การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


คอนโด FUSE MiTi สุทธิสาร (รีวิวคอนโด)

FUSE MiTi สุทธิสาร : รีวิวคอนโด

วันนี้เราจะพาไปดู คอนโด ในเครือพฤกษา ภายใต้แบรนด์ Fuse Miti  สุทธิสาร-รัชดา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย บริเวณหัวมุมซอยอินทามระ 22 จะว่าไปแล้วทำเลของโครงการอยู่ค่อนไปทางถนนวิภาวดีรังสิตมากกว่า ถนนรัชดาซึ่งมีรถไฟฟ้า MRT วิ่งผ่าน แต่ด้วยระยะทางจากตัวสถานีรถไฟฟ้าถึงหน้าโครงการประมาณ 1.4 กิโลเมตรเลยพอจะพูดได้ว่าตัวโครงการเกาะแนวรถไฟฟ้าได้แบบไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ ตามไปดูรายละเอียดโครงการกันเลยดีกว่า

การเดินทาง

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีสุทธิสารแล้วออกทางออกที่ 1 หรือ 4 จากนั้นก็ต้องใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ต่อไปยังตัวโครงการ ซึ่งนับเป็นทางเลือกเดียวที่สะดวกและประหยัดเวลามากที่สุด เพราะด้วยระยะทางจากตัวสถานี MRT สุทธิสารไปยังหน้าโครงการ Fuse Miti ที่ไกลเกือบ 1.5 กิโลเมตร ถ้าจะอาศัยสองเท้าเดินต่อไปก็ออกจะไกลเกินพอดีไปหน่อย แถมเส้นทางในซอยก็ไม่ค่อยเหมาะกับการเดินด้วย เลยไม่ค่อยอยากจะแนะนำให้เดินกันครับ ที่สำคัญถนนสุทธิสารบริเวณสี่แยกรัชดานี้ตำรวจจัดการจราจรให้เดินรถทางเดียวเกือบจะตลอดเวลา ถ้าจะเรียกรถแท็กซี่เข้าไปที่โครงการเลยต้องอ้อมไปทางลาดพร้าว หรือต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางในซอยรัชดาภิเษก 17 แทน ซึ่งทำให้ระยะทางที่ต้องเดินทางไกลออกไปอีก สำหรับคนที่ต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT เป็นหลักคงต้องพิจารณากันให้ดีๆ เพราะอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าอย่างเต็มที่เท่าไหร่ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ค่อนไปทางฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตมากกว่า การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะอื่นๆ เข้าออกจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตจึงสะดวกกว่ามาก ทั้งรถเมล์ และรถแท็กซี่

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถ้าเลือกเข้าออกจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตค่อนข้างสะดวกดีทีเดียว เพราะมีทางด่วนด่านดินแดง ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางหลักไปยังส่วนต่างๆ ของเมืองได้ดี ยิ่งถนนสุทธิสารวินิจฉัยมีจุดเด่นที่เป็นเส้นทางเชื่อมถนนสายหลักๆ ในกรุงเทพไว้หลายสาย ก็เลือกเลี่ยงไปได้อีกหลายทาง เช่น ตรงไปทางถนนสะพานควายออกถนนพหลโยธิน กลับมาอีกทางก็มีถนนรัชดาภิเษกตัดออกไปถนนลาดพร้าวและถนนพระราม 9 ได้อีก ถ้าไม่ติดว่าถนนแต่ละเส้นก็ขึ้นชื่อในเรื่องปัญหารถติดแทบไม่ต่างกันแล้วล่ะก็ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกมากๆ ที่เหลือก็แค่ต้องลองคำนวนเวลาเดินทางกันหลายรอบหน่อย โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนในวันจันทร์-ศุกร์ ที่บริเวณแยกสุทธิสาร-รัชดา ก็บังคับให้เดินรถทางเดียว จึงถูกบีบให้ต้องอ้อมไปทางอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคนที่คุ้นเคยกับเส้นทางในย่านนี้เป็นอย่างดี ก็อาจจะเคยชินกับเส้นทางลัดเลาะไปตามทางที่เชื่อมต่อกันระหว่างซอย ได้ไม่ยาก ซึ่งพอจะช่วยให้เลี่ยงปัญหารถติดบนถนนสายหลักได้พอสมควรเลยทีเดียว

วิ่งเส้นวิภาวดี โดยมาจากบางเขน

วิ่งไปตามทางสุทธิสาร

เห็นป้ายห้วยขวางแล้วตามไปเลยครับ

เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเข้าห้อยขวาง

เลี้ยวซ้ายเข้าห้วยขวาง

พอเข้าถนนห้วยขวางมาแล้ว ตามข้างทางก็จะมีร้านค้ามากมาย

วิ่งเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นโครงการ FUSE MiTi อยู่ทางขวา

ถึงแล้วโครงการ FUSE MiTi เลี้ยวเข้าไปครับ

ถ้าออกจากโครงการแล้วเลี้ยวขวา ก็จะสามารถออกไปถนนรัชดาได้

ข้างทางมีของขายเต็มไปหมดครับ

พอออกมาสุดทาง ก็จะถนนรัชดาภิเษกครับ

วิเคราะห์ตัวโครงการ

Fuse Miti สุทธิสาร-รัชดา เป็นคอนโดย High Rise ริมถนนสุทธิสารช่วงปากซอยอินทามระ 22 ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เป็นคึกคักมากเลยทีเดียว มีทั้งอาคารพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อหลากหลาย รวมถึงโรงแรมและสถานีดับเพลิงที่อยู่บริเวณตรงหัวมุมแยกสุทธิสาร-วิภาวดีพอดี สภาพแวดล้อมเป็นชุมชมที่เหมาะกับการอยู่อาศัยพอสมควรเลยทีเดียว เพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูง แถมฝั่งตรงข้ามกับที่ตั้งโครงการก็มีอาคารวิริยะถาวรเป็นตึกสำนักงานสูงอยู่ด้วย บรรยากาศจึงไม่มีเงียบเหงาแน่นอน ย้ายรัศมีไกลออกมาอีกหน่อย รอบโครงการก็ยังมีมหาวิทยาลัยหอการค้า โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และเซนต์จอนห์ ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี สำหรับแหล่งช็อปปิ้งก็มีทั้ง Big C สะพานควาย, เซนทรัลลาดพร้าว, Union Mall, ตลาดอ.ต.ก. และตลาดนัดจตุจักรซึ่งอยู่ทางด้านวิภาวดี ส่วนทางฝั่งรัชดาก็มีทั้ง Esplanade และเซนทรัลพระราม 9 ความเจริญรอบๆ โครงการนับว่ามีแบบเต็มพิกัด ทางด้านอาคารรอบด้านโครงการ โชคดีที่ไม่มีอาคารสูงอยู่ในระยะประชิดเลยทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งเป็นเพียงอาคารพาณิชย์สูงไม่เกิน 4 ชั้น จะมีเพียงอพาร์ทเม้นท์สูง 8 ชั้นอาคารเดียวที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเท่านั้นที่อยู่ในระยะที่ใกล้เพียงแค่ถนนในซอยกั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องการบังวิวเลย เพราะตัวโครงการ Fuse Miti เองก็ออกแบบไว้ไม่ให้มีห้องหันหน้าเข้าหาอพาร์เม้นท์เลยจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ห่างออกไปอีกนิด ก็ดูจะมีแค่อาคารวิริยะถาวรเท่านั้นที่เป็นตึกสูงทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งบางห้องของฝั่งนี้จะถูกบังวิวไปบ้าง นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเท่าไร เพราะส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป ห้องชั้นล่างๆ ก็ได้วิวติดหลังคาตึกบ้างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

 

ด้านหน้าโครงการ Fuse Miti ติดกับถนนสุทธิสารตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L หน้าตาโมเดิร์นในสไตล์เข้มขรึม ตัวอาคารสูง 17 ชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้น 1-3 จะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนเพียง 40% เท่านั้น (ไม่นับรวมจอดซ้อนคัน) นับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากถ้าคิดว่าเป็นคอนโดที่ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้าและมีระดับราคาขนาดนี้ และดูเหมือนว่าลูกบ้านก็มีแนวโน้มที่จะใช้รถส่วนตัวเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน ถัดขึ้นมาตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไปจะเป็นพื้นที่ของส่วนพักอาศัย โดย Facilities หลักๆ จะรวมอยู่บนชั้นดาดฟ้ามีทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนหย่อม รวมถึงสวนในชั้นที่ 4 และชั้น12-13 ด้วย ซึ่งข้อดีของการจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้บนดาดฟ้าหรือบนชั้นสูงๆ ของตึกก็คือ วิวมุมสูงที่ลูกบ้านทุกคนสามารถรับวิวได้เท่าๆ กัน แต่ในระยะยาวอาจจะติดปัญหาเรื่องการดูแลได้ อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ นอกจากนี้ยังมีห้อง Miti Multi Space ไว้สำหรับนั่งเล่น พักผ่อน พูดคุย หรืออ่านหนังสือ และห้อง Miti Theater ไว้ให้ดูหนัง ฟังเพลงได้เพลินๆ ซึ่ง Facilities ทั้งหมดของโครงการเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงเลย ถือว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งซึ่งต่างจากโครงการอื่นๆ ที่มักมีกำหนดเวลาในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง โดยภาพรวมแล้วถือว่าทางโครงการจัดสาธารณูปโภคต่างๆ มาให้ครบครันเลยทีเดียว แถมจำนวนยูนิตรวม 281 ยูนิต ก็เป็นปริมาณที่ไม่เยอะมากเกินไปถ้าเทียบกับโครงการ High Rise อื่นๆ โอกาสที่ลูกบ้านจะได้ใช้งานส่วนกลางจริงๆ จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง

 

นอกจากนี้ในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการก็จัดไว้ตามมาตรฐาน ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง Digital Door Lock และ Proximity Card สำหรับควบคุมการเข้าออกโครงการ อีกเรื่องที่ลืมพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ลิฟท์โดยสารภายในอาคาร ซึ่งทางโครงการจัดมาเพียง 2 ตัวเท่านั้น เทียบอัตราส่วนการใช้งานแล้ว 1:141 จัดว่าหนาแน่นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะแยกลิฟท์ขนของมาให้อีก 1 ตัวแล้วก็ตาม

ด้านหน้า ของโมเดลตึก

ชั้น 6 จะมีส่วนหย่อมอยู่ที่ชั้นนี้ครับ

ด้านข้างของตึก

ด้านหลังของตึก

ชั้นบนเป็นส่วนของ Facilities

พาชมห้องตัวอย่าง

 

มาถึงแบบห้องของ Fuse Miti สุทธิสาร-รัชดา กันบ้าง หลักๆ แล้วจะมีห้องอยู่ที่ 2 แบบ คือ 1 ห้องนอน และ2 ห้องนอน โดยห้องแบบ 1 ห้องนอนจะแบ่งย่อยไปอีกคือ ห้องขนาด 28-31 ตร.ม. และ ห้องขนาด 29.5-34.5 ตร.ม. ซึ่งห้องทั้ง 2 แบบนี้นอกจากจะต่างกันที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยแล้ว ยังต่างกันที่ขนาดหน้ากว้างของห้องที่ต่างกันด้วย ทำให้การจัด Lay out ของพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในห้องไม่เหมือนกัน

เริ่มจากห้อง Type 1A ซึ่งทางโครงการเตรียมห้องตัวอย่างขนาด 29 ตร.ม. ไว้ให้เราได้ชม ลักษณะห้องจะคล้ายห้องแบบ Studio ที่ออกแบบมาหน้าแคบและลึก การกั้นพื้นที่ห้องนอนจากห้องนั่งเล่นจึงใช้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป เปิดประตูเข้าห้องมาจะเป็นพื้นที่ของครัวและส่วนเตรียมอาหาร ส่วนอีกด้านจะเป็นห้องน้ำซึ่งแบ่งโซนอาบน้ำด้วยประตูกระจกกั้นมาให้เรียบร้อย โซนกลางห้องจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งใช้พื้นที่เต็มความหน้ากว้างของห้อง ทำให้ระยะดูทีวีกำลังดี เหนือชั้นวางทีวีที่ให้มาพร้อมห้องแล้ว (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น) ยังมีพื้นที่ให้แขวนชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้อีกด้วย ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดระเบียง ซึ่งประตูระเบียงใช้เป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ บรรยากาศในห้องเลยลดความอึดอัดลงไปได้เยอะเลยทีเดียว เพราะขนาดห้องค่อนข้างเล็ก พอวางเตียง 5-6 ฟุตลงไปแล้วก็เหลือพื้นที่ไม่มากนัก บริเวณปลายเตียงทางโครงการ Built in เป็นตู้เสื้อผ้ามาให้ พร้อมมุมแต่งตัวเล็กๆ อยู่ติดกัน ส่วนสุดท้ายคือระเบียงที่วางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ แถมยังมีพื้นที่พอให้ตากผ้าได้อีกเล็กๆ น้อย เพราะตัวระเบียงถึงจะแคบแต่ก็ยาวเต็มความกว้างของห้อง ห้อง Type นี้มีพื้นที่ภายในห้องค่อนข้างจำกัดเหมือนกันจึงน่าจะเหมาะกับการอยู่อาศัยคนเดียวซะมากกว่า

ส่วนห้องตัวอย่างอีกแบบคือ Type 1B ขนาดห้องอยู่ที่ 32 ตร.ม. พื้นที่โดยรวมของห้องแบบนี้จะกว้างกว่าห้องแบบแรก แต่ตัวห้องนอนจะถูกกั้นด้วยผนังทึบ เปิดประตูเข้าห้องก็เจอส่วนของครัวเหมือนกัน ซึ่งจะหลบมุมไปทางด้านข้างและมีเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบเข้ามุมรูปตัว L ห้องน้ำอยู่ด้านเดียวกัน เวลาเดินเข้าห้องน้ำต้องผ่านครัวก่อน ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียง เปรียบเทียบกับห้องแรกแล้วระยะดูทีวีจะแคบกว่าพอสมควรเลย เช่นเดียวกันกับระเบียงที่มีพื้นที่เพียงครึ่งเดียวของหน้ากว้างห้อง แถมยังกินพื้นที่ยื่นเข้าไปทางห้องนอนอีกเล็กน้อย พื้นที่ในห้องนอนเลยไม่ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียบๆ ถ้าเดินเข้าไปดูในห้องนอนก็จะเห็นว่า ช่วงปลายเตียงจะมีผนังยื่นมาเล็กน้อย วางเตียงลงไปแล้วทำให้มุมตรงนี้แทบจะไม่เหลือที่เดินเลย ในห้องนอนมีตู้เสื้อผ้า Built in มาให้แล้วตั้งอยู่หลังประตูห้องนอนพอดี นอกเหนือจากนี้พื้นที่ภายในห้องนอนอาจจะตกแต่งวางอะไรได้อีกไม่เยอะนะครับ เนื่องจากขนาดห้องกระทัดรัดเหลือเกิน

นอกเหนือจากห้องแบบ 1 ห้องนอนที่ทางโครงการจัดห้องตัวอย่างไว้ให้ชมแล้ว ใครที่อยากได้ห้องแบบ 2 ห้องนอนก็สอบถามรายละเอียด และดูแปลนห้องจากพนักงานขายได้ ห้องทั้งหมดของโครงการขายมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built in บางชิ้น ชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและการต่อรองครับ โดยรวมๆ แล้วถือว่าทางโครงการเลือกวัสดุสุขภัณฑ์ต่างๆ มาคุณภาพดีพอตัวเลย อาจจะด้วยราคาเริ่มต้นของห้องที่จัดว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียวสำหรับทำเลในแถบนี้ จึงต้องมีการอัพฟังก์ชั่นให้ดูสมน้ำสมเนื้อกับราคากันหน่อยจะได้ไม่น่าเกลียดครับ

เริ่มต้นที่ห้องขนาด 29.00 ตร.ม. เปิดเข้าห้องก็จะเห็นส่วนครัวอยู่ทางขวา และห้องน้ำอยู่ทางซ้าย

ส่วนครัวโครงการทำเป็น built in มาให้

ซิ้งค์จะใช้เป็นแบบมาตราฐาน

มีเตาไฟฟ้า และ เครื่องดูดควันให้

ส่วนครัวจะมีเว้นที่สำหรับตู้เย็น

มาดูห้องน้ำกันบ้าง ทางโครงการก็มีให้ตามมาตราฐาน

อ่างล้างหน้าเป็นแบบมาตราฐาน

ชักโครกใช้ของ American Standard

ส่วนเปียกจะมีฉากกั้นไว้

ธรณีประตูกั้นห้องน้ำ

ถัดเข้ามาจะเป็นโต๊ะทานข้าว

ถัดมาก็จะเป็นส่วนของนั่งเล่น

ที่วางทีวีโครงการ ก็มีมาให้พร้อม

เลยเข้าไปก็จะเป็นส่วนของห้องนอน

ห้องนอนจะมีฉากกระจกกั้นแบ่งส่วนกันไว้ชัดเจน

ส่วนของโต๊ะเครื่องแป้ง

จากเตียงนอน สามารถมองเห็นทีวีได้

จากห้องนอนมองออกไปทางออก

ส่วนของระเบียง ก็เป็นที่วางเครื่องซักผ้า

ประตูใช้เป็น Digital Door Lock

มาถึงห้องขนาด 32.00 ตร.ม. เปิดเข้าไปก็จะเห็นส่วนของโต๊ะทานข้าว และส่วนของครัวจะอยู่ทางซ้าย

มาทางซ้ายที่เป็นส่วนครัว ก็จะเป็นทรงตัว L เลยเข้าไปหน่อยก็จะเป็นห้องน้ำ

ส่วนครัวก็จะเป็น Built in ที่โครงการให้

ถัดมาเป็นห้องน้ำ

ส่วนห้องน้ำก็จะเหมือนกับของห้อง 29.00 ตร.ม.

ใช้อุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกัน

เรามาดูส่วนของห้องนั่งเล่นบ้าง โซฟาก็จะวางถัดจากโต๊ะทางข้าว

พื้นที่สำหรับวางทีวี

มุมของเตียงนอน จะมีโต๊ะอยู่ที่หัวเตียงด้วย

มุมมองออกไปทางเข้าห้องนอน จะเห็นตู้เสื้อผ้า

สวิทส์ไฟใช้ของ Panasonic

กล่องไฟวางอยู่มุมบนทางเข้าของห้อง มีกล่องปิดแบบดูดีเลยครับ

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

ด้วยทำเลที่ตั้งของ Fuse Miti สุทธิสาร-รัชดา ซึ่งอยู่บนถนนสายที่มีความสำคัญและมีความคึกคักสูง เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังถนนสายสำคัญๆ ได้มากมาย การเดินทางจึงนับว่าสะดวกดีสำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว และระบบขนส่งมวลชนอย่างรถเมล์ หรือรถแท็กซี่ แต่ถ้าต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก คงจะไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะตัวโครงการตั้งค่อนไปทางฝั่งถนนวิภาวดี ขนาดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ใกล้ที่สุดอย่าง MRT สุทธิสารก็ยังอยู่ห่างออกไปเกิน 1 กิโลเมตร จึงไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่สำหรับคนที่มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า โดยภาพรวมโครงการนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในระแวกนี้อยู่แล้ว และอยากได้ที่อยู่อาศัยใกล้ๆ ที่ทำงาน หรือไม่ติดขัดเรื่องการเดินทางที่ต้องเจอปัญหารถติดบ่อยๆ ครับ เพราะทำเลแถบนี้มีชุมชนอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น รวมทั้งอาคารสำนักงาน หอพัก อพาร์เม้นท์ ก็มีอยู่มาก ทำให้บรรยากาศพลุกพล่านทั้งกลางวันและกลางคืน เสี่ยงได้ผลกระทบจากมลภาวะทางเสียงจากการจราจรหน้าโครงการ แต่ในขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ ก็มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และแหล่งช็อปปิ้งอีกหลายแห่ง ทำให้ศักยภาพด้านการอยู่อาศัยดูเพียบพร้อมดี ถ้าจะซื้อหาไว้อยู่เองก็ค่อนข้างน่าสนใจ และค่อนข้างมีความพร้อมทั้งสาธารณูปโภคภายในและนอกโครงการ แต่ถ้าต้องการซื้อไว้ลงทุนเพื่อปล่อยเช่า โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าค่อนข้างมาก เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีหอพักและอพาร์ทเม้นท์เป็นตัวเปรียบเทียบหลายแหล่ง ทำให้เกิดการแข่งขันเรื่องราคาห้องเช่า และกลุ่มคนเช่าก็อาจจะเลือกห้องที่อยู่ในทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกกว่ามาก

We Recommend
รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง    

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงทำเลที่สุดแสนจะร้อนแรง จน Developer ค่ายใหญ่ต่างพร้อมใจกันกระโดดลงไปเล่นช่วงชิงตลาดกันให้คึกโครมจนเกิดนิยามใหม่ขึ้นมาสำหรับย่านนี้โดยเฉพาะนั่นคือ NEW CBD แน่นอนว่าเรากำลังเอ่ยถึงย่านพระราม 9 โดยเฉพาะช่วงสี่แยกพระราม 9    ศักยภาพของทำเลที่ได้ขึ้นชื่อกันว่าเป็น New CBD แน่นอนว่าต้องมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นแหล่งงานของหลายบริษัทชั้นนำบนอาคารออฟฟิศเกรดเอ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เกต สถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานฑูต เป็นต้น และเรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ภาพรวมก็คือย่านที่เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ    ทุกวันนี้ถ้าผ่านไปแถวสี่แยกพระราม 9 ไม่ว่าจะบนถนนหรือทางด่วนก็จะเห็นคอนโดหลายๆ โครงการก่อสร้างขึ้นเป็นรูปเป็นร่างให้เราได้เห็นกันจนแทบแยกไม่ออกว่า อาคารไหนคือโครงการอะไร เพราะความที่ใกล้กันมากเหลือเกินค่ะ ซึ่งคอนโดแบรนด์ที่เราจะพามาอัพเดทกันมีความน่าสนใจมากค่ะ เพราะในโซนใกล้เคียงกัน AP (Thailand) ยกมาถึง 3 โครงการด้วยกัน นั่นคือ Life แบรนด์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ให้ดียิ่งกว่าที่เคย หากใครที่ลองติดตามแบรนด์ Life ก็จะเห็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับแบรนด์ RHYTHM อีก 2 โครงการในละแวกเดียวกันนะคะ แสดงว่าทาง AP (Thailand) รวมถึงค่ายอื่น ก็ต้องมั่นใจในศักยภาพของทำเลนี้มาก ถึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการแข่งขันกันดุเดือดตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดโครงการ และเชื่อว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปที่จะเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการใหม่ๆ ก็จะยิ่งมีโปรโมชั่นออกมาอย่างน่าสนใจ        Life Asoke-Rama 9  ถ้าเราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีพระราม 9 แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 มาจากฝั่งฟอร์จูนทาวน์ ประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับ Life Asoke-Rama 9 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2560 เป็น High-Rise 2 อาคาร สูง 42 กับ 45 ชั้น รวม 2,248 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 25 – 58 ตร.ม. พื้นที่โครงการ 8-3-11 ไร่ ขายแบบ Fully Fitted โดยการวางผังยูนิตของ Life Asoke-Rama 9 จะใช้เทคนิค New Interlocked Layout ทำให้ได้ห้องหน้ากว้างมากขึ้นถึง 5-7 เมตร เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และได้ห้องครัวปิด        โครงการนี้โดดเด่นตรงที่พื้นที่ส่วนกลางบน Rooftop รวมกว่า 1.5 ไร่ เป็นสะพาน Sky Bridge เชื่อมต่อระหว่างสองอาคาร ยังไม่รวมส่วนกลางชั้นอื่นๆ ซึ่งถ้ารวมกันทั้งโครงการแล้วก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 7.5 ไร่เลยทีเดียว ส่วน Facilities อื่นๆ ที่น่าสนใจก็จะมี 24-HOUR CONNECTED WORLD สามารถเชื่อมต่อ Wi-fi ในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุด รองรับกับพื้นที่ Co-working Space ที่ถูกแบ่งตามการใช้งานจริงไม่ว่าจะทำงานคนเดียวหรือมีการนัดประชุม   ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวโปรโหมดกันอยู่ที่ 2.75 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวออกมาว่าสามารถปิดยอดขายได้ประมาณ 90% ไปได้พร้อมๆ กับตัว Life One Wireless กับ Life Ladprao ที่เปิดตัวในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ส่งผลไม่น้อยกับให้ยอดขายรวมในปี 2560 ของ AP (Thailand) ทำสถิติเติบโต 85% ทะลุเป้าถล่มทลาย โดยปัจจุบันซื้อ-ขายกันที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.8 ล้านบาทขึ้นไป และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์กันในปีหน้า ซึ่งใกล้จะ Sold Out เต็มที      Life Asoke Hype  ตัวนี้เปิดตัวพร้อมๆ กันกับ Life Ladprao Valley ซึ่งออกตัวมาว่าถ้าซื้อเพื่อลงทุนจะคุ้มค่าแค่นอน ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5 – 6% ประกอบกับทำเลย่านนี้ก็มีชาวเอเชียมาอาศัยอยู่ไม่น้อย เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น โดย Life Asoke Hype เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องของ Life Asoke-Rama 9 เพราะที่ดินใกล้เคียงกันมาก ใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันตรงฝั่งถ.อโศก-ดินแดง แต่ตัวนี้จะสามารถเข้า-ออกทางฝั่งถ.จตุรทิศ เป็นหลักได้ด้วย      Life Asoke Hype เป็น High Rise สูง 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop Studio-2 Bedroom ขนาด 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ และมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรก โดยโครงการนี้จะโดดเด่นด้านงานดีไซน์ ที่ออกแบบด้วยการใช้สีแดงเข้มมาแต่งแต้มเพิ่มมิติให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบที่ถ้าอาคารสร้างเสร็จ มองมาปุ๊บก็รู้ทันที่ว่านี่คือ Life Asoke Hype ประกอบกับวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาทำให้ มีความ Unique โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเป็นตัวของตัวเอง ขณะที่ Facilities เองก็ยังคงตอบรับกับกลุ่มคนยุคใหม่เช่นเดียวกัน อย่างการมีปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi ส่วนสระว่ายน้ำก็มีมาให้ถึง 2 สระ ที่ชั้น 7 ยาว 30 เมตร ชั้น 40 L-Shape Sky Pool และฟิตเนสถึง 2 ชั้น  บนชั้น Roof Top เชื่อมด้วยสะพานพื้นกระจกใส เรียกได้ว่าพัฒนาให้ดูทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น      ราคาเปิดตัว 2.89 ล้านบาท ปัจจุบันราคาเริ่มต้น 1 Bedroom ราคา 3.99 ล้าน กำหนดสร้างเสร็จประมาณปี 2564       Life Asoke โครงการนี้จะอยู่ห่างจากสี่แยกพระราม 9 ออกมาสักหน่อยค่ะ แต่จะอยู่ติดกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน โดยมีสะพานเชื่อมเดินเข้าสถานีได้เลย และยังเป็นจุด Interchang กับ MRT เพชรบุรี รวมถึงใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช ด่านอโศก Life Asoke จึงถือว่ามีความโดดเด่นในด้านของทำเลการเดินทางอย่างมาก            Life Asoke คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1,642 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 24–54 ตร.ม. บนพื้นที่ 6-2-85 ไร่ แม้ปัจจุบันจะ Sold Out เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยทำเลทำให้กลายเป็นคอนโดที่ปล่อยเช่าต่างชาติได้ค่อนข้างดีทีเดียว ราคารีเซลที่ตามหากันได้ตอนนี้จะเริ่มต้นประมาณ 4.6 ล้านาท            

รีวิวคอนโดย่านลาซาล ติดถนนใหญ่ Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล

รีวิวคอนโดย่านลาซาล ติดถนนใหญ่ Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล

Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล คอนโดมิเนียมจาก Noble Development ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายทั้งช่วงถนนศรีนครินทร์ และโซนลาซาล อาทิ ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง   Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล คอนโดฯ High Rise ที่ถูกดีไซน์ให้เกิดการอยู่อาศัยแบบ Community ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สนุกไปกับการได้ connect ไม่ว่าจะกับผู้คนหรือการเดินทาง Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล จึงได้ออกแบบ Facilities ที่สามารถรวมกิจกรรมโปรดของทุกคนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ เกิดเป็นความสนุกได้ทุกวัน            ชื่อโครงการ Nue Noble Srinakarin-Lasalle (นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล)  เจ้าของโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ  พื้นที่โครงการ  3-1-77.9 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 43 ชั้น จำนวนยูนิต 1,014 ยูนิต  ขนาดห้อง  Type S  22.00 - 22.80 ตร.ม. Type A  26.00 - 26.60 ตร.ม. Type A  30.40 ตร.ม. Type B  34.80 ตร.ม.   ที่จอดรถ 35% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  Lounge Pool, steam, common step, library & co-working area, co-kitchen, party area, kids club, games room, entertainment room, karaoke room, vending machine room, Street Basketball, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส  ปีที่สร้างเสร็จ  2565 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท  ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล จุดขึ้น-ลงทางด่วน บูรพาวิถี เชื่อมต่อกับทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง แม็คโคร ศรีนครินทร์, บิ๊กซี ศรีนครินทร์, ฟู้ดแลนด์ ศรีนครินทร์, แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์ พาร์ค, บิ๊กซี บางนา, เซ็นทรัล บางนา, เมกา บางนา, โรงพยาบาลศิครินทร์   ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง   ข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียน Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล    

รีวิวคอนโดติดทางด่วน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย

รีวิวคอนโดติดทางด่วน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย

เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย คอนโดมิเนียมจาก Major Development ติดทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เชื่อมต่อเข้าถนนเพชรบุรีได้อย่างง่ายดาย เพียง 5 นาที ถึงเอกมัย-ทองหล่อ และยังใกล้กับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีรามคำแหง    เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย มีการออกแบบภายในได้แรงบันดาลใจจากยุค Mid- Century Modern สไตล์เรียบเท่บนเส้นสายที่โค้งมน เรียบง่าย แต่มีชีวิตชีวา อย่างการใช้โทนสีที่มีเอกลักษณ์อย่าง สีเหลือง Mustard หรือ สีเขียว Sage ประกอบกับวัสดุปูนเปลือย ผิวสัมผัสไม้ ตัดกับความหรูหราจากหินอ่อน  เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่อย่างแตกต่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่หลากหลาย ทั้ง Indoor-Outdoor รองรับไดุ้กความต้องการไม่ว่าจะชอบออกกำลังกายหรือพักผ่อน   ชื่อโครงการ Metris Pattanakarn-Ekkamai (เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย)  เจ้าของโครงการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ ซ.พัฒนาการ 12 ถ.พัฒนาการ เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 10240  พื้นที่โครงการ 2-1-65 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 29 ชั้น จำนวนยูนิต 341 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 29.80 – 31.30 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 53.40-54.30 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 57.10-61.90 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 46% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Co-Working Space, Pet Zone, Meeting Room, Jogging Track, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ซาวน่า, Jogging Track, ลานบาสเก็ตบอล, ลานบาร์บีคิว, CCTV, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.  ปีที่สร้างเสร็จ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 90,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ 100 เมตร จาก ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ด่านพัฒนาการ 1, เลี้ยงสัตว์ได้ โดยมีลานสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ส่วนกลางโดยเฉพาะ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีรามคำแหง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ด่านพัฒนาการ 1 สถานที่ใกล้เคียง Food Land, The Mall รามคำแหง, สนามราชมังคลากีฬาสถาน, London Street, Tesco Lotus, MaxValue , รพ.เพชรเวช, รพ.กรุงเทพ, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, ม.เกษมบัณฑิต, ม.อัสสัมชัญ   ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง   ข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย