การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Miami Bangpu (รีวิวคอนโด)

Miami Bangpu (รีวิวคอนโด)

รีวิวครั้งนี้เราจะพาไปดูอีกหนึ่งโครงการใหญ่จาก J.S.P. Property เป็นที่อยู่อาศัยแบบผสมผสานบนถนนสุขุมวิทสายเก่า ในย่านบางปู ซึ่งเป็นเมืองพักตากอากาศที่ใครๆ ก็รู้จักกันดี และยังอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นส่วนต่อขยายด้วย โครงการ Miami บางปู จึงออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัย และรองรับการขยายตัวของเมืองที่จะตามมาในอนาคตด้วย

 

รายละเอียดโครงการ

ราคาเริ่มต้น    995,000 บาท

เจ้าของโครงการ   บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ลักษณะโครงการ   Low Rise สูง 5 ชั้น 90 อาคาร

จำนวนห้อง    5,010 ยูนิต

เนื้อที่ทั้งหมด    120 – 0 – 5.2 ไร่

ที่จอดรถ    39% (รวมจอดซ้อนคัน)

ที่ตั้งโครงการ   ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนกรกฏาคม ปี 2559 (เฟส 1)

ค่าส่วนกลาง    Garden Villa 25 บาท/ตร.ม. , Beach Front 35 บาท/ตร.ม. ชำระล่วงหน้า 1 ปี ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

ค่ากองทุน    Garden Villa 350 บาท/ตร.ม. , Beach Front 500 บาท/ตร.ม. ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

วิธีการเดินทาง

สำหรับการเดินทางไปยังโครงการ Miami บางปู ปัจจุบันยังคงต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก ซึ่งเราสามารถเลือกใช้เส้นทางสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าสู่บางปูได้เลย หรือจะอาศัยเส้นทางถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) แล้วมาเข้าถนนสุขุมวิทสายเก่าก็ได้เช่นกัน

ส่วนการเดินทางในครั้งนี้ เราเลือกใช้เส้นทางสุขุมวิทสายเก่า เดินทางต่อจากรถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่ง วิ่งมาตามเส้นทางส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ผ่านช้างสามเศียรแล้วก็ตรงไปตามเส้นทางสู่สถานตากอากาศบางปู ซึ่งตัวโครงการ Miami บางปู ตั้งอยู่เยื้องๆ กับเมืองโบราณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของย่านนี้ พอเห็นเมืองโบราณแล้ว เราก็เตรียมชิดขวากลับรถมายังโครงการ Miami บางปูได้เลยครับ

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราเริ่มต้นจากถนนสุขุมวิท เลยจาก BTS แบริ่ง มานิดเดียว

เลยมานิดหน่อย จะเห็นอิมพี เวิลด์ สำโรง อยู่ทางขวามือ

เราวิ่งตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ นะครับ ตามป้ายสมุทรปราการไปเรื่อยๆ หรืออีกจุดสังเกตหนึ่งที่ง่ายๆ เลย คือตามแนวรถไฟฟ้าไปเรื่อยๆ เลยก็ได้ครับ

ตามป้ายสมุทรปราการต่อนะครับ

ด้านซ้ายมือจะเป็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

เรายังคงวิ่งตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ

ถึงตรงนี้จะเป็นสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิทต่อ ถ้าตรงไปจะเป็นถนนประโคนชัย-ปากน้ำ

เลี้ยวซ้ายมาแล้วจะไม่มีป้ายสมุทรปราการแล้วนะครับ คราวนี้ตามป้ายชลบุรีกันต่อ

เรายังคงตามแนวรถไฟฟ้าไปเรื่อยๆ ด้านซ้ายมือจะเป็นโรบินสัน สมุทรปราการ

พอหมดเขตการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้ว เราก็เข้าสู่เทศบาลบางปูแล้วครับ

จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งขวามมือ

ทางเข้าเมืองโบราณจะอยู่เยื้องๆ กับโครงการ พอถึงเมืองโบราณแล้วให้ชิดขวาเตรียมตัวกลับรถไว้เลยนะครับ

เลยจากเมืองโบราณมาก็จะเจอที่กลับรถ

กลับรถมาแล้ว พอเห็นวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ให้ชิดซ้ายไว้ได้เลยนะครับ

เลยจากวิทยาเทคนิคสมุทรปราการมานิดเดียว ก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ

สำนักงานขายโครงการ

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ต้องบอกว่ามีให้เลือกพอสมควร ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ แต่ก็อาจจะมีให้เลือกไม่มากนักนะครับ ส่วนรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ส่วนต่อขยายส่วนแรกจากแบริ่งมายังสมุทรปราการ ยังมีระยะทางเพิ่มมาเพียง 13 กิโลเมตรเท่านั้นนะครับ ต้องรอส่วนต่อขยายในลำดับต่อไปถึงจะมีรถไฟฟ้าวิ่งมาถึงสถานพักตากอากาศบางปู และคาดว่าตัวสถานีที่ใกล้กับโครงการ Miami บางปูที่สุดก็น่าจะเป็น สถานีสวางคนิวาศ ที่ห่างเพียง 100 เมตรเท่านั้น ถ้ารถไฟฟ้ามาถึงเมื่อไหร่ การเดินทางเข้าออกเมืองก็คงจะสะดวกขึ้นอีกมากเลยทีเดียวครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • เมืองโบราณ
  • วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ
  • สถานตากอากาศบางปู
  • สนามกอล์ฟบางปู
  • เทสโก้ โลตัส
  • บิ๊กซี
  • ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ

วิเคราะห์รอบโครงการ

ถึงทำเลที่ตั้งของโครงการ Miami บางปู อยู่ออกมาในเขตจังหวัดสมุทรปราการ แต่ก็ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพเลย เพราะถนนหนทางแถบนี้ยังเดินทางได้สะดวก มีเส้นทางเชื่อมต่อหลายเส้นทาง ทั้งถนนหลักอย่างถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ถนนวงแหวนรอบนอก ถนนศรีนครินทร์ และถนนตำหรุ-บางพลี ที่เชื่อมถึงถนนเทพารักษ์ ถนนบางนา-ตราด ฯลฯ เราสามารถใช้เส้นทางเหล่านี้เดินทางเข้า-ออกเมือง รวมถึงเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิได้ไม่ยากเลย และต่อไปถ้าหากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายมาถึงก็จะยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีก

พื้นที่รอบๆ ในย่านนี้ ยังคงมีความเจริญในรูปแบบชานเมืองอยู่มาก ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีห้างสรรพสินค้ามาเปิดในพื้นที่บ้างแล้ว แต่ก็ยังคงบรรยากาศเรียบๆ แบบชานเมืองมากกว่า ในบริเวณนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น สถานตากอากาศบางปู แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าโครงการไปเพียง 7 กิโลเมตร เยื้องๆ กับโครงการก็เป็น เมืองโบราณ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากอีกแห่งหนึ่ง รวมถึง ฟาร์มจรเข้สมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และพิพิธภัณฑ์ทหารเรือก็ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก และด้วยความเป็นเมืองตากอากาศที่ขึ้นชื่อมายาวนาน บริเวณรอบๆ จึงมีร้านอาหารใหญ่ๆ บรรยากาศดี ติดริมทะเลบางปูให้เลือกเป็นจำนวนมาก ในขณะที่พื้นที่แถบนี้ก็ยังเป็นแหล่งอุตสาหกรรมด้วย มีโรงงานใหญ่ๆ ตั้งอยู่มากมาย มีรถบรรทุกใหญ่ๆ วิ่งผ่านตลอดทั้งวัน บางช่วงของถนนอาจจะมีกลิ่นรบกวนจากโรงงานอุตสาหกรรมฟอกหนังบ้าง เหมือนเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นแหล่งอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกันบริเวณโดยรอบก็เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ทำให้มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล วัดวาอาราม และสถานที่ราชการสำคัญๆ มากมายเลยทีเดียว ทำให้บรรยากาศโดยรวมเหมาะกับการอยู่อาศัยมากขึ้น มากกว่าให้ความรู้สึกว่าเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว

สำหรับโครงการ Miami บางปู เป็นโครงการขนาดใหญ่บนที่ดิน 120 ไร่ ซึ่งแบ่งพื้นที่หลักๆ ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ Miami Bayside อยู่โซนด้านหน้าติดถนนสุขุมวิท พื้นที่ตรงนี้จะเป็นไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งมอลล์ เป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ มากกว่า 500 ร้านค้าเลยทีเดียว ซึ่งในอนาคตพื้นที่ตรงนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในบางปู ส่วนโซนที่ 2 เรียกว่า Miami Garden Villa ซึ่งอยู่ถัดเข้ามาในโซนตรงกลาง พื้นที่ตรงนี้จะเป็นคอนโดมิเนียมสูง 5 ชั้น จำนวน 60 อาคาร พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และพื้นที่สีเขียวโดยรอบเลยครับ และโซนสุดท้ายจะอยู่ด้านในสุดติดทะเลบางปู เรียกว่า Miami Beach Front Villa มีคอนโดมิเนียมสูง 5 ชั้น จำนวน 30 อาคาร และมีพื้นที่ส่วนกลาง Facility ต่างๆ ครบครัน ทางโครงการต้องการเน้นบรรยากาศอยู่อาศัยแบบเมืองตากอากาศนะครับ ดังนั้นการออกแบบจึงเน้นเรื่องการเปิดรับวิว ทั้งวิวสวน และวิวทะเลได้อย่างเต็มที่ ผสมผสานกับความสะดวกสบายด้วยแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ด้านหน้า ทำให้ลูกบ้านสามารถเลือกกินเลือกช็อปกันได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน โดยแทบจะไม่ต้องเดินทางออกไปไกลๆ เลย

Facility ต่างๆ ในแต่ละโซนและแยกออกจากกันอย่างชัดเจนเลยนะครับ ลูกบ้านในแต่ละโซนก็จะใช้พื้นที่ส่วนกลางในส่วนของตัวเองไป รวมถึงเรื่องที่จอดรถก็เช่นกันนะครับ ทางโครงการจัดเป็นที่จอดรถกลางแจ้งไว้รอบโครงการ ไม่มีที่จอดรถในอาคาร เนื่องจากห้องพักอาศัยจะเริ่มกันตั้งแต่ชั้น 1 กันเลย และแน่นอนว่าจำนวนที่จอดรถอาจจะไม่เพียงพอต่อจำนวนห้องทุกห้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่น่ากังวลสำหรับโครงการที่ยังต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลักแบบนี้

โซน Miami Bayside จะเป็นโซนที่รวบรวมศูนย์การค้า ร้านอาหารต่างๆ ไว้ด้วยกัน

บรรยากาศจำลองจะเห็น McDonald’s ตั้งอยู่หน้าโครงการ

โซนที่ 2 เรียกว่า Miami Garden Villa จะเป็นคอนโดมิเนียมสูง 5 ชั้น จำนวน 60 อาคาร พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และพื้นที่สีเขียวโดยรอบ

Floor Plan ของทั้ง 60 อาคารในโซน Garden Villa จะเหมือนกันหมดนะครับ โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ขึ้นไปเลย

บรรยากาศภายในโซน Garden Villa

โซนสุดท้ายจะอยู่ด้านในสุดติดทะเลบางปู เรียกว่า Miami Beach Front Villa มีคอนโดมิเนียมสูง 5 ชั้น จำนวน 30 อาคาร และมีพื้นที่ส่วนกลาง Facility ต่างๆ ครบครัน

Floor Plan ของโซนนี้จะเป็นรูปวงรี ห้องพักอาศัยจะเริ่มต้นที่ชั้น 1 เหมือนกันนะครับ

ทางเข้าโซน Beach Front Villa

บรรยากาศจำลองบริเวณ Club House ให้อารมณ์เหมือนสถานตากอากาศมั่กๆ

บรรยากาศจะลองของส่วนที่ติดกับทะเล โครงการทำเป็นส่วนหย่อมกับทางเดินไว้เดินเล่นพักผ่อนริมทะเล

โมเดลจำลองของโครงการ ด้านหน้าสุดโซน Miami Bayside ติดถนนสุขุมวิท

โมเดลโซน Garden Villa

Club House ของโซน Garden Villa ตั้งอยู่บริเวณถนนเส้นหลัก

โมเดลโซน Beach Front Villa

ระหว่างโซน Garden Villa และโซน Beach Front Villa จะแบ่งโซนกันอย่างชัดเจน

Club House ของโซนนี้จะอยู่ด้านหน้าโซนตรงทางเข้าเลยนะครับ

จาก Club House ยาวเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่สีเขียว ให้บรรยากาศเหมือนสถานพักตากอากาศ

ด้านท้ายโครงการที่ติดกับทะเล จะเป็นสถานที่พักผ่อนเดินเล่น ปั่นจักรยาน ริมทะเล

ด้านหน้าโครงการในโซน Miami Bayside เริ่มก่อสร้างไปได้เยอะแล้วนะครับ

ส่วนด้านในโซนคอนโดก็เริ่มทะเยอะสร้างเข้าไปเรื่อยๆ ด้านขวามือที่เห็นเป็นพื้นที่โล่งๆ เป็นพื้นที่ของเทศบาลใหม่บางปู ได้ยินแว้วๆ มาว่าในอนาคตจะทำเป็นสวนสาธารณะ แต่ต้องรอดูกันอีกทีนะครับว่าจะจริงรึเปล่า

ทะเลที่ติดกับโครงการจะเป็นสันเขื่อนแบบนี้นะครับ ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนภายในโครงการ
  • สระว่ายน้ำ
  • Fitness
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง

พาชมห้องตัวอย่าง

อย่างที่บอกไปแล้วว่า คอนโดมิเนียมของโครงการ Miami บางปู แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ Garden Villa และ Beach Front Villa รูปแบบอาคาร และห้องพักของทั้ง 2 โซนจึงแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจนนะครับ

ในโซน Garden Villa จะมีด้วยกัน 60 อาคาร ประกอบไปด้วยห้องพักแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. จำนวน 3,840 ยูนิตนะครับ ห้องพักในโซนนี้จะเน้นวิวสวนสวยๆ สบายตา ส่วนแปลนห้องก็เหมาะกับการอยู่อาศัยอย่างเรียบง่าย พื้นที่ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และครัวขนาดเล็กเชื่อมโยงถึงกันเลย

แปลนห้อง Type Garden Villa ขนาด 25 ตารางเมตร

เปิดประตูเข้าในห้องแล้วจะเจอส่วนครัวอยู่ด้านหน้าห้องเลยนะครับ ตรงข้ามกับครัวจะเป็นห้องน้ำ

เรามาดูที่ห้องน้ำกันก่อนนะครับ มองตรงเข้าไปด้านในสุดจะเป็นส่วนเปียก โครงการไม่ได้ติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วย

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ Balena และกระจกเงา

โถสุขภัณฑ์วางอยู่ข้างๆ อ่างล้างหน้า

ออกมาดูครัวที่ด้านนอกกันต่อ ครัวจะเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆ สำหรับเตรียมอาหาร

มีช่องวางไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นตู้ลอยเก็บของ

ซิงค์ล้างจานแบบฝังติดมากับเคาน์เตอร์ครัว

จากครัวเข้ามาด้านในจะเป็นห้องนอน

ด้านปลายเตียงส่วนที่ติดกับครัวจะ Built in เป็นชั้นวางทีวี และโต๊ะทำงาน

ข้างเตียงด้านขวามือจะเป็นตู้เสื้อผ้า 2 บาน

ข้างเตียงอีกด้านเป็นเหมือน Living Area หลบเข้าไปอยู่ในช่อง

วางโซฟา 2 ที่นั่งได้พอดิบพอดี

ระเบียงจะอยู่ติดกับโต๊ะทำงานนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น

ขนาดของระเบียงพอวางเครื่องซักผ้าลงไปแล้วอาจจะเล็กไปสักหน่อย

ส่วนในโซน Beach Front Villa จะอยู่ด้านในสุดติดกับทะเลนะครับ มีทั้งหมด 30 อาคาร แบบห้องยังคงเป็นแบบ 1 ห้องนอน จำนวนรวม 1,170 ยูนิต แต่ขนาดห้องจะเริ่มต้นกันที่ 34-41.50 ตร.ม. แล้วแต่ตำแหน่งห้อง เนื่องจากตัวอาคารถูกออกแบบมาให้มีลักษณะโค้งมนเปิดรับวิวทะเลได้มากยิ่งขึ้น ห้องแต่ละห้องจึงมี Layout ต่างกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ

แปลนห้อง Type Beach Front Villa ขนาด 40.5 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องจะเจอส่วน Dining Area อยู่ด้านหน้าห้องก่อนเลยครับ

ทางขวามือจะเป็นห้องครัวหลบอยู่ในมุม ถ้าติดกระจกหรือกั้นเป็นห้องจะเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

เคาน์เตอรืครัวจะเป็นรูปตัว L

ซิงค์ล้างจานแบบฝัง

เตาไฟฟ้า 2 หัว

มาพร้อมฮูดดูดควันของ Hafele

ด้านล่างเป็นตู้เก็บของ และช่องวางไมโครเวฟ

ส่วนด้านบนเป็นตู้ลอยเก็บของเช่นกัน

ตู้เย็นจะอยู่ด้านในสุดต่อจากเคาเตอร์ครัว

ฝั่งตรงข้ามกับครัวเป็นโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง

ชุดโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ท่าน

ห้องน้ำจะอยู่เยื้องๆ กับโต๊ะทานอาหาร

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า พร้อมกระจกเงา ขนาดจะใหญ่กว่าห้อง Type Garden Villa

ห้องนี้จะได้อ่างล้างหน้าเป็นเคาเตอร์ สามารถวางของได้เยอะขึ้น

โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ด้านในติดกับ Shower Box

Shower Box จะกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ประตูเข้าออกเป็นบานเลื่อน 2 บาน เข้ามุม

ชุดฝักบัวใน Shower Box

ออกจากห้องน้ำเข้าไปด้านในอีกจะเป็น Living Area ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาประมาณ 2 เมตร

ชั้นวางทีวีที่ได้ขนาดจะไม่ใหญ่มากนะครับ มาพร้อมโต๊ะกลาง

โซฟาที่โครงการจัดวางไว้เป็นโซฟา 3 ที่นั่ง

ระเบียงจะอยู่ติดกับ Living Area นะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ความกว้างเต็มพื้นที่เลยครับ ทำให้แสงเข้ามาได้เยอะ ช่วยประหยัดไฟในเวลากลางวันได้อีกแรง

พื้นที่ระเบียงจะเป็นลักษณะโค้งๆ เหมือนในภาพนะครับ ได้พื้นที่เยอะพอสมควร สามารถเอาเก้าอี้มาวางเพื่อนั่งรับลมทะเลได้เลย

มุมมองจากระเบียงเข้ามาด้านในห้อง

กลับเข้ามาข้างใน ห้องนอนจะอยู่ต่อจาก Living Area นะครับ ขนาดห้องนอนจะค่อนข้างกะทัดรัดไปสักหน่อย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักไปที่ Dining Area กับ Living Area ซะมากกว่า

ระหว่างห้องนอนกับ Living Area จะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ช่วยให้เปิดประตูได้กว้างขึ้น

ในห้องนอนวางเตียง 5 ฟุตลงไปแล้ว จะเหลือพื้นที่รอบๆ เตียงไม่มาก

หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบานเลื่อน 2 บาน

ข้างเตียงอีกด้านจะเป็นตู้เสื้อผ้า Built in ฝังผนังห้อง

ในส่วนของ Beach Front Villa ถึงแม้จะบอกว่าติดทะเลบางปู แต่ทะเลในแถบนี้ลงเล่นน้ำไม่ได้นะครับ เพราะติดแนวเขื่อนกั้น และมีถนนลาดยางเล็กๆ กั้นอยู่ ลูกบ้านจึงทำได้แค่ออกมาเดินเล่นรับลมชมวิวทะเลตามแนวสันเขื่อนเท่านั้นครับ ส่วนถ้าจะเล่นน้ำก็แนะนำให้เล่นในสระว่ายน้ำของโครงการจะดีกว่า

โครงการ Miami บางปู เป็นโครงการขนาดใหญ่มากๆ และอาจจะใหญ่ที่สุดของย่านนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมีจำนวนห้องพักอาศัยรวมมากกว่า 5,000 ยูนิต แถมยังมีพื้นที่ร้านค้าอีกมากกว่า 500 ร้าน อาจจะเรียกว่าเป็นเมืองย่อยๆ เลยทีเดียว แถมราคาเริ่มต้นของห้องก็อยู่ในเรทที่จับต้องได้ไม่ยาก จึงไม่น่าแปลกใจที่โครงการนี้จะได้รับความสนใจ และถูกจับจองห้องกันเป็นจำนวนมากแล้ว ยิ่งถ้าหากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสร้างมาถึงตามแผนการขยายตัวของเมือง ความสะดวกสบายในการเดินทางก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีก ใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในย่านนี้ หรือว่ามีที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ ทำเลแถบย่านนี้อยู่แล้ว เชื่อว่าโครงการ Miami บางปู ก็เป็นที่น่าจับตามองอีกแห่งหนึ่งนะครับ

ราคาและเงื่อนไขในการขาย ณ วันที่ 27/08/2558

  • Garden Villa ขนาดห้อง 25 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 995,000 บาท จอง 900 บาท ทำสัญญา 3,000 บาท
  • Beach Front ขนาดห้อง 34 ตารางเมตร ราคาขาย 1.671 – 1.799 ล้านบาท จอง 1,000 บาท ทำสัญญา 5,000 บาท
  • Beach Front ขนาดห้อง 40.50 ตารางเมตร ราคาขาย 1.976 – 2.117 ล้านบาท จอง 1,000 บาท ทำสัญญา 5,000 บาท
  • Beach Front ขนาดห้อง 41.50 ตารางเมตร ราคาขาย 2.033 – 2.176 ล้านบาท จอง 1,000 บาท ทำสัญญา 5,000 บาท

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888