อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


คอนโด Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง : รีวิวคอนโด

ก่อนหน้านี้เราเคยพาไปดูคอนโดที่ เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่ – บางซื่อ) มาก็หลายโครงการแล้วเหมือนกัน ซึ่งในย่านนี้ ก็มีอีกหลายโครงการที่ทยอยเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เราเลือกจะพาไปชมโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง อีกหนึ่งคอนโดในเครือ AP ที่เลือกทำเลได้ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามากๆ เลยครับ

การเดินทาง

อย่างที่บอกแล้วว่าที่ตั้งโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่างอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามากๆ วัดเป็นระยะทางที่ต้องเดินจริงๆ จากหน้าโครงการถึงตัวสถานีวงศ์สว่างก็ไม่น่าเกิน 100 เมตร แต่ถ้าถามกับพนักงานขายก็จะได้คำตอบเป็นระยะทางที่สั้นกว่าคือ ประมาณ 50 เมตร เพราะเค้านับจากหน้าโครงการไปถึงจุดขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าเท่านั้นครับ อย่างไรก็ดี ด้วยระยะขนาดนี้ถือว่ากำลังเดินได้สบายๆ และที่สำคัญรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็เห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน พร้อมจะได้ใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้แล้วแน่นอน การเดินทางเข้าออกเมืองด้วยรถไฟฟ้าจึงถือเป็นตัวเลือกหลักที่สะดวกและประหยัดเวลามากๆ สำหรับวิถีคนเมืองอย่างเราๆ

ขณะเดียวกันการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ยังคงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงได้ยาก ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการบนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ใกล้กับแยกวงศ์สว่าง บริเวณนี้มีเส้นทางเข้าเมืองให้เลือกหลายเส้นทาง เช่น ถนนรัชดาภิเษก ถนนประชาชื่น หรือข้ามสะพานพระราม 7 ไปถนนจรัญสนิทวงศ์ก็ยังได้ แถมยังอยู่ห่างจากด่านขึ้นลงทางด่วนรัชดาภิเษกแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น การใช้รถส่วนตัวจึงจัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน จะมีข้อเสียก็แค่เรื่องปัญหารถติดโลกแตกที่ต้องทำใจ ยิ่งในช่วงนี้ถนนรอบๆ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกหลายสายก็ยิ่งทำให้รถติดมากขึ้นไปอีกหลายเท่าเลยทีเดียว ส่วนการเดินทางด่วนบริการรถสาธารณะอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลือกนะครับ เพราะถนนหนทางแถบนี้มีรถเมล์วิ่งผ่านไม่น้อยเช่นกัน ป้ายรถเมล์ก็อยู่หน้าโครงการพอดี จะขึ้นลงรถก็สะดวก หรือจะเรียกใช้รถแท็กซี่ก็หาได้ไม่ยาก รวมถึงการเลือกเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาก็เป็นอีกวิธีการเดินทางที่น่าสนใจ ทำให้ลูกบ้านของโครงการมีทางเลือกในการเดินทางได้หลายวิธี วันไหนขี้เกียจขับรถก็เปลี่ยนมานั่งรถเมล์ หรือรถไฟฟ้าได้เหมือนกัน

แผนที่ของโครงการครับ

เส้นทางโดยรอบโครงการ ซึ่งที่ตั้งโครงการจะอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ใกล้ๆกับ MRT สถานีวงศ์สว่าง ห่างจากแยกวงศ์สว่างเล็กน้อย

ซูมลงมาดูใกล้ๆ กันอีกทีนะครับ โครงการนั้นจะอยู่ใกล้กับสถานี MRT มากๆ ระยะทางแค่ประมาณ 50-100 เมตรเท่านั้น

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นเราขอเริ่มต้นจากถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปวงศ์สว่าง จุดนี้เป็นสะพานข้ามถนนวิภาวดี-รังสิต

เราขึ้นสะพานมาเพื่อข้ามจากรัชโยธิน ไปฝั่งประชาชื่น ทางซ้ายจะเป็นถนนวิภาวดีฝั่งขาเข้าไปทางลาดพร้าว จตุจักร ส่วนทางขวาจะเป็นฝั่งขาออกไปทางดอนเมือง รังสิต

เมื่อข้ามถนนวิภาวดี-รังสิตมาแล้ว ก็จะเจอแยกประชานุกูล ให้ขึ้นสะพานข้ามแยกอีกครั้ง ทางซ้ายจะเป็นจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช

ด้านล่างจะเป็นถนนประชาชื่น ทางซ้ายจะไปทางบางซื่อ เตาปูน ส่วนทางขวาจะไปทางงามวงศ์วาน

ตรงมาอีกนิดก็จะเจอสะพานข้ามแยกอีกแล้วครับ แต่คราวนี้เราไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ เพราะเราต้องเบี่ยงออกซ้ายเพื่อที่จะเลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตามป้าย

เมื่อมาถึงแยกวงศ์สว่างให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพ-นนทบุรี จะสังเกตว่าบิ๊กซี จะอยู่ใกล้กับแยกวงศ์สว่าง ซึ่งเป็น Supermarket ที่ใกล้โครงการมากที่สุด

เมื่อเลี้ยวขวามาแล้วก็จะเจอกับจุดขึ้นลงรถไฟฟ้าเลยครับ

ตรงมาอีกนิดก็จะเจอกับตัวสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งการก่อสร้างถือว่าใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว น่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในอนาคตอันใกล้นี้แล้วล่ะครับ

ทางขึ้นลงรถไฟฟ้า จะอยู่ห่างโครงการประมาณ 80 เมตร

เลยจากตัวสถานีรถไฟฟ้ามาอีกเดียวก็จะเจอสำนักงานขายของโครงการ ซึ่งจะตั้งอยู่หน้าสถานที่ก่อสร้างโครงการเลยครับ

บริเวณใกล้ๆ โครงการอาจจะมีร้านอาหารตามสั่งอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยมากๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพวกอู่ซ้อมรถ หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์มากกว่า

แต่ถ้าเดินเลยมาอีกหน่อยถึงบิ๊กซี ที่อยู่ใกล้ๆ กับแยกวงศ์สว่างก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

วิเคราะห์ตัวโครงการ

ตัวโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ฝั่งขาออก ใกล้กับแยกวงศ์สว่าง ซึ่งมีห้าง Big C เป็น แหล่งช๊อปปิ้งสำคัญขนาดที่ถ้าพูดถึงแยกนี้ก็ต้องนึกถึงภาพห้าง Big C ตามมาด้วย ห่างออกไปทางแยกประชานุกูลก็มีโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น เป็นอีกหนึ่งจุดสังเกต รวมถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทางฝั่งสะพานพระราม 7 ก็เป็นสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ ในรัศมีรอบๆ ระยะ 2 กิโลเมตรนับว่ามี Landmark ใหญ่ๆ รายล้อมอยู่ครบเลยทีเดียว สภาพแวดล้อมรอบโครงการเป็นอาคารพาณิชย์เสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยเดิม แต่ปัจจุบัน ร้านค้า บ้านเรือนหลายหลังปิดกิจการและย้ายออกไปแล้ว ทำให้บรรยากาศแถบนี้เงียบเหงาไปหน่อย ร้านรวงที่เหลืออยู่น้อยก็พลอยทำให้เรามีข้อจำกัดเรื่องปากท้องและความสะดวกสบายน้อยลงด้วย เท่าที่เดินสำรวจคร่าวๆ ก็เห็นจะมีแค่ ร้านอาหารตามสั่งเพียงร้านเดียวที่อยู่ถัดจากโครงการไปไม่ไกล และ 7-11 ที่อยู่ในปั๊มน้ำมันฝั่งตรงข้ามเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็คงต้องเดินเลยไปถึง Big C ที่แยกวงศ์สว่างนู่นแหละครับ ถึงจะจับจ่ายซื้อหาของจำเป็นได้สะดวกหน่อย แต่ระยะทางที่ต้องเดินอย่างน้อยก็ 400-500 เมตรนะครับ ไปกลับก็ได้เหงื่อกันหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปแถวๆ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือหน้ากระทรวงสาธารณสุขนู่นเลยครับ อาหารการกินถึงจะอุดมสมบูรณ์หน่อย

มาดูรายละเอียดในโครงการกันบ้างดีกว่า Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง เป็นหนึ่งในโครงการที่ทางบริษัท AP ร่วมมือพัฒนากับ Mitsubishi Estate Group แนวคิดการออกแบบจึงมีความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานอยู่ด้วย ทั้งเรื่องขนาดห้องที่ค่อนข้างกระทัดรัด และการตกแต่งบรรยากาศในโครงการ Aspire เป็นคอนโด High Rise สูง 27 ชั้น เป็นอาคารเดี่ยวรูปตัว L ตามลักษณะของที่ดินโครงการ ในระยะใกล้ๆ ยังไม่มีตึกสูงมากนัก จะเห็นก็แค่ตึกของโครงการ Parkland ที่อยู่ตรงแยกวงศ์สว่างเท่านั้น ที่เหลือยังเป็นบ้านเดี่ยว และอาคารพาณิชย์เกือบทั้งหมด เรื่องวิวมุมกว้างจากโครงการจึงได้ไปเต็มๆ แบบไม่ต้องกลัวใครบัง ส่วนที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป นั่นหมายความว่าชั้น 1-4 จะเป็นพื้นที่ของล็อบบี้ ร้านค้าซึ่งมี 2 ร้าน และที่จอดรถซึ่งนับรวมจอดซ้อนคันแล้วคิดเป็น 40% จากจำนวนห้องทั้งหมดตามมาตรฐานทั่วไปของคอนโดในปัจจุบัน ในขณะที่ Facilities ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 5 เช่น สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 9×30 เมตร และห้องออกกำลังกาย ส่วนสวนหย่อมจะมีที่ชั้น 1 และเพิ่มสวนลอยฟ้าที่ชั้น 27 ไว้ให้อีกด้วย

โดยภาพรวมแล้วทางโครงการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกในส่วนกลางไว้ให้ครบครันดีนะครับ แต่ต้องไม่ลืมพิจารณาเรื่องความหนาแน่นในการใช้งานด้วย เพราะทั้งโครงการมียูนิตรวมมากถึง 1,232 ยูนิต สระว่ายน้ำขนาด 9×30 เมตรและห้องออกกำลังกายอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง รวมถึงเรื่องลิฟท์โดยสารซึ่งทางโครงการจัดไว้ให้มากถึง 6 ตัว แบ่งเป็น 4 ตัวในโซนทางทิศเหนือ และอีก 2+1 (ลิฟท์ขนของ) ในโซนทิศใต้ แต่ยังไงก็ยังมีอัตราส่วนการใช้งานอยู่ที่ 205:1 อยู่ดี ทำให้เราพอจะคาดเดาได้ว่า ลูกบ้านต้องรอลิฟท์กันนานหน่อยในช่วงเวลาเร่งด่วนนะครับ ซึ่งเรื่องพวกนี้กับคอนโด High Rise มักเลี่ยงกันได้ยากอยู่แล้ว เพราะเพื่อนร่วมตึกเราเยอะครับ

โครงการ Aspire เป็นคอนโด High Rise สูง 27 ชั้น เป็นอาคารเดี่ยวรูปตัว L ตามลักษณะของที่ดินโครงการ

ที่ชั้น G จะเป็นที่จอดรถ ซึ่งที่จอดรถจะใช้ตั้งแต่ชั้น G-4 รวมแล้วจอดได้ทั้งหมดประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน และมี Lobby ทั้งแบบ Indoor และ outdoor นอกจากนั้นยังมีร้านค้าของโครงการอีก 2 ร้าน

Indoor Lobby

Outdoor Lobby

เลื่อนขึ้นมาที่ชั้น 5 เริ่มกันที่ฝั่ง N ก่อนนะครับ Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 5 ฝั่ง N ทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนส

หน้าตาของสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 9×30 เมตร ลึก 1.30 เมตร ที่จะอยู่บนชั้น 5

ส่วนฝั่ง S ก็จะเป็นห้องพักอาศัยจำนวน 22 ยูนิต

ตั้งแต่ชั้น 6-26 ทั้ง 2 ฝั่ง จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด

พาชมห้องตัวอย่าง

ที่ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง มีแบบห้องให้เลือกไม่มากครับ คือ ห้อง Type A แบบ Studio ขนาด 22.5 ตร.ม.  Type B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตร.ม. และ Type C แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตร.ม. ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ ห้องแบบไหนตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงใจก็เลือกห้องแบบนั้นไปเลย แต่ที่สำนักงานขายจะมีห้องตัวอย่าง  Type B  ให้ชมแค่แบบเดียวนะครับ ดูจากแบบแปลนแล้ว ห้อง Type A และ Type B มี Lay out ไม่ต่างกันมากนัก แค่ประตูบานเลื่อนกันห้องนอนเท่านั้นที่มีเพิ่มเข้ามาในห้อง Type B เนื่องจากขนาดห้องที่กว้างขึ้นนั่นเอง ส่วนตำแหน่งห้องครัว ห้องน้ำ ประตู หน้าต่างก็เหมือนกันเป๊ะ จะมีก็แต่ห้องแบบ 2 ห้องนอนที่ต้องจินตนาการภาพจริงเอาเองนะครับ มาดูห้องตัวอย่างกันดีกว่า

เปิดห้อง Type B : 1 Bedroom เข้ามาก็เจอส่วนนั่งเล่นอยู่หน้าประตูกันเลย ถัดเข้าไปหน่อยก็เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเข้าห้องนอน ตรงข้ามกับชุดโซฟาด้านหลังชั้นวางทีวีเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ห้องน้ำแบบสำเร็จรูปเป็นโพลีเมอร์หล่อขึ้นรูปมาแล้วทั้งชิ้น ทำให้ติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำไม่ได้ ที่จะทำได้ก็แค่ติดม่านพลาสติกป้องกันน้ำกระเซ็นเวลาอาบน้ำ ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป ทางโครงการเลือกใช้ของ Mogen  ตัวห้องน้ำนี่ให้บรรยากาศเป็นญี่ปุ่นมากๆ ทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เลือกใช้แบบเรียบๆ และผนังห้องน้ำด้านหนึ่งก็เป็นลามิเนตลายไม้ จึงให้ความรู้สึกต่างจากห้องน้ำในโครงการทั่วๆ ไปอย่างชัดเจน ส่วนสุดท้ายของห้องก็คือห้องครัว ซึ่งอยู่ด้านในสุดติดกับระเบียงเล็กๆ ห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อนเป็นครัวปิด ช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนในห้องได้ดี ขนาดพื้นที่ของห้องครัวไม่เล็กไม่ใหญ่พอใช้งานได้สะดวก เคาน์เตอร์ครัวมีมาพร้อมตามแบบในห้องตัวอย่างเลยทั้งซิงค์ล้างจาน และชั้นเก็บของ ส่วนพื้นที่ระเบียงด้านนอกหลังจากวางเครื่องซักผ้าไปแล้วก็เหลือพื้นที่ตากผ้าอีกนิดหน่อยเท่านั้น

โดยรวมๆ แล้วการออกแบบห้องเป็นไปตามมาตรฐานของห้องพื้นที่ขนาดนี้นะครับ การตกแต่งด้วยบานกระจกเพิ่มเติมอาจจะช่วยให้รู้สึกว่าห้องกว้างขึ้นได้ แต่ห้องจริงที่ทางโครงการขายให้จะเป็นผนังขาวเรียบๆ เท่านั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมาพร้อมห้องก็เป็นของ SB Furniture แต่หน้าตาอาจจะไม่ตรงตามแบบในห้องตัวอย่าง เช่นเดียวกันกับฝ้าเพดานห้อง ที่ของจริงไม่ได้ดรอปฝ้าลงมาตามที่เราเห็นในห้องตัวอย่างนะครับ ยังไงก็ลองสอบถามกับพนักงานขายให้ละเอียดไว้ก่อนจะดีกว่าว่าเฟอร์นิเจอร์ที่จะให้หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง

Type B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตารางเมตร

ห้องตัวอย่างที่ทางโครงการมีให้ชมจะเป็นType B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตารางเมตรนะครับ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอกับเจอนั่งเล่นก่อนนะครับ ถัดไปจะเป็นห้องนอนที่มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้

ส่วนของห้องนั่งเล่น มองจากมุมด้านในออกมายังประตูห้อง

ด้านข้างโซฟาจะมีโต๊ะทานอาหาร สำหรับ 3 คน

Sideboard วางทีวี มีระยะห่างจากโซฟาประมาณ 2 เมตร จะสังเกตว่า Sideboard มีขนาดเล็กซึ่งหากใช้ทีวีแบบแขวน จะเหมาะกว่า

ส่วนของห้องนอนจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น

ห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ครับ โดยจะมีพื้นข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้

ด้านปลายเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง

จุดวางแอร์จะอยู่ในห้องนอน ด้านปลายเตียงเหนือโต๊ะเครื่องแป้ง แอร์ที่ได้จะเป็นของ Samsung นะครับ ซึ่งห้อง Studio และ 1 ห้องนอน จะได้แอร์ 1 ตัว ส่วนแบบ 2 ห้องนอนจะได้แอร์ 3 ตัว

ต่อมาเป็นห้องครัว ระหว่างห้องครัวกับห้อง

ครัวที่ได้จะเป็นประมาณนี้นะครับ จะมีแค่ซิ้งค์ล้างจานและส่วนของเค้าเตอร์เตรียมอาหาร ไม่มีเตาไฟฟ้าและ hood ดูดควัน

ด้านล่างจะมีช่องให้ใส่ไมโครเวฟ และชั้นเก็บของ

ซิ้งค์ล้างจานแบบฝังของ Hafele

ส่วนของระเบียงจะอยู่ต่อจากครัว ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนเช่นกันครับ

ด้านนอกระเบียงจะมีที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า

คอมแอร์จะอยู่ด้านบนเป่าลมออกด้านนอก

และสุดท้ายคือห้องน้ำนะครับ ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือก่อนเข้าห้องครัว ห้องน้ำของที่นี่จะเป็นแบบสำเร็จรูปอย่างที่เกร่นไว้ในตอนแรก สุขภัณฑ์ทั้งหมดจะใช้ของ Mogen ครับ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม

โถสุขภัณฑ์แบบถังพักน้ำซ่อนผนัง

ส่วนอาบน้ำจะมี Curb กันน้ำ พื้นผิวของส่วนอาบน้ำจะเป็นปุ่มๆ เพื่อกันลื่น แต่จะไม่มีฉากกั้นมาให้นะครับ จะต้องติดตั้งเพิ่มเอง

Type A แบบ Studio ขนาด 22.5 ตารางเมตร

Type C แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตารางเมตร

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

โครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง เป็นโครงการในเครือ AP ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่ความน่าเชื่อถือสูงในวงการ การออกแบบตัวโครงการและแบบห้องก็เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งทางโครงการเน้นสัดส่วนห้องขนาดเล็กไว้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ห้องที่อยู่ในทำเลติดกับสถานีรถไฟฟ้าขนาดนี้อยู่ในเกณฑ์ราคาที่จับต้องได้ง่ายมากขึ้นสำหรับคนที่มีงบค่อนข้างจำกัด แต่ก็ต้องแลกกับการที่จะต้องใช้ชีวิตในห้องขนาดเล็ก รวมถึงจำนวนเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างหนาแน่นในระดับพันต้นๆ การใช้สอยพื้นที่ส่วนกลางก็ต้องเอื้อเฟื้อกันหน่อย ภายในโครงการมีการจัดสรรร้านค้าและสิ่งอำนวนความสะดวกต่างๆ ไว้ครบครัน แต่ในขณะที่รอบๆ โครงการกลับขาดความอุดมสมบูรณ์ ร้านค้า ร้านอาหารที่อยู่ในระยะเดินใกล้ๆ แทบไม่มีให้เลือกเลย อาคารพาณิชย์รอบๆ ก็ปิดร้างไปหลายหลัง และยังไม่รู้ว่าถ้ารถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว บรรยากาศแถวนี้จะคึกคักมากขึ้นมั้ยนะครับ ต้องลุ้นกันไป

แต่โชคดีที่ทำเลของโครงการอยู่ใกล้ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแค่ 50 เมตร การเดินทางเข้าออกเมืองจึงสะดวกมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำอยู่แล้ว หรือมีที่ทำงานที่สามารถใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้ง่ายๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ทางโครงการก็ขายห้องมาให้แบบ Fully Furnished ซึ่งต่างจากปกติของ  Aspire ที่มักขายแบบห้องเปล่าๆ ราคาเปิดตัวมาจึงค่อนข้างน่าสนใจมาก แต่ในขณะเดียวกัน การซื้อหาเพื่อการลงทุนกลับสวนทาง และมีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มทุน รวมถึงทำเลที่ตั้งก็ยังมีโอกาสเกิด Upside Gain ค่อนข้างยาก รอบๆ ในรัศมีใกล้เคียงก็ไม่มีแหล่งธุรกิจใหญ่ๆ การหากลุ่มคนเช่าห้องค่อนข้างจำกัดอยู่แค่กลุ่มคนทำงานในกระทรวงสาธารณะสุข โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ หรือนักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ส่วนกลุ่มคนเช่าที่อยู่ไกลออกไปก็คงหาได้ยากมากขึ้น ห้องของ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง จึงค่อนข้างเหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้ที่อยู่อาศัยติดกับสถานีรถไฟฟ้าและไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ในห้องเล็กๆ เท่าไหร่ หรือคนที่ต้องทำงานและใช้ชีวิตในย่านนี้จริงๆ

We Recommend
บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

Atelier Residence บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก Aland Development ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยการนำแนวคิด Oval Design ดีไซน์เพื่อความเป็นส่วนตัวที่สุด ไม่ถูกรบกวนจากภายนอกในแบบฉบับ Private Residence เพียง 8 ยูนิต แต่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกในซ.สหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์   ตัวบ้านสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีทั้งสวนหย่อม สระว่ายน้ำส่วนตัวยาว 20 เมตร ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้ดูโล่งสบาย แฝงกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของบ้าน เช่น ดินเผาสีเทาที่นำมาเป็นอิฐคุณภาพสูงทุกก้อน คอร์คยาร์คนำต้นไม้มงคล ซึ่งไม่ทำให้บ้านเสียหายในอนาคตมาวางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน   ชื่อโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเด้นซ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ 588 ซ.สหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ 7-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 5 ห้องนอน มีลิฟต์ส่วนตัว จำนวนหลัง 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 182 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,150 ตร.ม. แบบบ้าน Type A Zen style Type B Roman style ที่จอดรถ 6 คัน ราคาเริ่มต้น 138 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ มีความเป็นส่วนตัวสูงทั้งจำนวนยูนิต และการดีไซน์ตัวบ้านที่ไม่เหมือนใคร ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม ทำเลใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย และทางด่วนฉลองรัช จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง CrystalPark, CentralFestival Eastville, Central Plaza Grand Rama 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช   ภาพ exterior   ภาพ Interior  

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคำว่าคอนโดมิเนียม โดยนำเอาทำเลรอบๆ ที่มีความเป็นเมือง metropolitan กับธรรมชาติ suburban มาผสมผสานอัตลักษณ์ของ 2 บริบทนี้เข้าด้วยกัน   รอบโครงการได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆของอาคารตั้งแต่ทางเข้าของโครงการจนไปถึงชั้นต่างๆ ของตึกจนถึงบริเวณสูงสุดของอาคาร โดยลักษณะพื้นที่ในสวนในรูปแบบของ pattern ที่เป็นเส้นตรง มีการสลับกันระหว่างพื้นที่สีเขียว ทางเดิน และน้ำ ในส่วนของ facilities หลักของโครงการชั้น 30 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Wellness pool ที่ยาวกว่า 28 เมตร เป็นตัวเชื่อมวิวระหว่างฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหาเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนชั้น 38 และ Rooftop ถูกออกแบบอย่างมี Character และกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดให้มาใช้งาน อาทิ พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยมีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการทำสวนและปลูกผัก ส่งไปถึงการออกกำลังกายบนชั้น Rooftop ใช้สีสันฉูดฉาดชวน Active บนวิวเมืองสวยๆ และยังมีที่นั่งที่เป็น Net Hammock ดูยื่นออกไปนอกอาคารอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองวิวได้อย่างครบ 360 องศา   ภายในสร้างบรรยากาศการตกแต่งแบบร่วมสมัย คือ MODERN แต่ก็ผสมผสาน ART CULTURE แบบ RETRO ในรูปแบบ MODERN RETRO ที่สะท้อนการใช้งานศิลปะเข้ามาผสมผสานในทุกๆพื้นที่ ในส่วนของห้องพักมีความโล่งกว้างสามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงทั้งส่วนบุคคลหรืออยู่เป็นครอบครัว มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ถ่ายเทของอากาศได้ดี จากการออกแบบแปลนของอาคารทำให้ทุกห้องได้รับวิวทัศนียภาพที่สวยงามของสถานที่โดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิวเมืองหรือวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า และมีการประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบให้มีครีบที่ช่วยกันแดดแนวตั้งที่สามารถช่วยลดความร้อนและแสงที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ในบางส่วน โดยที่ไม่บดบังทัศนียภาพนอกอาคาร ชื่อโครงการ THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มหาชน ที่ตั้งโครงการ ถ.จันทน์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-2-60 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น  37 ชั้น จำนวนยูนิต 270 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 32.66 – 47.21 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 37.21 ตร.ม. 2 BEDROOM 58.96 – 90.32 ตร.ม. 2 BEDROOM  PLUS 88.14 – 88.17 ตร.ม.  3 BEDROOM 93.44 – 110.74 ตร.ม. PENTHOUSE 134.88- 188.76 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Auto Parking 270 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2565 ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีช่องนนทรี  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง Makro, Market Place นางลิ้นจี่, Central rama 3, The Up rama 3, Silom Complex,สวนลุมพินี, โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม THE ISSARA SATHORN ภาพ Facilities   ภาพ Interior

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

Ideo Chula-Samyan คอนโดที่ "คิดเพื่อชีวิตจุฬา" แค่ชื่อคอนเซปก็บ่งบอกคาแรคเตอร์ของโครงการนี้ได้ดี เพราะการออกแบบทุกพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ชาวจุฬา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่รู้จบตลอด 24 ชม. อาทิ Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop พร้อมฟรี Wifi 3x Facilities บน 3 ชั้นสูงสุดของอาคาร ท่ามกลางธรรมชาติให้ได้พักผ่อนไปกับวิวกลางเมือง   ชื่อโครงการ Ideo Chula-Samyan (ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน)  เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.วิภาวดี 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10210  พื้นที่โครงการ  3-1-45.5 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น อาคาร A สูง 34 ชั้น อาคาร B สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิต 773 ยูนิต  ขนาดห้อง  STUDIO 26-30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.5-41.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 45-48 ตร.ม. 2 BEDROOM  52-70.5 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 385 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ 400 เมตร จาก MRT สถานีสามย่าน อยู่กลางเมืองที่มีความสะดวกสบายรอบด้าน และ 3x Facilities ชั้นบนสุดของอาคารเต็มพื้นที่ 3 ชั้น เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมฟรี Wifi ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ สถานที่ใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สามย่านมิตรทาวน์, Siam Paragon, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, MBK Center, Silom Square, สวนลุมพินี, Chamchuri Square, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล BNH   3x Facilities     ด้านใน Facilities   Ideo Chula-Samyan เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. 62 Free iPhone 11 Pro Max* ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท      

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง