การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


คอนโด FUSE MiTi สุทธิสาร (รีวิวคอนโด)

FUSE MiTi สุทธิสาร (รีวิวคอนโด)

วันนี้เราจะพาไปดู คอนโด ในเครือพฤกษา ภายใต้แบรนด์ Fuse Miti  สุทธิสาร-รัชดา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย บริเวณหัวมุมซอยอินทามระ 22 จะว่าไปแล้วทำเลของโครงการอยู่ค่อนไปทางถนนวิภาวดีรังสิตมากกว่า ถนนรัชดาซึ่งมีรถไฟฟ้า MRT วิ่งผ่าน แต่ด้วยระยะทางจากตัวสถานีรถไฟฟ้าถึงหน้าโครงการประมาณ 1.4 กิโลเมตรเลยพอจะพูดได้ว่าตัวโครงการเกาะแนวรถไฟฟ้าได้แบบไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ ตามไปดูรายละเอียดโครงการกันเลยดีกว่า

การเดินทาง

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงที่สถานีสุทธิสารแล้วออกทางออกที่ 1 หรือ 4 จากนั้นก็ต้องใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ต่อไปยังตัวโครงการ ซึ่งนับเป็นทางเลือกเดียวที่สะดวกและประหยัดเวลามากที่สุด เพราะด้วยระยะทางจากตัวสถานี MRT สุทธิสารไปยังหน้าโครงการ Fuse Miti ที่ไกลเกือบ 1.5 กิโลเมตร ถ้าจะอาศัยสองเท้าเดินต่อไปก็ออกจะไกลเกินพอดีไปหน่อย แถมเส้นทางในซอยก็ไม่ค่อยเหมาะกับการเดินด้วย เลยไม่ค่อยอยากจะแนะนำให้เดินกันครับ ที่สำคัญถนนสุทธิสารบริเวณสี่แยกรัชดานี้ตำรวจจัดการจราจรให้เดินรถทางเดียวเกือบจะตลอดเวลา ถ้าจะเรียกรถแท็กซี่เข้าไปที่โครงการเลยต้องอ้อมไปทางลาดพร้าว หรือต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางในซอยรัชดาภิเษก 17 แทน ซึ่งทำให้ระยะทางที่ต้องเดินทางไกลออกไปอีก สำหรับคนที่ต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT เป็นหลักคงต้องพิจารณากันให้ดีๆ เพราะอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าอย่างเต็มที่เท่าไหร่ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ค่อนไปทางฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตมากกว่า การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะอื่นๆ เข้าออกจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตจึงสะดวกกว่ามาก ทั้งรถเมล์ และรถแท็กซี่

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถ้าเลือกเข้าออกจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตค่อนข้างสะดวกดีทีเดียว เพราะมีทางด่วนด่านดินแดง ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางหลักไปยังส่วนต่างๆ ของเมืองได้ดี ยิ่งถนนสุทธิสารวินิจฉัยมีจุดเด่นที่เป็นเส้นทางเชื่อมถนนสายหลักๆ ในกรุงเทพไว้หลายสาย ก็เลือกเลี่ยงไปได้อีกหลายทาง เช่น ตรงไปทางถนนสะพานควายออกถนนพหลโยธิน กลับมาอีกทางก็มีถนนรัชดาภิเษกตัดออกไปถนนลาดพร้าวและถนนพระราม 9 ได้อีก ถ้าไม่ติดว่าถนนแต่ละเส้นก็ขึ้นชื่อในเรื่องปัญหารถติดแทบไม่ต่างกันแล้วล่ะก็ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกมากๆ ที่เหลือก็แค่ต้องลองคำนวนเวลาเดินทางกันหลายรอบหน่อย โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนในวันจันทร์-ศุกร์ ที่บริเวณแยกสุทธิสาร-รัชดา ก็บังคับให้เดินรถทางเดียว จึงถูกบีบให้ต้องอ้อมไปทางอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคนที่คุ้นเคยกับเส้นทางในย่านนี้เป็นอย่างดี ก็อาจจะเคยชินกับเส้นทางลัดเลาะไปตามทางที่เชื่อมต่อกันระหว่างซอย ได้ไม่ยาก ซึ่งพอจะช่วยให้เลี่ยงปัญหารถติดบนถนนสายหลักได้พอสมควรเลยทีเดียว

วิ่งเส้นวิภาวดี โดยมาจากบางเขน

วิ่งไปตามทางสุทธิสาร

เห็นป้ายห้วยขวางแล้วตามไปเลยครับ

เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเข้าห้อยขวาง

เลี้ยวซ้ายเข้าห้วยขวาง

พอเข้าถนนห้วยขวางมาแล้ว ตามข้างทางก็จะมีร้านค้ามากมาย

วิ่งเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นโครงการ FUSE MiTi อยู่ทางขวา

ถึงแล้วโครงการ FUSE MiTi เลี้ยวเข้าไปครับ

ถ้าออกจากโครงการแล้วเลี้ยวขวา ก็จะสามารถออกไปถนนรัชดาได้

ข้างทางมีของขายเต็มไปหมดครับ

พอออกมาสุดทาง ก็จะถนนรัชดาภิเษกครับ

วิเคราะห์ตัวโครงการ

Fuse Miti สุทธิสาร-รัชดา เป็นคอนโดย High Rise ริมถนนสุทธิสารช่วงปากซอยอินทามระ 22 ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เป็นคึกคักมากเลยทีเดียว มีทั้งอาคารพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อหลากหลาย รวมถึงโรงแรมและสถานีดับเพลิงที่อยู่บริเวณตรงหัวมุมแยกสุทธิสาร-วิภาวดีพอดี สภาพแวดล้อมเป็นชุมชมที่เหมาะกับการอยู่อาศัยพอสมควรเลยทีเดียว เพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูง แถมฝั่งตรงข้ามกับที่ตั้งโครงการก็มีอาคารวิริยะถาวรเป็นตึกสำนักงานสูงอยู่ด้วย บรรยากาศจึงไม่มีเงียบเหงาแน่นอน ย้ายรัศมีไกลออกมาอีกหน่อย รอบโครงการก็ยังมีมหาวิทยาลัยหอการค้า โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และเซนต์จอนห์ ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี สำหรับแหล่งช็อปปิ้งก็มีทั้ง Big C สะพานควาย, เซนทรัลลาดพร้าว, Union Mall, ตลาดอ.ต.ก. และตลาดนัดจตุจักรซึ่งอยู่ทางด้านวิภาวดี ส่วนทางฝั่งรัชดาก็มีทั้ง Esplanade และเซนทรัลพระราม 9 ความเจริญรอบๆ โครงการนับว่ามีแบบเต็มพิกัด ทางด้านอาคารรอบด้านโครงการ โชคดีที่ไม่มีอาคารสูงอยู่ในระยะประชิดเลยทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งเป็นเพียงอาคารพาณิชย์สูงไม่เกิน 4 ชั้น จะมีเพียงอพาร์ทเม้นท์สูง 8 ชั้นอาคารเดียวที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเท่านั้นที่อยู่ในระยะที่ใกล้เพียงแค่ถนนในซอยกั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องการบังวิวเลย เพราะตัวโครงการ Fuse Miti เองก็ออกแบบไว้ไม่ให้มีห้องหันหน้าเข้าหาอพาร์เม้นท์เลยจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ห่างออกไปอีกนิด ก็ดูจะมีแค่อาคารวิริยะถาวรเท่านั้นที่เป็นตึกสูงทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งบางห้องของฝั่งนี้จะถูกบังวิวไปบ้าง นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเท่าไร เพราะส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป ห้องชั้นล่างๆ ก็ได้วิวติดหลังคาตึกบ้างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

 

ด้านหน้าโครงการ Fuse Miti ติดกับถนนสุทธิสารตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L หน้าตาโมเดิร์นในสไตล์เข้มขรึม ตัวอาคารสูง 17 ชั้น เริ่มตั้งแต่ชั้น 1-3 จะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนเพียง 40% เท่านั้น (ไม่นับรวมจอดซ้อนคัน) นับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากถ้าคิดว่าเป็นคอนโดที่ไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้าและมีระดับราคาขนาดนี้ และดูเหมือนว่าลูกบ้านก็มีแนวโน้มที่จะใช้รถส่วนตัวเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน ถัดขึ้นมาตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไปจะเป็นพื้นที่ของส่วนพักอาศัย โดย Facilities หลักๆ จะรวมอยู่บนชั้นดาดฟ้ามีทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนหย่อม รวมถึงสวนในชั้นที่ 4 และชั้น12-13 ด้วย ซึ่งข้อดีของการจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้บนดาดฟ้าหรือบนชั้นสูงๆ ของตึกก็คือ วิวมุมสูงที่ลูกบ้านทุกคนสามารถรับวิวได้เท่าๆ กัน แต่ในระยะยาวอาจจะติดปัญหาเรื่องการดูแลได้ อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ นอกจากนี้ยังมีห้อง Miti Multi Space ไว้สำหรับนั่งเล่น พักผ่อน พูดคุย หรืออ่านหนังสือ และห้อง Miti Theater ไว้ให้ดูหนัง ฟังเพลงได้เพลินๆ ซึ่ง Facilities ทั้งหมดของโครงการเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงเลย ถือว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งซึ่งต่างจากโครงการอื่นๆ ที่มักมีกำหนดเวลาในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง โดยภาพรวมแล้วถือว่าทางโครงการจัดสาธารณูปโภคต่างๆ มาให้ครบครันเลยทีเดียว แถมจำนวนยูนิตรวม 281 ยูนิต ก็เป็นปริมาณที่ไม่เยอะมากเกินไปถ้าเทียบกับโครงการ High Rise อื่นๆ โอกาสที่ลูกบ้านจะได้ใช้งานส่วนกลางจริงๆ จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง

 

นอกจากนี้ในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการก็จัดไว้ตามมาตรฐาน ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง Digital Door Lock และ Proximity Card สำหรับควบคุมการเข้าออกโครงการ อีกเรื่องที่ลืมพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ลิฟท์โดยสารภายในอาคาร ซึ่งทางโครงการจัดมาเพียง 2 ตัวเท่านั้น เทียบอัตราส่วนการใช้งานแล้ว 1:141 จัดว่าหนาแน่นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะแยกลิฟท์ขนของมาให้อีก 1 ตัวแล้วก็ตาม

ด้านหน้า ของโมเดลตึก

ชั้น 6 จะมีส่วนหย่อมอยู่ที่ชั้นนี้ครับ

ด้านข้างของตึก

ด้านหลังของตึก

ชั้นบนเป็นส่วนของ Facilities

พาชมห้องตัวอย่าง

 

มาถึงแบบห้องของ Fuse Miti สุทธิสาร-รัชดา กันบ้าง หลักๆ แล้วจะมีห้องอยู่ที่ 2 แบบ คือ 1 ห้องนอน และ2 ห้องนอน โดยห้องแบบ 1 ห้องนอนจะแบ่งย่อยไปอีกคือ ห้องขนาด 28-31 ตร.ม. และ ห้องขนาด 29.5-34.5 ตร.ม. ซึ่งห้องทั้ง 2 แบบนี้นอกจากจะต่างกันที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยแล้ว ยังต่างกันที่ขนาดหน้ากว้างของห้องที่ต่างกันด้วย ทำให้การจัด Lay out ของพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในห้องไม่เหมือนกัน

เริ่มจากห้อง Type 1A ซึ่งทางโครงการเตรียมห้องตัวอย่างขนาด 29 ตร.ม. ไว้ให้เราได้ชม ลักษณะห้องจะคล้ายห้องแบบ Studio ที่ออกแบบมาหน้าแคบและลึก การกั้นพื้นที่ห้องนอนจากห้องนั่งเล่นจึงใช้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป เปิดประตูเข้าห้องมาจะเป็นพื้นที่ของครัวและส่วนเตรียมอาหาร ส่วนอีกด้านจะเป็นห้องน้ำซึ่งแบ่งโซนอาบน้ำด้วยประตูกระจกกั้นมาให้เรียบร้อย โซนกลางห้องจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งใช้พื้นที่เต็มความหน้ากว้างของห้อง ทำให้ระยะดูทีวีกำลังดี เหนือชั้นวางทีวีที่ให้มาพร้อมห้องแล้ว (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น) ยังมีพื้นที่ให้แขวนชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้อีกด้วย ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดระเบียง ซึ่งประตูระเบียงใช้เป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ บรรยากาศในห้องเลยลดความอึดอัดลงไปได้เยอะเลยทีเดียว เพราะขนาดห้องค่อนข้างเล็ก พอวางเตียง 5-6 ฟุตลงไปแล้วก็เหลือพื้นที่ไม่มากนัก บริเวณปลายเตียงทางโครงการ Built in เป็นตู้เสื้อผ้ามาให้ พร้อมมุมแต่งตัวเล็กๆ อยู่ติดกัน ส่วนสุดท้ายคือระเบียงที่วางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ แถมยังมีพื้นที่พอให้ตากผ้าได้อีกเล็กๆ น้อย เพราะตัวระเบียงถึงจะแคบแต่ก็ยาวเต็มความกว้างของห้อง ห้อง Type นี้มีพื้นที่ภายในห้องค่อนข้างจำกัดเหมือนกันจึงน่าจะเหมาะกับการอยู่อาศัยคนเดียวซะมากกว่า

ส่วนห้องตัวอย่างอีกแบบคือ Type 1B ขนาดห้องอยู่ที่ 32 ตร.ม. พื้นที่โดยรวมของห้องแบบนี้จะกว้างกว่าห้องแบบแรก แต่ตัวห้องนอนจะถูกกั้นด้วยผนังทึบ เปิดประตูเข้าห้องก็เจอส่วนของครัวเหมือนกัน ซึ่งจะหลบมุมไปทางด้านข้างและมีเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบเข้ามุมรูปตัว L ห้องน้ำอยู่ด้านเดียวกัน เวลาเดินเข้าห้องน้ำต้องผ่านครัวก่อน ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียง เปรียบเทียบกับห้องแรกแล้วระยะดูทีวีจะแคบกว่าพอสมควรเลย เช่นเดียวกันกับระเบียงที่มีพื้นที่เพียงครึ่งเดียวของหน้ากว้างห้อง แถมยังกินพื้นที่ยื่นเข้าไปทางห้องนอนอีกเล็กน้อย พื้นที่ในห้องนอนเลยไม่ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียบๆ ถ้าเดินเข้าไปดูในห้องนอนก็จะเห็นว่า ช่วงปลายเตียงจะมีผนังยื่นมาเล็กน้อย วางเตียงลงไปแล้วทำให้มุมตรงนี้แทบจะไม่เหลือที่เดินเลย ในห้องนอนมีตู้เสื้อผ้า Built in มาให้แล้วตั้งอยู่หลังประตูห้องนอนพอดี นอกเหนือจากนี้พื้นที่ภายในห้องนอนอาจจะตกแต่งวางอะไรได้อีกไม่เยอะนะครับ เนื่องจากขนาดห้องกระทัดรัดเหลือเกิน

นอกเหนือจากห้องแบบ 1 ห้องนอนที่ทางโครงการจัดห้องตัวอย่างไว้ให้ชมแล้ว ใครที่อยากได้ห้องแบบ 2 ห้องนอนก็สอบถามรายละเอียด และดูแปลนห้องจากพนักงานขายได้ ห้องทั้งหมดของโครงการขายมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built in บางชิ้น ชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและการต่อรองครับ โดยรวมๆ แล้วถือว่าทางโครงการเลือกวัสดุสุขภัณฑ์ต่างๆ มาคุณภาพดีพอตัวเลย อาจจะด้วยราคาเริ่มต้นของห้องที่จัดว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียวสำหรับทำเลในแถบนี้ จึงต้องมีการอัพฟังก์ชั่นให้ดูสมน้ำสมเนื้อกับราคากันหน่อยจะได้ไม่น่าเกลียดครับ

เริ่มต้นที่ห้องขนาด 29.00 ตร.ม. เปิดเข้าห้องก็จะเห็นส่วนครัวอยู่ทางขวา และห้องน้ำอยู่ทางซ้าย

ส่วนครัวโครงการทำเป็น built in มาให้

ซิ้งค์จะใช้เป็นแบบมาตราฐาน

มีเตาไฟฟ้า และ เครื่องดูดควันให้

ส่วนครัวจะมีเว้นที่สำหรับตู้เย็น

มาดูห้องน้ำกันบ้าง ทางโครงการก็มีให้ตามมาตราฐาน

อ่างล้างหน้าเป็นแบบมาตราฐาน

ชักโครกใช้ของ American Standard

ส่วนเปียกจะมีฉากกั้นไว้

ธรณีประตูกั้นห้องน้ำ

ถัดเข้ามาจะเป็นโต๊ะทานข้าว

ถัดมาก็จะเป็นส่วนของนั่งเล่น

ที่วางทีวีโครงการ ก็มีมาให้พร้อม

เลยเข้าไปก็จะเป็นส่วนของห้องนอน

ห้องนอนจะมีฉากกระจกกั้นแบ่งส่วนกันไว้ชัดเจน

ส่วนของโต๊ะเครื่องแป้ง

จากเตียงนอน สามารถมองเห็นทีวีได้

จากห้องนอนมองออกไปทางออก

ส่วนของระเบียง ก็เป็นที่วางเครื่องซักผ้า

ประตูใช้เป็น Digital Door Lock

มาถึงห้องขนาด 32.00 ตร.ม. เปิดเข้าไปก็จะเห็นส่วนของโต๊ะทานข้าว และส่วนของครัวจะอยู่ทางซ้าย

มาทางซ้ายที่เป็นส่วนครัว ก็จะเป็นทรงตัว L เลยเข้าไปหน่อยก็จะเป็นห้องน้ำ

ส่วนครัวก็จะเป็น Built in ที่โครงการให้

ถัดมาเป็นห้องน้ำ

ส่วนห้องน้ำก็จะเหมือนกับของห้อง 29.00 ตร.ม.

ใช้อุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกัน

เรามาดูส่วนของห้องนั่งเล่นบ้าง โซฟาก็จะวางถัดจากโต๊ะทางข้าว

พื้นที่สำหรับวางทีวี

มุมของเตียงนอน จะมีโต๊ะอยู่ที่หัวเตียงด้วย

มุมมองออกไปทางเข้าห้องนอน จะเห็นตู้เสื้อผ้า

สวิทส์ไฟใช้ของ Panasonic

กล่องไฟวางอยู่มุมบนทางเข้าของห้อง มีกล่องปิดแบบดูดีเลยครับ

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

ด้วยทำเลที่ตั้งของ Fuse Miti สุทธิสาร-รัชดา ซึ่งอยู่บนถนนสายที่มีความสำคัญและมีความคึกคักสูง เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังถนนสายสำคัญๆ ได้มากมาย การเดินทางจึงนับว่าสะดวกดีสำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว และระบบขนส่งมวลชนอย่างรถเมล์ หรือรถแท็กซี่ แต่ถ้าต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก คงจะไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะตัวโครงการตั้งค่อนไปทางฝั่งถนนวิภาวดี ขนาดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ใกล้ที่สุดอย่าง MRT สุทธิสารก็ยังอยู่ห่างออกไปเกิน 1 กิโลเมตร จึงไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่สำหรับคนที่มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า โดยภาพรวมโครงการนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในระแวกนี้อยู่แล้ว และอยากได้ที่อยู่อาศัยใกล้ๆ ที่ทำงาน หรือไม่ติดขัดเรื่องการเดินทางที่ต้องเจอปัญหารถติดบ่อยๆ ครับ เพราะทำเลแถบนี้มีชุมชนอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น รวมทั้งอาคารสำนักงาน หอพัก อพาร์เม้นท์ ก็มีอยู่มาก ทำให้บรรยากาศพลุกพล่านทั้งกลางวันและกลางคืน เสี่ยงได้ผลกระทบจากมลภาวะทางเสียงจากการจราจรหน้าโครงการ แต่ในขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ ก็มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และแหล่งช็อปปิ้งอีกหลายแห่ง ทำให้ศักยภาพด้านการอยู่อาศัยดูเพียบพร้อมดี ถ้าจะซื้อหาไว้อยู่เองก็ค่อนข้างน่าสนใจ และค่อนข้างมีความพร้อมทั้งสาธารณูปโภคภายในและนอกโครงการ แต่ถ้าต้องการซื้อไว้ลงทุนเพื่อปล่อยเช่า โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าค่อนข้างมาก เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีหอพักและอพาร์ทเม้นท์เป็นตัวเปรียบเทียบหลายแหล่ง ทำให้เกิดการแข่งขันเรื่องราคาห้องเช่า และกลุ่มคนเช่าก็อาจจะเลือกห้องที่อยู่ในทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกกว่ามาก

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888