การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Issara Collection Sathorn (รีวิวคอนโด)

รีวิวฉบับนี้ เรายังคงวนเวียนอยู่ในย่านสาทร แต่คราวนี้จะข้ามมาทางฝั่งถนนนางลิ้นจี่ เพื่อดูคอนโด Low Rise หรูให้ความเป็นส่วนตัว ด้วยยูนิตที่น้อยเพียง 33 ยูนิต ชื่อโครงการ “Issara Collection Sathorn” โครงการใหม่จาก ชาญ อิสสระ

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Project00

การเดินทาง

โครงการ Issara Collection สาทร ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตสาทร แต่ถ้าจะให้ระบุพิกัดชัดๆ ก็ต้องบอกว่าอยู่ในซอยนางลิ้นจี่ 4 นะครับ ซึ่งการเดินทางไปยังตัวโครงการก็สามารถไปได้หลายทาง เส้นทางหลักที่เราใช้ในครั้งนี้มาจากทางถนนจันทน์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ ผ่านสี่แยกที่ตัดกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว ให้ตรงต่อมาจนถึงถนนนางลิ้นจี่ จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายมาอีกประมาณ 120 เมตร ก็จะเจอซอยนางลิ้นจี่ 4 อยู่ทางซ้ายมือพอดี

หรือถ้าขึ้นทางด่วนขั้นที่ 1 มาลงที่ถนนพระราม 3 (ช่องนนทรี-นางลิ้นจี่) ก็สามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนนางลิ้นจี่ได้เลย จากแยกนี้ตรงมาอีกแค่ 1 กิโลเมตรก็จะถึงซอยนางลิ้นจี่ 4 พอดี

ส่วนถ้าจะเข้ามาทางซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 พอตรงมาเจอสามแยกเทคนิคกรุงเทพ ก็แค่เลี้ยวขวาเข้าถนนนางลิ้นจี่มาอีก 600 เมตรเท่านั้น แล้วเตรียมเลี้ยวเข้าซอยนางลิ้นจี่ 4 ได้เลย

แต่ถ้ามาจากถนนสาทรใต้ ก็ให้เลี้ยวเข้าซอยสวนพลู (สาทร 3) วิ่งตามซอยสวนพลูมาเข้าถนนนางลิ้นจี่ ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพมาเล็กน้อย ซอยนางลิ้นจี่ 4 จะอยู่ทางขวามือ เยื้องกับปั้มน้ำมันบางจาก

นอกจากเส้นทางที่เรายกตัวอย่างมาให้แล้ว ยังมีเส้นทางลัดอื่นๆ อีก ทั้งทางซอยเย็นอากาศที่สามารถตัดไปออกถนนพระราม 4 หรือซอยสาทร 1 ได้ เช่นเดียวกันกับถนนของกรมการบินพลเรือน ที่ตัดเข้าซอยงามดูพลี ไปออกถนนพระราม 4 และซอยสาทร 1 ได้เหมือนกัน ต้องบอกว่าทำเลของถนนนางลิ้นจี่นี่ได้เปรียบในเรื่องเส้นทางเข้าออกที่สามารถเลือกได้หลายทาง ทำให้เรามีทางหนีรถติดได้เยอะดีทีเดียวครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location001-1

และด้วยแบรนด์ของโครงการที่เป็นระดับ Hi-End กลุ่มลูกค้าของโครงการคงจะเน้นการเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก ถึงแม้ว่าทำเลที่ตั้งโครงการจะไม่มีรถไฟฟ้าสายต่างๆ อยู่ใกล้มากพอที่จะสามารถเดินไปได้โดยสะดวก ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะเส้นทางการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ถือว่าสะดวกมากๆ ถ้าไม่นับเรื่องปัญหาการจราจรที่ต่างก็รู้กันดี แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าหากต้องการจะใช้บริการระบบขนส่งมวลชนบ้าง ก็ใช่ว่าจะไม่สะดวก เพราะแค่เดินออกมาที่ปากซอยนางลิ้นจี่ 4 ก็มีทั้งรถแท็กซี่ สามล้อ สองแถว รวมถึงรถเมล์วิ่งผ่านอีกหลายสาย หรือถ้าจะให้เร็วก็เรียกบริการวินมอเตอร์ไซค์บริเวณปากซอยได้เช่นกัน รับรองว่าพี่วินแถวนี้เค้ารู้ทางหลบรถติดดีระดับเซียน จะหนีออกบ่อนไก่ พระราม 4 สาทร พระราม 3 ถนนเชื้อเพลิง คลองเตย หรือเส้นทางอื่นได้หมด เชื่อเถอะว่าตรอกซอกซอยแถวนี้โยงใยหากันได้อย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

วิเคราะห์ตัวโครงการ

ในขณะที่ที่ตั้งโครงการ Issara Collection สาทร อยู่ในซอยตันที่มีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักอาศัย แต่ด้วยความที่ซอยนางลิ้นจี่ 4 อยู่ไม่ห่างจากเขตชุมชนเดิมของบริเวณนี้มากนัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงจัดว่าเพียบพร้อมมากๆ ออกมาแค่ปากซอยก็จะเจอโครงการ De For Rest ซึ่งเป็นเหมือน Community Mall เล็กๆ ที่รวบรวมร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย และบริการล้างรถไว้ด้วยกัน ฝั่งตรงข้ามซอยจะมีปั้มน้ำมันบางจาก ซึ่งก็มีร้านกาแฟ ร้านซักรีด คลินิครักษาสัตว์ และบริการล้างรถของ Maguire’s อีกเจ้า แถมปากซอยเย็นอากาศยังมี Tops Supermarket ให้เป็นที่จับจ่ายซื้อของกินของใช้เข้าครัวอีกด้วย ในขณะที่ห่างออกไปอีกหน่อยทางฝั่งนางลิ้นจี่ก็มีตลาดสด พร้อมกับของอร่อยริมทางอีกหลายเจ้า เลยไปอีกนิดยังมี T.T.N. Avenue ซึ่งมีทั้ง Tops ร้านกาแฟ และร้านอาหารให้ฝากท้องอีกหลายเจ้า หรือถ้าขยับไปทางซอยสวนพลูก็มีอีกหนึ่งตลาดสด รวมถึงแผงลอยขายอาหารอีกมากจนละลานตาไปหมด ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในระยะที่สามารถเดินหรือขี่จักรยานมาได้ง่ายๆ ครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0047

โครงการ De for-rest อันนี้อยู่ติดๆ กับปากซอยนางลิ้นจี่ 4 เลย

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0048

ในโครงการนี้ก็มีร้านอาหารด้วยนะครับ เอาไว้เป็นที่ฝากท้องยามที่ขี้เกียจขับรถออกไปไกลๆ ได้

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0049

ร้านกาแฟวาวีในโครงการก็มานั่งเล่นชิวๆ ได้ บรรยากาศดีเหมือนกันนะครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0050

ตลาดนัดด้านหลังปั๊มน้ำมันบางจาก มีของกินหลายอย่างเหมือนกัน ของใช้กับเสื้อผ้าก็มีนะครับ เปิดทุกเย็นวันจันทร์ แวะไปเดินเล่นซ๊อปปิ้งกันได้

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0051

ฝั่งตรงข้ามเทคนิคกรุงเทพฯ มีร้านกาแฟ Think Tank เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0053

T.T.N. Avenue คอมมิวนิตี้มอลล์อีกแห่งที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานมาก ตั้งอยู่บนถนนนางลิ้นจี่ค่อนมาทางฝั่งพระราม 3 นะครับ

รีวิว-คอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Location0052

ข้างในมีร้านอาหารและร้านอาหารให้เลือกฝากท้องหลายร้านเลย แถมยังมี Tops Super Market อีกด้วย

นอกจากความสะดวกสบายในพื้นที่แล้ว ในรัศมีรอบที่ตั้งโครงการยังแวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคแบบคนเมืองเต็มพิกัด ทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้ง สถานศึกษา สถานฑูต สถานที่ราชการ แหล่งธุรกิจ สำนักงาน และสถานที่ Hang Out อีกเพียบ เพียงแค่ขยับขับรถกันซักหน่อย จะไปพระราม3 สีลม สาทร สยาม ทองหล่อ เอกมัย หรือแอบไปชิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็เดินทางได้สะดวกทั้งสิ้น

ผ่านจากเรื่องสภาพแวดล้อมโดยรอบไปแล้ว ที่นี้ก็มาดูที่ตัวโครงการกันบ้าง อย่างที่บอกไปแล้วว่าซอยนางลิ้นจี่ 4 เป็นซอยตัน ดังนั้นบรรยากาศภายในซอยจึงเงียบสงบมาก และค่อนข้างร่มรื่นเพราะยังมีต้นไม้ใหญ่อยู่มาก อีกทั้งถนนในซอยก็กว้างแค่พอขับรถสวนกันได้เท่านั้น ผู้คนไม่พลุกพล่าน ปริมาณรถก็น้อยเลยไม่ค่อยเป็นปัญหาครับ ภายในซอยจะมีบ้านพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น และคอนโด อพาร์ทเม้นท์สูงไม่เกิน 8 ชั้นอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อนบ้านที่ติดกันกับที่ดินโครงการเป็นบ้านเดี่ยวนะครับ ส่วนตึกคอนโด/อพาร์ทเม้นท์จะอยู่ถัดออกไป ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตึกขนาบข้างให้น่าอึดอัด ขณะเดียวกันทางโครงการก็จัดสรรให้พื้นที่รอบๆ อาคารเป็นสวนไปซะ แล้วปลูกต้นเพื่อช่วยบังสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัวเข้าไปอีก คาดว่าของจริงน่าจะร่มรื่นดีนะครับ

รีวิวคอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-BRT-เทคนิคกรุงเทพ-Issara-Collection-Sathorn-อิสสระ-คอลเลกชั่น-สาทร-Room002-133
โมเดลตัวอาคารแบบเต็มๆ ครับ จะเห็นได้ว่าดีไซน์เรียบหรูสไตล์โมเดิร์น แต่ก็แอบแฝงความเป็นไทยเอาไว้ด้วย

โครงการ Issara Collection เป็นคอนโดที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวสูง ทั้งโครงการจึงมีเพียง 33 ยูนิตเท่านั้น ตัวอาคารเป็นตึกเดี่ยวสูง 7 ชั้น ภายใต้การออกแบบตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์น (Siwilai Modern Concept) ซึ่งจะเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1-7 และมีชั้นจอดรถใต้ดินอีก 2 ชั้น อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยลิฟท์โดยสารแบบส่วนตัวสำหรับห้อง Type 3 Bedrooms นอกเหนือจากลิฟท์ส่วนกลางมาให้ด้วย จึงให้ความรู้สึกแบบ Exclusive Luxury มากยิ่งขึ้น สำหรับ Main Facilities จะอยู่ที่ชั้น 6-7 และดาดฟ้านะครับ โดยที่ห้องฟิตเนส ห้องสตรีม และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจะอยู่ที่ชั้น 6 ซึ่งทางโครงการก็ใส่ใจในรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยการออกแบบให้ซิลลิ่งของห้องฟิตเนสสูงไปถึงชั้น 7 เพิ่มบรรยากาศให้ปลอดโปร่งมากขึ้นเวลาออกกำลังกาย ในขณะที่สระว่ายน้ำถูกจัดวางไว้บนดาดฟ้าของอาคารนะครับ ซึ่งสระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำเกลือ และมีแยกสระเด็กกับจากุชชี่มาให้ด้วย นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน มี Lobby ในโซนด้านหน้าโครงการ พร้อมทั้งจัดเตรียม Driver Room ห้องพักคนขับรถไว้ให้ตรงบริเวณลานจอดรถที่ชั้น 1 ด้วยเพื่อความเรียบร้อย ถ้าจะให้เห็นภาพมาขึ้นลองมาดู Floor Plan กันก่อนเลยครับ

พาชมห้องตัวอย่าง

มาถึงในส่วนของห้องตัวอย่างกันบ้าง ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ทราบว่าสำนักงานขายของโครงการ Issara Collection ไม่ได้อยู่ที่ที่ตั้งโครงการนะครับ Sales Gallery อยู่เลยแยกที่จะไปด่านทางด่วนนางลิ้นจี่นิดนึงครับ ข้ามแยกไฟแดงใต้ทางด่วนมาก็เห็น Sales Gallery เลย ซึ่งบรรยากาศภายในก็ตกแต่งไว้ตามคอนเซปต์ของโครงการเลย เช่นเดียวกันกับในห้องตัวอย่างที่ใช้วัสดุ การตกแต่งตามจริงทั้งหมด (ยกเว้นเฟอร์นิเจอร์ของแต่งห้อง)

SONY DSC
ภายใน Sale Gallery จะโชว์วัสดุปูพื้นภายในห้องไว้ให้ชมกันใกล้ๆ
SONY DSC
ซึ่งทางโครงการจะเลือกใช้ Homogeneous Tile ซึ่งกระเบื้องแบบนี้พิเศษตรงที่ระหว่างกระบวนการผลิตจะมีการผสมสีลงไปด้วยก่อนจะนำไปผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง กระเบื้องชนิดนี้จึงมีสีเดียวกันทั้งชิ้น แถมยังมีคุณสมบัติเด่นคือ ความคงทน แข็งแกร่ง ดูดซึมน้ำต่ำ และทนกรดทนด่างได้ดีกว่ากระเบื้องทั่วไปครับ

SONY DSC

แบบห้องของโครงการมีให้เลือกเป็นแบบ 2 Bedrooms, 3 Bedrooms และ 3 Bedrooms Duplex เท่านั้นนะครับ โดยมีขนาดห้องเริ่มต้นที่ 108 ตร.ม. และมีห้องไซส์ใหญ่สุดขนาด 244.4 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องตัวอย่างเพียงแบบเดียวที่ทางโครงการเลือกทำมาโชว์ไว้ที่ Sales Gallery แห่งนี้

ก่อนจะไปดูภาพห้องจริง เรามาดูแปลนห้องคร่าวๆ กันก่อนครับ ห้องนี้เป็นห้อง Type-3E ซึ่งมีเพียง 9 ห้องเท่านั้น โดยที่แต่ละห้องอาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องสลับตำแหน่งซ้ายขวานิดหน่อย ห้องทั้งหมดของโครงการขายมาแบบ Partly Fitted คือติดตั้งและตกแต่งมาเป็นแนวทางให้แล้วพอประมาณ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้อื่นๆก็ตกแต่งเพิ่มเต็มกันตามสไตล์ไปเลย ห้องไซส์นี้เป็นแบบ 3 Bedrooms โดยแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ

เมื่อออกมาจากลิฟท์ส่วนตัวก็จะเข้าสู่พื้นที่โถงหน้าห้อง ซึ่งมีห้องเก็บของอยู่ตรงนี้ด้วย ประตูบานสูงอีกฝั่งจะเป็นประตูหลักที่ใช้เข้าห้องครับ ทางโครงการเลือกออกแบบให้ประตูเข้าห้องเป็นบานสูงจรดเพดานเลย พอเปิดเข้ามาแล้วก็จะเห็นพื้นที่ในโซน Living Area ที่อยู่ส่วนกลางของห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือให้ความรู้สึกโอ่งโถงมากเป็นพิเศษ และจุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้บรรยากาศของห้องนี้แตกต่างจากคอนโดทั่วไปก็คือ พื้นที่ระเบียงที่กว้างกว่า 10 เมตร ซึ่งประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่นี้เราสามารถเลื่อนเปิดได้กว้างจนสุดเพื่อให้พื้นที่ภายในห้องและระเบียงเชื่อมต่อถึงกันโดยไม่อะไรมาเกะกะสายตา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีก และได้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่าคอนโดอื่นครับ

อีก Area หนึ่งที่ทางโครงการตกแต่งเสนอเป็นไอเดียให้ก็คือ ห้องกระจกในบริเวณ Living Area นั่นเอง ทางโครงการเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า Collection Room ซึ่งในห้องจริงไม่มีการกั้นพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้นะครับ แต่ในห้องตัวอย่างนี่ทำไว้ให้เห็นว่าสามารถเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้กับห้องได้อีก ลูกค้าบางคนอาจจะชอบกับไอเดียนี้ที่สามารถทำห้องน้ำเป็นห้องทำงาน ห้องเปียโน ห้องสมุด หรือให้เป็นห้องเก็บของสะสมพร้อมตั้งโชว์ได้ด้วย แต่ถ้าการกั้นห้องแบบนี้ยังไม่โดนใจ จะปล่อยให้พื้นที่บริเวณนี้กว้างต่อจากบริเวณนั่งเล่นเลยก็ได้เช่นกัน

สำหรับในส่วนของห้องนอน แต่ละห้องจัดสรรมาโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักเช่นกัน ห้องนอนแต่ละห้องจะมีห้องน้ำในตัว เริ่มด้วยห้องนอนใหญ่ หรือ Master Bedroom ที่จัดเต็มมาให้ทั้งอ่างอาบน้ำดีไซน์หรูกลางห้องน้ำ และโซนอาบน้ำแบบ Rain Shower ภายในห้องน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้อง Homogeneous Tile โทนสีขาว-เทา เพิ่มด้วยลูกเล่นของการจัดไฟในโทนอุ่น โดยเฉพาะบริเวณหน้ากระจกเหนืออ่างล้างหน้าที่ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดีย ทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำของ Master Bedroom แทบไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาวเลยทีเดียว ในขณะที่พื้นที่ใช้สอยภายบริเวณห้องนอนก็กว้างขวางไม่น้อยเลย เพราะบริเวณปลายเตียงสามารถวางโซฟาไว้นั่งเล่นดูทีวีได้อีกชุด แถมยังมีพื้นที่ว่างเหลืออีกเพียบ ซึ่งเราสามารถดีไซน์เพิ่มประโยชน์ให้กับพื้นที่ใช้สอยตรงจุดนี้ได้หลากหลายไอเดียเลยครับ หรือจะดูที่ทางโครงการทำไว้ในห้องตัวอย่างเผื่อเป็นไอเดียก่อนก็ได้

ส่วนในห้องนอนเล็กอีกสองห้องก็ถูกออกแบบให้มี Layout ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเน้นประโยชน์การใช้สอยพื้นที่ให้หลากหลายตามคอนเซปต์การออกแบบของโครงการ แอบใส่ฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเข้าไป เช่น ชั้นเก็บของที่ด้านหลังบานกระจกเหนืออ่างล้างหน้า และตู้เก็บของในห้องน้ำ รวมถึงการดีไซน์ให้พื้นที่ที่ติดกับบริเวณห้องน้ำเป็น Walk in Closet ซึ่งเราสามารถใช้แนวคิดที่ทางโครงการตกแต่งไว้เป็น Guile Idea ไว้ให้ หรือจะดีไซน์ตกแต่งแบบอื่นให้ตรงกับการใช้งานของเราเองก็ได้

ทีนี้เรามาดูในส่วนของห้องครัวกันบ้าง พื้นที่ส่วนนี้ทางโครงการให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าส่วนอื่นเลย เพราะมีการจัดสรรพื้นที่ครัวมาให้ตามการใช้งาน โดยส่วนแรกซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ Living Area ทางโครงการออกแบบให้มีครัวเปิดสไตล์ฝรั่ง ที่มาพร้อมชุดเคาน์เตอร์ครัวหรูหรา และอุปกรณ์ครบครัน แล้วยังตกแต่งเพิ่มเติมด้วยเคาน์เตอร์ลอยตัวกับโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้รวมมากับชุดครัวนะครับ แต่ทางโครงการทำไว้เป็นตัวอย่างอีกเช่นกัน ซึ่งการตกแต่งเพิ่มเติมในจุดนี้เพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องได้ไม่น้อยเลย เพราะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูเป็นบ้านที่อบอุ่นมากขึ้น แถมยังสามารถรองรับการจัดปาร์ตี้ย่อมๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังจัดพื้นที่สำหรับครัวไทยแยกไว้เป็นสัดส่วนในห้องใกล้ๆ กัน พร้อมกับประตูปิดมิดชิดเพื่อป้องกันปัญหากลิ่นรบกวนในห้อง อีกทั้งยังมีหน้าต่างบานเล็กในห้องครัวไว้ช่วยระบายอากาศได้อีกทาง แต่เท่าที่เดินดูภายในห้องครัวไทยจะสังเกตุเห็นว่า บรรยากาศในห้องครัวค่อนข้างทึบและแคบไปหน่อย ถ้าบ้านไหนชอบลงครัวปรุงอาหารไทยบ่อยๆ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควรมั้งครับ

นอกเหนือจากนี้ก็เป็นส่วนปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทางโครงการก็คิดมาให้เสร็จสรรพ ทั้งห้องนอนแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว และประตูทางเข้า-ออกของแม่บ้านซึ่งแยกจากประตูหลัก ห้องเก็บของบริเวณโถงลิฟท์หน้าห้องที่จะช่วยให้เราสามารถเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ได้เรียบร้อยและไม่เกะกะภายในห้อง รวมถึงมุมที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์บริเวณระเบียง ที่กั้นพื้นที่ไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยดีทีเดียว

สำหรับโครงการ Issara Collection สาทร ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายในตลาดบน ที่มีงบประมาณตั้งแต่ 15 ล้านขึ้นไป ซึ่งเน้นความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวสูง เรื่องขนาดห้องจึงออกแบบมาให้กว้างขวางตอบโจทย์การใช้งาน และให้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่าคอนโด โดยน่าจะเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง ได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ในขณะที่ยังอยู่ในทำเลย่านกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว Issara Collection น่าจะตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ดีทีเดียวครับ

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/