MQDC เปิดแบรนด์ใหม่ “มัลเบอร์รี่” เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การอยู่อาศัยแห่งอนาคต?

ปัจจุบันคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น จากการดูแลสุขภาพตัวเอง และวิวัฒนาการทางการแพทย์ ทำให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น  สังคมไทยจึงกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ  แต่ละครอบครัวจะมีคนถึง 3 Gen ทั้งเจนเนอเรชั่น “ปู่ย่า ตายาย” “พ่อแม่” และ “ลูกหลาน” แต่ด้วยข้อจำกัดของที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ทั้งด้านรูปแบบของที่พักอาศัย ทำเลที่ตั้ง และราคา ส่งผลทำให้คนทั้ง 3 Gen ไม่สามารถพักอยู่อาศัยร่วมกันได้ในบ้านหลังเดียวกัน  แม้ว่าจะมีความต้องการพักอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมากก็ตาม

 

MQDC หรือ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้มองเห็นเทรนด์และแนวโน้มในอนาคต ถึงความต้องการในการอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลาย Gen จากผลงานวิจัยหลายแห่งทั่วโลก พบว่า ปัจจุบันคนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันน้อยลง ทำให้คนต้องการพักอยู่อาศัยร่วมกันหลายวัย จึงได้เปิดตัวแบรนด์ มัลเบอร์รี่ โกรฟ (MULBERRY GROVE) เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งรูปแบบคอนโดมิเนียม และบ้านเดี่ยวในรูปแบบวิลล่า เพื่อรองรับกับการอยู่อาศัยของคนหลายช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “สานความสุข ให้ทุกเจเนอเรชั่น” (NURTURING INTERGENERATION HAPPINESS)

 

ที่มาของแบรนด์มัลเบอร์รี่ โกลฟ เกิดจากการศึกษางานวิจัยต่างๆ ทั่วโลก อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งทำวิจัยมานานนับ 80 ปี ถึงการพักอาศัยอยู่ร่วมกันของคนหลาย Gen ส่งผลให้คนมีอายุยืนยาวและมีความสุขมากขึ้น  นอกจากนี้ จากการร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานวิจัยกับการอยู่ร่วมกันของคนหลาย Gen กับกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ซึ่งมีรายได้มาก 100,000 บาทต่อครอบครัว พบว่า คนส่วนใหญ่ถึง 70.8% ต้องการอยู่อาศัยด้วยกันกับคนหลายวัย กลุ่มคนเหล่านี้มีฐานรายได้มากกว่า 300,000 บาทต่อครอบครัว

 

นายรุ่งโรจน์ จงศุจิพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส MQDC เปิดเผยว่า จากการทำวิจัย พบว่าคนต้องการมีความสุขในการอาศัยอยู่ร่วมกันกับคนหลายวัย เพราะผลวิจัยทั่วโลกพบว่าปัจจุบันคนมีปฏิสัมพันธ์น้อยลง  ข้อดีของการอยู่ร่วมกัน หากเป็นผู้สูงอายุจะมีอายุยืนยาวขึ้น  จากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ขณะที่เด็กทำให้เกิดการเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนในสังคม

 

“เทรนด์สำคัญในระดับโลก หรือ Global Trend พบว่าการที่คนมีปัญหาเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกหลายรุ่น นำไปสู่ปัญหาต่างๆ ทั้งในครอบครัวและสังคม ทำให้เรามีความสุขน้อยลง”

 

ชู 4 จุดเด่นเพื่อคนทุก Gen

 

สำหรับแบรนด์ มัลเบอร์รี่ โกรฟ  คือแบรนด์ที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เรสซิเดนซ์ ที่มีทั้งแนวราบและแนวสูง หรือ มัลติ-แพลตฟอร์ม แห่งแรกของเมืองไทย ที่จะตอบโจทย์ครอบครัวในทุกรูปแบบ ซึ่งมีหัวใจหลักคือการเอื้อให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันระหว่างสมาชิกหลายรุ่นในครอบครัว ผ่านการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนแต่ละเจเนอเรชั่นในครอบครัว  โดยมีจุดเด่นที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

 

1.“Designed for Intergenerational Harmony” ที่อยู่อาศัยที่ออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยแบบครอบครัว Intergeneration ครั้งแรกของที่อยู่อาศัยที่ออกแบบภายใต้แนวคิดอันเกิดจากการสนับสนุนให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุข โดยคิดผ่านการกระบวนการออกแบบจริงร่วมกับครอบครัวและนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัวแบบ Intergeneration พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่จะตอบสนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัย

 

2.“Caring Community” ชุมชนการอยู่อาศัยแบบ Intergeneration ที่มีความอบอุ่น สร้างสายสัมพันธ์และเกื้อกูลกันทั้งในครอบครัวและชุมชน “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” ออกแบบพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวและชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงสามารถจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพื่อให้คนในครอบครัวที่ต่างช่วงอายุได้พัฒนาความคิดและจิตใจ ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนความคิดอันจะก่อให้เกิดไอเดียการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ รวมถึงได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจนเกิดเป็นความสุขทั้งในครอบครัวและชุมชนแห่ง Intergeneration

 

3.“Value Creation Neighborhood” การสร้างคุณค่าให้กับครอบครัวหลากหลายช่วงวัยและชุมชน โดยการอยู่อาศัยร่วมกันแบบ Intergeneration จะเป็นการเชื่อมโยงคุณค่าแห่งวัฒนธรรมการอยู่อาศัยของไทยในอดีตที่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่และมีความกตัญญูเกื้อกูลต่อกัน เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งสังคมผู้มีอายุยืน (Aging Society) และการขยายของสังคมเมือง (Urbanization) ผ่านการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวหลายช่วงวัย สร้างคุณค่าในด้านเศรษฐกิจและด้านจิตใจให้กับทั้งครอบครัวและสังคม

 

4.“5 Dimensional Well-Being” ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้ดีขึ้นในทุกมิติ นำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งสังคมที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงความสุขอย่างยั่งยืนนั้น จะสนับสนุนความสัมพันธ์ของสังคมกับธรรมชาติ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ชุมชนเพื่อนบ้าน รวมไปถึงสังคมและธรรมชาติให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย เลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทั้งต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม มีการออกแบบให้เหมาะสมกับทุกคนและทุกช่วงวัย (Universal Design) ให้ทุกเจเนอเรชั่น สามารถใช้พื้นที่แห่งความสุขร่วมกันได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ นำมาสู่การรับประกันของโครงการที่นานถึง 30 ปี

 

 

เตรียมเปิด 3 โปรเจ็กต์ 19,900 ล้าน

 

สำหรับในปีแรกนี้บริษัทเตรียมเปิดตัว 3 โครงการ มูลค่ารวม 19,900 ล้านบาท ใน 2 ทำเล ได้แก่  โครงการ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท” (MULBERRY GROVE Sukhumvit) ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท เพียง 250 เมตร จากรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ซึ่งผ่านการเลือกสรรและวิเคราะห์ทำเลว่ามีองค์ประกอบในด้านต่าง ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวหลากหลายช่วงวัยได้เป็นอย่างดี โดยเป็นโครงการแบบ High Rise สูง 37 ชั้น จำนวน 286 ยูนิต และมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

 

ส่วนอีก 2 โครงการ จะพัฒนาภายในพื้นที่โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ ได้แก่  โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จำนวน 283 ยูนิต โดยจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้  และโครงการบ้านเดี่ยวในลักษณะ Cluster Villa ใน จำนวน 37 ยูนิต โดยจะเปิดตัวในช่วงปลายปีเช่นกัน  ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายว่าในปีแรกจะสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ​  5,000-6,000 ล้านบาท

 

ขณะที่ปีหน้าได้วางเป้าหมายการพัฒนาโครงการใหม่อีก 2 โครงการด้วย ซึ่งการเลือกทำเลที่ตั้งโครงการ จะต้องตอบโจทย์กับคนทุกเจเนอเรชั่น โดยจะต้องอยู่ใกล้โรงพยาบาลและสวนสาธารณะ สำหรับกลุ่มคนรุ่นปู่ย่า ตายายใกล้กับโรงเรียน สำหรับกลุ่มคนรุ่นลูกหลาน และใกล้ที่ทำงานหรือเดินทางสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางด่วน เพื่อรองรับกลุ่มคนพ่อแม่

 

We Recommend
บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

Atelier Residence บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก Aland Development ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยการนำแนวคิด Oval Design ดีไซน์เพื่อความเป็นส่วนตัวที่สุด ไม่ถูกรบกวนจากภายนอกในแบบฉบับ Private Residence เพียง 8 ยูนิต แต่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกในซ.สหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์   ตัวบ้านสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีทั้งสวนหย่อม สระว่ายน้ำส่วนตัวยาว 20 เมตร ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้ดูโล่งสบาย แฝงกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของบ้าน เช่น ดินเผาสีเทาที่นำมาเป็นอิฐคุณภาพสูงทุกก้อน คอร์คยาร์คนำต้นไม้มงคล ซึ่งไม่ทำให้บ้านเสียหายในอนาคตมาวางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน   ชื่อโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเด้นซ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ 588 ซ.สหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ 7-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 5 ห้องนอน มีลิฟต์ส่วนตัว จำนวนหลัง 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 182 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,150 ตร.ม. แบบบ้าน Type A Zen style Type B Roman style ที่จอดรถ 6 คัน ราคาเริ่มต้น 138 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ มีความเป็นส่วนตัวสูงทั้งจำนวนยูนิต และการดีไซน์ตัวบ้านที่ไม่เหมือนใคร ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม ทำเลใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย และทางด่วนฉลองรัช จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง CrystalPark, CentralFestival Eastville, Central Plaza Grand Rama 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช   ภาพ exterior   ภาพ Interior  

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคำว่าคอนโดมิเนียม โดยนำเอาทำเลรอบๆ ที่มีความเป็นเมือง metropolitan กับธรรมชาติ suburban มาผสมผสานอัตลักษณ์ของ 2 บริบทนี้เข้าด้วยกัน   รอบโครงการได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆของอาคารตั้งแต่ทางเข้าของโครงการจนไปถึงชั้นต่างๆ ของตึกจนถึงบริเวณสูงสุดของอาคาร โดยลักษณะพื้นที่ในสวนในรูปแบบของ pattern ที่เป็นเส้นตรง มีการสลับกันระหว่างพื้นที่สีเขียว ทางเดิน และน้ำ ในส่วนของ facilities หลักของโครงการชั้น 30 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Wellness pool ที่ยาวกว่า 28 เมตร เป็นตัวเชื่อมวิวระหว่างฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหาเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนชั้น 38 และ Rooftop ถูกออกแบบอย่างมี Character และกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดให้มาใช้งาน อาทิ พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยมีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการทำสวนและปลูกผัก ส่งไปถึงการออกกำลังกายบนชั้น Rooftop ใช้สีสันฉูดฉาดชวน Active บนวิวเมืองสวยๆ และยังมีที่นั่งที่เป็น Net Hammock ดูยื่นออกไปนอกอาคารอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองวิวได้อย่างครบ 360 องศา   ภายในสร้างบรรยากาศการตกแต่งแบบร่วมสมัย คือ MODERN แต่ก็ผสมผสาน ART CULTURE แบบ RETRO ในรูปแบบ MODERN RETRO ที่สะท้อนการใช้งานศิลปะเข้ามาผสมผสานในทุกๆพื้นที่ ในส่วนของห้องพักมีความโล่งกว้างสามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงทั้งส่วนบุคคลหรืออยู่เป็นครอบครัว มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ถ่ายเทของอากาศได้ดี จากการออกแบบแปลนของอาคารทำให้ทุกห้องได้รับวิวทัศนียภาพที่สวยงามของสถานที่โดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิวเมืองหรือวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า และมีการประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบให้มีครีบที่ช่วยกันแดดแนวตั้งที่สามารถช่วยลดความร้อนและแสงที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ในบางส่วน โดยที่ไม่บดบังทัศนียภาพนอกอาคาร ชื่อโครงการ THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มหาชน ที่ตั้งโครงการ ถ.จันทน์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-2-60 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น  37 ชั้น จำนวนยูนิต 270 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 32.66 – 47.21 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 37.21 ตร.ม. 2 BEDROOM 58.96 – 90.32 ตร.ม. 2 BEDROOM  PLUS 88.14 – 88.17 ตร.ม.  3 BEDROOM 93.44 – 110.74 ตร.ม. PENTHOUSE 134.88- 188.76 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Auto Parking 270 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2565 ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีช่องนนทรี  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง Makro, Market Place นางลิ้นจี่, Central rama 3, The Up rama 3, Silom Complex,สวนลุมพินี, โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม THE ISSARA SATHORN ภาพ Facilities   ภาพ Interior

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

Ideo Chula-Samyan คอนโดที่ "คิดเพื่อชีวิตจุฬา" แค่ชื่อคอนเซปก็บ่งบอกคาแรคเตอร์ของโครงการนี้ได้ดี เพราะการออกแบบทุกพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ชาวจุฬา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่รู้จบตลอด 24 ชม. อาทิ Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop พร้อมฟรี Wifi 3x Facilities บน 3 ชั้นสูงสุดของอาคาร ท่ามกลางธรรมชาติให้ได้พักผ่อนไปกับวิวกลางเมือง   ชื่อโครงการ Ideo Chula-Samyan (ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน)  เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.วิภาวดี 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10210  พื้นที่โครงการ  3-1-45.5 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น อาคาร A สูง 34 ชั้น อาคาร B สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิต 773 ยูนิต  ขนาดห้อง  STUDIO 26-30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.5-41.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 45-48 ตร.ม. 2 BEDROOM  52-70.5 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 385 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ 400 เมตร จาก MRT สถานีสามย่าน อยู่กลางเมืองที่มีความสะดวกสบายรอบด้าน และ 3x Facilities ชั้นบนสุดของอาคารเต็มพื้นที่ 3 ชั้น เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมฟรี Wifi ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ สถานที่ใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สามย่านมิตรทาวน์, Siam Paragon, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, MBK Center, Silom Square, สวนลุมพินี, Chamchuri Square, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล BNH   3x Facilities     ด้านใน Facilities   Ideo Chula-Samyan เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. 62 Free iPhone 11 Pro Max* ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท      

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง