Tag : Review

480 ผลลัพธ์
เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

สำหรับรีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปชมบ้านแฝดย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแบบบ้านภายนอกและแปลนภายใน เพราะทาง Private Nirvana จะมีการดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละโครงการ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่ใช่แค่ดูแล้วสวยงามเท่านั้น แต่แม้ผ่านระยะเวลาเป็น 10 ปี ก็จะยังดูไม่ล้าสมัย ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมพร้อมกันเลยค่ะ   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการบ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีเพียงตัวคานเชื่อมต่อกัน ระหว่างสองบ้าน เน้นการใช้ Material คุณภาพตั้งแต่ในเรื่องของโครงสร้างไปจนถึงวัสดุตกแต่งต้องได้คุณภาพ ความแข็งแรงทนทานไปพร้อมกับความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยที่ดีตามไปด้วย เช่น ใช้การก่ออิฐแดงทั้งหลัง หลังคาเซรามิกเอ็กเชลล่า นำความร้อนต่ำ จาก SCG พื้นกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มาตรฐานส่งออก ฯลฯ ประกอบกับงานก่อสร้างอันประณีตบรรจงราวกับว่าบ้านทุกหลังเป็นสินค้า Homemade ตามแบบฉบับของ Private Nirvana เป็นเครื่องยืนยันความมั่นใจได้ว่า บ้านแสนรักของเราจะมั่นคง แข็งแรง ไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจ และอยู่กับเราไปอย่างยาวนาน ซึ่งภาพรวมแล้วเราจะรู้สึกไม่ต่างอะไรไปจากบ้านเดี่ยวเลยค่ะ     Concept “Live High THROUGH Nature” เน้นความเป็นโมเดิร์น เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันลงตัว ภายนอกใช้สีเกรดอัลตราพรีเมียม โดยนำเอาสีเอิร์ธโทนและวัสดุตกแต่งลวดลายธรรมชาติมาใช้เป็นธีมหลัก ดูแล้ว ให้ความรู้สึกอบอุ่น กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากกว่าที่เคย   ก้าวแรกเมื่อได้เข้าไปอยู่ในโครงการจริง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบ ไร้เสียงรบกวนรอบข้าง เหมือนเข้าสู่ช่วงเวลา ของความเป็นส่วนตัว สมกับคำว่า Private จริงๆ ค่ะ       บ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมครั้งนี้จะเป็นแบบบ้าน Standard Option กับ Option 1 ค่ะ   Standard Option เริ่มตั้งแต่หน้าบ้านที่มีพื้นที่สวน และ TERRACE ยื่นออกมาอย่างกว้างขวาง สำหรับเป็นพื้นที่นั่งเล่นหน้าบ้านก่อนจะ เข้าถึงในตัวบ้าน ซึ่งจะมี Foyer และห้องน้ำแบบ Powder Room ที่เปลี่ยนจากผนังทึบให้เป็นกระจกใสบานเลื่อน ขนาดใหญ่ แล้วมีพื้นที่วางต้นไม้ประดับได้ ทำให้ห้องน้ำใต้บันไดแบบนี้ไม่อับทึบจนเกินไป แต่กลับดูโปร่ง และด้วยตำแหน่งของห้องน้ำจะช่วยเรื่องการเก็บเสียงเวลาใช้งานได้ด้วย ส่วนสุขภัณฑ์จะใช้จากแบรนด์ Kohler   Living กลางบ้านที่เชื่อมต่อกับโซน Dining และ Kitchen Room อยู่ใกล้กัน ทำให้กลายเป็น Common Area ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะช่วงเวลาของครอบครัวที่มักอยู่ร่วมกันก็จะเป็นระหว่างมื้ออาหาร หรือการนั่งดูหนัง ชมรายการโทรทัศน์ไปด้วยกันในวันหยุด โดยมีประตูกระจกสูงจรดเพดานมาล้อมรอบทั้งสองด้าน ซึ่งตัวประตู หน้าต่าง อลูมิเนียมทั้งหลังจะใช้แบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น Tostem เพื่อเปิดมุมมองให้ได้ใกล้ชิดกับสวนรูปตัว L ข้างบ้าน ไปถึงหลังบ้านเชื่อมถึงกัน และยังเป็นการเปิดรับแสงนุ่มนวลจากธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านอีกด้วย นอกจากนี้ โคมไฟใช้แบรนด์ Lamptitude และหลอดไฟ LED ทั้งหลัง   Kitchen Room ลักษณะครัวปิดขนาดกำลังพอดีสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก แต่ฟังก์ชั่นรองรับได้ครบทั้งเคาน์เตอร์ครัว แบบ L shape พื้นที่วางตู้เย็น เครื่องซักผ้า มีประตูออกไปยัง Wash Area หลังบ้าน ซึ่งตัวประตูด้วยการออกแบบพิเศษ จาก Tostemให้มีบานเลื่อนฝังในบานประตู ทำให้มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้อากาศถ่ายเท ระบายกลิ่นได้ดียิ่งขึ้น แม้ในขณะที่ประตูปิดล็อคอยู่   ชั้น 2 ของบ้าน แม้แต่ผนังระหว่างทางเดินของบันไดก็ยังคงเปลี่ยนจากผนังทึบเป็นประตูกระจกบานใหญ่ ทำให้บันไดที่ถือเป็นหนึ่งในมุมมืดของบ้านกลับมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาช่วย และยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นได้อีก ซึ่งมีกำแพงสูงประมาณ 6 เมตร เพื่อกั้นไม่ให้ดูชิดกับเพื่อนบ้านจนเกินไป และได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นค่ะ โดยที่ชั้น 2 ของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Multi-Purpose Room ตรงกลางบ้านค่ะ   Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้าน โดยห้องจริงที่จะได้เป็น ห้องโล่งนะคะ ไม่ได้กั้นส่วน Walk In Closet แบบที่เห็นมาให้ ส่วน Multi-Purpose Room ตรงกลางจะได้มาเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลากหลายค่ะ เช่น ห้องนั่งเล่นอีกแห่ง ห้องดูหนัง หรือห้องนอนเพิ่มอีก 1 ห้อง ก็ยังได้นะคะ   ห้องนอนที่ 2 จะอยู่ใกล้กับห้องน้ำแยกของชั้น 2 ค่ะ ทำให้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นห้องน้ำในตัวแบบ Master Bedroom แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกเช่นกัน   ชั้น 3 จะมีเพียง 1 ห้อง MULTIPURPOSE พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ เป็นห้องใต้หลังคาที่น่ารักมากทีเดียวค่ะ ด้วยขนาดห้องที่ใกล้เคียงกับ Master Bedroom ได้เพดานสูง จึงเหมาะที่จะเป็นห้องพระ ห้องหนังสือ หรือใครที่ไม่ได้ เข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็สามารถทำเป็นห้องนอนก็จะได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่ต้องกลัวเรื่องความร้อน จากหลังคา เพราะทุกหลังมีการปูฉนวนกันความร้อน และใช้หลังคาเซรามิกเอ็กเชลล่า มีคุณสมบัติในการนำความร้อนต่ำ จาก SCG   Option 1 จะมีความแตกต่างกับ Standard Option ตรง Foyer มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เหมาะสำหรับบ้านที่มีอยากมีที่เก็บรองเท้า มากหน่อย แต่จะได้ Terrace หน้าบ้านที่เล็กลงมา ส่วนภายในบ้านชั้น 1 และบริเวณสวนจะวางแปลนเอาไว้เหมือนกันค่ะ        ชั้น 2 พื้นที่ Multi-Purpose Room จะหายไปค่ะ แต่จะแทนที่ด้วยห้องนอนที่ 2 ได้ขนาดใหญ่ขึ้น และได้ห้องน้ำ ในตัวเพิ่มขึ้นด้วย เพราะห้องน้ำกลางของชั้น 2 นั้นเพิ่มประตูแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับ Corridor   ชั้น 3 ห้อง MULTIPURPOSE นี้จะตกแต่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวค่ะ ใครที่ชอบความเงียบสงบเวลาทำงาน หรือคนเป็น ฟรีแลนซ์เห็นแล้วคงจะชอบห้องทำงานแบบนี้แน่เลยค่ะ   สิ่งหนึ่งที่เราได้จาก Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra คือ ความพอเหมาะพอดีของขนาดพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ใหญ่โตหรือความหรูหราโอ่อ่า อาจจะไม่ใช่คำตอบของความสุขในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง แต่หากเป็นความรู้สึกและฟังก์ชั่นที่ดีเมื่อได้อยู่อาศัยจริงต่างหากที่จะมาเติมเต็มความรู้สึกของคำว่า “บ้าน”   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการที่สามารถฉายภาพของการอยู่อาศัย สำหรับครอบครัวขนาดเล็กแบบคนรุ่นใหม่ออกมาได้อย่างน่ารัก อบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น จนเชื่อเหลือเกินค่ะว่า หากใครที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสโครงการนี้ด้วยตัวเองแล้ว ก็จะต้องรู้สึกตกหลุมรักอย่างแน่นอน    
ชีวิตเหนือระดับ กับบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด Nirvana BEYOND Udon thani

ชีวิตเหนือระดับ กับบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด Nirvana BEYOND Udon thani

หลายครั้งของทีม Reviewyourliving พาไปชมโครงการบ้านในกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑล แต่คราวนี้เราจะพาขึ้นไปยังแดนอีสาน ณ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเศรษฐกิจดีที่สุดติดอันดับประเทศ แล้วจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ทำไม Nirvana Daii จึงได้มีความสนใจทำเลแห่งนี้ ลองไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันค่ะ     อุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดติดอันดับต้นของประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยเพราะด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าขายกับประเทศลาวที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีระยะห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทร์ เพียง 70 กิโลเมตรเท่านั้น จึงทำให้มีธุรกิจเกิดขึ้นมากมายเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความเจริญอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในหัวเมืองใหญ่ของบ้านเราแบบในปัจจุบัน   นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่หลายแห่ง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ของชาวอุดรฯ เช่น สนามบินนานาชาติอุดรฯ ที่มีเที่ยวบินต่อวันสูงสุดในภาคอีสาน, หนองประจักษ์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่กลายเป็นจุดเช็คอินสุดฮิป หรือจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งอย่างเซ็นทรัลพลาซ่า, UD Town, ไนท์พลาซ่า, พรีเมี่ยมเอาท์เล็ท ฯลฯ เมืองอุดรฯ จึงประกอบไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นเดิมที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยความรักในบ้านเกิด คนต่างถิ่นที่เข้ามาประกอบกิจการธุรกิจของตัวเองหรือมาติดต่อค้าขายกัน นักเรียน นักศึกษาเข้ามาเรียนในเมืองใหญ่แห่งนี้ และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาอยู่ตลอดทั้งปี ทำให้อุดรธานีเต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากผู้คนอันหลากหลาย เมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ย่อมมีโครงการที่อยู่อาศัยตามมารองรับความเป็นอยู่ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย       Nirvana BEYOND Udon thani ไม่บ่อยนักที่จะมี Developer ระดับคุณภาพจากกรุงเทพฯ มาเปิดมุมมองการใช้ชีวิตให้เหนือระดับยิ่งกว่าที่เคย โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวดีไซน์สไตล์ Modern เรียบง่ายแต่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ผสมผสานนวัตกรรมใหม่ๆ มีฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยสำหรับทุกคนในครอบครัวให้สะดวกสบายมากกว่าเดิม         บ้านเดี่ยวที่เหนือกว่า...ในทุกมุมมอง ด้วยซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Nirvana ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะเน้นที่องค์ประกอบหลัก 2 ข้อ นั่นคือ   Modern Living Design บ้านที่มาในรูปแบบ Timeless Design ให้ดูทันสมัยอยู่เสมอด้วยรูปทรงที่บิดมุมของบ้าน เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของการอยู่อาศัย ทำให้สามารถจับวางทิศทางตัวบ้านให้รับลมและแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในตัวบ้านมากที่สุด และยังทำให้มี Inner Court กลางบ้าน สิ่งสำคัญคือจะเกิดความเป็นส่วนตัวทั้งภายในบ้านแล้วนอกบ้าน ซึ่ง Nirvana Daii ให้ความสำคัญมาตลอด และยังใส่ใจใช้วัสดุระดับ Premium ส่งผลให้เกิด Space เหนือกว่าแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา     Modern Living Innovation ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของงานดีไซน์เท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตอันสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นมาได้ เพราะยุคนี้ก็ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Home Automation ระบบ Air Control System ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูงทุกจุดภายในบ้าน ระบบเสียงรอบบ้านเชื่อมต่อกับ Smartphone ฯลฯ        สำหรับโครงการ Nirvana BEYOND Udon thani เป็นบ้านเดี่ยวบนถนนเพาะนิยม ทำเลติดกับหนองประจักษ์ ซึ่งเปรียบเสมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลักหลายแห่ง ถือเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดของจังหวัดอุดรธานี ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 10-0-88.3 ไร่ แต่มีเพียง 40 ยูนิตเท่านั้น โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 Type 3 Design     SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 57 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 76 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   BEYOND FACILITIES Residence Lounge & Beyond  Clubhouse, Panoramic View Fitness, Infinity Edge Swimming Pool & Kid Pool, Oasis Garden, Kid’s Playground, 24 Hrs. Securities & CCTV, Bluetooth Access, WIFI Village, Underground Electric   ความพิเศษทั้งหมดนี้ มีเพียง 40 ครอบครัวเท่านั้นที่จะได้ร่วมใช้ชีวิตแบบ BEYOND บนทำเลที่ดีที่สุดของอุดรธานี ในราคาเริ่มต้น 25-60 ล้านบาท   EXCLUSIVE BOOKING วันที่ 30 มี.ค. นี้ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุด >>  nirvana.bz/BY-UDON-RVYL  
Niche MONO Sukhumvit-Puchao ติดรถไฟฟ้า เฟอร์ฯ ครบ จบในที่เดียว

Niche MONO Sukhumvit-Puchao ติดรถไฟฟ้า เฟอร์ฯ ครบ จบในที่เดียว

ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า ใครๆ ก็อยากจะอยู่ทำเลแบบนี้จริงไหมคะ เพราะเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด ประหยัดเวลาได้อีกเยอะ แต่พอมาดูเรื่องราคาของโครงการเหล่านี้แล้ว ก็ทราบกันดีว่าสูงใช้ได้เลยทีเดียวถึงจะได้ห้องขนาดเหมาะๆ พอที่จะอยู่ได้อย่างไม่อึดอัด แต่ในรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับคอนโดติดรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่ก้าว ในราคาเริ่มต้นแค่ 2.59 ล้านบาท แต่ได้ขนาดห้องเริ่มต้นถึง 35 ตร.ม. แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์ Design ดี จาก Concept “MADE FROM HER” ตามสไตล์ของ SENA ค่ะ        ทำเลของคนทำงาน แถมติดรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าสายสีเขียว ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักของบ้านเราเลยค่ะ เพราะช่วงใจกลางเมืองล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งออฟฟิศ และสิ่งอำนวยความสะดวกชื่อดังมากมาย ซึ่งก็มีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มกระจายออกไปเพื่อให้เดินทางเข้าสู่กลางเมืองได้ง่ายยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นก็มีส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็มีผู้ใช้บริการกันอย่างคึกคักทีเดียวค่ะ   Niche MONO Sukhumvit-Puchao ตั้งอยู่ริมถ.สุขุมวิทฝั่งขาเข้า ซึ่งถ้าโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะมีทางเข้า-ออก ได้ 2 ทาง คือ ถ.สุขุมวิท เป็นประตูหลัก และถ.ทางรถไฟสายเก่า ด้านหลังโครงการ โดยโครงการจะอยู่ห่างจากตัวสถานีปู่เจ้า เพียง 30 เมตร เท่านั้นเองค่ะ รถไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกที่สุด ประมาณ 15 นาทีก็ถึงทองหล่อแล้ว หรือห่างออกไปเพียง 1 สถานีก็จะเป็นจุด Interchang สายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง ในอนาคตที่กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถใช้ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งใต้) ห่างจากโครงการประมาณ 1.5 กิโลเมตร หรือจะใช้ถ.วงแหวนอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างถ.พระราม3-สาทร ได้สะดวกสบาย   ย่านปู่เจ้าฯ เอง โดดเด่นในเรื่องของการเป็นแหล่งทำงาน โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมชื่อดังหลายบริษัท เช่น พานาโซนิค, โตโยต้า ฯลฯ หรือแม้แต่บริษัทที่อยู่แนวถ.บางนา-ตราดทั้งหมด ก็ยังสามารถเดินทางไป-มาตรงนี้ได้สะดวกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดยใกล้กับโครงการที่สุดคือบิ๊กซี สาขาสำโรง 2 อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวโครงการพอดิบพอดี เลยไปอีกนิดก็จะพบกับอิมพีเรียลสำโรง เซ็นทรัลบางนา และไบเทคบางนา จุดนี้จึึงถือว่ามีดีมานท์อยู่ไม่แพ้โซนทำงานอื่นๆ   ภาพรวมโครงการ Niche MONO Sukhumvit-Puchao คอนโดมิเนียม High Rise 12 ชั้น 3 อาคาร มี 3 รูปแบบ 1 Bed Plus, Living Plus และ 2 Bedroom ขนาดห้อง 35-48 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นขนาดห้องที่ใหญ่ตั้งแต่ขนาดเริ่มต้น สามารถอยู่ได้จริงแบบไม่อึดอัด ทั้งหมด 572 ยูนิต ร้านค้า 1 ยูนิต   Facilities จะถูกวางเอาไว้ทั้ง 3 อาคารเลยค่ะ ในแต่ละอาคารก็จะมีหน้าตาต่างกันออกไปทั้ง 3 อาคาร 3 สไตล์ เชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมด โดยแบ่งเป็นอาคาร A คอนเซป Active เพิ่มความสดชื่นเติมพลังให้ร่างกายด้วยฟิตเนสพร้อมอุปกกณ์ และมีการแบ่งโซน Lady ไว้ให้ หรือจะวิ่งออกกำลังท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียว อาคาร B คอนเซป Family ให้ช่วงเวลากิจกรรมของครอบครัวด้วยสระว่ายน้ำ โซนจากุซซี่ หรือจะสตรีม, ซาวน่า ก็มีให้เลือกพักผ่อนได้เต็มทีสำหรับทุกคนในครอบครัว อาคาร C คอนเซป Connecting พื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ให้ได้นั่งทำงาน นัดประชุม แบบ Co-working Space หรือรับแขกได้ที่คอนโดของตัวเอง   บรรยากาศรอบอาคารที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียว พร้อมจุดนั่งพักผ่อน ให้ได้บรรยากาศของธรรมชาติล้อมรอบตัว มีลานจอดจักรยาน และ EV charger เพื่อรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า   ส่วนกลางของแต่ละอาคารลูกบ้านสามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อความต้องการของลูกบ้านได้อย่างครบครัน จะมีส่วนกลางทั้ง In Door และ Out Door ไม่ว่าจะเป็น ฟิตเนส, สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 28*5 เมตร (รวมสระเด็ก) Jacuzzi, Outdoor Co kitchen, Co-working Space และ Sky Lounge   Floor Plan 3 อาคารจะถูกวางเรียงกันตามความลึกของที่ดินค่ะ แต่ละอาคารจะมีลิฟท์ 3 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด โดยจะเรียกอาคาร A อยู่ด้านในสุดของโครงการ ฝั่งติดกับถ.ทางรถไฟสายเก่า มี 198 ยูนิตยูนิต แต่จะเปิดขายชาวต่างชาติ อาคาร B เป็นอาคารเดียวที่เปิดขายอยู่ในช่วงเปิดตัวนี้ ซึ่งจะอยู่ตรงกลางของพื้นที่โครงการพอดี เป็นอาคารที่มีจำนวนยูนิตน้อยที่สุดเพียง 176 ยูนิต และอาคาร C จะอยู่อาคารแรกจากหน้าโครงการ มี 198 ยูนิต ทั้ง 3 อาคารจะมียูนิตส่วนใหญ่จะหันหน้าออกไปทางทิศเหนือ วิวฝั่งสำโรงและใจกลางเมือง และทิศใต้ วิวทางช้างเอราวัณค่ะ   เป็นที่ทราบกันดีว่า โครงการจาก SENA ที่ใส่ใจเรื่องแหล่งพลังงานสะอาดมาตลอดระยะเวลาหลายปีก็จะมีการติดตั้ง Solar Rooftop เอาไว้ในทุกโครงการ เพื่อดึงแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับส่วนกลาง ส่งผลให้ค่าส่วนกลางมีราคาถูกลงกว่าปกติค่ะ   Unit Plan ทุกยูนิตจะถูกแบ่งห้องภายในเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน ซึ่งจะเน้นไปที่ฟังก์ชั่นการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งดีไซน์ตามแบบฉบับ SENA โดยเฉพาะ ชนิดที่เรียกได้ว่าพอเห็นก็รู้ได้เลยค่ะ ว่านี่คือเฟอร์นิเจอร์จากโครงการของเสนาตาม Concept “MADE FROM HER”     เปิดห้องตัวอย่าง ที่ Sale Gallery จะมีห้องตัวอย่างให้ชม 2 ห้องด้วยกันค่ะ คือห้อง 1 Bed Living Plus ขนาด 34.86 ตร.ม. กับ 1 Bed Plus ขนาด 36.70 ตร.ม. โดยจากหน้า Sale Gallery ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการจริง เราจะสังเกตเห็นได้ว่าอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีปู่เจ้าฯ ในฝั่งที่เป็นบันไดเลื่อนขึ้นสถานีด้วยนะคะ สะดวกสบายมากจริงๆ   1 Bed Living Plus ขนาด 34.86 ห้องตัวอย่างแรก ชื่อก็บอกลักษณะอยู่แล้วนะคะว่าเน้นพื้นที่ห้อง Living Room สำหรับคนที่ชอบใช้พื้นที่ในส่วน Common Area ไม่ว่าจะชอบดูหนัง ทำกับข้าว หรือมีเพื่อนมาหาที่ห้องบ่อยๆ ซึ่งจะเป็นห้องแนวลึก เริ่มจากห้องนั่งเล่น ลึกเข้าไปเป็นห้องครัวแล้วเชื่อมต่อด้วยระเบียงห้อง ความสูง Floor To Ceiling 2.7 เมตร และจะได้ Digital Door Lock ทุกยูนิตค่ะ สำหรับ Type นี้ในช่วงเปิดตัวโครงการจะได้เฟอร์นิเจอร์ ดังนี้ ตู้เก็บรองเท้า และของอเนกประสงค์ เคาน์เตอร์วางทีวี โต๊ะทานข้าว เคาน์เตอร์ครัวครบชุด เตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศ เตียง 6 ฟุต (ไม่รวมฟูก) โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า Build in ชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด จากแบรนด์ Kohler (รวมฉากกั้นอาบน้ำ)   ห้องครัวเปิดมีพื้นที่เชื่อมต่อลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นค่ะ โดยจะมีโต๊ะทานข้าวลักษณะแบบบาร์วางกั้นแยกห้องให้ดูเป็นสัดส่วนขึ้น โดยพื้นครัวจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ได้เคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ใช้วัสดุ Top หินสังเคราะห์ ภายในตู้มีฟังก์ชั่นที่คว่ำจานที่สามารถเลื่อนลงมาได้ เพื่อหยิบจับได้สะดวกติดตั้งเอาไว้ให้เรียบร้อยตามแบบค่ะ และเชื่อมต่อด้วยระเบียง เวลาทำครัวจะเหมาะกับการเปิด   ภายในห้องนอนจะวางเตียงไว้กลางห้องแล้วเหลือพื้นที่เดินได้รอบเตียง บริเวณหน้าต่างห้องสามารถวางโต๊ะทำงานไว้ได้พอดีกับความยาวของโต๊ะ มี Build in ตู้เสื้อผ้า ซึ่งมีหน้าบานฝั่งทึบกับฝั่งที่เป็นกระจกโปร่งแสง วางอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ   ภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์มาตามที่เห็นทั้งหมดค่ะ ยกเว้นแค่ฉากกั้นอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้า ฝักบัว ชั้นวางของ     1 Bed Plus ขนาด 36.70 ตร.ม. ห้องตัวอย่างถัดมาค่ะ จะเป็นห้องมุมของอาคาร B แบ่งสัดส่วนห้องออกอย่างชัดเจน เน้นพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ห้องครัวปิด ห้องนั่งเล่น ห้องอเนกประสงค์ เชื่อมต่อกันในแนวลึกแล้วกั้นแต่ละห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนอีกฝั่งของห้องจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำในตัว และระเบียงค่ะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จะได้มาสำหรับ Type นี้ คือ ตู้เก็บรองเท้า และของอเนกประสงค์ เคาน์เตอร์วางทีวี เคาน์เตอร์ครัวครบชุด เตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศ Sofa Bed เตียง 6 ฟุต (ไม่รวมฟูก) ตู้เสื้อผ้า Build in ชุดสุขภัชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจากแบรนด์ Kohler (รวมฉากกั้นอาบน้ำ)   ส่วนแรกของห้องจะเป็นห้องครัวปิดค่ะ มีเคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นที่คว่ำจานสามารถจับเลื่อนลงมาได้ติดตั้งเอาไว้ให้ เพื่อหยิบจับได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และช่องสำหรับวางตู้เย็นทางขวามือ ส่วนทางซ้ายจะเป็นชั้นวางของ Build in มาให้ และเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ   พื้นที่กลางห้องเป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งจะได้เคาน์เตอร์วางทีวีมาให้ตามแบบ เชื่อมต่อด้านในสุดของห้องด้วยห้องเอนกประสงค์มาพร้อมกับ Sofa Bed ที่สามารถจัดให้เป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือจะเป็นอีกหนึ่งห้องนอนก็ได้นะคะ   เข้าไปดูในห้องนอนกันบ้างค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน High Ceiling 3 บาน วางเตียงเอาไว้กลางห้องแล้วเหลือพื้นที่ทางเดินรอบเตียง ข้างเตียงจะมีระเบียงส่วนตัวกั้นด้วยเหล็กโปร่ง     อีกด้านหนึ่งของห้องนอนจะมีมุมที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัวค่ะ เวลาจะอาบน้ำแต่งตัวก็สะดวกขึ้นเยอะ ส่วนภายในห้องน้ำก็จะแยกส่วนเปียก-แห้งเอาไว้ให้ พร้อมสุขภัณฑ์ตามแบบห้องตัวอย่างทั้งหมด แต่จะไม่ได้เพียงฉากกั้นอาบน้ำค่ะ    Niche MONO Sukhumvit-Puchao ถือเป็นคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันที่เปิดมาในราคาดีที่สุด แถมยังให้เฟอร์นิเจอร์ฟังก์ชั่นดีๆ ที่หาได้เฉพาะในโครงการจาก SENA เท่านั้นค่ะ เพราะคำว่า “MADE FROM HER” ก็ยังคงเป็นคอนเซปที่ทำออกมาแล้วโดนใจใครหลายคน ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นค่ะ แต่เพราะความใส่ใจทุกดีเทลชีวิตจากแนวคิดแบบผู้หญิงเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่สามารถครองใจกลุ่มลูกค้าได้อยู่เสมอ      
Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางเมือง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางเมือง

รีวิวฉบับนี้จะพาทุกคนไปพบกับคอนโดมิเนียมที่อยู่กลางทำเลทอง ศักยภาพดีอย่างย่าน อโศก กับ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT จาก Magnolia Quality Development Corporation ที่ให้ทุกคนได้สัมผัสใกล้ชิดกับสวนที่ร่มรื่นและวิวทะเลสาบสวยงามอย่างสวนป่าเบญจกิติ ที่หาบรรยากาศดีๆ กลางเมืองแบบนี้ไม่ได้ที่ไหน ตอบโจทย์ทุก Lifestyle ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง Office Building, ห้างสรรพค้า   ทำเลทอง ใกล้ชิดธรรมชาติ   ถนนรัชดาภิเษกเริ่มจากสี่แยกอโศกซึ่งตัดกับถนนสุขุมวิท และบริเวณสี่แยกมีสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและยังเป็นจุด Interchange กับ MRT สุขุมวิท ซึ่งถนนรัชดาภิเษกเชื่อมต่อกับถนนอโศกมนตรียาวลงมาเป็นถนนรัชดาภิเษกและเชื่อมต่อถนนพระราม 3 ใกล้กับ MRT สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ บนถนนรัชดาภิเษกอยู่ในระแวกอโศกซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองสุดฮอต จึงเต็มไปด้วย Office Building, โรงแรมหรือห้างสรรพสินค้ามากมายถือเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพดี     WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT (วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ บวกกับทะเลสาบทำให้บรรยากาศป่าในเมืองที่หาได้ยากมากครับ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าซอย สุขุมวิท 16 เป็นอีกหนึ่งเส้นทางไปยังตัวโครงการครับ ซึ่งภายในซอยเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ มากมายรวมไปถึงซุปเปอร์มาร์เกต ทำให้สะดวกสบายกับผู้อยู่อาศัยในโครงการมากขึ้น   พูดถึงการเดินทางนั้นแสนจะง่ายดาย เพราะเพียง 450 เมตร จากตัวโครงการถึง BTS สถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท ภายในสถานีมี Sky Walk สามารถเดินเชื่อมเข้าห้างสรรพสินค้า Terminal 21 หรือโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบพูดได้เลยว่าเพียบ ครบครันเริ่มจากไปทางถนนอโศกมนตรีก็เจอสถานศึกษาชื่อดังอย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือจากสี่แยกอโศกไปทางถนนสุขุมเพียงนั่ง BTS ไปสถานีพร้อมพงษ์เพียงสถานีเดียวแค่ 1.5 กิโลเมตร ก็ถึงห้างสรรพสินค้า Emquartier และ Emporium ถัดมาอีกฝั่งของถนนสุขุมวิทเลยขึ้นไปก็เข้าเมืองอย่าง สยาม ในระหว่างทางก็จะผ่าน เพลินจิต ชิดลมก็จะพบห้างสรรพสินค้ามากมายอย่าง Robinson อโศก, Central Embassy, central Chidlom,  Gaysorn Village ยาวจนถึงสยามก็จะเป็น Siam Paragon, Siam Square one, Siam Center, Siam Discovery เอาใจนักช้อปอย่างมากครับ       ภาพรวมโครงการ     WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT (วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 39 ชั้น 553 ยูนิตและ 6 ร้านค้า บนพื้นที่ 3-1-96 ไร่ ที่จอดรถ 85% เป็นแบบปกติและ Auto Parking การออกแบบตัวอาคารได้แรงบันดาลใจเปรียบตัวอาคารเสมือนหุบเขาสูงตระหง่าน สง่างามเป็นธรรมชาติตั้งอยู่ในผืนป่าใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ลักษณะรูปทรงเป็นธรรมชาติพลิ้วไหว ตัวฟาซาดของอาคารทำรูปทรงโค้งและพริ้ว ให้ความรู้สึกถึงขุนเขาที่แบ่งเป็นชั้น ซึ่งข้อดีสามารถช่วยป้องกันแสงแดดและฝนได้ดี นอกจากนี้ทำให้ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่ได้สัมผัสบรรยากาศวิวทะเลสาบและสวนป่าที่อยู่ด้านหน้า และพูดถึง Facility ทางโครงการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ และครบครันอย่าง Co-Working Space & Conference Room, Grand Lobby, Sky Lounge, Pool Garden   ไฮไลท์สำคัญของตัวโครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT นอกจากการเดินทางสะดวก อยู่ในทำเลที่ดีบรรยากาศดีแล้ว ทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดในการอยู่อาศัยของลูกบ้านซึ่งมาพร้อมกับแนวคิด "For All WELL-BEING" ที่ตั้งใจมอบให้ผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบโครงการมีคุณภาพที่ดี โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านได้แก่   ENERGY & ECOLOGY การคำนึงเรื่องพลังงานและระบบนิเวศน์รอบโครงการ โดยนำเกณฑ์การออกแบบจากสถาบันอาคารเขียวไทยที่ได้รับความน่าเชื่อถือ อ้างอิงมาตรฐานคุณภาพของโครงการตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (TREES-NC) อย่างเช่นแบบอาคารออกแบบโดยคำนึงทิศทางลม และแสงเพื่อลดความร้อนและมลภาวะจากภายนอกสู่ตัวอาคารได้น้อยที่สุด   HEALTH & WELLNESS การออกแบบทุกรายละเอียดให้อยู่สบายและสุขภาพดี โดยวัสดุต่างๆ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ การออกแบบระบบปรับอากาศลดการสะสมของฝุ่นและการเกิดเชื้อรา อย่างโครงการจะไม่ติดวอลเปเปอร์เพราะจะเป็นที่สะสมของเชื้อราและฝุ่นละอองแต่จะให้กำแพงเปล่าและใช้สีทาที่เป็นแบบ Non Toxic ไม่ทำให้เกิดสารตกค้างดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย   SENSES & HAPPINESS การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งาน เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกวัย ในทุกพื้นที่ส่วนกลาง         พาชมห้องตัวอย่าง     โครงการ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT มีรูปแบบยูนิตหลากหลายขนาดโดยเริ่มต้นที่ 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. จนถึง Ultra Penthouse ขนาด 240-290 ตร.ม. ทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Fitted โดย Build in ชุดครัว, ห้องน้ำ, เครื่องปรับอากาศให้ทุกยูนิต และเครื่องฟอกอากาศ     1 Bedroom 35 ตร.ม.   เริ่มต้นกันที่ 1 Bedroom เปิดประตูเข้ามาตัวยูนิตมีลักษณะลึก เริ่มจากห้องครัวเป็นครัวเปิด ซึ่งสามารถต่อเติมทำเป็นครัวปิดได้ตามความต้องการของลูกบ้านครับ ต่อมาเป็นส่วนของ Common Area และสุดห้องเป็นส่วนของระเบียง ความสูงจากเพดาน 3 เมตรทำให้ห้องดูโล่ง โปร่งสบาย ไม่อึดอัดครับ นอกจากนี้ภายในห้องจะสังเกตได้ว่าไม่มีสวิทช์เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติหรือสั่งการผ่านรีโมทครับ   ในส่วนแรกเป็นส่วนของครัวซึ่งเป็นครัวเปิดและทางโครงการ Build in ชุดครัวให้ทั้งตู้เย็น จากแบรนด์ Liebherr, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว, เครื่องดูดควัน และเตาอบจากแบรนด์ Kuppersbusch นอกจากนี้ด้านซ้ายมือสุดเป็นชั้นวางรองเท้าซึ่งทางโครงการ Build in ให้เหมือนกันครับ     ถัดมาเป็นส่วนของ Common Area ซึ่งทางโครงการ Build in โต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันก่อนเข้าห้องนั่งเล่นทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วน     พื้นที่ระเบียงหลังห้องมีพื้นที่มากสามารถวางราวตากผ้า หรือสามารถทำเป็น Pocket Garden ตามความต้องการของลูกบ้านได้ครับ และทางโครงการติดตั้งปลั๊กไฟเพื่อการใช้ตามความต้องการของลูกบ้านครับ     ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนทางโครงการวาง Concept ให้ทุกห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังไม่ดูอึดอัดมีพื้นที่เหลือ หน้าห้องน้ำเป็นพื้นที่ Walk In Closet ทางโครงการให้ตู้เสื้อผ้าครับและมีขนาดความลึก 70 เซนติเมตรตามมาตราฐานสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สุดได้ครับ      นอกจากนี้ทางโครงการให้เครื่องปรับอากาศที่เป็นระบบ Water Cooling หนึ่งใน Smart Building ที่เน้นเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและลดมลภาวะทางอากาศ และด้านขวามือคือเครื่อง ERV ที่คอยตรวจจับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถ้ามากเกินไประบบจะระบายอากาศและนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทน   สุดท้ายภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์ตามที่เห็นเลยครับ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวจากแบรนด์ GROHE พร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง โถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto Washlet เป็นแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ฝักบัวแบบ Rain Shower จากแบรนด์ GROHE     1 Bedroom Suite 48 ตร.ม.   ถัดมาเป็นแบบ 1 Bedroom Suite ขนาด 48 ตร.ม. ซึ่งมีความคล้ายกับขนาดแรกเพียงแต่ได้พื้นที่ใช้สอยใน Common Area และส่วนของห้องนอนกับพื้นที่ Walk In Closet มากขึ้น ทำให้ห้องกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายมากขึ้นครับ ในส่วนของห้องน้ำขนาดนี้สามารถเข้าได้สองทางจากห้องครัว หรือห้องนอนได้ครับ   เข้ามาในส่วนแรกยังเป็นห้องครัวเหมือนเดิมครับ แต่จะสังเกตได้ว่าพื้นที่ในห้องครัวมีขนาดกว้างขึ้น และเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L shape ด้านขวามือสุดเป็นตู้เก็บรองเท้าครับ     ถัดมาในส่วนของ Common Area สามารถวางโซฟาสำหรับ 3 ถึง 4 ที่นั่งและวางชั้นวางทีวีได้อย่างเป็นสัดส่วนลงตัว  Floor To Ceiling 3 เมตรทำให้ดูไม่อึดอัดเลยครับ     ขยับมาจากโซน Common Area เป็นส่วนของระเบียงซึ่งเป็นแบบ Double Skin ซึ่งประตูกระจกแรกก่อนเข้าตัวระเบียงเป็นแบบบานเฟี้ยม จากตัวระเบียงมีราวกันตกเป็นแบบกระจกและมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนข้อดีของการมีประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกเพื่อป้องกันฝุ่นละออง หรือฝนเข้ามาในระเบียงห้องได้ครับ     เข้าสู่ Master Bedroom ยังคงสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงตัวอย่างทางโครงการ Build in ตู้และโซฟาริมหน้าต่างสามารถเป็นมุมโปรดไว้อ่านหนังสือได้ครับ กระจกในห้องนอนเป็นแบบบานกระทุ้ง    ต่อจากห้องนอนก่อนไปส่วนห้องน้ำ เป็นส่วนของ Walk In Closet ซึ่งมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนกั้นห้องให้เพื่อดูเป็นสัดส่วน และทางโครงการ Build in ตู้เสื้อผ้าให้สองฝั่งเป็นแบบระบบ Censor เมื่อเปิดตู้ไฟจะเปิดอัตโนมัติครับ   ห้องน้ำยังคงให้สุขภัณฑ์เหมือนแบบ 1 Bedroom ครับ และภายในพื้นที่อาบน้ำทางโครงการเจาะผนังสามารถวางของได้ครับ นอกจากนี้ห้องน้ำเป็นแบบ Double Access เชื่อมทั้งห้องนอนและห้องครัวครับ         2 Bedroom 2 Bathroom 70 ตร.ม.   มาถึงห้องตัวอย่างแบบสุดท้ายคือ 2 Bedroom 2 Bathroom มีลักษณะลึก ซึ่งแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วนโดยเริ่มที่เข้ามาเป็นส่วนของครัว ถัดมาเป็น Common Area วางโต๊ะรับประทานอาหารและส่วนของที่นั่งเล่น ท้ายสุดเป็นส่วนของระเบียง ส่วนด้านขวามือมีทางเดินไปยังห้องนอนแรกและ Master Bedroom    ส่วนแรกเป็นส่วนของครัวที่มีขนาดพื้นกว้างพอสมควรครับ ตัวเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L Shape ด้านซ้ายมือสุดเป็นตู้เย็นที่ทางโครงการ Build in อยู่ในตู้อีกทีเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ในส่วนครัวลูกบ้านสามารถต่อเติมประตูกระจกบานเลื่อนทำเป็นครัวปิดได้ตามความต้องการของลูกบ้านได้ครับ     ในส่วนถัดมาเป็นส่วนของ Common Area พื้นที่นั่งเล่นทำกิจกรรมซึ่งมีพื้นที่กว้างมากสามารถวาง L Shape Sofa และโต๊ะกลางได้ครับ และยังเหลือพื้นที่ทางเดินอีกมากเลยครับ ต่อจากส่วน Common Area เป็นส่วนของระเบียงที่เป็นแบบ Double Skin สามารถทำเป็น Pocket Garden ได้หรือสามารถทำเป็นมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือเปลี่ยนบรรยากาศรับอากาศภายนอกตามความชอบของผู้อยู่อาศัยได้ครับ       ถัดมาเป็นส่วนโถงทางเดินไปยังห้องนอนโดยซ้ายมือเป็นห้องนอนแรก และด้านฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำกลาง และสุดทางเดินเป็นส่วนของห้อง Master Bedroom ครับ   ภายในห้องนอนแรกมีพื้นที่มากพอสามารถวางเตียงขนาด Queen Size ขึ้นไปได้ครับ และยังพอเหลือพื้นที่วาง Side Table นอกจากนี้ทางโครงการ Build in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วยครับ   ภายในห้องน้ำกลางมีส่วนของพื้นที่อาบน้ำให้ครับโดยมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกใส และยังแบ่งพื้นที่เปียกกับแห้งไว้ให้เป็นสัดส่วน   ออกมาจากห้องน้ำด้านข้างทางโครงการทำเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า หรือเป็นตู้เก็บของได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยครับ   มาที่ห้องสุดท้ายกับ Master Bedroom ที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ครับ หน้าต่างกระจกเป็นแบบโค้งเล่นมุมทำให้ดูมิติมากขึ้น ถัดมาเป็นส่วนของ Walk In Closet ที่มีพื้นที่กว้างสามารถโต๊ะเครื่องแป้งได้อีกครับ มาพร้อมกับตู้เสื้อที่มีขนาดใหญ่ที่มีระบบ Censor เมื่อเปิดตู้ไฟจะเปิดอัตโนมัติที่ทางโครงการจัดมาให้เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานครับ     ในส่วนสุดท้ายเป็นส่วนของห้องน้ำที่แบ่งอย่างเป็นสัดส่วนโดยเข้ามามีอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว 2 อ่าง Build in ตู้เก็บของเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากขึ้นครับ ด้านซ้ายมือเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto Washlet เป็นแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ด้านขวามือเป็นพื้นที่อาบน้ำโดยแบ่งส่วนที่เปียกและแห้งด้วยฉากกั้นกระจกใส และภายในพื้นที่อาบน้ำของ Master Bedroom แบบ 2 Bedroom ขึ้นไปทางโครงการให้ Bath Tub ด้วยครับ       WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT คุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยหรือการลงทุน ทั้งทำเลศักยภาพดีย่าน CBD อย่างอโศก ซึ่งที่ดินหาได้ยากในการทำคอนโดมิเนียมเต็มที พร้อมกับสัมผัสท่ามกลางสวนป่าธรรมชาติรายล้อมใจกลางเมืองที่หาได้ยากกับ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT ตอบโจทย์ทุก Lifestyle ครบครัน Facility รองรับลูกบ้านอย่างเต็มที่ มาพร้อมกับนวัตกรรม Smart Building ที่ใส่ใจความเป็นอยู่ สุขภาพ ของลูกบ้าน ทั้งหมดนี้ส่งให้ WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT กลายเป็นคอนโดมิเนียมในระดับพรีเมี่ยมที่สุดจากแบรนด์ Whizdom ณ ตอนนี้จาก Magnolia Quality Development Corporation มามอบให้คุณ   รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมที่ : WHIZDOM ASOKE-SUKHUMVIT        
Polis Condo Suksawat 64–โพลิส คอนโด สุขสวัสดิ์ 64 (Perview)

Polis Condo Suksawat 64–โพลิส คอนโด สุขสวัสดิ์ 64 (Perview)

ชื่อโครงการ  Polis Condo Suksawat 64 (โพลิส คอนโด สุขสวัสดิ์ 64) เจ้าของโครงการ  บริษัท ดับบลิวแอนด์ดับบลิว พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ซ.สุขสวัสดิ์ 64 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ 5-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  2 อาคาร จำนวนชั้น  8 ชั้น จำนวนยูนิต 459 ยูนิต แบ่งเป็นห้องพักอาศัย 459 ยูนิต และ ร้านค้าปลีก 2 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 28 ตร.ม. 1 Bedrooms Plus 34.5 ตร.ม. 2 Bedrooms 45 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  โถงล็อบบี้ส่วนกลาง เพื่อรับแขกและพักผ่อน , สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ เพื่อรองรับการพักผ่อนและการออกกำลังกาย, ฟิตเนสครบวงจร, ห้องซ้อมมวย, ลานโยคะ, ห้องสำหรับชมภาพยนต์, พื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับร่วมกันสังสรรค์ทำงานและห้องประชุมส่วนตัวบนพื้นที่ส่วนกลาง, สนามเด็กเล่น, สวนหย่อม, สวนขนาดใหญ่รอบโครงการ, กล้องวงจรปิด, รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคาเริ่มต้น  1.19 ล้านบาท คาดว่าแล้วเสร็จ ปลายปี 2562 จุดเด่นโครงการ สะดวกสบายด้วยทำเลที่ดีเยี่ยมเข้าออกได้หลายเส้นทาง พื้นที่เปิดโล่งโปร่งสบายด้วยการจัดผังโครงการให้มีพื้นที่ใช้งานอย่างลงตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน และโล่งใจในราคาที่คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี สุขสวัสดิ์, สวนสุขภาพลัดโพธิ์, รพ.บางปะกอก 3, รพ.บางปะกอก  1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.สุขสวัสดิ์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี      
Impression Ekkamai-Sukhumvit61-อิมเพรสชั่น เอกมัย-สุขุมวิท 61  (Preview)

Impression Ekkamai-Sukhumvit61-อิมเพรสชั่น เอกมัย-สุขุมวิท 61 (Preview)

ชื่อโครงการ  Impression Ekkamai-Sukhumvit61 (อิมเพรสชั่น เอกมัย-สุขุมวิท 61) เจ้าของโครงการ  บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเมนท์ ที่ตั้งโครงการ  ซ.สุขุมวิท 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ 2-3-3.9 ไร่ ลักษณะโครงการ  High Rise จำนวนอาคาร  2 อาคารที่พักอาศัย 1 อาคารจอดรถ จำนวนชั้น  อาคาร A 25 ชั้น อาคาร B 43 ชั้น อาคารจอดรถ 9 ชั้น ใต้ดิน 7 ชั้น จำนวนยูนิต 380 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร A 70 ยูนิต อาคาร B 310 ยูนิต ขนาดห้อง  อาคาร A 1 BEDROOM 34.49 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 35.90 - 41.77 ตร.ม. 2 BEDROOM 66 - 76.5 ตร.ม. 2 BEDROOM PLUS 76 - 83 ตร.ม. 3 BEDROOM 98 ตร.ม.   อาคาร B 1 BEDROOM 30 – 30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 41 - 48 ตร.ม. 2 BEDROOM 47 - 58.5 ตร.ม. 3 BEDROOM 77.5 - 95 ตร.ม. 2 BEDROOM DUPLEX 84.5 – 100.5 ตร.ม. 3 BEDROOM DUPLEX 134 – 139.5 ตร.ม. PENTHOUSE 165 - 183 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  Lobby, Fitness, Yoga Room, Swimming Pool, Simulator Room, Private Party Room, Impression Hall, Kid Room, Sauna ที่จอดรถ ประมาณ 85% พร้อมที่จอดรถ Super Car ราคาเริ่มต้น  - คาดว่าแล้วเสร็จ ประมาณ ไตรมาส 4 ปี 2565 จุดเด่นโครงการ มีทางเข้า-ออกโครงการ ได้ 2 ทาง คือซ.สุขุมวิท 63 และ ซ.สุขุมวิท 61 และส่วนกลางของทั้ง 2 อาคาร เชื่อมต่อกันด้วย Sky Bridge ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS เอกมัย สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี เอกมัย, เกตเวย์ เอกมัย, รพ.สมิติเวช สุขุมวิท, รพ.สุขุมวิท, เมเจอร์ สุขุมวิท      
Britania Bangna KM.12 บ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว

Britania Bangna KM.12 บ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว

Britania Bangna KM.12-บริทาเนีย บางนา กม.12 บ้านเดี่ยว ยังคงเป็นที่ต้องการในชีวิตทุกคนอยู่เสมอ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยที่เรียกได้อย่างภาคภูมิใจจริงๆ ว่านี่คือบ้านของเราและครอบครัว แต่ “บ้านที่ดี” สำหรับยุคนี้ ก็คงจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น ตอบโจทย์ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย อย่างโครงการบริทาเนีย บางนา กม.12 ที่นำนวัตกรรม B Genius Mode ใส่ลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อได้สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกบ้าน   B Genius Mode ประกอบไปด้วย 1.Digital Living Automation สร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงให้กับบ้านของเรามากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย   Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านผ่าน Application ไม่ว่าจะใช้การส่งรหัสผ่านแบบชั่วคราว OTP, Pin Code และแจ้งเตือนเมื่อมีการเปิด-ปิดประตู     Door&Window Magnetic Sensor สั่งเปิดระบบ Armed เมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน หากมีการบุกรุกจะแจ้งเตือนผ่าน App   Motion Sensor เซ็นเซอร์ตรวจจับผู้บุกรุก   IP Camera กล้องวงจรปิดดูผ่าน App ได้   Smart Tablet Gateway ควบคุมระบบ Smart Home ผ่าน Tablet โดยจะเป็นตัว Master Control ของบ้าน   Fiber Optic Internet ใช้อินเตอร์เน็ตคุณภาพดีจาก True ทั้งโครงการ   USB Outlet ช่องเสียบ USB ทุกจุดในห้องหลัก ไม่ต้องง้อปลั๊กอะแดปเตอร์   2.Hotel Service On Demand บริการทำความสะอาด ซ่อมแซมดูแลบ้านจากมืออาชีพ เรียกใช้บริการได้ไม่ยุ่งยาก เช่น แม่บ้าน, ช่างเทคนิค ฯลฯ   3.Inter-Personal Space Design ออกแบบฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ เช่น ครัวไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร   4.Club Britania หนึ่งในหัวใจสำคัญของ  B Genius Mode ที่ถูกออกแบบจาก "ความเข้าใจ" พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุค 4.0  ที่รักอิสระและชอบความสะดวกสบาย   เพราะ“บ้าน” คือ พื้นที่ส่วนตัว CLUB BRITANIAจึงเป็นสังคมของการSharing จุดนัดพบของคนยุคใหม่ที่รองรับทุกกิจกรรม อาทิ co-working space  สระว่ายน้ำ ฟิตเนส  สนามเด็กเล่น ห้องประชุม ฯลฯ    ทำเลอนาคตสดใส ถ้าหากเอ่ยถึงทำเลที่กำลังจะมี Mega Project สำคัญเกิดขึ้นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รถไฟฟ้า ทางด่วนที่เชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทาง ที่ตั้งสนามบินหลักของประเทศ รวมถึงยังเป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ คงจะนึกถึงย่านอื่นไปไม่ได้ นอกจาก “บางนา”   ถ.บางนา-ตราด นับจากนี้เป็นอะไรที่น่าจับตามองอย่างมากเลยนะคะ เริ่มกันตั้งแต่ช่วงต้นของถนนบริเวณสี่แยกบางนา กับโครงการที่หลายคนเฝ้าคอยอย่าง Bangkok Mall ซึ่งจะเป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม อาคารที่อยู่อาศัยให้เช่าหรือเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ที่เริ่มตอกเสาเข็มทำการก่อสร้างกันแล้ว เสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นไบเทคบางนา ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีงาน Exhibition ดีๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดทั้งปี ถัดมาไม่ไกลกันนักเป็นห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา ที่เข้ามาพลิกโฉมย่านนี้ให้คึกคักจนกลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงคนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกันครบครันในแห่งเดียว รวมถึงยังมีคอมมูนิตี้อื่นๆ อีกมากมาย   ด้านการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในย่านนี้ถือว่าสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นถ.บางนา-ตราด ซึ่งเป็นถนนขนาดใหญ่ถึง 9-14 เลน มีทางพิเศษบูรพาวิถีตั้งแต่ช่วงต้นถนนยาวไปจนก่อนถึงนิคมอมตะนคร โดยช่วงสี่แยกบางนาจะสามารถไปเชื่อมกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร เข้าสู่ตัวเมือง CBD ได้ง่าย ช่วงกลางเชื่อมต่อกับถ.กาญจนาภิเษก ไปฝั่งบางปะอินหรือพระราม 2 ก็ได้เช่นกัน เดินทางสะดวกขนาดนี้ก็สมแล้วค่ะที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งทำงานทั้งออฟฟิศและโรงงานอุสาหกรรม ตั้งแต่ต้นถนนยาวไปจนถึงชลบุรีเลยค่ะ ที่สำคัญในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบันไปจนเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   สำหรับโครงการ Britania Bangna KM.12 จะตั้งอยู่ในถ.สุขาภิบาล 6 หรือที่เรียกกันว่าซ.วัดบางพลีใหญ่ใน จุดเด่นอย่างหนึ่งคือสามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทางค่ะ คือจากถนนเทพารักษ์ ถนนกิ่งแก้ว แต่หลักๆ ก็จะแนะนำจากถ.บางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า แล้วเลี้ยวซ้ายสู่ถ.สุขาภิบาล 6 (ซ.วัดบางพลีใหญ่ใน) ไปประมาณ 1.7 กิโลเมตร ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ   ภาพรวมโครงการ Britania Bangna KM.12 โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ British Luxury Comfort แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนไทยจริงๆ มีบ้านให้เลือกถึง 3 แบบ คือ   BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 130 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 140 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 150 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 อเนกประสงค์ 1  แพนทรี 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ   ทั้งหมด 182 ยูนิต แยก Clubhouse อยู่ด้านหน้าโครงการ เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน หากต้องมีการรับแขกก็ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านก็ได้ ซึ่งใน Clubhouse ก็จะเป็นศูนย์กลาง Facility ของ Britania Bangna KM.12 เพราะจะมีทั้ง สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-living Space, Kid Room, Co-working Space, Petground   แปลนบ้าน สำหรับบ้าน Britania เขาจะมี Gimmick อยู่หลายจุดทีเดียวค่ะ แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็จะอยู่ที่ทุก Type บ้าน มีทั้งครัวฝรั่งที่อยู่ในตัวบ้าน และครัวไทยที่ต่อออกไปอยู่นอกบ้าน ถัดจากครัวฝรั่งด้านใน เนื่องจากจากทำอาหารไทยจะมีกลิ่นค่อนข้างแรง ควันเยอะ จึงเหมาะมากค่ะกับการที่แยกไว้นอกบ้านแบบนี้           เยี่ยมชมโครงการ ตัวโครงการ Britania Bangna KM.12 หาไม่ยากเลยค่ะ หน้าโครงการอยู่ติดกับ 7-11 ที่เป็น Standalone ซึ่งป้ายชื่อโครงการด้านหน้าจะใช้วัสดุสี copper ตัดกับโทนสีขาวที่ใช้เป็นหลัก ซึ่งถ้าเราผ่าน Main Gate เข้าไปแล้วก็จะพบว่าโครงการนี้เป็น Double Gate เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นค่ะ โดยตัว Clubhouse จะอยู่ทางขวาของ Gate ด้านในก่อนเข้าสู่ภายในโครงการค่ะ     เปิดบ้านตัวอย่าง บ้านตัวอย่างจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type เลยค่ะ โดยเราจะมาเริ่มไปชมพร้อมๆ กันตั้งแต่ขนาดเริ่มต้นที่ BROMPTON 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 130 ตร.ม. ประตูทางเข้าหลักของบ้านจะใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง บานสไลด์ขอบอลูมิเนียมสีดำให้ตัวล็อคแบบกุญแจและมีตัว Double Lock เพิ่มความแน่นหนาดีค่ะ โดยทั้งประตู หน้าต่างจะใช้แบรนด์จาก Windsor ทั้งหลังค่ะ ใช้ไฟ Downlight และตามรูปลั๊กไฟในบ้านก็จะเห็นแบบที่เสียบสาย USB ได้เลย ไม่ต้อง้อตัวอะแดปเตอร์แล้วค่ะ    เข้ามาสำรวจภายในบ้านกันบ้างค่ะ ซึ่งบ้านจริงจะเป็นบ้านเปล่านะคะ ยกแว้นแค่ช่วงโปรโมชั่นที่จะมีบางอย่างให้ แต่หลักๆ คือ พื้นชั้นล่างจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบสีขาว และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter ทั้งหลัง ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงาน เย็นได้เร็วกว่าปกติ ควบคุมอุณภูมิคงที่ได้มากกว่า และทำงานเงียบกว่าด้วยค่ะ โดยส่วนแรกของบ้านจะเป็น Living Room ที่สามารถวางโซฟาได้ถึง 4-5 ที่นั่ง เชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนของพื้นที่สำหรับโต๊ะทานข้าวขนาดประมาณ 4-6 ที่นั่งค่ะ   อีกส่วนหนึ่งของชั้นแรกจะเป็นบันได ห้องน้ำ และห้องครัวค่ะ ซึ่งแม้จะเป็นครัวเปิด แต่ก็มีการกั้นผนังแยกโซนเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยผนังจะมีการเจาะช่องเอาไว้ เพื่อไม่ให้ดูทึบจนเกินไปค่ะ สะดวกเวลาทำครัวพร้อมกับจัดโต๊ะอาหารไปด้วยเลย   ห้องน้ำของชั้นแรกจะมีทั้งส่วนเปียกด้านใน และส่วนแห้งค่ะ โดยสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard ไม่ว่าจะเป็น อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ฝักบัว ที่วางสบู่ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ ราวแขวนผ้า แกนใส่ทิชชู่ พร้อมติดกระจกเงาให้มาครบเลยค่ะ   ถัดมาด้านในสุดเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งจะสามารถวางเคาน์เตอร์ครัวแบบผนังด้านเดียวได้ พร้อมพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น มีหน้าต่างบานสไลด์ 2 ตอนเอาไว้ เหมาะสำหรับวางซิงค์ให้ตรงกับหน้าต่างค่ะ เพื่อระบายความชื้นที่จะก่อให้เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย  และประตูด้านหลังก็จะเปิดไปเชื่อมต่อกับครัวไทยด้านนอกได้เลย ไม่ต้องไปต่อเติมเองทีหลัง ตรงนี้รับรองว่าคนทำครัวจะต้องชอบแน่นอนค่ะ   กลับเข้ามาในบ้านเพื่อขึ้นไปดูที่ชั้น 2 กันบ้างค่ะ บันไดเป็นโครงการคอนกรีต Top ไม้สีอ่อน เดินแล้วไม่เกิดเสียงดังค่ะ และยังมีหน้าต่างบานสูงอยู่ระหว่างทางเดินบันได เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้จุดที่เสี่ยงจะเกิดอันตรายขึ้นในบ้านได้ง่ายแบบตรงบันไดบ้านนี่แหละค่ะ   ขึ้นมาชั้น 2 ก็จะเจอห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำแยกอีก 1 ห้องค่ะ โดยพื้นของชั้นนี้จะปูด้วยลามิเนตค่ะ   เริ่มจากห้องแรกทางซ้ายมือของบันไดค่ะ ภายในห้องจะสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานได้ มีหน้าต่างบานกระทุ้ง 1 บาน หน้าต่างบานสไลด์ด้านข้างอีก ห้องจึงดูสว่างโล่งดีค่ะ   ถัดจากห้องนอนแรกทางซ้ายมือของบันไดก็จะเป็นห้องน้ำแยกค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด ส่วนแห้งอยู่ก่อนถึงส่วนเปียกด้านในสุด ที่มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเพิ่มแสงสว่าง และระบายอากาศเอาไว้ด้านบน หากเราสังเกตก็จะเห็นว่าในห้องน้ำทุกห้องของบ้านจะมีปลั๊กไฟที่มี USB ให้มาด้วย สะดวกสบายมากๆ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน   หันกลับมาทางขวาของบันไดกันบ้างค่ะ จะเป็นห้องนอนที่ 2 และห้อง Master Bedroom   ห้องนอนที่ 2 จะมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นมาจากห้องแรกเล็กน้อยค่ะ โดยจะสามารถวางเตียง 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน มีหน้าต่างบานกระทุ้งตรงหัวนอน และบานใหญ่ด้านข้างมองเห็นทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ   Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ไว้กลางห้องได้ค่ะ จะมีส่วนที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัวด้วยนะ โดยในห้องน้ำจะมีการกั้นฉากอาบน้ำเอาไว้ให้ด้วย สุขภัณฑ์ทั้งหมดก็จะได้มาตามที่เห็นเลยค่ะ ซึ่งจะมีระเบียงส่วนตัวกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ซึ่งระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค     บ้านตัวอย่างหลังที่ 2  REGENT 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยรวม 140 ตร.ม. ประตูหลักของบ้านใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง บานสไลด์ 2 ตอน ระบบ Double Lock แน่นหนา มีเฉลียงหน้าบ้านยื่นออกมาเล็กน้อย และที่นั่งสำหรับนั่งใส่รองเท้า    ภายในบ้านเริ่มด้วย Living Room สามารถวางโซฟาขนาด 4-5 ที่นั่งได้ พร้อมกับ Coffee table และเคาน์เตอร์ทีวีได้สบายๆ ค่ะ ถัดจาก Living Room เข้าไปจะมีประตูกระจกบานสไลด์ออกไปข้างบ้านได้    ด้านในสุดของบ้านจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่ง และยังมีส่วนที่เป็นเหมือนห้องอเนกประสงค์ สามารถรองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้หลากหลายเลยค่ะ เช่น เป็นมุมอ่านหนังสือ มุมโต๊ะทำงาน ฯลฯ และยังมีหน้าต่างอยู่รอบด้าน ก็จะยิ่งเพิ่มแสงสว่างให้เข้ามาได้มากขึ้น แม้จะอยู่ด้านในสุดของบ้าน   อีกฝั่งของบ้านจะเป็นบันได และกั้นส่วนห้องน้ำกับครัวได้อย่างเป็นสัดส่วนมากทีเดียวค่ะ ดีกว่าการที่ปล่อยให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งๆ เพราะถ้ามีแขกมาที่บ้านก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นในครัวเลยค่ะ ตรงนี้ถือว่าออกแบบมาให้ได้ดีมากค่ะ คำนึงถึงการอยู่อาศัยจริง   ห้องครัวหลบเข้ามาด้านในสุดอย่างดูเป็นส่วนตัวมากค่ะ ซึ่งพื้นที่ก็สามารถวางตู้เย็น พร้อมเคาน์เตอร์ครัวแบบผนังด้านเดียวได้ มีประตูบานทึบกั้นส่วนที่เป็นครัวไทยด้านนอก โดยจะมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ทำเคาน์เตอร์ไว้ให้เรียบร้อยเลยค่ะ เวลาใช้งานครัวจริงๆ ก็สะดวกสบายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ   บันไดจะอยู่ช่วงกลางบ้าน หลังเคาน์เตอร์ทีวีตรง Living Room ค่ะ ระหว่างทางบันไดก็จะมีหน้าต่างทรงสูงเอาไว้เพื่อเพิ่มแสงสว่าง เรียกได้ว่าไม่ให้มีจุดทึบในบ้านเลยนะคะ   ชั้น 2 จะมี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำแยกค่ะ เริ่มจากห้องนอนแรกทางขวามือของบันไดกันก่อนเลย   ห้องนอนแรกจะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงานได้ จะมีหน้าต่างอยู่ตรงหัวนอน และด้านข้างค่ะ   ถัดจากห้องนอนแรกเป็นห้องน้ำแยกค่ะ ภายในจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด แยกส่วนเปียกเอาไว้ด้านในสุด มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับเพิ่มแสงสว่าง และระบายความชื้น สุขภัณฑ์ใช้ American Standard ทั้งหมด   หันไปทางด้านซ้ายของบันไดค่ะ จะเจอกับห้องนอนที่ 2 และ Master Bedroom ทางขวามือของภาพ   ห้องนอนที่ 2 ห้องนี้อยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ มีพื้นที่วางเตียงได้ 3.5 ฟุต และตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงานได้ โดยมีพื้นที่เหลือด้านข้างเตียง   สุดท้ายที่ Master Bedroom ค่ะ พื้นที่กลางห้องสามารถวางเตียงได้ขนาด 5-6 ฟุต โดยมีทางเดินเหลือได้รอบเตียงทั้งสองด้าน มีส่วนที่เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำในตัว ซึ่งภายในห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์ทุกอย่างตามที่เห็นค่ะ ส่วนระเบียงด้านข้างเตียงจะกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง ขอบอลูมิเนียม ตรงระเบียงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ      หลังสุดท้ายเป็น Type ใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ OXFORD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ความพิเศษของบ้าน Type ใหญ่นี้จะมีตั้งแต่หน้าบ้านกันเลยค่ะ ตรงที่จอดรถจะมีห้องเก็บของเอาไว้ให้ด้วยค่ะ และประตูหน้าบ้านที่เป็นกระจกบานสไลด์ จะเป็นกระจกเข้ามุมทั้งสองฝั่งยื่นออกมา จะช่วยเพิ่มมุมมองจากด้านในให้กว้างขึ้น รับแสงสว่างได้มากขึ้นด้วยค่ะ   ด้านในบ้านเริ่มจาก Living Room พื้นที่กว้างขวางมากๆ เลยค่ะ มากพอที่จะจัดปาร์ตี้ในบ้านกันได้เลย โดยสามารถวาง L shape sofa พร้อมกับโต๊ะทานข้าวได้เลยค่ะ โดยจะสังเกตเห็นว่าด้านข้างเคาน์เตอร์ทีวีจะมีตัว Smart Tablet Gateway ควบคุมระบบ Smart Home ติดอยู่ที่ผนัง เพื่อควบคุมระบบไฟฟ้าหลักของบ้าน ซึ่งตัวนี้จะติดตั้งมาให้ทุกหลังเลยค่ะ    สำหรับ Type นี้จะมีห้องนอนอยู่ชั้นล่างนี้ด้วยค่ะ อยู่ทางขวามือของบันได   ห้องนอนชั้นล่างแบบนี้ เหมาะสำหรับเป็นห้องของผู้สูงอายุค่ะ เพราะไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันได ให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยภายในห้องก็มีหน้าต่างทั้งตรงหัวนอน และด้านข้างเตียง ไม่ต้องกังวลว่าอยู่ชั้นล่างแล้วจะอับทึบค่ะ   ถัดมาเราจะเห็นประตูด้านซ้ายมือใกล้กับห้องน้ำค่ะ เป็นประตูที่สามารถทะลุออกไปตรงที่จอดรถได้ ซึ่งบ้านจริงจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ตรงประตูนี้ด้วยนะคะ    ห้องครัวได้พื้นที่ใหญ่ขึ้นมาอีกค่ะ จะได้การวางครัวแบบ Double Wall Kitchen ใช้แยกเป็นส่วนเตรียม ปรุงอาหาร และส่วนเก็บล้างได้อย่างเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ส่วนครัวไทยด้านนอกก็ยังคงมีมาให้เช่นเคยค่ะ โดยครัวไทยด้านนอกจะเปิดโล่ง สามารถเดินทะลุได้ทั้งทางหน้าบ้านและหลังบ้านค่ะ    กลับขึ้นมาที่ชั้น 2 กันค่ะ พื้นที่ตรงกลางจะเป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์แต่ละครอบครัวได้เลย เช่น เป็น Living Room สำหรับเด็กๆ แยกจากแขกของผู้ใหญ่ด้านล่าง หรือจะเป็นมุมโปรดนั่งอ่านนหังสือก็ได้นะคะ   มาดูกันทางฝั่งขวามือก่อนค่ะ มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เริ่มจากห้องน้ำตรงกลางค่ะ สุขภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์ รวมถึงกระจกเงา จะได้มาตามบ้านตัวอย่างพร้อมใช้งานค่ะ   ห้องนอนแรกค่ะ วางเตียงขนาด 3.5 ชิดกำแพงที่มีหน้าต่างเอาไว้ ก็จะได้พื้นที่ทางเดินข้างเตียงเพิ่มมากขึ้น   หันกลับไปดูห้องนอนที่ 2 ด้านขวามือของภาพกันต่อค่ะ ซึ่งจะมีขนาดเพิ่มขึ้นมาอีก พอที่จะวางเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ   สุดท้ายสำหรับ Master Bedroom ค่ะ เป็นห้องที่สามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียง มีพื้นที่ Walk In Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ส่วนระเบียงสำรับบ้าน Type นี้จะแตกต่างตรงที่มีราวกันตกกั้นด้วยกระจกนิรภัยค่ะ      Britania Bangna KM.12 เป็นบ้านเดี่ยวที่เชื่อว่าจะเข้าไปอยู่ในใจใครหลายคนค่ะ เพราะนอกจากจะมีการจัด Space ภายในบ้านได้ดี บ้านดูสว่างโปร่ง ไม่มีจุดอับทึบแล้ว ยังมีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านเข้าไปอย่างเต็มที่ อย่างนวัตกรรม B Genius Mode ที่นำเอาความเป็นจริงของการใช้ชีวิตมาเป็นหลักในการพัฒนาจนกลายเป็นบ้านสไตล์ Britania ที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร               
พักผ่อนแบบคลูๆ ที่ “Blu ชะอำ-หัวหิน”

พักผ่อนแบบคลูๆ ที่ “Blu ชะอำ-หัวหิน”

พอเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ หรืออยู่ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะนึกถึง “ทะเล” เป็นจุดหมายแรกๆ ในใจ โชคดีที่ทะเลและชายหาดสวยๆ ในบ้านเราก็มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว ทำให้ปลายทางของการเดินทางมีให้เลือกมากขึ้น และยิ่งถ้าเป็นคนที่หลงรักทะเลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เชื่อว่าความฝันที่จะได้มีบ้านพักตากอากาศหรือคอนโดมิเนียมริมทะเล คงอยากจะทำให้เป็นจริงกับเค้าบ้าง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทะเลในโซน “ชะอำ-หัวหิน” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แทบจะทุกสุดสัปดาห์ที่อัตราการจองห้องพักของโรงแรมต่างๆ เต็ม (หรือเกือบเต็ม) จนไม่ต้องแคร์ว่าจะเป็นช่วง High Season หรือไม่ ก็เพราะว่า “ชะอำ-หัวหิน” ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ถนนหนทางก็สะดวก มีแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารต่างๆ รองรับมากมาย หลายคนจึงกลายเป็นนักท่องเที่ยวขาประจำของชะอำและหัวหินกันไปเลย     พอมาเที่ยวบ่อยๆ เสียเงินพักโรงแรมมากบ้างน้อยบ้าง (หรือแพงมาก) เชื่อว่าหลายคนคงคิดอยากจะเป็นเจ้าของห้องพักในคอนโดมิเนียมริมทะเลกับเค้าบ้าง ดีไม่ดีนอกจากจะได้มาใช้พักผ่อนเองแล้ว ยังอาจจะได้ช่องทางในการลงทุนเพิ่มด้วย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาอาศัยเป็นระยะเวลานานๆ ก็มีไม่น้อย ถ้าเกิดมีโอกาสได้ผู้เช่าครั้งละ 3 เดือน 6 เดือน ก็ยิ่งจะช่วยทุ่นภาระที่ต้องผ่อนลงไปอีกทาง .... พอคิดมาถึงตรงนี้ มนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็อยากจะมองหาคอนโดมิเนียมดีๆ ในราคาที่พอจะเอื้อมถึงโดยที่ไม่เหนื่อยจนเกินไป ในเมืองตากอากาศอย่างชะอำ-หัวหิน จะได้จับจองเป็นเจ้าของกับเค้าบ้าง   เมื่อไม่นานมานี้ เราแอบหนีไปพักผ่อนที่หัวหินมาค่ะ ซึ่งมีเพื่อนใจดีให้ยืมห้องในคอนโดมิเนียมที่มีชื่อว่า “Blu” ที่เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการภายในอาณาจักร “ทิวทะเลเอสเตท” จากบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด พอได้ไปลองเข้าพักและสัมผัสกับบรรยากาศจริง เราแอบชอบอยู่พอสมควรจนต้องเก็บมาเล่าสู่กันฟังค่ะ     โครงการ “Blu ชะอำ-หัวหิน” เป็นคอนโดมิเนียมสูง 21 ชั้น มีโทนสีฟ้าสดใส และสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว (แน่ล่ะไม่งั้นจะได้ไปพักได้ไงล่ะ) พื้นที่ของโครงการมีขนาดใหญ่ถึง 7 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 110 ไร่ ที่แบ่งพัฒนาเป็นหลากหลายโครงการจากเครืออิสสระ... การออกแบบของที่นี่ไม่ได้หวือหวามาก เพราะตกแต่งด้วยดีไซน์โมเดิร์น เรียบหรูตามสไตล์ Luxury Coastal Living ในโทนสีฟ้าสดใส ถึงแม้ว่าคอนโดของ Blu จะไม่ได้อยู่ชิดติดริมชายหาด แต่ทุกห้องก็สามารถเปิดรับวิวทะเลได้ในหลายๆ มุมค่ะ แบบห้องหลักๆ จะมีให้เลือกเป็น 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ซึ่งก็ตอบโจทย์การพักผ่อนตากอากาศค่ะ ถ้าคิดว่าส่วนใหญ่มาเดี่ยวๆ หรือมาเป็นคู่ ห้องแบบ 1 ห้องนอนก็ขนาดกำลังดี (30-34 ตร.ม.) ดูแลรักษาง่าย แต่ถ้าคิดว่าชอบห้องกว้างหน่อย มีโอกาสมาเป็นแบบครอบครัวเล็กๆ หรือมีเพื่อนมาเที่ยวด้วย เลือกห้องแบบ 2 ห้องนอนไปเลยค่ะ (60-65 ตร.ม.) แถมห้อง Type นี้ส่วนใหญ่ก็อยู่ในตำแหน่งมุมตึกด้วย เปิดรับวิวได้หลายทาง ในขณะที่ห้องชั้นล่างริมสระว่ายน้ำ ก็ทำให้เราแบบว้าวไม่น้อยเลย เพราะเป็น Pool Access ในบางห้องอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างส่วนตัว เลยออกจะคล้ายห้อง Pool Villa ในโรงแรมหรูกันเลยทีเดียว     บรรยากาศภายในโครงการร่มรื่นดีมากๆ เลย ต้นไม้ใหญ่เยอะดีค่ะ แค่เดินเข้ามาที่ล็อบบี้ก็ได้รับลมเย็นๆ มองเห็นวิวสระว่ายน้ำ Free-Form ใหญ่อลังการมากๆ คงเป็นเพราะแนวคิดการออกแบบภูมิทัศน์ ที่ตั้งใจให้ภาพรวมภายในโครงการเหมือนได้ใช้ชีวิตบนชายหาดทะเลเขตร้อน คล้ายได้อยู่บนเกาะ (Atoll) ด้วยสระว่ายน้ำทั้ง 2 ด้านของตัวอาคาร เลยเหมือนถูกโอบล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้าๆ รอบตัว บริเวณชั้นล่างยังมีห้องฟิตเนส ห้องโยคะ รวมถึงห้องอาบน้ำและห้องอบไอน้ำแยกชายหญิงไว้ให้เรียบร้อย     อย่างที่บอกไปแล้วว่า โครงการ Blu ชะอำ-หัวหิน ตั้งอยู่ในอาณาจักรทิวทะเลเอสเตท ที่เป็นโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ ซึ่งจะพัฒนาเป็นพื้นที่พักผ่อนสไตล์รีสอร์ทแบบครบวงจร และเป็น The Ultimate Luxury Beachfront Community ที่จะมาตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ภายในจึงเพียบพร้อมไปแล้วสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันนอกจากคอนโดมิเนียมทั้ง 4 โครงการแล้ว ยังมี Music Lovers Hotel อย่าง “Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin” ที่บริหารงานโดย ศรีพันวา และ “บ้านโชค” บ้านพักตากอากาศริมทะเลของตระกูลโชควัฒนาในสไตล์โคโลเนียล โดยถูกรีโนเวทจากอาคารไม้หลังเดิมให้เป็นร้านอาหาร คาเฟ่สุดเก๋ ที่มีวิวสวยจนอดถ่ายรูปเช็คอินไม่ได้เลย ซึ่งทั้งหมดนี้ ลูกบ้านของ Blu สามารถมาใช้บริการได้ตั้งแต่มื้อเช้า จิบชากาแฟตอนบ่ายๆ ไปจนถึงแฮงค์เอ้าท์ฟังเพลงชิวๆ ตอนค่ำ     ระหว่างที่เราได้พักผ่อนอยู่ในโครงการ Blu ชะอำ-หัวหิน ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย และได้ใช้พื้นที่ส่วนต่างๆ อย่างจริงจัง ได้ว่ายน้ำเล่นในสระว่ายน้ำ ได้ใช้ห้องออกกำลังกายตามประสาคนดูแลสุขภาพ (บ้าง) ได้เดินเล่นไปตาม Jogging Track รอบคอนโด รับลมชมวิวที่ระเบียงห้อง รวมถึงการแวะเวียนไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหารต่างๆ ในบริเวณเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น "บ้านโชค" และ "Baba Beach Club Restaurant" ซึ่งทุกรายการอาหารก็มีทีเด็ดการันตีด้วยทีมงานมืออาชีพจากศรีพันวาเลยทีเดียว เตรียมจัดสรรพื้นที่ในกระเพาะอาหารไว้ดีๆ ค่ะ รายการอาหารและเครื่องดื่มมีให้เลือกเพียบ!!  และไม่ว่าจะเดินไปตรงส่วนไหนก็จะมีพนักงานยิ้มแย้มพร้อมจะทักทาย พร้อมจะบริการตลอดเวลา มีรถกอล์ฟรับส่งทั่วถึงทุกจุด จนเราแทบจะไม่ต้องออกไปเที่ยวที่อื่นเลย ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็คงไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้ใช้ชีวิตเรียบๆ สบายๆ ริมทะเลในวันหยุดพักผ่อนแบบนี้     ได้เห็นบรรยากาศจริงแบบนี้แล้ว ก็ต้องเริ่มอยากจับจองเป็นเจ้าของกับเค้าบ้างแล้วล่ะ ที่โครงการ Blu ชะอำ-หัวหิน ยังมีห้องให้เลือกอีกหลายตำแหน่ง ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.89 ล้านบาท ก็พอจะอยู่ในเรทที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราสามารถเป็นเจ้าของคอนโดตากอากาศกับเค้าได้บ้าง แล้วชื่อเสียงของเครืออิสสระเอง ก็มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับการดูแลหลังการขายที่ดี มีนิติบุคคลที่สามารถดูแลอาคารให้เรียบร้อยสวยงามอยู่ตลอดเวลา แถมภายในอาณาจักรทิวทะเลเอสเตทนี้ก็กำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะมี Community Mall เพิ่มขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็จะตามมาอีกแบบครบวงจร ดูยังไงก็น่าซื้อ น่าจับจอง น่าลงทุนเป็นเจ้าของซะจริงๆ   ** ทางโครงการกำลังจัดงาน  BIG ESCAPE SUPER SUMMER SALE พร้อมส่งโปรโมชั่นเด็ดโดนใจ “โปรหมูหมู @ Blu Condo” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ณ ศิวิไล ซิตี้ คลับ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี อย่าลืม!!....แวะไปดูข้อเสนอพิเศษและจับจองห้องกันค่ะ งานนี้มีทั้งส่วนลดมากมายและแพคเกจเจ๋งๆ อีกเพียบ!!! คลิกลงทะเบียน https://www.charnissara.com/Bluhuahin/#register        
ใช้ชีวิตให้ Pop กว่าเดิม ที่ Aspire

ใช้ชีวิตให้ Pop กว่าเดิม ที่ Aspire

ถ้าถามถึงชื่อของแบรนด์คอนโดมิเนียมจาก AP เชื่อว่าหลายคนก็จะนึกถึงชื่อ Aspire ด้วยแน่นอน เพราะเป็นแบรนด์ที่ดูเรียบง่ายตามสไลต์ Modern ทันสมัย แม้จะเป็นอาคารแบบ High Rise ติดถนนใหญ่ แต่ราคาไม่แรง จึงเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่าย นั่นคือภาพที่ทุกคนจดจำสำหรับแบรนด์ Aspire ค่ะ               ในปี 2019 นี้ คือปีที่ AP ตั้งใจปรับแบรนด์ Aspire เปลี่ยนไปจากเดิม เพื่อเตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ Aspire แบบ New Series ซึ่งการปรับลุคครั้งใหม่นี้จะมีความหรูหรามากขึ้น ในความร่มรื่นสไตล์รีสอร์ท ดีไซน์ให้อารมณ์ของความเป็น Colonial จากฝั่งยุโรปในยุคคลาสสิก ผสมผสานกับสีสันที่สะท้อนให้เห็นถึงความสดใสมีชีวิตชีวาจากคนรุ่นใหม่ในความ Modern POP ผสมผสานกันจนเกิดเป็น “Colonial Pop” คอนเซปใหม่เฉพาะตัวของคอนโดมิเนียมแบรนด์ Aspire      โดยครั้งนี้จะเปลี่ยนตั้งแต่หน้าตาของสถาปัตยกรรม ด้วยการดึงเอาเสน่ห์ของความเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise จำนวนยูนิตแต่ละอาคารน้อยลง ผลคือการที่ได้ความเงียบสงบมากกว่า เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเอง พร้อมกับมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบความต้องการได้ในทุกๆ วัน รวมถึง Facility ภายในโครงการจะยึดดีไซน์ให้คนกับธรรมชาติได้อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทหรู ทุกสิ่งถูกจัดวางให้ลงตัวที่สุดใน Aspire ทั้ง 2 โครงการใหม่   นอกจากเรื่องของการดีไซน์แล้วก็ยังมีเรื่องของทำเลของแต่ละโครงการจะเน้นที่ตั้งอยู่ในโซน Prime location สามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดีกว่า     Aspire Sukhumvit-Onnut สุขุมวิทช่วงกลางที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคอนโดมิเนียมที่สุดก็คงจะเป็นย่านอ่อนนุชค่ะ เพราะอยู่ออกมาจากใจกลางเมืองไม่มาก แต่ยังคงอยู่ในเส้นทางสุขุมวิท ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นสายหลักของบ้านเราพาเข้าสู่ทองหล่อ-อโศก เพียงเวลาไม่เกิน 10 นาที และยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกล     Aspire Sukhumvit-Onnut เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร แบ่งเป็น  อาคาร A ใกล้กับทางเข้า-ออก ติดถนน จะกันโควต้าต่างชาติไว้ที่ชั้น  7-8  อาคาร B ทางทิศตะวันตก (ซ้ายมือของภาพ) เป็นอาคารที่กันโควต้าต่างชาติไว้ทั้งอาคาร อาคาร C ริมน้ำ จะเปิดให้จองก่อนใครรอบ Online Booking วันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00-21.00 น. เฉพาะชั้น 4    และแยกอาคารสันทนาการ 1 อาคาร และอาคารที่พักขยะ 1 อาคาร (1 ชั้น) บนที่ดินกว่า 6 ไร่ ที่จอดรถ 38% ขนาดห้อง 26.5-52 ตร.ม. ทั้งหมด 553 units ขายแบบ Fully Fitted ดีไซน์ภายนอกยังคงความเป็น Colonial ส่วนออกแบบภายในใช้โทนสีธรรมชาติ เพิ่มความสนุกสนานสดใสสไตล์ POP แต่จะใช้วัสดุที่ดูพรีเมี่ยมขึ้น   ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.อ่อนนุช 21 ติดคลองพระโขนงอันเงียบสงบ Facility ภายในโครงการจึงถูกถอดแบบมาจากความพลิ้วไหวของสายน้ำ ไม่ว่าเป็นสระว่ายน้ำ, Backyard Garden, Signature POP Track จะสามารถมองเห็นคลองพระโขนง Lobby ทำให้รู้สึกเหมือนมี Boutique Resort ส่วนตัว     สระว่ายน้ำยามค่ำคืนจะมีแสงไฟสีชมพู เพิ่มความ Pop ที่ไม่เหมือนใคร   Signature POP Track ริมน้ำ หากสังเกตทางซ้ายมือจะเห็นยูนิตของชั้น 1 ที่สามารถเดินออกมาตรงนี้ได้เลย      เป็นครั้งแรกของ Aspire ที่เอารูปแบบ Unit Interlock มาใช้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าที่สุด และ 99% จากทั้งหมดจะเน้นเป็นครัวปิด เพื่อให้ใช้ประโยชน์จริงได้อย่างเต็มที่ ความสูง Floor To Ceiling 2.5 เมตร แต่ยูนิตพิเศษที่อยากจะแนะนำที่สุด คือ Type B3 กับ B4 ขนาด 30.50 ตร.ม. Type C3 ขนาด 36.00 ตร.ม. Type D2 ขนาด 41.00 ตร.ม. Type E2 ขนาด 50.00 ตร.ม. Type F2 ขนาด 52 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Graden access unit สามารถเดินออกจากระเบียงไปยัง Backyard Garden เหมือนมีสวนริมน้ำส่วนตัวเลยค่ะ     สำหรับห้องตัวอย่างของ Aspire Sukhumvit-Onnut จะอยู่ที่ซ.อ่อนนุช 21 เข้ามาก็จะเห็นได้เลยทันทีค่ะ โดย Sales Gallery ออกมาตามคอนเซปของตัวคอนโดเห็นความเป็น Colonial เด่นชัด ซึ่งจะมีห้องตัวอย่างให้ชม 2 ห้องด้วยกันค่ะ   1 Bedroom 36 ตร.ม. ส่วนแรกของห้องจะป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าว ทุกห้องไม่ว่าจะเป็นห้องครัวทางซ้ายมือ ห้องนั่งเล่นตรงกลาง และห้องนอนทางขวามือ จะมีประตูกั้นแบ่งออกเป็นสัดส่วนทั้งหมด โดยห้องน้ำทางขวามือของห้องจะเป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างส่วนกลางห้องกับห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ได้แบบ Fully Fitted ติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้ 2 ตัว ที่ห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ซึ่งภายในห้องนอน Type นี้ จะได้กระจกเข้ามุมตรงหัวเตียงด้วยค่ะ      2 Bedroom 50 ตร.ม. สำหรับห้องนี้จะเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ค่ะ ซึ่งก็จะได้ครัวปิดที่มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศและความชื้นเอาไว้ให้ด้วย พื้นที่วางโต๊ะทานข้าว จะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นด้านใน ซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงอีกที ส่วนห้องนอนจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งของห้อง ห้องนอนแรกจะอยู่หลังเคาน์เตอร์ทีวี และ Master Bedroom จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำด้วยประตู Double Access        เตรียมตัวจับจองรอบแรก Online Booking วันที่ 26 ก.พ. นี้ เวลา 19.00-21.00 น. เฉพาะอาคาร C ชั้น 4 ยูนิตสวยวิวสระว่ายน้ำหรือวิวริมน้ำ ลงทะเบียน i booking รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท และได้ Digital Door Lock >>> https://ibooking.apthai.com   PRESALE 2-3 มี.ค.นี้ ที่สำนักงานขาย ลงทะเบียนรับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 1 Bed และ 100,000 บาท สำหรับ 2 Bed พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท และฟรี! เฟอร์นิเจอร์ (เฉพาะวันพรีเซลเท่านั้น) คลิก https://goo.gl/S59jz2    เริ่ม 1.89 ล้าน* บาท เฉลี่ย 86,000 บาท/ตร.ม.   Aspire Asoke-Ratchada ทำเลสุดฮอตของทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ เพียงช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาคอนโดมิเนียมในย่านนี้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะได้รับความนิยมอย่างมากนี่แหละค่ะ ซึ่งตัว Aspire Asoke-Ratchada จะมีที่ดินกว่า 11 ไร่ ถือว่าเป็นขนาดที่หาได้ยากมากแล้วสำหรับโซนนี้ โดยตัวโครงการจะอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 หรือที่เรียกกันว่าซอยสถานฑูตจีน เข้าไปประมาณ 700 เมตร    Aspire Asoke-Ratchada เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 6 อาคาร ที่จอดรถ 38% ขนาดห้อง 25-51 ตร.ม. ทั้งหมด 1,025 units+3 shop ดีไซน์โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โค้งมน ให้ความรู้สึกหรูหรานุ่มนวล บวกกับต้นไม้ตัดแต่งที่ให้อารมณ์เน้นไปที่ความเป็น Colonial ทำให้เกิดเป็นพื้นท่ี่ transition space “Courtyard”    ที่สำคัญคือเรื่องของราคาค่ะ แม้จะอยู่ในทำเล Prime ขนาดนี้ แต่ราคาเริ่มต้นประมาณ 90,000 บาท/ตร.ม. นะคะ คอยจับตากันเอาไว้ให้ดีกับ Aspire Asoke-Ratchada ที่กำลังจะเปิด Pre-sale 30-31 มี.ค. ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* จองเพียง 5,000 บาท* ฟรีค่าทำสัญญา ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท (Studio, 1 bed, 1 bed plus ลด 50,000, 2 bed ลด 100,000) พิเศษ! เปิด AP iBooking ตึก B ชั้น 7 และตึก E ชั้น 4 วันที่ 26 มี.ค. 19.00-21.00   ใครที่อยากมาชมห้องตัวอย่างหรือมาในวันงาน Pre-sale ก็สามารถจอดรถเอาไว้ที่ ลาน G Tower และตึก Unilever แล้วข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับ Sale Gallery ของโครงการค่ะ โดยจะเริ่มให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 21-24 มีค 9.00-20.00 น.   Aspire Asoke-Ratchada ลงทะเบียนที่ >>> https://bit.ly/2Uh2rPO         แต่ก่อนจะเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่าง เรามีภาพมาให้ชมกันก่อนค่ะ   1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.  ห้องตัวอย่างแรกจะเป็นแบบ 1 Bedroom Plus คือมี 1 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถดัดแปลงเป็นห้องอะไรก็ได้ตามใจ เช่น ห้องทำงาน  หรือห้องนอนที่ 2 ส่วนครัวครัวเปิดจะเชื่อมต่อกับพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้กลางห้องค่ะ แต่ด้วยพื้นที่แบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วนก็จะสามารถกั้นเป็นห้องครัวปิดได้ เรียกได้ว่าจัด Space มาให้มีความยืดหยุ่นต่อการอยู่อาศัยจริงทีเดียวค่ะ   2 Bedroom Plus 49.5 ตร.ม.  สำหรับ 2 ห้องนอน จะวาง common area ไว้กลางห้อง แล้วแบ่งฝั่งซ้าย-ขวา ซึ่งจะได้ห้องครัวปิดที่มีเครื่องดูดควันต่อท่อออกไปนอกระเบียงติดตั้งมาให้เรียบร้อย ช่องว่างตู้เย็นขนาดใหญ่มากขึ้นเหมาะสำหรับครอบครัว และยังมีห้องเก็บของที่ถูกดีไซน์ไว้เพื่อวางเครื่องซักผ้า สามารถตากผ้าได้ด้วยในตัว เพราะมีหน้าต่างทรงสูงมาให้ เวลาตากผ้า แถมยังมีพื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่ม ตรงนี้ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงได้ดีเลยค่ะ     สำหรับ Aspire ทั้ง 2 โครงการที่เปิดตัวมาในปีนี้ มีความแตกต่างออกไปจากที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ทั้งส่วนกลางที่เพิ่มมากขึ้น ดีไซน์ทันสมัย การจัด Sapce ภายในห้องก็ตอบโจทย์การอยู่อาศัจริงได้ดียิ่งขึ้น กลายเป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามองถึงพัฒนาการที่ก้าวขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อไปค่ะ
Triple Y Residence คอนโดของคน Gen Y

Triple Y Residence คอนโดของคน Gen Y

Triple Y Residence คอนโดของคน Gen Y   ประชากรที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ก็คงจะต้องเป็นกลุ่มคนที่เรียกกันว่า Gen Y ค่ะ ถ้าให้พูดชัดๆ ก็คือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2523-2540 เป็นกลุ่มที่เพิ่งต้นวัยทำงาน ซึ่งก็เพิ่งเติบโตมาจากความเป็นเด็กมหา’ลัย ที่อยู่ท่ามกลางสังคมดิจิตอลนั่นเองค่ะ แล้วคนกลุ่มนี้มาสำคัญกับเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างไร เรามาดูจากหลากหลายมุมมองกันค่ะ   ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับชาว Gen Y กันคร่าวๆ ก่อนค่ะ เพราะวัยหนุ่มๆ สาวๆ กลุ่มนี้เขายืนอยู่ท่ามกลางยุคที่โลกหมุนเปลี่ยนผ่านระหว่างโลกอนาล็อกสู่ดิจิตอลอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะใช้เวลาอยู่บนโลกอ่อนไลน์สูงสุดมากกว่ากลุ่มช่วงอายุอื่นๆ ทำให้สามารถเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่คนวัยนี้มักจะค้นหาอะไรใหม่ๆ ด้วยตัวเอง ชอบมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ควบคู่กันไปด้วย โจทย์นี้ทำให้ “คอนโดมิเนียม” เป็นคำตอบที่ตรงใจที่สุด   ทุกวันนี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมออกแบบตกแต่งมาอย่างหรูหรา ใช้หินอ่อนบวกกับอลูมิเนียมเงาวับ คล้ายไปกันหมด แต่จะมีสักกี่แห่งที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบการใช้ชีวิตจริงของกลุ่มคนนั้นๆ เช่น ภายในห้องพักอาศัยใช้โทนสีอ่อนดูอบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อน มี Day Bed เป็นมุมอ่านหนังสือในช่วงเวลาชิลๆ  ส่วนกลางมี Co-Learning Space, ฟิตเนส, คาเฟ่ เปิดตลอด 24 ชม. Co-Kitchen ให้ได้ทำอาหารหนักๆ พร้อมจัดปาร์ตี้ได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดห้อง และสิ่งสำคัญคือทำเลอันเหมาะสมจริงๆ สำหรับคนตั้งแต่ Gen Y ลงไป คืออยู่ใกล้สถาบันการศึกษาและที่ทำงาน ซึ่งเราต้องเดินทางไป-กลับอยู่เกือบทุกวัน และยังต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยิ่งอยู่ใกล้คอนโดของเรามากเท่าไหร่ ชีวิตก็ยิ่งสะดวกสบายขึ้น   สำหรับครอบครัวในยุคหลังมานี้เริ่มตระหนักดีถึงความสำคัญทางการศึกษา อาจด้วยเพราะสภาพสังคมที่ต้องแข่งขันกันมากขึ้น เพื่อหวังอนาคตที่ดีของลูกหลาน การเข้าเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปจึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ แต่ละแห่งก็มีที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ แต่ถ้าการเดินทางเข้ามาถึงสถาบันที่ตัวเองเรียนอยู่ ต้องใช้เวลาฝ่าฟันกับรถติดอยู่ทุกเช้าจรดค่ำ จนใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนมากกว่าอยู่บ้านพักเสียอีก เพราะกว่าจะถึงบ้านก็ค่ำมืด แล้วต้องตื่นแต่เช้าตรู่เข้ามาในเมืองอีกอยู่ดี ฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดนั่นคือการหาคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาให้ได้มากที่สุด เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง สู้เอาเวลาที่อยู่บนท้องถนนมานั่งอ่านหนังสือ หรือเข้าโรงเรียนกวดวิชาใกล้ๆ กันนี้ แถมมีเวลาพักผ่อนมากกขึ้นกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว ไม่ดีกว่าเหรอคะ?       กว่า 19 ล้านคนของคนกลุ่มนี้ ไปจนถึงกลุ่ม Demand ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะมีเข้ามาใหม่อยู่ทุกปี อย่างเฉพาะที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในแต่ละปีการศึกษาจะมีนิสิตตบเท้าเข้ามาใหม่ประมาณ 6,000-7,000 คน/ปี นี่ยังไม่รวมบุคลากร รวมถึงผู้ที่ทำงานในละแวกนี้อีกนะคะ เพราะแนวโน้มของคน Gen Y มีแนวโน้มนิยมเช่ามากกว่าซื้อ(ลิงค์ไปที่บทความเก่า) เรียกได้ว่าเป็นกลุ่ม Demand อันหอมหวล บวกกับทำเลที่ทั้งเดินทางง่ายและรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ สำหรับในมุมมองของนักลงทุน              Triple Y Residence เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SAMYAN MITRTOWN มิกซ์ยูสใจกลางเมืองฝั่งตรงข้ามจามจุรีสแควร์ ซึ่งจะมี ทางเดินเชื่อมตรงจาก MRT สามย่าน มาถึงหน้าโครงการไม่ต้องเสี่ยงอันตรายข้ามถนน ให้อารมณ์เหมือนในต่างประเทศเลยค่ะ ทั้งหมดบนพื้นที่กว่า 14 ไร่ ที่จะกลายมาเป็น Point สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำงาน และนักท่องเที่ยว เพราะจะประกอบไปด้วย Office Grade A 30% 31 ชั้น ลิฟท์โดยสาร 14 ตัว แยกลิฟท์ขนของ พื้นที่ใช้สอย 48,000 ตร.ม. อยู่ทางฝั่งถ.พระราม 4 Retail 30% 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 36,000 ตร.ม. แบ่งโซนเป็น Eating Library 43% Learning Library 29% Living Library 28% หน้าโครงการตรงหัวมุมสี่แยก ยาวไปทางถ.พญาไท Residence 15% แบ่งเป็นคอนโดฯ 516 ยูนิต โรงแรม 112 ยูนิต ฝั่งใกล้กับคณะนิติศาสตร์ จุฬา Shared Parking 25% รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดถึง 222,000 ตร.ม.         Triple Y Residence เป็นชื่อเรียกในส่วนของคอนโดมิเนียม 33 ชั้น ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นไปโดยแบ่งเป็น 3 Type คือ 1 Bedroom 34 ตร.ม. จำนวน 459 ยูนิต 1 Bedroom+ 40 ตร.ม. จำนวน 19 ยูนิต 2 Bedroom 68 ตร.ม. จำนวน 38 ยูนิต           ส่วนชั้นล่างของอาคารเป็นโรงแรมที่เรียกว่า Triple Y Hotel จำนวน 112 ห้อง   Facility ของคอนโดมิเนียมจะแยกออกจากกันกับส่วนของโรงแรม มีเพียง Lobby เท่านั้นที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งตัว Lobby เมื่อใช้ร่วมกันกับโรงแรมก็จะต้องมีพนักงานอยู่ตลอด 24 ชม. ค่ะ ฉะนั้นเรื่องของความปลอดภัยก็หายห่วงค่ะ โดยส่วนกลางของคอนโดมิเนียมก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของกลุ่ม Real Demand ที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ไปจนถึงกลุ่มคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Study zone, Fitness, Co-Kitchen, Laundry zone, สระว่ายน้ำแบบ Outdoor     Triple Y Residence เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Lease Hold หรือสิทธิการเช่า 30 ปีค่ะ แม้ว่าฟังดูเผินๆ อาจจะทำให้ลังเลอยู่สักหน่อย แต่จริงๆ แล้วความเป็น Lease Hold ก็มีข้อดีตรงที่ว่า ราคาขายทั่วไปจะถูกกว่าแบบ Free Hold ประมาณ 20-30% เมื่อเทียบในทำเลเดียวกัน และตลอดระยะเวลา 30 ปี ทางโครงการจะช่วยดูแลที่พักอาศัยของคุณให้ดูน่าอยู่ ดูใหม่อยู่เสมอ โดยที่เราไม่ต้องไปลงแรงอะไรมากให้เสียเวลากับเหล่าปัญหาจุกจิกที่ทุกคอนโดมักจะเจอกันอยู่เสมอ ส่งผลดีทั้งการปล่อยเช่าได้ราคาดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้อยู่อาศัยเองก็แฮปปี้ไปด้วย         พร้อมเปิดขาย Pre-sale Event ในวันที่ 10 มี.ค. 62 ราคาเริ่มต้นพิเศษ 4.49 ล้านบาท สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Pre-sale Event รับส่วนลด 100,000 บาท ทันที คลิก tripleyresidence หรือ โทร 065-275-7472    
BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT-บริทาเนีย วงแหวน–หทัยราษฎร์ (Preview)

BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT-บริทาเนีย วงแหวน–หทัยราษฎร์ (Preview)

BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT โครงการบ้านซี่รี่ส์ใหม่และทาวน์โฮม สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันด้วยนวัตกรรมจากออริจิ้น ที่เรียกว่า B Genius Mode  ประกอบไปด้วย 4 หลัก ได้แก่     Digital Living automation จัดการชีวิตเทคไลฟ์อย่างง่ายดายบน applicationสุดล้ำ สั่งการผ่านปลายนิ้ว บริทาเนีย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการอยู่อาศัย  ด้วยการติดตั้งระบบ Home Security  ประกอบด้วย   Digital Door Lock  สามารถควบคุมล็อกประตูบ้าน ผ่าน application  แชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้าน รับ Notification  เมื่อมีการเปิด – ปิด ประตูเพื่อความอุ่นใจ รองรับ Pin Code และ Card*   Door &Window  Magnetic Sensor เมื่อออกจากบ้านและสั่งการ ระบบรักษาความปลอดภัย เมื่อมีการบุกรุกทางประตูหน้าต่าง ให้ไซเรนดังและแจ้งเตือนผ่านแอพคลิชั่น*   Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*   IP Camera  กล้องภายในบ้านสามารถดูผ่านแอพฯ เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งทั้งหมดนี้ ผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ   รวมถึง  USB Outlet ที่เตรียมให้ทุกจุดสำคัญในบ้าน ให้คุณไม่พลาดทุกการติดต่อ ทั้งห้องรับแขก ห้องนอนใหญ่   ห้องน้ำ* บริทาเนีย ยังเข้าใจ ความต้องการที่แท้จริง ด้วย INTERPERSONAL SPACE DESIGN โดยการออกแบบ ฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ   Multi- Purpose Spaces พื้นที่ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย Thai Kitchen ครัวไทยปิด แยกเป็นสัดส่วน เหมาะกับผู้รักการทำอาหาร Built-in Furniture การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์ และลงตัวกับการอยู่อาศัย   อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ บริทาเนีย คือ “การบริการ” ระดับโรงแรม 5 ดาว ที่มีให้อย่างครบครัน ภายใต้  HOTEL SERVICE ON DEMAND ซึ่งบริการนี้ตอบโจทย์ ความต้องการ ในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย พร้อมคนดูแลส่วนตัว  ไม่ว่าจะเป็น แม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน  เรียกใช้บริการอย่างมั่นใจ ง่ายดาย  ด้วยการจองผ่าน Mobile Application  ให้คุณเอาเวลามา ดีไซน์การใช้ชีวิต ในแบบที่เป็นคุณ อย่างเต็มที่   “Club Britania” ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา จากความเข้าใจลูกค้า ว่ามีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ “บ้าน” คือ พื้นที่ส่วนตัว แต่เมื่อต้องการพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ คลับบริทาเนียกลายเป็นสถานที่ ที่พิเศษ กว่าที่ไหน ๆ สามารถใช้นัดปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน ที่ Co Living Space ใช้รับรองลูกค้า นัดประชุม ที่ Co-Working Space หรือ Private Room ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถสั่งจองพื้นที่ใช้งานส่วนกลาง ผ่าน Application สุด Genius และพื้นที่ของส่วนกลางยังประกอบด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือ , ฟิตเนส , Stream Room Locker Room , Playground , Pet ground   จึงสามารถกล่าวได้ว่า “คลับบริทาเนีย” ทำให้ “บ้านบริทาเนีย” เป็นมากกว่าบ้าน นั้นเอง     ชื่อโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน–หทัยราษฎร์) เจ้าของโครงการ บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 10510 พื้นที่โครงการ 31-3-93.00 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านซี่รีย์ใหม่ 2 ชั้น และทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวนหลัง 288 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 100-140 ตร.ม. แบบบ้าน  WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ 140 ตร.ม. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 110 ตร.ม. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบครูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 100 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Club House, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องสตีมรูม, ฟิตเนส, สนามเด็กเล่น, CCTV, รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ เป็นโครงการที่มีทั้งบ้านซี่รี่ส์ใหม่ และทาวน์โฮม ที่ออกแบบมาในสไตล์อังกฤษ Modern British Luxury และความเป็น Creative Living ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีสวนสาธารณะในโครงการขนาดใหญ่ ใกล้ 2 ทางด่วน และ 1 รถไฟฟ้า* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ, ถ.กาญจนาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี ลำลูกกา, โฮมโปร ลำลูกกา, ตลาดวงศกร, ตลาดมารวย, Max Value หทัยราษฎร์, สนามบินดอนเมือง, รพ.สายไหม, รพ.ภูมิพล, เดอะพรอมานาด, แฟชั่นไอส์แลนด์                 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด รูปภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า   “23-24 ก.พ. นี้ PRE-SALE พบกันที่ Sale Office ของโครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์  แล้วมาเป็นครอบครัวเดียวกับ “ซันนี่” นะครับ http://bit.ly/2SaARGI      
Niche MONO Sukhumvit-Puchao-นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Preview)

Niche MONO Sukhumvit-Puchao-นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Preview)

ชื่อโครงการ  Niche MONO Sukhumvit - Puchao (นิช โมโน สุขุมวิท-ปู่เจ้า) เจ้าของโครงการ  บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 5-3-89.2 ไร่ ลักษณะโครงการ  High Rise จำนวนอาคาร  3 อาคาร จำนวนชั้น  12 ชั้น จำนวนยูนิต 572 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A 198 ยูนิต, อาคาร B 176 ยูนิต, อาคาร C 198 ยูนิต และร้านค้าปลีก 1 ยูนิต ขนาดห้อง  1 ห้องนอน พลัส 35 - 37 ตรม. 2 ห้องนอน 45 – 51 ตร.ม.   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง   อาคาร A Indoor : 1st Floor -Entrance Lobby & Social Lounge -Mail Box -Vending & Washing machine area -Fitness   อาคาร A Outdoor : 1st Floor - Multi-purpose space - Outdoor Fitness - Playground - Relaxing area อาคาร B Indoor : 1st Floor -Entrance Lobby & Social Lounge - Mail Box - Vending & Washing machine area -Play room   อาคาร B Outdoor : 1st Floor -Swimming pool 20 เมตร x 5 เมตร -Kid Pool -Pool Terrace -Jacuzzi -Sunbed area -Steam -Sauna -Seating area   อาคาร B : 13st Floor -Sky Social Lounge -Outdoor Co-kitchen -Outdoor seating area อาคาร C Indoor : 1st Floor -Entrance Lobby & Social Lounge -Business room -EV Charger -Juristic Office -Mail Box -First – Aid Room -Vending & Washing machine area -Co Working Space   อาคาร C Outdoor : 1st Floor -Relaxing seat area -Outdoor co-working space -Private living space   Security - เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชม. -ระบบ Accesscontro lและ ลิฟต์แบบ Lock ชั้น   ที่จอดรถ 40% ราคาเริ่มต้น  2.59 ล้านบาท คาดว่าแล้วเสร็จ เดือนพฤศจิกายน 2562 จุดเด่นโครงการ ห่างจาก BTS ปู่เจ้า 30 เมตร ตรงข้ามบิ๊กซี ห่างจากถ.กาญจนาภิเษก ประมาณ 1 กิโลเมตร คอนโดเฟอร์นิเจอร์ครบ จากแนวคิด Made From Her “ใส่ใจทุกดีเทลชีวิต จากแนวคิดแบบผู้หญิง” ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS ปู่เจ้า สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี, อิมพีเรียลสำโรง, โรงพยาบาล เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ, โรงพยาบาลวิภาราม ชัยปราการ, ไบเทค บางนา,   เปิดชมห้องตัวอย่าง 16 กุมภาพันธ์ 2562    
THE RICH PLOENCHIT-NANA-เดอะริช เพลินจิต-นานา (Perview)

THE RICH PLOENCHIT-NANA-เดอะริช เพลินจิต-นานา (Perview)

ชื่อโครงการ  THE RICH PLOENCHIT-NANA (เดอะริช เพลินจิต-นานา) เจ้าของโครงการ  บริษัท ริชี่เพลส 2002 จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ถ.สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ 2-0-37.8 ไร่ ลักษณะโครงการ  High Rise จำนวนอาคาร  1 อาคาร จำนวนชั้น  32 ชั้น จำนวนยูนิต 427 ยูนิต แบ่งเป็นห้องพักอาศัย 377 ยูนิต และ ร้านค้าปลีก 50 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 34.40-38.55 ตร.ม. 1 Bedrooms Plus 49.55-70.70 ตร.ม. 2 Bedrooms 70.60-87.25 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  DOUBLE LOBBY, Chromotherapy Healing Swimming Pool 25 เมตร, Jacuzzi, Cocoon Garden,  EV Charger, กล้องวงจรปิด, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ที่จอดรถ Automated Parking 60% ราคาเริ่มต้น  8.9 ล้านบาท ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 700 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ห่างจาก BTS นานา 300 เมตร และ BTS เพลินจิต 400 เมตร ภายในห้องเพดานสูง 2.7 เมตร ใช้กระจก Full Height ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS นานา BTS เพลินจิต สถานที่ใกล้เคียง รพ.บํารุงราษฎร์, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่, เทอร์มินัล 21, เซ็นทรัลชิดลม
บ้านสะอาดไร้ฝุ่นด้วย BOSCH Flexxo Serie 4

บ้านสะอาดไร้ฝุ่นด้วย BOSCH Flexxo Serie 4

บ้านใครมีเครื่องดูดฝุ่นแบบเดิมๆ บ้างคะ? แบบที่เวลาจะใช้งานก็ต้องยกเอาออกมาประกอบกัน เดินดูดฝุ่นทีก็ต้องคอยขยับเครื่องไม่ให้ไปทับสายไฟ กว่าจะดูดฝุ่นเสร็จแต่ละทีก็เล่นเอาเหนื่อยกันน่าดู ยิ่งเป็นงานบ้านที่ต้องทำความสะอาดกันเป็นกิจวัตรประจำด้วยแล้ว บางทีก็เหนื่อยจะแทบจะถอดใจไม่อยากหยิบจับเครื่องดูดฝุ่นตัวใหญ่ๆ หนักๆ ขึ้นมาทำความสะอาดเลย ยิ่งตอนนี้ปัญหาทางมลภาวะฝุ่นPM 2.5 กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต และทุกคนกำลังตื่นตัวในการป้องกัน เพราะฝุ่นPM2.5 มีผลกระทบต่อระบบทางเดินทางหายใจ และเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกด้วย ดังนั้นการกำจัดฝุ่นละอองต่างๆ ภายในบ้านเลยยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจและทำความสะอาดให้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อบ้านของเราสะอาด ปลอดจากฝุ่นPM2.5 และหายใจได้เต็มปอดมากขึ้น       วันนี้เรามีเครื่องดูดฝุ่นใหม่จาก BOSCH ที่น่าใช้เชียวค่ะ หลังจากที่ได้ทดลองใช้ดูแล้วต้องบอกว่าประทับใจเลยทีเดียวจนต้องรีบมาบอกต่อ เครื่องดูดฝุ่นจาก BOSCH ตัวนี้ ชื่อรุ่นว่า "Flexxo Serie 4" เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 in 1 ดีไซน์ของตัวเครื่องสวยเพรียวหยิบจับใช้งานง่ายมาก แถมยังช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บด้วย เพราะอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มากับตัวเครื่องถูกจัดเก็บรวมไว้ตามส่วนต่างๆ ของเครื่อง ไม่ต้องกลัวว่าหัวดูดแบบต่างๆ จะหายหรือเปลืองที่จัดเก็บเลย บอกเลยว่าสะดวกต่อการกำจัดฝุ่นละอองทุกซอกทุกมุมจริงๆ เกริ่นมาแบบนี้ เริ่มสนใจกันแล้วใช่มั้ย ไปดูกันค่ะว่า BOSCH Flexxo ตัวนี้ใช้งานดียังไงบ้าง   https://youtu.be/CC8wsNyS3w4   BOSCH Flexxo Serie 4 เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแบบที่หยิบมาใช้ได้เลย ไม่มีสายไฟให้เกะกะเวลาใช้งาน ซึ่งแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 55 นาที  อุปกรณ์เสริมและหัวดูดฝุ่นก็มีให้เลือกใช้หลายแบบตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นข้อต่อแบบ Long Crevice ที่เป็นข้ออ่อนและยืดความยาวออกได้ ทำให้ทำความสะอาดตามซอกลึกได้ทั่วถึงมายิ่งขึ้น หรือหัวดูดแบบอื่นๆ ถูกออกแบบมาสำหรับทำความสะอาดทุกพื้นผิว ส่วนจุดเด่นที่ถูกใจคนรักสัตว์เลยก็คือ ความสามารถในการดูดกำจัดขนน้องหมา น้องแมว ด้วยแรงดูดที่เพิ่มขึ้นจึงทำความสะอาดได้รวดเร็วขึ้นอีก 30% เลยทีเดียว ตัวเครื่องก็สามารถถอดแยกออกมาได้ด้วย เพื่อความคล่องตัวในการใช้งานที่มากขึ้น ไม่ว่าจะทำความสะอาดผ้าม่าน โซฟา หรือบนหลังตู้ อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ไส้กรองอากาศและกล่องเก็บฝุ่น เพราะหลังจากจัดการกับฝุ่นมารอบบ้านแล้ว เราก็ต้องมั่นใจว่าลมจากแรงดูดที่ผ่านออกมาจากไส้กรองจะไม่มีละอองฝุ่นเล็ดลอดออกมากวนใจอีก ซึ่ง BOSCH ก็ออกแบบมาเป็นอย่างดี ประกอบกับกล่องเก็บฝุ่นก็สามารถถอดมาล้างทำความสะอาดได้ด้วย ไม่ต้องกลัวฝุ่นฟุ้งกระจายตอนนำไปทิ้งอีกต่อไป หลังจากได้ลองใช้งานจริงแล้ว ต้องบอกว่าสะดวกจริงๆ ค่ะ เราสามารถทำความสะอาดห้องได้อย่างรวดเร็วขึ้น มีเวลาเหลือให้พักผ่อนมาขึ้นอีกด้วย คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ BOSCH Flexxo Serie 4 แบตเตอรี่ Long-life Litium ชาร์ทแบต 5 ชั่วโมง ใช้งานได้นาน 55 นาที ปรับระดับความแรงได้ 2 ระดับ ด้วยระบบ Robust Air ประสิทธิภาพสูงแม้จะมีฝุ่นเต็มกล่อง ไส้กรองอากาศ และกล่องเก็บฝุ่นถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย มีอุปกรณ์เสริมเปลี่ยนตามการใช้งานได้หลากหลาย เช่น พื้น เพดาน ผ้าม่าน รถยนต์ ฯลฯ ขนาด (สูงxกว้างxลึก) : = 1150 × 265 x 180 มม. น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ราคาประมาณ 14,900 บาท   ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.bosch-home.in.th **ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ISSARA COLLECTION SATHORN    
The Sarasin Private Residence-เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (PREVIEW)

The Sarasin Private Residence-เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (PREVIEW)

ชื่อโครงการ  The Sarasin Private Residence (เดอะ สารสิน ไพรเวท เรสซิเดนซ์) เจ้าของโครงการ  บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ถนนสารสิน เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-0-4 ไร่ ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  1 อาคาร จำนวนชั้น  7 ชั้น จำนวนยูนิต  54 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 70-82.29 ตร.ม. 2 Bedrooms 126-163.98 ตร.ม. 2 Bedrooms Plus 142.79-154.97 ตร.ม. 4 Bedrooms 281.87 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  LOBBY, OUTDOOR RECREATION AREA, ROOFTOP ORGANIC GARDEN, SWIMMING POOL, GYM, BICYCLE PARKING SPACES, กล้องวงจรปิด, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ที่จอดรถ  100% ราคาเริ่มต้น  13.8 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ห่างจาก BTS ราชดำริ 500 เมตร และ MRT สีลม 800 เมตร ใกล้สวนลุมพินี บรรยากาศเงียบสงบแต่อยู่ใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS ราชดำริ สถานที่ใกล้เคียง สวนลุมพินี, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่, เซ็นทรัลเวิลด์, เกษรวิลเลจ, รพ.จุฬา              
FYNN Asoke – ฟินน์ อโศก (PREVIEW)

FYNN Asoke – ฟินน์ อโศก (PREVIEW)

ชื่อโครงการ  FYNN Asoke (ฟินน์ อโศก) เจ้าของโครงการ  บริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ซอยสุขุมวิท 10 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย จังหวัดกรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-3-70 ไร่ ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  2 อาคาร จำนวนชั้น  8 ชั้น  จำนวนยูนิต  263 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 36 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  Lobby, สวนส่วนกลาง, ห้องออกกำลังกาย, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, กล้องวงจรปิด, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ที่จอดรถ  125 คัน หรือคิดเป็น 47% (ไม่รวมซ้อนคัน) ราคาเริ่มต้น  4.5 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ปลายปี 2564 จุดเด่นโครงการ FYNN Asoke เป็นดั่งโอเอซิสที่เงียบสงบท่ามกลางความจอแจของย่านใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านการออกแบบด้วยการใช้เส้นโค้งราวกับมีชีวิต คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้นแห่งนี้ได้ผสานตัวอาคารเข้ากับธรรมชาติโดยรอบอย่างกลมกลืน ด้วยรูปแบบตัวอาคารที่ทันสมัยแบบเมืองร้อนได้ล้อมรอบต้นจามจุรีเก่าแก่ อายุกว่า 60 ปี ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาเขียวชอุ่ม ละทุกความกังวลใจทั้งหลายจากความเร่งรีบของเมืองใหญ่ และทิ้งตัวลงสู่สระว่ายน้ำรูปแบบฟรีฟอร์ม พร้อมแหวกว่ายผ่านสวนโดยรอบและร่มเงาของสวนบนชั้นดาดฟ้า ที่เป็นทั้งแหล่งพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกันกับผู้อื่น ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS อโศก,  BTS นานา, MRT สุขุมวิท สถานที่ใกล้เคียง Terminal 21, Central Embassy, Central ชิดลม, Emporium, Emquartier, Central World, Big C Extra พระรามสี่, K Village, Major เอกมัย, Tesco Lotus พระรามสี่, J Avanue, ฟอร์จูน, Central พระราม 9, Gateway เอกมัย, สวนเบญจกิติ, ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, สวนลุมพินี, รพ.บำรุงราษฎร์, รพ.สมิติเวช , รพ.คามิลเลียน, รพ.กรุงเทพ, NIST International School, รร.วัฒนา, สาธิต มศว, ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, Saint Dominic, Bangkok Prep      
THE BASE SUKHUMVIT 50 – เดอะ เบส สุขุมวิท 50 (PREVIEW)

THE BASE SUKHUMVIT 50 – เดอะ เบส สุขุมวิท 50 (PREVIEW)

ชื่อโครงการ  THE BASE SUKHUMVIT 50 (เดอะ เบส สุขุมวิท 50) เจ้าของโครงการ  บริษัท สิริ ที เค ทรี จำกัด ที่ตั้งโครงการ  ซอยเริ่มเจริญ ถนนซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนงเหนือ เขตคลองเตย กทม. พื้นที่โครงการ  3 ไร่ 3 งาน 24.7 ตร.ว. ลักษณะโครงการ  Low Rise จำนวนอาคาร  2 อาคาร จำนวนชั้น  8 ชั้น  จำนวนยูนิต   415 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom 25 – 26.5 ตร.ม. 1 Bedroom 30.75 – 32 ตร.ม. 1 Bedroom 34.25 – 42 ตร.ม. 2 Bedroom 45.5 – 56.75 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  สระว่ายน้ำ, สวนสาธารณะ, คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส ที่จอดรถ  151 คัน ที่จอดรถแบบจอดซ้อนคัน 41 คัน ราคาเริ่มต้น  2.29 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ธันวาคม ปี 2562 จุดเด่นโครงการ ฟังก์ชัน และดีไซน์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใน ผ่านคอนเซ็ปต์ “Camouflage” หรือการพรางตัวซ่อนพื้นที่มุมส่วนตัว ภายใต้การออกแบบที่เหนือกฎเกณฑ์ โดดเด่นด้วยคู่สี Smoky Orange และ Green Mint เพิ่มความสร้างสรรค์ด้วยแพทเทิร์นของศิลปะ Op Art ตอบรับรสนิยมของผู้อาศัยที่มีตัวตนชัดเจน ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สถานีอ่อนนุช สถานที่ใกล้เคียง เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า อ่อนนุช, ฮาบิโต้ มอลล์, เซ็นจูรี่ มูฟวี่ พลาซ่า, Gateway เอกมัย, Major เอกมัย, ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท, ร.พ.กล้วยน้ำไท : 2.6 กม., ร.พ.สุขุมวิท      
HI Ladprao 130 Condo – ไฮ ลาดพร้าว 130 คอนโด (PREVIEW)

HI Ladprao 130 Condo – ไฮ ลาดพร้าว 130 คอนโด (PREVIEW)

ชื่อโครงการ HI Ladprao 130 Condo  (ไฮ ลาดพร้าว 130 คอนโด) เจ้าของโครงการ Connection Development ที่ตั้งโครงการ ซ.ลาดพร้าว 130 ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  325 ตารางวา ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวนยูนิต 124 ยูนิต ขนาดห้อง  1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สระว่ายน้ำ, ห้องฟิตเนส, Co-working space, Lobby, สวนหย่อม ที่จอดรถ 47- 57 คัน ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ เน้นการออกแบบอาคารให้โดดเด่น เรียบหรู ทันสมัย ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่ยังเงียบสงบน่าอยู่พร้อม FACILITIES ครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำฟิตเนส CO-WORKING SPACE ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง MRT สถานีลาดพร้าว 101, MRT สถานีหัวหมาก สถานที่ใกล้เคียง The Mall บางกะปิ, Tesco Lotus บางกะปิ, Makro ลาดพร้าว, Food Land ลาดพร้าว, Big C ลาดพร้าว,  มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัน, โรงเรียนเทพลีลา, โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสณี), โรงพยาบาลเวชธานี, โรงพยาบาลรามคำแหง, โรงพยาบาลลาดพร้าว, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์      
เดอะ แกลมเมอร์ เอกมัย-ประดิษฐ์มนูธรรม-The Glamor Ekkamai-Pradit Manutham (PREVIEW)

เดอะ แกลมเมอร์ เอกมัย-ประดิษฐ์มนูธรรม-The Glamor Ekkamai-Pradit Manutham (PREVIEW)

ชื่อโครงการ เดอะ แกลมเมอร์ เอกมัย-ประดิษฐ์มนูธรรม (The Glamor Ekkamai-Pradit Manutham) เจ้าของโครงการ บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 8 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 พื้นที่โครงการ 4-2-32 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว จำนวนบ้าน 18 หลัง เนื้อที่บ้าน เริ่มต้น 59.2 ตร.วา. พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สวนสาธารณะ, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม., กล้องวงจรปิดทั้งโครงการ, ฟิตเนส, เดินสายไฟลงดิน 100%, เข้าออกระบบ Easy Pass (RFID) ราคา เริ่มต้น 27.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 18 หลัง ภายใต้แนวคิดความงดงามแห่งการอยู่อาศัยที่เน้นกลมกลืนไปกับทัศนียภาพที่เขียวชอุ่มผสานกับความอบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติใจกลางกรุงเทพ โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนเส้นสำคัญที่ล้อมรอบไปด้วยจุดหมายมากมายจากย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ที่ห่างจากเราเพียงไม่กี่นาที ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง ใกล้ทางด่วน (ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา), รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าสายสีส้ม (สายอนาคตตลิ่งชัน - สุวินทวงศ์), รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สายอนาคตแคราย-มีนบุรี), รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สายอนาคตลาดพร้าว-สำโรง), รถไฟฟ้าสายสีเทา (สายอนาคตวัชรพล-ท่าพระ) สถานที่ใกล้เคียง Tesco Lotus Extra, Crystal Design Center, Big C Supercenter, The Crystal Park, Central Eastville, โรงพยาบาลลาดพร้าว,โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลพระราม 9, Regent's International School Bangkok, Singapore International School of Bangkok (SISB), ABAC Hua Mak Campus, Shrewsbury City Campus, Bangkok International Preparatory & Secondary School (Bangkok Prep)    
Philo Ladprao 18-ฟิโล ลาดพร้าว 18 (PREVIEW)

Philo Ladprao 18-ฟิโล ลาดพร้าว 18 (PREVIEW)

ชื่อโครงการ Philo Ladprao 18 (ฟิโล ลาดพร้าว 18) เจ้าของโครงการ บริษัท ไลบรารี่ เอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ ซอยลาดพร้าว 18 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 พื้นที่โครงการ  0-1-68.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 21 ชั้น จำนวนยูนิต 53 ยูนิต ขนาดห้อง  Type A 1 Bedroom  30.01-30.10 ตร.ม. Type B 1 Bedroom 39.35 ตร.ม. Type C 2 Bedroom 61.90-73.36 ตร.ม. Loft 42.17-125.55 ตร.ม. Duplex 95.62 ตร.ม. Penthouse 104.24-147.95 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Sky Garen & Sunken Seat, Sky Pool, Exclusive Gym, Exclusive Lobby ปีที่สร้างเสร็จ ไตรมาส 2/2563 ราคาเริ่มต้น 2.25 ล้านบาท ค่าส่วนกลาง 60 ต่อ ตร.ม. ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ อีกระดับกับความพิถีพิถันของการใช้ชีวิตใจกลางเมือง กับโมเดิร์นคลาสสิคคอนโดที่พร้อมให้คุณได้เผยทุกมิติของชีวิตในแบบของคุณเอง ความลงตัวที่ตอบโจทย์ในทุกพื้นที่ของการอยู่อาศัย ที่พร้อมปรับเปลี่ยนให้ตอบรับกับทุกห้วงความรู้สึกของชีวิตคุณ     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง MRT ลาดพร้าว, MRT รัชดาภิเษก สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ยูเนียนมอลล์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, สวนจตุจักร, โรงเรียนหอวัง, บิ๊กซี ลาดพร้าว                                                    
เจริญกรุง-สาทร ตอบโจทย์การทำงานและการอยู่อาศัยเหนือระดับ

เจริญกรุง-สาทร ตอบโจทย์การทำงานและการอยู่อาศัยเหนือระดับ

เจริญกรุง-สาทร ย่านที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สอดคล้องกับการเติบโตในทุก ๆ ด้านของทำเลแห่งนี้ ก่อเกิดความลงตัวของการใช้ชีวิตที่ไม่จำเจ ด้วยการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทางทั้ง รถ เรือ และรถไฟฟ้า นอกเหนือจากอยู่ในย่านธุรกิจ (CBD) สำคัญอย่างสาทร และใกล้กับย่านสีลม ซึ่งแวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงเรียนชื่อดัง และโรงพยาบาลแล้ว ยังสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทาง(Destination) สำคัญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความเหนือระดับของการอยู่อาศัยกับชีวิตทันสมัยได้อย่างลงตัว   เจริญกรุง-สาทร นับเป็นย่านที่สำคัญทางเศรษฐกิจตั้งแต่อดีต เนื่องจากถนนเจริญกรุงนั้นเป็นถนนที่ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการขนส่งสินค้าทางเรือ เกิดการค้าขาย 2 ริมฝั่งแม่น้ำ ส่งผลให้เกิดการอยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิม จวบจนปัจจุบันกลายเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบดั้งเดิมอยู่จำนวนไม่น้อย อีกทั้ง มีร้านอาหารชื่อดังในตำนานหลายร้าน อาทิ ร้านเป็ดย่างประจักษ์ ร้านโจ๊กปริ้นเซส ตรงแยกบางรัก หรือร้านข้าวต้มปลาเจ้าอร่อยตรงแยกถนนจันทน์ ขณะเดียวกัน มีความทันสมัยคืบคลานเข้ามาทำให้ย่านนี้เกิดการผสมผสานกันทางวัฒนธรรม มีร้านอาหารทันสมัยเกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย นั่นก็เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของการใช้ชีวิตทันสมัยของผู้คนในปัจจุบัน การเติบโตของย่านเจริญกรุง-สาทร จึงมีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ 5 ดาว ต่อยอดความเป็นจุดหมายปลายทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ทำเลแห่งนี้เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในความหรูหรา เหนือระดับ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะการเดินทางที่แสนจะสะดวกสบาย   การเดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลายรูปแบบ โดยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางรถ เชื่อมต่อเข้าออกถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนเจริญกรุง ถนนสาทร ถนนจันทน์ ถนนเจริญราษฎร์ และถนนพระราม 3 อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับทางด่วนพิเศษศรีรัช ยังมีรถไฟฟ้า BTS สายสีลมมุ่งหน้าเข้าสาทร และข้ามฝั่งไปกรุงธนบุรี ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองอื่นๆ เช่น ย่านสีลม สยาม สุขุมวิท หรือแม้แต่รัชดาภิเษกได้ด้วยการใช้ระยะเวลาเดินทางไม่นานนัก รวมทั้งเส้นทางน้ำ มีทั้งเรือโดยสารไปยังสถานที่สำคัญ ๆ และเรือข้ามฟาก ก็มีไว้ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ และการเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความคับคั่งจากตัวเมือง   สิ่งอำนวยความสะดวกครบ-ชีวิตไม่จำเจ หากไม่นับอาคารสำนักงานของธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทางถนนสาทรแล้ว ย่านเจริญกรุง-สาทร ยังรายล้อมไปด้วยสถานศึกษาชื่อดัง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ส่วนโรงพยาบาลในย่านนี้ เช่น โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ริมน้ำเจ้าพระยา อาทิ เอเชียทีค และจุดหมายแห่งใหม่นั่นคือ ไอคอนสยาม   ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่สามารถให้เวลาในวันว่าง ๆ กับการท่องเที่ยวในแบบดั้งเดิม คือการท่องเที่ยวในย่านชุมชนเก่าแก่ หรือชื่นชมกับความทันสมัยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้ไม่มีความจำเจ   ตลาดคอนโดหรูยังเติบโต-หนุนราคาขยับ ในแง่การเติบโตของคอนโดมิเนียมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่เข้ามาตอบสนองชีวิตทันสมัย เหนือระดับ มาพร้อมบรรยากาศความมีชีวิตชีวาของสายน้ำ เจาะกลุ่มตลาดคนมีกำลังซื้อซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง เห็นได้จากราคาคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาขยับสูงขึ้นทุก ๆ ปี เช่นเดียวกับราคาคอนโดมิเนียมในย่านเจริญกรุง-สาทร ที่ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่า 200,000 บาท และคาดว่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตดีต่อไป เนื่องจากความต้องการของกลุ่มคนมีกำลังซื้อที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง   ที่สำคัญ จุดเด่นของทำเลนี้ นอกจากจะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ยังอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจสำคัญ (CBD) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่หลายแห่ง คือย่านสีลม และสาทร การเดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่มากนัก ขณะเดียวกันปัจจุบันพื้นที่สำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีค่อนข้างจำกัด นั่นเป็นเหตุผลที่ผลักดันให้ราคาคอนโดมิเนียมในย่านนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ชีวิตทันสมัยกับ “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร” “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร” (Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn) โครงการคอนโดมิเนียม Luxury River View Condominium ในกลางเมืองในย่านธุรกิจ (CBD) พัฒนาโดยบริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนท่วงทำนองของการใช้ชีวิตเหนือระดับ ผ่านการเลือกสรรที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัย ออกแบบพื้นที่เพื่อให้การใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัว และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของชีวิตในเมือง   โครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ ถนนจันทน์ 44 เข้าซอยเพียง 60 เมตร เนื้อที่ 369 ตารางวา ความกว้างถนนหน้าที่ดินกว้างกว่า 15 เมตร จำนวนเพียง 99 ยูนิต 1 อาคาร 21 ชั้น พร้อมสวนบนชั้นดาดฟ้า และที่จอดรถแบบระบบอัตโนมัติในชั้นใต้ดิน 4 ชั้น ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีตากสิน 1.3 กิโลเมตร และสถานีสุรศักดิ์ 1.8 กิโลเมตร ห่างจากท่าเรือด่วนเจ้าพระยา 800 เมตร และห่างจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ เพียง 400 เมตร โครงการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล คอนเทมโพรารี่ (Colonial Contemporary Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวก ล็อบบี้ที่โอ่โถง ห้องเด็ก สระว่ายน้ำแบบชมวิว 360 องศา ที่ชั้น 18 และ ห้องฟิตเนส บนชั้น 21 ห้องสกายเล้าจ์ บน Roof floor ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม และทางโครงการยังจัดให้มีพื้นที่จอดรถสูงถึง 83% พร้อมบริการ Door Man และ Valet service   รูปแบบห้องมี 6 ขนาด สนนราคาเริ่มต้น 4.9 - 29 ล้านบาท ประกอบดัวย รูปแบบ A ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  30.01 – 30.10  ตารางเมตร, รูปแบบ B ขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้นที่  39.35 ตารางเมตร, รูปแบบ C ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นที่   61.90 - 73.66 ตารางเมตร, รูปแบบ Loft 42.17 - 125.55 ตารางเมตร, รูปแบบ Duplex  95.62 ตารางเมตร และ รูปแบบ Penthouse ขนาดห้อง 104.24 – 147.95 ตารางเมตร          
Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn-อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร (PREVIEW)

Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn-อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร (PREVIEW)

ชื่อโครงการ Altitude Symphony Charoenkrung-Sathorn (อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ ซ.จันทน์ 44 เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  0-3-69  ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 21 ชั้น จำนวนยูนิต 99 ยูนิต ขนาดห้อง Type A 1 Bedroom  30.01-30.10 ตร.ม. Type B 1 Bedroom 39.35 ตร.ม. Type C 2 Bedroom 61.90-73.36 ตร.ม. Loft 42.17-125.55 ตร.ม. Duplex 95.62 ตร.ม. Penthouse 104.24-147.95 ตร.ม. ที่จอดรถ 80% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Auto parking system, EV Charging, Lounge, Meeting Room, Kids Club, 360 Swimming pool 80 m., Jet Spa, Bubble Show, Water Foundation Pool, Panorama View Fitness, Music Practice Room, Roof Top Garden & BBQ Pantry ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2563 ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 200,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 1,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางเมือง ราคาเฉลี่ยไม่แพงสำหรับทำเลนี้ ไม่ไกลจากทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า จำนวนยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว           ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สถานีสะพานตากสิน, BTS สถานีสุรศักดิ์, ท่าเรือสาทร สถานที่ใกล้เคียง เอเชียทีค, เซ็นทรัลพระราม 3, ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน, ร.ร.อัสสัมชัน, ร.ร.นานาชาติ โชรส์เบอรี่ กรุงเทพ, รพ.เซนต์หลุยส์ ฯลฯ                      
[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

รอคอยกันมาพักใหญ่กับการมาของรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากสถานีสำโรงยาวไปจนถึงสถานีเคหะฯ จนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก็เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการกันเสียที แถมยังนั่งฟรีตั้ง 4 เดือนด้วยนะ ทีมงาน Reviewyourliving ไม่รอช้า พาไปเดินสำรวจกันทุกสถานีมาฝากกันเลยค่ะ   รถไฟฟ้าสายสีเขียวสุขุมวิท มุ่งหน้าออกนอกใจกลางเมืองไปสุดที่สถานีสำโรงค่ะ ถ้าจะนั่งส่วนต่อขยายนี้ต่อล่ะก็ ต้องลงจากขบวนแล้วเดินไปชานชาลาฝั่งตรงข้ามค่ะ ซึ่งในอนาคตสถานีสำโรงแห่งนี้ก็จะกลายเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง   บรรยากาศในวันแรกที่เปิดใช้ในช่วงบ่ายๆ ก็มีทั้งวัยทำงาน วัยเรียน และผู้สูงอายุที่มาทดลองนั่งกันอย่างสนุกสนานตั้งแต่สถานีสำโรงกันเลยค่ะ   สถานีปู่เจ้า สถานีแรกของส่วนต่อขยายล่าสุด ตัวสถานีอยู่บริเวณซ.สุขุมวิท 115 เลยสามแยกปู่เจ้าสมิงพรายไปนิดหน่อย ข้างสถานีจะมีบิ๊กซีที่อยู่ติดกับ Ideo Sukhumvit 115 ที่ลูกบ้านเข้าอยู่กันตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าเข้าซ.สุขุมวิท 115 ไปหน่อยก็จะมี Low Rise อย่าง Pause 115 กับ B Loft 115 อยู่ด้วย และล่าสุดกับคอนโดฯ ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ Supalai Veranda Sukhumvit 117 ห่างจากสถานีประมาณ 200 เมตร ฝั่งเดียวกันกับ Ideo Sukhumvit 115 รอบๆ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทั้งถ.สุขุมวิทเอง และเข้าไปทางถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ค่ะ เช่น Honda Toyota และ Panasonic ที่อยู่ใกล้กับสถานี   สถานีเอราวัณ จากสถานีปู่เจ้า รางรถไฟฟ้าจะยกตัวขึ้นผ่านถ.กาญจนาภิเษก ฝั่งซ้ายมือผ่านพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พอมาถึงตัวสถานีมองไปทางฝั่งขาเข้าก็จะเห็น 2 คอนโดพร้อมอยู่ ซึ่งมีที่ดินอยู่ข้างกันเลยค่ะ The Trust @BTS เอราวัณ กับ Aspire Erawan บันไดสถานีอยู่หน้าโครงการพอดีเลย เป็นสถานีที่สามารถขับรถเข้าถ.กาญจนาภิเษกได้สะดวกที่สุดค่ะ      สถานีโรงเรียนนายเรือ เป็นสถานีที่เราเริ่มจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากบนบีทีเอสแล้วล่ะค่ะ ตัวสถานีอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือพอดิบพอดี ตรงชานชาลาฝั่งขาเข้าจึงต้องกั้นทึบสูงขึ้นมาค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ถ้าเรามองไปทางสถานีต่อไปก็จะมีคอนโดมิเนียม Knightsbridge Sky River Ocean อยู่ริมถนนฝั่งขาออกค่ะ เป็นคอนโดฯ วิวสวยอีกโครงการหนึ่งเลยทีเดียว     สถานีปากน้ำ อยู่บริเวณหน้าวิทยาลัยสารพัดช่าง สมุทรปราการ ก่อนถึงสามแยกปากน้ำนิดหน่อย อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่งเลยค่ะ เช่น ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สมุทรปราการ, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ เป็นสถานีที่เริ่มมีผู้คนเยอะขึ้นกว่าสถานีอื่นๆ ที่ผ่านมาค่ะ และสามารถมองเห็นปากอ่าวไทย ซึ่งมีเรือบรรทุกสินค้าให้เห็นกันตลอดวัน   สถานีศรีนครินทร์ จากสามแยกปากน้ำ รถไฟฟ้าจะเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ผ่าน Samut Prakan Observation Tower & Knowledge Park หรือ อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย จังหวัดสมุทรปราการ ที่เห็นเป็นหอคอยสูงสีขาวคล้ายกับเป็น Lighthouse ปากอ่าวไทย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมนะคะ ตามแผนจะเปิดให้เข้าชมประมาณปี 2563 และเมื่อผ่านสามแยกการไฟฟ้า ซึ่งตัดกับถนนศรีนครินทร์ก็เป็นเป็นที่ตั้งของสถานีค่ะ     สถานีแพรกษา ตั้งแต่สถานีปู่เจ้าไปจนสุดสาย สถานีแพรกษาถือว่าเป็นสถานีที่มีความคึกคักมากที่สุดค่ะ เพราะรอบๆ สถานีทั้งสองฝั่งมีทั้ง โรบินสัน, บิ๊กซี และโรงเรียนสมุทรปราการ ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกของปากน้ำก็ว่าได้ค่ะ สถานีอยู่เลยสามแยกที่จะเข้าสู่ถ.แพรกษา ไปเล็กน้อย ซึ่งก็จะมี Notting Hill Sukhumvit - Praksa คอนโดจากออริจิ้นอยู่ริมถนนค่ะ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ก็มีโครงการแนวราบอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่จะมีโครงการที่กำลังเริ่มก่อสร้าง โดยได้ EIA Approved แล้วนั่นคือ The President Sukhumvit-Samutprakan ใครที่อยู่แถวนี้อยู่แล้วหรือกำลังสนใจ สำหรับโครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากๆ เพราะติดกับโรบินสันชนิดที่ว่าเดินไม่กี่ก้าว แถมหน้าโครงการก็มีสถานีแพรกษาอีกต่างหาก ถ้าไม่ติดว่ากว่าจะเข้าไปถึงกลางเมืองต้องผ่านไม่น้อยกว่า 13 สถานี       สถานีสายลวด ถัดมาไม่ไกลกัน ก่อนถึงสามแยกที่ตัดกับถ.สายลวด ก็จะเป็นที่ตั้งของสถานีสายลวดค่ะ ละแวกนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้อยู่อาศัยดั่งเดิม มีหอพัก อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก-กลาง อยู่บ้างภายในชุมชนเดิม ไม่แปลกที่จะเห็นคนขึ้น-ลงที่สถานีนี้อยู่พอสมควรค่ะ   สถานีเคหะฯ สุดท้ายที่สถานีเคหะฯ ค่ะ จะมีความคล้ายกับสถานีหมอชิตตรงที่มีลานจอดรถค่ะ แต่ที่นี่จะเป็นลานจอดรถที่มีหลังคา ตีเส้นสำหรับจอดแบบเข้าซองเอาไว้เรียบร้อย ตอนนี้ยังเปิดให้จอดฟรี 4 เดือนตามรถไฟฟ้าอยู่ค่ะ แต่หลังจากนี้จะมีระบบการเสียเงินค่าที่จอดรถอย่างเป็นระบบ และห่างกันกับสถานีออกไปไม่ไกลก็ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าอยู่ด้วยค่ะ   ตั้งแต่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในสถานีเปิดใหม่มาทั้งหมดนี้ แต่ละสถานีจะต้องรอขบวนละประมาณ 10 นาที ซึ่งก็ถือว่าห่างกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ ส่วนบรรยากาศรอบๆ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นบ้านแนวราบเดิมๆ อยู่ อาจจะด้วยเหตุเพราะบทเรียนจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ Dev หลายเจ้าแห่กันไปสร้างโครงการไว้จนเหลือยูนิตเพียบ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอีกเรื่องคือ ราคาค่าโดยสารจริงหลังจากหมดช่วงฟรี 4 เดือนนี้ไปแล้ว ว่าจะมีชาวสมุทรปราการยังคงเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าหากราคาสูงเกินไป หลายคนคงจะต้องกลับมาทบทวนใช้บริการรถสาธารณะเดิมที่ใช้กันเป็นประจำอยู่แล้วก็ได้           
Glam By Asset Wise-แกลม By แอสเซทไวส์ (PREVIEW)

Glam By Asset Wise-แกลม By แอสเซทไวส์ (PREVIEW)

ชื่อโครงการ : Glam By Asset Wise (แกลม By แอสเซทไวส์ ) เจ้าของโครงการ : บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ถ.สตรีวิทยา 2 แยก 23 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าวจ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ : 2-1-14.6 ไร่  ลักษณะโครงการ : Luxury Townhome จำนวนหลัง : 18 ยูนิต ขนาดที่ดิน : 45-49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย : 298 ตร.ม. และ385 ตร.ม. แบบทาวน์โฮม : 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ : 3-4 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ปีที่สร้างเสร็จ : กลางปี 2562 ราคาเริ่มต้น : 12.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ  : Luxury Townhome ออกแบบเชื่อมต่อกับธรรมชาติในคอนเซป Outside-in, Inside-out ดีไซน์ Function ให้รับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่  Double Height 5.2 เมตร ให้รู้สึกโปร่งโล่ง มองเห็นสวนจากทุกมุมของบ้าน ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :  BTS สายสีเหลือง สถานีโชคชัย 4, สายสีเขียว(ส่วนต่อขยาย) สถานีรัชโยธิน, สายสีเทา และสายสีน้ำตาล   จุดขึ้น-ลงทางด่วน  : ทางด่วนศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง : central festival east ville, CDC, The Crystal, Nawamin City Avenue, รพ.เปาโล โชคชัย 4