Tag : condo

816 ผลลัพธ์
คอนโดใกล้ MRT ราคาเริ่มต้นแค่ล้านกว่า Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai-ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่

คอนโดใกล้ MRT ราคาเริ่มต้นแค่ล้านกว่า Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai-ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนของกรุงเทพฯ เราจะเห็นการก่อสร้างเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาคารหรือรถไฟฟ้าที่เริ่มขยายเส้นทางออกไปให้ทั่วทั้งกรุงเทพและปริมณฑลอยู่หลายสาย ที่สำคัญคือยังสามารถกระจายความหนาแน่นของการอยู่อาศัยออกไปจากกลางเมืองได้ แต่ก็ยังมีความสะดวกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่ไม่จำเป็นจะต้องกระจุกตัวอยู่แค่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นสายหลักในปัจจุบันอีกต่อไป    สำหรับรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมคอนโดแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ซึ่งเป็นสายที่เปิดให้ใช้บริการเพิ่มเติมล่าสุด จะมีความน่าสนใจขนาดไหน ต้องไปชมด้วยกันค่ะ     ทำเล เสน่ห์ของกลิ่นอายเมืองเก่าอย่างย่านบางกอกใหญ่ที่มีประวัติยาวนานจวบจนปัจจุบันที่มีความเจริญก้าวหน้าตามมาแบบไม่น้อยหน้าฝั่งกรุงเทพฯ ในความเจริญก้าวหน้าที่พูดถึงนั้นก็มีองค์ประกอบหลายด้านด้วยกันค่ะ ทั้งเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก และเรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ที่กำลังเปิดให้ใช้บริการทั้งสายเร็วๆ นี้แล้ว ย่านนี้จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจในการอยู่อาศัย ด้วยราคาที่ยังไม่สูงมากนัก แต่ยังสามารถอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าที่ตรงเข้าเมืองได้เลย    Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai โครงการตั้งอยู่ริมถ.เพชรเกษม ฝั่งขาออก อยู่ระหว่างวงเวียนใหญ่กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีท่าพระ 570 เมตร ที่ดินรอบๆ ยังมีอาคารสูงขึ้นไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นบ้านแนวราบเดิมของคนท้องถิ่น ซึ่งสิ่งที่เรามักพบเจออยู่ตลอดในทำเลที่มีความเก่าแก่เช่นนี้ นั่นคือเรื่องของอาหารการกินแบบที่หาไม่ได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป เพราะเป็นร้านที่มีสูตรสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานรวมเอาไว้ที่ตลาดพลูที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดก่อนจะมีเยาวราช รวมถึงวงเวียนใหญ่และวังหลังเพียบเลยค่ะ    ไม่ใช่แค่อาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อระดับตำนานเท่านั้นนะคะ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยจนเรียกได้ว่าเป็นที่สุดในขณะนี้ก็ยกมารวมไว้ย่านนี้เช่นเดียวกัน เรากำลังเอ่ยถึง ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการในบ้านเราที่แค่เปิดตัวก็สร้างกระแสฮือฮาไปได้อย่างท่วมท้น สามารถปลุกฝั่งธนฯ ให้คึกคักขึ้นมาในพริบตา ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกันอย่างถ้าอยากจะซื้อของใช้เข้าบ้านก็จะมี The Mall ท่าพระ, Big C อิสรภาพ สถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยราชภัฎสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี และโรงพยาบาลตากสิน, โรงพยาบาลพญาไท 3, โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ฯลฯ               ความโดดเด่นของสถานีท่าพระ อยู่ตรงที่เป็นจุดบรรจบกันของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ระหว่างช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วมายกระดับที่สถานีท่าพระ โดยได้เปิดให้บริการตลอดสายแล้ว ส่วนสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ที่มีกำหนดจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 63 นี้แล้ว สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหากเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งสายเมื่อไหร่ ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งสายหลักของการเดินทางโดยรถไฟฟ้า ด้วยเส้นทางนั้นผ่านแหล่งที่อยู่อาศัยนอกเมืองแล้ววิ่งเข้าแหล่งงานใจกลางเมืองโดยตรง ทั้งสีลม สาทร อโศก รัชดา อีกทั้งยังผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของบ้านเราอย่างย่านเยาวราช โซนพระนคร เรียกได้ว่าเป็นรถไฟฟ้าที่สามารถรองรับได้ทั้งกลุ่มคนทำงานและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และคนฝั่งธนฯ เองก็สะดวกสบายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ     หากใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ถือว่าอยู่ในช่วงถนนที่อยู่ใกล้สายสำคัญหลายเส้นทางที่จะช่วยให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก แค่ 10 นาทีก็เข้าสาทรได้แล้ว แล้วยังเชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญของฝั่งธนฯ ได้อีกหลายเส้นทาง แถมยังไม่ไกลด้วย เช่น ถ.จรัญสนิทวงศ์ ถ.อิสระภาพ ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน ฯลฯ   ภาพรวมโครงการ Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai คอนโดมิเนียม High Rise 22 ชั้น 1 อาคาร 419 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ 50% พื้นที่ทั้งหมด 2-2-42.1 ไร่ ขนาดห้อง  Studio 28.00-28.50 ตร.ม.  1 Bedroom 34.00-35.00 ตร.ม.   1 Bedroom Plus 43.00-47.00 ตร.ม.  2 Bedroom 52.00-63.50 ตร.ม.   3 Bedroom 99.50 ตร.ม.     สิ่งที่จะได้มาพร้อมยูนิตพักอาศัย วอลเปเปอร์ เครื่องทำน้ำร้อน ฉากกระจกอาบน้ำ เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Carrier ชุดครัว Hood Hob แบรนด์ HAFELE  Digital Door Lock  ระบบ Home Automation      ดีไซน์อาคารนั้นถูกหยิบเอาสถาปัตยกรรมแบบ COLONIAL ที่มีความเป็นตะวันตกผสมผสานกับท้องถิ่นแบบตะวันออกบ้านเราได้อย่างลงตัว แต่ยังใส่ความทันสมัยเข้าไปจากสีสันและวัสดุ จนกลายมาเป็นชื่อเรียกดีไซน์ MODERN COLONIALใช้สี Earth tone มาใส่ลงไปในโครงการ แล้วแทรกความเป็นธรรมชาติลงไปกลางอาคารสูงด้วย Pocket Garden ที่ชั้น 9/14/18 และ 21 กระจายอยู่หลายชั้นที่พักอาศัย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย สามารถสัมผัสถึงช่วงเวลาพักผ่อนไปด้วยกัน    ไม่ใช่แค่ดีไซน์สวยเท่านั้น แต่ยังมีการวางแนวอาคารส่วนใหญ่ตามทิศเหนือ-ใต้ ให้เหมาะสมกับทิศทางลม แสงแดด หลีกเลี่ยงความร้อนโดยตรงทางด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออก และรับลมจากทางทิศใต้ คำนึงถึงระบบระบายอากาศ เลือกใช้กระจกเขียวตัดแสงช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ช่วยเรื่องประหยัดพลังงานในทุกตำแหน่งยูนิต     Facilities เริ่มตั้งแต่ชั้นแรกของโครงการ ล้อมด้วยสวนสีเขียว กับ Playground เข้ามาในตัวอาคารก็จะพบกับ Grand Lobby, Meeting room โดยส่วนกลางหลักจะอยู่ที่ชั้น 5 ซึ่งจะมีทั้ง Swimming pool&Jacuzzi, Kids' Pool, Fitness Sauna และที่ชั้น 21-22 มีห้องให้ได้นั่งชมวิว ทำงานเปลี่ยนบรรยากาศใน Co-Living Space, Co-Working Space และ Rooftop Garden      Floor Plan อาคารวางในลักษณะ L shape มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว และลิฟท์ Service 1 ตัว โดยจะล็อคชั้นที่พักอาศัยทุกชั้น ยกเว้นชั้นที่เป็น Pocket Garden (ชั้น 9/14/18) และชั้นที่เป็น Facilities    เปิดห้องตัวอย่าง   Sale Gallery จะอยู่บนที่ดินของโครงการเลยค่ะ ใช้สถาปัตยกรรม MODERN COLONIAL แบบเดียวกับตัวโครงการ โดยมีกระจกสูงทรงโค้งมนด้านบนให้กลิ่นอายตามแบบตะวันตก โดนเด่นมากบนถนนเพชรเกษมแห่งนี้ค่ะ ภายในจะมีห้องตัวอย่างอยู่ 2 ห้องด้วยกัน คือห้อง 1 Bedroom 35.00 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 43.50 ตร.ม.    1 Bedroom 35.00 ตร.ม.   เป็นอีกหนึ่ง Layout ที่สามารถวางทุกฟังก์ชั่นเอาไว้ได้เป็นสัดส่วน แยกพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ออกจากกันอย่างชัดเจนทีเดียวค่ะ โดยจะเริ่มด้วย Living Room เชื่อมต่อลึกเข้าไปเป็น Bedroom ที่มีพื้นที่ปลายเตียงเป็นเหมือนห้องแต่งตัวด้วยนะคะ และมีระเบียงห้องต่อจาก Bedroom อีกด้านของห้องจะวางห้องน้ำเอาไว้เป็นส่วนแรกค่ะ ถัดไปเป็นห้องครัวปิด  Floor To Ceiling 2.65 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนต เครื่องปรับอากาศจะใช้แบรนด์ Carrier แบบฝังฝ้าที่ Living Room ส่วนใน Bedroom จะเป็นแบบติดผนังปกติค่ะ     Bedroom กั้นด้วยประตูกระจกใส 3 บาน สูงชิดเพดาน เชื่อมต่อกับระเบียงห้องที่ปูด้วยกระเบื้องเซรามิก   ห้องน้ำให้สุขภัณฑ์มาครบเซต โดยใช้แบรนด์ COTTO และได้ฉากกระจกกั้นอาบน้ำแบบ Tempered และมี Rain Shower พร้อมติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้ทุกยูนิตค่ะ   ห้องครัวใช้ประตูกระจกบานเลื่อนกั้น พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวใช้ TOP หินสังเคราะห์ กรุผนังด้านในเคาน์เตอร์ด้วยกระเบื้อง บานตู้และลิ้นชักใช้ระบบ Soft Close พร้อมติดตั้งซิงค์ล้างจานแบบใต้เคาน์เตอร์ FRANKE เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันจากแบรนด์ HAFELE    1 Bedroom Plus 43.50 ตร.ม.  เป็น Layout ยอดฮิตสำหรับห้องแบบ 1 Bedroom Plus โดยเริ่มจากห้องครัวเปิดก่อนจะเข้าไปเจอกับ Living Room และลึกเข้าไปด้านในสุดเป็นห้อง Plus อีกด้านหนึ่งของห้องก็จะเป็น Private Zone คือเป็น Bedroom ที่เป็นประตูบานทึบ มีห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวเชื่อมต่อจากใน Bedroom           ครัวเปิดจะมีให้ครบทั้งชุดตู้ครัว ชั้นวางอเนกประสงค์ สะดวกต่อการเก็บ และหยิบมาใช้ได้ง่ายขึ้น แต่เคาน์เตอร์ครัวจะได้มาแค่ตัวที่ชิดผนัง ส่วนเคาน์เตอร์บาร์ที่เห็นเป็นการ Built in เพิ่มเองค่ะ      ระหว่าง Living Room กับห้อง Plus จะกั้นด้วยกระจกบานเลื่อนสูงชิดเพดาน   พื้นที่ภายในห้อง Plus สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานของเราได้เลยค่ะ ซึ่งก็มีพื้นที่พอจะวางเตียงนอนประมาณ 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า กลายเป็นอีกหนึ่ง Bedroom ได้เช่นกัน    ภายใน Bedroom เราสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าเอาไว้ชิดผนังทั้งสองด้าน บริเวณหน้าห้องน้ำตามแบบห้องตัวอย่าง เพื่อให้คล้ายกับเป็น Walk In Closet ภายในห้องนอนของเราค่ะ      หากพูดถึงคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายสำคัญที่จะสามารถพาเราตรงเข้าเมืองได้ มาพร้อมกับราคาอันสมเหตุสมผลที่จะช่วยมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้ลงตัวยิ่งขึ้น ก็ต้องมองโครงการ Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai แห่งนี้เอาไว้ด้วยค่ะ       
“เน็กซัสฯ” สรุปตลาดคอนโดฯ ปี 62 เปิดใหม่ 4.5 หมื่นยูนิต ราคาขยับไม่เกิน 6%

“เน็กซัสฯ” สรุปตลาดคอนโดฯ ปี 62 เปิดใหม่ 4.5 หมื่นยูนิต ราคาขยับไม่เกิน 6%

ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์  นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ถือว่าไม่ได้ผิดไปจากที่หลายฝ่ายประเมินสถานการณ์เอาไว้  โดยเฉพาะกับตลาดคอนโดมิเนียม ที่มองกันว่าปีนี้ชะลอตัวลงแน่ๆ ผู้ประกอบการเปิดตัวลดลง และหันไปเปิดโครงกาแนวราบแทน เพราะมองเห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการ LTV นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มากระทบอีกหลายอย่างด้วย   ในบทสรุปสุดท้ายของปีนี้ ตลาดอสังหาฯ  โดยเฉพาะคอนโดฯ จะไปในทิศทางอย่างไร เพราะนับเวบาตอนนี้ก็เหลือเวลาให้ผู้ประกอบการทำตลาดกันได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ภาพรวมของธุรกิจในไตรมาสสุดท้าย จะเป็นอย่างไร ทางบริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด  ได้ฉายภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯ ให้เห็นทั้งช่วงที่ผ่านมา และคาดการณ์กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้   โค้งท้ายปี คอนโดฯ เปิดใหม่หมื่นยูนิต     นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด  เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาคาดว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ตลาดยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว คาดว่าจะมีโครงการเปิดตัวใหม่ไม่เกิน 10,000 ยูนิต  ซึ่งไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีโครงการคอนโดฯ เปิดใหม่ประมาณ 10,500 ยูนิต จำนวนการเปิดตัวที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้าย จึงทำให้ประเมินได้ว่าตลอดทั้งปีนี้ จะมีคอนโดฯ เปิดตัวใหม่ไม่เกิน 45,000 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าจำนวนเปิดใหม่ในปี 2561 ประมาณ 25% ที่มีจำนวนเปิดใหม่ 60,000 ยูนิต แต่จะว่าไปแล้วอัตราเฉลี่ยของช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเปิดตัวโครงการคอนโดฯ ใหม่ก็อยู่ในอัตรา 55,000-60,000 ยูนิต   สาเหตุสำคัญเป็นผลจากการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ ของดีเวลลอปเปอร์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  ซึ่งตั้งแต่ต้นปีประกาศว่า ปีนี้จะเปิดตัวโครงการ 290 โครงการ ทั้งคอนโดฯ และแนวราบ แต่พอเอาเข้าจริง กลับเปิดตัวโครงการใหม่ 250 โครงการ ลดลงประมาณ 30% เนื่องจากประเมินสภาพตลาดแล้วยังไม่เหมาะที่จะเปิดตัว  แม้พบว่ามีหลายโครงการที่เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังชะลอดูว่าภาพรวมตลาดว่าจะดีขึ้นหรือไม่  ในกรณีที่ภาพรวมตลาดยังดูทรง ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะขยับแผนการเปิดไปเป็นปีหน้าแทน   แต่แม้ว่าโครการคอนโดฯ จะเปิดใหม่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่หากนับปริมาณคอนโดฯ ที่มีสะสมอยู่ในตลาดตอนนี้ ก็มีประมาณ 70,000-80,000 ยูนิต ซึ่งจำนวนนี้ต้องใช้ระยะเวลาขายประมาณ 2 ปีจึงจะขายหมด โดยจะต้องไม่มีสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม ซึ่งจำนวนโครงการคอนโดฯ ที่เปิดตัวในปีนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน   สำหรับทิศทางอสังหาฯ โค้งสุดท้ายของปี ยังไม่เห็นปัจจัยบวกชัดเจน จากนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาฯ  ของรัฐบาล นอกจากการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง ทำให้ต้นทุนการกู้เงิน และพัฒนาโครงการถูกลง หาก แต่จะเห็นชัดในแง่ของสาธารณูปโภค ได้แก่ การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-หลักสอง ที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนจากฝั่งธนบุรีสามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย   เมื่อเมืองขยายตัวออกไป เป็นการเปิดโอกาสให้มีการขยายตัวของพัฒนาอสังหาฯ ไปในทำเลใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดทำเลในการทำธุรกิจการค้า และการอยู่อาศัยเกิดใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของใจกลางเมืองเก่า ชุมชนเก่า อาทิ เยาวราช วังบูรพา สนามไชย ที่สามารถเชื่อมต่อกับเขตธุรกิจใจกลางเมือง ทำให้ศักยภาพของทำเลที่ดีอยู่แล้วมีมากขึ้นไปอีก ผู้ประกอบการมีการปรับปรุงร้านค้าห้องแถวในบริเวณนั้นใหม่ ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารและโรงแรม แนวใหม่ขึ้นมากมาย   ราคาคอนโดฯ​ ขยับ 5-6% ต่ำกว่าคาด     สำหรับราคาขายของคอนโดฯ ยังพบว่า มีราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาเฉลี่ยคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ มีราคาขายเฉลี่ย 143,800 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้  ว่าราคาจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 7%  โดยตลาดใจกลางเมืองปรับตัวขึ้น 3% อยู่ที่ 238,000 บาทต่อตารางเมตร ตลาดรอบใจกลางเมืองปรับตัวขึ้น 1%  หรือ 114,800 บาทต่อตารางเมตร และตลาดรอบนอกเมืองปรับขึ้นอีก 2% อยู่ที่ 75,000 บาทต่อตารางเมตร   ในภาพรวมของปีนี้ คาดว่าราคาคอนโดฯ​ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5-6% จากปีที่ผ่านมา  ในขณะที่ความต้องการยังคงมาจากผู้ต้องการซื้ออยู่อาศัยจริงที่มีกำลังซื้อเป็นส่วนใหญ่ ส่วนคอนโดฯ ที่ขายดี และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ จะอยู่ที่ช่วงราคา 2-5 ล้านบาท  สำหรับคอนโดมิเนียมที่ราคาต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท กลุ่มนี้ถึงแม้จะมีความต้องการมากแต่หนี้สินครัวเรือนและเครดิตของผู้กู้เอง ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้  สำหรับตลาดลักชัวรี่และไฮเอนด์ การขายเป็นไปอย่างช้า ๆ โดยกลุ่มผู้ซื้อคือคนต้องการอยู่จริงเป็นหลัก การโอนกรรมสิทธิ์ไม่มีปัญหามากนักเนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว   เปิด 8 ทำเลทองพัฒนาอสังหาฯ     แน่นอนว่าทำเลทองในการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ยังคงเป็นเส้นทางตามแนวรถไฟฟ้า  โดยเฉพาะกับเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เริ่มเปิดให้บริการแล้ว ส่งผลให้หลายพื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟฟ้า กลายเป็นทำเลทองเกิดขึ้นใหม่ สำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดฯ แต่ในบางสถานีที่มีข้อจำกัดด้วยเรื่องที่ดิน ซึ่งหายาก  มีราคาสูง และข้อจำกัดเรื่องผังเมือง ทำให้รูปแบบการพัฒนาก็ถูกปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบอื่นๆ เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น   โดยยังพบอีกว่าบริเวณสถานีซึ่งเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าตั้งแต่ 2 สาย กลายเป็นทำเลน่าสนใจ ซึ่งจะเกิดการพัฒนาโครงการอสังหาฯ​ อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งมี 8 สถานีที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.รัชดา-ลาดพร้าว 2.เตาปูน 3.มีนบุรี 4.วังบูรพา/วัดมังกร 5.อิสรภาพ 6.เจริญนคร 7.สามย่าน และ 8.ศรีนครินทร์  เพราะเมื่อเมืองขยายออก การเดินทางสะดวกมากขึ้น การเดินทางของคนก็สะดวกยิ่งขึ้น   กรณีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีอิสรภาพ เป็นตัวอย่างของการเกิดเป็นทำเลใหม่  ที่มีโอกาสในการพัฒนาสูง เพราะเป็นทำเลที่เชื่อมต่อไปยังทำเลอื่น ที่รถไฟฟ้าขยายไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น โซนปิ่นเกล้า วงเวียนใหญ่ หรือเจริญนคร ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ย่านถนนอิสรภาพ เป็นทำเลที่ไม่ใกล้กับสถานที่สำคัญมากนัก คนที่อยู่บริเวณดังกล่าวมีแต่คนที่อยู่ในชุมชนดั้งเดิม  แต่ในอีกไม่ช้าทำเลนี้จะเป็นทำเลที่มีโครงการคอนโดฯ พัฒนาใหม่ขึ้นอีกจำนวนมาก เพราะที่ดินยังพอหามาพัฒนาได้ เหมือนกับทำเลย่านเจริญนคร เป็นทำเลใหม่ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ามาพัฒนาโครงการมากขึ้น  ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้า เชื่อมต่อไปถึงห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม   ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ ทำเลปลายรถไฟฟ้าที่เป็นแหล่งชุมชน ไม่ว่าจะเป็นรามคำแหง มีนบุรี บางแค ก็ล้วนแต่เป็นทำเลที่น่าสนใจทั้งสิ้น เนื่องจากย่านเหล่านั้นยังไม่มีคอนโดฯ ออกมารองรับมากนัก แต่พบว่ามีคนอยู่อาศัยประเภทอพาร์ตเมนท์มาก ซึ่งในที่สุดจะต้องมองหาที่อยู่เพื่ออาศัยถาวรมากขึ้น และนั่นคือโอกาสของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง   สุดท้ายทำเลที่ดีอีกที่หนึ่งก็น่าจะเป็น บริเวณรัชดา ลาดพร้าว ที่มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อสายสีเขียวที่เพิ่งเปิดใหม่ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย และเป็นทำเลรอบใจกลางเมือง ที่มีแหล่งช้อปปิ้งและสถานศึกษา สวนสาธารณะ อย่างไรก็ตามราคาที่ดิน และคอนโดฯ บริเวณนี้ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน  
“ศุภาลัย” ปักหมุดโปรเจ็กต์ใหม่ย่านท่าพระ รับอนาคตศูนย์กลางคมนาคม-การค้าย่านฝั่งธน

“ศุภาลัย” ปักหมุดโปรเจ็กต์ใหม่ย่านท่าพระ รับอนาคตศูนย์กลางคมนาคม-การค้าย่านฝั่งธน

อสัหาฯ ฝั่งธนยังเติบโต ดีเวลลอปเปอร์ลุยพัฒนาต่อเนื่อง รับการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายเปิดครบทุกสถานี  แต่ราคาที่ดินยังไม่สูง  "ศุภาลัย" ปักหมุดทำเลท่าพระ เปิดตัวโปรเจ็กต์ใหม่ "ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่" หวังดันเป้ายอดขายทั้งปี  28,000 ล้าน   นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในโซนฝั่งธนบุรีว่า  ยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  สาเหตุสำคัญเป็นเพราะในปีนี้  รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเปิดให้บริการแล้ว  โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง - หลักสอง ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบครบทุกสถานี  ทำให้การเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจได้อย่างสะดวกสบาย   ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้บริเวณแยกท่าพระ เป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามองในด้านมูลค่าที่ดินและการเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมีปัจจัยการอยู่อาศัยครบ และในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การค้า การคมนาคม ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ ด้วยถนนสายหลักและโครงข่ายรถไฟฟ้าหลากหลายสีอย่างสมบูรณ์  แต่ราคาที่ดินยังถือว่าไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับโซนกรุงเทพฯ  ทำให้ราคาของคอนโดมิเนียมที่พัฒนาออกมาขาย  มีระดับราคาประมาณ 80,000-120,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น       จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้บริษัทมีแผนการพัฒนาโครงการในย่านฝั่งธนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เปิดตัวโครงการวคอนโดมิเนียม “ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ - วงเวียนใหญ่” (SUPALAI LITE THAPHRA - WONGWIAN YAI) มูลค่าโครงการประมาณ 1,240 ล้านบาท บนถนนเพชรเกษม อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานทีท่าพระ  570 เมตร บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ จำนวน 421 ยูนิต มีขนาดห้องตั้งแต่  28-99.5 ตารางเมตร ในรูปแบบห้องสูตดิโอจนถึงห้องแบบ 3 ห้องนอน ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1.98 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดพรีเซลล์ใน วันที่ 19 - 20 ตุลาคม 2562        นายไตรเตชะ กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งปีมูลค่า 28,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้มูลค่า  13,307 ล้านบาท  แบ่งเป็นยอดขายคอนโดฯ สัดส่วน  44% และโครงการแนวราบสัดส่วน  56% ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทวางแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการ มูลค่ารวม 20,240 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายจะเปิดตัว  7 โครงการ รวมมูลค่า  6,000-7,000 ล้านบาท      
โปรโมชั่น “บ้าน-คอนโดฯ” เดือนกันยายน 2562

โปรโมชั่น “บ้าน-คอนโดฯ” เดือนกันยายน 2562

"ดีเวลลอปเปอร์" ยังคงมีจัดโปรโมชั่นออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งโปรโมชั่นบ้าน และโปรโมชั่นคอนโดมิเนียม ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ บ้าน-คอนโดฯ ที่ชอบ ในทำเลต่างๆ ทุกระดับราคา หลากหลายแคมเปญ และโปรโมชัน ชอบแบบไหน อยากได้อย่างไร เลือกซื้อ เลือกหากันได้ตามสะดวก แต่ที่สำคัญ ต้องศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขแคมเปญให้ดี   นีโอ กรุ๊ป ผุด 3 โครงการใหม่ ใจโปรโมชั่น     บริษัท นีโอ 3241 ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ นีโอ กรุ๊ป (NEO Group) เปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท บน 3 ทำเลย่านลาดพร้าว  พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ กับกิจกรรมพรีเซลล์ พร้อมชมบ้านตัวอย่างในวันที่ 28-29 กันยายน 2562 หากลูกค้าจองในวันดังกล่าวรับส่วนลดสูงสุด 1,000,000 บาท  ได้แก่   1.โครงการ SENSE นาคนิวาส 48 BY NEO GROUP  บ้านเดี่ยว บ้านแฝด สไตล์โมเดิร์น 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมห้องอเนกประสงค์   บนพื้นที่เริ่มต้นเพียง 39 - 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 285 - 325 ตารางเมตร สามารถเพิ่ม “สระว่ายน้ำ” ได้ มีทั้งหมด 9 หลัง หน้าบ้านกว้าง 8 เมตร ที่จอดรถ 3 คัน ตั้งอยู่ในซอยนาคนิวาส 48 แยก 18 - 20 2.โครงการ NEO SPACE @ WORK ลาดพร้าว 41 โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องอเนกประสงค์โถงสูง 5.7 เมตร บนพื้นที่ 27 - 43 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 230 – 300 ตารางเมตร มีทั้งหมด 15 ยูนิต หน้าบ้านกว้าง 5.30 เมตร ที่จอดรถ 4 – 6 คัน มีลิฟต์จอดรถ (Auto Parking) สามารถรับน้ำหนักได้ 2.3 ตัน ตั้งอยู่บนทำเลภาวนา ซอยลาดพร้าว 41 แยก 16 ราคาเริ่มต้นที่ 8.99 ล้านบาท 3.โครงการ NEO HAUS PLUS นาคนิวาส 32 พรีเมี่ยมทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น  3 ชั้นครึ่ง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อม DOUBLE VOLUME สูง 5.8 เมตร บนพื้นที่ 17 - 26 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 196 - 237 ตารางเมตร มีทั้งหมด 8 ยูนิต หน้าบ้านกว้าง 5.40 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน ตั้งอยู่บนทำเล ซอย นาคนิวาส 32  ราคาเริ่มต้นที่ 6.99 ล้านบาท   เปิดจอง “เดอะคิวบ์ ลอฟท์ฯ” พร้อมโปรโมชั่น     บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารงานโครงการ The Cube Loft Srinakarin-Thepharak (เดอะคิวบ์ ลอฟท์ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์) คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น รวม 2 อาคาร  ซอยศรีด่าน 18 และเชื่อมต่อถนนเทพารักษ์  พร้อมเปิดให้จองครั้งแรก วันที่ 21 – 30 กันยายน 2562 ที่บูธ The Cube Loft Srinakarin-Thepharak บริเวณชั้น 1 ใกล้ร้านกาแฟ Starbucks ห้างเทสโก้ โลตัส สาขาศรีนครินทร์ ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท* พิเศษเฉพาะวันงานจองสิทธิ์เพียง 2,000 บาท/ยูนิต* รับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* มีขนาดให้เลือกตั้งแต่  23.5 – 34.5 ตารางเมตร และจัดเลย์เอาท์ให้เลือกถึง 6 แบบ พร้อมเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงครบทุกฟังก์ชั่น (Fully Furnished) ดีโซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะโครงการจาก เอสบี เฟอร์นิเจอร์ (SB Furniture) ประตูดิจิตอลจากซัมซุง (Digital Door Lock)   เนอวานา จัดแคมเปญ “Live Beyond Limits”      บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) กระตุ้นตลาดบ้านระดับไฮเอนด์ ในไตรมาส 3 จัดแคมเปญ “LIVE BEYOND LIMITS”  โปรโมชั่นดอกเบี๊ยปีแรกเพียง 0.5%  ผ่อนเพียงล้านละ 1,000 บาทต่อเดือน  พร้อม ส่วนลดสูงสุด 5 ล้านบาท และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน  กับโครงการเนอวานา บน 8 ทำเลคุณภาพติดถนนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และ โฮมออฟฟิศ ราคาเริ่มต้นที่ 8 – 60 ล้านบาท ในงาน Live Beyond Limits วันที่ 14-22 กันยายนนี้ ที่ Sale Gallery ทุกโครงการเท่านั้น   SYS จัดโปรสุดคุ้ม “SYS Reward 2019”     บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม “SYS Reward 2019” ใช้เหล็ก ได้แต้ม แลกทอง รับคะแนนสะสมคูณ 2 เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ซื้อเหล็ก SYS ที่ร่วมรายการ และเหล็กแปรรูปจาก Steel Solution by SYS โดยลูกค้าสามารถรับคะแนนสะสมคูณ 2 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2562 และสามารถนำคะแนนสะสมไปแลกของกำนัลได้ทาง  ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2562          
“สามย่านมิตรทาวน์” มิกซ์ยูส 9,000 ล้าน โปรเจ็กต์แรกที่เปิดบนถนนพระราม 4

“สามย่านมิตรทาวน์” มิกซ์ยูส 9,000 ล้าน โปรเจ็กต์แรกที่เปิดบนถนนพระราม 4

เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 ซึ่งถือฤกษ์งามยามดีเป็นวันแรก  สำหรับโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส “สามย่านมิตรทาวน์” บนถนนพระราม 4 และนับเป็นโปรเจ็กต์แรกของถนนเส้นนี้ ที่พร้อมให้บริการกับประชาชน นิสิต และนักศึกษา บริเวณสามย่าน  หลังพัฒนาโครงการมาเป็นระยะเวลา 3 ปี โครงการ  “สามย่านมิตรทาวน์” ภายใต้การดำเนินงานของ โกลเด้นแลนด์ หรือ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับมูลค่าการลงทุนกว่า 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วยพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม อาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย บนเนื้อที่กว่า 14 ไร่ รวมพื้นที่ใช้สอย 222,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Urban Life Library – คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้”   4 องค์ประกอบตอบทุกไลฟ์สไตล์ นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยว่า จุดเด่นของโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ถือเป็นมิกซ์ยูสแห่งแรกบนหัวมุมถนนพญาไท - พระราม 4 ที่มีความสมบูรณ์แบบ เนื่องจากภายในโครงการประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม “ทริปเปิ้ล วาย เรสซิเด้นซ์” โรงแรม “ทริปเปิ้ล วาย โฮเทล” อาคารสำนักงาน “มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์” และพื้นที่ค้าปลีก “ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์”  ปัจจุบันถือว่าโครงการประสบความสำเร็จเนอย่างดี เนื่องจากมีพันธมิตรเข้ามาเช่าพื้นที่ต่างๆ ค่อนข้างมาก อาทิ โซนพลาซ่า ปล่อยเช่ากว่า 85% คอนโดมิเนียมยอดจองซื้อกว่า 60% และอาคารสำนักงานมียอดเช่าพื้นที่กว่า 60%     โดยมี 4 องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้มีความแตกต่างจากโครงการอื่น 1.การเชื่อมต่อระบบ MRT ที่มีอุโมงค์ระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดินมายังโครงการ ภายใต้ชื่อ “เชื่อมมิตร” (MITR DIRECT LINK) ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของพื้นที่ถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวและขาช้อปปิ้ง 2.การเป็นโครงการมิกซ์ยูส  ที่ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งสำนักงาน ที่พักอาศัย และพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งนับเป็นโครงการแรกที่เปิดให้บริการบนถนนพระราม 4 3.โครงการที่มีคอนเซ็ปต์แตกต่าง และสร้างการจดจำ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการให้สวยงามที่สุดเป็นหลัก แต่เน้นสร้างการจดจำ ภายใต้ 2 คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ “ความรู้” (Knowledge)  และ “อาหาร” (Food) เนื่องจากสร้างโครงการบนพื้นที่ของสำนักทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ดินเดิม คือ ตลาดสามย่าน แหล่งรวมร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและอร่อย  การพัฒนาจึงมุ่งเน้นการตอบสนองใน 2 เรื่องดังกล่าว ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องความหรูหรา แต่เน้นไปสู่ในเรื่องของ Smart & Friendly 4.การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย จากการมีพื้นที่ของที่พักอาศัย และโรงแรม ที่ทำให้ผู้พักอาศัยใช้บริการในส่วนต่างๆ ของโครงการได้ตลอด 24 ชั่วโมง “เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงการสามย่านมิตรทาวน์ให้เป็นคลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง"   ภายในโครงการมีร้านค้าและบริการจากแบรนด์ดังต่างๆ เราจะไม่ทำเหมือนเดิม แต่จะมีการสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์ใหม่เป็นแห่งแรก มาให้บริการแก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีพฤติกรรม   การบริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก จากอิทธิพลของเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล ไม่เพียงแค่ร้านค้าของพาร์ตเนอร์เราที่เนรมิตคอนเซ็ปต์ใหม่ เพราะโกลเด้นแลนด์เองได้มีการพัฒนาร้านสินค้าและบริการ  คอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้โครงการด้วย อาทิ ร้านมีเดียม แอนด์ มอร์ (Medium & More), เอพรอน วอร์ค (Apron Walk) ทั้งหมดจะช่วยตอกย้ำให้โครงการมิกซ์ยูสเป็นจุดหมายปลายทางของพนักงานออฟฟิศ นิสิตนักศึกษา ฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ นักท่องเที่ยว ผู้พักอาศัยในคอนโดฯ โรงแรม รวมถึงคนในพื้นที่สามย่านเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ได้  
[Preview] TAKKA Sriwara คอนโดมิเนียมล่าสุดบนถนนศรีวรา บนทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าย่าน Town in Town

[Preview] TAKKA Sriwara คอนโดมิเนียมล่าสุดบนถนนศรีวรา บนทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าย่าน Town in Town

TAKKA Sriwara คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนศรีวรา ที่จะมาเติมเต็มความสมดุลของการใช้ชีวิต ถ้าใครที่คุ้นเคยกับทำเลในย่าน Town in Town จะรู้ดีว่าไม่มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เลย ทั้งๆ ที่เป็นทำเลศักยภาพ แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย เดินทางสะดวกทั้งทางด่วน และรถไฟฟ้าอีก 2 สาย แถมยังเพียบพร้อมไปด้วยแหล่งงาน 🏫โรงเรียน 🏥โรงพยาบาล 🛒ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารอีกมากมายที่หมุนเวียนกันตลอด 24 ชม. 🥢🍹🍲🥗🍣 ถึงแม้ว่าพื้นที่โดยรอบของโครงการ ที่ใกล้ทั้งถนนประดิษฐ์มนูญธรรม ถนนรามคำแหง ถนนลาดพร้าว และถนนพระราม 9 จะคึกคักหนาแน่นเกือบตลอดเวลา แต่เพื่อการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว TAKKA Sriwara จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบ และการจัดวางตำแหน่งของอาคาร เพื่อนำความสงบมาสู่พื้นที่ภายในโครงการ โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น🇯🇵 การจัดสวนญี่ปุ่น🍀นำมาประยุกต์ใช้ในทุกๆ ส่วนของโครงการจนทำให้ TAKKA Sriwara มีเอกลักษณ์ร่วมสมัยในรูปแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ (Modern Japanese Architectural) 🎎   . ด้วยความที่ TAKKA Sriwara เป็นคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในรอบ 10 ปีของย่านนี้เลย เชื่อว่าถ้าใครได้รู้ข่าวก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเรา แค่ภาพตัวอย่างของโครงการก็สวยน่าอยู่มากๆ ทั้งตัวอาคารกับ Landscape ของพื้นที่ส่วนกลางสวยๆ เราก็เตรียมตัวรอของจริงกันแล้ว 🤩   . ไปพบกันได้ในงาน Grand Opening 5-6 ตุลาคมนี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเพียบ 📣ราคาพิเศษ เริ่ม 2.99 ลบ.* เฉพาะในงานเท่านั้น 👉รีบคลิกลงทะเบียน แล้วรับฟรี !! เฟอร์นิเจอร์ 🛋 เครื่องใช้ไฟฟ้า 📺     📍TAKKA Sriwara อาคารที่พักอาศัย 7+1 ชั้น 2 อาคาร ยูนิตรวม 208 ยูนิต Facilities : สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-working Space แบบห้อง 🛌1 Bedroom ขนาด 34.72-41.60 ตร.ม. 🛌2 Bedroom ขนาด 50-58.50 ตร.ม. 📍ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท** สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ☎️ 088-665-6665  
[PR News] ปิดฉากมหกรรมบ้านและคอนโด 4 วันโกยยอด 3,500 ล้าน

[PR News] ปิดฉากมหกรรมบ้านและคอนโด 4 วันโกยยอด 3,500 ล้าน

ปิดฉากงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 ดีเวลลอปเปอร์กวาดยอดขายกว่า 3,500 ล้านบาท โตกว่า 10% ตลาดอสังหาฯ ยังมีดีมานด์  มั่นใจตลาดไตรมาส 3-4 ปรับตัวดีขึ้น     นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 เปิดเผยว่า การจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 ระหว่าง 12-15 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย 3 สมาคมหลักทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สามารถทำยอดขายตลอดการจัดงาน 4 วัน ถือว่าได้รับผลตอบรับดีตามเป้าหมายที่คาดไว้     โดยมียอดผู้เข้าชมงานใกล้เคียง จากการจัดงานครั้งที่แล้ว ขณะที่ยอดจองซื้อภายในงานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ 37% คอนโดมิเนียม 34% บ้านเดี่ยว 20% บ้านแฝด 6% และที่ดินเปล่ารวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีก 3% ขณะที่ยอดขอสินเชื่อของสถาบันการเงินในช่วงการจัดงานก็มีสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท   “ตัวเลขคนชมงานและยอดขายภายในงานถือเป็นที่น่าพอใจ ความต้องการที่แท้จริงของที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจากการตอบรับของตลาดแบบนี้น่าจะส่งผลดีโดยรวมต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3-4 ที่ตลาดน่าจะปรับตัวดีขึ้น”     นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า จากผลสำรวจของผู้เข้าชมงานครั้งนี้พบว่า อายุของกลุ่มที่เข้าชมงานอยู่ระหว่าง 21-30 ปี มากที่สุดที่ 39%  รองลงมาจะมีอายุ 31-40  ปี จำนวน 31% และ 41-50 ปี อีก 16% โดยผู้เข้าชมงานจะมีช่วงรายได้ระหว่าง 30,000 – 50,000 บาท มากที่สุดคิดเป็น 28% รองลงมาจะมีรายได้ระหว่าง 10,000 – 30,000 บาทที่ 22% และ 50,000 – 70,000 บาท จำนวน16%   ขณะที่ผู้เข้าชมงานในปีนี้พบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงโดยกว่า 24% มีความต้องการที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในระยะเวลา 1-3 เดือน รองลงมา 23% ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัยในระยะเวลา 1 ปี  โดยที่อยู่อาศัยระดับราคา 2 – 2.99 ล้านบาท ยังคงเป็นที่สนใจของผู้เข้าชมงานมากที่สุด 29% รองลงมาเป็นที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 – 1.99  ล้านบาท จำนวน 22% และระดับราคา 3-3.99 ล้านบาท จำนวน 18% ขณะที่ประเภทโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจะเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียม จำนวน 40% รองลงมาคือโครงการประเภทบ้านเดี่ยวจำนวน 35% และโครงการทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 15%  
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 8-15 กันยายน 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 8-15 กันยายน 2562

ความเคลื่อนไหวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านมา ยังคงมีทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่ การทำตลาดหลากหลายรูปแบบ แม้ว่าสภาพตลาดไม่คึกคัก แต่ก็นับว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวออกมาเป็นระยะๆ เพราะงานนี้หยุดไม่ได้ ยิ่งระยะเวลาเหลือน้อยแล้วต้องเร่งสปีดทำตลาดกันหน่อย เดี๋ยวจะไม่ได้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้....   พฤกษา จับมือ ไทยเจียระไน กรุ๊ป ทำตลาดลูกค้าต่างชาติ     ใครหลายคนอาจจะมองว่ากลุ่มลูกค้าจีนชะลอตัวลง  แต่ทางกลุ่มพฤกษายังคงเชื่อมั่นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย ยังคงเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวจีน กำลังซื้อยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ บริษัท พฤกษา เรียลเอส เตท จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการเดอะไพรเวซี่ จตุจักร (โควต้าต่างประเทศ) พร้อมลงนามความร่วมมือและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรองรับลูกค้าต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและผลักดันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยเน้นตลาดจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน นางสาวหลุ่ย แซ่กั๊ว ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มเจียระไน กรุ๊ป ถือเป็นสื่อที่มีอิทธิพลสูงในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของประเทศไทยไปสู่กลุ่มประชาชนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ โดยปัจจุบันมีฐานข้อมูลผู้อ่านและติดตามข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ ของเจียระไนเป็นจำนวนมาก และมีความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจึงได้ก่อตั้งบริษัท เจียระไน เรลเอสเต็ท จำกัด (JIARANAI REAL ESTATE) ขึ้นในปี 2016 เพื่อเป็นสื่อกลางซื้อขายที่อยู่อาศัยรองรับความต้องการของลูกค้าจีน ศรีพันวา จับมือจีน พัฒนาโปรเจ็กต์หมื่นล้านในไห่หนาน     นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งดีเวลลอปเปอร์ ที่ตอนนี้เดินหน้าออกไปหารายได้จากต่างประเทศ อย่างบริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์​ จำกัด ของตระกูล “อิสสระ” ที่เป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังอย่าง “ศรีพันวา ภูเก็ต และบาบา บีช คลับ” ซึ่งตอนนี้ได้ไปจับมือกับบริษัท จุนฟา เรียลเอสเตท จำกัด ร่วมกันพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่ระดับหมื่นล้านที่มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน ในการออกแบบโรงแรม เรสซิเดนซ์ รวมถึงการบริหารงานและการบริการทั้งหมด โดยมีพื้นที่ประมาณ 206,000 ตารางเมตร (ประมาณ 129 ไร่) ซึ่งพัฒนาโครงการและบริหารงานโดยทีมงานคุณภาพจากศรีพันวา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2019 นายวรสิทธิ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด เล่าว่า การร่วมทุนกับกลุ่มทุนจีน ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างรายได้ รองรับกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยลดลง และน่าจะลดลงอย่างเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างรายได้ด้วยกลยุทธ์อื่นอีกด้วย (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ดิ อัมรินทร์ เปิดโปรเจ็กต์ “ดิ อัมรินทร์ เรสสิเดนซ์”     แม้ว่าตลาดคอนโดฯ จะเจอแรงบีบคั้น จากปัจจัยลบต่างๆ รอบด้าน แต่การเปิดตัวโครงการใหม่ ก็มีอย่างต่อเนื่อง รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวโครงการใหม่ อย่าง ดิ อัมรินทร์ เรสสิเดนซ์ (The Amarin Residence) ของบริษัท ดิ อัมรินทร์ จำกัด ซึ่งได้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “อรุณ” (AROON) บริเวณถนนพรานนก จำนวน 1 อาคาร สูง 8 ชั้น มีจำนวนห้องชุด 61 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 280 ล้านบาท มีขนาดห้องชุดตั้งแต่ 25.07-49.30 ตารางเมตร  มีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 25.07-49.30 ตารางเมตร และแบบ 1ห้องนอน พลัส ขนาด 47.11-49.06 ตารางเมตร ราคาขายเริ่ม 2.5-6.4  ล้านบาทหรือราคาขายเฉลี่ย 110,000 บาทต่อตารางเมตร   ไทยเป็นประเทศน่าลงทุนอสังหาฯ อันดับ 4     ผลของมาตรการ LTV ที่มีต่อตลาดคอนโดฯ​ ทุกดีเวลลอปเปอร์ประสานเป็นเสียงเดียวกัน ว่าได้ผลจริงๆ เพราะทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่ของคอนโดฯ  ปีนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่จะมากน้อยแค่ไหนคงต้องวัดผลกันอีกครั้งในสิ้นปีนี้   โดยนางสาวสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด   กล่าวในงานเสวนา “LTV ทางร่วมของเศรษฐกิจไทย” ว่า  ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี 2562 นี้ คาดว่า ตลาดอยู่ในช่วงขาลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เพราะผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวจากมาตรการ LTV เร่งปรับกลยุทธ์ทำสินค้าออกมาให้ตอบโจทย์ลูกค้า และราคาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2563  ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของความท้าทาย โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย ซึ่งจะมีผลให้จำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงและอาจเกิดผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย   ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในช่วง ปี2558 -2561 อสังหาฯไทย มีความคึกคักอย่างมาก โดยจากการจัดอันดับของ  Globalpropertyguide.com พบว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่น่าลงทุนในอสังหาฯอันดับ 4 ด้วย Rental Yield 5.13% สูงกว่า มาเลเซีย  สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น ขณะที่ราคาอสังหาฯของไทย ในรอบ 5 ที่ผ่านมา ราคามีการเปลี่ยนแปลงราว 16.29% ซึ่งปรับตัวน้อยกว่ามาเลเซีย ที่ราคาปรับตัวถึง 43.35% และญี่ปุ่น ปรับตัวถึง 29.85% ส่งผลให้อสังหาฯไทยมีความน่าสนใจ   โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน ที่เข้ามาลงทุนซื้ออสังหาฯในไทยจำนวนมาก เห็นได้จากมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดทั้งหมดในปี 2560 ของชาวต่างชาติสูงถึง 27% และ 1 ใน 3 ของยอดการโอนเป็นของลูกค้าชาวจีน ซึ่งการเข้ามาซื้ออสังหาฯของชาวจีนในปี 2561 ทำให้ตลาดอสังหาฯไทยเติบโตสูง และเป็นตัวเร่งให้ราคาคอนโดฯบางทำเลดีดตัวสูงขึ้นจากปกติ แน่นอนว่าราคาที่สูงขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้าชาวไทยที่รายได้ปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 4% เท่านั้น ไม่สอดคล้องกับราคาคอนโดฯ ที่เพิ่มขึ้นถึง 9%   แอสไพเรชั่น เตรียมเปิดตึกออฟฟิศ Spring Tower     นอกจากตลาดที่อยู่อาศัย  ซึ่งส่วนหนึ่งก็จับตลาดกลุ่มลูกค้าต่างชาติ  ตลาดอสังหาฯ ประเภทอาคารสำนักงาน ก็จับตลาดลูกค้าต่างชาติด้วยเหมือนกัน  เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทย คือ หนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของภูมิภาค ที่หลายบริษัทชั้นนำ เข้ามาตั้งสำนักงาน ทำให้ตลาดอาคารสำนักงานกลายเป็นอีกหนึ่งประเภทของตลาดอสังหาฯ ที่ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าออกมารองรับ   บริษัท แอสไพเรชั่น วัน จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ Spring Tower เปิดตัวเตรียมเปิดให้บริการอาคารสำนักงานแห่งใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ กับโครงการ Spring Tower  ในย่านราชเทวี  บนพื้นที่ทั้งหมด 2 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอ สูง 27 ชั้น ชั้น  9 – 27 เป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่า มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม Multinational Company: MNC และกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในไทย ปัจจุบันมีผู้เซ็นสัญญาเช่าแล้วประมาณ 35% ของพื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน   AWC เคาะราคาหุ้น IPO 6.00 บาท   สำหรับบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC  ในเครือ TCC Group  ประกาศออกาแล้วว่าจะขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรกหรือไอพีโอ จำนวนไม่เกิน 8,000 ล้านหุ้น โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 6,957 ล้านหุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น พร้อมกำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ 6.00 บาทต่อหุ้น โดยมีการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน (โรดโชว์) ในวันพุธที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 25-27กันยายน 2562 นี้   โดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AWC พร้อมเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 22.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Option หรือ Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น โดยนำเงินที่ได้รับจากการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไปใช้ในกลไกการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังเข้าจดทะเบียนซื้อขาย ซึ่งบริษัทตั้งเป้าระดมทุนเพื่อสนับสนุนศักยภาพและต่อยอดการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail & Commercial Building) ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการขยายตัวของเขตเมือง (อ่านข่าวเพิ่มเติม)  
[PR News] ALL บุกตลาดจีน ปักหมุดตั้งสำนักงานใน “เซี่ยงไฮ้ – ไทเป”  ดึงผู้บริหาร 4 สัญชาติ เสริมทัพ

[PR News] ALL บุกตลาดจีน ปักหมุดตั้งสำนักงานใน “เซี่ยงไฮ้ – ไทเป”  ดึงผู้บริหาร 4 สัญชาติ เสริมทัพ

“ออลล์ อินสไปร์” เจาะตลาดต่างประเทศ ดึงผู้บริหาร 4 สัญชาติ ทั้ง  จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เสริมทัพภายใต้  “ไทย ดี เรียลเอสเตท” ผุดสำนักงานขายในเซี่ยงไฮ้ - ไทเป หวังเจาะลูกค้าทั้งจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น ตั้งเป้า 5 ปี กวาดยอดขาย 25,000 ล้าน           ปัจจุบันนักลงทุน ชาวต่างชาติให้ความสนใจและลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ประเทศที่น่าอยู่ ส่งให้ดีมานด์ของกลุ่มผู้เล่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัย กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อเชิงพาณิชย์เพื่อการลงทุนในการสร้างผลตอบแทน   ทั้งนี้ จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยและศูนย์อสังหาริมทรัพย์ พบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา  (ปี2559 - 2561) มีลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้มีการคาดการณ์ว่า แนวโน้มในปี 2562 ดีมานด์ความต้องการยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง   โดยคาดว่าจะมียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทยในปีนี้เกินกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปี 2561 ที่มียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดฯ มูลค่า 92,192 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2560 มียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดฯ มูลค่า 70,758 ล้านบาท จากปี 2559 ที่มียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดฯ ในประเทศเกือบ 60,000 ล้านบาท     นายธนากร ธนวริทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์  ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL  เปิดเผยว่า บริษัทได้วางกลยุทธ์การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ในการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียมเจาะตลาดเอเชีย ด้วยการดึงทีมผู้บริหาร 4 สัญชาติ ทั้ง จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่Iปุ่น มืออาชีพและเชี่ยวชาญการตลาดและงานขายในต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพ ซึ่งดำเนินการผ่าน บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด (Thai D) ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนและนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ โดย ALL ถือหุ้น 100% พร้อมตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมียอดขาย (Presales) รวมที่ระดับ 25,000 ล้านบาท   โดยล่าสุด ได้เปิดสำนักงานในเซี่ยงไฮ้และไทเป ซึ่งถือเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นว่าประเทศจีน เป็นประเทศที่มีนักลงทุนที่ให้ความสนใจในตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทย เป็นจำนวนมาก โดยหากพิจารณาข้อมูลสถิติย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา ปี 2559 มีสัดส่วนลูกค้าจีนเพียง 6% ขณะที่ในปี 2560 สัดส่วนลูกค้าจีน เพิ่มเป็น 9% และในปี 2561 สัดส่วนลูกค้าจีน เพิ่มเป็น 12% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มลูกค้าจาก สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ไต้หวัน อังกฤษ และ ญี่ปุ่น เป็นต้น  ดังนั้นบริษัทฯ เชื่อว่าในปีนี้ สัดส่วนลูกค้าหลักยังคงเป็น จีนและฮ่องกงที่มีแนวโน้มที่จะขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   “สำนักงานในเซี่ยงไฮ้ตั้งบนอาคาร Hong Kong Plaza ถนนซินเทียนตี้ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ในขณะที่สำนักงานในไทเปตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจ บนถนน Zhongxiao East โดยสำนักงานมีการออกแบบตกแต่งให้มีการผสมผสานความอบอุ่นเรียบง่ายและทันสมัย และจัดพื้นที่ให้คำปรึกษาการลงทุน รวมถึงอธิบายรายละเอียดโครงการต่างๆ  เนื่องจากเรามีทีมขายท้องถิ่น ที่ดูแลสำนักงานขายในพื้นที่ และยังเป็นการทำงานร่วมกับ Local Agency ซึ่งรู้จักพฤติกรรมลูกค้าเป็นอย่างดี”   สำหรับวัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งออฟฟิศในต่างประเทศ เพื่อให้บริการวางแผนการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์เต็มรูปแบบ การให้คำปรึกษาด้านโครงการแก่ลูกค้าอย่างละเอียดและการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯ ได้นำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การดูแลกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าหลังการขายที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไทย อย่างการเป็นสมาชิก อินสไปร์ ฮับ ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่มัดใจทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ มาต่อยอดใช้กับกลุ่มลูกค้าในตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน     “การที่บริษัทฯ เลือกประเทศจีนเป็นที่ตั้งออฟฟิศแห่งแรกในต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมองเห็นว่าเป็นประเทศที่มีนักลงทุนและให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ของไทยเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นหลัก ทั้งนี้ยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ผ่านมา ALL มียอดขายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งมีลูกค้าจีนประมาณ 60% โดยกลุ่มดังกล่าวถือเป็นกลุ่มลูกค้า Search for Yield ที่เป็น Real Demand ที่มองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า”    นอกจากนี้ มหานครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ของภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้า ที่ต้อนรับบริษัทข้ามชาติให้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศและการคมนาคมที่สำคัญการเดินทางที่สะดวกสบายครอบคลุมไปถึงมลฑลปักกิ่ง กวางโจว และเฉิงตู โดยวางเป้าหมาย 5 ปี จะมียอดขาย (Presales) รวมที่ระดับ 25,000 ล้านบาท จากความสำเร็จในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด  ได้ขายโครงการในตลาดต่างประเทศไปแล้วกว่า 5,000 ยูนิต สามารถสร้างยอดขายกว่า 18,000 ล้านบาท” นายธนากร กล่าว  
[PR News] คนไทยยังอยากมีบ้าน ดันยอดงาน NPA Grand Sale ทะลุ 2,000 ล.

[PR News] คนไทยยังอยากมีบ้าน ดันยอดงาน NPA Grand Sale ทะลุ 2,000 ล.

เรียลดีมานด์ ดันยอดขาย NPA ทะลุ 2,000 ล้านบาท แบงก์ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 1,500 ล้านบาท สวนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คนยังนิยมซื้อบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ มากกว่าคอนโด เผยทำเลฮอต อยู่ในโซนกิ่งแก้ว ช้างเอราวัณ เมืองทองธานี     นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า จากการจัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว และมีปัจจัยลบที่เป็นอุปสรรคต่อการซื้อ-ขายอยู่พอสมควร แต่ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA (Non Performing Asset) ของธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์     โดยภายในงานมียอดขายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดขายหลังงานอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และต้องการที่อยู่อาศัยที่มีราคาคุ้มค่า   ทรัพย์ที่ขายได้ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์มากกว่าคอนโดมิเนียม   “บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่เป็นบ้านมือสองส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่หาซื้อบ้านมือหนึ่งแบบใกล้เคียงกันไม่ได้แล้วในปัจจุบัน“   ประกอบกับ ทรัพย์ NPA ที่ธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์นำมาเสนอขายนั้น มีราคาส่วนลดตั้งแต่ 30-50% และมีปัจจัยเกื้อหนุนอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ได้แก่   อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การผ่อนคลายมาตรการ LTV  มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่ต้องซื้อขายและโอนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และการลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือและค่าธรรมเนียมการจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่มีการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 23 มิถุนายน 2563   สำหรับการขายทรัพย์ NPA ครั้งนี้มีธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ร่วมงาน ได้แก่  บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัท เพียวเวลเนส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด   นอกจากนี้ ยังมีธนาคารที่ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้กับประชาชนที่สนใจ ได้แก่  ธนาคารกรุงเทพ  ธนาคารกสิกรไทย  ธนาคารออมสิน  ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศจีน โดยมีการปล่อยสินเชื่อภายในงานรวมกันมากกว่า 1,500 ล้านบาท     ขณะเดียวกันทางสมาคมฯ ได้ใช้เทคโนโลยี Big Data ทำ Lead Generation เพื่อให้ได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ที่ใช้สื่อสารในการจัดงาน พบว่า ข้อมูลสอดคล้องกับผู้ที่ตัดสินใจซื้อในงาน โดยประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 คือ บ้านเดี่ยว อันดับ 2 ได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ ขณะที่คอนโดมิเนียมมาเป็นอันดับ 3 ส่วนทำเลที่ได้รับความสนใจ อันดับ 1 ได้แก่ ทำเลกิ่งแก้ว สมุทรปราการ อันดับ 2 ทำเลเมืองทองธานี ปากเกร็ด และอันดับ 3 ได้แก่ ทำเลช้างเอราวัณ สมุทรปราการ   สำหรับราคาที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจยังคงเป็นที่อยู่อาศัยระดับกลาง และกลาง-ล่าง โดยราคาทาวน์เฮ้าส์ที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 ได้แก่ 1.5-2 ล้านบาท อันดับ 2 ราคา 1-1.5 ล้านบาท และอันดับ 3 ราคา 2-3 ล้านบาท บ้านเดี่ยวราคาที่ได้รับความสนใจ อันดับ 1 ได้แก่ บ้านเดี่ยวราคา 3 - 5 ล้านบาท อันดับ 2 ราคา 2-3 ล้านบาท และอันดับ 3 ราคา 5-7 ล้านบาท สำหรับคอนโดมิเนียม อันดับ 1 ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท อันดับ 2 ราค 1-2 ล้านบาท และอันดับ 3 ราคา 2-3 ล้านบาท    
คอนโดพร้อมอยู่ ใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyle ที่ Aspire Ngamwongwan-แอสปาย งามวงศ์วาน : รีวิวคอนโด

คอนโดพร้อมอยู่ ใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyle ที่ Aspire Ngamwongwan-แอสปาย งามวงศ์วาน : รีวิวคอนโด

สำหรับโครงการ Aspire Ngamwongwan หลายคนคงคุ้นเคยกันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะตัวโครงการเองสร้างเสร็จพร้อมอยู่มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับใครที่เป็นลูกบ้านที่นี่อยู่แล้วก็น่าอิจฉานะคะ เพราะล่าสุดได้ทำ Lobby Space ใหม่ สวยงามหรูหรากว่าเดิม เรียกได้ว่าเพิ่มเติมสิ่งดีๆ ให้อยู่ตลอด ซึ่งล่าสุดก็เหลือยูนิตล็อตสุดท้ายแค่ 5% แล้วค่ะ ใครยังลังเลอยู่ก็ชมรีวิวฉบับนี้ก่อนรีบตัดสินใจพร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษได้เลยค่ะ    ทำเลของการใช้ชีวิตแบบ Modern Lifestyle   ในการเลือกที่อยู่อาศัยใหม่สักแห่งก็คงจะหนีไม่พ้นปัจจัยหลักที่ทุกคนต้องคำนึงถึง นั่นคือเรื่องของอาหารการกินรอบๆ กับการเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะด้วยรถสาธารณะหรือรถส่วนตัวก็ตาม ยิ่งถ้าอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมอยู่แล้ว หรือแหล่งของนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ก็จะยิ่งเป็นการการันตีได้ในระดับหนึ่งว่า แวดล้อมโครงการนั้นจะเต็มไปด้วยของกินมากมาย รวมถึงการเดินทางก็ง่ายตามไปด้วย   หนึ่งในทำเลแบบที่ว่านี้ก็คือถ.งามวงศ์วาน เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถ.รัตนาธิเบศร์ บริเวณสี่แยกแคราย กับถ.พหลโยธิน บริเวณแยกเกษตร ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี) ผ่านตลอดทั้งถนน มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 63 ในแง่ของการเดินทาง หากใครที่ใช้ทางด่วนบ่อยๆ ก็สะดวกเลยค่ะ เพราะจะใกล้กับทางด่วนศรีรัช โดยแนะนำให้เข้าซ.ชินเขต 1 ข้างโครงการเลยค่ะ ไปทะลุออกถ.ประชาชื่น บริเวณแยกพงษ์เพชร แล้วผ่านหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน แล้วขึ้นทางด่วนได้เลยค่ะ หรือจะใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลเวย์) ก็มีระยะทางเพียงกิโลกว่าๆ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีก็ถึงสนามบินดอนเมืองแล้วค่ะ   สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้โครงการก็มีทั้งเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน, เทสโกโลตัส, โฮมโปร, รพ.นนทเวช, รพ.วิภาวดี, เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์, ม.เกษตรศาสตร์  ฯลฯ รวมถึงอาหารการกินใกล้โครงการแบบที่เดินชิวๆ ไปได้เลยก็มีให้เลือกไม่น้อย เรียกได้ว่าอยู่ย่านนี้ของกินไม่ขาดค่ะ   ภาพรวมโครงการ Aspire Ngamwongwan คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 1 อาคาร จำนวน 3 ทาวเวอร์ โดยแบ่งป็น  South ทาวเวอร์ สูง 28 ชั้น (อาคารส่วนหน้าของโครงการ) ชั้น G เป็นพื้นที่ร้านค้า นิติบุคคล และพื้นที่ส่วนกลาง ชั้น 2- 28 เป็นที่พักอาศัย North ทาวเวอร์ สูง 28 ชั้น (อาคารตรงกลางระหว่าง South ทาวเวอร์ กับอาคารจอดรถ) ชั้น G เป็นพื้นที่ร้านค้า นิติบุคคล และพื้นที่ส่วนกลาง ชั้น 2- 28 เป็นที่พักอาศัย อาคารจอดรถ สูง 9 ชั้น (หลังสุดของที่ดินโครงการ) ชั้น 1-8 อาคารจอดรถ ชั้น 9 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่โครงการ 9-3-40 ไร่ อยู่ติดกับซ.ชินเขต 1 ใกล้กับสี่แยกพงษ์เพชร ริมถ.งามวงศ์วาน ฝั่งมุ่งหน้าถ.วิภาวดี มีห้องพักอาศัยรวม 1,458 ยูนิต โดยจะมี 2 Type ให้เลือก A และ B ขนาด 28 ตร.ม. เท่ากันทั้งหมด   Lifestyle Facilities ครบครัน ร่มรื่นด้วยพื้นที่สวนสวยขนาดใหญ่กว่า 4 ไร่ Facilities ของ Aspire Ngamwongwan จะเริ่มกันตั้งแต่พื้นที่หน้าโครงการเลยค่ะ เมื่อผ่านป้อมรักษาความปลอดภัยเข้าไปแล้วจะพบกับสวนสีเขียว มีที่นั่งเล่นพักผ่อน และ Street Playground สนามบาสเกตบอลสำหรับไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์ตรีม ก่อนจะส่งเข้าสู่ตัวอาคารที่พัก ซึ่งต้อนรับด้วย Freedom Lobby Space ที่เพิ่งจะปรับรูปแบบใหม่โดดเด่นหรูหรากว่าเดิมด้วยการตกแต่งใหม่แบบ French Country สุดหรูหราผสมผสานกับ Contemporary ความทันสมัย จะนั่งเล่นก็เพลิน จะรับแขกก็ดูดี   เดินเล่นลึกเข้าไปอีกสักนิดก็จะผ่านโถงพักผ่อนส่วนกลาง ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท ซึ่งเป็นจุดที่เป็นช่องลมพอดี จึงออกแบบมาให้เปิดโล่ง เพดานสูงโปร่งให้ลม Flow นั่งชิวๆ ได้ตลอดวัน   ส่วน Facilities หลักจะอยู่บนชั้น 9 ของอาคารจอดรถ จะมีทั้งสระว่ายน้ำที่สามารถว่ายออกกำลังกายได้ ฟิตเนส ซาวน่า สตรีม ถือเป็นส่วนกลางที่มีความเป็นส่วนตัวหลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอกได้ดีทีเดียวค่ะ   Co-creation Space & Study Room  ถ้าอยากได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็ลองมานั่งเล่นผ่อนคลายกับกลุ่มเพื่อน จะทำงานพร้อมวิวมุมสูงโล่งๆ หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรับลมที่ Rooftop Garden   แนวคิดการวางฟังก์ชั่นภายในห้องอย่างลงตัว เข้าใจทุกการใช้งานของผู้อยู่อาศัย Plan ที่ดินแนวลึกของโครงการอยู่ติดริมถ.งามวงศ์วาน ซึ่งอยู่ในทิศใต้ South ทาวเวอร์ จึงเป็นอาคารส่วนแรกจากถนนใหญ่เชื่อมต่อกับฝั่ง North ทาวเวอร์ ในลักษณะตัว L และอาคารจอดรถอยู่ด้านในสุดของที่ดิน   แปลนชั้น 9 ซึ่งเป็น Rooftop ของอาคารจอดรถ Facilities หลักของโครงการ   ชมห้องตัวอย่าง สำหรับห้องตัวอย่างบนอาคารจริงจะมีทั้ง Type A และ B ขนาด 28 ตร.ม. ค่ะ ซึ่งแต่ละ Type จะวาง Layout เอาไว้ต่างกัน ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่าลงตัวที่สุด โดยโครงการจะขายแบบ Fully Fitted ซึ่งสิ่งที่จะได้มาพร้อมติดตั้งให้เลยมีดังนี้ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมซิงค์ล้างจาน และ Hob&Hood จากแบรนด์ Teka สุขภัณฑ์ในห้องน้ำครบชุด ได้แก่ อ่างล้างหน้าแบบแขวน (COTTO) กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ (ENGLEFIELD) สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้า และกระจกกั้นอาบน้ำแบบบานเลื่อน เครื่องปรับอากาศแบบแขวนผนัง 2 ตัว วัสดุพื้นห้องใช้ลามิเนต พื้นห้องน้ำและระเบียงใช้กระเบื้องเซรามิค ผนังสีขาวฉาบเรียบ   Type A 28 ตร.ม. เป็น Layout ที่วางครัวเปิดเอาไว้ส่วนแรกของห้องค่ะ ซึ่งบริเวณนี้จะสามารถวางโต๊ะทานข้าวเอาไว้ แยกออกเป็นสัดส่วน แม้จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่ได้มีการกั้นห้องออกจาก Living แต่จะมีข้อดีตรงที่ได้ Space แนวลึก และโล่งมากกว่า   Living Room สามารถวางโซฟาได้ 2-3 ที่นั่ง พร้อมกับโต๊ะกลางขนาดเล็กค่ะ เพื่อให้เหลือพื้นที่ทางเดินที่เชื่อใต่อกับระเบียงได้โล่งขึ้น   ฟังก์ชั่นอีกด้านของห้องจะเป็น Bedroom ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังเคาน์เตอร์ทีวี ซึ่งภายใน Bedroom มีพื้นที่สำหรับวางเตียงประมาณ 5 ฟุต พร้อมกับตู้เสื้อผ้า เหลือพื้นที่กว้างรอบเตียง ส่วนหน้าต่างจะใช้แบบบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บานค่ะ   Type B 28 ตร.ม. Layout จะแบ่งโซนออกเป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room เป็นส่วนแรก มีพื้นที่วางโซฟา 2 ที่นั่ง พร้อมกับวางโต๊ะทำงานได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นวางโซฟาตัวยาวไปเลยก็ได้นะคะ   ด้านในกั้นเป็น Bedroom วางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้ววางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งไว้พื้นที่ปลายเตียงได้ ซึ่งมุมห้องนอนจะเป็นกระจกใส แทนที่จะเป็นผนังทึบ ตรงนี้จะทำให้ห้องของเราดูไม่อึดอัด แต่กลับโปร่งขึ้น ได้แสงสว่างส่องเข้ามาในห้องอย่างทั่วถึงมากขึ้น ทำให้ห้องนี้มีข้อดีตรงที่ไม่มีมุมอับแสง   ฟังก์ชั่นห้องครัวจะแบ่งออกเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวได้ ซึ่งห้องครัวจะเชื่อมต่อระหว่างห้องน้ำกับระเบียงห้อง   สุดท้ายเรานำภาพวิวจากห้องพักมาฝากกันค่ะ บรรยากาศพระอาทิตย์ตกในวิวเมืองแบบโล่งๆ ไม่มีอาคารสูงมาบดบัง เป็นวิวที่ได้จากห้องพักของเราเอง ซึ่งยูนิตที่นำมาจัดโปรโมชั่นสุดท้ายเป็นห้องชั้นสูงแบบนี้ ในราคาเริ่มต้นแค่ 1.89 ล้านบาท* โอกาสสุดท้ายสำหรับโครงการ Aspire Ngamwongwan       
Supalai Lite Thapra–wongwianyai – ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่ : รีวิวคอนโด

Supalai Lite Thapra–wongwianyai – ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่ : รีวิวคอนโด

Supalai Lite Thapra–wongwianyai โดดเด่นและแตกต่างด้วยการออกแบบสไตล์ "MODERN COLONIAL" โดยนำสถาปัตยกรรม COLONIAL ซึ่งเป็นรูปแบบอาคารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาติตะวันตกบนพื้นที่บางกอกใหญ่ซึ่งมีความรุ่งเรืองในอดีต มาผสมผสานกับสีสันและวัสดุที่มีความทันสมัยของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่     ชื่อโครงการ Supalai Lite Thapra–wongwianyai (ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่)  เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ถ.เพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ จ.กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  2-2-42.1 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 22 ชั้น จำนวนยูนิต 419 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO-3 BEDROOM  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีนำ้เงิน สถานีท่าพระ 570 เมตร   
“พัทยา” ทางเลือกเพื่อการลงทุนอสังหาฯ  กับโปรเจ็กต์ Lifestyle Mix Use  แห่งใหม่ “ONCE PATAYA” คุ้มค่าทั้งการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า : รีวิวคอนโด

“พัทยา” ทางเลือกเพื่อการลงทุนอสังหาฯ  กับโปรเจ็กต์ Lifestyle Mix Use  แห่งใหม่ “ONCE PATAYA” คุ้มค่าทั้งการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า : รีวิวคอนโด

“พัทยา” จังหวัดชลบุรี เมืองที่มีความเจริญเติบโตรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว หรือธุรกิจการค้า ทั้งธุรกิจการผลิตและธุรกิจบริการ เรียกได้ว่ามีธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่  ระดับส่งสินค้าออกไปทั่วโลก ทำให้เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี  มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นหนึ่งจังหวัดที่มีส่วนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตเลยทีเดียว   เมื่อ “พัทยา” เป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโต แน่นอน คนจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็เคลื่อนย้ายกันเข้ามาพักอาศัย เพื่อทำมาหากินและท่องเที่ยวพักผ่อน เฉพาะบรรดานักท่องเที่ยวและต่างชาติ ที่เข้ามาในเมืองพัทยาแต่ละปีก็มีจำนวนกว่า 16 ล้านคนเลยทีเดียว  นี่ยังไม่นับรวมประชากรในท้องถิ่นที่อยู่กันแต่เดิม และแรงงานที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาลงหลักปักฐานอีกมากมายมหาศาล  ทำให้เมืองพัทยาเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรไม่น้อยเลยทีเดียว     การมีคนเข้ามาอยู่กันมากมายเช่นนี้ เรื่องของที่อยู่อาศัยจึงเป็นความจำเป็นอย่างขาดไม่ได้ ทำให้ปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์ทั้งจากต่างชาติและคนไทย จากกรุงเทพฯ และในท้องถิ่นเอง ต่างพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ออกมารองรับความต้องการที่อยู่อาศัยกันอย่างมากมาย เรียกได้ว่ามีทุกประเภท ทุกระดับราคา และทุกทำเลเลยทีเดียว   แต่การพัฒนาโครงการออกมาขาย ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม  ซึ่งถือว่าเป็นตลาดกำลังเติบโตในเมืองพัทยา เพราะมีลูกค้าทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติ  ที่สามารถเข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองได้  แต่ก็มีปริมาณการพัฒนาออกมาจำนวนมาก     “พัทยา” โอกาสในการลงทุนอสังหาฯ แม้ว่าจะมีความต้องการเยอะ คู่แข่งก็มีเยอะเช่นกัน ปัจจัยที่จะทำให้โครงการนั้นๆ ประสบความสำเร็จ  จึงจะต้องเริ่มต้นจากการมีทำเลที่ดี  มีคุณภาพวัสดุและการก่อสร้าง มีดีไซน์การออกแบบที่โดนใจ อยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย ที่สำคัญราคาขาย ซื้อแล้วต้องคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือจะซื้อเพื่อลงทุนก็ตาม เพราะหากเป็นโครงการที่มีองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวครบ ราคาจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 10-20% นับตั้งแต่วันเริ่มก่อสร้าง จนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้เข้าอยู่อาศัย   นี่ยังไม่นับรวมหากเอาห้องชุดไปปล่อยเช่า จะได้ผลตอบแทนอย่างน้อยๆ ปีละ 5-6% เลยทีเดียว ถือว่าสูงกว่าการนำเอาเงินไปฝากธนาคาร  หรือหากจะนำเงินไปลงทุนในหุ้น ภาวะตลาดก็ผันผวน แถมมีความเสี่ยงอีกต่างหาก นักธุรกิจและนักลงทุนหลายรายจึงมักเลือกจะเข้ามาลงทุนในอสังหาฯ​ โดยเฉพาะคอนโดฯ​ ที่มีองค์ประกอบดังกล่าวครบ เพราะได้ทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า และมูลค่าของห้องชุดที่เพิ่มขึ้นทุกปีด้วย และยังได้เป็นเจ้าของห้องชุดคอนโดฯ​ อีกด้วย   แต่อย่างที่บอก การซื้อห้องชุดคอนโดฯ​ แล้วได้ผลตอบแทนดี  คอนโดฯ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง ราคา คุณภาพ และการออกแบบ และยิ่งมีองค์ประกอบอื่นๆ เข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการด้วยแล้ว โครงการนั้นจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทั้งอยู่อาศัยเอง และการซื้อเพื่อลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการมีสิ่งอำนวยความสะดวก หรืออยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆ ซึ่งช่วยเติมเต็มการอยู่อาศัยของคนในโครงการ ตัวโครงการเองมีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือมีการพัฒนาโครงการอื่นๆ ใกล้เคียง เช่น โรงแรม พื้นที่ค้าปลีก เป็นต้น เพราะลูกบ้านจะได้ใช้ประโยชน์จากโครงการเหล่านั้นด้วย       เจาะศักยภาพโครงการด้วย 4P ความเคลื่อนไหวของการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในเมืองพัทยา ล่าสุด  มีโปรเจ็กต์ใหม่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กันยายนนี้ คือ โครงการวันส์ พัทยา (ONCE PATAYA) กับคอนเซ็ปต์ Lifestyle Mix Use โครงการคอนโดฯ สูง 32 ชั้น จำนวน 427 ยูนิต  ซึ่งถือว่าเป็นโครงการน่าจับตามองเพราะไม่บ่อยนักที่เมืองพัทยาจะมีโครงการขนาดสูงแบบนี้เกิดขึ้น ด้วยข้อจำกัดของที่ดินซึ่งหาได้ยาก และส่วนใหญ่เจ้าของที่ดินมักไม่ปล่อยขาย หลายโครงการจึงเป็นโครงการลิสต์โฮลด์หรือที่ดินเช่า ซึ่งโครงการวันส์ พัทยา เป็นโครงการที่ได้รับกระแสตอบรับดี เพราะมียอดขายแล้วกว่า 40% ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ   คำถามว่าทำไม? โครงการนี้จึงได้รับการตอบรับที่ดี  เราคงต้องลองใช้หลักการตลาดพื้นฐาน หรือ 4P นี่แหละมาวิเคราะห์ดู เพราะหากผ่านทั้ง 4 องค์ประกอบพื้นฐาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว   Price เรื่องของราคา เริ่มต้นแบบคุ้มค่า โครงการนี้มีห้องระดับราคาเริ่มต้น 2.85 ล้านบาท ไปจนถึงห้องราคา 22 ล้านบาท เรียกได้ว่ามีราคาเริ่มต้นน่าสนใจ เพราะในโครงการที่ทำเลใกล้เคียงกัน ราคาเริ่มต้นก็ 4 ล้านบาทแล้ว  ซึ่งโครงการมีระดับราคาเฉลี่ย 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร ถือว่าคุ้มค่าสุด ไม่ว่าจะซื้อลงทุนหรืออยู่อาศัยเอง   Place หรือ Location หัวใจความสำเร็จของโครงการ การพัฒนาอสังหาฯ​ ทำเลคือหัวใจแรกของความสำเร็จ  ที่ตั้งโครงการนี้ถือว่าอยู่บนทำเลศักยภาพ แหล่งความเจริญและเศรษฐกิจ ใจกลางเมืองพัทยา โดยโครงการตั้งอยู่ถนนพัทยาสาย 3 ซึ่งรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เข้ามาเติมเต็มการพักอาศัยของคนในโครงการ ระยะทาง 600 เมตรจากศูนย์การค้า Terminal 21 ระยะทาง 1.5 กิโลเมตรจาก Health Land และสถานีรถบัสกรุงเทพฯ - พัทยา  ใกล้ถนนมอเตอร์เวย์ที่สามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ​ ได้ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ในอนาคตเมืองพัทยาจะมีระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเกิดขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น     ไม่เพียงแค่นั้น เนื่องจากโครงการวางคอนเซ็ปต์มิกซ์ยูส ซึ่งพื้นที่ของโครงการส่วนหนึ่งจะพัฒนาเป็น Mixed use กับ Branded Hotel ระดับ 5 ดาว และยังจะมีพื้นที่ค้าปลีก ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้บริการต่างๆ ในโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสะดวกสบายด้วย   Product ตอบโจทย์คนอยู่อาศัย เป็นโครงการขนาดสูงซึ่งหาได้ยากในทำเลดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการโลว์ไรซ์ ถือว่าเป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะทำให้เห็นวิวทะเลพัทยา และเมืองพัทยาโดยรอบ ไปจนถึงแหลมฉบังได้ด้วย และที่ดินส่วนใหญ่ในเมืองพัทยาเป็นของนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการ  จึงมีโอกาสน้อยที่ดีเวลอปเปอร์จะซื้อไปพัฒนาโครงการต่อ   ที่สำคัญเจ้าของโครงการเรียนจบวิศวกรโยธา และมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาโครงการ ซึ่งทำให้มีทั้งคุณภาพของโครงการและวัสดุที่นำมาใช้ รวมถึงฟังก์ชั่นการอยู่อาศัย อย่างเช่น การเว้นพื้นที่ 1 ห้องของชั้น 6-11 ไว้ เพราะเป็นบริเวณที่อยู่ติดกับอาคารด้านข้าง ไม่เหมาะกับการพักอาศัย เป็นต้น     ในส่วนของห้องพักก็มีให้เลือกด้วยกัน 5 แบบ ได้แก่ ห้องแบบ Studio ขนาด 28-28.60 ตารางเมตร ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 34.00-34.80 ตารางเมตร ห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 51.80 ตารางเมตร ห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 58.50-59.80 ตารางเมตร   Promotions จูงใจให้แบบคุ้มค่า ห้องชุดทุกยูนิต แถมแอร์ให้ และยังมีเฟอร์นิเจอร์บางส่วนให้ด้วย ขึ้นอยู่กับรูปแบบของห้องที่ลูกค้าเลือก ที่สำคัญมีการจัดโปรโมชั่นทางการเงิน โดยวางเงินจอง 10% ผ่อนดาวน์ 10% ส่วนที่เหลือกู้แบงก์ แต่หากจองซื้อหลังจากวันที่ 4 กันยายนเป็นต้นไป ลูกค้าจะต้องวางเงินจอง 10% และเพิ่มส่วนของเงินดาวน์เป็น 20% มีระยะเวลาผ่อน 30 งวดก่อนกู้กับแบงก์ แถมในช่วงเดือนกันยายนนี้ยังมีโปรโมชั่นของแถม ทั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ เรียกได้ว่าพอตึกเสร็จไม่ต้องรอหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย     สุดท้ายความสำเร็จของการพัฒนา คงต้องเกิดจากความจริงใจของผู้พัฒนาโครงการ ที่ต้องการนำสิ่งที่ดีและตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยให้ได้มากที่สุด ซึ่งเจ้าของโครงการนี้เป็นคนในพื้นที่ คือกลุ่ม HONOUR GROUP และมีการพัฒนาโครงการมาก่อนหน้าหลายโครงการแล้ว ไม่ว่าจะเป็น THE SIAMESE HOTEL PATTAYA และ T PATTAYA HOTEL จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาโครงการนี้ให้ออกมาดีแค่ไหน    
คอนโดสุดสมาร์ทที่สูงที่สุดแห่งอาณาจักร Origin Smart City Rayong กับ 2 โครงการ  Notting Hill ระยอง-Kensington ระยอง : รีวิวคอนโด

คอนโดสุดสมาร์ทที่สูงที่สุดแห่งอาณาจักร Origin Smart City Rayong กับ 2 โครงการ Notting Hill ระยอง-Kensington ระยอง : รีวิวคอนโด

โลกอนาคตคือยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต อนาคตไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องปรับเปลี่ยน ไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นสังคมโลกยุคใหม่   วันนี้ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” นำอนาคตมาอยู่ในยุคปัจจุบัน  สร้าง ‘‘สมาร์ทแพลทฟอร์ม’’ การอยู่อาศัย ทรานฟอร์มการใช้ชีวิตสู่สังคมแห่งเทคโนโลยีอนาคต สร้างเมืองใหม่ตอบสนองการพัฒนาของภาครัฐด้วยโครงการเมกะโปรเจคกว่า 24 ไร่ มูลค่าโครงการกว่าหมื่นล้านบาท "ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง" เมืองอัจฉริยะใจกลาง EEC ระยอง ภายใต้คอนเซปท์ "BEYOND A LIVING PLATFORM" แพลทฟอร์มการอยู่อาศัยที่ทำให้สามารถจัดการชีวิตได้อย่างอัจฉริยะ ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นตัวช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งเมืองใหม่แห่งนี้ยังเป็นเมืองต้นแบบด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานไฟฟ้า และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น สร้างสรรค์ สังคมคุณภาพ Lifestyle HUB ขนาดใหญ่ Landmark แห่งใหม่ ใจกลาง New CBD "EEC ระยอง"     พัฒนา 3 แกนสมาร์ท ด้วยเทคโนโลยีการใช้ชีวิต พลังงานสะอาด สังคมเมืองคุณภาพ  สร้างแพลทฟอร์มอาณาจักรใหม่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน “ระยอง”  บุกเบิกทำเล EEC   SMART  TECH ทรานฟอร์มชีวิต...สู่เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยยุคอนาคต  ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาเพื่อยกระดับการใช้ชีวิต และเชื่อมต่อระบบการสื่อสารไร้สายบนเครือข่าย Internet เรียกว่า Internet Of thing  (IOT) เพื่อ ตอบสนองการใช้ชีวิตยุคอนาคต ไม่ว่าจะเป็น “Home Automation” ที่ให้คุณควบคุมอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ภายในห้องพัก ด้วย Application   และ  “Intelligence Facilities”    เทคโนโลยีในพื้นที่ส่วนกลางที่ทันสมัย ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์การชีวิตในยุคดิจิตอล   “Home Automation” ความสะดวกสบาย ที่สั่งได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ด้วย 4 เทคโนโลยี Digital Door lock ‘‘สมาร์ท’’ ด้วยการควบคุมการล็อกประตู ผ่าน application Motion Sensor Nightlight  ‘สมาร์ท’ ด้วยระบบเซนต์เซอร์เปิด- ปิดไฟอัตโนมัติ ช่วยให้พื้นที่ที่มีแสงน้อย ปลอดภัย เพิ่มความสะดวกสบาย เพียงเดินผ่านจุดเซ็นเซอร์ ระบบไฟฟ้าจะทำงานทันที Lighting Control ‘’สมาร์ท” ด้วยระบบเปิด-ปิดไฟ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ ผ่านสมาร์ทโฟนในมือคุณ Air Control  ‘’สมาร์ท”ด้วยระบบการควบคุมและปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศผ่าน Application Intelligence Facility พื้นที่ส่วนกลางสุดอัจฉริยะ เพิ่อการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด ใน ‘สมาร์ทแพลทฟอร์ม’ การอยู่อาศัย  ได้แก่ Smart Security ทำให้การอยู่อาศัยปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ได้แก่ VDO Door Phone   ระบบรักษาความปลอดภัยอีกขั้น ที่มอบความอุ่นใจ และปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพราะสามารถเห็นหน้าผู้มาติดต่อ และสนทนาตอบโต้ได้ โดยติดตั้งไว้บริเวณ Lobby Auto Barrier Gate ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ พร้อมระบบ Key card เข้า ออกโครงการ Plate Recognition ระบบตรวจจับทะเบียนรถยนต์อิเลคโทรนิคส์ เพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้เข้า ออกโครงการ ระบบ CCTV กล้องวงจรปิดทั่วทั้งโครงการ VR Fitness เทคโนโลยีเสมือนจริง ช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไปด้วย Virtual Reality เทคโนโลยีสร้างโลกเสมือนจริงอันทันสมัย ช่วยให้ผู้เล่นเสมือนได้ไปออกกำลังกายที่ใดๆก็ได้บนโลกนี้ Smart Locker ระบบล็อกเกอร์อัจฉริยะ รับฝากของ พร้อมใช้งาน 24 ชม. ปลอดภัยผ่าน      application ในมือถือ Wifi common Area พร้อมให้คุณเชื่อมต่ออินเตอร์เนท อย่างไร้ขีดจำกัด ในพื้นที่ส่วนกลาง Smart Screen  กระจกอัจฉริยะติดตั้งในพื้นที่ส่วนกลาง  พร้อม Scene Setting Report สามารถรายงานข้อมูลต่างๆ ให้คุณเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ Google Map  Report :  รายงานสภาพการจราจร Screen Fresh Air PM 2.5: รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 Weather & Temperature forecast : รายงานอุณหภูมิ และสภาพอากาศ Paperless Society Announcement  :  ป้ายประกาศอิเลคโทรนิคส์  ลดการใช้กระดาษ ลดโลกร้อน Wireless Charging อุปกรณ์ชาร์ตแบตสมาร์ทโฟนไร้สาย ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางSmart Application : Origin Connect  แอพพลิเคชั่นสุดสมาร์ท สำหรับลูกบ้าน Origin ที่สามารถเป็นได้ทั้งตรวจสอบสิทธิพิเศษต่างๆ  รับพัสดุ แจ้งซ่อมนิติบุคคล ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง SMART ECO เมืองต้นแบบสังคมแห่งพลังงานทดแทน ‘‘ENERGY Management System’’ ต้นแบบแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย และเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า แพลทฟอร์มนี้ พัฒนาและบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนลียีทันสมัย อย่างมีประสิทธิภาพ  สังคมแห่งพลังงานทดแทน จะเกิดขึ้นที่นี่ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ Solar Cell พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาด ที่ใช้แล้วไม่มีวันหมด ในพื้นที่ส่วนกลางของ Origin Smart City Rayong นี้ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลาง ลดโลกร้อน Smart Shelter  สเตชั่นอัจฉริยะ ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่าน  Solar Cell ติดตั้ง Smart Screen  จออัจฉริยะ ที่สามารถเช็คสภาพจราจร เช็คอุณหภูมิ และสภาพอากาศ  เช็คค่าฝุ่น PM 2.5  พร้อมจุด “Wireless Charger’’ สำหรับ Smart Phone พร้อม Bike Sharing พร้อมจุดจอดจักรยาน EV Charger  สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ทำหน้าที่เป็นตัวชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ภายในพื้นที่ “สมาร์ท ซิตี้” Smart LAMP Censor ระบบเปิด ปิดไฟส่วนกลางอัตโนมัติ ผ่านระบบเซ็นเซอร์ ช่วยให้ประหยัดไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง PEA Hero Platform ระบบการจัดการพลังงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง การให้บริการด้านการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าภายใน ‘‘สมาร์ท ซิตี้’’   SMART COMMUNITY แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ไลฟ์สไตล์ฮับ สุด ‘‘สมาร์ท’’ อาณาจักรมิกซ์ยูส (MIXED-USE)  ‘’สมาร์ท ซิตี้’’ที่มอบบริการครบวงจร (One-Stop Services)  โดย PLATFORM นี้จะประกอบด้วย คอนโดมิเนียม ที่สูงที่สุดในระยอง,คอมมูนิตี้ มอลล์, ซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม, LIFESTYLE HUB   อย่างร้านกาแฟชั้นนำ CLASS CAFÉ 24 Hours , Co- Working Space ,โรงแรม Holiday Inn Express ในเครือ Intercontinental Hotel Group รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ทันสมัย   Cashless Society : อีกแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับการอยู่อาศัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแทนการใช้เงินสด จ่ายเงินในระบบ Payment รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น E-Payment หรือ QR Code Payment สะดวกสบายมากกว่าที่เคย ได้แก่ Vending Machine เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ  พร้อมให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอด 24 ชม. Washing Machine  เครื่องบริการซักผ้า ให้บริการตลอด 24 ชม.   ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่  Origin Property เล็งเห็นศักยภาพ ทำเลระยองใน EEC Zone หรือ  Eastern Economic Corridor เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก งัดคัมภีร์ “กลยุทธ์ ทะเลสีคราม’’ Blue Ocean ที่เน้น Local Demand ด้วยการเข้าไปเป็นผู้นำในตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ก่อนใคร  ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้ กับการสร้างอาณาจักร  Origin District Sriracha ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ EEC Zone เช่นกัน   "ORIGIN SMART CITY RAYONG" อภิมหาโปรเจคใหม่   นำทัพด้วย 3 แกนสมาร์ท SMART TECH, SMART ECO และ SMART COMMUNITY  บนทำเลศักยภาพ  EEC ใจกลาง ‘‘ไข่แดง’’ เมืองระยอง พิกัดโครงการ https://goo.gl/maps/6XF7LfR2xGMzm9y86     BEYOND A LIVING PLATFORM   ชีวิตอนาคตกำหนดได้ที่นี่   ชื่อโครงการ Notting Hill Rayong (นอตติ้ง ฮิลล์ ระยอง)   ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง พื้นที่โครงการ 2-2-67.1 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 33 ชั้น จำนวนยูนิต 537 ยูนิต+1 พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ขนาดห้อง  1 BEDROOM 22.50-30.20 ตร.ม. 1 Bedroom Smart Walk in Closet 28.30-30.20 ตรม. 1 BEDROOM PLUS 31.30-34.80 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ชุดชั้นวางทีวี, ชุดครัวและตู้แขวน,  เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, โต๊ะแต่งตัว, ตู้เสื้อผ้า(ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้อง) ,ชั้นวางรองเท้า (ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้อง), เครื่องปรับอากาศ  Daikin Inverter, Digital Door Lock , ระบบ Home Automation และห้องรูปแบบพิเศษได้ตู้เสื้อผ้าแบบ Smart Walk in Closet ที่จอดรถ 35% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Swimming Pool, Fitness, Steam Room, Co-Working Space, Co-Kitchen, Business Lounge, Theater Room, Sky Lounge, Game Room, CCTV, Keycard Access Control, Security 24 hrs. เริ่มก่อสร้าง Q4 2562 ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2564 ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท  สถานที่ใกล้เคียง  7 นาที จาก บขส.ใหม่ระยอง 9 นาที จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง 10 นาที  จากห้าง Passione Shopping Destination (ห้างแหลมทอง) 10 นาที  จากโฮมโปร ระยอง 12 นาที จากโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 14 นาที จากหาดแสงจันทร์  16 นาที จากโรงพยาบาลระยอง 16 นาที ห้าง Central Plaza ระยอง 40 นาที  จากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา       ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนขนาด 28.3 ตารางเมตร     ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 33.8 ตารางเมตร   ชื่อโครงการ Kensington Rayong South Wing (เคนซิงตัน ระยอง เซาท์ วิง)  ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง พื้นที่โครงการ 3-0-92.5 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 352 ยูนิต ขนาดห้อง  1 BEDROOM 23.20-32.90 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 35.70-36.90 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted : ชุดชั้นวางทีวี, ชุดครัวและตู้แขวน, ตู้เสื้อผ้า, เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, ชั้นวางรองเท้า, เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter, Digital Door Lock , ระบบ Home Automation ที่จอดรถ 30% รวมซ้อนคัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby,Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Rooftop Garden,  CCTV, Keycard Access Control, Security 24 hrs. เริ่มก่อสร้าง Q4 2562 ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2563 ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท  สถานที่ใกล้เคียง  7 นาที จาก บขส.ใหม่ระยอง 9 นาที จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง 10 นาที  จากห้าง Passione Shopping Destination (ห้างแหลมทอง) 10 นาที  จากโฮมโปร ระยอง 12 นาที จากโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 14 นาที จากหาดแสงจันทร์  16 นาที จากโรงพยาบาลระยอง 16 นาที ห้าง Central Plaza ระยอง 40 นาที  จากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา     ชื่อโครงการ Kensington Rayong North Wing (เคนซิงตัน ระยอง นอร์ท วิง)  ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง พื้นที่โครงการ 2-3-49.5 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 345 ยูนิต +1 พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ขนาดห้อง  1 BEDROOM 23.20-32.00 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 35.70-36.10 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted : ชุดชั้นวางทีวี, ชุดครัวและตู้แขวน, ตู้เสื้อผ้า, เตียงนอนขนาด 5 ฟุต, ชั้นวางรองเท้า, เครื่องปรับอากาศ Daikin Inverter, Digital Door Lock , ระบบ Home Automation ที่จอดรถ 30% รวมซ้อนคัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby,Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Rooftop Garden,  CCTV, Keycard Access Control, Security 24 hrs. เริ่มก่อสร้าง Q4 2562 ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2563 ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท  สถานที่ใกล้เคียง  7 นาที จาก บขส.ใหม่ระยอง 9 นาที จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง 10 นาที  จากห้าง Passione Shopping Destination (ห้างแหลมทอง) 10 นาที  จากโฮมโปร ระยอง 12 นาที จากโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 14 นาที จากหาดแสงจันทร์  16 นาที จากโรงพยาบาลระยอง 16 นาที ห้าง Central Plaza ระยอง 40 นาที  จากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา     สำหรับ Unit Layout ของทั้ง 2 โครงการ Kensington Rayong North Wing และ Kensington Rayong South Wing จะมีรูปแบบเหมือนกัน           พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ   ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 24.5 ตารางเมตร   ห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน พลัส ขนาด 35.7 ตารางเมตร     28 ก.ย.นี้ เปิดจองครั้งแรก ! กับคอนโดมิเนียม ที่สูงที่สุดในระยอง พบ 2 โครงการใหม่ NOTTING HILL RAYONG และ KENSINGTON RAYONG บนอาณาจักร “ORIGIN SMART CITY RAYONG” แลนด์มาร์คใหม่ ใจกลาง New CBD เมืองระยอง เปิดให้ สัมผัสความยิ่งใหญ่ แล้วกับ Sales Gallery สุดสมาร์ท ที่ใหญ่ที่สุด บนแยกเนินสำลี ระยอง พร้อมสามารถ รับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000.-* ในการเข้าจองครั้งแรก!!   จอง 5,000.- ผ่อนเพียง 4,900.- เริ่ม 1.29 ล้านบาท* คลิก https://bit.ly/2KWv80M   คลิก https://bit.ly/2KWv80M สัมผัสอภิมหาโปรเจคสุด “หล่อ” #ระยองต้องมา #จัดจ้านไปถึงย่านอีอีซี #OriginSmartCity #Rayong   https://youtu.be/-CgRY0YsKLY    
“ออเนอร์ กรุ๊ป”  ทุ่ม 2,000 ล้าน ปั้นโปรเจ็กต์ ONCE PATTAYA มั่นใจทำเลพัทยาไปได้อีกไกล 

“ออเนอร์ กรุ๊ป” ทุ่ม 2,000 ล้าน ปั้นโปรเจ็กต์ ONCE PATTAYA มั่นใจทำเลพัทยาไปได้อีกไกล 

ออเนอร์ กรุ๊ป ทุ่มงบ 2,000 ล้าน ปั้นโปรเจ็กต์ "วันส์ พัทยา" ก่อนปลายปีผุดโคงการมิกซ์ยูส ทั้งโรงแรมและพื้นที่รีเทลต่อเนื่อง  พร้อมเตรียมแบรนด์คอนโดฯ ใหม่ "MOTION" ออกทำตลาดจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปีหน้า   นางสาวธิดา เชิดสุริยา ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ออเนอร์ เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบประมาณ 2,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการวันส์ พัทยา (ONCE PATTAYA) ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “Lifestyle Mixed Use” เป็นคอนโดมิเนียม ขนาดความสูง 32 ชั้น  จำนวน 427 ยูนิต มีห้อง 4 แบบ ได้แก่ แบบ Studio  แบบ 1 ห้องนอน  1 ห้องน้ำ ห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  และห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 28.00-59.80 ตารางเมาตร ราคาขายตั้งแต่ 2.85-22 ล้านบาท หรือราคาขายเฉลี่ย 130,000 บาทต่อตารางเมตร   ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้ว 43%  แบ่งเป็นคนไทยกว่า 70% และที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่เริ่มกลับเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย​​์ของไทยมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ทางโครงการ ได้เริ่มเปิดขายพรีเซลล์ครั้งแรก  เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จ่าจะทำยอดขายได้ถึง 80% และในช่วง ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะเริ่มการก่อสร้างโครงการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ปี 2565     นางสาวธิดา กล่าวว่า  โครงการคอนโดฯ ​ ในโซนพัทยาเหนือ  ถือว่ามีซัพพลายไม่มากมีเพียง 2-3 โครงการ  ในราคาระดับเฉลี่ยกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร  เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินให้เช่าระยะยาว ถ้าที่ดินติดหาดจะเหลือเพียงโซนหาดวงศ์อมาตย์ แต่รูปแบบที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินหน้าแคบและมีราคาสูง  ปัจจุบันราคาที่ดินในเมืองพัทยารพุ่งสูงสุดประมาณตารางวาละ  1 ล้านบาท   สำหรับ ที่ดินของโครงการวันส์ พัทยา เป็นที่ดินที่ซื้อไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นที่ดินหน้ากว้าง อยู่บนถนนพัทยาสาย 3 ที่ในอนาคตเขตทางจะขยายความกว้างเป็น 30 เมตรจากปัจจุบันกว้าง 20 เมตร เป็นเส้นทางในข่ายพิจารณาการพัฒนาระบบรถไฟรางเบาชลบุรี-พัทยา ที่จะเชื่อมรถไฟความเร็วสูง  ที่ตั้งโครงการยังอยู่ใกล้กับสถานีของโครงการรถไฟความเร็วสูง และใกล้กับมอเตอร์เวย์   นางสาวธิดา กล่าวอีกว่า แผนธุรกิจในอนาคต บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) บนที่ดินกว่า 2 ไร่ ติดกันกับโครงการวันส์ พัทยา มูลค่า 1,000 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 25 ชั้น แบ่งเป็นพื้นที่รีเทลชั้น 1-7 และชั้น 8 ขึ้นไปจะเป็นโรงแรมประมาณ 300 ห้อง เพื่อจับตลาดกลุ่มสัมมนา และนักท่องเที่ยวทั่วไป คาดว่าจะมีอัตราห้องพักตั้งแต่ 1,800 บาทขึ้นไป คาดว่าโครงการมิกซ์ยูสจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 หรือหลังจากการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมไปแล้ว 1 ปี    "แผนต่อไปบริษัทจะเปิดตัวโครงการคอนโดฯ แบรนด์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ MOTION ใน 2 ทำเลด้วยกัน ซึ่งมีจุดเด่นที่ทำเลอยู่ในโซนสีแดงของผังเมืองใหม่พัทยา ใกล้โครงการรถไฟฟ้ารางเบาเมืองพัทยา โดยจับกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีราคาจะต่ำกว่าแบรนด์ วันส์ เล็กน้อย"     สำหรับ “ออเนอร์​ กรุ๊ป” (Honour Group)  เริ่มธุรกิจแรก ด้วยการเปิดร้านจำหน่ายทอง ภายใต้ชื่อ "ร้านทองแม่ทองสุก เยาวราช พัทยา" ตั้งแต่ปี 2528 ก่อนจะหันมาทำธุรกิจโรงแรมในปี 2547  ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงแรมเดอะไซมีส พัทยา (The Siamese Hotel ) โรงแรม ที พัทยา (T Pattaya Hotel) โรงแรม เอ็กซ์คิว พัทยา (XQ Pattaya Hotel) และโรงแรม สวีท เซนส์ จอมเทียน (Sweet Sense Jomtien Hotel) จนล่าสุด ได้เข้ามาทำธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ในรูปแบบคอนโดฯ ภายใต้โครงการวันส์ พัทยาเป็นโครงการแรก ​ 
รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด เดือนกันยายน 2562

รวมโปรโมชั่นบ้าน-คอนโด เดือนกันยายน 2562

ตั้งแต่เริ่มต้นปี 62 มานี้ หลายโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะแนวราบ แนวดิ่ง เป็นโครงการที่เพิ่งเปิดตัวหรือพร้อมอยู่แล้วก็ตาม ต่างก็พร้อมใจขยันออกโปรโมชั่นกันออกมาช่วงชิงตลาดกันท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยช่วงปลายไตรมาส 3 นี้ จะมีโปรโมชั่นอะไรเด็ดๆ บ้าง ตามมาดูกันค่ะ   อนันดา ส่ง 7 คอนโดใหม่ จัดโปร อนันดาส่ง 7 คอนโดใหม่ติดรถไฟฟ้า จองก่อน ได้ก่อน ไม่ต้องรอใคร เริ่ม 1.59 - 5.99 ล้าน* ไอดีโอ คิว ทองหล่อ สเตชั่น 230 เมตร จาก BTS ทองหล่อ* เริ่ม 5.99 ลบ. คิว ประสานมิตร 120 เมตร จาก มศว* เริ่ม 5.99 ลบ. ไอดีโอ สุขุมวิท-พระราม 4 350 เมตร จาก BTS พระโขนง* เริ่ม 3.59 ลบ. ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน 400 เมตร จาก MRT สามย่าน* เริ่ม 3.59 ลบ. ไอดีโอ พหล-สะพานควาย 0 เมตร จาก BTS สะพานควาย* ไอดีโอ รามคำแหง-ลำสาลี สเตชั่น 50 เมตร จาก MRT ลำสาลี* เริ่ม 2.19 ลบ. ไอดีโอ จรัญ 70-ริเวอร์วิว 295 เมตร จาก MRT บางพลัด* เริ่ม 1.59 ลบ.   "พฤกษา"จัดแคมเปญ “GOLD ON TOP รับทองกว่าแสน ทุกหลัง”     พฤกษาจัดโปรโมชั่นสำหรับบ้านเดี่ยวแบรนด์ภัสสรและเดอะแพลนท์ กว่า 47 โครงการทั่วประเทศ เพียงจองและโอนภายใน 30 กันยายน 62 ฟรีทุกค่าใช้จ่าย พิเศษสุด 500 ยูนิตแรก รับฟรีทองคำหนัก 5 บาททุกยูนิตทันทีไม่ต้องลุ้นใดๆ   ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม–30 กันยายน 2562 รับโปรโมชั่นพิเศษมากมาย อาทิ  ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน (สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท) และพิเศษสุด!! สำหรับลูกค้าที่จองบ้าน 500 ท่านแรกและโอนภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 ทุกยูนิตรับฟรีทันทีทองคำหนัก 5 บาท ไม่ต้องลุ้น รวมมูลค่าของรางวัลและส่วนลดกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษจากธนาคารพันธมิตร อาทิ กู้ได้ 100% หรือผ่อนเพียงล้านละ 1,000 บาทในปีแรก   LIFE Sathorn Sierra เตรียมจัด OPEN HOUSE 7-8 ก.ย. นี้   คอนโดมิเนียมจาก AP Thailand บนทำเลศักยภาพ ห่างจาก BTS ตลาดพลู 150 เมตร และ 100 เมตรจาก BRT ราชพฤกษ์ ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 87,000 บาท/ตร.ม. จัดงาน OPEN HOUSE 7-8 ก.ย.นี้ พร้อมเปิดคาเฟ่ใหม่ LIFE SATHORN SIERRA X NESCAFE HUB พบเมนูสุด EXCLUSIVE เฉพาะที่นี่ที่เดียว ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* ฟรี Samsung Note 10+* เริ่ม 2.49 ล้าน*     ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107 เตรียม Per Sale 7-8 ก.ย. นี้ คอนโดที่เสมือนการใช้ชีวิตอยู่บนรีสอร์ทส่วนตัว รายล้อมด้วยสวนสีเขียวสไตล์ Tropical และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อความคล่องตัวของการใช้ชีวิต บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ 6 อาคาร 1,022 ยูนิต 4 ร้านค้า ขนาด 28.5-69.5 ตร.ม. (Studio-2 ห้องนอน) ราคาเริ่ม 1.78 ล้านบาท Per Sale 7-8 ก.ย. นี้ ณ Sales Gallery รับเฟอร์นิเจอร์ครบชุด และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 300,000 บาท   ดิ เอ็กเซล ลาซาล 17 เริ่มเปิดขาย 21 - 22 ก.ย. นี้ คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสุขุมวิทแต่งครบจบทั้งห้อง พร้อมสระขนาดโอลิมปิกยาวกว่า 50 ม. เป็น Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร 581 ยูนิต ขนาด 25-44 ตร.ม. (1-2 ห้องนอน) กับราคาที่หาไม่ได้อีกแล้วบนเส้นสุขุมวิท เริ่ม 1.19 ลบ.* ผ่อนสบายเริ่ม 4,900 บ./ด.* เริ่มเปิดขาย 21 - 22 ก.ย.นี้ ภายในงานมีจับฉลากห้องโปรโมชั่นราคาพิเศษ ห้องมีจำนวนจำกัด!   เอ็ม จตุจักร โปรเด็ด 20 ยูนิต ราคาดีที่สุด     คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ จัดโปรโมชั่นราคาเดียว 1 ห้องนอน 28 ตร.ม. 3.5 ล้านบาท* 2 ห้องนอน 55 ตร.ม. 6.9 ล้านบาท* จัดให้ครบ ฟรี เฟอร์นิเจอร์ครบชุด* พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า* และกู้เต็ม 100% วันที่ 7-8 ก.ย.นี้ ที่ Sales Gallery โครงการ BAAN 365 RAMA III By LPN มอบเอกสิทธิ์พิเศษในงาน EXCLUSIVE EVENT     บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เตรียมมอบเอกสิทธิ์พิเศษในงาน EXCLUSIVE EVENT  BAAN 365 RAMA III กับโครงการแรกภายใต้แบรนด์ “BAAN 365 By LPN” ในรูปแบบบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมหรู  มูลค่า 3,200 ล้านบาท ขนาดเนื้อที่ 22 ไร่ ใน วันที่ 14-15 ก.ย. นี้ BAAN 365 RAMA III By LPN มอบเอกสิทธิ์พิเศษ  โดยเปิดจอง “บ้านหรู พร้อมอยู่” โซนส่วนตัวใหม่ เพียงจองภายในวันงาน รับข้อเสนอพิเศษ Exclusive Living Packages เฟอร์นิเจอร์ ค่าตกแต่งภายใน เครื่องปรับอากาศ และส่วนลด มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด*) ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมบ้านตัวอย่าง และบ้านจริงได้แล้ววันนี้ ณ Sales Gallery เจ.เอส.พี. ขนกว่า 20 โครงการผนึกแคมเปญพิเศษ ‘สุขพร้อมเสิร์ฟ’  บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เตรียมจัดโปรโมชั่นพิเศษโครงการ BAAN 365 RAMA III By LPN ในวันที่ 14-15 ก.ย. นี้  ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ “BAAN 365 By LPN” ในรูปแบบบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมหรู มูลค่า 3,200 ล้านบาท ขนาดเนื้อที่ 22 ไร่ ซึ่งเตรียมมอบเอกสิทธิ์พิเศษในงาน EXCLUSIVE EVENT โดยเปิดจอง “บ้านหรู พร้อมอยู่” โซนส่วนตัวใหม่ เพียงจองภายในวันงาน รับข้อเสนอพิเศษ Exclusive Living Packages เฟอร์นิเจอร์ ค่าตกแต่งภายใน เครื่องปรับอากาศ และส่วนลด มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด*) ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมบ้านตัวอย่าง และบ้านจริงได้แล้ววันนี้ ณ Sales Gallery ได้ทุกวัน   บริษัท  เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เตรียมขนโครงการบ้านและคอนโดฯ กว่า 20 โครงการ ร่วมออกบูธในงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่  41   อาทิ  โครงการคอนโด 2 ทำเล คือ สาทร - กัลปพฤกษ์ และบางปู, โครงการทาวน์โฮม 7 ทำเล อาทิ สุขุมวิท - แพรกษา, รังสิต - คลอง 1 และ สาทร-กัลปพฤกษ์  อาคารพาณิชย์ 7 ทำเล อาทิ สุขุมวิท - แพรกษา, ทิวลิป สแควร์ และ รังสิต - คลอง 1 บ้านแฝดมี 4 ทำเล ไม่ว่าจะเป็น สุขุมวิท - แพรกษา, รังสิต - คลอง 1 และแหวน - บางใหญ่  และโครงการบ้านเดี่ยวทำเลเด็ด 1 วงแหวน - บางใหญ่ ทุกทำเลแลทุกโครงการยกขบวนมาพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษ ‘เจ เอส พี สุขพร้อมเสิร์ฟ’ โดยเปิดให้ลูกค้าที่เข้าร่วมงานมีสิทธิ์จองเพียง 1,000 บาท เท่านั้น อีกทั้งมอบโอกาสผ่อนสบายเริ่มเพียง 1,500 บาท ต่อเดือน พร้อมส่วนลดอีกมากมาย  ในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่   12 - 15 กันยายนนี้   กาลิเลโอ รัชดา 32 จัดงาน Pre-Sale ครั้งแรก!! วันที่ 28-29 ก.ย. นี้   บริษัท พรีโม เรียลเตอร์ จำกัด เตรียมจัดงาน Pre-Sale โครงการคอนโดมิเนียม กาลิเลโอ รัชดา 32 ระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน 2562 ครั้งแรก!! เปิดชมห้องตัวอย่างใหม่ ยูนิตพิเศษราคา 1.69 ล้านบาท ผ่อนเพียง 4,900 บาทต่อเดือน จำนวนจำกัด ด้วยจำนวนเพียง 64 ยูนิต ที่โครงการกาลิเลโอ รัชดา 32  คอนโดหรู แต่งครบ จัดเต็ม!! พร้อมส่วนกลางลอยฟ้า สระว่าย  กล้องดูดาว สวนลอยฟ้า บ้านไม้ สำหรับเด็กๆ  Co-Working Space 24 ชม. พร้อมลิฟท์ล๊อคชั้น  ความปลอดภัย และเทคโนโลยีครบครัน  อาทิ Home Automation, Digital Door Lock, Smart Mirror, Port USB พร้อมมีบริการรถ รับ-ส่ง รัชดา 32 – MRT ลาดพร้าว* และฟรีบริการนู๋เมด ทำความสะอาด 2 ปี โปรโมชั่นพิเศษ!! เหล่านี้เฉพาะภายในงานเท่านั้น ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท* RICHYจัดโปรฯแรง! งานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 41   บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) (RICHY) เตรียมนำโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด 9 โครงการ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม 2 โครงการ ประกอบด้วย เดอะริชวิลล์ ราชพฤกษ์, เดอะริช บิชโฮม สุขุมวิท 105 ส่วนคอนโดมิเนียม 7 โครงการ ประกอบด้วย เดอะ ริช เอกมัย, ริช พอยท์ @บีทีเอสวุฒากาศ,  ริชพาร์ค @เตาปูน อินเตอร์เชนจ์, ริชพาร์ค @ เจ้าพระยา, ริชพาร์ค เทอมินอล @ พหลโยธิน 59, เดอะริช @สาทร-ตากสิน, ดิเอท คอลเลคชั่น พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง
SC เดินหน้าเปิดโปรเจ็กต์โค้งท้ายปี รักษาเป้าหมายสร้างรายได้ 19,000 ล้าน

SC เดินหน้าเปิดโปรเจ็กต์โค้งท้ายปี รักษาเป้าหมายสร้างรายได้ 19,000 ล้าน

"เอสซี แอสเสท" เดินหน้าเปิดโปรเจ็กต์โค้งท้ายปี รักษาเป้ารายได้ 19,000 ล้าน  มุ่งจับตลาดระดับบน กำลังซื้อสูง ล่าสุดเตรียมโอนโปรเจ็กต์ "ทเวนตี้เอท ชิดลม"  บนที่ดินเคยแพงสุดของถนนชิดลม หลังกวาดยอดขายกว่า 5,000 ล้าน  นายประยงค์ยุทธ อิทธิรัตน์ชัย รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยถึงแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมช่วงครึ่งปีหลังว่า ได้วางแผนเปิดตัว 2 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ THE CREST PARK RESIDENCES  คอนโดฯ ใกล้ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท พัฒนาโดยบริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNR1 Co.,Ltd.) บริษัทร่วมทุนกับ Nishitetsu Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯและคมนาคมจากภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น   โครงการที่ 2 คือ โครงการ SCOPE THONGLOR  คอนโดฯ ติด BTS สถานีทองหล่อ มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท พัฒนาโดยบริษัท สโคป ทาวเวอร์ จำกัด (Scope Tower Co., Ltd.) ส่วนช่วงปลายปีจะเปิดขายโครงการ แชมเบอร์ส อ่อนนุช สเตชั่น เฟส 2 มูลค่า 1,400 ล้านบาท ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อซอฟท์ลอนซ์  ก่อนเปิดตัวเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้าอีกครั้งหนึ่ง   สำหรับการเปิดตัวโครงการคอนโดฯ​ บริษัทมุ่งเน้นจับตลาดระดับบน หรือคอนโดฯ ราคาขายตั้งแต่ 120,000-250,000 บาตรต่อตารางเมตรขึ้นไป  ซึ่งแผนในระยะ 3-5 ปี บริษัทจะพัฒนาโครงการคอนโดฯ ภายใต้แบรนด์เดอะเครสท์ และแชมเบอร์ส เพื่อบริหารพอร์ตรายได้ของบริษัท ให้มีสัดส่วนรายได้จากโครงการคอนโดฯ 1 ใน 3 ของรายได้รวม รายได้จากโครงการแนวราบมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของรายได้รวม และมีรายได้ประจำจากการปล่อยเช่าและการธุรกิจโรงแรม สัดส่วนไม่เกิน 10% ของรายได้รวมด้วย   ด้านความคืบหน้าโครงการในกลุ่มลักชัวรี ลิมิเต็ด คอลเลคชั่น ของบริษัท ซึ่งมีด้วยกัน 3 โครงการ  ได้แก่ 1.โครงการศาลาแดงวัน มูลค่า 4,000ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขายมูลค่า 1,400 ล้านบาท  2.โครงการบีทนิค สุขุมวิท มูลค่า 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขาย  2,000 ล้านบาท และ 3.โครงการทเวนตี้เอท ชิดลม (28 ชิดลม) มูลค่า 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือขายประมาณ 3,000 ล้านบาท   ส่วนความคืบหน้าโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม บริษัทก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าได้ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถขายห้องชุดได้กว่า 60% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท  จากมูลค่าโครงการรวม 8,000 ล้านบาท ส่วนห้องที่เหลืออีก 40% จะจัดงาน Open House ในวันที่ 7-8 กันยายน 2562 พร้อมเปิดให้ชมโครงการอย่างเป็นทางการ     โดยโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม เป็นคอนโดซุปเปอร์ลักชัวรี่ ฟรีโฮลด์ บนถนนชิดลม พื้นที่กว่า 3 ไร่  มีจำนวน 2 อาคาร แบ่งเป็น  The Tower ขนาด 47 ชั้น จำนวน 243 ยูนิต รูปแบบห้องมีให้เลือกทั้งแบบ ห้องขนาด 1-3 ห้องนอน และแบบเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 40-200 ตารางเมตร  กับอาคาร The Villa ขนาด 20 ชั้น จำนวน 182 ยูนิต รูปแบบห้องมีให้เลือกขนาด 1-3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 37-132 ตารางเมตร   สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำได้ 19,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 20%  ในช่วงครึ่งปีหลังวางแผนเปิดโครงการใหม่ทุกกลุ่ม 10 โครงการ มูลค่ารวม 13,300 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 8 โครงการ มูลค่า 7,300 ล้านบาท  ได้แก่ กลุ่มบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์ เพฟ, เวนิว โฟลว์, บางกอก บูเลอวาร์ด และ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ราคาตั้งแต่ 4-30 ล้านบาท กลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ วี-คอมพาวด์ และ เวิร์ฟ ราคา 2-6 ล้านบาท โดยทั้ง 8 โครงการ ตั้งอยู่ในหลากหลายทำเล เช่น พระราม 5, รังสิต, เสรีไทย, และบางนา ส่วนโครงการแนวสูง 2 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท   ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน หรือ backlog มูลค่า 10,600  ล้านบาท 57% จะรับรู้รายได้ในปีนี้ จากทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง โดยมีคอนโดฯ 2 โครงการที่จะสร้างเสร็จและเริ่มโอนในครึ่งปีหลัง คือ โโครงการทเวนตี้เอท ชิดลม และโครงการเซ็นทริค รัชโยธินเริ่มโอนปลายไตรมาส 4   ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของ บริษัทมีรายได้รวม 6,698  ล้านบาท สัดส่วนคือ 93% จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และสัดส่วน 6% จากอสังหาฯ เพื่อเช่าและบริการ รายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 6,236  ล้านบาท มาจากโครงการแนวราบ 5,202 ล้านบาท เติบโต 16% (yoy) และโครงการแนวสูง 1,034 ล้านบาท กำไรสุทธิ 598 ล้านบาท และมียอดขายรวม 7,023 ล้านบาท
4 เหตุผลสำคัญ ทำไมคอนโดฯ ไฮเอนด์ยังน่าลงทุน ในภาวะตลาดชะลอตัว-คุมเข้ม LTV

4 เหตุผลสำคัญ ทำไมคอนโดฯ ไฮเอนด์ยังน่าลงทุน ในภาวะตลาดชะลอตัว-คุมเข้ม LTV

ท่ามกลางภาวะตลาดคอนโดมิเนียม ที่ปีนี้ถือว่าลดระดับความร้อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลของมาตรการ LTV ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาสกัดกั้นกลุ่มนักลงทุน และเก็งกำไร ซึ่งต้องถือว่าได้ผลอย่างชัดเจน เพราะช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ เร่งระบายสต็อกสินค้าเก่าออก   ครึ่งปีแรกคอนโดฯ เปิดตัวใหม่ลด 30% นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)จำกัด รายงานว่า ช่วงครึ่งปีแรกผู้ปะกอบการเปิดตัวโครงการคอนโดฯ​ ใหม่ออกมาประมาณ​ 18,075 ยูนิต ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในอัตรา 19.9% ที่มีการเปิดตัวอยู่ประมาณ​ 22,000 ยูนิต ทำให้คาดการณ์กันว่ายูนิตของคอนโดฯ  เปิดใหม่ในปีนี้เหลือเพียง 40,000-45,000 ยูนิต ลดลง 30% จากเดิมที่คาดว่าปีนี้จะเปิดตัวใหม่กัน 50,000-55,000 ยูนิต หากดูจำนวนโครงการเปิดใหม่ ในช่วงไตรมาส 2 ที่มีประมาณ 26 โครงการ จำนวน 9,632 ยูนิต มูลค่า  74,870 ล้านบาท  จะพบว่าผู้ประกอบการเลือกที่จะเปิดตัวในย่านทำเลใจกลางเมืองเป็นหลักจำนวนถึง 6,911 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 71.8% โดยมีอัตราการขายได้เฉลี่ย 38% การเปิดตัวในทำเลย่านใจกลางเมือง นั่นแสดงให้เห็นว่า เป็นการพัฒนาโครงการจับกลุ่มตลาดบนเป็นหลัก หรือตลาดคอนโดฯ ไฮเอนด์  ซึ่งจากข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกค้าระดับบนในพื้นที่ใจกลางเมือง ที่ยังคงมีความต้องการคอนโดฯ ในพื้นที่ใจกลางเมืองอีกเป็นจำนวนมาก และเป็นฐานลูกค้าที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่เข้ามากระทบตลาดในช่วงที่ผ่านมา     ยอดขายคอนโดฯ ไฮเอนด์ยังเติบโต ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยังพบว่า ภาพรวมของอัตราการขายคอนโดฯ ไฮเอนด์  มีอัตราเฉลี่ยประมาณ 71%  โดยพื้นที่ขายดีจะเป็นย่านลุมพินี คือ บริเวณ หลังสวน ชิดลม และวิทยุ  มีอัตราการขายสูงสุด 76% แต่ยังมีอุปทานเหลือขายเพียงแค่ 343 ยูนิตเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ ย่านลุมพินี เป็น Prime Area แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานเกรด A รวมพื้นที่กว่า 279,986 ตารางเมตร พื้นที่ค้าปลีกพื้นที่ค้าปลีก A อีกกว่า 110,000  ตารางเมตร  รวมถึง Serviced Apartment เกรด A และโรงแมระดับ 5 ดาวอีกเป็นจำนวนมาก รองลงมาคือ ในพื้นที่ สีลม – สาทร มีอัตราการขายประมาณ 73% และในพื้นที่สุขุมวิทซอย 1-61 ที่มีอัตราการขายที่ประมาณ 70% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด   เมื่อตลาดคอนโดฯ​ ไฮเอนด์ ยังถือว่าเป็นตลาดเติบโตดี อัตราการขายได้ยังสูง แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าชนิดนี้ว่ายังมีมากอยู่ แต่ปริมาณของเหลือขายหรือที่จะออกมาขายมีน้อย จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่นักลงทุนสนใจเข้ามาซื้อคอนโดฯ ไฮเอนด์เพื่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็น่าจะยังคงมีคำถามว่า ปัจจุบันตลาดคอนโดฯ ไฮเอนด์ ยังน่าลงทุนหรือไม่ และนี่คงเป็น 4 เหตุผลสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดคอนโดฯ ไฮเอนด์ ยังน่าลงทุนอยู่ไม่น้อย 1.ลูกค้าเชื่อมั่นดีเวลลอปเปอร์ จากจำนวนคอนโดฯ ที่เปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา  พบว่า อัตราการขายได้เฉลี่ยของโครงการคอนโดฯ อยู่ที่ประมาณ 38%  แต่ถ้าเจาะลึกไปในข้อมูล จะพบว่า ดีเวลลอปเปอร์ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน มีอัตราการขายได้ถึง 42% สูงกว่าบริษัททั่วไป ซึ่งขายได้ 26.2% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้ซื้อและนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในชื่อเสียง ประสบการณ์ และคุณภาพของของโครงการของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์มากกว่า ที่สำคัญกลุ่มคอนโดฯ ไฮเอนด์ส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาโดยบริษัทมหาชนเป็นหลัก 2.คอนโดฯ ราคาแพง ขายได้สูงสุด สำหรับคอนโดฯ​ ที่ขายดี จะพบว่าเป็นกลุ่มคอนโดฯ ราคาแพงมากที่สุด เพราะถือว่าฐานลูกค้ากลุ่มระดับบนไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ  มีกำลังซื้อสูง ทำให้ไม่มีปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV เท่ากับลูกค้ากลุ่มตลาดกลางและล่าง ซึ่งคอนโดฯ กลุ่มราคาที่ขายดีที่สุด คือ 150,001 - 200,000 บาทต่อตารางเมตร ขายได้  59.7% รองลงมาคือ ราคา 200,001 - 250,000 บาทต่อตารางเมตร  ขายได้ 31.3% และราคา  250,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป สามารถขายได้ประมาณ 28.3%   “หากโครงการที่พัฒนาใหม่ตั้งอยู่บนทำเลดีที่ดี ราคาเหมาะสม มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของดีไซด์ คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการแล้ว กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี่ก็จะไม่ค่อยลังเลในการตัดสินใจเลือกซื้อโครงการคอนโดฯ เหล่านั้น”   จะเห็นได้ว่า คอนโดฯ ระดับราคาทั้ง 3 กลุ่มนั้น ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบน  ที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กลุ่มลูกค้าระดับนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของมาตรการ LTV ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่เติบโตเท่าที่ควร รวมถึงเรื่องความเชื่อมั่นทางการเมืองและความมั่นคงของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ   3.ให้ผลตอบแทนการลงทุนถึง 10% อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กลุ่มสินค้าระดับบน ยังคงขายดีต่อเนื่อง คือ การได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูง เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มที่มาซื้อคอนโดฯ​ ราคาแพงนั้น มีทั้งที่อยู่จริงและกลุ่มนักธุรกิจนักลงทุน ซึ่งมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้วย  โดยจะพบว่า คอนโดฯ ไฮเอนด์ในช่วงที่ผ่านมามีผลตอบแทนจากส่วนต่างของมูลค่าสินทรัพย์ (Capital Gain) และผลตอบแทนจากอัตราค่าเช่า (Rental Yield)  ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   โดยพบว่า Capital Gain ของคอนโดฯ ไฮเอนด์อยู่ที่ประมาณ 5 - 6.5% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง คุ้มค่า และน่าลงทุนเป็นอย่างมาก ซึ่งกลุ่มลูกค้าคอนโดฯ ไฮเอนด์ส่วนใหญ่ ซื้อเพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งแน่นอนว่าได้ผลตอบแทนจาก Capital Gain ที่ค่อนข้างสูง และสำหรับนักลงทุนที่ซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า พบว่า ได้รับผลตอบแทน Rental Yield ประมาณ 4.5 – 5.5 % ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจเป็นอย่างมากของเหล่านั้นลงทุน ซึ่งหากรวม Capital Gain และ Rental Yield   เฉลี่ยต่อปี เกือบ 10%   4.ที่ดินพัฒนาโครงการมีจำกัด ปัจจัยที่ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนกลุ่มคอนโดฯ ไฮเอ็นด์ดีอย่างนี้ เป็นเพราะส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใน Prime Area ของกรุงเทพฯ  ซึ่งทราบกันดีว่า ในปัจจุบันที่ดินใน CBD และ Prime Location ในกรุงเทพฯ มีจำกัด และหายากเป็นอย่างมาก บวกกับราคาที่ดินในช่วงที่มามีการปรับตัวในเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูง  ที่ดินบางแปลงในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน มีการซื้อขายกันสูงกว่า ตารางวาละ 3.1 ล้านบาท ซึ่งจากที่ดินที่ค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด เชื่อในในอนาคต ในอาจเห็นการซื้อขายที่ดินในกรุงเทพฯ ที่สูงกว่า ตารางวาละ 3.5 ล้านก็เป็นไปได้   เมื่อราคาที่ดินมีการปรับเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการก็ย่อมต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ก็สะท้อนกลับในสู่ราคาขายของโครงการที่มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาขายคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ มีการปรับเพิ่มขึ้นกว่าปีละ 8-12% นั้นหมายความว่าราคาคอนโดฯ  ที่เราถือครองกันนั้นมีการปรับเพิ่มขึ้นราคาตลอดและต่อเนื่อง จึงสะท้อนให้เห็นว่าคอนโดไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นสินค้าที่น่าในใจ และยังคงน่าลงทุนอย่างต่อเนื่อง  ที่สำคัญโอกาสในการครอบครองคอนโดฯ กลางเมือง นับวันมีแต่น้องลง จากที่ดินซึ่งหามาพัฒนาได้ยาก  เรียกได้ว่า ดีมานด์มีมากแต่ซัพพลายเหลือน้อยแล้วนั่นเอง   แต่แม้ว่าคอนโดฯ ไฮเอนด์ ยังเป็นตลาดน่าลงทุน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกโครงการหรือห้องทุกยูนิตจะให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอไป การเลือกโครงการ ทำเลที่ตั้ง รูปแบบห้อง และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ยังมีส่วนสำคัญและผู้ลงทุนคงจะต้องศึกษารายละเอียดต่างๆ อย่างรอบครอบ เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง!!!     
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ครบทุกไลฟ์สไตล์ในย่านแบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107 : รีวิวคอนโด

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ครบทุกไลฟ์สไตล์ในย่านแบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107 : รีวิวคอนโด

จะมีสักกี่คอนโดฯ ที่กล้าเรียกตัวเองว่า “บ้าน” เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดพื้นที่อยู่อาศัย จำนวนยูนิต ความพลุกพล่านของผู้คนในโครงการ รวมถึงความรู้สึกหลายอย่างประกอบกัน แต่ไม่ใช่สำหรับคอนโดมิเนียมล่าสุดจากศุภาลัย Supalai City Resort Sukhumvit 107 ที่กล้าชูแนวคิด “COME HOME ให้การกลับบ้านมีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา” เพราะทุกสิ่งคิดมาตั้งแต่เริ่มออกแบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสใกล้เคียงกับคำว่าบ้านมากที่สุด แต่กลับอยู่ในทำเลแบบคอนโด คือใกล้รถไฟฟ้า อยู่ท่ามกลางแหล่งอาหารการกินเยอะแยะมากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ลองไปทำความรู้จักย่านแบริ่งแห่งนี้ด้วยกันค่ะ     “แบริ่ง” ทำเลกับผู้คน ซ.สุขุมวิท 107 หรือที่เรียกกันว่าถ.แบริ่ง มีลักษณะเป็นถนน 4 เลนตลอดเส้นทางรถยนต์วิ่งได้สะดวกพอสมควรค่ะ ไม่คับแคบเกินไป ช่วงต้นซอยจะเชื่อมต่อจากถ.สุขุมวิทใกล้กับ BTS สายสีเขียว สถานีแบริ่ง จากปากซอยถึงสถานีไม่เกิน 200 เมตรเท่านั้นค่ะ เมื่อตรงยาวไปจนสุดถนนอีกฝั่ง ก็จะไปบรรจบกับถ.ศรีนครินทร์ ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) สถานีศรีแบริ่ง และคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการในปี 64 ขณะเดียวกันช่วงกลางๆ ถนนก็จะมีถ.แบริ่ง-ลาซาล และบางซอยที่สามารถทะลุไปถ.ลาซาลได้ง่าย ไม่ต้องออกถนนใหญ่ ส่วนทางด่วนที่ทำให้สามารถเข้า-ออกใจกลางเมืองได้ใกล้ที่สุดก็คือทางด่วนเฉลิมมหานคร จุดขึ้น-ลงอยู่บริเวณสี่แยกบางนา และทางด่วนบูรพาวิถี ที่วิ่งยาวไปจนถึงจ.ชลบุรี เรียกได้ว่าไม่ว่าจะด้านไหนของแบริ่งก็มีการเดินทางเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย   มาดูกันที่บรรยากาศการใช้ชีวิตของผู้คนในละแวกถ.แบริ่ง ก็มีความคึกคักกันไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นเดิมที่มีบ้านเดี่ยวอาศัยอยู่ตามซอยแบริ่ง-ลาซาล หรือในอพาร์ทเม้นท์ของคนวัยทำงานเช่าพักอยู่หลายแห่ง หากเล่าตามไทม์ไลน์แล้วก็จะเห็นว่า ตั้งแต่รุ่งเช้าจะมีเหล่านักเรียนระดับชั้นเนอร์สเซอรี่ไปจนถึงมัธยมปลายจากหลายสถาบันคุณภาพในย่านนี้ อาทิ โรงเรียนนานาชาติเซนต์ แอนดรูว์, โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา, โรงเรียนบางกอกพัฒนา, โรงเรียนลาซาลกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติไทย-สิงคโปร์, โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีในนักลงทุนอสังหาฯ ว่ากลุ่มนักเรียน กับบุคคลากรนี่แหละค่ะ แหล่งดีมานด์ชั้นดีที่มั่นใจได้ว่ามีอยู่จริงตลอดเวลา        ทางด้านคนวัยทำงานเองก็มักจะเลือกเดินทางด้วย BTS สถานีแบริ่งอยู่เป็นจำนวนมากทุกเช้า-เย็น วันทำงาน เพราะจากปากซอยก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าแค่ไม่เกิน 200 เมตร และทางโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 เองก็มี Shuttle Bus บริการรับ-ส่งลูกบ้านด้วย หรือบางวันจะเลือกขับรถไปทำงานในเมืองก็สามารถขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครได้ จุดขึ้น-ลงก็อยู่ไม่ไกลกับสี่แยกบางนา คนทำงานย่านนอกเมืองออกมาหน่อยอย่างช่วงถ.บางนา-ตราด หรือถ.ศรีนครินทร์ ก็อาจจะใช้ทางด่วนบูรพาวิถีได้เช่นกัน            ช่วงกลางวันเราจะเห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายทั่วไป แต่มีความอุดมสมบูรณ์รอบด้าน สามารถตอบได้ทุกความต้องการแบบที่ไม่ต้องออกไปไหนไกลเลยค่ะ อย่างตามริมถ.แบริ่ง ไปจนถึงถ.ลาซาลที่สามารถทะลุหากันได้อย่างสะดวก ก็มีทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ Lasalle's Avenue, ดาดฟ้า ลาซาล และ Summer Lasalle ที่เป็นทั้งสำนักงานออฟฟิศแคมปัส กว่า 61 ไร่ รวมถึงร้านขายสินค้าและบริการหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นร้านวัตสัน สาขาซอยแบริ่ง ร้านนวดแผนไทย สนามแบดมินตัน สนามฟุตบอลหญ้าเทียม สนามปิงปอง ปั๊มน้ำมัน อู่ซ่อมรถ ที่ทำการไปรษณีย์ เคอรี่เอ็กซ์เพรส คลินิกทันตกรรม ร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว อาหารเวียดนาม อาหารอีสาน อาหารเหนือ ชาบู ปิ้งย่าง ฯลฯ ไปจนถึงอาหาร Street Food หลากหลายให้ได้แวะซื้อติดมือก่อนกลับเข้าคอนโด              รวมถึงเป็นที่ตั้งของหลายบริษัท และยังมีพื้นที่เป็น Warehouse พื้นที่ส่วนใหญ่ของแบริ่งจึงยังมีความโล่ง ไม่มีอาคารสูงบังกันมากนัก      เมื่อฟ้าเริ่มมืดลงก็ถึงช่วงเวลาของการแฮงค์เอ้าท์ ปาร์ตี้กันเบาๆ ละแวกนี้ก็มีร้านนั่งชิวบรรยากาศดี ดนตรีเพราะ ให้ได้เลือกผ่อนคลายหลายร้าน เรียกได้ว่าทุกสิ่งตอกย้ำความเป็นไลฟ์สไตล์ที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่ได้จริงไม่อิงนิยาย ตั้งแต่เช้าตรู่จรดค่ำมืดอย่างไม่มีเบื่อ      หากมองกว้างออกไปในโซนรอบๆ นี้ก็จะพบว่า มีโครงการระดับบิ๊กที่น่าสนใจเรียงรายอยู่ไม่น้อย ซึ่งทุกโครงการก็ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในการส่งให้ย่านนี้พัฒนาต่อไปได้อีกไกล ทั้งในแง่ของความเจริญขยายออกมาจากใจกลางเมือง การคมนาคม การใช้ชีวิตอันสะดวกสบายมากขึ้น โดยเหล่าโครงการที่ว่านี้ก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ Bitec Bangna ศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้า และแหล่งสำนักงาน, Bangkok Mall มิกซ์ยูสโปรเจกต์สุดอลังการจากเดอะมอลล์กรุ๊ป ที่จะมาพลิกโฉมย่านนี้ไปตลอดกาล, Mega City มิกซ์ยูส 400 ไร่ บนพื้นที่เมกา บางนาในปัจจุบัน, Central Village โครงการ Luxury Outlet จาก CPN แต่ละโครงการล้วนเป็น Big Project ที่จะเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้โซนนี้กลายเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างก้าวกระโดด    นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางถ.บางนา-ตราด ก็จะมี CentralPlaza Bangna, บิ๊กซี บางนา, The Little Walk บางนา, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ฝั่งถ.ศรีนครินทร์ ที่ใกล้กับโครงการที่สุด คือ รพ.ศิครินทร์, แม็คโคร, บิ๊กซี ศรีนครินทร์, ฟู้ดแลนด์ ศรีนครินทร์, Jas Urban และทางด้านถ.สุขุมวิท เช่น อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง, One Udomsuk, รพ.กล้วยน้ำไท 2 เป็นต้น   ภาพรวมโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 ตัวที่ดินโครงการตั้งอยู่ในซ.แบริ่ง 18 แต่สำหรับสำนักงานขายจะอยู่ปากซ.แบริ่ง 22 หากมาจากทางถ.สุขุมวิท ก็จะเลยปั๊มน้ำมันบางจากไปหน่อยค่ะ โดยจะเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 6 อาคาร 1,022 ยูนิต 4 ร้านค้า มีอาคารสโมสรสูง 2 ชั้น 2 อาคารพื้นที่มากถึง 13-1-78.4 ไร่ ราคาเริ่มต้น 1.78 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น  -  Tower 1 จำนวน 168 ยูนิต -  Tower 2 จำนวน 175 ยูนิต -  Tower 3 จำนวน 175 ยูนิต -  Tower 4 จำนวน 168 ยูนิต -  Tower 5 จำนวน 168 ยูนิต -  Tower 6 จำนวน 168 ยูนิต   ขนาดยูนิต Studio 28.5-29.0 ตร.ม. 1 Bedroom 34.5-41.5 ตร.ม. 1 Bedroom Plus 44.5-45.0 ตร.ม. 2 Bedroom 69.5 ตร.ม.       Green Concept Design  ทุกอาคารตั้งใจวางมาในลักษณะรูปตัว L เพื่อให้เกิดเงาช่วยบังแสงแดดให้กันในแต่ละช่วงเวลา และยังพยายามลดความร้อนให้เข้าสู่ตัวอาคารน้อยที่สุด อย่างการปลูกหญ้าบนชั้นดาดฟ้าของทุกอาคาร ใช้กระจกเขียวตัดแสง เมื่อความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารน้อยลงก็จะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้เบาลง เป็นการประหยัดค่าไฟไปในตัว ประกอบกับ Facilities ที่สร้างบรรยากาศเหมือนยกเอารีสอร์ทตากอากาศมาไว้ใจกลางแบริ่ง ตั้งแต่เหล่าพรรณไม้ให้ความร่มรื่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้รู้สึกสดชื่นแบบธรรมชาติจริง โดย Facilities ก็จะมีทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือ Infinity Edge แยกสระเด็ก ด้วยลักษณะของสระแนวยาวไม่ว่าจะว่ายน้ำเล่นหรือว่ายออกกำลังกายก็ตอบทุกความต้องการ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านด้วย Smart Locker, Fitness, Co-Living Space  และตอกย้ำความเป็น Green Concept Design ด้วย EV Charger สถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่จะมารองรับเทรนด์ในอนาคตของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้     Floor Plan   หน้าโครงการหันไปทางทิศเหนือ ทั้ง 6 อาคาร วางไว้รอบที่ดิน โอบล้อม Facilities ตรงกลางโครงการเอาไว้ ซึ่งตัวอาคารสโมสรสูง 2 ชั้น จะวางแยกกันเพื่อความสะดวกในการใช้บริการจริงของลูกบ้าน ซึ่งทุกอาคารจะได้ลิฟท์ 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด    ชมห้องตัวอย่าง  สำหรับห้องตัวอย่างที่มีให้ชมภายในสำนักงานขายจะมีอยู่ 2 Type ด้วยกันค่ะ คือ 1 Bedroom 34.5 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 45.0 ตร.ม. ขายแบบ Fully Furnished ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จะได้มาในแต่ละ Type จะต่างกันเล็กน้อยค่ะ  และทุกยูนิต* จะได้วอลเปเปอร์ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำแบบครบชุด ได้แก่ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย ฝักบัว เครื่องทำน้ำอุ่น เคาน์เตอร์ครัว Top ลามิเนต พร้อมเตาไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน เครื่องปรับอากาศ และ Digital Door Lock ที่ให้มาเป็นมาตรฐานสำหรับทุกยูนิตอยู่แล้ว        1 Bedroom 34.5 ตร.ม. เริ่มจากห้องตัวอย่างแรกค่ะ สำหรับ Type นี้ จะได้เฟอร์นิเจอร์มาทั้ง Sofa 2 Seats, TV Cabinet, Wardrobes, Dining Table, Chair, Dressing Table, Stool, Bed ไม่รวมฟูกที่นอนและหมอน       ด้วย Layout รุ่นใหม่ๆ จากศุภาลัย ทำให้ห้องกว้างขวางขึ้นเยอะเลยนะคะ สำหรับห้องตัวอย่างนี้จะมี Living Room เป็นด่านแรกก่อน ลึกเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ปูพื้นด้วยลามิเนต และแบ่งอีกด้านของห้องทางขวามือจะเป็นห้องครัวปิด ที่มีกระจกบานเลื่อนกั้นให้เช่นกัน ระเบียงห้อง และห้องน้ำ ซึ่งห้องฝั่งนี้พื้นจะเปลี่ยนเป็นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกทั้งหมดค่ะ เพื่อเพิ่มความทนทานในการใช้งานที่หนักกว่าห้องฝั่ง Living Room   พื้นที่กว้างขวางมากพอจะวางโต๊ะทานอาหารเอาไว้ในบริเวณเดียวกันกับ Living Room ได้เลย โดยพื้นที่เหลือให้สามารถวางโต๊ะขนาดใหญ่กว่าในห้องตัวอย่างนี้ได้ค่ะ   ห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ความสูงชิดฝ้าเพดาน ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึกอัด ที่สำคัญคือช่วงกลางวันก็จะได้รับความสว่างส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงภายในห้องผ่านกระจกห้องนอนนี้ โดยภายในห้องนอนมีพื้นที่รอบเตียงทุกด้าน หน้าต่างเป็นกระจกบานกระทุ้ง   อีกฝั่งของห้องจะแยกออกระหว่างครัวปิด ที่ Built in เคาน์เตอร์ครัวพร้อมอุปกรณ์มาให้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ซึ่งจากครัวจะเชื่อมต่อกับระเบียงห้องภายนอกได้ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์วางทีวี พื้นที่เชื่อมต่อกับห้องครัว ภายในติดตั้งอุปกรณ์มาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน    1 Bedroom Plus 45.0 ตร.ม.   ห้องตัวอย่างถัดมาจะได้เฟอร์นิเจอร์ ดังนี้ Sofa 2 Seats, TV Cabinet, Cabinet (Bar), Wardrobes, Dining Table, Stool Bar, Dressing Table, Stool, Bed ไม่รวมฟูกที่นอนและหมอน    ขนาดห้องใหญ่ขึ้นก็เพิ่มพื้นที่กว้างๆ ตามไปด้วยค่ะ โดย Living Room จะเชื่อมต่อเป็นพื้นที่เดียวกันกับครัวเปิดทางด้านหลังโซฟา ซึ่งมีการ Built in เคาน์เตอร์ครัวมาให้ทั้งชุด ได้เตาไฟฟ้ากับเครื่องดูดควันจาก MEX ซิงค์ล้างจานของ HAFELE ผนังหลังเคาน์เตอร์มีการกรุกระเบื้องเซรามิกมาให้ ป้องกันคราบสกปรกเปื้อนที่ผนังแล้วทำความสะอาดยาก ซึ่งครัวเปิดนี้จะวางตำแหน่งต่อจากห้องน้ำค่ะ   แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus แต่ห้องที่เป็น Plus ขึ้นมาก็เกือบเทียบเท่าเป็นอีก 1 Bedroom เลยทีเดียวค่ะ เพราะได้พื้นที่ขนาดที่สามารถใส่เตียง 3.5 ฟุตลงไปได้เลย และยังได้ระเบียงที่เชื่อมต่อจากห้องนี้ด้วยนะคะ ส่วนห้องนอนหลักสำหรับ Type นี้ จะได้พื้นที่กว้างขึ้น พร้อมกระจกเข้ามุมตรงหน้าต่างปลายเตียง เพิ่มมุมมองให้ห้องดูโล่งมากขึ้นไปอีก    ความโดดเด่นของทำเลที่มีไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย โดยสามารถอยู่ได้จริงแบบค่าครองชีพยังไม่สูง เมื่อเทียบกับทำเลใกล้รถไฟฟ้าใจในเมือง ซึ่งก็ขยับเข้าไปจากแบริ่งอีกไม่กี่สถานี ทำให้ทุกสิ่งรอบๆ นี้สามารถจับต้องง่าย แต่ได้คุณภาพ เหมือนอย่างคอนโดสไตล์รีสอร์ทอย่าง Supalai City Resort Sukhumvit 107   ราคาเริ่มเพียง 1.78 ล้านบาท พร้อมเลือกรับเฟอร์นิเจอร์ครบ หรือลดราคาพิเศษถึง 2 เท่า        จองช่วง Per Sale 7-8 กันยายน 2562 ณ Sales Gallery รับเฟอร์นิเจอร์ครบชุด และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 300,000 บาท    
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 24 สิงหาคม- 1 กันยายน 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ วันที่ 24 สิงหาคม- 1 กันยายน 2562

หมดไปแล้วอีก 1 เดือน และก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ ที่เรียกได้ว่ากำลังจะเข้าสู่โค้งท้ายของปีนี้แล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแพร๊บเดียวเราคงได้ฉลองปีใหม่กันอีกรอบแล้ว...   เมื่อเวลาของปีเหลือน้อยลงน้อยลง บรรยากาศของธุรกิจก็พอจะเริ่มมีความคึกคักขึ้นมาบ้าง เพราะดีเวลลอปเปอร์แต่ละรายต้องเร่งทำตลาด และสร้างยอดขายเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่จะไปได้ดีแค่ไหนต้องลุ้นกันอีกครั้ง   ++ออลล์ อินสไปร์ ลุยโปรเจ็กต์ครึ่งปีหลัง     สำหรับ “ออลล์ อินสไปร์” คงไม่ต้องลุ้นจนเหนื่อย เพราะนายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ออกมาแถลงข่าวผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก  โดยเปิดเผยว่าสามารทำผลประกอบการเติบโตตามที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 1,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49%  และมีกำไรสุทธิ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และมีกำไรสุทธิ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นายธนากร กล่าวอีกว่า จากความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรก  ส่งผลให้ทางบริษัทเตรียมวางยุทธศาสตร์ แผนขยายการลงทุนในครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่มูลค่ากว่า 12,500 ล้านบาท ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โลว์ไรส์ ไฮไรส์ และทาวน์โฮม  จากแผนการเปิดโครงการใหม่ ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าในปีนี้จะทำรายได้ 4,500 ล้านบาทตามที่วางเป้าหมายไว้ด้วย   ++“เสนา ฮันคิว ฮันชิน” ผนึกพันธมิตรเสริมบริการระดับโรงแรม   ด้าน “เสนาฯ” ก็วางแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้น ทั้งในปีนี้และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ด้วยการจับมือกับพันธมิตรอย่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เพื่อเสริมจุดแข็งด้านบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนา ฮันคิว ฮันชิน จำกัด  เปิดเผยว่า เสนา ฮันคิว ฮันชิน มีแผนขยายตลาดเซกเมนต์พรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นทั้งในปีนี้และปีหน้า  ล่าสุดจับมือกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทผู้นำด้านบริหารจัดการโรงแรมจากหลากหลายประเทศ อาทิ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ช่วยบริหารโครงการ “ปีติ” ให้มีมาตรฐานการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ซึ่งโดยปกติจะพบที่คอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักชูรี่เท่านั้น นับเป็นพรีเมี่ยมคอนโดเจ้าแรกที่ให้บริการระดับลักชัวรี่ เซอร์วิส (Luxury Service)   ++โนเบิลฯ ตั้ง CFO คนใหม่ การขับเคลื่อนองค์กร หัวใจสำคัญอยู่ที่ “คน”  บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (NOBLE) จึงเสริมทีมงานเพิ่มเข้ามา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท โดยได้แต่งตั้ง นายอรรถวิทย์  เฉลิมทรัพยากร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  สายงานการเงิน  โดยบริษัทฯได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  มีผลตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม  2562  เป็นต้นไป   ++ ส.สินเชื่อจัดงานเซลล์ ช่วงระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน 2562  สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้จัดงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 ใน ที่ ฮอลล์ 6 อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งภายในงานมีทรัพย์เด่น ราคาลดสูงสุดถึง 50% พร้อมสินเชื่อ 0%  ซึ่งภายในงานมีธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์มาร่วมงานหลายราย อาทิ  บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน  ซึ่งมีทรัพย์สินรอการขายมาเสนอขายแสดงในงานเกือบ 10,000 รายการ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท งานนี้ตั้งเป้ามียอดขายภายในงานประมาณ 3,000 ล้านบาท และยอดขายที่ตามมาหลังงานอีกประมาณ 10,000 ล้านบาทเลยทีเดียว   ++3 สมาคมเตรียมจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด นอกจากงาน NPA Grand Sale & Home Loan 2019 ที่ผ่านพ้นไปแล้ว ในแวดวงอสังหาฯ  ก็จะมีงานใหญ่มาให้คนที่ต้องการบ้านและคอนโดฯ  ได้เลือกช้อปกันอีกงานหนึ่ง คือ  งาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41” ระหว่าง 12-15 ก.ย.นี้ ชั้น 5 สยามพารากอน ซึ่งงานนี้ “3 สมาคมอสังหา” ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยร่วมกันจัดขึ้นโดยในปีนี้ได้ใช้งบการจัดงานกว่า 20 ล้านบาท จัดขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals” สุดยอดข้อเสนอสำหรับคนอยากมีบ้านและคอนโดฯ ภายในงานจะเป็นการรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัย “ ครบทุกที – ทุกทำเล - ทุกราคา” รวมกว่า 1,000 โครงการ พร้อมด้วย “BEST PROMOTION”   นอกจากนั้น คณะผู้จัดงานยังได้จัดโปรโมชั่น และแคมเปญ Amazing Deals ลุ้นรับบัตรกำนัลส่วนลดเงินสด และ เครื่องใช้ไฟฟ้าจากพานาโซนิค รวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท และเฉพาะในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 เท่านั้น ที่ผู้เข้าชมงานจะได้อัพเดทโปรโมชั่น ราคาและข้อเสนอพิเศษของแต่ละโครงการจากทุกบริษัทที่มาร่วมแสดงงาน ในรูปแบบ Real Time ณ บริเวณเวทีกลางภายในงานอีกด้วย   ++เปิดโครงการ "เดอะ ลอฟท์ ราชเทวี" ส่วนโครงการเปิดตัวใหม่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีโครงการ “เดอะ ลอฟท์ ราชเทวี”  ของบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม  มูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Experience the Extraordinary Space” พร้อมชูนวัตกรรม Dual Keys   ในราคาเริ่มต้น 6.2 ล้านบาท จำนวนห้องพักเพียง 273 ยูนิต สูง 33 ชั้น  พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1-2-31.5  ไร่  ซึ่งเตรียมเปิดพรีเซลล์รอบแรก 7-8 กันยายน 2562 ณ โรงแรม VIE HOTEL BANGKOK กรุงเทพ   สำหรับห้องชุดภายในโครงการมีให้เลือกถึง 3 แบบ คือ แบบ “ซิมเพล็ก” (Simplex: ห้องชุด แบบชั้นเดียว) เพดานสูงประมาณ 3 เมตร ขนาด 25.5 – 109.5 ตารางเมตร แบบ “ลอฟท์” (Lofts) เพดานสูงประมาณ 4.7 เมตร แบบ 2 ชั้น ขนาด 29 – 64.5 ตารางเมตร และแบบ “ดูอัล คีย์” (Dual Keys) สำหรับห้องชุดประเภท Simplex เพดานสูงประมาณ 3 เมตร ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 20 ห้องเท่านั้น และยังออกแบบ Juliet Balcony เพิ่มทางเลือกให้ผู้อยู่อาศัยได้ขยายห้องรับแขก  รวมกับระเบียงเพื่อให้ได้ห้องชุดที่กว้างและทุกห้องถูกออกแบบให้มีบานกระจกหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานแบบเต็มบานช่วยให้เห็นวิวเมืองแบบมุมกว้าง   ++เดอะ เมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์ พร้อมโอนแล้ว   นอกจากการเปิดตัวโครงการใหม่แล้ว โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าก็มีโครงการ เดอะ เมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์ (The Metropolis Samrong Interchange ) บริหารงานโดยบริษัท เมโทรโพลิส พรอพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัทในเครือว่องไววิทย์ฯ   โดยโครงการดังกล่าว ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการทั้งหมดกว่า 8 ไร่ พัฒนาเป็น High Rise Condominium จำนวน 2 อาคาร  และเป็น Low Rise Condominium  จำนวน 1 อาคาร   และอาคารจอดรถ   มีแบบห้องให้เลือก 3 แบบขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ขนาด 29 – 67 ตร.ม. คือห้องแบบ Studio ขนาด 28 ตร.ม./ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม. และห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 52 และ 67 ตร.ม. ราคาเริ่ม 2.6 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 5,700 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายไปแล้ว 70% ++จัดโครงการ “GIVE GREEN CBD : SYNERGY POWER 2019”   ดีเวลลอปเปอร์นอกจากจะสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว ต้องมีส่วนสร้างชุมชมรอบข้างให้น่าอยู่ และมีส่วนช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ ด้วย ล่าสุด มูลนิธิแอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล ภายใต้ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่นจับมือกรุงเทพมหานครและผู้ประกอบการย่านสาทรจัดโครงการ “GIVE GREEN CBD : SYNERGY POWER 2019” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เพื่อผลักดันไปให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครน่าอยู่และสังคมที่ยั่งยืน  “The Charity Society: สังคมแห่งการแบ่งปัน”   โครงการนี้ถือเป็นการมอบ สิ่งดีๆ สู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตชาว กทม. และเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก เริ่มสิงหาคม 2562 ถึงมกราคม 2563 ประเดิมด้วยกิจกรรมตลาดนัดการกุศล AWC Charity Market Around, กิจกรรมวิ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมลดขยะ Empire Tower We Run 2019 with Virgin Active, กิจกรรมต้นคริสต์มาสยักษ์ที่ประดับตกแต่งด้วยอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬา ภายใต้แนวคิด A Sathorn District Charity Christmas Tree  The Green Happiness Society   ปิดท้ายด้วยกิจกรรมปันฝัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและส่งต่อโอกาสทางการศึกษา ผ่านอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาให้กับน้องๆในวันเด็กแห่งชาติในปี 2563 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการรักษาเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก ที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก ถือเป็นกิจกรรมดีดีที่ต้องบอกต่อ....   แล้วกลับพบกันใหม่สัปดาห์หน้า      
เมเจอร์ฯ ปั้นฐานลูกค้า Pet Lovers โต 30% รับไลฟ์สไตล์ “คนโสด-ไม่มีลูก”

เมเจอร์ฯ ปั้นฐานลูกค้า Pet Lovers โต 30% รับไลฟ์สไตล์ “คนโสด-ไม่มีลูก”

ไลฟ์ไสตล์ของคนยุคปัจจุบัน ที่อยู่เป็นโสดกันมากขึ้น หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร คู่รักส่วนใหญ่ไม่นิยมมีลูก หรือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่คู่รักมักอยู่กันลำพัง  ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยของคนในยุคปัจจุบัน  ซึ่งต้องปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนเหล่านั้น    ไม่เพียงเท่านั้น  พฤติกรรมการอยู่เป็นโสด หรืออยู่ตามลำพังโดยไม่มีบุตรหลาน ทำให้คนเหล่านั้นต่างมองหาสิ่งที่จะมาช่วยบรรเทาความเหงา หรือสร้างความสุขให้กับการใช้ชีวิต ทางเลือกแรกๆ คือ การเลี้ยงสัตว์  เพื่อเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อน บางคนรักเสมือนกับลูกคนหนึ่งเลยก็มี   แต่วิถีชีวิตคนเมือง ที่ส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ในโครงการคอนโดมิเนียม ปัญหาการเลี้ยงสัตว์ คือ อุปสรรคสำคัญ เพราะโครงการคอนโดฯ ส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ไว้ภายในห้องพักได้ หลายคนจึงเลือกวิธีการ “แอบเลี้ยง” ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ กลัวเพื่อนบ้านจะรู้ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะชอบสัตว์เลี้ยง แต่ต้องยอมรับว่ากลุ่ม ​Pet Lovers นั้น มีจำนวนมากและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ   ตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกให้เห็นถึงความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นนั้น คงวัดได้จากมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงและสินค้าที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งประเมินว่าปีนี้มีมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท และจะเติบโตถึง 10% ด้วย​   เมื่อความต้องการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีจำนวนมาก  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาการพักอาศัยในคอนโดฯ ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ทั้งๆ ที่มีคนจำนวนมากต้องการ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์บางรายมองเห็นเป็นช่องว่างทางการตลาด ในการพัฒนาโครงการคอนโดฯ และให้ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ถือเป็นจุดขายสำคัญของโครงการ และเป็นการสร้างความต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น   หนึ่งในผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการคอนโดฯ​ และอนุญาตให้ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ภายในห้องพักได้ คือ บริษัท เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์​ จำกัด (มหาชน)  นับตั้งแต่การพัฒนาโครงการแฮมป์ตัน ทองหล่อ 10 ​จนถึงปัจจุบัน  แม้ว่าจุดเริ่มต้นของการให้ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ได้นั้น จะไม่ใช่เพื่อเป็นจุดขายของโครงการ แต่เกิดจากความรักในการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งก็คือ สุนัข ของ นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์  กรรมการบริหาร ผู้บริหารของเมเจอร์ฯ ที่เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนรักคู่กาย   นางสาวเพชรลดา เปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่พัฒนาโครงการและให้เลี้ยงสัตว์ได้นั้น ไม่ได้มองเป็นเรื่องของจุดขายทางการตลาด แต่เกิดจากความรักสัตว์  และเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่รักสัตว์อยากเลี้ยงสัตว์  จึงพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในคอนเซ็ปต์ Pet-Friendly Residences  ถือเป็นดีเวลลอปเปอร์อสังหาฯ รายแรกของประเทศไทยที่พัฒนาคอนโดฯ  อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ทุกยูนิต การพัฒนาโครงการต่อมาของบริษัททุกโครงการ จึงให้ลูกบ้านสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและระเบียบข้อบังคับของนิติบุคคลของโครงการ   “สัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน เป็นเพื่อน เป็นอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข” สำหรับช่วงแรกของการอนุญาตให้ลูกบ้านเลี้ยงสัตว์ได้ ยังไม่ได้กำหนดระเบียบมากนัก แต่ปัจจุบันกำหนดให้เลี้ยสัตว์ได้ในจำนวนจำกัด ตามขนาดพื้นที่ของห้องชุด  ให้เลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่มีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม และมีข้อห้ามในการนำสัตว์ไปยังพื้นที่ส่วนกลางบางแห่ง เช่น ห้องสมุด โคเวิร์กกิ้งสเปซ หรือฟิตเนส เป็นต้น     แม้ว่าการอนุญาตให้ลูกบ้านเลี้ยงสัตว์ได้ จะไม่ใช่จุดขายหลักของโครงการ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็รับรู้และมีภาพจดจำว่าโครงการของบริษัท สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ และปัจจุบันบริษัทได้ตอบสนองความต้องการของลูกบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ของลูกบ้าน ด้วยการเพิ่มพื้นที่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น พื้นที่สำหรับเดินออกกำลังกาย สวนสำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มพื้นที่พิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่องด้วย  อาทิ พื้นที่อาบน้ำสำหรับสุนัข ภายในโครงการ เอ็มจตุจักร   “ความต้องการของคนในยุคปัจจุบันในการเลี้ยงสัตว์มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นหนึ่งในการเลือกอยู่อาศัยในโครงการคอนโดฯ  ปัจจุบันด้วย จากการสำรวจความเห็นของกลุ่มตัวอย่าง ที่บริษัททำการสำรวจความเห็น พบว่ากลุ่มตัวอย่าถึง 40% ต้องการคอนโดฯ ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้”   จากการที่เมเจอร์ฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาคอนโดฯ Pet-Friendly Residences อย่างจริงจังมาโดยตลอด จึงทำให้ปัจจุบันมีลูกบ้านกลุ่ม Pet Lovers เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมเจอร์ฯ ยังคงเดินหน้ามุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Pet Lovers ด้วยการสร้าง Pet Friendly Community ขึ้น และจัด “MEET & MINGLE” งานสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง โดยมีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในทุกๆ ด้าน     สำหรับงาน MEET & MINGLE ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยครั้งแรกจัดที่โครงการ “อกัสตัน สุขุมวิท 22” ครั้งที่ 2 ที่ “เอ็ม จตุจักร” และครั้งล่าสุดที่โครงการมาเอสโตร 03 รัชดา – พระราม 9 มี ลูกบ้านและคนรักสัตว์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Major PETSCAPE” อาทิ  Pet Health Check-up บริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ฟรี! จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จากกระแสตอบรับที่ดีของลูกบ้าน Pet Lovers งาน MEET & MINGLE คาดว่าในปีนี้เมเจอร์ฯ จะสามารถขยายฐานกลุ่มลูกบ้านคนรักสัตว์เลี้ยงได้เพิ่มขึ้นกว่า 30%    
The Metropolis Samrong Interchange กวาดยอดขาย 70% มั่นใจอุปทานสุขุมวิทตอนปลายยังไม่ล้น

The Metropolis Samrong Interchange กวาดยอดขาย 70% มั่นใจอุปทานสุขุมวิทตอนปลายยังไม่ล้น

อีกหนึ่งทำเลคอนโคมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจนั่นคือสุขุมวิทช่วงปลาย ซึ่งโครงการ The Metropolis Samrong Interchange ก็คือหนึ่งในคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ติด Interchange สำโรง ของสายสีเขียวกับสายสีเหลือง เป็นจุดที่ทั้งน่าลงทุนและการเลือกซื้อเพื่ออยู่อาศัยที่น่าสนใจไม่น้อย   นาย เฉลิมชัย ว่องไววิทย์ กรรมการบริหาร บริษัท ว่องไววิทย์ อุตสาหกรรมจักรกล จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า ช่วงไตรมาสแรกเราจะเห็นตัวเลขของแต่ละ Developer ยังคงดีอยู่ เพราะจากการเร่งขาย เร่งโอนก่อนมาตรการ LTV ที่บังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่พอมาในช่วงไตรมาสที่ 2 เราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการชะลอการเปิดตัวโครงการลงกันไปพอสมควร ทำให้ยอดการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงในครึ่งปีแรกถึง 25% และคาดว่าครึ่งปีหลังอาจลดลงถึง 30-40% ซึ่งจุดนี้ก็มีข้อดีตรงที่ Supply เกิดขึ้นใหม่น้อยลง   ส่วนช่วงครึ่งปีแรกมี Supply คอนโดมิเนียมในช่วงสถานีแบริ่ง-สำโรง ทั้งสิ้น 19,312 ยูนิต โดยเป็นคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่เพียง 639 ยูนิต ซึ่งกลุ่มลูกค้าของโซนนี้เป็นคนไทยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง มีบางส่วนที่เก็บไว้ลงทุน เนื่องจากราคาขายยังคงจับต้องได้อยู่ที่ช่วงราคา 67,000-110,000 บาท/ตร.ม. อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา อยู่ในอัตราร้อยละ 6.4   "การที่เมืองเริ่มขยายตัวตามโปรเจ็กต์โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ หรือกำลังก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างมีสถานี ที่เป็นจุดตัดหรือจุดเชื่อมจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง หมายความว่าเราสามารถเลือกการเดินทางได้หลากหลายเส้นทางมากขึ้น ในขณะเดียวกันจะนำมาซึ่งความเจริญ เกิดการค้า การลงทุน ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในบริเวณนั้นๆ มากขึ้น เมื่อผู้คนได้หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการสถานีเพื่อเดินทางไปยังจุดเป้าหมายอื่น"   สำหรับโครงการ The Metropolis Samrong Interchange (เดอะ เมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์) ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการทั้งหมดกว่า 8 ไร่ พัฒนาเป็น High Rise Condominium จำนวน 2 อาคาร คือ อาคาร A , B และเป็น Low Rise Condominium จำนวน 1 อาคาร คือ อาคาร C และอาคารจอดรถ ขนาด 29–67 ตร.ม. ราคาเริ่ม 2.6 ล้านบาท ล่าสุดได้สร้างเสร็จสมบูรณ์และทยอยส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าแล้ว ซึ่งปัจจุบันมียอดขาย 70%   เราต้องทำให้เหนือกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้ อย่างส่วนกลางของเราก็มาจากลูกค้าเรียกร้องเข้ามา เพราะเราสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างได้ แต่จะไม่ลดสเปก โครงสร้างที่นี่จึงแข็งแรงมาก   นาย เฉลิมชัย เน้นย้ำว่า คนซื้อที่นี่ต้องได้ “กำไร” ไม่ว่าจะเป็นกำไรชีวิตระหว่างการอยู่อาศัย หรือกำไรจากมูลค่าเพิ่มของทรัพย์สินเมื่อเวลาผ่านไป    
เปิดตัว “Ken Attitude รัตนาธิเบศร์” ติด MRT พระนั่งเกล้า วิวแม่น้ำเจ้าพระยา

เปิดตัว “Ken Attitude รัตนาธิเบศร์” ติด MRT พระนั่งเกล้า วิวแม่น้ำเจ้าพระยา

อีกหนึ่งโครงการที่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท เดอะวัน เอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ร่วมกับ บริษัท พรีโม เรียลเตอร์ จำกัด (บริษัทในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้) เปิดตัวคอนโดมิเนียมติด MRT สถานีพระนั่งเกล้า เพียง 100 เมตร ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาทุกทิศ กับโครงการ "Ken Attitude รัตนาธิเบศร์" ราคาเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาท   นายเฉิน ซื่อ ปิง ประธานกรรมการ บริษัท เดอะ วัน เอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้เล่าถึงเรื่องราวก่อนที่จะจัดตั้งเป็นบริษัทว่า แรกเริ่มเมื่อปี 2547 บริษัท เท็น ไทย ดีเวลลอปเม้น จำกัด ประกอบธุรกิจทำอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ต่อมาปี 2554 จึงได้ทำคอนโดมิเนียม Low Rise ภายใต้ชื่อ The Unique (ดิ ยูนีค) และ Totnes (โททเนส) ยึดทำเลโซนรัชดา ลาดพร้าว เลียบด่วนเอกมัย รามอินทรา และสุขุมวิท จนถึงปัจจุบันก็ได้จัดตั้ง The One Estate Development ขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 200 บาท (ชำระเต็ม) ประเดิมโครงการแรกด้วยคอนโดมิเนียมสุดหรู ติด MRT สถานีพระนั่งเกล้า เพียง 100 เมตร วิวแม่น้ำเจ้าพระยา "Ken Attitude รัตนาธิเบศร์" ดีไซน์ตัวอาคารให้คล้ายกับอยู่ในมหานครระดับโลก เป็น High Rise 31 ชั้น ภายในยูนิต Type Duplex มีความสูงเพดาน 4.9 เมตร จำนวน 588 ยูนิต (21 ยูนิต/ชั้น) Auto Parking 53% Facilities หลักบน Roof Top  ที่ดิน 3-0-30 ไร่ มาพร้อมราคาดีที่สุดในย่านนนทบุรีเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาท และยังได้ร่วมมือกับ บริษัท พรีโม เรียลเตอร์ จำกัด บริษัทในเครือ บมจ. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่ทำการดูแลให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายนอก มีมูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท             ด้านคุณพิมพ์ชญา ธนาวัชรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีโม เรียลเตอร์ จำกัด ได้กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ดูแลด้านการบริหารงานให้กับโครงการ "Ken Attitude รัตนาธิเบศร์" โดยมีการวางแผนการตลาดทั้งใช้สื่อออฟไลน์และออนไลน์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย อย่างผู้ปกครองนักศึกษา ข้าราชการ พนักงานเอกชนที่มีทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในทำเลศักายภาพ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 100 เมตร เป็นคอนโดวิวแม่น้ำที่กำลังนิยม รวมถึงในแง่ของการทำห้องที่โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่งในย่านเดียวกัน โดยเฉพาะยูนิตแบบ DUO Space เพดานสูงถึง 4.9 เมตร ซึ่งจะเริ่มเปิดขายในเดือนตุลาคม 2562 ตั้งเป้าปิดการขายภายใน 18 เดือน      ทั้งนี้ The One Estate Development ยังเปิดเผยถึงโครงการที่วางแผนเปิดตัวในอนาคตว่า จะมีการเปิดโครงการแนวราบอีก 2 โครงการ คือ BIBURY VILLACE บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ย่านศรีนครินทร์ และอีกหนึ่งทำเลย่านอารีย์           
สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 17-25 สิงหาคม 2562

สรุปข่าวอสังหาฯ รอบสัปดาห์ 17-25 สิงหาคม 2562

ตลาดอสังหาฯ ผ่านพ้นไตรมาส 2 มา ยอดขายก็ลดลงไปตามๆ กัน เพราะผลกระทบจากมาตรการ LTV แต่ เดินหน้าลุยกันต่อในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะบรรยากาศโดยรวมน่าจะดีขึ้น ล่าสุดแบงก์ชาติก็ผ่อนเกณฑ์ LTV ในส่วนของผู้กู้ร่วมแล้ว ต่อไปก็น่าจะมีอะไรดีๆ ออกมาอีก ผู้ประกอบการแอบหวังไว้เช่นนั้น   ++ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว กวาดยอดจอง 100% สำหรับค่าย “ออริจิ้น” ดูจะทำผลงานในแบรนด์ใหม่ The Origin ได้โดดเด่นเกินหน้าเพื่อนฝูงร่วมวงการ เพราะเมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคมที่ผ่านมา จัดอีเวนท์ First Exclusive สำหรับ โครงการดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว (The Origin Ratchada-Ladprao) และดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 (The Origin Ladprao 15) ให้แก่ลูกค้าทั้ง VIP และลูกค้าทั่วไป ก็มีคนสนใจล้นหลาม โดยโครงการที่รัชดา-ลาดพร้าว สามารถ Sold Outกวาดยอดจองไป 100% ขณะที่ลาดพร้าว 15 ก็กวาดยอดจอง 80% และจะพรีเซลอย่างทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้  ++SENA รุกตลาดแนวราบ     ส่วนบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่มีผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลอยู่ก็เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการ “เสนาแกรนด์โฮม รามอินทรา ก.ม.8” พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  จำนวนเพียง 7 หลัง ในราคาเริ่ม 7-10 ล้านบาท  จุดเด่นของโครงการแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีคู้บอน) ใกล้ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะพรอมานาด  เดอะคริสตัล และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นต้น   ++พราว กรุ๊ป ทุ่ม 7,000 ล้าน บุกตลาดท่องเที่ยวภูเก็ต ตลาดอสังหาฯ  ไม่ได้มีแต่ตลาดบ้านและคอนโดฯ​ เท่านั้น ยังมีการพัฒนาโครงการในรูปแบบอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า เป็นต้น  ซึ่ง “พราว กรุ๊ป” เป็นหนึ่งในดีเวลลอปเปอร์ที่ วางนโยบายเอาไว้ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการซึ่งไม่ใช่ที่อยู่อาศัย  โดยเลือกประเภทโรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยว ที่สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ซึ่งเลือกพัฒนา “สวนน้ำ” อย่างโครงการวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ซึ่งกลายเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวหัวหินไปแล้ว   ล่าสุด ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา 2 โปรเจ็กต์ ในจังหวัดภูเก็ต คือ ‘อันดามันดา’ แหล่งพักผ่อน สวนน้ำ และความบันเทิงบนเนื้อที่ 58 ไร่ ตั้งเป้าเป็น Integrated Entertainment and Resort Destination ซึ่งจะเปิดบริการให้บริการในช่วงต้นปี 2564 และ ‘โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท’ ที่พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส  3 ปีนี้ (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++AWC ชู 3  กลยุทธ์ลุยธุรกิจอสังหาฯ   ความยิ่งใหญ่ของตระกูล “สิริวัฒนภักดี” คนไทยทั้งประเทศรู้ดี เพราะมีธุรกิจในมือหลากหลาย แต่และธุรกิจก็ยิ่งใหญ่ระดับประเทศทั้งน้านนนน แม้แต่ธุรกิจอสังหาฯ แต่ละโปรเจ็กต์ก็ระดับบิ๊กๆ ทั้งนั้น  อย่างเช่น ธุรกิจอสังหาฯ ในกลุ่มแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ที่เป็นเจ้าของโครงการหลากหลาย อาทิ  เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ อาคารสำนักงานเอ็มไพร์  ทาวเวอร์ ฯลฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศแผนธุรกิจในส่วนโรงแรมไปแล้ว ล่าสุดออกมาขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ กับ 3 กลยุทธ์สำคัญ   นางวัลลภา ไตรโสรัส  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์(Retail & Commercial Building) มี 2 กลุ่มใหญ่ คือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) และอาคารสำนักงาน (Office) ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโต โดยเตรียม 3 กลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ 1.การตอบรับความต้องการทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้คนในบริเวณโดยรอบโครงการ ภายใต้ Barbell Strategy ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างโครงการหลากหลายประเภท 2. การวางคอนเซ็ปต์โครงการที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ AWC สามารถเปิดโครงการใหม่ เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ยังไม่มีโครงการในตลาดที่ตอบโจทย์  และกลยุทธ์ที่ 3 คือ การบริหารจัดการโครงการและผู้เช่าอย่างมีประสิทธิภาพ (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++อนันดา เปิดแคมเปญ “คิด..เพื่อชีวิตคนเมือง” เจ้าพ่อคอนโดฯ ติดรถไฟฟ้าต้องยกให้เขาเลย “อนันดา” เพราะแต่ละโปรเก็จต์อยู่ใกล้ชิดติดสถานีของรถไฟฟ้า แม้จะไกลแต่ก็ยังเดินถึงสถานีได้ไม่ลำบาก  นี่คือ คีย์ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  แต่ไม่ใช่แค่นี้  ความสำเร็จของอนันดายังมาจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้น คือการสร้างแบรนด์ ผ่านแคมเปญต่างๆ ล่าสุด เปิดตัว ตัวแคมเปญ “คิด...เพื่อชีวิตคนเมือง” ตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions  คอร์ปอเรทแคมเปญที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี   นอกจากนี้ ยังจัดงาน URBAN EXPO ด้วยการขน 32 โครงการ  พร้อมอยู่ ทั้ง คอนโดฯ ติดรถไฟฟ้า บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ และยังจะมีโปรโมชั่นออกมากระตุ้นตลาดเป็นระยะๆ  โดยช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้ อนันดา คาดหวังจะทำยอดขายได้ 5,000 ล้านบาท ส่วนช่วงเวลาที่เหลือของปีก็เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการด้วย      ++แสนสิริ เปิดเกมส์รุกแนวราบ   จากภาวะตลาดคอนโดฯ​ ที่อออกอากาศจะไม่สดใส และชะลอตัวลง สิ่งหนึ่งที่ดีเวลลอปเปอร์ทำเพื่อรับมือกับยอดขายซึ่งอาจจะหดหายไป คือ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่  เทรนด์ส่วนใหญ่ที่ทำกันในปีนี้ จึงเห็นการขยายตลาดไปพัฒนาโครงการแนวราบ  เพราะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ไม่มีกลุ่มนักเก็งกำไร ซึ่งเทรนด์นี้ “แสนสิริ” ก็เอากับเขาด้วย โดยครึ่งหลังปีเตรียมตัวเปิด 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท โดยจำนวน 10 โครงการใหม่ มูลค่า 13,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ   “ในวันนี้แสนสิริพร้อมสร้างความแตกต่าง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยว และ Top 3 ในตลาดทาวน์เฮาส์ภายใน3 ปี ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจแนวราบมาจากการพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมแบรนด์แนวราบ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ พร้อมสร้างความแข็งแกร่ง และจุดเด่นในแต่ละแบรนด์ที่ชัดเจน แตกต่างเหนือคู่แข่ง” นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  เล่าถึงเป้าหมายของการรุกตลาดแนวราบ (อ่านข่าวเพิ่มเติม) ​   ++พร็อพเพอร์ตี้  โชว์ผลงานครึ่งปีแรก   ขณะที่ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ดูเหมือนว่าช่วงครึ่งปีแรก สามารถรับมือกับผลกระทบจาก LTV  และภาวะตลาดชะลอตัวได้ดี สามารถสร้างผลงานได้ดีกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา  โดยมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น  มีรายได้และกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน โดยบริษัทมีรายได้รวม 10,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  และยังทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 1,132 ล้านบาท เติบโตขึ้น 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน   ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังน่าจะดียิ่งกว่าครึ่งปีแรก  นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)  เล่าว่า บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ 4,700 ล้านบาท ทั้งบ้าน คอนโดในประเทศ และคอนโดประเทศญี่ปุ่น มีขายที่ดินและการลงทุนอีก 3,000 ล้านบาท  จึงมีโอกาสทำกำไรต่อเนื่องพร้อมลดภาระหนี้ลงได้กว่า 4,000 ล้านบาท ปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวโครงการร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งบ้านนวัตกรรมร่วมกับเซกิซุยฯ และจับมือฮ่องกงแลนด์ เปิดตัวบ้านหรูริมทะเลสาบ “เลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ” อีกด้วย   ++เอพี ออกแบรนด์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ในภาวะตลาดที่ยอดขายทรงตัว กลยุทธ์หนึ่งที่นักการตลาดมักจะนำมาใช้ คือ การออกสินค้าใหม่ หรือไม่ก็แบรนด์ใหม่ เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นดีมานด์ใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดขาย ค่าย “เอพี ไทยแลนด์” ก็มาในเวย์นี้เหมือนกัน ล่าสุด  เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘THE SONNE’ ในรูปแบบ Luxury Duplex Home เพื่อรุกตลาดช่วงครึ่งปีหลัง ประเดิมกับโปรเจ็กต์แฟล็กชิพแรกย่านศรีนครินทร์-บางนา  มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท จำนวน 56 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการ 7-8 กันยายนนี้ ที่ ส่วน 7 เดือนยอดขายก็ทำได้กว่า 24,060 ล้านบาท เป็นยอดขายจากสินค้าแนวราบมูลค่า 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยยอดขายต่อสัปดาห์ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก (อ่านข่าวเพิ่มเติม)   ++ลลิล เปิด 5 โครงการครึ่งปีหลัง   อย่างที่บอก ครึ่งปีหลังนี้ เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของปี ที่ต้องเร่งทำตลาดและสร้างยอด ในช่วงเวลาที่เหลือ เพราะแต่ละบริษัทมี “เป้าหมาย” ต้องพุ่งชน “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ก็เช่นกัน ประกาศแผนรุกตลาดครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่า 3,500 ล้านบาท พร้อมปักธงรุกตลาดในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอ เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย Thailand 4.0 เพิ่มอีกด้วย   ซึ่งนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN)  มองว่า   ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ  ครึ่งปีหลังยังมีทิศทางที่เป็นบวก  แต่อัตราการปรับตัวอาจอยู่ในกรอบที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอุปทานคงเหลือในหลายพื้นที่  (อ่านข่าวเพิ่มเติม)