การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


คอนโด Silk Phaholyothin 9 (รีวิวคอนโด)

Silk Phaholyothin 9 : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูโครงการ Silk Phaholyothin 9 คอนโดมิเนียม Low Rise สร้างเสร็จพร้อมอยู่ในซอยพหลโยธิน 9 หนึ่งในทำเลที่อยู่ระหว่างรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ และสะพานควาย และมีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอาศัยด้วย

 

การเดินทาง

ตัวโครงการ Silk Phaholyothin 9 ตั้งอยู่ลึกเข้ามาในซอยพหลโยธิน 9 อีกประมาณ 400 เมตร และถ้านับจากปากซอยไปยังสถานีรถไฟฟ้า ก็อยู่กึ่งกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้าอารีย​์และสะพานควายพอดี เพียงแต่ถ้าเลือกลงที่สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ แล้วขึ้นรถต่อมายังโครงการก็จะสะดวกและง่ายกว่า เพราะเลือกได้ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้ ถ้าอยากออกกำลังกายก็ออกแรงเดินกันได้เลยครับ ระยะเดินเรียกเหงื่อได้กำลังดี เพราะอากาศบ้านเราแดดร้อนได้ที่ แต่จริงๆ แล้วทางเดินในซอยพหลโยธิน 9 ก็ร่มรื่นดีนะครับ

ถนนในซอยมีรถผ่านเข้าออกมากหน่อยเนื่องจากเป็นซอยที่เชื่อมต่อไปได้ทั้งซอยพหลโยธิน11 ถนนประดิพัทธ์ ซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) หรือจะออกพระราม 6 หนีไปขึ้นทางด่วนก็ได้เช่นกัน และถ้าออกไปตรงแยกสะพานควาย ก็เลี้ยวไปสุทธิสาร ออกถนนวิภาวดีรังสิตได้ด้วย ดังนั้นถ้าใครที่ใช้รถส่วนตัวเป็นหลักก็ถือว่าสะดวกดีใช้ได้เลยทีเดียว เว้นเสียแต่ปัญหารถติดบนถนนรอบๆ บริเวณนี้ที่ติดหนักเอาเรื่อง ยิ่งในช่วงเช้าและเย็นนี่ปริมาณรถแน่นขนัดติดยาวหายห่วงไปเลย ดังนั้นเส้นทางลัดเลาะในซอยแถบนี้จึงค่อนข้างจำเป็นครับ เอาไว้หนีช่วงเวลารถติดหนัก ส่วนถ้าใครเลือกจะใช้บริการรถสาธารณะ ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ก็มีรถเมล์ผ่านบนถนนพหลโยธินหลายสายมากๆ ป้ายรถเมล์ก็อยู่ถัดไปตรงหน้าตึกชินวัตร 2 เลยปากซอยพหลโยธิน 9 ไปนิดเดียวเอง

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS นะครับ มาลงที่สถานีอารีย์

ถึงอารีย์แล้ว ถ้าหันหน้าไปทางสะพานควาย ด้านขวามือจะเห็น La Villa อารีย์ คอมมูนิตี้ มอลล์ เล็กๆ ที่รวมร้านอาหาร ร้านค้า ต่างๆ

เราจะลงทางออกที่ 3 ฝั่งซอยอารีย์นะครับ ทางออกที่ 4 จะลงฝั่ง La Villa อารีย์

จากนั้นเราเดินต่อไปทางสะพานควาย ผ่านซอยอารีย์ ถ้าเดินไม่ไหว จะมีวินมอไซค์ไว้คอยให้บริการอยู่ตรงปากซอยอารีย์เพียบเลยครับ

ฟุตบาททางเดินกว้างขวางเดินได้สะดวกดีครับ

แถวนี้จะมีอาคารสำนักงานและหน่วยงานราชการอยู่หลายที่เลยนะครับ เลยจาก BTS มานิดเดียวจะเห็นอาคาร IBM อยู่ฝั่งตรงข้าม

ติดกับอาคาร IBM จะเป็นธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน

เดินมาอีกจะเจอกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

อาคารพหลโยธิน เพลส และอาคารชินวัตร 1 อยู่หน้าปากซอยพหลโยธิน 8

2 ข้างทางมีต้นไม้เขียวขจีดูร่มรื่นดีครับ ถ้าอากาศไม่ร้อนจนละลายก็น่าเดินอยู่นะ

ถัดมาอีกหน่อยจะเจอโรงพยาบาลประสานมิตร หรือโรงพยาบาลปอดกรุงเทพ

เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงแล้วล่ะครับซอยพหลโยธิน 9

มี 7-11 อยู่ปากซอยให้ได้ฝากท้องกันด้วย

อีกฝั่งจะเป็นอาคารชินวัตร 2

ตอนเราไปทำการรีวิวเป็นช่วงบ่ายๆ รถก็เริ่มติดกันแล้วนะครับ

อาคาร EVS อยู่ตรงข้ามกับอาคารชินวัตร 2

มีร้านขายอาหารสำหรับชาวออฟฟิศแอบอยู่ข้างๆ ตึก

ภายในซอยเงียบสงบดีครับ รถราไม่ค่อยมีวิ่งพลุกพล่านเท่าไหร่ เนื่องจากซอยนี้เป็นซอยตัน

ซอยชำนาญอักษร ซอยนี้สามารถลัดเลาะไปเข้าซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ เพื่อไปออกซอยพหลโยธิน 7 หรือซอยอารีย์ได้

ถึงแล้วครับ Silk Condo อยู่ด้านซ้ายมือ

พอเรามาถึงคอนโด ฝนก็เทลงมาพอดี

ที่จอดรถจะอยู่ใต้อาคารเลยนะครับ

วิเคราะห์รอบโครงการ

เรามาดูบรรยากาศพื้นที่รอบๆ โครงการกันดูบ้าง เริ่มจากทางฝั่งอารีย์ พอลงสถานีรถไฟฟ้ามาก็จะพบกับความอุดมสมบูรณ์ขั้นสุด เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต แหล่งช๊อปปิ้ง ตั้งแต่ร้านแบกะดิน ร้านฮิปๆ อินเทรนด์ ไปจนถึงร้านหรูหราไฮโซ (คลิกไปดูรีวิวทำเลแถบซอยอารีย์ได้ที่นี่ครับ) เลือกเอาได้ตามสไตล์เลยครับ เช่นเดียวกันกับทางฝั่งสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย ความอุดมสมบูรณ์ก็ไม่แพ้กันเลย ด้วยความเป็นย่านชุมชนเก่าด้วย ร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดกิจการกันมานานก็เยอะ ร้านใหม่ๆ ไม่น้อย อยู่ย่านนี้ไม่ต้องกลัวอดครับ

นอกเหนือจากเรื่องอาหารการกินที่เราสามารถฝากท้องไว้ได้แล้ว เรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ก็ครับครันไม่แพ้กัน บริเวณนี้มีโรงพยาบาลหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลเฉพาะทาง รวมถึงหน่วยงานราชการ อาคารสำนักงานใหญ่ๆ สถาบันการเงิน และสถาบันศึกษาก็รายล้อมอยู่รอบๆ บริเวณนี้ด้วย ยิ่งถ้าใครที่ต้องทำงานในย่านนี้อยู่แล้วก็ยิ่งเหมาะมากๆ เพราะคงคุ้นชินกับพื้นที่ดีว่าอะไรอยู่ตรงไหน ต้องหาเส้นทางเลี่ยงรถติดยังไง เป็นต้น พอขยับเข้ามาใกล้ที่ตั้งโครงการอีกหน่อย ก็จะเห็นว่าบริเวณปากซอยพหลโยธิน 9 มีบรรยากาศคึกคักมากๆ โดยเฉพาะในช่วงกลางวันของวันทำงาน เพราะตรงปากซอยมีอาคารชินวัตร 2 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ตอนพักกลางวันคนจะเยอะมากๆ ร้านอาหารรถเข็นแผงลอยจึงมีให้เห็นเพียบ โดยเฉพาะช่วงปากซอยจะมีรถเข็นขายอาหารเรียงรายกันยาวเหยียด แต่พอช่วงบ่ายแก่ๆ ก็จะเริ่มทยอยเก็บร้านกันแล้ว เหลือก็แต่ร้านสะดวกซื้อตรงปากซอยที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นทีพึ่งพายามฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศในซอยพหลโยธิน 9 โดยรวมแล้วค่อนข้างเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยดีที่เดียว เพราะท้ายซอยนี้เป็นซอยตัน แต่ช่วงกลางๆ ซอยจะมีซอยแยกเชื่อมไปออกซอยอารีย์ ซอยพหลโยธิน 11 และถนนประดิพัทธ์ได้ครับ พอเลยช่วงนี้ไปแล้วในซอยก็จะเงียบขึ้นมาทันตา ซึ่งโชคดีที่ Silk Phaholyothin 9 ตั้งอยู่ค่อนไปทางท้ายซอย ลูกบ้านจึงวางใจได้ว่าจะไม่ค่อยมีเสียงรถราดังรบกวนเวลาพักผ่อน อีกทั้งรอบๆ โครงการก็ยังเป็นบ้านเดี่ยวเก่าแก่เกือบทั้งหมด เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการบังวิวห้องพัก เว้นแต่ห้องบนชั้น 2-3 เท่านั้นที่อาจจะถูกบ้านติดๆ โครงการบังวิวมากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่ตำแหน่งห้องที่ต้องไปลองเลือกจากห้องจริงกันอีกทีครับ

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง ทางโครงการก็จัดสรรมาให้ครบถ้วนทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสตรีมแยกชายหญิง และสวนหย่อมสำหรับพักผ่อนในบริเวณชั้น 1 โซนด้านหลังของโครงการ โดยที่เวลาใช้งานลูกบ้านจะต้องลงจากลิฟท์ เดินผ่านล็อบบี้ก่อนมาออกประตูอีกด้าน จึงอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร แต่ในขณะเดียวกันขนาดของสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางก็ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป น่าจะพอเหมาะกับการใช้งานของลูกบ้านทั้งหมด เหมือนกันกับพื้นที่จอดรถภายในอาคาร ที่ทางโครงการแจ้งไว้ว่าสามารถจอดได้มากถึง 60% ของจำนวนห้องเลยทีเดียว รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานตลอด 24 ชั้วโมง ทั้งกล้อง CCTV และ ระบบ Key Card Access

มาเราดูที่แปลนอาคารกันต่อ เริ่มจากชั้น 1 Facility ของโครงการจะรวมกันอยู่ชั้น 1 ทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และห้องสตรีม โดยส่วนหนึ่งเป็นที่จอดรถและ Lobby

ที่จอดรถจะมี 2 ชั้นนะครับ คือที่ชั้น 1 และชั้นใต้ดิน

ส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2 ขึ้นไป มีทั้งหมด 13 ยูนิต โดยชั้น 2 จะถูกส่วนของ Facility กินพื้นที่ขึ้นมาถึงชั้น 2 ด้วย แต่ไม่สามารถเข้าจากชั้น 2 ได้นะครับ

ตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปจะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด ชั้นละประมาณ 16 ยูนิต

เรามาดูสถานที่จริงกันเลยดีกว่าครับ ว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง ตรงนี้จะเป็นที่จอดรถบริเวณชั้น 1

จากลานจอดรถจะมีประตูเข้าตัวอาคาร

ต้องใช้คีย์การ์ดด้วยนะครับ

จะมีลิฟท์ไว้ให้บริการ 2 ตัว

ทางเข้าอีกทางจะผ่านทาง Lobby

Mailbox จะอยู่ที่บริเวณ Lobby

ติดกับ Mailbox จะเป็นประตูทางเข้า ตรงนี้ต้องใช้คีย์การ์ดเข้าด้วยนะครับ

มองตรงผ่าน Lobby ไปด้านหลัง จะเป็น Facility ของโครงการ ใครจะไปใช้ Facility ก็ต้องลงมาที่ชั้น 1 ก่อนนะครับ

ประตูทางออกไป Facility

ขึ้นบันไดมาแล้วจะเจอกับสระว่ายน้ำ

มีสวนหย่อมเล็กๆ อยู่ต่อจากสระว่ายน้ำ

ข้างๆ สระว่ายน้ำจะมีห้องน้ำชาย หญิง

ด้านในจะมีห้องอาบน้ำให้ด้วยนะครับ

ห้องสตรีมจะอยู่ในห้องน้ำ มีเหมือนกันทั้งห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง

ใกล้ๆ กันจะเป็นห้องฟิตเนส ซึ่งต้องใช้คีย์การ์ดเข้าเหมือนกัน

บรรยากาศในห้องฟิตเนส

มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำ

พาชมห้องตัวอย่าง

อย่างที่บอกไปแล้วว่า Silk Phaholyothin 9 สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว เราจึงมีโอกาสได้ชมห้องตัวอย่างในอาคารจริง ทำให้เห็นบรรยากาศต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่ง Layout ของห้อง 1 Bedroom ก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับห้องครัวเปิดที่มาพร้อมกับชุดเคาน์เตอร์ครัว ถัดเข้าไปอีกหน่อยจะเป็นพื้นที่ของ Living Area ติดกับระเบียง พื้นที่ตรงส่วนนี้สามารถตกแต่งเพิ่มเติมได้อีกตามสไตล์ของเจ้าของห้องเลย ซึ่งคนที่มีสไตล์การตกแต่งในใจอยู่แล้ว พื้นที่ตรงนี้ก็จัดได้อย่างเต็มที่เลยครับ

ส่วนของห้องนอนจะแยกออกไปเป็นสัดส่วน ใช้ผนังกั้นห้องพร้อมประตูบานสวิงเรียบร้อย ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าประตูกระจกบานเลื่อน พื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนก็กระทัดรัดกำลังดี วางเตียง 5 ฟุตลงไปแล้วก็เหลือที่พอสำหรับโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าอีกด้วย เช่นเดียวกันกับห้องน้ำที่มีชุดสุขภัณฑ์มาพร้อม ลองไปดูรูปภายในห้องแบบใกล้ๆ กันเลย
ช่วงนี้ทางโครงการจัดโปรโมชั่นพิเศษ แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อีก 4 รายการ ประกอบด้วย ทีวี, ตู้เย็น, ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้า สเปคตามที่โชว์ในห้องตัวอย่างเลยนะครับ เพื่อคนที่กำลังลังเลจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือลงทุนปล่อยเช่าก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะทำเลแถบนี้ยังเป็นที่ต้องการอีกมาก โอกาสที่จะทำกำไรก็ยังมีอยู่ครับ

เราเริ่มตั้งแต่หน้าลิฟท์กันเลยนะครับ

ที่ทิ้งขยะจะอยู่ที่หน้าลิฟท์

โถงทางเดินไปสู่ห้องพัก

เมื่อเข้ามาในห้องแล้วมองตรงไปจะเป็นส่วน Living Area

เมื่อมองมาด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนของครัวแบบเปิด อยู่ด้านหน้าห้องเลยนะครับ

ตัวท็อปครัวจะเป็นรูปตัว L มีชั้นลอย และตู้เก็บของด้านล่าง

อ่างล้างจานแบบฝัง

เตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมฮูดดูดควันของ MEX

ช่องวางไมโครเวฟจะอยู่ด้านล่าง

เยี่ยงๆ กับครัวจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหาร

พื้นที่ในส่วนของ Living Area ค่อนข้างกระทัตรัตอยู่สักหน่อย ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาไม่มากนัก

ระยะห่างของชั้นวางทีวีจากโซฟา

โครงการจะแถมแอร์ให้ 2 เครื่องนะครับ ที่ Living Area กับห้องนอน

ระเบียงจะอยู่ติดกับ Living Area กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

ความกว้างของระเบียง

คอมเพรสเซอร์แอร์จะติดตั้งไว้ที่ระเบียง มีประตูเหล็กกั้นอย่างมิดชิด

มาต่อกันที่ห้องนอน

จุดเชื่อมต่อของทั้ง 3 ห้อง จะใช้วัสดุปูพื้นคนละแบบกันเลยนะครับ

ในห้องนอนวางเตียง 5 ฟุตกำลังดีครับ มีพื้นที่รอบเตียงนิดหน่อยดูไม่อึดอัด แต่ถ้าใครชอบนอนเตียง King Size ก็มีพื้นที่พอให้วางได้นะครับ

ปลายเตียงเหลือพื้นที่พอให้เดินได้ ถ้าอยากจะดูทีวีในห้องนอน ก็ต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนังแล้วล่ะครับ

ข้างเตียงด้านที่ติดกับหน้าต่าง

หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบานเปิด 2 บาน อยู่ด้านซ้าย-ขวา ส่วนที่เหลือเป็นบาน Fix

อีกด้านจะเป็นจุดที่วางตู้เสื้อผ้า

ที่มีให้วางโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ หน้าตู้เสื้อผ้า

ออกจากห้องนอนมาดูห้องน้ำเป็นห้องสุดท้ายครับ กระจกเงายาวจากอ่างล้างหน้าไปถึงโถสุขภัณฑ์

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มีตู้เก็บของด้านล่าง ของ American Standard

โถสุขภัณฑ์ของ American Standard อยู่ตรงกลางระหว่างอ่างล้างหน้ากับ Shower Box

จุดที่วางเครื่องซักผ้าจะอยู่อีกด้านติดกับ Shower Box

ออกแบบมาได้พอดีกับเครื่องซักผ้ามั่กๆ

ด้านในสุดจะเป็น Shower Box กั้นด้วยกระจกเทมเปอร์

ชุดฝักบัวของ American Standard

We Recommend
บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

Atelier Residence บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก Aland Development ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยการนำแนวคิด Oval Design ดีไซน์เพื่อความเป็นส่วนตัวที่สุด ไม่ถูกรบกวนจากภายนอกในแบบฉบับ Private Residence เพียง 8 ยูนิต แต่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกในซ.สหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์   ตัวบ้านสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีทั้งสวนหย่อม สระว่ายน้ำส่วนตัวยาว 20 เมตร ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้ดูโล่งสบาย แฝงกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของบ้าน เช่น ดินเผาสีเทาที่นำมาเป็นอิฐคุณภาพสูงทุกก้อน คอร์คยาร์คนำต้นไม้มงคล ซึ่งไม่ทำให้บ้านเสียหายในอนาคตมาวางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน   ชื่อโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเด้นซ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ 588 ซ.สหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ 7-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 5 ห้องนอน มีลิฟต์ส่วนตัว จำนวนหลัง 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 182 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,150 ตร.ม. แบบบ้าน Type A Zen style Type B Roman style ที่จอดรถ 6 คัน ราคาเริ่มต้น 138 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ มีความเป็นส่วนตัวสูงทั้งจำนวนยูนิต และการดีไซน์ตัวบ้านที่ไม่เหมือนใคร ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม ทำเลใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย และทางด่วนฉลองรัช จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง CrystalPark, CentralFestival Eastville, Central Plaza Grand Rama 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช   ภาพ exterior   ภาพ Interior  

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคำว่าคอนโดมิเนียม โดยนำเอาทำเลรอบๆ ที่มีความเป็นเมือง metropolitan กับธรรมชาติ suburban มาผสมผสานอัตลักษณ์ของ 2 บริบทนี้เข้าด้วยกัน   รอบโครงการได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆของอาคารตั้งแต่ทางเข้าของโครงการจนไปถึงชั้นต่างๆ ของตึกจนถึงบริเวณสูงสุดของอาคาร โดยลักษณะพื้นที่ในสวนในรูปแบบของ pattern ที่เป็นเส้นตรง มีการสลับกันระหว่างพื้นที่สีเขียว ทางเดิน และน้ำ ในส่วนของ facilities หลักของโครงการชั้น 30 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Wellness pool ที่ยาวกว่า 28 เมตร เป็นตัวเชื่อมวิวระหว่างฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหาเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนชั้น 38 และ Rooftop ถูกออกแบบอย่างมี Character และกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดให้มาใช้งาน อาทิ พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยมีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการทำสวนและปลูกผัก ส่งไปถึงการออกกำลังกายบนชั้น Rooftop ใช้สีสันฉูดฉาดชวน Active บนวิวเมืองสวยๆ และยังมีที่นั่งที่เป็น Net Hammock ดูยื่นออกไปนอกอาคารอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองวิวได้อย่างครบ 360 องศา   ภายในสร้างบรรยากาศการตกแต่งแบบร่วมสมัย คือ MODERN แต่ก็ผสมผสาน ART CULTURE แบบ RETRO ในรูปแบบ MODERN RETRO ที่สะท้อนการใช้งานศิลปะเข้ามาผสมผสานในทุกๆพื้นที่ ในส่วนของห้องพักมีความโล่งกว้างสามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงทั้งส่วนบุคคลหรืออยู่เป็นครอบครัว มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ถ่ายเทของอากาศได้ดี จากการออกแบบแปลนของอาคารทำให้ทุกห้องได้รับวิวทัศนียภาพที่สวยงามของสถานที่โดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิวเมืองหรือวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า และมีการประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบให้มีครีบที่ช่วยกันแดดแนวตั้งที่สามารถช่วยลดความร้อนและแสงที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ในบางส่วน โดยที่ไม่บดบังทัศนียภาพนอกอาคาร ชื่อโครงการ THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มหาชน ที่ตั้งโครงการ ถ.จันทน์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-2-60 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น  37 ชั้น จำนวนยูนิต 270 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 32.66 – 47.21 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 37.21 ตร.ม. 2 BEDROOM 58.96 – 90.32 ตร.ม. 2 BEDROOM  PLUS 88.14 – 88.17 ตร.ม.  3 BEDROOM 93.44 – 110.74 ตร.ม. PENTHOUSE 134.88- 188.76 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Auto Parking 270 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2565 ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีช่องนนทรี  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง Makro, Market Place นางลิ้นจี่, Central rama 3, The Up rama 3, Silom Complex,สวนลุมพินี, โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม THE ISSARA SATHORN ภาพ Facilities   ภาพ Interior

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

Ideo Chula-Samyan คอนโดที่ "คิดเพื่อชีวิตจุฬา" แค่ชื่อคอนเซปก็บ่งบอกคาแรคเตอร์ของโครงการนี้ได้ดี เพราะการออกแบบทุกพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ชาวจุฬา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่รู้จบตลอด 24 ชม. อาทิ Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop พร้อมฟรี Wifi 3x Facilities บน 3 ชั้นสูงสุดของอาคาร ท่ามกลางธรรมชาติให้ได้พักผ่อนไปกับวิวกลางเมือง   ชื่อโครงการ Ideo Chula-Samyan (ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน)  เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.วิภาวดี 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10210  พื้นที่โครงการ  3-1-45.5 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น อาคาร A สูง 34 ชั้น อาคาร B สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิต 773 ยูนิต  ขนาดห้อง  STUDIO 26-30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.5-41.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 45-48 ตร.ม. 2 BEDROOM  52-70.5 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 385 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ 400 เมตร จาก MRT สถานีสามย่าน อยู่กลางเมืองที่มีความสะดวกสบายรอบด้าน และ 3x Facilities ชั้นบนสุดของอาคารเต็มพื้นที่ 3 ชั้น เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมฟรี Wifi ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ สถานที่ใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สามย่านมิตรทาวน์, Siam Paragon, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, MBK Center, Silom Square, สวนลุมพินี, Chamchuri Square, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล BNH   3x Facilities     ด้านใน Facilities   Ideo Chula-Samyan เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. 62 Free iPhone 11 Pro Max* ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท      

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง