การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


คอนโด Plum Condo Extra พระราม 2 (รีวิวคอนโด)

Plum Condo Extra พระราม 2 (รีวิวคอนโด)

Plum Condo Extra Rama 2 คอนโดราคาหยิบจับง่ายในเครือพฤกษาที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มักจะเลือกทำเลในแถบชานเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตัวโครงการนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพ บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าลงใต้ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับกลางที่อยากได้คอนโดในราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อมมากนัก รอบๆ โครงการและหน้าตาห้องจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project0017

การเดินทาง

การเดินทางในครั้งนี้เราใช้เส้นทางด่วนเฉลิมมหานคร ข้ามสะพานพระราม 9 หรือสะพานแขวนมาลงที่พระราม 2 กันเลยครับ ง่ายและสะดวกดีครับเส้นทางนี้ พอลงจากทางด่วนมาแล้ว เจอทางออกแรกก็วิ่งตามเส้นคู่ขนานมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็ถึงตัวโครงการแล้ว จุดสังเกตุง่ายๆ ก็คือ โครงการ Plum Condo Extra Rama 2 จะถึงก่อนโรงพยาบาลบางมดเล็กน้อยครับ

แต่ถ้าไม่อยากขึ้นทางด่วนก็สามารถใช้เส้นทางดาวคะนอง โดยข้ามสะพานพระราม 3 หรือสะพานกรุงเทพ 2 แล้วลงที่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินไปดาวคะนอง และมาเลี้ยวเข้าถนนพระราม 2 อีกครั้งก็ได้เช่นกัน แต่การเดินทางบนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินในช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกเลย เพราะมีการขุดเจาะทำอุโมงค์ลอดตรงสี่แยกมไหสวรรค์ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้เส้นทางนี้เลยครับ การจราจรติดขัดมากเกือบตลอดเวลา เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นจะดีกว่า

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราจะขอเริ่มจากบนทางด่วนศรีรัช มุ่งหน้าดาวคะนองนะครับ ตามป้ายไปเรื่อยๆ เลยครับ

เบี่ยงออกทางขวาตามป้าย เพื่อไปขึ้นสะพานพระราม 9

ขึ้นสะพานพระราม 9 มาแล้วจะเห็นธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ทางขวามือ

เมื่อลงสะพานมาแล้วเราตรงต่อไปอีกนะครับ ทางซ้ายจะไปออกถนนสุขสวัสดิ์

ถึงตรงนี้เราจะไม่ตามป้ายดาวคะนองแล้วนะครับ เราต้องไปทางสมุทรสาคร

ชิดขวาเพื่อไปทางสมุทรสาคร ตามป้ายเลยครับ

เมื่อแยกออกมาทางสมุทรสาคร เพื่อไปลงที่ถนนพระราม 2 จะเห็นโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล อยู่ด้านขวามือ

เมื่อลงมาที่ถนนพระราม 2 แล้ว ให้ชิดซ้ายไว้เลยนะครับ เราจะออกที่ทางออกแรกเลย

เมื่อออกจากทางคู่ขนานมาแล้วก็ใกล้ถึงแล้วล่ะครับ

จุดสังเกตของโครงการคือท่อผ้าเป่าลมสีชมพูนี่แหละครับ เจอแล้วก็เลี้ยวเข้าไปเลยครับ

ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเฟส 1 ให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วนะครับ

ส่วนพื้นที่ว่างข้างๆ ก็จะใช้ในการก่อสร้างเฟส 2 ต่อไปในอนาคต

หน้าตาของสำนักงานขายโครงการ

บรรยากาศภายใน

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอื่นๆ ก็มีทั้งรถเมล์ รถตู้ หรือถ้าจะไปไหนในระยะใกล้ๆ ก็มีพี่วินมอเตอร์ไซค์ กับรถสองแถวให้ใช้บริการได้ แต่ถ้าเอาสะดวกหน่อยก็เรียกแท็กซี่เลยครับ เรียกง่ายเพราะหน้าโครงการติดถนนใหญ่ ส่วนรถไฟฟ้านี่คงต้องรอกันอีกนานเลย แถมที่ตั้งโครงการก็ไม่ได้อยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าด้วย เอาเป็นว่าแค่ลองคิดๆ เผื่อไว้สำหรับอนาคต รอให้รถไฟฟ้า  MRT สายสีม่วงสร้างเสร็จ สถานีที่ใกล้ที่สุดก็น่าจะเป็นสถานีดาวคะนอง ซึ่งก็น่าจะพอช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้าออกเมืองไปได้บ้าง

วิเคราะห์รอบโครงการ

เรามาดูทำเลบริเวณรอบๆ โครงการกันบ้าง โครงการ Plum Condo Extra Rama 2 ตั้งอยู่ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 หน้าโครงการตรงกับเกือกม้ากลับรถพอดีเลย ข้างๆ โครงการเป็นปั๊มน้ำมันปตท. ซึ่งใหญ่พอสมควรเลย เพราะมีทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารอีกนิดหน่อย ถัดไปก่อนจะถึงโรงพยาบาลบางมด มีลานกว้าง และทางเลี้ยวเข้าพระราม 2 ซอย 43 บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุมชนด้านในซอยเป็นหมู่บ้านสินทวี ตรงปากซอยจึงมีทั้งคิวรถสองแถว วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นจุดจอดรถตู้ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านขนม ตลาดสด รถเข็น แผงลอย ก็เปิดขายกันเกือบตลอดวัน บริเวณนี้จึงคึกคักมากเป็นพิเศษ แวะมาหาของกิน ซื้อกับข้าวกลับเข้าบ้านได้ครับ นอกจากนี้ในซอยก็มีร้านขายยา ร้านทำผม คลินิกทำฟัน ร้านซักรีด ร้านแว่น ร้านขายของชำ และร้านอื่นๆ อีกเต็มไปหมด พอถัดจากซอยนี้ไปเราก็จะเจอทางเข้าโรงพยาบาลบางมด ศูนย์สุขภาพและความงาม My Care, Health Land, โชว์รูมรถ, ปั๊มน้ำมันบางจาก ไปจนถึง Big C พระราม 2 ก็จะเจอเกือกม้ากลับรถอีกอัน ซึ่งเชื่อมเข้าห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ได้เลย หรือจะกลับรถวิ่งเข้าเมืองก็ต้องใช้สะพานกลับรถอันนี้แหละครับ ซึ่งห้างหลักๆ ที่อยู่ใกล้กับโครงการก็จะมี Big C และเซ็นทรัลนี่แหละ ที่เป็นเหมือนแหล่งช็อปปิ้งหลักของผู้คนในย่านนี้ แต่ถ้าขับรถเลยจากบริเวณนี้ไปอีก ก็จะมี Tesco Lotus และตลาดสดขนาดใหญ่อีกแห่ง ใกล้กับทางแยกใหญ่ที่ตัดไปออกถนนกาญจนาภิเษก และทางด่วนวงแหวนอุตสาหกรรม เชื่อมไปบางนาได้อีกทาง

ปั๊ม ปตท. ที่อยู่ข้างๆ โครงการ

พระราม 2 ซอย 43 บริเวณปากซอยมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอาหาร

ถัดจากซอยไปอีกหน่อยจะมีทางเข้าโรงพยาบาลบางมด

ต่อด้วย Health Land

ส่วนบริเวณรอบๆ ตัวโครงการ Plum Condo Extra Rama 2 ส่วนใหญ่ยังเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบสูง 1-2 ชั้นครับ จะมีอาคารพาณิชย์บ้างตรงโซนด้านหน้าติดถนนใหญ่ แต่ก็สูงไม่เกิน 4-5 ชั้น เรื่องปัญหาการบังวิวจึงมีผลกระทบน้อยมาก ยิ่งในเฟสแรกที่เปิดขายอยู่ลึกเข้ามาด้านในทางฝั่งขวาของพื้นที่ทั้งหมด จึงเรียกว่าไม่โดนตึกแถวด้านหน้าบังวิวเลยด้วยซ้ำ สำหรับโครงการ Low Rise แบบนี้ เลือกซักชั้น 3 ขึ้นไปก็พ้นวิวหลังคาบ้านละครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project001

Master Plan แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของโครงการในเฟสแรก ซึ่งจะใช้ทางเข้าร่วมกับเฟสอื่นๆ และ Commercial ด้านหน้า ถนนทางเข้าจะเป็นถนน 2 เลน ผ่าน 3 วงเวียน ก่อนจะถึงทางเข้าตัวโครงการ

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project002

สำหรับเฟสแรกที่กำลังเปิดขายกันอยู่นี้ ประกอบด้วยอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้นทั้งหมด 3 อาคาร ซึ่งจะมีคลองเล็กๆ กั้นที่ดินตรงนี้ออกจากที่ดินผืนใหญ่ของโครงการอีกที ทำให้โครงการในเฟสแรกดูเป็นสัดส่วนแยกออกมาอย่างชัดเจน ลักษณะที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งเป็นแนวยาวลึกเข้ามาด้านในตามทิศเหนือใต้ ดังนั้นห้องพักในตัวอาคารจึงเรียงตัวเผชิญหน้ากับแดดจากทิศตะวันออกและตะวันตกเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ห้องชั้นล่างๆ ของอาคาร A และ B ที่หันหน้าเข้าหากันอาจจะพ้นระยะแดดบ้างจากที่ได้ตึกตรงข้ามบังให้ แต่ก็ไม่น่าจะมากเท่าไหร่

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project003

ในส่วนของห้องพักจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปนะครับ ยกเว้นอาคาร C ที่มีห้องพักตั้งแต่ชั้น 1 เลย และ Facility ส่วนกลางทั้งหมดก็จะอยู่ตรงคอร์ทกลางระหว่างอาคาร แต่แยกเป็น 2 โซน โซนแรกอยู่ระหว่างอาคาร A และ B จะมีสระว่ายน้ำขนาด 6×20 เมตร ล้อมรอบไปด้วยสวนหย่อมเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดทอนการมองเห็นจากลานจอดรถ และยังมีสนามเด็กเล่นอยู่ในโซนนี้ด้วย ในขณะที่โซนหน้าอาคาร C จะเป็นห้องออกกำลังกาย และมีพื้นที่สวนไว้ให้พักผ่อนอีกนิดหน่อย การแยกพื้นที่ส่วนกลางออกเป็น 2 โซนแบบนี้ อาจจะไม่ค่อยสะดวกสำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกาย แล้วไปว่ายน้ำต่อ เพราะต้องเดินข้ามโซนไป เช่นเดียวกันกับลูกบ้านในอาคาร C ก็จะอยู่ห่างจากสระว่ายน้ำมากหน่อย และลูกบ้านในอาคาร A และ B ที่ต้องเดินไกลอีกนิดถ้าจะมาออกกำลังกายที่ห้อง Fitness แต่โดยภาพรวมแล้ว ทางโครงการก็จัดพื้นที่ส่วนกลางให้มากขึ้นพอสมควรเลยนะครับ เพราะมีคำว่า Extra ต่อท้ายนี่แหละครับ เห็นว่ามีเพิ่มพื้นที่สวนและเส้นทางจักรยานให้ในโครงการด้วยนะครับ จะใช้งานได้จริงแค่ไหน ต้องรอดูตอนสร้างเสร็จอีกที

เรื่องพื้นที่จอดรถ ในบริเวณเฟสแรกจะใช้พื้นที่ใต้อาคาร และพื้นที่กลางแจ้งเป็นที่จอดรถนะครับ ซึ่งสามารถรองรับจำนวนรถแบบนับรวมจอดซ้อนคันแล้วได้ถึง 40% ถือว่าไม่มากไม่น้อยสำหรับโครงการในระดับนี้ และจากที่เห็นในโมเดลยังมีพื้นที่จอดรถจักรยานตามอาคารด้วย แต่ไม่รู้ว่าของจริงจะจอดกันแบบไหน และเหมาะที่เราจะเอาจักรยานมาจอดไว้กลางแจ้งแบบในโมเดลรึเปล่าครับ

ภาพจากโมเดลโครงการ แสดงให้เห็น Facility ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 2 ฝั่ง

ภาพจำลองสระว่ายน้ำขนาด 6×20 เมตร อยู่ระหว่างอาคาร A กับ B

ภาพจากโมเดลจำลองฟิตเนสที่ตั้งอยู่หน้าอาคาร C

ทางเข้า-ออก โครงการ

พาชมห้องตัวอย่าง

สำหรับห้องของโครงการ Plum Condo Extra Rama 2 ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom-s และห้อง 1 Bedroom นะครับ ส่วนห้องแบบ 2 Bedroom ก็มีบ้างแต่ไม่มากนัก และเป็นห้องมุมอาคารซะทั้งหมด เรามาดูห้องตัวอย่างของทางโครงการกันดีกว่าครับ

เริ่มด้วยห้องแบบ 1 Bedroom-s ขนาด 22.87 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นที่เล็กกระทัดรัด แต่จัด Layout ห้องได้ค่อนข้างลงตัวเหมือนกัน พื้นที่ห้องนอน ที่นั่งเล่น หรือโต๊ะทำงาน ใช้พื้นที่ในโซนเดียวกันหมดเลย ในขณะที่ห้องน้ำและห้องครัวแยกออกไปที่ด้านของห้อง ถ้ากั้นประตูกระจกเพิ่มอีกหน่อยตรงทางเข้าห้องครัวก็จะได้เป็นครัวปิด สามารถทำอาหารกันได้จริงจังหน่อย เพราะไม่ต้องกลัวกลิ่นรบกวนในห้องนอน และสามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ ซึ่งอันนี้เป็นไอเดียนะครับ เพราะทางโครงการไม่ได้ติดประตูกั้นห้องครัวมาให้ โดยรวมแล้วถ้าไม่ได้มีข้าวของมากมาย ห้องแบบนี้ก็อยู่คนเดียวได้แบบหลวมๆ เลยครับ

แบบห้อง 1 Bedroom-s ขนาด 22.87 ตารางเมตร

เมื่อเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วนของ Living Area ก่อนเลยครับ

พื้นที่ในส่วน Living Area จะดูกระทัดรัดสักหน่อยนะครับ ในห้องตัวอย่างใช้ทีวีแบบแขวนผนังทำให้ดูพื้นที่ดูโล่งขึ้นมาหน่อย

จุดที่วางโซฟา ถ้าวางโซฟา 2 ที่นั่งแบบในห้องตัวอย่างก็จะมีพื้นที่ข้างๆ เหลือให้วางโต๊ะข้างหรือโต๊ะทำงานได้อีกหน่อย หรือเอาไม่โต๊ะทำงาน แต่จะวางโซฟา 3 ที่นั่งก็ได้เหมือนกันครับ

ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีถือว่าโอเคเลยครับ ไม่ได้ใกล้มาจนเกินไป

คราวนี้เราเข้าไปดูห้องนอนที่อยู่ด้านในกันต่อ

ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ในห้องตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุต อย่างที่เห็นนะครับ พื้นที่รอบๆ เตียงจะเหลืออยู่นิดหน่อย

หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบาน Fix บานใหญ่ และมีบานเปิดอยู่ด้านขวามือ 1 บาน

ด้านปลายเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้า และมีพื้นที่ว่างข้างๆ สามารถวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ครับ

มาดูกันต่อที่ห้องครัวเลยครับ

เคาน์เตอร์ครัวจะได้ขนาดเล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับใช้ในการเตรียมอาหาร

ชั้นลอยด้านบนจะเป็นจุดที่วางไมโครเวฟ

อีกด้านจะเป็นโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ทาน

ระเบียงจะอยู่ต่อจากครัวนะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ขนาดความกว้างของระเบียงประมาณ 1.1 เมตร

จุดที่วางเครื่องซักผ้า วางงานระบบมาให้พร้อม

มองย้อนจากระเบียงผ่านครัวเข้ามา จะเป็นห้องน้ำ

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ โดยสุขภัณฑ์ที่ใช้ทั้งหมดจะเป็นของ Mogen

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม

มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว

โถสุขภัณฑ์จะใช้ถังพักน้ำแบบฝังผนัง ทำให้มีพื้นที่วางของเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

ส่วน Shower Box ขนาดก็เกือบๆ จะพอดีตัวเลยนะครับ ค่อนข้างเล็กอยู่สักหน่อย ฉากกั้น Shower Box ที่เห็นทางโครงการไม่ได้แถมมาให้ด้วยนะครับ

ห้องต่อไปเป็นห้องแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมาอีกหน่อยที่ 28.78 ตร.ม. ลักษณะห้องนี้จะลึกกว่าห้องแบบ 1 Bedroom-s นิดหน่อย และมีการกั้นพื้นที่ใช้สอยให้แยกออกจากกันชัดเจนขึ้น ทั้งในส่วนของห้องนอนที่มีประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และ Living Area ก็กว้างพอที่วางโต๊ะกินข้าวเพิ่มได้ หรือจะตกแต่งให้เป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นไปเต็มๆ เลยก็ได้ ส่วนพื้นที่ครัวและห้องน้ำก็แยกไว้อีกด้านคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้า แต่มีประตูเลื่อนมาให้เลยดูเป็นสัดส่วนมากกว่า

แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28.78 ตารางเมตร จะเห็นว่าในแปลนห้องจะมีโต๊ะทานอาหารวางอยู่หน้าห้องนอน แต่ในห้องตัวอย่างไม่มีนะครับ

ห้องนี้ตกแต่งด้วยโทนสีหวานๆ เหมาะกับคุณผู้หญิงที่สุดเลยครับ เข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับส่วน Living Area ก่อนเลยครับ คล้ายๆ กับห้อง 1 Bedroom-s

ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาถือว่าห่างทีเดียวครับ วางทีวีจอใหญ่ๆ ได้สบายๆ

จุดที่วางโซฟามีพื้นที่เยอะพอสมควร นอกจากโซฟาแล้ว สามารถวางชั้นหรือตู้โชว์ได้เลย

เดี๋ยวเราข้ามจาก Living Area ไปดูในห้องนอนกันต่อ

ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

ในห้องตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุตเหมือนกันครับ ทำให้มีพื้นที่ข้างเตียงเหลืออยู่พอสมควร จนสามารถวางโต๊ะข้างได้ทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ๆ จัดเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ เลยครับ

หน้าต่างในห้องนอนก็จะเหมือนกับห้องแบบ Studio ครับ

ปลายเตียงก็จะเหมือนกัน คือมีตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ข้างๆ ด้านบนก็จะเป็นจุดที่วางแอร์

มาต่อกันที่ห้องครัว

ห้องครัวจะมีประตูเลื่อนเปิดปิด เหมือนในภาพนะครับ

ภายในครัวก็จะคล้ายๆ กับห้อง Studio คือมีเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ ใช้สำหรับเตรียมอาหาร

แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย

ที่วางไมโครเวฟจะอยู่ด้านบนเหมือนกัน

ระเบียงที่อยู่ติดกับครัว

ขนาดของระเบียงก็จะเท่าๆ กับห้อง Studio เลยครับ

กลับเข้ามาดูที่ห้องน้ำกันต่อ

การจัดวาง และสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะเหมือนๆ กับห้อง Studio

และห้องแบบสุดท้ายคือห้องแบบ 2 Bedroom ครับ มีขนาด 46.23 ตร.ม. ซึ่งมีจำนวนน้อยมากๆ ภายในห้องจัด Layout ไว้เป็นสัดส่วนครับ ห้องนอนแยกกันอยู่คนละด้าน และมีห้องน้ำอยู่โซนกลาง เช่นเดียวกับพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ว่างหน้าห้องน้ำ สามารถตกแต่งเป็นมุมทำงานหรือมุมอ่านหนังสือได้อีก ซึ่งเป็นไอเดียที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้หลากหลายมากขึ้น ในขณะที่ห้องครัวแยกออกไปเป็นครัวปิด แต่ไม่ได้อยู่ติดระเบียง เรื่องปัญหากลิ่นรบกวนขณะทำกับข้าวคงจะระบายได้ไม่ดีเท่า 2 ห้องก่อนนี้ เพราะว่ามีประตูระเบียงที่เปิดได้กว้างกว่า ห้องแบบนี้ก็จะเหมาะกับครอบครัวเล็กๆ อยู่กันได้แบบสบายๆ มีห้องส่วนตัวกันไป ถ้าชอบก็ต้องรีบตัดสินใจหน่อย เนื่องจากห้องมีจำนวนน้อยครับ

แปลนห้อง 2 ห้องนอน ขนาด 46.23 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องแล้วจะเป็นโถงเล็กๆ ก่อนนะครับ มีโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ท่านอยู่ด้านซ้ายมือ มองตรงไปจะเป็น Living Area

โต๊ะทานอาหารที่ตั้งอยู่หน้าห้อง

ด้านขวามือตรงข้ามกับโต๊ะทานอาหาร จะแบ่งออกเป็น 2 ห้อง คือห้องครัวกับห้องนอนเล็ก

เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องครัวกันก่อนนะครับ ห้องครัวจะมีประตูเลื่อนเปิดปิดเหมือนกับห้องแบบ 1 ห้องนอน

เคาน์เตอร์ครัวจะออกกึ่งๆ รูปตัว L เพราะมีจุดที่วางเครื่องซักผ้าเพิ่มเข้ามา

มาดูที่ห้องนอนเล็กกันต่อ

แต่ในห้องตัวอย่างจัดเป็นห้องทำงาน มีโซฟา มีโต๊ะทำงาน ก็เป็นไอเดียอีกแบบ

ในห้องนี้จะมีระเบียงให้ด้วยนะครับ แต่ขนาดจะเล็กหน่อย กว้างประมาณ 60 ซม.

ออกมาจากห้องทำงานจะเป็น Living Area ที่จัดอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งระยะในการดูทีวีอาจจะใกล้ไปหน่อย

โถงทางเดินต่อไปยังห้องนอนใหญ่และห้องน้ำ

ระเบียงที่โถงทางเดินนี้จะใหญ่ขึ้นอีก กว้างประมาณ 1.1 x 1.6 เมตร

ห้องน้ำจะสามารถเข้าออกได้ 2 ทางนะครับ จากทางโถงทางเดิน กับทางห้องนอนใหญ่

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็จะเหมือนๆ กับห้องเราดูมาก่อนหน้านี้

จุดติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเตรียมมาให้พร้อม

ออกจากห้องน้ำมาดูในห้องนอนใหญ่กันบ้าง

ห้องนอนมีพื้นที่เยอะเลยครับ วางเตียง 6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่ให้วางโต๊ะทำงาน

หน้าต่างในห้องนอนก็จะคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้านี้

ด้านปลายเตียงมีช่องว่างให้ Built-in จะเป็นชั้นวางทีวี หรือจะทำเป็นอย่างอื่น อันนี้ตามใจเลยครับ

อีกด้านจะเป็นจุดที่วางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง แถมยังมีที่เหลือให้วางโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้อีกด้วย

เราดูห้องทั้ง 3 แบบกันไปแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้พูดถึงเลยก็คือ ห้องน้ำ ซึ่งทางพฤกษาเลือกใช้ห้องน้ำแบบสำเร็จรูป ดังนั้นทุกๆ ห้องจึงมีรูปแบบห้องน้ำและขนาดพื้นที่เหมือนกันหมด โดยห้องน้ำสำเร็จรูปนี้จะยกพื้นขึ้นมาสูงกว่าพื้นปกติอีกประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อเว้นไว้เดินงานระบบ พื้นห้องน้ำและผนังบางส่วนจะเป็นงานหล่อขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวกันหมด พื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำค่อนข้างจำกัดมากๆ นะครับ ยิ่งถ้าคนไหนตัวใหญ่ๆ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกเวลาอาบน้ำ แต่ห้องจริงที่ทางโครงการขายมาให้ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะครับ ต้องติดเพิ่มกันเอง เช่นเดียวกันกับส่วนอื่นๆ ภายในห้อง ที่ทางโครงการเปิดขายกันมาแบบห้องโล่งๆ สะอาดๆ มีแค่ชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้เท่านั้น ที่เหลือก็ต้องหาซื้อมาตกแต่งกันเองตามสไตล์ได้เลย

โดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว Plum Condo Extra Rama 2 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาที่อยู่อาศัยในเรทราคาที่หยิบจับได้ง่าย ไม่ต้องเอื้อมกันสูงเกินไป และไม่ติดปัญหาเรื่องทำเลที่อยู่ค่อนไปทางแถบชานเมือง เพราะด้วยสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ก็ดูครบถ้วน และมีพื้นที่เยอะดีเหมือนกันครับ ในขณะที่สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการก็มีความเป็นชุมชนสูง มีอาหารการกินให้เลือกมากมาย เดินทางได้สะดวกตามสมควรถึงแม้จะไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านก็ตาม และคาดการณ์ว่าในอนาคตเมืองทางโครงการสร้างเฟสอื่นๆ เสร็จ และมี Commercial Mall ในโซนด้านหน้าเปิดอย่างครบถ้วนแล้ว จะทำให้ภาพรวมของโครงการมีความสะดวกสบาย และอุดมสมบูรณ์มากขึ้นอีก จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านพระราม 2 ครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย ณ วันที่ 12 พ.ค. 2558

  • ห้องเลขที่ 431 อาคาร A ชั้น 4 แบบ 1 Bedroom-s ขนาด 22.87 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   1,050,000 บาท
  • เงินจอง   5,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   15,000 บาท
  • เงินดาวน์    ผ่อนดาวน์ 5 งวด งวดละ 6,000 บาท โป๊ะดาวน์ 2 งวด (งวดที่ 3,6) งวดละ 20,000 บาท
  • ห้องเลขที่ 325 อาคาร C ชั้น 3 แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28.78 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   1,350,000 บาท
  • เงินจอง   10,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   20,000 บาท
  • เงินดาวน์    ผ่อนดาวน์ 5 งวด งวดละ 8,000 บาท โป๊ะดาวน์ 2 งวด (งวดที่ 3,6) งวดละ 30,000 บาท
  • ห้องเลขที่ 407 อาคาร A ชั้น 4 แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 46.23 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   2,100,000 บาท
  • เงินจอง   20,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   30,000 บาท
  • เงินดาวน์    ผ่อนดาวน์ 5 งวด งวดละ 10,000 บาท โป๊ะดาวน์ 2 งวด (งวดที่ 3,6) งวดละ 50,000 บาท

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/