ติดต่อโครงการ


a space I.D. Asoke-Ratchada คอนโดแนวคิดใหม่ ที่ให้คุณเป็นตัวเองได้มากกว่า (Advertorial)

a space I.D. Asoke-Ratchada คอนโดแนวคิดใหม่ ที่ให้คุณเป็นตัวเองได้มากกว่า : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปอัพเดทความคืบหน้าล่าสุดของคอนโดมิเนียมใกล้เขต New CBD ของกรุงเทพ ซึ่งเคยเปิดตัวกันไปอย่างฮือฮามากๆ กับระบบจอดรถอัจฉริยะที่ล้ำที่สุดแห่งยุค บอกแค่นี้หลายคนก็คงจะจำกันได้กับโครงการ a space I.D. อโศก-รัชดา คอนโดคุณภาพในเครือ Areeya Property นั่นเองครับ

รายละเอียดโครงการ

  • ราคาเริ่มต้น    3,690,000 บาท
  • เจ้าของโครงการ    Areeya Property PLC.
  • ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 29 ชั้น 1 อาคาร
  • พื้นที่โครงการ    2 – 1 – 83.7 ไร่
  • จำนวนห้อง     543 ยูนิต และ ร้านค้า 4 ยูนิต
  • ที่จอดรถ    ประมาณ 218 คัน หรือคิดเป็น 40%
  • ที่ตั้งโครงการ    ถนนดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ    กลางปี 2559
  • ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร
  • ค่ากองทุน    450 บาท/ตารางเมตร

 

เรื่องทำเลที่ตั้งหลายคนคงจะรู้จัก และทราบกันดีอยู่แล้วว่า a space I.D. อโศก-รัชดา ตั้งอยู่ริมถนนอโศก-ดินแดงเลย ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพระราม 9 ไม่มากครับ ซึ่งพื้นที่บริเวณแยกพระราม 9 นี้เป็นทำเลที่มีศักยภาพน่าจับตามากแห่งหนึ่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ครับ เพราะเป็นทั้งแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญมากๆ ทั้งสำนักงานใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ (SET), AIA Capital Center, G Land Tower, True Tower, Cyber World Tower รวมถึงหน้าสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Central Plaza พระราม9, Fortune Town, Esplanade, ตลาดนัดรถไฟ,สถานฑูตจีน, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, สถานศึกษา และโรงพยาบาลอีกมากมายเลยทีเดียว

แผนที่โครงการ

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

ในส่วนของทำเลที่ตั้งนั้นเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ a space I.D. ได้รับความสนใจและถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ในขณะที่คอนเซปต์การออกแบบของตัวโครงการเองก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยความที่นิยามให้เป็นคอนโดมินเนียมเจเนอเรชั่นใหม่ มีความล้ำนำสมัยและให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่แตกต่าง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน กับสเปซส่วนตัว เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้คุณเป็นตัวเองได้มากกว่า มากกว่าในด้านไหนบ้าง นี่เลยครับ

พูดแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปดูห้องจริง บรรยากาศจริงในโครงการ ซึ่งสร้างเสร็จเตรียมพร้อมเปิดรับลูกบ้านกันแล้ว

เริ่มจากด้านหน้าอาคาร จะเป็น Facility หลักอย่างสระว่ายน้ำ พร้อมพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ และเทอเรซพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ส่วนภายในอาคารที่ชั้น G จะเป็นส่วนของ Lobby และที่ทางเข้าที่จอดรถอัตโนมัติ Mechanical Parking ที่อยู่ด้านหลังอาคาร

สระว่ายน้ำแบบ Freeform และ Jacuzzi ตั้งอยู่หน้าโครงการ

Pool Seat และ Pool Bed บนเทอเรซพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ

ระบบจอดรถอัตโนมัติ Mechanical Parking นำเข้าจากบริษัท IHI Transport Machinery ผู้นำนวัตกรรมด้านนี้ในประเทศญี่ปุ่น

Exclusive Volume Space Lobby สูงถึง 7.65 เมตร

ชั้นลอย A จะเป็นพื้นที่ของฟิตเนส พร้อมห้องน้ำ และห้องประชุมอเนกประสงค์

ชั้นลอย B จะเป็นพื้นที่ของห้องซักรีด พร้อมกับห้อง Stream และ Sauna แยกชาย-หญิง ส่วนพื้นที่ว่างๆ ที่เห็นด้านขวามือจะเป็นพื้นที่จอดรถอัตโนมัติ

ภาพ Perspective แสดงให้เห็นพื้นที่บนชั้นลอย A-B

ภาพฟิตเนสบนชั้นลอย A

ส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป แต่ชั้น 2 ของโครงการนี้น่าจะสูงประมาณชั้น 11 ถ้าเทียบกับโครงการทั่วๆ ไป เนื่องจากโครงการนับพื้นที่จอดรถอัตโนมัติตั้งแต่ด้านล่างขึ้นมาถึงประมาณชั้น 10 ให้เป็นชั้น 1

นอกจากด้านล่างแล้ว ยังมีพื้นที่สีเขียวด้านบนอาคารด้วยนะครับ

ภายนอกอาคารนี่เรียกว่าเกือบจะสมบูรณ์ 100% แล้ว เหลือในส่วนของการเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยเองครับ เช่นเดียวกับในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งสระว่ายน้ำแบบ Freeform สวนริมสระกับกรีนซ้อมพัตต์กอล์ฟ ห้องฟิสเนส ห้องสมุด ฯลฯ ในขณะที่ห้องชุดของคุณลูกค้าก็กำลังเก็บรายละเอียดเตรียมทยอยส่งมอบแล้วเช่นกันครับ ครั้งนี้เราจึงได้เห็นบรรยากาศจริงภายในอาคาร และห้องพักไปพร้อมๆ กันแบบไม่ต้องลุ้นไม่ต้องเดาอีกให้เสียเวลา

ขึ้นมาถึงในโซนห้องพักของ a space I.D. ก็สะดุดกับบรรยากาศบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องก่อนเลยครับ ผมเชื่อว่าแทบจะไม่มีคอนโดมิเนียมเจ้าไหนเลยมั้งที่ตั้งใจออกแบบให้โถงทางเดินมีบรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในสวนแบบนี้ หน้าห้องแต่ละห้องตกแต่งด้วยสวนแนวตั้ง ให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตา (ถึงแม้จะตกแต่งด้วยต้นไม้ประดิษฐ์แทนต้นไม้จริงเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลของนิติฯ ก็ตาม)

ชานหน้าห้องก็เพิ่มประตูรั้วเล็กๆ แทรกด้วยกล่องรับจดหมาย ต่างจากโครงการอื่นๆ ที่จะรวมตู้จดหมายไว้ในห้องด้านล่างนะครับ ตรงจุดนี้จะให้บรรยากาศในการอยู่อาศัยเหมือนอยู่บ้านมาขึ้นด้วย อีกเรื่องหนึ่งที่เราสัมผัสได้เมื่อมาได้มาดูบนอาคารจริงก็คือ ตัวอาคารออกแบบมาให้อากาศถ่ายเทได้ดีมากๆ มีช่องลมเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านได้สะดวก บริเวณโถงทางเดินหน้าห้องนี้ลมพัดดีจริงๆ ครับ ทั้งๆ ที่เรายืนอยู่ที่ชั้น 4 เอง ยังไม่ต้องขึ้นไปชั้นสูงๆ เลย

ทีนี้มาดูภายในห้องจริงดีกว่าครับ ซึ่งทางโครงการได้ตกแต่งเอาไว้สวยงาม เพื่อที่ลูกบ้านจะได้มีไอเดียในการตกแต่งห้องตัวเอง หรือจะได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานภายในห้องชัดเจนขึ้นด้วย เพราะห้องที่โครงการขายจริงจะเป็นแบบ Fully Fitted คือลูกค้าจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้า ส่วนครัว สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศ ห้องที่เราเลือกมาให้ชมกันมี 2 ห้องนะครับ เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 33 ตร.ม. ทั้ง 2 ห้องเลยครับ แต่มี Layout ที่ต่างกัน เพื่อความต่างของไลฟ์สไตล์แตกต่าง

ห้องแรกมีชื่อว่า Idealist ตกแต่งมาในสไตล์หวานๆ ฟังก์ชั่นของห้องนี้ โดดเด่นด้วยการเลือกว่าตำแหน่งของห้องน้ำไว้ระหว่างห้องรับแขกและห้องนอน เพิ่มความเป็นสัดส่วนในการใช้งาน เหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ก็อาจจะมีเพื่อนๆ มาเยี่ยมที่ห้องบ่อย ห้องนี้จะช่วยแบ่งพื้นที่ห้องนอนให้เป็นสัดส่วนชัดเจนแยกออกจากห้องรับแขก ประตูห้องน้ำสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง จากทั้งห้องนอนด้านใน และห้องรับแขกด้านหน้า เวลาต้อนรับแขกประตูกั้นบริเวณห้องน้ำนี่ช่วยได้เยอะเลยนะครับ ห้องน้ำก็เป็นสัดส่วน เข้าจากทางห้องรับแขกได้เลยด้วย

อีกส่วนที่เป็นจุดเด่นของห้องนี้ก็คือ Pantry ครัวเปิดบริเวณโซนหน้าห้องครับ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนเพิ่มมาให้ ช่วยทั้งเรื่องระบายกลิ่นจากการทำครัว และเพิ่มความโปร่งสบายตามากขึ้นอีกด้วย ไอเดียในห้องตัวอย่างนี้ช่วยให้เราเข้าใจฟังก์ชั่นของห้องได้ชัดเจนขึ้นเหมือนกันนะครับ ถึงจะไม่ได้แต่งห้องให้มุ้งมิ้งเท่าห้องตัวอย่าง แต่ก็สามารถนำไอเดียไปดัดแปลงให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวได้ครับ

แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 33 ตารางเมตร

แปลนห้องแบบ 3 มิติ ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย

เริ่มจากตรงชานหน้าห้องกันเลยนะครับ

มีตู้เล็กๆ สำหรับเก็บรองเท้าและเป็นที่นั่งใส่รองเท้าในตัว

อีกด้านเป็นหน้าต่างจากห้องครัวออกมาด้านนอก เพื่อช่วยให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น

ตรงนี้จะเป็นช่องลมสำหรับระบายอากาศอยู่หน้าหน้าต่าง

ประตูที่ได้จะเป็นแบบ Digital Door Lock ของ Samsung

เปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วจะเจอ Living Area อยู่ตรงหน้าเลยนะครับ

แต่เราจะไปดูส่วนครัวที่อยู่ด้านขวามือกันก่อน

ส่วนครัวจะเป็นแบบเปิดตั้งอยู่หน้าห้อง แต่มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศออกด้านนอก และมีช่องลมรับช่วงต่ออีกที

สำหรับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นท็อปสีขาวของ Lixil แบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่น ด้านซ้ายมีเตาไฟฟ้า พร้อมฮูดควันของ Teka ด้านล่างเป็นที่วางเครื่องซักผ้า

ส่วนด้านขวาที่ติดกับประตูห้องจะเป็นซิงค์ล้างจานทรงสี่เหลี่ยม ของ American Standard

คราวนี้หันกลับมาดูที่ Living Area โครงการตกแต่งเป็นโซฟา Built in ขนาด 3 ที่นั่ง

ส่วนฝั่งชั้นวางทีวีก็ Built in มาอย่างสวยงาม ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาประมาณ 3.5 ม. ถือว่าห่างกันพอสมควรเลยนะครับ สามารถเลือกวางทีวีจอใหญ่ได้สบายๆ

ตู้เย็นๆ จะอยู่ฝั่งเดียวกับชั้นวางทีวี อยู่ติดกันเลยครับ

ถัดจาก Living Area จะเป็นห้องน้ำที่ตั้งอยู่ก่อนถึงส่วนของห้องนอน

สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard อย่างอ่างล้างหน้าทรงสีเหลี่ยมอันนี้ มีที่วางของรอบๆ อ่างให้ด้วย วัสดุ waterproof ครับ

มาพร้อมกับกระจกเงาขนาดพอดีตัว

โถสุขภัณฑ์จะอยู่ฝั่งตรงข้ามอ่างล้างหน้า

ตรงกลางจะเป็น Shower Box ที่สามารถเข้าออกจากทางห้องนอนได้ด้วย สังเกตด้านบนจะมี Rain Shower แบบฝังฝ้าให้ด้วย

คราวนี้เรามาดูที่ห้องนอนกันบ้าง อย่างที่บอกนะครับห้องนอนจะอยู่ด้านในสุด แยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วน และมีความเป็นส่วนตัวทีเดียว

ในห้องนอนโครงการวางเตียง 5 ฟุตให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งขนาด 5 ฟุตน่าจะเหมาะกับห้องนี้ที่สุด เพราะจะได้มีพื้นที่ข้างๆ เตียงเหลืออยู่นิดหน่อย ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป

ปลายเตียงตกแต่งเป็นเคาน์เตอร์ยาวสีชมพูหวานแหวว พร้อมตู้เก็บของกระจุกกระจิก ให้ดูเป็นไอเดีย เหมาะกับคุณผู้หญิงสุดๆ

ทางเดินจากห้องนอนออกไปที่ Living Area จะเห็นตู้เสื้อผ้า Built in ของ Lixil วางอยู่หน้าห้องนอน ขนาดสูงจากพื้นจรดเพดาน หน้าบานเป็นแบบ Hi-gross ทางโครงการจัดมาให้เหมือนห้องตัวอย่างเลยนะครับ

ข้างเตียงอีกด้านเป็นระเบียง กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

คอมเพรสเซอร์แอร์จะตั้งอยู่ด้านนอกระเบียง

วิวด้านถนนดินแดง ซึ่งก็คือฝั่งทิศใต้ของอาคาร มองออกไปเห็นสถานี Airport Link มักกะสัน

ด้านล่างมองลงมาเป็นพื้นที่สวนและสระว่ายน้ำ Free from ของโครงการ

ทีนี้เรามาดูห้องตัวอย่างห้องที่ 2 กันบ้าง ห้องนี้มีชื่อว่า Identity ดีไซน์ตกแต่งแบบแมนๆ เข้มขรึมต่างจากห้องแรกไปโดยสิ้นเชิง อย่าลืมว่าขนาดห้องเท่ากันกับห้องก่อนหน้าเป๊ะเลยนะครับ แต่จะต่างกันที่ Layout ห้อง ซึ่งปรับเปลี่ยนตำแหน่งห้องน้ำให้มาอยู่ในโซนหน้าห้องใกล้ๆ กับ Pantry ครัว จัดให้โซนกลางห้องเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และกั้นพื้นที่ห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่

บรรยากาศของห้องนี้โดยรวมจะดูเชื่อมต่อถึงกันได้ดีนะครับ มีความโล่งโปร่งไปอีกแบบ เพราะถ้าเปิดประตูกระจกออกหมด เราก็จะรู้สึกว่าพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนกว้างมากขึ้น โดยภาพรวมแล้ว Layout ของห้องนี้อาจจะไม่ได้แปลกใหม่มาก และน่าจะเป็นแบบห้องที่เราเห็นกันมาจนชินตามากที่สุดแบบหนึ่งเลยทีเดียว  แต่โดยส่วนตัวเรากลับชอบไอเดียในการตกแต่งของห้องนี้มากนะครับ มีการเพิ่มลูกเล่นลงไปในเฟอร์นิเจอร์ Built-in ในหลายๆ ส่วน ทำให้สามารถใช้งานได้หลายประโยชน์ และมีพื้นที่ในการเก็บของให้เป็นระเบียบไปพร้อมๆ กัน

แปลนห้อง

แปลนห้องแบบ 3 มิติ

เข้ามาในห้องแล้วจะแยกออกเป็น 2 ฝั่งนะครับ มุมนี้เราถ่ายย้อนกลับไปหน้าห้อง ซึ่งส่วนนี้มีการปูกระเบื้องไว้ด้วย

ด้านซ้ายมือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวแนวยาว

เคาน์เตอร์ครัวจะเหมือนกับห้องแรกเลยนะครับ ต่างกันตรงที่จะมีชั้นลอยเก็บของเพิ่มขึ้นมา

ซิงค์ล้างจานของ American Standard

เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka

พร้อมฮูดดูดควันยี่ห้อเดียวกัน

ฝั่งขวามือจะเป็นห้องน้ำ โครงการตกแต่งเป็นกระจกบานเลื่อนสีชา พร้อมชั้นวางขอเก๋ๆ ให้ดูเป็นไอเดีย

เราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อ

สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะเหมือนกับห้องแรกเลยนะครับ แต่การจัดวาง Layout จะต่างกันอย่างที่เห็น

ห้องนี้จะได้กระจกเงาบานใหญ่ ยาวตั้งแต่อ่างล้างหน้าไปจนถึงโถสุขภัณฑ์

อีกด้านจะเป็น Shower Box มีฉากกั้นให้เรียบร้อย บริเวณกำแพงในส่วนของที่อาบน้ำเพิ่มลูกเล่นตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคจากพื้นจรดเพดาน

มุมมองจาก Living Area ย้อนกลับไปที่หน้าห้อง

Living Area โครงการตกแต่งด้วยโซฟาหนังสีน้ำตาล 2 ที่นั่ง แต่จริงๆ แล้วด้วยพื้นที่ตรงนี้สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งก็ได้นะครับ

แต่ที่โครงการเลือกใช้โซฟา 2 ที่นั่งเพราะต้องการพื้นที่เพื่อ Built in โต๊ะทำงานไว้ข้างๆ โซฟาแบบนี้

โต๊ะทำงานเล็กๆ ที่โครงการ Built in ไว้ข้างโซฟา ให้ดูเป็นอีกหนึ่งไอเดีย

ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาก็ถือว่าห่างอีกเหมือนกันนะครับ ดูจากระยะแล้ววางทีวีจอใหญ่ซะใจได้เลย พร้อมลูกเล่น Built in บานเลื่อนที่เพิ่มพื้นที่เก็บของได้ครีเอทีฟไปอีกแบบ

ต่อจาก Living Area จะเป็นห้องนอนที่อยู่ด้านในสุด

ระหว่างห้องนอนกับ Living Area จะมีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้น

ในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

ด้านปลายเตียงโครงการ Built in เป็นตู้เสื้อผ้าบานสูงถึงเพดาน

ข้างเตียงอีกด้านเป็นระเบียงห้อง ประตูเป็นกระบานเลื่อน 3 ตอนเหมือนห้องแรก

คอมเพรสเซอร์แอร์แขวนไว้ที่ด้านนอกระเบียง

มุมมองจากห้องนอนย้อนออกไปที่หน้าห้อง

จะว่าไปแล้วพื้นที่ห้องไซส์เริ่มต้นของ a space I.D. ที่เปิดมาที่ขนาดห้อง 33 ตร.ม. แบบนี้ จัดว่ากว้างพอสมควรเลย เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คนได้อย่างสบายๆ ทางด้านคอนเซปต์ดีไซน์ก็โดนเด่นด้วยการจัดให้มี Exclusive Foyer อยู่หน้าห้อง พร้อมสวน Vertical garden และตู้จดหมายส่วนตัว ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน ได้ความเป็นส่วนตัว แถมยังมี Facility ในโครงการเตรียมไว้อีกเพียบ พร้อมนวัตกรรมที่จอดรถอัตโนมัติจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราเชื่อว่าลูกบ้านโครงการนี้น่าจะได้รับความสะดวกสบายครบถ้วนที่สุดอย่างแน่นอน ยิ่งตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แบบนี้ด้วยแล้ว ใครที่กำลังเล็งห้องในทำเลย่านนี้อยู่ ไม่ว่าจะอยู่อาศัยเอง หรือเพื่อการลงทุน ขอกระซิบว่าต้องรีบเลยนะครับ ปัจจุบันห้องแบบ one bedroom ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้าน เท่ากับว่าสนนราคาเริ่มเพียง 111,xxx บาทต่อ ตร.ม. เท่านั้น ห้องไซส์นี้ ทำเลกลาง New CBD ขนาดนี้ หาไม่ง่ายแล้วนะครับ…. รีบๆ กันหน่อย

โดยในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ โครงการเตรียมจัดปาร์ตี้ Be “MORE” YOU ที่คุณจะเป็นตัวเองได้มากกว่า ที่ เอ สเปซ ไอดี อโศก-รัชดา เปิดโครงการให้ลูกค้าได้สัมผัสห้องจริง บรรยากาศจริงในโครงการ และที่สำคัญ ทางโครงการมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในราคาโดนๆ รออยู่ สำหรับผู้ที่จองในงาน ฟรี! เฟอร์นิเจอร์แต่งครบ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนฯ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษและลุ้นรับของรางวัลตลอดงาน และพลาดไม่ได้!! กับศิลปินเสียงคุณภาพ วง The Parkinson และ อิมเมจ The Voice ที่จะมาร่วมแสดงพลังเสียงกันให้คุณสนุกอย่างเต็มที่

สำหรับลูกค้าที่สนใจ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ http://www.areeya.co.th/aspaceid รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 100,000 บาท* ทันที หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางโครงการได้ที่ 1797 ครับ

We Recommend
เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนจะต้องหาซื้อของขวัญกันเอาไว้บ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครอยากจะหาของขวัญหรือสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ดีไซน์สวย ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อไปซ้ำกับใครแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะไปเดินงาน Style Bangkok Fair 2019 ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนั่นคือการนำเอาสินค้าจากต่างประเทศมาไว้ในงานด้วย โดยครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักสินค้า Fresh Taiwan จากไต้หวัน ที่เห็นแล้วจะต้องรู้สึกอยากจะได้เป็นเจ้าของสักชิ้นแน่นอนค่ะ   Fresh Taiwan คือโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ของ Designer ชาวไต้หวัน แล้วผลักดันไปไกลระดับโลก ซึ่งการมาร่วมจัดพาวิลเลี่ยนภายในงาน Style Bangkok Fair 2019 ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยในแต่ละปีก็มีหลากหลายแบรนด์ใหม่ๆ มาโชว์ผลงานที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของขวัญแบบไม่ซ้ำใคร หรือจะเจรจาธุรกิจก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับปีนี้ไต้หวันพาวิลเลี่ยนจะมาในธีม “ไฮไลท์” (HIGHTLIGHT) เน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรมคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และฟังก์ชันที่ล้ำสมัย สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งหมด 10 แบรนด์ ซึ่ง 8 ใน 10 แบรนด์จะเป็นครั้งแรกที่มาร่วมงานนี้ ได้แก่ 49101 Electronics, Vinaera, Eye Candle, Singular Concept, Conquer Casa, Hands, Dilio, และ CLARECHEN รวมถึงแบรนด์ที่กลับมาอีกครั้งอย่าง bi.du.haev และ Fyber Forma จะมีสินค้าตัวไหนน่าสนใจบ้าง เรานำมาฝากกันค่ะ   Dilio สินค้าตกแต่งบ้านที่ไม่ใช่แค่วางประดับไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่รองน้ำมันหอมระเหย ด้วยส่วนผสมเฉพาะจากวัสดุหลักที่เป็นซีเมนต์พิเศษ จะช่วยให้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยฟุ้งกระจายและคงทนอยู่ได้นานขึ้นด้วย   bi.du.haev (Biduhaev cold brew system) ใครที่ชื่นชอบกาแฟสกัดเย็น หรือที่เรียกกันว่า cold brew จะต้องอยากมีเครื่องนี้ไว้ครองครองค่ะ ด้วยวัสดุของทั้งตัวเครื่องทำมาจากแก้ว ทำให้การแฟ cold brew แก้วโปรดได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น   Vinaera เครื่องเติมอากาศในไวน์ สำหรับคอไวน์โดยเฉพาะจะต้องสะดุดตากับเจ้าเครื่องเติมอากาศในไวน์ครั้งแรกของโลก สินค้าตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันค่ะ Vinaera Classic กังหันน้ำไวน์ไฟฟ้า และ Vinaera Pro เครื่องเติมอากาศไฟฟ้าแบบปรับได้   49101 Electronics หูฟังบลูทูธ คนรักเสียงเพลงก็ย่อมจะต้องหาหูฟังดีๆ ไว้สักอันใช่ไหมคะ โดยหูฟังแบรนด์ 49101 มีความโดดเด่นตรงที่เป็นหูฟังบลูทูธสามารถเปลี่ยนเป็นสายชาร์จความเร็วสูงได้ และยังสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในตัวได้ด้วย   Fyber Forma กระเป๋ากันน้ำ กระเป๋าหลากหลายดีไซน์ มีคุณสมบัติพิเศษด้านนอกกันน้ำ ผิวสัมผัสนุ่มละเอียดคล้ายหนัง น้ำหนักเบา ด้านในกรุด้วยผ้าอ่อนนุ่ม เพิ่มความทนทาน     หากใครอยากจะสัมผัสของจริง แล้วซื้อเก็บไว้เป็นของขวัญในช่วงสิ้นปีก็แนะนำให้รีบมาในงาน Style Bangkok Fair 2019 ในวันที่ 17-21 ตุลาคม 2562 นี้เท่านั้นนะคะ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน    

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor คอนโดฯ ติดริมถ.เพชรบุรี พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Yours to Discover (ค้นพบพื้นที่ที่ใช่ บนทำเลใจกลางเมือง)” ด้วยทำเลที่ห่างจากทองหล่อเพียง 400 เมตร ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทางด่วนศรีรัช ตัวอาคารออกแบบสะท้อนถึงความภาคภูมิใจของผู้อยู่อาศัยในแบบของตนเองตามคอนเซ็ปต์ “Trophy of Life” จนกลายมาเป็นดีไซน์ของเส้นสายสีทองอร่ามบนฟาสาด (Façade) ของอาคารที่เปรียบได้กับแสงไฟที่ส่องสว่างตัดกับตัวอาคารสีดำที่เป็นตัวแทนของท้องฟ้าของมหานครยามค่ำคืน   ชื่อโครงการ The Base Phetchaburi-Thonglor (เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ)  เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  ประมาณ 2 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 จำนวนชั้น 36  จำนวนยูนิต  496 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 27.25-29.25 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom 31.75-40 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 45.75 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 61.25 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง คลับเฮ้าส์แบบ Stylish Cafe, Creative Co-working Hub, Co-Living Space, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Sky Lounge, Sky Theater, Rooftop Roof Terrace, Backyard Garden ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 98,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ทำเลริมถ.เพชรบุรี ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน สถานที่ใกล้เคียง J-Avenue, EmQuartier, Emporium, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, โรงพยาบาลกรุงเทพฯ          

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวที่หลายคนรอคอยกันแล้วนะคะ บรรยากาศเป็นใจ แถมของลดราคาก็เพียบในช่วงปลายปีเช่นนี้ใครจะไม่อยากออกไปเดินเล่นซึมซับช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ล่ะ จริงไหมคะ?   Style Bangkok Fair 2019 ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหาช่องทางเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ อยากจะหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรือมองหาสินค้าดีไซน์ดีๆ บางอย่างก็หาไม่ได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป ลองมาเดินงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ Style Bangkok Fair 2019 เป็นงานที่รวม 3 เทรดแฟร์เข้าไว้ ด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของ ใช้ในบ้าน(BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) มีบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 800 บริษัท ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 5 กลุ่มหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน   วัน เวลา : วันเจราจาธุรกิจ วันที่ 17–19 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–18.00 น. วันบุคคลทั่วไป วันที่ 20–21 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–21.00 น. สถานที่ : ไบเทค บางนา   บ้านและสวนแฟร์ 2019 : “Living Transformed” สำหรับคอนเซปงานในครั้งนี้มุ่งนำเสนอการคำนึงถึงคุณค่าของสิ่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิต ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่มาที่ไปของสิ่งเดิมไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยไฮไลท์ของงานก็มีมากมาย เช่น สวนโชว์ สวนที่จัดลงในพื้นที่อาคารเก่ารกร้าง เปลี่ยนสภาพความรุงรังเก่าโบราณเป็นสวนที่มีอาคารเก่านี้เป็นฉากหลัง, นิทรรศการดีไซด์อัพเดท วัสดุทันสมัยในการก่อสร้างและตกแต่ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับที่บ้านได้อย่างสะดวก, การประกวดต้นไม้ ยอดนิยม เฟิน, สัปปะรดสี, กล้วยไม้, แคคตัสและไม้อวบน้ำ ฯลฯ   วัน เวลา : 18 - 27 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30-21.00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี     Fattival Food Fest เทศกาลอาหารสุดอินเทรนด์ประจำปี 2019 คัดสรรจัดเต็มกว่า 60 ร้านชื่อดัง Recommend โดย 3 เพจสายกิน foodyoucaneat เรากินได้ คุณก็กินได้, เพนกวิ้นรีวิว GuinHungry, วันนี้แดกไรดีวะ พิเศษ! มีเมนูพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น   วัน เวลา : 17-20 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–22.00 น. สถานที่ : Emquartier     Karma Koncrete ปาร์ตี้ในโกดังในกลางกรุงเทพตลอด 10 ชั่วโมงเต็ม ภายในโกดังที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สไตล์อินดัสเทรียล โดยได้ศิลปินชั้นนำจาก 4 ประเทศประกอบไปด้วย CPI (สเปน) เสริมเติมกลิ่นอายจากบาร์เซโลน่ากับ Marc Pinol และ Capablanca,Vladimir Ivkovic (เซอร์เบีย / เยอรมนี) Yoshinori Hayashi (ญี่ปุ่น) และ Rifain (ฝรั่งเศส / เวียดนาม) ร่วมด้วย  Sunju Hargun และ Jirus นอกจากนี้ยังมีโซนตลาดขายของ มีทั้งฟู้ดทรัค บูทีกค็อกเทล ฯลฯ ซื้อบัตรที่ ticketmelon   วัน เวลา : 26 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00–00.00 น. สถานที่ :  ABOUT Studio   Melody Of Life Music Festival เทศกาลดนตรีของคนรักษ์โลก ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตจากศิลปินตลอดสองวัน แต่ยังมีบูธอาหารและกิจกรรมหลากหลาย ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ Cheeze Market ตลาดขายของทั้งมือหนึ่งและมือสอง, Workshop สิ่งของเหลือใช้มา Reuse ใช้ใหม่, นิทรรศการมัลติมีเดียเชิง Installation & Visual Effect เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และมลพิษทางทะเล, การประมูล CE โดยศิลปิน ดารา ที่มาร่วมออกแบบ CE หุ่นมาสคอตประจำงานครั้งนี้ รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนต่อไป เป็นต้น   วัน เวลา : 19-20 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00–22.00 น. สถานที่ :  ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์        

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท