Tag : Review

672 ผลลัพธ์
Sivarom Hyde สาทร-บางแค บ้านหรูหลังใหญ่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง

Sivarom Hyde สาทร-บางแค บ้านหรูหลังใหญ่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง

Sivarom Hyde สาทร-บางแค บ้านหรูหลังใหญ่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง เมื่อขนาดของครอบครัวมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น การอยู่ร่วมกันของหลายเจเนอเรชั่นก็ต้องการพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นบ้านหลังใหญ่ ขนาด 4-5 ห้องนอน พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางเพียงพอกับสมาชิกและอยู่บนทำเลใกล้เมืองจึงเป็นโจทย์ที่หลายครอบครัวกำลังให้ความสนใจ   ครั้งนี้เราพาไปดูโครงการ สิวารมณ์ ไฮด์ สาทร-บางแค บ้านเดี่ยวหลังใหญ่จาก บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งในซอยกาญจนาภิเษก 3 ซึ่งเป็นทำเลที่ดี เดินทางสะดวก ปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอยู่ใกล้ๆ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ห้างสรรพสินค้า ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง   กาญจนาภิเษกทำเลสำหรับการอยู่อาศัย ถนนกาญจนาภิเษกเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นๆ ด้วยเป็นถนนวงแหวนรอบกรุงเทพมหานคร ทำให้การเดินทางไปยังโซนต่างๆ สะดวกมาก จากซอยกาญจนาภิเษก 3 สามารถเลือกเข้าออกได้ทั้งฝั่งถนนเพชรเกษม ผ่านซอยเพชรเกษม 63 และทางถนนกาญจนาภิเษก และยังเชื่อมต่อไปยังถนนเอกชัย-บางบอน, ถนนกัลปพฤกษ์ หรือจะไปออกถนนพุทธมณฑลสาย 2 และ 3 ที่สามารถออกไปยังถนนบรมราชชนนีได้อีก ทำให้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นเรื่องง่ายและมีหลายหลายเส้นทางให้เลือกใช้     นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีหลักสองอยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก นับเป็นอีกหนึ่งการเดินทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเข้าสู่ใจกลางเมืองแบบไม่ต้องกังวลปัญหารถติด ซึ่งการมาถึงของรถไฟฟ้าการจะทำให้พื้นที่ในย่านใกล้เคียงมีความเจริญ และเติบโตเร็วยิ่งขึ้น บ้านในทำเลนี้ก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นการลงทุนที่ดีในระยะยาว และสามารถส่งต่อไปสู่รุ่นต่อๆ ไปได้ในอนาคต   เรื่องไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พื้นที่ในย่านใกล้เคียงกับที่ตั้งโครงการถือว่าเพียบพร้อมสำหรับทุกเจเนอเรชั่น มีทั้งห้างสรรพสินค้าอย่าง The Mall บางแค ซึ่งเป็นห้างใหญ่ประจำย่าน Seacon บางแค ที่เพิ่งรีโนเวทใหม่และมีร้านค้าชื่อดังมากมาย รวมถึง Lotus บางแค, Makro บางบอน รวมถึง The Explace Mall และ Victoria Garden เพชรเกษม ก็เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวได้เป็นอย่างดี     ในขณะที่สถาบันการศึกษาชั้นนำก็มีพร้อมรองรับครอบครัวที่มีลูกอยู่ในวัยเรียน เช่น โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน, โรงเรียนเลิศหล้า กาญจนาภิเษก, โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี, โรงเรียนนานาชาติบริทิชโคลัมเบีย และโรงเรียนนานชาติสิงคโปร์ ธนบุรี ในด้านการดูแลสุขภาพในบริเวณใกล้ๆ โครงการมีโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมากมายให้เลือกใช้บริการ เช่น โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค, โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางประกอก 8 หรือโรงพยาบาลวิชัยเวชอินเตอร์เนชันแนล หนองแขม เป็นต้น     “บ้าน” คือความภาคภูมิใจของครอบครัว คอนเซปต์การออกแบบโครงการ “Never Hide Your Success” สะท้อนเอกลักษณ์ความสำเร็จผ่านรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สง่างาม ทรงคุณค่า แม้ผ่านกาลเวลาก็ยังคงสวยงามโดดเด่นตลอดกาล รูปแบบบ้านในโครงการจะเป็นสไตล์ European Eclectic Design คือการผสมผสานแบบยุโรปผ่านลวดลายและชิ้นงานต่างๆ ได้อย่างมีเอกลักษณ์     ภายในโครงการเพียบพร้อมไปด้วย Facility ครบครัน ตั้งแต่คลับเฮ้าส์หรูหรา สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ทั้งสระเด็ก และสระใหญ่ ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ที่ร่มรื่นเพื่อการพักผ่อนของลูกบ้าน รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานขั้นสูง ด้วย CCTV เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และการเข้าออกโครงการผ่านระบบ Auto Access Card     เริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าออกโครงการที่เน้นความปลอดภัยด้วย Auto Access Card พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงติดตั้งกล้อง CCTV ไว้ที่บริเวณทางเข้าออก และจุดสำคัญทั่วโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านอุ่นใจตลอดการอยู่อาศัย นอกจากนี้ด้านบนของซุ้มประตูทางเข้า ยังเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของคลับเฮ้าส์ส่วนกลางด้วย     ภายในคลับเฮ้าส์แบ่งเป็นโซน Lobby Lounge พร้อมรองรับแขกของลูกบ้าน รวมถึงเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่โอ่งโถงด้วยเพดานสูงโปร่งหรูหรา  และกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวได้รอบด้าน ในขณะที่พื้นที่ด้านข้างของ Lobby Lounge เป็นสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ซึ่งแบ่งพื้นที่ของสระเด็กแยกไว้ให้ด้วย พร้อม Pool Bed สำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่     ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์ แบ่งเป็นห้องประชุมอเนกประสงค์ และห้องฟิตเนสที่กินพื้นที่เกือบจะทั้งหมดของชั้น พร้อมอุปกรณ์การออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน ครบครันทั้งอุปกรณ์ Cardio และ Weight Traning เพื่อลูกบ้านสาย active รักในการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ     บริเวณใกล้ๆ กับคลับเฮ้าส์ ทางโครงการพื้นที่สีเขียวเป็นสวนขนาดใหญ่ ให้ความร่มรื่นพร้อม Pavilion สำหรับการพักผ่อนสบายๆ ไปกับวิว Landscape ของสวนสวยๆ ซึ่งมีเน้นการตกแต่งในสไตล์สวยยุโรป และยังเครื่องเล่นสำหรับเด็กก็มีไว้รองรับเด็กให้ได้มาวิ่งเล่นออกกำลังกายกลางแจ้งร่วมกันได้อีกด้วย     สิวารมณ์ ไฮด์ สาทร-บางแค เป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ บนที่ดินเริ่มต้นตั้งแต่ 100 ตารางวาขึ้นไป และมีแบบบ้านให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ เหมาะสำหรับครอบครัวขยาย เราขอเริ่มกันด้วยแบบบ้านตัวอย่างหลังใหญ่สุดของโครงการที่มีชื่อว่า Grandeur บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 483 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ และ 2 ห้องแม่บ้าน เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 5-6 คนขึ้นไปได้เลย และทุกคนยังมีพื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง แต่ก็ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน   Layout ของบ้าน Grandeur บนที่ดินเริ่มขนาดเริ่มต้นที่ 100 ตารางวาขึ้นไป ซึ่งทางโครงการเลือกออกให้ใช้สอยพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ บริเวณด้านหน้าบ้านสามารถรองรับการจอดรถได้มากถึง 5 คัน พร้อมทางลาดจากบริเวณจุดจอดรถเพื่อการใช้รถเข็นวีลแชร์ให้เข้าสู่ตัวบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัวที่อยู่อาศัยร่วมกันหลายเจเนอเรชั่น นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของตัวบ้านเป็นโถงทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างจุดจอดรถไปยังลานซักล้างด้านหลัง โซนนี้เป็นทั้งห้องเก็บของ โซนซักรีด และห้องแม่บ้าน ซึ่งแยกเป็นสัดส่วนทำให้สะดวกในการโหลดข้าวของเครื่องใช้จากการจ่ายตลาดไปยังห้องครัวได้เลยโดยไม่ต้องผ่านบริเวณโถงรับแขก     เมื่อเข้ามาสู่ตัวบ้านจากบริเวณชานทางเข้าหลัก จะเจอกับโถงรับแขกแบบ Double Volume ฝ้าเพดานสูงเป็นพิเศษ เพิ่มบรรยากาศความโอ่งอ่าหรูหราให้กับตัวบ้านพร้อมรับแขกด้วย Open Space ที่เชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางของตัวบ้านเข้าไว้ด้วยกันแต่ยังให้ความเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว     มุมรับแขกมุมแรกบริเวณโซนด้านหน้าของบ้าน มีความเป็นส่วนตัวแต่ก็หรูหราเรียบง่าย เปิดรับแสงจากสวนด้านหน้าได้เต็มที่ด้วยกระจกบานใหญ่ ในขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณนี้ก็พร้อมรองรับการปรับฟังก์ชันตามใจเจ้าของบ้าน ให้เป็นได้ทั้งมุมทำงาน มุมเล่นเกม มุมเด็กเล่นสำหรับครอบครัวที่มีตัวเล็ก หรือเพื่องานอดิเรกอื่นๆ นับว่าเป็นมุมอเนกประสงค์มุมหนึ่งของบ้านเลยทีเดียว     ถัดเข้าเป็นโถงกว้างที่ทางโครงการออกแบบให้เป็น Dining Area กว้างเป็นพิเศษพร้อม Pantry เหมาะสำหรับจัดปาร์ตี้สังสรรค์ในครอบครัวขนาดใหญ่ ให้สมาชิกทุกคนได้มีช่วงเวลารรับประทานอาหารอย่างมีความสุขร่วมกัน บริเวณกลางบ้านนี้ถือเป็นส่วนเชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของบ้านเข้าด้วยกัน โซนด้านหลังของ Pantry เป็นครัวไทยแบบครัวปิด และมี Powder Room พร้อมโถงทางเข้าบ้านจากประตูฝั่งลานจอดรถ ซึ่งบริเวณนี้มีมุมเล็กๆ สำหรับชั้นเก็บรองเท้าไว้เป็นสัดส่วน     พื้นที่ครัวกว้างขวาง ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัวรูปตัว U เพื่อการใช้สอยได้เต็มพื้นที่ พร้อมหน้าต่างระบายอากาศได้ทั้ง 2 ด้าน รองรับการทำครัวไทยแบบหนักๆ ได้เลย นอกจากนี้บริเวณครัวยังมีประตูเปิดออกไปยังลานซักล้าง และโถงทางเดินห้องแม่บ้านที่เชื่อมไปที่ลานจอดรถได้อีกทาง     เมื่อหันมาอีกด้านของ Dining Area จะเห็นมุมนั่งเล่นรับแขกอีกมุมของบ้าน ที่ทางโครงการออกแบบกั้นพื้นที่ด้วยฉากกั้นดีไซน์เรียบหรู ซึ่งช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนชัดเจน     มุมรับแขกหรือ Living Area นี้ กว้างขวางเพียงพอที่จะรองรับสมาชิก 8-10 คนเพื่อการนั่งเล่นพักผ่อนร่วมกันได้สบายๆ ซึ่ง Living Area นี้อยู่ด้านหน้าของห้องนอนชั้นหนึ่ง ห้องนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็น ด้วยพื้นที่ห้องที่กว้างขวางไม่อึดอัด พร้อมห้องน้ำในตัวแบบพื้นเรียบระนาบเดียวกันทั้งห้อง เพื่อการใช้งานที่สะดวกและปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ช่วยพยุงในห้องน้ำครบครัน     จากโถงทางเข้าบ้านอันโอ่อ่าด้วยโคมไฟระย้าหรูหราอลังการ ก่อนขึ้นบันไดไปจะเห็นว่ามมีห้องเก็บของใต้บันไดอีกจุด ทีนี้เราขึ้นไปดูที่บริเวณชั้น 2 กันบ้าง   บริเวณชั้น 2 ถูกจัดวาง Layout พื้นที่อย่างคุ้มค่า แบ่งเป็น 4 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง และ Living Area ขนาดใหญ่ ซึ่งเราจะเห็นมุมนั่งเล่นนี้ทันทีที่ขึ้นมา โดยมุมนั่งเล่นพักผ่อนของครอบครัวมุมนี้ให้ความเป็นส่วนตัว สมาชิกสามารถมานั่งดูหนังร่วมกัน หรือจะเพิ่มมุมทำงาน มุมทำการบ้านก็เหมาะมาก เพราะมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่     ถัดจาก Living Area เราไปดูห้อง Master Bedroom ซึ่งขนาดห้องกินพื้นที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของชั้นเลยทีเดียว ทางโครงการแบ่งพื้นที่ในห้องนอนใหญ่เพื่อการใช้งานเป็นสัดส่วน เข้าห้องมาก็จะฉากกั้นแบ่งพื้นที่เป็นมุมพักผ่อน แขวนทีวีวางโซฟาไว้เป็นไอเดียแนะนำ ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนอน สามารถวางเตียง 6 ฟุต หรือจะสั่งเตียงไซส์พิเศษเลยก็ยังได้ บริเวณห้องนอนติดกับโซนด้านหน้าของตัวบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่ล้อมถึง 3 ฝั่งด้วยกัน ด้านหนึ่งสามารถมองลงไปเห็นโถงบันได จึงเห็นทางโครงการจัดแต่งเป็นมุมนั่งทำงานไว้ ส่วนด้านหน้าบ้าน สามารถเปิดประตูออกไปที่ระเบียงด้านนอกได้     ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ด้วยขนาดที่ใหญ่มาก พร้อม Walk-in Closet กว้างขวาง และยังจัดฟังก์ชันไว้เป็นอย่างดี มีครบทั้ง อ่างอาบน้ำ, Rain Shower และ Washlet โถสุขภัณฑ์อัติโนมัติ ส่วนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่แบบ His&Her อีกส่วนที่เชื่อมต่อจากบริเวณห้องน้ำคือ Walk-in Closet กว้างพร้อมรองรับการ Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บเครื่องประดับได้อย่างเต็มที่ ถูกใจสายแฟชันรักการแต่งตัวแน่นอน     จากห้องนอนใหญ่ เดินผ่านโถงนั่งเล่นไปอีกด้านของตัวบ้าน จะถูกแบ่งเป็น 3 ห้องนอนในขนาดใกล้เคียงกัน ห้องนอนแรกเป็นห้องในโซนหน้าบ้าน ถูกจัดตกแต่งเป็นห้องทำงาน ภายในห้องมีประตูเปิดออกไปที่ระเบียงได้ ในขณะที่อีก 2 ห้องถูกจัดเป็นห้องนอนเล็กใน mood&tone ที่ต่างกันออกไป แต่ยังได้ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบและลงตัว ข้อดีของห้องน้ำทุกห้องในบ้านหลังนี้คือ มีหน้าต่างบานกระทุ้งเพื่อการระบายอากาศลดความอับชื้นได้เป็นอย่างดี       บ้านตัวอย่างอีกหลังที่เราจะพาไปดูต่อมีชื่อว่า Splendour บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 362 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้าน เป็นอีกหนึ่งแบบบ้านที่มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวมากๆ   ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านอาจจะเล็กลงมากว่าแบบแรกหน่อย แต่ฟังก์ชันการใช้งานยังคงครบถ้วน ตอบโจทย์สมาชิกในบ้านได้เป็นอย่างดี เริ่มด้วยบริเวณหน้าบ้านรองรับการจอดรถได้ 4 คัน พร้อมทางลาดเพื่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ โซนด้านข้างของตัวบ้านเป็นลานซักล้างและห้องแม่บ้าน บริเวณทางด้านนี้จะอยู่ถัดจากจุดจอดรถ มีประตูเข้าสู่ห้องครัวได้ จึงสะดวกในการนำของที่จ่ายตลาดเข้าบ้านแบบไม่ต้องผ่านโถงรับแขก ส่วนประตูทางเข้าบ้านจากบริเวณลานจอดรถ เข้าไปจะเป็นห้อง Powder Room และประตูครัว     จากชานประตูหลักเข้าสู่ตัวบ้านจะเป็นโถงสูงแบบ Double Volume เพื่อเดินเข้าไปสู่ Living Area กว้างขวาง ซึ่งแบ่งเป็นมุมนั่งเล่น-รับแขก เชื่อมต่อกับ Dining Area บรรยากาศหรูหราในสไตล์ Modern European     มุมรับแขกโซนหน้าบ้าน โปร่งโล่งสบายตาด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ แถมยังได้รับวิวสวนข้างๆ บ้านได้อีก เมื่อมีการกั้นผนังบางส่วนเติมเข้ามาจึงทำให้มุมรับแขกนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัวเลยทีเดียว ในขณะที่โซนถัดมา วางชุดโซฟาชุดใหญ่จัดให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน ดูทีวีของสมาชิกภายในบ้าน สามารถรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ 5-6 คนสบายๆ และโซนนี้ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารอีกด้วย     ถัดจาก Dining Area คือห้องครัวไทย ซึ่งเป็นครัวปิดพร้อมรองรับการทำครัวอย่างจริงจัง ห้องครัวมีหน้าต่างบานใหญ่เพื่อการระบายอากาศที่ดี และยังออกไปยังโซนซักล้างด้านข้างของตัวบ้านได้อีกทาง     ใกล้กันกับห้องครัว มีห้องนอนเล็กอยู่หนึ่งห้อง ซึ่งถูกออกแบบไว้สำหรับเป็นห้องผู้สูงอายุ หรือผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถเข็น ด้วยพื้นที่เรียบเสมอกันรวมถึงห้องน้ำที่เป็น Universal Design พร้อมอุปกรณ์ช่วยพยุงครบทุกจุดสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบเพื่อคนทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริง     ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งแบ่งเป็นห้องนอนหลัก 3 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว และ 1 Living Area สำหรับการพักผ่อนแบบส่วนตัวของครอบครัว   จากโถงบันไดขึ้นมาจะเจอกับ Living Area และโถงทางเดินกว้างๆ ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ให้บรรยากาศโปร่งสบาย นอกจากนี้พื้นที่ด้านข้างๆ บันไดยังเหลือมุมสำหรับโยคะ หรือจะจัดวางหิ้งพระก็น่าจะเป็นพื้นที่ขนาดกำลังพอดี     Master Bedroom ใช้พื้นที่โซนด้านขวาของตัวบ้านเป็นตอนลึก ซึ่งจัดตกแต่งให้ห้องนอนอยู่โซนด้านหน้าของบ้าน พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างกระจกใหญ่ถึง 3 ด้าน ปรับแต่งฟังก์ชันให้มีมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือริมหน้าต่างที่มองลงไปยังโถงบันไดได้ ส่วนโซนด้านหลังเป็นพื้นที่ของ Walk-in Closet และห้องน้ำขนาดใหญ่ ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งอ่างอาบน้ำ Rain Shower อ่างล้างหน้าแบบ His&Her และโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ     อีกด้านของชั้น 2 แบ่งเป็น 2 ห้องนอนเล็กที่ไม่เล็กเลย เพราะทุกห้องมีห้องน้ำในตัว สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ และยังมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บของมีมุม Walk-in Closet เล็กๆ อีกด้วย     โครงการ สิวารมณ์ ไฮด์ สาทร-บางแค เป็นหนึ่งในโครงการบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ ที่กำลังมองหาบ้านเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างอาศัยร่วมกัน บนทำเลศักยภาพเดินทางสะดวก เข้าสู่ใจกลางเมืองย่าน CBD สาทร-สีลม-พระราม 3 ได้อย่างง่ายดาย ต้องยอมรับว่าการออกแบบบ้านหรูหลังใหญ่จาก บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) โครงการนี้ เป็นการเปิดตลาด Luxury ที่น่าจับตามาก มีความได้เปรียบทั้งในเรื่องราคาที่เริ่มต้น 14.9 ล้านบาท และมีจำนวนยูนิตไม่มาก ทำให้ลูกบ้านได้ความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อเทียบกับหลายๆ โครงการในระแวกเดียวกัน ถ้าใครที่กำลังมองหาบ้านหรูหลังใหญ่ในย่านกาญจนาภิเษก-เพชรเกษม-บางบอน หรือคุ้นชินในย่านนี้อยู่แล้ว แนะนำให้ลองเข้าไปเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างด้วยตัวเองกันดู พร้อมรับข้อเสนอดีๆ จากทางโครงการก่อนตัดสินใจ   บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง The Holmes สาทร-บางแค พรีเมี่ยมทาวน์โฮม [Preview] Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2  
The Holmes สาทร-บางแค พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหนึ่งเดียวใจกลางบางแค

The Holmes สาทร-บางแค พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหนึ่งเดียวใจกลางบางแค

The Holmes สาทร-บางแค พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหนึ่งเดียวใจกลางบางแค บ้านทำเลฝั่งธนบุรี โซนเพชรเกษม บางแค เป็นอีกทำเลหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ด้วยความที่มีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินผ่าน เดินทางได้สะดวกมีถนนเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองหลายสาย เช่น ถนนเพชรเกษม, ถนนบางแค, ถนนกัลปพฤกษ์, ถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) เป็นต้น เราจะเห็นว่าหลายปีมานี้ ทำเลในย่านนี้แทบจะไม่มีโครงการบ้านใกล้รถไฟฟ้าเลย ที่เปิดตัวกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมเสียมากกว่า หากใครที่มองหาบ้านในโซนนี้ ก็จะต้องขยับห่างออกจากแนวรถไฟฟ้าไปไกลซักหน่อย หรือจะต้องเข้าซอยไปลึกจนอาจทำให้การเดินทางไม่คล่องตัวเท่าที่ควร     สำหรับใครที่กำลังสนใจบ้านในย่านบางแค ครั้งนี้เราจะพาไปชมบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้นที่เรียกได้ว่าเป็นโครงการใหม่หนึ่งเดียวที่อยู่ในบางแค และใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค 600 เมตร เท่านั้น*จัดว่าอยู่ในระยะที่เดินเท้าพอได้ หรือจะใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับ “The Holmes สาทร-บางแค” โครงการบ้านพรีเมียมทาวน์โฮม สไตล์ Modern English จากบริษัท เบญญารัตน์ จำกัด เน้นความเรียบหรู พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี ในสังคมส่วนตัวสุดๆ เพียง 34 ยูนิตเท่านั้น   พรีเมียมทาวน์โฮม 3 ชั้น หนึ่งเดียวใจกลางบางแค The Holmes สาทร-บางแค เป็นบ้านทาวน์โฮมที่มีดีไซน์โดดเด่นชัดเจน เรียบหรูด้วยสไตล์โมเดิร์น มีช่องบานหน้าต่างขนาดใหญ่ พร้อมกรอบ Façade เสาโค้งมนช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี พื้นที่ดินของบ้านเริ่มต้น 21.9 ตารางวา หน้ากว้างถึง 5 เมตร สามารถรองรับการจอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ภายในบ้านกว้างขวางด้วยพื้นที่ใช้สอยมากถึง 183.6 ตารางเมตร แบ่งเป็น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พิเศษด้วยพื้นที่ชั้น 3 Master Bedroom ขนาดใหญ่สไตล์ Penthouse     จากบริเวณด้านหน้าบ้าน เมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้ว จะพบกับพื้นที่ใช้สอยแบบ Open Plan นั่นคือพื้นที่เปิดโล่งถึงกัน โดยที่ฟังก์ชันต่างๆ จะเชื่อมต่อกัน ตั้งแต่โซนรับแขกหรือโซนนั่งเล่น ต่อไปยังมุมรับประทานอาหาร และครัว ไปถึงบริเวณหลังบ้าน ซึ่งในบ้านตัวอย่างมีการตกแต่งต่อเติม ขยายพื้นที่ใช้สอยบริเวณซักล้างด้านหลัง เป็นโซนซักรีดเพิ่มเติมขึ้นมา ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ บริเวณชั้นล่างจึงครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตำแหน่งวางห้องน้ำ (Powder Room) ไว้บริเวณโซนด้านหน้าบ้าน ซี่งมีข้อดีคือ เมื่อกลับเข้าบ้านมาแล้ว สามารถเลี้ยวเข้าห้องน้ำล้างมือ ชำระล้างสิ่งสกปรกได้เลยทันที และติดกันกับห้องน้ำชั้นล่าง จะเป็นห้องเก็บของใต้บันได ถือว่าเป็นอีกฟังก์ชันที่ช่วยให้บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย และเพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากขึ้นด้วย     สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชมเป็นบ้านหลังมุมทำให้ตัวบ้านสว่าง โอ่โถงมากขึ้นด้วยหน้าต่างด้านข้างบ้าน ที่ช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติให้ภายในตัวบ้านมากขึ้น ในขณะเดียวกันฝ้าเพดานที่สูง 2.65 เมตร ก็ทำให้บรรยากาศในบ้านไม่อึดอัดเลย เหมาะที่จะให้สมาชิกของครอบครัวมาใช้ชีวิตพักผ่อน หรือทำกิจกรรมร่วมกันได้ทุกช่วงเวลา     สำหรับมุมห้องครัว ทางโครงการกั้นผนังไว้ถัดจากบันได เป็นสัดส่วนที่ชัดเจน ด้านหลังมีหน้าต่างบานเลื่อนเตรียมไว้ให้ สามารถเปิดระบายอากาศออกไปทางหลังบ้านได้ดี หรือหากจะตกแต่งต่อเติมเพิ่มให้เป็นครัวปิดก็แค่เพิ่มประตูบานเลื่อนได้เช่นกัน     อย่างที่บอกไปแล้วว่าในบ้านตัวอย่างมีการขยายพื้นที่เพิ่มในบริเวณลานซักล้าง ทางโครงการต่อเติมเต็มพื้นที่ ให้เชื่อมต่อกับส่วนครัว และตกแต่งให้เป็นพื้นที่ซักรีดในร่ม บนหลังคาเจาะช่องแสงไว้เพื่อเพิ่มแสงสว่างธรรมชาติให้กับบริเวณนี้ และมีประตูเปิดออกไปยังสวนด้านข้างตัวบ้านได้อีกทาง     ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของบ้าน จะแบ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวสำหรับสมาชิกในบ้าน โซนด้านหน้าของบ้านจะเป็นห้องนอนใหญ่รองจาก Master Bedroom ภายในห้องมีห้องน้ำในตัว พร้อมพื้นที่ที่สามารถใช้เป็น Walk-in Closet ได้สบายๆ แค่ตกแต่ง Built-in เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย พื้นที่ใช้สอยภายในห้องกว้างขวาง สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย และยังเหลือพื้นที่ให้เติมตู้เก็บของ โต๊ะหัวเตียง หรือเปลี่ยนเป็นมุมทำงานได้ตามต้องการ ห้องนี้มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน ทำให้ภายในห้องโอ่โถงไม่อึดอัดเลย     ส่วนพื้นที่ของห้องน้ำภายในห้องนอนก็แยกเป็นสัดส่วน ด้านหน้าห้องน้ำสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้า และมุมแต่งตัวเพิ่มเติมด้วยการกั้นผนังที่ปลายเตียง แค่นี้ก็จะช่วยจัดฟังก์ชันภายในห้องนอนเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้น แถมยังได้ตำแหน่งติดตั้งทีวีในระยะที่เหมาะสมอีกด้วย     บริเวณทางโซนด้านหลังของชั้น 2 แบ่งเป็นอีก 2 ห้องนอนเล็กขนาดพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกัน ซึ่งทางโครงการตกแต่งเป็นห้องนอนเด็ก และห้องทำงาน พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้กำลังดี และยังมีเหลือที่วางตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ โต๊ะทำการบ้านได้อีก     ในขณะที่อีกห้องตกแต่งเป็นห้องทำงาน พอวางชั้นหนังสือ ตู้เก็บของ และโต๊ะทำงานแล้ว ก็ให้บรรยากาศการทำงานที่ลงตัว และทั้ง 2 ห้องนี้มีช่องหน้าต่างสามารถเปิดรับแสง รับลมจากทางด้านหลังได้ สำหรับห้องนอนเล็กทั้งสองห้องนี้จะแชร์ห้องน้ำที่อยู่ตรงโซนกลางบ้านร่วมกัน     มาถึงชั้น 3 ที่เป็น Highlight ของบ้าน เพราะพื้นที่ทั้งชั้นถูกจัดให้เป็น Master Bedroom ในสไตล์Penthouse หรูที่รวมทุกฟังก์ชันไว้ในชั้นเดียว ด้วยพื้นที่ที่เปิดโล่งทั้งชั้น ทำให้เปิดกว้างในการเลือกตกแต่งการใช้งานได้ตามต้องการ เหมาะกับเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว ซึ่งทางโครงการเสนอไอเดียการตกแต่งให้โซนด้านหน้าของบ้านเป็นที่นอน ส่วนมุมนั่งเล่นพักผ่อนจะอยู่ตรงกลาง ในขณะที่โซนแต่งตัวเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่จะอยู่ทางด้านหลังติดกับห้องน้ำ ค่อนข้างลงเลยทีเดียว     ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยเต็มชั้น การเลือกตกแต่งจึงค่อนข้างเปิดกว้าง ขึ้นอยู่กับการใช้งานของสมาชิกแต่ละครอบครัว หากสมาชิกครอบครัวไม่มาก และพื้นที่ห้องนอนบริเวณชั้น 2 เพียงพอกับการใช้งานแล้ว พื้นที่ชั้น 3 อาจเลือกตกแต่งใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ได้อีกมาก เช่น ห้องออกกำลังกาย เล่นโยคะ หรืออาจเลือกต่อเติมเป็นตู้เสื้อผ้าทั้งหมดเต็มทั้งชั้นเลยก็ได้ ในกรณีที่เจ้าของบ้านเป็นสายแฟชั่น มีเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก เป็นต้น     สำหรับตัวบ้านจริงที่ทางโครงการขายให้นั้น จะเป็นบ้านเปล่าที่ไม่ได้ตกแต่งมาให้อย่างบ้านตัวอย่าง แต่วัสดุอุปกรณ์พื้นฐานต่างๆ ทางโครงการก็เตรียมมาให้ครบถ้วนตามมาตรฐาน เช่น การลงเสาเข็มที่พื้นที่ลานซักล้างด้านหล้ง แทงค์เก็บน้ำ ระบบ Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัย พื้นบ้านปูกระเบื้องและ SPC ลายไม้ พร้อมสุขภัณฑ์ครบถ้วนทุกห้อง พร้อมรองรับทุกการตกแต่งก่อนเข้าอยู่ ในราคาเริ่มต้น 5.29 ล้านบาท*   ทำเลดีน่าอยู่ในโซนบางแค ใกล้รถไฟฟ้า ที่ตั้งของโครงการ The Holmes สาทร-บางแค อยู่ในซอยวัดนิมานรดี ซึ่งเป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ สามารถเดินทางเข้ามาจากฝั่งถนนบางแค หรือเข้าจากถนนเพชรเกษมบริเวณตลาดบางแคก็ได้เช่นกัน พื้นที่บริเวณนี้มีชุมชนเดิมอยู่ก่อนแล้ว จึงเพียบพร้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร มีโรงเรียนอยู่ในซอยเดียวกัน และใกล้กับตลาดบางแคมากๆ     ในขณะเดียวกันย่านบางแคนี้ ยังเดินทางสะดวกด้วยถนนบางแคที่เชื่อมต่อไปยังถนนกัลปพฤกษ์ และถนนราชพฤกษ์ เพื่อข้ามสะพานตากสินเข้าสู่ใจกลางสาทรได้ไม่ยาก หรือการเลือกใช้บริการรถไฟฟ้า ก็มีรถไฟฟ้าสถานีบางแคอยู่บริเวณปากซอยในระยะที่เดินได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป   นอกจากนี้ความอุดมสมบูรณ์ของบางแคยังคึกคักแทบทั้งวันทั้งคืน เพราะเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้า เช่น The Mall บางแค และ Seacon บางแค จึงเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของคนในย่านนี้เลยก็ว่าได้ ทั้ง 2 ฝั่งถนนเพชรเกษมในบริเวณนี้ยังเต็มไปด้วย Street Food อีกมากมาย เรียกว่ามีครบแทบจะทุกอย่าง ทั้งตลาดสด โรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงสถานศึกษาทั้งโรงเรียนรัฐฯ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ ไปจนถึงสถานศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย     โครงการ The Holmes สาทร-บางแค เป็นบ้านทาวน์โฮมที่สามารถตอบโจทย์คนที่มองหาบ้านสำหรับครอบครัวใหญ่ หรือกลุ่มคนที่ต้องการบ้านใหม่เพื่อขยับขยายสร้างครอบครัว เพราะด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่มากถึง 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่พื้นที่ในบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย บนทำเลที่เดินทางสะดวกมากๆ เข้าออกใจกลางเมืองได้ง่ายหลากหลายเส้นทาง ในย่านที่ถือได้ว่าหาบ้านใหม่ได้ค่อนข้างยากแล้ว ทำให้บ้านทาวน็โฮมในราคาเริ่มต้น 5.29 ล้านบาท* ที่ดีไซน์เรียบหรูนี้เป็นที่น่าสนใจมากๆ ยิ่งในโครงการมียูนิตรวมที่น้อย ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป ในขณะที่พื้นที่รอบๆ โครงการก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนในครอบครัวทุกช่วงวัยได้เป็นอย่างดี   ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าชมบ้านตัวอย่างได้ทุกวัน หรือศึกษาและสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://benyarat.co.th/portfolio_page/theholmes-sathornbangkae/   บทความที่เกี่ยวข้อง M Life บางแค-สาทร พรีเมียมทาวน์โฮม ติดถนนกาญจนา Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา [Preview] Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2
[Preview] Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 บ้านเดี่ยวสไตล์ French Colonia

[Preview] Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 บ้านเดี่ยวสไตล์ French Colonia

Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 บ้านเดี่ยวสไตล์ French Colonial Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 โครงการบ้านเดี่ยวใหม่บนทำเลศักยภาพบนถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล จาก บริษัท เพลินพัฒน์ แอสเสท จำกัด ในสไตล์ French Colonial เน้นความเรียบหรูเหนือกาลเวลา พร้อมส่วนกลางครบครัน ตลอดโจทย์การอยู่อาศัยแบบครอบครัว     โครงการ Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งแหล่งช้อปปิ้งอย่าง เซ็นทรัลพระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2 รวมถึงสถานพยาบาล และสถานศึกษาอีกมากมาย อีกทั้งยังเดินทางสะดวกด้วยถนนสายหลักใหญ่ๆ ที่เชื่อมต่อกันได้ทั้ง ถนนพระราม 2, ถนนสุขสวัสดิ์, ถนนวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก, ทางด่วนเฉลิมมหานคร, ทางด่วนวงแหวน ฯลฯ ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองสะดวกและใช้เวลาไม่นาน สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล พลาซา พระราม 26 กม. โลตัส พระราม 3 กม. โฮมโปร พระราม 29 กม. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ พระราม 26 กม. บิ๊กซี พระราม 29 กม. เดอะ ไบรท์ พระราม 2  10 กม. สถานศึกษา โรงเรียนรุ่งอรุณ 9 กม. รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี 5 กม. โรงเรียนนานาชาติ เบซิส กรุงเทพฯ 6 กม. โรงเรียนทวีธาภิเศก บางขุนเทียน 7 กม. โรงเรียนเลิศหล้า กาญจนาภิเษก 11 กม. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 12 กม. รร.วรรณสว่างจิต 6 กม โรงพยาบาล โรงพยาบาลนครธน 6 กม. โรงพยาบาลบางมด 10 กม. โรงพยาบาล บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล 11 กม. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 7 กม.     ทางโครงการมีแบบบ้านให้เลือกทั้ง S M L ในขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 216 – 350 ตร.ม. เพื่อตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว และมีความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตรวมเพียง 103 ยูนิตเท่านั้น ภายในโครงการอัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่คัดสรรมาเพื่อรองรับทุกกิจกรรม และใส่ใจความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของลูกบ้าน Facility คลับเฮ้าส์ Lobby ส่วนกลาง Double Space สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 14.3x5.2 ม. ลึก 1.20 ม. Jacuzzi สระเด็ก ลึก 60 ซม. Fitness Multifunction room สวนสาธารณะ ขนาด 1-0-05.6 ไร่ สวนหย่อม จำนวน 7 แห่ง ประตูทางเข้ารั้วเหล็ก ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบ LPR ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ แยกช่องเข้า – ออก visitor กับ เจ้าของบ้าน CCTV 24 ชม.     บ้านทุกหลังมาพร้อม Smart Home เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน และฟังก์ชันที่สามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกทุกคนในบ้าน Salome ขนาดที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 216 ตร.ม. แบ่งเป็น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 รับแขก+รับประทานอาหาร 2 นั่งเล่น 2 จอดรถ Mael ขนาดที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 275 ตร.ม. แบ่งเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 แม่บ้าน 1 รับแขก+รับประทานอาหาร 2 นั่งเล่น 3 จอดรถ Leon ขนาดที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 350 ตร.ม. แบ่งเป็น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 แม่บ้าน 1 รับแขก+รับประทานอาหาร 2 นั่งเล่น 1 ห้องซักรีด 4 จอดรถ   Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 ราคาเริ่มต้น 7-14 ล้านบาท* เตรียมเปิดให้จองได้แล้วเร็วๆ นี้ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ www.maison.co.th/detail.php?id=8   บทความที่เกี่ยวข้อง Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา M Life สุขุมวิท–บางปู 87 บ้านแฝดหรูดีไซน์ใหม่ “เมซัน”ประกาศลุยบ้านหรู  
Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา บ้าน French Colonial ทำเลดี ติด ม. เกษตร

Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา บ้าน French Colonial ทำเลดี ติด ม. เกษตร

Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา บ้าน French Colonial ทำเลดี ติด ม. เกษตร ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ พื้นที่ในแถบตะวันออก โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก หลายพื้นที่มีการขยายตัวของเขตเมืองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแถบศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพไม่มาก มีการเดินทางที่สะดวก และมีแหล่งงานรองรับมากมาย ทั้งนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ๆ หรืองานภาคการท่องเที่ยวการโรงแรม จึงทำให้ความต้องการในที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ตลาดอสังหาฯในแถบศรีราชาเองก็คึกคัก เพราะมีผู้พัฒนาเจ้าใหญ่ๆ จากกรุงเทพฯ เข้าไปเปิดโครงการอย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน   ครั้งนี้เราเลยจะพามาเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างไกลถึง “ศรีราชา” ณ โครงการ “Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา” ซึ่งเป็นโครงการใหม่ล่าสุดจาก บริษัท เพลินพัฒน์ แอสเสท จำกัด อีกหนึ่งโครงการบ้านที่น่าสนใจบนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองศรีราชา ด้วยคอนเซ็ปต์บ้านใกล้ชิดธรรมชาติ โอบล้อมด้วยภูเขาและทะเล พร้อมวิว sunset ในบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อน   พูดถึงเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการกันก่อน ตัวโครงการอยู่ห่างจากถนนสุขุมวิทเพียง 100 เมตรโดยประมาณ ซึ่งเป็นทำเลที่เชื่อมต่อไปยังถนนสายสำคัญ เช่น ถนนสุขุมวิท, ถนนมอเตอร์เวย์ (ชลบุรี-พัทยา) อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำให้การเดินทางสะดวกมาก ไม่ว่าจะไปพัทยา ระยอง หรือเข้ากรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก     นอกจากนี้ตัวโครงการยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งแหล่งงานอย่าง นิคมแหลมฉบัง, นิคมไทยออยล์, นิคมปิ่นทอง ฯลฯ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วย สถานศึกษา สถานพยาบาล ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ แหล่งท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์มากมาย เช่น เซ็นทรัล ศรีราชา, โรบินสัน ศรีราชา, J-Park, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา, โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา, โรงเรียนดาราสมุทร, โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา, โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา, โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง ฯลฯ พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์คนทำงาน และเหมาะสมกับการอยู่อาศัยเลยทีเดียว   โครงการ Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา เป็นโครงการบ้านแนวราบที่รวมทั้ง ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวไว้ด้วยกัน รวม 176 ยูนิต แบบบ้านสวยในสไตล์ French Colonial เน้นบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ ทำให้ภายในโครงการร่มรื่นด้วยพื้นที่สีเขียวของสวนขนาดใหญ่ พร้อมสนามเด็กเล่น และคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ ที่รวมทั้ง สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ฟิตเนส Co-working Space รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยทันสมัย เช่น เข้า-ออกหมู่บ้านด้วยการสแกนป้ายทะเบียน, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง Facility ทั้งหมดที่ทางโครงการเตรียมพร้อมไว้ ก็เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกบ้านในหลากหลายเจเนอเรชั่น     บ้านตัวอย่าง Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา มีแบบบ้านที่สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขยายที่มีลูกเพิ่ม หรือครอบครัวใหญ่ที่อยู่พร้อมหน้ากันหลายเจเนอเรชั่น ด้วยพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 100-143 ตร.ม. และมีมากถึง 4 ห้องนอน เชื่อว่าแบบบ้านในโครงการจะถูกใจหลายๆ คนได้ไม่ยาก   บ้านตัวอย่างเราจะพาไปชมในครั้งนี้ มีด้วยกัน 3 หลัง บ้านในโครงการเตรียมพร้อมรองรับการติดตั้ง EV Charger มาไว้เรียบร้อย แบบบ้านทั้ง 3 หลังมีความแตกต่างกันที่พื้นที่ใช้สอยภาพในตัวบ้าน และการจัดฟังก์ชันการใช้งานซึ่งจะมาตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัย และขนาดครอบครัวที่ต่างกัน   บ้านหลังแรกเป็นทาวน์โฮมขนาดเล็กสุด ชื่อ Mona พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ     พอเข้ามาในตัวบ้านแล้ว จะพบกับโถงห้องนั่งเล่น ซึ่งเปิดโล่งเชื่อมต่อพื้นที่ภายในไว้ด้วยกัน ทำให้บรรยากาศภายในบ้านโอ่งโถงดูกว้างขวางขึ้น     ในบ้านตัวอย่างทางโครงการต่อเติมพื้นที่ด้านหลังออกไป ทำให้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และต่อเติมหลังคาโปร่งแสงช่วยทำให้บ้านสว่างมากขึ้น และน่าอยู่มากๆ   พื้นที่ท่ีเปิดกว้างและติดกับโซนที่ต่อเติม ทางโครงการจัดเป็นมุมซักรีดเพื่อเป็นอีกไอเดียในการตกแต่งบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด และพื้นที่ใต้บันไดของชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งอยู่ถัดจากโถงบันไดขึ้นชั้น 2 นั่นเอง     ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 จะเป็นแบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้อง ห้อง Master Bedroom มีห้องน้ำในตัว พร้อมพื้นที่เล็กๆ หน้าห้องน้ำสำหรับจัดเป็น Walk-in Closet ได้ด้วย       อีก 2 ห้องนอนเล็ก จะใช้ห้องน้ำแชร์ร่วมกันที่บริเวณโถงด้านหน้า ส่วนภายในห้องนอน สามารถจัดตกแต่งใช้สอยตามความต้องการได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนเล็ก ห้องทำงาน หรือห้องพักผ่อนสำหรับสมาชิกภายในบ้าน        หลังต่อมาเป็นทาวน์โฮมอิสระ ชื่อ บ้าน Marine พื้นที่ใช้สอย 130 ตร.ม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร แบ่งเป็น4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ จุดเด่นของแบบบ้านทาวน์โฮมอิสสระ คือ ผนังด้านข้างตัวบ้านด้านบนไม่ติดกัน จะมีเพียงผนังบางส่วนเท่านั้นที่ใช้ร่วมกันกับบ้านข้างๆ จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านในรูปแบบทาวน์โฮมมากขึ้น     เข้ามาภายในตัวบ้าน Marine ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น พื้นที่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้านที่นอกจากจะดูกว้างขวางมากขึ้นกว่าบ้านแบบแรกแล้ว ยังมีห้องนอนเล็กในบริเวณชั้นล่างเพิ่มมาอีกห้อง ซึ่งเราสามารถเลือกใช้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ หรือใช้เป็นห้องทำงานก็ได้ตามต้องการ และไอเดียในการตกแต่งบ้านของโครงการที่เลือกจะต่อเติมบริเวณหลังบ้านออกไป เป็นพื้นที่ครัว และมุมซักรีดที่เป็นสัดส่วน จึงทำให้บริเวณโถงรับแขกมีพื้นที่กว้างมากยิ่งขึ้น                ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 พื้นที่ด้านบนก็แบ่งออกเป็นห้องนอน 3 ห้องเช่นกัน โดยที่ Master Bedroom จะอยู่บริเวณโซนด้านหน้าของตัวบ้าน พร้อมห้องน้ำในตัว ซึ่งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องกว้างขวางมากพอที่จะมีมุมพักผ่อนภายในห้อง และมีมุมแต่งตัวเสมือน Walk-in Closet บริเวณหน้าห้องน้ำด้วย ที่สำคัญห้องนอนโอ่โถงเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในห้องเหมาะกับการพักผ่อนมากๆ   ในขณะที่อีก 2 ห้องนอนเล็กซึ่งอยู่ในโซนด้านหลังของตัวบ้าน จะถูกแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกมาในขนาดพอๆ กัน ซึ่งเราสามารถเลือกตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบ โดยที่ห้องนอนเล็กในบ้านตัวอย่าง เลือกใช้เป็นห้องนอนเด็กทั้ง 2 ห้องในสไตล์ที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้เห็นว่าภายในห้องนอนเล็กมีพื้นที่กว้างมากพอในการใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย          ส่วนหลังสุดท้าย เป็นบ้านแฝดที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยใหญ่ที่สุด ชื่อ Monix มีพื้นที่ใช้สอย 143 ตร.ม. แบ่งเป็น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ     ด้วยความที่เป็นแบบบ้านที่มีขนาดใหญ่สุด ทำให้พื้นที่ใช้สอยขนาด 143 ตร.ม. ดูโอ่อ่า กว้างขวางกว่าบ้านทุกหลัง ซึ่งหากใครกำลังมองหาบ้านหลังใหญ่หน่อย ที่มีสไตล์เหมือนบ้านเดี่ยว บ้าน Monix น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี บริเวณชั้นล่างถูกตกแต่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งถึงกัน ทำให้ฟังก์ชันการใช้งานดูสมูธมากขึ้น โถงรับแขกกับพื้นที่รับประทานอาหารอยู่ใกล้กัน ในขณะที่ pantry ครัวก็อยู่ใกล้ๆ อีกด้าน ที่สำคัญครัวของบ้านหลังนี้ เป็นแบบครัวปิด มีประตูกั้นเป็นสัดส่วนชัดเจน เหมาะกับครอบครัวที่ชอบทำครัวหนัก ซึ่งช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนภายในบ้านได้มากขึ้น  นอกจากนี้ ด้วยลักษณะตัวบ้านแฝดที่ไม่ต้องใช้ผนังร่วมกัน ทำให้มีมุมที่เปิดโล่ง เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเปิดรับแสงและวิวสวนจากบริเวณด้านข้าง และด้านหลังของตัวบ้าน ทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่งมากขึ้น   นอกจากนี้บริเวณชั้นล่างยังมีห้องนอนเล็กอีกหนึ่งห้องบริเวณโซนด้านหน้า ที่เหมาะจะเป็นห้องพักผ่อน, ห้องทำงาน หรือห้องผู้สูงอายุ แต่ในบ้านตัวอย่าง ทางโครงการเลือกตกแต่งเป็นห้องสำหรับน้องแมว ซึ่งถือเป็นอีกไอเดียที่เอาใจทาสแมวได้เป็นอย่างดี         ขึ้นมาที่ชั้น 2 ห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่ เต็มโซนด้านหน้าของบ้าน ทำให้ได้หน้าต่างบ้านใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับพื้นที่บริเวณหน้าห้องน้ำก็จัดเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และยังเหลือพื้นที่ใช้สอยในห้องอีกมากมาย  ในขณะที่ห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ถูกตกแต่งเป็นห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง ในสไตล์ที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้เราสามารถเห็นฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย และสามารถเก็บเป็นไอเดียไว้ใช้ได้ในอนาคต ซึ่งบริเวณชั้น 2 จะมีห้องน้ำส่วนกลางอีกหนึ่งห้อง ซึ่งจะใช้แชร์กันระหว่างห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง           *ส่วนบ้านเดี่ยวของโครงการ จะใช้แบบบ้าน Monix เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ขนาดของที่ดิน และบ้านเดี่ยวจะไม่มีการใช้ผนังร่วมกันแบบบ้านแฝดนั่นเอง     Maison Hill สุขุมวิท-ศรีราชา เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านแนวราบที่จะมาตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาบ้านหลากหลายกลุ่ม ด้วยขนาดและแบบบ้านที่มีให้เลือกหลายแบบ จึงเหมาะกับครอบครัวตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายวัย ประกอบกับทำเลที่ตั้งก็เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งงาน ใกล้แหล่งชุมชน ไม่ไกลจากใจกลางเมืองศรีราชา มีความอุดมสมบูรณ์ เพียบพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยมากๆ   เหมาะกับกลุ่มคนทำงานในนิคมที่กำลังมองหาบ้านมากกว่าคอนโด เพราะมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า แถมยังสามารถปรับฟังก์ชันในตัวบ้านให้ตอบโจทย์การใช้งานส่วนตัวได้ดีกว่า ในราคาเริ่ม 2-4 ล้านบาท* ซึ่งราคาเริ่มแทบไม่หนีจากการซื้อคอนโดบางโครงการในศรีราชาเลยก็ว่าได้ แต่ได้พื้นที่มากกว่า   สำหรับคนที่สนใจ สามารถเข้าชมบ้านตัวอย่างที่โครงการได้ทุกวัน หรือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://bit.ly/3xpIKOc   บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน – ประชาอุทิศ 76 M Life สุขุมวิท–บางปู 87 บ้านแฝดหรูดีไซน์ใหม่ M Life สุขุมวิท–บางปู 87    
SASARA Hua Hin โครงการสุดว้าว ติดหาดที่ดีที่สุดใน หัวหิน

SASARA Hua Hin โครงการสุดว้าว ติดหาดที่ดีที่สุดใน หัวหิน

โครงการ ศศรา หัวหิน ลักชัวรี่ บีชฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์    “SASARA Hua Hin Luxury Beachfront Residence” โครงการสุดว้าวบน หาดที่ดีที่สุดใน หัวหินที่ทอดยาวถึง 8 กิโลเมตร   ศศรา หัวหินโครงการ Low Rise สูง 4 ชั้น 5 อาคาร จำนวน 110 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ 1 งาน 43.6 ตร.ว. บริเวณเขาตะเกียบ มีขนาดพื้นที่ห้องเริ่มต้น 37 - 160 ตร.ม. พร้อมพื้นที่หน้าหาดที่มีความยาว 47  เมตร       โครงการออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ อากาศให้เหมาะกับการอยู่อาศัยริมทะเล ห้องรับลมท่ายเทอากาศได้ดี ผสมผสานสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้น ที่มีลักษณะเด่นด้านการใช้วัสดุธรรมชาติด้วย “ อิฐดินเผา terracotta bricks - terracotta tile” เป็นวัสดุ craft ที่ให้ความรู้สึกที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ภายใต้คอนเซปต์ “The Art of Escape”     ความเป็นส่วนตัวสูง มีจำนวนยูนิตน้อย มีส่วนกลางเยอะมาก ด้านการเดินทางสะดวก ใกล้ถนนเพชรเกษม เดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพประมาณ 200 กิโลเมตร ใกล้แหล่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า Bluport Huahin 5.4 กม.โรงพยาบาลชั้นนำ, ตลาด Cicada Market 2.9 กม. ฯลฯ   อีกจุดเด่นของ  ศศรา หัวหิน ตั้งอยู่ในโลเคชั่น เพื่อการพักผ่อนที่หลากหลาย  เช่น สนามกอล์ฟ, เส้นทางปั่นจักรยาน, Surf, ขี่ม้า บนชายหาดยาว 8 กิโลเมตร ดีที่สุดสำหรับสาย Activity กิจกรรมจัดเต็มตลอดทั้งวัน   โครงการมีห้องให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ ห้องแบบ    1 ห้องนอน, ห้องแบบ 2 ห้องนอน และห้องแบบ 3 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท และสำคัญขายหมดไปแล้ว 90% สิ่งอำนวยความสะดวก   สระว่ายน้ำ 5 แบบ 5 สไตล์ ใจกลาง Landscape ที่สวยงาม ประกอบด้วย Lagoon Pool , Lap Pool, Step Waterfall and Hidden Jacuzzi, Kid’s Pool และ Entertainment Pool พร้อมด้วยกิจกรรมมากมายทั้งภายในและภายนอกโครงการ อาทิ บีช คลับ ฟิตเนส พูลคลับ เรือคายัก เซิร์ฟบอร์ด กิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกริมชายหาดมากมาย พร้อมพื้นที่หน้าหาดที่มีความยาว 47  เมตร ตั้งอยู่บนหาดเขาตะเกียบยาว 8 กิโลเมตร  ระบบรักษาความปลอดภัย      เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. พร้อมระบบ CCTV เข้า-ออก โครงการด้วยระบบ Key card   โครงการน่าสนใจ THEW TALAY เปิดรีเทลปั้นแลนด์มาร์คใหม่ ชะอำ-หัวหิน รีวิวคอนโด พักผ่อนแบบคลูๆ ที่ “Blu ชะอำ-หัวหิน”
สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน – ประชาอุทิศ 76 – บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่สไตล์นอร์ดิก

สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน – ประชาอุทิศ 76 – บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่สไตล์นอร์ดิก

สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน – ประชาอุทิศ 76 - บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่สไตล์นอร์ดิก บ้านที่หลายคนอยากได้เพื่อการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว ส่วนใหญ่แล้วมักมีปัจจัยหลักๆ เพื่อการตัดสินใจซื้อนั่นคือ เรื่องของทำเลที่ตั้ง ทั้งเดินทางง่าย แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และแบบบ้านที่ตอบโจทย์ได้อย่างที่ต้องการ ในราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งไว้ ซึ่งครั้งนี้เราจะพาไปดู “บ้านเดี่ยว” ของโครงการ “สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน – ประชาอุทิศ 76” บ้านดีไซน์ใหม่ สไตล์ Fjord Norway ที่จะมาสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่     โครงการบ้าน สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน - ประชาอุทิศ 76 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบบ้านมาจากสถาปัตยกรรมของเมือง ฟยอร์ด ประเทศนอร์เวย์ เมืองชายทะเลที่มีบ้านสไตล์นอร์ดิกอันโด่งดัง ซึ่งเป็นโครงการแรกที่เลือกใช้แบบบ้านใหม่นี้เป็นที่แรก โดดเด่นด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง บนทำเลโซนประชาอุทิศ-พระราม 2 ติดกับถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ซอยประชาอุทิศ 76 ที่เชื่อมต่อกับถนนหลายสายไม่ว่าจะเป็นถนนประชาอุทิศ ถนนพระราม 2 ถนนสุขสวัสดิ์ และยังใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วน สามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายทั้งทางสะพานภูมิพล และทางด่วนเฉลิมมหานคร เพื่อเข้าสู่โซนพระราม 3 และสาทร ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งช้อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง และมีสถานที่สำคัญทั้งโรงเรียน สถานศึกษา สาธารณูปโภคต่างๆ เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบ ธนบุรี, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา, โรงเรียนสารสาสน์ประชาอุทิศพิทยาคาร, โรงเรียนบูรณะศึกษา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลบางประกอก 3, โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางมด, เซ็นทรัลพระราม 2, โฮมโปร พระราม 2, Big C ประชาอุทิศ, Tesco Lotus ฯลฯ   นอกจากนี้ภายในโครงการเอง ยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ผสานนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจุดรองรับ EV Charger ในบ้านทุกหลัง, Digital Door Lock, Smart Security, กล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัยในการอยู่อาศัย เช่น การบันทึกแผ่นป้ายทะเบียนรถลูกบ้านที่เข้า-ออก และ Application เพื่อลูกบ้าน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุภายในตัวบ้านที่ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น และประหยัดพลังงาน เช่น ฉนวนกันความร้อนและกระจกเขียวตัดแสง ซึ่งจะเพิ่มความสุขในการอยู่อาศัยให้ทุกคนในบ้านอยู่สบายมากยิ่งขึ้น     สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง ทางโครงการก็มีครบครันทั้ง คลับเฮาส์สุดอลังการด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์นอร์ดิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รวบรวม ฟิตเนส, สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, Co-working Space และห้องเด็กเล่น ในขณะเดียวกัน ตัวสโมสรยังโอบล้อมด้วยสวนสวยขนาดใหญ่ ที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ภายในโครงการ พร้อมสนามเด็กเล่น เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ของลูกบ้านทุกเจนเนอเรชั่น ไม่ว่าจะมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนหย่อนใจร่วมกัน   บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่สไตล์นอร์ดิก โครงการ สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน - ประชาอุทิศ 76 เป็นแบบบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา ด้วยทรงบ้านที่เป็นหลังคาจั่วสูงซึ่งตัดทอนรายละเอียดให้ดูเรียบง่ายจากแรงบันดาลใจของแบบบ้านสไตล์นอร์ดิก ในประเทศนอร์เวย์ มาปรับแบบให้เข้ากับภูมิอากาศในบ้านเรา ซึ่งทางโครงการมีแบบบ้านให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือ Oslo บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 212 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Fjords บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 238 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ     บ้านตัวอย่างหลังแรก แบบบ้าน Oslo บ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการ พื้นที่หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านบริเวณชั้น 1 เปิดบ้านเข้ามาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น หรือห้องรับแขกเป็นโถงกว้าง สามารถจัดตกแต่งมุมรับประทานอาหาร ในโซนที่เชื่อมต่อกับห้องครัวได้ บริเวณนี้เปิดโล่งด้วยประตูกระจกบานสไลด์ที่เชื่อมกับพื้นที่หลังบ้าน พร้อมหน้าต่างด้านข้างเปิดรับวิวสวน ทำให้ภายในตัวบ้านได้รับแสงอย่างเต็มที่ และสามารถเปิดรับลมได้สบายๆ ในขณะเดียวกัน โซนห้องครัวก็ถูกกั้นไว้เป็นสัดส่วนเป็นครัวปิด แต่เจาะช่องหน้าต่างไว้ให้เชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหารด้านหน้าได้     นอกจากนี้ด้วยการจัดฟังก์ชันพื้นที่ห้องครัวเป็นรูปตัว L ทำให้ได้มุมซักรีดด้านที่ติดกับประตูทางหลังบ้านเพิ่มขึ้นมา และช่วยให้พื้นที่ใช้งานในครัวเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น หรืออาจจะเลือกจัดวางชั้นเก็บของเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้มากขึ้น เมื่อถัดจากห้องครัวไป ก่อนบันไดขึ้นชั้น 2 จะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำชั้นล่างซึ่งติดตั้งสุขภัณฑ์ต่างๆ มาพร้อมใช้งาน โดยทางโครงการเน้นเลือกใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำในทุกๆ หลัง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของการอยู่อาศัยแบบรอบด้านจริงๆ     ถัดขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 จะมีพื้นที่อเนกประสงค์เป็นโถงโล่งติดกับบันไดทางขึ้นพอดี ซึ่งเราสามารถเลือกใช้เป็นมุมทำงาน พื้นที่นั่งเล่นอ่านหนังสือ หรือเป็นมุมห้องพระก็ได้ ด้วยขนาดพื้นที่กำลังดี มีบานหน้าต่างเปิดรับแสง และระบายอากาศได้ จึงเป็นอีกมุมที่ทำให้สมาชิกภายครอบครัวได้ใช้งานร่วมกันได้     จากโซนพื้นที่อเนกประสงค์ จะเป็นโถงทางเดินไปยังห้องนอนอีก 3 ห้อง โดยมีห้อง Master Bedroomเป็นห้องขนาดใหญ่ที่อยู่ในโซนด้านหน้าของบ้าน ลักษณะเป็นห้องหน้ากว้างมีช่องแสงและบานหน้าต่างขนาดใหญ่ ภายในห้องเลยสว่าง โปร่งสบายตามากๆ ด้วยพื้นที่ใช้สอยในห้องมีค่อนข้างเยอะ เลยสามารถจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานได้หลากหลาย และสามารถ built-in พื้นที่ Walk-in Closetบริเวณด้านหน้าห้องน้ำได้อย่างเหลือเฟือ     ส่วนพื้นที่ห้องน้ำของห้อง Master Bedroom มีพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ด้วยอ่างล้างหน้าแบบ His&Her, Shower Box  และโถสุขภัณฑ์     ถัดจากห้องนอนใหญ่ พื้นที่ชั้น 2 ยังแบ่งเป็นอีก 2 ห้องนอนเล็กในขนาดใกล้เคียงกัน โดยมีห้องน้ำอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ห้องนอนนี้ เพื่อใช้งานร่วมกัน ไอเดียการตกแต่งห้องน้ำเล็กที่ทางโครงการทำไว้ เป็นการใช้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องได้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งในเรื่องของพื้นที่เก็บของ พื้นที่พักผ่อนอาศัย และการให้ความสำคัญกับการให้แสงธรรมชาติเข้ามาเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายมากขึ้น      --------------------------------------------------------------------------     บ้านตัวอย่างหลังที่ 2 แบบบ้าน Fyords มีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น แบ่งเป็น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ จอดรถได้ 3 คัน สามารถรองรับสมาชิกครอบครัวใหญ่ได้มากขึ้น แบบแปลนของบ้านตัวอย่างจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับแบบบ้านก่อนหน้านี้ แต่เพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานที่มากขึ้น โดยบริเวณชั้น 1 เปิดเข้ามาก็จะเจอกับโถงกว้างที่แบ่งการใช้งานเป็นพื้นที่รับแขก และมุมรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับโซนห้องครัวเหมือนกัน แต่โซนด้านหน้าจะเพิ่มเติมห้องนอนเข้ามาอีกห้อง ซึ่งห้องนี้สามารถเลือกใช้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ หรือจะจัดแบ่งเป็นห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ได้ตามต้องการ     ถัดจากโถงรับแขกไป โซนห้องครัวเป็นครัวปิดที่กั้นไว้เป็นสัดส่วนและมีบานเลื่อนเป็นหน้าต่างที่จะเชื่อมต่อกับมุมรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถวางชุดโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้สบายๆ  ในขณะที่พื้นที่ครัวรูปตัว L ยังคงมีมุมซักรีดที่จัดวางเครื่องซักผ้าและชั้นเก็บของได้อย่างเป็นสัดส่วน ในขณะเดียวกันพื้นที่ลานซักล้างหลังบ้านทางโครงการก็ลงเสาเข็มและปูพื้นให้เรียบร้อยพร้อมรองรับการใช้งาน     ลักษณะของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่เป็นสัดส่วน และมีมุมใช้งานครบถ้วน ทั้งมุมซักรีด ห้องเก็บของ พื้นที่เชื่อมต่อกับสวนข้างตัวบ้าน เชื่อได้ว่าสมาชิกของบ้าน สามารถใช้เวลาร่วมกันในมุมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น   ถัดขึ้นมาที่ชั้น 2  จะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ที่กว้างมากขึ้น เป็นมุมที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ เหมาะจะเป็นโซนพักผ่อนส่วนตัว หรือใช้เป็นห้องทำงาน หรือมุมทำการงานของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี โซนถัดมาของชั้นบน ยังคงแบ่งเป็น 3 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง     Master Bedroom เป็นห้องหน้ากว้างที่มีพื้นที่ใช้สอยใหญ่มากพอที่จะจัดแบ่งการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งมุมอ่านหนังสือ มุมทำงาน หรือมุมพักผ่อนภายในห้อง ที่กว้างขนาดวางเตียง 6 ฟุตแล้วก็ยังมีพื้นที่ใช้สอยอีกมากพอ ขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้าห้องน้ำ ก็เหมาะจะตกแต่งเป็น Walk-in Closet ได้สบายๆ ส่วนในห้องน้ำยังได้อ่างล้างหน้าแบบ His&Her พร้อม Shower Box เป็นสัดส่วน     ความพิเศษของห้อง Master Bedroom ของบ้าน Fyords นี้ คือ ระเบียงส่วนตัวเปิดโล่งแบบกึ่งกลางแจ้ง แต่ในบ้านตัวอย่างนี้ได้ปรับแต่งต่อเติมกั้นเป็นห้องเพิ่ม ทำให้ได้พื้นที่ใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้นอีก     ถัดไปเป็นห้องนอนเล็ก ที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง โดยฟังก์ชันห้องสามารถจัดตกแต่งทำเป็นห้องนอนเด็ก หรือใช้ประโยชน์ในฟังก์ชันอื่นๆ ได้อีกมาก ข้อดีของการจัดวางแปลนห้องทุกห้องของตัวบ้านให้มีหน้าต่างและช่องแสงขนาดใหญ่ทุกห้อง ทำให้บรรยากาศภายในห้องโอ่โถงไม่อึดอัด รวมถึงการเลือกตำแหน่งของห้องน้ำทุกห้องให้มีช่องหน้าต่างที่จะเปิดเพื่อระบายอากาศและความชื้น เพื่อสุขอนามัยที่ดีของการอยู่อาศัย     สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวในโซนประชาอุทิศ เชื่อว่าโครงการ สิวารมณ์ ปาร์ค วงแหวน-ประชาอุทิศ 76 นี้น่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่เดินทางได้สะดวก และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยของบ้านก็มีขนาดใหญ่มากพอที่จะรองรับครอบครัวที่มีสมาชิกตั้งแต่ 3-4 คนขึ้นไป หรือสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ ด้วยราคาขายที่เริ่มต้น 5.49 ล้านบาท* ก็เชื่อว่าจะทำให้หลายครอบครัวที่อยากจะขยับขยายหาบ้านใหม่ สามารถตัดสินใจจับจองได้ไม่ยาก สนใจลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://sivarompark-prachauthit76.com/ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 063-205-8989, 065-930-8181   บทความที่เกี่ยวข้อง สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) บ้านแฝด-ทาวน์โฮม สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์)  M Life สุขุมวิท–บางปู 87 บ้านแฝดหรูดีไซน์ใหม่  
Grand Opening GRAND DECO ศาลายา

Grand Opening GRAND DECO ศาลายา

โครงการ GRAND DECO ศาลายา มูลค่าโครงการ 810 ล้านบาท อยู่บนเนื้อที่กว่า 29 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านแฝด บ้านเดี่ยว และอาคารพาณิชย์ สไตล์ Minimal Nordic เรียบง่ายทันสมัย ตอบโจทย์ชีวิตคนรุ่นใหม่ มีจำนวน 163 ยูนิต   เดินทางสะดวกตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ศาลายา ใกล้ถนนปิ่นเกล้า ใกล้ทางด่วน ทางคู่ขนานบรมราชชนนี 6.4 กม.และทางด่วนศรีรัชวงแหวนรอบนอก 8.0 กม. ได้ GRAND DECO ศาลายา มีบ้านแบบ DAISY บ้านเดี่ยว 2 ชั้นขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ 56 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม. หน้ากว้าง 15 เมตร ลึกถึง 7.7 เมตร ฟังก์ชัน5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 3 ที่จอดรถ ห้องนอนใหญ่สามารถกั้น Walk- in Closet เก็บของได้เยอะเป็นสัดเป็นส่วน มีห้องนอนด้านล่าง ติดห้องน้ำเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ราคาขายเริ่มต้น 6.59 ล้านบาทต่อยูนิต บ้านแบบ LILY บ้านแฝด 2 ชั้น หลังใหญ่ ด้วยหน้ากว้างถึง 10 เมตร ฟังก์ชันจัดเต็ม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ บนเนื้อที่ 37.5 ตร.ว.พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. ออกแบบให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยว หน้ากว้าง 10 เมตร ลึก 6 เมตร จอดรถได้ 2 คัน ให้มาก กว่าถึง 3 ห้องนอน 1 ห้องเอนกประสงค์ และ 3 ห้องน้ำ มีห้องนอนด้านล่างติดห้องน้ำ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ราคาขายเริ่มต้น 4.59 ล้านบาทต่อยูนิต ส่วนอาคารพาณิชย์ 3.5 ชั้น อยู่ด้านหน้าโครงการเป็นพื้นที่ขายในอนาคต   บทความน่าสนใจ เศรษฐสิริ กรุงเทพ ปทุมธานี 2 บ้านเดี่ยวดีไซน์ MODERN CLASSIC พร้อมวิวสนามกอล์ฟ สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) บ้านแฝด-ทาวน์โฮมพร้อมรองรับ EV ทุกหลัง  
[Preview] ไมซัน ฮิลล์ สุขุมวิท-ศรีราชา บ้านที่เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ แบบ French Colonial

[Preview] ไมซัน ฮิลล์ สุขุมวิท-ศรีราชา บ้านที่เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ แบบ French Colonial

ไมซัน ฮิลล์ สุขุมวิท-ศรีราชา บ้านไมสัน ฮิลล์ บ้านที่เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ บนแบบบ้าน French Colonial   เจ้าของโครงการ   : บริษัท เพลินพัฒน์ แอสเสท จำกัด ที่ตั้งโครงการ      : ซ.เขาน้ำซับ ตำบล ทุ่งสุขรา  อ.ศรีราชา ลักษณะโครงการ  : ทาวน์โฮม ทาวน์โฮมอิสระ บ้านแฝด บ้านเดียว พื้นที่โครงการ  : 22-3-20.1 ไร่ จำนวนยูนิต  : 176 ยูนิต ที่จอดรถ  : 2  คัน ขนส่งสาธารณะ  : รถตู้สาย กรุงเทพ-พัทยา // รถสองแถม // วินมอเตอร์ไซต์ กำหนดการเปิด  : 17-18 ก.พ. 67 สิ่งอำนวยความสะดวก  : สวนสวยขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำระบบเกลือ , เข้า-ออกโครงการด้วยระบบสแกนทะเบียน  Auto Access, กล้องวงจรปิดรปภ. 24 ชม. (Smart home) รองรับ EV Ready จุดเด่นโครงการ  : เป็นโครงการบ้านใกล้เมือง บนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองศรีราชา ใกล้มหาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา และนิคมฯ แหลมฉบัง เพียง 1 นาที ถึงมหาลัยเกษตรศาสตร์ และ 5 นาที ถึงนิคมฯ แหลมฉบัง , ในแบบบ้านสไตล์ เฟรนช์โคโลเนียล (French Colonial) สโมสร สระว่ายน้ำ ราคา  :  เริ่มต้น 2-4 ลบ.    
RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค คอนโดใหม่ล่าสุดของ AP THAILAND

RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค คอนโดใหม่ล่าสุดของ AP THAILAND

  RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค คอนโดใหม่ล่าสุดของ AP THAILAND ทำเลดีอยู่บนถนนเจริญนคร โครงการอยู่ฝั่งตรงข้ามของ ICONSIAM  การเดินทางสะดวกอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนคร แค่ 100 เมตร เชื่อมต่อการเดินสะดวกใช้เวลาไม่นาน เข้าสู่ใจกลาง CBD สีลม-สาทรได้ภายใน 5 นาที ไม่ว่าจะเป็นระบบรถ ต่อเรือ หรือระบบราง   พื้นที่เจริญนคร นอกจากไอคอนสยามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการแล้ว โดยรอบโครงการ เจริญนครจัดได้ว่าเป็นศูนย์รวม โรงแรมระดับโลก โรงพยาบาล สถานศึกษาชั้นนำทั้งรัฐและเอกชน หรือ โรงเรียนนานาชาติ อาคารสำนักงานไฮเอนด์มากมาย     RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค คอนโดไฮไรส์ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “BLUECHIP DESIGN RESIDENCE” เป็นอาคารสูง 29 ชั้น สร้างบนที่ดิน 4 ไร่ จำนวนหยูนิต 577 ที่จอดรถ 60%  การดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก Japanese – Italian Craftsmanship ความสมดุลระหว่างความงดงาม และสุนทรียะการใช้ชีวิตเหนือระดับ พร้อมส่วนกลาง รวมกว่า 3.3 ไร่     ประกอบไปด้วย อยู่ที่ชั้น  G - Wharf Yard Garden + Private Sanctuary Yard สวนด้านหน้าโครงการ Main Lobby Lounge, Co-working space, Welcome Foyer  ชั้น  6 Yacht Garden Terrace  ชั้น 28  สระว่ายน้ำ+ Jacuzzi Pool + Kid Pool + Pool bar + Pool deck +Fitness + Artistic Pavilion  และ ชั้น 29  Iconic Lounge ,Sky living room, Private Club, The Grand Yacht Lounge, Private Meeting Room ที่จะได้เห็นวิวเมืองสวยๆ   RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค มีรูปแบบห้อง SIMPLEX 1-Bedroom เพดานสูง 3 เมตร เริ่มต้น 5.6 ล้านบาท SIMPLEX 2-Bedroom เพดานสูง 3 เมตร เริ่มต้น 16 ล้านบาท VERTIPLEX ชั้น 23-27 เพดานสูง 4.45 เมตร* เริ่ม 9.5 ล้านบาท จุดเด่นคือห้อง Vertiplex  เพดานสูง double volume  ความสูง 4.45 เมตร มีชั้นลอย ความสูงทำให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านโปร่งสบายไม่อึดอัด  พิเศษขึ้นภายห้องนอนที่อยู่ชั้นลอย ใส่ห้องน้ำมาให้ด้วย แก้ปัญหาขึ้นลงเข้าห้องน้ำได้สะดวกมากขึ้น     RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค  อีกหนึ่งโครงการร่วมทุนใหม่ล่าสุด ที่มีครบสะดวกทั้งภานในอาคาร และการเดินทางพร้อมทั้งการใช้ชีวิตติดห้าง ติดรถไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 159,000 บาท/ ตร.ม. หรือ ราคาเริ่ม 5.6 ล้านบาท จนไปถึง 30 ล้านบาท วันงานเปิดตัว กวาดยอดขายกว่า 4,000 ล้านบาท ปิดการขายได้มากถึง 80% จากทั้งโครงการ   บทความน่าสนใจ THE ADDRESS สยาม-ราชเทวี “Create Your Own Etiquette วิถีแห่งที่สุดของชีวิตสุนทรียะในแบบของคุณ” Life พหลฯ ลาดพร้าว ตอบโจทย์ชีวิตไร้ขีดจำกัด RHYTHM เจริญกรุง พาวิลเลี่ยน คอนโดใหม่ใจกลางเมืองวิวคุ้งน้ำเจ้าพระยา
สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) บ้านแฝด-ทาวน์โฮมพร้อมรองรับ EV ทุกหลัง

สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) บ้านแฝด-ทาวน์โฮมพร้อมรองรับ EV ทุกหลัง

สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) บ้านแฝด-ทาวน์โฮมพร้อมรองรับ EV ทุกหลัง รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปเยี่ยมชมแบบบ้านซีรีส์ใหม่ล่าสุด สไตล์เบอร์เกน นอร์เวย์ ที่โครงการ “สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์)” จาก บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หนึ่งในโครงการที่มีแบบบ้านสวย น่ารัก บนทำเลติดถนนบางกรวย-ไทรน้อย ที่จะมาตอบโจทย์ครอบครัวที่กำลังตามหาบ้านหลังใหม่เพื่อการขยับขยาย หรือคนที่ต้องการบ้านหลังแรกสำหรับการเริ่มต้นครอบครัวใหม่ เพราะที่โครงการ “สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์)” มีแบบบ้านใหม่เลือกทั้งบ้านแฝดและทาวน์โฮม พร้อมรองรับทุกสไตล์ของการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์   ด้วยแรงบันดาลใจที่ได้มาจากเมืองเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของยุโรป ทางโครงการจึงนำมาใช้เป็นคอนเซปต์หลักในการออกแบบตัวบ้านที่เน้นการใช้โทนสีที่สดใส และมีเอกลักษณ์ด้วยหลังคาทรงจั่ว พร้อมคิ้วหน้าต่างทรงยุโรป ทำให้ได้บรรยากาศมีชีวิตชีวาเหมือนอยู่ในชุมชนเล็กๆ ของยุโรปอย่างไรอย่างนั้น ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าที่มีรูปทรงคล้ายประภาคารสูง พร้อมป้อมรักษาความปลอดภัย เข้าออกด้วยระบบ Easy Pass และ CCTV ที่บริเวณประตูทางเข้าซึ่งจะช่วยเสริมความปลอดภัยให้ลูกบ้านอุ่นใจได้อย่างเต็มที่     ถัดเข้ามาจากซุ้มประตูเราก็จะเห็นพื้นที่สวนและคลับเฮาส์ส่วนกลางที่ตกแต่งสไตล์สวนยุโรป เด่นด้วยประติมากรรมหัวเรือไวกิ้งขนาดใหญ่ พร้อมดอกไม้มากมายซึ่งทำให้บรรยากาศภายในโครงการมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก พื้นที่ของคลับเฮ้าส์รวบรวมทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องเด็กเล่น และ Co-working Space ไว้อย่างครบครัน นอกจากนี้พื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ ทางโครงการยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กๆ ด้วยเครื่องเล่นสำหรับเด็กสีสันสดใสมากมาย และยังส่งเสริมให้ลูกบ้านมีสุขภาพที่ดีด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามบาสเก็ตบอล และลู่จ็อกกิ้งรอบๆ บ่อน้ำพุขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัวได้อย่างเต็มที่แน่นอน   แบบบ้านใหม่สดใสในสไตล์เบอร์เกน โครงการ “สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์)” มีแบบบ้านให้เลือกทั้ง ทาวน์โฮม, บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์ รวม 242 ยูนิต ซึ่งแบบบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 หลัง นั่นคือ บ้านแฝด Flamsbana และ บ้านทาวน์โฮม Lofoten ความพิเศษของบ้านในโครงการนี้จะเป็นที่แรกของสิวารมณ์ที่พร้อมรองรับ EV Charger ทุกหลัง และ มีทั้ง Smart Security พร้อมสัญญาณกันขโมย และ IP Camera ติดตั้งให้เสร็จเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน   บ้านตัวอย่างหลังแรกเราเริ่มต้นกันด้วย บ้าน Flamsbana บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 135 ตารางเมตร หน้ากว้าง 10.2 เมตร พร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ บ้านเดี่ยวหลังคาทรงจั่วสีสันสดใสนี้ เชื่อมติดกันด้วยคานบริเวณโรงจอดรถ ทำให้ไม่ต้องใช้กำแพงบ้านร่วมกัน และทางโครงการได้ออกแบบพื้นที่ระหว่างกำแพงทั้งสองหลังตกแต่งต่อเติมเป็นห้องซักรีดให้เราได้เห็นภาพการใช้สอยประโยชน์จากพื้นที่ได้มากขึ้นด้วย   มาดูพื้นที่ภายในบ้านบริเวณชั้น 1 กันก่อน ตั้งแต่บริเวณด้านหน้าที่สามารถจอดรถได้ 2 คัน และยังมีพื้นที่สวนล้อมตัวบ้านไว้ถึง 3 ด้าน ช่วยเพิ่มวิวสวนให้กับตัวบ้านได้มากขึ้น พื้นที่ภายในตัวบ้าน ต้อนรับด้วยมุมรับแขกที่โอ่โถง เชื่อมต่อกับบริเวณรับประทานอาหารในสไตล์ Open Plan ที่เราสามารถจัดสรรการใช้พื้นที่ได้ตามใจ ด้วยลักษณะของบ้านแฝดที่ไม่ต้องใช้ผนังร่วมกับใคร บริเวณรับประทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่น จึงมีหน้าต่างและประตูเชื่อมต่อกับสวนบริเวณด้านข้างของบ้านและทำให้ภายในบ้านสว่างด้วยแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่   ครัวในบ้านเป็นครัวปิดให้ความเป็นสัดส่วน ซึ่งมีประตูเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ซักล้างด้านข้างของบ้าน ซึ่งทางโครงการกั้นเป็นห้องซักรีดให้ความเป็นสัดส่วนน่าใช้งานมากๆ   ในขณะที่ห้องโซนด้านหลังของชั้น 1 เป็นห้องเอนกประสงค์ที่เราสามารถเลือกตกแต่งเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องอื่นๆ ก็ได้ตามความต้องการ ด้วยขนาดของห้องที่กำลังพอดี และมีหน้าต่างเปิดรับแสงได้ดีทั้ง 2 ด้าน จึงเป็นพื้นที่ที่เราสามารถเลือกปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้มากมาย ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 จากโถงกลางจะแบ่งพื้นที่ด้านบนออกเป็น 3 ห้องนอน และ 1 ห้องน้ำแยก โดยที่ห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องจะใช้ห้องน้ำร่วมกัน ในขณะที่ห้อง Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัว   ห้อง Master Bedroom เป็นห้องโซนด้านหน้าของตัวบ้าน ดังนั้นจะได้ห้องที่มีขนาดหน้ากว้างเต็มพื้นที่ และเปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ พื้นที่ภายในห้องกว้างขวางมาก เราสามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ และสามารถ Built-in พวกตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งฟังก์ชันในบ้านตัวอย่างทางโครงการเพิ่มฉากกั้นห้องให้มีพื้นที่สำหรับ Walk-in Closet บริเวณหน้าห้องน้ำได้เป็นสัดส่วน เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ขยับมาทางโซนด้านหลังแบ่งเป็น 2 ห้องนอนเล็กที่มีขนาดเท่าๆ กัน โดยสามารถตกแต่งให้เป็นห้องนอนสำหรับเด็ก ก็สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้กำลังดี หรือจะเพิ่มฟังก์ชันด้วยการ Built-in โต๊ะ ตู้ ได้ตามการใช้งาน ในขณะเดียวกันเราก็สามารถปรับพื้นที่การใช้งานให้เป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัวเพิ่มเติม หรือห้องออกกำลังกายก็ยังได้ ด้วยความที่ภายในห้องมีเพดานสูงถึง 2.9 เมตร และมีหน้าต่างบ้านใหญ่ ทำให้บรรยากาศภายในห้องไม่อึดอัดเลย   บ้านตัวอย่างหลังต่อไป บ้าน Lofoten ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 125 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.4 เมตร ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บริเวณชั้น 1 มีพื้นที่นั่งเล่นหรือมุมรับแขกเชื่อมต่อยาว ลึกเข้าไปถึงด้านหลัง ซึ่งกั้นลานซักล้างด้านหลังบ้านด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ลานซักล้างด้านหลังทางโครงการลงเสาเข็มไว้พร้อมรองรับการต่อเติมทั้งหลังคา หรือต่อเติมเป็นห้องครัวเพิ่มเติมแล้ว       ห้องนอนบริเวณชั้น 1 เป็นห้องที่อยู่ในโซนด้านหลังของตัวบ้าน มีหน้าต่างเปิดรับแสงและระบายอากาศได้ และอีกเช่นกันที่เราสามารถปรับการใช้พื้นที่ของห้องนี้ให้เป็นห้องทำงาน ห้องเกม หรือห้องอื่นๆ ได้ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านได้เลย   ขึ้นมาที่ชั้น 2 การแบ่งพื้นที่ยังคงให้ Master Bedroom อยู่โซนด้านหน้าของบ้าน และแบ่งอีก 2 ห้องนอนเล็กไว้ที่โซนด้านหลัง Master Bedroom ยังคงดีไซน์ให้มีห้องน้ำในตัว และสามารถจัดฟังก์ชั่นการใช้งานได้เป็นสัดส่วน ทั้งการวางเตียงนอนขนาดใหญ่ 6 ฟุต แล้วก็ยังคงมีพื้นที่เพียงพอสำหรับตู้เสื้อผ้า ชั้นเก็บของ และโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ ส่วนห้องน้ำภายในห้องนอน ก็แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียกไว้ให้แล้ว รองรับการติดตั้งกระจกฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมได้   ส่วนห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องมีขนาดพอๆ กัน และแชร์ห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้าด้วยกัน ในห้องนอนเล็กทางโครงการให้ไอเดียวการตกแต่งเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้องในสไตล์ที่แตกต่างกัน ห้องแรกน่ารักๆ แบบห้องนอนเด็กเล็ก และอีกห้องมีสไตล์ที่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ทั้งนี้ เราก็สามารถเลือกใช้ประโยชน์ของพื้นที่ในห้องได้ตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว หรือตามความต้องการอื่นๆ ได้เช่นกัน   ทำเลดี ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวก โครงการ “สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์)” ปักหมุดอยู่ในทำเลที่ดี ติดถนนใหญ่ บางกรวย-ไทรน้อย ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญหลายสาย เช่น ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (ถนนกาญจนาภิเษก), ถนนชัยพฤกษ์, ถนนรัตนาธิเบศร์, ถนนราชพฤกษ์ และยังอยู่ไม่ไกลจากระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ ทำให้การเดินทางไปสู่แหล่งงานมีความสะดวก และง่ายมากยิ่งขึ้น   นอกจากนี้พื้นที่รอบๆ โครงการยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ด้วยความเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย ใกล้ๆ โครงการจึงมีทั้ง ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อมากมาย รวมถึงตลาดสด, คลินิก, ร้านขายยา ก็พร้อมรองรับทุกความต้องการ ในขณะเดียวกันห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Central West Gate, IKEA บางใหญ่, Lotus, Makro ก็มีครบทุกแบรนด์ เช่นเดียวกับ สถานศึกษาและสถานพยาบาลก็มีอยู่ในบริเวณใกล้ๆ พร้อมสำหรับการดูแลสุขภาพของทุกคน ด้วยดีไซน์ของตัวบ้าน บนทำเลศักยภาพ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.45-3.99 ล้านบาท*  โครงการสิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านเพื่อสร้างครอบครัว หรือขยายบ้านใหม่ เพราะสามารถตอบโจทย์ของสมาชิกครอบครัวได้อย่างรอบด้าน และมีแบบบ้านหลายขนาดให้เลือก ใครที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการได้แล้ว พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ คลิกเลย http://sivaromvillagewongwaen-chaiyapruek.com/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ โทร. 063 212 2323 บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พรีวิวโครงการ สิวารมณ์ วิลเลจ (วงแหวน-ชัยพฤกษ์) M Life สุขุมวิท–บางปู 87 บ้านแฝดหรูดีไซน์ใหม่ สิวารมณ์ เนเจอร์พลัส 2 (สุขุมวิท-บางปู)
Supalai Sense Srinakarin – Staycation คอนโดแนวใหม่ ใกล้ห้างและรถไฟฟ้า

Supalai Sense Srinakarin – Staycation คอนโดแนวใหม่ ใกล้ห้างและรถไฟฟ้า

Supalai Sense Srinakarin - Staycation คอนโดแนวใหม่ ใกล้ห้างและรถไฟฟ้า กระแสของตลาดอสังหาฯช่วงนี้วนมาถึงทำเล “ศรีนครินทร์” ที่กำลังคึกคักเป็นพิเศษเพราะ Developer หลายเจ้าเข้ามาปักหมุดและเริ่มทำการขายโครงการคอนโดมิเนียมในย่านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และบริเวณใกล้ๆ ห้างซีคอนสแควร์ ทำให้ช่วงปลายปี 2023 นี้ ถนนศรีนครินทร์เป็นทำเลทองของคอนโดเลยก็ว่าได้   สำหรับโครงการใหม่ล่าสุดที่เราจะพาไปดูกันในครั้งนี้ เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise จาก “ศุภาลัย” ภายใต้แบรนด์ใหม่ “Supalai Sense” ซึ่งดีไซน์ในคอนเซปต์ “Sense of Staycation” ที่ต้องการให้บรรยากาศภายในโครงการให้ทุกวันเหมือนวันพักผ่อน ในขณะเดียวกันก็ปักหมุดบนทำเลที่เดินทางสะดวก และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน     Sense of Location ก่อนอื่นเราขอพูดถึงเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการ “Supalai Sense Srinakarin” ที่เชื่อว่าพอพูดถึงชื่อศรีนครินทร์แล้ว ใครๆ ก็คงปักหมุดในใจไปที่ตำแหน่งของห้างดังอย่าง “ซีคอนสแควร์” แน่ๆ ซึ่งตัวโครงการตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้าง ในซอยศรีนครินทร์ 42 หรือซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 8 ถัดจากปากซอยเข้าไปเพียง 500 เมตรเท่านั้น พื้นที่ในย่านนี้เป็นโซนที่อยู่อาศัย มีอาคารพานิชย์ หอพัก อพาร์ทเม้นท์ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด คึกคักและอุดมสมบูรณ์มากตั้งแต่ปากซอยเข้าไปเลย         ในห้างซีคอนสแควร์เอง ก็มีทั้ง Lotus's, Don Don Donki รวมถึงร้านค้า ร้านอาหารชั้นนำมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นห้างดัง ห้างประจำของคนในย่านนี้ นอกจากห้างซีคอนสแควร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว บริเวณใกล้ๆ ยังมีตลาดนัดรถไฟ ห้างพาราไดซ์พาร์ค และสวนหลวงร.9 ก็อยู่ในระยะที่เรียกว่าพอเดินไหว และไม่ไกลจนเกินไปนัก          ในขณะที่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองก็มี สถานีสวนหลวงร.9 และสถานีศรีนครินทร์ 38 สามารถไปเชื่อมต่อกับแอร์พอร์ตลิงค์ได้ที่สถานีหัวหมาก หรือถ้าลัดไปออกทางซอยอุดมสุข ก็จะเจอกับแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวบริเวณสถานีอุดมสุข และสถานีปุณณวิถี ได้เช่นกัน และด้วยความที่ถนนของซอยศรีนครินท์ 40 สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทางก็ทำให้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวมีความคล่องตัวไม่แพ้กัน ทั้งเส้นทางไปออกซอยอ่อนนุช 46 และซอยอ่อนนุช 44 หรือจะออกไปทางถนนอุดมสุข (ซอยสุขุมวิท 103) และทางถนนวิชิรธรรมสาธิต (ซอยสุขุมวิท 101/1) ก็ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกเดินทางเข้าเมือง หรือต้องไปทำงานในโซนไหนก็สะดวกเหมือนกัน      Sense of Staycation จากความตั้งใจในการปั้นแบรนด์ “Sense” ที่อยู่ในระดับเดียวกับ “City Resort” แต่อัพเลเวลขึ้นมา ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น ทั้งการเลือกใช้สีให้บรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลาย การเลือกใช้เส้นสายโค้งมนสบายตา และรูปแบบห้องที่หลากหลายเหมาะกับการพักผ่อน เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนทำงานที่มองหาที่อยู่อาศัยทดแทนการเช่า และมองหาคอนโดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในขณะที่ยังได้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและนอกโครงการครบครัน     ภายใต้คอนเซปต์การออกแบบ “Sense of Staycation เปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็น Vacation” ศุภาลัยจึงออกแบบให้อาคารโอบล้อมพื้นที่ส่วนกลาง เน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้เห็นบรรยากาศของสวนและสระว่ายน้ำ เหมือนได้ไปเที่ยวพักผ่อนในรีสอร์ททุกวัน พร้อมกับจัดยูนิตพิเศษ เป็นห้องแบบ Pool Access ที่มีเพียง 7 ยูนิตเท่านั้น!!       นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลาง และ Facility ต่างๆ ก็ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เช่น จุด Food Drop ของแต่ละตึก สำหรับการส่งอาหารแบบ Delivery, ห้องรับพัสดุที่เป็น Drop Store ขนาดใหญ่ ไม่ต้องมีปัญหาพัสดุวางเกะกะจนล้นห้องนิติฯ, จุดรองรับ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงห้อง Private Storage ที่ทางศุภาลัยใส่ไว้ในทุกๆ โครงการใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของส่วนตัวสำหรับลูกบ้านที่ต้องการซื้อห้องเก็บของเพิ่ม   Lobby เป็น Double Space ที่สามารถมองเห็นทั้ง Fitness + ห้อง Co-working Space Lobby Co-working Space   ขณะเดียวกัน Facility พื้นฐานที่ต้องมีในคอนโด ทางศุภาลัยก็จัดมาเต็มที่ ทั้งสระว่ายน้ำ Infinity Edge ระบบน้ำเกลือ แยกสระเด็กพร้อมจากุชชี่, ฟิตเนส, Jogging Trail, Co-working Space, พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และ Roof Garden เพื่อเพิ่มพื้นที่พักผ่อน, Vending Machine, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, การเข้าออกด้วยระบบ Face Scan และสแกนทะเบียนรถ รวมถึงการเพิ่มบริการ Shutter Service รับ-ส่งจากสถานีสวนหลวง ร.9 ให้กับลูกบ้านอีกด้วย   ภาพรวมส่วนกลางในตึก A Roof Garden  พื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 2 มีทั้งสระว่ายน้ำ สวน และมุมพักผ่อน Pocket Garden และ บันได Jogging Trail  Room Type Supalai Sense Srinakarin แบ่งเป็น 3 อาคารที่โอบล้อมส่วนกลางไว้ โดยตึก A สูง 7 ชั้น (ไม่รวมดาดฟ้า) ส่วนตึก B และ C สูง 8 ชั้น (ไม่รวมดาดฟ้า) บริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคารและนอกอาคารรวม 40% (ไม่นับซ้อนคัน) ในส่วนของ Facility จะเริ่มที่บริเวณชั้น 2 และทั้งหมดจะรวมอยู่ที่ ตึก A ดังนั้นตึกนี้จะมีข้อดีที่สะดวกต่อการใช้ Facility ต่างๆ และมีจำนวนยูนิตน้อย เพียง 57 ยูนิตเท่านั้น ให้ความเป็นส่วนตัวและยังเป็น Single Corridor ทั้งหมด รวมถึงยูนิตพิเศษที่เป็น Pool Access ก็มีเพียง 7 ยูนิตเท่านั้น ที่ลูกบ้านจะได้บรรยากาศเหมือนพักอยู่ในรีสอร์ททุกวัน แค่เดินออกมาที่ระเบียง ก็สามารถลงสระว่ายน้ำได้เลยทันที   พื้นที่จอดรถบริเวณชั้น 1 อาคารทั้ง 3 ตึก โอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางไว้ตรงกลาง ห้องรูปแบบ Pool Access ที่มีเพียง 7 ยูนิต และเป็นแบบ Single Corridor   ส่วนอีก 2 อาคาร จะได้เปรียบเรื่องความสงบ เป็นส่วนตัวสำหรับการพักอาศัย โดยที่ตึก B และตึก C จะมีจำนวนห้องตึกละ 210 ยูนิต ทั้งโครงการมีจำนวนยูนิตรวม 477 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องหลักๆ 3 แบบคือ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus (Me Corner) และ 2 Bedroom ในขนาดตั้งแต่ 25-53 ตารางเมตร ห้องทุกรูปแบบมีการจัด Layout เป็นสัดส่วนชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งห้องส่วนใหญ่เป็นลักษณะครัวปิด และมีห้องน้ำอยู่นอกห้องนอน     สำนักงานขายปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ห้างซีคอนสแควร์ ชั้น 3 ฝั่งโลตัส ซึ่งมีห้องตัวอย่างให้ชม 2 แบบ เราเริ่มกันด้วยห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ขนาด 33 ตารางเมตร (1B1) ที่เชื่อว่าใครเห็นก็คงถูกใจรูปแบบของห้องนี้แน่ๆ ด้วยการแบ่งพื้นที่การใช้งานได้เป็นสัดส่วน ได้ครัวปิดติดระเบียง พื้นที่ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง เชื่อมต่อกับบริเวณรับประทานอาหารได้อย่างลงตัว ภายในห้องนอนมีมุมสำหรับ Walk-in Closet เล็กๆ เป็นสัดส่วน รวมถึงหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนอนที่สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่                      ภายในห้องน้ำทุกห้องใช้ชุดสุขภัณฑ์ของ Hafele ทั้งหมด โดดเด่นด้วยการเลือกชุดฝักบัว ก๊อกน้ำ สายชำระ และราวแขวนผ้าเป็นสีดำทั้งหมด รวมถึงเครื่องทำน้ำอุ่นก็ยังเป็นสีดำจาก Stiebel Eltron ส่วนในห้องครัวก็ติดตั้งเคาน์เตอร์ครัว พร้อมชั้นเก็บของมาให้ พร้อมเตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันของ Hafele มาให้ด้วยเช่นกัน       ห้องตัวอย่างอีกห้อง เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร (1A1) ซึ่งเป็นรูปแบบที่กะทัดรัดลงมาหน่อย แต่ยังคงความเป็นสัดส่วน เปิดเข้าห้องมาจะเจอกับครัวปิด มีประตูกระจกกั้นครัวให้แยกจากพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนชัดเจน พื้นที่ด้านในเป็น Living Area เปิดกว้างที่มีมุมนั่งเล่นกับที่นอนแชร์พื้นที่ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีมุมเล็กๆ บริเวณริมหน้าต่าง สำหรับตั้งโต๊ะทำงานหรือใช้เป็นมุมอ่านหนังสือได้พอดี เหมาะกับการอยู่อาศัยคนเดียวง่ายๆ หรือเหมาะกับการปล่อยเช่าเช่นกัน              บริเวณครัวให้ชุดเคาน์เตอร์พร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันติดตั้งให้เรียบร้อย รวมถึงในห้องน้ำก็เป็นชุดสุขภัณฑ์จาก Hafele ทั้งหมด        หลังจากเห็นต้องตัวอย่างแล้ว เรามาดูเรื่องราคากันบ้าง Supalai Sense Srinakarin เปิดราคาเริ่มต้นมาที่ 1.42 ล้านบาท* เริ่มต้น 57,000 บาท/ตารางเมตรเท่านั้น แถมยังขายมาแบบ Fully Fitted ให้ครบทั้งชุดครัว Hob & Hood, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องทำน้ำอุ่น, ฉากกั้นอาบน้ำ รวมถึง Digital Door Lock ด้วย!! พร้อมการรับประกันโครงสร้างนานถึง 10 ปี* และประกันส่วนควบอีก 3 ปี* ถ้าเป็นลูกบ้านก็อุ่นใจกันไปยาวๆ ได้เลย ที่สำคัญในราคาเริ่มต้นเพียง 1.42 ล้านบาท* ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากๆ เทียบกับสเปคที่ได้ ซึ่งแทบจะหาไม่ได้จากโครงการอื่นๆ ในระแวกเดียวกัน ในขณะเดียวกันในย่านนี้ นอกจากจะเป็นเป้าหมายของกลุ่มลูกค้าที่มองหาคอนโดไว้อยู่อาศัยเองแล้ว ยังมีกลุ่มผู้เช่าไม่น้อยเลย ทั้งกลุ่มลูกเรือ นักบิน หรือกลุ่มวัยเรียนและคนที่ทำงานในเมือง ด้วยการเดินทางที่สะดวกทั้งไปสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเข้าสู่ใจกลางเมือง อัตราการเช่าห้องในย่านศรีนครินทร์มีความต้องการค่อนข้างต่อเนื่อง และอัตรา Yield เฉลี่ยสูงถึง 5-6% ต่อปี (อ้างอิงจากข้อมูลของทางศุภาลัย) แล้วยิ่งเป็นตึกใหม่ที่มี Facility ครบครันแบบนี้ ก็ยิ่งดึงดูดผู้เช่าใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี     ใครที่สนใจ สามารถไปดูห้องตัวอย่างของ Supalai Sense Srinakarin ก่อนได้ที่ Sale Gallery บนห้างซีคอนสแควร์ และในวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ ทางโครงการเปิดรอบ Pre-Sale อย่างเป็นทางการ ลองแวะไปสอบถามโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ขายได้ หรือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://bit.ly/3SN1KPe     บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ศุภาลัยเปิดตัว พรีเซ้นเตอร์คนแรก เคลียร์ชัดศุภาลัยบ้านไม่แคบ ศุภาลัย วิลล์ วงแหวน-ลำลูกกา คลอง 7 แบบบ้านใหม่ เอาใจทาสแมว ศุภาลัย เอสเซ้นส์  โครงการพรีเมี่ยมแห่งแรกในอ่างศิลา    
The Gentry สุขุมวิท-บางนา วิลล่าหรูเพื่อชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติสไตล์คนติดเมือง

The Gentry สุขุมวิท-บางนา วิลล่าหรูเพื่อชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติสไตล์คนติดเมือง

The Gentry สุขุมวิท-บางนา วิลล่าหรูเพื่อชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติสไตล์คนติดเมือง   ถ้าคุณเป็นคนกรุงเทพที่ติดไลฟ์สไตล์แบบใจกลางเมือง ทั้งทำงาน กินข้าว แฮงค์เอ้าท์อยู่แต่ย่าน CBD หรือแม้แต่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองจนเคยชิน แล้วเกิดอยากขยับขยายครอบครัว มองหาบ้านซักหลังที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่อยากได้ทำเลที่ต้องหนีไปถึงพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ เรามีโครงการบ้านเดี่ยวบนทำเล “สุขุมวิท-บางนา” จาก SC Asset มาแนะนำภายใต้ชื่อแบรนด์ “The Gentry Sukhumvit-Bangna” (เดอะ เจนทริ สุขุมวิท-บางนา) โครงการบ้านเดี่ยวใหม่ล่าสุดซึ่งปักหมุดอยู่บนถนนสุขุมวิทจริงๆ พร้อมสัมผัสนิยามของชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ตอบโจทย์ชีวิตติดเมือง แบบใกล้กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!   EFFORTLESS Location The Gentry สุขุมวิท-บางนา ตั้งอยู่บนทำเลสุขุมวิท-บางนาอย่างแท้จริง เพราะใกล้กับสี่แยกบางนาแบบสุดๆ ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 68 ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ด่านบางนา) เพียง 250 เมตรเท่านั้น แถมยังมีเส้นทางเข้าออกโครงการได้หลากหลายเส้นทาง เช่น ทางซอยสุขุมวิท 68,ซอยสุขุมวิท 64, ถนนบางนา-ตราด และถนนสรรพาวุธ ตอบโจทย์การเดินทางของคนติดเมืองแบบสุดๆ เพราะแค่อึดใจก็สามารถเข้าถึงใจกลาง CBD ได้อย่างรวดเร็วแล้ว หรือถ้าวันไหนไม่อยากขับรถ ก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ได้ง่ายๆ ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากถึง 2 สถานี ใช้เวลาแค่ 5 นาที ก็เลือกได้เลยว่าจะไปที่สถานีอุดมสุข หรือสถานีบางนาก็ได้เช่นกัน   นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงกับโครงการยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น Berkeley International School, Anglo Singapore International School, St. Andrews International School, Bangkok Mall, Cloud 11, True Digital Park, Central Plaza Bangna, Emporium, Emquartier, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.สมิติเวช ฯลฯ ซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า ทำเลในย่านนี้จะหาบ้านเดี่ยวสักหลังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จึงไม่เกินจริงถามเราจะบอกว่าที่ตั้งของโครงการ The Gentry สุขุมวิท-บางนานั้น เป็น Rare Item ที่หาได้ยากในปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้า บางกอกมอลล์         1.2 กม. คลาวด์ 11                2.3 กม. ทรู ดิจิทัล พาร์ค       2.5 กม. เซ็นทรัล บางนา       4.0 กม. เอ็มโพเรียม             8.5 กม. เอ็มควอเทียร์           8.7 กม. เมกา บางนา            9.6 กม.                       สถานศึกษา โรงเรียนนานาชาติเบอร์กลีย์                                 1.8 กม. โรงเรียนนานาชาติแองโกล-สิงคโปร์                   2.4 กม. โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส สุขุมวิท 107  2.8 กม. โรงเรียนนานาชาติเวลส์                                        4.5 กม. โรงเรียนบางกอกพัฒนา                                        4.7 กม. โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส กรุงเทพฯ       6.6 กม. โรงพยาบาล โรงพยาบาลไทยนครินทร์                         4.9 กม. โรงพยาบาลสุขุมวิท                                  6.8 กม. โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ                    7.9 กม. โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท                     9.5 กม. Club House และส่วนกลาง ด้วยคอนเซปต์การออกแบบโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Swedish Forest, Sweden ด้วยบรรยากาศของป่าสนที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ร่วมกันกับชุมชน ดังนั้นบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าโครงการ, Club House และพื้นที่สวนส่วนกลางจึงแวดล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวครึ้มในสไตล์สวนป่าที่มีพื้นที่พักผ่อนแทรกตัวอยู่อย่างกลมกลืน   นอกจากบรรยากาศที่ทำให้การอยู่อาศัยของทุกคนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ทางโครงการยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยของลูกบ้าน ตั้งแต่บริเวณซุ้มทางเข้าที่ควบคุมการเข้าออกด้วย Smart Gate with License Plate จัดการการเข้าออกได้ง่ายผ่านการสแกนทะเบียนรถ รวมถึงการติดตั้ง Solar Roof ในพื้นที่ส่วนกลางเพราะใช้พลังงานทดแทนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง   บรรยากาศสวนส่วนกลางในโครงการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากป่าสนที่สมบูรณ์ ของประเทศสวีเดน พร้อมมุมพักผ่อนที่แทรกตัวอยู่ตามจุดต่างๆ มุมเด็กเล่นที่ถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ   บริเวณ Club House เป็นอาคาร 2 ชั้นที่มีสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ระแนงของ façade ในโทนสีเอิร์นโทนที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบด้าน ภายในอาคารประกอบไปด้วย ฟิตเนส, Co-working Area & Meeting Room และสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือยาวกว่า 16 เมตร ซึ่งแยกสระว่ายน้ำเด็กมาให้ด้วย พร้อมรองรับทุกการใช้งานของลูกบ้านทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง   อาคาร Club House ถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้โทนสีสอดคล้องไปธรรมชาติ โดยมีทั้งโซน indoor และ semi outdoor สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ แบ่งโซนของสระเด็กและมุมพักผ่อนไว้เป็นสัดส่วน สระว่ายน้ำกว้างเหมาะสำหรับการออกกำลังกาย  มุมพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ให้บรรยากาศสบายๆ เหมาะกับการพักผ่อนทุกๆ วัน บริเวณชั้น 2 ของอาคาร Club House มีโซนที่เป็น Co-working & Meeting Room เพื่อรองรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ของลูกบ้านไม่ว่าจะเป็นการทำงาน WFH หรือแม้แต่การนัดประชุมงานกลุ่มย่อยๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ฟิตเนสบริเวณชั้น 2 ของ Club House พร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ระบบรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าโครงการ ซึ่งใช้ระบบ Smart Gate with License Plate ลูกบ้านเข้าออกสะดวกด้วยการสแกนทะเบียนรถ และสามารถจัดการการเข้าออกของแขกผ่านแอปพลิเคชันรู้ใจได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้อง CCTV ซึ่งทำให้ลูกบ้านอุ่นใจได้ตลอดการอยู่อาศัย   3 แบบบ้านจาก The Gentry สุขุมวิท-บางนา The Gentry สุขุมวิท-บางนา คือบ้านเดี่ยวสุดหรู 3 ชั้น พร้อมสังคมคุณภาพที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยจำนวนบ้านเพียง 17 ยูนิตเท่านั้น บ้านทุกหลังครบครันด้วยนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย ทั้ง Ruejai Home OS แอปพลิเคชันควบคุมบ้านอัจฉริยะ, จุดรองรับการติดตั้ง EV Charger, Active Air Qualityระบบที่ขจัดมลพิษทางอากาศในบ้าน, ติดตั้งสัญญาณกันขโมยในตัวบ้านด้วย Magnetic และ Shock Sensor, Smoke & Heat Detector และ CCTVs รอบตัวบ้าน ฯลฯ     รูปแบบบ้านของ The Gentry สุขุมวิท-บางนา ออกแบบผ่านแนวคิดเพื่อคนเจนเนอเรชั่นใหม่ที่กำลังมองหาบ้านเพื่อการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว แต่ยังไม่ทิ้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบคนเมือง สามารถตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ความทันสมัย และมีความเป็นส่วนตัว ทางโครงการมีแบบบ้านให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ HAVEN-T พื้นที่ใช้สอย 442 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ และรองรับการติดตั้งลิฟต์ HIDEAWAY-T พื้นที่ใช้สอย 553 ตร.ม ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ และลิฟต์ SANCTUARY-T พื้นที่ใช้สอย 695 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 2 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน 5 ที่จอดรถ ลิฟต์ และสระว่ายน้ำ   ซึ่งเราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างทั้ง 3 แบบ เพื่อให้เห็นฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้าน และรูปแบบการตกแต่งภายในบ้านแต่ละสไตล์กันครับ The Gentry สุขุมวิท-บางนา เริ่มต้นกันด้วยบ้าน HAVEN-T พื้นที่ใช้สอย 442 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ และรองรับการติดตั้งลิฟต์ (หน้ากว้างของบ้าน 15 เมตร) ถึงแม้จะบอกว่าเป็นบ้านไซส์เล็กสุด แต่พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านก็ยังมากถึง 442 ตร.ม. ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชันเพื่อครอบครัวขยาย สามารถอยู่ได้หลายเจนเนเรชั่น  ทางโครงการเตรียมจุดติดตั้ง EV Charger เพื่อรองรับการใช้รถไฟฟ้า และพื้นที่หน้าบ้านสามารถจอดรถได้มากถึง 3 คัน และภายในบ้านยังมี Home Automation แผงควบคุมไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งสามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชั่น Ruejai  เมื่อเข้าบ้านมาจะเจอกับโถงรับแขกที่เป็น Double Volume เพดานสูงโปร่งและเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนบริเวณข้างๆ บ้านได้ เอื้อต่อการขยายพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมครอบครัวที่ต้องการพื้นที่มากขึ้น สำหรับบ้านหลังนี้ ทางโครงการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งลิฟต์โดยสารบริเวณด้านหน้าบันไดทางขึ้นชั้นบนไว้ให้ด้วย โถงทางเดินชั้น 2 เชื่อมต่อกับบริเวณ Double Volume ชั้นล่าง และเชื่อมต่อกับห้องพักอีก 2 ห้อง ซึ่งเปิดโล่งรับแสงได้เต็มที่ ทำให้ไม่อึดอัดเลย ส่วนห้องนอนในตำแหน่งต่างๆ เราสามารถเลือกตกแต่งฟังก์ชันการใช้งานได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นห้องเสริมสวยสำหรับสาวๆ หรือจะเป็นห้องนอนของสมาชิกในบ้าน เพราะทุกห้องมีห้องน้ำในตัว โถงพักผ่อนบริเวณชั้น 3 เป็นอีกมุมที่น่าสนใจ เนื่องจากทางโครงการได้ออกแบบเป็นมุมพักผ่อนและโชว์ของเล่น ของสะสมไว้เต็มผนัง เชื่อว่ามุมนี้น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนเลยทีเดียว   -----------------------------------------------------------------     บ้านหลังต่อมาคือ HIDEAWAY-T พื้นที่ใช้สอย 553 ตร.ม ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ และลิฟต์ (หน้ากว้างของบ้าน 18 เมตร) สำหรับบ้านหลังขนาดกลางนี้ ยังคงเตรียมจุด EV Charger ไว้ให้เช่นกัน ส่วนชานข้างบ้านทางโครงการเลือกแต่งให้เป็นมุมพักผ่อน และมุมออกกำลังกายกึ่งกลางแจ้ง เลยทำให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้กว้างมากเลยครับ โถงรับแขกบริเวณชั้น 1 ยังโดดเด่นด้วยความเป็น Double Volume เพดานสูงโปร่ง และบานหน้าต่างที่เปิดรับแสงได้เต็มที่มากๆ ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น จึงสามารถวางโซฟาชุดใหญ่เพื่อรองรับแขกได้จำนวนมาก   แบบบ้านหลังนี้ เพิ่มเติมห้องนอนที่ชั้น 1 ไว้ให้ด้วย ซึ่งเหมาะจะใช้เป็นห้องสำหรับผู้สูงอายุ ด้วยการออกแบบ Universal Design เสริมอุปกรณ์ช่วยพยุงในห้องน้ำเพื่อการใช้ที่สะดวกขึ้น รวมถึงการออกแบบพื้นให้เรียบ ไม่มีส่วนที่ต่างระดับ เตรียมรองรับการใช้ Wheel Chair ในอนาคต แต่ถ้าเราได้เข้ามาดูในบ้านตัวอย่าง ทางโครงการลองตกแต่งให้เป็นห้องออกกำลังกายในร่ม พร้อมเติมแสงสีให้รู้สึก Active กับการออกกำลังกายมากขึ้น และยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ออกกำลังกายด้านนอก ซึ่งก็เป็นไอเดียที่ดีมากๆ เลยทีเดียว พื้นที่ของครัวไทยภายในบ้านก็แยกออกมาเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่มากขึ้นเหมาะสำหรับการทำครัวจริงๆ  โถงทางเดินชั้น 2 ยังคงโล่งและเชื่อมต่อกับโถงรับแขกด้านล่าง และด้วยธีมการออกแบบของบ้านนี้ที่ออกแนวเท่ห์ๆ แบบคนรักรถและรักความเร็ว บรรยากาศโดยรวมของห้องต่างๆ จึงดูเท่ห์และแมนมาก ทั้งห้องทำงานที่เป็นเหมือนห้องทำงานของนักแข่ง หรือห้องเกมซึ่งก็ยังเป็นเกมแข่งรถจากเครื่อง PS5 เชื่อว่าหลายห้องของบ้านนี้ต้องถูกใจคุณผู้ชายที่มีใจรักการแข่งรถแน่นอน บ้านหลังนี้ มีห้อง Master Bedroom ที่ให้บรรยากาศคล้าย Penthouse เพราะมีทั้งมุมพักผ่อนภายในห้อง มีระเบียงกว้าง พร้อม Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ซึ่งวาง Layout เพื่อการใช้งานไว้อย่างดี รวมถึงห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom ก็มาพร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ และสุขภัณฑ์ไฟฟ้า (washlet) ขณะเดียวกัน ห้องนอนเล็กอีกห้องก็ไม่ได้มีขนาดเล็กเลย ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างและจัด Layout ไว้เป็นสัดส่วน ถามยังมีระเบียบส่วนตัวเหมือนกับห้องอื่นๆ จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องโปร่งน่าอยู่มากๆ   -----------------------------------------------------------------   ส่วนแบบบ้านหลังสุดท้ายเป็นหลังที่ใหญ่สุดชื่อ SANCTUARY-T พื้นที่ใช้สอย 695 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 2 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องแม่บ้าน 5 ที่จอดรถ ลิฟต์ และสระว่ายน้ำ (หน้ากว้างของบ้าน 23 เมตร) ด้วยขนาดบ้านที่เป็นหลังใหญ่สุดสามารถรองรับสมาชิกจำนวนมาก ดังนั้นลานจอดรถหน้าบ้านจึงเตรียมพร้อมรองรับการจอดได้มากถึง 5 คัน รวมถึงจุด EV Charger  ความอลังการของโถงรับแขกของบ้านหลังนี้ เชื่อว่าใครเห็นก็ต้องร้องว้าว ทั้งความกว้างของพื้นที่ใช้สอย เพดานสูงแบบ Double Volume และประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้าน แถมทางโครงการยังปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของบ้านหลังนี้หลายส่วน จนแทบจะเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยเดิมไปอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศภายในบ้านหลังนี้จึงดูพิเศษไปซะทุกส่วน จริงๆ พื้นที่บริเวณนี้ เป็นส่วนของห้องนอนชั้นล่างที่ออกแบบไว้สำหรับผู้สูงอายุ แต่พอปรับเปลี่ยนเป็นมุมพักผ่อนประกอบกับตำแหน่งห้องอยู่ติดกับสระว่ายน้ำ เลยทำให้พื้นที่บริเวณชั้น 1 ของบ้าน โอ่อ่าอลังการมากที่สุด เหมือนได้ไปพักผ่อนตากอากาศในพูลวิลล่าหรูจนเกือบลืมไปว่าจริงๆ แล้วเราอยู่แค่แยกบางนาซึ่งใกล้เมืองมากๆ สระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้าน ให้บรรยากาศของความผ่อนคลายมากที่สุด เพราะแวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขึยวซึ่งเป็นสวนที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สังสรรค์ได้อย่างลงตัว พื้นที่ครัวไทยขนาดใหญ่จัดสรรไว้เป็นสัดส่วน และยังเชื่อมต่อไปยังโซนรับประทานอาหาร และ pentry ด้านนอก อย่างที่บอกไว้ว่า บ้านหลังนี้ทางโครงการได้นำเสนอไอเดียการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานส่วนต่างๆ ไว้หลายจุด ทั้งกั้นพื้นที่เพิ่ม หรือลองปรับให้ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่ห้องนอน ดังนั้นเราจะเป็นพื้นที่พักผ่อน Family Room รวมถึงพื้นที่อเนกประสงค์ที่ถูกจัดเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ห้องซ้อมดนตรี ห้องพลู หรือมุมเก็บของสะสมต่างๆ รวมถืงพื้นที่พักผ่อนชิวๆ บริเวณระเบียง หรือบริเวณชานบ้าน เพื่อแสดงให้เห็นว่า หากสมาชิกในบ้านมีความสนใจในกิจกรรมที่ต่างกัน หรือหลากหลาย พื้นที่ทั้งหมดภายในบ้านก็สามารถรองรับทุกกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 3 ทางโครงการออกแบบให้เป็นเหมือน Penthouse ส่วนตัว มีทั้งโซนทำสปาเพื่อความผ่อนคลายของเจ้าบ้าน แล้วจัดสรรพื้นที่ใหม่โดยปรับพื้นที่เกือบทั้งชั้นให้เป็น Master Bedroom พร้อม Walk-in Closet สุดอลังการ (เพราะปรับห้องนอนเล็กอีกห้องของชั้นนี้ จัดเป็นห้องแต่งตัวทั้งหมด) แบบห้องแต่งตัวในฝันของใครหลายๆ คน โดยเสนอไอเดียแบ่งพื้นที่แต่งตัวชาย-หญิงแยกกันด้วยสไตล์การตกแต่ง ในขณะเดียวกันพื้นที่ในห้องนอนก็มีพร้อมทั้งมุมนั่งเล่น และระเบียงขนาดใหญ่สำหรับนั่งเล่นรับลมได้ตลอดวัน  ห้องนอนเล็กที่ถูกปรับฟังก์ชันให้เป็นห้องแต่งตัวแบบเข้มๆ ในสไตล์แมนๆ  Master Bedroom พร้อมอ่างอาบน้ำ และสุขภัณฑ์ washlet ซึ่งแยกส่วนแห้งส่วนเปียกไว้เป็นสัดส่วน   ดูบ้านตัวอย่างกันไปครบทั้ง 3 แบบแล้ว จะเห็นได้ว่าบ้านแต่ละหลังถูกออกแบบฟังก์ชันการใช้งานเป็นสัดส่วนมาอย่างดี แต่ก็ยังสามารถปรับแต่งพื้นที่การใช้งานให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าบ้านได้หลากหลายเช่นกัน ซึ่ง The Gentry สุขุมวิท-บางนา สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมืองได้เป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่อยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้กับสี่แยกบางนา สามารถเข้า-ออกได้หลายทาง ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ด่านบางนา) เพียง 250 เมตรเท่านั้น ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองในเวลาแค่อึดใจเท่านั้น สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการยังเพียบพร้อมพอดีกับการใช้ชีวิตของคนเมืองที่ดูยังไงก็ลงตัวไปทุกด้าน พร้อมสังคมคุณภาพที่มีเพื่อนบ้านเพียง 17 หลังเท่านั้น ในราคาเริ่มต้น 45-75 ล้านบาท* ใครที่สนใจสามารถติดต่อเข้าชมบ้านตัวอย่างได้แล้ว หรือต้องการสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 065-919-3456 หรือคลิกลิงก์เพื่อลงทะเบียน https://m.scasset.com/If7G     บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เอสซี แอสเสท ลุยเปิดคอนโดแบรนด์ใหม่ COBEเจาะ 2 ทำเล COBE รัชดา-พระราม 9 โครงการใหม่ของคนรุ่นใหม่ เอสซี แอสเสท ส่งบ้านหรูแบรนด์ใหม่ 95E1 ราคาเริ่มต้นหลังละ 100 ล้าน  
Grand Bangkok Boulevard พระราม 9 กรุงเทพกรีฑา โครงการ Modern Luxury เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น

Grand Bangkok Boulevard พระราม 9 กรุงเทพกรีฑา โครงการ Modern Luxury เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น

Grand Bangkok Boulevard พระราม 9 กรุงเทพกรีฑา โครงการ Modern Luxury เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น New Series ใหม่เอี่ยมของ SC ASSET บนทำเลรวมบ้านหรูราคามากกว่า 10 ล้าน กรุงเทพกรีฑา Grand Bangkok Boulevard พระราม 9 กรุงเทพกรีฑา บนที่ดิน 23 ไร่ ที่มีเพียง 35 ยูนิตเท่านั้นให้ความเป็นส่วนตัวมาก มาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางครบครัน มี CLUBHOUSE สระว่ายน้ำระบบเกลือ ,Kid’s Room , Game room ,Fitness และพื้นที่สีเขียวจัดสวนสวยๆรอบโครงการ พร้อมกับระบบความปลอดภัยในแบบ SC ASSET ที่บอกเลยว่าเข้ม สำหรับตัวบ้าน หรือจะเรียกคฤหาสน์ก็ไม่ผิดอะไร ดีไซน์ใหม่หรูแปลกตา ในแบบ Modern Luxury ที่เหนือการเวลา บ้านมี 3 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ การออกแบบภายใต้แรงบันดาลใจจาก ORVIETO  ITALY อาสนวิหารที่สวยติดอันดับต้นๆ ในยุโรป Grand Bangkok Boulevard พระราม 9 กรุงเทพกรีฑา มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ราคาเริ่มต้นที่ 45 - 85 ล้านบาท SOLIANA พื้นที่ใช้สอย 593 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 3 ห้องพักผ่อน จอดรถได้ 4 คัน กับอีก 1 ห้องแม่บ้าน CAPPELLA พื้นที่ใช้สอย 620 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 3 ห้องพักผ่อน จอดรถได้ 4 คัน 2 ห้องแม่บ้าน และ Lift ส่วนตัว ORVIETO  พื้นที่ใช้สอย 776 ตร.ม. ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 3 ห้องพักผ่อน จอดรถได้ 5 คัน กับอีก 2 ห้องแม่บ้าน และ Lift ส่วนตัว   บ้านตัวอย่างเสร็จเรียบร้อยพร้อมเปิดให้ชมแล้ว ในตลอดทั้งปีนี้  SC ASSET ยังจะมีโครงการใหม่ออกมาให้ชมอีกทั้งหมด 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 10,680 ล้านบาท ซึ่งจะประกอบไปด้วย   โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา-วัชรพล โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ โครงการ วี คอมพาวด์ ราชพฤกษ์ - 345 โครงการ เวนิว ไอดี ราชพฤกษ์ - 345 แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.15 บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ บางแค โดยโครงการทั้งหมดนี้สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งาน “20 Years of Good Mornings” ที่ SC ASSET จะจัดขึ้น ณ ลานพาร์ค พารากอน ในวันนี้ถึง 23 ตุลาคม สิ้นค้าทุกแบบของ SC ASSET รวมอยู่ที่งาน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมากมาย และสำหรับลูกค้าที่จองโครงการ 20 ท่านแรกภายในงาน รับทันที iPhone 15 Pro Max มูลค่า 48,900 บาท*ดูรายละเอียดและเงื่อนไขโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.scasset.com บทความที่เกี่ยวข้อง SC เปิดบ้านหรูซีรีส์ใหม่ “อยู่แบบใหม่ แบบสับ” bangkok boulevard signature westgate “เดอะ เครสท์ พาร์ค เรสซิเดนเซส” อยู่อย่าง 5ดาว ที่ 5 แยกลาดพร้าว
ชาญอิสสระ อวดโฉม โครงการ ดิ อิสสระ สาทร ครั้งแรก ชู Luxury Urbanature

ชาญอิสสระ อวดโฉม โครงการ ดิ อิสสระ สาทร ครั้งแรก ชู Luxury Urbanature

ดิ อิสสระ สาทร ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ชูจุดเด่น Luxury Urban & Nature ด้วยดีไซน์แบบ Single Corridor เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยพร้อมกับ Layout ห้องที่เป็น Flexible Area ปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้ตามความต้องการ     ดิ อิสสระ สาทร ทำเลที่ตั้งนับว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพ มีสภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมที่ดี อีกทั้งยังมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย กลาง CBD เชื่อมต่อการเดินทางเข้า-ออก เมือง อาทิ พระราม 3 สาทร สีลม นางลิ้นจี้ ไปยังโซนพระราม 2 ได้อย่างสะดวกสบาย  ตัวโครงการตั้งอยู่บน ถนนจันทน์-สาทร ที่อยู่ใกล้ใจกลางย่านธุรกิจอย่างสีลม สาทร ใกล้ขนส่งมวลชนอย่าง รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถด่วนพิเศษ (BRT) เรือด่วนเจ้าพระยา อีกทั้งย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมของอร่อยมากมาย มีอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดจนถึงมิชลินสตาร์ มีสถานที่แฮงค์เอาท์พักผ่อน หย่อนใจหลังเลิกงาน     โครงการเป็นรูปแบบ ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ที่ชาญอิสสระ ตั้งใจพัฒนาออกมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตการอยู่อาศัยที่ครบครัน ตั้งอยู่ทำเล ถนนจันทน์-สาทร สูง 37 ชั้น จำนวน 270 ยูนิต พร้อมกับระบบการจอดรถแบบ Auto Parking สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV) และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เตรียมพร้อมให้กับลูกค้าได้อยู่อาศัยอย่างเหนือระดับ ออกแบบโดย บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49)  ที่ออกแบบโครงการให้สะท้อนไลฟ์สไตล์ การอยู่อาศัย ความเป็นสังคมเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ   ดิ อิสสระ สาทร ทุกยูนิตจะให้ความสำคัญกับขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้อง  มีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่    32.75 - 188.76 ตร.ม. เริ่มที่ 1 Bed, 1 Bed+, 2 Bed, 2 Bed+, 3Bed และ Penthouse ซึ่งแต่ละรูปแบบได้มีการออกแบบ Layout ของห้องที่เป็น Flexible Area ช่วยให้ปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้ตามความเหมาะสม และความต้องการ   พื้นที่ส่วนกลาง จะได้สัมผัสวิวเมืองแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติของวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา-บางกะเจ้า เริ่มจากชั้น 1 The Park ที่เป็นโซนของสวน พื้นที่พักผ่อนสนามหญ้ากว้าง สนามเด็กเล่น บ่อน้ำ ศาลาพักร้อน ที่ชั้น 29 The Haven เป็นโซน The Sky Gym, The Game, The Space, The Water, The Therapy, The Garden ต่อที่ ชั้น 33 The View มีการนำ Concept Floating Forest เนรมิตออกมาให้เป็นลักษณะของสวนป่าที่มีความสงบ เหมาะต่อการพักผ่อน ด้วยการนำเก้าอี้ในแบบต่างๆ รองรับการนั่งหรือนอนชมวิวด้านบางกะเจ้า   ในส่วนของชั้น The Herb ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่ปลูกผักสวนครัว และสมุนไพร ให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสธรรมชาติและศึกษาสมุนไพรชนิดต่างๆ โซน The Horizon พื้นที่ออกกำลังกาย ที่อยู่บนชั้นที่สูงที่สุด ทำให้ได้เทควิวที่สวยงามมากที่สุด     สำหรับโครงการ ดิ อิสสระ สาทร ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ตั้งอยู่ทำเล ถนนจันทน์-สาทร สูง 37 ชั้น จำนวน 270 ยูนิต ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท สำหรับช่วงเปิดตึกครั้งแรก โครงการเตรียมจัดแคมเปญพิเศษงาน Grand opening รับโปรโมชั่น Extreme Free เพียงลูกค้าจองห้องในระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2566 รับ อาทิ iPhone 15 pro max, ฟรีเฟอร์นิเจอร์แพกเกจ Euro Creation มูลค่า 1-3 ล้านบาท  ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  charnissara      บทความเกี่ยวข้อง CI มอบแคมเปญ Heart Deal Feel Good ลดครั้งใหญ่ 10 โครงการ ทุกยูนิตจ่ายเพียง 70% ดิ อิสสระ สาทร ส่งโปรฯ แรง “Omakase Deal” รีวิวคอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN
บ้านเดี่ยวทำเลหายาก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Noble Aqua Riverfront Ratburana”

บ้านเดี่ยวทำเลหายาก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Noble Aqua Riverfront Ratburana”

Noble Aqua โนเบิล เอควา ริเวอร์ฟร้อนท์ ราษฎร์บูรณะ "Noble Aqua Riverfront Ratburana" บ้านเดี่ยวทำเลหายาก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คอนเซปท์ออกแบบบนแนวคิดการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตใจกลางเมืองที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ  เป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนที่ดิน 15 ไร่ จำนวน 53 ยูนิต มีลิฟท์ส่วนตัวทุกยูนิต  แต่ละหลังอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 56.5-182.3 ตร.ว.  พื้นที่ใช้สอยเต็มพื้นที่  346-795 ตร.ม.   Noble Aqua โนเบิล เอควา ริเวอร์ฟร้อนท์ ราษฎร์บูรณะ มีแบบบ้านให้เลือก 5 แบบ VIA 01 พื้นที่ดินประมาณ 56.72 - 58.72 ตรว. พื้นที่ใช้สอย 346.64 ตรม. เป็นบ้านสูง 3 ชั้น มีจำนวน 15 หลัง 3 นอน 4 ห้องน้ำ  จอดรถได้ 3 คัน VIA 02 พื้นที่ดินประมาณ 63.61 - 65.42 ตรว. พื้นที่ใช้สอย 431.18 ตรม. เป็นบ้านสูง 4 ชั้น มีจำนวนเยอะสุดคือ 20 หลัง 4 นอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้ 3 คัน PARC  พื้นที่ดินประมาณ 71.10 - 71.8 ตรว. พื้นที่ใช้สอย 527.95 ตรม. เป็นบ้านสูง 4 ชั้น จำนวน 14 หลัง 4 นอน 1 ห้องเอนกประสงค์ 5 น้ำ จอดรถได้ 4 คัน VIU  พื้นที่ดินประมาณ 82.95 ตรว. พื้นที่ใช้สอย 658.41 ตรม. สูง 4 ชั้น มีแค่ 2 หลัง 5 นอน 1 ห้องเอนกประสงค์ 7 น้ำ  จอดรถได้ 5 คัน ORA 01 พื้นที่ดินประมาณ 159.67 ตรว. พื้นที่ใช้สอย 779.42 ตรม. สูง 4 ชั้น  5 นอน 1 ห้องเอนกประสงค์ 7 น้ำ จอดรถได้ 5 คัน มี 1 หลัง โนเบิล เอควาโครงการตั้งอยู่บนถนนราษฎร์บูรณะ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เช่น สาทร สีลม และสุขุมวิทได้โดยสะดวก การเดินทางสะดวกใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน 3.9 กิโลเมตร ใกล้ MRT สีม่วงใต้ สถานีราษฎร์บูรณะ 1.2 กิโลเมตรที่จะเสร็จในอนาคต   การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยมีโจทย์หลักคือ ทิวทัศน์ (VIEW) จากแม่น้ำ เพื่อให้บ้านทุกหลังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้มากที่สุด โดยนำเอาพื้นที่ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของบ้านขึ้นไปไว้บนชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการมองเห็น (VISUAL) แม่น้ำ รวมถึงการสร้าง ช่องว่าง (VOID) ระหว่างบ้านแต่ละหลังคือการใช้รูปทรงหลังคาแบบทรงจั่ว   สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้าน โดยจัดเตรียมพื้นที่สำหรับครอบครัวที่เป็น Multi-Generation ไว้ในบ้านทุกหลัง เช่น การเตรียมห้องนอนและห้องน้ำผู้สูงอายุที่ชั้น 1 มีทางลาดทางเข้าบ้านสำหรับการใช้ wheelchair และมี Lift ทุกหลัง ระบบ Home Automation และระบบ Active Air Flow เติมอากาศบริสุทธิ์ พร้อมถ่ายเทความร้อนภายในบ้านให้เย็นสบายตลอดวัน รวมถึงติดตั้ง EV Charger ให้กับบ้านทุกหลัง     จุดเด่นสำคัญของ เอควา ริเวอร์ฟร้อนท์ หน้ากว้างริมน้ำ 110 เมตร  มีคลับเฮ้าส์ 2 จุด ด้านหน้า Garden Clubhouse และ Riverfront Clubhouse  ในโครงการออกแบบให้มีสวนขนาดใหญ่เป็นแนวยาว มี Fitness  สระน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา สายไฟฟ้าลงดินทั้งโครงการ  ค่าส่วนกลาง 100 บาทต่อตารางวาต่อเดือน   โนเบิล เอควา ริเวอร์ฟร้อนท์ ราษฎร์บูรณะ จะกลายเป็น ICONIC RIVERFRONT VILLA ที่โดดเด่นริมน้ำได้โดยสมบูรณ์แบบ โดดเด่นทั้งจากการมองเห็นทั้งภายนอก และ การมองเห็นจากผู้อยู่อาศัยในโครงการ ถ้ากำลังมองหาบ้านเดี่ยวทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางสะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกครบ เปิดให้ชมบ้านตัวอย่าง ในวันที่ 30 ก.ย. - 1 ต.ค. 66  กับราคาเริ่มต้น 30-100 ล้านบาท คิดเป็นตร.ม. ก็ประมาณ 86,000 บาทต่อ ตร.ม. กับการออกแบบที่โนเบิลดีเวลลอปเม้นท์ตั้งใจ้ให้เป็น ICONIC RIVERFRONT VILLA ที่โดดเด่นสะดุดตา ริมน้ำได้โดยสมบูรณ์แบบ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษสุด ได้ที่  https://bit.ly/45Tqt8l หรือไลน์โครงการ @noblerarity   บทความน่าสนใจ Noble Around Ari  คอนโดพรีเมี่ยมที่สุดในย่าน อารีย์ NOBLE CREATE Condo High Rise กลางเลียบด่วน เอกมัย-รามอินทรา NUE CROSS KHU KHOT STATION  ชีวิตคูลๆ ที่คูคต  
Tonson One Residence  คอนโดหรูหราเหนือระดับ บนทำเลพรีเมียมย่านชิดลม

Tonson One Residence  คอนโดหรูหราเหนือระดับ บนทำเลพรีเมียมย่านชิดลม

Tonson One Residence  คอนโดระดับไฮเอนด์  เป็นโครงการ High Rise สูง 29 ชั้น 80 ยูนิต บนที่ดินซอยต้นสน ขนาดเกือบ 1 ไร่ อยู่ในพื้นที่ดีที่สุดของกรุงเทพ ในย่าน ชิดลม เพลินจิต ที่รวมเอาความหรูหราไว้รอบๆ โครงการ ทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และ ออฟฟิศพรีเมี่ยมมากมายโดยรอบ   จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้ เป็นที่ดินแบบ Freehold คือผู้ซื้อจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์เด็ดขาด  ซึ่งส่วนใหญ่ที่ดินในย่านนี้จะเป็นลักษณะ Leasehold     ซอยต้นสนเป็นอีกซอยหนึ่งที่อยู่กลางเมืองกรุงเทพ ที่มีความสงบ ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น การเดินทางสะดวก อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า BTS ชิดลม คือเพียง 350 เมตร ใกล้ห้างสรรพสินค้า Central Embassy, Central Chidlom, HomePro เพลินจิต, Mercury, Central World, Amarin Plaza, Gaysorn Village, The Market Bangkok, Big C ราชดำริ  และโรงเรียนนานาชาติ Mater Dei School, Mulberry House International Pre-Sxhool   โครงการ Tonson One Residence มีห้องให้เลือกหลักๆ ด้วยกัน 4 รูปแบบ ตั้งแต่แบบ 1 ห้องนอน จนถึง Penthouse Duplex ขนาด 57-387.50 ตาราง  มีจุดเด่นที่ทุกยูนิตมีลิฟท์คอริดอร์  ที่เป็นส่วนตัวห้องใครห้องมัน ที่สามารถขึ้นลงได้เฉพาะห้องของตัวเองและส่วนกลางเท่านั้น   พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ  มีให้พื้นที่ส่วนกลางเหมาะสมหลากหลายและ เป็นส่วนตัว  Garden on Ground Floor Concierge Service  Multi-Purpose Lounge with Professional Kitchen for Private Event 25 meters Swimming Pool and Jacuzzi Pool ,Technogym Equipment with Private Training Room Adjustable Lounge for Private Meeting ,Driver Room     Tonson One Residence   ปัจจุบันยอดจองกว่า 90% และเริ่มโอนไปแล้วกว่า 40%  โดยห้องที่เหลืออยู่จะมีราคาเริ่ม 23-190 ล้านบาท คอนโดที่เป็นแบบ Freehold กลางเมืองแบบนี้ เริ่มหายากมาก สนใจเข้าไปชมห้องจริง อาคารสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว     บทความน่าสนใจ ROMM Convent Luxury Wellness Condominium ความสุขของชีวิตที่ดีและยืนยาว Anil สาทร 12 คอนโด WELL Building Standard 1 เดียวในไทย  
ROMM Convent Luxury Wellness Condominium ความสุขของชีวิตที่ดีและยืนยาว

ROMM Convent Luxury Wellness Condominium ความสุขของชีวิตที่ดีและยืนยาว

  ROMM Convent โครงการใจกลางเมืองที่  Concept “CBD Retreat Residences” เพื่อคุณภาพที่ดีและยืนยาวในทุกมิติ LIVE. WELL. LIFE  โดยโครงการมี  Holistic Wellness Solution การบริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านทางแอปพลิเคชัน BeDee by BDMS โรงพยาบาลบีเอ็นเอชที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ   ROMM Convent BeDee by BDMS  จะทำให้ลูกบ้านเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ตลอด 24 ชม. ลูกบ้านสามารถขอคำแนะนำและได้รับความช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น พร้อมประสานต่อไปยังบริการเฉพาะทางด้านต่างๆ นอกจากนั้นยังมีบริการพิเศษกว่าใคร อย่าง  การทำกายภาพบำบัด หรือการจัดหาพยาบาลพิเศษมาดูแลถึงห้องชุด หรือการสั่งยามาส่ง เป็นการดูแลเป็นพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Royal Heritage Membership และลับส่วนลดสูงสุด 20%     ROMM Convent  มีทำเลอยู่บนทำเล CBD  ในถนนคอนแวนต์ และมี โรงพยาบาลบีเอ็นเอชตรงข้ามโครงการ ใกล้แหล่งสำนักงาน โรงเรียนชื่อดัง โรงพยาบาลที่ทันสมัย ใกล้พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของคนกรุงเทพอย่างสวนลุม การเดินทางใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT   ROMM Convent เป็นคอนโด High-Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ 1-2-40.7 ไร่ จำนวนห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 180 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 7 แบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5 ตารางเมตร 1 Bedroom (Deluxe) พื้นที่ใช้สอย 48-51 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตารางเมตร 2 Bedroom (Sky Villa) พื้นที่ใช้สอย 84 – 128 ตารางเมตร 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 147-192 ตารางเมตร Duplex พื้นที่ใช้สอย 71 – 97 ตารางเมตร Penthouse พื้นที่ใช้สอย 418 – 468 ตารางเมตร     สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ Automated Parking ที่สามารถรองรับได้ถึง 110% , Lobby, FitLab Café and Co-working Space, Sensory Garden, Wellness Lounge, Teens Club (Music and Study Room), Swimming Pool, Kids Pool, Jacuzzi, Gym, Wellness Studio, Meditation Pod, Onsen and Treatment Room, Rooftop Garden and BBQ Yard, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.     โครงการ ROMM Convent ที่พร้อมการบริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม Holistic Wellness Solution  พร้อมกับการบริการจากโรงพยาบาลชั้นนำด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยผ่าน “แอปพลิเคชัน BeDee by BDMS และ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช” ซึ่งลูกบ้านสามารถเข้าถึงบริการด้านดูและสุขภาพและรักษาสุขภาพ รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุหรือแม้แต่ คุณแม่หลังการคลอดบุตร ได้ตลอด 24 ชม. แถมทำเลที่อยู่ใจกลาง CBD ที่มากพร้อมด้วยความสะดวกสบายกับราคา เริ่มต้น 8.5 ล้านบาท   บทความน่าสนใจ VI ARI บ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury เริ่ม 82 ล้าน หนึ่งเดียวในย่านอารีย์ Anil สาทร 12 คอนโด WELL Building Standard 1 เดียวในไทย  
Flexi Mega Space Bangna คอนโดของคนรักษ์โลก ในแบบ Low Carbon

Flexi Mega Space Bangna คอนโดของคนรักษ์โลก ในแบบ Low Carbon

Flexi โดย บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ไลฟ์สไตล์คอนโดเพื่อคนรุ่นใหม่ (GEN Z) โดยเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ที่โลเคชั่นบางนา  Flexi Mega Space Bangna เคาะราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านภายใต้ 4 แนวคิด 1.FLEXIBLE FUCTION  ฟังก์ชันห้องและพื้นที่ส่วนกลางที่ ‘ปรับเปลี่ยน’ ได้ ตอบสนองทุกความต้องการ ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต ไปสนุกกับชีวิตให้เต็มที่ ทั้งการทำงานที่เรารักและปาร์ตี้สนุกกับเพื่อนหลังเลิกงาน   2.FLEXIBLE FACILITIES ส่วนกลางดีไซน์สวย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครบทุกความต้องการ ทั้ง Co-Living, Co-Working Space, Meeting Room, Fitness, Lounge Area สำหรับพักผ่อนหรือปาร์ตี้กับเพื่อน ทำให้ #ไปมุมไหนๆ ก็น่าเก็บมาอวดในโซเชียล 3.FLEXIBLE LIVING ปลดล็อกการใช้ชีวิตด้วยห้องแต่งครบ Fully Furnished ทุกยูนิตของ Flexi ให้เฟอร์นิเจอร์มาตรฐานที่ตั้งใจออกแบบรองรับทุกการใช้งาน ลดภาระทางการเงินให้ผู้อยู่อาศัยพร้อมข้อเสนอทางการเงินที่ดี ทำให้ ไปถึงสิ้นเดือนสบายๆ ไม่ต้องอด   4.FLEXIBLE SUSTAINABILITY เพื่อให้ลูกบ้านของเสนามีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตแบบลดคาร์บอนพร้อมรักษ์โลกได้ง่ายๆ ด้วยนวัตกรรม Smart Tech ภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน จากแนวคิด Smart City อย่างเช่น Solar Rooftop การนำพลังงานสะอาดมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้กับลูกบ้าน Smart Mobility อย่าง V Move เพื่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อ ด้วย Shuttle Bus ไปส่งลูกบ้านที่จุดขนส่งสาธารณะ BTS, MRT รวมถึงจัดพื้นที่สำหรับ Ev Charger Station ในพื้นที่จอดรถทำให้คุณ Flexi Mega Space Bangna คอนโดสไตล์ Modern Japandi  โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ 3-1-72.80 ไร่  พัฒนาเป็นคอนโด High-Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จำนวนห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 807 ยูนิต จุดเด่นที่ฟังก์ชันเพดานสูง 2.9 ม. มีห้องพักให้เลือกมากมายแบบหลักๆ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 1 Bedroom Exclusive และ 2 Bedrooms ขนาดเริ่มต้น 22.50-50 ตร.ม. ตกแต่งครบพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท   โครงการอยู่ติดถนน ถนนบางนา-ตราด การเดินทาง 2.1 กิโลเมตรถึง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และ 7 กิโลเมตร ถึงแยกบางนา รถไฟฟ้าสายสีเขียว (เคหะ-คูคต) ที่จะตรงเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกรอบ  บางนาแหล่งที่อยู่อาศัยระดับไฮเอ็น  เป็นแหล่งใกล้สถานศึกษาโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลชั้นนำ และ ออฟฟิศบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ   ภายในโครงการ มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าโครงการ เปรี่ยบเหมือนกำแพงขนาดใหญ่ที่กัน มลพิษ ฝุ่นควัน จากถนนใหญ่ไม่ให้เข้าสู่โครงการLobby จะเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volumeสำหรับพื้นที่ส่วนกลางหลักๆจะประกอบด้วย สระว่ายน้ำ / Fitness / Yoga / Co-Working Space และ Multi-Purpose Room  ที่จอดรถคิดจำนวน 45% แบบรวมจอดซ้อนคัน โครงมีรถไฟฟ้า Shuttle Service คอยบริการรับ-ส่งให้ฟรีด้วยครับ Flexi Mega Space Bangna คอนโดแห่งที่ 2 บนผืนที่ดินขนาดใหญ่ติดถนนใหญ่บางนา-ตราด อีกหนึ่งโครงการของทางเสนาที่เปิดตัวในปีนี้ เป็นคอนโด High Rise ที่จุด ฝ้าสูงโปร่ง 2.9 เมตร ประหยัดพลังงาน สะอาด Low Carbon  แต่งเฟอร์ฯครบพร้อมอยู่ สนใจเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ว   บทความน่าสนใจ Nue Mega+ Bangna คอนโดแนวคิดใหม่ ชีวิตติดห้างดีกว่าที่เคย!! Niche Mono Mega Space Bangna คอนโดสูงพร้อมอยู่แห่งแรก ยืนหนึ่งบนถนนบางนา-ตราด Mulberry Grove The Forestias Villas บ้านคลัสเตอร์ แนวคิดใหม่เพื่อความสุขที่เพิ่มขึ้นของทุกเจเนอเรชั่นในครอบครัว  
Nue Mega+ Bangna คอนโดแนวคิดใหม่ ชีวิตติดห้างดีกว่าที่เคย!!

Nue Mega+ Bangna คอนโดแนวคิดใหม่ ชีวิตติดห้างดีกว่าที่เคย!!

Nue Mega+ Bangna คอนโดแนวคิดใหม่ ชีวิตติดห้างดีกว่าที่เคย !! ไม่ต้องอาศัยอยู่ในย่าน CBD ใจกลางเมือง แต่เรายังสามารถเลือกชีวิตติดสบาย ตอบโจทย์ความสุข สนุกในทุกวันได้ด้วยตัวเอง อย่างโครงการ “Nue Mega Plus Bangna” (นิว เมกา พลัส บางนา) คอนโดติดห้างที่แค่ก้าวก็ถึงห้าง “เมกาบางนา” ได้ทันที   จริงอยู่ที่ทำเลในย่านบางนาช่วงนี้เป็นที่น่าจับตา และมีดีเวลอปเปอร์หลายรายผุดโครงการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ หลายระดับราคาให้เลือก แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยในการหาที่อยู่ใหม่ซักแห่ง มีความต้องการที่แตกต่างกันตามข้อจำกัดและเงื่อนไขให้ต้องตัดสินใจมากมาย เราเลยจะพาทุกคนไปดูกันว่า ถ้าเราเลือกใช้ชีวิตในคอนโดติดห้างอย่าง Nue Mega Plus Bangna จะดีกว่าอย่างไรบ้าง?   + ทำเลที่ได้เปรียบ ถ้าใครเคยมองหาคอนโดในย่านบางนาจะพอเห็นภาพว่า ในละแวกที่ใกล้เคียงกันยังมีคอนโดมิเนียมอื่นให้เลือกอีก 2-3 โครงการ แค่บอกว่าอยู่ติดกับ “เมกาบางนา” ก็มีทั้ง A Space Maga 1, 2 และ NOWW Mega ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของเมกาบางนาเป็นตัวเทียบที่ไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้ ด้วยการชูจุดเด่นที่เป็นคอนโดติดห้างเหมือนกันแต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะการที่โครงการ Nue Mega Plus Bangna ปักหมุดริมถนนใหญ่ ถนนสายหลักอย่างถนนบางนา-ตราด (ขาเข้า) ย่อมได้เปรียบกว่าในเรื่องของการเดินทาง อย่างแรกคือ ไม่ต้องเข้าซอย ถ้าเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน แค่ลงรถก็เดินเข้าโครงการได้เลย ไม่ต้องต่อรถ หรือเดินต่อเข้าไปถึงที่พักในซอย (หรือผ่านห้างเมกาบางนา) ซึ่งนับว่าไกลพอสมควร และยังอาจจะมีเรื่องของความปลอดภัยระหว่างเดินทางเข้ามาเป็นอีกปัจจัย หากเรามีเหตุจำเป็นต้องกลับบ้านดึกบ่อยครั้ง การที่มีจุดขึ้น-ลงรถใกล้ๆ ทางเข้าโครงการเลยยังไงก็ย่อมดีกว่า     แล้วถ้าดูตามแผนโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LRT – Light Rail Transit) หรือ รถไฟฟ้าสายสีเงิน ตำแหน่งของสถานีก็น่าอยู่ไม่ไกลจากบริเวณด้านหน้าโครงการ Nue Mega Plus Bangna อีกด้วย (ตามแผนสถานีจะอยู่ค่อนไปทางด้านหน้าเมกาบางนา) ดังนั้นเรื่องการเดินทางจึงได้เปรียบกว่าอีก 2 โครงการที่อยู่ด้านในแน่นอน   ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็มีความสะดวกไม่แพ้กัน ด้วยทำเลที่ตั้งที่ติดกับถนนบางนา-ตราด ใกล้ทางขึ้นลงด่านบางแก้ว ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) ซึ่งเชื่อมต่อไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพมหานครได้ไม่ยาก รวมถึงการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองผ่านเส้นทางวงแหวน และเชื่อมต่อกับสะพานภูมิพล 2 ก็ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้าสู่ถนนพระราม 3 ได้ไม่น้อยเหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาตัดถนนใหม่เป็นถนนสี่เลนจากศรีนครินทร์มาที่เมกาบางนา ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางในอนาคตให้มีเส้นทางให้เลือกใช้ได้มากขึ้นไปอีกเช่นกัน   + ติดเมกาบางนา มีครบ.. ง่ายแค่ก้าว ข้อดีของคอนโดติดห้างขนาดใหญ่ คือการได้อยู่ใกล้กับร้านอาหารมากมาย แหล่งช้อปปิ้ง มีครบทุกสิ่งที่ต้องการ เพียบพร้อมทั้งเรื่อง กิน ดื่ม เที่ยว เล่น เรียกได้ว่าแค่คุณก้าวเท้าออกจากคอนโดก็ถึงแล้ว หรือจะเลือกใช้เป็นจุดแวะกินข้าว จับจ่ายของใช้ก่อนกลับเขาบ้านก็นับว่าสะดวกอีกเช่นกัน คงไม่มีอะไรสะดวกมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว     ในบริเวณพื้นที่ของเมกาบางนา มีห้างใหญ่ๆ ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ทั้งเซ็นทรัล, บิ๊กซี, โฮมโปร และ อิเกีย รวมถึงร้านอาหารชั้นนำที่น่าจะมีครบทุกแบรนด์ ทุกสไตล์เทียบกับห้างใจกลางเมืองได้เลยทีเดียว ดังนั้นตัวห้างเมกาบางนาจึงนับเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งขนาดใหญ่ของคนที่พักอาศัยในย่านนี้ นอกจากการเป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่แล้ว ในบริเวณเดียวกันยังมีกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับทุกคนในครอบครัวให้เลือกทำ เช่น โรงหนัง, ฮาเบอร์แลนด์, Top Golf และ เมกา พาร์ค ซึ่งนับเป็นพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งอีกจุด ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือไว้เปลี่ยนบรรยากาศออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งนอกโครงการได้บ้าง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปไกลๆ     ขณะเดียวกัน ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่อยู่ในย่านใกล้เคียงกับโครงการ Nue Mega Plus Bangna ก็พร้อมสำหรับทุกการอยู่อาศัยเช่นกัน ทั้งโรงพยาบาล, มหาวิทยาลัย, โรงเรียนนานาชาติ, โรงเรียนรัฐและเอกชน, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามกอล์ฟ ฯลฯ รวมทั้งแหล่งงานอีกมากมายทั้งบริษัทเอกชน, นิคมอุตสาหกรรม พร้อมรองรับตลาดงานที่หลากหลาย     + โครงการใหม่ Facility ครบตอบโจทย์ได้มากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า Facility ในโครงการ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโด เพราะราคาที่จ่ายจะต้องแลกมาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากที่สุด ทีนี้เรามาดูกันว่าโครงการ Nue Mega Plus Bangna จัดเตรียม Facility ส่วนกลางอะไรไว้เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของลูกบ้านบ้าง?   เทียบกับโครงการอื่นที่สร้างเสร็จไปก่อนหน้าอย่าง A Space 1 กับคอนโดมิเนียมที่สร้างทีหลังอย่าง Nue Mega Plus Bangna ย่อมได้เปรียบกว่าในเรื่องของ Facility ที่ทันสมัยและตอบโจทย์วิถีชีวิตในปัจจุบันได้ดีกว่า เช่นการออกแบบให้มีพื้นที่ Grab & Go Station with UV Sterilizer ซึ่งออกแบบมาด้วยความเข้าใจวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ที่นิยมสั่งอาหาร เครื่องดื่ม ทางออนไลน์บ่อยๆ ทางโครงการจึงจัดพื้นที่รับส่งอาหารให้แยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วนเรียบร้อย พร้อมป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วยการฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกบ้านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี Smart Locker เพิ่มความสะดวกอีกขั้นในการรับพัสดุให้ลูกบ้านอีกด้วย         นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาในโครงการ ล้วนแต่ปรับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างทันยุคสมัยมากขึ้น เช่น จัดเตรียม EV Charging Station เพื่อรองรับการใช้รถไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้น, Co-Creative Space & Tutoring Room พื้นที่สำหรับนั่งทำงานที่มากกว่าแค่พื้นที่ Co-Working Space ทั่วๆ ไป เพราะมีโซนที่จัดไว้เป็น Private Workstation เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการคุยงาน รวมถึง Facility มาตรฐานอื่นๆ แบบจัดเต็มถึง 5 ชั้น ตั้งแต่พื้นที่สีเขียวของสวนขนาดใหญ่บริเวณชั้น G, Breeze Court โซนพักผ่อน ชั้น 7, จนถึงสวนบน Rooftop และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น Sky Mega Gymnasium, Sky High Yoga, The Cloud Catertier Club, Sunset View Deck, Cinema Studio และอื่นๆ อีกมากมาย รวมกว่า 38 รายการ พร้อม Skyview Blu Lagoon สระว่ายน้ำขนาดใหญ่บนชั้น 38 หนึ่งเดียวในย่านนี้ แถม Facility ต่างๆ ยังออกแบบให้มีทั้งสไตล์ Passive และ Active พร้อมให้ความเป็นส่วนตัว โดนใจทั้งสาย Introvert และ Extrovert เพื่อให้ลูกบ้านทุกคนได้ใช้ชีวิตภายในโครงการได้อย่างเต็มที่     ในขณะเดียวกัน ถ้าไปลองเปรียบเทียบกับโครงการ NOWW Mega ที่กำลังอยู่ในระหว่างการขายและก่อสร้างเหมือนกัน ที่ถึงแม้จะชูจุดเด่นที่ค่าส่วนกลางค่อนข้างถูก แต่ก็ไม่มีสระว่ายน้ำ และค่าส่วนกลางที่แจ้งไว้อาจจะไม่ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายจริง เช่น ค่าจอดรถ รวมถึงค่าประกันอาคาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายของลูกบ้านที่ต้องมีการเรียกเก็บเพิ่มเติม ปัจจัยในส่วนนี้จึงไม่ควรมองข้าม เนื่องจากหลายคนอาจจะลืมไปว่าหลังจากที่เราซื้อบ้านหรือคอนโดแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นรายจ่ายประจำที่เราควรใช้ในการคำนวณภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวด้วยว่าคุ้มค่าหรือไม่   + ห้องแต่งครบ จบที่ 2.5 ล้านบาท* ขยับมาดูแบบห้องของ Nue Mega Plus Bangna กันบ้าง ซึ่งทางโครงการเป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 38 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ที่มียูนิตรวม 1,005 ยูนิต และมีแบบห้องให้เลือกด้วยกัน 5 แบบ ตั้งแต่Studio ขนาดเริ่มต้นประมาณ 21 ตร.ม. ไปจนถึง 2 Bedroom Plus ขนาดประมาณ 66 ตร.ม. โดยครั้งนี้เราจะยกห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 26-30 ตร.ม. ขึ้นมาเทียบให้ดูว่ามีจุดเด่น หรือคุ้มค่ากว่าอย่างไร หากต้องนำมาข้อมูลต่างๆ มาใช้ในการตัดสินใจเปรียบเทียบ     โครงการมีห้อง Studio เป็นขนาดเริ่มต้น ที่น่าสนใจทั้งอยู่เองหรือจะลงทุนก็ดี แต่ถ้าหากเรามองว่าอาศัยเป็นบ้านหลักสำหรับ 1-2 คน ห้อง 1 Bedroomในราคา 2.5 ล้านบาท*  มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เป็นขนาดที่สามารถอยู่อาศัยได้จริงๆ แบบไม่อึดอัดจนเกินไป แต่ละคนยังพอมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง และอีกจุดเด่นที่ Nue Mega Plus Bangna ก็คือแบบห้องหน้ากว้าง ซึ่งจะให้บรรยากาศโดยรวมภายในห้องกว้างขวางกว่า และที่สำคัญ ห้องแบบ 1 Bedroom ยังมี Layout ให้เลือกทั้งแบบครัวเปิด หรือ ครัวปิดติดระเบียง ซึ่งมีข้อดีต่างกันตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านที่ไม่เหมือนกัน ไม่ได้จำกัด Layout ให้เลือกอยู่แค่แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น   ห้องทั้งหมดของ Nue Mega Plus Bangna ขายแบบ Fully Furnished พร้อมเครื่องปรับอากาศทุกห้อง เรียกได้ว่าตกแต่งครบพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย มีเพียงแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่โครงการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ที่ซื้อหาเพิ่มเติมได้ตาม Lifestyle ส่วนอื่นๆ ที่เห็นในห้องตัวอย่าง เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง ครัว ฯลฯ ทางโครงการออกแบบมาให้พร้อมกับห้องแล้ว ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่โครงการที่เลือกมาให้ ล้วนผ่านกระบวนการคิดการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งพื้นที่เก็บของ ตู้รองเท้า ที่วางกุญแจ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันที่ต่อระบบดูดควันออกไปนอกอาคาร เพื่อช่วยลดปัญหากลิ่นอาหารจากการทำครัวมาให้เสร็จสรรพ   ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ที่มีให้ชมใน Sale Gallery จะมีด้วยกัน 2 ขนาด คือ ขนาดประมาณ 26 ตร.ม. และ 30 ตร.ม. ซึ่งมีทั้งแบบครัวเปิด หรือ ครัวปิดติดระเบียงให้ชม แต่ต่างกันที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนนิดหน่อย ห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.25 ตร.ม.   ในส่วนของ Spec ห้องที่เด่นในเรื่องของการออกแบบพื้นที่ใช้สอยแล้ว วัสดุต่างๆ ก็เลือกใช้ Spec ดีคุ้มค่าตัวห้อง ถึงแม้ราคาต่อตารางเมตรของ Nue Mega Plus Bangna จะมีค่าตัวสูงกว่าทั้งในแง่ของราคาเริ่มต้น หรือราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร แต่ก็คุ้มค่า เพราะแลกมาด้วยข้อดีหลายข้อที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ยิ่งถ้าเทียบกับห้องในขนาดที่ใกล้เคียงกัน (26-29 ตร.ม.) ด้วยแล้ว ในโครงการอื่นๆ อาจจะได้ห้องนอนที่กั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ หรือได้ห้องที่ตกแต่งแบบ Fully Fitted เท่านั้น   ถ้ามีโอกาสได้ไปดูห้องตัวอย่างที่ Sale Gallery ซึ่งทางโครงการตั้งใจตกแต่งให้ใกล้เคียงกับห้องจริงได้มากที่สุด (ยกเว้นของตกแต่งในห้อง) เราก็จะได้ลองสัมผัสวัสดุ สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้อง ได้ลองจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในห้องได้ชัดเจนขึ้น   ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.46 ตร.ม.   พอพูดถึงห้องที่ขายในรูปแบบแต่งครบพร้อมอยู่ บางคนอาจจะนึกถึง Niche Mono Mega Space Bangna  เพราะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว บนทำเลบางนา ซี่งอาจจะมีความใกล้เคียงกันในแง่ของขนาดห้อง การตกแต่งแบบ Fully Furnished แต่ก็ต้องยอมรับในข้อนึงว่า การปักหมุดที่ตั้งโครงการอยู่ติดห้างแบบ Nue Mega Plus Bangna ยังเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าในเรื่องของความสะดวกสบาย และความอุดมสมบูรณ์ของการอยู่อาศัย   ตารางเปรียบเทียบข้อมูลของโครงการในย่านเดียวกัน   ในส่วนของการซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่านั้น หากมองว่าในย่านนี้มีการแข่งขันสูงในตลาดปล่อยเช่าเนื่องจากมีทางเลือกกระจายอยู่ในหลายโครงการ แต่ถ้าลองชั่งน้ำหนักด้วยข้อได้เปรียบต่างๆ ที่ Nue Mega Plus Bangna มี ก็น่าจะได้กลุ่มคนเช่าที่มีกำลังในการจ่ายที่สูงกว่าได้ไม่ยาก ด้วยห้องที่สร้างเสร็จทีหลัง โครงการใหม่กว่า ทันสมัยกว่า เดินทางสะดวกกว่า และถ้าในอนาคตรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (LRT – Light Rail Transit) สร้างเสร็จ ก็จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาห้องมีมูลค่าสูงขึ้น และอาจจะทำกำไรส่วนต่าง (yield) ได้มากขึ้นทั้งจากการปล่อยเช่าหรือขายต่อก็ได้   พูดถึงจุดเด่น/ข้อดีมามากมายหลายข้อแล้ว จะบอกว่าโครงการ Nue Mega Plus Bangna ไม่มีข้อด้อย หรือจุดให้กังวลเลยก็คงจะเกินจริงไปบ้าง ต้องบอกกันตามตรงกว่า การที่ตัวโครงการตั้งอยู่ติดห้างเมกาบางนา คงหลีกเลี่ยงเรื่องการจราจรที่หนาแน่นบริเวณหน้าโครงการไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับความสะดวกสบายที่ได้รับ ก็ต้องบอกว่าคุ้มค่ามาก ซึ่งในอนาคตทำเลนี้อยู่บนแผนพัฒนารถไฟฟ้า หากรถไฟฟ้าเสร็จพร้อมใช้งาน ก็คงจะหมดข้อกังวลเรื่องรถติดไปได้มากเลยทีเดียว     สำหรับใครที่สนใจโครงการ Nue Mega Plus Bangna สามารถเข้าไปชมห้องตัวอย่างที่ Sale Gallery ติดเมกาบางนาได้แล้ว ซึ่งทางโครงการมีห้องตัวอย่างให้ชมด้วยกัน 4 แบบ สามารถเข้าไปลองสัมผัสบรรยากาศในห้องด้วยตัวเองก่อนได้ พร้อมรับข้อเสนอ ดาวน์ 0 บาท จองวันนี้ ไม่ต้องผ่อน รอโอนได้เลย ในราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท* สามารถลงทะเบียนรับโปรโมชั่นได้ที่ https://nobleurl.com/45n11qS    
“The MOST Rattanathibet” 100 ฟังก์ชัน 1,000 ไลฟ์สไตล์

“The MOST Rattanathibet” 100 ฟังก์ชัน 1,000 ไลฟ์สไตล์

  The MOST The MOST Rattanathibet  คอนโดมิเนียมไฮไรส์ที่สูงที่สุดในย่าน นนทบุรี สูง 45 ชั้น 420 เมตร จุดเด่นด้วยดีไซน์แบบดับเบิลสเปซ ตามมาด้วยการจัดเต็มมี “100 ฟังก์ชัน 1,000 ไลฟ์สไตล์” จุดเด่นด้วยห้องชุดดีไซน์ใหม่ ฟังก์ชันดับเบิลสเปซ (Double Space) ที่มีฝ้าเพดานสูงถึง 4.3 เมตร   The MOST Rattanathibet  ทำเลรัตนาธิเบศร์ ต้นๆเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ดีมากและจะมีการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง The MOST Rattanathibet เป็นอีกโครงการหนึ่งที่อยู่ในโซนนี้ที่มีจุดเด่นของการเดินทาง ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง และจุดกลับรถเกือกม้าทั้ง2 ด้านจะเข้าเมืองจะออกเมือง หรือจะกลับเข้าโครงการ ก็ไม่เป็นปัญหากับการจารจร  ห่างจากเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เพียง 98 เมตร สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ “100 ฟังก์ชัน 1,000 ไลฟ์สไตล์” ทั้งพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยสนามแบดมินตัน, สนามบาสเก็ตบอล, จอกกิ้งแทรค (Jogging track)  ภายในล็อบบี้รองรับการต้อนรับเพื่อนและการทำงาน ทั้งโคเวิร์คกิ้ง สเปซ และห้องประชุม ในส่วนบริเวณชั้น 44 และ 45 ยังมีพื้นที่สวนหย่อม, ห้องสมุด, สกายเล้าจน์, สกายเธียรเตอร์, ฟิตเนส, เวทีมวย, กีฬาปีนเขา, โยคะฟลาย, สระว่ายน้ำ, บาร์และปาร์ตี้รูม, โคคิทเช่น, ห้องเกมส์, ห้องไลฟ์ และอื่นๆอีกมากมาย โดยโครงการมีที่จอดรถถึง 737 คัน โดยที่ชั้น 45 แบ่งส่วนจัดวาง สำหรับเหล่าบรรดา หมูกระทะเลิฟเวอร์  มีส่วนที่ลูกบ้านสามารถจัดปาตี๋หมูกระทะ เตรียมอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้  จัดว่าเป็นการกินหมูกระทะที่สุงที่สุด วิวดีที่สุด ก็ว่าได้ จุดเด่นของห้องพักอาศัย คือ ฟังก์ชันดับเบิลสเปซ (Double Space) ดับเบิล2 ชั้น ที่มีฝ้าเพดานสูงถึง 4.3 เมตร ที่วัดมาแล้ว จากค่าเฉลี่ยความสูงของคนไทย และ ความรู้สึกจริงจากการใช้ชีวิตจริง ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ในส่วนของพื้นที่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้มากขึ้น มีพื้นที่เก็บของมากขึ้น พร้อมที่เก็บของขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ถึง 4 ใบ  มีโซนสำหรับถอดรองเท้า แบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า “genkan” (อ่านว่า เก็นคัง) ป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคที่ติดมากับรองเท้าไม่ให้เข้าไปในส่วนที่พักอาศัย โครงการเดอะโมส รัตนาธิเบศร์ เป็นอาคารชุดสูง 45 ชั้น จำนวน 1,832 ยูนิต บนเนื้อที่ 5-0-84 ไร่ ริมถนนรัตนาธิเบศร์ ประกอบด้วยห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน 24 ตารางเมตร, 1 ห้องนอน 28 ตารางเมตร, 1 ห้องนอนพลัส 35 ตารางเมตร, 1 ห้องนอนดับเบิลสเปซ 24 ตารางเมตร, 1 ห้องนอนดับเบิลสเปซ 28 ตารางเมตร และ 1 ห้องนอนพลัส ดับเบิลสเปซ 35 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท     บทความน่าสนใจ ศุภาลัย เอสเซ้นส์  โครงการพรีเมี่ยมแห่งแรกในอ่างศิลา COBE รัชดา-พระราม 9 โครงการใหม่ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้คุณเป็นตัวของคุณเอง City Home ดีไซน์ใหม่ ราคาสบายกระเป๋า เริ่ม 1.09 ล้านบาท  
ศุภาลัย เอสเซ้นส์  โครงการพรีเมี่ยมแห่งแรกในอ่างศิลา   

ศุภาลัย เอสเซ้นส์  โครงการพรีเมี่ยมแห่งแรกในอ่างศิลา   

ศุภาลัย เอสเซ้นส์ อ่างศิลา ศุภาลัย เอสเซ้นส์ อยู่ในพื้นที่ชลบุรีมาถึงวันนี้ 10 ปีพอดี เลยฉลองปั้นโครงการใหม่ นำแบรน์สุดพรีเมียมอย่าง เอสเซ็นส์ลงชลบุรีเป็นโครงการแรกโดยเริ่มที่ทำเล อ่างศิลาเป็นที่หมายแรก ในราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านจนไปถึง 18 ล้านบาท จัดว่าเป็น บ้านหรู 3 ชั้น แห่งแรกใน ชลบุรี ศุภาลัย เอสเซ้นส์ อ่างศิลา โครงการที่รวมความเป็นที่อยู่อาศัยให้เลือกหลายรูปแบบ บ้านเดี่ยว ศุภศรันย์ และศุภศิริ ที่ให้พื้นที่ใช้สอย321-380ตรม.ให้ ความโปร่งด้วย Double Volume  ในห้องนั่งเล่นชั้น1  พร้อมฟังก์ชั่นบ้าน 5ห้องนอน 5-7ห้องน้ำ และ4ที่จอดรถ บ้านแฝด ศุภศิลป์ พื้นที่ใช้สอย 234 ตรม. 4ห้องนอน 4ห้องน้ำ 3ที่จอดรถ   ที่มีลูกเล่นระเบียงชั้น2ที่ใหญ่ใช้แระโยชน์ได้จริง ทาวน์โฮม ศุภนรา พื้นที่ใช้สอย 160 ตรม. 3ห้องนอน 3ห้องน้ำ 2ที่จอดรถพร้อม พื้นที่อเนกประสงค์ 2จุด บ้านทุกหลัง พร้อมติดตั้ง ระบบ Home Automation และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ในบ้านติดตั้ง COTTO Smart Toilet สุขภัณฑ์อัตโนมัติ  ด้วยเทคโนโลยีด้าน Smart & Hygiene เพื่อตอบโจทย์สุขภาพและอนามัยเป็นหลัก และGreen concept รองรับ EV charger และหลังคา Solar ที่จะรองรับการใช้ไฟฟ้าในตอนกลางวันได้อย่างสบาย เปิดแอร์เย็นสบายด้วยแสงแดดบนหลังคาบ้านเราเอง ประหยัดไฟฟ้าได้มากเลย ส่วนความปลอดภัยในโครงการก็หายห่วง มีระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ทางเข้าออก กล้องวงจรปิดรอบโครงการ และ พนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง   ศุภาลัย เอสเซ้นต์ อ่างศิลา โครงการตั้งอยู่ตำบลอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี บนทำเลศักยภาพ เพียง 2 กม. ถึงถนนสุขุมวิท เชื่อมต่อสะดวกทุกการเดินทาง ใจกลางเมืองชลบุรี และยิ่งอนาคตจะมีรถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน ยิ่งจะทำให้การเดินสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น พิเศษมากๆ ศุภาลัย เอสเซ้นต์ อ่างศิลา พร้อมเปิดบ้านPressle 15-16 ก.ค.นี้ จองในงานสำหรับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด  รับรถยนต์ไฟฟ้า Tesla model3 หรือส่วนลดสูงสุด2ล้าน ส่วนทาวน์โฮม ก็ได้รับรถไฟฟ้าหรือส่วนลดเช่นกัน โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท     บทความน่าสนใจ PARC Ekkamai-Pattanakarn คอนโดแนวคิดใหม่ ที่ให้คุณได้ “พัก” ในแบบของคุณเอง City Home ดีไซน์ใหม่ ราคาสบายกระเป๋า เริ่ม 1.09 ล้านบาท
“KRONOS SATHORN” สำนักงานอัลตร้าลักซ์ชัวรี สไตล์แมนฮัตตัน  บนทำเลสาทร

“KRONOS SATHORN” สำนักงานอัลตร้าลักซ์ชัวรี สไตล์แมนฮัตตัน บนทำเลสาทร

KRONOS SATHORN เปิดให้ชม โครนอส สาทร (KRONOS SATHORN) โครงการที่คนสาทรผ่านไปผ่านมา นึกว่าเป็นโรงแรมหรู 5 ดาว แต่เป็นอาคารสำนักงานระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีแห่งใหม่ใจกลางสาทร ย่านธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท ลุกตลาดออฟฟิศบิลดิ้งเกรด A ด้วยคอนเซ็ปต์ “THE MANHATTAN ON SATHORN”   ทำยังไงให้ทำงานอยู่ในโรงแรมหรู 5 ดาว กับ 5 ความพิเศษ ในบนตึกสูง 28 ชั้น  ความต่างของโครงการโครนอส สาทร แตกต่างจากอาคารโดยทั่วไปในประเทศไทย     KRONOS SATHORN มาสเตอร์พีซแห่งใหม่ในไทยและเอเชีย การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามทันสมัยแนวโมเดิร์นคลาสสิค ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทย โดดเด่นด้วยนาฬิกาสไตล์ Art Deco ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศและใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก สื่อถึงภาพลักษณ์อันงามสง่าและหรูหราเหนือกาลเวลาที่จะคงอยู่ไปสู่คนรุ่นต่อ ๆ ไป     ทำเลซูเปอร์ไพร์ม บนถนนสาทร ย่าน Real CBD ทำเลที่ตั้งในย่านธุรกิจ Real CBD ช่วงถนนสาทรตัดกับถนนพระราม 4 แวดล้อมด้วยธุรกิจและหน่วยงานชั้นนำ บริษัทตัวแทนระดับโลก โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว และโครงการมิกซ์ยูสแถวหน้าอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนการเดินทางเข้าถึงได้ง่ายเชื่อมต่อไปยังโซนต่างๆ ของเมือง ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม ประมาณ 750เมตร เดินเพียง 10 นาที และอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลุมพินีเพียง 600 เมตร เดินเพียง 7 นาที ทางโครงการฯ มีบริการรถรับ-ส่งไปยังรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม และรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง     มอบโซลูชั่น Best-In-Class ที่ตอบโจทย์การทำงานเหนือระดับ บนวิสัยทัศน์การนำเสนอ “อาคารสำนักงานที่ดีที่สุดในตลาดออฟฟิศเกรด A” ด้วยเทคนิคการวางผังแบบไร้เสากลางพื้นที่และมีเพดานสูงมากเป็นพิเศษตั้งแต่ 3-6 เมตร มีระเบียงสวยขนาดใหญ่บนชั้น 27 เพื่อเปิดรับทัศนียภาพเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยาอันงดงามอย่างเต็มตา มอบความสะดวกบายด้วยลิฟต์โดยสารมากถึง 8 ตัว จึงไม่เกิดการแออัดแม้ในชั่วโมงการทำงานที่เร่งด่วน รวมถึงพื้นที่จอดรถที่มากพอต่อความต้องการ และบริการสำรองที่จอดรถแบบพิเศษและผู้พิการ   เทคโนโลยีล้ำสมัย มุ่งสู่ “'สมาร์ท บิลดิ้ง'” โครนอสมุ่งมั่นมอบประสบการณ์การใช้งานอาคารในรูปแบบ “อัจฉริยะ” ที่ติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมทันสมัยมากมาย อาทิ ระบบคัดกรองบุคคลเข้าอาคารด้วยการสแกนใบหน้า คีย์การ์ด และคิวอาร์โค้ด ระบบไร้สัมผัสเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่การควบคุมจุดหมายในการใช้ลิฟต์และระบบจดจำใบหน้าเพื่อการระบุชั้นที่ต้องการไปแบบไร้การสัมผัส ซึ่งระบบไร้สัมผัสนี้ยังครอบคลุมไปถึงนวัตกรรมห้องน้ำไร้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นส่วนประตู ก็อกน้ำ และฟลัชโถสุขภัณฑ์ แท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV กว่า 11 จุด และระบบ Automate Car Parking system กล้องจับภาพทะเบียนรถยนต์ เพื่อเข้าจอดอัตโนมัติ และระบบชำระเงินอัตโนมัติ เป็นต้น   Well-being มอบสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคารระดับสากล ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัยและสวัสดิภาพความปลอดภัยขั้นสูงด้วยมาตรฐานระดับโลก อาทิ ส่วนระบบปรับอากาศยังติตตั้งฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM2.5 และระบบพลาสม่าฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงระบบรังสียูวีเพื่อลดจำนวนเชื้อโควิดที่ผ่านฟิลเตอร์กรองอากาศ จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการใช้อาคาร โครนอส     โครนอส ภายใต้แนวคิด ‘The Manhattan on Sathorn’ ผ่านความร่วมมือกับ 3 พันธมิตรชั้นนำ ทั้ง Palmer & Turner, Thai Obayashi และ Project Asia ในการพัฒนาโครงการในปัจจุบัน โครนอสได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพกว่า 50% โดยนำเสนอราคาเช่าเริ่มต้นต่อตารางเมตรที่ 900 บาท ในขณะที่ค่าเช่าออฟฟิศเกรด A ในทำเล CBD เฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ 1,178 บาท     อาคารสำนักงาน 28 ชั้นแห่งนี้ มีพื้นที่รวมกว่า 28,765 ตร.ม. ตอบโจทย์บริษัทที่ต้องการสำนักงานที่กว้างขวางและหรูหราไปจนถึงร้านค้าปลีกที่สะดวกสบาย โดยมีพื้นที่ให้เช่าต่อชั้น 1,150-1,270 ตร.ม. เหมาะกับองค์กรทุกขนาดรวมไปถึงบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ทั้งชั้นสำหรับการทำงานหลายแผนก พร้อมที่จอดรถมากถึง 321 คัน   Kronos sathorn ตอบโจทย์ สำนักงานเกรด A เพื่อขยายฐานการดำเนินธุรกิจทั้งในเมืองไทยและเอเชีย โดยใช้ทำเลนี้เป็นฮับด้านธุรกิจ รวมถึงบริษัทที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์การเป็นบริษัทระดับนานาชาติ  เป็นอีกหนึ่งอาคารที่จะเป็นแลนด์มาร์คในย่านสาทร   บทความน่าสนใจ ไนท์แฟรงค์ เปิดข้อมูลตลาดออฟฟิศให้เช่า​ Q1/66 ซัพพลายเพิ่ม ดีมานด์เริ่มฟื้นตัว
COBE รัชดา-พระราม 9 โครงการใหม่ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้คุณเป็นตัวของคุณเอง

COBE รัชดา-พระราม 9 โครงการใหม่ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้คุณเป็นตัวของคุณเอง

COBE รัชดา-พระราม 9 โครงการใหม่ แบรนด์ใหม่ ของ SC ASSET   “COBE” (โค้บบ์) มีที่มากจาก CO-BEING ที่สร้างสรรค์จากความเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย มีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และเต็มไปด้วยแพสชั่น ทำให้ให้โครงการนี้ เป็นของคนรุ่นใหม่ที่จะให้ทุกคนในโครงการนี้ เป็นตัวของตัวเอง ในพื้นที่ Community ของคุนที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน   COBE โครงการยังให้ความสำคัญกับการดีไซน์และตกแต่งภายในโครงการรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากปรัชญาการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายจากสองซีกโลกทั้ง โลกตะวันตก และ โลกตะวันออก นำเสนอผ่านคอนเซปต์การออกแบบชื่อว่า “แวลลีย์ แอนด์ ฮิลล์” (Valleys & Hills) ที่ผสมผสานความโดดเด่น ของสองปรัชญา ได้แก่ “แวลลีย์” (Valleys) ที่สะท้อนปรัชญาการใช้ชีวิตของ โลกฝั่งตะวันตก  อย่าง ‘ฮุกกะ’ (Hygge)  แนวคิดวิถีการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสุขติดอันดับต้นๆ ของโลก   COBE โดย ‘ฮุกกะ’ คือความสุขสบายที่เกิดจากความสงบผ่อนคลาย สามารถเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ดี และแนวคิดจากฝั่งตะวันออกอย่าง “ฮิลล์” (Hills) ด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่น หรือ ‘วะบิ-ซะบิ’ (Wabi-Sabi) เป็นปรัชญาที่ให้คุณค่ากับความสวยงามตามธรรมชาติ สุนทรียภาพอันเรียบง่ายไม่ยึดติดในความสมบูรณ์แบบ   COBE ต้องการสร้าง Community เพื่อให้คนที่อยู่อาศัยได้มีปฏิสัมพันธ์กัน ทั้งแบบเจอกันจริงๆและแบบ Virtual บน Application Ruejai ที่ไม่ว่าลูกบ้านจะอยู่ที่นี่สามารถใช้งานผ่านการจองพื้นที่ส่วนกลาง จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และสามารถเลือกเข้าร่วม Club ตามความสนใจได้ ผ่าน Application นี้ และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียดีๆ รวมถึงการมี Market Place ที่คนในโครงการสามารถซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้   COBE เชื่อว่า Sustainability คือมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาที่อยู่อาศัย ทางโครงการเล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้เตรียมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ได้แก่ พื้นที่ “แยกขยะ” ที่สอดรับแนวความคิด Zero Waste การติดตั้ง Solar Cell ไว้บนอาคาร เพื่อลดการใช้พลังงานสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง และ บริการ EV Shuttle Service จาก Muvmi   และนอกจาก Place People Planet ที่เป็น 3 หัวใจสำคัญแล้วนั้น โครงการฯก็ยังสร้างปรากฎการณ์ Collaboration กับ Partnership เติมความต้องการเพื่อเป็น Community ที่สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ผู้ช่วยวางแผนทางการเงิน โดย KBANK, ที่ปรึกษาสุขภาพใจ โดย Relationflip นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้อยู่อาศัยด้วยการรับประกันเฟอร์นิเจอร์ห้องชุดอีกด้วย   จากการผสมผสานปรัชญาการใช้ชีวิตทั้งสองซีกโลกเข้าด้วยกันนี้ ได้ถูกถ่ายทอดผ่านผลงานอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์หลากหลายรูปทรงทั้งโค้งมน รวมถึง สไตล์การตกแต่งในสีโทนธรรมชาติ (Neutral Tone) เพื่อเพิ่มบรรยากาศแบบสไตล์โคซี่ (Cozy Style) ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะกับการเป็นพื้นที่พักอาศัยได้อย่างลงตัว   COBE รัชดา-พระราม 9  เป็นทำเลใจกลาง New CBD พระราม 9 – รัชดาภิเษก อยู่บน ถ.เทียมร่วมมิตร ใกล้ศูนย์วัฒนธรรมแหล่งประเทศไทย แหล่งรวมอาคารสำนักงานชั้นนำ โรงเรียนนานาชาติ และศูนย์การค้ามากมาย  การเดินทางสะดวก ใกล้ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม และรถส่วนตัวมีถนนหลายสาย ถนนพระราม 9, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนประชาอุทิศ, ถนนวัฒนธรรม และจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช ด่านพระราม 9 มุ่งหน้าไปทางด่วนฉลองรัชและมอเตอร์เวย์ฯ สุวรรณภูมิ และในอนาคตจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีแผนจะเปิดให้ใช้บริการในปี 2568 อีกด้วย     COBE รัชดาพระราม 9  ส่วนกลางของคนรุ่นใหม่ที่จะได้ใช้ชีวิตแบบฉบับของตัวเอง ด้านหน้าโครงการจะมี โซน Commercial  อนาคตจะเป็นFOOD land  เปิด 24 ชั่วโมง เราจะมีร้านถูกและดี ดูแลความหิวของเราตลอด 24 ชั่วโมงกันเลย  สำหรับพื้นที่ส่วนกลางตัวอาคารจะตั้งอยู่รายล้อมส่วนกลาง แบบ Community พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์เพื่อคนรุ่นใหม่ โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สระว่ายน้ำ, Fitness, Co-Working Space, Yoga Studio, Workshop Space, Live Studio เป็นต้น  สำหรับที่จอดรถ  อาคารจอดรถ สูง 7 ชั้น + ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 1 อาคาร อาคารจอดรถ สูง 2 ชั้น + ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 740 คัน   COBE รัชดา-พระราม 9  เป็นโครงการ  High-Rise  มีทั้งหมด 9 อาคาร  โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 12 ไร่ มีทั้งหมด 9 อาคาร  1,612 ยูนิต   มีห้องรูปแบบที่หลากหลายตั้งแต่ Studio ขนาด 23 ตารางเมตร จนถึง3 ห้องนอน ขนาด 106 ตารางเมตร  ขายแบบ Fully Furnished ตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์ในราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท Studio 23-28 ตร.ม. 1 Bedroom 30-34 ตร.ม. 1 Bedroom Plus 35-40 ตร.ม. 2 Bedrooms 50-72 ตร.ม. 3 Bedrooms 106 ตร.ม. อีกจุดเด่นที่ได้รับคำตอบรับดีมาก COBE รัชดา-พระราม 9  อาคารที่เป็น Pet Friendly  โครงการจะมีการจัดสรรพื้นที่ให้เป็น Pet Park สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ น่าสนใจไม่น้อย  โครงการเปิดราคาขายไว้ 100,000-150,000 บ./ตร.ม.* หรือเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท* เปิดชมครั้งแรก 24-25 มิ.ย.นี้ - เอาใจการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่     บทความที่น่าสนใจ “เดอะ เครสท์ พาร์ค เรสซิเดนเซส” อยู่อย่าง 5ดาว ที่ 5 แยกลาดพร้าว Life พหลฯ ลาดพร้าว ตอบโจทย์ชีวิตไร้ขีดจำกัด PARC Ekkamai-Pattanakarn    คอนโดแนวคิดใหม่ ที่ให้คุณได้ “พัก” ในแบบของคุณเอง
Life พหลฯ ลาดพร้าว ตอบโจทย์ชีวิตไร้ขีดจำกัด

Life พหลฯ ลาดพร้าว ตอบโจทย์ชีวิตไร้ขีดจำกัด

Life พหลฯ ลาดพร้าว  คอนโดใหม่เอี่ยมจาก เอพีไทยแลนด์ หนึ่งใน 22 โครงการที่ร่วมมือกับ มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิแนส์ โครงการที่ใกล้เพียง 200 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกล้าดพร้าว   Life พหลฯ ลาดพร้าว  เป็นโครงการที่สร้างความแปลกใหม่ พร้อมส่งมอบให้กับคนรุ่นใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด รองรับความหลากหลายของไลฟ์สไตล์แบบ Multi-Cultural มีพื้นที่ส่วนกลางรวม 6 ชั้น บนพื้นที่รวมกว่า 2 ไร่พื้นที่สีเขียว พื้นที่สำหรับการพักผ่อนและสันทนาการ ล็อปบี้ที่วางพื้นที่เชื่อมต่อกัน 3 จุด ที่แตกต่างกันตามการใช้งาน มีทั้งโถงขนาดใหญ่ที่ออกแบบสวยงามหรูหรา ถัดมาก็จะเป็นล็อบบี้ขนาดเล็ก แบบ Semi-Outdoor ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวที่ได้พักผ่อนและเป็นส่วนตัวพร้อมได้เห็นวิวสวนขนาดใหญ่   อีกส่วนกลางบนชั้น 8  จัดเป็นโซนออกกำลังกาย the ardio club มีลู่วิ่งรองรับการใช้งานแบบส่วนตัวในบรรยากาศในสวน     ในส่วนของไฮไลท์เด่นๆ ของส่วนกลางด้านบนที่เชื่อมต่อกันถึง 4  ชั้น ตั้งแต่ ชั้น38 จนไปถึงชั้นRooftop EXCLUSIVE SKY CLUB ที่ชั้น 38 ที่จะได้พักผ่อนที่เหนือระดับกับ Park View และ City Sky View ในแบบพาโนราม่า ให้ความรู้สึกแบบ Luxury Sky Lounge ของโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่จะมองเห็นวิวเมืองและ สวน 700ไร่ THE CLOUD SOCIAL CLUB ที่ชั้น 39 พื้นที่แบบ Space in Space ในรูปแบบกึ่ง Co–working Space และ Relaxing Space สำหรับการทำงาน ที่หลากหลายทั้งแบบ Private และแบบ Social ACTIVE ATRIUM – PRIVATE STUDIO ชั้น 40  จัดเต็มกับ ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ออกกำลังไปพร้อมกับชมวิวเมืองแถมยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไฮไลต์อีกหนึ่ง คือ SKY POOL PAVILION & JACUZZI สระว่ายน้ำตัว L  5 ฟังก์ชัน ยาวกว่า 30 เมตร มีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor  เช่นกันว้ายไปชมวิวเมืองไป อีกหนึ่งของความพิเศษของโครงการของ เอพี คือการคัดสรรวัสดุคุณภาพที่หรูหรา หินอ่อนขนาดใหญ่นำเข้าจากประเทศ อิตาลี ที่มีลวดลายธรรมชาติสีสันพิเศษ เอพีเลือกเส้นสายลายของหินจากแรงบันดาลใจของเส้นสายถนน พหลโยธิน-ลาดพร้าว หินอ่อนสุดหรูหราเหล่านี้จะแทรกตัวตกแต่งในพื้นที่ต่างๆ ภายในโครงการ     ห้องพัก 598 ยูนิต มีห้องพักให้เลือก 19 แบบ             GRAND SIMPLEX ห้องชุดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 28.5 – 65 ตารางเมตร ที่จัดสรรพื้นที่ห้องครัวแบบปิด เพิ่มขนาดพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่กว้างขึ้น ห้องนอนให้เป็นสัดส่วน และพื้นที่ Walk–In Closet  โดยห้องพักอาศัยแบบ  GRAND SIMPLEX เริ่มตั้งแต่ชั้น 8 – 34 NEW VERTIPLEX ห้องชุดเพดานสูง 4.4 เมตร เพิ่มพื้นที่มากขึ้นเป็น 2 เท่า พร้อม Walk–In Closet ขนาดใหญ่ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 28.5 – 65 ตารางเมตร   อยู่ที่ชั้น 35 – 39 Life พหลฯ ลาดพร้าว  โครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 2 ไร่กว่า สูง 40 ชั้น 1 อาคาร ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท สำหรับห้อง NEW VERTIPLEX  ราคาเริ่ม 6.29 ล้านบาท หรือ ราวๆ 145,000 บาทต่อตารางเมตร     Life พหลฯ ลาดพร้าว โครงการที่ผ่านการคิด และ ถามจากลูกบ้านเอพี ใส่ความหรูหรา และสิ่งความสะดวกสบายภายในโครงกาน  ยิ่งบวกกับการเดินทางที่สะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด   ทั้งหมดนี้มีราคาเริ่มต้นที่ 149,000 บาท/ตร.ม.     โครงการน่าสนใจ  “เดอะ เครสท์ พาร์ค เรสซิเดนเซส” อยู่อย่าง 5ดาว ที่ 5 แยกลาดพร้าว Aspire รัชโยธิน  คอนโดย่านนี้ หาราคานี้ไม่ได้แล้ว RHYTHM เจริญกรุง พาวิลเลี่ยน คอนโดใหม่ใจกลางเมืองวิวคุ้งน้ำเจ้าพระยา