อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


The Tree Elegance Tiwanon : รีวิวคอนโด

สวัสดีค้าบบบ..รีวิวฉบับนี้ผมจะพาไปดูโครงการ The Tree Elegance Tiwanon คอนโดใหม่จากพฤกษา บนถนนประชาราษฏร์ ที่ตั้งอยู่บนที่ดินเก่าของโรงหนังนครนนท์รามา โรงหนังเก่าแก่ในย่านนี้ ทำเลในย่านนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้แล้ว

รีวิวคอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-MRT-กระทรวงสาธารณะสุข-The-Tree-Elegance-Tiwanon-ติวานนท์-Project (7)

การเดินทาง

ด้วยการที่ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์ ใกล้กับแยกติวานนท์ มีถนนหลายสายตัดผ่าน ทำให้เรื่องการเดินทางสามารถเลือกได้หลายเส้นทางเลยนะครับ ทั้งถนนติวานนท์ มาจากทางปากเกร็ด ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี จากทางวงศ์สว่าง-บางซื่อ หรือจะข้ามสะพานพระราม 5 มาลงถนนนครอินทร์ หรือจะเป็นถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี และถนนพิบูลสงครามก็ใช้ได้เหมือนกัน

รีวิวคอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-MRT-กระทรวงสาธารณะสุข-The-Tree-Elegance-Tiwanon-ติวานนท์-Location-(1)

เส้นทางแรก เราใช้ถนนติวานนท์มาจากทางปากเกร็ด ขับตรงตามถนนติวานนท์มาเรื่อยๆ ผ่านแยกแคราย ก่อนจะผ่านสถานี MRT กระทรวงสาธารณสุข มาเลี้ยวขวาที่แยกติวานนท์ เข้าสู่ถนนประชาราษฏร์ จากแยกติวานนท์มาประมาณ 800 เมตร ก็ถึงโครงการแล้วครับ

ขอเริ่มจากบริเวณถนนติวานนท์ ก่อนถึงกระทรวงสาธารณสุขเลยนะครับ

เราตรงมาตามถนนติวานนท์เรื่อยๆ จนเริ่มจะเห็นรางรถไฟฟ้าอยู่ด้านบนแล้ว

ตรงมาอีกหน่อยจะเห็นตัวสถานี MRT กระทรวงสาธารณสุข

ด้านซ้ายมือจะเห็นทางเข้ากระทรวงสาธารณสุข อยู่ติดกับตัวสถานีเลยครับ ต่อไปข้าราชการที่ทำงานในกระทรวงฯ จะเดินทางกันได้สะดวกมากขึ้น

เลยจากกระทรวงสาธารณสุขมานิดเดียว จะเห็นสะพานข้ามแยกติวานนท์ ให้ชิดซ้ายไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ มองไปทางขาวมือจะเห็นบิ๊กซี ติวานนท์แอบอยู่

จากนั้นเราก็มาเลี้ยวขวาที่แยกติวานนท์

เลี้ยวขวามาเราก็เข้าสู่ถนนประชาราษฏร์แล้วล่ะครับ

เลยแยกมานิดหน่อยจะเห็นทางเข้าบิ๊กซี

บรรยากาศบนถนนประชาราษฏร์เป็นถนน 4 เลน แต่ใช้งานจริงๆ ได้แค่ 2 เลน เพราะจะเห็นว่าเลนซ้ายสุดของทั้ง 2 ฝั่งกลายเป็นที่จอดรถไปเรียบร้อย

จากแยกติวานนท์มาประมาณ 800 เมตร ก็ถึงตัวโครงการแล้วครับ ตั้งอยู่ด้านขวามือ สังเกตเห็นได้ไม่ยากครับ

เส้นทางที่ 2 เราใช้ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี มาจากทางบางซื่อ วิ่งตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี มาเรื่อยๆ ผ่านแยกวงศ์สว่าง ผ่านสถานี MRT แยกติวานนท์ จากนั้นตรงผ่านแยกติวานนท์ เข้าถนนประชาราษฏร์

ด้านถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เราเริ่มใกล้ๆ กันเลยนะครับ ที่สถานี MRT แยกติวานนท์ เส้นนี้เดินทางง่ายครับ ตรงอย่างเดียว

เลยมาอีกนิดเดียวก็เป็นแยกกติวานนท์ เราตรงผ่านแยกไปก็จะเข้าประชาราษฏร์แล้วครับ

อีกหนึ่งเส้นทาง เราใช้ถนนพิบูลสงคราม มาจากถนนนครอินทร์ ข้ามสะพานพระราม 5 ตรงนี้สามารถเลือกไปได้ 2 ทางนะครับ จะตรงไปตามถนนนครอินทร์แล้วค่อยไปเลี้ยวซ้ายที่แยกติวานนท์ก็ได้ หรือจะลงที่ถนนพิบูลสงคราม แล้วค่อยมาเลี้ยวขวาตรงตลาดนนทบุรี เข้าถนนประราษฏร์ก็ได้เหมือนกัน

ด้านถนนพิบูลสงครามขอเริ่มจากบริเวณตลาดนนทบุรีเลยนะครับ

ตลาดนนทุบรีถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ของกิน ของใช้ เพียบ!!

ขับมาเรื่อยๆ เรามาเลี้ยวขวาที่สามแยก เพื่อเข้าถนนประชาราษฏร์ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางท่าน้ำนนทบุรี

จากนั้นตรงยาวไปเลยครับ

เลยมาอีกจะมีอีกแยกเป็นแยก อ.ต.ก. ตลาดสด ถนนประชาราษฏร์ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี

จากสี่แยก อ.ต.ก. ตลาดสด ไปอีกประมาณ 350 เมตร ก็ถึงโครงการอยู่ด้านซ้ายมือแล้วครับ

ส่วนใครที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะปลายปีนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วงก็จะเปิดให้บริการแล้ว สถานีที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการอีก 2 สถานีให้เลือก คือสถานีแยกติวานนท์ ห่างจากโครงการประมาณ 1.3 กม. และสถานีกระทรวงสาธารณสุข ห่างจากโครงการประมาณ 1.4 กม. แม้จะไม่ใช่ระยะทางที่เดินได้สบายๆ แต่ถนนประชาราษฎร์หน้าโครงการมีรถสาธารณะวิ่งให้บริการเยอะพอสมควร ทั้งวินอมเตอร์ไซค์ รถสองแถว รถเมถ์สายต่างๆ หรือแม้แต่รถสามล้อถีบ ก็ยังมีให้บริการ หรือถ้าใครสะดวกเดินทาง ทางน้ำ นั่งเรือมาลงท่าน้ำนนทบุรี ต่อรถสองแถวอีกนิดเดียว ก็สะดวกไปอีกแบบนะครับ

รีวิวคอนโด-review-your-condo-คอนโดติดรถไฟฟ้า-MRT-กระทรวงสาธารณะสุข-The-Tree-Elegance-Tiwanon-ติวานนท์-Location-(2)

ถือว่าการเดินทางในย่านนี้ค่อยข้างสะดวกดีทีเดียวนะครับ ทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ที่มีถนนให้เลือกหลายสาย และการเดินทางด้วยระบบสาธารณะ ทั้งทางบก และทางน้ำ ยิ่งเมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกให้มากขึ้นไปอีก

วิเคราะห์รอบโครงการ

โครงการ The Tree Elegance ติวานนท์ ตั้งอยู่ติดถนนประชาราษฎร์ ซึ่งเป็นถนนใหญ่ และอยู่ห่างจากแยกติวานนท์ไม่มากนัก เพราะเดินจากหน้าโครงการออกไปเพียงแค่ 700 เมตร ก็เจอห้าง Big C ติวานนท์แล้ว ที่สำคัญทำเลในย่านนี้ยังเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยที่พักอาศัยที่อยู่กันมานานแล้ว อาคารพาณิชย์ ร้านค้าต่างๆ จึงเรียงรายไปตลอดถนนทั้งสาย เรียกได้ว่าเกือบทุกประเภทกิจการ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชห่วย ร้านขายอะไหล่ยนต์ ร้านแบตเตอรี่ ศูนย์รถยนต์ ฯลฯ ยิ่งถ้าเลยไปทางท่าน้ำนนท์ ก็จะยิ่งพบกับความอุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายสำคัญของย่านนี้ เพราะมีทั้งตลาดสด ร้านขายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินนี่มีร้านดังๆ เพียบเลยครับ ได้ข่าวว่าถ้าจะชิมให้ครบคงต้องใช้เวลากันนานเลยทีเดียว แต่ถ้าต้องการที่จะช็อปปิ้งในห้างใหญ่ๆ ก็ต้องออกไปทางงามวงศ์วาน ไม่ก็ทางรัตนาธิเบศร์ ซึ่งก็มีทั้ง The Mall, ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า, Tesco Lotus, เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ และ Esplanade

รอบๆ โครงการจะเป็นตึกแถวเก่าๆ ส่วนใหญ่จะเปิดเป็นร้านขายแบตเตอรี่ และมีร้านขายอาหารบ้างประปราย

อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ จะมีเซเว่น และร้านขายอาหาร

เท่าที่เห็นมีธนาคารอยู่ 2 เจ้าบนถนนเส้นนี้ คือธนาคารกรุงเทพ อยู่เลยจากโครงการไปทางท่าน้ำนนท์

และธนาคารไทยพาณิชย์ อยู่ก่อนถึงบิ๊กซี

บิ๊กซีอยู่ห่างจากโครงการมาประมาณ 700 เมตร

มีรถสองแถว รถเมถ์ หลายสายไว้คอยให้บริการ

สำหรับใครที่เคยชินกับการอาศัยอยู่ท่ามกลางชุมชน ทำเลของโครงการ The Tree Elegance ติวานนท์ คงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะนอกจากเรื่องแหล่งอาหารการกินแล้ว บริเวณใกล้ๆ โครงการก็ยังมีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล วัด หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ทำให้องค์ประกอบสำหรับการอยู่อาศัยครบถ้วนสมบูรณ์ดีทีเดียว การเดินทางก็สะดวก และทำได้หลายทางอย่างที่กล่าวไปแล้วในหัวข้อการเดินทางข้างต้น

ทีนี้เรามาดูรอบๆ ที่ตั้งโครงการกันบ้างครับ ที่ดินของโครงการมีลักษณะลึกเข้าไปด้านใน ด้านหน้าขนาบข้างด้วยอาคารพาณิชย์สูง 4-5 ชั้น ซ้ายขวาของที่ดินมีอาคารหอพักอยู่ทางด้านตะวันออก ส่วนด้านที่เหลือเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 3 ชั้น ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ผลกระทบเรื่องวิวจากห้องพักเท่าไหร่ เพราะห้องพักอาศัยของ The Tree Elegance เริ่มต้นกันตั้งแต่ชั้น 8 ขึ้นไป เลยพ้นระยะเรื่องถูกตึกข้างๆ บังวิวไปเรียบร้อยครับ และในปัจจุบันพื้นที่ใกล้ๆ โครงการก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคอนโด High Rise หรือตึกอื่นๆ จะขึ้นมาบังวิว การเลือกตำแหน่งห้องพักจึงตัดกังวลไปได้บ้าง ส่วนใครที่เน้นเรื่องวิวสวย ห้องพักทางทิศตะวันตกซึ่งหันไปทางท่าน้ำนนท์ ถ้าเลือกชั้นสูงๆ หน่อยก็จะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจน ในขณะที่ทางฝั่งตะวันออกจะเป็น City View ครับ

เรื่อง Facility ทางโครงการก็จัดมาให้เต็มที่เลยครับ เริ่มกันตั้งแต่ชั้น 1 ซึ่งนอกจากล็อบบี้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor แล้ว ก็ยังมีห้องประชุม สวนหย่อม รวมถึงที่จอดจักรยานด้วย ส่วนที่ชั้น 8 ก็จะมีสวนขนาดใหญ่ไว้สำหรับพักผ่อน มุมอ่านหนังสือ สนามเด็กเล่น และลานโยคะ ในขณะที่ชั้นที่ 40-42 จะเป็นศูนย์รวม Facility หลักของโครงการ ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำในระบบน้ำเกลือ แบบ Infinity Edge Pool พร้อมสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก ห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ที่ใช้พื้นที่มากขึ้น 2 ชั้น นอกจากนี้ยังมี Jogging Track, Pool Room และ Sky Lounge ไว้ชมวิวจากมุมสูงได้อีกด้วย และจากข้อมูลที่ได้มาทำให้เราทราบว่า เดิมทีที่ดินของโครงการเคยเป็นโรงหนังมาก่อน ดังนั้นทางโครงการจึงพยายามคงบรรยากาศของความเป็น Entertainment Center ไว้ด้วยการเพิ่มห้องดูหนัง ห้องคาราโอเกะ และพื้นที่จัดปาร์ตี้ไว้ให้ลูกบ้านได้ใช้สอยกันอย่างเต็มที่ครับ

นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องของที่ระบบรักษาความปลอดภัย ที่เป็นไปตามมาตรฐานทั้ง รปภ. CCTV 24 ชั่วโมง และการเข้าออกอาคารด้วยระบบ Key Card ล็อคชั้น ลิฟท์โดยสารทั้งหมด 5 ตัว และลิฟท์ขนของแยกให้อีก 1 ตัว ในขณะเดียวกันพื้นที่จอดรถก็จัดสรรไว้ให้ตั้งแต่ชั้น 1-7 ซึ่งนับรวมแล้วก็มาถึง 410 คันเลยทีเดียว (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน) ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับโครงการระดับนี้ครับ

แบบจำลองโครงการ เป็นอาคารสูง 42 ชั้น

Master Plan ของโครงการ ที่ชั้น G จะเป็น Lobby มีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor อีกส่วนหนึ่งเป็นที่จอดรถ

ทางเข้า-ออกโครงการ ใช้ทางเดียว

บรรยากาศ Lobby ที่ชั้น G

ด้านข้างโครงการมี Drop off เล็กๆ ไว้จอดรถรับ-ส่ง ให้บรรยากาศเหมือนโรงหนังเก่า

ด้านหน้าโครงการยังคงความเป็นโรงหนังเก่า โดยมีพื้นที่เล็กๆ ทำเป็นห้องดูหนัง และห้องคาราโอเกะ ไว้ให้ความบันเทิงกับลูกบ้าน

ที่จอดรถจักรยาน

ห้องพักอาศัยจะเริ่มต้นที่ชั้น 8 เลยนะครับ เพราะชั้น 1-7 จะถูกใช้เป็นที่จอดรถทั้งหมด และมีส่วนหนึ่งถูกแบ่งไปทำเป็นสวนสีเขียว เป็นมุมพักผ่อนให้ลูกบ้าน

ภาพจากโมเดลจำลองของสวนบนชั้น 8

ตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นเป็นจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด

ถึงชั้น 40 จะเริ่มมีส่วนหนึ่งเป็น Facility

ชั้น 41 จะเป็น Facility เต็มรูปแบบ ทั้งสระว่ายน้ำ แยกสระเด็ก Jogging Track Pool Room และ Duplex Gym ที่กินพื้นที่ขึ้นไปถึงชั้น 42

บรรยากาศภายในฟิตเนส

แบบจำลอง Duplex Gym บนชั้น 41-42

สระว่ายน้ำแนวยาวบนชั้น 41

บรรยากาศของ Jogging Track ให้ลูกบ้านได้วิ่งออกกำลังกาย

ชั้น 42 จะเป็นชั้นบนสุด จะมีฟิตเนสส่วนหนึ่งที่กินพื้นที่ขึ้นมาจากชั้น 41 และอีกส่วนหนึ่งเป็น Sky Lounge เป็นมุมพักผ่อน รับวิวจากชั้นสูงสุดของโครงการ

Sky Lounge บนชั้น 42

พาชมห้องตัวอย่าง

สำหรับโครงการ The Tree Elegance ติวานนท์ จะมีความแตกต่างจากแบรนด์ The Tree โครงการอื่นๆ อยู่บ้าง เพราะด้วย Concept การออกแบบที่ต้องการสะท้อนความหรูหรา และความคลาสสิคของย่านนนทบุรี จึงมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของนนทบุรีเข้ามาให้เห็นรูปแบบการตกแต่งอาคารด้วย ในขณะที่ภายในห้องพักก็ยังคงเน้นความเรียบหรู อยู่สบาย แน่นอนว่าเราเก็บภาพบรรยากาศภายในห้องตัวอย่างมาให้ได้ชมกันด้วย ซึ่งทางโครงการก็จัดเตรียมห้องตัวอย่างไว้ให้ชมถึง 3 แบบด้วยกัน โดยเริ่มกันที่ห้องแบบ Studio ขนาด 22-23 ตร.ม. ห้อง 1 Bedroom ขนาด 24-29 ตร.ม. และห้อง 2 Bedroom ขนาด 48 ตร.ม. ซึ่งห้องทั้งหมดภายใต้แบรนด์ The Tree จะขายกันมาแบบห้องโล่งๆ มีเพียงวัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำตามมาตรฐานเท่านั้นมีให้มาพร้อมห้อง ส่วนอื่นๆ ที่เหลือลูกบ้านจะต้องตกแต่งเพิ่มเติมกันเอาเองครับ

แบบห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 24.5 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องจะเป็นส่วน Living Area ก่อนเลยครับ พื้นที่ในส่วนของ Living Area ได้ขนาดพอเหมาะ ระยะห่างระหว่างทีวี กับโซฟา ไม่แคบจนเกินไป

จุดที่วางโซฟา สามารถเลือกวางโซฟาแบบ 2-3 ที่นั่งกำลังดีครับ ให้เหลือพื้นที่สักหน่อย ถ้าวางโซฟาเต็มพื้นที่จะดูอึดอัดไปหน่อย

ถัดจาก Living Area เข้ามาจะเป็นส่วนของห้องนอน วางเตียง 5 ฟุตกำลังดีครับ มีพื้นที่ข้างเตียงเหลือนิดหน่อย

ระหว่างห้องนอนกับ Living Area จะกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบานเลื่อน 2 บาน

ด้านปลายเตียงจะเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง

จากห้องนอนมองตรงไปจะเป็นส่วนครัว และห้องน้ำ

พื้นที่ส่วนครัวที่ให้มาประมาณนี้นะครับ Built in เคาน์เตอร์ครัวเข้าไปแล้ว ก็เหลือพื้นที่อยู่พอสมควร

ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุด ติดกับครัว

ระเบียงจะอยู่ติดกับครัว จุดที่วางเครื่องซักผ้า และคอมเพรสเซอร์แอร์ จะอยู่ที่ระเบียงนี่แหละครับ

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะได้ของ American Standard

อ่างล้างหน้าทรงสี่แหละ

ในส่วนเปียก ห้องจริงจะไม่มีกระจกกั้นให้นะครับ

ชุดฝักบัวก็เป็นของ American Standard เหมือนกัน

แบบต่อมาเป็นแบบ 1 ห้องนอน เหมือนกันครับ แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยเป็น 27.5 ตารางเมตร

ห้อง Type นี้จะจัด Layout เป็นสัดส่วนมากขึ้น ห้องนอนจะแยกออกมาชัดเจน

เมื่อเข้ามาให้ห้องแล้วจะเป็นส่วน Living Area ก่อนเหมือนเดิมครับ

พื้นที่จะกว้างขวางขึ้นพอสมควร

ระยะห่างของทีวีกับโซฟาก็มากขึ้น วางทีวีจอใหญ่สะใจได้เลยครับ

สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งแบบ L-Shape ได้สบายๆ

จาก Living Area เข้าไปด้านใน จะแบ่งเป็น 2 ห้อง ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องนอน ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องครัว

ห้องครัวจะเป็นแบบปิด กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ขนาดของครัวจะใกล้เคียงกับห้อง Type ก่อนหน้านี้เลยนะครับ

แต่จุดวางตู้เย็นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว

ระเบียงจะอยู่ติดกับครัวเหมือนกันครับ มีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้น

ขนาดของระเบียงจะได้ประมาณนี้

จุดที่วางเครื่องซักผ้า และคอมเพรสเซอร์แอร์ จะอยู่ที่ระเบียงเหมือนเดิม

ออกมาครัวมาดูที่ห้องนอนกันต่อ ห้องนอนจะกว้างขึ้นกว่าเดิมอยู่สักหน่อยนะครับ วางเตียง 5-6 ฟุต ได้ตามใจชอบเลยครับ

หน้าต่างในห้องนอนก็จะเหมือนเดิมนะครับ

เป็นบานเลื่อน 2 บาน ที่เหลือเป็นบาน Fix

ปลายเตียงจะเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า

ข้างเตียงอีกด้าน จะมีพื้นที่เหลือพอให้วางโต๊ะเครื่องแป้งอยู่หน้าห้องน้ำ

การจัดวางและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็จะเหมือนๆ กันนะครับ

สุดท้ายเป็นแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 48.5 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องแล้วจะเป็นโถงยาว มองตรงไปจะเป็น Living Area อยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

ด้านซ้ายสุดจะเป็นห้องน้ำ อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่

ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องนอนเล็ก อยู่ติดกับครัว

เราตรงมาดูที่ Living Area กันก่อน พื้นที่ที่ให้มาค่อนข้างเล็กไปสักหน่อยสำหรับห้อง Type 2 ห้องนอน

พื้นที่บังคับให้วางโซฟา 3 ที่นั่ง เพราะถ้ายาวกว่านี้โซฟาจะเลยผนังออกมา

ระเบียงจะอยู่ติดกับ Living Area

พื้นที่ระเบียงจะยาวกว่า Type 1 ห้องนอน

คอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนอยู่ด้านบน หันหน้าออกนอกระเบียง

จาก Living Area มองไปทางขวาจะมีโต๊ะทานอาหารตั้งอยู่หน้าห้อง ก่อนเข้าไปที่ห้องนอนเล็กและห้องครัว ที่อยู่ด้านในสุด

พื้นที่ที่ให้มาสามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ท่านได้เลย

พื้นที่ครัวที่ให้มาจะมาสามารถเลือก Built in เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L ก็ได้ครับ มีหน้าต่างเล็กๆ ให้ด้วย

ขยับมาดูห้องนอนเล็กที่อยู่ติดกับห้องครัว วางเตียง 5 ฟุต กำลังดีครับ

ปลายเตียงมีที่เหลือพอให้เดินได้ ถ้าอยากมีทีวีในห้อง ก็สามารถติดทีวีแบบแขวนได้ครับ ส่วนหน้าต่างก็ได้เหมือนเดิมครับ

ข้างเตียงอีกด้านเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า

ออกจากห้องนอนเล็กมา เราไปดูห้องน้ำกับห้องนอนใหญ่กันต่อ

หน้าห้องน้ำโครงการทำเป็นโต๊ะทำงานไว้ให้ดูเป็นไอเดีย

ภายในห้องน้ำการจัดวางกับสุขภัณฑ์ที่ใช้ก็จะเหมือนๆ กับห้อง Type 1 ห้องนอน

ส่วนในห้องนอนใหญ่ ขนาดที่ได้ค่อนข้างกว้างเลยนะครับ วางเตียง 5-6 ฟุต ได้ตามใจชอบ ปลายเตียงต้องใช้ทีวีแบบแหวนผนังแทนนะครับ ไม่มีที่เหลือพอให้ Built in ชั้นวางทีวี

อีกด้านจะเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า

ภาพมุมกว้างของห้องนอนใหญ่

We Recommend
Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101 คอนโดมิเนียมระดับ Premium Living เป็นแบรนด์ท็อปจากเสนา ออกแบบภายใต้คอนเซป “Concept Private Living at your service” มีความ PRIVATE ด้วยจำนวนยูนิต เพียง 168 ยูนิต ในอาคารสูง 19 ชั้น ออกแบบสไตล์ Loft เพดานสูง 2 เมตร ได้วิวพาโนรามา ให้ความเป็นส่วนตัวด้วย Single Corridor แต่ละชั้นออกแบบให้มีห้องพักอาศัยเพียงฝั่งเดียว มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และเป็นตึกสูงตึกเดียวในย่านนี้ที่เน้นความเป็นส่วนตัว พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบริการสุด Exclusive มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการ Reception, Doorman, Bellboy และผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service รวมไปถึงอีกหลากหลายบริการ     ชื่อโครงการ PITI SUKHUMVIT 101 (ปีติ สุขุมวิท 101)  เจ้าของโครงการ Sena x Hankyu ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  1-0-97 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 19 ชั้น จำนวนยูนิต 168 ยูนิต (160 ห้อง LOFT และ 8 ห้อง Simplex)  ขนาดห้อง  1 BEDROOM (Simplex) พื้นที่ 33-33.5 ตร.ม.  จำนวน  8 ยูนิต 1 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 26-34 ตร.ม.  จำนวน 136 ยูนิต 2 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 49-52.5 ตร.ม. จำนวน 22 ยูนิต 3 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 68.5 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต   ที่จอดรถ 55% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Garden Valley Active Pavillion, Rooftop Garden, Co-Hobby Space, Fitness, Fight camp, Steam & Sauna, Infinity Pool, Jacuzzi, Valley Garden, TRX suspension exercise, Home Automation, EV Charger, Elite Services ปีที่สร้างเสร็จ 2655 ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง  85 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน  850 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วย Single Corridor มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี สถานที่ใกล้เคียง 101 The Third Place,เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา, เมกา บางนา, แม็คโคร, บิ๊กซี, โลตัส, โรงพยาบาลไทยนครินทร์, โรงพยาบาลสุขุมวิท              

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

  การสร้างหรือการซ่อมแซมบ้าน ปัจจัยหนึ่งที่มักทำให้งบประมาณบานปลาย  คือ ขาดการวางแผนและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ  คำนึงแต่เรื่องราคาถูกเป็นหลัก ทำให้เวลาเอามาใช้งานจริง ไม่ได้ตามมาตรฐานของงาน ผลงานจึงออกมาไม่มีคุณภาพ หรือเมื่อใช้ไปได้สักระยะก็ต้องมาเจอปัญหาเดิม  ต้องมานั่งรื้อนั่งซ่อมกันใหม่  ทำให้ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และอารมณ์  หงุดหงิดกับปัญหาซ้ำซากที่ต้องเจอบ่อยๆ   การเลือกใช้วัสดุจึงควรจะเน้นเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับแรก และพิจารณาเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา อายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องมาเสียอารมณ์ เสียเวลาแก้ไขปัญหาที่ตามมาภายหลัง แม้ว่าอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  แต่ถ้าคำนวณแล้วคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป  ก็น่าจะดีกว่าเลือกซื้อแต่ของถูกเท่านั้น   อย่างห้องน้ำหรือห้องครัวที่มีการปูกระเบื้อง ปัญหาสำคัญที่มักพบเสมอ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่ง คือ ยาแนวของกระเบื้องหลุดล่อน เกิดเปราะแตก น้ำรั่วซึม เกิดปัญหาราดำ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการใช้ยาแนวที่ไม่มีคุณภาพที่ดีมากพอ ไม่เหมาะกับประเภทกระเบื้อง ทำให้มีปัญหาภายหลังมากวนใจ กวนเงินในกระเป๋าเจ้าของบ้าน ให้ต้องตามแก้ตามซ่อมกันเสมอๆ   5 เทคนิคเลือกใช้ยาแนวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาเรื่องยาแนวกระเบื้องในภายหลัง  ลองใช้ 5 เทคนิคนี้เป็นแนวทาง ในการเลือกใช้ยาแนวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด   1.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะกับประเภทของกระเบื้อง เริ่มต้นของการเลือกยาแนวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือต้องเลือกให้เหมาะสมกับประเภทกระเบื้อง เช่น กระเบื้องแกรนิตโต้นิยมปูชิดเพื่อความสวยเนียน มีขนาดร่องเพียง 0.2-2 มม. ส่วนกระเบื้องเซรามิคทั่วไปมีร่องขนาด 3 มม. การเลือกยาแนวจึงต้องมีคุณสมบัติไหลลึกเหมาะกับร่องของกระเบื้องร่องเล็กปูชิด     2.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของกระเบื้อง กระเบื้องที่ปูในห้องต่างๆ ไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องทั่วไป ลักษณะการใช้งานก็แตกต่างกันไป เพราะสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน ห้องน้ำและห้องครัวอาจจะต้องเจอกับน้ำและความชื้นมากเป็นพิเศษ ทำให้อาจจะเกิดเชื้อรา หรือราดำตามร่องยาแนวได้ การเลือกใช้ยาแนวจึงต้องเลือกที่มีคุณสมบัติป้องกันราดำ และทนต่อกรดหรือสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดได้ดีกว่า เป็นต้น แต่ถ้าเป็นห้องทั่วไปภายในอาคาร ก็ควรเลือกกาวยาแนวที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ (Low VOC) ทำให้เกิดสภาพอากาศที่ดีทั้งระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย   3.เลือกสินค้าจากแบรนด์หรือผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ สินค้ายาแนวที่จำหน่ายในท้องตลาดมีอยู่มากมาย หลากหลายยี่ห้อ  และผู้ผลิต เหตุผลง่ายๆ ที่เราจะต้องเลือกสินค้าจากแบรนด์และผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ เพราะสินค้าจะมีคุณภาพและมาตรฐานตามที่เราต้องการใช้งานจริงๆ หากไปใช้สินค้าที่แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จัก แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามที่ได้โฆษณาไว้     4.เลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่ม เดี๋ยวนี้การผลิตสินค้ามีเทคโนโลยี และการพัฒนาที่ล้ำหน้าไปไกล ผู้ผลิตจึงมักเสริมคุณสมบัติพิเศษของสินค้า  เพื่อให้สินค้ามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้านำไปใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่เหนือกว่าสินค้าที่มีแค่คุณสมบัติพื้นฐาน หากราคาไม่แตกต่างกันมากนัก   5.ไม่เลือกสินค้าโดยพิจารณาแต่ราคาเป็นหลัก เรื่องราคาอาจจะเป็นปัจจัยหลักของหลายคนในการเลือกสินค้า แต่หากคิดให้รอบครอบ การเลือกสินค้าโดยคิดแต่เอาเรื่องราคาถูกเข้าไว้ก่อน นานไปก็ต้องมีปัญหาตามมาให้แก้ไข เพราะสินค้าราคาถูกก็ย่อมจะมากับคุณภาพพอประมาณ ถ้าคิดเฉพาะราคาสินค้าถูกก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่าลืมถ้ามีปัญหาต้องเสียเวลา และหาช่างมาซ่อมแซมเพิ่มเติม นี่คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เผลอๆ คิดแล้วอาจจะแพงกว่าการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ที่อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ และการเลือกจากขนาดถุงใหญ่กว่าก็อาจไม่ใช่คำตอบ ขนาดบรรจุควรเป็นขนาดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่เหลือเศษทิ้งจนต้องจ่ายเกินจำเป็น     ถ้าพูดถึงเทรนด์การใช้กระเบื้อง สำหรับใช้ปูห้องต่างๆ ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้กระเบื้องประเภทแกรนิตโต้ ได้รับความนิยมถูกนำมาใช้ในบ้านและคอนโดมิเนียมมากมาย เพราะมีทั้งความสวยงามและมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายประเภทในการใช้งาน แต่การเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งความสวยงามและอายุการใช้งานยาวนาน คงต้องมีกาวยาแนวที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันด้วย   บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตภัณฑ์กาวยาแนว  จึงได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัสเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้า ที่หันมาปูกระเบื้องแกรนิตโต้และกระเบื้องตัดขอบปูชิดกันเพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์กาวยาแนวไม่มีคุณภาพ หรือไม่เหมาะกับกระเบื้องแกรนิตโต้  ทำให้ห้องที่ปูกระเบื้องแกรนิตโต้ ประสบปัญหาภายหลังมากมาย อาทิ ปัญหาราดำ  น้ำซึม และเปราะแตก เป็นต้น  ซึ่งสาเหตุสำคัญคือยาแนวไม่ลงลึกไปในร่องของกระเบื้องได้เต็มประสิทธิภาพ  ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ต้องมาตามแก้ไขปัญหาภายหลัง จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจริงๆ   ลองมาดูกันว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีอะไรดีบ้าง  เพราะแม้ว่าจะมีขนาดถุงเล็กๆ แต่เต็มด้วยประสิทธิภาพ เรียกได้ว่า แก้ได้หมดจบทุกปัญหา   7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ที่ให้ประโยชน์มากกว่าในราคาสุดคุ้ม 1. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มี Deep Active Molecule ทำให้เนื้อกาวไหลตัวได้ลึก ยึดเกาะเต็มร่องเล็ก สำหรับร่องยาแนว ขนาด 0.2-5 มม. โดยเฉพาะกระเบื้องแกรนิตโตที่นิยมปูชิด แต่เต็มประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่า “เล็กแต่แรง” จริงๆ หมดปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เพราะสามารถไหลลึกกว่า 8 มม. หรือเต็มความหนาของกระเบื้องแกรนิตโต้ จึงไม่เกิดโพรงช่องว่างหมดปัญหาน้ำซึมผ่านได้ หากเป็นยาแนวธรรมดาทั่วไป จะยึดเกาะร่องเล็กสุดตั้งแต่ 1-5 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงมีโอกาสเปราะแตกง่ายกว่าสร้างปัญหาตามมาอีกมากมาย      2. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีเทคโนโลยีไมโครแบน ทำให้มีคุณสมบัติยับยั้งราดำและตะไคร่น้ำ ที่ถือเป็นปัญหาสกปรกกวนใจ แถมยังเป็นแหล่งเชื้อโรคอีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดราดำ เป็นเพราะเราละเลยและเลือกกาวยาแนวไม่ถูกประเภท ซึ่งส่งผลให้ยาแนวเปราะแตก มีน้ำซึม เกิดราดำในที่สุด     และเมื่อยาแนวหลุดล่อน น้ำจะซึมผ่านใต้แผ่นกระเบื้อง หากเป็นห้องน้ำชั้น 2 จะทำให้ฝ้ารั่ว ฝ้าพังเกิดความเสียหาย น้ำหยดลงเฟอร์นิเจอร์ และหยดลงพื้น จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด  ทำให้ทุกอย่างพังหมด ต้องหาช่างมาซ่อมแซม เสียค่าใช้จ่ายบานปลาย เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา เพียงเพราะมองข้ามเรื่องเล็กๆ เหล่านี้     3. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมีคุณสมบัติในเรื่องการแห้งตัวเร็ว สามารถเปิดใช้พื้นที่ได้ภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งปกติยาแนวทั่วไปนั้นกว่าจะแห้งสนิท หรือเปิดพื้นที่ใช้งานได้ ต้องใช้ระยะเวลา 12-24 ชั่วโมง เหมาะมากกับบ้านหรือคอนโดที่มีห้องน้ำเดียวและต้องใช้ทุกวัน     4. คุณสมบัติด้านการทนกรด และสารเคมีมากกว่ากาวยาแนวทั่วไป ทำให้หมดปัญหาและข้อกังวลใจหากใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่มีสารเคมีหรือกรดซึ่งไม่ต้องกังวลใจว่ายาแนวจะซึกกร่อนได้ เพราะหากเป็นยาแนวปกติทั่วไปนั้น มีคุณสมบัติพื้นฐานเพียงแค่ปิดร่องกระเบื้อง แต่ไม่ได้พัฒนาให้กาวยาแนวมีคุณสมบัติทนกรด ทำให้เมื่อใช้ไปได้ไม่นานก็เกิดปัญหาหลุดล่อน เพราะถูกกรดหรือสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทำลายยาแนว   5. นอกจากกาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส จะมีเทคโนโลยีไมโครแบน ลดปัญหาราดำแล้ว ยังมีสารไฮโดรโฟบิก ที่ช่วยลดคราบสกปรกฝังแน่น และลดการซึมน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุการณ์ทำให้กระเบื้องหลุดล่อนอีกด้วย หากเป็นยาแนวธรรมดา ที่ไม่ได้มีสารไฮโดรโฟบิก สิ่งที่เรามักพบเสมอคือ คราบสกปรกฝังแน่น เป็นคราบดำ เนื่องจากยาแนวนั้นเน้นแต่เพียงการปิดร่องกระเบื้อง เป็นคุณสมบัติพื้นฐานหลักเท่านั้น     6. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมี WCAC Technology ซึ่งช่วยในเรื่องของลดการเกิดคราบขาวได้ในหนึ่งเดียว เป็นคุณสมบัติพิเศษ   7. ผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตสินค้าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการทดสอบควบคุมตามมาตรฐาน ANSI A 118.6 (Unsanded), A 118.7 (Unsanded) มาตรฐานยุโรป EN 13888 CG2 และผ่านเกณฑ์การทดสอบตามมาตรฐานการประเมินอาคารเขียว หรืออาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม LEED v4 ในหัวข้อ Indoor Environmental Quality – IEQ (คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร) ด้วยวัสดุที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ   จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนวมีความสำคัญมากต่อการปูกระเบื้อง และไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ยาแนวอุดร่องกระเบื้องเท่านั้น แต่มีความสำคัญมากต่อการป้องกันปัญหาจุดเล็กๆ ที่อาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ ต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส ไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะมากวนใจภายหลัง แม้ว่าอาจจะมีราคาสูงกว่าสินค้าในท้องตลาด และมีขนาดบรรจุต่อถุงเพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่ได้มาก ประสิทธิภาพสูง บรรจุขนาดเหมาะกับพื้นที่ใช้งาน  เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวคุ้มค่าในระยะยาวถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “เล็กแต่แรง” เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และคุ้มค่าคุ้มราคามากเลยทีเดียว   หมายเหตุ : LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกาเป็นที่ยอมรับใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในการก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม : http://bit.ly/2B0ANyw  

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมตัวที่สองแล้วสำรับกลุ่มบริษัท แม็กซิมัสเอสเตท จำกัด โดยครั้งนี้เลือกทำเลสุทธิสารมาพัฒนาโครงการภายใต้คอนเซป “Live Your Life Prime” ใกล้ MRT สถานีสุทธิสารที่เดินถึงเพียงแค่ 4 นาที และยังอยู่ในละแวกที่เป็นชุมชน ตลาด และแหล่งอาคารสำนักงาน มีความโดดเด่นตรงที่ให้สเปคห้องมาแบบจัดเต็มแบบ Fully Furnished ในราคาที่จับต้องได้ง่าย เฉลี่ยเพียง 95,000 บาท/ตร.ม.   ชื่อโครงการ MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan (แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร )  เจ้าของโครงการ บริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน จํากัด ที่ตั้งโครงการ 58 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  1-2-86.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 218 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 27.9-30 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 40.95 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished  ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สระว่ายน้ำ jet pool ยาว 21 เมตร, Smart Locker, Co-working space, Co-kitchen space, Meeting room, Fitness, Sky-theater, โรงหนังลอยฟ้า, ลาน B.B.Q., ลู่วิ่งลอยฟ้า, Sky garden ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 95,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ สเปคห้องดีได้เฟอร์นิเจอร์ครบ ราคาจับต้องได้ง่าย  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสุทธิสาร สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยน มอลล์  

Holme Ekkamai 22-โฮล์ม เอกมัย 22 คอนโดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

Holme Ekkamai 22-โฮล์ม เอกมัย 22 คอนโดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

Holme Ekkamai 22 คอนโดมิเนียมโครงการแรกของเอส เอ ฟิวเจอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ตั้งอยู่ใน ซ.ปรีดีพนมยงค์ 41 ซึ่งสามารถทะลุไปยังซ.เอกมัย 22 เน้นความเป็นส่วนตัวทั้งจากที่ตั้งโครงการเอง และจำนวนยูนิตที่ไม่มาก เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งของคุณ โดยจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่าง 15 ต.ค. 62 ที่ ซัมเมอร์ฮิลล์ ติด BTS พระโขนง      ชื่อโครงการ Holme Ekkamai 22 (โฮล์ม เอกมัย 22)  เจ้าของโครงการ บริษัท เอส เอ ฟิวเจอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่ตั้งโครงการ ซ.ปรีดีพนมยงค์ 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  0-3-99 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 90 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 33.75-43.00 ตร.ม. 2 BEDROOM 60.50-77.25 ตร.ม. Duplex 66.75-101.00 ตร.ม. ที่จอดรถ 62% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ล็อบบี้, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, ห้องซาวน่า-สตรีม, สวนดาดฟ้า, ห้องเด็กเล่น, ห้องสมุด, Co-working Space, Shuttle Service ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 118,000 ประมาณ บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ความเป็นส่วนตัวสูงทั้งทำเลที่ตั้ง และจำนวนยูนิต 14 ยูนิต/ชั้น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน สถานที่ใกล้เคียง  บิ๊กซี เอกมัย, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลสุขุมวิท, DONKI Mall Thonglor, โรงเรียนนานาชาติเอกมัย, โรงเรียนแอ๊ดเวนตีสเอกมัย