การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


คอนโด Plum Condo Extra พระราม 2 (รีวิวคอนโด)

Plum Condo Extra พระราม 2 : รีวิวคอนโด

Plum Condo Extra Rama 2 คอนโดราคาหยิบจับง่ายในเครือพฤกษาที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มักจะเลือกทำเลในแถบชานเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตัวโครงการนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพ บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าลงใต้ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับกลางที่อยากได้คอนโดในราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อมมากนัก รอบๆ โครงการและหน้าตาห้องจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project0017

การเดินทาง

การเดินทางในครั้งนี้เราใช้เส้นทางด่วนเฉลิมมหานคร ข้ามสะพานพระราม 9 หรือสะพานแขวนมาลงที่พระราม 2 กันเลยครับ ง่ายและสะดวกดีครับเส้นทางนี้ พอลงจากทางด่วนมาแล้ว เจอทางออกแรกก็วิ่งตามเส้นคู่ขนานมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็ถึงตัวโครงการแล้ว จุดสังเกตุง่ายๆ ก็คือ โครงการ Plum Condo Extra Rama 2 จะถึงก่อนโรงพยาบาลบางมดเล็กน้อยครับ

แต่ถ้าไม่อยากขึ้นทางด่วนก็สามารถใช้เส้นทางดาวคะนอง โดยข้ามสะพานพระราม 3 หรือสะพานกรุงเทพ 2 แล้วลงที่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินไปดาวคะนอง และมาเลี้ยวเข้าถนนพระราม 2 อีกครั้งก็ได้เช่นกัน แต่การเดินทางบนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินในช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกเลย เพราะมีการขุดเจาะทำอุโมงค์ลอดตรงสี่แยกมไหสวรรค์ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้เส้นทางนี้เลยครับ การจราจรติดขัดมากเกือบตลอดเวลา เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นจะดีกว่า

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราจะขอเริ่มจากบนทางด่วนศรีรัช มุ่งหน้าดาวคะนองนะครับ ตามป้ายไปเรื่อยๆ เลยครับ

เบี่ยงออกทางขวาตามป้าย เพื่อไปขึ้นสะพานพระราม 9

ขึ้นสะพานพระราม 9 มาแล้วจะเห็นธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ทางขวามือ

เมื่อลงสะพานมาแล้วเราตรงต่อไปอีกนะครับ ทางซ้ายจะไปออกถนนสุขสวัสดิ์

ถึงตรงนี้เราจะไม่ตามป้ายดาวคะนองแล้วนะครับ เราต้องไปทางสมุทรสาคร

ชิดขวาเพื่อไปทางสมุทรสาคร ตามป้ายเลยครับ

เมื่อแยกออกมาทางสมุทรสาคร เพื่อไปลงที่ถนนพระราม 2 จะเห็นโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล อยู่ด้านขวามือ

เมื่อลงมาที่ถนนพระราม 2 แล้ว ให้ชิดซ้ายไว้เลยนะครับ เราจะออกที่ทางออกแรกเลย

เมื่อออกจากทางคู่ขนานมาแล้วก็ใกล้ถึงแล้วล่ะครับ

จุดสังเกตของโครงการคือท่อผ้าเป่าลมสีชมพูนี่แหละครับ เจอแล้วก็เลี้ยวเข้าไปเลยครับ

ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเฟส 1 ให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วนะครับ

ส่วนพื้นที่ว่างข้างๆ ก็จะใช้ในการก่อสร้างเฟส 2 ต่อไปในอนาคต

หน้าตาของสำนักงานขายโครงการ

บรรยากาศภายใน

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอื่นๆ ก็มีทั้งรถเมล์ รถตู้ หรือถ้าจะไปไหนในระยะใกล้ๆ ก็มีพี่วินมอเตอร์ไซค์ กับรถสองแถวให้ใช้บริการได้ แต่ถ้าเอาสะดวกหน่อยก็เรียกแท็กซี่เลยครับ เรียกง่ายเพราะหน้าโครงการติดถนนใหญ่ ส่วนรถไฟฟ้านี่คงต้องรอกันอีกนานเลย แถมที่ตั้งโครงการก็ไม่ได้อยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้าด้วย เอาเป็นว่าแค่ลองคิดๆ เผื่อไว้สำหรับอนาคต รอให้รถไฟฟ้า  MRT สายสีม่วงสร้างเสร็จ สถานีที่ใกล้ที่สุดก็น่าจะเป็นสถานีดาวคะนอง ซึ่งก็น่าจะพอช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางเข้าออกเมืองไปได้บ้าง

วิเคราะห์รอบโครงการ

เรามาดูทำเลบริเวณรอบๆ โครงการกันบ้าง โครงการ Plum Condo Extra Rama 2 ตั้งอยู่ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 หน้าโครงการตรงกับเกือกม้ากลับรถพอดีเลย ข้างๆ โครงการเป็นปั๊มน้ำมันปตท. ซึ่งใหญ่พอสมควรเลย เพราะมีทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารอีกนิดหน่อย ถัดไปก่อนจะถึงโรงพยาบาลบางมด มีลานกว้าง และทางเลี้ยวเข้าพระราม 2 ซอย 43 บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุมชนด้านในซอยเป็นหมู่บ้านสินทวี ตรงปากซอยจึงมีทั้งคิวรถสองแถว วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นจุดจอดรถตู้ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านขนม ตลาดสด รถเข็น แผงลอย ก็เปิดขายกันเกือบตลอดวัน บริเวณนี้จึงคึกคักมากเป็นพิเศษ แวะมาหาของกิน ซื้อกับข้าวกลับเข้าบ้านได้ครับ นอกจากนี้ในซอยก็มีร้านขายยา ร้านทำผม คลินิกทำฟัน ร้านซักรีด ร้านแว่น ร้านขายของชำ และร้านอื่นๆ อีกเต็มไปหมด พอถัดจากซอยนี้ไปเราก็จะเจอทางเข้าโรงพยาบาลบางมด ศูนย์สุขภาพและความงาม My Care, Health Land, โชว์รูมรถ, ปั๊มน้ำมันบางจาก ไปจนถึง Big C พระราม 2 ก็จะเจอเกือกม้ากลับรถอีกอัน ซึ่งเชื่อมเข้าห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ได้เลย หรือจะกลับรถวิ่งเข้าเมืองก็ต้องใช้สะพานกลับรถอันนี้แหละครับ ซึ่งห้างหลักๆ ที่อยู่ใกล้กับโครงการก็จะมี Big C และเซ็นทรัลนี่แหละ ที่เป็นเหมือนแหล่งช็อปปิ้งหลักของผู้คนในย่านนี้ แต่ถ้าขับรถเลยจากบริเวณนี้ไปอีก ก็จะมี Tesco Lotus และตลาดสดขนาดใหญ่อีกแห่ง ใกล้กับทางแยกใหญ่ที่ตัดไปออกถนนกาญจนาภิเษก และทางด่วนวงแหวนอุตสาหกรรม เชื่อมไปบางนาได้อีกทาง

ปั๊ม ปตท. ที่อยู่ข้างๆ โครงการ

พระราม 2 ซอย 43 บริเวณปากซอยมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอาหาร

ถัดจากซอยไปอีกหน่อยจะมีทางเข้าโรงพยาบาลบางมด

ต่อด้วย Health Land

ส่วนบริเวณรอบๆ ตัวโครงการ Plum Condo Extra Rama 2 ส่วนใหญ่ยังเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบสูง 1-2 ชั้นครับ จะมีอาคารพาณิชย์บ้างตรงโซนด้านหน้าติดถนนใหญ่ แต่ก็สูงไม่เกิน 4-5 ชั้น เรื่องปัญหาการบังวิวจึงมีผลกระทบน้อยมาก ยิ่งในเฟสแรกที่เปิดขายอยู่ลึกเข้ามาด้านในทางฝั่งขวาของพื้นที่ทั้งหมด จึงเรียกว่าไม่โดนตึกแถวด้านหน้าบังวิวเลยด้วยซ้ำ สำหรับโครงการ Low Rise แบบนี้ เลือกซักชั้น 3 ขึ้นไปก็พ้นวิวหลังคาบ้านละครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project001

Master Plan แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของโครงการในเฟสแรก ซึ่งจะใช้ทางเข้าร่วมกับเฟสอื่นๆ และ Commercial ด้านหน้า ถนนทางเข้าจะเป็นถนน 2 เลน ผ่าน 3 วงเวียน ก่อนจะถึงทางเข้าตัวโครงการ

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project002

สำหรับเฟสแรกที่กำลังเปิดขายกันอยู่นี้ ประกอบด้วยอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้นทั้งหมด 3 อาคาร ซึ่งจะมีคลองเล็กๆ กั้นที่ดินตรงนี้ออกจากที่ดินผืนใหญ่ของโครงการอีกที ทำให้โครงการในเฟสแรกดูเป็นสัดส่วนแยกออกมาอย่างชัดเจน ลักษณะที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งเป็นแนวยาวลึกเข้ามาด้านในตามทิศเหนือใต้ ดังนั้นห้องพักในตัวอาคารจึงเรียงตัวเผชิญหน้ากับแดดจากทิศตะวันออกและตะวันตกเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ห้องชั้นล่างๆ ของอาคาร A และ B ที่หันหน้าเข้าหากันอาจจะพ้นระยะแดดบ้างจากที่ได้ตึกตรงข้ามบังให้ แต่ก็ไม่น่าจะมากเท่าไหร่

รีวิว-คอนโด-review-your-living-คอนโดติดรถไฟฟ้า-plum-condo-extra-พระราม-2-Project003

ในส่วนของห้องพักจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปนะครับ ยกเว้นอาคาร C ที่มีห้องพักตั้งแต่ชั้น 1 เลย และ Facility ส่วนกลางทั้งหมดก็จะอยู่ตรงคอร์ทกลางระหว่างอาคาร แต่แยกเป็น 2 โซน โซนแรกอยู่ระหว่างอาคาร A และ B จะมีสระว่ายน้ำขนาด 6×20 เมตร ล้อมรอบไปด้วยสวนหย่อมเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ลดทอนการมองเห็นจากลานจอดรถ และยังมีสนามเด็กเล่นอยู่ในโซนนี้ด้วย ในขณะที่โซนหน้าอาคาร C จะเป็นห้องออกกำลังกาย และมีพื้นที่สวนไว้ให้พักผ่อนอีกนิดหน่อย การแยกพื้นที่ส่วนกลางออกเป็น 2 โซนแบบนี้ อาจจะไม่ค่อยสะดวกสำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกาย แล้วไปว่ายน้ำต่อ เพราะต้องเดินข้ามโซนไป เช่นเดียวกันกับลูกบ้านในอาคาร C ก็จะอยู่ห่างจากสระว่ายน้ำมากหน่อย และลูกบ้านในอาคาร A และ B ที่ต้องเดินไกลอีกนิดถ้าจะมาออกกำลังกายที่ห้อง Fitness แต่โดยภาพรวมแล้ว ทางโครงการก็จัดพื้นที่ส่วนกลางให้มากขึ้นพอสมควรเลยนะครับ เพราะมีคำว่า Extra ต่อท้ายนี่แหละครับ เห็นว่ามีเพิ่มพื้นที่สวนและเส้นทางจักรยานให้ในโครงการด้วยนะครับ จะใช้งานได้จริงแค่ไหน ต้องรอดูตอนสร้างเสร็จอีกที

เรื่องพื้นที่จอดรถ ในบริเวณเฟสแรกจะใช้พื้นที่ใต้อาคาร และพื้นที่กลางแจ้งเป็นที่จอดรถนะครับ ซึ่งสามารถรองรับจำนวนรถแบบนับรวมจอดซ้อนคันแล้วได้ถึง 40% ถือว่าไม่มากไม่น้อยสำหรับโครงการในระดับนี้ และจากที่เห็นในโมเดลยังมีพื้นที่จอดรถจักรยานตามอาคารด้วย แต่ไม่รู้ว่าของจริงจะจอดกันแบบไหน และเหมาะที่เราจะเอาจักรยานมาจอดไว้กลางแจ้งแบบในโมเดลรึเปล่าครับ

ภาพจากโมเดลโครงการ แสดงให้เห็น Facility ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 2 ฝั่ง

ภาพจำลองสระว่ายน้ำขนาด 6×20 เมตร อยู่ระหว่างอาคาร A กับ B

ภาพจากโมเดลจำลองฟิตเนสที่ตั้งอยู่หน้าอาคาร C

ทางเข้า-ออก โครงการ

พาชมห้องตัวอย่าง

สำหรับห้องของโครงการ Plum Condo Extra Rama 2 ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom-s และห้อง 1 Bedroom นะครับ ส่วนห้องแบบ 2 Bedroom ก็มีบ้างแต่ไม่มากนัก และเป็นห้องมุมอาคารซะทั้งหมด เรามาดูห้องตัวอย่างของทางโครงการกันดีกว่าครับ

เริ่มด้วยห้องแบบ 1 Bedroom-s ขนาด 22.87 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นที่เล็กกระทัดรัด แต่จัด Layout ห้องได้ค่อนข้างลงตัวเหมือนกัน พื้นที่ห้องนอน ที่นั่งเล่น หรือโต๊ะทำงาน ใช้พื้นที่ในโซนเดียวกันหมดเลย ในขณะที่ห้องน้ำและห้องครัวแยกออกไปที่ด้านของห้อง ถ้ากั้นประตูกระจกเพิ่มอีกหน่อยตรงทางเข้าห้องครัวก็จะได้เป็นครัวปิด สามารถทำอาหารกันได้จริงจังหน่อย เพราะไม่ต้องกลัวกลิ่นรบกวนในห้องนอน และสามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายกลิ่นได้ ซึ่งอันนี้เป็นไอเดียนะครับ เพราะทางโครงการไม่ได้ติดประตูกั้นห้องครัวมาให้ โดยรวมแล้วถ้าไม่ได้มีข้าวของมากมาย ห้องแบบนี้ก็อยู่คนเดียวได้แบบหลวมๆ เลยครับ

แบบห้อง 1 Bedroom-s ขนาด 22.87 ตารางเมตร

เมื่อเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วนของ Living Area ก่อนเลยครับ

พื้นที่ในส่วน Living Area จะดูกระทัดรัดสักหน่อยนะครับ ในห้องตัวอย่างใช้ทีวีแบบแขวนผนังทำให้ดูพื้นที่ดูโล่งขึ้นมาหน่อย

จุดที่วางโซฟา ถ้าวางโซฟา 2 ที่นั่งแบบในห้องตัวอย่างก็จะมีพื้นที่ข้างๆ เหลือให้วางโต๊ะข้างหรือโต๊ะทำงานได้อีกหน่อย หรือเอาไม่โต๊ะทำงาน แต่จะวางโซฟา 3 ที่นั่งก็ได้เหมือนกันครับ

ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีถือว่าโอเคเลยครับ ไม่ได้ใกล้มาจนเกินไป

คราวนี้เราเข้าไปดูห้องนอนที่อยู่ด้านในกันต่อ

ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ในห้องตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุต อย่างที่เห็นนะครับ พื้นที่รอบๆ เตียงจะเหลืออยู่นิดหน่อย

หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบาน Fix บานใหญ่ และมีบานเปิดอยู่ด้านขวามือ 1 บาน

ด้านปลายเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้า และมีพื้นที่ว่างข้างๆ สามารถวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ครับ

มาดูกันต่อที่ห้องครัวเลยครับ

เคาน์เตอร์ครัวจะได้ขนาดเล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับใช้ในการเตรียมอาหาร

ชั้นลอยด้านบนจะเป็นจุดที่วางไมโครเวฟ

อีกด้านจะเป็นโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ทาน

ระเบียงจะอยู่ต่อจากครัวนะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ขนาดความกว้างของระเบียงประมาณ 1.1 เมตร

จุดที่วางเครื่องซักผ้า วางงานระบบมาให้พร้อม

มองย้อนจากระเบียงผ่านครัวเข้ามา จะเป็นห้องน้ำ

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ โดยสุขภัณฑ์ที่ใช้ทั้งหมดจะเป็นของ Mogen

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม

มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว

โถสุขภัณฑ์จะใช้ถังพักน้ำแบบฝังผนัง ทำให้มีพื้นที่วางของเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

ส่วน Shower Box ขนาดก็เกือบๆ จะพอดีตัวเลยนะครับ ค่อนข้างเล็กอยู่สักหน่อย ฉากกั้น Shower Box ที่เห็นทางโครงการไม่ได้แถมมาให้ด้วยนะครับ

ห้องต่อไปเป็นห้องแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมาอีกหน่อยที่ 28.78 ตร.ม. ลักษณะห้องนี้จะลึกกว่าห้องแบบ 1 Bedroom-s นิดหน่อย และมีการกั้นพื้นที่ใช้สอยให้แยกออกจากกันชัดเจนขึ้น ทั้งในส่วนของห้องนอนที่มีประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และ Living Area ก็กว้างพอที่วางโต๊ะกินข้าวเพิ่มได้ หรือจะตกแต่งให้เป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นไปเต็มๆ เลยก็ได้ ส่วนพื้นที่ครัวและห้องน้ำก็แยกไว้อีกด้านคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้า แต่มีประตูเลื่อนมาให้เลยดูเป็นสัดส่วนมากกว่า

แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28.78 ตารางเมตร จะเห็นว่าในแปลนห้องจะมีโต๊ะทานอาหารวางอยู่หน้าห้องนอน แต่ในห้องตัวอย่างไม่มีนะครับ

ห้องนี้ตกแต่งด้วยโทนสีหวานๆ เหมาะกับคุณผู้หญิงที่สุดเลยครับ เข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับส่วน Living Area ก่อนเลยครับ คล้ายๆ กับห้อง 1 Bedroom-s

ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาถือว่าห่างทีเดียวครับ วางทีวีจอใหญ่ๆ ได้สบายๆ

จุดที่วางโซฟามีพื้นที่เยอะพอสมควร นอกจากโซฟาแล้ว สามารถวางชั้นหรือตู้โชว์ได้เลย

เดี๋ยวเราข้ามจาก Living Area ไปดูในห้องนอนกันต่อ

ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

ในห้องตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุตเหมือนกันครับ ทำให้มีพื้นที่ข้างเตียงเหลืออยู่พอสมควร จนสามารถวางโต๊ะข้างได้ทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ๆ จัดเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ เลยครับ

หน้าต่างในห้องนอนก็จะเหมือนกับห้องแบบ Studio ครับ

ปลายเตียงก็จะเหมือนกัน คือมีตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ข้างๆ ด้านบนก็จะเป็นจุดที่วางแอร์

มาต่อกันที่ห้องครัว

ห้องครัวจะมีประตูเลื่อนเปิดปิด เหมือนในภาพนะครับ

ภายในครัวก็จะคล้ายๆ กับห้อง Studio คือมีเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ ใช้สำหรับเตรียมอาหาร

แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย

ที่วางไมโครเวฟจะอยู่ด้านบนเหมือนกัน

ระเบียงที่อยู่ติดกับครัว

ขนาดของระเบียงก็จะเท่าๆ กับห้อง Studio เลยครับ

กลับเข้ามาดูที่ห้องน้ำกันต่อ

การจัดวาง และสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะเหมือนๆ กับห้อง Studio

และห้องแบบสุดท้ายคือห้องแบบ 2 Bedroom ครับ มีขนาด 46.23 ตร.ม. ซึ่งมีจำนวนน้อยมากๆ ภายในห้องจัด Layout ไว้เป็นสัดส่วนครับ ห้องนอนแยกกันอยู่คนละด้าน และมีห้องน้ำอยู่โซนกลาง เช่นเดียวกับพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ว่างหน้าห้องน้ำ สามารถตกแต่งเป็นมุมทำงานหรือมุมอ่านหนังสือได้อีก ซึ่งเป็นไอเดียที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้หลากหลายมากขึ้น ในขณะที่ห้องครัวแยกออกไปเป็นครัวปิด แต่ไม่ได้อยู่ติดระเบียง เรื่องปัญหากลิ่นรบกวนขณะทำกับข้าวคงจะระบายได้ไม่ดีเท่า 2 ห้องก่อนนี้ เพราะว่ามีประตูระเบียงที่เปิดได้กว้างกว่า ห้องแบบนี้ก็จะเหมาะกับครอบครัวเล็กๆ อยู่กันได้แบบสบายๆ มีห้องส่วนตัวกันไป ถ้าชอบก็ต้องรีบตัดสินใจหน่อย เนื่องจากห้องมีจำนวนน้อยครับ

แปลนห้อง 2 ห้องนอน ขนาด 46.23 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องแล้วจะเป็นโถงเล็กๆ ก่อนนะครับ มีโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ท่านอยู่ด้านซ้ายมือ มองตรงไปจะเป็น Living Area

โต๊ะทานอาหารที่ตั้งอยู่หน้าห้อง

ด้านขวามือตรงข้ามกับโต๊ะทานอาหาร จะแบ่งออกเป็น 2 ห้อง คือห้องครัวกับห้องนอนเล็ก

เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องครัวกันก่อนนะครับ ห้องครัวจะมีประตูเลื่อนเปิดปิดเหมือนกับห้องแบบ 1 ห้องนอน

เคาน์เตอร์ครัวจะออกกึ่งๆ รูปตัว L เพราะมีจุดที่วางเครื่องซักผ้าเพิ่มเข้ามา

มาดูที่ห้องนอนเล็กกันต่อ

แต่ในห้องตัวอย่างจัดเป็นห้องทำงาน มีโซฟา มีโต๊ะทำงาน ก็เป็นไอเดียอีกแบบ

ในห้องนี้จะมีระเบียงให้ด้วยนะครับ แต่ขนาดจะเล็กหน่อย กว้างประมาณ 60 ซม.

ออกมาจากห้องทำงานจะเป็น Living Area ที่จัดอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งระยะในการดูทีวีอาจจะใกล้ไปหน่อย

โถงทางเดินต่อไปยังห้องนอนใหญ่และห้องน้ำ

ระเบียงที่โถงทางเดินนี้จะใหญ่ขึ้นอีก กว้างประมาณ 1.1 x 1.6 เมตร

ห้องน้ำจะสามารถเข้าออกได้ 2 ทางนะครับ จากทางโถงทางเดิน กับทางห้องนอนใหญ่

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็จะเหมือนๆ กับห้องเราดูมาก่อนหน้านี้

จุดติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเตรียมมาให้พร้อม

ออกจากห้องน้ำมาดูในห้องนอนใหญ่กันบ้าง

ห้องนอนมีพื้นที่เยอะเลยครับ วางเตียง 6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่ให้วางโต๊ะทำงาน

หน้าต่างในห้องนอนก็จะคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้านี้

ด้านปลายเตียงมีช่องว่างให้ Built-in จะเป็นชั้นวางทีวี หรือจะทำเป็นอย่างอื่น อันนี้ตามใจเลยครับ

อีกด้านจะเป็นจุดที่วางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง แถมยังมีที่เหลือให้วางโต๊ะทำงานเล็กๆ ได้อีกด้วย

เราดูห้องทั้ง 3 แบบกันไปแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้พูดถึงเลยก็คือ ห้องน้ำ ซึ่งทางพฤกษาเลือกใช้ห้องน้ำแบบสำเร็จรูป ดังนั้นทุกๆ ห้องจึงมีรูปแบบห้องน้ำและขนาดพื้นที่เหมือนกันหมด โดยห้องน้ำสำเร็จรูปนี้จะยกพื้นขึ้นมาสูงกว่าพื้นปกติอีกประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อเว้นไว้เดินงานระบบ พื้นห้องน้ำและผนังบางส่วนจะเป็นงานหล่อขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวกันหมด พื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำค่อนข้างจำกัดมากๆ นะครับ ยิ่งถ้าคนไหนตัวใหญ่ๆ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกเวลาอาบน้ำ แต่ห้องจริงที่ทางโครงการขายมาให้ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะครับ ต้องติดเพิ่มกันเอง เช่นเดียวกันกับส่วนอื่นๆ ภายในห้อง ที่ทางโครงการเปิดขายกันมาแบบห้องโล่งๆ สะอาดๆ มีแค่ชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้เท่านั้น ที่เหลือก็ต้องหาซื้อมาตกแต่งกันเองตามสไตล์ได้เลย

โดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว Plum Condo Extra Rama 2 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาที่อยู่อาศัยในเรทราคาที่หยิบจับได้ง่าย ไม่ต้องเอื้อมกันสูงเกินไป และไม่ติดปัญหาเรื่องทำเลที่อยู่ค่อนไปทางแถบชานเมือง เพราะด้วยสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ก็ดูครบถ้วน และมีพื้นที่เยอะดีเหมือนกันครับ ในขณะที่สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการก็มีความเป็นชุมชนสูง มีอาหารการกินให้เลือกมากมาย เดินทางได้สะดวกตามสมควรถึงแม้จะไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านก็ตาม และคาดการณ์ว่าในอนาคตเมืองทางโครงการสร้างเฟสอื่นๆ เสร็จ และมี Commercial Mall ในโซนด้านหน้าเปิดอย่างครบถ้วนแล้ว จะทำให้ภาพรวมของโครงการมีความสะดวกสบาย และอุดมสมบูรณ์มากขึ้นอีก จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านพระราม 2 ครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย ณ วันที่ 12 พ.ค. 2558

  • ห้องเลขที่ 431 อาคาร A ชั้น 4 แบบ 1 Bedroom-s ขนาด 22.87 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   1,050,000 บาท
  • เงินจอง   5,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   15,000 บาท
  • เงินดาวน์    ผ่อนดาวน์ 5 งวด งวดละ 6,000 บาท โป๊ะดาวน์ 2 งวด (งวดที่ 3,6) งวดละ 20,000 บาท
  • ห้องเลขที่ 325 อาคาร C ชั้น 3 แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28.78 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   1,350,000 บาท
  • เงินจอง   10,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   20,000 บาท
  • เงินดาวน์    ผ่อนดาวน์ 5 งวด งวดละ 8,000 บาท โป๊ะดาวน์ 2 งวด (งวดที่ 3,6) งวดละ 30,000 บาท
  • ห้องเลขที่ 407 อาคาร A ชั้น 4 แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 46.23 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   2,100,000 บาท
  • เงินจอง   20,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   30,000 บาท
  • เงินดาวน์    ผ่อนดาวน์ 5 งวด งวดละ 10,000 บาท โป๊ะดาวน์ 2 งวด (งวดที่ 3,6) งวดละ 50,000 บาท

We Recommend
เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101 คอนโดมิเนียมระดับ Premium Living เป็นแบรนด์ท็อปจากเสนา ออกแบบภายใต้คอนเซป “Concept Private Living at your service” มีความ PRIVATE ด้วยจำนวนยูนิต เพียง 168 ยูนิต ในอาคารสูง 19 ชั้น ออกแบบสไตล์ Loft เพดานสูง 2 เมตร ได้วิวพาโนรามา ให้ความเป็นส่วนตัวด้วย Single Corridor แต่ละชั้นออกแบบให้มีห้องพักอาศัยเพียงฝั่งเดียว มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และเป็นตึกสูงตึกเดียวในย่านนี้ที่เน้นความเป็นส่วนตัว พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบริการสุด Exclusive มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการ Reception, Doorman, Bellboy และผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service รวมไปถึงอีกหลากหลายบริการ     ชื่อโครงการ PITI SUKHUMVIT 101 (ปีติ สุขุมวิท 101)  เจ้าของโครงการ Sena x Hankyu ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  1-0-97 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 19 ชั้น จำนวนยูนิต 168 ยูนิต (160 ห้อง LOFT และ 8 ห้อง Simplex)  ขนาดห้อง  1 BEDROOM (Simplex) พื้นที่ 33-33.5 ตร.ม.  จำนวน  8 ยูนิต 1 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 26-34 ตร.ม.  จำนวน 136 ยูนิต 2 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 49-52.5 ตร.ม. จำนวน 22 ยูนิต 3 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 68.5 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต   ที่จอดรถ 55% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Garden Valley Active Pavillion, Rooftop Garden, Co-Hobby Space, Fitness, Fight camp, Steam & Sauna, Infinity Pool, Jacuzzi, Valley Garden, TRX suspension exercise, Home Automation, EV Charger, Elite Services ปีที่สร้างเสร็จ 2655 ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง  85 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน  850 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วย Single Corridor มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี สถานที่ใกล้เคียง 101 The Third Place,เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา, เมกา บางนา, แม็คโคร, บิ๊กซี, โลตัส, โรงพยาบาลไทยนครินทร์, โรงพยาบาลสุขุมวิท              

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

  การสร้างหรือการซ่อมแซมบ้าน ปัจจัยหนึ่งที่มักทำให้งบประมาณบานปลาย  คือ ขาดการวางแผนและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ  คำนึงแต่เรื่องราคาถูกเป็นหลัก ทำให้เวลาเอามาใช้งานจริง ไม่ได้ตามมาตรฐานของงาน ผลงานจึงออกมาไม่มีคุณภาพ หรือเมื่อใช้ไปได้สักระยะก็ต้องมาเจอปัญหาเดิม  ต้องมานั่งรื้อนั่งซ่อมกันใหม่  ทำให้ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และอารมณ์  หงุดหงิดกับปัญหาซ้ำซากที่ต้องเจอบ่อยๆ   การเลือกใช้วัสดุจึงควรจะเน้นเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับแรก และพิจารณาเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา อายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องมาเสียอารมณ์ เสียเวลาแก้ไขปัญหาที่ตามมาภายหลัง แม้ว่าอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  แต่ถ้าคำนวณแล้วคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป  ก็น่าจะดีกว่าเลือกซื้อแต่ของถูกเท่านั้น   อย่างห้องน้ำหรือห้องครัวที่มีการปูกระเบื้อง ปัญหาสำคัญที่มักพบเสมอ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่ง คือ ยาแนวของกระเบื้องหลุดล่อน เกิดเปราะแตก น้ำรั่วซึม เกิดปัญหาราดำ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการใช้ยาแนวที่ไม่มีคุณภาพที่ดีมากพอ ไม่เหมาะกับประเภทกระเบื้อง ทำให้มีปัญหาภายหลังมากวนใจ กวนเงินในกระเป๋าเจ้าของบ้าน ให้ต้องตามแก้ตามซ่อมกันเสมอๆ   5 เทคนิคเลือกใช้ยาแนวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาเรื่องยาแนวกระเบื้องในภายหลัง  ลองใช้ 5 เทคนิคนี้เป็นแนวทาง ในการเลือกใช้ยาแนวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด   1.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะกับประเภทของกระเบื้อง เริ่มต้นของการเลือกยาแนวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือต้องเลือกให้เหมาะสมกับประเภทกระเบื้อง เช่น กระเบื้องแกรนิตโต้นิยมปูชิดเพื่อความสวยเนียน มีขนาดร่องเพียง 0.2-2 มม. ส่วนกระเบื้องเซรามิคทั่วไปมีร่องขนาด 3 มม. การเลือกยาแนวจึงต้องมีคุณสมบัติไหลลึกเหมาะกับร่องของกระเบื้องร่องเล็กปูชิด     2.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของกระเบื้อง กระเบื้องที่ปูในห้องต่างๆ ไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องทั่วไป ลักษณะการใช้งานก็แตกต่างกันไป เพราะสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน ห้องน้ำและห้องครัวอาจจะต้องเจอกับน้ำและความชื้นมากเป็นพิเศษ ทำให้อาจจะเกิดเชื้อรา หรือราดำตามร่องยาแนวได้ การเลือกใช้ยาแนวจึงต้องเลือกที่มีคุณสมบัติป้องกันราดำ และทนต่อกรดหรือสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดได้ดีกว่า เป็นต้น แต่ถ้าเป็นห้องทั่วไปภายในอาคาร ก็ควรเลือกกาวยาแนวที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ (Low VOC) ทำให้เกิดสภาพอากาศที่ดีทั้งระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย   3.เลือกสินค้าจากแบรนด์หรือผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ สินค้ายาแนวที่จำหน่ายในท้องตลาดมีอยู่มากมาย หลากหลายยี่ห้อ  และผู้ผลิต เหตุผลง่ายๆ ที่เราจะต้องเลือกสินค้าจากแบรนด์และผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ เพราะสินค้าจะมีคุณภาพและมาตรฐานตามที่เราต้องการใช้งานจริงๆ หากไปใช้สินค้าที่แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จัก แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามที่ได้โฆษณาไว้     4.เลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่ม เดี๋ยวนี้การผลิตสินค้ามีเทคโนโลยี และการพัฒนาที่ล้ำหน้าไปไกล ผู้ผลิตจึงมักเสริมคุณสมบัติพิเศษของสินค้า  เพื่อให้สินค้ามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้านำไปใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่เหนือกว่าสินค้าที่มีแค่คุณสมบัติพื้นฐาน หากราคาไม่แตกต่างกันมากนัก   5.ไม่เลือกสินค้าโดยพิจารณาแต่ราคาเป็นหลัก เรื่องราคาอาจจะเป็นปัจจัยหลักของหลายคนในการเลือกสินค้า แต่หากคิดให้รอบครอบ การเลือกสินค้าโดยคิดแต่เอาเรื่องราคาถูกเข้าไว้ก่อน นานไปก็ต้องมีปัญหาตามมาให้แก้ไข เพราะสินค้าราคาถูกก็ย่อมจะมากับคุณภาพพอประมาณ ถ้าคิดเฉพาะราคาสินค้าถูกก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่าลืมถ้ามีปัญหาต้องเสียเวลา และหาช่างมาซ่อมแซมเพิ่มเติม นี่คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เผลอๆ คิดแล้วอาจจะแพงกว่าการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ที่อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ และการเลือกจากขนาดถุงใหญ่กว่าก็อาจไม่ใช่คำตอบ ขนาดบรรจุควรเป็นขนาดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่เหลือเศษทิ้งจนต้องจ่ายเกินจำเป็น     ถ้าพูดถึงเทรนด์การใช้กระเบื้อง สำหรับใช้ปูห้องต่างๆ ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้กระเบื้องประเภทแกรนิตโต้ ได้รับความนิยมถูกนำมาใช้ในบ้านและคอนโดมิเนียมมากมาย เพราะมีทั้งความสวยงามและมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายประเภทในการใช้งาน แต่การเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งความสวยงามและอายุการใช้งานยาวนาน คงต้องมีกาวยาแนวที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันด้วย   บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตภัณฑ์กาวยาแนว  จึงได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัสเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้า ที่หันมาปูกระเบื้องแกรนิตโต้และกระเบื้องตัดขอบปูชิดกันเพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์กาวยาแนวไม่มีคุณภาพ หรือไม่เหมาะกับกระเบื้องแกรนิตโต้  ทำให้ห้องที่ปูกระเบื้องแกรนิตโต้ ประสบปัญหาภายหลังมากมาย อาทิ ปัญหาราดำ  น้ำซึม และเปราะแตก เป็นต้น  ซึ่งสาเหตุสำคัญคือยาแนวไม่ลงลึกไปในร่องของกระเบื้องได้เต็มประสิทธิภาพ  ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ต้องมาตามแก้ไขปัญหาภายหลัง จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจริงๆ   ลองมาดูกันว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีอะไรดีบ้าง  เพราะแม้ว่าจะมีขนาดถุงเล็กๆ แต่เต็มด้วยประสิทธิภาพ เรียกได้ว่า แก้ได้หมดจบทุกปัญหา   7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ที่ให้ประโยชน์มากกว่าในราคาสุดคุ้ม 1. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มี Deep Active Molecule ทำให้เนื้อกาวไหลตัวได้ลึก ยึดเกาะเต็มร่องเล็ก สำหรับร่องยาแนว ขนาด 0.2-5 มม. โดยเฉพาะกระเบื้องแกรนิตโตที่นิยมปูชิด แต่เต็มประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่า “เล็กแต่แรง” จริงๆ หมดปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เพราะสามารถไหลลึกกว่า 8 มม. หรือเต็มความหนาของกระเบื้องแกรนิตโต้ จึงไม่เกิดโพรงช่องว่างหมดปัญหาน้ำซึมผ่านได้ หากเป็นยาแนวธรรมดาทั่วไป จะยึดเกาะร่องเล็กสุดตั้งแต่ 1-5 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงมีโอกาสเปราะแตกง่ายกว่าสร้างปัญหาตามมาอีกมากมาย      2. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีเทคโนโลยีไมโครแบน ทำให้มีคุณสมบัติยับยั้งราดำและตะไคร่น้ำ ที่ถือเป็นปัญหาสกปรกกวนใจ แถมยังเป็นแหล่งเชื้อโรคอีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดราดำ เป็นเพราะเราละเลยและเลือกกาวยาแนวไม่ถูกประเภท ซึ่งส่งผลให้ยาแนวเปราะแตก มีน้ำซึม เกิดราดำในที่สุด     และเมื่อยาแนวหลุดล่อน น้ำจะซึมผ่านใต้แผ่นกระเบื้อง หากเป็นห้องน้ำชั้น 2 จะทำให้ฝ้ารั่ว ฝ้าพังเกิดความเสียหาย น้ำหยดลงเฟอร์นิเจอร์ และหยดลงพื้น จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด  ทำให้ทุกอย่างพังหมด ต้องหาช่างมาซ่อมแซม เสียค่าใช้จ่ายบานปลาย เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา เพียงเพราะมองข้ามเรื่องเล็กๆ เหล่านี้     3. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมีคุณสมบัติในเรื่องการแห้งตัวเร็ว สามารถเปิดใช้พื้นที่ได้ภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งปกติยาแนวทั่วไปนั้นกว่าจะแห้งสนิท หรือเปิดพื้นที่ใช้งานได้ ต้องใช้ระยะเวลา 12-24 ชั่วโมง เหมาะมากกับบ้านหรือคอนโดที่มีห้องน้ำเดียวและต้องใช้ทุกวัน     4. คุณสมบัติด้านการทนกรด และสารเคมีมากกว่ากาวยาแนวทั่วไป ทำให้หมดปัญหาและข้อกังวลใจหากใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่มีสารเคมีหรือกรดซึ่งไม่ต้องกังวลใจว่ายาแนวจะซึกกร่อนได้ เพราะหากเป็นยาแนวปกติทั่วไปนั้น มีคุณสมบัติพื้นฐานเพียงแค่ปิดร่องกระเบื้อง แต่ไม่ได้พัฒนาให้กาวยาแนวมีคุณสมบัติทนกรด ทำให้เมื่อใช้ไปได้ไม่นานก็เกิดปัญหาหลุดล่อน เพราะถูกกรดหรือสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทำลายยาแนว   5. นอกจากกาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส จะมีเทคโนโลยีไมโครแบน ลดปัญหาราดำแล้ว ยังมีสารไฮโดรโฟบิก ที่ช่วยลดคราบสกปรกฝังแน่น และลดการซึมน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุการณ์ทำให้กระเบื้องหลุดล่อนอีกด้วย หากเป็นยาแนวธรรมดา ที่ไม่ได้มีสารไฮโดรโฟบิก สิ่งที่เรามักพบเสมอคือ คราบสกปรกฝังแน่น เป็นคราบดำ เนื่องจากยาแนวนั้นเน้นแต่เพียงการปิดร่องกระเบื้อง เป็นคุณสมบัติพื้นฐานหลักเท่านั้น     6. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมี WCAC Technology ซึ่งช่วยในเรื่องของลดการเกิดคราบขาวได้ในหนึ่งเดียว เป็นคุณสมบัติพิเศษ   7. ผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตสินค้าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการทดสอบควบคุมตามมาตรฐาน ANSI A 118.6 (Unsanded), A 118.7 (Unsanded) มาตรฐานยุโรป EN 13888 CG2 และผ่านเกณฑ์การทดสอบตามมาตรฐานการประเมินอาคารเขียว หรืออาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม LEED v4 ในหัวข้อ Indoor Environmental Quality – IEQ (คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร) ด้วยวัสดุที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ   จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนวมีความสำคัญมากต่อการปูกระเบื้อง และไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ยาแนวอุดร่องกระเบื้องเท่านั้น แต่มีความสำคัญมากต่อการป้องกันปัญหาจุดเล็กๆ ที่อาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ ต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส ไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะมากวนใจภายหลัง แม้ว่าอาจจะมีราคาสูงกว่าสินค้าในท้องตลาด และมีขนาดบรรจุต่อถุงเพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่ได้มาก ประสิทธิภาพสูง บรรจุขนาดเหมาะกับพื้นที่ใช้งาน  เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวคุ้มค่าในระยะยาวถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “เล็กแต่แรง” เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และคุ้มค่าคุ้มราคามากเลยทีเดียว   หมายเหตุ : LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกาเป็นที่ยอมรับใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในการก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม : http://bit.ly/2B0ANyw  

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมตัวที่สองแล้วสำรับกลุ่มบริษัท แม็กซิมัสเอสเตท จำกัด โดยครั้งนี้เลือกทำเลสุทธิสารมาพัฒนาโครงการภายใต้คอนเซป “Live Your Life Prime” ใกล้ MRT สถานีสุทธิสารที่เดินถึงเพียงแค่ 4 นาที และยังอยู่ในละแวกที่เป็นชุมชน ตลาด และแหล่งอาคารสำนักงาน มีความโดดเด่นตรงที่ให้สเปคห้องมาแบบจัดเต็มแบบ Fully Furnished ในราคาที่จับต้องได้ง่าย เฉลี่ยเพียง 95,000 บาท/ตร.ม.   ชื่อโครงการ MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan (แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร )  เจ้าของโครงการ บริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน จํากัด ที่ตั้งโครงการ 58 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  1-2-86.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 218 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 27.9-30 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 40.95 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished  ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สระว่ายน้ำ jet pool ยาว 21 เมตร, Smart Locker, Co-working space, Co-kitchen space, Meeting room, Fitness, Sky-theater, โรงหนังลอยฟ้า, ลาน B.B.Q., ลู่วิ่งลอยฟ้า, Sky garden ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 95,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ สเปคห้องดีได้เฟอร์นิเจอร์ครบ ราคาจับต้องได้ง่าย  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสุทธิสาร สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยน มอลล์