การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


RHYTHM Sathorn : รีวิวคอนโด

วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูคอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยาชื่อ Rhythm Sathorn อีกหนึ่งโครงการที่สร้างเสร็จแล้วของ AP ถ้าใครผ่านไปผ่านมาตรงสะพานตากสินบ่อยๆ น่าจะคุ้นตากับตึกนี้ดีนะครับ เพราะตำแหน่งที่ตั้งก็อยู่ฝั่งสาทรใต้ ตรงเชิงสะพานตากสินพอดิบพอดี ถึงแม้ที่ตั้งของ Rhythm Sathorn จะไม่ได้อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็เรื่องของวิวแม่น้ำจากห้องพักที่นี่ก็สวยไม่แพ้ใครเลยนะครับ ยิ่งในเรื่องของการดีไซน์ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า W – Double of everything ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย ไปดูรายละเอียดโครงการกันดีกว่าครับ

 

รายละเอียดโครงการ

ราคาเริ่มต้น    5,100,000 บาท

เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ลักษณะโครงการ    High Rise 2 อาคาร สูง 37 ชั้น และ 41 ชั้น

จำนวนห้อง     910 ยูนิต

เนื้อที่ทั้งหมด    ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 91.6 ตารางวา (1,791.6 ตารางวา)

ที่จอดรถ    ประมาณ 489 คัน

ที่ตั้งโครงการ    ซอย สาทร 21 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

คาดว่าจะแล้วเสร็จ    พร้อมเข้าอยู่

วิธีการเดินทาง

ว่ากันด้วยเรื่องทำเลที่ตั้งของ Rhythm Sathorn แบบชัดๆ ต้องบอกว่าอยู่บนถนนสาทรใต้ค่อนไปทางถนนเจริญกรุง ตรงปากซอยสาทร 21 เชิงสะพานตากสินเลยครับ เส้นทางหลักๆ ที่จะใช้ในการเดินทางมายังโครงการ ก็คงหนีไม่พ้นถนนสาทรนะครับ เว้นแต่ว่าจะเริ่มต้นจากตรงช่วงไหน จะเริ่มกันตั้งแต่ต้นถนนสาทร แยกนราธิวาสราชนครินทร์ หรือว่าแยกสุรศักดิ์ แต่หลักๆ คือให้มุ่งหน้าไปถนนเจริญกรุง พอผ่านแยกสุรศักดิ์มาแล้ว ไม่ต้องขึ้นสะพานตากสินนะครับ ให้ชิดซ้ายวิ่งผ่านเชิงสะพานมานิดหน่อย ไม่เกิน 200 เมตร ก็จะเห็นทางเข้าโครงการแล้ว

ดูแผนที่โครงการ Rhythm Sathorn 21 ก่อนจะได้เห็นตำแหน่งที่ตั้งของโครงการชัดเจนขึ้นครับ

เราเลือกใช้เส้นทางถนนสาทรใต้มุ่งหน้าไปเจริญกรุงนะครับ

ตรงนี้เป็นแยกใหญ่ ถนนสาทร ตัดกับ ถนนราธิวาสราชนครินทร์ หลายๆ คนคงคุ้นตากับ landscape ตรงนี้ดี

ข้ามแยกมาแล้วก็ตรงมาเรื่อยๆ ครับ

วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สถานพยาบาลเอกชนใหญ่บนถนนสาทรใต้ครับ

พอเห็นสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ก็เตรียมเข้าสองเลนซ้ายเลยครับ

แยกสุรศักดิ์เป็นอีกหนึ่งแยกใหญ่นะครับก่อนขึ้นสะพานตากสิน ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจริญราษฎร์ก็จะเจอกับด่านทางด่วนเลย แต่เดี๋ยวเราตรงข้ามแยกนี่ไปนะครับ

ข้ามแยกสุรศักดิ์มาแล้วก็ชิดซ้ายไปตามป้ายบอกไปเจริญกรุงเลยครับ ไม่ต้องขึ้นสะพานตากสินนะ

ผ่านเชิงสะพานตากสินมานิดหน่อยก็จะเริ่มเห็นบ้านเรือนและบรรยากาศแบบ old town นิดๆ ก็ใกล้จะถึงแล้วครับ

พอเห็นป้ายซอยสาทร 21 ก็ถึงหน้าโครงการ Rhythm แล้วครับ

เลี้ยวซ้ายเข้าไปในโครงการกันได้เลย

พ้นจากเส้นทางถนนสาทรแล้ว การเดินทางมายังโครงการยังสามารถเลือกได้อีกหลายเส้นทาง เพียงแต่ต้องดูเส้นทางเดินรถให้ดีก่อน เนื่องจากถนนหน้าโครงการมีเส้นทางเดินรถแค่ทางเดียว หลายๆ ครั้งเราจึงต้องขับรถเลยแยกสุรศักดิ์ไปกลับรถมายังโครงการอีกที เช่น เส้นทางจากถนนเจริญกรุง หรือจากฝั่งธนบุรี โดยการข้ามสะพานตากสินมา แต่ถ้ามาจากทางฝั่งพระราม 3 ก็ใช้เส้นทางถนนเจริญราษฎร์ เลี้ยวซ้ายที่แยกสุรศักดิ์มาอีกนิดหน่อยก็ถึงโครงการแล้ว เช่นเดียวถ้าเลือกมาจากถนนสุรศักดิ์ พอถึงแยกสุรศักดิ์ก็เลี้ยวขวามาได้เลย นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ไม่ห่างจากตัวโครงการมากนัก ทั้งด่านสาทร ตรงหัวถนนเจริญราษฎร์ และด่านสุรวงศ์ (สีลม) ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ในบริเวณนี้สะดวกขึ้น แต่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในช่วงเช้าและเย็นของวันทำงาน ถนนในย่านนี้จะมีปริมาณรถมาก

ดังนั้นอีกหนึ่งการเดินทางที่สะดวกที่สุดในการเลี่ยงปัญหารถติดก็คือ รถไฟฟ้า BTS ห่างจากหน้าโครงการออกไปเพียง 300 เมตร ก็จะเจอสถานี BTS สะพานตากสิน แถมด้านท้ายของสถานียังอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีทางเลือกในการเดินทางด้วยเรือด่วนและเรือข้ามฟากเพิ่มขึ้นอีกทาง วันไหนชิวๆ อยากนั่งเรือต่อรถก็ทำได้ไม่ยาก ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ รถเมล์ รถสองแถว รถแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ครบทุกวิธีเลยทีเดียวครับ

อันนี้เราจะลองเดินไปทางบางรัก ไปสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินกันบ้าง ออกจากโครงการแล้วก็เลี้ยวซ้ายเลย

เดินออกมาไม่ไกลก็ใกล้จะถึงสามแยกบางรักแล้ว บริเวณนี้จะมีรถราคึกคักมากนะครับ

นอกจากจะเลี้ยวเข้าถนนเจริญกรุงได้ทั้งซ้ายและขวาแล้ว แยกนี้ยังเป็นจุดกลับรถเข้าถนนสาทรเหนืออีกด้วยนะครับ แต่เดี๋ยวเราข้ามถนนไปดูฝั่งตรงข้ามกัน

พอข้ามถนนมาแล้ว จะเห็นว่าบริเวณนี้มีรถเข็นแผงลอยเรียงรายเต็มเลย ได้บรรยากาศแบบวิถีชุมชนมากๆ เดินตรงไปอีกหน่อยก็จะถึงทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแล้วครับ

ถึงทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินแล้วครับ บริเวณนี้จะเป็นจุดรวมการเดินทางที่หลากหลายมากครับ มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ คิวรถสองแถวสาย 1256 (บางรัก-ช่องนนทรี) ลึกเข้าไปสุดซอยก็จะเป็นท่าน้ำสาทร จุดขึ้นเรือข้ามฟาก และเรือด่วนเจ้าพระยาครับ

บริเวณตีนบันไดสถานีรถไฟฟ้านี้มีรถเข็นแผงลอยขายของกินเพียบเลย และผู้คนก็ขึ้นรถ ต่อเรือกันเยอะแยะไปหมด และในซอยนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมแชงกรีลาด้วยนะครับ

เดินไปดูบรรยากาศตรงบางรักกันนิดหน่อยครับ แค่ช่วงต้นๆ ก็คึกคักผู้คนหนาแน่นเกือบทั้งวันเลยทีเดียว ร้านสะดวกซื้อ รถเข็นขายอาหาร บรรดาช่างซ่อมต่างๆ มีให้เห็นตลอดทางครับ

บรรยากาศถนนเจริญกรุงบริเวณนี้เรียกกันรวมๆ ว่าย่านบางรักนะครับ ที่เห็นด้านซ้ายมือคือ ห้างโรบินสันบางรัก ห้างสรรพสินค้าหลักๆ ของย่านนี้ และตึกสีขาวใหญ่ๆ นั่นคือ The State Tower ครับ

ข้างๆ โรบินสันบางรักมีตลาดนัดบางรักบาซาร์ลึกเข้าไปในซอยเจริญกรุง 50 ทั้งซอยเลยครับ เปิดตั้งแต่เย็นๆ ไปจนค่ำ สาวๆ ขาช็อปไม่ควรพลาด และในซอยบริเวณนี้มีอาหารการกินอร่อยๆ เพียบเลยนะครับทั้งซ้ายและขวา แนะนำให้เดินสำรวจทีละซอยไปเลย รับรองมีให้ชิมทั้งวันทั้งคืน

วิเคราะห์รอบโครงการ

ด้วยทำเลที่ตั้งของ Rhythm Sathorn ซึ่งอยู่ในย่านชุมชนเก่าที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ บางรัก บรรยากาศใกล้ๆ โครงการที่ค่อนไปทางถนนเจริญกรุงอันเป็นถนนเก่าแก่ของกรุงเทพ จึงคงเสน่ห์ของชุมชนดังเดิมไว้เต็มเปี่ยม บ้านเรือนเก่าๆ ประตูบานเฟี้ยมยังมีให้เห็น ที่สำคัญเรื่องอาหารการกินในย่านนี้จัดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ มีร้านอร่อยเก่าแก่หลายร้าน รวมถึงร้านค้าแผงลอยแนวสตรีทฟู้ดเรียงรายเต็มไปหมด แถมยังมีขายกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ บางร้านเปิดขายกันเฉพาะกลางดึก ความอร่อยในย่านนี้จึงมีให้ฝากท้องกันได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ห้างโรบินสัน บางรัก ห้างใหญ่แห่งเดียวบนถนนสายนี้ ที่แทรกตัวอยู่กลางชุมชนอย่างกลมกลืน ผ่านจากความเจริญในแบบชุมชมเก่าไปแล้ว ถ้าข้ามมาทางฝากถนนสาทรบ้าง บนถนนสายนี้ก็จะเห็นถึงความเจริญในรูปแบบเมืองใหญ่ เพราะเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ มีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ เบียดเสียดกันอยู่มากมาย อย่างที่หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องบรรยายให้มากความนะครับ

ทีนี้มาดูเรื่องสถานที่สำคัญๆ ในย่านนี้ก็บ้าง ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแห่งเลยครับ ตั้งแต่วัดวาอารามไปจนถึงแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ ยกตัวอย่างเช่น เอเชียทีค วัดยานนาวา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกรุงเทพใต้ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย อู่ต่อเรือกรุงเทพ สะพานปลา โรงแรมแชงกรีรา โรงพยาบาลเลิดสิน โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ สเตททาวเวอร์ ไปรษณีย์กลาง ฯลฯ

สำหรับตัวโครงการ Rhythm Sathorn เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise 2 อาคาร บนที่ดินขนาด 4 ไร่ 1 งานเศษๆ โดยแบ่งเป็นตึก North สูง 37 ชั้น และตึก South สูง 41 ชั้น มียูนิดที่พักอาศัยรวม 910 ยูนิต ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้คอนเซปต์ “W – Double of everything” ซึ่งต้องการจะสื่อถึงลักษณะของตัวอาคารทั้ง 2 ตึก ที่วางตัวต่อกันเป็นรูปตัว W และยังหมายถึงการ Double Value ในหลายๆ ด้าน เช่น  Double View ซึ่งมีให้เลือกชมทั้งวิวแม่น้ำและวิวเมือง, Double Floor Sky High Facility เพิ่มพื้นที่ส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้าของทั้ง 2 ตึก, Double Convenience ด้วยจำนวนลิฟต์โดยสารมากถึง 11 ตัว และพื้นที่จอดรถใต้ดินอีก 4 ชั้น เป็นต้น

จุดหลักๆ ที่เป็นพื้นที่ที่ 2 อาคารเชื่อมต่อถึงกันได้ก็คือ บริเวณลานจอดรถ และล็อบบี้ชั้นล่างเท่านั้น ส่วนที่พักอาศัยนั้นจะแยกออกจากกัน และใช้ระบบ Key Card สำหรับการเข้าออกตึก เช่นเดียวกันกับ Facility หลัก ที่บนดาดฟ้า ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำ Panoramic View พร้อมห้องฟิตเนส ห้องซาวน่า และสวนหย่อมบนดาดฟ้า จะแยกเป็นตึกใครตึกมัน โดยตึก North จะอยู่ที่ชั้น 37 และตึก South จะอยู่ที่ชั้น 41 สูงกว่านิดหน่อยครับ แต่เรื่องวิวรับรองว่าสวยไม่แพ้กันเลย

แปลนอาคารที่ชั้นแรกครับ จะเห็นว่าจากทางเข้าหน้าโครงการมาก็จะตรงดิ่งลงสู่ลานจอดรถใต้ดินเลยนะครับ และตัวอาคารทั้ง 2 ตึกก็เรียงตัวกันเป็นรูป W ชัดเจน

ส่วนที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปทั้ง 2 ตึกเลยนะครับ

การจัดวางตำแหน่งห้องในแต่ละ wing จะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว จำนวนห้องจึงมีเพียง 6 ยูนิต ต่อ1 wing เท่านั้น

Facility จะแยกกันในแต่ละตึกเลยนะครับ โดยตึก South จะอยู่บนชั้น 36 และตึก North อยู่บนชั้น 40 ซึ่งทุกพื้นที่การใช้งานจะมีขนาดและจำนวนเท่ากันหมด เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายของลูกบ้านแต่ละตึกครับ

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโถงกลางของ Lobby ซึ่งเป็นจุดเชื่อมพื้นที่ Lobby ของทั้งตึก South และ North ไว้ก่อนจะไปขึ้นลิฟท์ของแต่ละตึก

บรรยากาศโดยรวมของบริเวณ Lobby นะครับ มีชุดโซฟารับรองอยู่หลายชุดเลย

ลูกบ้านสามารถลงมานั่งเล่นพักผ่อนที่ Lobby ได้สบายเลยครับ หรือเวลามีแขกมาเยี่ยมก็ใช้ตรงนี้เป็นที่นัดพบพูดคุยได้

บรรยากาศภายใน Lobby ตกแต่งไว้อย่างหรูหรามากๆ ทั้งเพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้า

การเข้าออกจะใช้ระบบ Key Card และลิฟท์โดยสารแบบล็อคชั้นนะครับ

บรรยากาศสบายๆ มุมนึงของสวนลอยฟ้าที่ชั้น 36 ของตึก South ครับ

มีศาลานั่งเล่นให้รับลมชมวิวกันได้เพลินๆ

วิวนี้จากตรงศาลานั่งเล่น มองลงมาทางแยกสุรศักดิ์ครับ ด้านนี้จะได้ City View สวยๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน

จากมุมเดียวกันมองไปทางใต้หน่อยจะเห็นคุ้งน้ำเจ้าพระยาอยู่ไกล แถมยังมองเห็นได้ไกลไปถึงบางกระเจ้าและสะพานภูมิพลเลยทีเดียว

ที่นอนเล่นกลางแจ้งพร้อมวิวสวยๆ สามารถมานอนเล่นได้ทั้งเช้าและเย็นเพราะสวยไปคนละแบบจริงๆ

สระว่ายน้ำถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายตัว L ยาวไปตามแนวขอบอาคารเลยครับ

ว่ายน้ำไปชมวิวไปได้ด้วย เพราะเป็น infitity edge pool มุมนี้มองลงไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและสะพานตากสินพอดีเลย

มุมจากุชซี่แช่ตัวได้สบายเลย

สระว่ายน้ำที่นี่เป็นระบบน้ำเกลือนะครับ ตัวสระไม่ได้กว้างมาก แต่เน้นความยาวที่เลียบไปตามแนวอาคารมากกว่า

วิวมุมสูงจากบนชั้น 36 นี่กว้างสุดๆ เลยครับ ได้วิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาสวยมาก

City View ของย่านสาทรมุมนี้ เห็นตึกใหญ่ๆ ที่เป็น Landmark ครบเลยครับ

ส่วนมุมนี้ จะเห็นบรรยากาศบริเวณบางรัก และถนนเจริญกรุงที่โค้งขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาเลย

จุดอาบน้ำล้างตัวริมสระว่ายน้ำครับ เป็น rain shower ด้วย

ในห้องฟิตเนสที่อยู่เหนือสระว่ายน้ำขึ้นมาอีกชั้น มีอุปกรณ์ครบครันเลยครับ

ออกกำลังกายไปก็ชมวิวสวยๆ กันไปได้เลย

อุปกรณ์รวมถึงเครื่องออกกำลังกายมีเหมือนกันทั้ง 2 ตึกเลยนะครับ

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • คลับเฮ้าส์
  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส
  • สวนสาธารณะ
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.
  • กล้อง CCTV

พาชมห้องตัวอย่าง

มาถึงในส่วนของห้องพักอาศัยกันบ้าง Rhythm Sathorn นี้ จะมีห้องชุดให้เลือกหลากหลายแบบทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเริ่มตั้งแต่ 35-65.7 ตร.ม. ครับ ส่วนเรื่องการจัดวาง Layout ของแต่ละยูนิตก็จะเน้นความเป็นส่วนตัว เพราะในแต่ละ wing จะมีเพียง 5 ยูนิตเท่านั้นเอง

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชมกันในครั้งนี้ จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom นะครับ แต่มีด้วยกัน 2 Type ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Sky Living และ Sky Kitchen ภาพโดยรวมของทั้ง 2 Type จะต่างกันไม่มาก ทั้งเรื่องขนาดห้อง และฟังก์ชั่นภายใน แต่จะเน้นพื้นที่ใช้สอยตามวัตถุประสงค์ที่ต่างกันครับ เดี๋ยวไปดูตามภาพถ่ายของแต่ละห้องกันเลยดีกว่า

ห้อง Type นี้มีอีกชื่อเรียกว่า Sky Kitchen ครับ เป็นห้องขนาด 45.5 ตร.ม.

เปิดประตูเช้าห้องมาก็จะเป็น Living Area แบบนี้เลยครับ

ด้านขวาของประตูทางเข้าห้อง จะมีห้อง Laundry Room ซ่อนเครื่องซักผ้า และมีชั้นเก็บของ Built-in มาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

พื้นที่ภายในโซนนี้ถือว่ากว้างเลยทีเดียว ขนาดวางโซฟาชุดใหญ่ลงไปแล้วยังเหลือที่ว่างอีกเยอะเหมือนกัน

ตู้เก็บรองเท้าก็ Built-in ติดมาให้ที่ผนังอีกด้านของประตูทางเข้าครับ

บริเวณนั่งเล่นอยู่ติดกับห้องครัวเลยนะครับ ซึ่งภายในห้องออกแบบมาให้เปิดโล่งรับแสงธรรมชาติได้ดี ทำให้ไม่อึดอัดเลย

ทีวีแขวนบนชั้นติดผนังช่วยประหยัดพื้นที่ภายในห้องได้ดีเลยครับ

บรรยากาศโดยรวมของห้องนั่งเล่นครับ ออกแบบมาได้ดูเรียบร้อยลงตัวทุกมุมดีนะครับ

ห้อง Type นี้จะเน้นพื้นที่ในห้องครัวให้กว้างหน่อยตามชื่อเลยนะครับ ใครที่ชอบทำกับข้าวน่าจะถูกใจห้องนี้

ประตูห้องครัวเป็นกระจกบานเลื่อน 3 ตอนครับ ทำให้ได้ครัวปิดดูเป็นสัดส่วนมากๆ

รางเลื่อนประตูกั้นพื่นที่ห้องให้เป็นสัดส่วนครับ พื้นห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องเพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายขึ้นครับ

เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานครบชุดเลย

ตำแหน่งวางตู้เย็นอยู่ติดประตูห้องครัว ด้านบนมีตู้เก็บของและชั้นวางอุปกรณ์ต่างๆ

ประตูตู้ด้านบนเป็นบานพับแบบเปิดขึ้นด้านบนนะครับ ตู้ตรงเหนือตู้เย็นอาจจะหยิบของยากหน่อย

ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝังติดกับเคาน์เตอร์ครัวตามภาพเลย

เตาไฟฟ้าสองหัวยี่ห้อ Franke

เครื่องดูดควันยี่ห้อ Franke เข้าชุดกันเลยครับ

โต๊ะกินข้าว Built ให้เป็นเคาน์เตอร์ยาวต่อจากเคาน์เตอร์ครัวติดกับหน้าต่าง เปิดรับวิวเวลารับประทานอาหารได้เต็มตา พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งไว้ช่วยระบายอากาศ

โต๊ะกินข้าวหันหน้าออกนอกหน้าต่าง ได้มุมดีๆ ไว้นั่งเล่นดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาให้เพลินไปเลยครับ

เนื่องจากบริเวณห้องครัวติดกระจกบานใหญ่เต็มผนัง แสงภายนอกจึงเพิ่มความสว่างให้กับห้องได้เยอะเลยทีเดียว

มาดูในห้องนอนกันบ้างครับ ห้อง Type นึ้ ระเบียงจะอยู่ในห้องนอนนะครับ

ภายในห้องพอวางเตียงขนาด 5 ฟุตลงไปแล้ว ยังเหลือที่ว่างข้างๆ เตียงอีกพอสมควรเลยครับ

ปลายเตียง Built-in เป็นชั้นวางของเล็กๆ และเว้นที่ไว้แขวนทีวีติดผนัง และที่ติดกันเป็นมุมแต่งตัวครับ

ประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนที่หนาและหนักเอาเรื่องเลยครับ ออกแบบมาได้แน่นหนามากๆ ส่วนธรณีประตูก็กั้นไว้สูงเลยทีเดียว เวลาเดินเข้าออกต้องระวังสะดุดกันหน่อยครับ

พื้นที่ระเบียงไม่ได้กว้างมากนะครับ แต่ก็พอใช้งานได้ดี ทางโครงการติดตั้งที่แขวนผ้าแบบพับเก็บได้มาให้เรียบร้อย

อีกด้านของระเบียบเป็นห้องแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ มีประตูปิดเรียบร้อยเลย

ภายนี้มองจากระเบียงกลับเข้าไปในห้องครับ เดี๋ยวเราไปดูในห้องน้ำกัน

ห้องอาบน้ำออกแบบมาเซ็กซี่มากเลยนะครับ เพราะติดกระจกเข้ามุมตรงอ่างอาบน้ำพอดีเลย ถ้าไม่ได้เป็นคนเปิดเผยมากๆ ก็สามารถติดม่านเพิ่มได้ ส่วนห้องส้วมจะแยกออกมาต่างหากนะครับ

ตู้เสื้อผ้าติดกระจกบานใหญ่เต็มผนังเลย อันนี้ทางโครงการก็ Built-in ไว้ตรงหน้าห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลย

ธรณีประตูห้องน้ำจะกั้นสูงขึ้นมาประมาณ 5 ซม. แทนการดร๊อปพื้นห้องน้ำครับ

อ่างอาบน้ำอยู่ชิดกับกระจกเลย โซนตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าครับ

อ่างล้างหน้าทรงกลม ผนังทำเป็น Low Wall เอาไว้วางของได้ครับ

อีกด้านเป็นห้องอาบน้ำ ซึ่งกันกระจกเทมเปอร์ พร้อมชุดฝักบัวแบบ rain shower มาให้เรียบร้อย

ในห้องน้ำซึ่งแยกออกมาจากบริเวณห้องอาบน้ำนะครับ แต่จะมีประตูทางเข้า 2 ทาง ทั้งจากฝั่งห้องนอน และห้องนั่งเล่นครับ โดยประตูทางด้านห้องนอนจะเป็นประตูบานเลื่อน ส่วนประตูฝั่งห้องนั่งเล่นเป็นบานสวิงครับ

มีอ่างล้างมือขนาดเล็กในห้องน้ำครับ

ชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระ

ห้องตัวอย่างแบบต่อไปที่เราได้ดู มีชื่อว่า Sky Living นะครับ ขนาดก็เล็กกว่าห้องก่อนหน้านิดเดียวเอง แต่ก็ยังเป็นแบบ 1 Bedroom เหมือนกัน

กลอนประตูห้องเป็นแบบคันโยก และล็อคด้วยลูกบิดกุญแจ น่าเสียดายที่ไม่มีระบบ Digital Door Lock ให้

การออกแบบของห้องนี้จะเน้นประโยชน์ใช้สอยของห้องนั่งเล่นเป็นหลักนะครับ พอเปิดเข้าห้องมาจะเจอกับ Pentry ครัวเล็กๆ ก่อนเลย

ห้องเก็บอุปกรณ์ซักรีดตรงด้านหลังประตูห้อง Built มาเรียบร้อยเหมือนกันทุกห้อง

การใช้งานของห้องนี้ไม่ได้เน้นการเข้าครัวทำกับข้าวหนักๆ นะครับ เลยได้เป็นครัวเปิด มี island เล็กๆ เป็นส่วนเชื่อมต่อพื้นที่ให้ดูกลมกลืนกัน อ่างล้างจานจะอยู่ฝั่งเคาน์เตอร์ด้านนี้นะครับ

ติดตั้งเตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันไว้ในมุมเล็กๆ ติดกับตู้เย็นเลย อย่างที่บอกว่าไม่เหมาะกับการทำกับข้าวหนักๆ เลยนะครับห้องนี้ เน้นเอาไว้อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า

ประตูทางเข้าห้องน้ำจากทางห้องนั่งเล่นครับ อยู่ติดกับห้องเก็บอุปกรณ์ซักรีดนั่นเลย

การตกแต่งเน้นพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนั่งเล่นมากหน่อย โต๊ะกินข้าวจึงวางติดกับเคาน์เตอร์ครัวเลย เพื่อการประหยัดพื้นที่ครับ ทำให้มีพื้นที่เหลือในห้องนั่งเล่นมากหน่อย

บริเวณนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย และยังอยู่ติดกับระเบียงห้องด้วย

เปิดม่านตรงระเบียงออกแล้ว แสงธรรมชาติจะช่วยให้ภายในห้องสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะครับ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

พื้นที่บริเวณระเบียงไม่กว้างมากครับ แต่ก็พอตากผ้าได้ แถมมีติดตั้งที่แขวนผ้ามาให้แล้วด้วย

อีกด้านเป็นห้องแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ มีประตูปิดมาเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก

เปิดประตูออกมาจะเห็นว่าใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ยังมีที่ว่างอีกนะครับ มุมนี้อาจจะเอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องได้บ้าง ซึ่งจะช่วยให้ภายในห้องเป็นระเบียบมากขึ้นไปอีก

เดี๋ยวเข้าไปดูในห้องนอนกันครับ ตู้ที่เห็นหน้าห้องเป็นตู้เก็บรองเท้านะครับ Built-in มาไว้ตรงกลางระหว่างประตูห้องน้ำกับห้องนอนเข้ามุมพอดีเลย

ภายในห้องนอนดูมีพื้นที่กว้างมากขึ้น เพราะไม่มีระเบียงในห้องนอนนะครับ พื้นที่ห้องจึงกว้างติดริมกระจกเลย

การจัดวาง lay out ภายในห้องนอนก็จะคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ

บริเวณปลายเตียงแขวนทีวีติดผนังและมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งติดกระจกมาให้เหมือนกัน

ตำแหน่งโต๊ะเครื่องแป้งจะเข้ามุมชิดกำแพงห้องเลยนะครับ คนถนัดซ้ายอาจจะใช้งานลำบากนิดหน่อย แขนอาจจะชนกำแพงได้เวลาแต่งหน้าแต่งตัว

หน้าต่างในห้องนอนติดเป็นกระจกบานใหญ่ มุมนี้สามารถวาง daybed ไว้นั่งเล่นชมวิวได้เต็มตามากๆ

หรือจะจัดเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือก็ดีนะครับ เพราะเปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่มากๆ

พื้นที่ปลายเตียงเหลืออีกเยอะเลยนะครับ เดินได้สบายๆ ไม่ต้องเบี่ยงตัวหลบมุมเวลาเดินเลย

ห้องอาบน้ำเซ็กซี่เหมือนกันครับ อ่างอาบน้ำติดกระจกเลย อาบไปดูทีวีในห้องนอนไปได้ด้วย

เข้าห้องน้ำมาเจออ่างล้างหน้าทรงกลมอยู่โซนกลางห้องน้ำเลยครับ

อ่างอาบน้ำก็เข้ามุมชิดผนังด้านนึง ซึ่งติดกระจกเข้ามุมไว้ตามภาพ ถ้าไม่ชอบอาบน้ำแบบเปิดโล่งก็แนะนำให้ติดม่านหรือมูลี่เพิ่มได้ครับ

อีกด้านเป็นห้องอาบน้ำ ซึ่งทางโครงการติดตั้งประตูกระจกเทมเปอร์ไว้ให้เป็นสัดส่วน แถมมี Rain Shower มาให้อีก

ถ้าไม่ชอบแบบ Rain Shower ก็มีชุดฝักบัวแบบมือถืออีกชุด ส่วนหัวก๊อกเป็นแบบผสมหน้าตาตามภาพเลยครับ

ห้องน้ำสำหรับทำธุระส่วนตัวจะแยกออกมาจากห้องอาบน้ำนะครับ มีชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระเรียบร้อย

อ่างล้างมือขนาดเล็กกระทัดรัดในห้องน้ำครับ

บริเวณของห้องน้ำนี่จะมีประตูเปิดเข้าได้สองทางนะครับ ด้านนี้หันไปทางห้องนอน ประตูห้องน้ำจะเป็นกระจกขุ่นกรอบอลูมิเนียมบานเลื่อน

ส่วนอันนี้จะถ่ายจากในห้องน้ำออกไปทางห้องครัวครับ ประตูด้านนี้เป็นประตูบานสวิง

จากห้องตัวอย่างที่เราได้ชมกันไป หลายคนคงจะกำลังคิดถึงห้องที่ขายให้กับลูกบ้านแล้วใช่มั้ยครับ ว่าทางโครงการจะให้อะไรมาพร้อมห้องบ้าง ต้องบอกกันว่า โครงการ Rhythm Sathorn นี้ ทาง AP ขายกันให้แบบ Full Furnished เลย มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ชุดเคาน์เตอร์ครัว เตาเซรามิค เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด รวมถึงเครื่องปรับอากาศด้วย เรียกแทบจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ได้เลย

ถ้าใครที่สนใจคอนโดในย่านนี้อยู่แล้ว Rhythm Sathorn น่าจะเป็นอีกโครงการที่ตอบโจทย์แบบชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี ถึงถนนสาทรจะมีปัญหารถติดหนักหน่วงหน่อย แต่ก็มีทางออกด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่สะดวกมากๆ รวมถึงเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากด้วย ซึ่งเชื่อว่าลูกบ้านของโครงการน่าจะได้ใช้บริการกันบ่อยๆ แน่ ยิ่งโครงการนี้เป็นอาคารสร้างเสร็จ และมีลูกบ้านย้ายเข้ามาอยู่ได้ระยะหนึ่งแล้ว เราก็จะมีโอกาสเยี่ยมชมโครงการในบรรยากาศจริง ซึ่งทางโครงการยังมีห้องสวยๆ ให้เลือกอีกหลายตำแหน่ง อย่างไรแล้วลองแวะเข้าไปดูห้องตัวอย่างที่โครงการกันก่อน จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

ท่านใดที่สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อนัดหมายเข้าชมโครงการและรับสิทธิพิเศษก่อนใครที่นี่ http://goo.gl/yKm3u5

We Recommend
โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค

ในยุคของเหล่าเมล็ดพันธุ์ Start Up กำลังเติบโตงอกงาม สิ่งสำคัญคือรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพราะจุดเริ่มต้นที่ดีจะส่งให้เราไปคว้าเอาความสำเร็จมาครอบครองได้ ซึ่งเรากำลังกล่าวถึงออฟฟิศดีๆ สักแห่ง ที่จะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเรา โดยปัจจัยของการเลือกที่ตั้งของออฟฟิศ ก็ถือเป็นด่านแรกของจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากเราเจอสิ่งที่ใช่สำหรับองค์กรของเราอย่างโฮมออฟฟิศที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเหล่า Start Up ด้วยความโดดเด่นทั้งทำเล และภายในสามารถดีไซน์ต่อได้ เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์องค์กรของเรา และยังได้บรรยากาศการทำงานที่ไม่ชวนให้อึดอัด หรือเคร่งเครียดจนเกินไป            สำหรับ Nirvana @WORK โฮมออฟฟิศของคนรุ่นใหม่นั้นมีให้เลือก 2 โครงการ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กันในแง่ของทำเลที่ตั้ง ซึ่งจะยึดเอาความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน และลูกค้าที่จะต้องมาติดต่อธุระก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน      ทำเลสไตล์ @WORK  เริ่มกันที่โครงการแรก Nirvana @WORK รามอินทรา ทำเลติดถนนเส้นหลักสายสำคัญสายหนึ่งในละแวกนี้ นั่นคือ ถ.รามอินทรา ช่วงกม.2  ซึ่งถือเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดช่วงหนึ่งของถนน เพราะอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง รอบๆ มีอาหารการกินเพียบ ที่สำคัญคือการเดินทางอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน เป็นออฟฟิศที่อยู่ในทำเลเดินทางได้สะดวกทั้งพนักงานเองและผู้ที่มาติดต่อกับบริษัท     รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันจะผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ โดยโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรามอินทรา กม.3 บริเวณศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก โดยห่างไปอีกเพียง 1 สถานีก็จะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้สามารถต่อเข้าเมืองได้สะดวก และห่างออกไปอีก 3 สถานี ก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานีหลักสี่ ที่กำลังสร้างอยู่เช่นกัน ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ห่างจากทางด่วนฉลองรัช ประมาณ 4 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหนก็ง่ายดายไปหมดค่ะ    ใครที่อยู่ย่านนี้จะทราบกันดีว่าอาหารการกินไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ตั้งแต่ภายในศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัลรามอินทรา ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 700 เมตร และยังมี Ease Park, Lotus หลักสี่, MaxValu หลักสี่ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ยิ่งถ้าเข้าถ.ลาดปลาเค้า ก็ยิ่งมีของอร่อยตลอดทั้งเส้นทางยาวไปจนถึงโชคชัยสี่ นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่งทั้งทางด้านถ.พหลโยธิน และถ.แจ้งวัฒนะ ที่เชื่อมต่อกับถ.รามอินทราช่วง กม. 2 นิดเดียวเท่านั้น อาทิ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Major รัชโยธิน ฯลฯ โรงพยาบาลวิภาวดี และยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองอีกด้วย     Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อีกหนึ่งโครงการที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันกับโครงการแรกสักเท่าไรนัก แต่มีความโดดเด่นด้านทำเลไม่น้อย เพราะอยู่ริมถ.ประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) 1.3 กม. ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองได้ง่ายดาย และถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ประมาณ 5 กม. อยู่ท่ามกลางแหล่งร้านอาหารบรรยากาศดี ร้านแฮงค์เอาท์มันส์ๆ แบบที่พอเลิกงานแล้วก็ไปปาร์ตี้กันต่อได้เลย หรือจะนัดลูกค้าทานข้าวย่านนี้ก็เหมาะไม่น้อย ใครที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard, Play Hard นี่แหละค่ะ ตอบโจทย์กับทำเลนี้มาก  ในอนาคตหน้าโครงการจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่ม ผ่านหน้าโครงการโดยจะห่างจากสถานีคลองลำเจียกประมาณ 200 เมตร เป็นรถไฟฟ้าสายที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นมากถึง 7 สาย รวม 5 จุด Interchange ตั้งแต่เริ่มต้นสายที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งจะเป็น Interchange ของสีม่วง สายสีชมพู และสายสีน้ำตาล ต่อมาที่สถานีบางเขน สายสีแดง สถานีแยกเกษตรฯ สายสีเขียว สถานีฉลองรัช สายสีเทา และสิ้นสุดที่สถานีลำสาลี Interchange กับสายสีเหลืองและสีส้ม รวมแล้ว 22 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี และยังเป็นสายที่จะมีทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 คร่อมไปเกือบตลอดแนว เริ่มจากถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ไปตามถ.ประเสริฐมนูกิจ แล้วเข้าสู่ถ.วิภาวดีรังสิต ไปจนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลกับทางด่วนนี้มีแผนก่อสร้างไปพร้อมๆ กันในปี 63-64    จุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจ อาจหมายถึงโฮมออฟฟิศทำเลดี พื้นที่เหมาะสักหลัง  ภาพรวมโครงการ  ทั้งสองโครงการจะมีความเหมือนกันตรงที่โฮมออฟฟิศของทั้ง 2 Type ใช้แบบเดียวกันค่ะ คือ    Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 35.5 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 25.5 ตร.วา ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. / 1 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ   จะมีเพียง Type Single Unit ที่จะมีเฉพาะที่โครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ มีเพียง 8 ยูนิต (ปัจจุบันเหลือ 6 ยูนิต) โดยมีภาพรวมของแต่ละโครงการ ดังนี้   Nirvana @WORK รามอินทรา ที่ดินโครงการทั้งหมด 9-0-39.1 ไร่ 61 ยูนิต ขนาดที่ดิน 25.5-53.5 ตารางวา รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 197 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 14.5–25 ล้านบาท   Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ที่ดินโครงการทั้งหมด 7-1-76 ไร่ ไม่รวมพื้นที่นอกจัดสรร 48 ยูนิต รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 154 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 15–35 ล้านบาท      ชมโครงการ ครั้งนี้เราเข้ามาชมโฮมออฟฟิศตัวอย่างกันที่ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เพราะจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type ซึ่งทั้ง 2 โครงการปัจจุบันมีหลายออฟฟิศที่เริ่มเข้ามาอยู่กันแล้วนะคะ บรรยากาศภายในโครงการไม่วุ่นวาย ที่จอดรถจะล็อคหน้าออฟฟิศไว้ให้แยกกันแต่ละหลัง แต่ก็มีที่จอดส่วนกลางให้มาด้วยเยอะพอสมควรค่ะ โดยโฮมออฟฟิศแต่ละหลังจะขายแบบบ้านเปล่า มีการติดตั้งปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และ VDO Door Phone ติดให้ชั้นที่ 2 สามารถมองเห็นหน้าพร้อมคุยกันกับผู้มาติดต่อได้เลยจากกล้องที่ติดอยู่หน้าประตูออฟฟิศ      Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. 1 Bedroom 4 Bathroom 2 Parking lots  เริ่มกันที่ Type B ขนาดเริ่มต้น แต่ขนาดไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะหากตกแต่งตามแบบหลังตัวอย่างออกมากแล้ว ก็จะสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 20-25 คน เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งของแต่ละบริษัท นั่นหมายความว่าอาจสามารถรองรับพนักงานได้มากกว่า 25 คน ค่ะ โดยจะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โล่งๆ ไม่เน้นการกั้นห้องแยก เช่น งานสถาปนิก งานออกแบบต่างๆ       หน้าโฮมออฟฟิศทุกยูนิตจะติดตั้งกล้องพร้อม Speaker เอาไว้ด้านหน้าสำหรับผู้มาติดต่อสื่อสารไปยังด้านในออฟฟิศที่สามารถมองเห็นหน้าและเสียงได้โดยไม่ต้องเดินลงมา เพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง   ชั้นแรก เพดานสูงถึง 5.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ตรงกลางชั้นตามบ้านตัวอย่างจะกั้นเป็นห้องประชุม รองรับได้ประมาณ 10 ที่นั่ง    ชั้นลอยเพดานจะดรอปลงมาเล็กน้อยที่ 2.4 เมตร มีพื้นที่ว่างสำหรับกั้นเป็นห้องทำงานตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ หรือจะใช้เป็นพื้นที่อื่นๆ ได้ค่ะ เช่น ห้องเก็บของ ห้องประชุม ส่วนบันไดใช้แบบโครงเหล็ก ใช้ไม้ประสานวางเป็นลูกนอน แต่จะไม่มีลูกตั้ง ข้อดีคือทำให้ดูโปร่ง บวกกับกระจกด้านหน้า-หลังออฟฟิศ จะทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ไม่มีจุดอับทึบ   ชั้น 2-3 จะได้ความสูงของเพดานประมาณ 2.6-2.8 เมตร  วัสดุพื้นใช้ไวนิลลายไม้ ห้องน้ำวางไว้ด้านในสุดใกล้กับบันได ซึ่งจะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในมาให้พร้อมใช้งาน      ชั้นบนสุดกั้นห้องนอนให้ แล้วตกแต่งให้เหมือนกับเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเจ้าของโฮมออฟฟิศไม่ได้ใช้พักอาศัยก็สามารถเพิ่มพื้นที่ออฟฟิศได้อีก 1 ชั้น  หรือจะจัดเป็น Canteen ของออฟฟิศ เพื่อให้ช่วงกลางวันได้มีโอกาสมานั่งพักผ่อนทานข้าว พูดคุยแบบสบายๆ กัน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ   พื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ออกแบบได้ทุกความต้องการ Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. 2 Bedroom 5 Bathroom 3 Parking lots  ขยับไซส์ขึ้นมาที่ Type A ค่ะ ซึ่งจะได้หน้ากว้างขึ้น ที่จอดรถหน้าออฟฟิศเพิ่มขึ้น และติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ด้วย โดยเฉพาะราคาลิฟท์ก็อยู่ที่ 1 ล้านบาท พร้อมประกันการดูแลรักษาให้ 1 ปี หลังจากนั้นก็จะมีค่าซ่อมบำรุงลิฟท์ประมาณ 10,000 บาท/ปี โดยถ้าตกแต่งตามหลังตัวอย่างก็สามารถรองรับพนังงานได้ตั้งแต่ 25-30 คน หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง       สำหรับ Type นี้จะถูกตกแต่งเหมือนยกคาเฟ่มาไว้ในโฮมออฟฟิศ ด้วยการวาง Coffee Bar ยาว พร้อมโต๊ะสำหรับนั่งทำงานไป ดื่มกาแฟไปบนชั้นลอย การจัดพื้นที่ลักษณะนี้เหมาะกับธุรกิจที่อยากจะมีการเปิด Workshop รองรับลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรม หรือเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้มา joy มา share กันได้ ส่วนหลังสุดภายในตัวบ้านเหมาะสำหรับการวางเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้พร้อมต่อการเตรียมอาหาร และล้างได้สะดวก   บันไดชั้นล่างถูก Built in เพิ่มเติมให้เป็นขั้นบันไดเต็มผนังสองข้าง ให้ Feeling ของห้องประชุมสไตล์ Start Up แบบเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถมองเห็นและรับฟังกันได้ทั้งทีม แต่สำหรับตัวบ้านจริงที่จะได้ มีบันไดส่วนซ้ายมือพร้อมติดราวบันไดเหล็กโปร่งเท่านั้นนะคะ   ชั้นลอยบริเวณห้องประชุมนี้เป็นการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ขึ้นมา โดยมีการทำคานเอาไว้รองรับสำหรับการทำห้องเพิ่มแบบนี้ไว้อยู่แล้ว แต่หากเป็นหลังจริงตรงนี้จะเป็นพื้นที่โล่ง Double volume สูงขึ้นมาจากชั้นล่าง     ชั้น 2 บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง แต่มีเสาคานอยู่ 2 ต้น หากอยากจะกั้นเป็นห้องตามแบบบ้านตัวอย่างก็สามารถทำได้ง่าย และยังมีพื้นที่ตรงกลางเป็น Double volume มองเห็นชั้น 3 ส่วนห้องน้ำจะถูกวางเอาไว้ด้านหลังลิฟท์ใกล้กับบันได   ชั้น 3 ถูกแบ่งเป็น 2 ห้อง กระจกผนังด้านข้างของทั้ง 2 ห้องที่เห็นนี้ บ้านจริงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งแทนค่ะ   ชั้นบนสุดถูกตกแต่งออกมาให้เป็นเหมือ้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่มีช่องแสงธรรมชาติช่วยประหยัดพลังงาน โดยชั้นบนสุดของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะถูกจัดให้เหมือนกับอยู่ในคอนโดมิเนียมระดับ Hi-End แบบ 2 Bedroom กว้างๆ หนึ่งยูนิต มีทั้ง Living Room, Dining Room และสามารถ Built in ครัวเปิด ได้ด้วย และยังคล้ายกับการได้ Private lift ถึงชั้นบนห้องส่วนตัวนี้ด้วยค่ะ   เปิดมุมมองใหม่ เปิดไอเดีย สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ไม่รู้จบType Single Unit 4 ชั้น หน้ากว้าง 11 เมตร พื้นที่ใช้สอย 517 ตร.ม. 1 Bedroom 7 Bathroom 6 Parking lots  ยูนิตพิเศษที่มีเฉพาะในโครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อยู่พื้นที่ด้านหน้าของโครงการโฮมออฟฟิศพื้นที่ใกล้เคียงบ้านเดี่ยวในแบบ Independent Unit ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่ต้องแชร์ผนังกับใคร มีรั้วไฟฟ้าหน้าออฟฟิศ ติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ พร้อมกับ VDO Door Phone เพื่อการมาติดต่อกับออฟฟิศเป็นไปได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด โดย Single Unit จะเน้นงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในความเป็น Modern ด้วยการซ่อนบันไดไว้ด้านข้างแยกออกจากพื้นที่ใช้สอยภายใน ตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงชั้นบนสุด เหมาะสำหรับออฟฟิศที่เน้นดีไซน์สวย ต้อนรับลูกค้าได้บ่อยๆ ปัจจุบันมียูนิตที่ทำการปล่อยเช่าได้ราคาประมาณ 120,000 บาท/เดือน ได้พื้นที่รอบบ้านทั้งด้านข้างและหลังบ้านที่กว้างเป็นพิเศษ จนสามารถจัดเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกันภายในออฟฟิศหรือต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยออกไปได้   เปิดประตูด่านแรกของออฟฟิศเข้าไปก็จะพบลิฟท์ด้านข้าง ตรงกลางพื้นที่สามารถจัดเป็นเคาน์เตอร์ Reception และลึกเข้าไปจากข้างลิฟท์วางห้องน้ำเอาไว้ตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น ซึ่งภายในห้องน้ำนั้นจะแบ่งห้อง shower กับห้องที่เป็นโถสุขภัณฑ์   ชั้นที่ 2-3 พื้นที่ใช้สอยภายในแนวลึก ซึ่งข้อดีของพื้นที่แนวลึกนั่นคือสามารถจัดวางโต๊ะทำงานได้ง่าย ลงตัวเป็นสัดส่วนมากกว่า โดยหากเลือกขึ้นบันไดจากด้านข้างลานจอดรถขึ้นมาก็จะพบกับระเบียงหน้าบ้าน ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกสไลด์บานใหญ่ และมีตัว VDO Door Phone ที่ฉายให้เห็นผู้ที่มาติดต่อทางหน้าบ้านติดตั้งมาไว้ให้ด้วย         ชั้นบนสุดยังคงถูกตกแต่งออกมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวค่ะ มีการกั้นห้องนอนเอาไว้ 1 ห้อง ห้องน้ำอีก 1 และพื้นที่กลางสำหรับจัดเป็น Living Room สำหรับเจ้าของออฟฟิศ ที่สามารถเป็นเจ้าของออฟฟิศทำเลดีสักแห่งไปพร้อมๆ กับมีที่อยู่อาศัยของตัวเองไปด้วย ไม่ต้องผ่อนบ้าน 2 ต่อทำให้มีภาระเพิ่ม เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งมาถึงเร็วเท่านั้น   แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นออฟฟิศ แต่ในเรื่องของงานดีไซน์ และพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเนอวานา ไดอิ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่มีความสำคัญมาก ไม่แพ้เรื่องอื่น เพราะการติดต่อกันทางธุรกิจ และความสะดวกในการเดินทางของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป ซึ่งทั้ง 2 โครงการก็สามารถวางทำเลได้เหมาะสม ประกอบกับดีไซน์ในทุกแง่มุมของชีวิตวัยทำงานที่ต้องพร้อมลุยทุกสถาณการณ์เพื่อเติบโตจากเมล็ดพันธุ์กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไปที่ Nirvana @WORK #createyourownculture @work      โครงการ Nirvana @wok รามอินทรา http://nirvana.bz/ATWORK-RM-RYL โครงการ Nirvana @wok ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์  nirvana.bz/ATWORK-LP-RYL            

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก AP Thailand "THE SONNE Srinakarin-Bangna" (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพลักชัวรี่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The New Original’ เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์นิยมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนตัวตน มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกทุกวัยในครอบครัวใหญ่แบบ Cross Generations   ชื่อโครงการ THE SONNE Srinakarin-Bangna (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 99 ซ.เฉลิมพระเกีรติ ร.9 ซอย 28 แยก 14-2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ 10250 พื้นที่โครงการ 12-1-16 ไร่ ลักษณะโครงการ Luxury Duplex Home 3 ชั้น หน้ากว้าง 13.56 เมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ และ ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 56 ยูนิต ขนาดที่ดิน 40-73 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย สูงสุด 249 ตารางเมตร แบบบ้าน  TYPE A 249.14 ตร.ม. TYPE B 244.72 ตร.ม. TYPE C 245.84 ตร.ม. TYPE D 243.28 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางภายใต้การออกแบบโดยยึดหลัก Universal Design เพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายช่วงวัย อาทิ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ สวนสาธารณะขนาดใหญ่เปรียบดังโอเอซิสภายในโครงการ ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ  1.ครั้งแรกของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้บ้านทุกหลังมีเอกลักษณ์ความงามและความหรูหราที่แตกต่างด้วยกา รนำแรงบัลดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์คลาสสิค รังสรรค์เป็นแบบบ้านใหม่ Luxury Duplex Home ขนาดใหญ่ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง 2 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 249 ตร.ม. 2.การเดินทางเข้าสู่โครงการอย่างง่ายดาย ด้วย 4 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ ถนนกาญจนาภิเษก 3.การเดินทางสะดวกสบายด้วยทำเลที่เข้าถึงได้ทุกการเดินทาง เชื่อมต่อสู่กลางใจเมือง ทั้งถนนศรีนครินทร์ ถนนบางนา-ตราด และ ถนนอ่อนนุช ซึ่งถนนทั้ง 3 สาย เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร (CBD) ทั้งโซนสุขุมวิท และพระราม9 4.ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) (โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต) จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง เมกา บางนา, พาราไดซ์ พาร์ค, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, เซ็นทรัล บางนา, สวนหลวง ร.9, สนามบินสุวรรณภูมิ      

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z  : รีวิวคอนโด

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z : รีวิวคอนโด

ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่อย่าง THE ORIGIN กระแสตอบรับก็มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วปลาย ตั้งแต่โครงการทำเลรามคำแหง ลาดพร้าว มาจนถึงสุขุมวิท ในโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งดีไซน์ออกมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด สำหรับโครงการนี้จะมีอะไรใหม่ ต่างจาก THE ORIGIN ตัวอื่นอย่างไร ลองมาชมรีวิวฉบับนี้ดูค่ะ   ทำเลรถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สาย ปัจจัยหลักของทำเลโครงการคอนโดมิเนียมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ขยายออกจากใจกลางเมืองเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีทางเลือกการเดินทางในอนาคต ได้หลากหลาย แถมคอนโดมิเนียมก็ขยายเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหลายเส้นทางก็กลายมาเป็น จุดขายที่น่าสนใจมากกว่า เพราะนอกจากจะเดินทางได้อย่างง่ายดาย สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็เกิดขึ้นตามมาด้วย   รถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สายTHE ORIGIN SUKHUMVIT 105 ตั้งอยู่ในซ.ลาซาล 30 ซึ่งย่อยจากซ.สุขุมวิท 105 (ถ.ลาซาล) อีกที ตัวโครงการอยู่ช่วงกลางซอย ความโดดเด่นอยู่ที่สามารถเข้า-ออกจากถนนใหญ่ได้ถึง 3 ทาง โดยถนนใหญ่ทั้ง 3 เส้นทางที่ว่านี้ ล้วนแต่มีรถไฟฟ้าผ่านทั้งสิ้น เรียกได้ว่าถูกล้อมด้วยรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบเลยค่ะ   เริ่มกันจากเส้นทางหลักที่ปากซอยสุขุมวิท 105 ใกล้กับรถไฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง และเมื่อโครงการพร้อมเข้าอยู่ก็จะมี shuttle bus บริการรับ-ส่งจากโครงการกับรถไฟฟ้าสถานีแบริ่ง ช่วงท้ายซอยจะถูกถ.ศรีนครินทร์ตัดผ่าน โดยทุกวันนี้ ก็มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มีสถานีลาซาลอยู่ตรงบริเวณนี้พอดี หรือหากจะทะลุออก ไปยังถ.บางนา-ตราด ขาเข้า ก็สามารถใช้ซ.ลาซาล 23 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 4 กับซ.ลาซาล 55 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 30 ซึ่งในอนาคตก็มีโครงการรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา ผ่านบน ถ.บางนา-ตราด แล้วเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   นอกจากการเดินทางที่ต้องสะดวกสบายแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือเรื่องของอาหารการกินค่ะ ลองมานึกภาพถึงเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดพักผ่อนที่ไม่อยากฝ่ารถติดเดินทางไปไหนไกล พอมองรอบๆ คอนโดฯ ก็มีของกินให้เลือก หลากหลายไม่เบา ซึ่งย่านลาซาล-แบริ่ง ก็ถือว่าขึ้นชื่อถึงขั้นที่ว่าหากลองตระเวนกิน เปลี่ยนร้านอาหารไปเรื่อยๆ สักเดือนก็ไม่มีซ้ำร้าน อย่างฝั่งตรงข้ามโครงการ จะเป็น ‘‘ดาดฟ้า” คอมมูนิตี้ มอลล์ มีร้านอาหารดัง อย่าง โอ้กระจู๋ หรืออยากจะไปช้อปปิ้งซื้อของก็มีทั้ง Lasalle's Avenue, Central Bangna, Big C, Little Walk, Makro, Foodland, Paradise Park, Seacon Square, Mega Bangna ในอนาคตก็จะมี Bangkok Mall โครงการ Mixed-use สุดอลังการ 7.5 ไร เครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ภายในจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ อาคารสำนักงานให้เช่า สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก ฯลฯ ปัจจุบันกำลังเริ่มการก่อสร้างกันอยู่ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งยังใกล้กับโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ศิคิรินทร์ รพ.ไทยนครินทร์ รพ.บางนา 1 เป็นต้น   เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่ง Demand ชั้นดีนั่นคืออยู่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งทำงาน ซึ่งย่านนี้ก็ไม่แพ้ใครนะคะ โดยเฉพาะโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งอย่าง Bangkok Patana School, La Salle School Bangkok, st. andrews international school bangkok, Thai-Singapore International School, St. Joseph Bangna School, Berkeley International School และแหล่งทำงานทั้งจากในโรงเรียนเอง โรงพยาบาล รวมถึงอาคารสำนักงานในย่านบางนา โดยเฉพาะโครงการ Summer Lasalle ออฟฟิศแคมปัสที่ในอนาคตจะมีพนักงานกว่า 6,000 คนเพิ่มขึ้นตรงนี้ สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องการันตีถึงการปล่อยเช่าได้ง่ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมี Yield 5-6%   ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 672 ยูนิต 1 Shop แบ่งเป็นอาคาร A 243 ยูนิต อาคาร B 224 ยูนิต อาคาร C 205 ยูนิต ที่จอดรถ 40% พื้นที่ทั้งหมด 5-1-63 ไร่ การดีไซน์ของทั้งโครงการถูกคิดขึ้นมาทุก Step ตั้งแต่หน้าโครงการไปจนถึงภายในยูนิต แยกความเป็นส่วนตัวกับส่วนที่เป็น Public ออกจากกัน เริ่มจากตัวอาคารภายนอกใช้เส้นสายแนวนอน (horizontal line perception) เพื่อให้ดูเรียบนิ่ง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่ยังมีความเป็นแหล่งชุมชนเดิมอยู่ แล้วจึงค่อยๆ ขยายความเป็นเส้นโค้ง (Spline line) อิสระภายในโครงการ แล้วเติมสีสันให้ดูสนุกสนานเข้าไป สื่อถึงความ freedom&flexible and energetic อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่   ป้ายโครงการด้านหน้าที่ฝั่งที่เป็นป้ายสูง วาง Green Wall เป็น Background เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้โครงการตั้งแต่ทางเข้า สามารถมองเห็นได้ง่าย และยังบังสายตาจากตึกแถวด้านข้างได้ดีอีกด้วย เมื่อเลยป้ายโครงการเข้าไปผ่านป้อม รปภ. เราจะมองเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ ที่เป็น Public Facility ที่เป็นกระจกสูงโปร่งด้านบน ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมจากชั้น 3 ของอาคาร A ภายในมีทั้ง Lobby, co-working space และ co-kitchen & Private dinning room แยกออกจาก Facility ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอื่นๆ   ภายใน Public Facility ชั้น 3 อาคาร A ที่เราเห็นตั้งแต่ผ่านป้อม รปภ. ด้านหน้ามาแล้ว เป็น Co-Working Space ที่มีการวางฟังก์ชั่นให้เกิดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งทำงานคนเดียว (private seating) ทำงานเป็นกลุ่ม (Group Discussion) หรือที่นั่งต่างระดับ (Step Seating) มีห้อง Meeting Room สามารถจัดประชุมได้ และ Studio Room สามารถ Set เป็นสตูถ่ายภาพส่วนตัวหรือจะใช้ Live สำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์ก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รองรับด้วย เช่น เครื่องแสกน+ถ่ายเอกสาร ตู้ยอดเหรีญ (Vending Machine) ที่มีทั้งอาหาร ขนม และน้ำ ที่สำคัญคือเปิด 24 ชม. เหมือนกับ Co-Working Space ที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ยกมาไว้ในคอนโดฯ ตอบรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำด้านออนไลน์ หรือทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากขึ้น โดยทุกมุมรองรับสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Personal Identity   Facility ถูกวางไว้กลางพื้นที่โครงการตั้งแต่สนามหญ้าเชื่อมต่อด้วยขั้นบันไดเล่นระดับไปตามเนินเล็กๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ให้ได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น นั่งฟังเสียงน้ำ หรือทำกิจกรรมในบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 Step ที่มี Flow เชื่อมต่อกันเทียบเคียงกับธรรมชาติได้มากที่สุด ลานและ Outdoor Amphitheater รองรับการจัดกิจกรรมร่วมกันได้หลายหลายแนวทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่นั่งที่มีความหลากหลายให้ได้เลือกพักผ่อนตามอารมณ์ เช่น ที่นั่งตาข่าย (Giant Net Seating) ใต้ต้นไม้ สระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่มี Overflow ไหลลงมา เกิดเสียงน้ำไหลสร้างบรรยากาศให้สวนอยู่กลางธรรมชาติจริง มีความยาวสูงสุด 40 เมตร (รวม Jacuzzi) และส่วนว่ายจริงจังที่ 30 เมตร ไม่ว่าจะว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายก็เหมาะกับวันพักผ่อน มี Pool Terrace นั่งพักริมสระ และรองรับการใช้งานจริงด้วยห้องน้ำ+Locker ส่วนกลางนี้สามารถเชื่อมเข้าสู่ในตัวอาคาร B กับอาคาร C ชั้น 2 ได้ ทำให้การเข้า-ออก อาคารไม่ไกลจนเกินไป และยังเกิดความต่อเนื่องเมื่อมาใช้ Facility เหล่านี้   ฟิตเนส สาดสีสันมาอย่างโดนใจเกิดเป็น Movement ชวนให้ Active ไปกับเครื่องเล่นให้รู้สึกสนุกในโซน Machine หรือโซน Workout และ Yoga ทำให้มีพื้นที่สามารถออกกำลังกายคนเดียว หรือจะยก Class เรียนมาไว้ที่นี่ แล้วปิดเป็นห้อง Private ก็ได้เช่นกัน   ทั้งหมดถูกจัดวางให้มีความ Flow ต่อเนื่องกัน ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในภาพใหญ่ที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางคอนโดรุ่นใหม่ แทรกด้วย Function การใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายตอบสนองการใช้งานจริง เช่นปลั๊ก+ปลั๊ก usb ให้สามารถมาใช้งานตามจุดต่างๆ ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ยังคงความส่วนตัวในมุมต่างๆ แบบ Privacy in Public เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน   และเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยคงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในโครงการที่สร้างมาเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นนี้ ฉะนั้น Origin เองก็ไม่พลาดที่จะนำ Home Automation เข้ามาใช้ เช่น Smart Gateway กล่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับ Mobile App สำหรับแปลงสัญญาณ Digital Door Lock ตั้งรหัสระบบกลอนประตูห้อง Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงา ภายในห้องน้ำผ่าน Wifi และการเปิด-ปิดควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง   Floor plan ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.ลาซาล หลบเข้าไปจากตัวถนนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าโครงการหันทางทิศเหนือ ทั้ง 3 อาคารวางเป็น U Shape โอบล้อม Facilities ขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านตรงกลางเอาไว้ อาคาร A มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยหันทางทิศตะวันออก ฝั่งนอกโครงการ และตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ   อาคาร B ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกกับทิศใต้จะได้วิวฝั่งนอกโครงการ   อาคาร C ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตก ฝั่งนอกโครงการ และทิศตะวันออก วิวสระว่ายน้ำ ซึ่ง Facilities หลักทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ จะอยู่ที่อาคาร C ชั้น 2   ชมห้องตัวอย่าง วันนี้เราพาไปชม Sales Gallery ซึ่งไม่ยากเลยค่ะ ตั้งอยู่ปากซอยลาซาล 30 มองเห็นได้ง่ายมาก ภายในมีห้องตัวอย่างให้ชม 3 ห้อง ด้วยกัน ซึ่งเป็น Type ที่วางฟังก์ชั่นมาใหม่ ขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะมี Built in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ทีวี เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำครบชุด โดยตู้เก็บของถูกออกแบบมาใหม่ให้ได้พื้นที่เก็บของเพิ่มมากขึ้น มี USB Plug ที่จุดสำคัญอย่างในห้องนอนกับห้องน้ำ เน้นพื้นที่ส่วน Living Room กว้างขึ้น สามารถรองรับเพื่อนๆ ที่มาห้องของเราได้หลายคน หรือสามารถปรับการใช้งานสำหรับรองรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวกตามไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน              Type B2 27 ตร.ม.   เป็นห้องที่มีลักษณะตามแปลนเดิมของ Origin แต่มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นบางส่วนใหม่ เริ่มจากส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ไซส์ที่สามารถรับแขกได้เพิ่มขึ้น ด้วยพื้นที่วางโซฟาได้ยาวถึง 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และยังมีมุมสำหรับ วางโต๊ะทานอาหาร มาพร้อมกับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี สำหรับวัสดุปูพื้นใช้ลามิเนต ผนังฉาบเรียบสีขาว ความสูง Floor To Ceiling 2.4 เมตร และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin 2 ตัว     Bedroom กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่เชื่อมต่อกับ Living Room โดยจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้า เตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนหน้าต่างข้างเตียงใช้กระจกบานกระทุ้ง   อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นครัวปิดและห้องน้ำ ซึ่งตรงกลางระหว่างทั้งสองห้องนี้จะมี Built in ตู้เก็บของ พร้อมช่องวางตู้เย็นแยกออกมาจากครัว เป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่เราได้เห็นกันในโครงการนี้เป็นที่แรก โดยที่เราจะได้ความสะดวก ในการหยิบของในตู้เย็น ได้พื้นที่ครัวแนวลึกเพิ่มขึ้น และระเบียงห้องต่อจากห้องครัวปิด กั้นด้วยราวเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit แขวนไว้หันเข้าตัวระเบียง     Type B3 27 ตร.ม. แปลนห้องที่ถือเป็นไฮไลท์สำหรับโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 เรียกว่าห้องแบบ Smart walk in Closet ออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวสายแฟชั่นที่รักการแต่งตัวโดยเฉพาะ เพราะมีการกั้นส่วนที่เป็น Walk In Closet เอาไว้หนึ่งห้อง ซึ่งวางไว้ให้สามารถเดินเชื่อมกันระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ทำให้การใช้งานจริง Smooth มากกว่า รับรองว่าใครที่เป็นแฟชั่นนิสต้าจะต้องชื่นชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ   ส่วนแรกของห้อง Living Room ยังคงมีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีแล้ว ยังได้ Built in ตู้เก็บของที่มีช่องวางตู้เย็นแบบเดียวกันกับ Type B2 อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวปิดทางด้านหน้าห้อง ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Top หินสังเคราะห์ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Hafele พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้   Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ ซึ่งโครงการบิ้วท์อิน มาให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลย ขาดเพียงกระจกเงาสูงเต็มตัวด้านใน ที่ติดไว้เป็นไอเดียเท่านั้น   Bedroom เชื่อมต่อกับห้อง Smart Walk In Closet โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Smart Walk In Closet สะดวกต่อการใช้งานทั้งเจ้าของห้องเวลาแต่งตัว และเพื่อนเมื่อมาที่ห้อง ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard พร้อมฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Tempered แบบบานสวิง พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค     Type BP 31.5 ตร.ม.   เป็น Type แบบ 1 Bedroom Plus แปลนห้องจะคล้ายกับ Type B3  คือมีห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง กลางห้องเป็น Living Room มีห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเข้าได้จากทั้งทาง Living Room กับห้องนอน และลึกเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอน และห้องที่เป็น Plus     ห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง ภายในวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L shape ได้เคาน์เตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามห้องตัวอย่างมาครบชุด ส่วนในห้องน้ำจะมีระบบ Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงาภายในห้องน้ำผ่าน Wifi ให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร   สำหรับห้องที่เป็น Plus นั้นจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้น สามารถวาง Day Bed หรือจะใช้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ โดยจะมีระเบียงห้องต่อจากห้อง Plus ถัดไปข้างกันเป็นห้องนอนที่ใช้ประตูห้องบานสวิงแบบทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากกว่า   นอกจากนี้  สิ่งที่สำคัญ ที่สุด ที่ออริจิ้น เข้าใจ GEN Z  คือ การบริการ ที่ตัดตรงขั้วหัวใจ Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด  ไม่ว่าจะเป็น งานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย เหมือนที่เป็นมาโดยตลอด Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในการจัดสรรเวลา ที่มีค่าของคุณ  เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่คุณไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อ ที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้ว ได้ในพริบตา Smart Bill Pay  บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ผ่าน Mobile Application  ลดเวลาความวุ่นวาย ที่ต้องพบเจอในทุกๆเดือน ซึ่ง มาภายใต้ คอนเซปต์ Cashless Society  สังคมไร้เงินสด ที่คุณมีเพียงมือถือ เครื่องเดียว ก็สามารถจัดสรรทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านปลายนิ้ว คุณ   ความครบครันรอบด้านของโครงการ ทั้งในแง่ของการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายนอก-ภายในโครงการ รวมถึงฟังก์ชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 1.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมยุคนี้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ THE ORIGIN ที่น่าสนใจและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับตัวอื่นๆ ค่ะ   เตรียมพบกับคอนโดใหม่ทุกไลฟ์สไตล์อยู่ใกล้แค่ก้าว "ดิ ออริจิ้น" สุขุมวิท 105 ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง   เริ่มเพียง 1.39 ล้านบาท*       21 ก.ย.นี้เปิดจองครั้งแรก พร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ พิกัด https://bit.ly/33Mw1lp  "The Origin สุขุมวิท 105" ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง เปิดรับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 200,000 .- *คลิกรับสิทธิพิเศษ https://bit.ly/31ksLvA   #จัดจ้านย่านสุขุมวิท #TheOrigin #LiveYourValue  #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #สู้สู้นะ #GenZ    

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด  

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

Supalai City Resort Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “ซิตี้ รีสอร์ท” ชูคอนเซ็ปต์ “COME HOME ให้การกลับบ้านมีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”  การออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ใช้กระจกเขียวตัดแสงเพื่อลดความร้อนจากภายนอก เข้าสู่อาคาร อาคารที่พักอาศัยรูปตัว L ช่วยให้อาคารบดบังแสงแดดให้กันและกันเองในแต่ละช่วงเวลา ตกแต่งด้วยพรรณไม้ให้ความกลมกลืนไปกับการออกแบบอาคารผสานท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างลงตัว   ชื่อโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 (ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107) เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.แบริ่ง 18 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 13-1-78.4 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 6 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 1,022 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต   ขนาดห้อง Studio-2 ห้องนอน 28.5-69.5 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming pool, Jacuzzi ระบบเกลือ Sharing Space, Fitness, Green Space, Playground, Smart Locker พร้อมด้วยประตูห้องพักแบบ Digital Door Lock, EV Charger, รถตู้บริการรับ-ส่งถึงรถไฟฟ้า และร้านค้า 7-11 ภายในโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV ราคาเริ่มต้น 1.78 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง สถานที่ใกล้เคียง Lasalle Avenue, Imperial World สำโรง,โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส,โรงเรียนบางกอกพัฒนา,โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา, โรงเรียนลาซาล, โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์, โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์, โรงพยาบาลศิครินทร์, เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา