Promotion:

29-30 ก.ย. GRAND OPENING ราคาเริ่ม 1.89 ล้าน* ผ่อนต่ำ 5,700 บ./ด.

* ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน 1 ห้องนอน (30 ตร.ม.) แต่งครบ
* ฟรี iPhone รุ่นใหม่ทุกยูนิตจองใหม่!
* ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท ในวันอีเว้นเท่านั้น!

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ  ASPIRE Erawan (แอสสปาย เอราวัณ)

เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ  ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

พื้นที่โครงการ  6-1-89.5  ไร่

ลักษณะโครงการ High Rise

จำนวนอาคาร 1 อาคาร

จำนวนชั้น 31 ชั้น

จำนวนยูนิต 1,576 ยูนิต

ขนาดห้อง

STUDIO 25.50 ตร.ม.

1 Bedroom 29.50.00-30.00 ตร.ม.

1 Bedroom Plus 35.00 ตร.ม.

2 Bedroom 47 ตร.ม.

เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished (ช่วงโปรโมชั่น)

ที่จอดรถ 564 คัน (36.86%)

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ล็อบบี้, ห้องเมลบ็อกซ์, สระว่ายน้ำ, ห้องสตีม, Active Fitness, Game Room, Co-Working Space, Boxing Zone, Climb Zone, Bar-B-Q Zone, Sky Yoga, Jogging Track, Sight Seeing

ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่

ราคาเริ่มต้น  1.89 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 74,000 บาท/ตร.ม.

ค่าส่วนกลาง 33 บาท/ตร.ม.

ค่ากองทุน 350 บาท/ตร.ม.

จุดเด่นโครงการ หน้าโครงการติดบีทีเอสสายสีเขียว สถานีเอราวัณ ซึ่งจะเปิดให้บริการประมาณเดือนธันวาคมนี้       

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง  BTS สถานีเอราวัณ

สถานที่ใกล้เคียง บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, ฟู้ดแลนด์ ศรีนครินทร์, แจ๊ส เออเบิร์น, รพ.เปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ, รพ. เอราวัณ, รพ.สำโรงการแพทย์, รพ.ศิครินทร์, เซ็นทรัล บางนา, เมกา บางนา

 

 

 

ติดต่อโครงการ

ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ


Aspire Erawan ก้าวเดียวจากรถไฟฟ้า ราคาแค่ล้านกว่า : รีวิวคอนโด

ราคาคอนโดมิเนียมสมัยนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ยิ่งติดรถไฟฟ้ามากเท่าไรราคาก็พุ่งสูงขึ้นทุกวันจนใกล้จะเอื้อมถึงยากเข้าไปทุกที โดยเฉพาะทำเลช่วงสุขุมวิทตอนต้นที่แม้จะอุดมสมบูรณ์รอบด้าน แต่ราคาคอนโดมิเนียมเฉลี่ย/ตร.ม. ก็เริ่มต้นที่แสนปลายๆ ขึ้นไปแล้ว แถมยังไม่ได้ติดรถไฟฟ้าอีกต่างหาก ซึ่งในรีวิวฉบับนี้เราจะพาทุกท่านไปชมคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท ชนิดที่ห่างจากหน้าโครงการเพียงก้าวเดียว แต่ราคาเริ่มต้นแค่ 1.89 ล้านบาทเท่านั้น (เริ่ม 63,000 บาท/ตร.ม.) ทำเลดี ราคาโดนแบบนี้ ลองไปทำความรู้จักด้วยกัน พร้อมกับโปรโมชั่นที่ให้มากที่สุดแห่งปีกันค่ะ


ทำเลสุขุมวิทช่วงปลาย
ขึ้นชื่อว่าถนนสุขุมวิท เชื่อว่าใครๆ คงรู้จักกันดี โดยเฉพาะช่วงต้นไปจนถึงช่วงกลาง เพราะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญชื่อดังมากมาย เริ่มตั้งแต่ถนนพระราม 1 ที่บริเวณสยาม แหล่งรวมวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัยจนมาเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทบริเวณเพลินจิต-นานา-อโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ ที่ถือให้เป็นสุขุมวิทช่วงต้น ต่อด้วยเอกมัยไปจนถึงอุดมสุขที่เป็นช่วงกลาง และจากบางนาออกไปจึงถือเป็นสุขุมวิทช่วงปลาย ซึ่งในโซนนี้หากใครได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองก็จะรู้สึกถึงความเรียบง่าย ไมวุ่นวายมากนักเมื่อเทียบกับสุขุมวิทช่วงต้น เพราะย่านนี้ยังคงเป็นชุมชนเดิมอยู่ อาคารสูงยังน้อยมาก

 

 

 

สุขุมวิทช่วงปลาย แม้จะยังดูไกลออกไปอยู่พอสมควร แต่เดือนธันวาคมนี้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากสถานีสำโรงในปัจจุบันก็จะเปิดให้บริการยาวไปจนถึงสถานีเคหะสมุทรปราการ นี่จะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะมาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในแง่ของการเดินทางจากชานเมืองเข้าไปสู่ในเมืองนั้นสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกนี้นั้นก็ไม่แพ้โซนอื่นๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กซี สำโรง, โลตัส ศรีนครินทร์, ฟู๊ดแลนด์ ศรีนครินทร์  ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก ส่วนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญก็จะมี เมกา บางนา, เซ็นทรัล บางนา ส่วนโรงพยาบาลก็มีทั้งรัฐและเอกชน เช่น รพ.เปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ, รพ. เอราวัณ, รพ.สำโรงการแพทย์, รพ.ศิครินทร์ ฯลฯ  

 

Aspire Erawan ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทขาเข้า หน้าโครงการติดกับ BTS สถานีช้างเอราวัณ อย่างที่เรียกได้ว่า 0 เมตร สามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างทองหล่อ-อโศก-สยาม ได้เลยไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง หากใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถใช้ถ.กาญจนาภิเษก เป็นหลักในการเดินทางไปไหนมาไหนได้เลยค่ะ เพราะอยู่ห่างจากโครงการไม่ถึง 1 กิโลเมตร ไม่ว่าจะออกนอกเมืองไปทางพระราม 2 หรือบางนาแล้วเชื่อมต่อกับบูรพาวิถีก็สะดวกสบาย หรือจะเข้าสู่ตัวเมืองก็ยังสามารถใช้ถ.กาญจนาภิเษก แล้วเชื่อมต่อกับวงแหวนอุตสาหกรรมไปลงที่ถ.พระราม 3 ก็จะสามารถเข้าสู่ช่วงสาทรได้ง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 30 นาที และยังใกล้ทางด่วนบางนา เพียง 15 นาที เชื่อมต่อเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในได้อย่างสะดวกสบายเพียง 15 นาที      

 

ภาพรวมโครงการ

Aspire Erawan คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 31 ชั้น 1,576 ยูนิต ชั้น B1-4 เป็นที่จอดรถ 553 คัน (35%) ไม่รวมซ้อนคัน ยูนิตพักอาศัยจะอยู่ที่ชั้น 6-30 พื้นที่ทั้งหมด 6-1-89.5  ไร่ ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท ดีไซน์อาคารได้แรงบันดาลใจมาจากความเป็น Modern Japanese นำมาผสมผสานกับกลิ่นอายแบบ Industrial เกิดเป็นโครงการที่ดูเรียบง่าย แต่ได้ประโยชน์ใช้สอยมาก

 

 

เดินชม Facility

สิ่งอำนวยความสะดวกจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นด้วยกันค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณเหน้าโครงการที่มี Shop ซึ่งมีที่จอดรถด้วย ทำให้บุคคลภายนอกสามารถแวะมาใช้บริการได้ด้วยเช่นกันค่ะ ทางเดินจากหน้าโครงการก็มีการกั้นระหว่างทางเดินที่มีหลังคาไปตลอดทางกับทางรถยนต์แยกกันอย่างชัดเจน เมื่อเข้ามาถึงตัวโครงการก็จะพบ Drop Off จะเริ่มเข้าสู่ตัวอาคาร โดยจะมีทั้ง Lobby ใต้อาคารให้ได้นั่งเล่นรับลม และ Lobby ภายในอาคารที่ต้องใช้คีย์การ์ดผ่านเข้าไปเท่านั้น เชื่อมต่อไปจนโถงลิฟท์หลัก ซึ่งก็จะมีประตูคีย์การ์ดกั้นอีกชั้นหนึ่งเพิ่มความปลอดภัยแก่ลูกบ้าน

 

ชั้น 5 Facility หลักของโครงการ จะมีทั้ง Co-Working Space ในห้องที่มีฟรี Wifi ได้วิวรถไฟฟ้าด้านหน้าโครงการ Active Fitness พร้อมอุปกรณ์ระดับโปร และ Game Room ให้มีกิจกรรมสังสรรค์ใหม่ๆ กับเพื่อน รวมถึงห้องสตีมที่อยู่ภายในห้องน้ำส่วนกลาง และสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก มีสวนสีเขียวให้ได้นั่งพักผ่อนรอบๆ        

 

Rooftop เปลี่ยนบรรยากาศออกกำลังกายในฟิตเนสมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนชั้น Rooftop ไม่ว่าจะเป็น Jogging Track, Sky Yoga หรือชอบความท้าทายอย่าง Boxing Zone, Climb Zone และยังมี Bar-B-Q Zone และจุดชมวิวให้ได้นั่งพักผ่อนพร้อมชมทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วทอดสายตาออกไปเป็นแนวใจกลางเมือง

 

 

ไม่ใช่แค่ติดสถานีรถไฟฟ้าเท่านั้นนะคะ แต่หน้าโครงการยังเป็นบันไดเลื่อนขึ้นสถานีด้วยค่ะ

 

Shop หน้าโครงการมีประมาณ 3 Shop (7-11, ร้านอาหาร Time to eat และร้านการแฟ D’oro)

ทางเข้ากั้นด้วย Keycard Access Control และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. 

 

ทางเดินเข้าตัวโครงการประมาณ 150 เมตร

 

Drop off ก่อนจะเข้าถึงตัวอาคารค่ะ

 

Lobby ด้านนอกแบบ Semi ก่อนจะเข้าสู่ภายในอาคารก็ต้องผ่านด้วย Keycard Access Control เช่นกันค่ะ

 

Lobby ด้านใน

 

มีการติดตั้งเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED เอาไว้ตามนโยบายจาก AP (THAILAND)

 

ห้อง Mail Box

 

 

ขึ้นมาที่ชั้น 5 ค่ะ เป็นชั้นที่อยู่อาศัยชั้นแรก และยังเป็น Facility หลักด้วย

 

Co-Working Space พร้อมฟรี Wifi ค่ะ

 

 

 

 

สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 13 x 30 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กลึก 0.5 เมตร ค่ะ

 

 

Game Room สามารถเบิกอุปกรณ์สำหรับเล่นได้จากนิติบุคคลค่ะ 

 

Active Fitness พร้อมอุปกรณ์

 

ภายในห้องน้ำทั้งชาย-หญิง จะมีล็อกเกอร์เก็บของและห้องสตีมอยู่ด้วยค่ะ

 

ขึ้นมาที่ชั้น Rooftop ชั้น 31 โดยขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 30 แล้วเดินขึ้นบันไดมาอีก 1 ชั้นค่ะ

 

Jogging Track ให้ได้วิ่งสูดอากาศธรรมชาติ 

 

Boxing Zone 

 

Climb Zone ความท้าทายใหม่บนคอนโดฯ 

 

หรือจะจัด Meeting เล็กๆ กับคนรู้ใจที่ Bar-B-Q Zone 

 

Sight Seeing ก็มีอยู่หลายจุดค่ะ ไม่ว่าจะชอบวิวเมือง หรือวิวแม่น้ำเจ้าพระยาก็เลือกนั่งได้ตามใจชอบ 

 

 

 

Foor Plan

พื้นที่ตัวอาคารเข้าไปจากถนนสุขุมวิทประมาณ 150 เมตร ซึ่งอาคารจะถูกวางแนวยาวทางทิศเหนือ แล้วมีส่วนที่ต่อออกมาทางทิศใต้ 2 ส่วนขนานกัน โดยจะแบ่งลิฟท์แบบล็อคชั้นออก 2 ส่วนนี้เช่นกันค่ะ เป็นทางด้านตะวันออกจะมี 4 ตัว ลิฟท์เซอร์วิช 2 ตัว และลิฟท์ทางฝั่งตะวันตกมี 2 ตัว บันไดหนีไฟกระจายอยู่ถึง 5 จุด ยูนิตพักอาศัยจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นเดียวกันกับ Facility สำหรับยูนิตฝั่งทิศเหนือจะได้ City View ซึ่งจะมองไปเห็นช้างสามเศียร และถนนกาญจนาภิเษก ส่วน Wing ทางขวามือด้านหน้าโครงการจะได้วิวทางถนนสุขุมวิทและสระว่ายน้ำกลางโครงการ และ Wing ทางซ้ายมือจะได้วิวสระว่ายน้ำกลางโครงการ และแม่น้ำเจ้าพระยาที่โอบล้อมด้วยพื้นที่ว่างสีเขียวขนาดใหญ่

 

 

 

 

 

 

Unit Plan

ยูนิตพักอาศัยสำหรับ Aspire Erawan จะได้ห้องแบบ Fully Furnished (ช่วงโปรโมชั่น) ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built In และแบบลอยตัวค่ะ โดยมีขนาดเริ่มต้นที่ STUDIO 25.50 ตร.ม. ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สุดคือ 2 Bedroom 47 ตร.ม. (ซึ่งตอนนี้ห้องแบบ STUDIO ขายหมดแล้ว) ซึ่ง Layout สำหรับโครงการนี้จะมีลักษณะที่เน้นแสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาอย่างทั่วถึงภายในห้อง และเน้นครัวปิดแยกเป็นสัดส่วน แม้จะมีบางยูนิตที่เป็นครัวเปิดเพื่อทำให้มีพื้นที่โล่งขึ้น แต่ก็ยังสามารถสร้างประตูกระจกบานเลื่อนปิดได้ และห้องน้ำจะใช้แบบสำเร็จรูปยกมาจากโรงงานติดตั้งที่โครงการเรียบร้อย มีข้อดีตรงที่มีรอยต่อน้อย ดังนั้นจึงเกิดการรั่วซึมได้ยาก ทำความสะอาดก็ง่ายตามไปด้วย และเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถเข้ามาซ่อมแซมได้เลย ไม่ต้องซ่อมจากห้องอื่นๆ อย่างห้องน้ำทั่วไป  

 

STUDIO 25.50 ตร.ม. 

 

1 Bedroom 29.50-30.00 ตร.ม.

 

1 Bedroom Plus A 35.00 ตร.ม.

 

1 Bedroom Plus A 35.00 ตร.ม.

 

 

2 Bedroom 47.00 ตร.ม.

 

ชมห้องตัวอย่าง 30.00 ตร.ม.

หลังจากเดินชมส่วนกลางของโครงการกันแล้ว ก็เข้าไปชมห้องตัวอย่างกันต่อค่ะ โดยห้องตัวอย่างแรกคือ 1 Bedroom 30.00 ตร.ม. ซึ่งเป็น Layout ห้องยอดฮิตทีเดียวค่ะ เพราะแบ่งฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อลึกเข้าไปเป็นห้องนอน แยกส่วนห้องครัวปิดกับห้องน้ำไปจนถึงระเบียงขนาดเพียงพอให้วางราวตากผ้าได้สบายๆ โดยรวมแล้วถือว่าขนาดกำลังพอดีสำหรับการอยู่อาศัย 1-2 คน และสิ่งที่จะได้มากับห้องด้วย ได้แก่

โซฟา

โต๊ะทานข้าว

เคาน์เตอร์ทีวี

เตียงขนาด 5 ฟุต ไม่รวมฟูก

ตู้เสื้อผ้า

โต๊ะเครื่องแป้ง

เครื่องปรับอากาศ

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด

เคาน์เตอร์ครัว

 

ประตูห้องใช้แบบกุญแจล็อคกับก้านโยกค่ะ

 

ทุกยูนิตมีความสูง Floor To Ceiling 2.5 เมตร ไฟห้องแบบ Downlight และพื้นห้องปูด้วยลามิเนต  

 

เคาน์เตอร์ทีวี Built In มาให้พร้อมกับเป็นตู้เก็บของไปด้วยในตัว

 

ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนรางเลื่อนจะติดซ่อนอยู่ด้านบนประตูค่ะ ทำให้เวลาเดินมีความ Smooth ยิ่งขึ้น และไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นจับด้วยค่ะ   

 

ภายในห้องนอนค่ะ

 

หน้าต่างข้างเตียงนอนทุกห้องจะใช้บานกระทุ้ง ไม่รวมผ้าม่านนะคะ

 

เครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้ให้ปลายเตียง หากเปิดประตูห้องนอนไว้ก็จะเย็นออกไปถึงห้องนั่งเล่นได้ค่ะ

 

ไปต่อกันที่ห้องน้ำ และห้องครัวปิดค่ะ

 

ห้องน้ำสำเร็จรูปยกพื้นสูง ภายในแยกส่วนเปียก-แห้ง โถสุขภัณฑ์กับอ่างล้างหน้าใช้แบรนด์ American Standard ก๊อกน้ำและฝักบัวจากแบรนด์ Grohe

      

ห้องครัวปิดปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นทางขวามือของเคาน์เตอร์ครัว

 

 

ระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมสีขาว

 

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ

 

Condensing Unit แขวนไว้เหนือศรีษะ หันออกนอกระเบียงค่ะ 

 

ห้องตัวอย่าง 35.00 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างถัดมานั่นคือ 1 Bedroom Plus 35.00 ตร.ม. สำหรับห้องนี้แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นจากห้องที่แล้วไม่มาก แต่ด้วยการวาง Layout ที่ดี จึงทำให้ออกมาดูกว้างขวางขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ซึ่งจะได้ห้องเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ห้อง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานของแต่ละคนได้อย่างอิสระ เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ได้ตอบโจทย์ที่สุด    

 

สำหรับบางห้องจะได้โปรโมชั่นรวม Digital Door Lock จากแบรนด์ Samsung ด้วยค่ะ

 

ห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวางมากขึ้น

 

 

ทั้ง 2 ห้องจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซ่อนรางไว้ด้านบนเหมือนกันค่ะ

 

ห้องนอนแรกค่ะ จะได้ทั้งตู้เสื้อผ้า เตียงนอน 5 ฟุต ไม่รวมฟูก ไม่รวมผ้าม่านค่ะ

 

หากใครที่ใช้ครัวบ่อยๆ ก็สามารถกั้นประตูกระจกเพิ่มเติมให้กลายเป็นครัวปิดได้ค่ะ

 

สำหรับห้องตัวอย่างนี้จะตกแต่งห้องอเนกประสงค์ให้เป็นห้องนอนค่ะ แต่ก็สามารถปรับเป็นฟังก์ชั่นได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ

 

จากห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมต่อกับระเบียงโดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนค่ะ

 

Condensing Unit แขวนไว้หันหน้าออกนอกระเบียง และยังมีกริลเพื่อผลักลมร้อนออก เมื่อมองจากด้านนอกอาคารก็ยังสวยงามเป็นระเบียบขึ้นด้วยค่ะ 

 

 

 

ภายในห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง พร้อมติดตั้งกระจกบานใหญ่มาให้ด้วยค่ะ

 

Aspire Erawan ไม่ใช่แค่ติดสถานีรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วยนะคะ เรื่องทำเลที่ตั้งจึงถือว่าหาได้ยากไม่น้อยสำหรับถนนสายสุขุมวิท แม้อาจจะยังเป็นทำเลที่ไม่มีใครเอ่ยถึงกันนัก แต่เชื่อว่าหากลองได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วก็จะค้นพบว่า ความเงียบสงบมีอยู่จริงแม้จะอยู่ติดกับรถไฟฟ้าก็ตามที แล้วยิ่งติดรถไฟฟ้าขนาดนี้ถ้าทำเลขยับเข้าเมืองไปอีกไม่กี่สถานี ราคาก็พุ่งขึ้นมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัวเลยค่ะ ซึ่งในราคา 1.89 ล้านบาท แบบนี้หาไม่ได้แน่นอนค่ะ    

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

เฉพาะในงาน Grand opening 29-30 ก.ย. นี้เท่านั้น!!!

ร่วมฉลองครั้งใหญ่! เปิดตัว Active Facilities ชั้น Rooftop

ผ่อนต่ำ 5,700 บ./ด.* ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน 1 ห้องนอน (30 ตร.ม.) แต่งครบ เริ่ม 1.89 ล้าน*

ฟรี iPhone รุ่นใหม่ทุกยูนิตจองใหม่*!

ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท ในวันอีเว้นเท่านั้น

 

 

We Recommend
เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101 คอนโดมิเนียมระดับ Premium Living เป็นแบรนด์ท็อปจากเสนา ออกแบบภายใต้คอนเซป “Concept Private Living at your service” มีความ PRIVATE ด้วยจำนวนยูนิต เพียง 168 ยูนิต ในอาคารสูง 19 ชั้น ออกแบบสไตล์ Loft เพดานสูง 2 เมตร ได้วิวพาโนรามา ให้ความเป็นส่วนตัวด้วย Single Corridor แต่ละชั้นออกแบบให้มีห้องพักอาศัยเพียงฝั่งเดียว มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และเป็นตึกสูงตึกเดียวในย่านนี้ที่เน้นความเป็นส่วนตัว พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบริการสุด Exclusive มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการ Reception, Doorman, Bellboy และผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service รวมไปถึงอีกหลากหลายบริการ     ชื่อโครงการ PITI SUKHUMVIT 101 (ปีติ สุขุมวิท 101)  เจ้าของโครงการ Sena x Hankyu ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  1-0-97 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 19 ชั้น จำนวนยูนิต 168 ยูนิต (160 ห้อง LOFT และ 8 ห้อง Simplex)  ขนาดห้อง  1 BEDROOM (Simplex) พื้นที่ 33-33.5 ตร.ม.  จำนวน  8 ยูนิต 1 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 26-34 ตร.ม.  จำนวน 136 ยูนิต 2 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 49-52.5 ตร.ม. จำนวน 22 ยูนิต 3 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 68.5 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต   ที่จอดรถ 55% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Garden Valley Active Pavillion, Rooftop Garden, Co-Hobby Space, Fitness, Fight camp, Steam & Sauna, Infinity Pool, Jacuzzi, Valley Garden, TRX suspension exercise, Home Automation, EV Charger, Elite Services ปีที่สร้างเสร็จ 2655 ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง  85 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน  850 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วย Single Corridor มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี สถานที่ใกล้เคียง 101 The Third Place,เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา, เมกา บางนา, แม็คโคร, บิ๊กซี, โลตัส, โรงพยาบาลไทยนครินทร์, โรงพยาบาลสุขุมวิท              

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

  การสร้างหรือการซ่อมแซมบ้าน ปัจจัยหนึ่งที่มักทำให้งบประมาณบานปลาย  คือ ขาดการวางแผนและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ  คำนึงแต่เรื่องราคาถูกเป็นหลัก ทำให้เวลาเอามาใช้งานจริง ไม่ได้ตามมาตรฐานของงาน ผลงานจึงออกมาไม่มีคุณภาพ หรือเมื่อใช้ไปได้สักระยะก็ต้องมาเจอปัญหาเดิม  ต้องมานั่งรื้อนั่งซ่อมกันใหม่  ทำให้ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และอารมณ์  หงุดหงิดกับปัญหาซ้ำซากที่ต้องเจอบ่อยๆ   การเลือกใช้วัสดุจึงควรจะเน้นเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับแรก และพิจารณาเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา อายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องมาเสียอารมณ์ เสียเวลาแก้ไขปัญหาที่ตามมาภายหลัง แม้ว่าอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  แต่ถ้าคำนวณแล้วคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป  ก็น่าจะดีกว่าเลือกซื้อแต่ของถูกเท่านั้น   อย่างห้องน้ำหรือห้องครัวที่มีการปูกระเบื้อง ปัญหาสำคัญที่มักพบเสมอ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่ง คือ ยาแนวของกระเบื้องหลุดล่อน เกิดเปราะแตก น้ำรั่วซึม เกิดปัญหาราดำ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการใช้ยาแนวที่ไม่มีคุณภาพที่ดีมากพอ ไม่เหมาะกับประเภทกระเบื้อง ทำให้มีปัญหาภายหลังมากวนใจ กวนเงินในกระเป๋าเจ้าของบ้าน ให้ต้องตามแก้ตามซ่อมกันเสมอๆ   5 เทคนิคเลือกใช้ยาแนวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาเรื่องยาแนวกระเบื้องในภายหลัง  ลองใช้ 5 เทคนิคนี้เป็นแนวทาง ในการเลือกใช้ยาแนวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด   1.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะกับประเภทของกระเบื้อง เริ่มต้นของการเลือกยาแนวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือต้องเลือกให้เหมาะสมกับประเภทกระเบื้อง เช่น กระเบื้องแกรนิตโต้นิยมปูชิดเพื่อความสวยเนียน มีขนาดร่องเพียง 0.2-2 มม. ส่วนกระเบื้องเซรามิคทั่วไปมีร่องขนาด 3 มม. การเลือกยาแนวจึงต้องมีคุณสมบัติไหลลึกเหมาะกับร่องของกระเบื้องร่องเล็กปูชิด     2.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของกระเบื้อง กระเบื้องที่ปูในห้องต่างๆ ไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องทั่วไป ลักษณะการใช้งานก็แตกต่างกันไป เพราะสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน ห้องน้ำและห้องครัวอาจจะต้องเจอกับน้ำและความชื้นมากเป็นพิเศษ ทำให้อาจจะเกิดเชื้อรา หรือราดำตามร่องยาแนวได้ การเลือกใช้ยาแนวจึงต้องเลือกที่มีคุณสมบัติป้องกันราดำ และทนต่อกรดหรือสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดได้ดีกว่า เป็นต้น แต่ถ้าเป็นห้องทั่วไปภายในอาคาร ก็ควรเลือกกาวยาแนวที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ (Low VOC) ทำให้เกิดสภาพอากาศที่ดีทั้งระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย   3.เลือกสินค้าจากแบรนด์หรือผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ สินค้ายาแนวที่จำหน่ายในท้องตลาดมีอยู่มากมาย หลากหลายยี่ห้อ  และผู้ผลิต เหตุผลง่ายๆ ที่เราจะต้องเลือกสินค้าจากแบรนด์และผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ เพราะสินค้าจะมีคุณภาพและมาตรฐานตามที่เราต้องการใช้งานจริงๆ หากไปใช้สินค้าที่แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จัก แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามที่ได้โฆษณาไว้     4.เลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่ม เดี๋ยวนี้การผลิตสินค้ามีเทคโนโลยี และการพัฒนาที่ล้ำหน้าไปไกล ผู้ผลิตจึงมักเสริมคุณสมบัติพิเศษของสินค้า  เพื่อให้สินค้ามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้านำไปใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่เหนือกว่าสินค้าที่มีแค่คุณสมบัติพื้นฐาน หากราคาไม่แตกต่างกันมากนัก   5.ไม่เลือกสินค้าโดยพิจารณาแต่ราคาเป็นหลัก เรื่องราคาอาจจะเป็นปัจจัยหลักของหลายคนในการเลือกสินค้า แต่หากคิดให้รอบครอบ การเลือกสินค้าโดยคิดแต่เอาเรื่องราคาถูกเข้าไว้ก่อน นานไปก็ต้องมีปัญหาตามมาให้แก้ไข เพราะสินค้าราคาถูกก็ย่อมจะมากับคุณภาพพอประมาณ ถ้าคิดเฉพาะราคาสินค้าถูกก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่าลืมถ้ามีปัญหาต้องเสียเวลา และหาช่างมาซ่อมแซมเพิ่มเติม นี่คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เผลอๆ คิดแล้วอาจจะแพงกว่าการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ที่อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ และการเลือกจากขนาดถุงใหญ่กว่าก็อาจไม่ใช่คำตอบ ขนาดบรรจุควรเป็นขนาดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่เหลือเศษทิ้งจนต้องจ่ายเกินจำเป็น     ถ้าพูดถึงเทรนด์การใช้กระเบื้อง สำหรับใช้ปูห้องต่างๆ ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้กระเบื้องประเภทแกรนิตโต้ ได้รับความนิยมถูกนำมาใช้ในบ้านและคอนโดมิเนียมมากมาย เพราะมีทั้งความสวยงามและมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายประเภทในการใช้งาน แต่การเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งความสวยงามและอายุการใช้งานยาวนาน คงต้องมีกาวยาแนวที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันด้วย   บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตภัณฑ์กาวยาแนว  จึงได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัสเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้า ที่หันมาปูกระเบื้องแกรนิตโต้และกระเบื้องตัดขอบปูชิดกันเพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์กาวยาแนวไม่มีคุณภาพ หรือไม่เหมาะกับกระเบื้องแกรนิตโต้  ทำให้ห้องที่ปูกระเบื้องแกรนิตโต้ ประสบปัญหาภายหลังมากมาย อาทิ ปัญหาราดำ  น้ำซึม และเปราะแตก เป็นต้น  ซึ่งสาเหตุสำคัญคือยาแนวไม่ลงลึกไปในร่องของกระเบื้องได้เต็มประสิทธิภาพ  ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ต้องมาตามแก้ไขปัญหาภายหลัง จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจริงๆ   ลองมาดูกันว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีอะไรดีบ้าง  เพราะแม้ว่าจะมีขนาดถุงเล็กๆ แต่เต็มด้วยประสิทธิภาพ เรียกได้ว่า แก้ได้หมดจบทุกปัญหา   7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ที่ให้ประโยชน์มากกว่าในราคาสุดคุ้ม 1. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มี Deep Active Molecule ทำให้เนื้อกาวไหลตัวได้ลึก ยึดเกาะเต็มร่องเล็ก สำหรับร่องยาแนว ขนาด 0.2-5 มม. โดยเฉพาะกระเบื้องแกรนิตโตที่นิยมปูชิด แต่เต็มประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่า “เล็กแต่แรง” จริงๆ หมดปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เพราะสามารถไหลลึกกว่า 8 มม. หรือเต็มความหนาของกระเบื้องแกรนิตโต้ จึงไม่เกิดโพรงช่องว่างหมดปัญหาน้ำซึมผ่านได้ หากเป็นยาแนวธรรมดาทั่วไป จะยึดเกาะร่องเล็กสุดตั้งแต่ 1-5 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงมีโอกาสเปราะแตกง่ายกว่าสร้างปัญหาตามมาอีกมากมาย      2. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีเทคโนโลยีไมโครแบน ทำให้มีคุณสมบัติยับยั้งราดำและตะไคร่น้ำ ที่ถือเป็นปัญหาสกปรกกวนใจ แถมยังเป็นแหล่งเชื้อโรคอีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดราดำ เป็นเพราะเราละเลยและเลือกกาวยาแนวไม่ถูกประเภท ซึ่งส่งผลให้ยาแนวเปราะแตก มีน้ำซึม เกิดราดำในที่สุด     และเมื่อยาแนวหลุดล่อน น้ำจะซึมผ่านใต้แผ่นกระเบื้อง หากเป็นห้องน้ำชั้น 2 จะทำให้ฝ้ารั่ว ฝ้าพังเกิดความเสียหาย น้ำหยดลงเฟอร์นิเจอร์ และหยดลงพื้น จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด  ทำให้ทุกอย่างพังหมด ต้องหาช่างมาซ่อมแซม เสียค่าใช้จ่ายบานปลาย เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา เพียงเพราะมองข้ามเรื่องเล็กๆ เหล่านี้     3. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมีคุณสมบัติในเรื่องการแห้งตัวเร็ว สามารถเปิดใช้พื้นที่ได้ภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งปกติยาแนวทั่วไปนั้นกว่าจะแห้งสนิท หรือเปิดพื้นที่ใช้งานได้ ต้องใช้ระยะเวลา 12-24 ชั่วโมง เหมาะมากกับบ้านหรือคอนโดที่มีห้องน้ำเดียวและต้องใช้ทุกวัน     4. คุณสมบัติด้านการทนกรด และสารเคมีมากกว่ากาวยาแนวทั่วไป ทำให้หมดปัญหาและข้อกังวลใจหากใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่มีสารเคมีหรือกรดซึ่งไม่ต้องกังวลใจว่ายาแนวจะซึกกร่อนได้ เพราะหากเป็นยาแนวปกติทั่วไปนั้น มีคุณสมบัติพื้นฐานเพียงแค่ปิดร่องกระเบื้อง แต่ไม่ได้พัฒนาให้กาวยาแนวมีคุณสมบัติทนกรด ทำให้เมื่อใช้ไปได้ไม่นานก็เกิดปัญหาหลุดล่อน เพราะถูกกรดหรือสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทำลายยาแนว   5. นอกจากกาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส จะมีเทคโนโลยีไมโครแบน ลดปัญหาราดำแล้ว ยังมีสารไฮโดรโฟบิก ที่ช่วยลดคราบสกปรกฝังแน่น และลดการซึมน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุการณ์ทำให้กระเบื้องหลุดล่อนอีกด้วย หากเป็นยาแนวธรรมดา ที่ไม่ได้มีสารไฮโดรโฟบิก สิ่งที่เรามักพบเสมอคือ คราบสกปรกฝังแน่น เป็นคราบดำ เนื่องจากยาแนวนั้นเน้นแต่เพียงการปิดร่องกระเบื้อง เป็นคุณสมบัติพื้นฐานหลักเท่านั้น     6. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมี WCAC Technology ซึ่งช่วยในเรื่องของลดการเกิดคราบขาวได้ในหนึ่งเดียว เป็นคุณสมบัติพิเศษ   7. ผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตสินค้าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการทดสอบควบคุมตามมาตรฐาน ANSI A 118.6 (Unsanded), A 118.7 (Unsanded) มาตรฐานยุโรป EN 13888 CG2 และผ่านเกณฑ์การทดสอบตามมาตรฐานการประเมินอาคารเขียว หรืออาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม LEED v4 ในหัวข้อ Indoor Environmental Quality – IEQ (คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร) ด้วยวัสดุที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ   จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนวมีความสำคัญมากต่อการปูกระเบื้อง และไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ยาแนวอุดร่องกระเบื้องเท่านั้น แต่มีความสำคัญมากต่อการป้องกันปัญหาจุดเล็กๆ ที่อาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ ต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส ไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะมากวนใจภายหลัง แม้ว่าอาจจะมีราคาสูงกว่าสินค้าในท้องตลาด และมีขนาดบรรจุต่อถุงเพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่ได้มาก ประสิทธิภาพสูง บรรจุขนาดเหมาะกับพื้นที่ใช้งาน  เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวคุ้มค่าในระยะยาวถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “เล็กแต่แรง” เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และคุ้มค่าคุ้มราคามากเลยทีเดียว   หมายเหตุ : LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกาเป็นที่ยอมรับใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในการก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม : http://bit.ly/2B0ANyw  

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมตัวที่สองแล้วสำรับกลุ่มบริษัท แม็กซิมัสเอสเตท จำกัด โดยครั้งนี้เลือกทำเลสุทธิสารมาพัฒนาโครงการภายใต้คอนเซป “Live Your Life Prime” ใกล้ MRT สถานีสุทธิสารที่เดินถึงเพียงแค่ 4 นาที และยังอยู่ในละแวกที่เป็นชุมชน ตลาด และแหล่งอาคารสำนักงาน มีความโดดเด่นตรงที่ให้สเปคห้องมาแบบจัดเต็มแบบ Fully Furnished ในราคาที่จับต้องได้ง่าย เฉลี่ยเพียง 95,000 บาท/ตร.ม.   ชื่อโครงการ MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan (แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร )  เจ้าของโครงการ บริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน จํากัด ที่ตั้งโครงการ 58 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  1-2-86.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 218 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 27.9-30 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 40.95 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished  ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สระว่ายน้ำ jet pool ยาว 21 เมตร, Smart Locker, Co-working space, Co-kitchen space, Meeting room, Fitness, Sky-theater, โรงหนังลอยฟ้า, ลาน B.B.Q., ลู่วิ่งลอยฟ้า, Sky garden ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 95,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ สเปคห้องดีได้เฟอร์นิเจอร์ครบ ราคาจับต้องได้ง่าย  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสุทธิสาร สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยน มอลล์