การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ  Whizdom Station Ratchada – Thapra (วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ)

ที่ตั้งโครงการ ถนนรัชดาภิเษก แขวง ดาวคะนอง เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ 

พื้นที่โครงการ  3-0-53.2  ไร่

ลักษณะโครงการ High Rise

จำนวนอาคาร 1 อาคาร

จำนวนชั้น 37 ชั้น

จำนวนยูนิต 690 ยูนิต 

ขนาดห้อง 1 Bedroom 26 – 35 ตร.ม.

2 Bedrooms 47 – 59 ตร.ม.

Penthouse  40 – 78 ตร.ม.

เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted

ที่จอดรถ 295 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 43%

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ชั้น G Grande Lobby, Mailbox Room, Retails Shop Space

ชั้น 6,7 Infinity Edge Pool, Fitness, Greenery Courtyard, Pool Bar

ชั้น 37 Tunnel Garden, Co-Working Space, Glass House Sky Lounge 

ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 110,000 – 120,000 บาท/ตร.ม.

ค่าส่วนกลาง 500 บาท/ตร.ม.

ค่ากองทุน 45 บาท/ตร.ม./เดือน

จุดเด่นโครงการ พบกับ Station ที่เหนือกว่า Whizdom Station รัชดา-ท่าพระ เพียง 80 เมตร จาก BTS ตลาดพลู 250 เมตร BRT ราชพฤกษ์

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTSตลาดพลู รถเมลล์สาย 15 , 68 , 101 , 147 , 163 , 195 , 205 และ 547

สถานที่ใกล้เคียง เดอะมอลล์ ท่าพระ,Max Valu,บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์,ตลาดซอย 13,ไทยช่วยไทยพลาซ่า,ตลาดพลู,วัดบางสะแกใน,วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ,ธนาคารกสิกรไทย,โรงเรียน สตรีวัดอัปสรสวรรค์,วงเวียนใหญ่,โรงพยาบาล พญาไท 3

ติดต่อโครงการ

แขวง ดาวคะนอง เขต ธนบุรี กรุงเทพมหานคร


รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Whizdom Station Ratchada – Thapra : รีวิวคอนโด

ในซอกมุมเล็ก ๆ แถวฝั่งธนบุรี มีย่านเก่าแก่ย่านหนึ่งที่มีชื่อว่า “ตลาดพลู” จุดกำเนิดมาจากชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในสมัยก่อนทำสวนพลูและนำมาค้าขาย พื้นที่แถวนั้นจึงปกคลุมไปด้วยสวนพลูจึงเรียกแถวนี้ว่าตลาดพลู และถ้าพูดถึงย่านนี้ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักนึกถึงของกินมากมายและขึ้นชื่อมีหลายอย่างอาทิเช่น ข้าวหมูแดง, กุยช่ายตลาดพลู,ไอศครีมไข่แข็ง,หมี่กรอบจีนหลี และอีกมากมายให้นักชิมได้มาลิ้มลอง

 

 

ทำเลทองของฝั่งธนบุรี

 

ธนบุรีเมืองกรุงเก่า เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมเก่าแก่ วัดวาอารามต่างๆ อาหารขึ้นชื่อดังๆ หลายร้าน จึงเป็นเสน่ห์อย่างมากของฝั่งธนบุรีที่ฝั่งพระนครหาไม่ได้ เดิมธนบุรีมีพื้นที่เป็นชุมชนส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยมีตึกสูงเสียดฟ้าแบบฝั่งพระนคร ซึ่งมีความแออัดมาก จึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่และเล็งเห็นว่าธนบุรีสามารถรองรับขยายได้ 10กว่าปีมาแล้วที่ธนบุรีมีการเติบโตเทียบเท่าฝั่งพระนครจะมองเห็นว่ามีตึกสูงมากมายผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด นอกจากนี้เสน่ห์เมืองเก่าอย่างธนบุรีจะเป็นแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ อาหารขึ้นชื่อมากมายแล้ว มีชุมชนความเป็นอยู่ที่เงียบสงบที่่ฝั่งพระนครหาไม่ได้เลย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

ห่างออกไปอีกไม่ไกลบนถนนรัชดาภิเษกมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 3 และถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งถนนสองเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมต่อไปเพื่อเข้าเมืองอย่างฝั่งพระนครนั้นเอง นอกจากนี้ ยังเป็นทำเลทองเพราะเป็นถนนที่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา สามารถขับรถส่วนตัวข้ามฝั่งโดยใช้สะพานพระราม 3 และสะพานตากสินได้ เมื่อมองลึกเข้าไปบนถนนรัชดาภิเษกมีโครงการ Whizdom Station Ratchada – Thapra ซึ่งอยู่ติดกับรถไฟฟ้า BTS 80 เมตรใช้เวลาเพียง 1 นาทีถึงสถานี และใช้เวลา 11 นาทีเข้าตัวเมืองอย่างสะดวกสบาย ง่ายดาย ขยับไปอีกนิดเพียง 250 เมตรก็จะถึง BRT สถานีราชพฤกษ์ นอกจากนี้ตัวโครงการยังติดถนนใหญ่จึงมีรถโดยสารวิ่งผ่านเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางอีกด้วย ความโชคดีด้านหน้าโครงการมีป้ายรถเมล์ประจำทางวิ่งผ่าน ไม่ได้มีเพียงรถเมล์เท่านั้นยังมีวินมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ รถสามล้อ และ รถสองแถวแดง ให้ได้เลือกใช้บริการตามสะดวก 

 

 

 เพียง 1 นาทีถึง BTS เพียง 11 นาทีถึงใจกลางเมืองสาทร

 

 

Whizdom Station Ratchada – Thapra ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งละแวกนี้เป็นชุมชนเก่าแก่และเป็นศูนย์กลางของธนบุรีเลยก็ว่าได้ จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ที่ครบครัน อย่างห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ท่าพระ เพียงข้ามสะพานลอยหน้าโครงการก็ถึงแล้วเพราะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน และยังมีห้างสรรพสินค้าอื่นๆ โดยรอบอย่าง Max Value , BigC ไม่ได้มีแต่ห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ถัดมาข้างๆโครงการมีตลาดไทยช่วยไทยพลาซ่าอีกด้วย หรือจะขยับออกมาอีกนิดเพียง 2 กิโล ก็จะถึงตลาดเก่าแก่ที่มีร้านอาหารดังหลายอย่างนั้นก็คือ “ตลาดพลู” ให้ได้ไปสัมผัสลิ้มลองรสชาติกัน นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง โรงพยาบาลพญาไท3 , โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า , โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ , วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ , ธนาคารกสิกรไทย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

ภาพรวมโครงการ

 

Whizdom Station Ratchada – Thapra คอนโดมิเนียม High Rise สูง 37 ชั้น บนพื้นที่ 3-0-53.2  ไร่ ที่จอดรถประมาณ 295 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 43% จุดเด่นของโครงการมีการวาง Concept ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดพลูในสมัยก่อน อย่างการออกแบบสถาปัตยกรรมตัวตึกมีแนวความคิดจากใบพลู มาให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นตลาดพลูแต่เก่าก่อน ที่สำคัญการออกแบบได้รับรางวัลมาตราฐาน TREES ออกโดยสถาบันอาคารเขียวไทย ว่าเป็นตึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างดีเยี่ยม

 

 

การันตีกับรางวัลมาตรฐาน TREES เป็นคอนโดที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และผู้อาศัย 

 

 

Facility ยังคงนำความเป็นตลาดพลูในประวัติศาสตร์มาผสมผสานกับปัจจุบันได้อย่างลงตัว โดยมอบของขวัญเป็นพื้นที่สีเขียวมากมายให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ ร่มรื่น ผ่อนคลาย ซึ่งส่วนกลางแบ่งออกเป็น 3 ส่วน เริ่มจากชั้นที่ 1 Grand Lobby ที่คอยต้อนรับมีเพดานสูงดูโอ่โถง ภายในประติมากรรมตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้เราได้สัมผัส มีความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ถัดมาเพิ่มสะดวก สบายด้วย Retails shop ด้วยกันถึง 6 ร้านที่ทันสมัย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Grand Lobby ที่ดูโอ่งโถงใหญ่โต บวกกับประติมากรรมให้ความรู้สึกเหมือนนั่งเล่นใต้ต้นไม้

 

ส่วนของชั้น 6 , 7 เป็นส่วนของ Infinity Edge Pool เปิดประสบการณ์ว่ายน้ำรูปแบบใหม่กับบรรยากาศเมืองสุดขอบฟ้า Pool Bar ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านริมน้ำ สามารถก้าวเท้าลงเล่นน้ำได้ทันใจ หรือเวลากลางคืนเปลี่ยนบรรยากาศจัดปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำก็ย่อมได้ สำหรับคนที่รักสุขภาพเดินขึ้นบันไดจาก Pool Bar อีกชั้นก็จะพบแหล่งพลังความสุขภาพนั้นก็คือ Fitness ที่รายล้อมไปด้วยกระจกทำให้มองเห็นวิวเมืองหรือสระว่ายน้ำได้ หรือใครที่อยากได้ความเงียบสงบ ร่มรื่นกับอีกฝั่งหนึ่งพบกับ Greenery Courtyard ที่จำลองยกสวนหลังบ้านที่เป็นท้องร่องในสมัยก่อน เน้นการปลูกพืชผักสวนครัวยึดพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่อาทิเช่น ว่านหางจระเข้ , ใบยี่หร่า , ใบชะพลู , ตะไคร้ , ต้นชมพู่  เป็นต้น

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Infinity Edge Pool เปิดประสบการณ์ใหม่กับสระว่ายน้ำกับวิวสุดขอบฟ้าและ Pool Bar ผ่อนคลายกับบ้านริมน้ำเพียงอึดใจก้าวเท้าลงเล่นน้ำได้ทันใจ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Fitness ที่มองเห็นวิวได้ทั่ว อยู่ระหว่างชั้นหกและเจ็ด

 

ในชั้นบนสุดอย่างชั้นที่ 37 เราจะพบ Tunnel Garden สวนแปลกตากับอุโมงค์พันธุ์ไม้เลื้อย ช่วยลดความร้อนให้กับตัวอาหาร และได้ความร่มรื่น ผ่อนคลายกับสายลมและสบายตากับพันธุ์ไม้ต่างๆ เนื่องจากได้คัดสรรพันธุ์ไม้ที่ไม่บังทิศทางของสายลม และยังเพิ่มความร่มเงาให้ผู้พักอาศัยได้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างมาก เมื่อหลุดเข้าไปข้างในจะพบกับ Co-Working Space สนุกกับการทำงานท่ามกลางธรรมชาติ สำหรับคนที่ต้องการหาที่ทำงานเงียบๆ ใช้สมาธิส่วนตรงนี้เหมาะกับผู้อาศัยอย่างมากเพราะได้ทำงานโดยมีพืชพรรณรายล้อมทำให้รู้สึกสบายไม่เครียดหรือกดดัน  สิ่งต่อจากนี้ถือเป็น Signature ของโครงการนี้เลยก็ว่าได้นั้นก็คือ Glass House Sky Lounge ที่ให้กลิ่นอายความรู้สึกเหมือนอยู่เรือนเพาะชำ ให้ผู้อาศัยมาทำกิจกรรมต่างอย่างอ่านหนังสือเล่มโปรด ทำงาน หรือนั่งเล่นนั่งก็คุยก็ทำได้  เมื่อมองขึ้นไปจะพบกับ Vertical Garden เป็นพื้นที่เล็กๆเอาไว้นั่งคุยหรือประชุมลับได้ มีการออกแบบที่น่าสนใจเป็นรูปแก้วแชมเปญอยู่เหนือพื้นที่ Co-Working Space

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Tunnel Garden เปิดมิติใหม่กับสวนอุโมงค์ไม้เลื้อยชวนให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Co-Working Space มองหาพื้นที่ทำงานพร้อมกับธรรมชาติ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ขอนำเสนอ Glass House Sky Lounge ยกแปลงเพาะชำมาอยู่ในห้องนั่งเล่นทำกิจกรรมต่างๆ

 

 

Floor Plan

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

ทางเข้า-ออกของโครงการมีทางเดียว อยู่ติดริมถนนรัชดาภิเษก ด้านหน้าโครงการจัดแต่งด้วยสวนให้ดูเหมือนหลุดเข้าไปในท่ามกลางธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่ง Facility จะอยู่ภายในอาคาร

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

สำหรับชั้นหก ถ้าเดินออกจากลิฟท์ทางด้านซ้ายมือจะเป็น Greenery Courtyard และฝั่งตรงข้ามจะเป็นส่วนของ Pool Bar และสระว่ายน้ำ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

ชั้น 7 เป็นส่วนของ Fitness และมีบันไดทางเชื่อมลงไปชั้นหกเพื่อพักผ่อนกับ Pool Bar และสระว่ายน้ำ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

ส่วน Facility บนสุดอย่างชั้นที่ 37 จะเป็นส่วนของสวน Tunnel Garden และ Glass House Sky Lounge and Co-Working Space

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Floor Plan ชั้นที่ 9-33 จะสังเกตเห็นได้ว่าทุกยูนิตถูกวางไว้โดยไม่มีห้องไหนถูกบดบังทัศนียภาพเมือง ทำให้ดูโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัด

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Floor Plan ชั้นที่ 36 Type Penthouse จะถูกวางเอาไว้ที่ชั้น 36 นี้ และเพียงแค่ขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นก็จะเจอ Facility ของชั้นที่ 37

 

 

Unit Plan

 

สำหรับโครงการ Whizdom Station Ratchada – Thapra จะมียูนิตให้เลือกมากมายตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย โดยจะมี Type ตั้งแต่ Studio , 1 Bedroom, 2 Bedroom และ Penthouse ลองไปชมตัวอย่างแปลนห้องในแต่ละ Type กันเลย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

เริ่มจาก Studio มีขนาดเริ่มต้น 22.81 ตร.ม. เพื่อความเป็นส่วนตัว ดูแลรักษาง่าย ตัวห้องจัดพื้นที่ได้อย่างลงตัวสามารถใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบกับด้านซ้ายมือเป็นครัวและขวามือเป็นห้องน้ำ

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

มาต่อกับ Type B One Bedroom (Separate Kitchen) มีขนาดเริ่มต้น 26.08 ตร.ม. จุดเด่นของห้องนี้คือมีห้องครัวที่เป็นครัวปิด หมดปัญหากลิ่นอาคารเวลารังสรรค์เมนูสุดโปรดของเรา

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

Type C เป็น One Bedroom มีขนาดเริ่มต้น 28.14 ตร.ม. ตัวห้องมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ห้องมีความโปร่ง โล่งสบาย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

Type D เป็น Two Bedroom มีขนาดเริ่มต้น 47.82 ตร.ม. สิ่งที่น่าสนใจสำหรับห้องนี้ ทุกห้องวางตำแน่งไว้ห้องมุม และเสริมกระจกเพื่อความกว้างขวาง ดูโปร่งสบาย

 

และสุดท้ายกับ Type E เป็น Penthouse อยู่บนชั้นที่ 36 ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เมืองได้กว้าง ทุกพื้นที่ภายในห้องออกแบบใช้สอยอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

 

จาก BTS ถึง Whizdom เพียงหนึ่งนาที

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

จาก BTS สถานีตลาดพลูก็สามารถมองเห็นโครงการแล้ว

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

เดินออกจากสถานี BTS ตลาดพลูโดยใช้ทางออก 3

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เมื่อเดินลงมาให้เลี้ยวขวาเดินตามทางเท้าเพียงไม่กี่ก้าวด้านขวามือจะพบห้างสรรพค้าเดอะมอลล์ท่าพระและซ้ายมือจะเจอโครงการแล้ว

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

 

ในที่สุดก็ถึงโครงการ Whizdom Station Ratchada – Thapra เป็นที่เรียบร้อย

 

เดินชมรอบโครงการ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เมื่อเข้าโครงการจะพบไม้กั้นรถ โดยโครงการนี้ใช้ระบบ Access Card ในการเข้าออกโครงการ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ทางด้านข้าง เป็นทางเดินเพื่อเข้าไปยังสวนพักผ่อนที่จำลองบรรยากาศทางเดินในบ้านสวนของย่านตลาดพลู

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

สวนหย่อมโครงการรายล้อมไปด้วยต้นไม้ดูเป็นธรรมชาติ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ภายในโครงการมีที่สำหรับจอดรถ ECO Parking อีกด้วย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ชั้นแรกพื้นที่ตรงนี้จะเป็นส่วนของร้านค้า 2 ร้านอำนวยความสะดวกแก่ผู้พักอาศัยในโครงการ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ไม่ได้มีร้านค้าเพียงชั้นแรกเท่านั้นบันไดด้านนี้นำไปสู่ชั้นสองซึ่งเป็นร้านค้าอีก 4 ร้านที่เหลือ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เดินเข้ามาต่อจากร้านค้าก็จะพบ Grand Lobby ที่ดูโอ่โถง คอยต้อนรับผู้พักอาศัย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ก่อนที่เราจะขึ้นลิฟท์ทางฝั่งซ้ายมือ จะพบตู้ล็อคเกอร์เก็บจดหมาย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ตู้จดหมายสามารถเดินวนได้รอบ ออกแบบได้อย่างหรูหรา สวยงาม

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ขณะนี้เรากำลังจะขึ้นไปชมตัวโครงการโดยเราจะแวะไปที่ชั้น 6 ก่อนเพื่อไปดู Facility กันเลยครับ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เมื่อออกจากลิฟท์มาแล้ว เดินออกมาซ้ายมือเราจะพบกับ Greenery Courtyard

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เป็นสวนที่จำลองเป็นท้องร่องในสมัยก่อน มาปรับให้เข้ากับปัจจุบันได้อย่างลงตัว

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

พืชพันธุ์ที่นี้ ทางโครงการจะปลูกเป็นพันธุ์ไม้พื้นบ้าน อย่างต้นชมพู่ , ว่านหางจระเข้ , ใบยี่หร่า เป็นต้น นอกจากทำให้ร่มรื่นแล้วยังสามารถนำไปใช้ได้จริง

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ถ้ามองขึ้นไปจากสวนนี้ ก็จะเห็นตึกโครงการเสียดฟ้า ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว อย่างที่อาคารด้านขวามือตัว  Facade(เปลือกอาคาร) ได้แรงบันดาลใจจากปลายแหลมของใบพลูที่ซ้อนกันหลายๆ ชั้น

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เดินต่อจากสวนทางฝั่งตรงข้าม ก็จะพบกับสระว่ายน้ำในฝันของใครหลายคน ในส่วนตรงนี้จะเป็น Kids Pool และมีน้ำตกเล็กๆ ให้คุณหนูๆได้เพลิดเพลิน สนุกกับการเล่นน้ำมากขึ้น

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ทีเด็ดของ Infinity Edge Pool สัมผัสใหม่กับการว่ายน้ำพร้อมมองเห็นบรรยากาศเมือง

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ในส่วนของห้องน้ำส่วนกลางชั้นนี้ มีบริการตู้ล็อคเกอร์ให้ผู้พักอาศัยเก็บของก่อนไปทำกิจกรรมต่างๆได้ นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำ และอาบน้ำแบ่งไว้ให้อย่างละห้องอีกด้วย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Pool Bar เป็นส่วนในการทำกิจกรรมจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ หรือมานั่งพักเหนื่อยหลังจากเล่นน้ำก็ได้

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

โดย Pool Bar จะรายล้อมด้วยกระจกใส ทำให้มองเห็นสระน้ำพร้อมกับวิวเมือง

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

บันไดตรงหน้า เป็นทางขึ้นไปยัง Fitness

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ส่วนของ Fitness ที่ถูกล้อมด้วยกระจกเงา ทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้น โปร่งสบาย ไม่อึดอัด

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เครื่องเล่นที่มีมากมายให้กับผู้รักสุขภาพได้เลือกเล่นตามความชอบ

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ขึ้นมาต่อกับชั้นที่ 37 บนสุดของโครงการ พักผ่อนกับ Tunnel Garden

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เดินตรงมาจาก Tunnel Garden จะเจอ Glass House Sky Lounge มุมสำหรับนั่งคุยเล่นหรืออ่านหนังสือเล่มโปรด

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

มองออกไปก็จะเห็นวิวกว้างของเมือง

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ส่วนมุมนี้เป็น Co-Working Space เอาใจคนที่อยากหาที่ทำงานเงียบๆ พร้อมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

Vertical Garden มุมลับๆ สำหรับประชุมลับหรือนั่งคุยเล่นทำกิจกรรม

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

จะมีประตูเชื่อมไปยัง Tunnel Garden

 

ชมห้องตัวอย่าง

 

ห้องตัวอย่างที่เรากำลังจะพาไปชม เป็น 2 Bedroom ขนาด 59.95 ตร.ม. ทางโครงการมีเฟอร์นิเจอร์ให้แบบ Fully Fitted และทุกยูนิตจะติดตั้ง Home  Intelligent System เพื่อความสะดวกสบายภายในบ้าน ตัวอย่างโหมด Healthy จะคำนวณวัดค่าคาร์บอนไดออกไซด์ถ้าเกินมาตราฐาน จะปรับเปลี่ยนเอาออกซิเจนเข้ามาแทน หรือโหมด lifestyle สามารถปรับเปลี่ยนแสงไฟตามความต้องการของเราได้ให้เป็น Entertainment Mode หรือ Reading Mode สามารถสั่งเปิดปิดไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้ ผ่านโทรศัพท์มือถือของเราเพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ทางโครงการจัดทำขึ้นก็สะดวกสบายไร้กังวลเวลาออกจากบ้านแล้วลืมปิดไฟ ยอกจากนี้ยังมีโหมด Security ที่สามารถตรวจสอบภายในห้องพักอาศัยผ่าน IP Camera ที่เปิดดูจากแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

บรรยากาศของทางเดินไปยังห้องตัวอย่างเป็น Double Corridor ก่อนที่เราจะเข้าห้อง หน้าห้องจะมีตู้เก็บท่อน้ำ ข้อดีก็คือเวลาเกิดน้ำรั่วซึมสามารถเปิดซ้อมได้จากตู้นี้โดยที่ไม่ต้องเข้าไปในห้อง เรียกว่าระบบท่อออกหลัง เพิ่มความสะดวกสบายเวลาผู้พักอาศัยไม่อยู่

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

มาถึงห้องตัวอย่างโดยประตูห้องทุกยูนิตใช้ระบบ Digital Door Lock จากแบรนด์ YALE

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

หลังจากปิดประตูก็ยังมีพื้นที่สามารถวางตู้เก็บรองเท้าได้ด้วย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

สวิทซ์ไฟทั้งห้องจากแบรนด์ Obotrons และมีไฟ LED บอกสถานะการเปิด-ปิดไฟเป็นสีฟ้าอยู่รอบปุ่มในเฉพาะห้องน้ำเป็นเซนเซอร์เพียงแค่เดินเข้าไปก็สามารถเปิดไฟเองได้ หรือออกจากห้องเพียงไม่กี่วินาทีไฟก็จะปิดตัว

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เมื่อเข้ามาก็จะพบกับประตูสองบาน เรามาเริ่มจากด้านขวามือกันเลย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ประตูทางด้านขวามือเมื่อเข้ามา เป็นส่วนของห้องน้ำกลาง

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เปิดประตูมาจะเจอกับอ่างล้างหน้าจากแบรนด์ Lavenz ใต้อ่างมีชั้นวางเก็บของได้

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

พื้นห้องน้ำมีธรณีกั้นแยกระหว่างที่เปียกกับแห้ง แบ่งเป็นสัดส่วน พื้นของห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนของที่เปียกจะกั้นด้วยกระจกแบบ  Temper

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ฝักบัวสแตนเลสจากแบรนด์ Englefield ข้างฝักบัวยังมีชั้นวางของอีกด้วย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

โถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Toto บริเวณข้างหลังที่ยื่นมาเป็นถังพักน้ำไว้เก็บท่อน้ำแบ่งน้ำดีน้ำเสีย และยังช่วยเพิ่มพื้นที่ในการวางของได้อีกด้วย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ถัดมาออกจากห้องน้ำซ้ายมือก็จะเป็นห้องนอนแรก

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

พื้นที่ของห้องนอนนี้ยังสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตก็ย่อมได้

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

มองออกไปก็จะมีหน้าต่างบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวเมืองและยังพอมีพื้นที่สามารถตั้งโต๊ะทำงานได้อีกด้วย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

หน้าต่างเป็นแบบหน้าต่างบานกระทุ้ง

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ตู้เสื้อผ้าจะอยู่ปลายเท้าถูกติดตั้งไฟอัตโนมัติ และมีระบบ Soft close เพื่อกันเปิด-ปิดตู้เสียงดังทำให้ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เครื่องปรับอากาศทางโครงการติดตั้งของ Daikin และทางโครงการได้ใส่ใจรายละเอียดในทุกอยู่ยูนิต จะดูทิศทางในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศไม่ติดตั้งไว้บนหัวนอน เพราะจะทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพผู้อยู่อาศัย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ออกจากห้องนอนแรกตรงเข้ามาก็จะเจอกกับ Common Area. Floor To Ceiling 2.65 เมตร

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ซึ่งทางซ้ายของห้องตัวอย่างนี้ จะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นและถัดไปจะเป็น Kitchen Cabinets ไว้ประกอบอาหาร

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ในส่วนของครัวยังมีพื้นที่พอให้วางสำหรับโต๊ะรับประทานอาหาร และยังพอมีพื้นที่ให้ทางเดินได้ ไม่ทำให้ดูแคบ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

หน้าตาของ Kitchen Cabinets เป็นครัวเปิด มุมขวาชั้นบนเป็นตู้ไฟ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – ThapraTop ครัวเป็นหินควอตซ์ อ่างล้างจานเป็นแบบฝั่งใต้เคาน์เตอร์ มีข้อดีทำให้น้ำไม่กระเด็นออกมาจากแบรนด์ Mex

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ตัวเตาไฟฟ้าเป็นแบบสองหัว มาคู่กับเครื่องดูดควัน สะดวกต่อการประกอบอาหารของคุณแม่บ้าน

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ส่วนต่อมากับ Living Room หรือส่วนที่ทำกิจกรรม นั่งเล่นดูโทรทัศน์กับครอบครัว

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ด้านหลังที่วางโทรทัศน์ มีกระจกทรงสูงเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ตรงจุดที่วางโซฟา สามารถซื้อโซฟาที่ใหญ่กว่านี้ก็ยังได้ ไม่ทำให้ดูขวางทางเดิน หรือวางโต๊ะก็ยังได้

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ประตูกระจกบานเลื่อนออกไปสู่ระเบียงห้องเพื่อสูดอากาศภายนอก หรือชมวิวทิวทัศน์

 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค กับราวกันตกเป็นราวเหล็กโปร่ง ส่วนของระเบียงยังสามารถวางราวตากผ้าได้ กำแพงริมระเบียงติดตั้ง Condensing Unit จะสังเกตเห็นได้ว่าข้างล่างมีก๊อกน้ําและรูปลั๊กไฟเหลือพื้นที่พอสำหรับเครื่องซักผ้า

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

กลับเข้าห้องมากับห้องสุดท้าย Master Bedroom 

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เมื่อเดินเข้ามาก็จะเจอห้องน้ำอยู่ในตัวของห้องนอนใหญ่

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ซึ่งสุขภัณฑ์ห้องน้ำมีครบเหมือนกันกับห้องน้ำกลาง แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือมีหน้าต่างลอยตัวเป็นแบบหน้าต่างบานกระทุ้ง สามารถเปิดไว้เพื่อระบายอากาศได้

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ภายในห้องนอน Master Bedroom มีความกว้างขวาง สามารถวางเตียงขนาด King Size

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ตู้เสื้อผ้าของห้องนี้เป็นแบบสองฝั่งไว้แบ่งเสื้อผ้าชายหญิงได้

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

บนหัวเตียงนอนเป็นกระจกสามารถเปิดรับอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าได้ครับ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

ที่ปลายเตียงมีพื้นที่พอสำหรับการวางเคาน์เตอร์วางโทรทัศน์ ไว้ดูก่อนนอน

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

หน้าต่างห้องนี้ เป็นกระจกทรงสูงเชื่อมไปยังหัวเตียงทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้กว้างขึ้น

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

มุมบนหัวเตียงมีกระจกเข้ามุม ทำให้มองเห็นทัศนียภาพได้รอบทิศ

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ทางโครงการได้แถมกล้องวงจรปิดให้กับทุกยูนิต ซึ่งสามารถบันทึกภาพขณะที่ไม่ได้อยู่ในห้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Home Intelligent System ที่รวมอยู่ในห้องชุดพักอาศัย

 

รีวิวคอนโด Whizdom Station Ratchada – Thapra

และนี้คือหน้าตาของรีโมทสั่งการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกของผู้อยู่อาศัยในการควบคุมการเปิดปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องซึ่งทางโครงการได้แถมให้กับทุกยูนิต

 

เพราะเป็นย่านเก่าแก่ และขึ้นชื่อของฝั่งธนบุรี ทำให้ Whizdom Station Ratchada – Thapra คอนโดมิเนียมใหม่จาก “Magnolia” MQDC Magnolia Quality Development Corporation  ใช้ Concept “ใบพลู” สร้างสรรค์คอนโดมิเนียม High rise สูง 37 ชั้น ตอบโจทย์ Lifestyle คนรุ่นใหม่ที่ชอบความสงบ แต่สะดวกสบายต่อการเดินทางเพียง 1 นาทีถึง BTS ตลาดพลู และ 11 นาที สู่ใจกลางเมืองย่าน CBD ด้วยความสะดวกสบายทั้งการเดินทาง หรือไลฟ์สไตล์ที่ชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติกลางเมือง Whizdom Station Ratchada – Thapra ถือว่าตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยอย่างมาก

 

สอบถามรายละเอียดเพิมเติมที่ โทร. 1265 หรือ  http://bit.ly/thaprareview

 

 

We Recommend
เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

เปิด Fresh Taiwan สินค้าไลฟ์สไตล์ สุดล้ำจากไต้หวัน

ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนจะต้องหาซื้อของขวัญกันเอาไว้บ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่ถ้าใครอยากจะหาของขวัญหรือสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ดีไซน์สวย ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อไปซ้ำกับใครแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะไปเดินงาน Style Bangkok Fair 2019 ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของงานนั่นคือการนำเอาสินค้าจากต่างประเทศมาไว้ในงานด้วย โดยครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จักสินค้า Fresh Taiwan จากไต้หวัน ที่เห็นแล้วจะต้องรู้สึกอยากจะได้เป็นเจ้าของสักชิ้นแน่นอนค่ะ   Fresh Taiwan คือโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ของ Designer ชาวไต้หวัน แล้วผลักดันไปไกลระดับโลก ซึ่งการมาร่วมจัดพาวิลเลี่ยนภายในงาน Style Bangkok Fair 2019 ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยในแต่ละปีก็มีหลากหลายแบรนด์ใหม่ๆ มาโชว์ผลงานที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของขวัญแบบไม่ซ้ำใคร หรือจะเจรจาธุรกิจก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับปีนี้ไต้หวันพาวิลเลี่ยนจะมาในธีม “ไฮไลท์” (HIGHTLIGHT) เน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรมคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และฟังก์ชันที่ล้ำสมัย สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งหมด 10 แบรนด์ ซึ่ง 8 ใน 10 แบรนด์จะเป็นครั้งแรกที่มาร่วมงานนี้ ได้แก่ 49101 Electronics, Vinaera, Eye Candle, Singular Concept, Conquer Casa, Hands, Dilio, และ CLARECHEN รวมถึงแบรนด์ที่กลับมาอีกครั้งอย่าง bi.du.haev และ Fyber Forma จะมีสินค้าตัวไหนน่าสนใจบ้าง เรานำมาฝากกันค่ะ   Dilio สินค้าตกแต่งบ้านที่ไม่ใช่แค่วางประดับไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่รองน้ำมันหอมระเหย ด้วยส่วนผสมเฉพาะจากวัสดุหลักที่เป็นซีเมนต์พิเศษ จะช่วยให้กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยฟุ้งกระจายและคงทนอยู่ได้นานขึ้นด้วย   bi.du.haev (Biduhaev cold brew system) ใครที่ชื่นชอบกาแฟสกัดเย็น หรือที่เรียกกันว่า cold brew จะต้องอยากมีเครื่องนี้ไว้ครองครองค่ะ ด้วยวัสดุของทั้งตัวเครื่องทำมาจากแก้ว ทำให้การแฟ cold brew แก้วโปรดได้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น   Vinaera เครื่องเติมอากาศในไวน์ สำหรับคอไวน์โดยเฉพาะจะต้องสะดุดตากับเจ้าเครื่องเติมอากาศในไวน์ครั้งแรกของโลก สินค้าตัวนี้จะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกันค่ะ Vinaera Classic กังหันน้ำไวน์ไฟฟ้า และ Vinaera Pro เครื่องเติมอากาศไฟฟ้าแบบปรับได้   49101 Electronics หูฟังบลูทูธ คนรักเสียงเพลงก็ย่อมจะต้องหาหูฟังดีๆ ไว้สักอันใช่ไหมคะ โดยหูฟังแบรนด์ 49101 มีความโดดเด่นตรงที่เป็นหูฟังบลูทูธสามารถเปลี่ยนเป็นสายชาร์จความเร็วสูงได้ และยังสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในตัวได้ด้วย   Fyber Forma กระเป๋ากันน้ำ กระเป๋าหลากหลายดีไซน์ มีคุณสมบัติพิเศษด้านนอกกันน้ำ ผิวสัมผัสนุ่มละเอียดคล้ายหนัง น้ำหนักเบา ด้านในกรุด้วยผ้าอ่อนนุ่ม เพิ่มความทนทาน     หากใครอยากจะสัมผัสของจริง แล้วซื้อเก็บไว้เป็นของขวัญในช่วงสิ้นปีก็แนะนำให้รีบมาในงาน Style Bangkok Fair 2019 ในวันที่ 17-21 ตุลาคม 2562 นี้เท่านั้นนะคะ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอน    

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor-เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ คอนโดริมถนนเพชรบุรี ใกล้ทองหล่อ

The Base Phetchaburi-Thonglor คอนโดฯ ติดริมถ.เพชรบุรี พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Yours to Discover (ค้นพบพื้นที่ที่ใช่ บนทำเลใจกลางเมือง)” ด้วยทำเลที่ห่างจากทองหล่อเพียง 400 เมตร ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทางด่วนศรีรัช ตัวอาคารออกแบบสะท้อนถึงความภาคภูมิใจของผู้อยู่อาศัยในแบบของตนเองตามคอนเซ็ปต์ “Trophy of Life” จนกลายมาเป็นดีไซน์ของเส้นสายสีทองอร่ามบนฟาสาด (Façade) ของอาคารที่เปรียบได้กับแสงไฟที่ส่องสว่างตัดกับตัวอาคารสีดำที่เป็นตัวแทนของท้องฟ้าของมหานครยามค่ำคืน   ชื่อโครงการ The Base Phetchaburi-Thonglor (เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ)  เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ  ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  ประมาณ 2 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 จำนวนชั้น 36  จำนวนยูนิต  496 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 27.25-29.25 ตร.ม. 1 Bedroom 1 Bathroom 31.75-40 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 45.75 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 61.25 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง คลับเฮ้าส์แบบ Stylish Cafe, Creative Co-working Hub, Co-Living Space, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Sky Lounge, Sky Theater, Rooftop Roof Terrace, Backyard Garden ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 98,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ทำเลริมถ.เพชรบุรี ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน สถานที่ใกล้เคียง J-Avenue, EmQuartier, Emporium, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, โรงพยาบาลกรุงเทพฯ          

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

รวมอีเว้นท์ประจำเดือนตุลาคม (3) 2562

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวที่หลายคนรอคอยกันแล้วนะคะ บรรยากาศเป็นใจ แถมของลดราคาก็เพียบในช่วงปลายปีเช่นนี้ใครจะไม่อยากออกไปเดินเล่นซึมซับช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ล่ะ จริงไหมคะ?   Style Bangkok Fair 2019 ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่กำลังมองหาช่องทางเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ อยากจะหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรือมองหาสินค้าดีไซน์ดีๆ บางอย่างก็หาไม่ได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป ลองมาเดินงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ Style Bangkok Fair 2019 เป็นงานที่รวม 3 เทรดแฟร์เข้าไว้ ด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของ ใช้ในบ้าน(BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) มีบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 800 บริษัท ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 5 กลุ่มหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน   วัน เวลา : วันเจราจาธุรกิจ วันที่ 17–19 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–18.00 น. วันบุคคลทั่วไป วันที่ 20–21 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–21.00 น. สถานที่ : ไบเทค บางนา   บ้านและสวนแฟร์ 2019 : “Living Transformed” สำหรับคอนเซปงานในครั้งนี้มุ่งนำเสนอการคำนึงถึงคุณค่าของสิ่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิต ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่มาที่ไปของสิ่งเดิมไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยไฮไลท์ของงานก็มีมากมาย เช่น สวนโชว์ สวนที่จัดลงในพื้นที่อาคารเก่ารกร้าง เปลี่ยนสภาพความรุงรังเก่าโบราณเป็นสวนที่มีอาคารเก่านี้เป็นฉากหลัง, นิทรรศการดีไซด์อัพเดท วัสดุทันสมัยในการก่อสร้างและตกแต่ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับที่บ้านได้อย่างสะดวก, การประกวดต้นไม้ ยอดนิยม เฟิน, สัปปะรดสี, กล้วยไม้, แคคตัสและไม้อวบน้ำ ฯลฯ   วัน เวลา : 18 - 27 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30-21.00 น. สถานที่ : ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี     Fattival Food Fest เทศกาลอาหารสุดอินเทรนด์ประจำปี 2019 คัดสรรจัดเต็มกว่า 60 ร้านชื่อดัง Recommend โดย 3 เพจสายกิน foodyoucaneat เรากินได้ คุณก็กินได้, เพนกวิ้นรีวิว GuinHungry, วันนี้แดกไรดีวะ พิเศษ! มีเมนูพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น   วัน เวลา : 17-20 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00–22.00 น. สถานที่ : Emquartier     Karma Koncrete ปาร์ตี้ในโกดังในกลางกรุงเทพตลอด 10 ชั่วโมงเต็ม ภายในโกดังที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สไตล์อินดัสเทรียล โดยได้ศิลปินชั้นนำจาก 4 ประเทศประกอบไปด้วย CPI (สเปน) เสริมเติมกลิ่นอายจากบาร์เซโลน่ากับ Marc Pinol และ Capablanca,Vladimir Ivkovic (เซอร์เบีย / เยอรมนี) Yoshinori Hayashi (ญี่ปุ่น) และ Rifain (ฝรั่งเศส / เวียดนาม) ร่วมด้วย  Sunju Hargun และ Jirus นอกจากนี้ยังมีโซนตลาดขายของ มีทั้งฟู้ดทรัค บูทีกค็อกเทล ฯลฯ ซื้อบัตรที่ ticketmelon   วัน เวลา : 26 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00–00.00 น. สถานที่ :  ABOUT Studio   Melody Of Life Music Festival เทศกาลดนตรีของคนรักษ์โลก ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตจากศิลปินตลอดสองวัน แต่ยังมีบูธอาหารและกิจกรรมหลากหลาย ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น อาทิ Cheeze Market ตลาดขายของทั้งมือหนึ่งและมือสอง, Workshop สิ่งของเหลือใช้มา Reuse ใช้ใหม่, นิทรรศการมัลติมีเดียเชิง Installation & Visual Effect เรื่องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และมลพิษทางทะเล, การประมูล CE โดยศิลปิน ดารา ที่มาร่วมออกแบบ CE หุ่นมาสคอตประจำงานครั้งนี้ รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนต่อไป เป็นต้น   วัน เวลา : 19-20 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00–22.00 น. สถานที่ :  ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์        

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท