Tag : Townhome

192 ผลลัพธ์
ดีเวลลอปเปอร์ ปั้นโปรเจ็กต์อสังหาฯ ในเชียงใหม่-เชียงราย มูลค่ากว่า 1.17 แสนล้าน

ดีเวลลอปเปอร์ ปั้นโปรเจ็กต์อสังหาฯ ในเชียงใหม่-เชียงราย มูลค่ากว่า 1.17 แสนล้าน

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจ โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย โดยนับเฉพาะโครงการที่มียูนิตเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 ยูนิต จากการสำรวจพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 257 โครงการ มียูนิตในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 32,075 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 117,859 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรร 203 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 23,470 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 87,143 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 50 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 8,539 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 28,840 ล้านบาท และโครงการวิลล่า 4 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 66 ยูนิต มีมูลค่าโครงการรวม 1,875 ล้านบาท ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย มียูนิตเหลือขายจำนวน 10,762 ยูนิต หรือ 33.6% ของยูนิตในผังโครงการทั้งหมด โดยโครงการบ้านจัดสรรมียูนิตเหลือขายจำนวน 8,221 ยูนิต หรือ 35.0% ของยูนิตในผังโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด โครงการอาคารชุดมียูนิตเหลือขายจำนวน 2,524 ยูนิต หรือ 29.6% ของยูนิตในผังโครงการอาคารชุดทั้งหมด และโครงการวิลล่ามียูนิตเหลือขายจำนวน 17 ยูนิต หรือ 25.8% ของยูนิตในผังโครงการวิลล่าทั้งหมด โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 222 โครงการ มียูนิตในผังของทุกโครงการรวมกัน 28,552 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 106,882 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 9,459 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 36,528 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 169 โครงการ มีจำนวนยูนิต 20,295 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 76,776 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 6,981 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 27,406 ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน 49 โครงการ มีจำนวนยูนิต 8,191 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 28,231 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 2,461 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 8,665 ล้านบาท และมีโครงการวิลล่า จำนวน 4 โครงการ มียูนิตในผังจำนวน 66 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1,875 ล้านบาท ยูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 17 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 458 ล้านบาท ทั้งนี้ ยูนิตในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุด จำนวน 28,486 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวมากที่สุด 43.9% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3 - 5 ล้านบาท รองลงมาเป็นอาคารชุด2 8.8% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 14.1 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท บ้านแฝด 6.4% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท ที่เหลือเป็นที่ดินเปล่าและอาคารพาณิชย์ ตามลำดับ ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดเชียงใหม่ที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อยูนิตทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ 1. ทำเลหางดงตอนบน ขายได้ 82.1% มูลค่าขายได้ 4,489 ล้านบาท 2.ทำเลท่ารั้ว-ดอยสะเก็ด ขายได้ร้ 81.6% มูลค่าที่ขายได้ 2,697 ล้านบาท 3.ทำเลในเมือง ขายได้ 78.3% มูลค่าที่ขายได้ 2,338 ล้านบาท 4.ทำเลแม่ริม ขายได้ 74.4% มูลค่าที่ขายได้ 2,793 ล้านบาท และ 5.ทำเลสารภี ขายได้ 72.% มูลค่าที่ขายได้ 6,226 ล้านบาท ส่วนทำเลอาคารชุดในจังหวัดเชียงใหม่ที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อยูนิตทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ 1.ทำเลในเมือง ขายได้ 85.8% มูลค่าที่ขายได้ 8,429 ล้านบาท 2.ทำเล ม.พายัพ ขายได้ร้ 81.7% มูลค่าที่ขายได้ 4,351 ล้านบาท 3.ทำเลสันทราย ขายได้ 71.1% มูลค่าที่ขายได้ 2,100 ล้านบาท 4.ทำเลแม่ริม ขายได้ 61.3% มูลค่าที่ขายได้ 334 ล้านบาท และ 5.ทำเลหางดงตอนบน ขายได้ 57.4% มูลค่าที่ขายได้ 4,239 ล้านบาท   โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดเชียงราย มีจำนวน 35 โครงการ มียูนิตในผังของทุกโครงการรวมกัน 3,523 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 10,976 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 1,303 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 4,596 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 34 โครงการ มีจำนวนยูนิต 3,175 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 10,367 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 1,240 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 4,476 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด จำนวน 1 โครงการ มีจำนวนยูนิต 348 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 609 ล้านบาท มียูนิตเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 63 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ายูนิตเหลือขาย 120 ล้านบาท ทั้งนี้ ยูนิตในผังโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุดจำนวน 3,523 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยวมากที่สุด 41.5% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3 – 5 ล้านบาท รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ 17.1% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1 – 1.5 ล้านบาท เป็นอาคารพาณิชย์ 16.3% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3 - 5 ล้านบาท เป็นที่ดินเปล่า 11.0% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2 - 3 ล้านบาท เป็นอาคารชุด 9.9% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 1.5 – 2 ล้านบาท ที่เหลือเป็นบ้านแฝด ตามลำดับ สำหรับทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดเชียงรายที่ขายดี โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อยูนิตทั้งหมดในโครงการ และเรียงลำดับจากสัดส่วนที่ขายได้มากที่สุด ได้แก่ 1.ทำเลแม่สาย ขายได้ 86.4% มูลค่าขายได้ 221 ล้านบาท 2.ทำเลเชียงแสน ขายได้ 74.1% มูลค่าที่ขายได้ 240 ล้านบาท 3.ทำเลสนามบิน-ม.แม่ฟ้าหลวง ขายได้ 72.3% มูลค่าที่ขายได้ 2,174 ล้านบาท และ 4.ทำเลในเมืองเชียงราย ขายได้ 51.5% มูลค่าที่ขายได้ 3,255 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนทำเลอาคารชุดทำเลสนามบิน-ม.แม่ฟ้าหลวง ขายได้ 81.9% มูลค่าที่ขายได้ 489 ล้านบาท
“เสี่ยเจริญ” จัดพอร์ตธุรกิจอสังหาฯ ส่ง AWC เข้าตลาด ลบภาพธุรกิจครอบครัวสู่มาตรฐานมืออาชีพ

“เสี่ยเจริญ” จัดพอร์ตธุรกิจอสังหาฯ ส่ง AWC เข้าตลาด ลบภาพธุรกิจครอบครัวสู่มาตรฐานมืออาชีพ

“เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” มีธุรกิจในมือมากมายที่สร้างความร่ำรวย และมีมูลค่ามหาศาล  หนึ่งในนั้น คือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม  ซึ่งมีทั้งกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์  แต่อีกหนึ่งจิ๊กซอร์สำคัญขนาดใหญ่  ที่มาต่อเติมความมั่งคั่งของตระกูล  คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เรียกได้ว่ามีอยู่ในมือครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์ประชุม สนามกอล์ฟ และโครงการที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ  ซึ่งกระจายอยู่ทุกมุมเมืองทั่วประเทศ นี่ยังไม่นับที่ดินเปล่าในพอร์ตอีกมหาศาลไม่รู้กี่แสนไร่   ทั้งขนาดความใหญ่และจำนวนธุรกิจที่มีมากมายมหาศาลของตระกูลสิริวัฒนภักดี  การสร้างการเติบโตและความยั่งยืน โจทย์สำคัญที่ “เสี่ยเจริญ” มอบหมายให้ทายาทที่ดูแลธุรกิจอสังหาฯ  คือ การสร้างมาตรฐานการบริหารงานแบบมืออาชีพ และไม่ยึดติดกับความเป็นธุรกิจครอบครัว นอกจากนี้ ยังต้องการให้ทายาทแต่ละคนดูแลรับผิดชอบธุรกิจอสังหาฯ ในแต่ละประเภทอย่างชัดเจน โดยไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน  แนวทางหนึ่งที่ถูกหยิบมาใช้ คือ การนำเอาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  และการจัดกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ แต่ละประเภท ให้อยู่ภายใต้การบริหารงานของแต่ละบริษัทอย่างชัดเจน   นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ  AWC บุตรสาวคนที่ 2 ของเสี่ยเจริญ  เปิดเผยว่า ได้นำบริษัทยื่นแบบไฟลิ่งแก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากต้องการระดมทุน นำเงินมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ สร้างการเติบโตให้กับบริษัท  ชำระหนี้ การสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและชุมชน   “การเข้าตลาดฯ เป็นการสร้างมาตรฐานและความยั่งยืน  ผู้บริหารและพนักงานจะอยู่ในระบบธรรมาภิบาล  ซึ่งดีกว่าอยู่ในระบบครอบครัว เป็นการสร้างมาตรฐานความเป็นมืออาชีพ”   สำหรับ AWC จะมุ่งเน้นการพัฒนาและลงทุนในอสังหาฯ ในประเทศไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรแบ่งเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ซึ่งบริหารงานโดยผู้บริหารโรงแรมที่มีชื่อเสียงภายใต้แบรนด์ชั้นนำที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จักระดับสากล อาทิ แมริออท, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล, โอกุระ, บันยันทรี, ฮิลตัน และเชอราตัน และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail and Commercial Building)   “คุณเจริญ อยากทำให้ธุรกิจครอบครัวสู่ระบบมาตรฐาน ไม่อยากให้ลูกหลานไปยึดติดกับธุรกิจครอบครัว”   นางวัลลภา ยังกล่าวย้ำอีกว่า การยื่นไฟลิ่งของบริษัทครั้งนี้  ถือเป็นการจัดพอร์ตและภาพธุรกิจอสังหาฯ ของ AWC ให้มีความชัดเจน โดยจะเน้นเฉพาะธุรกิจโรงแรมและบริการ  กับธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์​  โดยไม่มีธุรกิจอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย (Residential) ส่วนบริษัทอสังหาฯ ในกลุ่มทีซีซี ใครมีความรับผิดชอบในส่วนไหนก็ดูแลธุรกิจนั้นไป ถือเป็นการสร้างความชัดเจนในพอร์ตธุรกิจอสังหาฯ   ขนอสังหาฯ ทำเงินเข้าพอร์ต โครงการอสังหาฯ ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของ AWC ถูกคัดสรรและพิจารณาว่าเป็นโครงการคุณภาพ สามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งปัจจุบันและในอนาคต โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ มีแบรนด์ที่บริหารอยู่ 15 แบรนด์  อาทิ แมริออท,อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล, โอกุระ, บันยันทรี, ฮิลตัน และเชอราตัน ซึ่งมีโรงแรมดำเนินการอยู่ปัจจุบัน 10 แห่ง จำนวน 3,432 ห้อง อยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนาอีก 5 แห่ง จำนวน 1,528 ห้อง นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการทำสัญญาซื้อกิจการโรงแรมใหม่อีก 12 แห่ง เป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 4 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาหรือมีแผนพัฒนาอีก 8 แห่ง ซึ่งจะทำให้ภายในระยะ 5 ปี AWC จะมีโรงแรมบริหารรวม 8,000 ห้อง จากปัจจุบันมีอยู่ 4,960 ห้อง   ส่วนโรงแรมทั้ง 12 แห่งที่คาดว่าจะเข้ามาอยู่ในพอร์ตธุรกิจ ได้แก่ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพ สาทร, โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์, โรงแรม ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยางบีช, แกรนด์โซเล่, โครงการหัวหิน บีชฟรอนท์, อิมพีเรียลแม่ปิง, โรงแรมบันยันทรี จอมเทียน พัทยา, พัทยา มิกซ์ยูส รีเทล แอนด์ โฮเทล ดีเวลล็อปเมนต์, โรงแรมเจริญกรุง 93, โรงแรม อีสต์ เอเชีย และ พรพิงค์ ทาวเวอร์   สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจโรงแรมที่ AWC จะมีด้วยกัน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มตลาด MICE กลุ่มพักผ่อน กลุ่มครอบครัว และกลุ่มนักธุรกิจ โดยมีกลยุทธ์สำคัญ คือ การใช้เครือข่ายพันธมิตรโรงแรมภายใต้แบรนด์โรงแรมชั้นนำ ที่ช่วยทำให้ AWC   ออกแบบและพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และการมีเครือข่ายสมาชิกกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก   ส่วนกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ มี 2 กลุ่มบริหารงานอยู่ ได้แก่ 1.อสังหาฯ เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้ชอปปิงมอลล์ คอมมูนิตี้ มาร์เก็ต และอสังหาฯ เพื่อประกอบกิจการการค้าส่ง โดยอสังหาฯ เพื่อประกอบกิจการการค้ามีโครงการที่มีชื่อเสียงคือ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ โครงการเกทเวย์ แอท บางซื่อ โครงการพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ และโครงการตะวันนา บางกะปิ   ปัจจุบันบริษัทมีโครงการเปิดำเนินการแล้ว 8 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 2 แห่ง ได้แก่ โครงการคอมมูนิตี้มาร์เก็ตบางกะปิ และโครงการเออีซี เทรด เซ็นเตอร์ ซึ่งโครงการทั้งหมดมีพื้นที่เช่ารวมกว่า 3.4 แสนตารางเมตร 2.อาคารสำนักงาน (Office) ที่บริษัทเป็นเจ้าของอยู่อีก 4 แห่ง ได้แก่ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ อาคาร 208 วายเลสโร้ด  และอาคารอินเตอร์ลิงค์ ทาวเวอร์  โดยมีพื้นที่เช่ารวมกว่า 2.7 แสนตารางเมตร   3ปี รายได้โตเฉลี่ย 15% สำหรับผลประกอบการของ  AWC มีรายได้รวมในปี 2561 มูลค่า 12,415.64 ล้านบาท (เฉพาะธุรกิจหลักมีรายได้กว่า 10,998.64 ล้านบาท)  โดยสัดส่วน 60% รายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการ ส่วนอีก 40% เป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 489.04 ล้านบาท   ส่วนปี 2560 มีรายได้รวม 11,207.55 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,372.07 ล้านบาท และปี 2559 มีรายได้รวม 9,411.25 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2,890.73 ล้านบาท ซึ่งหากมองย้อนหลังกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้ของ AWC มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 15%   ขณะที่แนวทางสร้างการเติบโตของ AWC จะใช้กลยุทธ์หลัก ได้แก่ -การขยายความเป็นผู้นำในโครงการหลักที่ดำเนินการอยู่ ด้วยการจับตลาดกลุ่มกลางถึงบนเป็นทั้งในและต่างประเทศ -การสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยโครงการไพร์มโลเกชั่น และโครงการในลักษณะฟรีโฮล์ -โครงการที่พัฒนาต้องสามารถแข่งขันได้ระดับโลกได้ -การสร้างทีมงานและบุคลากรให้แข็งแกร่ง   ส่วนแผนการลงทุนภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น  บริษัทยังไม่มีแผนที่ชัดเจน แต่ยังคงวางนโยบายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่เหมือนกับที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังเตรียมคัดโครงการอสังหาฯ ในตระกูลสิริวัฒนภักดี ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มทีซีซี โดยจะเลือกโครงการมีคุณภาพและสามารถสร้างการเติบโตได้เข้ามาในพอร์ตเพิ่มมากขึ้น และเป็นโครงการประเภทโรงแรมหรืออสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์   “เราลงทุนขนาดใหญ่และจะลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่อง  เพราะประเทศไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ภาคการท่องเที่ยวยังคงเติบโต  ในอนาคตจะคัดอสังหาฯ ที่อยู่ในไพร์มโลเกชั่นเข้ามา หรือโครงการในกลุ่มทีซีซีที่พร้อมให้ผลตอบแทนเข้ามาในพอร์ต”  
ถอดกลยุทธ์ “4+3” สูตร ความสำเร็จ “พฤกษา” ผู้นำตลาดทาวน์เฮาส์ พร้อมลุยต่อพื้นที่ EEC 

ถอดกลยุทธ์ “4+3” สูตร ความสำเร็จ “พฤกษา” ผู้นำตลาดทาวน์เฮาส์ พร้อมลุยต่อพื้นที่ EEC 

ตัวเลขยอดพรีเซลล์ 400 ล้านบาท จากการเปิดขายเพียง 2 วัน สำหรับโครงการในต่างจังหวัด ถือเป็นตัวเลขไม่ธรรมดาเลยสำหรับแบรนด์พฤกษา ที่ได้เปิดขายโครงการ “พฤกษา อเวนิว หนองมน-ชลบุรี” ท่ามกลางมาตรการควกบคุมวงเงินสินเชื่อต่อหลักประกัน หรือ LTV ที่ถูกนำมาใช้สกัดกลุ่มนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรเป็นหลัก แต่ต้องยอมรับว่าเรียลดีมานด์บางกลุ่มก็ได้รับผลกระทบด้วย เพราะทำให้การเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น   นายธีรเดช เกิดสำอางค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พฤกษาเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มทาวนเฮ้าส์หรือทาวน์โฮม นับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจ โดยเป็นผลจากการวาง 4 กลยุทธ์หลักในการพัฒนาโครงการ ได้แก่   1.Defend Cor Business การรักษาฐานกลุ่มตลาดหลัก กลุ่มบ้านราคากลางลงล่าง ในระดับราคา 1.5-2 ล้านบาทและราคา 2-3 ล้านบาท ด้วยการพัฒนาโครงการออกมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจบันมี 70โครงการที่ดำเนินการขาย และเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ 12 โครงการ  ภายใต้แบรนด์บ้านบพฤกษา และพฤกษาวิลล์   2.Expand to Market Middle-Hight การขยายตลาดไปยังกลุ่มบ้านระดับกลางขึ้นบน ในกลุ่มบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท ราคา 5-7 ล้านบาท และราคา 7-10 ล้านบาท ซึ่งมีโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ 30 โครงการ และเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ 9 โครงการ ภายใต้แบรนด์เดอะ คอนเนค และ พาทิโอ   3.Expand to New Potential Market การขยายตลาดสู่จังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น จังหวัดชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่ ปัจจุบันพฤกษามีโครงการในต่างจังหวัดที่เปิดการขายอยู่ 15 โครงการ และเปิดใหม่ในปีนี้อีก 7 โครงการ   4.New Marketing Approach การทำตลาดด้วยวิธีการใหม่ๆ เช่น การตลาดดิจิทัล การใช้ออนไลน์ การใช้ดาต้าเบสมาวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า   “เรามีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและมองทำเลที่ถูกต้อง ด้วยการใช้ข้อมูลและการวิจัย มีฐานข้อมูลจากการทำธุรกิจมากว่า 25 ปี สามารถนำเอาโปรดักส์ไปแมทกับทำเล ราคา และกลุ่มเป้าหมาย”   3 กลยุทธ์ปักหมุดพื้นที่ EEC  ปัจจุบันพฤกษาออกไปทำตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่ง ซึ่งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการขยายตลาดในต่างจังหวัด จะใช้ 2 หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก คือ ต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว และต้องเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรม เพราะ 2 หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะบ่งบอกได้ถึง ปริมาณกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีมากเพียงพอต่อการพัฒนาโครงการออกมาขาย ซึ่งพื้นที่ 3 จังหวัดหลักๆ ที่พฤกษาพัฒนาโครงการมากที่สุด ได้แก่ 1.พื้นที่ 3 จังหวัดเขต EEC หรือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก  ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา   มีจำนวน8 โครงการ มูลค่า 6,400 ล้านบาท แต่หากนับรวมโครงการที่ปิดการขายไปแล้วอีก 5 โครงการ พื้นที่ EEC จะมีโครงการที่พัฒนาโดยรวมแล้ว 12,000 ล้านบาทเลยทีเดียว  2.จังหวัดภูเก็ต มีจำนวนโครงการ 6-7 โครงการมูลค่า 22,000 ล้านบาท 3.จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 3-4โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท   นายธีรเดช กล่าวว่า สาเหตุที่พฤกษาให้ความสนใจกับตลาดพื้นที่ EEC เพราะ ปัจจุบันมีขนาดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ ด้วยมูลค่าถึง 72,000 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าตลาดขั้นต่ำที่พฤกษาใช้เป็นเกณฑ์ในการออกไปทำตลาด คือ มูลค่า 5,000 ล้านบาท สำคัญสุด คือ นโยบายส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่แห่งนี้ ที่รัฐบาลหนุนอย่างเต็มที่  นั่นหมายความว่า 3 จังหวัดดังกล่าวจะกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่จะมีทั้งจำนวนประชากรที่เข้ามาพักอาศัย และสภาพเศรษฐกิจที่หมุนเวียน แม้ว่าปัจจุบันการพัฒนาต่างๆ จะยังไม่สมบูรณ์ แต่พฤกษาก็เลือกเข้ามาปักหมุดโครงการก่อน เพื่อสร้างแบรนด์และช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดก่อนเป็นเจ้าแรกๆ   การเปิดตัวโครงการล่าสุด โครงการ “พฤกษา อเวนิว หนองมน-ชลบุรี” ที่ทำยอดขายพรีเซลล์ 400 ล้านบาทในระยะเวลา 2 วัน จึงเป็นดัชนีสำคัญที่พฤกษามองว่าจะประสบความสำเร็จ กับการทำตลาดในพื้นที่ EEC แห่งนี้ ในต้นปีหน้าจึงเตรียมเปิดโครงการขายต่อเนื่อง ทั้งจังหวัดระยองอีก 2โครงการ และในพัทยา จังหวัดชลบุรี อีก 1 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งหมด 1,960 ล้านบาท โดยยังคงคอนเซ็ปต์เป็นโครงการ “อเวนิว” ที่มี 2 โครงการบ้านเดี่ยว และโครงการทาวน์โฮมรวมอยู่ด้วยกัน ถือเป็นการ “กินรวบ” ครบทุกเซ็กเมนต์ในพื้นที่เดียวกัน      
Baan Pruksa Wongwaen-Pinklao-บ้านพฤกษา วงแหวน-ปิ่นเกล้า (PREVIEW)

Baan Pruksa Wongwaen-Pinklao-บ้านพฤกษา วงแหวน-ปิ่นเกล้า (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Baan Pruksa Wongwaen-Pinklao (บ้านพฤกษา วงแหวน-ปิ่นเกล้า) เจ้าของโครงการ : บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ที่ตั้งโครงการ : ซอยกันตนา ถนนบางใหญ่-บางคูลัด ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ลักษณะโครงการ : อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น   ขนาดบ้าน : - อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น หน้ากว้าง ที่ดิน เริ่มต้น 22 ตร.วา ขนาด 3 ห้องอเนกประสงค์ / 3 ห้องน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะ - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 3,990,000 บาท จุดเด่นโครงการ : อาคารพาณิชย์ ซอยกันตนา เพียง 500 ม. สู่ถนน กาญจนาภิเษก พร้อมชุมชนในโ๕รงการ 1,000 ครัวเรือน ทำเลทอง คุ้มค่า น่าลงทุน เริ่มเพียง 3.99 ล้าน ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนนครอินทร์, ถนนรัตนาธิเบศร์, ถนนรมราชชนนี, ทางพิเศษศรีรัช, สายสีม่วง สถานีตลาดบางใหญ่ สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส, เซ็นทรัลเวสต์เกต, อิเกีย บางใหญ่, บิ๊กซี, รพ.บางใหญ่, รพ.เกษมราษฎร์, รร.อนุบาลเด่นหล้า, ตลาดพระราม 5 , Index Living Mall          
“QUARTER 31” ใจกลางสุขุมวิท 100,000 บาท/ตร.ม. [Mini Review]

“QUARTER 31” ใจกลางสุขุมวิท 100,000 บาท/ตร.ม. [Mini Review]

ถ้าพูดถึงที่อยู่อาศัยแถวพร้อมพงษ์ ทุกคนก็จะนึกถึงคอนโดมิเนียม High Rise สุดหรูระดับ Super Luxury ราคาตารางเมตรละ 300,000 ขึ้นไปใช่ไหมคะ แต่ใครจะไปคิดว่าทำเลใจกลางสุขุมวิทแบบนี้จะยังคงมีบ้านที่ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า 400 ตารางเมตร ในราคาตารางเมตรละ 100,000 บาทอยู่ ถ้าฟังดูน่าสนใจล่ะก็ ลองไปทำความรู้จักกับโครงการ “QUARTER 31” จาก NYE ESTATE ไปด้วยกันใน Mini Review ฉบับนี้ค่ะ        สำหรับ QUARTER 31 โครงการที่ให้คำนิยามกับตัวเองว่าเป็น Cluster Home โดยได้ทีมดีไซน์ชื่อดัง 3 ทีมมาช่วยกันสร้างสรรค์โครงการ คือ Makeascene ออกแบบสถาปัตยกรรม, SHMA ดูแลด้าน Landscape และ PIA ดีไซน์ Interior ทำให้ได้ส่วนกลางที่เหมือนรีสอร์ทระดับ 5 ดาว และตัวบ้านออกมาในสไตล์ Modern Classic ให้ความรู้สึกอบอุ่นเรียบง่ายแบบครอบครัว ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ชั้นนำของย่านพร้อมพงษ์ ทว่ายังคงได้เงียบสงบเป็นส่วนตัว แม้จะตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ซึ่งสามารถทะลุเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี และถนนอโศกมนตรี           QUARTER 31 มีพื้นที่ทั้งหมด 2-2-23.6 ไร่ 20 ยูนิต ส่วนกลางมีลักษณะเป็น Courtyard ขนาด 1 ไร่อยู่กลางโครงการ เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อม Sun Deck มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะขายแบบ Fully Fitted โดยจะมีให้เลือกอยู่ 2 Type ได้แก่     Type A ขนาดที่ดิน 30-42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 425 ตารางเมตร หน้ากว้าง 6.1 เมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถชั้นใต้ดิน จำนวน 10 ยูนิต ได้ห้องครัวแบบ Private อยู่ทางด้านหลังบ้าน   Type B ขนาดที่ดิน 33-42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 431 ตารางเมตร หน้ากว้าง 6.6 เมตร 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถชั้นใต้ดิน จำนวน 10 ยูนิต ได้ห้องครัวเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น แบบ Party Area   ครั้งนี้เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างของ Type B กันค่ะ บรรยากาศภายในโครงการอาจจะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับโครงการแนวราบในบ้านเรา เพราะแต่ละยูนิตจะไม่มีรั้วบ้านกั้นระหว่างกันเลยค่ะ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ใน Villa หรูของประเทศทางตะวันตก ที่มีทั้งความเป็นส่วนตัวเมื่ออยู่ในบ้านของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เกิดเป็น Community ระดับคุณภาพขนาดย่อม ซึ่งเวลาอยู่ในโครงการก็เกือบจะลืมไปเลยล่ะค่ะ ว่าเรายืนอยู่ในใจกลางสุขุมวิท ด้วยความที่มันเงียบสงบมากจริงๆ ส่วนภายในบ้านก็ให้ความโปร่งโล่งด้วยความสูง Double Space ขนาดพื้นที่ใช้สอย และแสงสว่างที่เข้ามาได้ทั่วถึงภายในบ้าน Space วัสดุที่ใช้ก็ให้มาดีทีเดียวค่ะ           เปิดประตูหน้าบ้านบานสูงใหญ่ ต้อนรับเราด้วยความโอ่โถงจากเพดาน Double Space ที่สามารถมองเห็นถึง Mezzanine      Kitchen Room สไตล์ครัวเปิดแบบตะวันตกเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในบ้านให้กลายเป็น Party Area สำหรับทุกคนในครอบครัว หรือจะจัดงานสังสรรค์เล็กๆ อย่างเป็นกันเองได้ ไม่ต้องไปไหนไกล     มีการวางลิฟท์เอาไว้กลางบ้าน และด้านในสุดของชั้นแรกก็ยังมีห้องที่เป็น Multi Function ปรับเปลี่ยนได้ตามใจ   ลงไปที่ Basement ซึ่งเชื่อมต่อกับ Parking จะเป็นชั้นที่เปรียบเสมือนโซน Maid's Room โดยเฉพาะ เพราะมีทั้ง Thai Kitchen, Laundry Room, Storage Room, Backyard, Maid's Room และห้องน้ำ   กลับขึ้นมาที่ Mezzanine ที่มีทั้งส่วนเปิดโล่ง และห้อง Multi Function ด้านในเหมือนกับชั้นแรก   ชั้น 2 มี 2 ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง     ชั้น 3 Master Bedroom      ทั้งการออกแบบ ทำเลที่ตั้ง และราคา เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้แล้วก็ไม่แปลกใจเลยค่ะว่า ตั้งแต่เปิดตัวไปไม่ถึงเดือนยอดขายไปแล้วถึง 60% ลองเข้าไปชมบ้านตัวอย่างในโครงการจริงได้แล้วที่ “QUARTER 31” ซอยสุขุมวิท 31    
Signature Residence Ratchapruek-Suanpak 32-ซิกเนเจอร์ เรสซิเดนซ์ ราชพฤกษ์-สวนผัก 32 (PREVIEW)

Signature Residence Ratchapruek-Suanpak 32-ซิกเนเจอร์ เรสซิเดนซ์ ราชพฤกษ์-สวนผัก 32 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Signature Residence Ratchapruek-Suanpak 32 (ซิกเนเจอร์ เรสซิเดนซ์ ราชพฤกษ์-สวนผัก 32) เจ้าของโครงการ :  บริษัท กรุงนนท์ ดีเวลลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ซอยสวนผัก 32 ถ.ราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พื้นที่โครงการ : 1-3-61.5 ไร่ ลักษณะโครงการ :  ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวนยูนิต :  17 ยูนิต ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 3 ชั้น เนื้อที่บ้าน เริ่มต้น 25.20 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 205 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - Smart Gate - Smart Access Control - VDO Door Phone - Real Time CCTV - Automatic Lighting - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 4,590,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 35 บาท/ตร.วา ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม ทำเลที่ดีที่สุดสำหรับที่พักอาศัย ใส่ใจและพิถีพิถันทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและภายใน กับโครงการขนาดพิเศษที่มีเพียง 17 ยูนิตเท่านั้น จาก กรุงนนท์ ดีเวลลลอปเม้นท์ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :  ถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก, ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สถานที่ใกล้เคียง : Home Work, The Crystal, The Circle, Food Villa, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รร.อนุบาลเด่นกล้า, ม.ราชพฤกษ์, รพ.ตา หู คอ จมูก  
บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ แบรนด์คุณภาพ ในทำเลศักยภาพ

บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ แบรนด์คุณภาพ ในทำเลศักยภาพ

ระยะหลังมานี้โครงการแนวราบในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกค่อนข้างคึกคักไม่แพ้โซนอื่นทีเดียวค่ะ เพราะการเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นกว่าแต่ก่อน และยังอยู่ไม่ไกลจาก New CBD รวมถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็อยู่ในโซนตะวันออกอยู่หลายสายเลยค่ะ ตรงนี้ทำให้ในอนาคตของคนที่อาศัยอยู่ในทำเลนี้จะยิ่งเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งในรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมโครงการที่มีให้เลือกทั้งทาวน์โฮมและบ้าน ในแบรนด์ระดับตำนานอย่าง “บ้านกลางเมือง” กันค่ะ ทำเลศักยภาพที่แท้จริง อย่างที่เกริ่นกันไปค่ะว่า กรุงเทพฯ โซนตะวันออกเป็นทำเลที่น่าสนใจมากทีเดียว แถมยังถือว่ามีอนาคตสดใสทั้งเรื่องการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ใกล้ใจกลาง New CBD และสำหรับโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ เองก็ตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าใกล้กับแยกประเวศ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องของการเดินทางที่แสนจะสะดวก เพราะอยู่ใกล้ทางด่วน อีกทั้งยังใกล้กับรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและที่กำลังเร่งก่อสร้างกันอยู่ด้วยค่ะ      ด้วยตัวโครงการที่ตั้งอยู่บนทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แน่นอนค่ะว่าถ้าใครที่ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิบ่อยๆ ก็จะยิ่งใกล้เข้าไปอีกเพียงแค่ 10 นาที ซึ่งมอเตอร์เวย์เองก็เชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชบริเวณถนนพระราม 9 ตัดกับถนนศรีนครินทร์เพื่อเข้าสู่ New CBD ได้สะดวกมาก นั่นหมายความว่าถ้าจะเลือกไปช้อปปิ้งที่เดอะไนน์หรือเซ็นทรัลพระราม 9 ก็ง่ายดายไปด้วยเช่นกัน หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินห้างยักษ์ใหญ่อย่างเมกา บางนา ดูของแต่งบ้านที่อิเกีย ก็สามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษกขับรถสบายๆ ประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็คือโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ไม่เกิน 10 นาทีค่ะ                ความน่าสนใจของย่านนี้อีกสิ่งหนึ่งจะอยู่ที่รถไฟฟ้าค่ะ ทั้ง Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง ที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด ซึ่งเป็นสายที่เชื่อมระหว่างสนามบินหลักอย่างสุววรณภูมิเข้าสู่ตัวเมืองในปัจจุบัน และยังมีโครงการในอนาคตต่อขยายจากสายนี้ไปถึงสนามบินดอนเมือง ส่วนฝั่งสนามบินสุวรรณภูมิก็จะต่อออกไปทางภาคตะวันออกผ่านจังหวัดฉะเทริงเทรา-ชลบุรี ไปจนสิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาจากกรุงเทพฯ-สนามบินอู่ตะเภา เพียง 45 นาทีเท่านั้น ถือเป็น Mega Project สำหรับระบบขนส่งสาธารณะในบ้านเราเลยล่ะค่ะ สายถัดมาคือสายสีเหลืองค่ะ อยู่ใกล้โครงการที่สุดตรงสถานีพัฒนาการ บริเวณสี่แยกพัฒนาการ โดยสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2564 นี้สามารถต่อเข้าสู่ตัวเมืองได้ทั้งสถานีลาดพร้าวที่เป็น Interchange กับสายสีน้ำเงิน และสถานีสำโรง Interchange กับสายสีเขียวในปัจจุบัน และจากสถานีพัฒนาการ ห่างออกไปเพียง 2 สถานี ก็จะเป็น Interchange  กับสายสีส้มตะวันออก ที่ในอนาคตหากเสร็จสมบูรณ์ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกก็จะกลายเป็นสายที่มีความสำคัญอย่างมากค่ะ เพราะเป็นสายที่มาจากชานเมืองทั้งสองฝั่งแล้วผ่านเข้าใจกลางเมืองอย่างช่วงถนนรัชดาภิเษก-ราชปรารภ-ประตูน้ำ-หลานหลวง-สนามหลวง ซึ่งสายสีส้มตะวันออกนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2566     ภาพรวมโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ เป็นโครงการที่มีให้เลือกทั้งทาวน์โฮมกับบ้านแนวคิดใหม่อยู่ในโครงการเดียวกันค่ะ โดยทาวน์โฮมมีชื่อแบบเรียกว่า TERRARIA 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติ ยกพื้นที่สีเขียวมาไว้บนบ้านได้มากขึ้น ส่วนบ้านแนวคิดใหม่ คือ NEW X-TREND 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน เน้นพื้นที่กว้างๆ สำหรับอยู่กับครอบครัว วางแนวคิดในรูปแบบ “ELEGANCE DESIGN BY SPACE I STYLE I SMART ที่ผสานเส้นสายแห่งสายลม สู่บริบทแห่งความหรูหราเหนือระดับ”   ชมโครงการ เริ่มกันตั้งแต่หน้าโครงการเลยค่ะ ลักษณะที่ดินจะหน้าแคบลึกเข้าไปกว้างด้านใน โดยลักษณะเช่นนี้จะทำให้บรรยากาศภายในโครงการเกิดความเงียบสงบมากกว่าที่ดินหน้ากว้างแล้วมีบ้านอยู่ติดริมถนนใหญ่ค่ะ ซึ่งเราจะพาไปชม Facility กันก่อนจะเข้าไปชมบ้านตัวอย่างกันนะคะ Main Gate ใช้โทนสีขาวสลับอลูมิเนียมสีทองเพิ่มความโดดเด่น ซึ่งใช้ระบบ Access Card เข้า-ออกโครงการค่ะ          Facility ของโครงการจะมีสวนสาธารณะที่เน้นดีไซน์เป็นเส้นโค้งตามสายลมธรรมชาติ และแบ่งโซน PLAYGROUND กับ PET PARK เอาไว้ด้วยค่ะ ส่วนสระว่ายน้ำระบบเกลือก็มีการแยกสระด็กเอาไว้ด้วย       ชั้น 2 ของ Facility จะเป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ค่ะ   ได้เวลาไปชมบ้านตัวอย่างทั้งสอง 2 แบบกันแล้วค่ะ ซึ่งโครงการนี้ลูกบ้านจะได้บ้านเปล่านะคะ สามารถแต่งบ้านของเราเองได้อย่างอิสระ   บ้านตัวอย่าง NEW X-TREND เรามาเริ่มกันที่บ้านแนวคิดใหม่ก่อนเลยค่ะ ซึ่งหน้าตาของบ้านแนวคิดใหม่ที่นี่เกือบจะเหมือนบ้านเดี่ยวเลยนะคะ ทุกหลังจะให้อารมณ์เหมือนได้อยู่บ้านแปลงมุม เพราะมีพื้นที่สวนสีเขียวส่วนตัวข้างบ้านเชื่อมต่อไปหลังบ้านทุกหลัง ทำให้รู้สึกได้พื้นที่เต็มๆ จัดสวนสวยๆ ได้อย่างใจ ส่วนพื้นที่ใช้สอยทั้ง 3 ชั้นรวมกันก็มีมากถึง 222 ตร.ม. หน้ากว้าง 11 เมตร ทำให้จอดรถได้ 3 คัน ซึ่งภายในบ้านชั้งล่างนอกจากจะมีห้องนั่งนั่งเล่น ห้องครัวแล้วยังมีห้องนอน 1 ห้อง สำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นบันไดด้วยนะคะ ชั้น 2 จะเป็น PENTHOUSE MASTER BEDROOM ห้องเดียวกว้างๆ ทั้งชั้น มีห้องน้ำในตัว และชั้น 3 จะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ เป็นบ้านที่เหมาะสำหรับการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ ค่ะ   หน้าบ้านจะมีหน้าต่างทรงสูง ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน และเฉลียงก่อนถึงประตูบ้าน   Digital Door Lock จากแบรนด์ Samsung สามารถปลดล็อได้ทั้งแบบสแกนลายนิ้วมือ คีย์การ์ด และรหัสผ่านค่ะ    เข้ามาชมภายในบ้านที่ฝั่งซ้ายมือของประตูบ้านกันก่อนค่ะ ซึ่งไล่จากหน้าบ้านก็จะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ บันไดตรงกลาง และห้องครัวด้านในสุดค่ะ โดยพื้นของชั้นแรกจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบสีขาวทั้งหลัง และใช้ไฟ Downlight ทั้งหลัง    ห้องนอนชั้น 1 นี้ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลายรูปแบบ รวมถึงใช้เป็นห้องนอนชั้นล่างที่ลงเตียงขนาดใหญ่ได้ และยังมีห้องน้ำอยู่ใกล้กัน สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกค่ะ       ภายในห้องนอนชั้น 1 มีพื้นที่สำหรับวางเตียงได้ 5  ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนออกไปทางหน้าบ้าน ซึ่งหน้าต่างและประตูกระจกทุกบานจะใช้ระบบ Double Lock ทั้งการล็อคตรงมือจับ และล็อคแบบก้นหอยอีกชั้นเพื่อความแน่นหนา      ห้องน้ำทุกห้องของบ้านจะได้มาตรฐานเดียวกันค่ะ คือพื้นกับผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ได้สุขภัณฑ์มาตามที่เห็นครบชุดค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้า และฝักบัว   ถ้าบ้านไหนชอบทำครัวบ่อยๆ หรือครัวที่มีกลิ่นแบบอาหารไทยก็สามารถกั้นประตูให้เป็นครัวปิดในส่วนนี้ได้นะคะ   ประตูออกไปทางหลังบ้าน       ห้องครัวเราสามารถ Built in เคาน์เตอร์ครัวลักษณะ L shape แบบบ้านตัวอย่างนี้ได้เลยค่ะ โดยจะมีหน้าต่างบานเลื่อนเอาไว้ให้สำหรับเป็นจุดวางซิงค์ล้างจาน เพื่อการระบายความชื้นได้ดีกว่าค่ะ    ห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ       จากประตูบ้าน เรามาชมทางฝั่งขวามือกันบ้างค่ะ ซึ่งบ้านจริงจะเป็นพื้นที่กว้างๆ สามารถจัดให้เป็น Living Room และโต๊ะทานข้าวสำหรับทั้งครอบครัวตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ได้ค่ะ โดยจะมีทั้งหน้าต่างบานเลื่อน และประตูกระจกล้อมรอบพื้นที่ ได้แสงสว่างเข้ามาเต็มๆ โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟเลยก็ได้นะคะ   ด้านข้างมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปข้างบ้าน มีชานบ้านยื่นออกไปเล็กน้อยก่อนจะเป็นสนามหญ้า         พื้นที่สีเขียวรอบบ้านจะเชื่อมต่อกันตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้านค่ะ ซึ่งมีขนาดพอเหมาะสำหรับคนเมืองที่ต้องการความผ่อนคลายด้วยพื้นที่สีเขียว แต่ไม่มีเวลาดูแลสวนที่มากจนเกินไป     กลับเข้ามาภายในบ้านแล้วขึ้นไปที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินไม่เกิดเสียงดังดูแข็งแรงดีค่ะ โดย Top บันไดใช้ไม้แข็งสีน้ำตาลเข้ม ราวบันไดใช้เหล็กโปร่งสีขาว ระหว่างชานพักบันไดแต่ละชั้นก็จะมีหน้าต่างช่วยเพิ่มแสงสว่างอยู่ด้วยค่ะ   ชั้น 2 จะเป็น PENTHOUSE MASTER BEDROOM ค่ะ โดยวัสดุพื้นของชั้น 2-3 จะเป็นลามิเนตค่ะ    แอบมีพื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้เอาไว้ จะจัดให้เป็นมุมอ่านหนังสือ มุมของเล่นสำหรับเด็กๆ หรืออื่นๆ ก็ดีไซน์ได้ตามใจเลยค่ะ               สำหรับ PENTHOUSE MASTER BEDROOM จะเป็นห้องกว้างๆ ที่มีห้องน้ำในตัวและระเบียง ซึ่งห้องตัวอย่างที่เราเห็นนี้จะมีการทำพื้นที่ให้เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำพอดี ใครที่มีเสื้อผ้าเครื่องประดับเยอะๆ ก็สามารถ Built in แบบนี้ได้เลยนะคะ ดูเป็นสัดส่วนแยกกัน แต่ยังคงเหลือพื้นที่กว้างๆ ตรงเตียงนอนอยู่ค่ะ        ระเบียงหน้าบ้านกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง เป็นบานเลื่อนขอบอลูมิเนยีม ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ       ภายในห้องน้ำจะแบ่งส่วนแห้งเอาไว้ทางขวามือค่ะ อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนังมีตู้เก็บของข้างใต้ ส่วนเปียกจะอยู่ทางซ้ายมือเป็น Bath Tub ที่ติดตั้งฝักบัวมาให้ด้วยค่ะ ผนังด้านข้าง Bath Tub จะมีหน้างต่างบานกระทุ้งอยู่ด้านบน ทำให้สามารถระบายอากาศและความชื้นได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องอาศัยพัดลมดูดอากาศเพียงอย่างเดียวค่ะ     สุดท้ายของบ้านแนวคิดใหม่ที่ชั้น 3 ค่ะ จะมี 2 ห้องนอน แบ่งเป็นห้องทางฝั่งหน้าบ้านขวามือ และห้องฝั่งหลังบ้านซ้ายมือ ซึ่งมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องนอนค่ะ           เข้ามาดูในห้องนอนฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ ห้องนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 2  จุด กลางห้องเราสามารถวางเตียงเดี่ยวได้ 2 เตียงแยกกันตามแบบห้องตัวอย่าง หรือจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ได้นะคะ แล้วยังมีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง  ไปจนถึงโต๊ะทำงานได้อีกต่างหาก     ห้องน้ำจะจัดส่วนเปียกเอาไว้ที่มุมห้องด้านในสุดค่ะ โดยจะเป็นพื้นต่างระดับลงเป็นเล็กน้อย ถ้ากลัวน้ำกระเด็นเลอะเทอะก็สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำตรงมุมนี้ได้พอดีเลยค่ะ       ห้องนอนสุดท้ายทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ พื้นที่กว้างพอที่จะวางเตียงขนาดคิงไซต์ได้เลย ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านขวามือของประตูห้องค่ะ       ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียกไว้ทางด้านซ้ายค่ะ สำหรับแบรนด์ของโถสุขภัณฑ์จะใช้ COTTO อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ และฝักบัวใช้ Prema   บ้านตัวอย่าง TERRARIA มาต่อกันที่ทาวน์โฮม 3 ชั้นค่ะ หน้ากว้าง 5 เมตร จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่น ห้องครัว ที่สามารถรองรับทุกคนในบ้านได้สบายๆ ชั้น 2 จะมี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แต่ในบ้านตัวอย่างนี้แต่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ไว้เพื่อเป็นตัวอย่าง เนื่องจากจุดเด่นของบ้านแบบนี้คือ Flexible Wall สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตได้ลงตัวมากขึ้น และชั้น 3 เป็น MASTER BEDROOM ทั้งชั้น มีห้องน้ำในตัว ถือเป็นทาวน์โฮมที่ได้พื้นที่กว้างขวาง ไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ       เราไปดูกันที่ทาวน์โฮมตัวอย่างค่ะ ซึ่งหากเป็นแปลงมุมแบบนี้ก็จะได้พื้นที่ข้างบ้านยาวไปจนเชื่อมต่อกับหลังบ้านค่ะ ข้อดีของแปลงมุมแบบนี้ นอกจากจะได้พื้นที่มากกว่าแล้ว ยังได้มุมประตูกระจกด้านข้างเพิ่มขึ้น แสงสว่างก็มากตามไปด้วยค่ะ   หน้าบ้านมีเฉลียงออกมาเล็กน้อยสำหรับเป็นที่วางรองเท้า มีห้องเก็บห้องอยู่ด้านขวามือใกล้กับประตูบ้านที่เป็นประตูกระจกเขียวตัดแสงแบบบานเลื่อนค่ะ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประตูหรือหน้าต่างที่เป็นบานเลื่อนจะเป็น Double Lock ค่ะ อย่างที่ประตูหน้าบ้านนี้จะล็อคด้วยกุญแจ และมีตัวล็อคแบบก้นหอยอยู่ภายในอีกที      บริเวณแรกจะเหมาะสำหรับเป็น Living Room แบบบ้านตัวอย่างนี้ค่ะ พื้นที่มากพอที่จะวาง L shape sofa ไว้นั่งเล่น นอนเล่นได้เลย ส่วนบันไดบ้านอยู่ทางขวามือถัดจากประตูบ้านค่ะ โดยชั้น 1 จะปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ    ลึกเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวขนาด 4-6 ที่นั่งค่ะ และยังมีห้องน้ำ ห้องครัวอยู่ทางขวามือด้วย       ห้องครัวเราสามารถ Built in เคาน์เตอร์ครัวลักษณะ L shape ซึ่งหากครอบครัวไหนที่ใช้ครัวบ่อยๆ ก็แนะนำให้ติดประตูกระจกบานเลื่อนได้เลยค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นรบกวน เพราะส่วนครัวเองก็แบ่งมาให้เป็นสัดส่วนอยู่แล้ว และยังมีหน้าต่างบานกระทุ้งด้านในช่วยระบายกลิ่นได้อีก    ห้องน้ำชั้น 1  จะมีเฉพาะส่วนแห้ง เหมาะสำหรับไว้รับแขกค่ะ แต่จะมีสุขภัณฑ์ต่างๆ มาให้ครบตามการใช้งาน ทั้งโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง และกระจกเงาค่ะ   แสงเข้าได้มากขึ้นแบบนี้ ทำให้สว่างได้ทั่วบริเวณชั้น 1 ทีเดียวค่ะ     บันไดโครงการคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวบันไดเหล็กโปร่งสีดำ ใช้ Top เป็นไม้เนื้อแข็งค่ะ ระหว่างที่พักบันไดมีพื้นที่เหลือมากพอให้ได้ใช้ประโยนช์ค่ะ เช่น Built in ชั้นวางหนังสือ ชั้นโชว์ของสะสม  ตู้เก็บของ ฯลฯ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ได้เลยค่ะ   สำหรับชั้น 2  จะประกอบไปด้วยห้องนอนทางซ้ายมือของภาพฝั่งหน้าบ้านค่ะ ห้องน้ำตรงกลางชั้น และพื้นที่อเนกประสงค์ทางขวามือ ส่วนวัสดุปูพื้นด้วยลามิเนตค่ะ       พื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นอีกหนึ่งห้องเผื่อมีแขกของคุณพ่อกับคุณลูกมาพร้อมกันก็สามารถมีพื้นที่แยกกันได้เป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือแม้แต่จะกั้นห้องเพิ่มเติมในอนาคตก็เหมาะเช่นกันค่ะ       ห้องน้ำจะปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค มีลูกเล่นตรงผนังส่วนเปียกจะใช้กระเบื้องโมเสกที่มีความมันเงา ซึ่งจะแยกส่วนแห้งเอาไว้ทางขวามือและส่วนเปียกทางซ้ายมือ โดยมีหน้าต่างกระจกทรงสูงบานเลื่อน สามารถมองออกไปเห็น Pocket Garden ส่วนตัวด้วยนะคะ       ภายในห้องนอนจะสามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ       Pocket Garden จะเชื่อมต่อกับห้องนอนของชั้น 2 ค่ะ สามารถสร้างพื้นที่สีเขียวส่วนตัวได้ใกล้แค่เอื้อมมือ ไม่ว่าจะมองจากห้องนอนหรือห้องน้ำก็ให้ความร่มรื่นได้       MASTER BEDROOM ชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ห้องกว้างขวางมากพอที่จะวางเตียงขนาดคิงไซต์กลางห้องได้ค่ะ พื้นที่ก็ยังเหลือ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ตามมุมต่างๆ ของห้อง      ระเบียงพักผ่อนของห้องทางด้านหน้าบ้านนี้จะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ มีพื้นที่พอจะวางเก้าอี้เอาไว้นั่งรับลมค่ะ   อีกด้านเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ         ความพิเศษของห้องน้ำใน MASTER BEDROOM คือมีอีกหนึ่ง Pocket Garden ส่วนตัวค่ะ จะกั้นด้วยกระจกบานสวิงทรงสูง 2 ด้าน      บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ เป็นโครงการแนวราบที่ดูหรูหราในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Facility ที่วางเส้นโค้งมนได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติรอบๆ ตัวทาวน์โฮมและบ้านแนวคิดใหม่เองก็ได้พื้นที่ใช้สอบกว้างขวางทั้ง Common area และ Private zone เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบความเงียบสงบ แต่ยังคงเดินทางได้สะดวกง่ายดายด้วยทางด่วนถึง 3 สายค่ะ   พิเศษรอบ VIP Day 18-20 พ.ค.นี้ THE STAR MILLION รับข้อเสนอรวมกว่า 10 ล้าน* จอง 8,888 บ.* ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องผ่อน นาน 2 ปี พร้อมเปิดตัว The Wisdom Home บ้านอัจฉริยะ ราคาเริ่มต้นที่ 4.99-7.69 ล้าน* ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก https://bit.ly/2WbywwJ          
Chuanchuen Town Rangsit-Klong 1-ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1 (PREVIEW)

Chuanchuen Town Rangsit-Klong 1-ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Chuanchuen Town Rangsit-Klong 1 (ชวนชื่น ทาวน์ รังสิต-คลอง 1) เจ้าของโครงการ : บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถ.เลียบคลอง รังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พื้นที่โครงการ : 40-2-50 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 324 ยูนิต   ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 22.8 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - คลับเฮ้าส์ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 3,090,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 29 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน : 29 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม ฟังก์ชั่นใหม่ เติมเต็มความสมบูรณ์แบบบนทำเลศักยภาพ ติดถนนรังสิต-นครนายก คลอง1 การเดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน และ รถไฟฟ้า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับทุกไลฟสไตล์ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ทางยกระดับอุตราภิมุข, ทางพิเศษกาญจนาภิเษก, รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีรังสิต, รถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) สถานที่ใกล้เคียง : ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, รพ.เปาโล รังสิต, Major รังสิต, โลตัสรังสิต, ตลาดรังสิต 200 ปี, รพ.เอกปทุม
Chewa Home Wongwaen-Lamlukka-ชีวาโฮม วงแหวน-ลำลูกกา (PREVIEW)

Chewa Home Wongwaen-Lamlukka-ชีวาโฮม วงแหวน-ลำลูกกา (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Chewa Home Wongwaen-Lamlukka (ชีวาโฮม วงแหวน-ลำลูกกา) เจ้าของโครงการ : บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถนนพระองค์เจ้าสาย คลอง4 ตำบลลาดสวาย อำเภอ ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พื้นที่โครงการ : 32-0-67 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น, อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น จำนวนยูนิต : 274 ยูนิต   ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดิน เริ่มต้น 21 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย เริ่มต้น 140 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - คลับเฮ้าส์ - ฟิตเนส - สระว่ายน้ำ - สวนสาธารณะ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,000,000 บาท จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม Loft ที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้อยู่อาศัย แสดงออกถึงการชีวิตและรสนิยมของตนเองผสมผสานกับบ้านที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว ทั้งความรู้สึกโล่งสบายและมีสไตล์ที่ไร้กาลเวลา ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนลำลูกกาคลอง 4, ดอนเมืองโทลล์เวย์, ถนนกาญจนาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง : ตลาดกลางลาดสวาย, บิ๊กซี, ตลาดเอ.ซี. คลองสี่, รร.บีคอนเฮ้าส์ แย้มสอาด, รร.โชคชัย รังสิต, รร.ผ่องสุวรรณวิทยา, ม.นอร์ธกรุงเทพ, ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ม.อีสเทิร์นเอเชีย, รพ.สายไหม, รพ.บางปะกอก 2
9th Canale Rangsit-Klong 8-ไนน์ คาแนล รังสิต-คลอง 8 (PREVIEW)

9th Canale Rangsit-Klong 8-ไนน์ คาแนล รังสิต-คลอง 8 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : 9th Canale Rangsit-Klong 8 (ไนน์ คาแนล รังสิต-คลอง 8) เจ้าของโครงการ : บริษัท เค ออนเนอร์กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ถ.รังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พื้นที่โครงการ : 36-1-89.5 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 440 ยูนิต   ขนาดบ้าน : - แบบบ้าน AQUA ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดิน เริ่มต้น 16 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ที่จอดรถ - แบบบ้าน TERRA ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดิน เริ่มต้น 18 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 1,590,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2564 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮมสมัยใหม่ สไตล์ Modern Loft ผสานการออกแบบตามแนวคิด Japanese Function ให้คุณรังสรรค์พื้นที่การใช้สอยให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด พร้อมพื้นที่สวนขนาดเล็กให้คุณได้พักผ่อนไปกับความร่มรื่นในบ้านหลังนี้ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนรังสิต-นครนายก สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส รังสิต-คลอง 7, รร.สารสาสน์วิเทศรังสิต, บิ๊กซี รังสิตคลองหก, ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ม.อีสเทิร์นเอเชีย ปทุมธานี  
Grande Pleno Suksawat-Rama 3-แกรนด์ พลีโน่ สุขสวัสดิ์-พระราม 3 (PREVIEW)

Grande Pleno Suksawat-Rama 3-แกรนด์ พลีโน่ สุขสวัสดิ์-พระราม 3 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Grande Pleno Suksawat-Rama 3 (แกรนด์ พลีโน่ สุขสวัสดิ์-พระราม 3) เจ้าของโครงการ : บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ที่ตั้งโครงการ : ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. พื้นที่โครงการ : 37-3-75 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น, บ้านแฝด 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 303 ยูนิต   ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น 18 ตร.วาที่ดินเริ่มต้น  18 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย  100.71 ตร.ม.  ขนาด  2 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 1 คัน - บ้านแฝด 2 ชั้น 36.0 ตร.วาที่ดินเริ่มต้น 36.00 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 125.35 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - ฟิตเนส - สระว่ายน้ำ - คลับเฮ้าส์ - สวนสาธารณะภายในโครงการ - พื้นที่ตั้งนิติบุคคล - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,590,000 บาท จุดเด่นโครงการ : พรีเมียมทาวน์โฮมใหม่ สังคมคุณภาพ พร้อมคลับเฮ้าส์หรู จาก เอพี ไทยแลนด์ ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วนเพียง 10 นาที ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถ.พระราม 2, ถ.พระราม 3, ถ.สุขสวัสดิ์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.พุทธบูชา, ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง : รร.นาหลวง, รร.อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, Max Value, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส และโฮมโปรรพ.บางปะกอก, รพ.บางปะกอก 3, รพ.บางปะกอก 9, รพ.นครธน  
The Metro Chaengwattana-เดอะ เมทโทร แจ้งวัฒนะ (PREVIEW)

The Metro Chaengwattana-เดอะ เมทโทร แจ้งวัฒนะ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : The Metro Chaengwattana (เดอะ เมทโทร แจ้งวัฒนะ) เจ้าของโครงการ : บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถนนหอการค้าไทย ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 3 ชั้น   ขนาดบ้าน : - 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน   ราคา : เริ่มต้น 3,290,000 บาท จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม 3 ชั้น แห่งเดียวที่ติดถนนใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จาก พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนหอการค้าไทย, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนราชพฤกษ์, ทางด่วนขั้นที่ 2 สถานที่ใกล้เคียง : ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ, ศาลปกครอง, DSI, กรมการกงสุล, The Crystal PTT, HomePro ชัยพฤกษ์, โรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ (ISB), เซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ศูนย์แสดงสินค้า IMPACT, รพ.ปากเกร็ด, รพ.เวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์, รพ.มงกุฏวัฒนะ
Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9

Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9

ภาพยนตร์ภาคแรกสนุกจะมีหรือที่ไม่มีภาคต่อ บ้านก็เช่นกันผู้อยู่อาศัยมีความสุขทำไมจะไม่ส่งต่อความสุข กับโครงการ Nirvana DEFINE ศรีนครินทร์ - พระราม 9 ทาวน์โฮมดีไซน์สไตล์โมเดิร์นที่เป็นมากกว่าบ้านเดี่ยว มาพร้อมกับรางวัล โครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ประจำปี 2561 ประเภททาวน์เฮาส์ราคาสูงจากศูนย์วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) จากรีวิวครั้งที่แล้วเป็นทาวน์โฮม Type C และ D การกลับมาครั้งนี้สู่ความยิ่งใหญ่ขึ้น กับบ้านอีก 2 Type คือ A และ B     แต่ก่อนที่จะไปชมบ้านแบบใหม่ดีไซน์สวยทั้งภายในและภายนอก สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมแบบแรกรับชมได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยว       ทำเล   โครงการ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ตั้งอยู่บนถนน ศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ เชื่อมกับถนนศรีนครินทร์แยกกรุงเทพกรีฑา – หัวหมาก ยาวไปอีกด้านเป็นถนนกาญจนาภิเษกไปสิ้นสุดที่ถนนเจ้าคุณทหาร ซึ่งในอนาคตจะเกิดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ตัดผ่านบริเวณสี่แยกกรุงเทพกรีฑา - หัวหมากพอดี     ถ้าพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วงถนนศรีนครินทร์และบนถนนรามคำแหง เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก, ราชมังคลากีฬาสถาน, โรงพยาบาลรามคำแหง, เดอะพาสิโอ้ทาวน์ รามคำแหง, ซีคอนสแควร์, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, พาราไดซ์พาร์ค และยังใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 20 นาทีจะถึง เมกาบางนา และสนามบินสุวรรณภูมิ   ภาพรวมโครงการ   Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นมากกว่าบ้านเดียวที่มาให้เลือกทั้งหมด 4 Type พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 190-350 ตารางเมตร หน้ากว้าง 6.5 เมตร เท่ากันทุกยูนิต จุดเด่นของทาวน์โฮม ที่ไม่เหมือนใครในเรื่องของดีไซน์ที่หาไม่ได้จากทาวน์โฮมทั่วไป ซึ่งมีที่เดียวเท่านั้นมาพร้อมกับฟังก์ชันต่างๆ  ที่ตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัยไม่ว่าจะด้วยเรื่องของช่องแสงภายในบ้านบวกกับเพดานสูงโปร่ง ทำให้บ้านปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่มืดทึบเหมือนทาวน์โฮมทั่วไป เพราะทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดให้พื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ และเหมาะกับทุกคนในครอบครัว    มาพร้อมกับ Facility ครบครันตอบโจทย์ผู้อาศัยไม่ว่าจะเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก โซนบาร์บีคิว คลับเฮ้าส์สำหรับพักผ่อน สระว่ายน้ำ และฟิตเนส     Unit Plan   Type A พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 31.3 – 63 ตารางวา 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ     Type B  พื้นที่ใช้สอย 285 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 30-34 ตารางวา 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 2 ที่จอดรถ       ชมบ้านตัวอย่าง     ทาวน์โฮมตัวอย่างแบบแรกที่จะพาไปชมเป็น Type A ซึ่งจะเป็น Type ที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ และเป็น Type เดียวที่อยู่แปลนมุมเพราะจะได้มีพื้นที่ด้านข้างเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นของผู้อยู่อาศัยครับ       ในสวนของลานหน้าบ้านมีพื้นที่สำหรับจอดรถได้ถึง 3 คัน ตรงกลางมีประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเข้าไปในบ้านได้ และด้านขวามือเป็นประตูหลักเพื่อเข้าไปยังในตัวบ้าน     ด้านในสุดของพื้นที่จอดรถทางโครงการทำเป็นคอร์ดกลางบ้าน เพื่อให้มีแสงสว่างส่องเข้ามาได้ทั่วถึงไม่ทำให้บ้านมืดทึบ และยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าอีกด้วยครับ ซึ่งโดยปกติแล้วทาวน์โฮมทั่วๆ ไปจะมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในตัวบ้านได้เฉพาะฝั่งหน้าบ้านกับหลังบ้านเท่านั้น แต่การดีไซน์มีคอร์ดให้อยู่กลางบ้านจะช่วยสร้างบรรยากาศปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น   นอกจากทำให้บ้านมีแสงสว่างส่องเข้ามาได้ทั่วถึงแล้ว ตรงนี้ยังสามารถปลูกต้นไม้ใหญ่เอาไว้กลางคอร์ด ทำให้บ้านดูเป็นธรรมชาติ ร่มรื่นมากขึ้นครับ ซึ่งการมีคอร์ดกลางบ้านแบบนี้ ได้รับความนิยมมากในบ้านเดียวสไตล์ Modern ในปัจจุบัน ทำให้ทาวน์โฮม Nirvana DEFINE มีความใกล้เคียงกับบ้านเดียวมากที่เดียวครับ     ด้านซ้ายมือของที่จอดรถจะมีประตูแยกซ้ายขวา เป็นพื้นที่สำหรับห้องเก็บของทั้งสองห้องครับ         ด้วยความที่ Type A ถูกวางให้อยู่แปลงมุม จึงทำให้ได้พื้นที่สนามหญ้าข้างบ้านซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังด้านหลังบ้านได้อีกด้วยครับ       หากใครที่เคยติดตามรีวิวของเราก็คงจะได้เห็นรูปแบบบ้านเดี่ยวจากเนอวานากันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ โดยเอกลักษณ์อย่างหนึ่งนั่นคือการยกห้องรับแขกขึ้นไปไว้ที่ชั้น 2 ของบ้าน แล้วแยกให้ดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งในทาวน์โฮมโครงการนี้ก็นำเอาจุดเด่นตรงนี้มาใส่เอาไว้ด้วยเช่นเดียวกันกับบ้านเดี่ยว โดยสามารถใช้บันไดจากหน้าบ้านทางซ้ายมือนี้ขึ้นไปได้เลยครับ     กลับมาดูที่ชั้นแรกกันก่อนครับ เริ่มจากชานบ้านถูกยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันฝุ่นละอองสิ่งสกปรกที่จะปลิวเข้าในตัวบ้าน ส่วนประตูทางเข้าบ้านจะใช้ไม้สัก     เข้ามาภายในตัวบ้านพื้นที่แรกทางโครงการทำเป็น Drop Shoes ยกพื้นต่างระดับถึง 3 ขั้น เพื่อแบ่งพื้นที่ให้สามารถถอดรองเท้าไว้ภายในบ้าน ไม่ต้องถอดข้างนอก โดยทางเดินมีพื้นที่สามารถทำตู้เก็บรองเท้า ก็ยังเหลือพื้นที่เดินมากพอครับ     สำหรับชั้นแรกนี้จะถูกจัดให้เป็นห้องครัวปิด พร้อมกับพื้นที่รับประทานอาหารครับ โดยพื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ และนอกจากนี้ทางโครงติดวอลเปเปอร์สีเรียบให้ทั้งหลัง     ทางโครงการ Built in เคาน์เตอร์บาร์ต่อด้วยโต๊ะรับประทานอาหาร 6 ที่นั่ง ความจริงแล้วสามารถวางเป็นโต๊ะสำหรับ 10 ที่นั่งก็ยังได้ครับ ซึ่งสามารถใช้พื้นที่ของชั้นแรกนี้สำหรับจัด Party สังสรรค์เล็กๆ กับเพื่อนได้     ในส่วนของห้องครัวเป็นครัวปิด โดยมีที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ High Ceiling ขอบ Aluminium Powder Coat ป้องกันการเกิดสนิม และยังทำให้สีติดแน่นทนนานไม่หลุดลอก       เข้ามาภายในห้องครัวมีพื้นที่แบ่งเป็นสองฝั่ง ส่วนประตูตรงกลางเชื่อมออกไปในส่วนของพื้นที่ซักล้าง     และเคาน์เตอร์ครัวทางด้านขวาเป็นแบบ L-Shape ติดกับหน้าต่างและวางอ่างล่างจานเพราะช่วยระบายความชื้น ป้องกันเชื้อราได้ดีอีกด้วยครับ       ในส่วนของพื้นที่ด้านหลังบ้าน มีทางเชื่อมมาจากสนามหน้าบ้าน       กลับเข้ามาสู่ภายในตัวบ้าน ก่อนที่จะขึ้นชั้น 2 ห้องตรงกลางส่วนนี้คือห้องน้ำกลาง     ภายในห้องน้ำส่วนกลางมีอ่างล้างหน้าเป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์ มาพร้อมกับกระจกเงาบานใหญ่       ตรงข้ามกันเป็นโถสุขภัณฑ์ และห้องน้ำส่วนกลางจะไม่มีพื้นที่ในส่วนของพื้นที่อาบน้ำ     ขึ้นบันไดไปชมทาวน์โฮมกันต่อ ซึ่งบันไดระหว่างที่เดินขึ้นบันไดนั้นไม่เกิดเสียงดังขึ้นเลยครับ เพราะโครงสร้างเป็นคอนกรีตทำให้มีความแข็งแรง ส่วนหน้าบันไดนั้นกว้าง ไม่ชัน ตรงนี้โครงการทำให้สามารถวางเท้าได้เต็มเท้าทั้งชายและหญิง เป็นการเพิ่มความปลอดภัยด้วยครับ     ขึ้นมาชั้นสองด้านขวามือเป็นตู้ไฟ และซ้ายมือเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นครับ       ในส่วนของประตูบานนี้เป็นประตูที่เชื่อมมาจากบันไดหน้าบ้านที่เราพาชมกันไปเมื่อสักครู่นีั เพื่อเข้ามาสู่ห้องนั่งเล่นของบ้านครับ     ในส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่น Floor To Ceiling 4 เมตร มีพื้นที่กว้าง ปลอดโปร่ง วางโซฟาแบบ L-Shape ก็ยังเหลือพื้นที่เหลือเฟือ และมีประตูกระจก High Ceiling เชื่อมออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน           ในส่วนของระเบียงหน้าบ้านมีราวกันตกเป็นกระจกนิรภัย       อีกด้านของของห้องนั่งเล่น เป็นระเบียงข้างบ้าน       ในส่วนของระเบียงของระเบียงข้างบ้าน จะมีเฉพาะบ้าน Type A ที่มีเฉพาะแปลนมุม และสามารถมองลงมาที่โรงจอดรถได้ครับ     ทางเดินตรงข้ามเพื่อเชื่อมไปยังห้องนอนแรก ซึ่งเป็น Master Bedroom      ภายใน Master Bedroom มีพื้นที่กว้างสามารถแบ่ง Double Function ตามที่โครงการ Built in ส่วนที่วางเตียงนอน กับพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี     ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นในห้อง Master Bedroom  ทางโครงการทำเพดานสูง Double Space ให้ความรู้สึกโล่งสบาย ไม่อึดอัดเหมือนบ้านทาวน์โฮมทั่วไปครับ     ในส่วนของเตียงนอนมีพื้นที่มากพอที่สามารถวางเตียงขนาด King Size ก็ยังเหลือพื้นที่ครับ     พื้นที่ด้านนี้ยังลึกเข้าไปสามารถจัดเป็นส่วนของ Walk In Closet ด้านหน้าห้องน้ำ     ในส่วนของ Walk In Closet ทางด้านขวามือเป็นห้องน้ำที่กั้นด้วยกระจกบานเลื่อนขอบ Aluminium Powder Coat     ห้องน้ำถูกปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน ให้ความรู้สึกความหรูหราบวกกับ Bath Tub     อีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำเป็น Rain Shower มีพื้นที่ต่างระดับแบ่งส่วนเปียกและแห้ง   เดินขึ้นต่อไปโดยมีทางแยกด้านซ้าย ก่อนที่จะไปยังชั้นสาม ซึ่งด้านซ้ายมือจะเป็นห้องนอนแรก           แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชั้น 3 แวะมาดูทางซ้ายมือในส่วนของห้องนอนแรก เมื่อเข้ามาด้านซ้ายสามารถ Built in เป็นตู้เส้อผ้าขนาดใหญ่   ในส่วนของห้องน้ำมีกระจกบานใหญ่ และพื้นห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกคือพื้นที่อาบน้ำด้านในสุด ตรงกับหน้าต่างระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทไม่อับชื้น     ในส่วนของเตียงนอนสามารถวางเป็นเตียงขนาด King Size หรือเล็กกว่านั้นตามความชอบของผู้อยู่อาศัย ก็ยังเหลือพื้นที่     ที่ปลายเตียงทางโครงการได้ Built in ทำกำแพงยื่นออกมาแบ่งเป็น Double Function ด้านซ้ายมือเป็นโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือ อีกด้านเป็นโซฟานั่งเล่น ด้านบนเป็นกระจก     ขึ้นมาต่อแต่ก่อนที่จะขึ้นไปชั้น 3 แวะออกมาชมในส่วนของ Out Door     ในส่วนของ Out Door สำหรับรับอากาศภายนอก สามารถเป็นพื้นที่เปลี่ยนบรรยากาศพาแขกหรือคนในครอบครัวนั่งคุยนั่งเล่น ทำกิจกรรมร่วมกันครับ     และยังสามารถมองลงไปเห็นระเบียงด้านข้างบ้านผ่านคอร์ดกลางบ้าน     ต่อจากส่วน Out Door ขึ้นบันไดไปชั้นที่ 3 บนสุดของบ้าน     ก่อนที่จะเข้าไปยังในห้อง มีพื้นที่ว่างสามารถทำเป็นที่บูชาพระพุทธรูปภายในบ้านได้ เพราะอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน     ห้องสุดท้ายจะแยกออกเป็นสองฝั่ง สามารถแบ่งเป็นห้องนอนได้อีกเป็นสองห้อง หรือจะทำเป็นห้องนอนเดียวทั้งชั้นก็แล้วแต่ความชอบของผู้อยู่อาศัยครับ     มาเริ่มจากฝั่งซ้ายมือกันก่อนครับ     ทางโครงการ Built in ห้องนี้ให้เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ หรือห้องทำงาน     มีประตูกระะจกบานเลื่อนออกไปยังระเบียงด้านหลังบ้าน     ระเบียงด้านหลังมีราวกันตกที่ราวเหล็กแข็งแรง ทนทาน     มองลงไปจะเห็นพื้นที่หลังบ้าน และทางโครงการนี้จะเดินท่อเครื่องปรับอากาศมาทางด้านหลังทั้งหมด เพื่อความสวยงามของระเบียงด้านหน้าบ้าน     กลับเข้ามาภายในห้องอีกด้านยังมีพื้นที่มาก กว้างขวางสามารถทำเป็น Walk In Closet      ด้านหลังมีห้องน้ำให้ในตัวครับ     ห้องน้ำแบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยมีกระจกบานใหญ่และอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์โดยฝั่งซ้ายเป็นส่วนของพื้นที่อาบน้ำ     และด้านขวาเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์     มาต่อกับอีกด้านหนึ่งของห้องทางด้านขวา ทางโครงการ Built in เป็นห้องนอนที่ 2 ของบ้าน มีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน     มีห้องน้ำให้ภายในตัวปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน นอกจากดูหรูหราแล้ว ยังกว้างไม่อึดอัด     มาพร้อมกับกระจกบานใหญ่กับอ่างล้างหน้าแบบฝังเคาเตอร์       มุมสุดของห้องจากปลายเตียงมีห้องลับซ่อนอยู่สามารถทำเป็นมุมโปรดตามไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย และมีกระจกบานใหญ่สามารถมองเห็นจากทางขึ้นบันไดมายังชั้นนี้       และจากห้องนอนออกมาสู่ระเบียงหน้าบ้านบนชั้นบนสุดของบ้านเพื่อรับอากาศที่ดี เพราะที่ดินโดยรอบย่านนี้ยังไม่แออัด       ทาวน์โฮมตัวอย่างแบบต่อมาจะเป็น Type B   ก่อนเข้าไปในตัวบ้านด้านซ้ายเป็นส่วนของห้องแม่บ้านซึ่งมีห้องน้ำภายในตัว   ก่อนจะเข้าประตูบ้านทางโครงการยกพื้นต่างระดับออกมาให้อารมณ์เหมือนชานบ้าน       เปิดประตูออกมาทางโครงการทำพื้นเป็น Drop Shoes ยกพื้นต่างระดับถึง 3 ขั้น เพื่อแบ่งพื้นที่ให้สามารถถอดรองเท้าไว้ภายในบ้าน       นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สามารถทำตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ ตอบโจทย์นักช้อปรองเท้า     มาถึงส่วนของ Common Area มีขนาดกว้างยาวจนไปถึงด้านหลัง สามารถปรับฟังก์ชันได้ตามความชอบของผู้อยู่อาศัย     พื้นที่ต่อจากประตูเข้าบ้านเข้ามา เป็นส่วนของโซน Living Room มีพื้นที่มากพอที่จะวาง L shape sofa ก็ยังเหลือพื้นที่วางโซฟาสองที่นั่งและโต๊ะกลาง       ตรงพื้นที่โซน Living Room ด้านบนทางโครงการทำ Double Space เพิ่มความโปร่ง โล่งสบาย     ทางโครงการ Built in ชั้นไม้กั้นระหว่างพื้นที่นั่งเล่นกับโซนรับประทานอาหาร ความจริงยังสามารถต่อเติมทำเป็นกระจกกั้นก็ยังได้     ด้านหลังระหว่างที่กั้นแบ่งโซนห้องเป็นส่วนของห้องน้ำกลาง       ด้านหลังโถสุขภัณฑ์ทางโครงการทำผนังยื่นออกมาสามารถวางของได้     ต่อจากส่วนนั่งเล่นเป็นส่วนของโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถวางเป็นโต๊ะสำหรับ 6 ถึง 10 ที่นั่งก็ยังเหลือพื้นที่มากพอ ตรงกับโต๊ะรับประทานอาหารเป็นส่วนของห้องครัว     กำแพงมุมห้องสามารถทำ Counter Built in ยื่นออกมาเพื่อวางหรือเก็บของได้มากขึ้น     ต่อจากโต๊ะรับประทานอาหาร มีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังสนามหญ้าด้านหลังบ้าน     ทั้งประตูกระจกและหน้าต่างทุกบานจะติดตั้งด้วยระบบล็อค TosTem คุณภาพสูงจากญี่ปุ่น     ถัดไปเป็นส่วนของห้องครัวเป็นแบบ L shape ซึ่งเป็นครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน และมีประตูเชื่อมออกไปยังส่วนพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน     ด้านหลังบ้านมีสวนหย่อมให้เล็กน้อยไว้ปลูกต้นไม้ตามความชอบคนรักธรรมชาติ บวกกับพื้นที่ซักล้างให้ครับ         เดินต่อเพื่อขึ้นไปยังชั้น 2 ซึ่งบันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินแล้วไม่เกิดเสียงดังเลยครับ         เมื่อขึ้นมาชั้น 2 ของบ้านจะพบกับห้องนอนแรก     ภายในห้องกว้างขวางสามารถแบ่งฟังก์ชันตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย อย่างในห้องตัวอย่างนี้มีการกั้นแบ่งเป็น Double Function ในส่วนของเตียงนอนริมหน้าต่าง และห้องทำงานแบบเปิดโล่ง     สำหรับห้องนอนแรกนี้ ทางโครงการติดตั้งกระจก สามารถมองลงไปเห็นห้องนั่งเล่นชั้นแรกได้ครับ     ในส่วนของพื้นที่วางเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไปจนถึง King Size ก็ยังไม่อึดอัด       ผนังด้านนี้ความจริงแล้วกำแพงยื่นออกถึงแค่สวิทช์ไฟ สามารถ Built in กั้นห้องออกมาได้ครับ     ต่อจากผนังที่ทางโครงการทำยื่นออกมาเพื่อทำเป็นส่วนของ Walk In Closet      ด้านข้างก่อนจะเข้าห้องน้ำ มีกระจกบานใหญ่สามารถทำเป็นโต๊ะเสริมสวยของสาวๆ ได้ครับ     ส่วนของห้องน้ำทางโครงการเจาะผนังเป็นช่องสามารถวางของได้เพิ่มขึ้น     บนหัวของพื้นที่อาบน้ำ มีประจกบานเลื่อนเพื่อถ่ายเทอากาศไม่ให้อับชื้น     ออกมาจากห้องระหว่างทางเดินทางเชื่อมไปยังอีกห้อง ระหว่างทางเดินจะผ่านบริเวณ Double Value     ซึ่ง Double Value ทางโครงการใส่ใจรายละเอียดเน้นการสื่อสารกับคนภายในบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องเดินลงมาพูดคุยที่ชั้นแรก แต่สามารถยืนคุยกันได้และไปทำกิจกรรมต่อครับ       เดินเข้ามาสู่ห้องนอนที่ 2 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านหน้าบ้าน ภายในห้องกว้างโปร่งสบาย ไม่อึดอัด     ระเบียงหน้าบ้านมีราวกันตกเป็นกระจกนิรภัย และมีพื้นที่ยาวเข้าไปถึงด้านซ้าย       อีกด้านของระเบียงมีพื้นที่สามารถเป็นมุมโปรดไว้วางกระถางต้นไม้ได้ และยังเห็นห้องนอนผ่านกระจกเข้ามุม         ภายในห้องน้ำของห้องนอน 2 มีกระจกบานใหญ่ ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard     ในส่วนพื้นที่อาบน้ำมีกระจกบานเลื่อนเพื่อถ่ายเทอากาศ ไม่ให้อับชื้น ด้านข้างฝักบัวเจาะผนังสำหรับวางของได้ครับ     ออกจากห้องนอน 2 ขึ้นบันไดไปยังชั้น 3 จะสังเกตได้ว่าทางเดินเชื่อมระหว่างห้องมีพื้นที่กว้างขวางสามารถเดินสวนกันได้สบายครับ     ก่อนขึ้นบันไดภายใต้ประตูบานนี้จะมีตู้ไฟซ่อนอยู่ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ถือว่าทางโครงการใส่ใจดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีครับ         ด้านตรงข้ามกับบันไดด้านบนมีช่องแสงจากระเบียงให้แสงสว่างส่องเขามาทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า       บนชั้น 3 เป็นส่วนของ Master Bedroom ทั้งชั้นมีพื้นที่กว้างมากให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ Penthouses ในคอนโดมิเนียมครับ มีทั้งส่วนนั่งเล่น และส่วนของวางเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาด King Size  ได้สบายๆ       มีกำแพงกั้นห้องแบ่ง Double Function แยกเป็นส่วนที่นอนกับ Walk In Closet     มีหน้าต่างด้านหลังห้องสามารถมองลงไปเห็นด้านหลังบ้านได้ครับ จะสังเกตได้ว่าทาวน์โฮมจากเนอวานาจะให้ความใส่ใจกับเรื่องช่องแสง ดึงแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาอย่างทั่วถึงภายในทาวน์โฮม     ในส่วนของ Walk In Closet ยังแบ่งออกเป็นสองฝั่งแยกเสื้อผ้าชายหญิงได้อย่างลงตัว ไม่ปะปนกัน       ห้องน้ำส่วนของ Master Bedroom ทางโครงการมีอ่างอาบน้ำให้ครับ     อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์และส่วนของพื้นที่อาบน้ำ กำแพงด้านหลังโถสุขภัณฑ์ยาวจนถึงพื้นที่อาบน้ำยื่นออกมาสามารถวางของได้เพิ่มขึ้น มีพื้นต่างระดับแบ่งพื้นที่เปียกแห้งอย่างชัดเจนครับ     ปลายอ่างอาบน้ำด้านบนมีกระจกแบบบานกระทุ้ง เพื่อระบายอากาศไม่ทำให้ห้องน้ำอับชื้น     บนหัวเตียงมีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังระเบียงหน้าบ้านครับ     พื้นที่ระเบียงหน้าบ้านบนชั้น 3 กว้างมากเป็นพื้นที่ Out Door ทำเป็นมุมโปรดเปลี่ยนบรรยากาศได้ครับ     มีช่องแสงที่สามารถมองทะลุเห็นจากทางขึ้นบันได     พื้นที่ระเบียงติดตั้งราวกันตกด้วยกระจกนิรภัย และด้วยขนาดของระเบียงก็มากพอที่จะใช้งานได้จริงครับ       เป็นอย่างไรบ้างครับกับการกลับมาสู่ภาคต่อกับเฟสที่ 2 ทาวน์โฮม Type A และ B ดีไซน์ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ทั้งประโยชน์ใช้สอยภายในบ้าน การออกแบบบ้านที่ไม่เหมือนใครมีที่เดียวเท่านั้น ทั้งเรื่องพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเทียบเท่ากับบ้านเดี่ยว เพดานที่สูงโปร่งที่หาไม่ได้จากทาวน์โฮมที่ไหน กับช่องแสงที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ดูไม่อับทึบเหมือนกับทาวน์โฮมทั่วไป การันตีผลกับรางวัล AREA กับผู้สร้าง บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ให้คำนิยาม “ทาวน์โฮมที่เป็นได้…มากกว่าบ้านเดี่ยว” พบกันได้ที่ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9       ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1787 หรือทางเว็บไซต์ NIRVANA DEFINE Srinakarin - Rama 9          
Unio Town Suanluang-Phatthanakan-ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ (PREVIEW)

Unio Town Suanluang-Phatthanakan-ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Unio Town Suanluang-Phatthanakan (ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ) เจ้าของโครงการ :  บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ :  เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 67 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น   ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะขนาดใหญ่ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 3,190,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมเข้าอยู่ ปลายปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮมที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการใช้ชีวิต ด้วยประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า ประกอบกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เพื่อได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนพัฒนาการ, ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง, ถนนบางนา, ทางพิเศษกาญจนาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส, บิ๊กซี, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์พาร์ค, สวนหลวง ร.9, ม.รามคำแหง 2, รพ.สิรินธร, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.ศิครินทร์, สำนักงานเขตประเวศ, Pan Asia International School
บ้านกลางเมือง วัชรพล ค้นพบคำตอบของบ้านที่ดี บนทำเลที่ใช่    

บ้านกลางเมือง วัชรพล ค้นพบคำตอบของบ้านที่ดี บนทำเลที่ใช่    

เหตุผลของการเลือกที่อยู่อาศัยแนวราบ ใครๆ ก็คงต้องบอกว่าเพราะได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า และไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ ยิ่งถ้าได้ทำเลเดินทางสะดวก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวก็จะยิ่งมีเวลาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยหากมีแบบบ้านที่จัดฟังก์ชั่นดีๆ สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย และยังยก Pocket Garden ขึ้นมาไว้บนบ้านของเรา ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติเข้าไปอีก อย่างแบบบ้านทาวน์โฮมใหม่ล่าสุดจาก AP ที่ชื่อว่า Terraria (เทอร์ราเรีย) ซึ่งพัฒนาขึ้นมาได้ใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยวทีเดียวค่ะ แต่จะมีหน้าตาแบบไหน แล้วจะใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยวอย่างไรนั้น ลองมาค้นหาคำตอบกันในรีวิวฉบับนี้ค่ะ        ทำเลที่ใช่   ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบหลายโครงการ มักจะเลือกมาปักหมุดในย่านวัชรพลกันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีทางด่วนฉลองรัชสร้างยาวมาจนถึงย่านนี้ ตรงด่านสุขาภิบาล 5 ทำให้โซนนี้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเดินทางที่สามารถทะลุออกได้หลายเส้นทาง ราคาที่ดินยังไม่แพง ใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น สำนักงานที่ดินกรุงเทพ, สำนักงานพัฒนาสมรรถนะครู, สำนักงานเขต เป็นต้น ทำให้การอยู่อาศัยในละแวกนี้ยังไม่หนาแน่นมากนัก ย่านวัชรพลจึงมีความน่าสนใจมากทีเดียวค่ะ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแนวราบที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก     หากจะบอกเล่าให้เห็นภาพกันมากขึ้น ก็คงจะต้องเปรียบวัชรพลเป็นเหมือนวงกลมที่มีเส้นทางต่อออกไปได้เกือบรอบวง ซึ่งมีเส้นทางหลักในการเข้าสู่ใจกลางเมืองคือ ทางด่วนฉลองรัช หรือที่เรียกกันติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทรา ที่ด่านสุขาภิบาล 5 สามารถตรงเข้าสู่พระราม 9 หรือเอกมัยได้สะดวกมาก โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือจะเลือกเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกก็ใกล้นิดเดียว ส่วนถนนหลักก่อนเข้าสู่วัชรพลอย่างถนนรามอินทรา ก็เป็นถนนสายสำคัญสายหนึ่ง เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่เป็นระยะตลอดเส้นทาง และในอนาคตปี 2564 จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี วิ่งผ่านตลอดถนนรามอินทรา ซึ่งจะมีจุด Interchange กับสายสีม่วง สายสีแดง สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีเทา และสายสีส้ม เป็นทางเลือกการเดินทางที่หลายคนรอคอย หรือจะใช้เส้นทางด้านถนนสายไหมแล้วไปทะลุออกสี่แยกคปอ. เข้าถนนธูปะเตมีย์ ทะลุเข้าถนนวิภาวดีขาเข้าจะใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็ถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว และถนนตัดใหม่อย่างถนนเทพรักษ์ โดยเริ่มต้นจากถนนพหลโยธิน ข้างบิ๊กซีสะพานใหม่ไปเชื่อมต่อกับถนนวัชรพล และถนนสุขาภิบาล 5 และยังมีแผนในอนาคตจะทำถนนต่อเพิ่มไปจนถึงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งโครงการบ้านกลางเมืองวัชรพล จะตั้งอยู่ริมถนนสุขาภิบาล 5 ฝั่งขาเข้า         สิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย แถมยังหลากหลายด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นจำพวกห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์(CDC) บนเลียบด่วนรามอินทรา หรือที่ถนนรามอินทราอย่างเดอะพรอมานาด, แฟชั่นไอส์แลนด์ และเซ็นทรัลรามอินทรา หรืออยากเดินตลาดในวันสบายๆ ก็อยู่ใกล้โครงการอยู่หลายแห่งทั้งตลาดออเงิน, ตลาดวงศกร, ตลาดยิ่งเจริญ, ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา และตลาดนัดหัวมุม ส่วนโรงพยาบาลก็หายห่วงค่ะ เพราะมีทั้งโรงพยาบาลรัฐ และเอกชนอยู่รอบๆ เช่น รพ.สายไหม, รพ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล, รพ.สินแพทย์ และรพ.ภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น     ภาพรวมโครงการ   บ้านกลางเมือง วัชรพล มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 18 ไร่ แต่มีจำนวนยูนิตเพียง 192 ยูนิต ตอกย้ำความสงบเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย ซึ่งทาง AP ตั้งใจให้เกิดเป็น Peace Moment บน Concept โครงการ “Serenity within Reach” เข้าถึงความสงบอย่างเข้าใจผู้อยู่อาศัยที่ต้องการช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดอยู่ในบ้านของตัวเองโดยโครงการที่เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นรูปแบบใหม่ ได้พื้นที่ใช้สอยถึง 152 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.1 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท       Club House กลางโครงการถูกสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบ Glasshouse Resort ให้เหมือนนั่งพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทระดับ  2 ชั้นกลางธรรมชาติ มีทั้ง Greenery Space สวนสีเขียวที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เปรียบเสมือนปอดกลางโครงการ มองออกไปแล้วสบายตาเกิดความรู้สึกสงบอย่างแท้จริง สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อม Sunken นั่งเล่นมุมสระว่ายน้ำ ภายในอาคาร Club House ชั้นแรกถูกจัดพื้นที่ให้เป็น Co-Working Space ส่วนชั้น 2 เป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน          ลืมภาพเก่าๆ ของทาวน์โฮมแบบเดิมๆ ไปได้เลยค่ะ เพราะความพิเศษของดีไซน์ทาวน์โฮมใหม่ชื่อว่า Terraria ที่ให้พื้นที่ใช้สอยภายในมากพอๆ กับบ้านเดี่ยว แต่ราคาทาวน์โฮม เน้นจุดเด่นที่ Flexible Space ปล่อยพื้นที่ให้ได้ครีเอทกันอย่างเต็มที่ เพื่อตอบไลฟ์สไตล์แบบที่เป็นตัวเอง อีกทั้งย่อสวนสีเขียวให้เป็น Pocket Garden แล้วยกขึ้นมาไว้ที่ชั้น 2 และ 3 ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ท่ามกลางบรรยากาศความเป็นส่วนตัว จนสัมผัสได้ถึงความสงบที่แท้จริงในบ้านของตัวเอง     เดินชมโครงการ     เราจะพาเดินชมโครงการบ้านกลางเมือง วัชรพล กันตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า-ออกเลยค่ะ ซึ่งที่ประตูหลักนี้ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชม. โดยบุคคลภายนอกจะต้องแลกบัตรเข้าไปค่ะ   ส่วนลูกบ้านจะใช้ระบบ Easy Pass ในการเข้า-ออก พร้อมกับมีกล้อง CCTV ติดตั้งไว้ที่ประตูด้วย   กลางโครงการจะพบกับ Club House โดยจะมีทั้งส่วนที่เป็น Outdoor และภายในอาคาร 2 ชั้น     ส่วนแรกของ Facility จะเป็นลานสนามหญ้าโล่งๆ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่สลับกับพุ่มไม้เตี้ย สำหรับทำกิจกรรมได้หลากหลาย   ด้านข้างสนามหญ้าจะมีหลุมสำหรับนั่งพักผ่อนช่วงแดดร่มลมตกได้   อาคาร Club House ถูกดีไซน์ในลักษณะ Glass House 2 ชั้น ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำกลางแจ้งระบบเกลือ และมีสระเด็กแยกอยู่ริมสระ    มุมด้านข้างสระว่ายน้ำมี Sunken สำหรับนั่งพักผ่อนชมบรรยากาศของ Club House        ทางเดินขึ้นไปชมภายในอาคาร Club House ใช้วัสดุหินอ่อนปูผนังเพิ่มความสวยงามดูดี สลับกับใช้ Copper ตกแต่งสร้างสีสันเพิ่มเติม    ภายในชั้น 1 จัดให้เป็น Co-Working Space นั่งสบายๆ กับเซตโซฟาที่ล้อมรอบไปด้วยกระจก High Ceiling รับแสงสว่างเข้ามาได้มาก โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟก็สว่างเพียงพอเช่นกันค่ะ    ด้านหลังจะเป็นมีส่วนที่เป็นเพดานสูงๆ แบบ Double Space มองขึ้นไปเห็นชั้น 2 ของ Club House    ขึ้นบันไดด้านข้างไปที่ชั้น 2 กันค่ะ   ชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ ปูพื้นด้วยพรม ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ดูโปร่งสบาย    มีการกั้นห้องกระจกด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจาก 2 ฝั่งมาเข้ามุมกันพอดี   ภายในห้องกระจกนี้ถูกจัดไว้สำหรับเป็นพื้นที่เล่นโยคะ ขนาดประมาณ 2 คนเล่นค่ะ   วิวจากชั้น 2 ของ Club House ค่ะ เป็นโครงการที่ดูร่มรื่นด้วยสีเขียวจากต้นไม้ เข้ากับตัวทาวน์โฮมที่มีโทนสีเทาธรรมชาติกับสี Copper ซึ่งดูทันสมัย แต่ยังคงความสอดคล้องกับธรรมชาติรอบๆ โครงการ    ชมบ้านตัวอย่าง   ต่อมาเราจะเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันบ้างค่ะ ซึ่งจะเป็นแบบ Terraria ดีไซน์ใหม่ที่ยังไม่เคยเห็นในโครงการบ้านกลางเมืองอื่นๆ ก่อนหน้านี้   เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าบ้านเลยค่ะ หากไม่มีการวางเก้าอี้นั่งเล่นแบบบ้านตัวอย่างนี้จะสามารถจอดรถได้ประมาณ 2 คัน   ทุกยูนิตจะมีการติดตั้งผ้าใบกันสาดสีน้ำตาล แบบนี้มาให้ด้วยค่ะ ซึ่งตัวผ้าใบนี้สามารถพับเก็บได้   ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมพ่น Powder Coat ส่วนด้านข้างจะมีประตูอลูมิเนียมบานสวิง    หลังประตูจะเป็นพื้นที่สำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งชั้นวางภายในสำหรับทาวน์โฮมจริงจะไม่มีมาให้นะคะ   ประตูจะใช้ลูกกุญแจล็อคปรกติค่ะ     ประตูด้านในจะมีตัวล็อคแบบก้นหอยให้เป็น Double Lock เพิ่มความปลอดภัยค่ะ    ภายในชั้น 1 ค่ะ Floor To Ceiling 2.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนผนังจริงจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว ใช้ไฟ Downlight โดยโซนแรกจะถูกจัดให้เป็น Living Room    มีพื้นที่กว้างๆ สำหรับวางโซฟาขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะกลางได้ค่ะ   ขวามือถัดจากประตูบ้านจะเป็นบันไดค่ะ และมีส่วนที่เป็นผนังตรงข้ามโซฟา สำหรับ Built In เคาน์เตอร์วางทีวี   ลึกเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าว ส่วนด้านขวาเป็นครัวเปิดที่จัดเอาไว้เป็นสัดส่วนจนเกือบจะเป็นห้องครัวปิดเลยทีเดียวค่ะ   ภายในห้องครัวเราจะสามารถ Built in เคาน์เตอร์ครัวได้เองตามการใช้งาน โดยจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเปิดระบายกลิ่นกับความชื้นให้ออกไปทางหลังบ้านได้ค่ะ   พื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวได้ขนาด 4-6 ที่นั่ง ซึ่งหากเป็นทาวน์โฮมแปลงมุม จะได้ประตูกระจกออกไปบริเวณข้างบ้านเพิ่มเติม แบบที่เห็นด้านหน้านี้ ส่วนด้านขวาเป็นประตูกระจกบานเลื่อนออกไปทางหลังบ้านได้เช่นกันค่ะ   ถัดจากเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องน้ำของชั้นแรกค่ะ   ภายในห้องน้ำของชั้น 1 จะไม่มีส่วนเปียกค่ะ เพราะจะใช้เป็นห้องน้ำสำหรับรับแขก โดยพื้นและผนังจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค มาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ทั้งหมดจากแบรนด์ American Standard ค่ะ   อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง พร้อมติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่มาให้แบบนี้เลยค่ะ   ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อค่ะ โดยบันไดคอนกรีตพร้อมราวจับด้านข้าง Top ด้วยไม้ เดินแล้วไม่เกิดเสียงดังเลยค่ะ   ก่อนจะถึงชั้น 2 เราจะพบกับ Extra Space ชานพักบันไดที่มีพื้นที่กว้างกว่าปรกติ พร้อมกับติดตั้งหน้าต่างบานกระทุ้งช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ทางเดินบันได ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เราจะสามารถจัดเป็น Bay Window เพิ่มพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนได้อีก อย่างถ้ามีแขกผู้ใหญ่มาที่บ้านเราก็สามารถพาเด็กๆ ขึ้นมานั่งเล่นข้างบนนี้ก่อนก็ได้ค่ะ หรือใครที่มีของเยอะๆ ก็สามารถจัดหาตู้มาวางไว้สำหรับเก็บของได้เพิ่มก็ได้นะคะ   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต Floor To Ceiling 2.6 เมตร ซึ่งจะมีโซน Flexible Space ห้ได้ครีเอทได้ตามสไตล์ของตัวเอง แต่สำหรับทาวน์โฮมจริงจะถูกกั้นเป็นห้องค่ะ    ห้องนี้จะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนระบบ Double Lock ซึ่งจะเป็นวิวฝั่งหลังบ้านค่ะ    ตรงข้ามกันทางฝั่งหน้าบ้าน จะเป็นห้องนอนแรกค่ะ แม้ว่าที่ห้องตัวอย่างจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ โดยเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียง แต่ด้วยพื้นที่จริงก็กว้างพอที่จะวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้เลยค่ะ   ด้านข้างเตียงฝั่งเดียวกันกับประตูห้อง ก็สามารถ Built In ตู้เสื้อผ้า พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้ทางหัวเตียงได้   ข้างเตียงจะเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 3 บาน ส่วนปลายเตียงจะมีพื้นที่ Pocket Garden ซึ่งเป็นจุดขายที่ทาวน์โฮมไม่มี   Pocket Garden จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานสวิง ขอบอลูมิเนียมพ่น Powder Coat โดยจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค    จะมีส่วนที่จัดเอาไว้ให้สำหรับใครที่ชอบปลูกต้นไม้ ก็จะสามารถสร้างบรรยากาศตรงนี้ให้เหมือนยกสวนสีเขียวขึ้นมาไว้ในห้องนอนของตัวเอง ที่สามารถนอนมองออกมาแล้ว มองเห็นสีเขียวของต้นไม้อยู่ใกล้แค่เอื้อม ให้ความรู้สึกสงบเหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งขึ้น   มีการต่อก๊อกน้ำเอาไว้ให้ใช้ประโยชน์ได้ด้วยนะคะ อย่างถ้าจะต่อสายยางสำหรับรดน้ำต้นไม้ส่วนนี้ก็ทำได้ง่ายเลย   ถ้าหันหลังให้ต้นไม้ ก็จะพบกับหน้าต่างกระจกบานเลื่อนทรงสูงค่ะ ซึ่งภายในเป็นห้องน้ำของชั้น 2   ห้องน้ำของชั้น 2 ที่เรามองเห็นผ่านทางหน้าต่างเมื่อสักครู่ค่ะ โดยทางซ้ายมือของภาพจะเป็นห้องนอนที่เราพาเข้าไปชมมาแล้ว ส่วนทางซ้ายมือของห้องน้ำจะเป็น Flexible Space    ภายในห้องน้ำจะมีลักษณะลึกเข้าไป ซึ่งส่วนเปียกด้านในสุดจะสามารถมองออกไปเห็น Pocket Garden เปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องน้ำให้สดชื่นขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ ภายในห้องจะปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ โดยสุขภัณฑ์ทุกอย่างจะได้มาครบเซตตามนี้เลยค่ะ   สิ่งที่จะได้มาด้วย คือ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง และกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ โดยจะมีการก่อผนังออกมาเล็กน้อยสำหรับเป็นพื้นที่วางของได้ยาวตลอดแนวตั้งแต่หลังโถสุขภัณฑ์ไปจนถึงอ่างล้างหน้า   ขึ้นไปชมชั้น 3 กันต่อเลยค่ะ โดยที่ชั้น 3 นี้จะมีเพียง 1 ห้องใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งเป็น Master Bedroom ค่ะ    เปิดห้อง Master Bedroom กันเลยค่ะ โดยเริ่มจากทางฝั่งซ้ายมือของประตูกันก่อน    พื้นที่ห้องกว้างๆ แบบนี้ตรงกลางห้องเราสามารถวางเตียงขนาด King Size ได้สบายๆ เลยค่ะ    ข้างเตียงจะมีทั้งหน้าต่างบานกระทุ้ง และประตูกระจกบานเลื่อน 4 บาน ทำให้แสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มๆ ห้องจึงดูสว่างปลอดโปร่ง ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนค่ะ เพราะใช้กระจกเขียวตัดแสงช่วยลดแสงและความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้ามาภายในห้องมากจนเกินไป   ระเบียงพักผ่อนจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกใช้เหล็กโปร่งสีดำ พร้อมไฟส่องสว่างที่ระเบียงค่ะ   กลับเข้ามาในห้องเราจะเห็นอีกมุมหนึ่งของห้องค่ะ ซึ่งปลายเตียงเราสามารถ Built In ทั้งเคาน์เตอร์วางทีวีพร้อมโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ได้   พื้นที่ก่อนห้องน้ำในตัวตรงนี้เราสามารถทำเป็น Walk In Closet ตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ได้เลยค่ะ หรือถ้าใครที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ก็สามารถลดขนาดโต๊ะทำงานแบบตัวอย่างทางซ้ายมือ แล้วเพิ่มตู้เสื้อผ้าเข้าไปอีกก็ทำได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ     ภายในห้องน้ำของ Master Bedroom นี้จะแบ่งส่วนเปียกเอาไว้ด้านในทางซ้ายมือ และส่วนแห้งทางขวามือค่ะ    ผนังส่วนเปียกจะถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคพร้อมเจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ตามนี้เลยค่ะ ส่วนอ่างล้างหน้าจะได้ตู้สำหรับเก็บของด้านใต้ และกระจกเงามาด้วย   หันหลังให้อ่างล้างหน้าจะพบกับส่วนแห้งค่ะ โดยจะได้โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ พร้อมพื้นที่วางของด้านหลังโถสุขภัณฑ์ตามนี้เลยค่ะ   สำหรับ Pocket Garden ไม่ได้มีมาให้แค่ที่เดียวเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีมาให้สร้างบรรยากาศภายในห้องน้ำทางฝั่งหลังบ้านด้วย โดยสามารถเปิดบานกระทุ้งออกไปจัดสวนเล็กๆ ได้จากฝั่งส่วนเปียกด้านซ้ายมือค่ะ   ทาวน์โฮมจริง   หลังจากชมไอเดียการตกแต่งจากบ้านตัวอย่างมาแล้ว ก็ถึงเวลามาดูกันที่ทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้กันบ้างค่ะ   หน้าบ้านติดผ้าใบกันสาดแบบพับได้มาให้ด้วยค่ะ เวลากางออกมาใช้จะดูสวยงามคุมโทนเป็น Pattern เดียวกัน   พื้นที่สำหรับจอดรถได้ประมาณ 2 คันค่ะ โดยทาวน์โฮมจริงจะมีการติดตั้งปลั๊กไฟ และก๊อกน้ำมาให้ตรงนี้ด้วย ประตูบ้านจะใช้กระจกบานเลื่อน 2 บาน ซึ่งจะใช้กระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียมพ่น Powder Coat ส่วนข้างประตูจะเป็นประตูอลูมิเนียมบานสวิง   เปิดออกมาจะเป็นตู้เก็บของค่ะ ซึ่งเราสามารถจัดชั้นวางของไว้ภายในเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ   ภายในชั้น 1 จะปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ Floor To Ceiling 2.8 เมตร ใช้ไฟ Downlight โดยพื้นที่กว้างๆ โซน Common Area แบบนี้เราสามารถแบ่งเป็น Living Room และลึกเข้าเป็นห้องครัว และห้องทานข้าวได้ค่ะ    จากทางซ้ายมือของบ้านไล่มาตั้งแต่ประตูทางเข้า-ออกก็จะเป็นบันได ห้องเก็บของใต้บันได ห้องน้ำ และห้องครัวค่ะ   ภายในห้องเก็บของใต้บันไดมีพื้นที่พอสมควรค่ะ จะเอาไว้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ หรือเป็นห้องเก็บรองเท้าก็ดีนะคะ   ถัดมาเป็นห้องน้ำที่มีเฉพาะส่วนแห้งค่ะ โดยปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค หลังโถสุขภัณฑ์จะตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค   อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ   ด้านหลังโถสุขภัณฑ์มีพื้นที่สำหรับวางของออกมาเล็กน้อยค่ะ   ด้านในสุดจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งหากใครที่ชอบทำครัวบ่อยๆ แล้วอยากได้ห้องครัวปิดเพื่อป้องกันกลิ่นก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนได้นะคะ จะทำให้ยิ่งดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น   ภายในห้องครัวมีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งสำหรับระบายกลิ่น และความชื้นค่ะ   ด้านล่างกระจกมีการต่อท่อน้ำมาให้เรียบร้อย ซึ่งจุดนี้เหมาะสำหรับติดตั้งซิงค์ล้างจานค่ะ   ตู้ไฟของบ้านจะอยู่ที่ส่วนครัวค่ะ   ประตูกระจกบานเลื่อนทางหลังบ้านค่ะ ใช้กระจกเขียวตัดแสงป้องกันความร้อนจากภายนอก   หลังบ้านมีพื้นที่สำหรับเป็นลานซักล้างค่ะ โดยมีทั้งปลั๊กไฟและท่อน้ำติดตั้งมาให้เช่นกัน   จากหลังบ้านเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบน จะเห็นว่า Condensing Unit ทุกตัวสามารถแขวนบนผนังหันหน้าออกนอกตัวบ้านได้ค่ะ     กลับเข้ามาชมภายในบ้านกันต่อค่ะ โดยจะขึ้นไปที่ชั้น 2   Extra Space ของชานพักบันได ขยายพื้นที่ให้สร้างสรรค์ได้หลากหลายตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย   มีหน้าต่างบานกระทุ้ง เพิ่มแสงสว่างทางเดินบันได ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยตามไปด้วยค่ะ   สำหรับชั้น 2 นี้จะปูพื้นด้วยลามิเนต Floor To Ceiling 2.6 เมตร โดยจะมีทั้งหมด 3 ห้อง คือ ห้องนอนทางขวากับทางซ้ายมือ และตรงกลางเป็นห้องน้ำค่ะ    เข้ามาดูที่ห้องน้ำกันก่อนค่ะ เป็นห้องน้ำลักษณะลึกยาวเข้าไปจนถึง Pocket Garden ฝั่งหน้าบ้าน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค   อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมกระจกเงา ก่อผนังออกมาเล็กน้อยเพิ่มพื้นที่วางของใช้   โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อยู่ตรงกลางห้องน้ำระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้งค่ะ   ผนังตรงฝักบัวจะตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค พร้อมเจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ค่ะ   ด้านข้างส่วนเปียกจะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน มองออกไปเห็น Pocket Garden ซึ่งถ้าเราเลือกปลูกต้นไม้สูงๆ เป็นพุ่มใหญ่ๆ ก็สามารถอาบน้ำไปได้บรรยากาศสีเขียวของต้นไม้ไปด้วยค่ะ แต่ถ้าต้นไม้ไม่สูงมากนักก็ติดตั้งมู่ลี่บังสายตาจากด้านนอกแทนก็ได้ค่ะ   ไปดูกันที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหน้าบ้านกันค่ะ   ห้องนอนแรกจะมีหน้างต่างบานเลื่อนยาวตลอดผนังค่ะ   ปรกติห้องนอนจะมีระเบียงพักผ่อนใช่ไหมคะ แต่สำหรับบ้านแบบ Terraria นั่นจะเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กลายเป็น Pocket Garden   ถ้าจัดห้องนี้ให้เป็นห้องนอน Pocket Garden ก็จะอยู่ทางปลายเตียงค่ะ ทำให้นอนมองสวนย่อมส่วนตัวได้สบายๆ   Pocket Garden กั้นส่วนสำหรับปลูกต้นไม้เอาไว้ด้านหน้า หรือจะปลูกต้นไม้ในกระถางเล็กๆ เพิ่มเติ่มออกมาในพื้นที่ตรงกลางก็ได้นะคะ   พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกันกับระเบียงค่ะ มีการติดตั้งก๊อกน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ได้   นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศความสดชื่นมาไว้ใกล้ตัวได้มากกว่าเป็นระเบียงธรรมดาแล้ว ยังช่วยเพิ่มแสงสว่างได้ทั้งภายในห้องนอน และห้องน้ำได้ด้วยนะคะ   ห้องสุดท้ายของชั้น 2 ค่ะ จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน   ห้องนี้สามารถจัดให้เป็นห้องนอนที่ 2 หรือจะดัดแปลงให้เป็นห้องทำงาน หรือห้อง Theater ก็ตามแต่ไลฟ์สไตล์แบบฉบับ Flexible Space   สุดท้ายขึ้นไปที่ชั้น 3 ค่ะ   ยังคงมีการเจาะช่องหน้าต่างสำหรับแสงส่องสว่างตรงบันได   ที่ชั้น 3 จะมีเพียงห้องเดียวเลยค่ะ ซึ่งเป็น Master Bedroom    เข้ามาในห้องจะเจอกับ Space กว้างๆ โดยมีหน้าต่างกระจกตลอดแนวผนังทางด้านหน้าบ้าน   ประตูกระจกบานเลื่อน 4 บาน กั้นระหว่าง Master Bedroom กับระเบียงหน้าบ้านเอาไว้   พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ   นอกจากประตูกระจกแล้ว ยังมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนด้านข้างด้วยค่ะ   ภาพรวมของ Master Bedroom ค่ะ ซึ่งข้อดีของห้องโล่งๆ แบบนี้คือการดีไซน์ห้องของเราเองได้ตามการใช้งานให้ลงตัวสำหรับเราเองได้ จะวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว หรือ Built In มุมไหนก็จะออกมาได้เป็นตัวเราเองมากที่สุด    ซ้ายมือเป็นประตูห้อง ส่วนขวามือเป็นห้องน้ำในตัว ซึ่งถ้า Built In ตรงนี้ให้เป็น Walk In Closet ก็จะได้มุมเหมาะๆ พอดีเลยค่ะ    ภายในห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกันกับห้องน้ำชั้นล่างค่ะ โดยจะเริ่มจากส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านใน   ด้านซ้ายตรงส่วนเปียกจะตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องโมเสค พร้อมเจาะช่องวางของตรงผนัง   อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมาพร้อมกับตู้วางของด้านล่าง ซึ่งจะได้มาเฉพาะห้องน้ำใน Master Bedroom ค่ะ    หลังอ่างล้างหน้ามีการก่อผนังออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้วางของได้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่   ถ้าใครอยากจะป้องกันน้ำกระเด็นออกมาเลอะส่วนแห้งก็สามารถติดตั้งฉากกระจกกั้นเพิ่มเติมได้นะคะ   ตรงส่วนเปียกมีกระจกบานกระทุ้งขอบอลูมิเนียมที่สามารถเปิดออกได้   มีพื้นที่สามารถจัดเป็น Pocket Garden แบบเดียวกับทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ   ส่วนโถสุขภัณฑ์จะถูกแยกออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมือนมีมุมส่วนตัวข้างหน้าต่างบานใหญ่ค่ะ   เป็นห้องน้ำที่มีแสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามามากกว่าห้องน้ำในโครงการอื่นๆ เยอะเลยค่ะ เพราะได้หน้าต่างกระจกบานใหญ่มากมาถึง 2 บาน แถมยังสามารถสร้างเป็น Pocket Garden ได้อีก     จาก Consumer Needs อันคำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริงเป็นหลัก เกิดเป็นบ้านที่ดีได้ เพราะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างรอบด้านทั้งทำเล สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ ไปจนถึงภายในโครงการเอง ความสงบเป็นส่วนตัวซึ่งสัมผัสได้จากความงดงามของธรรมชาติที่อยู่เพียงเอื้อมมือ จนเกิดเป็นสังคมคุณภาพ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างไม่สิ้นสุดในบ้านของเราเอง    
JW Urban Home Office-เจ ดับบลิว เออร์เบิน โฮมออฟฟิศ (PREVIEW)

JW Urban Home Office-เจ ดับบลิว เออร์เบิน โฮมออฟฟิศ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : JW Urban Home Office (เจ ดับบลิว เออร์เบิน โฮมออฟฟิศ) เจ้าของโครงการ : บริษัท เจ ดับบลิว เรียลเอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. พื้นที่โครงการ : 6-3-33 ไร่ ลักษณะโครงการ : High Rise จำนวนยูนิต : 61 ยูนิต ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย ประมาณ 277 ตร.ม. 3 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, พื้นที่สำนักงาน, ลิฟต์โดยสาร, ที่จอดรถ 1-2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะ - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 9,900,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมอยู่บางส่วนปี 2561 จุดเด่นโครงการ : โฮมออฟฟิศระดับพรีเมี่ยม บนถนนสรงประภา-ดอนเมือง ที่สุดแห่งการออกแบบ ด้านความสวยงามและสะดวกสบาย ที่จะทำให้ชีวิตของคุณลงตัว พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยรูปแบบสไตล์โมเดิร์นสูง 4 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พร้อมลิฟท์แก้วส่วนตัวทุกยูนิต ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพียง 61 ยูนิต ผสานกันอย่างลงตัวทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง , สนามบินดอนเมือง , ถนนสรงประภา , ถนนวิภาวดี-รังสิต , ดอนเมืองโทลล์เวย์ , ทางด่วนศรีสมาน สถานที่ใกล้เคียง : ไอทีสแควร์ , โรบินสัน ศรีสมาน , สำนักงานเขตดอนเมือง , ตลาดสี่มุมเมือง , ตลาดฝั่งโขง , ตลาดใหม่ , วัดสีกัน , วัดดอนเมือง , เทคนิคดอนเมือง
The Connect Ramintra-Minburi 2-เดอะ คอนเนค รามอินทรา-มีนบุรี 2 (PREVIEW)

The Connect Ramintra-Minburi 2-เดอะ คอนเนค รามอินทรา-มีนบุรี 2 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : The Connect Ramintra-Minburi 2 (เดอะ คอนเนค รามอินทรา-มีนบุรี 2) เจ้าของโครงการ : บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถนนสามวา (สุวินทวงศ์) แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี  กทม. พื้นที่โครงการ : 18-0-02.0 ไร่ ลักษณะโครงการ :  ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 201 ยูนิต   ขนาดบ้าน : - แบบบ้าน HL 1  ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 95 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ - แบบบ้าน HL 2  ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สวนสาธารณะ - กล้อง CCTV - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,250,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 38 บาท/ตร.วา / เดือน จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮมแบบใหม่ หน้ากว้าง 5.7 เมตร พร้อมสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ให้ความเป็นส่วนตัวสำหรับคุณด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยบนทำเล รามอินทรา-มีนบุรี ทำเลที่เชื่อมต่อเมือง ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความเป็นคุณได้อย่างลงตัวที่สุด ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส มีนบุรี , บิ๊กซี สุวินทวงศ์ , เมก้า โฮม มีนบุรี , ร.ร.เศรษฐบุตรบำเพ็ญ , ตลาดมาร์เก็ต พาเหรด มีนบุรี  
COTE MAISON RAMA 3 – โคเต้ เมซอง พระราม 3 (PREVIEW)

COTE MAISON RAMA 3 – โคเต้ เมซอง พระราม 3 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : COTE MAISON RAMA 3 (โคเต้ เมซอง พระราม 3 ) เจ้าของโครงการ : บริษัท ซิตี้ รีสอร์ท ลิฟวิ่งโฮม จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ถนน นนทรีฝั่งใต้ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. พื้นที่โครงการ : 8-1-6.2 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 4 ชั้น จำนวนยูนิต : 79 ยูนิต ขนาดบ้าน : - พื้นที่ใช้สอย เริ่มต้น 230-290 ตร.ม.  เนื้อที่บ้าน เริ่มต้น 19.4 ตร.วา. ขึ้นไป ขนาด  3 ห้องนอน  4-5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - คลับเฮ้าส์ - สระว่ายน้ำระบบเกลือ - ฟิตเนส - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 13,800,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 150 บาท/ตร.วา /เดือน ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมอยู่บางส่วนปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮมออกแบบ สถาปัตยกรรมร่วมสมัยแบบ Post Modern Contemporary มีความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวบนทำเลถนนพระราม 3 ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : BRT วัดด่าน , BRT นราราม 3 , ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม , ถนนพระราม 3 , ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง : Monopoly Park , Triple i Tower , MS SIAM Tower , Supalai Grand Tower , สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงศรี , INT Intersect  
Q.District Suksawat-Wongwaen Rama 3 – คิว ดิสทริค สุขสวัสดิ์-วงแหวนพระราม 3 (PREVIEW)

Q.District Suksawat-Wongwaen Rama 3 – คิว ดิสทริค สุขสวัสดิ์-วงแหวนพระราม 3 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Q.District Suksawat-Wongwaen Rama 3 (คิว ดิสทริค สุขสวัสดิ์-วงแหวนพระราม 3 ) เจ้าของโครงการ : บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ซอยสุขสวัสดิ์ 76 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พื้นที่โครงการ : 66-1-48.5 ไร่ ลักษณะโครงการ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น , บ้านแฝด 2 ชั้น , ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 495 ยูนิต     ขนาดบ้าน : - แบบ Maple พื้นที่ขนาด 18 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 106 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ - แบบ Hemlock พื้นที่ขนาด 21 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 131 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ - แบบ Cedar พื้นที่ขนาด 35 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ - Timber พื้นที่ขนาด 50 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 148 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - คลับเฮ้าส์ - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - สนามเด็กเล่น - สวนสาธารณะ - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,450,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 33 บาท/ตร.วา / เดือน ปีที่สร้างเสร็จ : เดือน ก.ค. 2563 จุดเด่นโครงการ : คิว ดิสทริค สุขสวัสดิ์-วงแหวนพระราม 3 เป็นทาวน์โฮม, บ้านแฝด และ บ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Chic จาก ควอลิตี้ เฮ้าส์ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ทางด่วนเฉลิมมหานคร ,  ถนนกาญจนาภิเษก , ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม , รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีครุใน สถานที่ใกล้เคียง : Lotus Express ตลาดลานทราย , ตลาดลานทราย , Mini Big C ตลาดลานทราย , รพ.บางจาก , สำนักงานเขตทุ่งครุ  
Baan Klang Muang THE ERA Pinklao-Charan – บ้านกลางเมือง THE ERA ปิ่นเกล้า-จรัญฯ (PREVIEW)

Baan Klang Muang THE ERA Pinklao-Charan – บ้านกลางเมือง THE ERA ปิ่นเกล้า-จรัญฯ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Baan Klang Muang THE ERA Pinklao-Charan (บ้านกลางเมือง THE ERA ปิ่นเกล้า-จรัญฯ ) เจ้าของโครงการ : บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ที่ตั้งโครงการ : ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พื้นที่โครงการ : 13-2-18.2 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวนยูนิต : 119 ยูนิต     ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 3 ชั้น  พื้นที่ใช้สอย 152 ตร.ม. ขนาด 3 ห้องนอน  3 ห้องน้ำ ที่จอดรถทั้งหมด 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - สระว่ายน้ำระบบเกลือ - สวนสาธารณะ - สนามเด็กเล่น - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 5,690,000 บาท จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายใต้แนวคิด ‘Terraria is kind of nature’ เชื่อมพื้นที่ส่วนกลาง สู่พื้นที่ส่วนตัว ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมพื้นที่ที่หลากหลาย ติดถนนใหญ่ ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางด่วน และรถไฟฟ้าถึง 3 สาย เริ่ม 5.69 ล้าน* ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางบำหรุ , สถานีบางกรวย-กฟผ. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางพลัดสถานที่ใกล้เคียง : โรงเรียนเซนต์คาเบรียล , โรงเรียนศึกษาบัณฑิต , โรงเรียนบดินทรเดชานนทบุรี , โรงเรียนโยธินบูรณะ , โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ , โรงเรียนทิวไผ่งาม , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ , เมเจอร์ปิ่นเกล้า ,เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า , ตลาดวัดบางพลัด , ตลาดศรีย่าน , ตลาดเตาปูน , รพ.ยันฮี , รพ. เจ้าพระยา , รพ.ตา หู คอ จมูก  
SIRI PLACE Rangsit – สิริ เพลส รังสิต (PREVIEW)

SIRI PLACE Rangsit – สิริ เพลส รังสิต (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : SIRI PLACE Rangsit (สิริ เพลส รังสิต ) เจ้าของโครงการ : บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ : ถนนรังสิต-ปทุมธานี ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พื้นที่โครงการ : 38-1-87 ไร่ ลักษณะโครงการ :  ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนยูนิต : 413 ยูนิต     ขนาดบ้าน : - ทาวน์โฮม 2 ชั้น แบบ 1 จอดรถ หน้ากว้าง 5.2 ม. พื้นที่ใช้สอย 93 ตร.ม. ลงแปลงที่ดินเริ่มต้น 16 ตร.ว. ขนาด : 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ - ทาวน์โฮม 2 ชั้น แบบ 2 จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม. ลงแปลงที่ดินเริ่มต้น 20 ตร.ว. ขนาด : 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - คลับเฮ้าส์ - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคา : เริ่มต้น 2,170,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : พร้อมอยู่บางส่วนปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น “ SIMPLY SOPHISTICATE ” แนวคิดการออกแบบโครงการเน้นที่ความเรียบง่าย แต่เป็นความเรียบง่ายที่เกิดจากการออกแบบที่สอดแทรก function การใช้งานที่ใช้ได้จริง เป็นดีไซน์ที่ไม่ล้าหลังสามารถอยู่ได้กับทุกยุคสมัย ให้คุณปรับเปลี่ยน และออกแบบพื้นที่ได้ตรงตามความชอบ ตอบความเป็นตัวคุณ ที่เป็นไปได้ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : ถนนรังสิต-ปทุมธานี , ถนนพหลโยธิน , ทางด่วนบางพูน , รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีรังสิต สถานที่ใกล้เคียง : เทสโก้ โลตัส ซุปเปอร์สโตร์ , รพ.กรุงสยามเซนต์คาร์ลอส , รพ.ปทุมเวช , ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต
บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 ความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

รีวิวฉบับนี้ เราอยากให้ทุกคนลองนึกถึงภาพครอบครัวเล็กๆ ของเรากันก่อนค่ะ เพราะเมื่อเราคิดถึงครอบครัวอันอบอุ่นแล้ว ภาพที่ตามมาก็ย่อมจะต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองสักหลังที่มีขนาดกำลังพอเหมาะพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่รอบตัว ซึ่งคำตอบของภาพที่เราเห็นนี้ก็เป็นทาวน์โฮมนี่แหละค่ะที่มีความลงตัวทั้งพื้นที่ ราคา รวมถึงทำเลที่เราจะพาไปชมกันกับหนึ่งในโครงการคุณภาพ “บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5”       ทำเล   ถ้าพูดถึง จ.นนทบุรี บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก แม้ว่าจะมีพื้นที่ติดกับกรุงเทพฯ อย่างแยกกันแทบไม่ออก แต่ทราบไหมคะว่า ย่านนี้เป็นอีกแหล่งของอร่อยขึ้นชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารข้างทางเจ้าเก่าสูตรดั้งเดิม ร้านคาเฟ่สวยๆ ไปจนถึงร้านอาหารบรรยากาศดีหลายแห่ง โดยเฉพาะท่าน้ำนนท์, ถนนนครอินทร์, ถนนราชพฤกษ์ ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นแหล่งสำนักงานทางราชการ รัฐวิสาหกิจหลายแห่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายไม่ต่างจาก จ.กรุงเทพฯ มากเท่าไรนัก ย่านนี้จึงเป็นอีกทำเลที่เรามักจะได้เห็นโครงการแนวราบมาจับจองพื้นที่พัฒนาโครงการดีๆ ให้เห็นกันอยู่พอสมควร ซึ่งตัวโครงการบ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 นี้อยู่ใกล้กับสะพานพระราม 5 หากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็จะไม่ไกลจากทางพิเศษศรีรัช ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองประมาณ 15 นาทีก็จะถึงรัชดาภิเษก สามารถต่อไปยังสาทรได้ หากใช้รถสาธารณะก็สามารถเดินทางโดยข้ามสะพานพระราม 5 ไปแล้วผ่านสี่แยกติวานนท์ก็จะพบกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข และสามารถเลือกโดยสารทางเรือที่ท่าเรือบางศรีเมือง แล้วข้ามฝากไปท่าน้ำนนท์เพื่อต่อเรือด่วนเจ้าพระยาได้อย่างสะดวกสบาย     จุดเด่นของโครงการนี้อย่างหนึ่งคือ ตั้งอยู่ในซอยที่สามารถทะลุไปสู่ถนนหลักได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นจากถนนนครอินทร์ ถนนบางศรีเมือง ถนนบางกรวย-ไทรน้อย และถนนราชพฤกษ์-นนทบุรี 1 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนราชพฤกษ์ได้ แต่ทางเข้าหลักที่เราแนะนำ คือ หากข้ามสะพานพระราม 5 ฝั่งขาออกมาแล้วตามถนนนครอินทร์ ให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกบางสีทอง ขับต่อไปประมาณ 500 เมตร ให้เข้าทางคู่ขนาน เมื่อผ่านหน้า Makro นนทบุรี ให้เลี้ยวซ้ายตามแนวรั้วของ Makro ตรงเข้าไปประมาณ 700 เมตร เข้าสู่ซอยบางไผ่ 21 ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ     ภาพรวมโครงการ   บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 141 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ หน้ากว้าง 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน ตัวทาวน์โฮมดีไซน์สไตล์ URBANIST เหมาะกับการใช้ชีวิตในแบบคนยุคปัจจุบันที่ต้องการทั้งความเป็นส่วนตัวไปพร้อมกับพื้นที่ Common Area เพื่อใช้ช่วงเวลาพักผ่อนกับครอบครัวไปด้วย โครงการมีทั้งหมด 271 ยูนิต บนพื้นที่ 22–2–10.73 ไร่ มาในคอนเซป “LIFE IN FULL BLOOM” ใช้ชีวิตบนความสมบูรณ์แบบ โอบล้อมด้วยบรรยากาศความร่มรื่นและความงดงามจากธรรมชาติ   เปิดห้องตัวอย่าง   วันนี้เราพามาเยี่ยมชมกันถึงตัวโครงการจริงเลยค่ะ ถ้าไม่คุ้นเคยเส้นทางก็แนะนำให้หาจาก Google Maps ว่าบางไผ่ซอย 21 ก็เดินทางมาได้ไม่ยากค่ะ ปัจจุบันทาวน์โฮมสร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้วนะคะ ลูกบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนที่ย้ายมาจากคอนโดมิเนียมกลางเมือง เพราะต้องการขยับขยายพื้นที่มากขึ้นแล้วเลือกมาอยู่ทาวน์โฮม เพราะทำเลยังไม่ออกไปไกลตัวเมืองมากแบบบ้านเดี่ยว และยังคงได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น เกิดเป็นสังคมคุณภาพในโครงการ “บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5” เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าโครงการกันเลยค่ะ Main Gate สีขาวขนาดใหญ่ สังเกตได้ง่าย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รั้วด้านหน้าเป็นเหล็กโปร่งสีดำ ใช้ระบบเข้า-ออก แบบ EASY CARD คือเมื่อติดตั้งระบบที่รถก็สามารถขับเข้าไปได้เลยค่ะ รั้วจะเลื่อนเองด้วยระบบไฟฟ้า ภายในโครงการถนนหลักกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนตามซอยกว้าง 8 เมตร เมื่อผ่าน Main Gate เข้าไปในตัวโครงการแล้วทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่สีเขียวตลอดแนวจนไปถึงส่วนกลางอื่นๆ มีฟุตบาทที่ปูด้วยหญ้าจริงสลับกับทางเดิน โดยจะถูกออกแบบตามเส้นสายของธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย เป็นสิ่งที่ทางโครงการตั้งใจให้กับลูกบ้านค่ะ ตรงกลางสวนมีส่วนที่ถูกจัดให้เป็นสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง มีทางเชื่อมต่อไปยัง Club House โดยเราจะสามารถสังเกตเห็นรั้วทึบรอบโครงการทางซ้ายมือของภาพซึ่งจะสูง 3 เมตร เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน Club House 2 ชั้นของโครงการเน้นโทนสีขาวสบายตา ชั้นล่างจัดพื้นที่โปร่งมีลมเข้าอยู่ตลอด ส่วนชั้นบนล้อมรอบด้วยกระจกสูงดูแล้วไม่อึดอัด มองภาพรวมแล้วสวยทีเดียวค่ะ ชั้นล่างของ Club House แห่งนี้จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ และระบบน้ำล้น ขนาด 6*15 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีสระเด็กแยกอยู่ข้างๆ กันด้วยนะคะ โดยสระเด็กจะมีความลึก 0.5 เมตร อยู่ใกล้กับเก้าอี้พักผ่อนที่อยู่บริเวณน้ำตื้นริมสระ ตรงนี้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิดด้วยค่ะ มีพื้นที่ล้างตัวแยกเป็นฝั่งเด็กกับฝั่งผู้ใหญ่อยู่ใกล้กับห้องน้ำแยกชาย-หญิง ด้านขวามือของภาพค่ะ ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดมีราวจับแบบกระจกนิรภัย ดูกลมกลืนกับการออกแบบโทนสีขาวดีค่ะ ที่ชั้น 2 จะมีฟิตเนสค่ะ เปิดให้ใช้บริการทุกวันตั้งแต่ 8.00-20.00 น. ฟิตเนสจะถูกล้อมรอบไปด้วยกระจกสูงสลับกับหน้าต่างเป็นบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอากาศออกไปได้ ภายในฟิตเนสมีเครื่องออกกำลังกายอยู่พอสมควร มีโฟซาสำหรับนั่งพักผ่อนอยู่ภายในฟิตเนสด้วยค่ะ ภาพมุมสูงจากฟิตเนสค่ะ พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดนี้รวมแล้วประมาณ 1 ไร่ พาดูส่วนกลางกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าไปชมบ้านตัวอย่างกันบ้างค่ะ โดยทาวน์โฮมจริงจะมีรั้วหน้าบ้านเป็นเหล็กโปร่งสีดำสูง กำแพงด้านข้างกั้นแต่ละหลังเป็นแบบทึบสีเทาสูง 1.5 เมตร แต่สำหรับทาวน์โฮมตัวอย่างนี้จะไม่ได้กั้นมาให้เห็นค่ะ และทาวน์โฮมที่จะได้เป็นบ้านเปล่านะคะ ซึ่งบ้านตัวอย่างนี้จะถูกตกแต่งขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ ก่อนจะเข้าไปดูในตัวทาวน์โฮมเรามาดูกันที่พื้นที่ด้านข้างกันก่อนค่ะ โดยพื้นที่ด้านข้างแบบนี้จะได้เฉพาะแปลงมุมนะคะ เราสามารถใช้พื้นที่ตรงนี้จัดสวนได้เพิ่มมากขึ้น พื้นที่ด้านข้างนี้จะเชื่อมกับพื้นที่หลังบ้านค่ะ มีประตูกระจกที่สามารถเดินออกจากทาวน์โฮมมาที่สวนด้านข้างนี้ได้เลย ด้านหน้าทาวน์โฮมทุกหลังทางโครงการจะติดตั้งกันสาดมาให้ด้วยนะคะ ซึ่งเป็นผ้าใบสีน้ำตาล สามารถพับเก็บได้ หน้าบ้านมีเฉลียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค สำหรับวางชั้นวางรองเท้าและเก็บร่มค่ะ ประตูใช้เป็นกระจกบานเลื่อน ซึ่งทั้งประตูและหน้าต่างที่เป็นกระจกจะใช้กระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียมสีดำทั้งหมดค่ะ ประตูด้านหน้าใช้ระบบล็อคแบบลูกกุญแจปกติค่ะ ด้านในมีตัวจับแน่นหนาพอสมควร ระบบล็อคแบบ Double Lock ที่มีทั้งลูกกุญแจกับก้นหอยแบบนี้ค่ะ ซึ่งระบบล็อคแบบก้นหอยนี้จะใช้กับประตูและหน้าต่างบานกระจกทุกบานในบ้านค่ะ เปิดประตูบ้านเข้ามาก็จะพบกับห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรกค่ะ ภายในใช้ไฟ Downlight ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.6 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60*60 พื้นที่ส่วนแรกของบ้านนี้เราสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะกลางได้ มีพื้นที่เหลือสบายๆ ค่ะ ฝั่งตรงข้ามโซฟาเป็นพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวี อยู่ระหว่างบันไดกับห้องน้ำ ต่อจากห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ห้องครัวค่ะ ห้องครัวถูกจัดให้อยู่ด้านในสุด มีพื้นที่สามารถวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L Shape พร้อมตู้เย็นได้ และมีห้องน้ำอยู่ระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น เข้าไปดูที่ห้องน้ำแรกของบ้านกันค่ะ ใช้ประตูบานเลื่อน และด้วยความที่เป็นห้องน้ำสำหรับรับแขกจึงไม่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ ส่วนพื้นกับผนังบางส่วนปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ห้องน้ำทุกห้องใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ American Standard ค่ะ ด้านข้างเหนือโถสุขภัณฑ์จะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง สำหรับเพิ่มแสงสว่างและช่วยระบายอากาศค่ะ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง พร้อมกระจกค่ะ ถัดจากโซฟาจะมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารได้ขนาด 4-6 ที่นั่ง หากเป็นทาวน์โฮมแปลงมุมแบบนี้จะได้ประตูกระจกบานเลื่อนข้างโต๊ะทานอาหาร เพื่อออกไปยังพื้นที่สวนข้างบ้าน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มแสงสว่าง และรับลมจากภายนอกได้มากขึ้นด้วยค่ะ พื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ครัวมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ซึ่งจุดนี้เหมาะสำหรับการวางซิงค์ล้างจานตามแบบบ้านตัวอย่างเลยค่ะ เพราะตรงนี้เสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราได้ง่าย หากได้หน้าต่างจะช่วยระบายความอับชื้นที่จะเกิดขึ้นได้ค่ะ ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนออกไปทางหลังบ้านค่ะ หลังบ้านมีบริเวณเหลือสำหรับเป็นลานซักล้างค่ะ หรือจะทำเป็นที่นั่งพักผ่อนรับลมนอกบ้านแบบที่บ้านตัวอย่างนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน ถัดจากประตูหลังบ้านก็จะพบกับพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า จุดนี้ทางโครงการได้ต่อท่อน้ำพร้อมรูปลั๊กไฟเอาไว้ให้เรียบร้อยค่ะ กลับเข้ามาเดินชมในตัวบ้านกันต่อค่ะ ขึ้นไปชมชั้น 2 กันค่ะ บันไดอยู่ข้างเคาน์เตอร์ทีวี ถัดจากประตูหน้าบ้านเลยค่ะ บันไดใช้แบบโครงเหล็ก ราวจับเหล็กโปร่งสีขาว ตรงที่พักบันไดมีหน้าต่างทรงสูงเพิ่มแสงสว่างได้ดี เดินขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีทั้งหมด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นปูด้วยลามิเนต โดยเราจะเริ่มจากห้องทางขวามือกันก่อนค่ะ ห้องนอนแรกของบ้านอยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ ห้องนี้ถูกตกแต่งให้เตียงขนาด 3.5 ฟุต อยู่ชิดกับกำแพง แล้วมีพื้นที่เหลือกลางห้อง แต่เราสามารถวางเตียงได้ 5-6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่เหลือพอให้วางโต๊ะทำงานได้อีกสบายๆ เลยค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ให้แสงสว่างเข้ามาได้อย่างเพียงพอ อีกด้านหนึ่งของห้องมีช่องที่สามารถ Build In ตู้เสื้อผ้าได้พอดี ต่อมาเป็นห้องน้ำของชั้น 2 ซึ่งจะอยู่ตรงกลางของชั้นค่ะ ความสูงภายในห้องน้ำ 2.4 เมตร พื้นกับผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง มีปูนก่อออกมาเล็กน้อยเพื่อทำเป็นชั้นวางของ เหนือโถสุขภัณฑ์มีหน้างต่างบานกระทุ้งเพื่อเพิ่มแสงสว่างและระบายอากาศค่ะ แยกส่วนเปียก-แห้ง แบบธรณีประตูขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำล้นออกไปส่วนพื้นแห้ง ห้องนอนที่ 2 อยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากห้องนอนทางด้านหลังบ้านขึ้นมาอีกนิด สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต แล้ววางโต๊ะหัวเตียงของทั้งสองข้างของเตียงได้ ปลายเตียงเหลือพื้นที่สำหรับ Build In ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ ข้างเตียงมีระเบียงออกไปทางหน้าบ้าน ระหว่างห้องนอนกับระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ และ Condensing Unit วางเอาไว้ตรงมุมระเบียงหันออกนอกตัวบ้าน ขึ้นมาดูกันที่ชั้น 3 ค่ะ ชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวมากท่ี่สุด เพราะมีเพียง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และพื้นที่อเนกประสงค์ เริ่มจากทางขวามือจากบันไดค่ะ ตรงนี้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ แล้วแต่จะดีไซน์ออกมาเป็นพื้นที่ใช้สอยอะไรก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน บ้านตัวอย่างจะตกแต่งพื้นที่ตรงนี้ให้เป็น Walk-In Closet หรืออาจจะตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นส่วนตัวก็ได้ค่ะ พื้นที่อเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียงหลังบ้านค่ะ โดยจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเช่นเคย ระเบียงหันออกไปทางหลังบ้านค่ะ มีพื้นที่พอที่จะสามารถวางเก้าอี้พร้อมโต๊ะขนาดเล็กได้ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำแบบเดียวกันกับระเบียงทางหน้าบ้าน จากพื้นที่อเนกประสงค์เดินต่อตรงโถงทางเดินเพื่อเชื่อมต่อกับห้องน้ำ และ Master Bedroom ขวามือของโถ่งทางเดินเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำของชั้น 3 จะเห็นได้ว่ามีหน้าตาที่คล้ายกันกับห้องน้ำชั้น 2 ค่ะ เพียงแค่ช่องระบายอากาศจะอยู่เหนือโซนอาบน้ำ และอ่างล้างหน้าจะมีช่องเก็บของเอาไว้ข้างใต้ด้วย จากภาพนี้จะเห็นได้ชัดขึ้นค่ะว่าห้องน้ำชั้น 3 จะเป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมระหว่างโถงทางเดินกับ Master Bedroom สุดท้ายที่ห้อง Master Bedroom ค่ะ มีขนาดใหญ่พอๆ กันกับห้องนอนชั้น 2 ภายในห้องสามารถวางเตียงได้ 5-6 ฟุต โดยยังเหลือพื้นที่ใช้สอยกลางห้อง ปลายเตียงสามารถ Build In ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ หรือจะจัดให้เป็น Walk-In Closet ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ระเบียงชั้น 3 มีขนาดเท่ากันกับระเบียงชั้น 2 ค่ะ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit วางเอาไว้ตรงมุมระเบียงหันออกนอกตัวบ้าน   17-18 พ.ย.นี้! “SPECIAL ONE PRICE!” พบแปลงสวยราคาพิเศษ ราคาปรกติ 3.79* ล้าน พิเศษ 3.59 ล้าน*! ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนฯ* (จำนวนจำกัด) 2 วันเท่านั้น! พิเศษยิ่งขึ้น #MillionAttack ลุ้นรับทองคำมูลค่าสูงสุด 1,000,000 บาท* พร้อมรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 2 ล้านบาท*   บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม5 ทาวน์โฮมใหญ่ 3 ชั้น พร้อมคลับเฮ้าส์หรู และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วนศรีรัช และรถไฟฟ้า เชื่อมต่อจตุจักร-บางซื่อเพียง 10 นาที* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท* คลิก ➤ https://goo.gl/cyhKfH      
Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยว

Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่าบ้านเดี่ยว

ทาวน์โฮมดีไซน์สไตล์โมเดิร์นโดดเด่น ทำเลดีเดินทางง่าย สิ่งเหล่านี้เราจะไม่นึกถึงเนอวานาคงไม่ได้ค่ะ รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมโครงการเนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม 9 ทาวน์โฮมสวยๆ ที่อยากจะให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง บนทำเลที่น่าสนใจบนถนนตัดใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ อย่างถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า ซึ่งในอนาคตหลายคนคาดการณ์กันว่าถนนเส้นนี้จะพัฒนากลายเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งหนึ่งตามแบบถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา       ทำเล ถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า เป็นถนนตัดใหม่ที่เพิ่งเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดก็ตาม แต่ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้ เพราะเหลือเพียงช่วงที่เป็นทางยกระดับข้ามถนนกาญจนาภิเษกที่ยังเร่งก่อสร้างกันอยู่ โดยถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้าเป็นถนนที่มีความยาวทั้งหมด 12 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างถนนศรีนครินทร์บริเวณแยกกรุงเทพกรีฑา - หัวหมาก ตรงข้ามถนนกาญจนาภิเษกแล้วไปสิ้นสุดที่ถนนเจ้าคุณทหาร ซึ่งถนนสายนี้เกิดขึ้นมาด้วยความคาดหวังในการลดความหนาแน่นของการจราจรในย่านนี้ลงได้ด้วยความกว้างของถนนถึง 8-10 เลน และยังเป็นที่คาดการณ์กันด้วยว่าในอนาคตถนนเส้นนี้จะพัฒนาเทียบเท่าถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราในปัจจุบัน   ย่านนี้ใกล้กับทางด่วนสายสำคัญหลายสายทำให้เชื่อมต่อการเดินทางไปได้ทั่วกรุงเทพฯ และยังออกต่างจังหวัดได้อย่างง่ายดาย โดยหากเข้าเมืองไปโซนพระราม 9 ก็สามารถเดินทางได้ง่ายที่สุดด้วยถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกแล้วกลับรถลงมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าก็สามารถขึ้นทางด่วนศรีรัชได้เลย ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นก็จะถึง New CBD อย่างพระราม 9 อีกทั้งยังใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ      ช่วงแยกกรุงเทพกรีฑา - หัวหมาก ในอนาคตกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา ผ่านตรงบริเวณสี่แยกพอดี ซึ่งสายสีเหลืองนี้มีความสำคัญต่อโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ เพราะจากต้นสายที่เป็น Interchange กับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าว ตรงยาวบนถนนลาดพร้าว ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ เลี้ยวขวาเข้าสี่แยกลำสาลี ซึ่งในอนาคตก็จะเป็นจุด Interchange กับสายสีส้ม สถานีลำสาลี แล้วตรงเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ ผ่านอีกจุด Interchange กับแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีหัวหมาก จากนั้นเลี้ยวขวาที่แยกศรีเทพา ปลายสายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียว สถานีสำโรงในปัจจุบัน โดยปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้ได้เริ่มการก่อสร้างได้ระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2563            นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกล โดยส่วนใหญ่จะอยู่แนวถนนศรีนครินทร์ และถนนรามคำแหง เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก, ราชมังคลากีฬาสถาน, โรงพยาบาลรามคำแหง, เดอะพาสิโอ้ทาวน์ รามคำแหง, ซีคอนสแควร์, ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์, พาราไดซ์พาร์ค หรือจะใช้ถนนกาญจนาภิเษกตรงสู่เมกาบางนาก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาที       ภาพรวมโครงการ Nirvana DEFINE Srinakarin-Rama9 เป็นโครงการทาวน์โฮมที่มีแบบให้เลือกทั้งหมด 4 Type พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 190-350 ตารางเมตร หน้ากว้าง 6.5 เมตร เท่ากันทุกยูนิต มี Facility จัดโซนไว้ให้ทั้งสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก โซนบาร์บีคิว คลับเฮ้าส์สำหรับพักผ่อน ครบครันด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศความร่มรื่นจากสวนสีเขียวกลางโครงการ โดยทั้งโครงการจะแบ่งออกเป็น 3 เฟสด้วยกัน แต่ความร้อนแรงของโครงการนี้ ทำให้ Sold Out ตั้งแต่วันเปิด Exclusive Sales ในส่วนของเฟสแรก สิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพของเนอวานาที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี   ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นอันเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างด้วยฟังก์ชั่น Double volume space เชื่อมพื้นที่ให้ความโปร่งสบาย จัดโซน Common Area อย่างเป็นสัดส่วน ห้องนอนกว้างขวางมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง เพิ่มช่องเปิดรับแสงแดดและลมธรรมชาติให้มากกว่าทาวน์โฮมทั่วไป เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ภายนอกดีไซน์สวยงาม แต่ยังตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงได้ดีที่สุดตามแบบฉบับเนอวานา             Unit Plan Type A พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 31.3 – 63 ตารางวา 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน Type B  พื้นที่ใช้สอย 258 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 30-34 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน Type C  พื้นที่ใช้สอย 230 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 21.1-43.7 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ Type D   พื้นที่ใช้สอย 190 ตารางเมตร ขนาดที่ดิน 20.8-23.7 ตารางวา 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ   เดินชมโครงการ เนอวานา ดีฟายน์ ศรีนครินทร์-พระราม 9 โครงการตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ทั้ง Main Gate และดีไซน์ของตัวโครงการเองแล้วทำให้สังเกตได้ง่ายมากค่ะ  ถนนหลักภายในโครงการกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนรองกว้าง 9 เมตรค่ะ เมื่อผ่าน Main Gate มาแล้วก็จะพบกับพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ โดยจะเป็นมีลานกว้างๆ สำหรับเป็นลานอเนกประสงค์ มุมสนามเด็กเล่นจะปูด้วยหญ้าเทียมค่ะ มุมสำหรับสังสรรค์จัดปาร์ตี้บาร์บีคิว แม้จะอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางแต่ก็มีต้นไม้สูงล้อมรอบให้ความเป็นส่วนตัวด้วยค่ะ มีเตาปิ้งย่างพร้อมซิงค์ล้างจานมาให้เรียบร้อย ถัดมาเป็นพื้นที่คลับเฮ้าส์ทั้งหมดค่ะ มีสระว่ายน้ำระบบเกลืออยู่ตรงกลาง ชั้นล่างจะมีห้องที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ค่ะ มีมุมสำหรับล้างตัวและห้องน้ำส่วนกลาง ด้านในห้องกระจกชั้นล่าง ปัจจุบันนี้คือ Sale Gallery ค่ะ แต่ในอนาคตจะทำเป็นคลับเฮ้าส์สำหรับนั่งพักผ่อน ขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันบ้างค่ะ ชั้น 2 เป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ค่ะ เป็นห้องที่ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งมาถึงตรงนี้เราเดินชมส่วนกลางของโครงการกันแล้วก็ถึงเวลาไปชมบ้านตัวอย่างกันค่ะ   เปิดทาวน์โฮมตัวอย่าง หน้าตาของทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์นแบบเนอวานาค่ะ ซึ่งทางโครงการมีตัวอย่างให้ดู 2 หลัง Type C กับ Type D และจะสังเกตได้ว่าหลังคาแต่ละหลังจะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถเดินใต้ฝ้าได้ค่ะ ทาวน์โฮมตัวอย่างหลังแรก Type D เริ่มตั้งแต่รั้วกันก่อนเลยค่ะ เป็นเหล็กโปร่งสีดำแบบพับฝั่งละ 3 ตอน สูง 1.5 เมตร หน้าทาวน์โฮมแต่ละหลังจะติดตั้ง Mail Box หน้าตาแบบนี้เอาไว้ให้ค่ะ และด้านล่างมีช่องประตูเล็กๆ ซึ่งเป็นช่องสำหรับเก็บขยะจากด้านนอกได้เลย ทุกหลังจะได้หน้ากว้าง 6.5 เมตรเท่ากัน สามารถจอดรถได้ 2-3 คัน หลังรั้วหน้าบ้านจะเห็นว่ามีถังขยะพร้อมฝาปิดด้านบนให้เรียบร้อย เชื่อมต่อกับประตูสำหรับเก็บขยะด้านหน้า พร้อมก๊อกน้ำและปลั๊กไฟสำหรับเป็นพื้นที่ซักล้าง ถัดเข้ามาเราจะพบประตูบานสวิงสีขาวอยู่บริเวณพื้นที่จอดรถค่ะ ส่วนเพดานบริเวณจอดรถมีการติดตั้งไฟแบบ Downlight เอาไว้ให้ด้วย หน้าบ้านมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ซึ่งกระจกทุกบานของโครงการนี้จะใช้กระจก LOW - E ที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน ช่วยให้บ้านของเราไม่ร้อนจนเกินไป โดยเวลาเปิดเครื่องปรับอากาศจะช่วยให้เย็นเร็วกว่าปกติ ประหยัดพลังงานได้อีกทางค่ะ ประตูหน้าบ้านใช้เป็นประตูไม้สักสวิงค่ะ ดีกว่าทาวน์โฮมทั่วไปที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนธรรมดา เพราะจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า มีความทนทาน และดูแน่นหนาได้ความปลอดภัยมากกว่าค่ะ เปิดประตูเข้าไปดูในบ้านกันค่ะ พื้นที่แรกจะเป็นพื้นที่สำหรับห้องรับแขก ลึกเข้าไปเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหาร และห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนทางขวามือค่ะ พื้นชั้นแรกนี้จะปูด้วยแกรนิตโต้ ใช้ไฟแบบ Downlight โดยโครงการนี้เราจะได้บ้านเปล่านะคะ ซึ่งทางโครงการจะมีการติด wallpaper มีเครื่องปรับอากาศสำหรับห้อง Master Bedroom  ติดตั้งสัญญาณกันขโมยแบบอินฟาเรด ที่สำคัญติดตั้ง Wifi ให้สำหรับทุกหลังได้ใช้กันฟรีๆ เลยค่ะ ลึกเข้าไปจะมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารได้ 4-6 ที่นั่ง แล้วแต่เราจะจัดการพื้นที่ได้เลยค่ะ เพราะด้วยพื้นที่ใช้สอยแล้วถือว่าได้มาเยอะกว่าทาวน์โฮมทั่วไป หลังบ้านกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีดำค่ะ ทั้งประตูกระจกและหน้าต่างทุกบานจะติดตั้งระบบล็อค TosTem คุณภาพสูงจากญี่ปุ่น   ตรงลานซักล้างมีกระจกบานเลื่อนตรงส่วนครัวสำหรับระบายอากาศด้วยค่ะ กลับเข้ามาดูในบ้านกันต่อค่ะ ถัดจากพื้นที่วางเคาน์เตอร์ทีวีแล้วก็จะเป็นครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนค่ะ ภายในห้องครัวจะมีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ครัว L Shape ได้ค่ะ มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศและความชื้นไปทางหลังบ้าน โดยทั่วไปแล้วทาวน์โฮมจะได้มาเป็นครัวเปิดที่มีพื้นที่เดียวกันกับห้องนั่งเล่น ซึ่งหากบ้านไหนชอบทำครัวก็คงไม่เหมาะใช่ไหมคะ แต่สำหรับเนอวานา ดีฟายน์ ให้ห้องครัวปิดที่มีพื้นที่กว้างพอสมควรมาด้วยเลยค่ะ ภายในห้องครัวมีห้องน้ำมาให้ด้วยนะคะ ห้องน้ำทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนลายเดียวกันทั้งหมดค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างแบบนี้จะไม่มีส่วนเปียกค่ะ เพราะเน้นสำหรับรับแขกเท่านั้น ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมีตู้สำหรับเก็บของไว้ด้านล่างด้วยค่ะ ได้กระจกเงาบานใหญ่แบบนี้มาด้วยค่ะ สำรวจชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นไปชั้น 2 กันต่อเลยค่ะ โครงสร้างของบันไดใช้แบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้เวลาเดินไม่เกิดเสียงดังแบบโครงสร้างที่ใช้เหล็กเพียงอย่างเดียวค่ะ โดยขั้นบันไดใช้ไม้เอ็นจิเนียร์ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนตหนา 8 มม. ซึ่งชั้นนี้จะมีห้องนอนเพียงห้องเดียวค่ะ สัญญาณกันขโมยระบบอินฟาเรด โครงการติดตั้งแบบนี้มาให้เหมือนกันทุกหลังค่ะ สไตล์ของเนอวานาอย่างหนึ่ง คือการเอา Master bedroom มาไว้ที่ชั้น 2 ของทาวน์โฮมค่ะ เพื่อผู้ใหญ่ของบ้านจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดมาก แต่จะเปลี่ยนให้ห้องนอนของเด็กๆ ขึ้นไปไว้ชั้นบนสุดแทน Master bedroom มีพื้นที่กว้างขวางมากพอให้วางเตียง king size ได้ และยังเหลือพื้นที่รอบๆเตียง สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้อีก ปลายเตียงเป็นผนังว่าง สำหรับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี ด้านข้างของเตียงเป็นระเบียงทางฝั่งหน้าบ้าน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ระเบียงของห้อง Master bedroom ทางฝั่งหน้าบ้าน มีพื้นที่มากพอสำหรับวางโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนรับลมด้านนอก ราวกันตกใช้กระจกนิรภัยใสรอบด้าน วิวจากระเบียงห้อง มองเห็นภาพรวมของส่วนกลางค่ะ กลับเข้ามาในห้อง ไปดูอีกฝั่งของห้องกันต่อค่ะ พื้นที่ข้างเตียงยังสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโซฟาเพิ่มเติมก็ได้นะคะ ส่วนห้องน้ำในตัวทางขวามือจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ภายในห้องน้ำปูพื้นเเละผนังทั้งหมดด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน และสุขภัณฑ์จาก American Standard อ่างล้างหน้าแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ช่วยป้องกันน้ำกระเด็กออกมาได้ส่วนหนึ่ง มาพร้อมกับพื้นที่บนเคาน์เตอร์สำหรับวางของได้อีกมาก มีอ่างอาบน้ำถัดจากอ่างล้างหน้า อีกฝั่งของห้องน้ำเป็นโถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียก มีทั้งฝักบัว และ Rain shower ติดตั้งมาให้ ขวามือด้านบนมีหน้าต่าง สำหรับเพิ่มแสงสว่างจากภายนอก และยังช่วยระบายอากาศและความชื้นภายในห้องน้ำ ออกจากห้องน้ำจะมีพื้นที่ห้องเล็กอีก 1 ห้องซ่อนอยู่ค่ะ พื้นที่ของส่วนนี้ ทางโครงการจัดมาให้เป็น Walk In Closet เราสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ตลอดแนวผนัง หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้นะคะ ไปดูกันที่ชั้น 3 กันต่อค่ะ บริเวณโถงบันได มีกระจกทรงสูงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับทางเดิน และมีตู้ไฟซ่อนมาให้ในผนังเรียบร้อยค่ะ ขึ้นมาที่ชั้น 3 ตรงโถงบันไดก็จะมีกระจกทรงสูงติดตั้งมาให้ด้วยเช่นกันค่ะ ที่ชั้น 3 จะมีห้องนอนทั้งหมด 2 ห้อง เราเข้าไปดูกันที่ห้องตรงกลางกันก่อนค่ะ ห้องนอนที่ 2 ของบ้านอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ทางขวามือจะเป็นห้องน้ำในตัว ตามที่โครงการตกแต่งมาให้นั้นเป็นเตียง 5 ฟุต แต่ด้วยขนาดพื้นที่จริงเราสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้เลยค่ะ ด้านข้างเตียงมีระเบียงขนาดใหญ่ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ตรงระเบียงมีราวกันตกที่ทำจากเหล็กโปร่งสีดำ ระเบียงของห้องนี้จะเป็นวิวทางด้านหน้าของตัวบ้านค่ะ อีกด้านของห้องเป็นห้องน้ำในตัว พื้นที่เเรกของห้องน้ำเป็นส่วนแห้ง ในบริเวณพื้นที่ส่วนแห้งจะมีอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง ถัดจากโถสุขภัณฑ์เป็นส่วนเปียก ด้านข้างฝักบัวมีการเจาะผนังลึกเข้าไปสำหรับวางของ ห้องนอนสุดท้าย ของทาวน์โฮม  Type D ค่ะ ห้องนอนนี้มีขนาดเท่าๆกัน กับห้องนอนที่ 2 ค่ะ ตามห้องตัวอย่างจะวางเตียง 5 ฟุตชิดผนัง แต่ด้วยพื้นที่จริงสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้ โดยยังมีพื้นที่ข้างหน้าต่างเหลืออยู่ค่ะ หรือจะเลือกวางเตียงเอาไว้ตรงกลางห้องแล้วมีพื้นที่ทางเดินเหลือรอบเตียงก็ได้ ปลายเตียงมีห้องน้ำในตัว ภายในห้องน้ำจะพบกับส่วนแห้งอยู่ทางด้านขวาก่อน อ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง กระจกบานใหญ่ โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ ทางโครงการจะให้มาทั้งหมดนี้เลยค่ะ เหนือโถสุขภัณฑ์เป็นหน้าต่างบานกระทุ้งทรงสูงค่ะ หน้าต่างบานกระทุ้งก็ใช้ระบบล็อคจาก TosTem เช่นเดียวกันค่ะ ฝั่งตรงข้ามโถสุขภัณฑ์เป็นส่วนเปียกลึกเข้าไปค่ะ มาถึงทาวน์โฮมตัวอย่างหลังที่ 2 Type C ซึ่งเป็นหลังสุดท้ายของโครงการนี้กันค่ะ ด้วยความที่หลังตัวอย่างนี้เป็นแปลงมุมก็จะมีพื้นที่สวนข้างบ้านยาวไปจนถึงหลังบ้านเพิ่มขึ้นมาแบบนี้ค่ะ ลานซักล้างหน้าบ้าน ข้างพื้นที่จอดรถค่ะ หน้าบ้านทุกหลังจะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่แบบนี้ และประตูไม้สัก ก่อนเข้าบ้านก็จะมีห้องเก็บของไว้ให้เหมือนกันทุกหลังค่ะ เปิดประตูเข้าไปดูในบ้านกันเลยค่ะ ชั้น 1 ของ Type C นี้ จะถูกจัดให้เป็นพื้นที่โต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งเอาไว้กลางบ้าน โดยจะปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ ใช้ไฟแบบ Downlight ด้วยขนาดพื้นที่กว้างขวางมากคล้ายกับบ้านเดี่ยว ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้ ทาวน์โฮมแปลงมุมจะได้หน้าต่างข้างบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้ดูสว่างมากขึ้นค่ะ กั้นส่วนครัวปิดเอาไว้อีกฝั่ง มองขึ้นไปจะเห็นว่า Type C มีชั้นลอยที่สามารถมองทะลุเห็นกันได้ ทำให้เพดานดูสูงโปร่งขึ้นเยอะเลยค่ะ ห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องครัวทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ เป็นห้องครัวที่เหมาะสำหรับการอยู่กับครอบครัวจริงๆ ค่ะ เพราะเป็นครัวปิดแยกเป็นสัดส่วนแบบที่หาได้ยากในโครงการทาวน์โฮม จุดที่เป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน แนะนำให้วางซิงค์ล้างจานตามแบบโครงการค่ะ เพราะจะช่วยเรื่องระบายความอับชื้นได้ดี หันกลับมาดูที่ห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างจะมีแค่ส่วนแห้งค่ะ แต่จะมีโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ และอ่างล้างหน้ามาให้ครบ มีประตูกระจกออกไปทางหลังบ้านค่ะ และยังมีส่วนที่เป็นหน้าต่างกระจกด้านบนเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับส่วนชั้นลอยก็ยิ่งทำให้บ้านดูโปร่งสบายเข้าไปอีก   มุมสวนหลังบ้านที่ยาวเชื่อมต่อมาจากหน้าบ้านค่ะ ดูชั้นแรกกันเสร็จแล้วก็ขึ้นไปดูชั้นต่อไปกันเลยค่ะ โดยบันไดจะอยู่ทางซ้ายมือของประตูบ้าน โถงบันไดมีหน้าต่างกระจกทรงสูงทำให้ไม่ดูทึบจนเกินไป ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของบ้าน แต่จะถูกจัดให้เป็นเพียงชั้นลอยนะคะ ซึ่งพื้นชั้นบนจะถูกปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. พื้นที่ชั้นลอยกว้างขวางมากพอที่จะจัดให้เป็นห้องรับแขกตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ได้เลยค่ะ หากเราตกแต่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องนั่งเล่นก็จะสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้พร้อมโต๊ะกลาง ยังมีพื้นที่เหลือระหว่างเคาน์เตอร์วางทีวีได้สบายๆ แม้จะเป็นชั้นลอย แต่ก็มีระเบียงหน้าบ้านเอาไว้เปิดรับลมธรรมชาติได้แทนการเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ซึ่งจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ระเบียงติดตั้งราวกันตกด้วยกระจกนิรภัย และด้วยขนาดของระเบียงก็มากพอที่จะใช้งานได้จริง กลับเข้ามาดูอีกส่วนหนึ่งของชั้นลอยนี้ค่ะ โดยลึกเข้าไปด้านในสุดก็จะมีที่พักบันได ซึ่งมีพื้นที่พอสมควรเหมือนเป็นห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่งให้ได้ใช้เป็นประโยชน์ ตามบ้านตัวอย่างนี้จะถูกตกแต่งให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนเห็นวิวทางฝั่งหลังบ้าน ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ส่วนนี้ใช้งานได้จริง ที่ชั้นลอยนี้สามารถมองลงไปด้านล่างได้ ทำให้โซน Common Area ทั้งหมดนี้มีเพดานที่สูงโปร่ง ในสไลต์ Double volume space ที่ทางเนอวานาออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการอยู่อาศัยระยะยาว และสามารถรองรับสมาชิกใหม่ในอนาคตได้ จากชั้นโซน Double volume space ขึ้นไปดูอีกชั้นหนึ่งของบ้าน ซึ่งจะเป็นส่วน Private ชั้น 2 มีห้องนอนที่เป็น Master Bedroom อยู่ชั้นนี้เพียงห้องเดียวค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็น Master Bedroom ก็จะมีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษกว่าห้องอื่น สามารถวางเตียงขนาด 6 ตามห้องตัวอย่างนี้ได้ ไปจนถึงวางเตียง king size ได้ แถมยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางเฟอร์นิเจอร์อื่นได้อีก ข้างเตียงมีประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนอนกับระเบียงส่วนตัวค่ะ ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ วิวจากระเบียงฝั่งด้านหน้าโครงการทางทิศเหนือค่ะ พื้นที่แถวนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นน้อยทำให้มีลมพัดผ่านได้ดีทีเดียวค่ะ กลับเข้ามาในห้องกันต่อค่ะ ยังมีพื้นที่ภายในห้องอีกฝั่งให้ชมกันอีก ถัดจากเตียงตรงนี้ยังมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงาน หรือจะวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งก็ยังได้นะคะ ห้องน้ำในตัวจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียมสีดำเข้าชุดแบบเดียวกันทั้งหลังค่ะ ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนเหมือนกันทุกห้องน้ำเลยค่ะ ห้องน้ำนี้จะถูกแบ่งส่วนแห้งอยู่ก่อนส่วนเปียกด้านในสุด เริ่มจากทางขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียกที่ติดตั้งมาทั้งฝักบัวและ Rain Shower มีการเจาะช่องผนังลึกเข้าไปเพื่อเป็นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ ซ้ายมือเป็นอ่างล้างหน้าแบบฝังใต้เคาน์เตอร์พร้อมกระจกเงา และอ่างอาบน้ำค่ะ ออกมาจากห้องน้ำไปดูพื้นที่ส่วนสุดท้ายของ Master Bedroom อยู่ถัดจากประตูห้องค่ะ ห้องนี้ถูกจัดให้เป็น Walk In Closet สำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะก็สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ทั้งห้องนี้เลยค่ะ หรือจะจัดเป็นห้องทำงานก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกบานสไลด์ติดตั้งอยู่ทำให้ส่วนนี้ดูไม่มืดทึบจนเกินไป มองจากมุมนี้จะเห็นว่าเป็นห้องที่แม้จะเชื่อมต่อเป็นพื้นที่เดียวกันกับ Master Bedroom แต่มีการแบ่งโซนออกมาเป็นสัดส่วน ขึ้นไปดูที่ชั้นบนสุดของทาวน์โฮม Type C นี้กันค่ะ ขึ้นมาที่ชั้นบนสุดจะมีมุมที่เป็นโถงบันไดอยู่ สามารถเพิ่ม Built in ตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ เพิ่มเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกค่ะ หันมาทางขวามือจะพบกับห้องนอนอีก 2 ห้อง เราเดินเข้าไปดูห้องตรงกลางกันก่อนค่ะ ห้องนอนที่ 2 นี้จะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ ตามห้องตัวอย่างที่วางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมวางโต๊ะทำงานเอาไว้ด้วย แต่พื้นที่จริงตรงนี้สามารถวางเตียงได้ถึง 5 ฟุต แล้วยังเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียงเลยค่ะ ปลายเตียงเราสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ เคาน์เตอร์วางทีวี หรือหากจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตในห้องนี้ เราก็สามารถย้ายโต๊ะทำงานมาไว้พื้นที่ปลายเตียงนี้ก็ได้นะคะ มีห้องน้ำในตัวถัดจากพื้นที่ปลายเตียงค่ะ ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค วางพื้นที่ส่วนแห้งก่อนพื้นที่ส่วนเปียกด้านใน เริ่มจากอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ และพื้นที่อาบน้ำค่ะ ส่วนเปียกมีการเจาะช่องผนังให้เป็นที่วางของได้ด้วยค่ะ ข้างเตียงมีระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน โดยประตูกระจกลักษณะนี้จะใช้สเปคเดียวกันทั้งโครงการเลยค่ะ คือเป็นกระจกแบบ LOW - E มีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่ากระจกเขียวตัดแสงทั่วไปค่ะ ระแนงไม้ตรงระเบียงที่เห็นนี้ไม่เพียงแต่จะให้ความสวยงามเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยเรื่องการใช้งานจริงจากระเบียงได้ ทั้งการบังแดด เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการออกมาใช้งานที่ระเบียงชมวิวได้กว้างขึ้น วิวจากระเบียงห้องฝั่งหน้าโครงการค่ะ จะเห็นได้ชัดขึ้นว่ารอบๆ โครงการยังเป็นพื้นที่โล่งอยู่ ออกจากห้องนอนที่ 2 เข้าไปดูกันที่ห้องสุดท้ายทางซ้ายมือฝั่งหลังบ้านกันค่ะ ห้องนอนที่ 3 ค่ะ เป็นห้องสุดท้ายแล้วที่เราจะพามาชมในรีวิวฉบับนี้ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัวค่ะ ส่วนห้องนอนที่นอกเหนือจาก Master Bedroom ก็มีพื้นที่กว้างขวางเท่าๆ กัน สามารถวางเตียงใหญ่ได้พร้อมกับโต๊ะทำงานของตัวเอง ไม่เล็กจนดูอึดอัดค่ะ ห้องนอนที่ 3 ของ Type C นี้ จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ พื้นที่ปลายเตียงเหมาะสำหรับวางโต๊ะทำงานได้ตลอดแนวผนัง เพราะมีหน้าต่างอยู่ด้านข้างถึง 2 ด้านให้แสงสว่างเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ห้องนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยยังเหลือพื้นที่ทางเดินอยู่ทั้งสองฝั่ง แต่ถ้าชอบเตียงใหญ่ๆ ขนาด 6 ฟุต ก็สามารถวางชิดกำแพงได้เลยค่ะ ส่วนห้องน้ำในตัวของห้องนี้จะถัดจากพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า ภายในห้องน้ำแยกส่วนแห้งเอาไว้ด้านในสุดค่ะ ส่วนเปียกจะอยู่ทางซ้ายมือเลย และแม้จะเป็นห้องน้ำในตัวของห้องนอนปกติก็ยังได้พื้นที่ขนาดกำลังพอดี เหนือพื้นที่ส่วนเปียกจะถูกออกแบบมาให้มีหน้าต่างสำหรับเพิ่มแสงสว่างและระบายความอับชื้นอยู่เสมอค่ะ   มาถึงตรงนี้แล้ว เชื่อเหลือเกินค่ะว่าคงไม่มีใครสงสัยว่าทำไมเฟสแรกของโครงการนี้ถึงได้ Sold Out ไปตั้งแต่วันแรกที่ Exclusive Sales ทั้งทำเล พื้นที่ใช้สอย สเปคที่ได้ ไปจนถึงการดีไซน์ดีเทลต่างๆ เพื่อผู้อยู่อาศัยจริงได้ความสะดวกสบายที่สุดสมกับคำว่า “ทาวน์โฮมที่เป็นได้...มากกว่าบ้านเดี่ยว”   เตรียมพบกับงาน Pre-SALE วันเดียว 23 มิ.ย. 2561นี้ พร้อมรับสิทธิ์พิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น!!  
บ้านกลางเมือง พระราม 9 – อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 – อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง [Advertorial]

บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช เชื่อมต่ออย่างลงตัว ง่ายทุกการเดินทาง ทำเล คือปัจจัยของคนมองหาที่อยู่อาศัยจะพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว ซึ่งแน่นอนว่าทำเลที่ทั้งสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเข้าเมืองไปทำงาน ทั้งออกนอกเมืองไปสนามบินหรือไปต่างจังหวัดไปพร้อมๆ กันนั้นหาได้ยากมากใช่ไหมคะ แต่คำว่าหายากนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีค่ะ   เราคงรู้จัก New CBD กันมาระยะหนึ่งแล้วใช่ไหมคะ ด้วยความเพียบพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อยู่เกือบ 24 ชม. ทั้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไฮเปอร์มาร์เก็ต ไนท์มาร์เก็ต แหล่งรวมร้านแฮงเอ้าท์ รวมถึงอาคารออฟฟิศเกรด A หลายแห่ง ส่วนทำเลที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับแอร์พอร์ตลิงค์ผ่าน สามารถใช้ทางด่วนได้หลายสายอย่างทางยกระดับอุตราภิมุข ทางพิเศษศรีรัชจนไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์(กรุงเทพ-ชลบุรี) ซึ่งง่ายต่อการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันออกโซน EEC ที่กำลังมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในอนาคต เรียกได้ว่าไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ย่านพระราม 9 แห่งนี้สมบูรณ์มากจนเกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งระยะหลังเราจะเห็นชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ย่านนี้ก็ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับย่าน CBD เดิมแล้วจะพบว่าความสะดวกสบายไม่ต่างกันมาก เพียงแต่สีลม-สาทรนั้นทุกวันนี้มีความหนาแน่นอยู่มากทีเดียวค่ะ ทั้งจำนวนของผู้คนตามมาด้วยการจราจรที่ติดขัดไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนการเดินทางไปสนามบินหรือออกนอกเมืองก็ค่อนข้างไกล ที่สำคัญราคาของที่อยู่อาศัยก็ไม่เบาทีเดียว         เมื่อเอ่ยถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นสนามบินหลักของบ้านเราแล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะตั้งอยู่นอกตัวเมืองเหมือนในหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็มักจะห่างไกลจากตัวเมืองตามไปด้วย แต่ไม่ใช่กับโซน New CDB อย่างพระราม 9 เพราะไม่ว่าจะใช้รถยนต์เดินทางด้วยถนนมอเตอร์เวย์ตรงเชื่อมต่อถนนพระราม 9 หรือจากถนนมอเตอร์เวย์แล้วขึ้นทางพิเศษศรีรัชก็เป็นเรื่องง่ายมากแถมยังใช้เวลาไม่กี่นาที ยิ่งหากเลือกใช้บริการจากแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางสำคัญของโซนที่ถือได้ว่าเป็นกึ่งกลางระหว่างตัวเมืองกับนอกเมืองแบบย่านลาดกระบัง-อ่อนนุช ก็จะยิ่งลดระยะเวลาการเดินทางได้มากขึ้นไปอีก    แหล่งออฟฟิศเกรด A สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การเดินทางที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว   บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ทุกหลังหน้ากว้าง 5 เมตร ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป พื้นที่ใช้สอยมากถึง 146 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยน Function ของทุกสัดส่วนภายในบ้านของเราได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างลงตัว ท่ามกลางพื้นที่ทั้งหมดกว่า 17 ไร่ ให้สามารถใช้ชีวิตในทุกด้านได้อย่างเต็มที่ ภายในโครงการให้ความเป็นส่วนตัว สงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้รอบโครงการ แม้ในขณะเดียวกันจะมีความวุ่นวายบนท้องถนนมอเตอร์เวย์หลังโครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความเหนือระดับของการใช้ชีวิตได้อย่างน่าหลงใหลและไร้ขีดจำกัด    ได้พื้นที่มากกว่า และยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ เรียบง่าย มีความเป็นส่วนตัว   สังคมคุณภาพที่บ้านกลางเมือง Facility เพื่อการพักผ่อนในบ้านของตัวเองที่คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะที่มีบริเวณพักผ่อน ได้ความอุ่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้องวงจรปิดทางเข้า-ออก โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ความสงบร่มรื่น คลับเฮ้าส์ที่ครบครัน   ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานวงแหวน ติดกับมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้า  ทำให้การเดินทางสะดวกสบายทั้งเข้าเมืองสู่ใจกลาง New CBD ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที และออกนอกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที หรือจะเลือกใช้แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้างก็อยู่ห่างจากโครงการแค่ 5 นาที ซึ่งช่วงจุดกึ่งกลางระหว่างย่านพระราม 9 กับสนามบินคือช่วงอ่อนนุชปลายๆ เชื่อมต่อกับลาดกระบัง โดยมีแอร์พอร์ตลิงค์เป็นระบบขนส่งสาธารณะสำคัญของคนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้รวดเร็วที่สุด ใกล้ทั้งทางด่วนและแอร์พอร์ตลิงค์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีถึง New CBD 5 นาที ถึงสุวรรณภูมิ   การเดินทางไปยังโครงการ    สามารถเข้าได้หลายทาง หลักๆ แล้วแนะนำ 2 เส้นทาง ได้แก่     1. หากมาจากพระราม 9 ด้วยทางพิเศษศรีรัช เมื่อข้ามถนนศรีนครินทร์แล้วให้ออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เพื่อกลับรถบนสะพานเกือกม้า เมื่อลงจากเกือกม้าให้รีบชิดซ้ายเพื่อกลับรถอีกครั้ง เข้าสู่ทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าไปทางอ่อนนุช วิ่งไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด  แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง และรอดใต้วงแหวนไปอีก 200 เมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือ     2. หากมาจากซอยสุขุมวิท 77 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าลาดกระบัง เมื่อถึงแยกประเวศเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ผ่านสน.ประเวศ เมื่อเจอสามแยกที่มีดี คอนโด ให้เลี้ยวขวา และเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่คู่ขนานวงแหวนขับตามทางไปอีกเล็กน้อยก็จะพบกับโครงการ(หากเลี้ยวซ้ายจะไปออกทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์)    สำหรับโครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช ถือเป็นทาวน์โฮมในระดับ Hi-End Townhome เพราะเรื่องสภาพแวดล้อมภายในโครงการที่ดี ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือเรื่องของศักยภาพเฉพาะตัวของทำเลที่ไม่ไกลจากแหล่งสำคัญ อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะโดยรถยนต์ส่วนตัวเชื่อมต่อกับทางด่วนเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแอร์พอร์ตลิงค์ที่อยู่ใกล้กับโครงการ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองกับชานเมืองจึงทำให้บ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช กลายเป็นหนึ่งในโครงการคุณภาพจาก AP