การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Supalai City Resort พระนั่งเกล้า-เจ้าพระยา : รีวิวคอนโด

โครงการ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้า – เจ้าพระยา เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ขนาดใหญ่ ใกล้สี่แยกพระนั่งเกล้า ซึ่งอยู่ในย่านที่กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มคนที่มองหาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้า ด้วยระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานพระนั่งเกล้า (สายสีม่วง) ไม่เกิน 300 เมตร จึงตอบโจทย์ได้ดีสำหรับคนที่หวังพึ่งพาการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก แถมช่วงระยะเวลาที่ตัวโครงการจะสร้างเสร็จพร้อมเข้าก็อยู่ก็พอๆ กับที่รถไฟฟ้าจะเปิดให้บริการ ทุกอย่างจึงค่อนข้างลงตัวเลย

 

การเดินทาง

 

การเดินทางหลักๆ ของคนที่ไม่ใช้รถส่วนตัวก็คือ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งตัวสถานีสะพานพระนั่งเกล้า อยู่ห่างออกไปเพียง 300 เมตร จัดว่าอยู่ในระยะเดินถึงได้สบายๆ ติดอยู่เล็กน้อยที่ตัวสถานีไม่ได้อยู่ด้านเดียวกันกับถนนหน้าโครงการ การเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าจึงต้องเดินข้ามทางม้าลายบริเวณสี่แยกถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นถนนใหญ่หลายเลนและมีปริมาณรถมาก การเดินข้ามทางม้าลายจึงต้องใช้ความระมัดระวังกันมากหน่อย แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง ก็มีสะพานลอยที่อยู่ห่างจากตัวสถานีออกไปอีกประมาณ 100 เมตร อาศัยว่าเพิ่มระยะเดินอ้อมอีกประมาณ 200 เมตรแต่ปลอดภัยกว่ากันเยอะครับ

ภาพเส้นทางจากโครงการ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท มาถึงสถานีพระนั่งเกล้า ระยะทางประมาณ 300 เมตร

เริ่มออกจากโครงการ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท

ต้องข้ามถนนไป เพื่อไปขึ้น Sky Walk

เมื่อขึ้นไปแล้วก็เดินบน Sky Walk ไปเลยครับ

สถานีจะอยู่ห่างประมาณ 300 เมตรครับ

ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวถือว่าสะดวกไม่น้อยเหมือนกัน เพราะมีทั้งถนนรัตนาธิเบศร์ที่เป็นถนนสายหลัก และยังสามารถเลี่ยงไปใช้ถนนติวานนท์ หรือถนนงามวงศ์วานที่เป็นเส้นทางสายรองเพื่อไปขึ้นทางด่วนเพื่อเข้า-ออกเมือง แต่ถ้าต้องการเลี่ยงปัญหารถติดที่แยกแคราย ก็สามารถข้ามสะพานพระนั่งเกล้าไปใช้เส้นทางถนนราชพฤกษ์ หรือเลยไปใช้ถนนวงแหวนรอบนอกเพื่อเข้า-ออกเมืองได้อีกเช่นกัน

ตัวอย่างการเดินทางที่เราเลือกใช้ในครั้งนี้ เริ่มจากแยกแครายมุ่งหน้ามายังสะพานพระนั่งเกล้า พอเห็นป้ายบอกทางไปสนามบินน้ำก็ให้ชิดซ้ายเพื่อตรงไปกลับรถใต้สะพานพระนั่งเกล้าเลยครับ จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามบินน้ำมาอีกประมาณ 120 เมตร ก็จะเห็นตัวโครงการตั้งอยู่ทางด้านขวามือ ซึ่งเราต้องเลยขึ้นไปอีกเล็กน้อยเพื่อกลับรถมายังตัวโครงการ แต่ถ้าใครที่ค่อนข้างชำนาญเส้นทางในแถบนี้อยู่บ้าง ก็น่าจะพอนึกภาพออกว่า ถนนสนามบินน้ำที่อยู่หน้าโครงการ สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนติวานนท์ หรือจะวิ่งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปออกถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี เพราะไปใช้เส้นทางอื่นๆ ได้อีกมากมายเลยทีเดียว

ภาพเดินทางจากปากเกร็ด วิ่งมาบนเส้นติวานนท์ แล้วเข้าสนามบินน้ำ เพื่อไปยังโครงการ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท

มาจากปากเกร็ด เมื่อมาถึงสามแยกสนามบินน้ำ ให้เลี้ยวขวา

เมื่อเลี้ยวขวามาแล้วจะเข้าถนนสนามบินน้ำ จะผ่านการประปานครหลวงที่อยู่ทางซ้ายมือ

เมื่อวิ่งมาเรื่อยๆ ก็จะผ่าน สำนักงานปปช. และกองสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อยู่ทางขวาครับ

วิ่งเลยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมา ก็จะเจอศูนย์การค้าสลากไทยที่อยู่ทางขวา

มาเจอสามแยกให้วิ่งตรงไป

วิ่งมาก็จะเจอ ตึกกระทรวงพาณิชย์ที่อยู่ทางขวา

วิ่งมาเรื่อยๆ ก็จะเจอโครงการอยู่ทางซ้าย เลี้ยวเข้าไปเลยครับ

นอกเหนือจากนี้ การเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ก็สามารถทำได้ไม่ยากเพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่จึงมีรถผ่านไปมาค่อนข้างมาก ในขณะที่การเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก เพราะไม่มีวินมอเตอร์ไซค์ หรือป้ายรถเมล์อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเลย

 

วิเคราะห์ตัวโครงการ

 

โครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เป็นคอนโด High Rise ตึกเดี่ยว สูง 33 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นทางโครงการจึงชูประเด็นเรื่องวิวแม่น้ำมาเป็นจุดขายกลายๆ สำหรับห้องพักที่อยู่ในชั้นสูงๆ ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะจะสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้ด้วย ปัจจุบันบริเวณรอบๆ โครงการยังเป็นที่ดินว่าง และมีบ้านพักอาศัยในแนวราบอยู่บ้าง จึงยังไม่มีตึกสูงขนาบข้าง เรื่องวิวจากมุมสูงจึงเปิดโล่งในทุกๆ ด้านและยังค่อนข้างได้เปรียบเมื่อเทียบกับโครงการที่มีตึกสูงอยู่ใกล้ๆ แต่ในอนาคตก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะมีโครงการอื่นๆ ขึ้นมาบังวิวนะครับ ซึ่งถ้ามีอาคารสูงขึ้นในระยะใกล้เคียงจริง วิวแม่น้ำก็คงหมดไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเรื่องวิวแม่น้ำอย่าตั้งความหวังไว้เยอะนะครับ กว่าโครงการจะสร้างเสร็จพร้อมอยู่ อาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงกันได้เหมือนกัน

 

บริเวณรอบๆ โครงการในรัศมี 500 เมตร จัดว่าขาดแคลนเลยทีเดียว เพราะไม่มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า หรือร้านสะดวกซื้อใดๆ เลย ต้องรอดูร้านค้าที่จะมาเปิดใต้โครงการว่าจะมีร้านอะไรให้พอพึ่งพาได้บ้าง ไม่อย่างนั้นคงต้องขับรถออกไปไกลอีกหน่อยบนถนนรัตนาธิเบศร์ จึงพอจะมีห้างสรรพสินค้าให้พึ่งพาอาศัยกัน เช่น เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ บิ๊กซี เลยไปถึงเทสโก้โลตัสบริเวณแยกแคราย และห้างเดอะมอลล์ บนถนนงามวงศ์วาน ซึ่งจัดว่าไกลจากตัวโครงการพอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าในเรื่องสาธารณูปโภคอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล และสถานที่ราชการกลับอยู่ในระยะที่ใกล้กว่ามาก

 

ที่นี้ขยับเข้ามาดูภายในโครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีสะพานพระนั่งเกล้า – เจ้าพระยากันบ้าง ตัวที่ดินของโครงการมีขนาด 3 ไร่เศษ ซึ่งจัดสรรเป็นอาคารพักอาศัยรูปตัว L ที่มียูนิตรวมมากกว่า 700 ยูนิตเลยทีเดียว โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มต้นกันตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไป ส่วนชั้น G จะแบ่งเป็นพื้นที่บริเวณ Drop-Off ร้านค้าใต้โครงการ และล็อบบี้ ส่วนชั้น 1-5 จะเป็นที่จอดรถ ที่นับรวมการจอดซ้อนคันแล้ว จะจอดได้เพียง 48% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการระดับนี้ที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า เพราะเคลมว่าลูกบ้านส่วนใหญ่จะอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากกว่าการใช้รถยนต์ส่วนตัว เรื่อง Facility ต่างๆ ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ก็มีทั้ง สระว่ายน้ำที่มีสระเด็กแยกไว้ให้ด้วย รวมถึงห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า ที่อยู่ในชั้น 6 แน่นอนว่าห้องพักบางส่วนจะได้วิวสระว่ายน้ำไปเต็มๆ เพราะมีระเบียงติดสระว่ายน้ำด้วย แต่ก็ต้องแลกกับความวุ่นวายเวลาลูกบ้านคนอื่นๆ มาใช้สระว่ายน้ำ และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ นอกจากนี้ยังมี Rooftop Garden และ Sky Lounge บนชั้นดาดฟ้า รวมถึงสวนหย่อมที่กระจายอยู่ตามชั้นต่างๆ ซึ่งลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่นรับลมเย็นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ดูจากจำนวนพื้นที่ส่วนกลางเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดแล้ว ถ้าต้องใช้งานจริงๆ คงไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่ๆ ต้องแบ่งๆ กันใช้ บางช่วงเวลาถ้ามีปริมาณคนใช้สระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสวนหย่อมหนาแน่นไปบ้างก็ต้องทำใจครับ

 

พาชมห้องตัวอย่าง

 

มาถึงห้องตัวอย่าง ซึ่งทางศุภาลัยยังคงสไตล์การจัดสรรให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องค่อนข้างกว้าง โดยห้องแบบ Studio ก็มีพื้นที่เริ่มต้นที่ 33 ตร.ม.แล้ว ในขณะที่ห้องแบบ 1 ห้องนอนก็จัดมาให้ในพื้นที่ 47 ตร.ม. เลยทีเดียว ถ้ามีโอกาสเข้าไปดูห้องตัวอย่างที่สำนักงานขาย จะเห็นว่าทางโครงการเปิดผนังห้องออกมาให้ดูแบบโล่งๆ ดังนั้นตำแหน่งประตูห้องและบรรยากาศภายในห้องหลังจากมีกำแพงล้อมรอบครบทุกด้านเราต้องอาศัยจิตนาการกันหน่อย ห้องทั้งหมดของโครงการขายกันมาแบบ Fully Furnished ตามแบบในห้องตัวอย่างเป๊ะเลย รวมถึงเครื่องปรับอากาศ และ Wallpaper ก็มีแถมมาให้ด้วย

ถ้าเป็นห้องแบบ Studio พอเปิดประตูเข้าห้องมาก็จะเจอกับห้องนอน โดยมีมุมเล็กๆ หลังประตูห้อง แบ่งเป็นมุมนั่งเล่นดูทีวีไว้ ถัดเข้าไปด้านในก็คือ ห้องน้ำและห้องครัวที่แบ่งพื้นที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนช่วยป้องกันปัญหาเรื่องกลิ่นควันจากการทำอาหารได้ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งเครื่องครัว และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจัดมาให้สมน้ำสมเนื้อกับราคาตามมาตรฐานของโครงการในระดับเดียวกัน ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอน จะมี Lay out ที่แบ่งพื้นที่ห้องเป็นสัดส่วนมากขึ้น เพราะตัวห้องนอนจะถูกแยกออกจากห้องนั่งเล่น พร้อมกับพื้นที่ของระเบียงที่กว้างขึ้นด้วยเช่นกัน เฟอร์นิเจอร์ที่แถมมากับห้อง ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว จึงยังพอจะจัดห้องและปรับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้บ้าง และด้วยพื้นที่ภายในห้องที่ค่อนข้างกว้างขวางเลยไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 เมตรและการใช้ประตูกระจกบานเลื่อนทำให้เปิดรับแสงได้มาก ห้องจึงดูโปร่งสบายกว่าเมื่อเทียบกับหลายๆ โครงการ

นอกจากห้องพักทั้ง 2 แบบที่ทางโครงการจัดไว้ให้ชมในสำนักงานขายแล้ว ก็ยังมีห้องแบบอื่นๆ ในพื้นที่ขนาดต่างๆ กันให้เลือกอีกมาก ทั้งห้องแบบ 2 ห้องนอน และห้องแบบ Penthouse ซึ่งสามารถตรวจสอบ และสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ของโครงการได้เลย

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

ถ้านับในเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สะพานพระนั่งเกล้า – เจ้าพระยา นับว่าปัจจุบันจัดอยู่ในย่านที่กำลังได้รับความสนใจจากตลาดมากเลยทีเดียว เพราะความเจริญกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมาพร้อมๆ กับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่คาดว่าจะพร้อมให้บริการภายในปี 2559 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่โครงการส่วนใหญ่จะสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ดังนั้นจึงถือว่ามีศักยภาพด้านความพร้อมในการอยู่อาศัยมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย หรือต้องทำงานในย่านนี้

สำหรับการอยู่อาศัย จัดว่าตัวโครงการมีบรรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านจนเกินไปถึงแม้จะตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียง 300 เมตรก็ตาม ในขณะที่สาธารณูปโภคอื่นๆ ในรัศมี 5 กิโลเมตรก็มีเพียบพร้อมทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานที่ราชการขนาดใหญ่ ส่วนการเดินทางเข้าเมือง แน่นอนว่าถ้าอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลักก็จัดว่าสะดวกมากๆ ในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ แต่ถ้าต้องการลงทุนห้องไว้ปล่อยเช่าอาจจะยังไม่ใช่ทำเลที่ดีที่สุด เพราะในระแวกใกล้ๆ ไม่มีสำนักงานขนาดใหญ่ หรือสถานศึกษาที่น่าจะเป็นกลุ่มผู้เช่าเท่าที่ควร ซึ่งคาดว่าน่าจะหาคนเช่าได้ค่อนข้างยาก ยิ่งถ้ามีโครงการอื่นๆ ในแนวรถไฟฟ้าเดียวกันเป็นตัวเปรียบเทียบด้วย โครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สะพานพระนั่งเกล้า – เจ้าพระยา ก็อาจจะเสียเปรียบในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ เพราะหาร้านค้า ร้านอาหารที่อยู่ในระยะเดินถึงพึ่งพาไม่ได้เลย

We Recommend
เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนจะต้องหาซื้อของขวัญกันเอาไว้บ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครอยากจะหาของขวัญหรือสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ดีไซน์สวย ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อไปซ้ำกับใครแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะไปเดินงาน Style Bangkok Fair 2019 ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนั่นคือการนำเอาสินค้าจากต่างประเทศมาไว้ในงานด้วย โดยครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักสินค้า Fresh Taiwan จากไต้หวัน ที่เห็นแล้วจะต้องรู้สึกอยากจะได้เป็นเจ้าของสักชิ้นแน่นอนค่ะ   Fresh Taiwan คือโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ของ Designer ชาวไต้หวัน แล้วผลักดันไปไกลระดับโลก ซึ่งการมาร่วมจัดพาวิลเลี่ยนภายในงาน Style Bangkok Fair 2019 ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยในแต่ละปีก็มีหลากหลายแบรนด์ใหม่ๆ มาโชว์ผลงานที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของขวัญแบบไม่ซ้ำใคร หรือจะเจรจาธุรกิจก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับปีนี้ไต้หวันพาวิลเลี่ยนจะมาในธีม “ไฮไลท์” (HIGHTLIGHT) เน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรมคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และฟังก์ชันที่ล้ำสมัย สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งหมด 10 แบรนด์ ซึ่ง 8 ใน 10 แบรนด์จะเป็นครั้งแรกที่มาร่วมงานนี้ ได้แก่ 49101 Electronics, Vinaera, Eye Candle, Singular Concept, Conquer Casa, Hands, Dilio, และ CLARECHEN รวมถึงแบรนด์ที่กลับมาอีกครั้งอย่าง bi.du.haev และ Fyber Forma จะมีสินค้าตัวไหนน่าสนใจบ้าง เรานำมาฝากกันค่ะ   Dilio สินค้าตกแต่งบ้านที่ไม่ใช่แค่วางประดับไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่รองน้ำมันหอมระเหย ด้วยส่วนผสมเฉพาะจากวัสดุหลักที่เป็นซีเมนต์พิเศษ จะช่วยให้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยฟุ้งกระจายและคงทนอยู่ได้นานขึ้นด้วย   bi.du.haev (Biduhaev cold brew system) ใครที่ชื่นชอบกาแฟสกัดเย็น หรือที่เรียกกันว่า cold brew จะต้องอยากมีเครื่องนี้ไว้ครองครองค่ะ ด้วยวัสดุของทั้งตัวเครื่องทำมาจากแก้ว ทำให้การแฟ cold brew แก้วโปรดได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น   Vinaera เครื่องเติมอากาศในไวน์ สำหรับคอไวน์โดยเฉพาะจะต้องสะดุดตากับเจ้าเครื่องเติมอากาศในไวน์ครั้งแรกของโลก สินค้าตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันค่ะ Vinaera Classic กังหันน้ำไวน์ไฟฟ้า และ Vinaera Pro เครื่องเติมอากาศไฟฟ้าแบบปรับได้   49101 Electronics หูฟังบลูทูธ คนรักเสียงเพลงก็ย่อมจะต้องหาหูฟังดีๆ ไว้สักอันใช่ไหมคะ โดยหูฟังแบรนด์ 49101 มีความโดดเด่นตรงที่เป็นหูฟังบลูทูธสามารถเปลี่ยนเป็นสายชาร์จความเร็วสูงได้ และยังสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในตัวได้ด้วย   Fyber Forma กระเป๋ากันน้ำ กระเป๋าหลากหลายดีไซน์ มีคุณสมบัติพิเศษด้านนอกกันน้ำ ผิวสัมผัสนุ่มละเอียดคล้ายหนัง น้ำหนักเบา ด้านในกรุด้วยผ้าอ่อนนุ่ม เพิ่มความทนทาน     หากใครอยากจะสัมผัสของจริง แล้วซื้อเก็บไว้เป็นของขวัญในช่วงสิ้นปีก็แนะนำให้รีบมาในงาน Style Bangkok Fair 2019 ในวันที่ 17-21 ตุลาคม 2562 นี้เท่านั้นนะคะ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน    

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor คอนโดฯ ติดริมถ.เพชรบุรี พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Yours to Discover (ค้นพบพื้นที่ที่ใช่ บนทำเลใจกลางเมือง)” ด้วยทำเลที่ห่างจากทองหล่อเพียง 400 เมตร ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทางด่วนศรีรัช ตัวอาคารออกแบบสะท้อนถึงความภาคภูมิใจของผู้อยู่อาศัยในแบบของตนเองตามคอนเซ็ปต์ “Trophy of Life” จนกลายมาเป็นดีไซน์ของเส้นสายสีทองอร่ามบนฟาสาด (Façade) ของอาคารที่เปรียบได้กับแสงไฟที่ส่องสว่างตัดกับตัวอาคารสีดำที่เป็นตัวแทนของท้องฟ้าของมหานครยามค่ำคืน   ชื่อโครงการ The Base Phetchaburi-Thonglor (เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ)  เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  ประมาณ 2 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 จำนวนชั้น 36  จำนวนยูนิต  496 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 27.25-29.25 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom 31.75-40 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 45.75 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 61.25 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง คลับเฮ้าส์แบบ Stylish Cafe, Creative Co-working Hub, Co-Living Space, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Sky Lounge, Sky Theater, Rooftop Roof Terrace, Backyard Garden ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 98,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ทำเลริมถ.เพชรบุรี ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน สถานที่ใกล้เคียง J-Avenue, EmQuartier, Emporium, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, โรงพยาบาลกรุงเทพฯ          

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวที่หลายคนรอคอยกันแล้วนะคะ บรรยากาศเป็นใจ แถมของลดราคาก็เพียบในช่วงปลายปีเช่นนี้ใครจะไม่อยากออกไปเดินเล่นซึมซับช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ล่ะ จริงไหมคะ?   Style Bangkok Fair 2019 ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหาช่องทางเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ อยากจะหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรือมองหาสินค้าดีไซน์ดีๆ บางอย่างก็หาไม่ได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป ลองมาเดินงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ Style Bangkok Fair 2019 เป็นงานที่รวม 3 เทรดแฟร์เข้าไว้ ด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของ ใช้ในบ้าน(BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) มีบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 800 บริษัท ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 5 กลุ่มหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน   วัน เวลา : วันเจราจาธุรกิจ วันที่ 17–19 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–18.00 น. วันบุคคลทั่วไป วันที่ 20–21 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–21.00 น. สถานที่ : ไบเทค บางนา   บ้านและสวนแฟร์ 2019 : “Living Transformed” สำหรับคอนเซปงานในครั้งนี้มุ่งนำเสนอการคำนึงถึงคุณค่าของสิ่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิต ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่มาที่ไปของสิ่งเดิมไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยไฮไลท์ของงานก็มีมากมาย เช่น สวนโชว์ สวนที่จัดลงในพื้นที่อาคารเก่ารกร้าง เปลี่ยนสภาพความรุงรังเก่าโบราณเป็นสวนที่มีอาคารเก่านี้เป็นฉากหลัง, นิทรรศการดีไซด์อัพเดท วัสดุทันสมัยในการก่อสร้างและตกแต่ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับที่บ้านได้อย่างสะดวก, การประกวดต้นไม้ ยอดนิยม เฟิน, สัปปะรดสี, กล้วยไม้, แคคตัสและไม้อวบน้ำ ฯลฯ   วัน เวลา : 18 - 27 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30-21.00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี     Fattival Food Fest เทศกาลอาหารสุดอินเทรนด์ประจำปี 2019 คัดสรรจัดเต็มกว่า 60 ร้านชื่อดัง Recommend โดย 3 เพจสายกิน foodyoucaneat เรากินได้ คุณก็กินได้, เพนกวิ้นรีวิว GuinHungry, วันนี้แดกไรดีวะ พิเศษ! มีเมนูพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น   วัน เวลา : 17-20 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–22.00 น. สถานที่ : Emquartier     Karma Koncrete ปาร์ตี้ในโกดังในกลางกรุงเทพตลอด 10 ชั่วโมงเต็ม ภายในโกดังที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สไตล์อินดัสเทรียล โดยได้ศิลปินชั้นนำจาก 4 ประเทศประกอบไปด้วย CPI (สเปน) เสริมเติมกลิ่นอายจากบาร์เซโลน่ากับ Marc Pinol และ Capablanca,Vladimir Ivkovic (เซอร์เบีย / เยอรมนี) Yoshinori Hayashi (ญี่ปุ่น) และ Rifain (ฝรั่งเศส / เวียดนาม) ร่วมด้วย  Sunju Hargun และ Jirus นอกจากนี้ยังมีโซนตลาดขายของ มีทั้งฟู้ดทรัค บูทีกค็อกเทล ฯลฯ ซื้อบัตรที่ ticketmelon   วัน เวลา : 26 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00–00.00 น. สถานที่ :  ABOUT Studio   Melody Of Life Music Festival เทศกาลดนตรีของคนรักษ์โลก ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตจากศิลปินตลอดสองวัน แต่ยังมีบูธอาหารและกิจกรรมหลากหลาย ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ Cheeze Market ตลาดขายของทั้งมือหนึ่งและมือสอง, Workshop สิ่งของเหลือใช้มา Reuse ใช้ใหม่, นิทรรศการมัลติมีเดียเชิง Installation & Visual Effect เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และมลพิษทางทะเล, การประมูล CE โดยศิลปิน ดารา ที่มาร่วมออกแบบ CE หุ่นมาสคอตประจำงานครั้งนี้ รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนต่อไป เป็นต้น   วัน เวลา : 19-20 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00–22.00 น. สถานที่ :  ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์        

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท