การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


The Saint Residences (รีวิวคอนโด)

เพิ่งจะเปิดสำนักงานขาย Pre-sales กันไปไม่นานกับโครงการ The Saint Residences คอนโดมิเนียมในทำเลห้าแยกลาดพร้าว (หน้าโรงเรียนเซนต์จอนห์) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของใครหลายๆ คน และเป็นอีกหนึ่งในหลายๆ โครงการซึ่งอยู่ในย่านที่มีศักยภาพด้านการอยู่อาศัยมากพอตัวเลยทีเดียว

 

การเดินทาง

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทำเลบริเวณห้าแยกลาดพร้าวน่าสนใจก็คือ การเดินทางที่สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายเรียกว่า ไม่จำเป็นต้องมีรถ ก็อยู่ได้ เดินทางสะดวก เริ่มจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีพหลโยธิน ซึ่งสามารถเลือกออกได้ทั้งทางออกที่ 1 หรือ 2 ก็ได้ เพราะอยู่ห่างกันไม่มาก แล้วค่อยเดินต่อมายังตัวโครงการ โดยใช้เส้นทางเดินในซอยลาดพร้าว 2 หรือจะเลือกออกที่ทางออกที่ 1 แล้วเดินมาริมถนนลาดพร้าวเลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีฯ ก็ได้เหมือนกัน ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางนี้ระยะทางต่างกันนิดหน่อย จากทางออกสถานีถึงหน้าโครงการก็ราวๆ 300 เมตรเท่านั้น ถือว่าอยู่ในระยะที่กำลังเดินได้สบายๆ เพียงแต่ว่าทางเดินในซอยลาดพร้าว 2 จะดูเงียบและร่มรื่นมากกว่า ส่วนเส้นทางเดินเลียบถนนใหญ่ช่วงค่ำๆ จะต้องผ่านร้านอาหารสไตล์กินดื่มบ้างนิดหน่อย สะดวกใจจะเดินทางไหนก็เลือกเอาครับ

 

แผนที่สถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน จะเห็นว่าเลือกออกได้ทั้งทางออกที่ 1 และ 2

ครั้งนี้เราเลือกเดินไปทางออกที่ 2 กันก่อนครับ

ป้ายบอกทางชัดเจน เดินไปตามทางไปมหาวิทยาลัยเซนต์จอนห์

เลี้ยวซ้ายไปเลยครับ

ที่สถานีพหลโยธินจะมี metro mall ด้วย ตรงนี้จะเดินไปออกที่ทางออกที่ 1 กับ 5 ได้

หน้าสถานีตรงทางออกที่ 2

เส้นทางแรกก็เดินตรงเลียบริมถนนไปทางนี้เลยครับ

ส่วนหันมาอีกทางจะเห็นทางออกที่ 1 อยู่ไม่ไกล ตึกเหลืองๆ นั่นคือ Union Mall จ้า

ระหว่างทางออกที่ 1 กับ 2 จะมีซอยลาดพร้าว 2 อยู่ ซอยนี้สามารถเดินไปออกซอยวิภาวดี 26 ที่อยู่ข้างๆ โครงการได้ หรือถ้าขับรถมาทางถนนลาดพร้าวก็เข้าซอยนี้ได้เลย อ้อ ซอยนี้เดินรถทางเดียวนะครับ

ลองมาดูบรรยากาศในซอยกัน

ภายในซอยค่อนข้างร่มรื่นเลยทีเดียว ด้านซ้ายเป็นรั่วของโรงเรียนเซนต์จอนห์ ส่วนด้านขวาก็เป็นอาคารพาณิชย์ครับ

เดินเข้ามาจะถึงประตูทางเข้าโรงเรียนก็จะเห็นป้ายของ The Saint บอกทางไปสำนักงานขายชัดเจนเลย

เยื้องกับประตูโรงเรียนเป็นวัดหรือโบสถ์เซนต์จอนห์ วันอาทิตย์น่าจะมีคนมาเข้าโบสถ์เยอะเหมือนกัน

ออกมาถึงปากซอยวิภาวดี 26 แล้วจะเห็นร้านอาหารลองดูทางขวามือครับ ช่วงกลางวันคนเยอะ รถจอดเรียงเต็มเลยครับ

ทางซ้ายเป็นพื้นที่ของโครงการ The Saint แล้วนะครับ มีประตูเล็กๆ ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าจะใช้เป็นทางออกอีกทาง เพื่อช่วยร่นระยะทางในการเดินไปรถไฟฟ้าให้ใกล้ขึ้นอีกนิดนึง

แต่ถ้าขับรถมาก็ออกถนนวิภาวดีแล้วเตรียมเลี้ยวเข้าโครงการได้เลย

ดูกันชัดๆ อีกที ตัวโครงการตั้งอยู่ปากซอยวิภาวดี 26 พอดิบพอดีครับ

ถึงแล้วสำนักงานขาย ซึ่งตกแต่งพื้นที่ด้านหน้าไว้สวยงามเลย

ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ก็แค่มุ่งหน้ามาทางห้าแยกลาดพร้าว หรือจับจุดสังเกตุเป็นโรงเรียนเซนต์จอนห์ไว้ให้ดีก็พอ ถ้ามาจากทางฝั่งสะพานควาย ผ่านสวนจตุจักรมาก็ให้เลี้ยวไปทางดินแดง พ้นห้าแยกลาดพร้าวมานิดหน่อยก็เจอโครงการเลย แต่ถ้ามาจากทางถนนวิภาวดีฯขาเข้า  ต้องขึ้นสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวมาก่อน ซึ่งพอลงสะพานมาจะเลยหน้าโครงการไปให้ตรงไปเข้าซอยวิภาวดี 22 เพื่อไปออกถนนลาดพร้าวแล้ววนมาที่หน้าโครงการใหม่อีกรอบ จะเลี้ยวเข้าซอยลาดพร้าว 2 หรือจะวิ่งมาเลี้ยวซ้ายออกถนนวิภาวดีอีกก็ได้ครับ (ลองดูภาพประกอบการเดินทาง) ซึ่งโดยรวมแล้วการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็จัดว่าสะดวกพอใช้ได้ครับ แต่ต้องมีสติสตางค์กันมากหน่อย ขับรถเพลินๆ ขึ้นสะพานข้ามแยก หรือเข้าผิดแยก ผิดเลน ก็จะต้องเลยไปตั้งหลักกลับมาใหม่ ถ้ารถไม่ติดก็ดีหน่อย ซึ่งเรามักจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวนั้นติดขัดหนักหนาแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ไหนจะคนทำงาน ไหนจะรถเข้าเมือง หรือรถผู้ปกครองที่มาส่งลูกๆ เข้าเรียน อันนี้ก็เลี่ยงกันยากหน่อย เพราะทางออกหลักของโครงการคือถนนวิภาวดีฯ ที่ปริมาณรถหนาแน่นเกือบจะตลอดเวลาเลยทีเดียว

จากแผนที่อันนี้ จะเห็นว่าทำเลที่ตั้งของโครงการ The Saint Residences สามารถเดินทางมาได้หลายทางเลย

อันนี้เป็นเส้นทางแรก ซึ่งเดินทางมาจากฝั่งสะพานควายหรือจตุจักรครับ

ถ้าขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาก็ลงที่สถานีหมอชิต แล้วค่อยต่อรถอีกทอด หรือถ้าขับรถมาทางนี้ก็วิ่งยาวไปที่ห้าแยกเลย

วิ่งผ่านสวนจตุจักร และธนาคารทหารไทยสำนักงานใหญ่ไปก็เตรียมชิดขวาได้

สังเกตุป้ายบอกไปทางดินแดงนะครับ เราจะเลี้ยวไปทางนี้

พ้นสัญญาณไฟแดงมาให้เลี้ยวขวาไปทางดินแดง ซึ่งเป็นทางเลี้ยวอันที่สองตรงใต้สะพานข้ามแยกนะครับ เล็งกันให้ดีๆ

เลี้ยวมาแล้วก็ชิดซ้ายได้เลย ผ่านซอยวิภาวดีรังสิต 26 มาก็เจอตัวโครงการอยู่ตรงหน้าแล้ว

ถึงละครับ สำนักงานขายของ The Saint Residences

ส่วนเส้นทางที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ก็ให้ขึ้นสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวมาก่อน แล้วค่อยเลี้ยวเข้าซอยวิภาวดีรังสิต 22 เพื่ออ้อมกลับมาที่โครงการอีกที ตามลูกศรในแผนที่เลยครับ

เริ่มจากทางขึ้นสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวจากถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า

ชิดซ้ายตามป้ายดินแดงไปเลยนะครับ ตอนนี้ที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือเรานะครับ

เมือลงสะพานมาแล้วให้ชิดซ้ายทันที เพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวิภาวดี 22

ก่อนถึงซอยจะมีป้ายบอกเป็นทางลัดไปออกถนนลาดพร้าว จุดสังเกตง่ายๆ คือซอยวิภาวดีรังสิต 22 จะอยู่ก่อนถึงโชว์รูม Ducati

เข้าซอยมาแล้วจะเป็นซอยเล็กๆ ที่มีแยกอยู่เยอะมาก และจะเห็นป้ายบอกทางไปออกซอยลาดพร้าว 8 อยู่เป็นระยะๆ เราก็ตามป้ายไปเลยครับ

ขอตัดภาพข้ามมาที่ซอยลาดพร้าว 8 เลยนะครับ

ตรงออกมาเรื่อยๆ เราก็จะมาโผล่ออกถนนลาดพร้าวแล้ว เลี้ยวซ้ายไปเลยครับ

เมื่อเข้าสู่ถนนลาดพร้าวแล้วก็ตรงไปอีกครับ

จากซอยลาดพร้าว 8 มาประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงซอยลาดพร้าว 2 ใครเลือกจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยนี้ก็ได้นะครับ หรือถ้าใครจะตรงไปเลี้ยวซ้ายที่ห้าแยกก็ได้เหมือนกัน

ใครที่มาทางถนนวิภาวดีฝั่งขาออกจะต้องไปกลับรถใต้สะพานข้ามแยก พอกลับรถมาแล้วจะเลยโครงการเหมือนกันครับ ต้องไปเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวิภาวดี 22 แทน เพื่อวนกลับมาโครงการอีกที

หรือถ้ามาจากถนนลาดพร้าว ก็สามารถเลี้ยวเข้าซอยลาดพร้าว 2 มาออกที่ซอยวิภาวดีรังสิต 26 หรือจะเลยมาแล้วเลี้ยวเข้าห้าแยกลาดพร้าวมาที่โครงการก็ได้เช่นกัน

ถ้ามาจากแยกรัชโยธินทางถนนพหลโยธิน พอมาถึงห้าแยกลาดพร้าวก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดีรังสิตง่ายๆ เลยครับ

ตัวโครงการจะอยู่เชิงสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าว บนถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า

ภาพนี้เป็นถนนวิภาวดีฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าไปดินแดง เมื่อออกจากโครงการมาแล้วก็ต้องไปทางนี้ก่อนล่ะครับ ถ้าจะไปเส้นทางอื่นค่อยไปกลับรถกันอีกที

ที่ตั้งโครงการล้อมรั้วไว้ชัดเจน พร้อมสำหรับการก่อสร้าง

สำหรับการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ในระบบขนส่งมวลชนก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะบริเวณนี้มีปริมาณรถมาก จะหาเรียกแท็กซี่ก็ง่าย (ถ้าเรียกแล้วไปนะครับ) มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็มี คิวรถตู้ก็เยอะ จะขึ้นรถเมล์ก็สะดวกเพราะมีหลายสายเลือกขึ้นได้หลายฝั่ง แค่อาศัยเดินนิดๆ หน่อยๆ ก็เจอป้ายรถเมล์แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถต่อรถหรือรถไฟฟ้าใต้ดินไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิตอีกทีก็ได้เหมือนกัน

วิเคราะห์รอบโครงการ

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของตัวโครงการ The Saint Residences เรามาดูสภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการกันก่อนดีกว่า ทำเลของห้าแยกลาดพร้าวนี้จัดว่าเป็นแยกใหญ่ เป็นศูนย์รวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือเรียกว่าเป็น Hub ขนาดใหญ่ในโซนกรุงเทพตอนบนก็คงไม่เกินจริงนัก นอกจากจะเป็นแหล่งรวมการคมนาคมที่มากมายหลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้า BTS, MRT สถานีขนส่งหมอชิต และสถานีรถไฟบางซื่อ บริเวณนี้ก็ยังมีแหล่งช็อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง เช่น ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ เทสโก้โลตัส ตลาดนัดจตุจักร เจเจมอลล์ ตลาดสด อตก. ตลาดลุงเพิ่มหลังการบินไทย ฯลฯ รวมไปถึงโรงเรียนใหญ่ๆ อย่าง โรงเรียนหอวัง และโรงเรียนเซนต์จอนห์ หน่วยงานราชการ อาคารสำนักงานใหญ่ๆ ที่รายล้อมโดยรอบ จนแทบจะนับได้ว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญที่สุดคือ บริเวณนี้ยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ นับเป็นปอดที่สำคัญของคนกรุงเทพด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง คือ สวนจตุจักร สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งอยู่ติดกันทั้งหมดจึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ดีมากๆ สำหรับคนเมืองที่วันๆ อยู่แต่ในสภาพแวดล้อมที่แออัดเกือบจะหาอากาศบริสุทธิ์ไม่ได้

เซนทรัลลาดพร้าวอยู่ใกล้แค่ขึ้นสะพานข้ามแยก เดินชิวๆ ไม่เกิน 500 เมตร ก็ถึงหน้าห้างแล้ว

ส่วน Union Mall ก็จะเดินใกล้กว่า อยู่ที่ราวๆ 300 เมตรจากหน้าโครงการเท่านั้น

จากภาพรวมกว้างๆ ที่ว่ามาข้างต้น คงพอจะทำให้เห็นศักยภาพของทำเลบริเวณนี้ชัดเจนขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ ทีนี้เราลองขยับเข้ามาใกล้ตัวโครงการอีกหน่อย เอาแค่ในระยะเดินสบายๆ ไม่เกิน 500 เมตร ก็พอจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่แฮงค์เอ้าท์ รวมถึงแหล่งช็อปปิ้งให้พึ่งพาได้มากมายเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ร้านลองดู ที่อยู่ปากซอยวิภาวดีฯ 26 ติดกับตัวโครงการพอดี เลยไปอีกหน่อยก็มีร้านปาเต๊ะ ร้านลาดมะพร้าว ไว้แฮงค์เอ้าท์ตอนค่ำๆ เช่นเดียวกันกับร้าน V24 ที่อยู่ถัดจากตัวโครงการไปหน่อย ตรงทางเข้าโรงเรียนเซนต์จอนห์พอดิบพอดี หรือถ้าอยากหาอะไรกินง่าย ทางฝั่งลาดพร้าวข้างๆ ยูเนี่ยนมอลล์ก็มีร้านรายทางให้เลือกมากอยู่เหมือนกัน เพราะอยู่ในย่านชุมชนแล้ว ส่วนถ้าอยากจะนั่งเย็นๆ กินอาหารบนห้าง ก็เลือกได้ตามสบายทั้งในห้างยูเนี่ยนมอลล์ และเซนทรัลลาดพร้าว รับรองว่ามีให้เลือกเพียบ รอบๆ โครงการจึงถือได้ว่าอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียว ไม่ต้องกลัวอดอยากปากแห้งครับ

ร้านลองดู อยู่หน้าปากซอยวิภาวดีรังสิต 26 ติดกับโครงการเลยครับ ฝากท้องยามหิวกับที่นี่ได้

อันนี้ร้านปาเต๊ะครับ ร้านดังของย่านนี้เหมือนกัน อยู่ตรงห้าแยกลาดพร้าวเลย

ใกล้ๆ กับร้านปาเต๊ะ มีอีกร้านชื่อ ลาดมะพร้าว สไตล์กินดื่มคล้ายๆ กันครับ สาวๆ กลับบ้านดึกเดินผ่านทางนี้ก็ระวังกันหน่อยนะ

เลยไปอีกทางริมถนนวิภาวดีรังสิต จะมีร้าน V24 เป็นสไตล์นั่งดื่มอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยเซนต์จอนห์เลย ตอนค่ำๆ รถจอดเยอะม๊ากกก

เนื่องจากตัวโครงการ The Saint Residences ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงเรียนเซนต์จอนห์มาทำการก่อสร้างเป็นคอนโด ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารสูง 3 ตึก บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ รอบๆ โครงการในระยะประชิดไม่ได้มีตึกสูงขนาบข้างมากมายนัก ที่เห็นชัดๆ ก็จะเป็นอาคารเรียนสูง 12 ชั้น และอาคารสูง 9 ชั้นภายในโรงเรียนเซนต์จอนห์ อยู่ทางด้านหลังโครงการ ซึ่งมุมนี้อาจจะถูกบังวิวในระยะใกล้บ้าง ส่วนด้านอื่นๆ ถือว่าค่อนข้างโล่ง ไม่มีตึกสูงอยู่ใกล้ๆ แล้ว วิวทางฝั่งด้านหน้าโครงการ จะได้เปรียบเรื่องวิวของสวนสาธารณะ มีพื้นที่สีเขียวโล่งๆ ดูสบายตาดีครับ ส่วนด้านข้างโครงการส่วนใหญ่ก็เป็นอาคารสูงไม่เกิน 5-6 ชั้น แถมยังเป็นบ้านอาศัยในแนวราบเสียเป็นส่วนใหญ่ (ในซอย) วิวจากห้องพักจึงค่อนข้างกว้างสบายตา

ภาพจำลองโครงการครับ สังเกตุได้ว่าอาคารสูงทั้ง 3 ตึก แทบจะไม่มีตึกอื่นๆ มาบังวิวเลย

อย่างที่บอกว่าโครงการ The Saint Residences มีอาคารทั้งหมด 3 ตึก คือ อาคาร A, B และ C สูง 41 ชั้นเท่ากัน โดยมีพื้นที่ Facilities อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 ถ้าสังเกตุจากโมเดลจะเห็นว่า มีการวางตัวตึกในรูปแบบตัว U ล้อมพื้นที่ส่วนกลางไว้ ดังนั้นห้องพักที่อยู่ด้านในเปิดหน้าต่างมาก็จ๊ะเอ๋ เห็นวิวเป็นห้องเพื่อนบ้านกันเอง พร้อมกับวิวพื้นที่ส่วนกลางด้านล่าง แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดมากนะครับ ระยะห่างแต่ละตึกยังพอเว้นว่างห่างกันอยู่พอสมควร

 

โมเดลของโครงการในสำนักงานขายครับ เข้าไปชมกันใกล้ๆ ได้

บริเวณชั้น 1-6 จะเป็นพื้นที่จอดรถ โดยคิดเป็นจำนวน 40% แบบยังไม่นับจอดซ้อนคัน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้า ที่เน้นจับกลุ่มคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า และไม่ต้องอาศัยรถส่วนตัวมากนัก นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ของแต่ละอาคารจะเป็นพื้นที่ของล็อบบี้และร้านค้าบางส่วน โดยมีพื้นที่สีเขียวตรงกลาง เหมือนเป็นจุด Drop Off เชื่อมพื้นที่หน้าอาคารทั้งหมดเข้าด้วยกัน

อันนี้เป็นภาพจำลองบริเวณจุด Drop Off ตรงหน้าอาคารทั้ง 3 ซึ่งเน้นการตกแต่งที่หรูหรามีสไตล์

ตัวโมเดลก็จำลองโถงตรงด้านหน้าให้เห็นชัดๆ ซึ่งจุดนี้จะฝ้าเพดานใต้สระว่ายน้ำจะสูงถึง 5 ชั้นเลยทีเดียว

บริเวณชั้น 1 ของอาคาร A และ B จะมีร้านค้าภายในโครงการด้วยนะครับ

พอขึ้นไปที่ชั้น 7 ซึ่งจะเริ่มเป็นโซนที่พักอาศัย โดยมีพื้นที่ส่วนกลางรวมอยู่ที่ชั้นนี้ด้วย ทั้งสระว่ายน้ำยาว 50 เมตร ห้องฟิตเนส ห้องซาวน่า ห้องสตรีม และห้องอเนกประสงค์ รวมถึงบริเวณสวนสำหรับพักผ่อน โซนด้านอาคาร A และ B ในขณะที่ด้านหลังของอาคาร C ยังมี Facilities เหมือนกันแยกออกมาอีกด้าน แต่ขนาดเล็กกว่า เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่ทั้งนี้ลูกบ้านของทั้ง 3 อาคารสามารถใช้ Facilities ทั้งหมดร่วมกันได้เพราะมีทางเดินเชื่อมถึงกัน ส่วนที่ชั้นบนสุดของแต่ละอาคารจะเป็น สวนลอยฟ้า (Roof Top Garden) แยกกันไป ตรงนี้ลูกบ้านสามารถขึ้นมานั่งเล่น Take View มุมสูงได้ ที่เหลือนอกจากนี้ก็เป็นระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานทั่วไป ทั้ง Key Card Access แบบล็อคชั้น และกล้อง CCTV พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 24 ชั่วโมง

Master Plan ของโครงการ

Facility ทั้งหมดจะรวมอยู่บนชั้น 7

สระว่ายน้ำยาว 50 เมตร เชื่อมต่อระหว่างตึก A กับตึก B

บรรยากาศจำลองบริเวณสระว่ายน้ำใหญ่

ในวงกลมจะเห็นทางเชื่อมจากตึก B กับตึก C แต่มีสามารถเดินเชื่อมได้นะครับ หลังตึก C จึงมีสระว่ายน้ำแยกให้ลูกบ้านอีก 1 สระ

สระว่ายนี้หลังตึก C

ภาพบรรยากาศจำลองของสระว่ายน้ำที่บริเวณด้านหลังของอาคาร C

หน้าตาของฟิตเนสบนชั้น 7 คร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ

Roof Top Garden บนชั้นดาดฟ้าของทั้ง 3 อาคาร

เรามาดู Plan ของแต่ละชั้นบางนะครับ เริ่มจากชั้น 7 ของอาคาร B จะมีห้องพักอาศัยเพียง 5 ยูนิต เพราะอีกด้านจะติดกับ Facility

มาต่อที่ชั้น 8-40 มีห้องพักอาศัยอยู่ที่ชั้นละ 12 ยูนิต ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน จะมีห้อง 2 ห้องนอนเป็นห้องมุม

ส่วนชั้นบนสุดที่ชั้น 41 จะมีเพียง 6 ยูนิตเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 4 ยูนิต และแบบ 3 ห้องนอน 2 ยูนิต

มาดูที่อาคาร C กันบ้างนะครับ ตัวอาคารจะเป็นรูปตัว L ซึ่งจะมีความหนาแน่นมากกว่าอาคาร B อยู่พอสมควร ที่ชั้น 7 จะมีทั้งหมด 13 ยูนิต

ส่วนชั้นที่ 8-40 จะมีจำนวนห้องเพิ่มมาเป็นชั้นละ 21 ยูนิต

ถ้าพูดกันถึงการใช้สอยพื้นที่ส่วนกลางแล้ว จากที่เห็นตอนแรกว่าทางโครงการจัดมาให้เยอะดูเต็มที่ พอเอามาเทียบกับจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการแล้ว ต้องบอกว่าหนาแน่นเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะทั้งโครงการมียูนิตรวมมากถึง 1,537 ยูนิต ถึงจะพยายามจัด Facilities มาแบบคูณ 2 แล้ว แต่ถ้ามองกันจริงๆ ก็ คงจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานซักเท่าไหร่ ถ้าลงมาพร้อมๆ กันเกินครึ่งหนึ่งก็แน่นละ ตรงนี้ถ้าใครคิดหวังอยากจะใช้ Facilities ให้เต็มที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมกันนิดนึงนะครับ

พาชมห้องตัวอย่าง

ก่อนจะไปดูห้องตัวอย่าง เรามาดูแปลนอาคารกันซักหน่อย ซึ่งห้องพักอาศัยในแต่ละอาคารจะเริ่มกันตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป และขณะนี้ทางโครงการก็เปิดขายเฉพาะอาคาร B และ C เท่านั้น ส่วนอาคาร A ยังไม่เปิดให้จองครับ ห้องส่วนใหญ่ที่ทางโครงการจัดไว้ก็จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom โดยมีขนาดเริ่มตั้งแต่ 29 ตารางเมตรเศษๆ ไปจนเกือบๆ 35 ตารางเมตร ส่วนห้องแบบ 2 Bedroom และ 3 Bedroom ก็มีให้เลือกบ้างเหมือนกัน แต่ก็มีจำนวนไม่มากในแต่ละอาคาร โดยจะเป็นห้องที่อยู่ในตำแหน่งมุมอาคาร ชั้นหนึ่งจึงมีเพียง 2-3 ห้องเท่านั้นนะครับ อีกเรื่องที่เกือบจะลืมดูไปเลยก็คือ จำนวนลิฟท์โดยสารในแต่ละอาคาร ที่ทางโครงการจัดมาให้ 3 ตัว สำหรับอาคาร B และ 4 ตัว สำหรับอาคาร C และแยกลิฟท์ขนของมาให้อีกอาคารละ 1 ตัว ซึ่งดูเผินๆ ก็ว่าจำนวนลิฟท์น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้าลองเทียบกับจำนวนยูนิตรวมในแต่ละอาคารจะเห็นว่า ความหนาแน่นของการใช้งานลิฟท์โดยสารนั้น อยู่ในระดับ 135-180 ยูนิตต่อลิฟท์ 1 ตัวเลยทีเดียว ช่วงเช้าๆ ที่ทุกคนรีบออกไปทำงาน คงมีจำนวนคนแย่งใช้งานเยอะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่อย่างไรแล้วเวลาใช้งานจริงต้องรอลุ้นกันอีกที

สำหรับห้องตัวอย่าง ทางโครงการเตรียมไว้ให้ชม 2 แบบ ซึ่งเป็นแบบห้องในอาคาร B และ C ทุกห้องฝ้าเพดานสูง 2.6-2.9 เมตร (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง) พื้นห้องปูด้วย Engineer Wood หนา 14 มม. ผนังติด Wall Paper ให้ทั้งห้อง และเลือกใช้วัสดุ สุขภัณฑ์มาในสเปคที่สูงเลยทีเดียว

เริ่มกันด้วยห้องแบบ 1 Bedroom ที่ขนาด 30 ตร.ม. จากแปลนจะเห็นว่ามีการจัดวาง Layout ออกมาได้ลงตัวดีทีเดียว มีการแยกสัดส่วนพื้นที่การใช้งานไว้ชัดเจน เปิดเข้าห้องมาจะเป็น Living Area ส่วนห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว และอยู่ด้านในสุดติดกระจกบานใหญ่ เพื่อจะได้ Take View จากห้องนอนได้เต็มที่ ในขณะที่พื้นที่ครัวเป็นครัวปิดติดกับระเบียง จึงสามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกเพื่อช่วยระบายกลิ่นได้ แถมพื้นที่ระเบียงก็กว้างพอที่จะตากผ้า และใช้เป็นพื้นที่ซักล้างได้อีกด้วย โดยภายในห้องตัวอย่างที่เห็นเฟอร์นิเจอร์ส่วนหนึ่งก็จะ Built-in แถมมาพร้อมกับห้องเรียบร้อยแล้ว (Fully Fitted) เว้นแต่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ไม่มีมาให้ ซึ่งบรรยากาศภายในห้องและหน้าตาวัสดุ สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูภาพประกอบกันเลยครับ

แบบแปลนของห้อง 1 Bedroom ซึ่งห้องตัวอย่างที่เราดูมีขนาด 30 ตร.ม.

เข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนนะครับ บริเวณนี้เพดานจะสูง 2 ระดับ คือ 2.60 และ 2.90 เมตร

ข้างๆ ประตูห้องจะมีตู้เก็บของแบบนี้อยู่ด้วยนะครับ ใช้เป็นที่เก็บรองเท้า เก็บร่ม หรือของเล็กๆ น้อยๆ อันนี้ให้มาพร้อมห้องเลย

จริงๆ สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งได้เลยนะครับ หรือจะเลือกวางโซฟาที่เล็กลงมาหน่อยเพื่อให้มีพื้นที่วางอย่างอื่นตกแต่งก็ได้ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

อีกฝั่งจะเป็นจุดที่วางทีวี ระยะระหว่างทีวีกับโซฟาถือว่าห่างกันพอสมควร สามารถเลือกวางทีวีจอใหญ่ๆ ได้สบายๆ

ที่ Living Area จะเป็นแอร์แบบ Conceal

โต๊ะกินข้าวอันนี้วางอยู่ระหว่างประตูห้องครัวกับห้องนอน ทางโครงการทำให้ดูเป็นไอเดียนะครับ ห้องจริงไม่มีมาให้

จาก Living Area เราขยับมาดูทางซ้ายที่ห้องครัวกันก่อนนะครับ

ห้องแบบนี้จะได้ครัวปิด ซึ่งใช้ประตูกระจกบานเลื่อนสูงจรดเพดานเลย ทำให้แสงผ่านเข้ามาถึง Living Area ได้เต็มที่

เคาน์เตอร์ครัวเป็นสีขาวสะอาดตา ของจริงก็ให้มาแบบนี้เลยครับ ทั้งตู้เก็บของด้านบนที่สูงจรดเพดานด้วย

ชุดครัวก็ให้มาครบ ทั้งเตาไฟฟ้า พร้อมฮูดดูดควัน เตาอบไมโครเวฟ และอ่างล้างจานฝั่งเคาน์เตอร์

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันของ Franke

เตาไมโครเวฟพร้อมระบบเตาอบ ตัวนี้ก็ให้มาด้วยนะครับ

ชั้นเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวเป็นแบบนี้เลย มีช่องใส่ของมาให้เสร็จสรรพ

ตู้ด้านบนก็เก็บของได้อีกเยอะเลย ที่สำคัญประตูตู้ทุกบานเป็นแบบ Soft Close ด้วย

ประตูบานเลื่อนตรงระเบียง เป็นกระจก 3 ตอน เปิดได้กว้างจนเกือบสุดเลยรับรองว่าช่วยเรื่องระบายกลิ่นในครัวได้ดีทีเดียว

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้อง และดรอปลงมาต่ำกว่าพื้นห้องเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นต้องคอยระวังเรื่องท่อระบายน้ำที่ระเบียงให้ดีนะครับ อย่าให้ตันเด็ดขาด ไม่งั้นมีโอกาสที่น้ำจะท่วมเข้าห้องได้

พื้นที่ระเบียงตรงนี้กว้างพอให้ตากผ้าได้เลย

คอมเพรสเซอร์แอร์สองตัว แขวนไว้ด้านบนมีระแนงบังตาไว้เรียบร้อย

ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์วางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ เพราะตรงนี้มีปลั๊กมาให้แล้ว ขาดแค่ก๊อกน้ำเท่านั้น

มองจากในห้องครัวไปจะเห็นว่าประตูระเบียงสามารถเปิดได้กว้างเต็มที่แบบนี้เลยครับ

คราวนี้มาดูที่ห้องนอนกันบ้าง ของจริงประตูห้องนอนจะเป็นบานสวิงนะครับ

ในห้องตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ ถ้าจะใส่เป็นเตียง 6 ฟุตก็ได้แต่พื้นที่รอบๆ ก็จะเหลือน้อยหน่อย

หน้าต่างในห้องนอนเป็นกระจกบานใหญ่เกือบเต็มผนัง เน้นเปิดรับวิวจากห้องนอนกันไปเต็มๆ

ปลายเตียง Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วยนะครับ ติดกันกับตู้เสื้อผ้ามีที่เหลือไว้แขวนทีวีเล็กๆ ได้อีกเครื่อง

ในตู้เสื้อผ้า แบ่งชั้นแขวน ลิ้นชักเก็บของ ที่แขวนกางเกงเอาไว้ให้เรียบร้อย

บานประตูตู้เสื้อผ้าก็เรียบๆ หน้าตาแบบนี้เลย

ข้างๆ เตียงเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้ง หรือจะจัดเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ แต่ของจริงผนังมุมนี้ไม่ได้ติดกระจกมาให้นะ ทางโครงการให้เป็น wall paper มาแทน

ห้องน้ำมีห้องเดียวอยู่ในห้องนอนเลย

อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์เป็นสีขาวทั้งหมด

ตู้กระจกเหนืออ่างล้างหน้า เปิดออกมาเป็นชั้นเก็บของได้อีกเพียบเลย

อ่างล้างหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม ดีไซน์เรียบๆ ยี่ห้อ Kasch

เพิ่มความเก๋ด้วยชุดก๊อกน้ำดีไซน์ล้ำๆ

ใต้อ่างล้างหน้าสามารถเปิดออกมาเป็นที่เก็บของได้อีก

โถสุขภัณฑ์ก็เลือกดีไซน์เรียบๆ เช่นกัน ส่วนที่กำชำระขยับไปอยู่ด้านบนที่วางของ ถ้าไม่ทันสังเกตุนี่หาแทบไม่เจอเลยครับ

ห้องอาบน้ำอยู่ด้านในสุด กั้นด้วยกระจกเทมเปอร์

พื้นบริเวณที่อาบน้ำดรอปลงอีกนิดหน่อย ราวๆ 2 เซนติเมตร

ชุดฝักบัวอาบน้ำของ Kasch ดีไซน์แปลกตา

ฝักบัวดีไซน์เรียบมาก ไม่มีส่วนเว้าให้จับแบบนี้ระวังลื่นหลุดมือนะครับ

แต่ถ้าไม่ถนัดถือฝักบัวอาบ ก็มี Rain Shower ของ​ Kasch ติดตั้งมาให้อีกเช่นกัน

ในห้องอาบน้ำจะติดมุมเสานิดนึง ดังนั้นที่ว่างข้างๆ ทางโครงการเลยก่อปูนปูกระเบื้องขึ้นมา เผื่อไว้วางของหรือจะนั่งก็ได้มั้งครับ (ถ้าตัวเล็กๆ หน่อย)

จริงๆ พื้นที่ในห้องอาบน้ำไม่ได้ใหญ่มากนะครับ ออกจะแคบไปหน่อย เวลายกแขนถูสบู่อาจชนผนังหรือประตูบ้าง อันนี้ผมเลยลองถ่ายให้เห็นเท้าด้วย เผื่อจะได้นึกภาพกันออกว่าเวลายืนอาบน้ำจริงๆ แล้วจะใช้พื้นที่แค่ไหน

ภาพรวมๆ ในห้องน้ำครับ เน้นการจัดแสงอุ่นๆ ดูเรียบหรู

อีกห้องจะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom โดยขนาดห้องก็จะมีตั้งแต่ 55-65 ตร.ม. แต่ห้องตัวอย่างที่เตรียมไว้จะเป็นขนาดเริ่มต้นที่ 55 ตร.ม. นะครับ อย่างที่บอกไปแล้วว่าห้องแบบ 2 Bedroom จะอยู่ในตำแหน่งมุมตึก ลักษณะของห้องที่เลือกมาก็เป็น Type B1 ซึ่งพื้นที่ใช้สอยไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมซะทีเดียว พอเปิดประตูเข้ามาเราจึงเจอ Living Area ที่เป็นพื้นที่ในแนวลึก ครัวของห้องนี้เป็นแบบครัวเปิด แบ่งพื้นที่ใช้สอยกับโซนนั่งเล่นซึ่งติดกับระเบียง ในขณะที่พื้นที่ด้านในสุดแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง และห้องน้ำ 2 ห้อง เรื่องวัสดุ สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็เหมือนกับห้องแรกทุกอย่าง ซึ่งขายมาแบบ Fully Fitted เช่นเดียวกัน

แบบแปลนห้อง 2 Bedroom Type นี้จะเป็นห้องในแนวลึกนะครับ

ทางเข้าห้องจะเป็นโถงทางเดินลึกเข้าไป ด้านซ้ายเป็นชั้นเก็บของ ที่เก็บรองเท้าที่ Built-in มาให้พร้อมห้อง ส่วนกระจกด้านขวาของจริงไม่ได้ให้มานะครับ

พื้นห้องปูด้วย Engineer Wood หนา 14 มม. ทุกห้อง แต่ห้องแบบ 2 Bedroom จะสีเข้มกว่า

เดินเข้ามาอีกหน่อยก็เจอครัวเปิดอยู่ทางซ้าย มีชุดโต๊ะกินข้าววางไว้ตรงกลางเลย

เคาน์เตอร์ครัวหน้าตามาตรฐานเลย ตู้ทั้งด้านบนและล่างมาเต็ม

เคาน์เตอร์ครัว Top ด้วยหินสังเคราะห์นะครับ อันนี้ได้เหมือนกันทุกห้องเช่นกัน

เตาไฟฟ้า ฮูดดูดควัน และเตาไมโครเวฟโอเว่นก็ให้มาครบเหมือนกัน

แต่สำหรับห้อง 2 Bedroom จะเป็นเตาขนาด 4 หัว ยี่ห้อ Franke

ฮูดดูดควันแบบใกล้ๆ ครับ

อ่างล้างจานเป็นแบบฝังเคาน์เตอร์เหมือนเดิม แต่ตัวอ่างนี่ลึกใช้ได้เลย

ลิ้นชักเก็บของก็จัดมาเต็ม บานประตูเป็น Soft Close เช่นกัน

ติดกับครัวเป็น Living Area แต่ Layout ยังดูไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่

เพราะตำแหน่งวางทีวีไปตรงกับทางเดินไปห้องนอนพอดี เลยทำให้ต้องวางโซฟาเอียงๆ แบบนี้ ถ้าจะว่าโซฟาไว้ตรงๆ ก็คงจะเดินลำบากหรือไม่ก็เหลือระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาไม่มาก พื้นที่ตรงนี้เลยแปลกๆ หน่อย

หลังโซฟาเป็นระเบียง จะเดินไปออกระเบียงก็ต้องอ้อมๆ โซฟาหน่อย ถ้าจัดวางกันแบบนี้

ระเบียงกว้างเหมือนกันครับ ประตูก็เป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่จรดเพดานทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มๆ

พื้นระเบียงดรอปลงมาประมาณนึง ไม่ต่างกับห้องอื่นๆ ครับ ต้องระวังเรื่องการระบายตรงระเบียงกันไป

พื้นที่ระเบียงนี่กว้างพอให้ตากผ้า หรือจะวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นรับลมก็ได้เก๋ๆ

ที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์กั้นไว้เป็นห้องเลย

ประตูเปิดได้แบบนี้ ส่วนเครื่องซักผ้าต้องไปไว้ที่อื่นไม่เหมือนกับห้องเล็กที่เอาไว้ใต้คอมเพรสเซอร์เลย

ไปดูห้องนอนกันดีกว่า ซึ่งด้องเดินผ่านโถงทางเดินตรงนี้เข้าไปครับ ประตูทางซ้ายเป็นห้องนอนใหญ่ ส่วนประตูตรงหน้าเป็นห้องนอนเล็ก และห้องน้ำเล็กอยู่ทางขวาหน้าห้องนอนเล็กครับ

เรามาดูห้องน้ำเล็กกันก่อน ซึ่งเป็นแบบเดียวกับห้อง 1 Bedroom เลย

เหนืออ่างล้างหน้าเป็นตู้กระจกบานใหญ่เหมือนกัน

หลังบานกระจกเปิดออกเป็นชั้นเก็บของได้

อ่างล้างหน้าของ Kasch ดีไซน์เรียบ

ก๊อกน้ำดีไซน์ล้ำ พร้อมหัวน้ำอุ่น และมีปลั๊กไฟไว้ให้ด้วย

ชุดสุขภัณฑ์แบบฝั่งผนังนะครับ ตัวกดชำระเลยไปอยู่ด้านบน

ห้องอาบน้ำกันด้วยกระจกเทมเปอร์ แต่ไม่มี Rain Shower มาให้นะครับ มีแต่ชุดฝักบัวเล็ก

อันนี้เป็นห้องนอนเล็ก

แต่ทางโครงการจัดการตกแต่งให้เป็นห้องทำงานแทน เผื่อไว้เป็นไอเดียสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ 2 ห้องนอนครับ

มี Sofa Bed และมุมทำงานติดริมหน้าต่าง

เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นห้องนอนเล็ก เลยมีตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้ อันนี้ได้มาเหมือนกันทุกห้อง

เปิดมาข้างในก็จัดเป็นชั้นเก็บของ ที่แขวนเสื้อผ้าไว้ให้แล้ว

Sofa Bed แบบนี้ จริงๆ ก็ใช้นอนได้ครับ แต่อาจจะไม่สบายเท่าเตียง ซึ่งห้องนอนเล็กนี้ก็วางเตียง 3.5 ฟุตแทนได้กำลังดี ไม่งั้นจะอึดอัดเกินไป

ส่วนห้องนอนใหญ่ก็จัดกันไปเต็มๆ ด้วยเตียง Queen Size หรือจะ King Size ก็ยังพอไหว

พอเป็น Queen Size ก็เลยมีที่เหลือข้างๆ ไว้วางโต๊ะหัวเตียงได้บ้าง

หน้าต่างในห้องนอนใหญ่เป็นบานใหญ่เกือบเต็มผนัง แต่มีเว้นแบ่งเป็นบานกระทุ้งเล็กๆ ไว้เผื่อเปิดระบายอากาศหรือรับลมได้

ตู้เสื้อผ้า Built-in เหมือนกัน

เปิดมาก็แบ่งพื้นที่เก็บของไว้ชัดเจนแล้ว

ลิ้นชัก ที่เก็บข้าวของมากมายแบบนี้เลยครับ

มุมแต่งตัวโต๊ะเครื่องแบบวางไว้ปลายเตียงครับ แต่อันนี้ห้องจริงไม่ได้มีมาให้นะไม่งั้นคงผิดหลักฮวงจุ้ยกันนิดหน่อย อิอิ

แอร์ในห้องนอนเป็นแบบแขวนนะครับ ไม่ได้ฝังฝ้า

ประตูห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ก็อยู่ด้านปลายเตียงเช่นกัน

ในห้องน้ำก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างครับ Layout เดิมเลย

กระจกบานใหญ่ ไฟฝังผนัง ชุดสุขภัณฑ์สีขาว

หลังกระจกเป็นตู้เก็บของเหมือนกัน

อ่างล้างหน้าของ Kasch มีตู้เก็บของด้านล่าง

ก๊อกน้ำเก๋ๆ พร้อมหัวน้ำอุ่นในตัว

ชุดโถสุขภัณฑ์แบบฝังผนัง ของ American Standard

ที่กดชำระจะเรียบๆ อยู่ด้านบน

ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ แต่ต่างที่มีหน้าต่างบานกระทุ้งเพิ่มขึ้นมา ซึ่งดีตรงที่ช่วยเรื่องระบายอากาศได้ดี

ชุดฝักบัวเล็กของ Kasch เรียบๆ ตามมาตรฐานเท่ากันทุกห้อง

ตัวฝักบัวจะเรียบๆ ขนาดพอดีมือ แต่อาจจะจับไม่ค่อยถนัดเวลาอาบน้ำมือลื่นๆ

ห้องอาบน้ำของห้องนอนใหญ่มี Rain Shower มาให้ และมีไฟฝังเพดานด้วย

ก่อปูนปูกระเบื้องมาไว้ให้นั่งอาบน้ำหรือวางของได้เหมือนกัน แต่กว้างกว่าดูใช้งานได้มากกว่า

หน้าต่างบานกระทุ้งในห้องน้ำบานใหญ่ใช้ได้เลย เปิดไว้ให้ระบายอากาศได้ดีทีเดียว

หลังจากที่ได้ดูห้องตัวอย่างทั้ง 2 แบบไปแล้ว เรากลับถูกใจห้องแบบ 1 Bedroom มากกว่า เพราะถึงแม้ห้อง 2 Bedroom จะมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า แต่กลับรู้สึกว่าห้องแคบกว่าและ Layout ของ Living Area ยังไม่ค่อยลงตัวนัก ไหนจะเรื่องห้องครัวที่เป็นครัวเปิด ซึ่งจะทำให้ภายในห้องมีปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนได้ง่ายกว่า ทั้งๆ ที่ห้องแบบนี้เหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวมากกว่า และน่าจะมีการทำครัวมากกว่า ถ้าได้เป็นครัวปิดก็คงจะดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าเพิ่มด่วนสรุปว่าห้อง 2 Bedroom ไม่ดีนะครับ เพราะทางโครงการยังมี Type ห้องแบบอื่นๆ ให้เลือกเปรียบเทียบด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณก็สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการหรือตอบโจทย์การใช้สอยส่วนตัวได้มากที่สุดเลยครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย ณ วันที่ 10 เมษายน 2558

  • ห้องเลขที่ 709 ชั้น 7 Tower B แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.02 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   4,071,552.56 บาท
  • ราคาต่อตารางเมตร   135,628 บาท
  • เงินจอง   30,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   5%  หรือ  173,578 บาท
  • เงินดาวน์    20% จำนวน 814,320 บาท ผ่อนดาวน์ 40 งวด งวดละ 20,358 บาท

 

  • ห้องเลขที่ 1008 ชั้น 10 Tower C แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.37 ตารางเมตร
  • ราคาขาย   3,960,308.74 บาท
  • ราคาต่อตารางเมตร   130,402 บาท
  • เงินจอง   30,000 บาท
  • เงินทำสัญญา   5%  หรือ  168,016 บาท
  • เงินดาวน์    20% จำนวน 792,080 บาท ผ่อนดาวน์ 40 งวด งวดละ 19,802 บาท

We Recommend

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888

วิธีเด็ดไล่ตุ๊กแก ให้รีบเผ่นหนีออกจากบ้าน

วิธีเด็ดไล่ตุ๊กแก ให้รีบเผ่นหนีออกจากบ้าน

บ้านไหนมีเจ้าตุ๊กแกลายพร้อยตัวใหญ่ แถมชอบร้องเสียงดังเวลากลางคืนบ้างครับ ด้วยลักษณะรูปร่างของความเป็นสัตว์เลื้อยคลานทำให้หลายคนคงขยาดกันน่าดู แต่เรามีวิธีไล่ตุ๊กแกแบบให้มันหนีไปเอง ซึ่งปลอดภัยหายห่วงแน่นอนครับ     ลูกเหม็น เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดเลยครับ แค่เอาลูกเหม็นไปวางไว้ตามจุดที่ตุ๊กแกเคยผ่านหรืออาศัยอยู่ กลิ่นของลูกเหม็นจะทำให้มันหนีไปเอง   ยาเส้น ลองหาซื้อยาเส้นสำหรับมวนบุหรี่สูบมามัดเป็นก้อนขนาดเท่าลูกปิงปอง แล้วนำไปวางตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน หรือจะนำมาผสมน้ำแบบเข้มข้นหน่อยแล้วนำไปฉีดพ่นให้ทั่วตามบริเวณที่ตุ๊กแกเคยอยู่ โดยฉีดซ้ำๆ เมื่อกลิ่นเริ่มจางลงจะช่วยให้ ตุ๊กแกอพยพออกไปเองครับ   น้ำมันเครื่องและน้ำมันพืช นำน้ำมันเครื่องและน้ำมันพืชมาผสมกัน แล้วใช้แปรงหรือผ้าทาให้ทั่วบริเวณที่เคยเห็น ความลื่นของน้ำมันพืชจะทำให้ตุ๊กแกไม่สามารถยึดเกาะได้ ส่วนกลิ่นฉุนจากน้ำมันเครื่องก็จะช่วยไล่ตุ๊กแกออกไปจากแถวนั้นอีกครับ   ยี่โถ บ้านไหนมีต้นยี่โถก็ลองหักกิ่งมันออกมาแล้วนำไปปักไว้ตามจุดต่างๆ หรือจะใช้วิธีเด็ดใบของมันของมาขยี้ให้มีกลิ่นแล้วนำไปวางตามมุมแทนก็ได้   ใบน้อยหน่ากับใบสาบเสือ อีกหนึ่งวิธีธรรมชาติครับ นำใบน้อยหน่ากับใบสาบเสือในปริมาณเท่าๆ กัน มาตำให้เข้ากันอย่างละเอียด แล้วนำผ้าบางๆ มาห่อไว้ไปแขวนตามมุมต่างๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน   ปูนแดงผสมยาเส้น วิธีสำหรับคนใจกล้าครับ โดยผสมปูนแดงให้เข้ากับยาเส้นแล้วนำมาพันที่ปลายไม้ จากนั้นก็เอาไปแหย่ให้ตุ๊กแกงับก็จะเกิดอาการเมายา แล้วให้รีบเอาไปทิ้ง     วิธีเหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆ โดยใช้ของที่หาได้ทั่วไปมาไล่เจ้าตุ๊กแกให้ออกจากบ้านเราได้แบบปลอดภัยทั้งตุ๊กแกและตัวเราด้วยครับ  

เคล็ดลับเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า

เคล็ดลับเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า

  เดี๋ยวนี้คอนโดมิเนียมในเมืองมีให้เลือกมากมายหลากหลายโครงการเลยทีเดียว แต่ทำเลสุดฮิตก็ยังคงเป็นทำเลตามแนวรถไฟฟ้า เพราะสามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้สะดวกรวดเร็ว หรือถ้าจะซื้อไว้ลงทุนก็มีแนวโน้มจะได้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นมาหลายสาย แล้วแต่ละทำเลก็มีหลายโครงการมาให้เลือกจนตัดสินใจแทบไม่ถูกว่าจะเลือกที่ไหนดี ดังนั้นเราจึงนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะเป็นตัวช่วยในการเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า เผื่อจะได้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นครับ     1. พิจารณาราคาขายและค่าเช่าคอนโด ข้อแรกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าแล้วก็มักจะมีราคาขายพุ่งไปไกล บางโครงการราคาสูงลิบจะมนุษย์เงินเดือนธรรมดาเกินจะเอื้อมไหว สาเหตุหลักๆ ก็เป็นเพราะของราคาที่ดินที่เป็นตัวแปรสำคัญ แต่เมื่อแลกมาด้วยความสะดวกสบายในการเดินทางจึงไม่แปลกที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ ฉะนั้นในแต่ละทำเลก็มักจะมีให้เลือกมากกว่า 2 โครงการแน่นอน   สิ่งสำคัญที่ควรดูก่อนเลยนั่นคือ ราคาขายต่อตารางเมตรของแต่ละโครงการ เพราะหากอยู่ในทำเลที่ห่างจากรถไฟฟ้าพอๆ กัน เรื่องราคาก็จะมีส่วนมากต่อการตัดสินใจ รวมถึงเรื่องสเปคของวัสดุที่ใช้ ของแถม และโปรโมชั่นต่างๆ และยิ่งถ้าหากต้องการซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าด้วยแล้ว เรื่องราคาค่าเช่าต่อตารางเมตรของแต่ละทำเลก็ควรนำมาพิจารณาด้วยนะครับ   2. ไม่เกิน 400 เมตรจากสถานี ระยะห่าง 400 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่สะดวกต่อการเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า เพราะอยู่ในระยะที่เราสามารถเดินได้ง่ายและไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่ปัจจุบันระยะในห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอาจจะขยับห่างออกไปบ้าง ถ้ายังอยู่ในระยะ 500-600 เมตร ก็อาจจะยังถือว่าอยู่ในระยะเดินที่รับได้ครับ เพราะอากาศร้อนๆ ของบ้านเราอาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินมากนักนั่นเอง  หากโครงการไหนมีทำเลที่ตั้งที่เข้าซอยลึกกว่าระยะนี้ หรือห่างออกไปไกลเกินกว่าจะเดินได้นั้น ก็จะมีข้อให้เปรียบเทียบในเรื่องความต่างขอราคาขาย และโปรโมชั่นต่างๆ ที่อาจจะจูงใจมากกว่า ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาเรื่องการเดินทางอื่นๆ ประกอบเพิ่มเติม ว่ามีรถรับจ้าง รถประจำทาง หรือวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการใกล้ๆ มั้ย ค่าบริการเหมาะสมและสะดวกพอหรือเปล่า เพราะบางครั้งเราอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเลือกแต่คอนโดมิเนียมโครงการที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าเลยก็ได้    3. มีเส้นทางคมนาคมทางเลือก จริงอยู่ที่รถไฟฟ้าเป็นการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับคนเมือง แต่หากมีทางเลือกสำหรับการเดินทางได้มากกว่า 1 ช่องทาง ก็จะเพิ่มความสะดวกให้เราได้มากยิ่งขึ้น การวางแผนการเดินทางในแต่ละวันก็อาจจะทำได้ดีกว่า โดยไม่ต้องยึดติดอยู่กับรถไฟฟ้า เช่น ถ้าตัวโครงการอยู่ใกล้ด่านทางด่วน, ใกล้ท่ารถ, ใกล้ท่าเรือ หรือมีบริการขนส่งสาธารณะอื่นๆ ให้เลือกใช้ได้หลายทาง ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจนะครับ      4. เน้นสถานี Interchange คล้ายๆ กับหัวข้อก่อนหน้านี้เลยครับ นอกจากจะต้องมีทางเลือกในการเดินทางที่มากขึ้นแล้ว การเลือกโครงการที่อยู่ใกล้สถานีที่เป็น Interchange ก็จะเพิ่มความสะดวกได้อีกทาง ปัจจุบันเรามีรถไฟฟ้าหลายสายเลยนะครับ โซนที่ตั้งของโครงการถ้าอยู่ใกล้กับสถานีที่ Interchange กับเส้นทางที่เราต้องใช้บ่อยๆ ก็จะดี แถมยังช่วยเพิ่มมูลค่าของห้องชุดขึ้นในอนาคตได้อีก ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ต้องขายต่อ หรือปล่อยเช่า   5. เลือกสถานีที่มีที่จอดรถสาธารณะอยู่ใกล้ๆ ปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของคนอยู่คอนโดฯ นั่นคือ ปัญหาที่จอดรถมักจะไม่เพียงพอกับจำนวนผู้อยู่อาศัย หากทางนิติบุคคลมีระบบการจัดการที่ดีก็ยังพอจะช่วยแก้ไขปัญหาได้บ้าง แต่ถ้าไม่มีทางเลือกก็คงจะเป็นเรื่องน่าเหนื่อยใจอีกนาน ดังนั้นการมองหาสถานที่จอดรถสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ กับโครงการไว้บ้าง ก็อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ เพราะถ้าสุดท้ายแล้วเราจำเป็นต้องหาที่จอดรถจริงๆ พื้นที่บริการให้เช่าที่จอดรถ หรืออาคารจอดรถสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ อาจเป็นเรื่องจำเป็นขึ้นมาก็ได้ครับ ตัวอย่างของที่จอดรถสาธารณะก็เช่น อาคารจอดแล้วจรของรถไฟฟ้า หรือลานจอดเอกชนที่มีให้เช่า หรือสถานที่ราชการที่อาจจะอนุญาตให้จอดได้ เป็นต้น   6. เลือกสถานีที่คนนิยมใช้บริการ การอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า บางครั้งก็ใช่ว่าจะเป็นสถานีอะไรก็ได้นะครับ การเลือกสถานีที่มีคนนิยมใช้บริการกันเยอะๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งมีคนใช้บริการมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า และแหล่งช็อปปิ้งที่จำเป็น สิ่งเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่การอยู่ในทำเลที่ใกล้สถานีที่มีคนอยู่มากๆ ก็อาจจะมีเรื่องหงุดหงิดบ้าง เช่น ในช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจจะมีคนใช้บริการมากจนล้นสถานี หรือต้องคอยต่อคิวขึ้นรถต่างๆ นานหน่อย แต่เรื่องเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นดัชนีชี้ิว่า ทำเลนี้มีความต้องการสูง ก็จะทำให้ราคาขาย หรือราคาปล่อยเช่าดีกว่า และ/หรือ อาจจะทำให้การซื้อขาย ปล่อยเช่า เปลี่ยนมือได้เร็วกว่านั่นเอง     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเคล็ดลับเบื้องต้นที่จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกโครงการได้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้นนะครับ จริงๆ แล้วการเลือกซื้อหรือเลือกอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมทำเลต่างๆ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วย เพื่อที่เราจะได้โครงการที่ตอบโจทย์ คุ้มค่าทั้งราคาที่จ่ายไป และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ดีที่สุดครับ ครั้งต่อๆ ไปเราจะนำเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันอีกแน่นอน อย่าลืมติดตามกันนะครับ  

9 วิธีจัดห้องนอนเสริมดวง

9 วิธีจัดห้องนอนเสริมดวง

ห้องนอนถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่หวงห้ามของใครหลายคน เพราะทุกๆ วันเราต้องใช้เวลาอยู่ในห้องนอนมากกว่าห้องอื่นในบ้านอยู่เสมอ จนบางทีเราก็แทบจะทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ ดูทีวี ฯลฯ อยู่ในห้องนอนกันเลยทีเดียว ซึ่งตามความเชื่อฮวงจุ้ยแล้วห้องนอนที่ดีจะต้องมีพลังบวกให้กับเจ้าของห้อง เพื่อจะส่งเสริมสิ่งดีๆ ต่างๆ ให้เข้ามา ดังนั้นเราจึงมีวิธีจัดห้องเสริมดวงเพิ่มพลังบวก กับ 9 วิธีง่ายๆ ดังนี้ครับ     1. ตำแหน่งเตียงก็สำคัญ เราควรวางเตียงให้ห่างจากประตูห้องมากที่สุด เพราะจะไม่ถูกรบกวนจากเสียงภายนอกง่ายเกินไป และไม่ควรวางเตียงไว้ในตำแหน่งใต้คาน เพราะเชื่อว่าจะทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่สบายนั่นเอง   2. โต๊ะข้างเตียงควรเลือกโต๊ะแบบโค้งมน ถ้าต้องใช้โต๊ะข้างเตียง ควรเลือกโต๊ะที่มีดีไซน์ลักษณะโค้งมนมากกว่าโต๊ะแบบสี่เหลี่ยม เพราะความโค้งจะช่วยกันพลังงานด้านลบออกไปจากเราได้ดีกว่า   3. สีแดงเสริมความรัก สำหรับคนที่กำลังมีความรัก สามารถเสริมพลังเรื่องความรักให้สดใสด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งห้องที่เป็นสีแดงเข้ามาเพิ่มเติม เช่น ลองเปลี่ยนปลอกหมอนให้เป็นสีแดง หรือเลือกรูปตกแต่งในห้องให้มีโทนสีแดง อีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจคือ ลองหาโคมไฟสีแดงเล็กๆ มาตกแต่งห้องก็ได้นะครับ   4. ในห้องนอนควรมีการจัดแสงสว่างให้เหมาะสม ความเหมาะสมของการจัดแสงสว่างในห้องหมายถึงว่า ในช่วงกลางวันแสงจากด้านนอกต้องส่องทั่วถึงทั้งห้อง หรือมีความสว่างที่เพียงพอ ขณะเดียวกันในตอนกลางคืนห้องก็ต้องมืดสนิทเช่นกัน เพื่อจะได้ไม่มีแสงรบกวนเวลานอน   5. เสริมดวงการงานด้วยภาพถ่ายหรือภาพวาด การหาภาพวาดหรือภาพถ่ายมาประดับตามส่วนต่างๆ ในห้อง ไม่ว่าแขวนไว้ที่กำแพงหรือวางไว้บนโต๊ะ นอกจากจะช่วยเสริมดวงความรักได้แล้ว เค้าว่ากันว่ายังช่วยเสริมดวงเรื่องการงาน และความสงบในชีวิตได้ด้วยนะ ไม่เชื่อลองดูสิ   6. เลือกของแต่งห้องให้เป็นคู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคู่ แค่ลองเลือกของแต่งห้องมาใช้เป็นคู่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟหัวเตียง ก็ควรวางไว้ทั้ง 2 ด้านของเตียง หรือลองเลือกวางหมอนเป็นคู่ๆ ก็จะช่วยเรื่องความรักให้มั่นคงได้อีกเช่นกัน   7. ห้องนอนไม่ใช่ห้องทำงาน อันนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ควรจะต้องแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมนะครับ เพื่อการพักผ่อนที่ดีเราควรแยกห้องทำงานออกจากห้องนอน และไม่ควรมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานอยู่ภายในห้องนอนด้วย เวลานอนก็จะได้ไม่มีความกังวลเรื่องอื่นๆ ทีนี้เราก็จะหลับได้สนิทมากขึ้นด้วย   8. ใช้โทนสีอ่อนเป็นหลัก ข้อนี้เป็นหลักทางจิตวิทยาง่ายๆ เพราะการเลือกใช้โทนสีอ่อนตกแต่งห้องจะช่วยให้ดูอบอุ่น หรือรู้สึกสบายตามากกว่าการเลือกใช้สีเข้มๆ เมื่อสีช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว บรรยากาศภายในห้องก็จะเหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งขึ้นครับ   9. เก็บของให้เป็นระเบียบ เรื่องง่ายๆ ที่เราควรเก็บกวาด และจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ไม่ควรวางของเกะกะตามพื้น และไม่ควรเก็บของไว้ใต้เตียง การทำให้ห้องสะอาดเป็นระเบียบจะช่วยดึงพลังงานด้านบวกให้เข้ามาได้ดีกว่าห้องรกๆ นะครับ   เคล็ด(ไม่)ลับทั้ง 9 ข้อนี้ เป็นเรื่องที่สามารถทำกันได้ง่ายๆ เลยใช่มั้ยครับ นอกจากจะช่วยเสริมสิ่งดีๆ และพลังบวกตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้ว จะสังเกตได้ว่าวิธีต่างๆ ยังเหมือนเป็นการเตือนให้เราคอยจัดระเบียบ และทำความสะอาดห้องนอนของเราให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ พอห้องสะอาดก็น่าอยู่น่านอนมากยิ่งขึ้นด้วยจริงมั้ยครับ      

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ เพราะเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภคหลายอย่างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยตามไปด้วย โดยเฉพาะทำเลของแนวราบที่สะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งตัวถ.หทัยราษฏร์ ก็ถือได้ว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก   ถ.หทัยราษฏร์ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถ.สายไหม กับ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งบางพื้นที่จะคาบเกี่ยวกันระหว่าง จ.ปทุมธานี กับ จ.กรุงเทพฯ ซึ่งละแวกนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ หรือตลาดก็มีให้เลือกเดินอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดออเงิน ตลาดวงศกร ตลาดมารวย ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนี้อย่างแฟชั่นไอซ์แลนด์ หรือเดอะพรอมมานาด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างรามอินทรา ก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน   ที่ตั้งของโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT จะอยู่ช่วงถนนที่ใกล้กับถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมากที่สุด ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ เข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปถ.สายไหม เข้าแยกคปอ. ทะลุออกถ.วิภาวดีก็ถึงสนามบินดอนเมืองได้เลย เรียกว่าเป็นจุดที่เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวกทีเดียวค่ะ          ภาพรวมโครงการ BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT เป็นโครงการที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านซี่รีย์ใหม่อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 Type   WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 19.95 ตร.ว. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.55 ตร.ว.     ซึ่งดีไซน์ของทั้งโครงการจะออกมาในโทนผสมผสานระหว่าง Modern British Luxury และความ Creative Living ทั้งคลับเฮ้าส์และตัวบ้านได้อย่างลงตัวตั้งแต่หน้าโครงการ       ยุค 4.0 ในปัจจุบันนี้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยสิ่งสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ คือ ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Origin ก็นำเอานวัตกรรม 4 ประเภทใหญ่ๆ ที่เรียกว่า B Genius Mode ดังนี้   Digital Living automation ระบบ Home Security เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก สามารถควบคุมผ่าน Application สุดล้ำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยจะประกอบไปด้วย               Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านโดยการใช้ Pin Code ที่สามารถแชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้านที่จะเข้ามาในบ้านได้ และยังรองรับ Card* มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่มีการเข้า-ออกบ้าน             Door &Window  Magnetic Sensor มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟน* และไซเรนดัง เมื่อออกจากบ้านแล้วมีการบุกรุกทางประตูและหน้างต่าง                Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*              IP Camera สามารถเปิดดูกล้องภายในบ้านผ่าน Application ได้ตลอดเวลา เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ      INTERPERSONAL SPACE DESIGN USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก* ออกแบบฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ              Multi- Purpose Spaces รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยพื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ              Thai Kitchen แยกครัวไทยออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับผู้รักการทำอาหาร ไม่ต้องกังวลเรื่องควันและกลิ่นรบกวนภายในบ้าน              Built-in Furniture เฟอร์นิเจอร์ออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ทำให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยมากที่สุด   HOTEL SERVICE ON DEMAND สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการอยู่อาศัยในโครงการเช่นนี้นั่นคือเรื่งของ “การบริการ” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น จึงเกิดเป็นการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของแบรนด์ BRITANIA โดยสามารถเรียกแม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาดูแลบ้านของคุณผ่านการจองล่วงหน้าจาก Application   Club Britania ด้วยความใส่ใจการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว จึงได้สร้างสรรค์ Club Britania ขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่รองรับได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co Living Space ไว้นั่งปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน Co-Working Space รองรับการนั่งคุยงานกับลูกค้า นัดประชุมได้ง่ายๆ แค่จองล่วงหน้าผ่าน Application สุด Genius นอกจากนี้ยังมี สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Playground    ชมบ้านตัวอย่าง สำหรับ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทั้ง 3  Type ค่ะ โดยในช่วงโปรโมชั่นทางโครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ คือ เครื่องปั๊มน้ำมาตรฐาน ถังสำรองน้ำตามมาตรฐานโครงการกัน UV และป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ ระบบสัญญาณกันขโมย และ Home Automation   เรามาเริ่มชมจาก WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ภายนอกใช้สี SEMI GLOSS ชนิดกึ่งเงา มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนจากภายนอก เช็ดทำความสะอาดง่าย และปลอดภัยจากสารตะกั่ว และปรอท เปลือกอาคารด้านหน้าบ้านบางส่วนใช้ลายก่ออิฐ ผิวธรรมชาติ สลับกับการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักตัดกับสีดำจากขอบอลูมิเนียมประตู-หน้าต่าง ทำให้บ้านดูสวยงามอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซปไว้ว่าเป็นสไตล์ Modern British   พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีการเสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก เฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้าก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งประตูหลักหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ยังคงได้รับแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้อยู่ และเมื่อสัมผัสไปที่ตัวขอบอลูมิเนียมก็จะให้ผิวทรายซาฮาร่า เพิ่มความมีระดับขึ้นมาได้ด้วยวัสดุดีๆ นี่แหละค่ะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Double Lock   นอกจากนี้ยังมีอีกประตูเข้าบ้านตรงที่จอดรถ โดยจะใช้เป็นประตูทึบบานสวิง        ภายในบ้านใช้ไฟ LED เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนรูปลั๊กก็จะมี USB port รองรับเอาไว้ให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านชั้นแรกนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นที่ภายในบ้านจะมีลักษณะลึกเข้าไปเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถกั้นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ อย่างตามบ้านตัวอย่างที่เห็นนี้ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานกับห้องครัวเปิดก็จะดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง และครัวปิดที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ติดกัน มีประตูออกไปพื้นที่ซักล้างหลังบ้านจากห้องครัว   บันไดโครงสร้างคอนกรีตแน่นหนา พื้นและราวจับใช้ไม้สีน้ำตาลอ่อนกับราวเหล็กโปร่งสีขาว เข้ากับสีของผนังขาวฉาบเรียบทั้งหลัง   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้วยังเหลือทางเดินได้รอบเตียง หรือจะวางโต๊ะหัวเตียงก็มีพื้นที่พอค่ะ พื้นที่ด้านปลายเตียงจะกั้นให้เป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างนี้ก็สามารถรองรับความต้องการสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ได้ หรือจะ Built in แค่ตู้เสื้อผ้าชิดผนังก็จะได้พื้นที่โล่งๆ ขึ้นอีกค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวหันออกไปทางหน้าบ้าน        ห้องนอน 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน มีขนาดพอๆ กันค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ สำหรับห้องน้ำทุกห้องในบ้านจะปูพื้น-ผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้งโดยมีขอบปูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปยังส่วนแห้ง ส่วนใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว และมีปลั๊กไฟพร้อม USB port ที่มีฝาครอบกันน้ำติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย จะเปิดเพลงฟังจากแท็บเล็ตแล้วเป่าผมไปด้วยก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ดีนะคะ และยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางยกสูงขึ้นไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับวางโต๊ะหมู่บูชาพระ แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่ห้องส่วนตัว        PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. สไตล์ Cozy&Comfort เริ่มตั้งแต่เฉลียงหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิคความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน ใช้ระบบ Double Lock คือแบบกุญแจไข และการล็อคแบบก้นหอยจากภายในบ้านเพิ่มเติม พื้นชั้นแรกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังสีขาวฉาบเรียบ       พื้นที่ในบ้านเป็นลักษณะลึกเข้าไปจากส่วนแรกที่เป็น Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งด้านใน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับครัวเปิดที่มีประตูออกไปทางพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน แต่หากบางครอบครัวที่ทำครัวบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนให้เป็นครัวปิดนะคะ เพราะครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วนออกมาชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นการต่อเติมออกไปด้านหลังบ้านก็ได้ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากพื้นที่ห้องครัวค่ะ   ชั้น 2 พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนต เรามาเริ่มจาก Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ประมาณ 2 ตู้ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกไว้ด้านในของห้องน้ำ   ห้องนอนที่ 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ และห้องน้ำของชั้น 2 นี้ จะอยู่ตรงกลางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกคนค่ะ     ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 ม. สไตล์ Modern Loft สำหรับการวางแปลนชั้นล่างนี้จะคล้ายกับทาวน์โฮม Type PRESTON ค่ะ คือจะมีลักษณะลึกเข้าไปตามที่ดิน เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหาร แยกครัวเปิดออกอย่างชัดเจน และห้องน้ำที่มีประตูอยู่ตรงส่วนครัว พื้นที่หลังบ้านก็เชื่อมต่อจากทางครัวเช่นเดียวกันค่ะ   ชั้น 2 สำหรับ Type นี้แม้จะมีห้องนอน 2 ห้อง แต่จะได้ห้องแบบ Master Bedroom ขนาดใกล้เคียงกันทั้ง 2 ห้องค่ะ คือจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเคาน์เตอร์ทีวี ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ           BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฎร์) ถือเป็นโครงการแนวราบที่ออกแบบฟังก์ชั่นมารองรับความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มครอบครัวอย่างตอบโจทย์รอบด้าน เมื่อชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นด้วยนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรองรับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิมได้ที่ BRITANIA จาก Origin House          15-16 มิ.ย. GRAND OPENING #เปิดชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก บ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ @ บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฏร์ เริ่ม 2.99 ล้าน*   #เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท http://bit.ly/2UXNB01