้น    นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด   เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอสังหาฯ ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาคาดว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ตลาดยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว  จากผลการวิจัยตลาดคอนโดฯ  ในกรุงเทพฯ  พบว่าในไตรมาสที่ 3 มีโครงการคอนโดฯ  เปิดใหม่ประมาณ 10,500 หน่วย และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีจะมีโครงการใหม่เปิดตัวอีกไม่เกิน 10,000 หน่วย   โดยพบว่ามีหลายโครงการที่เตรียมความพร้อมจะเปิดตัว แต่ยังชะลอดูว่าภาพรวมตลาดจะดีขึ้นหรือไม่ ในกรณีที่ภาพรวมตลาดยังดูทรง ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะขยับแผนการเปิดไปเป็นปีหน้าแทน ส่งผลให้ยูนิตใหม่ทั้งปีมีไม่เกิน 45,000 ยูนิต ตั้งแต่ต้นปีที่บริษัทอสังหาฯ ริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์บอกว่า จะเปิดตัวโครงการอีก 290 โครงการ ทั้งคอนโดฯ และแนวราบ แต่ในความเป็นจริงพบว่า ขณะนี้การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง 30% แล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)   ศุภาลัย ปักหมุดโปรเจ็กต์ใหม่ทำเลท่าพระ-วงเวียนใหญ่     แม้ว่าตลาดคอนโดฯ ปีนี้จะชะลอตัว มีผู้ประกอบการบางราย เลื่อนการเปิดตัวโครงการไปในปีหน้าแทน  แต่จากปัจจัยการเปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ในย่านฝั่งธน ก็กลายเป็นปัจจัยบวก ทำให้ผู้ประกอบการเดินหน้าเปิดตัว และพัฒนาโครงการคอนโดฯ​ ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ในทำเลที่มีศักยภพา อย่างเช่นทำเลย่านท่าพระ  ซึ่งบริษัท​ ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เลือกจะเปิดตัวโครงการใหม่ “ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ - วงเวียนใหญ่”    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ย่านฝั่งธนบุรี ยังถือว่าเป็นตลาดที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง - หลักสอง ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบครบทุกสถานี  ทำให้การเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจได้อย่างสะดวกสบาย    (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)   ศูนย์ข้อมูลฯ เปิดเว็บรวมอสังหาฯ มือสอง     ตลาดบ้านมือสอง ถือว่าเป็นตลาดอสังหาฯ ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย และประชาชนคนไทย ที่จะได้มีที่อยู่อาศัยในราคาที่ถูกลง เพราะปัจจุบันราคาอสังหาฯ ใหม่นับวันมีแต่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากที่ดินหายากแถมมีราคาแพง แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใด มาจัดเก็บข้อมูลของตลาดบ้านมือสองไว้ที่เดียวกัน โดยเฉพาะ  ทำให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อมูลอสังหาฯ ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการเป็นตัวกลางรวบรวมข้อมูลบ้านมือสอง จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่างๆ มาไว้ด้วยกัน ซึ่งได้เปิดเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง ให้ประชาชนได้ค้นหาบ้านมือสองจากหลายสถาบันการเงินภายในเว็บไซด์เดียว  โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 เป็นต้นไป   ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการ  ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับมอบหมายจากธอส. ให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาฯ มือสอง เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปที่ต้องการที่อยู่อาศัยมือสอง และเพื่อเป็นสื่อกลางให้กับสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการอสังหาฯ  และประชาชนทั่วไป  ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดสภาพคล่องของตลาดอสังหาฯ แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนสินเชื่อ Reverse Mortgage ตามนโยบายภาครัฐ ในการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ และส่งผลต่อความต้องการอสังหาฯ ใหม่อีกด้วย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)   ชนินทร์ ลิฟวิ่ง เดินหน้าขยายธุรกิจรีเทล     แม้ในภาพรวมตลาดอสังหาฯ  ปีนีอาจจะไม่เติบโตหวือหวา แต่สภาพตลาดยังถือว่าไปได้ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างตลาดเฟอร์นิเจอร์ ยังคงเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน ผู้ประกอบการแต่ละรายก็เดินหน้าทำตลาดสร้างการเติบโตให้กับบริษัทของตนเอง อย่างบริษัท ชนินทร์ ลิฟวิ่ง จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรี่จากต่างประเทศ มานาน 25 ปี ก็วางแผนขยายธุรกิจ ด้วยการขยายพื้นที่รีเทล โดยเตรียมเปิดโชว์รูมขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตรถึง 2 แห่ง ได้แก่ CHANINTR HOME (ชนินทร์ โฮม) ในซอยทองหล่อ นำเสนอเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษ รวมถึงเป็นที่ตั้งของโชว์รูม Waterworks (วอเตอร์เวิร์คส์) แบรนด์สุขภัณฑ์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แห่งแรกในเอเชีย และ CHANINTR CAFE (ชนินทร์ คาเฟ่) สาขาแรก   นายชนินทร์ สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชนินทร์ ลิฟวิ่ง จำกัด  กล่าวว่า บริษัทยังเปิดโชว์รูม CHANINTR OFFICE (ชนินทร์ ออฟฟิศ) ตั้งอยู่ที่โครงการ Warehouse 26 ในซอยสุขุมวิท 26 นำเสนอไอเดียและเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน จากแบรนชั้นนำต่างๆ อาทิ Herman Miller, Emeco, Ethnicraft และ Walter Knoll ซึ่งจะมีคอฟฟี่บาร์แห่งแรกของชนินทร์อยู่ด้วย นอกจากนี้บริษัทฯขยายพอร์ตแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งต่อยอดธุรกิจด้านการบริการให้ครอบคลุม มากยิ่งขึ้น บริษัทเชื่อว่าโปรเจคใหม่ๆเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของบริษัททั้งในด้าน ผลประกอบการและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Living Well” หรือปรัชญาที่มุ่งเน้น “การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์” ให้แก่ลูกค้า โดยการให้ความสำคัญกับชิ้นงานคุณภาพและการให้บริการอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ และเป็นความโดดเด่นของชนินทร์ ที่ต่างจากคู่แข่งในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง   เอสเทลล่าฯ​จับมือแอสโฟร์ ลุยตลาดโคมไฟ คริสตัล     นอกจากผู้ประกอบธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จะขยายตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว  ธุรกิจโคมไฟก็ยังคงขยายตลาดเช่นกัน โดย เอสเทลล่า เพรสทิจ   จับมือ แอสโฟร์ จากอียิปต์ นำเข้าโคมไฟคริสตัล บุกตลาดไทย โดยเตรียมงบ 10 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านสาขาแรก ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสวิลล์ ภายใต้ชื่อแบรนด์แอสโฟร์   นายมานพ เหลืองกังวานกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเทลล่า เพรสทิจ จำกัด เปิดเผยว่า  ตลาดโคมไฟ คริสตัล ในประเทศไทย เป็นตลาดค่อนข้างเล็ก แต่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มมากขึ้นเพราะกลุ่มลูกค้าหลัก  เป็นกลุ่มที่มีบ้านใหม่ระดับราคา 30-50 ล้านบาท สัดส่วนมากถึง 80%  และอีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งมียอดขายปีละ 100 ล้านบาท  ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเติบโตขึ้นอีก 20-30% แม้จะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจบ้างก็ตาม แต่กลุ่มลูกค้าระดับบนยังมีกำลังซื้อ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)  
ศูนย์ข้อมูลฯ ธอส. เปิดเว็บ “ตลาดนัดบ้านมือ 2” ซื้อ-ขายง่ายแค่ปลายนิ้ว

ศูนย์ข้อมูลฯ ธอส. เปิดเว็บ “ตลาดนัดบ้านมือ 2” ซื้อ-ขายง่ายแค่ปลายนิ้ว

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ก่อตั้งมาถึงปัจจุบันมีอายุ 15 ปีแล้ว วัตถุประสงค์สำคัญของการถือกำเนิดของศูนย์ข้อมูล คือ  การทำหน้าที่รวบรวบข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในงานต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญภาวะวิกฤติฟองสบู่อสังหาฯ จนทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดกิจการ บริษัทหลายแห่งต้องล้มละลาย เกิดหนี้เสียมหาศาล เพราะขาดข้อมูลที่มาช่วยในการวิเคราะห์สถานการณ์  และคาดการณ์ปัญหาในอนาคตจะเกิดขึ้น   ที่ผ่านมาศูนย์ข้อมูลฯ​ ได้จัดเก็บข้อมูลของบ้านมือหนึ่งเป็นหลัก แต่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยศูนย์ข้อมูลฯ ต้องการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของอสังหาฯ มือสอง โดยเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลอสังหาฯ​ มือสอง และอสังหาฯ รอการขาย (NPA) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง ให้อยู่ในระบบฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยถูกจัดเก็บภายใต้แพลตฟอร์มดิจิทัล   แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใด  รวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้อย่างครบถ้วน ศูนย์ข้อมูลฯ จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะทำหน้าที่ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลอสังหาฯ อยู่แล้ว ประโยชน์ที่ได้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ขายทรัพย์ NPA ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งแล้ว ยังสามารถใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ ในภาพรวมได้อีกด้วย รวมถึงใช้ในการวางแผนการลงทุน และการพัฒนาที่อยู่อาศัยของภาครัฐและเอกชนได้ ส่งผลต่อการพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจและส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต   หลังจากมติคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2561 ให้โครงการดังกล่าวใช้เงินของกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อการพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ ในจำนวน 31.1 ล้านบาท  ศูนย์ข้อมูลฯ​ ก็ได้ดำเนินงานพัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาฯ มือสอง  จนถึงปัจจุบันก็พร้อมแล้วที่จะเปิดให้บริการฐานข้อมูลดังกล่าว     โดยตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 เป็นต้นไป ศูนย์ข้อมูลฯ จะเปิดให้บริการเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง www.taladnudbaan.com ซึ่งรวบรวมอสังหาฯ มือสองจำนวนกว่า  30,000 รายการ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 12 แห่งมาไว้ด้วยกัน อาทิ กรมบังคับคดี ธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด     ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลฯ  ได้รับมอบหมายจากธอส. ให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลอสังหาฯ มือสอง เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไป ที่ต้องการที่อยู่อาศัยมือสอง และเป็นสื่อกลางให้กับสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และประชาชนทั่วไปสามารถแสดงอสังหาฯ ที่ต้องการขายได้   โดยนอกจากจะทำให้เกิดสภาพคล่องของตลาดอสังหาฯ มือสองแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนสินเชื่อ Reverse Mortgage ตามนโยบายภาครัฐ ในการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ และส่งผลต่อความต้องการอสังหาฯ ใหม่อีกด้วย “เว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง จุดเด่น คือ เอาทรัพย์ NPA ของแบงก์เฉพาะกิจมารวมไว้ด้วยกัน เบื้องต้นน่าจะมีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท  อนาคตจะเจรจากับแบงก์พาณิชย์ เพื่อเอาทรัพย์ NPA เข้ามาไว้ด้วย และต่อไปแบงก์เฉพาะกิจอาจไม่ต้องทำเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อขายทรัพย์​ NPA” ความสำคัญของตลาดบ้านมือสอง ยังมีส่วนทำให้คนไทยเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัย เพราะราคาถูกกว่าบ้านมือหนึ่ง ทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถมีโอกาสมีบ้านได้ ปัจจุบันบ้านมือสองยังมีสัดส่วนมากถึง  30-40% ของจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่นำข้อมูลของตลาดบ้านมือสอง มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาด ในบางทำเลบ้านมือสองก็จะเป็นคู่แข่งของบ้านมือหนึ่งได้เช่นกัน เพราะมีราคาถูกกว่า 30-40%     ฟังก์ชั่นเด่นของเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง   ค้นหาทรัพย์โดยละเอียดตามเงื่อนไข ตะกร้าเก็บทรัพย์ที่สนใจสมาชิกประเภทผู้ซื้อสามารถจัดเก็บรายการทรัพย์โปรดที่สนใจไว้ใน “บัญชีของฉัน”ได้ และสามารถบันทึกทรัพย์สูงสุดได้ 10 รายการ โดยระบบจะแสดงรายการจัดเก็บทรัพย์โปรดที่สมาชิกประเภทผู้ซื้อเลือกเก็บไว้ เปรียบเทียบผู้ใช้งานเว็บไซต์ทั่วไปสามารถเปรียบเทียบทรัพย์ที่ต้องการได้ สามารถเลือกทรัพย์สูงสุดได้ 2-5 รายการ เครื่องมือช่วยในการตัดสินใจผู้ใช้งานเว็บไซต์ทั่วไปสามารถเปรียบเทียบรายการทรัพย์ที่เลือกไว้ด้วยระบบการให้คะแนนเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ สามารถเลือกเปรียบเทียบทรัพย์ด้วยระบบสูงสุดได้ 2-5 รายการ บันทึกการค้นหาสมาชิกประเภทผู้ซื้อสามารถบันทึกการค้นหา โดยระบบจะคอยแจ้งเตือนทางอีเมล เมื่อมีทรัพย์ใหม่ที่ตรงกับเงื่อนไขที่บันทึกการค้นหาไว้ของคุณเข้ามา สามารถบันทึกค้นหาสูงสุด 5 การค้นหา บันทึกการค้นหาระบบจับคู่ทรัพย์ระบบจะแสดงรายการที่สมาชิกประเภทผู้ซื้อบันทึกการค้นหาไว้ระบบจะคอยแจ้งเตือนทางอีเมล เมื่อมีทรัพย์ใหม่ที่ตรงกับเงื่อนไขที่บันทึกการค้นหาไว้ของคุณเข้ามา โดยบันทึกค้นหาสูงสุด 5 การค้นหาสามารถแก้ไขและลบรายการที่บันทึกไว้ได้ แจ้งความสนใจทรัพย์สมาชิกประเภทผู้ซื้อสามารถแจ้งความสนใจทรัพย์ไปยังธนาคารเจ้าของทรัพย์ สามารถแจ้งสนใจทรัพย์สูงสุด 5 ทรัพย์ แจ้งความสนใจทรัพย์ระบบจะแสดงรายการทรัพย์ที่สมาชิกประเภทผู้ซื้อแจ้งความสนใจไว้แจ้งสนใจทรัพย์สูงสุด 5 ทรัพย์สามารถแก้ไขและลบรายการที่บันทึกไว้ได้ การปรับปรุงรายการทรัพย์เจ้าของทรัพย์รายการนี้สามารถยืนยันการเป็นเจ้าของทรัพย์ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุงรายการข้อมูลทรัพย์ได้ แผนที่ทรัพย์แต่ละรายการสามารถแสดงแผนที่และดูสถานที่ใกล้เคียงได้ คำนวณค่าผ่อนบ้านทรัพย์แต่ละรายการสามารถ คำนวณค่าผ่อนบ้านได้ สนใจสินเชื่อทรัพย์แต่ละรายการแสดงทางเลือกเพื่อขอสินเชื่อบ้านได้ และสามารถติดต่อผู้ให้บริการสินเชื่อได้เพื่อขอคำแนะนำได้  
สรุปข่าวรอบสัปดาห์ วันที่ 14-22 กันยายน 2562

สรุปข่าวรอบสัปดาห์ วันที่ 14-22 กันยายน 2562

เหลือเวลาไม่อีกกี่วันเดือนกันยายนก็จะผ่านพ้นไป และเป็นการก้าวเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วมาก ฤดูกาลสุดท้ายในการทำธุรกิจและเร่งยอดขาย คงเหลือเวลาอีกแค่ 3 เดือน เพื่อพิชิตเป้าหมายให้ได้ตามที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี บรรยากาศธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็น่าจะคึกคักมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ช่วงรอบสัปดาห์ของวันที่ 14-22 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา กิจกรรมของดีเวลลอปเปอร์ก็มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ติดตามกันได้... พฤกษา เปิดคอนโดใหม่ ไลฟ์สไตล์สุขุมวิท The Privacy S101   “พฤกษา” ถือเป็นเจ้าตลาดบ้านและคอนโดมิเนียม ที่เปิดตัวโครงการใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ The Privacy S101 (เดอะไพรเวซี่ สุขุมวิท 101) มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท  เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 2 อาคารที่เชื่อมต่อถึงกัน บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ จำนวน 394 ยูนิต  เป็นแบบตกแต่งครบ (Fully Furnished) มีให้เลือก 3 รูปแบบคือ แบบ 1 Bedroom ขนาด 26-29 ตารางเมตร แบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตารางเมตร และ Combined Unit ขนาด 55 ตารางเมตร   นายปิยะ ประยงค์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท - แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวพัฒนา ภายใต้แนวคิด “Live SUKhumvit Moment” ซึ่งมาจากที่ตั้งโครงการ ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 101 เพียง 450 เมตรถึงรถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถี เชื่อมต่อ Skywalk ถึง ทรูดิจิทัลพาร์ค โครงการเป็นห้องชุดตกแต่งครบราคาเริ่มต้นเพียง 2.49 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทต่อตารางเมตร   ดีแลนด์ฯ จับมือ “วราภรณ์ ซาลาเปา-ชาตรามือ” เปิดไดร์ฟทรูแห่งแรก   หลังจากบริษัท ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้เปิดตัวคอมมูนิตี้มอลภายใต้แบรนด์ “พอร์โต้ โก” (Porto Go) ไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว กับทำเลบางปะอิน ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชีย กิโลเมตรที่ 4 ฝั่งขาออกจากกรุงเทพฯ ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในชื่อ “พอร์โต้ โก บางปะอิน” และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงเดินพัฒนาโครงการที่ 2   นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบประมาณ 400 ล้านบาท พัฒนาโครงการ “พอร์โต้ โก ท่าจีน” บนพื้นที่  23 ไร่  ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนถึงวัดเกตุมวดีศรีวราราม  เจาะกลุ่มนักเดินทางบนถนนพระราม 2 ซึ่งมีปริมาณการจราจร เฉลี่ยสูงถึงวันละ 120,000 คัน เพื่อสร้างประสบการณ์และความสะดวกสบาย  ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำติดแอร์พร้อมระบบสุขภัณฑ์แบบไร้การสัมผัส สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้า ร้านอาหารมากถึง 30 ร้าน บริการชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ และที่จอดรถมากกว่า 200 คัน พร้อมที่จอดรถทัวร์  คาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการได้เต็ม รูปแบบภายในต้นปี 2563   บริษัทยังได้ดึงพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะขยายธุรกิจในรูปแบบไดร์ฟทรูและรูปแบบใหม่ๆ ที่จะ เกิดขึ้นในอนาคตเข้าร่วม ซึ่งปัจจุบันโครงการ “พอร์โต้ โก ท่าจีน” มีพันธมิตร ทั้ง Starbucks และ KFC เปิดให้ บริการไดร์ฟทรู จนถึง 4 ทุ่มทุกวันแล้ว อีกทั้ง วราภรณ์ ซาลาเปา และ ชาตรามือ สองแบรนด์ดังสัญชาติไทย ได้เตรียมเปิดไดร์ฟทรูเป็นสาขาแรกในประเทศไทยในวันที่ 27 กันยายน และ 10 ตุลาคมนี้ ในส่วนสถานีบริการน้ำมัน ได้จับมือกับบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ในการเปิดสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ซึ่งจะเป็นสาขาที่ 3 บนถนนพระราม 2 เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้ (อ่านข่าวเพิ่มเติม) ฮาบิแทท กรุ๊ป ชู 4 จุดแข็ง ไลฟ์สไตล์อินเวสเม้นท์ ธุรกิจอสังหาฯ แม้ว่าตลาดโดยรวมจะชะลอตัว โดยเฉพาะมาตรการ LTV ที่ออกมา ส่งผลกระทบให้กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าบางส่วนหายไป  แต่สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่ยังมีกำลังซื้อก็ยังคงมีอยู่ในตลาด ถ้าสินค้าใช่ ทำกำไรตอบโจทย์พวกเขาได้ กลุ่มฮาบิแทท จึงยังคงเดินหน้าจับตลาดกลุ่มนักลงทุนที่มองหาโอกาสทางการตลาดและผลตอบแทนจากธุรกิจอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง   นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอสังหาฯ เพื่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ หรือ “ไลฟ์สไตล์ อินเวสเม้นท์” (Lifestyle Investment) ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัท มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเป็นผู้นำทางการตลาด และวันนี้พร้อมก้าวไปอีกขั้นด้วยการประกาศวิสัยทัศน์เพื่อก้าวสู่ “THE CREATOR OF LIFESTYLE INVESTMENT” ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดอสังหาฯเพื่อการลงทุน ที่ไม่ใช่แค่พัฒนาโปรดักส์และการให้บริการเท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบความคุ้มค่าในการลงทุน ภายใต้แนวคิด Invest Remarkably, Live Extraordinary   ทั้งนี้ ฮาบิแทท กรุ๊ป มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่ “THE CREATOR of LIFESTYLE INVESTMENT” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในรูปแบบไลฟ์สไตล์ อินเวสเม้นท์ ผ่านจุดเด่นที่แตกต่าง 4 ด้านสู่ความสำเร็จ ได้แก่ 1.UNBREAKABLE CHALLENGER ทีมงานที่มีความมุ่งมั่น และไม่หยุดแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้า มองไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการลงทุนที่คุ้มค่าในอนาคต 2.REALISTIC OPTIMIST เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ด้วยการยึดถือความเป็นจริงเป็นหลัก และสร้างโอกาสความเป็นไปได้อยู่เสมอ โดยไม่หวั่นไหวกับปัญาหาและอุปสรรคใดๆ 3.SERVICE INNOVATOR มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมบริการ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ล้ำหน้าอยู่เสมอ 4.ZENITH OF VISIONARIES มุ่งศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ถึงพฤิตกรรมของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด สอดรับกับการขยายตัวของตลาดโลก   เอสบี ปรับลุคสาขา CDC ใหม่ เป็น Flagship Store ครบวงจร ไม่เพียงแต่ธุรกิจอสังหาฯ  ต้องปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เพราะคู่แข่งในตลาดเยอะมาก แถมการแข่งขันก็สูงจากสงครามราคา แต่ละแบรนด์จึงต้องสร้างความแตกต่าง และเพิ่มความหลากหลายในสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกกับลูกค้ามากที่สุด   นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท ขยายพื้นที่ เอสบี ดีไซน์สแควร์ สาขา คริสตัล ดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) เพิ่มจาก 10,000 ตาราเมตร เป็น 15,000 ตารางเมตร พร้อมปรับโฉมใหม่ให้เป็น Flagship Store  ครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The New Era of Luxe Design Home Decorations” เนื่องจากเป็นสาขาที่เปิดให้บริการมานานนับ 10 ปี  ซึ่งมีสินค้าตกแต่งบ้านใหม่ๆ แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายมาเพิ่มมากขึ้น  แต่พื้นที่มีจำกัดจึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่รองรับ นอกจากการขยายพื้นที่ให้บริการแล้ว  ยังมีการเปิดตัว Zelection Built-in ซึ่งเป็นแบรนด์ของกลุ่มสินค้าบิลท์อิน และได้เปิดตัว SB Designer Club Workspace ซึ่งจะเป็น Hub แห่งแรกของเหล่าอินทีเรียดีไซเนอร์เฉพาะที่เป็นสมาชิก “SB Designer Club” เท่านั้น โดยการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Meeting Rooms, Smart TV, Free WIFI, Pointer, Bluetooth Speaker, F&B Special Pack (อ่านข่าวเพิ่มเติม) “ออริจิ้น” ร่วมทุน “กลุ่มดุสิตธานี” ปั้นคอนโดไฮเอนด์ การทำธุรกิจในยุคนี้ บางครั้งก็ต้องมีเพื่อนทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน แบบว่าใช้จุดเด่นของแต่ละบริษัทมาทำให้เกิดความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ดีกว่าจะมาแข่งขันกันเอง ลุ่ดกลุ่มออริจิ้นจึงจับมือกับกลุ่มดุสิตธานี พัฒนาโครงการร่วมกัน   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ได้จับมือกับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC ร่วมกันครั้งแรกในสัดส่วน 51% ต่อ 49% เพื่อพัฒนาโครงการร่วมทุน (Joint Venture Project) ภายใต้ชื่อ “เดอะ แฮมป์ตัน ศรีราชา บาย ออริจิ้น แอนด์ ดุสิต” (The Hampton Sriracha by Origin and Dusit) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ 26 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นยูนิตพักอาศัย 468 ยูนิต และยูนิตเพื่อการพาณิชย์ 3 ยูนิต บริเวณตรงข้ามตึกคอม ใจกลาง ศรีราชา มูลค่าโครงการประมาณ 1,400 ล้านบาท   เนื่องจากมองว่าพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีศักยภาพการเติบโต เนื่องจากมีทั้งเมกะโปรเจ็คท์และเม็ดเงินลงทุนสะพัดมหาศาล มีนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก รวมถึงมีการคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน  ประกอบกับอำเภอศรีราชา ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพที่สุดอีกแห่งหนึ่งใน EEC เนื่องจากมีทั้งนิคมอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และนิคมอุตสาหกรรมที่กำลังจะพัฒนาขึ้นใหม่อีกจำนวนมาก อยู่ใกล้แหล่งโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่กำลังจะพัฒนาขึ้นอย่างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมถึงยังเป็นที่ตั้งของโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็คท์และแลนด์มาร์คใหม่ของบริษัทด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพในไทยและภูมิภาคบนพื้นที่กว่า 700 ไร่   เอพี ไทยแลนด์ จับมือพันธมิตร ผนึกม.สแตนด์ฟอร์ด เปิดทำวิจัยระดับโลก การทำธุรกิจหัวใจหลักของความสำเร็จ คือ “คน” เพราะ คือ ผู้ที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ไปในทิศทางที่วางเอาไว้  การพัฒนาบุคลากรจึงเป็นความสำคัญอันดับแรกๆ ขององค์กร  เอพี ไทยแลนด์ จึงได้ร่วมกับเอไอเอส และธนากคารกสิกรไทย จับมือร่วมกันพร้อมด้วยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เปิด The Stanford Thailand Research Consortium การทำวิจัยระดับโลก ภายใต้การดูแลของ SEAC   ครั้งแรกของโลก ที่รวมศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด 20 คน จากกว่า 9 สาขาวิชาเพื่อดำเนินการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเจาะลึกเต็มรูปแบบ ครอบคลุม 4 มิติองค์ความรู้เพื่ออนาคต ได้แก่ 1. ยกระดับความสามารถคนไทยให้เท่าทันโลก 2. นำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจไทย  3. เสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยให้สูงขึ้น  อย่างยั่งยืน และ 4. ส่งเสริมการพัฒนาสังคมเมืองที่คิดถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนดำเนินการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยผ่านหลากหลายโครงการวิจัยและพัฒนาในระยะเวลา 5 ปี  ภายใต้การดูแลและสนับสนุนจาก เอสอีเอซี (SEAC) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน   นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การก่อตั้ง “The Stanford Thailand Research Consortium” ซึ่งเป็นการทำวิจัยระดับโลกครั้งแรกของไทย ในการนำความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทรัพยากรต่างๆ ที่มีมาช่วยพัฒนาศักยภาพประเทศไทยของเราในหลากหลายมิติ  ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นมากมาย ‘คุณภาพของคน’ คือ ประเด็นสำคัญที่โลกธุรกิจกำลังเผชิญอยู่ ดังนั้น ประเด็นเรื่อง การยกระดับความสามารถของคนไทยให้เท่าทันโลกนี้เองจะเป็นหัวข้อหนึ่งในงานวิจัยที่ทาง The Stanford Thailand Research Consortium จะหยิบขึ้นมาทำการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเจาะลึกอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน   เครือบีทีเอสกรุ๊ป ทุ่มงบ 5 พันล้าน เปิดตัวโรงเรียนนานาชาติ กลุ่มบีทีเอส เองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของการศึกษา เพราะเห็นไปในทิศทางเดียวกับหลายองค์กรว่า การจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ “คน” ที่มีคุณภาพคือปัจจัยความสำเร็จนั้น  จึงได้จับมือ พันธมิตร บริษัท ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ ลิมิเต็ด จากฮ่องกง ประกาศร่วมลงทุน  5,000 ล้านบาท  เพื่อก่อตั้ง “โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ”   นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ในเครือของบริษัท  ได้จับมือกับบริษัท ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ ลิมิเต็ด จากฮ่องกง ประกาศร่วมลงทุน 5,000 ล้านบาทเพื่อก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 168 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่นๆ ในเขตกรุงเทพฯ  ติดกับโครงการธนาซิตี้ ย่านบางนา สามารถรองรับจำนวนนักเรียนได้ถึง 1,800 คน ตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงเกรด 12 และจะเริ่มเปิดสอนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไป   “การลงทุนในครั้งนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ ยู ซิตี้ ที่จะพัฒนาที่ดินในบริเวณใกล้กับโครงการธนาซิตี้ให้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าอย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซมีพื้นที่รวมทั้งหมด 168 ไร่ หรือ 66 เอเคอร์ จึงถือเป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพฯ ตลอดจนมีพื้นที่สีเขียวรวมมากถึงประมาณ 60% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้นักเรียนได้รับทั้งความผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และช่วยส่งเสริมสติปัญญาและแรงบันดาลใจด้านศิลปะ”   การร่วมลงทุนของบริษัท ฟอร์จูน แฮนด์ เวนเจอร์ จำกัด ในโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ ถือเป็นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดในภาคการศึกษาระบบโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาทั้งในด้านการก่อสร้างอาคารเรียนและสถานที่ ตลอดจนการคิดค้นรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์และมีประสิทธิภาพ   ​   “บริทาเนีย” เปิด 5 โครงการใหม่ เพราะตลาดคอนโดฯ ปีนี้ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV ทำให้หลายดีเวลลอปเปอร์ เบนเข็มพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น  ค่ายออริจิ้นก็มาในทิศทางเดียวกัน เพิ่มสัดส่วนพอร์ตบ้านแนวราบมากกว่าที่ผ่านมา โดยล่าสุด บริษัทลูกอย่างบริษัท บริทาเนีย จำกัด ก็เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ถึง 5 โครงการ   นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด ในเครือ บริษัท  ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า หลังจากโครงการบริทาเนีย ศรีนครินทร์ โครงการแรกของบริษัทที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2560 สามารถปิดการขายได้ในเวลาเพียง 1 ปีเศษ และ 2 โครงการที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2561 คือบริทาเนีย บางนา กม.12 และบริทาเนีย เมกะทาวน์ บางนา ได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทจึงเตรียมเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรใหม่เพิ่มอีก 5 โครงการ  ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม เมื่อรวมกับโครงการบริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์ ที่เปิดตัวไปแล้วในช่วงไตรมาส 1/2562 จะทำให้มีการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องมูลค่าโครงการรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท   แผนการพัฒนาโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด จำนวน รวม 485 ยูนิต 2.บริทาเนีย บางนา กม.42 ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม จำนวนรวม 492 ยูนิต 3.บริทาเนีย คูคต สเตชั่น เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด จำนวน 138 ยูนิต 4.บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 278 ยูนิต และ 5.บริทาเนีย สายไหม เป็นโครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม จำนวน 294 ยูนิต โดยจะเริ่มทยอยเปิดพรีเซลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/2562 (อ่านข่าวเพิ่มเติม) โกลเด้นแลนด์ เปิดบริการ “สามย่านมิตรทาวน์” ปิดท้ายของสัปดาห์ กับการเปิดให้บริการโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสแรก บนถนนพระราม 4 กับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับที่ดี จากทั้งชาวสามย่าน จุฬาฯ และผู้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เพราะที่นี่มีโซนเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงด้วย     นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทใช้งบประมาณกว่า 9,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมผสานหรือมิกซ์ยูส ภายใต้ชื่อ “สามย่านมิตรทาวน์” ขณะนี้พร้อมแล้วในการเปิดให้บริการแก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย การทำงาน การพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนการช้อปปิ้ง ให้ครบวงจรในที่เดียว สำหรับจุดเด่นของโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ถือเป็นมิกซ์ยูสแห่งแรกบนหัวมุมถนนพญาไท - พระราม 4 ที่มีความสมบูรณ์แบบ รวมพื้นที่ใช้สอย 222,000 ตารางเมตร เนื่องจากภายในโครงการประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม “ทริปเปิ้ล วาย เรสซิเด้นซ์” โรงแรม “ทริปเปิ้ล วาย โฮเทล” อาคารสำนักงาน “มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์” และพื้นที่ค้าปลีก “ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์” (อ่านข่าวเพิ่มเติม)    
บ้านแนวคิดใหม่ “บริทาเนีย” เปิดตัว 5 โครงการใหม่ ยึดทำเลกรุงเทพฯตะวันออก-เหนือ

บ้านแนวคิดใหม่ “บริทาเนีย” เปิดตัว 5 โครงการใหม่ ยึดทำเลกรุงเทพฯตะวันออก-เหนือ

เกือบ 2 ปีมาแล้วที่แบรนด์"บริทาเนีย" จากออริจิ้น  ได้ลงสนามเข้าชิงตลาดแนวราบจากโครงการแรกบริทาเนีย ศรีนครินทร์, บริทาเนีย บางนา กม.12, บริทาเนีย เมกะทาวน์ บางนา และโครงการบริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์ ที่เปิดตัวไปช่วงต้นปีจนได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาตลอด ล่าสุดได้ลุยเปิดรวด 5 โครงการ โดยยึดทำเลกรุงเทพฯตะวันออก-เหนือ   นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด บริษัทพัฒนาบ้านจัดสรรในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริทาเนียการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องจาก 4 โครงการที่ผ่านมา รวมถึงอีก 5 โครงการที่เปิดตัวล่าสุด จะมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรายังคงมองเห็นเรียลดีมานด์ในทำเล Blue Ocean หลายทำเล รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์การสร้างบ้านแนวคิดใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ “B Genius Mode” ประกอบด้วย 1.B Smart Home Automation ให้เชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านได้อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา เช่น IP Camera, Motion Sensor 2.B Smart Design ออกแบบอย่างเข้าใจไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยและทุกฟังก์ชันของการใช้ชีวิต อาทิ ครัวไทยแบบปิด แยกออกจากตัวบ้าน ป้องกันกลิ่นรบกวนภายในบ้าน   พร้อมทั้งตอบโจทย์ผู้รักการทำอาหาร การจัดวาง USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ตอบโจทย์การใช้งาน device ทุกพื้นที่       การทำ Double Volume เพดานสูงในห้องนั่งเล่น การเพิ่มห้องนอนที่ 4 ในทาวน์โฮม 3.B Smart Home Services มีบริการหลังการขายแบบ On demand ทั้งบริการทำความสะอาดและช่างเทคนิค ผ่านแอปพลิเคชัน Origin Connect 4.B Smart Community อาศัยความเข้าใจผู้บริโภคและประสบการณ์ที่มีในธุรกิจคอนโดมิเนียมมาอย่างยาวนาน มาประยุกต์ใช้กับแบรนด์บริทาเนียแบบจัดเต็ม สร้างคลับเฮาส์ทันสมัยภายใต้ชื่อ Club Britania เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สระว่ายน้ำ, สนามเด็กเล่น, Steam Room, Tea Room, Co-working space   ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ (Key Success Factor) ประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.Prime Location บริษัทเลือกพัฒนาโครงการเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง ใกล้ถนนหลัก ใกล้ทางด่วน มีเมกะโปรเจ็คท์และสถานที่สำคัญต่างๆ อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งร้านอาหาร คอมมูนิตี้ มอลล์ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ 2.Smart Design คำนึงถึง Human-centric ออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยใส่ใจหาโซลูชั่นมาขจัด Pain Point ของผู้บริโภค 3.Smart Products พัฒนาบ้านให้มีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ และ 4.Smart Services มีบริการแบบ On demand เช่น บริการพนักงานทำความสะอาด คอยตอบสนองความต้องการหลังการขาย   นายธำรง ปลูกจิตรสม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริทาเนีย จำกัด กล่าวว่า สำหรับ 5 โครงการใหม่ ได้แก่ 1.บริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด จำนวน รวม 485 ยูนิต 2.บริทาเนีย บางนา กม.42 ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 68-70 ไร่ ราคาเริ่มต้น 2-5 ล้านบาท จำนวนรวม 492 ยูนิต 3.บริทาเนีย คูคต สเตชั่น เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด จำนวน 138 ยูนิต 4.บริทาเนีย วงแหวน-รามอินทรา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 68 ไร่ ราคาเริ่มต้น 6-9 ล้านบาท  จำนวน 278 ยูนิต 5.บริทาเนีย สายไหม เป็นโครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮม 65 ไร่ ราคาเริ่มต้น 2-4 ล้านบาท จำนวน 294 ยูนิต โดยจะเริ่มทยอยเปิดพรีเซลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/2562 เริ่มจากโครงการบริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ ในวันที่ 19-20 ต.ค.นี้   ทุกโครงการจะตั้งอยู่ใน Prime Location เกาะทำเลกรุงเทพฯ ตะวันออก ตอกย้ำภาพของเราในฐานะเจ้าทำเลที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคย่านดังกล่าวเป็นอย่างดี รวมทั้งตอกย้ำกลยุทธ์การเจาะตลาด Blue Ocean ที่เครือออริจิ้นให้ความสำคัญตลอดมา และยังมีจุดเด่นร่วมกันอีกหลากหลายเรื่อง อาทิ การตกแต่งสไตล์ Modern British Luxury ผสมผสานกลิ่นอายและเอกลักษณ์ความเป็นอังกฤษแบบคลาสสิคเข้ากับความทันสมัย เช่น ใช้ความโค้งมนและโทนสีขาว-เทา-ดำของยุควิคตอเรีย ฟังก์ชันบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบที่คุณรัก เช่น Multi-purpose spaces ที่สามารถใช้ทำกิจกรรมกับครอบครัวได้อย่างอบอุ่นและหลากหลาย Built-in Furniture ที่คัดสรรแบรนด์คุณภาพและสิ่งที่จำเป็นเพื่อการอยู่อาศัย ขณะเดียวกัน ยังใส่ใจเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อบ้านจัดสรรที่ปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยน้อยลง เหลือเพียงประมาณ 30-45 ปี ให้สามารถ ใช้ชีวิตในแบบที่รัก หรือ “A Life You Love”      
โปรโมชั่น “บ้าน-คอนโดฯ” เดือนกันยายน 2562

โปรโมชั่น “บ้าน-คอนโดฯ” เดือนกันยายน 2562

"ดีเวลลอปเปอร์" ยังคงมีจัดโปรโมชั่นออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งโปรโมชั่นบ้าน และโปรโมชั่นคอนโดมิเนียม ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ บ้าน-คอนโดฯ ที่ชอบ ในทำเลต่างๆ ทุกระดับราคา หลากหลายแคมเปญ และโปรโมชัน ชอบแบบไหน อยากได้อย่างไร เลือกซื้อ เลือกหากันได้ตามสะดวก แต่ที่สำคัญ ต้องศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขแคมเปญให้ดี   นีโอ กรุ๊ป ผุด 3 โครงการใหม่ ใจโปรโมชั่น     บริษัท นีโอ 3241 ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ นีโอ กรุ๊ป (NEO Group) เปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท บน 3 ทำเลย่านลาดพร้าว  พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ กับกิจกรรมพรีเซลล์ พร้อมชมบ้านตัวอย่างในวันที่ 28-29 กันยายน 2562 หากลูกค้าจองในวันดังกล่าวรับส่วนลดสูงสุด 1,000,000 บาท  ได้แก่   1.โครงการ SENSE นาคนิวาส 48 BY NEO GROUP  บ้านเดี่ยว บ้านแฝด สไตล์โมเดิร์น 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมห้องอเนกประสงค์   บนพื้นที่เริ่มต้นเพียง 39 - 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285 - 325 ตารางเมตร สามารถเพิ่ม “สระว่ายน้ำ” ได้ มีทั้งหมด 9 หลัง หน้าบ้านกว้าง 8 เมตร ที่จอดรถ 3 คัน ตั้งอยู่ในซอยนาคนิวาส 48 แยก 18 - 20 2.โครงการ NEO SPACE @ WORK ลาดพร้าว 41 โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องอเนกประสงค์โถงสูง 5.7 เมตร บนพื้นที่ 27 - 43 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 230 – 300 ตารางเมตร มีทั้งหมด 15 ยูนิต หน้าบ้านกว้าง 5.30 เมตร ที่จอดรถ 4 – 6 คัน มีลิฟต์จอดรถ (Auto Parking) สามารถรับน้ำหนักได้ 2.3 ตัน ตั้งอยู่บนทำเลภาวนา ซอยลาดพร้าว 41 แยก 16 ราคาเริ่มต้นที่ 8.99 ล้านบาท 3.โครงการ NEO HAUS PLUS นาคนิวาส 32 พรีเมี่ยมทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น  3 ชั้นครึ่ง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อม DOUBLE VOLUME สูง 5.8 เมตร บนพื้นที่ 17 - 26 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196 - 237 ตารางเมตร มีทั้งหมด 8 ยูนิต หน้าบ้านกว้าง 5.40 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน ตั้งอยู่บนทำเล ซอย นาคนิวาส 32  ราคาเริ่มต้นที่ 6.99 ล้านบาท   เปิดจอง “เดอะคิวบ์ ลอฟท์ฯ” พร้อมโปรโมชั่น     บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารงานโครงการ The Cube Loft Srinakarin-Thepharak (เดอะคิวบ์ ลอฟท์ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์) คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น รวม 2 อาคาร  ซอยศรีด่าน 18 และเชื่อมต่อถนนเทพารักษ์  พร้อมเปิดให้จองครั้งแรก วันที่ 21 – 30 กันยายน 2562 ที่บูธ The Cube Loft Srinakarin-Thepharak บริเวณชั้น 1 ใกล้ร้านกาแฟ Starbucks ห้างเทสโก้ โลตัส สาขาศรีนครินทร์ ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท* พิเศษเฉพาะวันงานจองสิทธิ์เพียง 2,000 บาท/ยูนิต* รับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* มีขนาดให้เลือกตั้งแต่  23.5 – 34.5 ตารางเมตร และจัดเลย์เอาท์ให้เลือกถึง 6 แบบ พร้อมเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงครบทุกฟังก์ชั่น (Fully Furnished) ดีโซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะโครงการจาก เอสบี เฟอร์นิเจอร์ (SB Furniture) ประตูดิจิตอลจากซัมซุง (Digital Door Lock)   เนอวานา จัดแคมเปญ “Live Beyond Limits”      บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) กระตุ้นตลาดบ้านระดับไฮเอนด์ ในไตรมาส 3 จัดแคมเปญ “LIVE BEYOND LIMITS”  โปรโมชั่นดอกเบี๊ยปีแรกเพียง 0.5%  ผ่อนเพียงล้านละ 1,000 บาทต่อเดือน  พร้อม ส่วนลดสูงสุด 5 ล้านบาท และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน  กับโครงการเนอวานา บน 8 ทำเลคุณภาพติดถนนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และ โฮมออฟฟิศ ราคาเริ่มต้นที่ 8 – 60 ล้านบาท ในงาน Live Beyond Limits วันที่ 14-22 กันยายนนี้ ที่ Sale Gallery ทุกโครงการเท่านั้น   SYS จัดโปรสุดคุ้ม “SYS Reward 2019”     บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม “SYS Reward 2019” ใช้เหล็ก ได้แต้ม แลกทอง รับคะแนนสะสมคูณ 2 เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ซื้อเหล็ก SYS ที่ร่วมรายการ และเหล็กแปรรูปจาก Steel Solution by SYS โดยลูกค้าสามารถรับคะแนนสะสมคูณ 2 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2562 และสามารถนำคะแนนสะสมไปแลกของกำนัลได้ทาง  ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2562          
นีโอ กรุ๊ป อสังหาฯ น้องใหม่ เปิด 3 โครงการแนวราบย่านลาดพร้าว

นีโอ กรุ๊ป อสังหาฯ น้องใหม่ เปิด 3 โครงการแนวราบย่านลาดพร้าว

นีโอ กรุ๊ป (NEO Group) บริษัทอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ของวงการ ลงสนามแข่งขันในแนวราบ ยึดทำเลย่านลาดพร้าว เปิดรวด 3 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด พรีเมี่ยมทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ ชูจุดเด่นด้านทำเลสามารถเข้าออกได้หลายเส้นทาง ฟังก์ชั่นดี ในราคาจับต้องได้อย่างคุ้มค่า ไม่หวั่นท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจขาลง   นางปิยนุช บุญเยี่ยมเยียน ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ 3241 ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ นีโอ กรุ๊ป (NEO Group) เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 10 ปี โดยได้ทำงานด้านการพัฒนาที่ดินศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และได้รวมกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจและรักในการสรรสร้างที่อยู่อาศัยมาระดมความรู้ความสามารถ จัดตั้ง NEO Group ขึ้นมาเมื่อปี 2552 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เริ่มทำโครงการมาแล้ว 4 โครงการ ซึ่งได้ปิดโครงการไปเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ได้แก่ เดอะคลาสซี่ คอนโด รัชดา 19, นีโอเฮ้าส์ นาคนิวาส 32, นีโอ สเปซ สุคนธสวัสดิ์ 3 และ นีโอ สเปซ พลัส สุคนธสวัสดิ์ 3 โดยชูจุดเด่นในความเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เริ่มกระบวนการขาย การปิดการขาย และการบริการหลังการขาย และเน้นตัวโครงการการให้ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ คมนาคมสะดวก หาอาหารการกินได้ง่าย ฟังก์ชั่นภายในใช้งานได้คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์ชีวิตทุกรูปแบบได้   สำหรับปีนี้ได้เปิดตัวอีก 3 โครงการ โดยการพัฒนามาจากการศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของผู้ที่ต้องการหาบ้านเพื่ออยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่   SENSE นาคนิวาส 48 BY NEO GROUP บ้านเดี่ยว บ้านแฝด สไตล์โมเดิร์น 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมห้องอเนกประสงค์ สามารถปรับฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องนอนผู้สูงอายุ มี ROOFTOP ชั้นบนดาดฟ้า พื้นที่เริ่มต้นเพียง 39-50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285-325 ตารางเมตร มีตัวเลือกสามารถเพิ่ม “สระว่ายน้ำ” ได้ มีทั้งหมด 9 หลัง หน้าบ้านกว้าง 8 เมตร ที่จอดรถ 3 คัน ตั้งอยู่ใน ซอยนาคนิวาส 48 แยก 18-20 ราคาเริ่มต้นที่ 9.99 ล้านบาท เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางไปจนถึงระดับค่อนข้างสูงที่มีไลฟ์สไตล์อยากใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน   NEO SPACE @ WORK ลาดพร้าว 41 โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ดีไซน์โมเดิร์น มาพร้อมห้องอเนกประสงค์โถงสูง 5.7 เมตร บนพื้นที่ 27-43 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 230–300 ตารางเมตร มีทั้งหมด 15 ยูนิต หน้าบ้านกว้าง 5.30 เมตร ที่จอดรถ 4–6 คัน มีลิฟต์จอดรถ (Auto Parking) สามารถรับน้ำหนักได้ 2.3 ตัน ตั้งอยู่บนทำเลภาวนา ซอยลาดพร้าว 41 แยก 16 ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีลาดพร้าว ประมาณ 2 กิโลเมตร และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นลาดพร้าว - สำโรง สถานีภาวนา เพียง 1 กิโลเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 8.99 ล้านบาท เน้นจับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ Startup หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการออฟฟิศทำงาน และที่พักอาศัยในสถานที่เดียวกัน   NEO HAUS PLUS นาคนิวาส 32 พรีเมี่ยมทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น 3 ชั้นครึ่ง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ดีไซน์บ้านที่ออกแบบมาเน้นความโปร่งสบาย พร้อม DOUBLE VOLUME สูง 5.8 เมตร เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้น รองรับกิจกรรมทุกคนภายในบ้าน บนพื้นที่ 17-26 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196-237 ตารางเมตร มีทั้งหมด 8 ยูนิต หน้าบ้านกว้าง 5.40 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน ตั้งอยู่บนทำเล ซอย นาคนิวาส 32 ห่างจากปากซอย 80 เมตร ราคาเริ่มต้นที่ 6.99 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว   พิเศษในวัน Pre Sale 28-29 กันยายน 2562 ทั้ง 3 โครงการจะเปิดให้ชมบ้านตัวอย่าง พร้อมโปรโมชั่นหากลูกค้าจองในวันดังกล่าวรับส่วนลดสูงสุด 1,000,000 บาท   ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าว่า จะสามารถปิดโครงการทั้ง 3 โครงการ โอนเสร็จสิ้นได้ภายในปี 2563 และในปีหน้าตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเปิดเพิ่มอีก 3 โครงการ มูลค่า 400 ล้านบาท ได้แก่ บ้านเดี่ยว วิภาวดี 16 มูลค่าโครงการ 90 ล้านบาท, คอนโด Low Rise พหลโยธิน 23 มูลค่าโครงการ 150 ล้านบาท และ @WORK สุคนธสวัสดิ์ มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการทั้งหมด 340 ล้านบาท  
[PR News] ปิดฉากมหกรรมบ้านและคอนโด 4 วันโกยยอด 3,500 ล้าน

[PR News] ปิดฉากมหกรรมบ้านและคอนโด 4 วันโกยยอด 3,500 ล้าน

ปิดฉากงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 ดีเวลลอปเปอร์กวาดยอดขายกว่า 3,500 ล้านบาท โตกว่า 10% ตลาดอสังหาฯ ยังมีดีมานด์  มั่นใจตลาดไตรมาส 3-4 ปรับตัวดีขึ้น     นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 เปิดเผยว่า การจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 ระหว่าง 12-15 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย 3 สมาคมหลักทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สามารถทำยอดขายตลอดการจัดงาน 4 วัน ถือว่าได้รับผลตอบรับดีตามเป้าหมายที่คาดไว้     โดยมียอดผู้เข้าชมงานใกล้เคียง จากการจัดงานครั้งที่แล้ว ขณะที่ยอดจองซื้อภายในงานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ 37% คอนโดมิเนียม 34% บ้านเดี่ยว 20% บ้านแฝด 6% และที่ดินเปล่ารวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีก 3% ขณะที่ยอดขอสินเชื่อของสถาบันการเงินในช่วงการจัดงานก็มีสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท   “ตัวเลขคนชมงานและยอดขายภายในงานถือเป็นที่น่าพอใจ ความต้องการที่แท้จริงของที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจากการตอบรับของตลาดแบบนี้น่าจะส่งผลดีโดยรวมต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3-4 ที่ตลาดน่าจะปรับตัวดีขึ้น”     นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า จากผลสำรวจของผู้เข้าชมงานครั้งนี้พบว่า อายุของกลุ่มที่เข้าชมงานอยู่ระหว่าง 21-30 ปี มากที่สุดที่ 39%  รองลงมาจะมีอายุ 31-40  ปี จำนวน 31% และ 41-50 ปี อีก 16% โดยผู้เข้าชมงานจะมีช่วงรายได้ระหว่าง 30,000 – 50,000 บาท มากที่สุดคิดเป็น 28% รองลงมาจะมีรายได้ระหว่าง 10,000 – 30,000 บาทที่ 22% และ 50,000 – 70,000 บาท จำนวน16%   ขณะที่ผู้เข้าชมงานในปีนี้พบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงโดยกว่า 24% มีความต้องการที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในระยะเวลา 1-3 เดือน รองลงมา 23% ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัยในระยะเวลา 1 ปี  โดยที่อยู่อาศัยระดับราคา 2 – 2.99 ล้านบาท ยังคงเป็นที่สนใจของผู้เข้าชมงานมากที่สุด 29% รองลงมาเป็นที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 – 1.99  ล้านบาท จำนวน 22% และระดับราคา 3-3.99 ล้านบาท จำนวน 18% ขณะที่ประเภทโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจะเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียม จำนวน 40% รองลงมาคือโครงการประเภทบ้านเดี่ยวจำนวน 35% และโครงการทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 15%  
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 8-15 กันยายน 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 8-15 กันยายน 2562

ความเคลื่อนไหวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านมา ยังคงมีทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่ การทำตลาดหลากหลายรูปแบบ แม้ว่าสภาพตลาดไม่คึกคัก แต่ก็นับว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวออกมาเป็นระยะๆ เพราะงานนี้หยุดไม่ได้ ยิ่งระยะเวลาเหลือน้อยแล้วต้องเร่งสปีดทำตลาดกันหน่อย เดี๋ยวจะไม่ได้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้....   พฤกษา จับมือ ไทยเจียระไน กรุ๊ป ทำตลาดลูกค้าต่างชาติ     ใครหลายคนอาจจะมองว่ากลุ่มลูกค้าจีนชะลอตัวลง  แต่ทางกลุ่มพฤกษายังคงเชื่อมั่นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย ยังคงเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวจีน กำลังซื้อยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ บริษัท พฤกษา เรียลเอส เตท จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการเดอะไพรเวซี่ จตุจักร (โควต้าต่างประเทศ) พร้อมลงนามความร่วมมือและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรองรับลูกค้าต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและผลักดันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยเน้นตลาดจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน นางสาวหลุ่ย แซ่กั๊ว ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มเจียระไน กรุ๊ป ถือเป็นสื่อที่มีอิทธิพลสูงในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของประเทศไทยไปสู่กลุ่มประชาชนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ โดยปัจจุบันมีฐานข้อมูลผู้อ่านและติดตามข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ของเจียระไนเป็นจำนวนมาก และมีความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจึงได้ก่อตั้งบริษัท เจียระไน เรลเอสเต็ท จำกัด (JIARANAI REAL ESTATE) ขึ้นในปี 2016 เพื่อเป็นสื่อกลางซื้อขายที่อยู่อาศัยรองรับความต้องการของลูกค้าจีน ศรีพันวา จับมือจีน พัฒนาโปรเจ็กต์หมื่นล้านในไห่หนาน     นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งดีเวลลอปเปอร์ ที่ตอนนี้เดินหน้าออกไปหารายได้จากต่างประเทศ อย่างบริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์​ จำกัด ของตระกูล “อิสสระ” ที่เป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังอย่าง “ศรีพันวา ภูเก็ต และบาบา บีช คลับ” ซึ่งตอนนี้ได้ไปจับมือกับบริษัท จุนฟา เรียลเอสเตท จำกัด ร่วมกันพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่ระดับหมื่นล้านที่มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน ในการออกแบบโรงแรม เรสซิเดนซ์ รวมถึงการบริหารงานและการบริการทั้งหมด โดยมีพื้นที่ประมาณ 206,000 ตารางเมตร (ประมาณ 129 ไร่) ซึ่งพัฒนาโครงการและบริหารงานโดยทีมงานคุณภาพจากศรีพันวา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2019 นายวรสิทธิ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด เล่าว่า การร่วมทุนกับกลุ่มทุนจีน ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างรายได้ รองรับกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยลดลง และน่าจะลดลงอย่างเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างรายได้ด้วยกลยุทธ์อื่นอีกด้วย (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ดิ อัมรินทร์ เปิดโปรเจ็กต์ “ดิ อัมรินทร์ เรสสิเดนซ์”     แม้ว่าตลาดคอนโดฯ จะเจอแรงบีบคั้น จากปัจจัยลบต่างๆ รอบด้าน แต่การเปิดตัวโครงการใหม่ ก็มีอย่างต่อเนื่อง รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวโครงการใหม่ อย่าง ดิ อัมรินทร์ เรสสิเดนซ์ (The Amarin Residence) ของบริษัท ดิ อัมรินทร์ จำกัด ซึ่งได้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “อรุณ” (AROON) บริเวณถนนพรานนก จำนวน 1 อาคาร สูง 8 ชั้น มีจำนวนห้องชุด 61 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 280 ล้านบาท มีขนาดห้องชุดตั้งแต่ 25.07-49.30 ตารางเมตร  มีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 25.07-49.30 ตารางเมตร และแบบ 1ห้องนอน พลัส ขนาด 47.11-49.06 ตารางเมตร ราคาขายเริ่ม 2.5-6.4  ล้านบาทหรือราคาขายเฉลี่ย 110,000 บาทต่อตารางเมตร   ไทยเป็นประเทศน่าลงทุนอสังหาฯ อันดับ 4     ผลของมาตรการ LTV ที่มีต่อตลาดคอนโดฯ​ ทุกดีเวลลอปเปอร์ประสานเป็นเสียงเดียวกัน ว่าได้ผลจริงๆ เพราะทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่ของคอนโดฯ  ปีนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่จะมากน้อยแค่ไหนคงต้องวัดผลกันอีกครั้งในสิ้นปีนี้   โดยนางสาวสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด   กล่าวในงานเสวนา “LTV ทางร่วมของเศรษฐกิจไทย” ว่า  ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี 2562 นี้ คาดว่า ตลาดอยู่ในช่วงขาลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เพราะผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวจากมาตรการ LTV เร่งปรับกลยุทธ์ทำสินค้าออกมาให้ตอบโจทย์ลูกค้า และราคาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2563  ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของความท้าทาย โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย ซึ่งจะมีผลให้จำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงและอาจเกิดผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย   ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในช่วง ปี2558 -2561 อสังหาฯไทย มีความคึกคักอย่างมาก โดยจากการจัดอันดับของ  Globalpropertyguide.com พบว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่น่าลงทุนในอสังหาฯอันดับ 4 ด้วย Rental Yield 5.13% สูงกว่า มาเลเซีย  สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น ขณะที่ราคาอสังหาฯของไทย ในรอบ 5 ที่ผ่านมา ราคามีการเปลี่ยนแปลงราว 16.29% ซึ่งปรับตัวน้อยกว่ามาเลเซีย ที่ราคาปรับตัวถึง 43.35% และญี่ปุ่น ปรับตัวถึง 29.85% ส่งผลให้อสังหาฯไทยมีความน่าสนใจ   โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน ที่เข้ามาลงทุนซื้ออสังหาฯในไทยจำนวนมาก เห็นได้จากมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดทั้งหมดในปี 2560 ของชาวต่างชาติสูงถึง 27% และ 1 ใน 3 ของยอดการโอนเป็นของลูกค้าชาวจีน ซึ่งการเข้ามาซื้ออสังหาฯของชาวจีนในปี 2561 ทำให้ตลาดอสังหาฯไทยเติบโตสูง และเป็นตัวเร่งให้ราคาคอนโดฯบางทำเลดีดตัวสูงขึ้นจากปกติ แน่นอนว่าราคาที่สูงขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้าชาวไทยที่รายได้ปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 4% เท่านั้น ไม่สอดคล้องกับราคาคอนโดฯ ที่เพิ่มขึ้นถึง 9%   แอสไพเรชั่น เตรียมเปิดตึกออฟฟิศ Spring Tower     นอกจากตลาดที่อยู่อาศัย  ซึ่งส่วนหนึ่งก็จับตลาดกลุ่มลูกค้าต่างชาติ  ตลาดอสังหาฯ ประเภทอาคารสำนักงาน ก็จับตลาดลูกค้าต่างชาติด้วยเหมือนกัน  เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทย คือ หนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของภูมิภาค ที่หลายบริษัทชั้นนำ เข้ามาตั้งสำนักงาน ทำให้ตลาดอาคารสำนักงานกลายเป็นอีกหนึ่งประเภทของตลาดอสังหาฯ ที่ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าออกมารองรับ   บริษัท แอสไพเรชั่น วัน จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ Spring Tower เปิดตัวเตรียมเปิดให้บริการอาคารสำนักงานแห่งใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ กับโครงการ Spring Tower  ในย่านราชเทวี  บนพื้นที่ทั้งหมด 2 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอ สูง 27 ชั้น ชั้น  9 – 27 เป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่า มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม Multinational Company: MNC และกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในไทย ปัจจุบันมีผู้เซ็นสัญญาเช่าแล้วประมาณ 35% ของพื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน   AWC เคาะราคาหุ้น IPO 6.00 บาท   สำหรับบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC  ในเครือ TCC Group  ประกาศออกาแล้วว่าจะขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรกหรือไอพีโอ จำนวนไม่เกิน 8,000 ล้านหุ้น โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 6,957 ล้านหุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น พร้อมกำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ 6.00 บาทต่อหุ้น โดยมีการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน (โรดโชว์) ในวันพุธที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 25-27กันยายน 2562 นี้   โดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AWC พร้อมเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 22.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Option หรือ Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น โดยนำเงินที่ได้รับจากการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไปใช้ในกลไกการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังเข้าจดทะเบียนซื้อขาย ซึ่งบริษัทตั้งเป้าระดมทุนเพื่อสนับสนุนศักยภาพและต่อยอดการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail & Commercial Building) ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการขยายตัวของเขตเมือง (อ่านข่าวเพิ่มเติม)  
โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค : รีวิวโฮมออฟฟิศ

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค : รีวิวโฮมออฟฟิศ

ในยุคของเหล่าเมล็ดพันธุ์ Start Up กำลังเติบโตงอกงาม สิ่งสำคัญคือรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพราะจุดเริ่มต้นที่ดีจะส่งให้เราไปคว้าเอาความสำเร็จมาครอบครองได้ ซึ่งเรากำลังกล่าวถึงออฟฟิศดีๆ สักแห่ง ที่จะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเรา โดยปัจจัยของการเลือกที่ตั้งของออฟฟิศ ก็ถือเป็นด่านแรกของจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากเราเจอสิ่งที่ใช่สำหรับองค์กรของเราอย่างโฮมออฟฟิศที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเหล่า Start Up ด้วยความโดดเด่นทั้งทำเล และภายในสามารถดีไซน์ต่อได้ เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์องค์กรของเรา และยังได้บรรยากาศการทำงานที่ไม่ชวนให้อึดอัด หรือเคร่งเครียดจนเกินไป            สำหรับ Nirvana @WORK โฮมออฟฟิศของคนรุ่นใหม่นั้นมีให้เลือก 2 โครงการ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กันในแง่ของทำเลที่ตั้ง ซึ่งจะยึดเอาความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน และลูกค้าที่จะต้องมาติดต่อธุระก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน      ทำเลสไตล์ @WORK  เริ่มกันที่โครงการแรก Nirvana @WORK รามอินทรา ทำเลติดถนนเส้นหลักสายสำคัญสายหนึ่งในละแวกนี้ นั่นคือ ถ.รามอินทรา ช่วงกม.2  ซึ่งถือเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดช่วงหนึ่งของถนน เพราะอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง รอบๆ มีอาหารการกินเพียบ ที่สำคัญคือการเดินทางอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน เป็นออฟฟิศที่อยู่ในทำเลเดินทางได้สะดวกทั้งพนักงานเองและผู้ที่มาติดต่อกับบริษัท     รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันจะผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ โดยโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรามอินทรา กม.3 บริเวณศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก โดยห่างไปอีกเพียง 1 สถานีก็จะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้สามารถต่อเข้าเมืองได้สะดวก และห่างออกไปอีก 3 สถานี ก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานีหลักสี่ ที่กำลังสร้างอยู่เช่นกัน ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ห่างจากทางด่วนฉลองรัช ประมาณ 4 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหนก็ง่ายดายไปหมดค่ะ    ใครที่อยู่ย่านนี้จะทราบกันดีว่าอาหารการกินไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ตั้งแต่ภายในศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัลรามอินทรา ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 700 เมตร และยังมี Ease Park, Lotus หลักสี่, MaxValu หลักสี่ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ยิ่งถ้าเข้าถ.ลาดปลาเค้า ก็ยิ่งมีของอร่อยตลอดทั้งเส้นทางยาวไปจนถึงโชคชัยสี่ นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่งทั้งทางด้านถ.พหลโยธิน และถ.แจ้งวัฒนะ ที่เชื่อมต่อกับถ.รามอินทราช่วง กม. 2 นิดเดียวเท่านั้น อาทิ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Major รัชโยธิน ฯลฯ โรงพยาบาลวิภาวดี และยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองอีกด้วย     Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อีกหนึ่งโครงการที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันกับโครงการแรกสักเท่าไรนัก แต่มีความโดดเด่นด้านทำเลไม่น้อย เพราะอยู่ริมถ.ประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) 1.3 กม. ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองได้ง่ายดาย และถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ประมาณ 5 กม. อยู่ท่ามกลางแหล่งร้านอาหารบรรยากาศดี ร้านแฮงค์เอาท์มันส์ๆ แบบที่พอเลิกงานแล้วก็ไปปาร์ตี้กันต่อได้เลย หรือจะนัดลูกค้าทานข้าวย่านนี้ก็เหมาะไม่น้อย ใครที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard, Play Hard นี่แหละค่ะ ตอบโจทย์กับทำเลนี้มาก  ในอนาคตหน้าโครงการจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่ม ผ่านหน้าโครงการโดยจะห่างจากสถานีคลองลำเจียกประมาณ 200 เมตร เป็นรถไฟฟ้าสายที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นมากถึง 7 สาย รวม 5 จุด Interchange ตั้งแต่เริ่มต้นสายที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งจะเป็น Interchange ของสีม่วง สายสีชมพู และสายสีน้ำตาล ต่อมาที่สถานีบางเขน สายสีแดง สถานีแยกเกษตรฯ สายสีเขียว สถานีฉลองรัช สายสีเทา และสิ้นสุดที่สถานีลำสาลี Interchange กับสายสีเหลืองและสีส้ม รวมแล้ว 22 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี และยังเป็นสายที่จะมีทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 คร่อมไปเกือบตลอดแนว เริ่มจากถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ไปตามถ.ประเสริฐมนูกิจ แล้วเข้าสู่ถ.วิภาวดีรังสิต ไปจนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลกับทางด่วนนี้มีแผนก่อสร้างไปพร้อมๆ กันในปี 63-64    จุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจ อาจหมายถึงโฮมออฟฟิศทำเลดี พื้นที่เหมาะสักหลัง  ภาพรวมโครงการ  ทั้งสองโครงการจะมีความเหมือนกันตรงที่โฮมออฟฟิศของทั้ง 2 Type ใช้แบบเดียวกันค่ะ คือ    Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 35.5 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 25.5 ตร.วา ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. / 1 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ   จะมีเพียง Type Single Unit ที่จะมีเฉพาะที่โครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ มีเพียง 8 ยูนิต (ปัจจุบันเหลือ 6 ยูนิต) โดยมีภาพรวมของแต่ละโครงการ ดังนี้   Nirvana @WORK รามอินทรา ที่ดินโครงการทั้งหมด 9-0-39.1 ไร่ 61 ยูนิต ขนาดที่ดิน 25.5-53.5 ตารางวา รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 197 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 14.5–25 ล้านบาท   Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ที่ดินโครงการทั้งหมด 7-1-76 ไร่ ไม่รวมพื้นที่นอกจัดสรร 48 ยูนิต รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 154 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 15–35 ล้านบาท      ชมโครงการ ครั้งนี้เราเข้ามาชมโฮมออฟฟิศตัวอย่างกันที่ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เพราะจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type ซึ่งทั้ง 2 โครงการปัจจุบันมีหลายออฟฟิศที่เริ่มเข้ามาอยู่กันแล้วนะคะ บรรยากาศภายในโครงการไม่วุ่นวาย ที่จอดรถจะล็อคหน้าออฟฟิศไว้ให้แยกกันแต่ละหลัง แต่ก็มีที่จอดส่วนกลางให้มาด้วยเยอะพอสมควรค่ะ โดยโฮมออฟฟิศแต่ละหลังจะขายแบบบ้านเปล่า มีการติดตั้งปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และ VDO Door Phone ติดให้ชั้นที่ 2 สามารถมองเห็นหน้าพร้อมคุยกันกับผู้มาติดต่อได้เลยจากกล้องที่ติดอยู่หน้าประตูออฟฟิศ      Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. 1 Bedroom 4 Bathroom 2 Parking lots  เริ่มกันที่ Type B ขนาดเริ่มต้น แต่ขนาดไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะหากตกแต่งตามแบบหลังตัวอย่างออกมากแล้ว ก็จะสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 20-25 คน เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งของแต่ละบริษัท นั่นหมายความว่าอาจสามารถรองรับพนักงานได้มากกว่า 25 คน ค่ะ โดยจะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โล่งๆ ไม่เน้นการกั้นห้องแยก เช่น งานสถาปนิก งานออกแบบต่างๆ       หน้าโฮมออฟฟิศทุกยูนิตจะติดตั้งกล้องพร้อม Speaker เอาไว้ด้านหน้าสำหรับผู้มาติดต่อสื่อสารไปยังด้านในออฟฟิศที่สามารถมองเห็นหน้าและเสียงได้โดยไม่ต้องเดินลงมา เพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง   ชั้นแรก เพดานสูงถึง 5.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ตรงกลางชั้นตามบ้านตัวอย่างจะกั้นเป็นห้องประชุม รองรับได้ประมาณ 10 ที่นั่ง    ชั้นลอยเพดานจะดรอปลงมาเล็กน้อยที่ 2.4 เมตร มีพื้นที่ว่างสำหรับกั้นเป็นห้องทำงานตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ หรือจะใช้เป็นพื้นที่อื่นๆ ได้ค่ะ เช่น ห้องเก็บของ ห้องประชุม ส่วนบันไดใช้แบบโครงเหล็ก ใช้ไม้ประสานวางเป็นลูกนอน แต่จะไม่มีลูกตั้ง ข้อดีคือทำให้ดูโปร่ง บวกกับกระจกด้านหน้า-หลังออฟฟิศ จะทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ไม่มีจุดอับทึบ   ชั้น 2-3 จะได้ความสูงของเพดานประมาณ 2.6-2.8 เมตร  วัสดุพื้นใช้ไวนิลลายไม้ ห้องน้ำวางไว้ด้านในสุดใกล้กับบันได ซึ่งจะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในมาให้พร้อมใช้งาน      ชั้นบนสุดกั้นห้องนอนให้ แล้วตกแต่งให้เหมือนกับเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเจ้าของโฮมออฟฟิศไม่ได้ใช้พักอาศัยก็สามารถเพิ่มพื้นที่ออฟฟิศได้อีก 1 ชั้น  หรือจะจัดเป็น Canteen ของออฟฟิศ เพื่อให้ช่วงกลางวันได้มีโอกาสมานั่งพักผ่อนทานข้าว พูดคุยแบบสบายๆ กัน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ   พื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ออกแบบได้ทุกความต้องการ Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. 2 Bedroom 5 Bathroom 3 Parking lots  ขยับไซส์ขึ้นมาที่ Type A ค่ะ ซึ่งจะได้หน้ากว้างขึ้น ที่จอดรถหน้าออฟฟิศเพิ่มขึ้น และติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ด้วย โดยเฉพาะราคาลิฟท์ก็อยู่ที่ 1 ล้านบาท พร้อมประกันการดูแลรักษาให้ 1 ปี หลังจากนั้นก็จะมีค่าซ่อมบำรุงลิฟท์ประมาณ 10,000 บาท/ปี โดยถ้าตกแต่งตามหลังตัวอย่างก็สามารถรองรับพนังงานได้ตั้งแต่ 25-30 คน หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง       สำหรับ Type นี้จะถูกตกแต่งเหมือนยกคาเฟ่มาไว้ในโฮมออฟฟิศ ด้วยการวาง Coffee Bar ยาว พร้อมโต๊ะสำหรับนั่งทำงานไป ดื่มกาแฟไปบนชั้นลอย การจัดพื้นที่ลักษณะนี้เหมาะกับธุรกิจที่อยากจะมีการเปิด Workshop รองรับลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรม หรือเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้มา joy มา share กันได้ ส่วนหลังสุดภายในตัวบ้านเหมาะสำหรับการวางเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้พร้อมต่อการเตรียมอาหาร และล้างได้สะดวก   บันไดชั้นล่างถูก Built in เพิ่มเติมให้เป็นขั้นบันไดเต็มผนังสองข้าง ให้ Feeling ของห้องประชุมสไตล์ Start Up แบบเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถมองเห็นและรับฟังกันได้ทั้งทีม แต่สำหรับตัวบ้านจริงที่จะได้ มีบันไดส่วนซ้ายมือพร้อมติดราวบันไดเหล็กโปร่งเท่านั้นนะคะ   ชั้นลอยบริเวณห้องประชุมนี้เป็นการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ขึ้นมา โดยมีการทำคานเอาไว้รองรับสำหรับการทำห้องเพิ่มแบบนี้ไว้อยู่แล้ว แต่หากเป็นหลังจริงตรงนี้จะเป็นพื้นที่โล่ง Double volume สูงขึ้นมาจากชั้นล่าง     ชั้น 2 บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง แต่มีเสาคานอยู่ 2 ต้น หากอยากจะกั้นเป็นห้องตามแบบบ้านตัวอย่างก็สามารถทำได้ง่าย และยังมีพื้นที่ตรงกลางเป็น Double volume มองเห็นชั้น 3 ส่วนห้องน้ำจะถูกวางเอาไว้ด้านหลังลิฟท์ใกล้กับบันได   ชั้น 3 ถูกแบ่งเป็น 2 ห้อง กระจกผนังด้านข้างของทั้ง 2 ห้องที่เห็นนี้ บ้านจริงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งแทนค่ะ   ชั้นบนสุดถูกตกแต่งออกมาให้เป็นเหมือ้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่มีช่องแสงธรรมชาติช่วยประหยัดพลังงาน โดยชั้นบนสุดของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะถูกจัดให้เหมือนกับอยู่ในคอนโดมิเนียมระดับ Hi-End แบบ 2 Bedroom กว้างๆ หนึ่งยูนิต มีทั้ง Living Room, Dining Room และสามารถ Built in ครัวเปิด ได้ด้วย และยังคล้ายกับการได้ Private lift ถึงชั้นบนห้องส่วนตัวนี้ด้วยค่ะ   เปิดมุมมองใหม่ เปิดไอเดีย สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ไม่รู้จบType Single Unit 4 ชั้น หน้ากว้าง 11 เมตร พื้นที่ใช้สอย 517 ตร.ม. 1 Bedroom 7 Bathroom 6 Parking lots  ยูนิตพิเศษที่มีเฉพาะในโครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อยู่พื้นที่ด้านหน้าของโครงการโฮมออฟฟิศพื้นที่ใกล้เคียงบ้านเดี่ยวในแบบ Independent Unit ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่ต้องแชร์ผนังกับใคร มีรั้วไฟฟ้าหน้าออฟฟิศ ติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ พร้อมกับ VDO Door Phone เพื่อการมาติดต่อกับออฟฟิศเป็นไปได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด โดย Single Unit จะเน้นงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในความเป็น Modern ด้วยการซ่อนบันไดไว้ด้านข้างแยกออกจากพื้นที่ใช้สอยภายใน ตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงชั้นบนสุด เหมาะสำหรับออฟฟิศที่เน้นดีไซน์สวย ต้อนรับลูกค้าได้บ่อยๆ ปัจจุบันมียูนิตที่ทำการปล่อยเช่าได้ราคาประมาณ 120,000 บาท/เดือน ได้พื้นที่รอบบ้านทั้งด้านข้างและหลังบ้านที่กว้างเป็นพิเศษ จนสามารถจัดเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกันภายในออฟฟิศหรือต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยออกไปได้   เปิดประตูด่านแรกของออฟฟิศเข้าไปก็จะพบลิฟท์ด้านข้าง ตรงกลางพื้นที่สามารถจัดเป็นเคาน์เตอร์ Reception และลึกเข้าไปจากข้างลิฟท์วางห้องน้ำเอาไว้ตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น ซึ่งภายในห้องน้ำนั้นจะแบ่งห้อง shower กับห้องที่เป็นโถสุขภัณฑ์   ชั้นที่ 2-3 พื้นที่ใช้สอยภายในแนวลึก ซึ่งข้อดีของพื้นที่แนวลึกนั่นคือสามารถจัดวางโต๊ะทำงานได้ง่าย ลงตัวเป็นสัดส่วนมากกว่า โดยหากเลือกขึ้นบันไดจากด้านข้างลานจอดรถขึ้นมาก็จะพบกับระเบียงหน้าบ้าน ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกสไลด์บานใหญ่ และมีตัว VDO Door Phone ที่ฉายให้เห็นผู้ที่มาติดต่อทางหน้าบ้านติดตั้งมาไว้ให้ด้วย         ชั้นบนสุดยังคงถูกตกแต่งออกมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวค่ะ มีการกั้นห้องนอนเอาไว้ 1 ห้อง ห้องน้ำอีก 1 และพื้นที่กลางสำหรับจัดเป็น Living Room สำหรับเจ้าของออฟฟิศ ที่สามารถเป็นเจ้าของออฟฟิศทำเลดีสักแห่งไปพร้อมๆ กับมีที่อยู่อาศัยของตัวเองไปด้วย ไม่ต้องผ่อนบ้าน 2 ต่อทำให้มีภาระเพิ่ม เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งมาถึงเร็วเท่านั้น   แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นออฟฟิศ แต่ในเรื่องของงานดีไซน์ และพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเนอวานา ไดอิ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่มีความสำคัญมาก ไม่แพ้เรื่องอื่น เพราะการติดต่อกันทางธุรกิจ และความสะดวกในการเดินทางของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป ซึ่งทั้ง 2 โครงการก็สามารถวางทำเลได้เหมาะสม ประกอบกับดีไซน์ในทุกแง่มุมของชีวิตวัยทำงานที่ต้องพร้อมลุยทุกสถาณการณ์เพื่อเติบโตจากเมล็ดพันธุ์กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไปที่ Nirvana @WORK #createyourownculture @work      โครงการ Nirvana @wok รามอินทรา http://nirvana.bz/ATWORK-RM-RYL โครงการ Nirvana @wok ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์  nirvana.bz/ATWORK-LP-RYL            
[PR News] คนไทยยังอยากมีบ้าน ดันยอดงาน NPA Grand Sale ทะลุ 2,000 ล.

[PR News] คนไทยยังอยากมีบ้าน ดันยอดงาน NPA Grand Sale ทะลุ 2,000 ล.

เรียลดีมานด์ ดันยอดขาย NPA ทะลุ 2,000 ล้านบาท แบงก์ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 1,500 ล้านบาท สวนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คนยังนิยมซื้อบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ มากกว่าคอนโด เผยทำเลฮอต อยู่ในโซนกิ่งแก้ว ช้างเอราวัณ เมืองทองธานี     นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า จากการจัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว และมีปัจจัยลบที่เป็นอุปสรรคต่อการซื้อ-ขายอยู่พอสมควร แต่ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA (Non Performing Asset) ของธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์     โดยภายในงานมียอดขายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดขายหลังงานอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และต้องการที่อยู่อาศัยที่มีราคาคุ้มค่า   ทรัพย์ที่ขายได้ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์มากกว่าคอนโดมิเนียม   “บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่เป็นบ้านมือสองส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่หาซื้อบ้านมือหนึ่งแบบใกล้เคียงกันไม่ได้แล้วในปัจจุบัน“   ประกอบกับ ทรัพย์ NPA ที่ธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์นำมาเสนอขายนั้น มีราคาส่วนลดตั้งแต่ 30-50% และมีปัจจัยเกื้อหนุนอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ได้แก่   อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การผ่อนคลายมาตรการ LTV  มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่ต้องซื้อขายและโอนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และการลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือและค่าธรรมเนียมการจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่มีการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 23 มิถุนายน 2563   สำหรับการขายทรัพย์ NPA ครั้งนี้มีธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ร่วมงาน ได้แก่  บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัท เพียวเวลเนส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด   นอกจากนี้ ยังมีธนาคารที่ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้กับประชาชนที่สนใจ ได้แก่  ธนาคารกรุงเทพ  ธนาคารกสิกรไทย  ธนาคารออมสิน  ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศจีน โดยมีการปล่อยสินเชื่อภายในงานรวมกันมากกว่า 1,500 ล้านบาท     ขณะเดียวกันทางสมาคมฯ ได้ใช้เทคโนโลยี Big Data ทำ Lead Generation เพื่อให้ได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ที่ใช้สื่อสารในการจัดงาน พบว่า ข้อมูลสอดคล้องกับผู้ที่ตัดสินใจซื้อในงาน โดยประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 คือ บ้านเดี่ยว อันดับ 2 ได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ ขณะที่คอนโดมิเนียมมาเป็นอันดับ 3 ส่วนทำเลที่ได้รับความสนใจ อันดับ 1 ได้แก่ ทำเลกิ่งแก้ว สมุทรปราการ อันดับ 2 ทำเลเมืองทองธานี ปากเกร็ด และอันดับ 3 ได้แก่ ทำเลช้างเอราวัณ สมุทรปราการ   สำหรับราคาที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจยังคงเป็นที่อยู่อาศัยระดับกลาง และกลาง-ล่าง โดยราคาทาวน์เฮ้าส์ที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 ได้แก่ 1.5-2 ล้านบาท อันดับ 2 ราคา 1-1.5 ล้านบาท และอันดับ 3 ราคา 2-3 ล้านบาท บ้านเดี่ยวราคาที่ได้รับความสนใจ อันดับ 1 ได้แก่ บ้านเดี่ยวราคา 3 - 5 ล้านบาท อันดับ 2 ราคา 2-3 ล้านบาท และอันดับ 3 ราคา 5-7 ล้านบาท สำหรับคอนโดมิเนียม อันดับ 1 ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท อันดับ 2 ราค 1-2 ล้านบาท และอันดับ 3 ราคา 2-3 ล้านบาท    
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 2-8 กันยายน 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 2-8 กันยายน 2562

เริ่มต้นสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน 2562 เดือนสุดท้ายของไตรมาส 3 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮท์ซีซั่นของหลายธุรกิจแล้ว ตอนนี้บรรยากาศตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังถือว่าไม่เงียบเหงามากนัก แต่ก็ไม่ได้คึกคักจนน่าดีใจ  หลายดีเวลลอปเปอร์ตอนนี้ก็พยายามกระตุ้นยอดขาย  จัดแคมเปญกันสารพัด หวังเรียกให้ลูกค้าหันมาซื้อหาอสังหาฯ เพื่อทำให้ปีนี้ปิดผลประกอบการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้...   ยังไงก็ยังคงพอมีเวลาให้เร่งสปีดทำยอดขายกัน แต่จะทำผลงานได้ดีแตะเป้าหมายที่วางกันไว้หรือไม่นั้น  ต้องลุ้นกันอีกที..   เอสซี เดินหน้าขาย 28 Chidlom     หลังจากเปิดตัวขายโดยโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม (28 Chidlom) ไปก่อนหน้านี้ และสามารถทำยอดขายได้ 60% และได้หยุดการขายไประยะหนึ่ง เนื่องจากไม่มีพื้นที่สำหรับสำนักงานขาย ต้องเอาพื้นที่ไปก่อสร้างโครงการ จนปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทก็เดินหน้าขายโครงการต่อ พร้อมกับเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนเป็นต้นไป นายประยงค์ยุทธ อิทธิรัตน์ชัย รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ โครงการทเวนตี้เอท ชิดลมแล้ว ซึ่งโครงการมีมูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท  เป็นคอนโดซุปเปอร์ลักชัวรี่ ฟรีโฮลด์ บนถนนชิดลม พื้นที่กว่า 3 ไร่  มีจำนวน 2 อาคาร แบ่งเป็น  The Tower ขนาด 47 ชั้น จำนวน 243 ยูนิต รูปแบบห้องมีให้เลือกทั้งแบบ ห้องขนาด 1-3 ห้องนอน และแบบเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 40-200 ตารางเมตร  กับอาคาร The Villa ขนาด 20 ชั้น จำนวน 182 ยูนิต รูปแบบห้องมีให้เลือกขนาด 1-3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 37-132 ตารางเมตร   โดยช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดฯ อีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ THE CREST PARK RESIDENCES  คอนโดฯ ใกล้ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท พัฒนาโดยบริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNR1 Co.,Ltd.) บริษัทร่วมทุนกับ Nishitetsu Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯและคมนาคมจากภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น (อ่านข่าวเพิ่มเติม) กลุ่มออเนอร์ ทุ่ม 2,000 ล้าน ปั้นโปรเจ็กต์ "วันส์ พัทยา"   ตลาดอคอนโดฯ ไม่ใช่เป็นตลาดเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น ที่มีต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบนี้  เมืองท่องเที่ยวหรือเมืองเศรษฐกิจในต่างจังหวัด ก็มีดีมานด์เช่นกัน อย่างเมืองพัทยา ดีเวลลอปเปอร์ทั้งต่างชาติและไทย พร้อมใจกันเข้าไปพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นดีเวลลอปเปอร์จากส่วนกลางหรือในท้องถิ่นเอง ระดับราคาก็ไม่ใช่แบบภูธร แต่น้องๆ กรุงเทพฯ ดีดีนี่เอง   ล่าสุด กลุ่มออเนอร์ ซึ่งเดิมทำธุรกิจร้านทองและโรงแรม ก็หันมาบุกตลาดที่อยู่อาศัยทุ่มงบ 2,000 ล้าน ปั้นโปรเจ็กต์ “วันส์ พัทยา” คอนโดฯ ระดับไฮเอนด์ตารางเมตรละ 130,000 บาท เป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส ทั้งคอนโดฯ โรงแรมและพื้นที่รีเทล   นางสาวธิดา เชิดสุริยา ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ออเนอร์ เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ได้พัฒนาโครงการวันส์ พัทยา  เป็นคอนโดมิเนียม ขนาดความสูง 32 ชั้น  จำนวน 427 ยูนิต มีห้อง 4 แบบ ได้แก่ แบบ Studio  แบบ 1 ห้องนอน  1 ห้องน้ำ ห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  และห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 28.00-59.80 ตารางเมาตร ราคาขายตั้งแต่ 2.85-22 ล้านบาท หรือราคาขายเฉลี่ย 130,000 บาทต่อตารางเมตร  ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้ว 43%  ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะเริ่มการก่อสร้างโครงการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 (อ่านข่าวเพิ่มเติม)    ปิดโครงการ "วี ธารา สุขุมวิท 36" ยอดขาย 100% ในภาวะตลาดคอนโดฯ ที่ถูกแรงบีบคั้นจากมาตรการ LTV ปีนี้ยอดเปิดตัวโครงการใหม่จึงน้อยลง ดีเวลลอปเปอร์เร่งขายของเก่าออก ไม่งั้นสต็อกจะบานเกินไป แม้จะมีหลายโปรเจ็กต์ที่ขายได้ช้า แต่หลายโปรเจ็กต์ก็ปิดการขายได้หมดแล้ว อย่างโครงการ วีธารา สุขุมวิท 36 ตอนนี้ ปิดการขายได้ครบ 100% แล้ว  นายธีร ชุติวราภรณ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ วีธารา สุขุมวิท 36 สามารถทำยอดขายโครงการได้ครบ 100% ทุกยูนิต สร้างรายได้สู 2020งถึง 2,700 ล้านบาท   อิเกีย เปิดแคตตาล็อกใหม่ FC อิเกีย ที่เฝ้ารอแคตตาล็อก สำหรับปี 2020 ตอนนี้ คงนั่งเปิดหาแรงบันดาลใจกันสนุกแล้ว เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เปิดตัวแคตตาล็อกใหม่เป็นที่เรียบร้อย ปีนี้มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ภายในห้องนอน เพราะมีความเชื่อว่า คุณภาพชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากคุณภาพการนอน เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะได้เริ่มต้นวันดีดีได้ต่อไป     นายทอม ซูเทอร์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางใหญ่ กล่าวว่า แคตตาล็อกอิเกียปีนี้จัดทำภายใต้ธีม “Easy Renewal For Better Sleep”  เป็นการชวนทุกคนมาปรับเปลี่ยนแนวคิด และลุกขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศในห้องนอน เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้ง่ายๆ โดยมีแคตตาล็อกเป็นตัวสร้างไอเดีย เพื่อจุดประกายความคิด เพิ่มพลังบวก สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับบ้านและชีวิต พร้อมเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น   ล็อกแอนด์ล็อก เปิดร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ "PlaceLL"     ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร ผลิตภัณฑ์ “ล็อกแอนด์ล็อก” ได้เปิดสโตร์ของตัวเองภายใต้ชื่อ PlaceLL ซึ่งเป็นโมเดลจากเกาหลี กับคอนเซ็ปต์ร้านที่รวบรวมสินค้าของบริษัทไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในครัว สำหรับการประกอบการอาหาร นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ให้ได้ซื้อกันด้วย  ถือเป็นการรองรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่ชอบการทำอาหาร   นายจุง วุง มูน กรรมการผู้จัดการบริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เราต้องการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าคนไทยรู้จัก บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด มากขึ้น และทราบว่าเรามีสินค้าอื่นๆ ด้วย จึงได้เปิดคอนเซ็ปต์สโตร์ในชื่อ PlaceLL ซึ่งที่เกาหลีเปิดไปแล้ว 3 สาขา ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เราเลือกมาเปิด   ภายในร้านมีผลิตภัณฑ์คุณภาพดีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล่องถนอมอาหาร ขวดน้ำ กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ เครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์ทำอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก อีกทั้งเอาใจคนรักการท่องเที่ยวโดยมีของใช้สำหรับการเดินทางให้เลือกมากมาย  ซึ่งภายในปีนี้เราจะทยอยปรับปรุงร้านค้าที่มีอยู่เดิมทั้ง 2 สาขาให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมถึงตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 5 สาขาภายในปี 2563 ด้วย        
“พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช” พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 2 ชั้น จากสุนทรียะแห่งธรรมชาติ…สู่วิถีชีวิตที่สะดวกสบาย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว : รีวิวทาวน์โฮม

“พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช” พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 2 ชั้น จากสุนทรียะแห่งธรรมชาติ…สู่วิถีชีวิตที่สะดวกสบาย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว : รีวิวทาวน์โฮม

ให้ทุกการใช้ชีวิตของครอบครัวออกแบบเองได้ที่ "พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช" โครงการพรีเมี่ยมทาวน์โฮมคุณภาพ บนทำเลศักยภาพจาก AP THAI พร้อมเติมเต็มการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทุก Lifestyle การอยู่อาศัยบนพื้นที่ส่วนตัว รวมถึงสังคมคุณภาพเหมาะแก่การเริ่มต้นครอบครัวที่ดีที่สุด พร้อมเชื่อมต่อได้ทุกทำเลด้วยการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งถนนกิ่งแก้ว ถนนบางนา-ตราด ถนนลาดกระบังและถนนอ่อนนุช อีกทั้งยังใกล้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้า Airport Link สถานีลาดกระบัง เพียง 15 นาที อีกด้วย   ที่นี่.. เราให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่โดยผ่านการคิดและออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัว ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นและเงียบสงบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Symbol of Luxuriant Nature สุนทรียะแห่งธรรมชาติ สู่วิถีชีวิตอันงดงาม” กับดีไซน์โดดเด่น มาพร้อมกับการออกแบบพื้นที่การใช้สอยที่รองรับการใช้งานของทุกคนภายในบ้าน กับฟังก์ชั่นพื้นที่ที่รองรับไลฟ์สไตล์ที่อาจเปลี่ยนไปในอนาคตและ LIVING AREA ที่กว้างขวางมากขึ้นให้เป็นพื้นที่คุณภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว   นอกจากนี้ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางก็มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ที่มอบความร่มรื่น และ สามารถรองรับกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮ้าส์ ที่ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำสไตล์รีสอร์ท ระบบเกลือ รวมถึง Jogging Track ให้คุณได้ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ ที่ตั้งโครงการ ตัวโครงการ พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช ตั้งอยู่บนซอยกิ่งแก้ว 37 หากมาจากเส้นทางถนนลาดกระบัง ให้เลี้ยวเข้าถนนกิ่งแก้วมาประมาณ 2.8 km กลับรถบริเวณซอยกิ่งแก้ว 44 จากนั้นเลี้ยวเข้าซอย กิ่งแก้ว 37 มาประมาณ 2 km โครงการจะอยู่ด้านซ้ายมือ หากมาจากเส้นถนนบางนา สามารถเลี้ยวเข้าถนนกิ่งแก้วมาประมาณ 6.9 km จากนั้นเลี้ยวเข้าซอย กิ่งแก้ว 37 มาประมาณ 2 km จะพบโครงการจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ   นอกจากนี้ตัวโครงการยังตั้งอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างง่ายดาย ใกล้ Airport Link สถานีลาดกระบัง สามารถเชื่อมต่อสู่สนามบินเพียงไม่กี่นาที พร้อมทางด่วนที่เชื่อมต่อพระราม9 - บางนา เข้าสู่ใจกลางเมืองได้รวดเร็ว   รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ:                              พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช ที่ตั้งโครงการ:                             ซอยกิ่งแก้ว 37 ถนนกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ลักษณะโครงการ:                        พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินเริ่มต้น 17.5 ตร.วา เจ้าของโครงการ:                         บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โทร:                                           021800316-18 จำนวนบ้าน:                               423 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย:                              106.85 ตร.ม. วันที่เริ่มก่อสร้างโครงการ:             เดือนมีนาคม  2561 วันที่คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จ:   เดือนเมษายน 2566 รายละเอียดแบบบ้าน:           3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวก:         สวนสาธารณะภายในโครงการ, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, คลับเฮ้าส์, Jogging Track ระบบรักษาความปลอดภัย:   รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง, ประตูรั้วเหล็กอัตโนมัติ พร้อมระบบ easy pass, กล้องวงจรปิดทางเข้า-ออกโครงการ และถนนภายในโครงการ รั้วโครงการสูง 2.5 เมตร เส้นทางคมนาคม:                 ถนนกิ่งแก้ว, ถนนบางนา, ถนนลาดกระบัง, ถนนอ่อนนุช ระบบขนส่งมวลชน:               มอเตอร์เวย์ 5.8 km, Airport Link (สถานีลาดกระบัง) 5.8 km, ถ.วงแหวน 9.1 km, ทางด่วนบูรพาวิถี 10.3, รถประจำทางสาย 553 สถานศึกษา:                           ม.ราม 2 9.9 km, รร.เทพศิรินทร์ ร่มเกล้า 10.4 km, ม.ลาดกระบัง 12.3 km, ม.หัวเฉียว 16 km, รร.เตรียมอุดมศักษาพัฒนาการ 16.9 km, รร.ราชวินิตบางแก้ว 17.6 km ห้างสรรพสินค้า:                    Paseo 6.5 km, ตลาดบางพลีใหญ่ 10 km, Makro 10 km, Homepro Village 12.2 km, Mega Bangna 15.7 km สถานพยาบาล:                      รพ.จุฬารัตน์ 9 3.7 km, รพ.สิรินธร 8.9 km, รพ.จุฬารัตน์1 10.7 km, รพ.ปิยะมินทร์ 17.4 km สถานที่อื่นๆ:                          สนามบินสุวรรณภูมิ 6.8 km     พบกันที่ พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น บนสังคมเหนือระดับ กับทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า Airport Link พร้อมเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้หลากหลายเส้นทาง เปิดตัวครั้งแรก! นวัตกรรมใหม่ “บ้านพูดได้” อีกขั้นของนวัตกรรมความปลอดภัย คุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากสังคมที่ดี Pleno บางนา-อ่อนนุช ท้าให้คุณมาสัมผัสความแตกต่าง กับพรีเมียมทาวน์โฮมพร้อมสระว่ายน้ำหรูและสวนขนาดใหญ่ ในสังคมคุณภาพจาก AP ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และแอร์พอร์ตลิงค์ลาดกระบัง   #PlenoDay #เปย์แหลกแจกไม่อั้น #เปิดเฟสใหม่ ใกล้คลับเฮ้าส์ #ลดจัดเต็ม ✓จอง 0 บาท* ✓โอน 0 บาท* ✓ลด 300,000 บาท* ✓ส่วนลด Registerx2 ✓แอร์ทั้งหลัง ✓ ฟรี! ทุกค่าใช้จ่าย เริ่ม 2.49 ล้าน* >> https://bit.ly/2D3iAS4    
SC เดินหน้าเปิดโปรเจ็กต์โค้งท้ายปี รักษาเป้าหมายสร้างรายได้ 19,000 ล้าน

SC เดินหน้าเปิดโปรเจ็กต์โค้งท้ายปี รักษาเป้าหมายสร้างรายได้ 19,000 ล้าน

"เอสซี แอสเสท" เดินหน้าเปิดโปรเจ็กต์โค้งท้ายปี รักษาเป้ารายได้ 19,000 ล้าน  มุ่งจับตลาดระดับบน กำลังซื้อสูง ล่าสุดเตรียมโอนโปรเจ็กต์ "ทเวนตี้เอท ชิดลม"  บนที่ดินเคยแพงสุดของถนนชิดลม หลังกวาดยอดขายกว่า 5,000 ล้าน  นายประยงค์ยุทธ อิทธิรัตน์ชัย รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยถึงแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมช่วงครึ่งปีหลังว่า ได้วางแผนเปิดตัว 2 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ THE CREST PARK RESIDENCES  คอนโดฯ ใกล้ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท พัฒนาโดยบริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNR1 Co.,Ltd.) บริษัทร่วมทุนกับ Nishitetsu Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯและคมนาคมจากภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น   โครงการที่ 2 คือ โครงการ SCOPE THONGLOR  คอนโดฯ ติด BTS สถานีทองหล่อ มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท พัฒนาโดยบริษัท สโคป ทาวเวอร์ จำกัด (Scope Tower Co., Ltd.) ส่วนช่วงปลายปีจะเปิดขายโครงการ แชมเบอร์ส อ่อนนุช สเตชั่น เฟส 2 มูลค่า 1,400 ล้านบาท ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อซอฟท์ลอนซ์  ก่อนเปิดตัวเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้าอีกครั้งหนึ่ง   สำหรับการเปิดตัวโครงการคอนโดฯ​ บริษัทมุ่งเน้นจับตลาดระดับบน หรือคอนโดฯ ราคาขายตั้งแต่ 120,000-250,000 บาตรต่อตารางเมตรขึ้นไป  ซึ่งแผนในระยะ 3-5 ปี บริษัทจะพัฒนาโครงการคอนโดฯ ภายใต้แบรนด์เดอะเครสท์ และแชมเบอร์ส เพื่อบริหารพอร์ตรายได้ของบริษัท ให้มีสัดส่วนรายได้จากโครงการคอนโดฯ 1 ใน 3 ของรายได้รวม รายได้จากโครงการแนวราบมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของรายได้รวม และมีรายได้ประจำจากการปล่อยเช่าและการธุรกิจโรงแรม สัดส่วนไม่เกิน 10% ของรายได้รวมด้วย   ด้านความคืบหน้าโครงการในกลุ่มลักชัวรี ลิมิเต็ด คอลเลคชั่น ของบริษัท ซึ่งมีด้วยกัน 3 โครงการ  ได้แก่ 1.โครงการศาลาแดงวัน มูลค่า 4,000ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขายมูลค่า 1,400 ล้านบาท  2.โครงการบีทนิค สุขุมวิท มูลค่า 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขาย  2,000 ล้านบาท และ 3.โครงการทเวนตี้เอท ชิดลม (28 ชิดลม) มูลค่า 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขายประมาณ 3,000 ล้านบาท   ส่วนความคืบหน้าโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม บริษัทก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถขายห้องชุดได้กว่า 60% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท  จากมูลค่าโครงการรวม 8,000 ล้านบาท ส่วนห้องที่เหลืออีก 40% จะจัดงาน Open House ในวันที่ 7-8 กันยายน 2562 พร้อมเปิดให้ชมโครงการอย่างเป็นทางการ     โดยโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม เป็นคอนโดซุปเปอร์ลักชัวรี่ ฟรีโฮลด์ บนถนนชิดลม พื้นที่กว่า 3 ไร่  มีจำนวน 2 อาคาร แบ่งเป็น  The Tower ขนาด 47 ชั้น จำนวน 243 ยูนิต รูปแบบห้องมีให้เลือกทั้งแบบ ห้องขนาด 1-3 ห้องนอน และแบบเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 40-200 ตารางเมตร  กับอาคาร The Villa ขนาด 20 ชั้น จำนวน 182 ยูนิต รูปแบบห้องมีให้เลือกขนาด 1-3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 37-132 ตารางเมตร   สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำได้ 19,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 20%  ในช่วงครึ่งปีหลังวางแผนเปิดโครงการใหม่ทุกกลุ่ม 10 โครงการ มูลค่ารวม 13,300 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 8 โครงการ มูลค่า 7,300 ล้านบาท  ได้แก่ กลุ่มบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์ เพฟ, เวนิว โฟลว์, บางกอก บูเลอวาร์ด และ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ราคาตั้งแต่ 4-30 ล้านบาท กลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ วี-คอมพาวด์ และ เวิร์ฟ ราคา 2-6 ล้านบาท โดยทั้ง 8 โครงการ ตั้งอยู่ในหลากหลายทำเล เช่น พระราม 5, รังสิต, เสรีไทย, และบางนา ส่วนโครงการแนวสูง 2 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท   ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน หรือ backlog มูลค่า 10,600  ล้านบาท 57% จะรับรู้รายได้ในปีนี้ จากทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง โดยมีคอนโดฯ 2 โครงการที่จะสร้างเสร็จและเริ่มโอนในครึ่งปีหลัง คือ โโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม และโครงการเซ็นทริค รัชโยธินเริ่มโอนปลายไตรมาส 4   ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของ บริษัทมีรายได้รวม 6,698  ล้านบาท สัดส่วนคือ 93% จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และสัดส่วน 6% จากอสังหาฯ เพื่อเช่าและบริการ รายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 6,236  ล้านบาท มาจากโครงการแนวราบ 5,202 ล้านบาท เติบโต 16% (yoy) และโครงการแนวสูง 1,034 ล้านบาท กำไรสุทธิ 598 ล้านบาท และมียอดขายรวม 7,023 ล้านบาท
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 24 สิงหาคม- 1 กันยายน 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 24 สิงหาคม- 1 กันยายน 2562

หมดไปแล้วอีก 1 เดือน และก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ ที่เรียกได้ว่ากำลังจะเข้าสู่โค้งท้ายของปีนี้แล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแพร๊บเดียวเราคงได้ฉลองปีใหม่กันอีกรอบแล้ว...   เมื่อเวลาของปีเหลือน้อยลงน้อยลง บรรยากาศของธุรกิจก็พอจะเริ่มมีความคึกคักขึ้นมาบ้าง เพราะดีเวลลอปเปอร์แต่ละรายต้องเร่งทำตลาด และสร้างยอดขายเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่จะไปได้ดีแค่ไหนต้องลุ้นกันอีกครั้ง   ++ออลล์ อินสไปร์ ลุยโปรเจ็กต์ครึ่งปีหลัง     สำหรับ “ออลล์ อินสไปร์” คงไม่ต้องลุ้นจนเหนื่อย เพราะนายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ออกมาแถลงข่าวผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก  โดยเปิดเผยว่าสามารทำผลประกอบการเติบโตตามที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 1,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49%  และมีกำไรสุทธิ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และมีกำไรสุทธิ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นายธนากร กล่าวอีกว่า จากความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรก  ส่งผลให้ทางบริษัทเตรียมวางยุทธศาสตร์ แผนขยายการลงทุนในครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่มูลค่ากว่า 12,500 ล้านบาท ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โลว์ไรส์ ไฮไรส์ และทาวน์โฮม  จากแผนการเปิดโครงการใหม่ ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าในปีนี้จะทำรายได้ 4,500 ล้านบาทตามที่วางเป้าหมายไว้ด้วย   ++“เสนา ฮันคิว ฮันชิน” ผนึกพันธมิตรเสริมบริการระดับโรงแรม   ด้าน “เสนาฯ” ก็วางแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้น ทั้งในปีนี้และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ด้วยการจับมือกับพันธมิตรอย่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เพื่อเสริมจุดแข็งด้านบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนา ฮันคิว ฮันชิน จำกัด  เปิดเผยว่า เสนา ฮันคิว ฮันชิน มีแผนขยายตลาดเซกเมนต์พรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นทั้งในปีนี้และปีหน้า  ล่าสุดจับมือกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทผู้นำด้านบริหารจัดการโรงแรมจากหลากหลายประเทศ อาทิ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ช่วยบริหารโครงการ “ปีติ” ให้มีมาตรฐานการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ซึ่งโดยปกติจะพบที่คอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักชูรี่เท่านั้น นับเป็นพรีเมี่ยมคอนโดเจ้าแรกที่ให้บริการระดับลักชัวรี่ เซอร์วิส (Luxury Service)   ++โนเบิลฯ ตั้ง CFO คนใหม่ การขับเคลื่อนองค์กร หัวใจสำคัญอยู่ที่ “คน”  บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (NOBLE) จึงเสริมทีมงานเพิ่มเข้ามา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท โดยได้แต่งตั้ง นายอรรถวิทย์  เฉลิมทรัพยากร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  สายงานการเงิน  โดยบริษัทฯได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  มีผลตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม  2562  เป็นต้นไป   ++ ส.สินเชื่อจัดงานเซลล์ ช่วงระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน 2562  สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้จัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 ใน ที่ ฮอลล์ 6 อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งภายในงานมีทรัพย์เด่น ราคาลดสูงสุดถึง 50% พร้อมสินเชื่อ 0%  ซึ่งภายในงานมีธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์มาร่วมงานหลายราย อาทิ  บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน  ซึ่งมีทรัพย์สินรอการขายมาเสนอขายแสดงในงานเกือบ 10,000 รายการ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท งานนี้ตั้งเป้ามียอดขายภายในงานประมาณ 3,000 ล้านบาท และยอดขายที่ตามมาหลังงานอีกประมาณ 10,000 ล้านบาทเลยทีเดียว   ++3 สมาคมเตรียมจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด นอกจากงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 ที่ผ่านพ้นไปแล้ว ในแวดวงอสังหาฯ  ก็จะมีงานใหญ่มาให้คนที่ต้องการบ้านและคอนโดฯ  ได้เลือกช้อปกันอีกงานหนึ่ง คือ  งาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41” ระหว่าง 12-15 ก.ย.นี้ ชั้น 5 สยามพารากอน ซึ่งงานนี้ “3 สมาคมอสังหา” ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยร่วมกันจัดขึ้นโดยในปีนี้ได้ใช้งบการจัดงานกว่า 20 ล้านบาท จัดขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals” สุดยอดข้อเสนอสำหรับคนอยากมีบ้านและคอนโดฯ ภายในงานจะเป็นการรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัย “ ครบทุกที – ทุกทำเล - ทุกราคา” รวมกว่า 1,000 โครงการ พร้อมด้วย “BEST PROMOTION”   นอกจากนั้น คณะผู้จัดงานยังได้จัดโปรโมชั่น และแคมเปญ Amazing Deals ลุ้นรับบัตรกำนัลส่วนลดเงินสด และ เครื่องใช้ไฟฟ้าจากพานาโซนิค รวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท และเฉพาะในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 เท่านั้น ที่ผู้เข้าชมงานจะได้อัพเดทโปรโมชั่น ราคาและข้อเสนอพิเศษของแต่ละโครงการจากทุกบริษัทที่มาร่วมแสดงงาน ในรูปแบบ Real Time ณ บริเวณเวทีกลางภายในงานอีกด้วย   ++เปิดโครงการ "เดอะ ลอฟท์ ราชเทวี" ส่วนโครงการเปิดตัวใหม่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีโครงการ “เดอะ ลอฟท์ ราชเทวี”  ของบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม  มูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Experience the Extraordinary Space” พร้อมชูนวัตกรรม Dual Keys   ในราคาเริ่มต้น 6.2 ล้านบาท จำนวนห้องพักเพียง 273 ยูนิต สูง 33 ชั้น  พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1-2-31.5  ไร่  ซึ่งเตรียมเปิดพรีเซลล์รอบแรก 7-8 กันยายน 2562 ณ โรงแรม VIE HOTEL BANGKOK กรุงเทพ   สำหรับห้องชุดภายในโครงการมีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ แบบ “ซิมเพล็ก” (Simplex: ห้องชุด แบบชั้นเดียว) เพดานสูงประมาณ 3 เมตร ขนาด 25.5 – 109.5 ตารางเมตร แบบ “ลอฟท์” (Lofts) เพดานสูงประมาณ 4.7 เมตร แบบ 2 ชั้น ขนาด 29 – 64.5 ตารางเมตร และแบบ “ดูอัล คีย์” (Dual Keys) สำหรับห้องชุดประเภท Simplex เพดานสูงประมาณ 3 เมตร ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 20 ห้องเท่านั้น และยังออกแบบ Juliet Balcony เพิ่มทางเลือกให้ผู้อยู่อาศัยได้ขยายห้องรับแขก  รวมกับระเบียงเพื่อให้ได้ห้องชุดที่กว้างและทุกห้องถูกออกแบบให้มีบานกระจกหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานแบบเต็มบานช่วยให้เห็นวิวเมืองแบบมุมกว้าง   ++เดอะ เมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์ พร้อมโอนแล้ว   นอกจากการเปิดตัวโครงการใหม่แล้ว โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าก็มีโครงการ เดอะ เมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์ (The Metropolis Samrong Interchange ) บริหารงานโดยบริษัท เมโทรโพลิส พรอพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัทในเครือว่องไววิทย์ฯ   โดยโครงการดังกล่าว ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการทั้งหมดกว่า 8 ไร่ พัฒนาเป็น High Rise Condominium จำนวน 2 อาคาร  และเป็น Low Rise Condominium  จำนวน 1 อาคาร   และอาคารจอดรถ   มีแบบห้องให้เลือก 3 แบบขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ขนาด 29 – 67 ตร.ม. คือห้องแบบ Studio ขนาด 28 ตร.ม./ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม. และห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 52 และ 67 ตร.ม. ราคาเริ่ม 2.6 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 5,700 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายไปแล้ว 70% ++จัดโครงการ “GIVE GREEN CBD : SYNERGY POWER 2019”   ดีเวลลอปเปอร์นอกจากจะสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว ต้องมีส่วนสร้างชุมชมรอบข้างให้น่าอยู่ และมีส่วนช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ ด้วย ล่าสุด มูลนิธิแอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล ภายใต้ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่นจับมือกรุงเทพมหานครและผู้ประกอบการย่านสาทรจัดโครงการ “GIVE GREEN CBD : SYNERGY POWER 2019” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เพื่อผลักดันไปให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครน่าอยู่และสังคมที่ยั่งยืน  “The Charity Society: สังคมแห่งการแบ่งปัน”   โครงการนี้ถือเป็นการมอบ สิ่งดีๆ สู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตชาว กทม. และเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก เริ่มสิงหาคม 2562 ถึงมกราคม 2563 ประเดิมด้วยกิจกรรมตลาดนัดการกุศล AWC Charity Market Around, กิจกรรมวิ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมลดขยะ Empire Tower We Run 2019 with Virgin Active, กิจกรรมต้นคริสต์มาสยักษ์ที่ประดับตกแต่งด้วยอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬา ภายใต้แนวคิด A Sathorn District Charity Christmas Tree  The Green Happiness Society   ปิดท้ายด้วยกิจกรรมปันฝัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและส่งต่อโอกาสทางการศึกษา ผ่านอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาให้กับน้องๆในวันเด็กแห่งชาติในปี 2563 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการรักษาเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก ที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก ถือเป็นกิจกรรมดีดีที่ต้องบอกต่อ....   แล้วกลับพบกันใหม่สัปดาห์หน้า      
“บ้านกลางเมือง บางนา-วงแหวน” ลัคชัวรี่ทาวน์โฮม 3 ชั้น พร้อมฟังก์ชั่นบ้านเหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการพักผ่อนเหมือนอยู่ในเรือสำราญสุดหรู : รีวิวทาวน์โฮม

“บ้านกลางเมือง บางนา-วงแหวน” ลัคชัวรี่ทาวน์โฮม 3 ชั้น พร้อมฟังก์ชั่นบ้านเหนือระดับ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการพักผ่อนเหมือนอยู่ในเรือสำราญสุดหรู : รีวิวทาวน์โฮม

“บ้านกลางเมือง บางนา-วงแหวน” โครงการลัคชัวรี่ทาวน์โฮมคุณภาพดีไซน์ใหม่กับแบบบ้าน TERAARIA 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จอดรถได้ 2 คัน พร้อมตอบโจทย์ทุกความสะดวกสบายสำหรับทุกคนในครอบครัว รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว ใกล้ถนนบางนา ถนนลาดกระบัง ถนนกิ่งแก้ว ถนนศรีนครินทร์ พระราม9 – มอเตอร์เวย์ BTS อุดมสุข และสนามบินสุวรรณภูมิ   พร้อมสัมผัสกับความสุขในโลกส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “BEYOND THE LEISURE EXPERIENCE” จากแรงบันดาลใจจากเรือสำราญ สู่ประสบการณ์เหนือระดับของการอยู่อาศัยใหม่ ด้วยฟังก์ชั่นและการขยายพื้นที่เพื่อตอบโจทย์บ้านในฝัน บนสังคมคุณภาพที่วางแผนมาเพื่ออนาคต ให้ทุกวันในการอยู่อาศัยเป็นเวลาที่ผ่อนคลายและมีความสุขเหมือนได้พักผ่อนอยู่ในเรือสำราญ   ที่นี่...เราให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ที่ผ่านการคิดและการออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง และ เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด สามารถรองรับการใช้งานในทุกกิจกรรมและความชอบที่แตกต่าง กับคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่สุดหรูแห่งแรกที่ได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมที่หลากหลายในการล่องเรือสำราญ อาทิ Co-working Space ส่วนตัวในการทำงาน, Luxury water fall bar ที่รองรับกิจกรรมในรูปแบบ pool party, Resort Vista park พื้นที่สีเขียวแบบรีสอร์ทสุดหรู และ Private Lounge พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวอย่างมีระดับ เป็นต้น   ที่ตั้งโครงการ สำหรับตัวโครงการ บ้านกลางเมือง บางนา-วงแหวน ตั้งอยู่บนเขตตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สามารถเชื่อมต่อเส้นทางหลักได้หลายสาย ได้แก่ ถนนบางนา ถนนลาดกระบัง ถนนกิ่งแก้ว ถนนศรีนครินทร์ พระราม9 – มอเตอร์เวย์ นอกจากนี้ยังใกล้กับรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข และสนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วย   รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : บ้านกลางเมือง บางนา-วงแหวน ที่ตั้งโครงการ : เขตตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จำนวนบ้าน : 217 ยูนิต รายละเอียดแบบบ้าน : แบบบ้าน TERRARIA พื้นที่ใช้สอย 152 ตารางเมตร มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย : 152 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก :  คลับเฮาส์ พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส และบริเวณพักผ่อน, สวนสาธารณะ ระบบสายไฟฟ้าปักเสาพาดสาย ตามแบบมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง, ระบบท่อเมนประปา ตามมาตรฐานการประปานครหลวง ระบบรักษาความปลอดภัย : เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, Gate ทางเข้า-ออกโครงการ, ระบบเข้า - ออกโครงการ แบบ KATSAN พร้อมป้อมรปภ.รักษาความปลอดภัย, ระบบ CCTV ทางเข้า-ออกโครงการ และกระจายตามถนนของโครงการใช้ระบบ Ap Visitor ในการบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อโครงการ เส้นทางคมนาคม : ถนนบางนา 3.5 กม., ถนนลาดกระบัง 9 กม., ถนนกิ่งแก้ว 4.5 กม., ถนนศรีนครินทร์ 7.5กม., พระราม9–มอเตอร์เวย์ 5.5 กม., แอร์พอร์ตลิงค์ทับช้าง 6.5 กม., BTS อุดมสุข 12.0 กม., สนามบินสุวรรณภูมิ 15.0 กม. สถานศึกษา : ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เดินทาง 30 นาที, ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว เดินทาง 15 นาที, มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 เดินทาง 15 นาที, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เดินทาง 30 นาที ห้างสรรพสินค้า : Maga บางนา เดินทาง 10 นาที, Central บางนา เดินทาง 20 นาที, The Paseo Park เดินทาง 15 นาที, บุญถาวร เดินทาง 10 นาที สถานพยาบาล : ร.พ.ไทยนครินทร์ บางนา เดินทาง 30 นาที, ร.พ.ไทยศิครินทร์ บางนา เดินทาง 30 นาที, ร.พ. จุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต เดินทาง 10 นาที   เตรียมพบกับโครงการใหม่!!! บ้านกลางเมือง บางนา-วงแหวน ทาวน์โฮม 3 ชั้นโมเดลใหม่กับฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ พร้อมพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน บนทำศักยภาพติดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก พิเศษ! 24–25 สิงหาคม นี้ Pre-Sale โครงการใหม่ จาก “AP UPPER EAST STATE” เมกะโปรเจกต์แห่งใหม่ เพื่อการใช้ชีวิตเหนือระดับ ด้วยภาพลักษณ์สังคมที่อยู่อาศัยและธุรกิจระดับไฮเอนด์ มอบเอกสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว ทั้งยังรายล้อมไปด้วยพื้นที่เศรษฐกิจและคอมมูนิตี้แห่งใหม่ของโซนบางนาใกล้ Mega บางนา และทางด่วน เริ่ม 4.77 ลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิพิเศษสูงสุด 100,000 บาท* คลิก>>> https://bit.ly/2MfL2Xl    
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 17-25 สิงหาคม 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 17-25 สิงหาคม 2562

ตลาดอสังหาฯ ผ่านพ้นไตรมาส 2 มา ยอดขายก็ลดลงไปตามๆ กัน เพราะผลกระทบจากมาตรการ LTV แต่ เดินหน้าลุยกันต่อในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะบรรยากาศโดยรวมน่าจะดีขึ้น ล่าสุดแบงก์ชาติก็ผ่อนเกณฑ์ LTV ในส่วนของผู้กู้ร่วมแล้ว ต่อไปก็น่าจะมีอะไรดีๆ ออกมาอีก ผู้ประกอบการแอบหวังไว้เช่นนั้น   ++ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว กวาดยอดจอง 100% สำหรับค่าย “ออริจิ้น” ดูจะทำผลงานในแบรนด์ใหม่ The Origin ได้โดดเด่นเกินหน้าเพื่อนฝูงร่วมวงการ เพราะเมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคมที่ผ่านมา จัดอีเวนท์ First Exclusive สำหรับ โครงการดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว (The Origin Ratchada-Ladprao) และดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 (The Origin Ladprao 15) ให้แก่ลูกค้าทั้ง VIP และลูกค้าทั่วไป ก็มีคนสนใจล้นหลาม โดยโครงการที่รัชดา-ลาดพร้าว สามารถ Sold Outกวาดยอดจองไป 100% ขณะที่ลาดพร้าว 15 ก็กวาดยอดจอง 80% และจะพรีเซลอย่างทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้  ++SENA รุกตลาดแนวราบ     ส่วนบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่มีผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลอยู่ก็เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการ “เสนาแกรนด์โฮม รามอินทรา ก.ม.8” พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  จำนวนเพียง 7 หลัง ในราคาเริ่ม 7-10 ล้านบาท  จุดเด่นของโครงการแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีคู้บอน) ใกล้ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะพรอมานาด  เดอะคริสตัล และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นต้น   ++พราว กรุ๊ป ทุ่ม 7,000 ล้าน บุกตลาดท่องเที่ยวภูเก็ต ตลาดอสังหาฯ  ไม่ได้มีแต่ตลาดบ้านและคอนโดฯ​ เท่านั้น ยังมีการพัฒนาโครงการในรูปแบบอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า เป็นต้น  ซึ่ง “พราว กรุ๊ป” เป็นหนึ่งในดีเวลลอปเปอร์ที่ วางนโยบายเอาไว้ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการซึ่งไม่ใช่ที่อยู่อาศัย  โดยเลือกประเภทโรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว ที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ซึ่งเลือกพัฒนา “สวนน้ำ” อย่างโครงการวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ซึ่งกลายเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวหัวหินไปแล้ว   ล่าสุด ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา 2 โปรเจ็กต์ ในจังหวัดภูเก็ต คือ ‘อันดามันดา’ แหล่งพักผ่อน สวนน้ำ และความบันเทิงบนเนื้อที่ 58 ไร่ ตั้งเป้าเป็น Integrated Entertainment and Resort Destination ซึ่งจะเปิดบริการให้บริการในช่วงต้นปี 2564 และ ‘โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท’ ที่พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส  3 ปีนี้ (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++AWC ชู 3  กลยุทธ์ลุยธุรกิจอสังหาฯ   ความยิ่งใหญ่ของตระกูล “สิริวัฒนภักดี” คนไทยทั้งประเทศรู้ดี เพราะมีธุรกิจในมือหลากหลาย แต่และธุรกิจก็ยิ่งใหญ่ระดับประเทศทั้งน้านนนน แม้แต่ธุรกิจอสังหาฯ แต่ละโปรเจ็กต์ก็ระดับบิ๊กๆ ทั้งนั้น  อย่างเช่น ธุรกิจอสังหาฯ ในกลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ที่เป็นเจ้าของโครงการหลากหลาย อาทิ  เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ อาคารสำนักงานเอ็มไพร์  ทาวเวอร์ ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศแผนธุรกิจในส่วนโรงแรมไปแล้ว ล่าสุดออกมาขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ กับ 3 กลยุทธ์สำคัญ   นางวัลลภา ไตรโสรัส  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์(Retail & Commercial Building) มี 2 กลุ่มใหญ่ คือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) และอาคารสำนักงาน (Office) ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโต โดยเตรียม 3 กลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ 1.การตอบรับความต้องการทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้คนในบริเวณโดยรอบโครงการ ภายใต้ Barbell Strategy ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างโครงการหลากหลายประเภท 2. การวางคอนเซ็ปต์โครงการที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ AWC สามารถเปิดโครงการใหม่ เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยังไม่มีโครงการในตลาดที่ตอบโจทย์  และกลยุทธ์ที่ 3 คือ การบริหารจัดการโครงการและผู้เช่าอย่างมีประสิทธิภาพ (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++อนันดา เปิดแคมเปญ “คิด..เพื่อชีวิตคนเมือง” เจ้าพ่อคอนโดฯ ติดรถไฟฟ้าต้องยกให้เขาเลย “อนันดา” เพราะแต่ละโปรเก็จต์อยู่ใกล้ชิดติดสถานีของรถไฟฟ้า แม้จะไกลแต่ก็ยังเดินถึงสถานีได้ไม่ลำบาก  นี่คือ คีย์ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  แต่ไม่ใช่แค่นี้  ความสำเร็จของอนันดายังมาจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้น คือการสร้างแบรนด์ ผ่านแคมเปญต่างๆ ล่าสุด เปิดตัว ตัวแคมเปญ “คิด...เพื่อชีวิตคนเมือง” ตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions  คอร์ปอเรทแคมเปญที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี   นอกจากนี้ ยังจัดงาน URBAN EXPO ด้วยการขน 32 โครงการ  พร้อมอยู่ ทั้ง คอนโดฯ ติดรถไฟฟ้า บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ และยังจะมีโปรโมชั่นออกมากระตุ้นตลาดเป็นระยะๆ  โดยช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้ อนันดา คาดหวังจะทำยอดขายได้ 5,000 ล้านบาท ส่วนช่วงเวลาที่เหลือของปีก็เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการด้วย      ++แสนสิริ เปิดเกมส์รุกแนวราบ   จากภาวะตลาดคอนโดฯ​ ที่อออกอากาศจะไม่สดใส และชะลอตัวลง สิ่งหนึ่งที่ดีเวลลอปเปอร์ทำเพื่อรับมือกับยอดขายซึ่งอาจจะหดหายไป คือ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่  เทรนด์ส่วนใหญ่ที่ทำกันในปีนี้ จึงเห็นการขยายตลาดไปพัฒนาโครงการแนวราบ  เพราะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ไม่มีกลุ่มนักเก็งกำไร ซึ่งเทรนด์นี้ “แสนสิริ” ก็เอากับเขาด้วย โดยครึ่งหลังปีเตรียมตัวเปิด 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท โดยจำนวน 10 โครงการใหม่ มูลค่า 13,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ   “ในวันนี้แสนสิริพร้อมสร้างความแตกต่าง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยว และ Top 3 ในตลาดทาวน์เฮาส์ภายใน3 ปี ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจแนวราบมาจากการพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมแบรนด์แนวราบ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ พร้อมสร้างความแข็งแกร่ง และจุดเด่นในแต่ละแบรนด์ที่ชัดเจน แตกต่างเหนือคู่แข่ง” นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  เล่าถึงเป้าหมายของการรุกตลาดแนวราบ (อ่านข่าวเพิ่มเติม) ​   ++พร็อพเพอร์ตี้  โชว์ผลงานครึ่งปีแรก   ขณะที่ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ดูเหมือนว่าช่วงครึ่งปีแรก สามารถรับมือกับผลกระทบจาก LTV  และภาวะตลาดชะลอตัวได้ดี สามารถสร้างผลงานได้ดีกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา  โดยมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น  มีรายได้และกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน โดยบริษัทมีรายได้รวม 10,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และยังทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 1,132 ล้านบาท เติบโตขึ้น 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน   ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังน่าจะดียิ่งกว่าครึ่งปีแรก  นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)  เล่าว่า บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ 4,700 ล้านบาท ทั้งบ้าน คอนโดในประเทศ และคอนโดประเทศญี่ปุ่น มีขายที่ดินและการลงทุนอีก 3,000 ล้านบาท  จึงมีโอกาสทำกำไรต่อเนื่องพร้อมลดภาระหนี้ลงได้กว่า 4,000 ล้านบาท ปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวโครงการร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งบ้านนวัตกรรมร่วมกับเซกิซุยฯ และจับมือฮ่องกงแลนด์ เปิดตัวบ้านหรูริมทะเลสาบ “เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” อีกด้วย   ++เอพี ออกแบรนด์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ในภาวะตลาดที่ยอดขายทรงตัว กลยุทธ์หนึ่งที่นักการตลาดมักจะนำมาใช้ คือ การออกสินค้าใหม่ หรือไม่ก็แบรนด์ใหม่ เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นดีมานด์ใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดขาย ค่าย “เอพี ไทยแลนด์” ก็มาในเวย์นี้เหมือนกัน ล่าสุด  เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘THE SONNE’ ในรูปแบบ Luxury Duplex Home เพื่อรุกตลาดช่วงครึ่งปีหลัง ประเดิมกับโปรเจ็กต์แฟล็กชิพแรกย่านศรีนครินทร์-บางนา  มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท จำนวน 56 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ 7-8 กันยายนนี้ ที่ ส่วน 7 เดือนยอดขายก็ทำได้กว่า 24,060 ล้านบาท เป็นยอดขายจากสินค้าแนวราบมูลค่า 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยยอดขายต่อสัปดาห์ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++ลลิล เปิด 5 โครงการครึ่งปีหลัง   อย่างที่บอก ครึ่งปีหลังนี้ เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของปี ที่ต้องเร่งทำตลาดและสร้างยอด ในช่วงเวลาที่เหลือ เพราะแต่ละบริษัทมี “เป้าหมาย” ต้องพุ่งชน “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ก็เช่นกัน ประกาศแผนรุกตลาดครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่า 3,500 ล้านบาท พร้อมปักธงรุกตลาดในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอ เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย Thailand 4.0 เพิ่มอีกด้วย   ซึ่งนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN)  มองว่า   ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ  ครึ่งปีหลังยังมีทิศทางที่เป็นบวก  แต่อัตราการปรับตัวอาจอยู่ในกรอบที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอุปทานคงเหลือในหลายพื้นที่  (อ่านข่าวเพิ่มเติม)    
แสนสิริ รุกแนวราบทุกเซ็กเมนต์ ตั้งเป้า No.1 บ้านเดี่ยว และ Top 3 ทาวน์เฮาส์ใน 3 ปี

แสนสิริ รุกแนวราบทุกเซ็กเมนต์ ตั้งเป้า No.1 บ้านเดี่ยว และ Top 3 ทาวน์เฮาส์ใน 3 ปี

เป็นอีกหนึ่ง Developer ที่ออกมาประกาศเปิดเกมส์รุกตลาดแนวราบอย่างเป็นทางการ โดยการสร้างทีมบริหาร พัฒนาสินค้าควบคู่ไปกับการบริการ เพื่อการขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดบ้านเดี่ยว และเป็น Top 3 ของตลาดทาวน์เฮาส์ ตั้งเป้าภายในระยะเวลา 3 ปี   นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านในของปีนี้ เราทำยอดขายโครงการแนวราบได้ค่อนข้างดี จึงเชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดแนวราบจะเติบโตไปได้ดี โดย 6 เดือนแรกทำยอดขายได้ 10,924 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับยอดของปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน มีกำไรอยู่ที่ 689 ล้านบาท มียอด Backlog อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท และมีโครงการที่เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีหลังอยู่ 10 โครงการ คาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้กว่าหมื่นล้านบาท   "เทรนด์อสังหาฯ ในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยลดลงอีกจากหลายปัจจัย และเชื่อว่าจะมีมาตรการต่างๆ จากภาครัฐออกมา เพื่อดันให้มีตัวเลขที่โตขึ้นได้" แสนสิริเตรียมเปิดอีกทั้งหมด 16 โครงการ โดยแบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 4 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 6 โครงการ และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ รวมมูลค่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งเฉพาะแนวราบ 10 โครงการ จะมีมูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ซึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้ก้าวไปสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดบ้านเดี่ยว และ Top 3 ในตลาดทาวน์เฮาส์ภายใน 3 ปี คือการวางกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจแนวราบมาจากการพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมแบรนด์แนวราบ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ สร้างจุดเด่นในแต่ละแบรนด์ที่ชัดเจน และโดดเด่นด้าน Service แตกต่างเหนือคู่แข่ง ส่วนคอนโดมิเนียมนั้นมีการปรับแผนหันมาเปิดโครงการที่จับกลุ่มระดับกลาง พร้อมปรับไปตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยมีแบรนด์หลักที่จะนำมาเปิดตัวช่วงปีหลังนี้ อาทิ   บุราสิริ “บ้านบรรยากาศรีสอร์ท บ้านเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง” บ้านเดี่ยวบรรยากาศรีสอร์ท ตั้งแต่ทางเข้าโครงการ คลับเฮาส์ ตัวบ้านที่ออกแบบมาให้มีโอกาสได้สัมผัส กับธรรมชาติได้มากกว่า สวนส่วนกลางที่เน้นการปลูกด้วยต้นไม้ใหญ่ เพิ่มพื้นที่ Strip Park เชื่อมต่อระหว่างบ้าน ตัวซอย เพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้ความเขียวชอุ่ม ทำให้ร่มรื่น สบายตาและเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงรูปแบบ สีสันที่ให้ความกลมกลืนกับธรรมชาติ ในระดับราคา 8-20   “สราญสิริ” เตรียมเปิดตัว Double Volume ลักซ์ชัวรี่สเปซในบ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวภายใต้แนวคิด Built for Love พร้อมเพิ่มพื้นที่ความสุขด้วย Double Volume เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทุกรุ่นทุกวัยได้ใช้ชีวิต และเวลาดีๆ ร่วมกัน โดยจะเปิดตัวครั้งแรกที่บ้านเดี่ยวสราญสิริโครงการใหม่ ในชื่อ “สราญสิริ ศรีวารี” ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ระดับราคา 5–7 ล้านบาท   Garden Connect ฟังก์ชั่นบ้านแนวคิดใหม่ ในแบรนด์เศรษฐสิริและบุราสิริ  ครั้งแรกกับแนวคิดใหม่ในการใช้พื้นที่ภายในบ้าน บนแปลนบ้านแบบใหม่ สร้างพื้นที่พิเศษ ให้ความเป็นส่วนตัว เชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยภายนอกบ้านสู่ภายในบ้าน สามารถจัดสรรพื้นที่เป็นสระว่ายน้ำ หรือสวนขนาดใหญ่ได้ โดยจะเริ่มพัฒนาในรูปแบบของเอ็กซ์คลูซีฟยูนิตใน 5 โครงการ ภายใต้แบรนด์เศรษฐสิริ และบุราสิริ นำร่องด้วยโครงการบุราสิริ วงแหวนอ่อนนุชในช่วงปลายปีนี้และเศรษฐสิริ ทวีวัฒนาในช่วงต้นปีหน้า   สิริเพลส ทาวน์เฮาส์สไตล์ Modern Loft ครองใจกลุ่ม Young Gen ทาวน์เฮาส์คุณภาพในระดับ Best in Class ในปีนี้แสนสิริจะนำเสนอทาวน์เฮาส์รูปแบบล่าสุดในสีสันและดีไซน์ที่สนุกสนาน โดยยังคงคอนเซ็ปต์ "Modern Loft" ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ พร้อมนำเสนอฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่มีห้องน้ำในตัว รวมถึงเพดานสูงใน Master Bedroom และห้องเอนกประสงค์ชั้นล่างที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบ ซึ่งจะเปิดตัว 4 โครงการใน 4 ทำเลใหม่ในเดือพฤศจิกายนนี้   สำหรับแผนการเปิดตัว 10 โครงการแนวราบที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ได้แก่ โครงการไทเกอร์ เลน (Tiger Lane) มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท โครงการคณาสิริ ราชพฤกษ์ 346 มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท โครงการสราญสิริ ศรีวารี มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท โครงการอณาสิริ บางใหญ่ มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท โครงการเศรษฐสิริ จรัญฯ ปิ่นเกล้า 2 มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท โครงการบุราสิริ พระราม 2 มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท สิริเพลส 4 โครงการใน 4 ทำเลใหม่ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 3,500 ล้านบาท ในทำเล เพชรเกษม ราชพฤกษ์ตัดใหม่ และบางใหญ่อีก 2 โครงการ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Sansiri Service ที่แสนสิริเป็นผู้นำด้านการบริการลูกบ้านของวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่จะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเรียลดีมานด์ในด้านบริการและความปลอดภัย เพื่อมอบประสบการณ์ด้านบริการทั้งก่อนและหลังการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดในทุกด้านให้กับลูกบ้าน ตั้งแต่การซื้อที่อยู่อาศัย การย้ายเข้าอยู่อาศัย และตลอดระยะเวลาในการอยู่อาศัย พร้อมตั้งเป้าหมายเป็น Top of Mind ด้านความปลอดภัยในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย ด้วยความโดดเด่นของระบบรักษาความปลอดภัย Sansiri Security System และศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลาง พร้อมนำเสนอครั้งแรกของการเปิดตัว Sansiri Home Care Card แพ็กเกจต่อประกันบ้านหลังหมดระยะประกันแบบรายปีที่ลูกบ้านสามารถเลือกดูแลบ้านได้เองตามความต้องการ ซึ่งในขณะนี้เรากำลังพัฒนาแพ็กเกจที่พัฒนาให้เหมาะกับโครงการทาวน์เฮาส์แบรนด์สิริเพลสโดยเฉพาะ        
Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ : รีวิวทาวน์โฮม

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ : รีวิวทาวน์โฮม

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  
Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที* : รีวิวทาวน์โฮม

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที* : รีวิวทาวน์โฮม

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด