การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


QUINN Condo รัชดา (รีวิวคอนโด)

QUINN Condo รัชดา (รีวิวคอนโด)

ห่างจากทางออกที่ 4 ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสารมาประมาณ 260 เมตร ก็ถึง QUINN Condo โครงการตึกคู่ขนาดใหญ่ริมถนนรัชดาภิเษก ที่ดินของโครงการตั้งอยู่หลังตึกธนชาติ ซึ่งอาศัยทางเข้า-ออกจากฝั่งซอยรัชดา 17 เป็นหลัก แต่ถ้าเดินจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมา สามารถเดินลอดใต้ตึกธนชาติเข้าประตูเล็กด้านข้างโครงการได้ บริเวณรอบๆ QUINN Condo แวดล้อมไปด้วยอาคารสูง สำนักงาน สถานบันเทิง แหล่งช็อปปิ้ง ตามแบบฉบับถนนสายธุรกิจของกรุงเทพ ดังนั้นตั้งแต่เช้ายันค่ำเรื่องอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ใคร ข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็มีตลาดนัดเมืองไทยภัทร ของกินของใช้มีขายกันทั้งวัน ยาวไปจนถึงสี่แยกสุทธิสารที่เย็นๆ มีแผงลอยขายอาหารเพียบ ยังไม่นับร้านอาหารในตึกเมืองไทยภัทรอีก ในอนาคตอันใกล้จะมีร้าน Au Bon Pain และ Max Value ที่โครงการจะเปิดให้บริการตรงตึกธนชาติเพิ่มด้วย เรื่องปากท้องจึงไม่น่าเป็นห่วง เกาะแนวรถไฟฟ้าไปก็ยังมีห้างอีกหลายแห่งที่เดินทางได้ง่ายแสนง่าย ทั้ง Central พระราม9, Tesco Lotus, Fortune Tower, Esplanade ไปจนถึง Central ลาดพร้าวนู่น

การเดินทางด้วยรถส่วนตัวมีเส้นทางลัดเลาะออกได้หลายทาง เพราะซอยรัชดา 17 เชื่อมต่อกับถนนวิภาวดี หรืออินทามระได้ เพื่อเลี่ยงรถติดในช่วงเช้า-เย็น ซึ่งรับรองว่าถนนรัชดารถติดขึ้นชื่ออยู่แล้ว ส่วนการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็ทำได้ง่าย ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ หรือแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็ตั้งอยู่หน้าประตูโครงการเลย สาธารณูปโภคหลายๆ อย่างรอบโครงการครบครันดี ติดอยู่ตรงที่ปากซอยมี Poseidon ตั้งตระหง่าน เคียงข้างด้วย Copa Cabana ทำให้ทำเลแถวนี้สุ่มเสี่ยงสำหรับสาวๆ ที่ต้องเดินคนเดียวในช่วงค่ำๆ ถึงถนนหนทางจะไม่เปลี่ยว แต่บรรยากาศก็ไม่น่าเดินเท่าไหร่

เดินทางโดยใช้ทางด่วนมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตทางลงถนนรัชดาภิเษก (สี่แยกพระราม 9)

เบี่ยงซ้ายเพื่อลงทางด่วน

ลงทางด่วนแล้วให้ไปตามเส้นทางจะบังคับเลี้ยวซ้ายไปสี่แยกพระราม 9

ตรงไปเพือไปยังสี่แยกพระราม 9

เมื่อถึงสี่แยกพระราม 9 ให้ตรงไป

เมื่อผ่านแยกไปแล้ว จะพบห้างฟอร์จูน ทาวน์ ทางซ้าย และห้าง Central พระราม 9 ทางขวา สังเกตตรงหน้าจะเป็น Lotus พระราม 9

ขับตรงไป จุดสังเกตคือ ห้าง Esplanade และ ตึก RS ด้านซ้ายมือ

ขับผ่านห้าง Esplande เพื่อตรงไป

ตรงไปตามไปป้ายบอกทาง ห้วยขวางและลาดพร้าว

ให้ใช้ทางลอดอุโมงค์ ตามป้ายบอกทาง สุทธิสาร ลาดพร้าว

ตรงไปจนพบตึก Poseidon ทางด้ายซ้ายมือ และชิดเลนซ้าย เพื่อจะเลี้ยวเข้าซอย รัชดา 17

เลี้ยวซ้ายเข้าซอย รัชดา 17 จุดสังเกตซอยจะอยู่ระหว่าง Poseidon และ อาคารธนชาติ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 17 ให้สังเกตด้านขวามือ

เลี้ยวขวาเพื่อเข้าโครงการ

QUINN Condo มีด้วยกัน 2 ตึก ยูนิตรวม 729 ห้อง มีการออกแบบให้ Facility แยกออกจากกัน เรื่องความสวยงามของตึกนั้นมีลูกเล่นในการออกแบบนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ตึกแข็งเกินไป ตึก A สูง 25 ชั้น ส่วนตึก B สูง 32 ชั้น ส่วนกลางของทั้ง 2 ตึกมีทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวน เรื่องที่จอดรถก็ให้มาเยอะ นับรวมจอดซ้อนคันแล้วก็จอดได้มากถึง 66% เลยทีเดียว ในเรื่องทิศทางของตึกนั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีๆ ในการเลือกห้อง เนื่องจากหลายๆ มุมถูกตึกรอบๆ บดบังวิวไปเยอะ ไหนจะเรื่องตึกของโครงการเองที่บังมุมกันเองอีก จึงต้องคิดคำนวนกันให้ดีๆ ยิ่งมีตึกสูง และอาคารสำนักงานอยู่ขนาบข้างแบบนี้ เรื่อง Privacy ก็แทบจะหมดไป เพราะทางโครงการลืมคิดเผื่อไว้ ดีไม่ดีเปิดหน้าต่างมาอาจจ๊ะเอ๋กับพนักงานที่ทำงานในตึกข้างๆ ก็ได้ อีกอย่างสระว่ายน้ำในแต่ละตึก เปิดโล่งให้มองเห็นได้จากรอบด้าน หนักที่สุดก็คือสระว่ายน้ำที่ตึก B ที่สามารถถูกมองเห็นได้จากคนอาศัยในตึก A ตึก B และจากตึกธนชาติ เลยไม่แน่ใจว่าเอาเข้าจริงตอนกลางวันหรือช่วงเย็นๆ จะมีลูกบ้านกล้าใช้งานแค่ไหน

แผนที่โครงการ

บริเวณปากซอยรัชดา 17

ที่ตั้งโครงการอยู่ถัดเข้ามาจากปากซอยรัชดา 17 แค่ 50 เมตร

ทางเข้าโครงการ

สำนักงานขายตั้งอยู่ด้านหลังตึกธนาคารธนชาติครับ

โมเดลตึกครับ ตึกทางซ้ายริมถนนรัชดาเป็นตึกของธนาคารธนชาติ

ตึกด้านขวาที่เตี้ยกว่าเป็นตึก A นะครับ ส่วนอีกตึกคือตึก B

มุมตึกมองจากทางซอยรัชดา 17

Facility ที่ชั้น 5 ของตึก A จัดสรรไว้ตาม Floor Plan เลยครับ

ผังห้องแต่ละชั้นของตึก A จะมีหน้าตาคล้ายๆ กันตามนี้เลย

Facility ของตึก B ก็อยู่ที่ชั้น 5 เหมือนกัน

Floor Plan ของตึก B ครับ

ผังห้องแบบขนาด 34 ตร.ม.

ห้องขนาด 34 ตร.ม. แบบหน้ากว้าง

ผังห้องขนาด 52 ตร.ม.

มาถึงการจัด Lay out ห้อง ซึ่งเราได้ชมจากห้องตัวอย่างมา 2 ห้อง เป็นแบบ 1 ห้องนอน ในขนาด 34 ตร.ม. และ 44 ตร.ม. นอกจากห้องแบบ 2 ห้องนอน ไม่ได้มีห้องตัวอย่างไว้ให้ชม เรื่องขนาดพื้นที่ห้องของ QUINN Condo นั่นถือว่าห้องกว้างจริง ตามจุดขายของโครงการ ทุกห้องใช้ห้องครัวแบบเปิด เพราะวาง Lay out ไว้ตำแหน่งตรงประตูทางเข้าห้องเหมือนกันหมด ชุดครัว Build in มาพร้อมสรรพด้วยวัสดุมาตรฐาน ถัดเข้าไปเป็นส่วนของพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียง ส่วนของห้องนอนจะแยกไว้ชัดเจนซึ่งถูกจัดให้มีห้องน้ำในตัว จะเข้าห้องน้ำต้องเดินผ่านเข้าทางห้องนอนเท่านั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้องจะให้เป็นบางชิ้น เรื่องวัสดุที่เลือกใช้ในห้องจัดว่าได้มาตรฐาน หน้าตาดูดีทีเดียว ขัดใจขัดตาก็ตรงพื้นห้องที่เกือบทั้งหมดปูลามิเนต แต่พอมาถึงบริเวณห้องครัวก็ตัดฉับเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องมีบัวขอบพื้นห้องตัดกลางห้องมันซะดื้อๆ อย่างนั้น ดูแล้วขาดความประณีตในการออกแบบยังไงชอบกล แถมห้องทุกขนาดก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด จะว่าเป็นความหวังดีของโครงการที่อยากจะให้พื้นบริเวณห้องครัวทำความสะอาดได้ง่าย แต่กลายเป็นลืมคำนึงเรื่องความสวยงามไป

ประตูห้องทุกห้องใช้ระบบ Smart Doorlock

เปิดเข้าห้องแบบ 34 ตร.ม. มาก็เจอมุมกินข้าวบริเวณห้องครัวเลย

หน้าตาชุดครัวที่ให้มาพร้อมห้อง เป็นครัวเปิดอยู่ทางซ้ายของประตูเข้าห้องเลยครับ

พื้นที่วางตู้เย็นอยู่ระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่นพอดี

เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันเป็นยี่ห้อ Teka

เตาไฟฟ้า

อ่างล้างจานแบบฝั่ง ขนาดพอเหมาะกับการใช้งานในคอนโด

ระหว่างชุดครัวและผนัง Build in เหลือพื้นที่วางตู้เย็นไว้ฟิตพอดี

พื้นที่ว่างรอบๆ เตาไฟฟ้ายังเหลือพอให้วางของได้บ้าง

มองจากห้องนั่งเล่นออกไปทางประตูทางเข้าจะเห็นมุมกินข้าวแบบนี้ครับ

ชุดโซฟาเข้ามุมผนังพอดีเป๊ะ

บริเวณระเบียงใต้คอมเพรสเซอร์แอร์สามารถวางเครื่องซักผ้าได้

ชั้นวางทีวี Build in มาให้มีช่องเก็บของเพิ่มขึ้นด้วย

พื้นที่ห้องนอนดูกว้างขวางใช้ได้เลย

หน้าห้องน้ำวางตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง เหมือนได้ walk in closet กลายๆ

ตู้เสื้อผ้าวางไว้หน้าห้องน้ำแบบนี้ก็สะดวกดี

พื้นที่ส่วนเปียกของห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเป็นสัดส่วน

อ่างล้างหน้าใหญ่ดี พื้นที่รอบๆ ก็วางของได้เยอะ

ก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้า

โถสุขภัณฑ์ของ MOGEN หน้าตาเรียบๆ

ที่ใส่ทิชชู่สามารถวางหนังสือได้ด้วย

ห้องอาบน้ำมีที่วางของเยอะดี แถมยังก่อปูนทำเป็นที่นั่งให้อีก

ชุดก๊อกของฝักบัวเป็นแบบ 2 ทาง

ชุดฝักบัว

มีเพิ่ม Rain Shower มาให้ด้วยครับ

ประตูห้องอาบน้ำเปิดเข้าด้านใน ป้องกันเรื่องน้ำหยดมายังพื้นที่แห้ง

รอยต่อระหว่างพื้นห้องครัวที่ปูกระเบื้อง และพื้นห้องนั่งเล่นที่เป็นพื้นลามิเนต

สวิทช์ไฟมาตรฐาน Panasonic ครับ

ในห้องติดตั้งเครื่องตรวจควันมาเรียบร้อย

เปิดประตูห้องขนาด 44 ตร.ม. เข้ามาเห็นพื้นที่ส่วนกลางห้องเต็มๆ

จากประตูหันมาทางซ้ายเป็นครัวแบบเปิดขนาดใหญ่เลยทีเดียว

มุมนี้จะเห็นพื้นที่บริเวณห้องครัวได้ชัดเจน

มองกลับออกไปที่ประตูทางเข้าจะเห็นว่าด้านซ้ายยังมีพื้นที่ว่าง มุมนี้สามารถวางตู้เก็บรองเท้าหรือตู้เก็บของเพิ่มได้

พื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่นกว้างขวางใช้ได้เลย และตู้เก็บของก็ Build มาเต็มพื้นที่เหมือนกัน

ห้องตัวอย่างแอบวางโต๊ะทำงานเล็กๆ ไว้ที่หลังโซฟา

มุมทำงานตรงนี้ดูอึดอัดไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็เอาออกได้ครับ พื้นที่ห้องนั่งเล่นก็จะกว้างขึ้นด้วย

ห้องนอนแบบเข้มๆ

พื้นที่หัวเตียงมีเหลือพอให้เป็นมุมแต่งตัวเล็กๆ

พื้นที่ในห้องนอนค่อนข้างจำกัดนะครับ

มุมหน้าห้องน้ำวางตู้เสื้อผ้าไว้เต็มพื้นที่ เหมือนมีห้องแต่งตัวเพิ่มขึ้นมา

ห้องน้ำ

มุมทำธุระส่วนตัว มีพื้นที่วางของกระจุกกระจิกได้เยอะเลย

ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจก

ชุดฝักบัวพร้อม Rain Shower

ตู้กระจกเหนืออ่างล้างหน้าช่วยเพิ่มที่เก็บของได้อีกเยอะเลย

ก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าของ MOGEN ตามมาตรฐานครับ

อ่างล้างหน้ามีตู้เก็บของด้านล่าง และตู้หลังกระจกด้วย

อันนี้ธรณีประตูห้องน้ำครับ เตี้ยไปหน่อย ต้องระวังเรื่องน้ำในห้องน้ำระบายไม่ทันแล้วล้นเข้าห้องนอน

ประตูกระจกบานใหญ่ตรงระเบียง เปิดรับแสงและวิวได้เต็มที่

เครื่องซักผ้าวางไว้ที่ระเบียงใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ครับ

พื้นระเบียงต่ำกว่าพื้นห้องพอสมควรครับ ช่วยลดปัญหาน้ำล้นเข้าห้องได้

ตรงระเบียงมีติดตั้งปลั๊กไฟแบบมีฝาปิดเรียบร้อย

แอร์ในห้องนั่งเล่น

อันนี้แอร์ในห้องนอน หน้าตาต่างกับแอร์ในห้องนั่งเล่นเลย

พื้นที่ห้องนั่งเล่นครับ จะออกไปที่ระเบียงต้องเดินผ่านบริเวณนี้ก่อน

เนื่องจากขนาดห้องที่กว้างกว่าคอนโดอื่นๆ ในทำเลเดียวกัน และราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรก็จัดว่าต่ำกว่า QUINN Condo จึงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนทำกำไรในอนาคต ถึงแม้ว่า Developer จะไม่ใช่รายใหญ่เจ้าตลาด แต่โครงการผ่าน EIA และมีการลงเสาเริ่มก่อสร้างไปแล้ว จึงไม่น่ากังวลเรื่องโครงการล้ม และอีกหนึ่งแรงจูงใจที่สำคัญนอกจากเรื่องราคาแล้ว โปรโมชั่นของแถมยังจัดมาให้ค่อนข้างมากทำให้ไขว้เขวได้ไม่ยาก จะปล่อยเช่า หรือขายต่อในอนาคตคงทำได้ไม่ยาก เพราะทำเลใกล้แหล่งสำนักงาน การเดินทางสะดวก ยิ่งถ้าใครทำงานอยู่ในแถบนี้อยู่แล้ว จะซื้อไว้อยู่เองเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางก็น่าลองพิจารณาโครงการนี้ควบคู่คอนโดอื่นๆ ไปด้วยนะครับ

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/