D.I.Y

 

D.I.Yแนะนำ

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว ถ้าได้ผ่านไปผ่านมาแถวทองหล่อบ่อยๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มคุ้นตากับโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 จาก SINGHA ESTATE ที่มี Sales Gallery อยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 กันบ้างแล้ว ต้องบอกว่าโครงการนี้มีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบ โดยมีที่ปรึกษาจากทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกทำให้โครงการนี้จัดเป็นโครงการ ที่น่าจับตามองมากในเวลานี้ ปัจจุบันโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 มียอดขายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 60% โครงการนี้ไม่ได้มีดีแค่จุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางสุขุมวิท ติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเท่านั้นนะคะ งานดีไซน์ของคอนโดมิเนียมทั้ง Exterior และ Interior ต้องเรียกว่าเป็นการลงรายละเอียดในทุกๆ ตารางนิ้ว เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง   โครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 ได้ทีมออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายเจ้า แถมยังเป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแทบทั้งสิ้น อย่างงานด้านสถาปัตยกรรมก็ได้ “Tandem” บริษัทออกแบบสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์มากมาย มาร่วมมือกับบริษัทสถาปนิกชื่อดังจากอเมริกาอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคารสูง และฝากผลงานไว้มากมาย ทำให้ดีไซน์ตัวอาคารของ THE ESSE Sukhumvit 36 สวยสะดุดตาเป็นที่สุด   ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรม ทาง SINGHA ESTATE เลือก “Shma” เป็นผู้ออกแบบ ในขณะที่ Interior ส่วนกลางได้ “dwp” (Design Worldwide Partnership) มาเป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้บรรยากาศภายในมีกลิ่นอายที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทย กับการออกแบบที่เป็นสากล ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “The Essence of Luxurious Living is HARMONY OF CONTRAST” ที่ต้องการสื่อสารถึง “การใช้ชีวิตที่มีความสมดุลในความแตกต่างอย่างกลมกลืน”   แน่นอนว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เห็นในโครงการทั้งหมดนี้ เกิดจากการผสมผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์เนอร์แต่ละคนไว้อย่างลงตัว   จริงอยู่ที่ทางโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 เปิดขายห้องชุดแบบ Fully Fitted เพื่อให้เจ้าของห้องชุดได้มีโอกาสสร้างสรรค์การตกแต่งห้องตามสไตล์ตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่ความชื่นชอบที่หลากหลายและแตกต่างกัน ก็สามารถนำมา Mix and Match จนได้สไตล์ส่วนตัวที่ไม่ซ้ำกับใคร บางครั้งเราอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่าเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Loft จะสามารถเข้ากันได้ดีห้องสไตล์ Classic หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เรียบง่าย หากเพิ่มเติมโลหะสีทองหรือสีทองแดงเข้าไป จะสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้กับชิ้นงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เราเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้ถูกชิ้น จัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็สามารถผสมผสานวัสดุ และสไตล์ Mix & Match กันได้อย่างกลมกลืน   การออกแบบหรือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้กับห้องใดๆ ไม่ได้มีกฏกำหนดตายตัวเสมอไปหรอกค่ะ เราเชื่อว่าห้องนั้นๆ จะถูกตกแต่งอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบ รสนิยม ความพึงพอใจของเจ้าของห้องเป็นหลัก ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้มา คือห้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของเจ้าของห้องได้ดีที่สุดนั่นเองค่ะ   ก็เหมือนกับที่ THE ESSE Sukhumvit 36 ที่ผสมผสานเอกลักษณ์งานออกแบบของดีไซน์เนอร์หลากหลายสัญชาติ ให้มารวมกันได้อย่างลงตัวที่สุด และเพื่อให้เจ้าของห้องชุดรู้สึกว่าการตกแต่งห้องเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจ้าง Interior Designer เสมอไป ที่โครงการจึงจัดชุดเฟอร์นิเจอร์สวยๆ จาก LOAM ARTISANAL LIVING มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ (Limited Offer) ให้เจ้าของห้องได้มีโอกาสเลือกห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่จะมา Mix& Match ความหรูหราอย่างมีสไตล์ได้ตามใจคุณ เริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom กับ Furniture Package จาก LOAM ARTISANAL LIVING มูลค่า 500,000 บาท ชุดเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นทั้งในห้องนั่งเล่นและห้องนอน สี Earth Tone สบายตา ทำให้เราสามารถแต่งเติมสีสันด้วยของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพิ่มเติมเข้าไปได้ง่ายขึ้น รับรองว่าไม่ซ้ำกับใครแน่นอนค่ะ     ส่วนห้อง 2 Bedroom ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะมูลค่า Furniture Package มากถึง 700,000 บาทเลย ชุดเฟอร์นิเจอร์สวยๆ จาก LOAM ARTISANAL LIVING มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานดีไซน์เรียบหรู แต่ก็แอบซ่อนกิมมิกเก๋ๆ ไว้ในเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นด้วยนะคะ     นอกจาก Exclusive Furniture Package ที่คัดสรรมาโดยเฉพาะตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ทาง SINGHA ESTATE ยังได้เสนอเงื่อนไขพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ชำระค่าห้องผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ จะได้คะแนนสะสมสูงสุด 20 เท่า**   จะมามัวรีรอไม่ได้แล้วค่ะ คอนโดสวยๆ ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ดังครบเซ็ต ในราคาเริ่มต้น 12.6 ล้านบาท* แบบนี้มีจำนวนจำกัด และหาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะจ๊ะ รีบคลิกลงทะเบียนกันที่ http://bit.ly/2ws3h1s  หรือ โทร. 1221    

D.I.Yล่าสุด

1 2 3 ... 9
มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว ถ้าได้ผ่านไปผ่านมาแถวทองหล่อบ่อยๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มคุ้นตากับโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 จาก SINGHA ESTATE ที่มี Sales Gallery อยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 กันบ้างแล้ว ต้องบอกว่าโครงการนี้มีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบ โดยมีที่ปรึกษาจากทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกทำให้โครงการนี้จัดเป็นโครงการ ที่น่าจับตามองมากในเวลานี้ ปัจจุบันโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 มียอดขายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 60% โครงการนี้ไม่ได้มีดีแค่จุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางสุขุมวิท ติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเท่านั้นนะคะ งานดีไซน์ของคอนโดมิเนียมทั้ง Exterior และ Interior ต้องเรียกว่าเป็นการลงรายละเอียดในทุกๆ ตารางนิ้ว เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง   โครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 ได้ทีมออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายเจ้า แถมยังเป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแทบทั้งสิ้น อย่างงานด้านสถาปัตยกรรมก็ได้ “Tandem” บริษัทออกแบบสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์มากมาย มาร่วมมือกับบริษัทสถาปนิกชื่อดังจากอเมริกาอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคารสูง และฝากผลงานไว้มากมาย ทำให้ดีไซน์ตัวอาคารของ THE ESSE Sukhumvit 36 สวยสะดุดตาเป็นที่สุด   ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรม ทาง SINGHA ESTATE เลือก “Shma” เป็นผู้ออกแบบ ในขณะที่ Interior ส่วนกลางได้ “dwp” (Design Worldwide Partnership) มาเป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้บรรยากาศภายในมีกลิ่นอายที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทย กับการออกแบบที่เป็นสากล ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “The Essence of Luxurious Living is HARMONY OF CONTRAST” ที่ต้องการสื่อสารถึง “การใช้ชีวิตที่มีความสมดุลในความแตกต่างอย่างกลมกลืน”   แน่นอนว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เห็นในโครงการทั้งหมดนี้ เกิดจากการผสมผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์เนอร์แต่ละคนไว้อย่างลงตัว   จริงอยู่ที่ทางโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 เปิดขายห้องชุดแบบ Fully Fitted เพื่อให้เจ้าของห้องชุดได้มีโอกาสสร้างสรรค์การตกแต่งห้องตามสไตล์ตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่ความชื่นชอบที่หลากหลายและแตกต่างกัน ก็สามารถนำมา Mix and Match จนได้สไตล์ส่วนตัวที่ไม่ซ้ำกับใคร บางครั้งเราอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่าเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Loft จะสามารถเข้ากันได้ดีห้องสไตล์ Classic หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เรียบง่าย หากเพิ่มเติมโลหะสีทองหรือสีทองแดงเข้าไป จะสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้กับชิ้นงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เราเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้ถูกชิ้น จัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็สามารถผสมผสานวัสดุ และสไตล์ Mix & Match กันได้อย่างกลมกลืน   การออกแบบหรือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้กับห้องใดๆ ไม่ได้มีกฏกำหนดตายตัวเสมอไปหรอกค่ะ เราเชื่อว่าห้องนั้นๆ จะถูกตกแต่งอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบ รสนิยม ความพึงพอใจของเจ้าของห้องเป็นหลัก ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้มา คือห้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของเจ้าของห้องได้ดีที่สุดนั่นเองค่ะ   ก็เหมือนกับที่ THE ESSE Sukhumvit 36 ที่ผสมผสานเอกลักษณ์งานออกแบบของดีไซน์เนอร์หลากหลายสัญชาติ ให้มารวมกันได้อย่างลงตัวที่สุด และเพื่อให้เจ้าของห้องชุดรู้สึกว่าการตกแต่งห้องเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจ้าง Interior Designer เสมอไป ที่โครงการจึงจัดชุดเฟอร์นิเจอร์สวยๆ จาก LOAM ARTISANAL LIVING มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ (Limited Offer) ให้เจ้าของห้องได้มีโอกาสเลือกห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่จะมา Mix& Match ความหรูหราอย่างมีสไตล์ได้ตามใจคุณ เริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom กับ Furniture Package จาก LOAM ARTISANAL LIVING มูลค่า 500,000 บาท ชุดเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นทั้งในห้องนั่งเล่นและห้องนอน สี Earth Tone สบายตา ทำให้เราสามารถแต่งเติมสีสันด้วยของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพิ่มเติมเข้าไปได้ง่ายขึ้น รับรองว่าไม่ซ้ำกับใครแน่นอนค่ะ     ส่วนห้อง 2 Bedroom ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะมูลค่า Furniture Package มากถึง 700,000 บาทเลย ชุดเฟอร์นิเจอร์สวยๆ จาก LOAM ARTISANAL LIVING มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานดีไซน์เรียบหรู แต่ก็แอบซ่อนกิมมิกเก๋ๆ ไว้ในเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นด้วยนะคะ     นอกจาก Exclusive Furniture Package ที่คัดสรรมาโดยเฉพาะตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ทาง SINGHA ESTATE ยังได้เสนอเงื่อนไขพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ชำระค่าห้องผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ จะได้คะแนนสะสมสูงสุด 20 เท่า**   จะมามัวรีรอไม่ได้แล้วค่ะ คอนโดสวยๆ ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ดังครบเซ็ต ในราคาเริ่มต้น 12.6 ล้านบาท* แบบนี้มีจำนวนจำกัด และหาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะจ๊ะ รีบคลิกลงทะเบียนกันที่ http://bit.ly/2ws3h1s  หรือ โทร. 1221    
ไอเดีย ของใช้ในห้องที่มีพื้นที่จำกัด

ไอเดีย ของใช้ในห้องที่มีพื้นที่จำกัด

บทความนี้ จะเอาใจคนที่มีเนื้อที่ใช้สอยน้อยๆ ใช้อย่างประหยัด เช่น คอนโด หอพัก ลองมาหาเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นแบบพับเก็บได้ ย่อส่วน เวลาเก็บเวลาใช้สะดวก เก็บง่าย ใช้ดี ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ลองๆ หามาใช้กันดู       ชิ้นแรก เป็นชุดรับแขก ประกอบด้วย โต๊ะกลาง และเก้าอี้นั่ง 4 ตัว ซึ่งเวลาไม่ได้ใช้งาน สามารถเก็บเก้าอี้ทั้ง 4 ตัว ไว้ใต้โต๊ะได้อย่างพอดิบพอดี ทำให้เพิ่มเนื้อที่ห้อง คอนโดได้มากทีเดียว ต่อมา เป็น ฟูก ที่สามารถแปลงร่างได้ (Transformer ไม่ใช่หนังนะ) จาก ฟูกที่นอน เป็นโซฟานั่งเล่นได้ในพริบตา ซึ่งไอ้ที่เป็นแบบนี้ เห็นมีขายตามออนไลน์เยอะเหมือนกัน ลองหาดู ประหยัดไปได้เยอะ ได้ทั้งที่นั่งเล่นดูทีวี ง่วงๆ ก็แปลงร่างเป็นฟูก เตียงนอนสุดนุ่มได้เลย สะดวกอย่างยิ่งกับคนที่ ต้องการเนื้อที่ห้องเยอะๆ ชั้นวางหนังสือ ของประดับ ตกแต่ง กรอบรูป จิปาถะ ซึ่ง ถ้าดูเผิ่นๆ ก็เป็นแค่ชั้นวางของธรรมดา แต่ที่ไหนได้ มันซ่อนโต๊ะ กับเก้าอี้ อีก 4 ตัวไว้ในนั้น (โอ้แม่เจ้า) เป็นนวัตกรรมการออกแบบเครื่องใช้ในบ้านที่ เรียกว่า อาเมซซิ่ง จิงกาเบลมาก ยามไม่ใช่ ก็จะเป็นชั้นวางของ ยามต้องใช้โต๊ะ มานั่งกินข้าว ทำงาน ก็ถอดออกมาจากชั้นนั้นได้เลย ว้าวววว อันนี้เด็ด สำหรับคนที่ชอบเล่น สนุ๊ก หรือพูล ถ้าไม่ได้เล่น ก็จะเป็นโต๊ะรับประทานอันแสนสุขกับครอบครัว หากวันหยุด สังสรรค์กับเพือนๆ ก็แปลงจากโต๊ะกินข้าว ไปเป็นโต๊ะพูล ที่ซ่อนไว้นั่นเอง อืม ไอเดียเด็ดจริง บางคนที่มีคอนโด ต้องการที่นั่งเพียงไม่กี่ที่นั่ง เพราะไม่ค่อยจะมีเพื่อน มีแขกมาเยี่ยมซะเท่าไร โซฟาเท่ๆ ตัวเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้าโซฟานั้น แปลงร่างกลายมาเป็น ชุดรับแขกสุดชิก ที่รองรับเพื่อนๆ ได้ถึง 4-5 คน จะนั่งคุยกัน เล่นไพ่ ทำงานกลุ่ม สบายๆ   แล้วถ้าจากโซฟาที่นั่งนุ่มสบายๆ ในมุมโปรด กลายร่างมาเป็นเตียงนอนละ โว้ จอร์จมันยอดมาก และที่สำคัญมันเป็น เตียงสองชั้น!!! OMG! ยกนิ้วให้คนคิดไอเดียเลย จะเหมาะสำหรับ ครอบครัวที่มีลูกแล้ว ไม่เปลืองเนื้อที่ๆ จะต้องกลางเตียงไว้ประจำ ของเขาดีจริงๆ ครับ   อันนี้ ก็เป็นชุดรับแขกที่ใช่เป็นเครื่องประดับในบ้าน เท่ๆ ได้ (รูปทรง จรวด) แต่พอนำใช้งาน ก็กลายมาเป็นที่นั่งรับแขกหวาย ได้แบบชิกๆ เลย   โซฟาตัวน้อยๆ ที่ออกแบบมาให้มีช่องเก็บหนังสืออ่านเล่น ไม่ต้องเปลืองตังค์ ไปซื้อชั้นวางหนังสือ เท่ไปอีกแบบ อยากอ่านก็หยิบมานั่งอ่านตรงนั้นเบย...   ยังมีไอเดียอื่นๆ อีกมามาย ที่ช่วยให้คุณประหยัดเนื้อที่ อย่างเช่น ชั้นวาง เก็บรองเท้า (แต่ต้องรักษากลิ่นเท้ากันด้วยนะ 555)   ใครที่มีสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ลองเอาไอเดียนี้ไปใช้ ทำเป็นที่ให้อาหารสัตว์เลี้ยงตัวโปรด โดยแปลงลิ้นชัก เป็นที่วางภาชนะใส่อาหารสัตว์ ไม่ใช้ก็ปิดลิ้นชัก แต่ต้องเตือนว่า ต้องทำความสะอาดดีๆ ด้วย เพราะอาจจเป็นแล่งเพาะเชื้อโรตในบ้านได้ สัตว์เลี้ยงท่านอาจจะท้องเสีย ทุกวันก็เป็นไปได้ ถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดี 555 โฮ่งๆ   ไอเดียนี้ ก็โอเค จากที่รองรีดผ้า รีดเสร็จปุ๊บ พอเก็บจากการใช้งาน กลายมาเป็นกระจกเจา เอาไว้ให้สุภาพสตรีแต่งตัว อืม เวิร์คแหะ อันนี้ DIY เองได้เลย เชื่อว่าที่บ้านทุกบ้าน น่าจะมีที่รองรีดทุกบ้าน พลิกด้านหลังมา เอากระจกเงาติด เป็นอันเสร็จ ใช้งานได้แบบเขาเลย...   เพื่อนสมาชิก Review Your Living ที่มีไอเดียอื่นๆ ก็แสดงความคิดเห็นกันได้นะ ในกล่องข้อความด้านล่างนี้ จะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ท่านอื่นที่ได้เข้ามาอ่านเน้อะ...   หาไอเดียดีๆ มาแต่งบ้านกัน วันนี้ บายๆ ไปก่อน เรียบเรียงโดย นาย OneFineDay ʕ•ᴥ•ʔ   ขอบคุณข้อมูลประกอบดีๆ จาก http://dobuhdo.com  
5 วิธี เปลี่ยนห้องพักให้อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

5 วิธี เปลี่ยนห้องพักให้อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

  เคยไหมที่การใช้ชีวิตส่วนใหญ่ของเราคือการนอนอยู่ในห้องทั้งวัน โดยไม่ทำอะไรเลยยยย ??? หิวก็ออกมากิน อิ่มก็กลับไปนอน หากวันหนึ่งเราไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนอยู่บ้าน ต้องออกมาทำงาน หรือเรียนหนังสือ ที่พักของเราจึงกลายเป็น ห้องเล็กๆ ท่ามกลางคำจำกัดความของคำว่า “เกรงใจ” กับการแชร์พื้นที่เล็ก ๆ กับเพื่อนร่วมห้อง เพื่อให้ได้การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ เราจึงมี 5 ไอเดียสุดคูล แบบไม่ต้องเสียเงิน!! มาเนรมิตห้องในหอพักให้อบอุ่นเหมือนบ้านได้เพียงพริบตา   เริ่มต้นด้วย หาหมอนอิงน่ารักเก๋ๆ สัก 1- 2 ใบ วางไว้บนหัวนอน เพิ่มความสบาย ผ่อนคลาย เมื่อเราเอนตัวนอนเล่นมือถือ หรืออยากอัพรูปในไอจี ก่อนจะพักผ่อน ซึ่งสีและขนาดของหมอนไม่จำเป็นเลยที่ต้องเท่าหรือเหมือนกับหมอน และผ้าปูที่นอน ขอแค่เป็นสี หรือขนาดที่ทำให้เรารู้สึกว่า “ใช่” ก็โอเคแล้ว     จากนั้น ลองหาบอร์ดสไตล์มินิมอล มาตกแต่งในห้อง นอกจากช่วยเตือนความจำ ยังช่วยให้เราเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ได้อีกด้วย   ต่อมาหาเก้าอี้ที่นั่งแล้วรู้สึกนุ่มสบาย มาแต่งมุมใดมุมหนึ่งของห้อง ให้เป็นมุมที่ทำให้คุณเพลิดเพลินกับการดูหนัง หรือเล่นเกมได้อย่างมันส์จนหยดสุดท้าย หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูโรแมนติกมากขึ้นด้วยการตกแต่งพวงไฟตามหัวเตียงและผนังห้องก็จะทำให้รู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย จากความเมื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันได้ด้วย สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ลองหาของตกแต่งหัวเตียงเพื่อเพิ่มลูกเล่น อาจเริ่มจาก สิ่งของที่บอกความเป็นตัวตนที่สุด คำพูดสุดจี้ดปริ้นท์ใส่กรอบเท่ห์ๆ แขวนไว้บนฝาผนัง  เช่น Every cloud has a silver lining , There’s a light at the end of the tunnel เป็นต้น หรือจะเป็นภาพวาดในฝันก็ไม่เลว ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะตกแต่งห้องแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือความรู้สึกที่เมื่อคุณมาถึงห้องแล้ว รู้สึกสบายและผ่อนคลายจากความวุ่นวายข้างนอกเท่านั้นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.buzzfeed.com และ www.pinterset.com    
วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วันนี้ Review Your Living มีวิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่ายๆ มาช่วยทุ่นแรงคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะซ่อมแซมห้องน้ำด้วยวิธีใดให้เปิดใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง แล้วขั้นตอนจะเป็นแบบไหนไปชมกันค่ะ  ใครที่คิดจะทำห้องน้ำใหม่หรือซ่อมแซมห้องน้ำนั้น อย่าลืมว่าการเริ่มต้นที่ดีและถูกต้องโดยทำไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นสเต็ป นอกจากช่วยลดปัญหาจุกจิกจิกที่อาจจะตามมาภายหลัง ยังได้ห้องน้ำสวยตรงใจ ที่สำคัญการเลือกวัสดุที่จะใช้ในการทำห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง  สุขภัณฑ์ หรือ ก๊อกน้ำ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าด้วย เพราะบางครั้งห้องน้ำออกแบบมาสวยงาม แต่เลือกสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพก็จะมีผลด้วย เช่น ถ้ากระเบื้องไม่ได้ฉากหรือมุมเมื่อปูออกมาแล้วร่องยาแนวอาจจะเบี้ยวได้ นอกจากนี้การเลือกกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป ปัจจุบันมีกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวสำหรับห้องน้ำโดยเฉพาะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษพัฒนามาเพื่อใช้กับห้องน้ำเช่นเดียวกับในคลิปที่เรานำมาฝาก ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย..
ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

  ปัจจุบันห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น ด้วยตำแหน่งที่มักจัดไว้ใกล้ห้องน้ำและห้องนอน หลายคนจึงปรับพื้นที่นี้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน, กระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับ โดยการออกแบบและจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ดีจะทำให้ห้องนี้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น ทว่าห้องแต่งตัวในฝันของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้ห้องแต่งตัวสไตล์เจ้าหญิงที่มี Walk-in Closet ดินแดนส่วนตัวแบบฟูลออฟชั่น หรือบางคนฝันอยากมีห้องแต่งตัวแบบสไตล์ลอฟท์เท่ๆ ตามฉบับชายหนุ่มมาดแมนที่มีตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาพร้อมมัลติฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณมีฝันอย่างไร อยากได้ห้องแต่งตัวรูปแบบไหน? "ห้องแต่งตัว" ก็คือพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ดังนั้นในบทความนี้เราขอยกตัวอย่างห้องแต่งตัวรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับห้องแต่งตัวในฝัน โดยที่คุณสามารถทำได้จริง แถมยังสนุกกับการตกแต่งมากขึ้น   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Luxury สุดหรู หรูหราสง่างามและทันสมัยในตัวเอง คือหัวใจสำคัญของสไตล์ Modern Luxury ใครที่ฝันอยากมีห้องแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงแบบ Walk-in Closet สุดหรูที่เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหยิบใช้และโชว์ แถมยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้, ช่องเก็บของ, ราวแขวน, ชั้น, หรือลิ้นชักต่างๆ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดรูปแบบได้ตามความพอใจเพื่อให้สอดรับกับความต้องการนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาก เทคนิคง่ายๆ คือเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุสุดเก๋ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ให้ทั้งลุคหรูหราพร้อมดูทันสมัยมาตกแต่ง ซึ่งควรเลือกชิ้นเด่นๆ หรือคลุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันก็จะช่วยทำให้ห้องแต่งตัวชวนมองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มมิติจากความวิบวับจากแสงไฟ และวัสดุตกแต่งที่มีความมันวาวอย่างเมทัลลิก เช่นเดียวกับมือจับประดับเพชรขอบทอง เฟอร์นิเจอร์จาก SB Design Square เหมือนในภาพตัวอย่างด้านบนที่สะกดทุกสายตา และสะท้อนความโก้ได้ดีทีเดียว   ห้องแต่งตัวในฝันสวยงาม สดใส สไตล์ Modern Chic  ใครที่เบื่อห้องแต่งตัวรูปแบบเดิมๆ ลองมาดูเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างสไตล์ Modern Chic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความเก๋ของงาน Design ไว้อย่างลงตัว ซึ่งทริคในการเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันสไตล์นี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสจาก SB Design Square เหมือนดั่งภาพตัวอย่างด้านบนที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชอบอะไรแบบเรียบเก๋ จัดวางตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวให้เต็มผนังด้านใดด้านหนึ่ง เน้นฟังก์ชั่นหลักที่ต้องการมีเพียงตู้เสื้อผ้า โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำบานปิดแต่ติดราวเลียนแบบห้องลองชุดตามร้าน ให้สามารถเลือกเสื้อผ้าและเปลี่ยนได้ทันที พร้อมติดตั้งลิ้นชักสำหรับเก็บเสื้อไว้ตรงกลาง แถมบริเวณใต้ลิ้นชักยังใช้เป็นส่วนจัดเก็บเพิ่มเติมที่น่าจะงอกเงยเพิ่มพูนอย่างมากมายในอนาคตได้อีกด้วย   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Minimal ตกแต่งน้อย แต่มากฟังก์ชั่น มาต่อกันที่สไตล์มินิมอลของสายคลีนกันบ้าง กับไอเดียการแต่งห้องแต่งตัวในฝันด้วยไม้สีอ่อน ดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ ซึ่งเราแนะนำให้เลือกฟังก์ชั่นของตู้ให้ครบกับความต้องการในการใช้งาน ด้วยตู้เสื้อผ้าแนวคิดใหม่รุ่น Wardrobe จาก SB Design Square ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาวมินิมอลได้ดี เพราะสามารถเลือกตู้เสื้อผ้าบานเปิดในห้องนอนให้ลงตัวกับพื้นที่ได้ทั้งแบบลอยตัว และแบบบิลต์อิน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ กับการออกแบบตู้เสื้อผ้าในสไตล์ของคุณเอง แถมยังดีไซน์หน้าบาน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุทีเดียว อาทิ บานไม้, บานกระจก, บานม่าน มีฟังก์ชั่นให้ทุกการเปิดปิดตู้เสื้อผ้า เงียบสนิท นุ่มนวล ลดแรงกระแทก ออปชั่นภายในตู้เสื้อผ้า ปรับเปลี่ยนตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง คุ้มค้าในทุกพื้นที่จัดเก็บ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องแต่งตัวในฝันที่ไม่กินพื้นที่ของห้องมากเกินไปแล้วล่ะ   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Loft  คงปฏิเสธได้ยากจริงๆ สำหรับกระแสเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่มากในปัจจุบัน กับการโชว์ให้เห็นเนื้อแท้สัจจะวัสดุในการตกแต่ง สร้างอารมณ์ดิบเท่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งให้ผิดแปลกไปจากวัสดุดั้งเดิมมากนัก ซึ่งหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์นี้ และฝันอยากมีห้องแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ลอฟท์จาก SB Design Square ที่ใช้ท่อเหล็ก มาสร้างโครงสร้างของห้องแต่งตัว นอกจากความแข็งแรงของวัสดุประเภทท่อ การเลือกทำ Walk-in Closet สไตล์นี้ ยังทำให้ห้องที่ดูแคบโล่งโปร่งขึ้นได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องทำลิ้นชักแบบยึดติดผนัง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เข้ามาเป็นพื้นที่เก็บของได้อย่างกลมกลืนเช่นเดียวกับภาพตัวอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถให้ทีม SB Interior Team ช่วยออกแบบโดยสร้างความเท่กว่าเดิมด้วยการทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ติดรางเพิ่มเติมสำหรับเข้าออก เป็นการสร้างกิมมิกที่ดูสะดุดตาให้กับห้องได้ดีทีเดียว   "ห้องแต่งตัว" ก็เปรียบเสมือนกับการจัดดิสเพลย์ให้กับบ้าน ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำห้องแต่งตัวในฝันตามสไตล์ที่เราชอบ อย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดและการจัดระเบียบเป็นสำคัญ เพราะนอกจากได้ห้องแต่งตัวที่สวยงามน่าใช้งาน ยังสะท้อนตัวตนความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การจัดเรียงเสื้อผ้าตามโทนสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้มากขึ้นด้วยนะ แต่..ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องแต่งตัวในฝันแต่ยังไม่รู้จะแต่งแบบไหน เราขอแนะนำให้คุณพุ่งตัวไปปรึกษาเรื่องการออกแบบ กับทีม SB Interior Team ได้ที่ SB Design Square ทุกสาขา เพราะนอกจากจะมีฝีมือระดับเทพและประสบการณ์ออกแบบห้องสวยได้อย่างใจลูกค้ามานับไม่ถ้วน ทางมัณฑนากรยังเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์คุณภาพ SB โดยที่เราสามารถกำหนดงบประมาณได้อีกด้วย จนเรากล้าการันตีเลยว่า "ไม่ว่าคุณจะอยากอยู่แบบไหน...ก็ได้อยู่แบบนั้น" สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนใจนัดหมายออนไลน์ได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/interior-solution/free-interior-design-service 
ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

“ห้องน้ำก็พังงงงงง แจ้งนิติก็ไม่ส่งช่างมาซ่อมให้สักที” สำหรับผู้ชายคงไม่มีอะไรรำคาญใจไปกว่าการฟังแฟนสาวพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ทุกวัน ปัญหาของผมก็คือแฟนสาวอยากซ่อมแซมห้องน้ำในคอนโดฯ ที่กระเบื้องแตกร้าว เลยอยากได้ความเร็ว จบงานภายใน 1 วัน หรือสามารถเปิดใช้งานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะห้องน้ำมีเพียงห้องเดียวและต้องใช้งานทุกวัน แจ้งให้ช่างนิติเข้ามาซ่อมก็ไม่มาสักที ซึ่งใครก็คงคิดว่าการปูกระเบื้องให้เร็ว จบงานใน 1 วัน นั้นเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ โดยเฉพาะการใช้กาวซีเมนต์ปูทับพื้นเดิม วิธีที่ค่อนข้างนิยมในงานซ่อมหรือรีโนเวทคอนโดที่ไม่สามารถรื้อกระเบื้องเก่าออกได้ง่ายนัก และไม่ต้องการเสียงดังในการก่อสร้าง หรือสร้างฝุ่นให้ต้องเก็บกวาดในภายหลัง ซึ่งต้องรอปูนกาวแห้งอย่างน้อย 1 วัน จึงสามารถเปิดใช้งานได้     แต่วันนี้ผลิตภัณฑ์ Jorakay ที่ผมบังเอิญเจอใน Facebook ทำให้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นของผมหมดไป จากการอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วดูน่าสนใจเพราะช่วยร่นระยะเวลาได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน เลยเข้าไปดูในเว็บไซต์อ่านเรื่อง Express เพิ่มเติมสักหน่อย ก่อนจะตัดสินใจออกไปซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ โดยครั้งนี้ผมลองทำเอง ไม่ต้องจ้างช่างข้างนอกหรือเรียกช่างจากนิติ แฟนจะได้ไม่ต้องบ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ และเฝ้ารอช่างอีกต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผมเลือกใช้ก็คือ “กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส (Express crocodile)”     ทำไมต้อง กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส เพราะ กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส คือผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ชนิดโพลิเมอร์ โมดิฟายด์ แห้งตัวได้เร็ว เน้นการใช้งานง่าย สะดวก เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากซ่อมแซมห้องน้ำ, โชว์รูม, ห้องอาหาร, ล็อปบี้ของโรงแรม, ห้างสรรพสินค้า ที่เป็นงานเร่งด่วนต้องการเปิดใช้งานเร็ว จบงานภายใน 1 วัน เนื่องจากปูนกาวทั่วไปต้องทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง จึงจะยาแนวได้ แต่กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวได้ภายใน 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่ ยิ่งถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เปิดใช้งานได้เร็วขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง ทางแบรนด์จึงแนะนำให้ใช้คู่กันเพื่อให้จบงานได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนและผมได้ตรงจุด     ปูกระเบื้องได้ทุกชนิด ใช้ได้กับกระเบื้องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือพื้น สำหรับขั้นตอนการปูกระเบื้องก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระเบื้อง ซึ่งวันนี้ผมก็นำข้อมูลดีๆ ในการปูกระเบื้องมาฝากด้วยครับ..   เตรียมพื้นผิวก่อนปูกระเบื้อง ขั้นตอนแรกคือควรตรวจสภาพพื้นผิวก่อนปูกระเบื้องว่าต้องไม่ให้มีผลต่อโครงสร้างหลัก พื้นที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด ปราศจากฝุ่น, น้ำมัน, น้ำยาบ่มคอนกรีต, สี, เศษปูน และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่สำคัญก็คือเรื่องของความสะอาด เพราะถ้าเราเตรียมพื้นผิวไม่ดีพออาจจะเกิดปัญหากระเบื้องแตกหรือระเบิดอีกก็เป็นได้ ดังนั้นแนะนำให้ล้างทำความสะอาดพื้นผิวโดยใช้น้ำฉีด ขัดพื้นผิวให้สะอาด และกวาดน้ำที่ขังบนพื้นผิวให้หมดก่อนที่ใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส ที่เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ที่ต้องการใช้พื้นที่ด่วน เพราะยืดหยุ่นตัวสูง แห้งเร็วพิเศษ ใช้งานได้ทันใจและจะเพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์จระเข้มากยิ่งขึ้นก็ควรจะใช้กาวยาแนวที่เหมาะสมกันอย่างยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน   อัตราส่วนผสมหลัก ใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส 20 กิโลกรัม ต่อน้ำ 4.6 ลิตร หรือ ปูน 3 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร     ผสมอย่างมืออาชีพ เทปูนกาวซีเมนต์ลงในน้ำในขณะที่เปิดเครื่องผสม รอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที จะผสมให้เข้ากันดี หลังจากผสมแล้วควรใช้งานให้หมดภายใน 20-30 นาที โดยขึ้นกับอุณหภูมินะครับ และไม่ควรเติมน้ำหรือกาวซีเมนต์ลงไปอีกหลังจากเคมีบ่มตัวแล้ว     ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี 1. ควรใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นหรือผนังที่ต้องการปูกระเบื้อง ให้เพียงพอสำหรับกระเบื้องที่จะใช้ปูแต่ละครั้ง     2. ใช้ด้านหวีปาดเป็นร่องให้ทั่ว และครูดให้เป็นรอยทาง ตามตารางการใช้งาน เพราะจะทำให้กระเบื้องยึดเกาะและไม่มีช่องว่างโพรงอากาศเหลืออยู่     3. นำกระเบื้องปูบนกาวซีเมนต์ เคาะกระเบื้องให้ติดแน่นกับกาวซีเมนต์ กดกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ควรแน่ใจว่าหลังกระเบื้องสัมผัสกับกาวซีเมนต์เต็มแผ่น     4. สามารถจัดกระเบื้องแต่ละแผ่นให้ตรงแนวตามต้องการภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ก่อนกาวปูกระเบื้องจะแห้งสนิทและไม่ควรจัดหรือเคาะกระเบื้องอีกเมื่อเลยเวลาดังกล่าว ซึ่งกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวกระเบื้องได้ภายใน 2 ชั่วโมง     5. ในกรณีต้องการเปิดพื้นที่อย่างเร่งด่วนควรยาแนวร่องกระเบื้องด้วยยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส (Fast Setting) เท่านั้น     สรุปว่า กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวสูง เมื่อใช้เกรียงหวีลากปูนกาว และนำแผ่นกระเบื้องวางทับบนปูนกาว กระเบื้องจะไม่ไหลตัวหรือหลุดออกจากผนังเลย ปูนกาวยึดเกาะเร็ว แถมยังแห้งเร็วพิเศษสำหรับงานเร่งด่วนจริงๆ อีกทั้งช่างปูยังมีเวลาปรับแก้ระดับกระเบื้องได้ ลดงานซ่อมที่ต้องเลาะกระเบื้องเนื่องจากปูที่ไม่ได้ระดับ โดยรวมแล้วรู้สึกว่าช่างสามารถทำงานง่ายและสะดวก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ เพราะงานเสร็จไวไม่ยืดเยื้อ ที่สำคัญเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้งานเสร็จเร็วขึ้นตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้เลยครับ ซึ่งก็ถือว่าประทับใจผมกับแฟนมากทีเดียว เพราะสามารถเปิดใช้ห้องน้ำได้ตามปกติ ภายใน 1 วัน (ไม่รวมการปรับหรือเตรียมพื้นที่) ไม่ต้องฟังแฟนบ่นอีกต่อไป แบบนี้เอาคะแนนความพึงพอใจจากผมไปเลย 10 เต็ม 10!     สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2IRkTgg หรือ www.facebook.com/jorakaypage
อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ

อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ

  เข้าหน้าร้อนทีไรมีอันต้องอยู่บ้านอย่างไม่เป็นสุข  กระสับกระส่ายเพราะอากาศร้อน จะเปิดแอร์ก็เกรงใจบิลค่าไฟ คิดอยากจะออกไปตากแอร์ในห้างสรรพสินค้า คนก็แห่กันไปนั่งจนคนแทบจะล้นห้าง แล้วจะทำอย่างไรให้ “บ้าน” ที่เราอยู่มีบรรยากาศของความเย็นสบายโดยไม่ต้องหนีไปพึ่งความเย็นนอกบ้าน   “ยิปซัม ตราช้าง” มีไอเดียมาแนะนำเพื่อแต่งบ้านรับหน้าร้อนสำหรับเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกสามารถติดตั้งได้เองง่ายๆ  นอกจากทำให้บ้านเย็นสบายบ้านยังสวยใสท้าท้ายรับซัมเมอร์ เพียงสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ยังช่วยลดความร้อนของภายในบ้าน ด้วยฝ้าเพดานซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญที่จะช่วยให้คุณทำตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช ตราช้าง ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน มีแผ่นสะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 86% ไม่แอ่นตัว เหมาะกับบ้าน และอาคารที่อยู่อาศัย สะดวกและรวดเร็วในการติดตั้งบริเวณเพดานขอบมุมห้อง หรือเจาะผ่านช่องดาวน์ไลน์ โดยใช้คัดเตอร์ขนาดใหญ่ เแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ นวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับบ้านในเมืองไทยที่ถือเป็นประเทศเขตร้อน  นอกจากนี้ยังเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย หมดปัญหาเรื่องคราบสกปรกปลอดฝุ่น ไม่มีฝุ่นผงของเส้นใยไฟเบอร์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และปลอดภัยด้วยคุณสมบัติกระดาษที่ติดกับเนื้อยิปซัมไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่ผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ทั้งทนอากาศชื้น และทนความร้อน   เรายังสามารถสร้างบรรยากาศความสดใสและทำให้ซัมเมอร์นี้ไม่น่าเบื่อ สามารถมิกซ์แอนด์แมชให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณต้องการได้ เพราะแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช (PaperTouch) ตราช้าง มีดีไซน์การออกแบบสวยงาม  ทั้งลายร่มไม้ (Shade Tree) สีเขียวสดใส ลายฟ้าใส 2 (Bright Sky2) สีของท้องฟ้าสวย ลายดอกไม้ทั้ง ลายลีลาวดี ลายผกามาศ พวงผกา ไอศวรรย์ นวลจันทร์ พลอยชมพู ดอกแก้ว ชวนชม หยาดเพชร และอีกมากมาย สามารถตกแต่งห้องโปรดของคุณได้หลากสไตล์     เจ้าของบ้านที่สนใจจะเปลี่ยนบ้านรับหน้าร้อน “ยิปซัม ตราช้าง” จัดโปรโมชั่นพิเศษคืนกำไรช่างผู้รับเหมาและเจ้าของบ้าน เพียงซื้อแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช จาก“ยิปซัม ตราช้าง” จำนวน 20 กล่อง รับทันทีเสื้อยืดคอกลม 1 ตัว เริ่มสะสมให้ครบ 3 สี 3 แบบ ได้ตั้งแต่วันนี้ – หรือจนกว่าของแถมจะหมด ณ ร้านยิปซัมเอ็กซ์เพรส  ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี  และร้านขายวัสดุก่อสร้างระดับชั้นนำทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH”  
แต่งครัวให้สวยด้วยตู้และชั้นเก็บของ

แต่งครัวให้สวยด้วยตู้และชั้นเก็บของ

ห้องครัว ถือเป็นห้องที่หลายบ้านให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ หลายคนจึงค้นหาทุกรายละเอียดแบบใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ วัสดุ หรือฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งาน นอกจากดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นโดนใจ อีกหนึ่งความ “ใช่” ของห้องครัวในบ้านเราก็คือคุณสมบัติของ “พื้นที่เก็บของ” ที่ใครก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสำคัญ โดยหัวใจหลักของพื้นที่เก็บของนั้นก็คือการจัดการกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งต้องคำนึงถึงการใช้งานให้เจ้าของบ้านสามารถหยิบจับได้อย่างสะดวกง่ายดาย หากคุณเป็นแม่บ้านพ่อบ้านที่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่อยู่ในห้องครัวประกอบอาหารหรือทำขนม มักประสบปัญหากับการหาข้าวของเครื่องใช้ไม่เจอใช่ไหมคะ ครั้นจะซื้อตู้เก็บของมาไว้ในห้องก็คงจะดูธรรมดาเกินไป ผู้เขียนมีไอเดียการแต่งห้องครัวให้สวยด้วยชั้นหรือตู้เก็บของหลากหลายรูปแบบ ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ห้องครัวของคุณผู้อ่านดูสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และน่าใช้งานมากขึ้น 1. บันไดวิเศษ ถ้าห้องครัวของคุณผู้อ่านมีตู้ลอยที่อยู่สูงติดเพดาน ครั้นจะนำสิ่งของภายในมาใช้ก็คงจะลำบากไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองทำบันไดรางเลื่อนเพื่อเป็นตัวช่วยในการหยิบจับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่อยู่ภายในนั้น ให้สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มจุดเด่นให้แก่ห้องครัวอีกด้วยค่ะ 2. ดิบ เท่ สไตล์เรา หากคุณผู้อ่านอยากแต่งห้องครัวให้ดูเท่อย่างมีสไตล์นั้น การดีไซน์ชั้นเก็บของด้วยการก่อปูนเปลือยก็ช่วยเสริมให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นมาง่ายๆ ทั้งนี้ยังควรคำนึงถึงสัดส่วนของขนาดช่องให้พอดีกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น อาทิ ไมโครเวฟ ตู้เย็น และเตาอบขนมด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ห้องครัวของคุณผู้อ่านก็ดูสวยงามและลงตัวแล้วค่ะ 3. บิลต์อินแสนสวย อุปกรณ์ที่ใช้งานภายในครัวจำพวกจาน ชาม แก้วน้ำ หรือของใช้ต่างๆ ถ้าวางอยู่บนชั้นธรรมดาก็มักมีปัญหาฝุ่นเกาะทำให้คุณผู้อ่านไม่สบายใจใช่ไหมคะ ผู้เขียนแนะนำให้บิลต์อินตู้เก็บของแบบมีหน้าบานเปิดปิดเพื่อช่วยป้องกันฝุ่นและแมลงต่างๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยปัดความรำคาญใจออกไป ทั้งยังทำให้ห้องครัวของคุณผู้อ่านดูสวยงามและเรียบร้อยอีกด้วย 4. เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยฟังก์ชั่น ใครว่าการตกแต่งครัวให้สวยด้วยตู้เก็บของต้องออกแบบให้เป็นตู้ลอยเสมอไป การผสมผสานระหว่างชั้นวางของก็ช่วยทำให้ห้องครัวดูเก๋ไก๋ไม่ใช่น้อย ทั้งนี้ควรคำนึงถึงระดับความสูงของคนในบ้าน ติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่พอดี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการหยิบจับข้าวของเครื่องใช้ภายในครัวได้อย่างง่ายดาย 5. ห้องใต้บันไดก็อย่าปล่อยให้ว่างเปล่า สำหรับบ้านไหนที่ส่วนครัวอยู่ใกล้กับพื้นที่ใต้บันได ที่มักถูกมองข้าม และถูกออกแบบให้เป็นห้องเก็บของทั่วไปก็ดูธรรมดาไปใช่ไหมล่ะคะ? หากวัสดุ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนของคุณมีเยอะมากมาย จะวางไว้ในครัวก็กลัวแน่น ไม่สวยงาม แนะนำให้เปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดธรรมดาให้กลายเป็นห้องเก็บวัสดุอุปรณ์ครัวแทน เพียงแค่ติดตั้งชั้นวางของไว้ด้านใน หรือวางเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ, ตู้ เท่านี้ก็สามารถนำของใช้ในครัวไปเก็บให้เป็นระเบียบได้แล้วค่ะ แถมยังไม่รกสายตา และหยิบจับได้สะดวกอีกด้วย
แต่งคอนโดเล็กๆ ของคนงบน้อยให้น่าอยู่ แถมมีพื้นที่เก็บของเยอะ

แต่งคอนโดเล็กๆ ของคนงบน้อยให้น่าอยู่ แถมมีพื้นที่เก็บของเยอะ

ในยุคที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ที่อยู่อาศัยในรูปแบบของ “คอนโดมิเนียม” จึงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของผู้คนทั่วไป เหตุผลหลักนอกจากจะตั้งอยู่ในทำเลทองซึ่งมักอยู่ติดกับถนนสายหลักที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและประหยัดเวลาแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังสามารถออกแบบและตกแต่งห้องให้สวยงามในสไตล์ตัวเองได้ดั่งใจ แม้พื้นที่ห้องจะมีขนาดจำกัดแค่ไหน แต่ก็ยังสามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นที่ผสานพื้นที่พักผ่อนกับพื้นที่เก็บของเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว และหากคุณตัดสินใจจะซื้อคอนโดฯ ขนาดเล็กไว้สักห้องหนึ่ง นอกจากการคำนึงถึงรูปแบบของพื้นที่ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ดีจะต้องแข็งแรง ทนทาน สวยงามและใช้งานได้หลากหลาย วันนี้ Review Your Living จึงขอเสนอไอเดียหลักเพื่อช่วยคุณในการจัดสรรพื้นที่เล็กๆ ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการตกแต่งสเปซภายในให้ลงตัวพร้อมอยู่ได้ทันทีมาฝาก ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ Bricko Collection จาก Koncept Furniture ด้วยไอเดียการผสาน Style & Function ไว้ด้วยกัน นอกจากจะได้ความสวย เท่ แล้ว ยังใช้งานได้จริงอย่างแน่นอน จุดเด่นของ Bricko Collection คือเฟอร์นิเจอร์ที่ยืดขนาดพื้นที่ความสุขในคอนโดได้มากขึ้น ด้วยการออกแบบสินค้าทุกชิ้นให้เข้ากับพื้นที่ใช้สอยทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ที่สำคัญคือมีขนาดกะทัดรัด เว้นขอบบัว ลงตัวง่ายแม้คอนโดเล็กๆ ซึ่งก็ทำให้ห้องสวยพร้อมตอบโจทย์สไตล์โมเดิร์น ทันสมัย แต่งสวยได้ทุกห้อง เพราะครบครันไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องทานข้าว ซึ่งเทรนด์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คือการตกแต่งในสไตล์ LOFT ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นการโชว์พื้นผิว เช่น ปูนเปลือย อิฐ โครงเหล็ก รวมไปถึงการเดินสายไฟต่างๆ แต่ในบางครั้งโครงสร้างของที่อยู่อาศัย ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราเสมอไป ดังนั้นวิธีแก้คือการหันมาโฟกัสที่เฟอร์นิเจอร์ แทนการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างของตัวอาคาร ด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ LOFT ที่นำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ...     LIVING ROOM  มาเริ่มกันที่มุมแรกกับเป็นมุมรับแขก ในที่นี้ขอแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ มุมโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กับมุมโซฟา  เริ่มกันที่มุมโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ประกอบไปด้วยชั้นวางทีวี (ที่ดีไซน์ให้เป็นตู้เก็บรองเท้าไปด้วยในตัว) และชั้นแขวนด้านบน ที่มีดีไซน์ครอบเบรกเกอร์ ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้พื้นที่ผนังได้อย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ชีวิตคอนโดถึงแม้จะพื้นที่น้อย ก็มีห้องสวยคุมโทนได้ ชุดวางทีวี บริคโก้ สไตล์ลอฟท์ (Bricko Loft Style) ขนาด 120 x 30 x 230 ซม. สีออทัมบราวน์ ตัด เกรย์โต้ ชั้นวางทีวีด้านบนเป็นชั้นแขวนมีรูร้อยสายไฟ พร้อมด้วยฟังก์ชั่นตู้เก็บของด้านล่างเป็นชั้นวางรองเท้า สามารถวางรองเท้าได้ 16-24 คู่ พร้อมรูระบายอากาศด้านหลัง 4 ช่อง ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บพื้นที่จัดเก็บได้มากขึ้น อีกด้านคือโซฟา มุมพักผ่อนเล็กๆ ที่เอาไว้เอนกาย เหยียดขา เมื่อคุณกลับมาถึงห้อง ซึ่งในมุมนี้ Bricko มีการดีไซน์ที่ผสานความจำเป็นในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็น โซฟา ชั้นเก็บของ และโต๊ะทำงาน  พร้อมฟังก์ชั่นการจัดเก็บมากมาย เช่น โซฟามีช่องเก็บของหน้าบานสไลด์ไว้ด้านล่าง โต๊ะทำงานมีรูร้อยสายไฟเพื่อความเป็นระเบียบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังคงความ Loft ไว้ได้อย่างลงตัว กล่องแขวนด้านบนเพิ่มพื่จัดเก็บมากขึ้น ซึ่งมีขนาดกว้าง 160 x ยาว 30 x สูง 60 ซม. เจาะยึดผนังแขวนด้วยไม้ก้อน มีบานเปิดด้วยกัน 4 บาน  ภายในแบ่งเป็นชั้นวางของ 2 ชั้น 8 ช่อง โดยแต่ละชั้นสามารถรองรับน้ำหนักในการวางของได้ 5 กิโลกรัม และยังสามารถเลื่อนปรับระดับได้อีกด้วย โซฟาบริคโก้ ขนาดกว้าง 160 x ยาว 100 x  สูง 90 ซม. โครงสร้างทำมาจากไม้สีโซลิดโอ๊ค ซึ่งเป็นสีไม้อ่อนที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติของสีไม้ มีเบาะรองหนา 13 ซม. เป็นเบาะที่ห่อหุ้มด้วยผ้า นุ่มสบาย นอกจากนั้นยังสามารถถอดซักแห้งทำความสะอาดได้อีกด้วย ด้านบนของโซฟาเป็นพื้นปิดผิวสีเดนิม และช่องริมสุดเป็นช่องวางสำหรับวางของอื่นๆ ความพิเศษของโซฟาบริคโก้ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะด้านล่างของโซฟาเป็นหน้าบานสไลด์ สำหรับเก็บของ 2 บาน มีความลึก 70 ซม. เราสามารถเก็บของได้ไว้ในใต้โซฟานี้ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า, กล่องใส่ของ, หนังสือ หรือจิปาถะอื่นๆ ชั้นแขวนบริคโก้ ขนาดกว้าง 160 x ยาว 20 x สูง 60 ซม. มีส่วนประกอบหลักเป็นเหล็กสีดำ เพิ่มความดิบในแนวสไตล์ลอฟท์มากขึ้น โดยแบ่งชั้นวางของ 4 ชั้น สามารถวางของโชว์ ตุ๊กตา ต้นไม้เล็ก หรืออื่นๆ พร้อมด้วยกล่องแขวนขนาดกว้าง 160 x ยาว 30 x สูง 60 ซม. เจาะยึดผนังแขวนด้วยไม้ก้อน มีบานเปิดด้วยกัน 4 บาน  ภายในแบ่งเป็นชั้นวางของ 2 ชั้น  8 ช่อง ซึ่งแต่ละชั้นสามารถรองรับน้ำหนักในการวางของได้ถึง 5 กิโลกรัม และยังสามารถเลื่อนปรับระดับได้อีกด้วย BEDROOM  ห้องนอน จุดเด่นคือชั้นและตู้เก็บของบริเวณหัวเตียงที่ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งาน โดยตัวเตียงจะมีลิ้นชักเก็บของบริเวณด้านข้าง ที่สำคัญคือสามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งซ้ายหรือขวาตามความชอบ ในส่วนของดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะมีการหยิบเอาลูกเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์ลอฟท์อย่าง “ปูนเปลือย” มาดีไซน์เป็นหน้าบานลิ้นชักตัดกับโทนสีน้ำตาลเข้มและพื้นผิวของวัสดุในบริเวณอื่น ทำให้สไตล์ลอฟท์ในห้องนอนนี้ ดูโดดเด่นมากขึ้น “ชุดห้องนอนบริคโก้  (Bricko Bedroom Set 6 ชิ้น)” ที่มาพร้อมเตียงนอน 5 ฟุต ขนาดกว้าง 160 x  ยาว 220 x  สูง 90 ซม. โดยโครงสร้างทำมาจากไม้สีออทัมน์ บราวน์ ซึ่งเป็นสีไม้เข้มที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติของสีไม้ ส่วนเรื่องรองรับน้ำหนักไม่มีปัญหาเลยค่ะ ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะตัวเล็กตัวใหญ่ก็สามารถนอนได้สบาย เพราะสามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 800 กิโลกรัมเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับเรามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวเตียง ที่ปิดผิวด้วยสีเกรย์โต้ ซึ่งเป็นวัสดุปิดผิวสีใหม่ให้ดูคล้ายเหมือนสีปูนเปลือย ซึ่งเป็นสีประจำในแนวสไตล์ลอฟท์ และมีช่องว่างเปล่าๆ อีก 1 ช่องริมสุด ซึ่งเราสามารถวางวางไอแพด วางมือถือได้สะดวกเมื่อตอนเวลาเรานอนอีกด้วย ฟังก์ชั่นของเตียงรุ่นบริคโก้ยังมีความพิเศษอีกอย่างนั่นคือใต้เตียงเป็นลิ้นชัก 2 ช่อง ที่เราสามารถดึงเข้าดึงออก เอาไว้ใส่สิ่งของต่างๆ ได้สารพัดไม่ว่าจะเป็นหนังสือ กล่อง รูปภาพ และอื่นตามแต่ใจ ถือว่าเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับห้องมากยิ่งขึ้น ในส่วนบริเวณด้านข้างนั้นยังมีตู้ข้างเตียง ขนาดกว้าง 160 x  ยาว 220 x  สูง 90 ซม. มีช่องใส่ของด้านบน ถัดลงมาเป็นลิ้นชักเก็บของ ส่วนด้านล่างก็เป็นช่างวางของขนาดใหญ่ ไม่มีผนังหลังสะดวกในการใช้ปลั๊กไฟหรือจะวางหนังสือซ้อนกันเป็นชั้นๆ ก็สะดวกสบายแบบสุดๆ มาพร้อมกับกล่องแขวนด้านบน กว้าง 30 x ยาว 30 x สูง 60 ซม. เป็นชั้นวางของ 2 ชั้น สามารถเลื่อนปรับระดับได้ และชั้นวางของขนาด กว้าง 30 x ยาว 20 x สูง 80 ซม.ที่จะเราสามารถวางของได้สารพัดนึกเลยค่ะ ถัดมาเป็นพื้นที่บริเวณปลายเตียง ซึ่งขอเรียกรวมๆ ว่าเป็นมุมจัดเก็บสำหรับห้องนอน เพราะเฟอร์นิเจอร์ในมุมนี้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้านั้น จะเน้นการดีไซน์ที่โดดเด่นเรื่องฟังก์ชั่นการจัดเก็บที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ใช้ได้จัดเก็บเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกายอื่นๆ ในคอนโดของคุณ ให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เรื่องแต่งตัวก็เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับคนที่ชอบรักการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจ ก็ต้องอยากมีไว้ภายในห้อง เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นชุดบริคโกก็จัดหนักจัดเต็มออกแบบมาตอบสนองความต้องการด้วย “โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนรุ่นบริคโก้” เหมาะสำหรับคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด โดยโครงสร้างเป็นไม้สีออทัมน์ บราวน์ ซึ่งเป็นสีไม้เข้มที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติของสีไม้ได้เป็นอย่างดี ด้านบนเป็นกระจกบานใหญ่เอาไว้สำส่องสำหรับแต่งตัว แถมยังมีตะขอแขวนตรงด้านข้าง 2 ตะขอ เราสามารถใช้ไว้สำหรับแขวนสร้อยคอ กุญแจ นาฬิกา ก็ง่ายสะดวกสบาย มีชั้นวางของตรงใต้กระจกสามารถวางของเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง น้ำหอม หรืออื่นๆ ส่วนด้านล่างนั้นเป็นราวแขวนผ้า เราสามารถแขวนกางเกง ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า ได้ที่ราวแขวนนี้เลย ก้มลงไปหยิบได้สะดวก แถมด้านหลังไม่มีผนังหลัง เปิดโล่ง เพิ่มความสะดวกในการใช้ปลั๊กไฟ และยังดีไซน์เข้ามุมหลบบัวด้านหลังเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์มากยิ่งขึ้น DINING CORNER มุมเล็กๆที่คุณสามารถเอาไว้นั่งชิลกับทุกมื้ออาหารของคุณ ตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วย ชุดโต๊ะอาหาร Bricko ที่มีดีไซน์กระทัดรัด สวย จบในเซตเดียว ทั้งลิ้นชักเก็บของด้านข้าง สำหรับเก็บอุปกรณ์ของใช้ กล่องแขวนติดผนังด้านบน และชั้นวางของอเนกประสงค์ สำหรับใช้จัดเก็บหรือวางของตกแต่ง...เรียกได้ว่าสวยเต็มสไตล์เหมาะสำหรับชาวคอนโดอย่างแท้จริง ชุดโต๊ะอาหาร บริคโก้ สไตล์ลอฟท์ (Bricko Loft Style) สีออทัมบราวน์ ตัดสีเกรย์โต้ ประกอบด้วย โต๊ะ 100 ซม., ชั้นแขวน 20 ซม., ชั้นแขวน 80 ซม. และ กล่องแขวน 100 ซม. ทั้งหมดจำนวน 4 ชิ้น โต๊ะอาหารที่พร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นมากมาย โต๊ะเพิ่มความเท่บ่งบอกสไตล์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยส่วนประกอบเหล็กสีดำ 1 ด้าน มีหน้าบานลิ้นชัก เปิดเก็บของด้านใน 2 ชั้น มือจับเป็นเหล็กสีดำ ดีไซน์หลบบัวบ้านด้านหลังเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้สอยได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสินค้าชุดนี้เหมาะสำหรับผนังที่มีความสูง 240 ซม. เป็นต้นไป และจำเป็นต้องยึดเกาะผนังด้วยนะคะ ถ้าใครที่ชื่นชอบในสไตล์การตกแต่งห้องแนวลอฟท์ และกำลังหาเฟอร์นิเจอร์ไปจัดวาง โดยเฉพาะห้องขนาดพื้นที่จำกัดที่เน้นประหยัดพื้นที่ แต่ก็ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน  เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่จาก Koncept Furniture ก็นับว่าน่าสนใจและถูกออกแบบมาเพื่อพื้นที่เล็ก เอาใจสาวกลอฟท์ที่อยากแต่งห้องสวย เท่ แต่มีขนาดจำกัดได้เป็นอย่างดี เพราะ  “Bricko Style for Condo” เผยเสน่ห์ดิบเท่ด้วยงานดีไซน์เรียบง่าย ผสานหลากวัสดุ ใช้พื้นที่จัดวางน้อยแต่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มาก นอกจากนี้ยังมีมัณฑนากรหรือเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบตกแต่งห้องประจำแต่ละสาขาด้วย เพียงคุณมีแปลนห้องและรายละเอียดขนาดห้องต่างๆ ก็สามารถปรึกษาและรับการออกแบบได้ฟรี! จะวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่สนใจ ตรงไหน ห้องไหน ยังไงดี ก็ลองไปปรึกษาดูนะคะ ถือว่าครบชุดและคุ้มค่ากับราคาจริงๆ ค่ะ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกมาแนะนำในวันนี้ เพราะนอกจากจะตกแต่งได้ง่าย เลือกขนาดได้ตามใจ สามารถประกอบเข้าชุดกับตัวอื่นๆ ในคอลเลคชั่นเดียวกันได้อย่างสะดวก รวดเร็วแล้ว ยังมีความสวยเท่ ทันสมัย และมีสไตล์ในแบบลอฟท์ได้ดีทีเดียว หากอยากรู้จักเฟอร์นิเจอร์ Bricko Collection มากขึ้น หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://goo.gl/75Ljpv
ไอเดียแต่งห้องน้ำให้ดิบ เท่ อย่างมีสไตล์

ไอเดียแต่งห้องน้ำให้ดิบ เท่ อย่างมีสไตล์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ห้องน้ำ” เป็นอีกห้องหนึ่งในบ้านที่เราต่างใช้เวลาผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆ ของบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกดีเสมอ ช่วยสร้างความสุขให้ผู้ใช้ได้แม้ในระยะเวลาไม่นานนักก็ตาม และจากความสำคัญของห้องน้ำที่มีมากมายขนาดนี้ ทำให้ปัจจุบันผู้คนจึงให้ความใส่ใจ และพิถีพิถันในการออกแบบห้องน้ำให้สวยงามหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีสัน การจัดวางตกแต่งสิ่งของ หรือแม้แต่การเลือกสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ประโยชน์จากห้องน้ำได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น หลายๆ บ้านมักตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยการทาสี หรือกรุกระเบื้องให้สวยงามอลังการ แต่หากคุณกำลังรู้สึกเบื่อกับการตกแต่งห้องน้ำในรูปแบบเดิมๆ ลองฉีกความจำเจในรูปแบบเท่ๆ อย่างห้องน้ำปูนเปลือยซึ่งดูเรียบง่าย โชว์เนื้อแท้ของวัสดุไม่ว่าจะเป็นผนัง พื้น หรือแม้แต่เคาน์เตอร์ก็สามารถสวยเท่แบบดิบๆ ได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้ลองขัดเงาแล้วก็ยังเพิ่มความสวยงามและเต็มไปด้วยลูกเล่นได้อีกด้วย   1. ลอฟต์มีลวดลาย  ใครที่อยากให้ห้องน้ำดูดิบ เท่ แต่แฝงไปด้วยความงามนั้น สามารถสร้างลวดลายโดยใช้โมเสกมาตกแต่งที่พื้นและผนังได้นะคะ เพราะนอกจากจะสร้างจุดสนใจแล้ว ยังช่วยให้การทำความสะอาดห้องน้ำง่ายขึ้นอีกด้วย และความละเอียดของโมเสกนั้นก็ช่วยดึงดูดสายตาเกิดเป็นลวดลายต่างๆ ได้อีกมากมายเช่นกัน แนะนำให้เลือกโมเสกโทนสีเรียบๆ เช่น สีขาวดำ หรือเทา เพื่อความกลมกลืนกับวัสดุหลักภายในห้องอย่างปูนเปลือย เป็นต้น   2. เรียบ..โล่ง..ลอฟต์ อย่างที่ทราบกันดีว่าเสน่ห์ของห้องน้ำสไตล์นี้ไม่จำเป็นว่าต้องแต่งด้วยผนังหรือพื้นปูนเปลือยทั่วไปทั้งห้อง อาจจะเลือกแต่งแค่บางจุดเพื่อเพิ่มความมีมิติและสร้างความโดดเด่นให้แก่ห้องด้วยการเลือกใช้พื้นกระเบื้องคนละสี เพื่อความโดดเด่น หรือบ่งบอกพื้นที่ใช้งานบางส่วน เช่น ส่วนเปียกใช้กระเบื้องกันลื่นลายไม้ ส่วนแห้งนั้นอาจจะใช้กระเบื้องลายปูนเปลือยสีเทาเรียบๆ เพื่อคุมโทนสไตล์ลอฟต์ เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มความสวยงามให้กับห้องได้แล้ว   3. ดิบ เท่ ลงตัว หากคุณอยากให้ห้องน้ำดูดิบเท่ในทุกๆ สัมผัสนั้น การเลือกปูนขัดมันที่ผนังและพื้นเพื่อเผยให้เห็นลวดลายและสีธรรมชาติของปูนก็ดูดีไม่ใช่น้อย อีกทั้งยังเติมความเท่เข้าไปอีกนิดด้วยการเปลือยฝ้าเพดานเพื่อโชว์ท่อเหล็กสายไฟในสไตล์ลอฟต์ และเพิ่มความเก๋ด้วยการบิลต์อินเคาน์เตอร์วางอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวที่อยู่ลอยจากพื้นเล็กน้อย หรือจะเพิ่มกลิ่นอายสไตล์รีสอร์ทด้วยการกรุกระจกที่ผนังฝั่งหนึ่ง ให้อารมณ์ Sexy เล็กๆ ก็ไม่เลวนะคะ   4. สไตล์ใครสไตล์มัน บางทีห้องน้ำที่ดู ดิบ เท่ สวยงามก็ไม่จำเป็นจะต้องเน้นด้วยการโชว์เนื้อแท้ของวัสดุเสมอไปนะคะ หากอยากเบรคความแข็งของวัสดุจำพวก ปูนเปลือยและเหล็ก การหาสิ่งของมาประดับ เช่น กรอบรูปไม้มาตกแต่งให้ไปในทิศทางเดียวกัน ก็ช่วยให้ห้องน้ำดูดีมีสไตล์ในแบบฉบับของคุณเอง แถมยังสวยงามไม่ซ้ำใครอีกด้วย   อย่าลืมว่า “ห้องน้ำ” นั้นเป็นอีกส่วนสำคัญในบ้านที่ต้องการความใส่ใจไม่แพ้ห้องอื่นๆ เลยนะคะ ซึ่งนอกจากการตกแต่งให้สวยงามในสไตล์ ดิบ เท่ แล้ว การทำความสะอาดให้ใหม่เอี่ยม ไร้คราบก็เป็นอีกอย่างที่จำเป็นไม่แพ้กัน      
ชวนจัดดอกไม้แห้งเองง่ายๆ แต่งบ้านได้ด้วย!

ชวนจัดดอกไม้แห้งเองง่ายๆ แต่งบ้านได้ด้วย!

เบื่อกับการแต่งบ้านแบบเดิมๆ ไหมคะ? ใครที่ชอบใช้ดอกไม้สดประดับประดาตามมุมต่างๆ อยู่เป็นประจำก็คงประสบปัญหาเมื่อถึงเวลาแห้งเหี่ยวก็ต้องโยนทิ้งไป จะใช้ดอกไม้ปลอมก็ไม่ดูสวยงามสักเท่าไหร่ จะทำดอกไม้แห้งเก็บไว้เองก็กลัวเสียรูปทรง วันนี้ทีมงาน Review Your Living หาทางออกมาให้คุณแล้วค่ะ เพราะเราจะชวนคุณมาจัดดอกไม้ด้วยตัวเองกับ Flower Kits ผลิตภัณฑ์จากร้าน Flower in hand by P ที่ดีไซน์กล่องไม้ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมอุปกรณ์และดอกไม้ให้ทุกคนสนุกกับการจัดดอกไม้ผ่านการ D.I.Y จากฝีมือคุณเอง ซึ่งดอกไม้ที่ทางร้านเลือกมาในกล่องนั้นได้ผสม preserve flower สามารถเก็บแห้งและเก็บได้นานจริงๆ ค่ะ ส่วนการนำไปใช้นั้นก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจส่วนตัวเลยค่ะ จะทำเป็น Wreath ห้อยประดับตกแต่งบ้านหรือประตูก็เก๋ไม่ซ้ำใคร หรือจะทำให้เป็นของขวัญคนพิเศษก็น่ารักไม่เบาค่ะ ไม่เชื่อลองดูคลิปวิดิโอที่เรานำมาฝากกันเลย     DIY เสร็จแล้วก็เก็บใส่กล่องเอาไปเป็นของขวัญให้เพื่อนก็เก๋ดีนะ   เห็นคลิปวิดิโอขั้นตอนการทำกันไปแล้ว สำหรับใครที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ @flower_inhand หรือ www.facebook.com/flowerinhandbyp ได้เลยค่ะ :)
ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ

ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ

ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ คอนโดหรืออพาร์ทเม้นต์ที่คุณอาศัยอยู่อาจถูกมองข้ามพื้นที่เล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ระเบียงห้อง’ คุณอาจจะออกไปยืนมองวิวทิวทัศน์ หรือสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อยๆ แต่ใครจะรู้ว่าพื้นที่เล็กๆ นี้ สามารถตกแต่งได้เองไม่ต้องยุ่งยาก วันนี้เอง reviewyourliving มี ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ เนรมิตระเบียงธรรมดาให้เป็นมุมโปรดของคุณได้ ลองทำตามกันได้เลยค่ะ 1.เก้าอี้พับเก็บได้ มองหาเก้าอี้พับได้หรือโต๊ะเล็กๆ มาวาง เพื่อให้พับเก็บได้ง่าย สำหรับคนที่ไม่อยากให้ระเบียงดูรกเกะกะ เอาออกมากางในวันที่อากาศดีๆ รับรองว่าได้นั่งคุยกับเพื่อนหรือคนรู้ใจได้ยาวๆ ถ้ายิ่งอากาศดีเป็นใจแล้วละก็ ฟินอย่าบอกใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Věra Kořistková ออกมานั่งรับลม รับแสงแดดยามเช้า เพื่อให้คุณรู้สึกสดชื่นตลอดทั้งวันได้ง่ายๆ เพียงแค่หาเก้าอี้ไม้ และหาเบาะมารองนั่ง แนะนำให้เบาะเก็บเข้าที่ร่มเมื่อไม่ได้ใช้ เพื่อป้องกันน้ำฝน ที่อาจมาโดนเบาะรองนั่งของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : IKEA USA ถ้าอยากตกแต่งแบบคุมโทนหน่อย เลือกเป็นสีเดียวโมโนโทนเซตเดียวกันทั้งโต๊ะและเก้าอี้ อย่างเช่น เซตโต๊ะเก้าอี้วัสดุไม้ทั้งหมด แล้วหาต้นไม้มาวางประดับสักหน่อยก็จะสวยเท่ไปอีกแบบค่ะ 2.ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เติมออกซิเจนด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ห้องของคุณสดชื่นขึ้น สีเขียวของต้นไม้จะทำให้คุณผ่อนคลาย แถมยังปลูกเองได้ง่ายสุดๆ เพียงเลือกต้นไม้ที่ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : na-alsayed.tumblr.com บางคนชอบไม้ดอก บางคนชอบไม้ประดับ เลือกพันธุ์ไม้ที่ชอบแล้วก็ลงมือตกแต่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ แต่อย่าเผลอให้บริเวณระเบียงนี้ดูรกจนเกินไปนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : plus.google.com ยิ่งถ้ามีพื้นที่ระเบียงจำกัด กลัวว่าวางต้นไม้จะเปลืองพื้นที่ ขอแนะนำให้ปลูกต้นไม้บนกำแพงหรือปลูกต้นไม้แนวตั้ง จากกำแพงโล่งๆ ธรรมดา จะดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที   ขอบคุณภาพจาก pinterest : domainehome.com จัดองค์ประกอบต้นไม้ให้เป็นสัดส่วนได้ด้วยการทำชั้นวางต้นไม้ นอกจากจะวางต้นไม้ได้หลายต้นแล้ว ยังดูเป็นระเบียบสวยงามอีกด้วย 3.ประดับไฟ อีกหนึ่งไอเดียที่โดนใจคนที่ชื่นชอบความโรแมนติก หรืออยากสร้างบรรยากาศในวันพิเศษกับคนพิเศษ ประดับไฟพาดไปกับแนวระเบียงช่วยเพิ่มความแปลกตาให้ห้องของคุณไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : flickr ไฟประดับแบบหิ่งห้อยนี้ ทำให้ระเบียงของคุณดูเก๋ขึ้นอีกมาก เพียงแค่นำมาห้อยตามราวระเบียง ก็ทำให้มุมนี้ดูพิเศษสุดๆ ไปเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : Bloglovin' ประดับเทียนตามทางเดินหรือบนโต๊ะ ก็โรแมนติกไม่แพ้กันค่ะ เลือกเทียนแบบที่ชอบสไตล์ที่เหมาะกับห้องของคุณ เลือกจุดได้ตามโอกาส ไม่เปลืองค่าไฟด้วยค่ะ 4.พรมหรือฟูก เปลี่ยนระเบียงว่างๆ ให้กลายเป็นที่นอนเล่น นั่งเล่นได้ พักผ่อนตากลมได้สบาย ไม่ว่าจะตอนเช้ารับอากาศเย็นสบาย หรือ ตอนบ่ายเย็นก็นั่งชิวหรือปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : stadshem.se เลือกเบาะหรือพรมขนสัตว์ช่วยเพิ่มสไตล์การตกแต่ง หรือพรมแบบนิ่มจะได้นั่งเพลิดเพลินได้นานๆ แบบไม่เมื่อยด้วยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : Stylish Eve ลองหาพรมที่มีลวดลายถูกใจคุณ และนำหลายๆ ผืนมาวางต่อกัน ก็สามารถช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ระเบียงพื้นที่เล็กๆ ได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : apartmenttherapy.com อยู่ในห้องอย่างเดียวคงเบื่อแย่ เอาฟูกมาปูให้เต็มระเบียง จะนั่งเล่นชมบรรยากาศ นั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟ หรือ นอนหลับยาวทั้งวันก็ได้ไม่มีใครว่า 5.ร่มกันแดดกันฝน ถ้ากลัวว่าแดดจะแรง อากาศไม่เป็นใจ หาร่มมากางสักคันจะได้นั่งได้แบบไม่ต้องกังวล จะฝนตกแดดออกก็พร้อมไว้ก่อน ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : IKEA USA ร่มขนาดใหญ่จะปกป้องแสงแดดได้มากกว่า และยังตกแต่งหลอดไฟที่ร่ม แต่งเติมสไตล์ให้ระเบียงคุณดูหรูหรา เหมือนอยู่ในรีสอร์ทห้าดาว และดูเก๋กว่าใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : DecoManitas วิธีการวางร่มบริเวณระเบียง วางชิดขอบด้านข้างเพื่อให้มีพื้นที่เดินได้สะดวก แนะนำให้วางตามทิศทางที่แสงแดดส่อง และเลือกขนาดร่มให้เหมาะสมกับพื้นที่ระเบียงค่ะ และป้องกันร่มปลิวตกลงไปจากระเบียง ด้วยการหาของหนักๆ มาทับไว้ด้วยนะคะ   แค่ลองทำตาม ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ ที่เรานำมาฝากกัน เพียงเท่านี้ ระเบียงห้องของคุณ ก็จะกลายเป็นมุมโปรดที่คุณได้มาใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดสุดชิว ยิ่งถ้าชวนเพื่อนๆ มานั่งด้วยกันก็คงจะมีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ ลองหาเวลาตกแต่งระเบียงห้องกันดูนะคะ ใช้เวลาแค่นิดเดียว แต่ผลลัพธ์กลับดีต่อใจสุดๆ ค่ะ  
ไอเดียแต่งห้องครัวให้ใช้งานได้สะดวก

ไอเดียแต่งห้องครัวให้ใช้งานได้สะดวก

ไอเดียแต่งห้องครัวให้ใช้งานได้สะดวก ห้องครัวนั้นใครว่าไม่สำคัญ เพราะเดี๋ยวนี้หลายคนอาจจะไปนั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงานในส่วนบริเวณโต๊ะกินข้าวกันแล้ว บางคนต้องการห้องครัวที่มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ด้วยสมัยนี้ที่ที่อยู่อาศัยต่างก็มีขนาดเล็กลง แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะวันนี้ reviewyourliving มี ไอเดียแต่งห้องครัวให้ใช้งานได้สะดวก มาฝากกันค่ะ เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรพื้นที่ ส่วนครัวให้เกิดประโยชน์ที่สุด แถมยังหยิบจับข้าวของ ใช้งานได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากมายเลยล่ะค่ะ   1.จัดสรรพื้นที่ห้องครัว ห้องครัวที่มีขนาดพื้นที่จำกัด การจัดสรรแบ่งส่วนพื้นที่ใช้สอย สามารถแบ่งได้ 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ใช้เก็บข้าวของ เครื่องครัวต่างๆ และอีกส่วนใช้สำหรับจัดเตรียม ปรุงอาหาร แนะนำให้เลือกพื้นผิวของเคาน์เตอร์และกำแพงที่สามารถ ทำความสะอาดคราบอาหารได้ง่าย อย่างเช่น กระเบื้องที่มีความมันเงา หินแกรนิต ปูนขัดมัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pattimacdoc แม้ว่าพื้นที่จะเล็กและแคบขนาดไหน ก็สามารถมีห้องครัวน่ารักๆ ได้ ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อิน จัดวางเตาแก๊สไว้ระหว่างตู้บิ้วท์อินด้านล่าง และจับวางไมโครเวฟไว้ด้านบนแบบลอยตัว ช่วยให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : woohome แบ่งฝั่งของพื้นที่ใช้งานให้เป็น 2 ฝั่ง และเลือกช่องหน้าต่างไว้สำหรับเป็นมุมล้างจาน เพราะจะช่วยให้อากาศถ่ายเท และยังมีแสงแดดส่องเข้ามา เพื่อป้องกันเชื้อราในบริเวณที่ชื้นนี้ได้ดี แถมยังช่วยให้ทั้งพื้นที่ครัวสว่างทั่วอีกด้วย 2.โต๊ะรับประทานอาหาร โต๊ะรับประทานอาหาร มีส่วนสำคัญในการใช้สอยของห้องครัวเช่นกัน คุณอาจจะมายืมพื้นที่บริเวณนี้เตรียมอาหาร หรือวางพวกเครื่องปรุงต่างๆ อย่างซอส น้ำตาล กาแฟ ก็ได้เช่นกัน ขอบคุณภาพจาก pinterest : tinyme ส่วนใหญ่ห้องครัวในคอนโดนั้น จะถูกจัดไว้มุมใดมุมหนึ่ง แล้วพื้นที่ก็อาจจะน้อยมากๆ คุณสามารถจัดให้มีโต๊ะแบบเคาน์เตอร์เพื่อใช้วางข้าวของเตรียมอาหาร และเมื่อปรุงอาหารเสร็จแล้ว ก็สามารถใช้โต๊ะเคาน์เตอร์นี้ นั่งรับประทานอาหารได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : desiretoinspire.net วางโต๊ะอเนกประสงค์แบบยาวไว้ระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น สำหรับใช้รับประทานอาหาร นั่งทำงาน นั่งจิบกาแฟ หรืออ่านหนังสือเพลินๆ ก็ได้เช่นกัน เรียกได้ว่าแบ่งปันพื้นที่อย่างคุ้มค่าสุดๆ เลยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic โต๊ะเคาน์เตอร์แบบติดล้อ เหมาะสำหรับห้องครัวที่ค่อนข้างเล็ก คุณอาจจะเลือกใช้สำหรับวางของ เตรียมอาหาร ก็ได้เช่นกัน ที่สำคัญ เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็สามารถเข็นไปเก็บไว้ตรงไหนก็ได้ สะดวกแถมประหยัดพื้นที่สุดๆ 3.การจัดเก็บของ การจะมีห้องครัวที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกนั้น การจัดเก็บข้าวของถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเลยนะคะ ลองคิดดูสิว่าหากคุณเก็บของไว้แบบกระจัดกระจาย ถ้าจะหยิบใช้งานทีต้องใช้เวลารื้อหาข้าวของนาน จะยิ่งทำให้ คุณใช้พื้นที่ครัวนี้อย่างไม่สะดวกและไม่มีความสุข   ขอบคุณภาพจาก pinterest : interiorbarndoors.org ชั้นวางของแบบโปร่งนี้ เป็นไอเทมที่หาได้ง่าย และเป็นการใช้พื้นที่ตรงผนังให้คุ้มค่า โดยคุณสามารถเลือกรูปแบบและจำนวนชั้นให้ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด แถมชั้นวางของแบบโปร่งจะช่วยทำให้ห้องครัวของคุณดูสวยทันสมัยอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : theexchange เครื่องปรุง เครื่องครัว และอุปกรณ์ต่างๆ ถึงไม่ใช่แม่บ้านตัวจริง ก็ต้องมีข้าวของที่หลากหลายมากๆ แถมพวกวัตุดิบต่างๆ เหล่านี้ยังมีวันหมดอายุอีกต่างหาก แนะนำให้คุณนำมาใส่กระปุกหรือโหล แล้วเขียนชื่อพร้อมวันหมดอายุเอาไว้ เท่านี้ก็หยิบใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น 4.ตู้เก็บของ เขาว่ากันว่า ห้องครัวจะสวยได้ด้วยตู้เก็บของ ลองคิดดูเล่นๆ ก็ได้ค่ะ ถ้าหยิบข้าวของที่อยู่ในตู้ ออกมาวางเกะกะ เต็มพื้นที่ก็คงดูไม่งามแน่ๆ ลองจัดวางตู้เก็บของให้เหมาะสม แล้วเลือกของที่ไม่ค่อยจำเป็นในการใช้งาน จัดวาง ลงในตู้เก็บของ แค่นี้ก็จะได้ห้องครัวที่สวย ดูสะอาดตาแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ccaprecci ตู้เก็บของแบบลิ้นชัก ยิ่งคุณมีการแบ่งพื้นที่ในลิ้นชักอย่างชัดเจน ก็จะสะดวกในการหยิบใช้ และเก็บข้าวของอย่างมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homemydesign.com ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าด้วยตู้เก็บของแบบติดผนังและตั้งพื้น จะช่วยให้ห้องครัวดูเป็นระเบียบขึ้นอีกเท่าตัว แต่การติดตู้เก็บของที่แขวนไว้กับผนัง ไม่ควรจะติดให้สูงจนเกินไป ควรให้พอดีกับคุณและการหยิบใช้ข้าวของด้วยนะคะ 5.ห้อยและแขวน บางทีการนำหม้อ อุปกรณ์ต่างๆ ไปเก็บซ้อนกันไว้ ก็อาจจะใช้งานค่อนข้างลำบาก ลองมาปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยนำไปห้อยและแขวนไว้ตามผนังกำแพงต่างๆ ดูสิคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : alchemyjunk.blogspot.com เป็นอีกไอเดียที่ดีมาก สำหรับการหาตะแกรงที่มีรู และใช้ตะขอเกี่ยวแบบตัวเอสมาแขวน ไม่ว่าสิ่งของจะมีขนาดใหญ่เล็กต่างกันไป ก็สามารถแขวนได้ตามใจคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : boligmagasinet.dk ลองเลือกใช้เป็นราวเหล็กเล็กๆ เพื่อแขวนอุปกรณ์เครื่องครัวเล็กๆ ทำให้คุณสามารถเห็นสิ่งของ เมื่อเวลาจะหยิบใช้ก็สามารถหยิบได้เลยอย่างสะดวก ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจไม่แพ้กัน   เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ ไอเดียแต่งห้องครัวให้ใช้งานได้สะดวก ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณมีความสุขในการเข้าครัว ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียวล่ะค่ะ แต่นอกจากการใช้งานแล้ว อย่าลืมเรื่องแสงสว่างและอากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก เพื่อป้องกันความอับชื้นหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์
ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน

ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน

ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน เคยรู้สึกเบื่อห้อง เบื่อมุมนั่งเล่นเดิมๆ แล้วต้องออกไปอยู่ตามคาเฟ่ต่างๆ กันใช่ไหมละคะ ในครั้งนี้ reviewyourliving ก็มีไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน มาแนะนำให้คุณลองแปลงโฉมมุมนั่งเล่นเดิมๆ ให้มีความน่าสนใจ เปลี่ยนบรรยากาศให้น่าอยู่ น่านั่งมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ   1.โซฟาตัวเก่ง หลังจากการทำงานหรือไปเรียนมาเหนื่อยๆ เพียงแค่ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย ซึ่งการเลือกโซฟาหรือเก้าอี้นั้นสำคัญมาก สำหรับห้องนั่งเล่นของคุณ ลองเลือกตัวที่นั่งแล้วสบาย เหมาะสมกับสรีระของคุณ พื้นผิวนุ่มน่าสัมผัส และมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : livingbloggen.blogspot.com โซฟาเบดแบบนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนท่านั่งได้หลายรูปแบบ ทั้งนั่งหลังตรง หรือเอนหลังเหยียดขา ก็สามารถทำได้สบายๆ ลองหามานั่งสักตัวดูสิคะ แล้วคุณจะไม่อยากลุกออกไปไหนเลยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ShopStyle โซฟาที่ดูจะแสนนุ่มตัวนี้ มีพนักพิงสำหรับวางแขน หรือไว้รองศีรษะ ทั้งสองด้าน เติมแต่งด้วยหมอนอิงนุ่มๆ ยิ่งทำให้บริเวณดูน่านั่งและสบายขึ้นอีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : instagram.com หากคุณมีพื้นที่จำกัด ลองหาเก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่มีขนาดพอเหมาะแล้วนำเบาะไปวางรองไว้ และเพิ่มความสบายที่มากยิ่งขึ้น ด้วยเบาะแบบหนา สำหรับไว้เหยียดขา เท่านี้ก็เหมือนได้โซฟาตัวใหม่ที่น่านั่งมาไว้ในห้องของคุณแล้ว 2.ของตกแต่งเพิ่มลูกเล่น บางครั้งความน่าเบื่อ ก็เกิดจากการที่ห้องนั่งเล่นของคุณดูไม่อบอุ่น ลองหาของตกแต่งที่คุณชื่นชอบมาเสริมเพิ่มเติม อย่างเช่น หมอนอิง ผ้าห่ม ตุ๊กตาสุดที่รัก กรอบรูป หรือแม้แต่พรมผืนนุ่มๆ ก็ช่วยทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณครบเครื่อง น่าอยู่มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : babyneedlist.com หมอนอิง เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับห้องนั่งเล่น เพราะเป็นเสมือนของตกแต่ง และตัวช่วยในการจัดท่านั่งของคุณให้สบายได้ง่ายๆ อย่างเช่น รองหลัง รองหนังสือ หรือเอามากอดเวลาดูทีวีเพลินๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : popsugar.com เวลาที่คุณนั่งนานๆ แล้วเท้าไปสัมผัสกับพื้นนานอาจจะรู้สึกไม่สบายได้ ให้ลองหาพรมนิ่มๆ สักผืนมาปูไว้ บริเวณนั่งเล่นดู คุณจะได้การสัมผัสที่เปลี่ยนไป ซึ่งดีกว่าสัมผัสพื้นห้องก่อนหน้านี้แน่นอน 3.ที่วางของเล็กๆ น้อยๆ จะสบายแค่ไหน ถ้ามีที่วางของเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณใช้เป็นประจำ อย่างเช่น รีโมท หนังสือ แก้วน้ำ มาไว้ข้างกายในยามที่ คุณนั่งเล่น พักผ่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะใหญ่โต ให้เปลืองพื้นที่โดยรวมของห้องก็สามารถนั่งได้สบายๆ ทั้งวันแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : brit โต๊ะวางของจุกจิกที่พอเหมาะกับโซฟา โดยที่คุณสามารถเอื้อมไปหยิบจับสิ่งของ จิบชากาแฟ ได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องลุกไปหยิบให้เสียเวลาขาดตอนขณะกำลังพักผ่อน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : istome.co.uk ถ้าสไตล์ห้องของคุณดูเรียบง่าย ให้เลือกโต๊ะที่มีรายละเอียดน้อยๆ แต่หากสไตล์ห้องของคุณดูเรียบหรู ลองเลือกโต๊ะที่เป็นกระจกดู จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องมากยิ่งขึ้น หรือจะหาเบาะอันเล็กๆ มาไว้สำหรับวางของก็ได้เช่นกัน 4.เพิ่มความอบอุ่นด้วยแสงสว่าง การที่ห้องนั่งเล่น ดูน่านั่ง ดูสบายนั้น อีกปัจจัยหนึ่งเลยก็คือแสงสว่าง เพราะจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง โล่ง ไม่ว่าเหนื่อยล้ามาแค่ไหน แค่มาพักผ่อนในห้องที่โปร่ง สบาย ก็จะคล้ายความเครียด ความเมื่อยล้าลงได้ทันที แถมช่วยให้บรรยากาศโดยรวมน่าอยู่สุดๆ โดยที่ไม่ต้องเติมแต่งอะไรมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : marieglerup7 พื้นที่นั่งเล่นเล็กๆ ก็สามารถทำให้สวยได้ ด้วยการแต่งเติมแสงไฟเข้าไฟ หาโคมไฟตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะมาประดับวางไว้บริเวณนี้ จะช่วยเพิ่มทำให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นอีกมุมนั่งเล่นที่สวยงามไม่แพ้ใครแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com ไฟสปอร์ตไลท์ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ห้องดูน่าอยู่ ไม่น่าเบื่อ ด้วยทิศทางของแสง ที่คุณสามารถปรับได้ตามใจชอบ และยังทำให้ห้องดูมีสไตล์คลาสสิคมากยิ่งขึ้น เมื่อใช้ไฟ ส่องไปยังของตกแต่งต่างๆ ภายในห้องรับแขก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : besthomedecorate.com เป็นไอเทมเสริมที่ช่วยให้ห้องมีบรรยากาศที่พิเศษ ทั้งแสงสว่างที่มีเอกลักษณ์ และกลิ่นที่พลอยได้จากการจุดเทียน ทำให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง 5.กลิ่นอายธรรมชาติ สูดรับอากาศธรรมชาติเพื่อเติมความสดชื่น ด้วยการเน้นพื้นที่ที่โปร่ง หรือสามารถรับอากาศ มองเห็นวิวธรรมชาติได้ ก็จะเปลี่ยนห้องนั่งเล่นที่อึดอัดและมีขนาดแคบเกินไป ให้กลายเป็นห้องที่น่านั่ง น่าอยู่ได้ยันเช้าจรดเย็น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stylemepretty ในวันพักผ่อนของคุณ การได้อยู่กับธรรมชาตินั้นเป็นอะไรที่พิเศษสุดๆ อย่างแน่นอน ลองจัดโซฟาให้หันหน้าออกรับชมวิวด้านนอกห้อง แต่หากห้องของคุณนั้นไม่มีวิวด้านไหนดีเลย ให้เปลี่ยนมาวางต้นไม้ ประดับตามมุมต่างๆ แทนก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : danielle-moss.com ทุกคนล้วนยังต้องการเติมเต็มความสดชื่นอยู่เสมอ ต้นไม้สีเขียวเหล่านี้สามารถช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปได้     มุมนั่งเล่นที่คุณมักจะใช้เวลานานกว่ามุมอื่นๆ ลองปรับแต่งบางส่วนให้ดูน่าอยู่ขึ้น ตาม ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน ที่ reviewyourliving ได้แนะนำไปด้านบน คุณก็จะเหมือนได้ห้องนั่งเล่นใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศจำเจเดิมๆ ให้มีความสุขและสามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน
ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน

ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน

ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน ฟรีแลนซ์ คืออาชีพที่ทำงานที่บ้าน ที่คอนโดของตัวเอง ซึ่งบางคนอาจจะใช้เวลานั่งทำงานทั้งวัน จะดีแค่ไหน ถ้าสามารถสร้างมุมทำงานส่วนตัวที่มีบรรยากาศช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานมากยิ่งขึ้น วันนี้ reviewyourliving ก็มี ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน มาฝากชาวฟรีแลนซ์กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูไอเดียต่างๆ กันเลยค่ะ   1.พื้นที่สำหรับทำงาน พื้นที่สำหรับทำงาน มีส่วนสำคัญอย่างมากในสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้มากขึ้น ทำให้ผลผลิตต่างๆ ดีขึ้นตามมา ซึ่งก็แล้วแต่คุณเอง ที่จะจัดมุมทำงานนี้ให้เหมาะสมกับตนเอง และการจัดวางโต๊ะทำงานเป็นแนวต่างๆ ก็จะช่วยให้ คุณมีพื้นที่ในการทำงานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : feedpuzzle การจัดโต๊ะทำงานที่ได้ใช้พื้นที่ที่คุ้มค่าที่สุด คือ การจัดโต๊ะเป็นตัวแอล (L) เข้ากับมุมใดมุมหนึ่งของห้อง เพราะพื้นที่บริเวณมุมห้องนั้น คุณสามารถวางปฎิทิน โคมไฟ สิ่งของที่จำเป็นต้องมีอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แนะนำให้คุณจัดโต๊ะทำงานให้โล่งเข้าไว้ เพราะจะช่วยทำให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : rbaciega การจัดโต๊ะแบบตัวที (T) เหมาะสำหรับคนที่มีพาร์ทเนอร์ทำงานด้วย ใช้นั่งคิดงานร่วมกัน ปรึกษากันได้อย่างสะดวก แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนไว้อย่างดี 2.กั้นพื้นที่ คอนโดส่วนใหญ่ มักจะไม่มีการกั้นพื้นที่สำหรับใช้ทำงาน หลายๆ คน ก็มักใช้พื้นที่ในห้องนอนมาจัดเป็นมุมทำงาน ซึ่งห้องนอนควรเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น เราขอแนะนำให้คุณแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่กว้างมาก ลองเลือกสักมุมหนึ่ง แล้วใช้ฉากกั้น หรือม่านกั้นดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : creatf.com แม้จะเป็นมุมเล็กๆ แต่คุณก็สามารถมีสมาธิในการทำงานที่มุมนี้ได้ดีทีเดียว เมื่อเมื่อยล้า ก็มาเอนตัวที่ริมหน้าต่างตรงนี้ได้ แล้วคุณก็จะได้ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่ไปเลยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dekrisdesign.com การจัดห้องทำงานให้แยกจากพื้นที่ที่ทำกิจกรรมในส่วนอื่นๆ จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น เสมือนว่าคุณได้มีออฟฟิศส่วนตัวที่เหมาะกับฟรีแลนซ์อย่างคุณเลยล่ะ 3.แสงสว่าง พื้นที่ใช้ทำงานกับแสงสว่างเป็นของคู่กันอย่างแน่นอน สำหรับชาวฟรีแลนซ์ควรติดไฟให้มีความสว่างทั่วทั้งพื้นที่ทำงาน เพื่อแต่งเติมบรรยากาศ เติมไฟในการทำงานมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ไฟสีครีม จะช่วยให้บรรยากาศโดยรวมสบายตาขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com หามุมริมหน้าต่างสักหนึ่งมุม แล้วหันหน้าออก คุณจะรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุนให้ทำงานได้ดีกว่าการทำงานอยู่ในมุมอับมืดๆ นะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pinterestmx การที่มีมุมที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาก็จำเป็น แต่ในตอนกลางคืน ก็อย่าลืมมีโคมไฟตั้งโต๊ะไว้สักอันหนึ่ง เพื่อที่คุณจะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามแบบฉบับวิถีฟรีแลนซ์ 4.ไม้ประดับสีเขียว พักสายตา สร้างบรรยากาศที่สดชื่น ผ่อนคลายได้ง่ายๆ ด้วยการหาไม้ดอก ไม้ประดับ สีเขียวมาตกแต่งตามมุมต่างๆ ที่คุณใช้ทำงาน จะช่วยให้มุมทำงานของคุณไม่แข็งจนเกินไป รู้สึกได้ถึงธรรมชาติ และทำให้มุมนี้น่านั่งทำงานมากยิ่งขึ้น ลองเลือกต้นไม้ ที่สามารถดูแลได้ง่ายๆ อย่างเช่น ต้นกระบองเพชร ต้นพลูด่าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ไม้สีเขียวที่คล้ายต้นพลูด่างนี้ แค่นำมาวางห้อยระย้าลงมาในพื้นที่ทำงานของคุณ ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้อีกเท่าตัว หากกลัวเรื่องน้ำ ความชื้น ก็ลองหาไม้ประดับปลอมมาวางดูก็ได้นะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : arospin หากใครมีโต๊ะทำงานติดริมหน้าต่าง ให้ลองหาต้นไม้สีเขียว หรือไม้ดอก มาปลูกที่ริมหน้าต่างไว้ เมื่อคุณล้าจากการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ ก็มองออกไปชมวิวนอกหน้าต่างได้อย่างเพลินๆ และต้นไม้เหล่านี้นี่เอง ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายตา 5.มุมทำงานเหมือนอยู่ในคาเฟ่แสนเก๋ มนุษย์เงินเดือนมีออฟฟิศเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่ชาวฟรีแลนซ์อย่างคุณต้องไปใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น คาเฟ่ หรือ Co-working Space ต่างๆ ในการทำงาน หากคุณมีห้องเป็นของตัวเองแล้ว ก็ลองตกแต่ง สร้างบรรยากาศของคาเฟ่ดูสิ แล้วคุณก็จะสามารถนั่งทำงานได้ทั้งวัน ถ้ารู้สึกเมื่อย ก็เอนหลังพักผ่อนได้อย่างสบายใจ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ใช้โต๊ะรับประทานอาหารแนวยาว มาเป็นพื้นที่ในการทำงานก็ได้เช่นกัน สำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด คุณจะมีพื้นที่ในการวางคอมพิวเตอร์ วางเอกสารอย่างกว้างขวาง หากต้องการจิบกาแฟ หรือกินอะไรเล่นเบาๆ ก็สามารถทำได้พร้อมกัน เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sgarnett48 หากฟรีแลนซ์อย่างคุณมีห้องส่วนตัวอยู่แล้ว ตกแต่งเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ด้วยการทำโต๊ะทำงานให้เป็นลักษณะของบาร์คาเฟ่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงิน ออกไปเจอรถติด เพื่อไปนั่งทำงานตามคาเฟ่ต่างๆ แล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : achadosdedecoracao.com.br ถ้าสังเกตพวก Co-working Space ต่างๆ จะใช้โต๊ะทำงานที่มีเก้ามี้ด้านหนึ่งเป็นเหมือนโซฟา ข้อดีก็คือคุณได้ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ และเมื่อเมื่อยขา ก็สามารถเปลี่ยนท่านั่ง นำขาขึ้นมาขัดสมาธิได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ   ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจ ชาวฟรีแลนซ์กันนะคะ ลองแต่งตามไอเดียเหล่านี้ดู เพียงแค่จัดพื้นที่ในการทำงานให้เหมาะสมตามสไตล์ การทำงานของคุณ หามุมที่ใช้ผ่อนคลายร่างกายและสายตา เพิ่มเติมบรรยากาศให้รู้สึกมีไฟ มีสมาธิ แต่สำคัญที่ เพื่อสุขภาพของคุณ อย่าลืมเลือกใช้เก้าอี้ที่นั่งสบายและโต๊ะทำงานที่มีสัดส่วนความสูงเหมาะสมด้วยนะคะ จะได้ไม่เมื่อยหากต้องทำงานเช้าจรดเย็น
ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน

ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน

ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน หนอนหนังสือทั้งหลายจ๋า เชิญมาอ่าน ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ เป็นไอเดียที่เอาใจคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะ แม้ห้องจะมีพื้นที่น้อย คุณก็สามารถมีมุมอ่านหนังสือได้แบบง่ายๆ เพียงเลือกพื้นที่และจัดมุมอ่านหนังสืออย่างเหมาะสม ก็ช่วยให้คุณได้อ่านหนังสือได้สบายขึ้น มีสมาธิ อยู่ในโลกของตัวอักษรได้นานขึ้น     1.ชั้นวางหนังสือที่ต้องมี ชั้นวางหนังสือ ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับหนอนหนังสือทุกคน ทั้งช่วยจัดวางหนังสืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยรักษาสภาพหนังสือ และทำให้สามารถมองเห็นและหยิบจับหนังสือได้ง่ายอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog จะดีแค่ไหน หากกำแพงผนังของคุณ สามารถเปลี่ยนมาเป็นชั้นวางหนังสือที่แสนจะมีประโยชน์ขนาดนี้ ด้วยการบิ้วท์อินชั้นวางหนังสือเข้ากับผนัง ไม่ต้องเปลืองพื้นที่ในการวางชั้นแบบลอยตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bostonmagazine มุมห้อง เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญเท่าไหร่ การจัดชั้นวางหนังสือเข้ามุม เรียกได้ว่าเป็นการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์อย่างมาก ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโคมไฟ ไม้ประดับ เก้าอี้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flickr.com ไม่ต้องไปหาของตกแต่งอะไรให้มากมาย เพียงแค่คุณใช้สันหนังสือนี่แหล่ะ ที่มีสีสันที่หลากหลาย มาจัดวางไล่เฉดสีอย่างเป็นระเบียบ นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังประหยัดค่าของตกแต่งไปได้เยอะเลยทีเดียว 2.มุมอ่านหนังสือส่วนตัว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือในมุมสงบ มีความเป็นส่วนตัว ถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่เยอะคุณก็สามารถมีมุมอ่านหนังสือส่วนตัวได้เช่นกัน โดยเลือกมุมที่แสงส่องเข้ามาและมีพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flickr.com เพียงนำชั้นไม้โปร่ง มาวางกั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับโซนอ่านหนังสือ คุณก็ได้มีมุมส่วนตัว แบบน่ารักๆ นี้ในห้องของคุณแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lizmarieblog.com จัดมุมอ่านเล็กๆ นี้ด้วยเก้าอี้และสตูลสำหรับเหยียดขา หันหลังให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาที่หน้าหนังสือ จะทำให้คุณอ่านหนังสืออย่างเห็นได้ชัด พร้อมอากาศที่ถ่ายเทสะดวก ดีกว่าปล่อยให้พื้นที่ใกล้หน้าต่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ 3.มุมอ่านหนังสือที่สบาย การอ่านหนังสือที่สบายนั้น สิ่งที่มีความสำคัญมากเลยก็คือ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้รองรับสรีระของท่าต่างๆ ที่คุณใช้อ่านหนังสือ ทั้งโซฟา เก้าอี้ เตียงนอน หมอนอิง เพราะเวลาคุณอ่านเพลินๆ ก็จะนั่งนาน ซึ่งการมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้คุณอ่านหนังสืออย่างสบาย เป็นการช่วยรักษาสุขภาพร่างกายของคุณได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designed-for-life.tumblr.com บีนแบก หรือเบาะรองนั่ง ที่สามารถทำให้คุณเอนกาย หมุนตัว เลือกท่าอ่านหนังสือได้ตามใจชอบ เมื่อนำมาอยู่ในมุมนี้แล้ว ทำให้ห้องดูอ่อนหวานน่ารักขึ้นอีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : interiordec.about.com เปลี่ยนเก้าอี้กหรือโซฟาแบบเดิมๆ มาเป็นเก้าอี้ชิงช้า ที่ช่วยให้คุณได้มีประสบการณ์การนั่งอ่านหนังสือแบบใหม่ ช่วยให้สามารถเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือได้ทั้งวันอย่างไม่รู้เบื่อ 4.มุมอ่านหนังสือที่ช่องหน้าต่าง เชื่อว่าใครๆ ก็คงไม่อยากอ่านหนังสือในที่แคบๆ อับชื้น หรือแสงเข้าไม่ถึงกันหรอก ดังนั้นการที่ห้องของคุณมีหน้าต่าง ก็สามารถเลือกพื้นที่ตรงนั้นดัดแปลงให้เป็นมุมอ่านหนังสือที่แสนจะเรียบง่ายได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : trendland ช่องกระจกบานใหญ่กับชุดโซฟา พร้อมด้วยหนังสือที่ถูกจัดวางอยู่บนชั้นวาง เป็นพื้นที่ที่ดูเหมาะมากสำหรับการไปอ่านหนังสือไป มองวิวไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : younghousenvy.blogspot.com ถึงห้องของคุณจะเล็ก ก็ต้องมีสักมุมหนึ่งที่จะสามารถจัดเป็นมุมอ่านหนังสือได้ คุณลองเลือกพื้นที่ตรงหน้าต่าง แล้วบิ้วท์อินชั้นเก็บหนังสือไว้ด้านล่าง แล้วท็อปด้วยเบาะนั่งที่แสนสบาย 5.มุมอื่นๆ ของห้อง การอ่านหนังสือช่วยเปิดโลกกว้าง ดังนั้นการที่จะมีมุมอ่านหนังสือตามโซนต่างๆ ของห้อง ก็ดูเป็นไอเดียที่ดี เพราะแต่ละโซนก็จะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป เพียงลองปรับตำแหน่งมุมอ่านหนังสือของคุณก็ไม่เสียเปล่า และลองสัมผัสบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ArchiDesiign ไอเดียนี้อาจจะทำตามยากไปสักหน่อย แต่เผื่อใครหลายๆ คน อยากจะลองทำดู ด้วยการนำชั้นหนังสือไปอยู่ในห้องน้ำกันเลย อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบแช่น้ำไป อ่านนิยาย ฟังเพลงไปก็ได้นะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : centsationalgirl.com มุมหนังสือเล็กๆ ภายในโซนรับประทานอาหาร อาจจะเหมาะสำหรับแม่บ้าน หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ โดยการเก็บหนังสือสูตรอาหารไว้ใกล้มือ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ArchiDesiign แม้ว่าพื้นที่ในห้องจะเล็ก แต่คุณก็สามารถใช้พื้นที่ริมระเบียงมานั่งอ่านหนังสือได้ชิลล์ๆ โดยหาเก้าอี้ที่มีขนาดเหมาะสมมาวางไว้ เป็นการอ่านหนังสือที่ได้บรรยากาศสุดๆ   เป็นอย่างไรกันบ้างคะหนอนหนังสือทั้งหลาย อ่านไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกัน แล้วอยากลองลุกขึ้นไปจัดมุมอ่านหนังสือกันเลยใช่ไหมล่ะคะ นอกจากคุณจะมีมุมอ่านหนังสือแล้วยังรู้สึกว่าใช้พื้นที่ของห้องได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย แต่ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องของความสว่างที่พอดีกับสายตา อากาศที่ถ่ายเทสะดวก เพื่อความสบาย ผ่อนคลายขณะอ่านหนังสือของคุณนะคะ          
ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน

ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน

ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน เชื่อว่าหลายๆ คนต่างก็เคยประสบปัญหากับพื้นที่ห้องที่แคบ ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกๆ ส่วน หรืออาจจะคิดว่าห้องครัว กับห้องนอนนั้น ไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกันได้ วันนี้ reviewyourliving เลยมี ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน มาฝากกันค่ะ ทั้งการจัดเก็บของ การวางผัง และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในห้องให้เหมาะสมกับขนาดของพื้นที่ เป็นไอเดียที่ นำไปปรับใช้และทำตามได้ไม่ยาก รับรองว่าคุณจะได้ประโยชน์จากไอเดียเหล่านี้และคุณจะอยากอยู่ในพื้นที่เล็กๆ นี้ทั้งวันเลยล่ะ   1.เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินเข้าผนัง   การใช้พื้นที่ที่ผนังให้เกิดความคุ้มค่านั้น จะช่วยให้คุณสามารถมีพื้นที่ในห้องมากขึ้น เพราะด้วยความสูงของผนังกำแพงแล้ว ด้านบนมักจะเหลือเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog ทั้งตู้ที่บิ้วท์อินเข้ากับผนัง และชั้นไม้ติดผนังแบบลอยตัว ไม่ว่าคุณจะเก็บหนังสือที่ใช้อ่านในห้องนั่งเล่น หรือจะเก็บเครื่องครัวที่ใช้ในพื้นที่ครัว คุณก็สามารถใช้ชั้นเอนกประสงค์ทั้งสองนี้เก็บของได้ร่วมกัน และยิ่งทำให้ผนังของห้องดูมีมิติมากขึ้น ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay อีกไอเดียที่แสนชาญฉลาด ก็คือการจัดชั้นและตู้เก็บของให้แน่นเต็มพื้นที่ของผนังห้องทุกด้านของคุณ แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่ก็สามารถเก็บของได้จำนวนมากมาย ซึ่งแทนที่คุณจะเสียพื้นที่ไว้วางตู้เก็บของแบบลอยตัว คุณก็เอาพื้นที่นั้นไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นจะดีกว่า แนะนำให้เลือกใช้โทนสีเดียวกัน ก็จะดูไม่รกตา 2.จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม   การจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เข้ามุมใดมุมหนึ่ง ถือเป็นการจัดสรรพื้นที่ ที่ทำให้เหลือพื้นที่ตรงกลางห้องมากขึ้น หากนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่และทึบมาวางไว้กลางห้อง จะทำให้คุณเสียพื้นที่ตรงนั้นทันที และห้องก็ดูไม่เป็นสัดเป็นส่วนอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo เปิดช่องว่างตรงหน้าต่างให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องเล็กๆ นี้ดูกว้าง โปร่ง โล่งสบายขึ้นอีกเท่าตัว แล้วคุณก็นำโต๊ะเล็กๆ ไปวางหน้าหน้าต่าง ตื่นเช้าลุกขึ้นจากเตียง เดินไปชงกาแฟ แล้วมานั่งจิบตรงโต๊ะริมหน้าต่าง พลางชมวิวด้านนอกได้อย่างเพลิดเพลิน ขอบคุณภาพจาก pinterest : sharonvoldby นำเฟอร์นิเจอร์ที่ทึบและชิ้นใหญ่ ไปหลบเข้ามุมไว้ อย่างโซฟา และเตียงนอน จะเห็นว่าเหลือพื้นที่ตรงกลางของห้อง ให้คุณนำโต๊ะหรือเก้าอี้เล็กๆ มาวางเพิ่มเติมก็ได้ เท่านี้ห้องก็ดูน่ารักขึ้นมาทันตา และยังทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกอีกด้วย 3.เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ ปัจจุบันนี้พื้นที่ที่อาศัยสำหรับคนเมืองมีขนาดเล็กลงอย่างมาก ฟังก์ชั่นการใช้งานภายในห้องต่างๆ จึงถูกจำกัดไปด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นที่คุณจะต้องมีเฟอร์นิเจอร์ตามพื้นที่การใช้สอย ลองมาดูไอเดียการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์กันค่ะ ถ้าคุณได้ลองเลือกใช้แล้ว จะรู้สึกเลยว่าทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณและพื้นที่ใช้สอยของห้อง ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic โต๊ะบาร์ยาว ที่นำมาวางไว้หลังโซฟานี้ สามารถทำให้คุณได้ใช้พื้นที่ในห้องได้ครบทุกส่วน ทั้งการเตรียมกับข้าว พลางดูทีวีไป หรือจะมานั่งทำงานที่โต๊ะนี้ พลางดื่มเครื่องดื่มไป เรียกได้ว่าเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ที่คุณสามารถทำได้ทุกอย่างที่บริเวณนี้ ช่วยให้ใช้ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ ขอบคุณภาพจาก pinterest : cleo-inspire.com ดูเผินๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมเอาเตียงมาตั้งไว้ตรงนี้กันใช่ไหมละคะ แต่ถ้าลองนึกดูแล้ว การนำเตียงมาไว้ตรงนี้ ทำให้คุณสามารถดัดแปลงเป็นโซฟาไว้เอนหลัง อ่านหนังสือชมวิวนอกหน้าต่างได้ เผลอๆ ถ้าคุณง่วง ก็สามารถนอนเอนกายได้อย่างทันที โดยที่ไม่ต้องลุกเดินไปยังห้องนอน 4.เฟอร์นิเจอร์ 2 in 1   จะดีแค่ไหน หากคุณซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ประโยชน์ได้แบบเดียว แต่กลับใช้ได้หลายอย่าง ก่อนซื้อ คุณลองพิจารณาก่อนว่าเฟอร์นิเจอร์ไหนที่คุณจะใช้บ่อยที่สุด สามารถตอบโจทย์และความต้องการของคุณ เพื่อที่คุณจะได้เลือกซื้ออย่างตรงใจ แต่หากยังนึกไม่ออก ลองไปดูไอเดียกันด้านล่างเลยค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com ออกแบบโซฟา 2 in 1 นี้ด้วยการซ่อนตู้เก็บของไว้ด้านล่าง แถมลิ้นชักบนคุณสามารถดึงออกมาเป็นที่วางของจุกจิกได้อีกด้วย เมื่อไม่ใช้วางของก็แค่ดันลิ้นชักเก็บเข้าไป ประหยัดพื้นที่ในการวางโต๊ะเล็กๆ ไปอย่างมากเลยล่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : followpics.me โครงของโซฟาที่ต่อเติมออกไป เหมือนโต๊ะบาร์ยาว ทำให้เมื่อคุณอยากใช้พื้นที่ห้องรับแขกทำงาน หรือนั่งรับประทานอาหาร ก็สามารถทำได้ในบริเวณนี้บริเวณเดียว หรือหากอยากยืด เอนกาย ก็สามารถเปลี่ยนมานั่งที่โซฟานี้เพื่อผ่อนคลายก็ได้เช่นกัน 5.ผนังกำแพงแบบพาทิชั่น   สำหรับใครที่อยากทำให้ห้องดูมีสัดส่วนมากขึ้น แนะนำให้ลองเลือกทำกำแพงแบบพาทิชั่น ซึ่งจะดีกว่าการสร้างเป็นกำแพง แบ่งเป็นห้องๆ อย่างแน่นอน เพราะการใช้กำแพงแบบพาทิชั่นนี้ จะทำให้ห้องดูไม่ทึบจนเกินไป ขอบคุณภาพจาก pinterest : archzinefr แค่กั้นห้องด้วยกำแพงส่วนหนึ่งของห้อง เพื่อแบ่งระหว่างห้องนอนและห้องครัว ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนขึ้นอย่างมาก แต่ห้องก็ยังคงดูโปร่ง ไม่แคบอึดอัด ขอบคุณภาพจาก pinterest : cotemaison แบ่งพื้นที่ของห้องด้วยกำแพงและด้านบนทำเป็นบานกระจกใส ให้มองผ่านทะลุมายังพื้นที่ส่วนตรงกลาง เวลาที่คุณหลับใหลก็ยังคงความรู้สึกความเป็นส่วนตัว โดยที่ห้องของคุณจะไม่ดูเล็กอึดอัดจนเกินไป เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่ reviewyourliving ได้นำไอเดียและเทคนิคดีๆ มาฝากกัน ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะคะ ที่คุณจะสามารถรวมทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และห้องแต่งตัวให้อยู่ภายในห้องเดียวกัน สิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยคือ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และการจัดวางให้เหมาะสมกับพื้นที่ในห้องของคุณ แต่อย่าลืมเรื่องปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เรื่องการถ่ายเทของอากาศ และแสงสว่างภายในห้องด้วยนะคะ
ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด

ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด

ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด การตกแต่งห้องให้น่าอยู่ ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องใช้ของแพงๆ มาตกแต่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วันนี้ reviewyourliving เลยมีไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด มาช่วยให้คุณได้แต่งห้องตามสไตล์ที่ชอบด้วยวิธีง่ายๆ เพิ่มเติมแต่งจินตนาการเข้าไป แถมประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้หลายบาท โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเกินความจำเป็นอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ   1.สีสัน ไอเดียที่แสนจะประหยัด ทำได้ง่ายๆ ด้วยการใช้สีสันตามโทนที่คุณชอบ ซึ่งคุณสามารถประหยัดงบด้วยการทาเองได้ โดยไม่ต้องง้อช่าง เพียงแค่มีอุปกรณ์และความคิดสร้างสรรค์คุณก็สามารถเนรมิตห้องของคุณได้ตามใจ แต่อย่าลืมหุ้มข้าวของเฟอร์นิเจอร์กันสีหยดใส่ล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : AdairsOnline การทาสีผนังห้อง จะเป็นการบ่งบอกถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างดี หากคุณไม่อยากเล่นลวดลายมากนัก การเลือกใช้โทนสีสว่าง จะทำให้ห้องดูกว้างและโล่งขึ้น หรือหากคุณเบื่อแล้วลองทาสีใหม่ เล่นลวดลายลงไปสักนิด จะช่วยเปลี่ยนห้องเดิมๆ ของคุณให้กลับมาสดใสอีกครั้ง   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : mismilyun.com อีกหนึ่งไอเดียที่จะช่วยเปลี่ยนห้องของคุณให้ดูไม่น่าเบื่อ คือการทาสีสันไปยังเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ คุณอาจจะลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ ทาง่ายๆ อย่างเก้าอี้มาทาสีสักตัวดูก็ได้ แต่ก่อนที่จะนำมาทาสี ควรจะเลือกสีที่ดูแล้วเข้ากับการตกแต่งส่วนอื่น ๆ ในห้องด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : houzz.com เพิ่มสีสันด้วยของตกแต่งต่างๆ ในห้อง วิธีการง่ายๆ ให้คุณลองไปหาผ้ามาลองเย็บเป็นปลอกหมอนหลากสีสัน หรือนำมาตกแต่งรอบๆ ห้อง เพียงเท่านี้ก็สร้างบรรยากาศน่ารักๆ ให้ห้องของคุณน่าอยู่ขึ้นอีกมากมายเลยเชียวล่ะ 2.แสงไฟสร้างบรรยากาศ ไม่เห็นต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อเก็บเงินตกแต่งห้องให้สวยงาม น่าอยู่ เพียงแค่คุณรู้จักการใช้แสงไฟที่จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูน่าอยู่มากขึ้น แต่คุณจะต้องลองพิจารณาเรื่องของพื้นที่และความเหมาะสมของแสงไฟด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : planete-deco.fr อีกเทคนิคสำคัญในการแต่งห้องให้น่าอยู่ ก็คือ การจัดแสงไฟนั่นเอง ซึ่งเน้นการใช้โคมไฟรูปแบบต่างๆ เช่น ไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ้า ฝังไปกับเพดาน โคมไฟติดผนัง และคุณจะต้องลองดูเรื่องทิศทางของแสงไฟที่ไปตกกระทบ กับสิ่งของต่างๆ ในห้องของคุณด้วย เรียกได้ว่าถ้าจัดแสงไฟออกมาอย่างดี คุณจะได้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องของโรงแรม 5 ดาวเลยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : archzinefr เพียงคุณลงทุนเล็กน้อยด้วยการไปซื้อไฟหิ่งห้อยมาประดับตามชั้นวางของ หรือหัวเตียงนอน บรรยากาศโดยรวมของห้องคุณจะดูดีขึ้นอย่างมาก ลองเลือกเป็นทรงกลม หรือไฟที่ทำเป็นรูปร่างดอกไม้ดูสิ นอกจากจะเพิ่มความสว่างแล้ว ยังช่วยเพิ่มสีสันและลูกเล่นให้ห้องของคุณอย่างมาก 3.DIY จากของรอบๆ ตัว การแต่งห้องแต่ละครั้งต้องใช้เงินเยอะพอดู แต่ถ้าหากคุณได้ลองนำของต่างๆ มา DIY แล้ว คุณก็จะสามารถมีห้องได้ในแบบฉบับที่ต้องการ ด้วยการใช้เงินเพียงแค่เล็กน้อย หรืออาจจะไม่ต้องใช้เลยด้วยซ้ำ แค่คุณใช้จินตนาการกับข้าวของรอบๆ ตัว มาสร้างสรรค์ให้ได้ดั่งใจคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : brit เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ด้วยการใช้ไหมพรม นำมาทำเป็นพู่ แขวนเป็นโมบายแต่งรอบๆ ห้อง น่ารัก เก๋ไก๋ แถมยังลงทุนน้อย ประหยัดค่าตกแต่งไปได้อีกหลายบาทเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : DIYDailyMag หลอดไฟเก่าที่จะนำไปทิ้ง ลองหาต้นไม้จิ๋วๆ น่ารักๆ มาใส่ลงไปสิคะ แล้วคุณก็นำต้นไม้ในหลอดไฟนี้ไปห้อยตามมุมต่างๆ ของห้อง เชื่อสิว่าห้องของคุณจะน่าอยู่ขึ้นมากเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net หากมีกล่องเปล่าๆ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร ทั้งกล่องพลาสติกหรือกล่องไม้ ให้คุณลองนำมาตกแต่งทาสี เติมลวดลาย แล้วนำไปติดผนังเป็นชั้นวางของ ก็ดูประหยัดงบไปได้ไม่น้อย 4.ศิลปะลวดลาย ห้องที่เรียบๆ โล้นๆ ถึงจะดูสวยงาม แต่นานๆ ไปก็ดูน่าเบื่อ ลองมาเพิ่มลูกเล่นลวดลายให้ห้องของคุณด้วยการตกแต่งตามผนังห้องของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : slimpy.eu การใช้รูปภาพที่เก็บบันทึกความทรงจำของคุณมาแต่งเติมผนังห้อง จะช่วยสร้างความแตกต่างไปจากเดิมจากผนังสีขาวว่างเปล่า แค่นี้ก็ทำให้ห้องดูเปลี่ยนไปจากเดิมได้แล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : freckleandfair ใช้เทปวาชิมาตกแต่งผนัง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องของคุณ ลองติดเป็นลายเส้นต่างๆ หรือตามรูปร่างที่คุณชอบ ยิ่งหากคุณเป็นคนเบื่อเร็ว เทปวาชิก็สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำลายพื้นผิวของผนัง คุณสามารถที่จะเปลี่ยนลาย สีสันไปได้เรื่อยๆ ตามใจชอบเลยล่ะ 5.ต้นไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการแต่งห้องให้น่าอยู่ ก็คือ ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่อย่างน้อยในห้องของคุณต้องมีสักหนึ่งอัน เพราะห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ มองไปทางไหนก็แต่ผนังอิฐปูน จะดีแค่ไหน หากมีมุมเพิ่มเติมความสดชื่นเล็กๆ นี้อยู่ภายในห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : brit ลองหาแจกันใสๆ แล้วเติมสีลงไปในน้ำ พร้อมปักดอกไม้ลงไป จะทำให้ห้องของคุณดูเก๋ สวยงาม และอาจจะช่วยเพิ่มความหอมและความสดชื่นให้ห้องของคุณได้อย่างง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : whatoliviadid.stfi.re กระถางเรียบๆ เพียงคุณนำมาวาดเติมลวดลาย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นกระถางที่น่ารักๆ แบบนี้ได้ เพิ่มเติมด้วยต้นกระบองเพชร ที่จะช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : decor8 แม้ดอกไม้ที่เริ่มจะโรยราแล้ว แทนที่คุณจะนำไปทิ้ง ลองนำดอกไม้พวกนั้นกลับมา แล้วใช้ของหนักทับไว้ จากนั้นให้คุณลองนำมาประดับหรือทำเป็นลวดลายบนผนัง แนะนำดอกแคสเปียที่ไม่ว่าจะโรยราแค่ไหนก็ยังคงสภาพอยู่ได้เป็นเวลานาน และดอกสแตติส ที่เมื่อแห้งเหี่ยวแล้ว แต่สีม่วงก็ยังคงดูสดใส สวยงามตลอดกาล   เชื่อว่าหลายๆ คนที่ได้ลองอ่านบทความนี้แล้ว จะเริ่มมีไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด ที่สามารถทำเองได้อย่างง่ายๆ เพื่อเสกห้องธรรมดาๆ ให้กลายเป็นห้องที่น่าอยู่ สวยสมใจคุณ    
ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย

ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย

ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย ไอเดียที่ Reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ คือ ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย ที่จะแต่งห้องธรรมดาๆ ของคุณ ให้กลายเป็นห้องที่ดูโออ่า มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น สร้างบรรยากาศที่โล่ง ผ่อนคลาย ทำให้คุณไม่อึดอัดในห้องเล็กๆ นี้อีกต่อไป   1.หน้าต่าง-กระจกใส หน้าต่างที่เปิดรับแสงธรรมชาติ เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ห้องดูโปร่งสบาย ทั้งเรื่องแสงสว่างที่เข้ามาภายในห้อง และการหมุนเวียนของอากาศที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก แต่คุณอย่าลืมไปว่าแสงแดดของเมืองไทยนั้นแรงขนาดไหน หากเลือกที่จะใช้เป็นหน้าต่างบานกระจกใส ก็ควรจะติดฟิล์มกรองแสงด้วย อย่างน้อยก็กรองแสง ความร้อน และแสงยูวี ให้ส่องเข้ามาได้น้อยลง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : contemporist หากคุณเลือกใช้หน้าต่างบานใหญ่ ที่ทำให้แสงส่องเข้ามามาก คุณอาจจะเลือกทาสีห้องโทนเข้มก็ได้ เพราะแสงนั้นช่วยให้ห้องกว้างขึ้นแล้ว แต่หากคุณมีแค่บานหน้าต่างเดียวหรือขนาดเล็ก แนะนำให้เลือกใช้โทนสีอ่อนจะดีกว่าค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : theeverygirl.com เพิ่มพื้นที่รับแสงด้วยการเพิ่มความสูงของหน้าต่าง เพียงเลือกห้องหรือเลือกใช้หน้าต่างที่มีบานใหญ่ๆ และลองเปิดผ้าม่านที่หน้าต่างทุกบานดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ห้องคุณใหญ่กว่าเดิมและดูไม่อึดอัดขึ้นจริงๆ 2.ผ้าม่านโปร่งและมู่ลี่ ผ้าม่านโปร่งและมู่ลี่ มีหน้าสำคัญในการควบคุมแสงภายในห้องให้สว่างหรือมืดตามความต้องการ หากมีแสงเข้ามามากเกินไป อาจไปทำลายข้าวของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้สีซีดลงอีกด้วย และยังช่วยทำให้บดบังการมองเห็นจากภายนอก ให้คุณรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : annelaurepalmer มู่ลี่ปรับแสงได้ อาจจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็สามารถเลือกได้ตามชอบ ซึ่งมู่ลี่นี้คุณสามารถหมุนปรับระดับได้ 180 องศา และที่สำคัญคือไม่อมฝุ่น สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าม่านทั่วไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Immyandindi ผ้าม่านโปร่งแสง เหมาะอย่างยิ่งกับพื้นที่นั่งเล่น เพราะว่าช่วงเวลากลางวัน เราจะใช้พื้นที่นี้และต้องการรับแสงมากที่สุด แต่หากเป็นห้องนอน ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าม่านโปร่ง เพราะหากตอนเช้า แสงที่เข้ามาจะรบกวนคุณ จนไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มที่ 3.กระจกเงาหรือสิ่งของสะท้อนแสง กระจกเงาเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้ห้องดูกว้าง ใครที่รู้สึกว่าห้องแคบ เล็กจนเกินไป ให้ลองหากระจกเงามาไว้ในห้องดู แนะนำให้ติดตรงข้ามหน้าต่างที่มีแสงส่องเข้ามา จะช่วยเพิ่มปริมาณแสงที่สะท้อนผ่านเข้ามาในห้องของคุณได้ หรือคุณอาจจะใช้ของตกแต่งที่ทำจากโลหะ มาช่วยสะท้อนแสงเพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah จากแสงที่สะท้อนไปมาทั่วทั้งห้อง หากขาดกระจกเงาบานนี้ไป ห้องก็จะดูแคบอย่างเห็นได้ชัด พอมีกระจกก็ทำให้ภายในห้องดูไม่มืด ทึบจนเกินไป เป็นการช่วยประหยัดค่าไฟของคุณได้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mydomaine.com ความมหัศจรรย์ของกระจก เมื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ก็จะทำให้ห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากห้องที่ทึบๆ ธรรมดา กลายเป็นห้องที่มีมิติ กว้างขวาง จากการสะท้อนแสงสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น ดูมีสไตล์ 4.เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เกะกะ สาเหตุที่ทำให้ห้องดูไม่โล่งนั้น อาจเป็นเพราะเฟอร์นิเจอร์ที่วางอย่างไม่เหมาะสม วางเกะกะกลางห้อง ทำให้แสงที่ส่องเข้ามา ส่องได้ไม่ทั่วถึงทั้งห้อง ลองขยับเข้ามุม เปลี่ยนทิศทางของเฟอร์นิเจอร์ที่วางอยู่กลางห้องของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : diningandlivingroom.com การวางโซฟา และชั้นวางของไว้ที่ด้านหนึ่งของผนัง ช่วยให้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์นั้น ไม่ควรจะมีลวดลายเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ห้องดูรก ไม่สบายตา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog หากคุณจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้กลางห้อง แน่นอนเลยว่าคุณจะเสียพื้นที่โดยรอบจนเกินไป แนะนำให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำหนักเบา แล้วลองวางชิดติดผนังด้านใดด้านหนึ่ง จะไม่เป็นการบดบังวิวและแสงสว่างที่ส่องเข้ามา 5.โทนสีอ่อน การเลือกใช้โทนสีอ่อนในการตกแต่งห้อง แน่นอนว่าจะทำให้ห้องดูสว่าง โล่ง โปร่ง แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือทำให้ห้องของคุณดูสบายตา และน่าอยู่มากยิ่งขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designdevotee2 แม้จะมีหลายสีอยู่ด้วยกัน แต่โดยรวมของห้องนั้นก็ยังดูสบายด้วยการเลือกใช้โทนสีพาสเทล ทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเท่าตัว แต่อย่าลืมว่าข้าวของสีอ่อนเหล่านี้ จะเปื้อน เลอะเทอะได้ง่าย ดังนั้นคุณต้องรักษาและหมั่นทำความสะอาดอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mydomaine.com หากใช้โทนสีขาวล้วน อาจทำให้ห้องดูจืดชืดจนเกินไป ลองเปลี่ยนมาใช้โทนสีขาวผสมกับเอิร์ธโทน ซึ่งทั้งสองโทนนี้จะเข้ากันได้อย่างลงตัวอยู่แล้ว ที่สำคัญ ช่วยให้ห้องของคุณดูมีบรรยากาศที่สบาย ผ่อนคลายขึ้น หวังว่า ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย จะช่วยให้ใครหลายๆ คน ที่มีพื้นที่ที่จำกัด จะไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป ซึ่งไอเดียที่ว่ามานี้ นอกจากจะช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติแล้ว อากาศที่เข้ามายังถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ห้องของคุณดูสวยงาม หรูหรา และยังทำให้คุณได้ประหยัดค่าไฟได้อีกหลายเท่าตัว
ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ (Country Style)

ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ (Country Style)

ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ วันนี้ reviewyourliving มี ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ มาฝากกันค่ะ คุณลองแต่งห้องตามไอเดียเหล่านี้ได้เลย แล้วมาดูกันว่า ห้องของคุณจะให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างไหม เพราะไอเดียที่เรานำมาฝากในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เน้นการสัมผัส กับธรรมชาติ ใช้วัสดุต่างๆ ที่คงความเรียบง่าย คุณจะได้กลิ่นอายของชนบทนิดๆ แต่รับรองว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้ไปตากอากาศอยู่แน่นอนค่ะ   1.ลวดลายท้องถิ่น การตกแต่งห้องของคุณด้วยลวดลายท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการปัก หรือการทอ ทั้งเส้นสายและสีสันที่ทำให้ห้องของคุณ ดูมีความเคลื่อนไหวอย่างง่ายๆ ช่วยเปลี่ยนห้องธรรมดาๆ ของคุณ ให้ดูอบอุ่นขึ้นอย่างรื่นรมย์   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Salamahz คุณสามารถเลือกลวดลายพื้นเมืองและโทนสีที่ชอบ มาตกแต่งห้องได้ไม่ว่าจะเป็นปลอกหมอนอิง ผ้าบุโซฟา พรม หรือผ้าม่าน ซึ่งการใช้ผ้าที่มีลวดลายเหล่านี้ เมื่อคุณเบื่อก็สามารถเปลี่ยนลวดลายได้เมื่อไหร่ก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stylecaster ถึงแม้ว่าลักษณะของเตียงนอนและห้องโดยรวมจะดูโมเดิร์นไปหน่อย แต่ก็ยังแฝงความเป็นคันทรี่ ด้วยผ้าคลุมเตียงและพรมลายท้องถิ่นตะวันตก พร้อมตกแต่งด้วยกีตาร์และไม้ใบเขียว ช่วยให้ห้องนอนนี้ดูลุคคันทรี่อย่างมาก เหมือนได้อยู่ในโลกของคาวบอยเลยเชียวล่ะ 2.ของตกแต่งจากธรรมชาติ สไตล์คันทรี่เป็นสไตล์ที่นิยมอยู่เสมอ ด้วยของตกแต่งที่สามารถหยิบวัสดุจากธรรมชาติมารังสรรค์ใช้ตกแต่งห้องได้เลย และของตกแต่งแต่ละชิ้น ก็ล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เป็นตัวช่วยที่ทำให้ห้องของคุณสวยและมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : appearanceattorneyoncall.com ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ทันสมัย หลายๆ คน คงอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และภายใต้เสน่ห์ของสิ่งของเหล่านี้ คุณสามารถนำมาประยุกต์ตกแต่งห้องได้อย่างง่ายๆ เช่น ม่านหวาย กระบองเพชร หรือของตกแต่งอื่นๆ ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หวาย ไม้ใบเขียว ขนสัตว์สังเคราะห์ แค่นี้ก็เติมเต็มความสุขให้คุณ ให้ได้สัมผัสกับกลิ่นอายของธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องออกจากห้องกันเลยทีเดียว 3.วัสดุไม้ธรรมชาติ สไตล์คันทรี่ หลักๆ ก็คือการเน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ มาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งวัสดุที่จับต้องได้และเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ ไม้ นั่นเอง ที่ล้วนแล้วก็มีเสน่ห์และลวดลายในตัวเองที่ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ashleyhomestore หากคุณลองมองไปที่เนื้อไม้ดีๆ แล้วล่ะก็ จะเห็นได้ว่าจะมีลวดลายที่พิเศษ เป็นลวดลายที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น เมื่อคุณนำวัสดุไม้มาตกแต่ง ห้องของคุณจะดูอบอุ่นขึ้นมาทันที คุณอาจจะขัดสี ฟอกสีไม้ เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homebnc ด้วยเสน่ห์ของการโชว์ลายไม้ด้วยเทคนิคการขัดสี แต่ยังคงเน้นสีไม้ธรรมชาติ ทำให้ห้องนี้ดูอบอุ่นขึ้นมาเท่าตัว หากคุณเริ่มมีวัสดุไม้เต็มห้องแล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณหลงใหลในเสน่ห์ของสไตล์คันทรี่เข้าแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : amzn.to โต๊ะไม้ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ทำให้คุณได้สัมผัสถึงรสนิยมในแบบท้องถิ่น ซึ่งแฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบเรียบง่ายสบายๆ ข้อดีในการใช้ไม้แท้ก็คือ การดูแลรักษาที่ง่าย และอายุการใช้งานนานกว่าการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ติดวัสดุปิดผิวลายไม้ 4.ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนและแสงธรรมชาติ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสไตล์คันทรี่ ก็คือมักจะใช้วัสดุตกแต่งมีให้ความนุ่มนวล คุณอาจจะ DIY ข้าวของเครื่องใช้ ด้วยวัสดุจากธรรมชาติเพิ่มลูกเล่นให้ดูคลาสสิคแต่ยังคงความอ่อนหวานเอาไว้ โดยเน้นสีอ่อน สีโทนธรรมชาติ และเปิดให้ห้องของคุณได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติอย่างเต็มที่ แค่นี้ก็อบอุ่นจนไม่อยากออกไปไหนแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin สิ่งของที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ อย่างหวาย ช่วยเติมแต่งบรรยากาศให้ดูอ่อนหวานและอบอุ่นขึ้น ซึ่งคุณควรคุมโทนให้เน้นใช้สีที่เรียบง่าย ผสมกับไม้ดอกสีอ่อน ที่จะช่วยทำให้ห้องนี้ดูเข้ากันอย่างลงตัว ขอบคุณภาพจาก pinterest : homebnc ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติ ดอกไม้ และพรมขนสัตว์สังเคราะห์ โทนสีอ่อนเหมือนสีที่ได้จากการย้อมธรรมชาติ นำมาเป็นวัสดุตกแต่งแทนเครื่องหนัง สอดแทรกด้วยของตกแต่งที่เรียบง่าย เมื่อนำทั้งหมดมารวมกัน ช่วยทำให้ห้องนี้ดูสบายตา น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม 5.อิฐ ไม้ หิน จริงๆ แล้วสไตล์คันทรี่จะดึงเอาลักษณะเด่นเฉพาะของวัสดุจากธรรมชาตินั้นๆ มาใช้ในการก่อสร้างหรือการตกแต่ง อย่างเช่น อิฐ ไม้ หิน นอกจากจะสวยงามตามแบบฉบับของธรรมชาติแล้ว วัสดุเหล่านี้ยังไม่ต้องดูแลรักษามากอีกด้วย ยิ่งเก่า ยิ่งนาน ก็จะยิ่งมีเสน่ห์ในตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : joyinteriors.co.uk ถึงแม้จะมีทั้ง อิฐ ไม้ และหิน แต่ห้องนี้ก็ยังดูสวยงามกลมกลืน การที่ใช้หินมาปูพื้นนั้นช่วยให้ทุกก้าว ของคุณได้สัมผัสถึงวิถีการดำรงชีวิตในสไตล์คันทรี่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : deVOLKitchens เกือบทั้งห้องนี้ เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ ทั้งพื้นที่ปูด้วยหิน คานไม้ และเฟอร์นิเจอร์จากไม้แท้ แนะนำหินปูพื้น ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน คือ หินอ่อน หินแกรนิต และในปัจจุบันมีวัสดุทดแทนออกมาเป็นทางเลือก คุณสามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน ซึ่งก็จะได้ความสวยงามไม่แพ้หินแท้เลย เป็นยังไงกันบ้างคะ เมื่อได้ลองอ่าน ไอเดียแต่งห้องให้อบอุ่นด้วยสไตล์คันทรี่ นี้แล้ว คุณอยากจะลุกขึ้นมา ตกแต่งห้องกันเลยใช่ไหมละคะ ท่ามกลางโลกปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย กระแสที่นิยมธรรมชาตินั้นเริ่มมีมากขึ้น หลายๆ คนโหยหากลิ่นอายของชนบท คิดถึงการพักผ่อน ผ่อนคลาย หากคุณได้ลองแต่งห้องตามไอเดียนี้แล้ว คุณก็จะได้รับความรู้สึกเหล่านั้น โดยที่ไม่ต้องออกไปไหนเลยละค่ะ  
ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ อ่อนหวานแบบย้อนยุค

ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ อ่อนหวานแบบย้อนยุค

ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ อ่อนหวานแบบย้อนยุค วันนี้เรามี ไอเดียแต่งห้องสไตล์วินเทจ มาฝากกันค่ะ หลายคนก็จะนึกถึงการใช้ของเก่ามาตกแต่ง แต่แท้จริงแล้วยังรวมไปถึง ข้าวของที่มีคุณภาพและโดดเด่นด้วยวัสดุที่ใช้ ไม่ใช่แค่เก่าอย่างเดียว เปรียบได้ก็คือ ยิ่งเก่ายิ่งแพงนั่นเอง ดังนั้นการแต่งห้องสไตล์วินเทจจึงไม่ได้ตายตัว แค่เน้นการเลือกของมาตกแต่งให้ดูย้อนยุคและน่าหลงใหลก็เท่านั้นเอง   1.เฟอร์นิเจอร์ดัดแต่งทรง ความอ่อนหวานในสไตล์วินเทจ ส่วนหนึ่งก็มาจากเฟอร์นิเจอร์ดัดแต่งทรงลวดลายให้มีความโค้ง กลมมน ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์มีรูปร่างแข็งทื่อ เป็นมุมเหลี่ยม แค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว ห้องของคุณก็จะได้ลุคแนววินเทจแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : judybrown169 ในห้องนอน สิ่งที่เป็นจุดสำคัญคือเตียงนอน คุณควรจะต้องเลือกดีไซน์เตียงที่ดูย้อนยุค หรือจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนสีอ่อนหรือลวดลายอ่อนหวานก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : littleemmaenglishhome.blogspot.it เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสัน จะช่วยให้ห้องของคุณดูมีดีไซน์มากขึ้น ได้กลิ่นอายแบบย้อนยุคที่คลาสสิค 2.ลวดลายอ่อนหวานของลูกไม้ อีกไอเทมแต่งห้องแนววินเทจ คือ ลูกไม้ ที่มีดีเทลเอกลักษณ์เป็นลวดลายต่างๆ ความอ่อนช้อยของลูกไม้จะช่วยทำให้ห้องดูนุ่มนวลมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : minnesotawi อยากแนะนำให้คุณมีม่านลูกไม้โปร่งสักผืนมาตกแต่งห้องของคุณ เพื่อเพิ่มความวินเทจเข้าไปอีก เลือกใช้โทนสีอ่อน เช่น สีขาวหรือครีม จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com เพิ่มการตกแต่งด้วยฉากกั้นลายลูกไม้ขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศห้องของคุณดูอบอุ่นอ่อนหวาน มากกว่าการกั้นผนังด้วยปูน หรือฉากกั้นแบบทึบ 3.วอลล์เปเปอร์ลายดอก วอลล์เปเปอร์เป็นตัวแปรสำคัญของการแต่งห้อง และส่วนใหญ่สไตล์วินเทจกับลวดลายดอกมักจะขาดกันไม่ได้ หรือเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายและรอยนูนบนพื้นผิวของวอลล์เปเปอร์นั้นๆ ที่จะทำให้ห้องดูมิติมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : alltihemmet0026 เสริมความหวานด้วยลวดลายสไตล์วินเทจ แล้วเติมของตกแต่งเข้าไปอีกนิด อย่างเช่น กรอบรูปติดผนัง หรือต้นไม้ ที่จะช่วยทำให้ห้องดูสดชื่นขึ้นอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : houseandgarden เลือกใช้วอลล์เปเปอร์คนละลายมาตกแต่ง เพื่อเพิ่มความเก๋ แต่ให้เลือกโทนสีที่ต่างกัน และลวดลายตัดกัน รับรองว่าห้องของคุณจะดูมีชีวิตชีวามากขึ้นแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorpad หากต้องการให้ห้องดูวินเทจแบบทันสมัย ให้เลือกใช้สีเข้มและลวดลายใหญ่ๆ ติดแค่บางฝั่งของผนังห้อง เพราะถ้าติดทั้งห้อง จะทำให้ห้องดูแคบ รกและลายตาเกินไปได้ 4.ผนังห้องต้องไม่โล่ง ผนังห้องด้านที่ไม่ได้ติดวอลล์เปเปอร์ลายดอก ให้คุณลองหมุนตัวดูรอบๆ ว่ามีอะไรที่ไม่ใช้แล้วบ้าง ก็สามารถนำมา DIY ให้มีกลิ่นอายย้อนยุคเข้าไปได้อีก ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องลงทุนเพิ่มอละยังเก๋ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : loombrand คุณจะรู้สึกได้ย้อนวันเวลา และสัมผัสเรื่องราวที่สามารถเล่าผ่านได้จากกรอบรูปขอบดัดแต่งทรงสีทองนี้ หรือคุณจะนำภาพปัจจุบันไปทำเป็นภาพสีซีเปีย แล้วนำมาแต่งก็ได้     ขอบคุณภาพจาก pinterest : styleanddesigns DIY ของตกแต่งแบบเก่าๆ ด้วยการขัดสีให้เหมือนของเก่า และใส่โทนสีอ่อนๆ เพื่อให้ดูอบอุ่นและทันสมัย เพิ่มความเก๋ของผนังให้กลายเป็นมุมโปรดของห้องคุณ 5.นาฬิกาย้อนเวลา นาฬิกาแขวนผนัง หรือนาฬิกาตั้งพื้นใหญ่ๆ ที่จะกลายเป็นจุดเด่นของห้อง ให้ลองเลือกที่เป็นทรงกลมใหญ่ๆ มีกลิ่นอายแบบวินเทจ ไม่เน้นความหรูหรามากนักมาประดับห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo ลองคิดว่าห้องนี้ไม่มีนาฬิกาดูสิคะ ห้องนี้ก็จะเป็นเหมือนห้องเก่าๆ ห้องหนึ่ง แต่แค่เรานำนาฬิกาประดับห้องก็จะสัมผัสได้ถึงยุคเก่าๆ สไตล์วินเทจแล้วล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedecorators.com ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว นาฬิกาสไตล์วินเทจก็ยังคงมีสไตล์ของตนเอง ลองนำนาฬิกาหลายรูปแบบมาประดับห้องสิคะ แล้วคุณจะได้เห็นถึงดีไซน์ที่บ่งบอกรสนิยมผ่านเข็มที่หมุนตามเวลา 6.ของตกแต่งยุค 80 ย้อนอดีตในวันวานด้วยของเก่าเก็บ เพิ่มลูกเล่นสไตล์วินเทจ ด้วยการนำมาแต่งห้องเล็กๆ น้อยๆ คุณอาจจะไปหาของใช้ของคุณย่าคุณยายที่เก็บไว้ หรือจะไปหาซื้อตามร้านของตกแต่ง ซึ่งหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด จริงๆ แล้วไม่ได้ซีเรียสอะไรนัก แค่สิ่งของนั้นต้องดูขลัง ดูมีคุณภาพเหมือนมาจากยุค 1980   ขอบคุณภาพจาก pinterest : doglvr ของตกแต่งแนววินเทจที่ไม่ใช่แค่ความเก่า แต่ยังมีสไตล์ของตัวเอง ดังนั้นการตกแต่งแบบนี้ ก็สามารถบอกได้เช่นกัน ว่าเจ้าของห้องนี้มีรสนิยมอย่างไร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo การที่เอาของเก่าๆ มาปรับปรุงหรือทำความสะอาด แค่นี้ก็ได้ของเก๋ๆ มาสร้างบรรยากาศแบบวินเทจ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม   ไอเดียการแต่งห้องสไตล์วินเทจ นั้นแสนจะง่าย ไม่ยุ่งยากในการหาของมาตกแต่ง แค่เลือกให้เหมาะตามรสนิยมของคุณ แล้วเล่าเรื่องยาวแบบย้อนยุคผ่านข้าวของต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน โทนสีห้อง และ reviewyourliving.com อยากแนะนำ เรื่องโทนสีที่สไตล์วินเทจมักจะนิยมใช้ คือ สีขาว ทอง ดำ ครีม แต่ควรใช้สีทองแค่ 20% ของโทนห้องเท่านั้นก็พอค่ะ เท่านี้ห้องของคุณก็จะได้กลิ่นอายอ่อนหวานสไตล์วินเทจที่ดูกลมกลืนกันสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ
ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal)

ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal)

ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) Reviewyourliving มีไอเดียที่กําลังได้รับความนิยมมาฝากกันอีกแล้วค่ะ นั่นก็คือ ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) ที่เลือกของต่างๆ ที่มีความจำเป็น คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย มาจัดวางอย่างเป็นระเบียบ คุมโทนสีของห้องให้เป็นทิศทางเดียวกัน ทำให้ภาพรวมดูเรียบง่าย และห้องดูกว้างขึ้น แค่คิดก็น่าอยู่แล้ว เราไปดูไอเดียและเทคนิคต่างๆ กันเลยดีกว่าค่ะ     1.คุมโทน โทนสีในสไตล์มินิมอล จะเน้นใช้โทนสีเดียว เป็นโทนสีอ่อน หรือเอิร์ธโทน ทำให้เวลามองไปรอบๆ ห้องจะดูเรียบง่ายและสบายตากว่าการใช้หลายๆ สี รวมกัน และหากต้องการเพิ่มลวดลายให้กับห้อง แนะนำเป็นลายเส้นตรงๆ บางๆ หรือรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloodandchampagne.com นำเฟอร์นิเจอร์สีดำมาวางเป็นจุดเด่นของห้อง ทำให้ดูมีมิติโดดเด่นขึ้นมา แต่ยังแฝงไปด้วยความเรียบง่าย คลาสสิค   ขอบคุณภาพจาก pinterest : audieyap คุมโทนด้วยโทนสีขาวเพื่อให้ดูสะอาด ดูมีพื้นที่กว้างขึ้น การคุมโทนสีมีข้อดีคือ เมื่อคุณอยากนำของตกแต่งหลายๆ ชิ้นมาวาง โทนสีเดียวกันช่วยทำให้ดูไม่รก และที่สำคัญการวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรวางกระจุกเป็นที่เดียว เพราะจะทำให้ห้องดูอึดอัดได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah ใช้เอิร์ธโทนในการแต่งห้อง ก็ดูคุมโทนได้ดีทีเดียว ได้บรรยากาศของความสงบและผ่อนคลาย และเมื่อได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ยิ่งทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง และน่าอยู่ขึ้นอีกเท่าตัว 2.เฟอร์นิเจอร์เก็บของมากๆ ให้ดูน้อย เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน ก็อยากมีห้องสไตล์มินิมอล แต่จะทำอย่างไร ถ้ามีของเยอะแยะเต็มไปหมด อย่าเพิ่งคิดว่าการแต่งห้องสไตล์มินิมอลจะเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพียงแค่หาเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นที่เก็บของในตัว ดีไซน์เรียบง่าย เท่านี้ฝันของคุณก็เป็นจริงแล้วค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flycasual ช่องเก็บของใต้เตียงที่คุณจะเก็บของที่ใช้บ่อยๆ ก่อนนอนก็ได้ ช่วยให้คุณได้ใช้เวลาและพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ สีของไม้ก็ช่วยทำให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นมา ในปัจจุบันมีร้านรับทำไม้พาเลทใต้เตียง ที่สามารถสั่งทำตามความต้องการในราคาไม่แพงมากมาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lefashion.stfi.re เลือกตู้เก็บของที่เน้นเส้นตรง เป็นช่องๆ มีเหลี่ยมมีมุม วัสดุพื้นผิวเรียบๆ หรือหากต้องการเพิ่มลวดลาย ก็ใช้เป็นลายของหินอ่อนบางๆ ก็ได้เช่นกัน เพื่อคงสไตล์มินิมอลไว้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designsponge มินิมอลเป็นสไตล์การตกแต่งที่ได้มาจากคนญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าคนญี่ปุ่นเองมีพื้นที่ที่จำกัด เลยวางตู้เก็บของอะไรมากไม่ได้ คนญี่ปุ่นก็เลยนิยมใช้บันไดแขวนมาเก็บของ ตอนเลือกซื้อให้เลือกที่มีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก 3.ของตกแต่งที่ง่ายๆ บางทีเฟอร์นิเจอร์หลักของห้อง ก็อาจจะดูเรียบง่ายเกินไป ถ้าอยากเพิ่มลูกเล่น ลองหาของมาตกแต่งดูสิคะ แต่ยังต้องคงคอนเซปต์น้อยชิ้นและเรียบง่าย ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin อีกไอเท็มที่น่าสนใจ คือ กรอบรูปติดผนัง ถึงจะติดหลายอัน แต่ก็ดูไม่รกตา เพราะขอบของกรอบรูปที่ไม่หนามากและเป็นสีโทนเดียวกับห้อง ช่วยทำให้ดูกลมกลืนได้เป็นอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : michaelnielsen โคมไฟเปลือยสายไฟที่มีกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ทำให้ดูเรียบง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องมีโคมไฟห้อยเพดานแบบหรูหรา อลังการใดๆ เป็นอีกไอเดียที่ดีเหมือนกันค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homeyohmy.com ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ที่แขวนของ หรือกระจก ก็จัดวางตามการใช้สอยได้ดี ทำให้พื้นที่นี้ดูโล่งสบายตา จากโครงสร้างของสิ่งของและรูปทรงที่แสนจะเรียบง่าย 4.กระบองเพชรน่ารักๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยตัวแทนของต้นไม้แบบมินิมอล ด้วยต้นกระบองเพชรที่นำไปวางไว้ในมุมต่างๆ ก็สามารถเปลี่ยนห้องโล่งๆ ธรรมดาให้ดูสดชื่นขึ้นได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : indiehomecollective.com หากรู้สึกว่าห้องดูโล่งจนเกินไป ให้ลองหาต้นกระบองเพชรที่มีรูปทรงตามแบบฉบับที่คุณชอบ ช่วยทำให้ห้องดูมีอะไรขึ้นมาได้อย่างชัดเจน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : potterybarn ต้นกระบองเพชรน้อย ที่คุณสามารถเลือกขนาดหรือลวดลายของกระถาง ให้เหมาะสมกับภาพรวมของห้องของคุณได้เอง 5.เก็บของให้เรียบร้อย เลือกวางที่จำเป็น แค่คุณนำของมาวางรก ระเกะระกะ ห้องก็จะไม่มีความมินิมอลทันที สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ การเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ เก็บของที่ไม่ใช้ใส่ตู้ และไม่เสียเวลาในการทำความสะอาดอีกต่อไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homeyohmy.com หาตู้ลิ้นชักมาไว้ใส่ของให้เป็นระเบียบ เก็บของที่สามารถหยิบใช้ได้ตามต้องการ ของกระจุกกระจิกนี่ต้องไม่มีให้เห็น เพื่อให้ห้องดูสวยงาม ไม่รกตลอดเวลา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Storiesbyme การจัดวางของใช้ที่จำเป็นอย่างมีระเบียบ เรียบร้อย ทำให้เกิดความสมดุล ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เท่านี้ห้องก็ดูสะอ้าดสะอ้าน ดูดีเป็นไหนๆ   น้อยแต่มากด้วยประโยชน์แบบนี้ หวังว่าคงเป็นอีกไอเดียให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปแต่งห้องกันนะคะ จะสังเกตได้ว่า ไอเดียแต่งห้อง น้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) นั้นเป็นการตกแต่งที่มีการจัดวางอย่างเรียบง่าย สมดุล คุมโทน เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก เพราะจะยิ่งช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น โปร่ง สบายตา ลองมองไปรอบๆ ถ้ามีสิ่งของชิ้นไหนที่เพื่อนๆ รู้สึกว่าไม่จำเป็น ก็ควรนำออกจากห้องไปนะคะ ยิ่งของน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ทั้งการหาข้าวของ การทำความสะอาด และรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น            
ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ   สำหรับสายอาร์ทที่ต้องการแต่งห้องเพื่อปลุกไอเดียนั้น reviewyourliving ขอแนะนำ ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ ที่ช่วยให้คุณได้เลือกตามสไตล์ที่ชอบและนำมาตกแต่งห้องของคุณกันค่ะ ซึ่งการตกแต่งจะสะท้อนตัวตนของผู้อยู่ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ อย่ารอช้า รีบไปดูไอเดียต่างๆ กันดีกว่าค่ะ   1.ศิลปะ Pop Art ศิลปะแนวป็อปอาร์ท มีเอกลักษณ์ในการใช้สีสันฉูดฉาดตัดกันกับคู่สีตรงข้าม ทั้งดูคลาสสิคและโมเดิร์นในตัว คุณสามารถแต่งห้องของคุณให้มีสีสันที่แฝงด้วยศิลปะ เพิ่มความสนุกสนานให้กับห้องได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : portaldeartesanato.com.br แค่ทาผนังสีแดงสด แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แนวป๊อปอาร์ท ก็ช่วยเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ได้แล้ว คุณสามารถเลือกโทนสีที่ตัดกันได้ชัดเจนแบบนี้ได้เลย เพราะมันคือจุดเด่นของแนวป๊อปอาร์ท   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lindsaycharlotte.tumblr.com ถ้ากลัวว่าห้องจะมีสีสันจนเกินไป แค่ติดกรอบรูปตามแบบฉบับของศิลปะแนวป็อปอาร์ท หรือจะนำรูปภาพของตนเองหรือคนที่รักไปทำเป็นภาพแนวป็อปอาร์ทแบบนี้ก็ได้ ก็จะมีความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร 2.ลูกเล่นของสีน้ำ เชื่อว่าสายอาร์ทอย่างเราๆ คงนึกอยากเอาสีน้ำมาแต่งแต้มลงบนผนังสีขาวที่เหมือนกระดาษเปล่าอย่างแน่นอน อย่าลืมรองพื้นให้ดีและเลือกแปรงให้เหมาะสม กำหนดขนาดคร่าวๆ ก่อนแต่งแต้มจริงนะคะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : Homepolish เพื่อให้ห้องของคุณดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อย่ารอช้ารีบหยิบแปรงทาสีแล้วแต่งแต้มตามความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้เลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : staceyjsheppard หากคุณไม่มั่นใจในฝีมือการแต่งแต้มสีน้ำลงบนผนังแล้วล่ะก็ คุณสามารถใช้วอลล์เปเปอร์ลายสีน้ำแบบนี้ได้เช่นกัน เป็นการเปลี่ยนผนังสีขาวธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น 3.Geometic เรขาคณิตที่เรียบง่าย การนำลวดลายเรขาคณิตมาตกแต่งห้อง ช่วยทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้นจากรูปทรงต่างๆ ที่เรียบง่าย แต่พอนำมาตกแต่งแล้วก็สัมผัสได้ถึงการนำรูปทรง ลายเส้นของศิลปะมาใช้ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญถึงคุณจะใช้ลวดลายเรขาคณิตเยอะ ห้องก็จะดูไม่ลายตามากเหมือนการใช้ศิลปะแบบอื่นๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : archiproducts ลายเรขาคณิตที่ดูเรียบง่ายผสมกับการใช้สีสันหลายเฉดสีที่ตัดกัน ช่วยทำให้ห้องไม่จืดชืด ดูสดใส และทันสมัย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : popsugar.com ไม่จำเป็นว่าห้องของคุณจะต้องเป็นผนังลวดลายเรขาคณิต แค่ทาสีสันให้เฟอร์นิเจอร์ด้วยลวดลายเรขาคณิต ก็ทำให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ดูโดดเด่นขึ้นมา 4.สีสันสดใสที่เข้ากัน โทนสีมีส่วนสำคัญในการตกแต่งห้องเป็นอย่างมาก เพราะสีที่ใช้นั้นจะคุมภาพรวมโทนของห้องทั้งหมด และแต่ละสีก็ส่งผลต่ออารมณ์ไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นการแต่งห้องให้มีสีสัน คุณจะต้องเลือกคู่โทนสีให้เข้าชุดกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : scontent-gru1-1.xx.fbcdn.net ลองเลือกใช้สีของสิ่งของต่างๆ ในห้องให้แตกแต่งกันไป แต่ยังคงคุมโทน ถ้าเน้นโทนสีสดใส ก็ควรจะใช้ทั้งหมด หรือหาพรมที่มีสีสันแบบนี้ก็ทำให้มุมนี้ดูชิคขึ้นอีกมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : primitiveandproper.blogspot.com หาเวลาว่างๆ ทาสีเก้าอี้ตามสีที่ชอบ แล้วคุณจะรู้สึกมีชีวิตชีวา อยากใช้เวลาในการคิดสร้างสรรค์ในมุมนี้นานมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.styleestate.com ลองเริ่มจากแม่สี แดง เหลือง น้ำเงิน มาตกแต่งก่อน แล้วค่อยเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ลงไป ซึ่งสิ่งของบางอยางก็ไม่จำเป็นต้องมีสีสันไปหมดก็ได้ 5.กระเบื้อง Talavera กระเบื้อง Talavera เป็นกระเบื้องที่นิยมใช้ในเม็กซิกัน ซึ่งนำมาเป็นตัวเสริมในการตกแต่งห้องได้เป็นอย่างดี จะสังเกตได้ว่าลวดลายของกระเบื้องนั้น จะมีลวดลายที่พิเศษ ไม่ค่อยซ้ำกัน แนะนำให้ลองเลือกมากกว่า 10 ลาย และนำมาจัดเรียงตามแพทเทิร์น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : wallstickshop ผนังห้องครัว ที่ไร้สีสันก็อาจจะทำให้การเข้าครัวของคุณไม่สนุกได้ แนะนำให้นำกระเบื้อง Talavera มาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง คุณจะรู้สึกมีพลังในการคิดสร้างสรรค์อีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stacee14 การตกแต่งพื้นห้อง ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของ จากการใช้กระเบื้อง Talavera ที่มีลวดลายแตกต่างกันไป 6.Pattern แพทเทิร์นมีความหลากหลาย และมีทฤษฎีทางศิลปะในการจัดวาง ซึ่งลวดลายมีตั้งแต่แบบเรียบง่ายที่ใช้ลายเส้น กราฟิก หรืออาจจะเป็นรูปจริงๆ ก็สามารถนำมาทำเป็นแพทเทิร์นได้ การนำลวดลายแพทเทิร์นต่างๆ มาตกแต่ง น่าจะโดนใจสายอาร์ทตัวจริงอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thibautdesign.com เพิ่มความอาร์ทด้วยลายแพทเทิร์นสีสันสดใส ให้ความรู้สึกเหมือนได้จินตนาการและได้ความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา คุณสามารถหาแพทเทิร์นที่ชอบ แล้วนำไปพิมพ์ลงบนผ่าน เพื่อเป็นผ้าม่านผืนโปรดได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ethanallen.com หากอยากให้ห้องดูโมเดิร์น ให้ใช้แค่โทนสีเดียว แล้วเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายแพทเทิร์นจากสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเสริมกันให้บรรยากาศของห้องดูกลมกลืน ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ เหมาะกับสายอาร์ท หรือคนที่ต้องการหาไอเดีย ปลุกความคิดสร้างสรรค์ ตลอดเวลา แค่ลองเริ่มจากการแต่งห้องเพิ่มสีสันและลวดลายสักนิด ก็ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจได้บ้างแล้วล่ะค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมคุมโทนให้ดี ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ จะได้เป็นสายอาร์ทอย่างมีสไตล์
ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ จะเน้นไปที่เรื่องการใช้สอย และการตกแต่งให้มีความสนุกมากขึ้น เหมาะกับวัยรุ่นทั้งหลายที่กำลังศึกษาอยู่ ลองดูเป็นไอเดียแล้วไปแต่งห้องกัน   1.พื้นที่บนโต๊ะทำงานสำคัญที่สุด โต๊ะอ่านหนังสือหรือทำรายงาน เป็นมุมที่นักศึกษาต้องใช้มากที่สุด เผลอๆ กินข้าวก็อาจจะใช้โต๊ะนี้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นลองหาไอเดียการจัดวางของใช้ต่างๆ บนโต๊ะที่ประยุกต์ตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : emilyley หลายๆ คน ก็มักจะพบกับปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอบนโต๊ะอ่านหนังสือ ที่ข้าวของวางเต็มโต๊ะไปหมด ให้หากล่องใส่ของที่มีลวดลายสวยงามและโทนเดียวกันมาจัดเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : howtobuildit.org ติดชั้นวางของกระจุกกระจิกที่ผนังแบบนี้ เพื่อเอาไว้คอยวางหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน 2.แสง แสงต้องสว่างเพียงพอ ทั้งจากไฟและแสงธรรมชาติ เพื่อที่คุณ จะได้อ่านหนังสือหรือทำรายงานได้อย่างสะดวก แนะนำให้เลือกวางโต๊ะที่มีมุมแสงธรรมชาติส่องเข้ามา และไม่ควรหันหลังให้กับแสง เพราะแสงจะไปสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : interiorgod มุมอ่านหนังสือที่ได้แสงจากธรรมชาติที่ส่องเข้ามา สามารถทำให้ห้องเหลี่ยมๆ นี้ ดูมีชีวิตชีวาและดูกว้างขึ้น หากรู้สึกสว่างไปก็สามารถติดม่านโปร่งอีกชั้นเข้าไปได้ เมื่อยามที่คิดงานไม่ออก ก็สามารถมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเพื่อผ่อนคลายได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : bluesoup213 หาโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือมาตั้งไว้บนโต๊ะ เผื่อเวลาที่แสงธรรมชาติส่องไม่ถึง คุณจะได้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 3.ตารางบันทึก หลายคนต้องจำทั้งตารางเรียน กิจกรรม วันเกิดคนสำคัญ และอีกหลายอย่างมากมายใช่ไหมละคะ อีกไอเดียที่ควรนำมาใช้ก็คือ การทำบันทึกไว้ที่ผนัง ไม่ว่าเวลาไหนก็สามารถดูได้ ป้องกันการลืมที่สำคัญๆ ได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : cameralink.se ผนังของมุมห้องด้านหนึ่ง สามารถติดด้วยบอร์ดไม้ได้ เวลามีอะไรที่ต้องแจ้งเตือน หรือน่าสนใจ ก็เอามาปักหมุดไว้ในบอร์ดไม้นี้ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : decoist ทาผนังด้านนึงเป็นสีดำด้าน เท่านี้ก็จะได้บอร์ดกันลืมที่ผนัง คอยอัพเดท แจ้งเตือนวัยรุ่นที่มากกิจกรรมอย่างเราๆ แล้วล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : the_elf_herself ทำเป็นปฎิทินติดผนังบอกชัดไปเลยว่ากิจกรรมนี้อยู่วันอะไร เพื่อจะได้รู้แน่นอนเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง มีรายงานที่ต้องส่งไหม 4.เก็บของจุกจิกในห้องให้เป็นระเบียบ เดิมข้าวของส่วนตัวก็มีเยอะมากอยู่แล้ว ของเกี่ยวกับการเรียน การเพิ่มตามขึ้นมาอีก ทั้งหนังสือ เอกสาร อุปกรณ์การเรียนต่างๆ หากวางกระจัดกระจาย ชีวิตคงจะต้องยุ่งเหยิงอย่างแน่ๆ แนะนำให้ลองหาชั้นและกล่องเก็บของมาเก็บของไว้และเขียนว่ากล่องนี้เก็บอะไร กันลืมในยามที่ไม่ค่อยได้ใช้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : karolpinheiro มุมเล็กๆ สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้โดยการหาชั้นใส่ของมาวางไว้ เพื่อรวบรวมของใช้ที่กระจัดกระจายมาไว้ที่เดียว จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้สบายขึ้น เมื่อรู้ว่าของที่เก็บอยู่ตรงไหน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ชั้นวางหนังสือติดผนัง อีกไอเดียที่ไม่ควรพลาด เพราะชีวิตประจำวันของคุณต้องยุ่งอยู่กับหนังสืออย่างแน่นอน สามารถติดชั้นได้หลายรูปแบบตามความชอบของคุณได้เลยนะคะ 5.เพิ่มสีสันผ่านกำแพงห้อง กำแพงที่จืดชืด ก็อาจจะไม่ทำให้จินตนาการของคุณโลดแล่นได้ ให้ลองหากระดาษ หรือเทปมาติดดู เริ่มต้นจินตนาการในการสร้างสรรค์มุมกำแพงนี้ล่ะว่าจะออกมาโดนใจตัวเองหรือเปล่า   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dominomag วาชิเทป หรือเทปที่มีลวดลาย สามารถนำมาสร้างสรรค์ลงบนผนังได้ และเมื่อลอกออกก็จะไม่ทิ้งคราบกาวใดๆ ไว้ ลองเอาวาชิเทปมาแต่งในมุมโปรดของคุณกันสิคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dream-decor.com สร้างมุมโปรดสำหรับไว้เล่าความทรงจำส่วนตัวบนผนัง รู้อยู่แล้วว่าวัยรุ่นเนี่ย ต้องถ่ายรูปมากมายในแต่ละวัน จะดีแค่ไหน ถ้าเราเอาออกมาจากมือถือ มาแต่งตามผนังห้องที่ว่างเปล่า โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้กรอบรูปมาให้วุ่นวายเลย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : blog.giddygiddy.com กระดาษกาวที่ตีตารางตามจำนวนวันในแต่ละเดือน ก็เพิ่มสีสันให้กับห้องได้ แถมยังช่วยคนที่ขี้ลืม ให้สามารถมาเช็คกิจกรรมสำคัญๆ ที่กำแพงด้านนี้ได้อีกด้วย 6.หมอนรองสรีระ อ่านหนังสือทบทวน หรือทำรายงานทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ไม่ดีต่อสุขภาพและร่างกายแน่ๆ ควรมีหมอนรองสรีระเวลานั่งทำงานเป็นอย่างยิ่ง นักศึกษาก็อายุพึ่งจะ 20 กว่าๆ เอง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันนะคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : feedpuzzle หมอนใบใหญ่กับผ้ารองนั่งแบบนุ่ม ก็ช่วยรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี หากไม่มีปัญหาเรื่องการนั่งทำงานแล้วระบบการทำงานของคุณก็จะดีขึ้นด้วย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : diyprojectssite ใช้หมอนอิงที่มีรูปทรงน่ารักๆ แบบนี้ก็ได้ หากรู้สึกเริ่มเมื่อยล้าจากการทำทำงานทั้งวันแล้ว ก็หยิบมากอดได้ หรืออาจจะหาเป็นหมอนที่เป็นรูปทรง ตัวการ์ตูนที่ชอบก็ได้นะคะ   หวังว่า ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย จะช่วยทำให้ห้องของมีบรรยากาศที่น่าอยู่ขึ้น แค่ตกแต่ง ไม่ต้องลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก และจัดพื้นที่มุมโต๊ะทำงานที่ใช้บ่อยๆ ให้โล่งและเป็นระเบียบ เพราะจะช่วยทำให้คุณหาพวกเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น        

1 2 3 ... 9