Promotion:

จอง The Politan Breeze รับโปรโมชั่น ฟรีค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี ฟรีค่ากองทุนแรกเข้า ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ผ่อน 8,000 บาท/เดือน

ลงทะเบียน

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ  The Politan Breeze (เดอะ โพลิแทน บรีซ)

เจ้าของโครงการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ ซ.นนทบุรี 15  ถ.นนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี

พื้นที่โครงการ  7-2-85 ไร่

ลักษณะโครงการ Low Rise

จำนวนอาคาร 4 อาคารที่พักอาศัย, 1 อาคารจอดรถ  

จำนวนชั้น 8 ชั้น, อาคารจอดรถ 7 ชั้น  

จำนวนยูนิต 587 ยูนิต

ขนาดห้อง  1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 29 ตร.ม.

2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 43 ตร.ม.

2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 48 ตร.ม.

2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 50 ตร.ม.

2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 60 ตร.ม.

เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted

ที่จอดรถ 58% รวมจอดซ้อนคัน

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Mail Box, Swimming pool, Kid pool, The river breeze pond, Library + Multipurpose room, Fitness, สวนพักผ่อน, River terrace, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.

ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่

ราคาเริ่มต้น  1.99 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม.

ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม.

จุดเด่นโครงการ คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้รถไฟฟ้าเพียง 400 เมตร   

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง MRT สายสีม่วง สถานีพระนั่งเกล้า

สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์, โลตัส แคราย, เอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย, โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า, ตลาดนกฮูก, ท่าน้ำนนท์

    

ติดต่อโครงการ

ซ.นนทบุรี 15  ถ.นนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี


The Politan Breeze (เดอะ โพลิแทน บรีซ) คอนโดสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำ ใกล้รถไฟฟ้า : รีวิวคอนโด

บรรยากาศริมแม่น้ำที่หอบเอาลมเย็นๆ มาพร้อมความเงียบสงบอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเอง เป็นสิ่งที่ใครต่างก็ใฝ่ฝันจะได้มาครอบครอง ขณะเดียวกันก็ยังใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมรถไฟฟ้าที่ห่างออกไปเพียง 400 เมตร เรียกได้ว่าแค่ทำเลที่ตั้งก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ โดยโครงการ The Politan Breeze นี้ เป็น 1 ใน 5 โครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกันจาก บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) แล้วทำเลตรงนี้มีดีอะไร      ถึงได้มีโครงการจาก Developer เจ้าเดียวกันถึงมากถึง 5 โครงการเช่นนี้ เราไปชมพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

ทำเล

 

พื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี เป็นย่านที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดใน จ.นนทบุรี และด้วยเป็นจุดศูนย์รวมของสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึง  สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง ตั้งแต่บริเวณแยกติวานนท์ แยกแคราย สนามบินน้ำไปจนถึงสะพานพระนั่งเกล้า ไม่ว่าจะเป็นเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน, เอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย, เซ็นทรัลพลาซ่า รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, ตลาดนกฮูก,   โรงพยาบาลบำราศนราดูร, สถาบันโรคทรวงอก, โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และสถานที่ราชการ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น โซนนี้จึงเปรียบเสมือนเมืองหลวงของ จ.นนทบุรี สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องชี้วัดของ Real Demand ที่จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างชัดเจน โดย The Politan Breeze โครงการตั้งอยู่บน ถ.นนทบุรี ในซอยนนทบุรี 15 ซึ่งเป็นซอยที่มีทางเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง คือฝั่งถนนนนทบุรีกับถนนรัตนาธิเบศร์ ที่ซอยรัตนาธิเบศร์ 42 (วัดน้อยนอก)

    

ถนนนนทบุรี อีกหนึ่งถนนสายสำคัญของ จ.นนทบุรี โดยเริ่มต้นจากท่าน้ำนนนท์  ข้ามคลองบางแพรก ตรงผ่านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ตัดกับถนนรัตนาธิเบศร์บริเวณใต้สะพานพระนั่งเกล้าไปจนถึงช่วงสนามบินน้ำ ผ่านกระทรวงพาณิชย์ ผ่านสามแยกที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ผ่านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จนไปสิ้นสุดถนนที่สามแยกสนามบินน้ำ ซึ่งจะตัดกับ    ถนนติวานนท์ โดยเราจะเห็นได้ว่าแม้เป็นถนนสายที่มีระยะทางไม่ยาวมากนักประมาณ 8 กิโลเมตร แต่มีสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงร้านอาหารรสชาติดีราคาไม่แพงอยู่เยอะแยะเลยค่ะ     

 

ใช้รถไฟฟ้าก็ใกล้เพียง 400 เมตร นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาก็สะดวก ขับรถยนต์ก็ใกล้ทางด่วน

 

 

สำหรับการเดินทางในละแวกนี้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้ในเมืองเลยค่ะ โดยหากขับรถยนต์ส่วนตัวระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากโครงการ – ทางพิเศษศรีรัช ใช้ถนนนนทบุรี 1 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งถนนมีความกว้างถึง 8-12 เลน ก็จะสามารถออกนอกเมืองไป ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) – บางปะอิน หากจะเข้าเมืองไปทางพระราม 9 หรือสีลม ก็สามารถใช้ทางด่วนเส้นนี้ขับต่อไปยาวๆ ได้เลยค่ะ ส่วนระบบขนส่งสาธารณะที่ใกล้ที่สุดเพียง 400 เมตร คือรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า ในอนาคตบริเวณแยกแครายจะเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี สุดท้ายทางเลือกในการเดินทางที่ทั้งประหยัด และรวดเร็ว นั่นคือเรือด่วนเจ้าพระยา ท่าเรือที่ใกล้โครงการที่สุดคือท่าเรือกระทรวงพาณิชย์กับท่าน้ำนนท์  ซึ่งเราสามารถใช้เส้นทางนี้ไปทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นโซนพระราม7 – พรานนก ไปจนถึงสาทรก็เป็นการเดินทางที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ

 

 

ภาพรวมโครงการ

 

The Politan Breeze คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร วางตัวเรียงกันเป็นรูปตัว V หันหน้าออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา และแยกอาคาร  จอดรถ 1 อาคาร สูง 7 ชั้น รองรับการจอดได้ 58% รวมจอดซ้อนคัน อยู่ใกล้กับทางเข้า-ออก โดยโครงการถูกโอบล้อมด้วยสายน้ำถึง 2 ด้าน โดยหลังโครงการติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนด้านข้างทางทิศเหนือติดกับคลองบางสร้อยทอง ซึ่งก็เป็นคลองที่เชื่อมต่อออกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง ด้วยสภาพแวดล้อมดีๆ แบบนี้โครงการจึงสร้างสรรค์คอนโดมิเนียมออกมาในรูปแบบรีสอร์ท ให้ความรู้สึกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่    

 

สูดลมหายใจริมแม่น้ำ ท่ามกลางความเงียบสงบเป็นส่วนตัว

 

 

Facility มีพื้นที่ถึง 3 ไร่ ทั้งพื้นที่กลางโครงการที่จัดให้เป็นสระว่ายน้ำอยู่ใกล้กับแม่น้ำที่สุดจะมาในรูปแบบของ Infinity Edge Pool ให้ความรู้สึกราวกับได้แหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำไปด้วย มีส่วนที่เป็น Bubble Pool นวดตัวในน้ำด้วยฟองอากาศ และแยกสระเด็ก ตรงกลางมีบ่อน้ำดีไซน์โมเดิร์น  พร้อมระเบียงพักผ่อน Sunken ลึกเข้าไปในบ่อ ส่วนสวนสีเขียวอยู่ด้านในสุดของส่วนกลางมีที่นั่งพักผ่อนในซุ้มอันร่มรื่น สำหรับห้อง Fitness       มาพร้อมกับเครื่องออกกำลังกายได้วิวสระว่ายน้ำ กับ Library + Multipurpose room ที่มี Wifi ฟรีตลอด 24 ชม. จะอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคาร B ซึ่งจะได้วิวสระว่ายน้ำ รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูดจัดให้เป็น River terrace สำหรับพักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกไปด้วย   

 

 

Floor Plan

ทางเข้า-ออกโครงการมีทางเดียวค่ะ วางอยู่ทางทิศตะวันออก เมื่อเข้ามาจะพบกับอาคารจอดรถแยกอยู่ด้านหน้าโครงการ ส่วนอาคารที่พักอาศัยทั้ง 4 อาคารวางตัวเป็นรูปตัว V ตรงกลางเป็นส่วนกลางสวนสีเขียว บ่อน้ำ สระว่ายน้ำ และ River terrace ริมแม่น้ำซึ่งอยู่ในทิศตะวันตกพอดี โดยอาคาร A จะอยู่ริมแม่น้ำทางทิศใต้ อาคาร B ริมแม่น้ำทางทิศเหนือ อาคาร C อยู่ทางทิศเหนือต่อจากอาคาร B ริมคลองบางสร้อยทอง และอาคาร D อยู่ทางทิศใต้ตรงข้ามกับอาคาร C 

 

อาคาร A ชั้น 1 ฝั่งยูนิตพักอาศัยจะหันไปทางทิศเหนือ ได้วิวสระว่ายน้ำ มีลานจอดรถอยู่รอบนอกอาคาร ส่วนทางเข้าอาคารอยู่ทางขวา ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ซึ่งยูนิตพักอาศัยชั้น 1 จะมีประตูคีย์การ์ดกั้นเพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

 

 

อาคาร A ชั้นพักอาศัย Lift Lobby จะอยู่ข้างขวาของอาคาร ซึ่งวางยูนิตแบบ Double Corridor มียูนิตพักอาศัย 18 ยูนิต/ชั้น โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 2 Bedroom ทั้งหมดค่ะ  

 

อาคาร B ชั้น 1 เป็นอาคารเดียวที่มีฟิตเนส และ  Library + Multipurpose room อยู่ที่ชั้น 1 ซึ่งมีการกั้นห้องออกจาก Lift Lobby ค่ะ ลูกบ้านที่พักอาศัยในอาคารนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ส่วนทางทิศเหนือก็มีพื้นที่ลานจอดรถอยู่รอบนอกอาคาร  

 

อาคาร B ชั้นพักอาศัย วางยูนิตแบบ Double Corridor มียูนิตที่อยู่ทางทิศเหนือฝั่งคลองบางสร้อยทอง และทิศใต้วิวสระว่ายน้ำ โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 2 Bedroom ทั้งหมดค่ะ  

 

อาคาร C ชั้น 1 สำหรับอาคารนี้จะไม่มียูนิตพักอาศัยในชั้นแรกค่ะ จะมีเพียงลานจอดรถ กับ Lift Lobby อยู่ทางซ้ายของอาคาร

 

อาคาร C ชั้นพักอาศัย วางยูนิตแบบ Double Corridor มีห้องที่หันหน้าทางทิศเหนือด้านคลองบางสร้อยทอง และทางทิศใต้ได้วิวสวนส่วนกลาง โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 1 Bedroom ทั้งหมดค่ะ

 

อาคาร D ชั้น 1  Lift Lobby จะอยู่ทางด้านซ้ายของอาคาร มียูนิตพักอาศัยวางอยู่ทางทิศเหนือ ฝั่งสวนสีเขียวกลางโครงการ

 

อาคาร D ชั้นพักอาศัย วางยูนิตแบบ Double Corridor มีห้องที่หันไปทางทิศใต้ด้านนอกอาคาร และห้องที่หันทางทิศเหนือวิวสวนส่วนกลาง โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 1 Bedroom ทั้งหมดค่ะ

 

Unit Plan

 

สำหรับโครงการ The Politan Breeze จัดโปรโมชั่นให้เฟอร์นิเจอร์ Built in ครบชุด ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวก็จะมีมา 2 แบรนด์ค่ะ คือ Modernform กับ Starmark โดยโครงการนี้จะเน้นยูนิต Type 2 Bedroom มากกว่าค่ะ เพราะมีมาถึง 4 Type ได้แก่ 43 ตร.ม.  48 ตร.ม. 50 ตร.ม. และ 60 ตร.ม. ส่วน Type ขนาดเริ่มต้นคือ 1 Bedroom 29 ตร.ม. ซึ่งสำหรับ Type 1 Bedroom จะเป็นแปลนเดียวกันทั้งหมดค่ะ ต่างกันเพียงเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเล็กน้อยเท่านั้น

 

1 Bedroom 29 ตร.ม. ห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ ที่ได้สเปคห้องมาค่อนข้างดีค่ะ เพราะได้ทั้งครัวปิด (เป็น Type เดียวที่ได้ครัวปิด) กั้นห้องนอนแบบประตูบานทึบ และได้ระเบียงมาถึง 2 ส่วน คือระเบียงซักล้างที่ต่อจากห้องครัว และระเบียงพักผ่อนต่อจากห้องนอน โดยห้อง Type นี้จะอยู่ในอาคาร C กับ D เท่านั้น 

 

2 Bedroom 43 ตร.ม. Type ถัดมา ขนาดห้องกระโดดขึ้นมาที่ 43 ตร.ม. เลยค่ะ แต่ถือว่ามีพื้นที่เหมาะสมสำหรับ 2 ห้องนอนค่ะ  ส่วนห้องครัวแม้จะเป็นครัวเปิด แต่แบ่งสัดส่วนแยกไว้ชัดเจน และระเบียงห้องยาวเชื่อมต่อระหว่าง Living Room กับ Master Bedroom 

 

 

2 Bedroom 48 ตร.ม. ห้อง Type นี้มีแปลนแบบเดียวกันกับขนาด 43 ตร.ม. ค่ะ แต่จะได้พื้นที่

 

2 Bedroom 50 ตร.ม. Type นี้จะได้พื้นที่ภายในห้องมากขึ้นค่ะ ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง แต่จะได้ระเบียงเฉพาะส่วนห้องนั่งเล่นค่ะ 

 

2 Bedroom 60 ตร.ม. เป็นห้องขนาดที่ถูกวางอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของโครงการค่ะ นั่นคือได้ห้องมุมทางด้านริมแม่น้ำมาพร้อมกับกระจกเข้ามุม และระเบียงห้องที่ยาวเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัว L นอกจากจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยเปิดมุมมองเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็จะได้วิวแม่น้ำเช่นเดียวกัน  

 

 

เดินชมรอบโครงการ

 

ตั้งแต่เลี้ยวเข้าซอยนนทบุรี 15 มาจนพบกับตัวโครงการ สิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือความสงบเป็นส่วนตัวค่ะ เป็นซอยที่ผู้คนไม่พลุกพล่านจนวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้เงียบหรือเข้ามาลึกจนเปลี่ยวมากเกินไปนัก 

 

หน้าโครงการมีทางเข้า-ออก ทางเดียวค่ะ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตรงนี้ตลอด 24 ชม.

 

อาคารจอดรถวางอยู่หน้าโครงการเป็นตำแหน่งที่ดีค่ะ เพราะไม่บังวิวของอาคารพักอาศัยเลย โดยเป็นอาคารจอดรถ 7 ชั้น ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 343 คัน หรือ 58% รวมจอดรถบริเวณโดยรอบอาคารและใต้อาคาร

 

ภายในอาคารจอดรถก็มีพื้นที่ไม่แคบจนเกินไปค่ะ และยังดูไม่มืดทึบจนน่ากลัวด้วย

 

นอกจากอาคารจอดรถแล้ว ใต้อาคารที่พักอาศัยทั้ง 4 อาคาร ยังมีพื้นที่จอดรถอยู่ด้วยค่ะ ส่วนรั้วโครงการที่เห็นนี้สูงประมาณ 2 เมตร กั้นระหว่างพื้นที่โครงการในเฟส 1 เอาไว้ค่ะ

 

ส่วนกลางบรรยากาศรีสอร์ท

 

จอดรถเรียบร้อยแล้วเราก็เดินชมส่วนกลางรอบๆ โครงการกันก่อนค่ะ เริ่มตั้งแต่สวนสีเขียวระหว่างอาคาร C กับ D เป็นทางเดินที่จัดเป็นซุ้มร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยาวไปจนถึงสระว่ายน้ำริมแม่น้ำ

 

ภายในซุ้มมีการจัดที่นั่งเอาไว้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนค่ะ

 

พื้นที่กลางโครงการจัดเป็น Politan Pond และมีระเบียงพักผ่อนเป็น Sunken  ลึกเข้าไปในบ่อ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบ่อน้ำ

 

ทางเข้าสู่ Lobby ของทุกอาคาร จะต้องเดินผ่านส่วนกลางก่อน เหมือนหลบความวุ่นวายจากภายนอกเข้ามาในพื้นที่รีสอร์ทส่วนตัวเลยค่ะ

 

ลึกเข้าไปอีกด้านในก็จะเป็นสระว่ายน้ำค่ะ ซึ่งตรงนี้เป็นสระเด็ก ยาว 15 เมตร แยกตัวออกจากสระผู้ใหญ่ด้านบนค่ะ แบบนี้จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ได้มากกว่าการรวมสระเด็กเอาไว้ในพื้นที่เดียวกันกับสระใหญ่ค่ะ

 

สระว่ายน้ำ  Infinity Edge Pool วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาด 30 x 13 เมตร ระบบน้ำเกลือทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่นั้นทำให้ผิวไม่ระคายเคือง ผมไม่แข็งกระด้าง และไม่มีกลิ่นฉุนจากคลอรีนทั่วไปด้วยนะคะ

 

ริมสระว่ายน้ำทั้ง 2 ฝั่ง มีเตียงสระว่ายน้ำให้ได้นอนอาบแดด ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบังวิวเลยค่ะ

 

ข้างสระว่ายน้ำที่อาคาร B จะมีห้องฟิตเนสอยู่ด้วย เราลองเข้าไปชมด้านในกันค่ะ

 

ฝั่งสระว่ายน้ำจะเป็นกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายไป ได้วิวสระว่ายน้ำส่วนกลางไปด้วย

 

เสาอาคารภายในฟิตเนสถูกตกแต่งด้วยหินอ่อนเพิ่มความหรูหรา พร้อมมีหลอดไฟเพิ่มแสงสว่างไม่ให้ระหว่างเสาดูมืดทึบ

 

ภายในฟิตเนสมีอุปกรณ์มาให้พร้อมค่ะ และยังมีการติดตั้งกระจกเงาเต็มผนังอีกด้าน เพิ่มความรู้สึกให้ห้องดูกว้างขึ้น

 

ด้านในสุดของฟิตเนสมีตู้สำหรับเก็บของมาให้ค่ะ พร้อมห้องน้ำส่วนกลางแยกฝั่งหญิง-ชาย

 

ภายในห้องน้ำมีทั้งห้องโถสุขภัณฑ์ กับห้องอาบน้ำแยกเอาไว้ ตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีขาวดูสะอาดน่าใช้ค่ะ

 

ถัดจากฟิตเนสจะเป็น Library + Multipurpose Room ซึ่งอยู่ใต้อาคาร B เช่นเดียวกันค่ะ

 

ภายในถูกจัดให้มีหลายมุมสำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานไปด้วย ซึ่งเป็นห้องเพดานสูงพร้อมกับกระจก High Ceiling เพิ่มความโปร่งสบาย และยังได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มากขึ้นด้วยค่ะ

 

พื้นห้องเป็นกระเบื้องลายไม้ค่ะ ส่วนเสากับผนังจะตกแต่งด้วยหินอ่อนจริงค่ะ

 

มุมโต๊ะบาร์ Top หินอ่อน นั่งทำงานไปได้วิว Politan Pond ไปด้วย

 

ขึ้นบันไดวนมาดูที่ชั้นลอยกันบ้างค่ะ

 

พื้นที่บนชั้นลอยก็มีโต๊ะกับโซฟาให้นั่งพร้อมวิวมุมสูง สามารถมองลงไปเห็น Politan Pond ได้เช่นกันค่ะ

 

ลองออกมาเดินด้านนอกอาคารฝั่งริมแม่น้ำกันบ้างค่ะ

 

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางโครงการจัดพื้นที่ River terrace เอาไว้ทั้งสองฝั่ง มองเห็นสะพานพระนั่งเกล้าอยู่ไม่ไกลค่ะ

 

ทางเดินเชื่อมระหว่างสองด้านของอาคาร เป็น Jogging Track ริมแม่น้ำได้เลยค่ะ

 

จากทางเดินมองกลับเข้าไปในโครงการ ให้บรรยากาศถอดแบบรีสอร์ทต่างจังหวัดเลยค่ะ ร่มรื่นและเงียบสงบมากๆ

 

ทิวทัศน์ริมแม่น้ำค่ะ ไร้สิ่งบดบังสายตา

 

River terrace ทางฝั่งทิศใต้ค่ะ

 

บรรยากาศส่วนกลางทำให้เดินเล่นชมวิวได้เรื่อยๆ เลยค่ะ ซึ่งในรีวิวนี้เราจึงรอเวลาเก็บภาพช่วงเย็นมาให้ดูด้วยเสียเลย

บรรยากาศช่วงเย็น

 

ช่วงแดดร่มลมตก บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์ค่ะ

 

ด้วยความที่ทิศตะวันตกอยู่ท้ายโครงการ ซึ่งช่วงเย็นแบบนี้พระอาทิตย์จะส่องลงมาที่ส่วนกลางพอดีค่ะ

 

บ่อน้ำที่ถูกแสงแดดยามเย็นตกกระทบลงบนผิวน้ำสวยมากๆ เลยใช่ไหมคะ ใครที่ได้วิวแบบนี้จากห้องพักของตัวเองก็น่าอิจฉามากเลย

 

รอบๆ สระว่ายน้ำมีต้นลีลาวดีอยู่รอบสระเลยค่ะ จังหวะที่ดอกไม้ร่วงหล่นลงบนสระน้ำเป็นภาพที่สวยมากๆ ใครที่แวะมาเยี่ยมชมโครงการ ถ้ามาช่วงเย็นก็จะได้สัมผัสความรู้สึกนี้เช่นเดียวกันค่ะ

 

พระอาทิตย์ตกตรงกลางนี้พอดีเลยค่ะ เมื่อฟ้ามืดลงเราก็จะได้พบกับอีกบรรยากาศของโครงการ

 

ทางเดินยาวลอดใต้ซุ้มจะมีแสงไฟอยู่ตลอดแนวทางเดิน

 

บ่อน้ำกับ Sunken มีการเปิดไฟไว้ด้วย

 

ฟิตเนสวิวสระว่ายน้ำแบบนี้

 

บรรยากาศสระว่ายน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ

 

เปิดห้องตัวอย่าง

 

เรากลับมาดูห้องตัวอย่างของโครงการกันค่ะ เริ่มจาก Lobby เพดานสูง ตกแต่งพื้นและผนังด้วยหินอ่อน มีโซฟาขนาดใหญ่สำหรับรับแขก

 

ด้านในของ Lobby จัดให้เป็นห้อง Mailbox  ค่ะ

 

ปลอดภัยไปอีกขั้นด้วย Mailbox แบบใช้รหัสปลดล็อคค่ะ

 

โถงลิฟท์ก็ถูกตกแต่งออกมาหน้าตาเหมือนกับ Lobby เลยค่ะ เน้นลายหินอ่อนตัดกับอลูมิเนียมสีทองแดงแบบเงาสะท้อนให้ดูหรูหราเป็นหลัก

 

1 Bedroom 29 ตร.ม.

มาชมห้องตัวอย่างแรกกันเลยค่ะ ที่ขนาดเริ่มต้น 29 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom ความสูง Floor To Ceiling 2.5 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบ Downlight และได้เฟอร์นิเจอร์กับเครื่องปรับอากาศแบรนด์ TOSHIBA 2 ตัวค่ะ

 

ส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ค่ะ ซึ่งจะได้โซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง ถือว่าได้ขนาดมาค่อนข้างใหญ่ทีเดียวค่ะสำหรับห้องพื้นที่ขนาดนี้ มาพร้อมกับโต๊ะกลาง Top กระจกแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ

 

ตรงข้ามกับโซฟาจะมี Built in เคาน์เตอร์ทีวี ตู้โชว์บานกระจกทั้ง 2 ข้าง และชั้นวางของด้านบน ได้แบบนี้ทั้งเซตเลยค่ะ ยกเว้นแค่ทีวีกับของตกแต่งเท่านั้น ส่วนทางขวามือของเคาน์เตอร์จะเป็นห้องนอนค่ะ

 

เรามาดูด้านข้างโซฟากันก่อนค่ะ จะเป็นห้องครัวปิดที่กั้นประตูด้วยกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียม

 

ภายในห้องครัวจะได้เคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ทั้งตู้ด้านล่างและด้านบน แต่จะไม่ได้ไมโครเวฟนะคะ ส่วนพื้นครัวจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค

 

Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์จากแบรนด์ TEKA หรือ Franke และเหนือซิงค์ล้างจานจะเป็นช่องสำหรับไมโครเวฟค่ะ

 

ตรงข้ามกับซิงค์ล้างจานจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็นได้พอดีค่ะ

 

ต่อจากห้องครัวจะเป็นระเบียงซักล้างค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาในครัวด้วยค่ะ

 

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อน พร้อมกับต่อท่อน้ำมาไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ

 

Condensing Unit ถูกแขวนเอาไว้หันหน้าเข้าทางระเบียงค่ะ ทำให้เป็นระเบียงที่เหมาะสำหรับใช้งาน อย่างการตากผ้าจะช่วยให้ผ้าแห้งได้เร็วขึ้นค่ะ

 

กลับเข้ามาในห้องมาดูภายในห้องนอนกันต่อค่ะ ซึ่งห้องนี้จะไม่ได้เตียงนะคะ ทางโครงการจะให้มาแค่หัวเตียงแบบที่เห็นเท่านั้น โดยเราสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยยังเหลือพื้นที่รอบๆ เตียงค่ะ

 

ปลายเตียง Built in ตู้เสื้อผ้า และลิ้นชักเก็บของพร้อมกระจกเงาค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศตัวที่ 2 จะติดตั้งเอาไว้เหนือประตูห้องนอนกับประตูห้องน้ำค่ะ

 

ระเบียงห้องนอนแยกตัวจากระเบียงซักล้างค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนยีม มีธรณีประตูกั้น ส่วนพื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ

 

ห้องน้ำในตัวอยู่ข้างเตียงนอน จะพบกับส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในค่ะ ทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายเดียวกัน

 

อ่างล้างหน้าจากแบรนด์ Cristina พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระจากแบรนด์ Cristina เช่นเดียวกันค่ะ รวมถึงกระจกเงาบานใหญ่เต็มผนังก็ได้มาด้วยครบเซต

 

ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกใส ประตูบานสวิง

 

ผนังด้านฝักบัวจะปูด้วยโมเสคหินอ่อน มาพร้อมกับ Rain Shower ค่ะ

 

2 Bedroom 43 ตร.ม.

มาถึงห้องแบบ 2 Bedroom ซึ่งเป็น Type หลักของโครงการ The Politan ฺBreeze ค่ะ โดยห้อง 2 Bedroom ทุกห้องจะได้ Digital Door Lock จาก COLT

 

ส่วนแรกของห้องจะพบกับห้องครัวเปิดกับห้องนอนที่ 2 ทางซ้ายมือ Living Room อยู่กลางห้อง และห้องน้ำกับห้องนอนแรกอยู่ทางขวามือค่ะ โดยห้องแบบ 2 Bedroom ทุก Type จะได้วอลเปเปอร์ติดตั้งมาให้ด้วยเลยค่ะ

 

เรามาดูห้องน้ำทางขวามือกันก่อนค่ะ อยู่ติดกับห้องนอนแรกเลย

 

ภายในห้องน้ำจะพบกับส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในค่ะ โดยที่เห็นในห้องน้ำทั้งหมด ยกเว้นพรมเช็ดเท้า ผ้าเช็ดตัวและของตกแต่ง ทางโครงการจะติดตั้งมาให้ทั้งหมดเลยค่ะ

 

โดยสิ่งที่จะได้มาคืออ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ กระจกเงา แกนใส่ทิชชู่ม้วน และราวแขวนผ้าสแตนเลส ครบเลยค่ะ

 

ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกใส ประตูบานสวิง พร้อมฝักบัวอาบน้ำและ Rain Shower ค่ะ

 

ผนังด้านฝักบัวอาบน้ำจะปูด้วยโมเสคหินอ่อน มาพร้อมกับที่วางสบู่โทนสีเดียวกันค่ะ

 

ออกมาจากห้องน้ำก็จะพบกับห้องครัวเปิดค่ะ โดยส่วนแรกนี้พื้นจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ซึ่งจะได้ Island Kitchen สีขาวแบบนี้มาด้วยนะคะ เราสามารถใช้เป็นโต๊ะทานข้าวสำหรับ 2 คน ได้เลย

 

ภายในห้องครัวจะได้เคาน์เตอร์ Top หินสังเคราะห์สีขาว ลักษณะเป็น L shape มีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ด้านในสุด

 

หน้าบาน Top ด้วยลามิเนต มีช่องใต้เคาน์เตอร์สำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าได้

 

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจานใต้เคาน์เตอร์จากแบรนด์ TEKA หรือ Franke ได้แบบนี้มาทั้งเซตเลยค่ะ

 

กลางห้องเป็น Living Room พื้นจะปูด้วยลามิเนต พร้อมกับติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ TOSHIBA เหนือโซฟา

 

โซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง ได้มาพร้อมโต๊ะกลาง Top กระจกใสแบบที่เห็นค่ะ

 

เคาน์เตอร์วางทีวี Built in ตามแบบห้องตัวอย่างนี้เลยค่ะ จะไม่ได้แค่ทีวีกับผ้าม่าน

 

ต่อด้วยระเบียง กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน โดยมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นอยู่

 

ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นรั้วเหล็กโปร่งสีดำ ที่มุมระเบียงมีการกั้น Condensing Unit ด้วยการกั้นประตูกริลแอร์ ช่วยปัดลมร้อนออกนอกอาคาร

 

หันมาอีกด้านจะเห็นว่าระเบียงห้องยาวไปจนถึงห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งด้วยนะคะ

 

เราไปดูในห้องนอนที่มีระเบียงเชื่อมต่อกันกับ Living Room ซึ่งอยู่ระหว่างเคาน์เตอร์ทีวีกับห้องน้ำกันค่ะ

 

ห้องนอนแรกมีพื้นที่กลางห้องสำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ ซึ่งทางโครงการจะให้มาเพียงหัวเตียงนะคะ

 

ในห้องนอนจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าแบบประตูกระจกบานสวิง 3 บาน กับตู้ลิ้นชักพร้อมกระจกเงามาให้ด้วยค่ะ

 

มีพื้นที่ทางเดินรอบเตียงค่ะ เดินได้สบายๆ

 

เคาน์เตอร์วางทีวีตรงปลายเตียงมีสวิทช์เปิด-ปิดไฟที่เคาน์เตอร์ได้ด้วยนะคะ ส่วนกระจกเข้ามุมที่ได้มาด้วยตรงนี้สามารถมองเห็นไปถึงระเบียงทางด้าน Living Room ด้วย

 

มุมระเบียงด้านห้องนอนจะติดตั้งก๊อกน้ำมาให้สำหรับเป็นพื้นที่ซักล้างด้วยค่ะ

 

หันกลับไปดูที่ระเบียงอีกทีก็จะเห็นภาพมากขึ้นค่ะ ว่าระเบียงนั้นยาวเชื่อมต่อกับ Living Room

 

เรากลับเข้ามาดูที่ห้องนอนที่ 2 กันต่อค่ะ ซึ่งห้องนี้จะอยู่ระหว่างห้องครัวกับโซฟา

 

เปิดประตูห้องก็จะพบกับ Built in ตู้เสื้อผ้าเลยค่ะ ส่วนด้านขวาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียงนอน

 

หน้าต่างเป็นแบบกระจกบานเลื่อน 2 ตอนค่ะห้องนอนนี้ให้มากว้างทีเดียวค่ะ สามารถนอนชมวิวด้านนอกได้สบายๆ แต่ผ้าม่านต้องติดตั้งเพิ่มเองนะคะ ทางโครงการไม่ได้ติดมาให้

 

สำหรับห้องนอนที่ 2 นี้ จะสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ โดยจะได้มาเพียงหัวนอนเท่านั้น ส่วนตู้ลิ้นชักพร้อมกระจกเงาใกล้กับหัวเตียงจะ Built in มาให้ด้วย

 

เครื่องปรับอากาศในห้องนี้จะถูกติดตั้งมาให้เหนือประตูห้องค่ะ

 

2 Bedroom 50 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างถัดมาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกค่ะ โดยจะมีลักษณะคล้ายกันกับห้องก่อนหน้านี้ คือ ห้องครัวเปิด พื้นที่ Common Area อยู่กลางห้อง และห้องนอนแบ่งเป็นสองฝั่ง โดยเราจะไปดูกันที่ห้องน้ำกับห้องนอนทางขวามือของห้องนี้กันก่อนค่ะ

 

ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกเอาไว้ทางขวามือค่ะ โดยจัดตรงกลางห้องเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของ

 

โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้าสแตนเลส ทั้งหมดนี้จะอยู่ทางขวามือของห้องน้ำค่ะ

 

ผนังตรงอ่างล้างหน้าของห้องน้ำทุกห้อง จะก่อผนังออกมาเล็กน้อยสำหรับเป็นพื้นที่วางอุปกรณ์ไว้หน้ากระจกค่ะ

 

ส่วนเปียกได้กระจกใสเป็นฉากกั้นค่ะ มีฝักบัวกับ Rain Shower จะได้ทั้งหมดที่เห็นเลยค่ะ

 

ผนังส่วนหนึ่งปูด้วยโมเสคหินอ่อนโทนสีน้ำตาลอ่อนค่ะ

 

ต่อมาเข้าไปที่ห้องนอนแรกค่ะ

 

ห้องนอนแรกนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต แล้วยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งหน้าตู้เสื้อผ้าอยู่ค่ะ โดยเราจะได้มาเฉพาะหัวเตียงนะคะ

 

ตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชักพร้อมกระจก Built in มาให้ด้านข้างเตียงค่ะ

 

เครื่องปรับอากาศในห้องนอนแรก ติดตั้งมาให้เหนือประตูห้องค่ะ

 

ปลายเตียง Built in เคาน์เตอร์วางทีวีเอาไว้ให้ด้วยค่ะ แต่ถ้าเราไม่ติดตั้งทีวีไว้ในห้องนอนก็สามารถเป็นพื้นที่วางของได้เพิ่มขึ้นอีก

 

หน้าต่างจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอนค่ะ

 

ออกจากห้องนอนมาดูพื้นที่ Common Area ตรงกลางห้องกันบ้างค่ะ โดยจะได้ Island Kitchen กับเตาอบใต้เตาไฟฟ้ามาด้วยนะคะ

 

ส่วนแรกของห้องเป็นห้องครัวเปิด ซึ่งจะได้เคาน์เตอร์ครัวมาแบบ Double Wall Kitchen โดยจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และเครื่องซักผ้าด้านใต้เคาน์เตอร์ค่ะ

 

ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ ซึ่งจะได้มาแบบ 2 หลุมค่ะ เพิ่มความสะดวกสบายเวลาล้างจานได้มากขึ้นเยอะ

 

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน จะได้มาทั้งหมดเลยค่ะ

 

พื้นที่เชื่อมต่อกับครัวเปิดจะเป็น Living Room ค่ะ

 

ได้โซฟาพร้อมโต๊ะกลางแบบนี้เลยค่ะ โดยยังมีพื้นที่ทางเดินรอบโต๊ะกลางได้อยู่

 

Built in เคาน์เตอร์วางทีวี ได้มาครบเซต ยกเว้นแค่ทีวีค่ะ เครื่องปรับอากาศติดตั้งเหนือประตู Master Bedroom ค่ะ

 

ระเบียงห้องจาก Living Room กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วยป้องกันฝุ่นเข้าห้องได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ

 

มุมระเบียงจะวาง Condensing Unit เอาไว้ หันหน้าออกนอกอาคารพร้อมกั้นกริลแอร์เป็นประตูบานสวิงค่ะ

 

สุดท้ายไปดูกันที่ Master Bedroom ที่อยู่ระหว่างห้องครัวกับ Living Room ค่ะ

 

Master Bedroom มีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนเคาน์เตอร์ตรงปลายเตียงก็จะ Built in มาให้ด้วย

 

เตียงขนาด 5 ฟุตที่เห็นนี้ทางโครงการไม่ได้ให้มาด้วยนะคะ เราจะได้เพียงหัวเตียงเท่านั้น

 

มีพื้นที่ทางเดินริมหน้าต่างเอาไว้เล็กน้อยค่ะ ซึ่งหน้าต่างจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียม

 

หันไปทางฝั่งประตูห้องนอนก็จะพบกับเฟอร์นิเจอร์ Built in ทั้งตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชัก กระจกเงา และเครื่องปรับอากาศ ได้มาทั้งหมดนี้เลยค่ะ

 

สำหรับ Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัวด้วยนะคะ ตรงกลางห้องน้ำจะเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง

 

ส่วนเปียกทางขวามือจะมาพร้อมกับฉากกั้นกระจกแบบประตูบานสวิง

 

ฝักบัวพร้อม Rain Shower ให้มาครบแบบไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะ

 

ส่วนแห้งอีกด้านจะได้เป็นโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ และราวแขวนผ้าสแตนเลสค่ะ

 

2 Bedroom 60 ตร.ม.

มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายกันแล้วนะคะ ขนาด 60 ตร.ม. Type ใหญ่ที่สุดของโครงการ และยังถูกวางอยู่ในตำแหน่งห้องที่สวยที่สุดด้วยค่ะ โดยเราจะเริ่มชมตั้งแต่ห้องน้ำทางซ้ายมือ และห้องนอนแรกใกล้กับห้องน้ำก่อนค่ะ

 

ห้องน้ำปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมดค่ะ แยกเป็นส่วนเปียกทางขวามือ ส่วนแห้งทางซ้าย

 

ตรงกลางห้องน้ำเป็นอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ซึ่งตัวเคาน์เตอร์ Top หินสังเคราะห์สีขาว เข้าชุดกันกับตัวอ่างค่ะ ส่วนผนังหน้ากระจกเงามีการก่อผนังมาเรียบร้อยเพื่อวางของใช้ในห้องน้ำค่ะ

 

แยกส่วนเปียกด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกใสแบบประตูบานสวิง

 

ฝักบัวพร้อม Rain Shower มีมาให้ทุกห้องเลยค่ะ

 

ส่วนแห้งอีกด้านหนึ่งของห้องน้ำ ทุกอย่างได้มาตามที่เห็นเลยค่ะ ยกเว้นผ้าเช็ดตัว พรมเช็ดเท้าเท่านั้น

 

ออกมาจากห้องน้ำจะพบกับโซน Common Area

 

Built in ห้องครัวเปิดถูกจัดให้มีลักษณะ U-Shape Kitchen ดูเป็นสัดส่วนดีค่ะ โดยทางซ้ายจะเป็น Island Kitchen ซึ่งจะจัดให้เป็นโต๊ะทานอาหาร หรือพื้นที่เตรียมทำกับข้าวก็ได้ค่ะ ซึ่งเราจะได้ทั้งหมดที่เห็นนี้ ยกเว้นเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และของตกแต่งค่ะ

 

ทางขวามือต่อจากประตูห้อง จะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าใต้เคาน์เตอร์ครัวค่ะ

 

ด้านในสุดจะมีเตาอบด้านล่างเคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว เครื่องดูดควัน ได้มายกเซตแบบนี้เลยค่ะ ใครที่รักการทำครัวต้องชอบแน่ๆ

 

ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันน้ำกระเด็นออกมาเลอะเทอะค่ะ โดยจะได้มาทั้ง 2 หลุม เพิ่มความสะดวกเวลาล้างจานได้อีกเยอะเลยค่ะ

 

เดินชมห้องครัวเสร็จแล้ว ก็เข้าไปดูห้องนอนแรกทางซ้ายมือหลังโซฟากันค่ะ

 

ห้องนอนแรกมีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต  ได้ค่ะ โดยเราจะได้เพียงหัวเตียงเช่นเดียวกันกับห้องอื่นๆ ตรงปลายเตียงจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีมาด้วยนะคะ

 

เมื่อวางเตียงไว้กลางห้องแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียงค่ะ ข้างเตียงด้านเดียวกับประตูห้องจะได้ Built in โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกเงา และตู้เสื้อผ้าบานสวิงหน้าทึบให้มาตามนี้เลยค่ะ

 

ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน  กั้นระเบียงเอาไว้ค่ะ

 

ประตูกระจกช่วงปลายเตียงจะได้กระจกเข้ามุมมาด้วยนะคะ ช่วยเพิ่มมุมมองให้เห็นวิวแม่น้ำด้านนอกได้ดีทีเดียว

 

ระเบียงด้านนอกปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเช่นเดียวกันกับห้องอื่นๆ ค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้เหนือศีรษะทั้ง 3 ตัว

 

หันไปอีกด้านจะเห็นว่าระเบียงห้อง Type นี้จะยาวเชื่อมต่อกันตลอดเป็นรูปตัว L เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงสระว่ายน้ำด้านนอกได้เต็มๆ

 

กลับเข้ามาดูในห้องกันต่อค่ะ หลังจากที่ดูห้องครัวทางด้านขวากันไปแล้วก็มาดู Living Room ทางซ้ายมือกับห้อง Master Bedroom ตรงกลางกันบ้าง

 

Living Room จะได้เฟอร์นิเจอร์มาครับแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรมาเพิ่มเลยค่ะ ยกเว้นแต่ทีวีกับผ้าม่านเท่านั้น

 

โซฟาขนาด 3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง Top กระจก แล้วยังมีพื้นที่เหลือๆ เป็นทางเดินได้สะดวกค่ะ

 

Built in เคาน์เตอร์ทีวีได้มาทั้งเซตแบบนี้เลยนะคะ ส่วนเครื่องปรับอากาศจะถูกติดตั้งอยู่เหนือประตูห้อง Master Bedroom ค่ะ

 

มาถึง Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องสุดท้ายกันแล้วนะคะ แบ่งฟังก์ชั่นเป็นห้องน้ำในตัวทางขวามือ และพื้นที่เตียงนอนด้านซ้ายค่ะ

 

ห้องจริงจะไม่ได้เตียงมาด้วยเช่นเดียวกันกับห้องอื่นๆ ค่ะ ได้เพียงหัวเตียงที่ Built in มาให้แล้วเท่านั้น

 

ปลายเตียงเราจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวียาวๆ แบบนี้ค่ะ ถ้าวางทีวีแล้วก็ยังเหลือพื้นที่วางของอีกได้

 

มุมห้องตรงปลายเตียงได้กระจกเข้ามุมมาด้วยนะคะ ซึ่งห้องตัวอย่างนี้อยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารค่ะ จึงโดนต้นไม้บังทิวทัศน์ด้านนอกอยู่เล็กน้อย แต่หากเป็นห้องมุมอื่นๆ แล้วล่ะก็จะสามารถนอนมองแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลยค่ะ

 

ห้องตำแหน่งนี้จะได้ทั้งวิวแม่น้ำ และสระว่ายน้ำเลยค่ะ

 

ออกมาดูตรงระเบียงห้องค่ะ มีพื้นที่พอที่จะสามารถวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นรับลมที่ระเบียงห้องของเราได้เลยค่ะ

 

มุมระเบียงมีการกั้นประตูเอาไว้เผื่อเป็นที่ซักล้างค่ะ

 

ระเบียงชั้น 2 แบบนี้ แม้ว่าจะโดนต้นไม้บังวิวอยู่บ้าง แต่ก็ได้ความร่มรื่นดีนะคะ

 

กลับเข้ามาภายใน Master Bedroom จะเห็นว่าหน้าห้องน้ำจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าประตูกระจกบานสวิงขนาด 3 บาน มาด้วยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งอยู่เหนือประตูห้องน้ำค่ะ

 

หน้าประตูห้องน้ำในตัวอีกด้านจะ Built in โต๊ะเครื่องแป้งมาให้พร้อมกับกระจกติดผนังบานใหญ่แบบนี้ค่ะ

 

ห้องน้ำในตัวได้พื้นที่มาค่อนข้างกว้างค่ะ แบ่งเป็นส่วนแห้งขวามือ และส่วนเปียกทางซ้าย

 

โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้าสแตนเลส อ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของด้านล่าง พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ ได้ทั้งหมดนี้มายกเซตเลยค่ะ

 

ส่วนเปียกจะได้ฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกใสแบบประตูบานสวิง ซึ่งจะได้ฝักบัวกับ Rain Shower มาด้วยค่ะ

 

สำหรับห้องน้ำนี้ จะมีหน้าต่างบานกระทุ้งด้านบนสำหรับระบายอากาศและความชื้น พร้อมกับช่วยเพิ่มแสงสว่างไปด้วยค่ะ

 

สำหรับ The Politan Breeze ถือเป็นโครงการในเฟสที่ 2 จากทั้งหมด 5 เฟส ซึ่งแยกเป็นแต่ละโครงการออกจากกันตามที่ทางเอเวอร์แลนด์ได้วางแพลนเอาไว้ แม้ว่าที่ผ่านมาคอนโดมิเนียมในแถบรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะดูไม่หวือหวามากนัก แต่กับ The Politan Breeze กลับได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากทีเดียวค่ะ เพราะขนาดวันที่ทางทีมงาน Reviewyourliving ได้เข้าไปชมโครงการแม้จะเป็นวันธรรมดา แต่ก็มีหลายครอบครัวเข้ามาชมโครงการอยู่ตลอด ตั้งแต่เช้าจรดเย็นอย่างไม่ขาดสาย โดยหากได้มาสัมผัสด้วยตัวเองก็ไม่แปลกใจเลยค่ะ แค่ทำเลกับบรรยากาศภาพรวมของโครงการก็กินขาดแล้ว แถมยังได้ส่วนกลางที่สวยอย่างกับถอดออกมาจาก Perspective เป็นอีกหนึ่งโครงการที่อยากให้ไปลองสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ ที่สำคัญคือราคาเริ่มต้นเร้าใจมากสำหรับคอนโดมิเนียมติดริมแม่น้ำแบบนี้ 1 ห้องนอน 29.00 ตร.ม. เริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท พิเศษ! เฉพาะ 21-22 ก.ค. นี้เท่านั้น สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/2IJuvog

หรือโทร 02 002 2222

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

 

จอง The Politan Breeze รับโปรโมชั่น ฟรีค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี ฟรีค่ากองทุนแรกเข้า ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ผ่อน 8,000 บาท/เดือน

 

We Recommend
เปิดออฟฟิส

เปิดออฟฟิส "GET" เยี่ยมชมดีไซน์ดีไซน์แนว Street Smart จุดเด่นบนท้องถนนกทม.

รู้จัก GET (เก็ท) กันไหม? หรือเคยใช้บริการของเขากันบ้างหรือเปล่า   ถ้ายังไม่รู้จัก เราขอแนะนำ GET ให้รู้จักกันคร่าวๆ ก่อน....   GET แอพพลิเคชั่นไลฟสไตล์ออนดีมานด์ ที่ให้บริการเรียกมอเตอร์ไซค์วิน สั่งอาหาร ส่งของ และอีวอลเลต เป็นออนดีมานด์  ซึ่งถือว่ามีความหลากหลายงานด้านการบริการ  ก่อตั้งขึ้นโดยทีมงานคนไทย พร้อมด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลก  นอกจากนี้ ยังมีเงินลงทุนจาก “โกเจ็ก” (GO-JEK) เข้ามาร่วมด้วย     สำหรับรายละเอียดการใช้บริการเป็นอย่างไร ผู้ที่สนใจก็คงต้องไปศึกษาและสอบถามกันกับทาง GET ส่วนเรื่องราวที่ Reviewyourlivng อยากจะมา “รีวิว” คือ การพาไปเยี่ยมชมบ้านหลังใหญ่ของเหล่ามนุษย์ GET ซึ่งก็คือที่ทำงานของพนักงานและผู้บริหาร GET นั่นเอง โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้น 19-21 ของอาคารชาร์เตอร์สแควร์  ย่านสาทร  ชั้น 19  ใช้เป็นสำนักงานมีพื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร  ส่วนชั้น 20-21 เป็นพื้นที่สำหรับการฝึกอบรมคนขับ   ชูดีไซน์แนว Street Smart  ออฟฟิศของ GET ถูกออกแบบในดีไซน์แนว Street Smart โดยนำจุดเด่นของท้องถนนในกรุงเทพฯ ที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองลวดลายบนพื้นที่ถนน อย่างทางม้าลาย เส้นห้ามหยุดรถ เส้นแบ่งช่องทางเดินรถ หมวกกันน็อค เสื้อวิน และมอเตอร์ไซค์ เข้ามาเป็นจุดเด่นในการตกแต่ง เพราะเป็นธุรกิจบริการซึ่งมีมอเตอร์ไซต์ เป็นเครื่องมือหลัก   โดยโทนสีหลักที่ใช้คือหลักของแบรนด์ ได้แก่ สีเหลือง Safety Yellow และสีเทา Street Grey ที่ทั้งสองสีได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินทาง โดยสีเหลืองเป็นสีที่สามารถสะท้อนได้ดีเวลากลางคืนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้คนขับของ GET และสีเทามาจากสีของพื้นถนนคอนกรีต ซึ่ง GET จับจุดเด่นนี้มาวางไว้ในออฟฟิศได้อย่างลงตัว ช่วยให้บรรยากาศการทำงานดูสดใส     ออฟฟิศของ GET ถือเป็น Flexible Workspace ที่เป็นมิตรกับคนทำงานในทุกเจนเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็น Gen X, Millennial และ Gen Z เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่มีกฎตายตัวว่าการทำงานจะต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเองเท่านั้น เอื้อให้พนักงานสามารถใช้ประโยชน์จากทุกมุมของออฟฟิศได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือการผ่อนคลาย “เราได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ ตกแต่งออฟฟิศมาจากงานที่เราทำ และเราให้ความสำคัญกับทั้ง Flexibility และ Work-Life Balance เพราะที่ GET เราทำงานกันหนัก แต่พอเราว่าง เราก็พักผ่อนกันเต็มที่" คุณก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หรือซีเอ็มโอ ของ GET เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบออฟฟิศ     ออฟฟิศของ GET จึงถูกออกแบบออฟฟิศให้ยกคอมไปนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ จะอยู่ที่โต๊ะตัวเอง จะไปนั่งดูวิวแม่น้ำ หรือจะไปนั่งในห้องเงียบๆ หรือถ้าคุณทำงานเสร็จ คุณจะตีปิงปองตอนบ่าย 3 ก็ได้ เพราะ GET เชื่อว่าพื้นที่ออฟฟิศและบรรยากาศที่ผ่อนคลายทำให้พนักงานทำงานอย่างแฮปปี้ และโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น Flexible Workspace เสริมการทำงาน 4 ด้าน สำหรับ Flexible Workspace ของ GET ถูกดีไซน์ออกมา เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานสำหรับพนักงานและผู้บริหารใน 4 ด้านหลัก ได้แก่     Collaboration: การทำงานในรูปแบบสตาร์ทอัพ การทำงานร่วมกันหรือ Collaboration ระหว่างทีมต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยในออฟฟิศมีห้องประชุมจัดไว้ 8 ห้อง แต่ถ้าใครที่ต้องการคุยกันในบรรยากาศที่เป็นกันเองมากขึ้น ก็สามารถใช้พื้นที่ส่วนกลาง และมุมโซฟาต่างๆ ที่จัดไว้หลากหลายมุมเพื่อการประชุม พูดคุย หรือ Brainstorm กันได้ เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น    Concentration: แน่นอนว่าพนักงานจำนวนมากยังเคยชินและต้องการมีโต๊ะทำงานของตัวอยู่ ดังนั้น GET จึงมีพื้นที่ทำงานส่วนตัวให้กับพนักงานทุกคน และเพิ่มพื้นที่เงียบ หรือ Quiet Corner สำหรับคนที่ต้องการทำงานที่ใช้สมาธิมาก และจัดห้องสำหรับคุยโทรศัพท์แยกต่างหาก ไว้เพื่อให้คนที่ต้องประชุมทางโทรศัพท์และไม่อยากรบกวนคนอื่นๆ    Community: เพื่อให้พนักงานได้สามารถผ่อนคลายในระหว่างการทำงานหรือหลังเลิกงาน ที่ GET จึงมีทั้งโต๊ะปิงปอง ห้องเกม และห้องนอน โดยทุกคนสามารถเข้ามาใช้เมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ เพราะบริษัทฯ เข้าใจดีว่าการ Work & Play โดยไม่เครียดมากเกินไป จะช่วยผลักดันความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในการทำงานได้ดีกว่า      Mobility & Freedom: ที่ GET พนักงานทุกคนสามารถนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟา นั่งดูวิวเมือง หรือนั่งทำงานที่ canteen โดยสามารถยกคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของตัวเองไปอยู่ในที่ที่ต้องการได้ นอกจากนี้ ห้องประชุมยังเป็นการต่อจอแบบไร้สาย ด้วยระบบ Zoom ที่คอมพิวเตอร์ของพนักงานสามารถ cast content ขึ้นจอได้ทันที     ไม่ใช่แค่ออฟฟิสสวย แต่ต้องสร้างความสุข  “ผมกับ Co-founder ทุกคนลงความเห็นตรงกันตั้งแต่วันแรก ว่าเราต้องทำให้คนที่ทำงานกับเรามีความสุขมากที่สุด" คุณภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ GET บอกเล่าถึงแนวคิดในการบริหารองค์กร   สำหรับความสุขที่ทางฝ่ายบริหาร ให้คำจำกัดความไว้นั้น นอกจากเรื่องสถานที่สะดวกสบาย น่าทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพงานแล้ว องค์กรยังจะต้องมีสวัสดิการที่ดี  รวมถึงต้องเป็น Culture First Company หรือการให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรมากกว่าตัวเลข ดังนั้นเวลาเลือกคนเข้ามาร่วมทีม GET จะใช้เวลานานมากในการพิจารณาคัดเลือก   พนักงานนอกจากจะต้องเป็นคนเก่งแล้ว ยังต้องอยากทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมด้วย พนักงานของ GET  มีความหลากหลายมาก  มีทุกเพศทุกวัยด้วย และโครงสร้างการทำงานของ GET ถูกวางให้มีลักษณะ Flat คือ  ทุกคนสามารถเดินเข้ามาคุยกับฝ่ายบริหารได้ แถมยังใช้ห้องผู้บริหารเป็นห้องประชุมได้   “สวัสดิการที่นี่ต้องดี ไม่ใช่แค่ออฟฟิศสวยแต่เพียงอย่างเดียว เราอยากให้พนักงานของเราทุกคนมีความมั่นคง เพราะผมรู้ดีว่าทุกคนทำงานนหนักและทุ่มเท”     สำหรับหลักการทำงานของ GET ยึดหลัก Core Values 3 ข้อ 1.It’s not About You งานที่เราทำอยู่เป็นสิ่งที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของคนหลายๆ คนได้ ดังนั้นเราจึงอยากให้พนักงานของเรามองในมุมกว้าง และคิดถึงคนอื่นๆ ที่เขาทำงานด้วย 2.Collaborate with Compassion คือการเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารักของกันและกัน 3.Shoot for Greatness หรือการมุ่งพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ทำให้เราทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในบรรยากาศที่ไดนามิค   ปัจจุบัน GET เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีพนักงานเพิ่มจากปีที่แล้วเพียง 40 กว่าคน ในปีนี้ GET มีพนักงานประจำและคอนแทรคเตอร์กว่า 200 คน ที่มุ่งสร้าง Ecosystem ที่ช่วยยกระดับชีวิตของทั้งผู้ใช้ คนขับ และร้านค้าด้วยเทคโนโลยีแบบออนดีมานด์หลากหลาย รวมถึงบริการทางการเงินที่สะดวกและครบวงจรยิ่งขึ้น    

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค

ในยุคของเหล่าเมล็ดพันธุ์ Start Up กำลังเติบโตงอกงาม สิ่งสำคัญคือรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพราะจุดเริ่มต้นที่ดีจะส่งให้เราไปคว้าเอาความสำเร็จมาครอบครองได้ ซึ่งเรากำลังกล่าวถึงออฟฟิศดีๆ สักแห่ง ที่จะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเรา โดยปัจจัยของการเลือกที่ตั้งของออฟฟิศ ก็ถือเป็นด่านแรกของจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากเราเจอสิ่งที่ใช่สำหรับองค์กรของเราอย่างโฮมออฟฟิศที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเหล่า Start Up ด้วยความโดดเด่นทั้งทำเล และภายในสามารถดีไซน์ต่อได้ เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์องค์กรของเรา และยังได้บรรยากาศการทำงานที่ไม่ชวนให้อึดอัด หรือเคร่งเครียดจนเกินไป            สำหรับ Nirvana @WORK โฮมออฟฟิศของคนรุ่นใหม่นั้นมีให้เลือก 2 โครงการ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กันในแง่ของทำเลที่ตั้ง ซึ่งจะยึดเอาความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน และลูกค้าที่จะต้องมาติดต่อธุระก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน      ทำเลสไตล์ @WORK  เริ่มกันที่โครงการแรก Nirvana @WORK รามอินทรา ทำเลติดถนนเส้นหลักสายสำคัญสายหนึ่งในละแวกนี้ นั่นคือ ถ.รามอินทรา ช่วงกม.2  ซึ่งถือเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดช่วงหนึ่งของถนน เพราะอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง รอบๆ มีอาหารการกินเพียบ ที่สำคัญคือการเดินทางอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน เป็นออฟฟิศที่อยู่ในทำเลเดินทางได้สะดวกทั้งพนักงานเองและผู้ที่มาติดต่อกับบริษัท     รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันจะผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ โดยโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรามอินทรา กม.3 บริเวณศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก โดยห่างไปอีกเพียง 1 สถานีก็จะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้สามารถต่อเข้าเมืองได้สะดวก และห่างออกไปอีก 3 สถานี ก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานีหลักสี่ ที่กำลังสร้างอยู่เช่นกัน ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ห่างจากทางด่วนฉลองรัช ประมาณ 4 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหนก็ง่ายดายไปหมดค่ะ    ใครที่อยู่ย่านนี้จะทราบกันดีว่าอาหารการกินไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ตั้งแต่ภายในศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัลรามอินทรา ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 700 เมตร และยังมี Ease Park, Lotus หลักสี่, MaxValu หลักสี่ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ยิ่งถ้าเข้าถ.ลาดปลาเค้า ก็ยิ่งมีของอร่อยตลอดทั้งเส้นทางยาวไปจนถึงโชคชัยสี่ นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่งทั้งทางด้านถ.พหลโยธิน และถ.แจ้งวัฒนะ ที่เชื่อมต่อกับถ.รามอินทราช่วง กม. 2 นิดเดียวเท่านั้น อาทิ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Major รัชโยธิน ฯลฯ โรงพยาบาลวิภาวดี และยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองอีกด้วย     Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อีกหนึ่งโครงการที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันกับโครงการแรกสักเท่าไรนัก แต่มีความโดดเด่นด้านทำเลไม่น้อย เพราะอยู่ริมถ.ประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) 1.3 กม. ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองได้ง่ายดาย และถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ประมาณ 5 กม. อยู่ท่ามกลางแหล่งร้านอาหารบรรยากาศดี ร้านแฮงค์เอาท์มันส์ๆ แบบที่พอเลิกงานแล้วก็ไปปาร์ตี้กันต่อได้เลย หรือจะนัดลูกค้าทานข้าวย่านนี้ก็เหมาะไม่น้อย ใครที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard, Play Hard นี่แหละค่ะ ตอบโจทย์กับทำเลนี้มาก  ในอนาคตหน้าโครงการจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่ม ผ่านหน้าโครงการโดยจะห่างจากสถานีคลองลำเจียกประมาณ 200 เมตร เป็นรถไฟฟ้าสายที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นมากถึง 7 สาย รวม 5 จุด Interchange ตั้งแต่เริ่มต้นสายที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งจะเป็น Interchange ของสีม่วง สายสีชมพู และสายสีน้ำตาล ต่อมาที่สถานีบางเขน สายสีแดง สถานีแยกเกษตรฯ สายสีเขียว สถานีฉลองรัช สายสีเทา และสิ้นสุดที่สถานีลำสาลี Interchange กับสายสีเหลืองและสีส้ม รวมแล้ว 22 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี และยังเป็นสายที่จะมีทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 คร่อมไปเกือบตลอดแนว เริ่มจากถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ไปตามถ.ประเสริฐมนูกิจ แล้วเข้าสู่ถ.วิภาวดีรังสิต ไปจนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลกับทางด่วนนี้มีแผนก่อสร้างไปพร้อมๆ กันในปี 63-64    จุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจ อาจหมายถึงโฮมออฟฟิศทำเลดี พื้นที่เหมาะสักหลัง  ภาพรวมโครงการ  ทั้งสองโครงการจะมีความเหมือนกันตรงที่โฮมออฟฟิศของทั้ง 2 Type ใช้แบบเดียวกันค่ะ คือ    Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 35.5 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 25.5 ตร.วา ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. / 1 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ   จะมีเพียง Type Single Unit ที่จะมีเฉพาะที่โครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ มีเพียง 8 ยูนิต (ปัจจุบันเหลือ 6 ยูนิต) โดยมีภาพรวมของแต่ละโครงการ ดังนี้   Nirvana @WORK รามอินทรา ที่ดินโครงการทั้งหมด 9-0-39.1 ไร่ 61 ยูนิต ขนาดที่ดิน 25.5-53.5 ตารางวา รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 197 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 14.5–25 ล้านบาท   Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ที่ดินโครงการทั้งหมด 7-1-76 ไร่ ไม่รวมพื้นที่นอกจัดสรร 48 ยูนิต รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 154 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 15–35 ล้านบาท      ชมโครงการ ครั้งนี้เราเข้ามาชมโฮมออฟฟิศตัวอย่างกันที่ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เพราะจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type ซึ่งทั้ง 2 โครงการปัจจุบันมีหลายออฟฟิศที่เริ่มเข้ามาอยู่กันแล้วนะคะ บรรยากาศภายในโครงการไม่วุ่นวาย ที่จอดรถจะล็อคหน้าออฟฟิศไว้ให้แยกกันแต่ละหลัง แต่ก็มีที่จอดส่วนกลางให้มาด้วยเยอะพอสมควรค่ะ โดยโฮมออฟฟิศแต่ละหลังจะขายแบบบ้านเปล่า มีการติดตั้งปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และ VDO Door Phone ติดให้ชั้นที่ 2 สามารถมองเห็นหน้าพร้อมคุยกันกับผู้มาติดต่อได้เลยจากกล้องที่ติดอยู่หน้าประตูออฟฟิศ      Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. 1 Bedroom 4 Bathroom 2 Parking lots  เริ่มกันที่ Type B ขนาดเริ่มต้น แต่ขนาดไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะหากตกแต่งตามแบบหลังตัวอย่างออกมากแล้ว ก็จะสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 20-25 คน เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งของแต่ละบริษัท นั่นหมายความว่าอาจสามารถรองรับพนักงานได้มากกว่า 25 คน ค่ะ โดยจะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โล่งๆ ไม่เน้นการกั้นห้องแยก เช่น งานสถาปนิก งานออกแบบต่างๆ       หน้าโฮมออฟฟิศทุกยูนิตจะติดตั้งกล้องพร้อม Speaker เอาไว้ด้านหน้าสำหรับผู้มาติดต่อสื่อสารไปยังด้านในออฟฟิศที่สามารถมองเห็นหน้าและเสียงได้โดยไม่ต้องเดินลงมา เพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง   ชั้นแรก เพดานสูงถึง 5.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ตรงกลางชั้นตามบ้านตัวอย่างจะกั้นเป็นห้องประชุม รองรับได้ประมาณ 10 ที่นั่ง    ชั้นลอยเพดานจะดรอปลงมาเล็กน้อยที่ 2.4 เมตร มีพื้นที่ว่างสำหรับกั้นเป็นห้องทำงานตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ หรือจะใช้เป็นพื้นที่อื่นๆ ได้ค่ะ เช่น ห้องเก็บของ ห้องประชุม ส่วนบันไดใช้แบบโครงเหล็ก ใช้ไม้ประสานวางเป็นลูกนอน แต่จะไม่มีลูกตั้ง ข้อดีคือทำให้ดูโปร่ง บวกกับกระจกด้านหน้า-หลังออฟฟิศ จะทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ไม่มีจุดอับทึบ   ชั้น 2-3 จะได้ความสูงของเพดานประมาณ 2.6-2.8 เมตร  วัสดุพื้นใช้ไวนิลลายไม้ ห้องน้ำวางไว้ด้านในสุดใกล้กับบันได ซึ่งจะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในมาให้พร้อมใช้งาน      ชั้นบนสุดกั้นห้องนอนให้ แล้วตกแต่งให้เหมือนกับเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเจ้าของโฮมออฟฟิศไม่ได้ใช้พักอาศัยก็สามารถเพิ่มพื้นที่ออฟฟิศได้อีก 1 ชั้น  หรือจะจัดเป็น Canteen ของออฟฟิศ เพื่อให้ช่วงกลางวันได้มีโอกาสมานั่งพักผ่อนทานข้าว พูดคุยแบบสบายๆ กัน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ   พื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ออกแบบได้ทุกความต้องการ Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. 2 Bedroom 5 Bathroom 3 Parking lots  ขยับไซส์ขึ้นมาที่ Type A ค่ะ ซึ่งจะได้หน้ากว้างขึ้น ที่จอดรถหน้าออฟฟิศเพิ่มขึ้น และติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ด้วย โดยเฉพาะราคาลิฟท์ก็อยู่ที่ 1 ล้านบาท พร้อมประกันการดูแลรักษาให้ 1 ปี หลังจากนั้นก็จะมีค่าซ่อมบำรุงลิฟท์ประมาณ 10,000 บาท/ปี โดยถ้าตกแต่งตามหลังตัวอย่างก็สามารถรองรับพนังงานได้ตั้งแต่ 25-30 คน หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง       สำหรับ Type นี้จะถูกตกแต่งเหมือนยกคาเฟ่มาไว้ในโฮมออฟฟิศ ด้วยการวาง Coffee Bar ยาว พร้อมโต๊ะสำหรับนั่งทำงานไป ดื่มกาแฟไปบนชั้นลอย การจัดพื้นที่ลักษณะนี้เหมาะกับธุรกิจที่อยากจะมีการเปิด Workshop รองรับลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรม หรือเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้มา joy มา share กันได้ ส่วนหลังสุดภายในตัวบ้านเหมาะสำหรับการวางเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้พร้อมต่อการเตรียมอาหาร และล้างได้สะดวก   บันไดชั้นล่างถูก Built in เพิ่มเติมให้เป็นขั้นบันไดเต็มผนังสองข้าง ให้ Feeling ของห้องประชุมสไตล์ Start Up แบบเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถมองเห็นและรับฟังกันได้ทั้งทีม แต่สำหรับตัวบ้านจริงที่จะได้ มีบันไดส่วนซ้ายมือพร้อมติดราวบันไดเหล็กโปร่งเท่านั้นนะคะ   ชั้นลอยบริเวณห้องประชุมนี้เป็นการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ขึ้นมา โดยมีการทำคานเอาไว้รองรับสำหรับการทำห้องเพิ่มแบบนี้ไว้อยู่แล้ว แต่หากเป็นหลังจริงตรงนี้จะเป็นพื้นที่โล่ง Double volume สูงขึ้นมาจากชั้นล่าง     ชั้น 2 บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง แต่มีเสาคานอยู่ 2 ต้น หากอยากจะกั้นเป็นห้องตามแบบบ้านตัวอย่างก็สามารถทำได้ง่าย และยังมีพื้นที่ตรงกลางเป็น Double volume มองเห็นชั้น 3 ส่วนห้องน้ำจะถูกวางเอาไว้ด้านหลังลิฟท์ใกล้กับบันได   ชั้น 3 ถูกแบ่งเป็น 2 ห้อง กระจกผนังด้านข้างของทั้ง 2 ห้องที่เห็นนี้ บ้านจริงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งแทนค่ะ   ชั้นบนสุดถูกตกแต่งออกมาให้เป็นเหมือ้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่มีช่องแสงธรรมชาติช่วยประหยัดพลังงาน โดยชั้นบนสุดของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะถูกจัดให้เหมือนกับอยู่ในคอนโดมิเนียมระดับ Hi-End แบบ 2 Bedroom กว้างๆ หนึ่งยูนิต มีทั้ง Living Room, Dining Room และสามารถ Built in ครัวเปิด ได้ด้วย และยังคล้ายกับการได้ Private lift ถึงชั้นบนห้องส่วนตัวนี้ด้วยค่ะ   เปิดมุมมองใหม่ เปิดไอเดีย สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ไม่รู้จบType Single Unit 4 ชั้น หน้ากว้าง 11 เมตร พื้นที่ใช้สอย 517 ตร.ม. 1 Bedroom 7 Bathroom 6 Parking lots  ยูนิตพิเศษที่มีเฉพาะในโครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อยู่พื้นที่ด้านหน้าของโครงการโฮมออฟฟิศพื้นที่ใกล้เคียงบ้านเดี่ยวในแบบ Independent Unit ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่ต้องแชร์ผนังกับใคร มีรั้วไฟฟ้าหน้าออฟฟิศ ติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ พร้อมกับ VDO Door Phone เพื่อการมาติดต่อกับออฟฟิศเป็นไปได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด โดย Single Unit จะเน้นงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในความเป็น Modern ด้วยการซ่อนบันไดไว้ด้านข้างแยกออกจากพื้นที่ใช้สอยภายใน ตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงชั้นบนสุด เหมาะสำหรับออฟฟิศที่เน้นดีไซน์สวย ต้อนรับลูกค้าได้บ่อยๆ ปัจจุบันมียูนิตที่ทำการปล่อยเช่าได้ราคาประมาณ 120,000 บาท/เดือน ได้พื้นที่รอบบ้านทั้งด้านข้างและหลังบ้านที่กว้างเป็นพิเศษ จนสามารถจัดเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกันภายในออฟฟิศหรือต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยออกไปได้   เปิดประตูด่านแรกของออฟฟิศเข้าไปก็จะพบลิฟท์ด้านข้าง ตรงกลางพื้นที่สามารถจัดเป็นเคาน์เตอร์ Reception และลึกเข้าไปจากข้างลิฟท์วางห้องน้ำเอาไว้ตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น ซึ่งภายในห้องน้ำนั้นจะแบ่งห้อง shower กับห้องที่เป็นโถสุขภัณฑ์   ชั้นที่ 2-3 พื้นที่ใช้สอยภายในแนวลึก ซึ่งข้อดีของพื้นที่แนวลึกนั่นคือสามารถจัดวางโต๊ะทำงานได้ง่าย ลงตัวเป็นสัดส่วนมากกว่า โดยหากเลือกขึ้นบันไดจากด้านข้างลานจอดรถขึ้นมาก็จะพบกับระเบียงหน้าบ้าน ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกสไลด์บานใหญ่ และมีตัว VDO Door Phone ที่ฉายให้เห็นผู้ที่มาติดต่อทางหน้าบ้านติดตั้งมาไว้ให้ด้วย         ชั้นบนสุดยังคงถูกตกแต่งออกมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวค่ะ มีการกั้นห้องนอนเอาไว้ 1 ห้อง ห้องน้ำอีก 1 และพื้นที่กลางสำหรับจัดเป็น Living Room สำหรับเจ้าของออฟฟิศ ที่สามารถเป็นเจ้าของออฟฟิศทำเลดีสักแห่งไปพร้อมๆ กับมีที่อยู่อาศัยของตัวเองไปด้วย ไม่ต้องผ่อนบ้าน 2 ต่อทำให้มีภาระเพิ่ม เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งมาถึงเร็วเท่านั้น   แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นออฟฟิศ แต่ในเรื่องของงานดีไซน์ และพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเนอวานา ไดอิ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่มีความสำคัญมาก ไม่แพ้เรื่องอื่น เพราะการติดต่อกันทางธุรกิจ และความสะดวกในการเดินทางของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป ซึ่งทั้ง 2 โครงการก็สามารถวางทำเลได้เหมาะสม ประกอบกับดีไซน์ในทุกแง่มุมของชีวิตวัยทำงานที่ต้องพร้อมลุยทุกสถาณการณ์เพื่อเติบโตจากเมล็ดพันธุ์กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไปที่ Nirvana @WORK #createyourownculture @work      โครงการ Nirvana @wok รามอินทรา http://nirvana.bz/ATWORK-RM-RYL โครงการ Nirvana @wok ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์  nirvana.bz/ATWORK-LP-RYL            

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก AP Thailand "THE SONNE Srinakarin-Bangna" (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพลักชัวรี่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The New Original’ เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์นิยมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนตัวตน มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกทุกวัยในครอบครัวใหญ่แบบ Cross Generations   ชื่อโครงการ THE SONNE Srinakarin-Bangna (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 99 ซ.เฉลิมพระเกีรติ ร.9 ซอย 28 แยก 14-2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ 10250 พื้นที่โครงการ 12-1-16 ไร่ ลักษณะโครงการ Luxury Duplex Home 3 ชั้น หน้ากว้าง 13.56 เมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ และ ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 56 ยูนิต ขนาดที่ดิน 40-73 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย สูงสุด 249 ตารางเมตร แบบบ้าน  TYPE A 249.14 ตร.ม. TYPE B 244.72 ตร.ม. TYPE C 245.84 ตร.ม. TYPE D 243.28 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางภายใต้การออกแบบโดยยึดหลัก Universal Design เพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายช่วงวัย อาทิ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ สวนสาธารณะขนาดใหญ่เปรียบดังโอเอซิสภายในโครงการ ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ  1.ครั้งแรกของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้บ้านทุกหลังมีเอกลักษณ์ความงามและความหรูหราที่แตกต่างด้วยกา รนำแรงบัลดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์คลาสสิค รังสรรค์เป็นแบบบ้านใหม่ Luxury Duplex Home ขนาดใหญ่ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง 2 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 249 ตร.ม. 2.การเดินทางเข้าสู่โครงการอย่างง่ายดาย ด้วย 4 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ ถนนกาญจนาภิเษก 3.การเดินทางสะดวกสบายด้วยทำเลที่เข้าถึงได้ทุกการเดินทาง เชื่อมต่อสู่กลางใจเมือง ทั้งถนนศรีนครินทร์ ถนนบางนา-ตราด และ ถนนอ่อนนุช ซึ่งถนนทั้ง 3 สาย เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร (CBD) ทั้งโซนสุขุมวิท และพระราม9 4.ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) (โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต) จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง เมกา บางนา, พาราไดซ์ พาร์ค, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, เซ็นทรัล บางนา, สวนหลวง ร.9, สนามบินสุวรรณภูมิ      

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z  : รีวิวคอนโด

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z : รีวิวคอนโด

ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่อย่าง THE ORIGIN กระแสตอบรับก็มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วปลาย ตั้งแต่โครงการทำเลรามคำแหง ลาดพร้าว มาจนถึงสุขุมวิท ในโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งดีไซน์ออกมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด สำหรับโครงการนี้จะมีอะไรใหม่ ต่างจาก THE ORIGIN ตัวอื่นอย่างไร ลองมาชมรีวิวฉบับนี้ดูค่ะ   ทำเลรถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สาย ปัจจัยหลักของทำเลโครงการคอนโดมิเนียมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ขยายออกจากใจกลางเมืองเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีทางเลือกการเดินทางในอนาคต ได้หลากหลาย แถมคอนโดมิเนียมก็ขยายเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหลายเส้นทางก็กลายมาเป็น จุดขายที่น่าสนใจมากกว่า เพราะนอกจากจะเดินทางได้อย่างง่ายดาย สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็เกิดขึ้นตามมาด้วย   รถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สายTHE ORIGIN SUKHUMVIT 105 ตั้งอยู่ในซ.ลาซาล 30 ซึ่งย่อยจากซ.สุขุมวิท 105 (ถ.ลาซาล) อีกที ตัวโครงการอยู่ช่วงกลางซอย ความโดดเด่นอยู่ที่สามารถเข้า-ออกจากถนนใหญ่ได้ถึง 3 ทาง โดยถนนใหญ่ทั้ง 3 เส้นทางที่ว่านี้ ล้วนแต่มีรถไฟฟ้าผ่านทั้งสิ้น เรียกได้ว่าถูกล้อมด้วยรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบเลยค่ะ   เริ่มกันจากเส้นทางหลักที่ปากซอยสุขุมวิท 105 ใกล้กับรถไฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง และเมื่อโครงการพร้อมเข้าอยู่ก็จะมี shuttle bus บริการรับ-ส่งจากโครงการกับรถไฟฟ้าสถานีแบริ่ง ช่วงท้ายซอยจะถูกถ.ศรีนครินทร์ตัดผ่าน โดยทุกวันนี้ ก็มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มีสถานีลาซาลอยู่ตรงบริเวณนี้พอดี หรือหากจะทะลุออก ไปยังถ.บางนา-ตราด ขาเข้า ก็สามารถใช้ซ.ลาซาล 23 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 4 กับซ.ลาซาล 55 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 30 ซึ่งในอนาคตก็มีโครงการรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา ผ่านบน ถ.บางนา-ตราด แล้วเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   นอกจากการเดินทางที่ต้องสะดวกสบายแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือเรื่องของอาหารการกินค่ะ ลองมานึกภาพถึงเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดพักผ่อนที่ไม่อยากฝ่ารถติดเดินทางไปไหนไกล พอมองรอบๆ คอนโดฯ ก็มีของกินให้เลือก หลากหลายไม่เบา ซึ่งย่านลาซาล-แบริ่ง ก็ถือว่าขึ้นชื่อถึงขั้นที่ว่าหากลองตระเวนกิน เปลี่ยนร้านอาหารไปเรื่อยๆ สักเดือนก็ไม่มีซ้ำร้าน อย่างฝั่งตรงข้ามโครงการ จะเป็น ‘‘ดาดฟ้า” คอมมูนิตี้ มอลล์ มีร้านอาหารดัง อย่าง โอ้กระจู๋ หรืออยากจะไปช้อปปิ้งซื้อของก็มีทั้ง Lasalle's Avenue, Central Bangna, Big C, Little Walk, Makro, Foodland, Paradise Park, Seacon Square, Mega Bangna ในอนาคตก็จะมี Bangkok Mall โครงการ Mixed-use สุดอลังการ 7.5 ไร เครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ภายในจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ อาคารสำนักงานให้เช่า สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก ฯลฯ ปัจจุบันกำลังเริ่มการก่อสร้างกันอยู่ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งยังใกล้กับโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ศิคิรินทร์ รพ.ไทยนครินทร์ รพ.บางนา 1 เป็นต้น   เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่ง Demand ชั้นดีนั่นคืออยู่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งทำงาน ซึ่งย่านนี้ก็ไม่แพ้ใครนะคะ โดยเฉพาะโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งอย่าง Bangkok Patana School, La Salle School Bangkok, st. andrews international school bangkok, Thai-Singapore International School, St. Joseph Bangna School, Berkeley International School และแหล่งทำงานทั้งจากในโรงเรียนเอง โรงพยาบาล รวมถึงอาคารสำนักงานในย่านบางนา โดยเฉพาะโครงการ Summer Lasalle ออฟฟิศแคมปัสที่ในอนาคตจะมีพนักงานกว่า 6,000 คนเพิ่มขึ้นตรงนี้ สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องการันตีถึงการปล่อยเช่าได้ง่ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมี Yield 5-6%   ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 672 ยูนิต 1 Shop แบ่งเป็นอาคาร A 243 ยูนิต อาคาร B 224 ยูนิต อาคาร C 205 ยูนิต ที่จอดรถ 40% พื้นที่ทั้งหมด 5-1-63 ไร่ การดีไซน์ของทั้งโครงการถูกคิดขึ้นมาทุก Step ตั้งแต่หน้าโครงการไปจนถึงภายในยูนิต แยกความเป็นส่วนตัวกับส่วนที่เป็น Public ออกจากกัน เริ่มจากตัวอาคารภายนอกใช้เส้นสายแนวนอน (horizontal line perception) เพื่อให้ดูเรียบนิ่ง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่ยังมีความเป็นแหล่งชุมชนเดิมอยู่ แล้วจึงค่อยๆ ขยายความเป็นเส้นโค้ง (Spline line) อิสระภายในโครงการ แล้วเติมสีสันให้ดูสนุกสนานเข้าไป สื่อถึงความ freedom&flexible and energetic อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่   ป้ายโครงการด้านหน้าที่ฝั่งที่เป็นป้ายสูง วาง Green Wall เป็น Background เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้โครงการตั้งแต่ทางเข้า สามารถมองเห็นได้ง่าย และยังบังสายตาจากตึกแถวด้านข้างได้ดีอีกด้วย เมื่อเลยป้ายโครงการเข้าไปผ่านป้อม รปภ. เราจะมองเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ ที่เป็น Public Facility ที่เป็นกระจกสูงโปร่งด้านบน ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมจากชั้น 3 ของอาคาร A ภายในมีทั้ง Lobby, co-working space และ co-kitchen & Private dinning room แยกออกจาก Facility ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอื่นๆ   ภายใน Public Facility ชั้น 3 อาคาร A ที่เราเห็นตั้งแต่ผ่านป้อม รปภ. ด้านหน้ามาแล้ว เป็น Co-Working Space ที่มีการวางฟังก์ชั่นให้เกิดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งทำงานคนเดียว (private seating) ทำงานเป็นกลุ่ม (Group Discussion) หรือที่นั่งต่างระดับ (Step Seating) มีห้อง Meeting Room สามารถจัดประชุมได้ และ Studio Room สามารถ Set เป็นสตูถ่ายภาพส่วนตัวหรือจะใช้ Live สำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์ก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รองรับด้วย เช่น เครื่องแสกน+ถ่ายเอกสาร ตู้ยอดเหรีญ (Vending Machine) ที่มีทั้งอาหาร ขนม และน้ำ ที่สำคัญคือเปิด 24 ชม. เหมือนกับ Co-Working Space ที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ยกมาไว้ในคอนโดฯ ตอบรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำด้านออนไลน์ หรือทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากขึ้น โดยทุกมุมรองรับสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Personal Identity   Facility ถูกวางไว้กลางพื้นที่โครงการตั้งแต่สนามหญ้าเชื่อมต่อด้วยขั้นบันไดเล่นระดับไปตามเนินเล็กๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ให้ได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น นั่งฟังเสียงน้ำ หรือทำกิจกรรมในบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 Step ที่มี Flow เชื่อมต่อกันเทียบเคียงกับธรรมชาติได้มากที่สุด ลานและ Outdoor Amphitheater รองรับการจัดกิจกรรมร่วมกันได้หลายหลายแนวทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่นั่งที่มีความหลากหลายให้ได้เลือกพักผ่อนตามอารมณ์ เช่น ที่นั่งตาข่าย (Giant Net Seating) ใต้ต้นไม้ สระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่มี Overflow ไหลลงมา เกิดเสียงน้ำไหลสร้างบรรยากาศให้สวนอยู่กลางธรรมชาติจริง มีความยาวสูงสุด 40 เมตร (รวม Jacuzzi) และส่วนว่ายจริงจังที่ 30 เมตร ไม่ว่าจะว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายก็เหมาะกับวันพักผ่อน มี Pool Terrace นั่งพักริมสระ และรองรับการใช้งานจริงด้วยห้องน้ำ+Locker ส่วนกลางนี้สามารถเชื่อมเข้าสู่ในตัวอาคาร B กับอาคาร C ชั้น 2 ได้ ทำให้การเข้า-ออก อาคารไม่ไกลจนเกินไป และยังเกิดความต่อเนื่องเมื่อมาใช้ Facility เหล่านี้   ฟิตเนส สาดสีสันมาอย่างโดนใจเกิดเป็น Movement ชวนให้ Active ไปกับเครื่องเล่นให้รู้สึกสนุกในโซน Machine หรือโซน Workout และ Yoga ทำให้มีพื้นที่สามารถออกกำลังกายคนเดียว หรือจะยก Class เรียนมาไว้ที่นี่ แล้วปิดเป็นห้อง Private ก็ได้เช่นกัน   ทั้งหมดถูกจัดวางให้มีความ Flow ต่อเนื่องกัน ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในภาพใหญ่ที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางคอนโดรุ่นใหม่ แทรกด้วย Function การใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายตอบสนองการใช้งานจริง เช่นปลั๊ก+ปลั๊ก usb ให้สามารถมาใช้งานตามจุดต่างๆ ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ยังคงความส่วนตัวในมุมต่างๆ แบบ Privacy in Public เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน   และเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยคงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในโครงการที่สร้างมาเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นนี้ ฉะนั้น Origin เองก็ไม่พลาดที่จะนำ Home Automation เข้ามาใช้ เช่น Smart Gateway กล่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับ Mobile App สำหรับแปลงสัญญาณ Digital Door Lock ตั้งรหัสระบบกลอนประตูห้อง Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงา ภายในห้องน้ำผ่าน Wifi และการเปิด-ปิดควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง   Floor plan ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.ลาซาล หลบเข้าไปจากตัวถนนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าโครงการหันทางทิศเหนือ ทั้ง 3 อาคารวางเป็น U Shape โอบล้อม Facilities ขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านตรงกลางเอาไว้ อาคาร A มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยหันทางทิศตะวันออก ฝั่งนอกโครงการ และตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ   อาคาร B ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกกับทิศใต้จะได้วิวฝั่งนอกโครงการ   อาคาร C ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตก ฝั่งนอกโครงการ และทิศตะวันออก วิวสระว่ายน้ำ ซึ่ง Facilities หลักทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ จะอยู่ที่อาคาร C ชั้น 2   ชมห้องตัวอย่าง วันนี้เราพาไปชม Sales Gallery ซึ่งไม่ยากเลยค่ะ ตั้งอยู่ปากซอยลาซาล 30 มองเห็นได้ง่ายมาก ภายในมีห้องตัวอย่างให้ชม 3 ห้อง ด้วยกัน ซึ่งเป็น Type ที่วางฟังก์ชั่นมาใหม่ ขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะมี Built in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ทีวี เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำครบชุด โดยตู้เก็บของถูกออกแบบมาใหม่ให้ได้พื้นที่เก็บของเพิ่มมากขึ้น มี USB Plug ที่จุดสำคัญอย่างในห้องนอนกับห้องน้ำ เน้นพื้นที่ส่วน Living Room กว้างขึ้น สามารถรองรับเพื่อนๆ ที่มาห้องของเราได้หลายคน หรือสามารถปรับการใช้งานสำหรับรองรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวกตามไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน              Type B2 27 ตร.ม.   เป็นห้องที่มีลักษณะตามแปลนเดิมของ Origin แต่มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นบางส่วนใหม่ เริ่มจากส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ไซส์ที่สามารถรับแขกได้เพิ่มขึ้น ด้วยพื้นที่วางโซฟาได้ยาวถึง 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และยังมีมุมสำหรับ วางโต๊ะทานอาหาร มาพร้อมกับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี สำหรับวัสดุปูพื้นใช้ลามิเนต ผนังฉาบเรียบสีขาว ความสูง Floor To Ceiling 2.4 เมตร และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin 2 ตัว     Bedroom กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่เชื่อมต่อกับ Living Room โดยจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้า เตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนหน้าต่างข้างเตียงใช้กระจกบานกระทุ้ง   อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นครัวปิดและห้องน้ำ ซึ่งตรงกลางระหว่างทั้งสองห้องนี้จะมี Built in ตู้เก็บของ พร้อมช่องวางตู้เย็นแยกออกมาจากครัว เป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่เราได้เห็นกันในโครงการนี้เป็นที่แรก โดยที่เราจะได้ความสะดวก ในการหยิบของในตู้เย็น ได้พื้นที่ครัวแนวลึกเพิ่มขึ้น และระเบียงห้องต่อจากห้องครัวปิด กั้นด้วยราวเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit แขวนไว้หันเข้าตัวระเบียง     Type B3 27 ตร.ม. แปลนห้องที่ถือเป็นไฮไลท์สำหรับโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 เรียกว่าห้องแบบ Smart walk in Closet ออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวสายแฟชั่นที่รักการแต่งตัวโดยเฉพาะ เพราะมีการกั้นส่วนที่เป็น Walk In Closet เอาไว้หนึ่งห้อง ซึ่งวางไว้ให้สามารถเดินเชื่อมกันระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ทำให้การใช้งานจริง Smooth มากกว่า รับรองว่าใครที่เป็นแฟชั่นนิสต้าจะต้องชื่นชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ   ส่วนแรกของห้อง Living Room ยังคงมีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีแล้ว ยังได้ Built in ตู้เก็บของที่มีช่องวางตู้เย็นแบบเดียวกันกับ Type B2 อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวปิดทางด้านหน้าห้อง ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Top หินสังเคราะห์ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Hafele พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้   Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ ซึ่งโครงการบิ้วท์อิน มาให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลย ขาดเพียงกระจกเงาสูงเต็มตัวด้านใน ที่ติดไว้เป็นไอเดียเท่านั้น   Bedroom เชื่อมต่อกับห้อง Smart Walk In Closet โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Smart Walk In Closet สะดวกต่อการใช้งานทั้งเจ้าของห้องเวลาแต่งตัว และเพื่อนเมื่อมาที่ห้อง ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard พร้อมฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Tempered แบบบานสวิง พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค     Type BP 31.5 ตร.ม.   เป็น Type แบบ 1 Bedroom Plus แปลนห้องจะคล้ายกับ Type B3  คือมีห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง กลางห้องเป็น Living Room มีห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเข้าได้จากทั้งทาง Living Room กับห้องนอน และลึกเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอน และห้องที่เป็น Plus     ห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง ภายในวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L shape ได้เคาน์เตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามห้องตัวอย่างมาครบชุด ส่วนในห้องน้ำจะมีระบบ Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงาภายในห้องน้ำผ่าน Wifi ให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร   สำหรับห้องที่เป็น Plus นั้นจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้น สามารถวาง Day Bed หรือจะใช้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ โดยจะมีระเบียงห้องต่อจากห้อง Plus ถัดไปข้างกันเป็นห้องนอนที่ใช้ประตูห้องบานสวิงแบบทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากกว่า   นอกจากนี้  สิ่งที่สำคัญ ที่สุด ที่ออริจิ้น เข้าใจ GEN Z  คือ การบริการ ที่ตัดตรงขั้วหัวใจ Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด  ไม่ว่าจะเป็น งานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย เหมือนที่เป็นมาโดยตลอด Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในการจัดสรรเวลา ที่มีค่าของคุณ  เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่คุณไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อ ที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้ว ได้ในพริบตา Smart Bill Pay  บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ผ่าน Mobile Application  ลดเวลาความวุ่นวาย ที่ต้องพบเจอในทุกๆเดือน ซึ่ง มาภายใต้ คอนเซปต์ Cashless Society  สังคมไร้เงินสด ที่คุณมีเพียงมือถือ เครื่องเดียว ก็สามารถจัดสรรทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านปลายนิ้ว คุณ   ความครบครันรอบด้านของโครงการ ทั้งในแง่ของการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายนอก-ภายในโครงการ รวมถึงฟังก์ชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 1.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมยุคนี้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ THE ORIGIN ที่น่าสนใจและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับตัวอื่นๆ ค่ะ   เตรียมพบกับคอนโดใหม่ทุกไลฟ์สไตล์อยู่ใกล้แค่ก้าว "ดิ ออริจิ้น" สุขุมวิท 105 ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง   เริ่มเพียง 1.39 ล้านบาท*       21 ก.ย.นี้เปิดจองครั้งแรก พร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ พิกัด https://bit.ly/33Mw1lp  "The Origin สุขุมวิท 105" ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง เปิดรับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 200,000 .- *คลิกรับสิทธิพิเศษ https://bit.ly/31ksLvA   #จัดจ้านย่านสุขุมวิท #TheOrigin #LiveYourValue  #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #สู้สู้นะ #GenZ    

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด