การเดินทาง

ติดต่อโครงการ


U Delight @บางซ่อน สเตชั่น : รีวิวคอนโด

U Delight เป็นอีกแบรนด์คอนโดที่พยายามเกาะแนวรถไฟฟ้าอยู่กลายๆ หลายโครงการชูจุดขายเรื่องใกล้รถไฟฟ้าไว้ชัดเจน แต่พอลองไปดูจริงๆ ก็มีทั้งใกล้บ้าง ไกลบ้าง แต่สำหรับโครงการ U Delight @บางซ่อน สเตชั่น นับว่าอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าแบบจริงจัง ด้วยระยะทางไม่เกิน 120 เมตร จากหน้าโครงการก็ถึงทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนแล้วครับ

การเดินทาง

เนื่องจากตัวโครงตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกบ้านของ U Delight @บางซ่อน ทางโครงการคุยไว้ว่าระยะห่างจากหน้าโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าแค่ 120 เมตรเท่านั้น แต่ระยะเดินจริงๆ ก็บวกไปอีกนิดหน่อยถึงจะไปถึงตัวสถานี เพราะ 120 เมตรเค้านับถึงแค่ทางขึ้นเท่านั้นครับ แต่ถึงยังไงก็ยังถือว่าใกล้อยู่ดีนั่นแหละ จะไปไหนมาไหนก็สะดวกมากโดยไม่ต้องห่วงปัญหาเรื่องรถติด แถมสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนยังเป็นสถานี interchange ที่เชื่อมต่อกับทางรถไฟสายสีแดง จึงยิ่งเพื่มทางเลือกในการเดินทางให้มากขึ้นไปอีก

สำหรับการเดินทางด้วยรถส่วนตัวมายังโครงการก็ไม่ยากเย็นเลย เพราะทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนกรุงเทพ-นนทบุรีซึ่งตีคู่มากับถนนประชาชื่น จากถนนประชาชื่นสามารถเข้าซอยประชาชื่น 19 มาออกที่ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 32 ได้ แล้วเลี้ยวซ้ายมาอีกนิดหน่อยก็ถึง หรือจะเลือกวิ่งมาตามทางหลักถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี จากฝั่งวงศ์สว่างตรงมาเรื่อยๆ ที่ตั้งโครงการก็จะอยู่ทางด้ายซ้ายมือ แต่ถ้ามาจากฝั่งเตาปูนพอเลยสถานีตำรวจเตาปูนมาหน่อยก็เตรียมชิดขวากลับรถมาที่โครงการได้เลย นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ก็มีถนนอีกหลายสายที่ใช้เป็นเส้นทางเข้าออกเมืองได้เช่นกัน เส้นไหนติดมากก็เลี่ยงไปใช้อีกทางที่ติดน้อยกว่าได้ รวมถึงด่านทางด่วนรัชดาก็อยู่ห่างออกไปไม่เกินนัก จึงค่อนข้างสะดวกในการเดินทางสำหรับคนที่ต้องใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก

ส่วนใครที่ต้องการเดินทางด้วยรถประจำทาง หรือรถสาธารณะอื่นๆ ก็มีทั้งรถเมล์ที่วิ่งผ่านหลายสาย แถมป้ายรถเมล์ก็อยู่ถัดจากหน้าโครงการไปเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้การเดินทางด้วยรถเมล์ค่อนข้างสะดวกไม่แพ้วิธีการอื่นๆ เลย หรือถ้าจะใช้บริการแท็กซี่ หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็หาเรียกได้ตลอดทั้งวัน

แผนที่โครงการครับ

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ซึ่งจะอยู่ใกล้กับ MRT สถานีบางซ่อนประมาณ 120 เมตร นอกจากรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงแล้ว ยังมีรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ชื่อสถานีบางซ่อนเหมือนกัน ตั้งอยู่ใกล้ๆ ระยะทางประมาณ 540 เมตรอีกด้วย ซึ่งหากรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็นับว่าสะดวกมากเลยล่ะครับ แถมต่อจาก MRT บางซ่อนมาอีกสถานีเดียวก็จะเป็นสถานีเตาปู Interchange จุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับสีน้ำเงิน ให้เปลี่ยนรถเข้าเมืองได้อย่างสบายๆ เลย

วันนี้ขอเริ่มจากทางด่วนศรีรัช ฝั่งที่มาจากทางแจ้งวัฒนะนะครับ มาลงที่ถนนประชาชื่นแล้วให้เบี่ยงซ้ายเข้าถนนประชาชื่นนะครับ ระวังอย่าขึ้นสะพานนะครับ จะข้ามถนนประชาชื่นไปลงถนนรัชดาภิเษกแทน

เมื่อเจอถนนประชาชื่นให้เลี้ยวขวาไปทางประชานุกูลตามป้ายนะครับ

เมื่อเลี้ยวขวาออกมาแล้ว จะเจอ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น อยู่ทางขวามือ ให้ขับเลยไปอีกนิดเดียวก็จะเจอแยกประชานุกูลแล้วครับ

เมื่อถึงแยกประชานุกูลแล้ว ให้เลี้ยวซ้ายไปทางวงศ์สว่างตามป้ายเลยนะครับ ถึงตรงนี้ถ้าหากใครมาทางด่วนศรีรัชฝั่งขาออก ให้ลงถนนรัชดาภิเษก ก็จะเจอแยกประชานุกูลเหมือนกัน ให้ขับตรงไปทางวงศ์สว่างได้เลยนะครับ

จากนั้นขับตามถนนรัชดาภิเษกไปเรื่อยๆ จนถึงแยกวงศ์สว่าง

ก่อนถึงแยกวงศ์สว่างจะมีสะพานข้ามแยก ไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ ให้เบี่ยงออกซ้ายเพื่อที่จะไปเลี้ยงซ้ายที่แยกอีกที

พอถึงแยกวงศ์สว่างให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ไปทางเตาปูน ตามป้าย จากนั้นขับตรงไปตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี เรื่อยๆ นะครับ

ตรงนี้จะเป็นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน

มองมาทางซ้ายมือจะเป็นสถานีของรถไฟชานเมือง คือสถานีบางซ่อน

ตรงมาอีกนิดเดียวก็จะเป็น MRT สถานีบางซ่อน แล้วล่ะครับ

จากสถานี MRT บางซ่อนมาประมาณ 120 เมตร ก็ถึงสำนักงานขายของโครงการแล้วครับ จะมีป้ายบอกให้ไปจอดรถที่ไปรษณีย์บางซื่อซึ่งอยู่ข้างๆ สำนักงานขายนั่นเองครับ

เราก็เข้ามาจอดที่นี่ได้เลยครับ อยู่ติดกับโครงการเลย

นี่คือทางขึ้นลงรถไฟฟ้า MRT บางซ่อน ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 120 ม. หน้าตาจะต่างจากทางขึ้น BTS ที่เราคุ้นตา

วิเคราะห์ตัวโครงการ

โครงการ U Delight @บางซ่อน ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน ซึ่งเป็นสถานี interchange ที่เชื่อมต่อกับทางรถไฟสายสีแดง บริเวณรอบๆ จึงคึกคักมากพอสมควร เพราะบริเวณนี้เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาแต่เดิม ทำให้มีร้านค้า ร้านอาหารมากมายแต่ต้องเดินจากหน้าโครงการมาไกลอีกหน่อย แต่ด้วยระยะทางประมาณ 300-400 เมตร ก็ยังถือว่าเป็นระยะที่กำลังเดินได้สบายๆ ครับ บริเวณนี้มีทั้งตลาดสด ตลาดนัด และร้านอาหารเพียบ จึงไม่ต้องกลัวอดกันเลย ส่วนในระยะประชิดกับตัวโครงการก็มีที่ทำการไปรษณีย์ที่มีรั้วติดกัน ภายในยังมีร้านกาแฟเล็กๆ แถมฝั่งตรงข้ามก็มี 7-11 ด้วย ในแถบนี้จึงนับว่าอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียว

นอกจากนี้พื้นที่รอบๆ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4-5 ชั้นรายรอบ ซึ่งมีทั้งร้านค้า อู่ซ่อมรถ อู่ทำสี ปัญหาเรื่องกลิ่นสีอาจจะต้องลุ้นกันหน่อยว่าจะมีกลิ่นลอยมารบกวนมากแค่ไหน แต่เท่าที่เดินๆ ดูรอบๆ ก็ยังไม่พบปัญหานะครับ คิดว่าทางอู่คงมีการจัดการที่ดีพอสมควร ด้านหลังโครงการจะมีอาคารของศุภาลัย เวอเรนด้า รัชวิภา ขึ้นมาในระยะเกือบประชิด ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ส่วนด้านอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่มีตึกสูงอะไรมาบังวิวให้เสียอารมณ์เท่าไหร่ เรียกว่าห้องที่อยู่สูงๆ ก็จะได้วิวไกลสุดสายตากันไปเลย

U Delight @บางซ่อน เป็นคอนโด High Rise สูง 26 ชั้นครับ ตัวตึกรูปทรงเป็นเอกลักษณ์สไตล์ U Delight เลย ส่วนที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป โดยที่บริเวณส่วนหนึ่งของชั้น 5 ก็จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางซึ่งรวบรวมสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และมุมพักผ่อนไว้ด้วย ส่วนเรื่องที่จอดรถทางโครงการจัดไว้ให้ตั้งแต่พื้นที่ชั้น 1-4 นับรวมจอดแบบซ้อนคันแล้วก็สามารถจอดได้เกือบ 300 คัน แต่ว่าลูกบ้านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติมนะครับ ซึ่งก็แฟร์ดีสำหรับคนที่ไม่มีรถ นอกจากนี้ที่บริเวณชั้น 1 ด้านหน้าโครงการยังมีพื้นที่สวนใต้ร่มเงาของต้นจามจุรีต้นใหญ่ที่มีอยู่เดิม ซึ่งทางโครงการเลือกเก็บไว้และจัด Landscape บริเวณนี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นมุมพักผ่อนให้กับลูกบ้าน ส่วนใต้อาคารนอกจากจะเป็นพื้นที่ของล็อบบี้แล้ว ก็ยังมีร้านค้าอีก 6 ร้าน ซึ่งน่าจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ให้กับลูกบ้านได้มากขึ้น เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ทางโครงการจัดไว้ให้จึงนับว่าครบถ้วนดีสำหรับการอยู่อาศัยในคอนโด

ส่วนนี้เป็นแบบจำลองของอาคารครับ

ชั้น G รอบๆ ตัวอาคารจะเป็นที่จอดรถบางส่วน ในตัวอาคารจะเป็นเป็น Lobby และร้านค้าจำนวน 6 ยูนิต (ที่เห็นสีเขียวในแปลน) ส่วนด้านหน้าตึกจะเป็นสวนสำหรับพักผ่อนของลูกบ้าน

บรรยากาศด้านหน้าตึกจะติดกับถนนกรุงเทพ-นนทบุรีเลยนะครับ

สวนสีเขียวด้านหน้ามีจุดเด่นที่ต้นจามจุรีขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านในร่มเงาอยู่หน้าโครงการ

นี่คือต้นจามจุรีต้นจริงที่จะตั้งอยู่หน้าโครงการ

ชั้น 2-4 จะถูกใช้เป็นที่จอดรถ แต่ที่ชั้น 4 ส่วนหนึ่ง (ในกรอบสีแดง) จะถูกทำเป็น Fitness ซึ่งอาจจะทำให้เสียบรรยากาศไปหน่อยที่ต้องมาออกกำลังกายในชั้นที่จอดรถ

สระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 5 โดยมีพื้นที่สีเขียวรอบๆ สระ โดยชั้นนี้มียูนิตทั้งหมด 24 ยูนิต

หน้าตาของสระว่ายน้ำ 7×25 เมตร ระบบเกลือ ที่อยู่บนชั้น 5 ครับ

ส่วนชั้นที่ 6-26 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด ซึ่งแต่ละชั้นจะมี 24 ยูนิต

พาชมห้องตัวอย่าง

ที่สำนักงานขาย U Delight @บางซ่อน มีห้องตัวอย่างให้ชมแบบเดียวเท่านั้น คือห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ซึ่ง Layout ของห้องไม่ได้ต่างจากแบบห้องของ U Delight โครงการอื่นๆ เลย ดังนั้นใครที่เคยไปชมห้องของ U Delight มาแล้ว ก็น่าจะนึกภาพตามได้ไม่ยากครับ พื้นที่ห้องจัดมาไว้เป็นสัดส่วนตัว ห้องนอนและห้องครัวอยู่ด้านในสุดของห้อง ติดกับหน้าต่างและระเบียง ประตูห้องนอนเป็นประตูบานสวิงไม่ใช่กระจกบานเลื่อนจึงได้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง ห้องครัวเป็นครัวปิด โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน แบ่งพื้นที่ให้เห็นชัดเจน และในครัวก็มีชุดครัวมาพร้อมใช้งาน ทั้งเคาน์เตอร์ครัวและตู้เก็บของ แต่ด้วยพื้นที่ครัวที่ค่อนข้างจำกัด ทางโครงการจึงแบ่งเคาน์เตอร์ครัวเป็น 2 ฝั่ง เวลาใช้งานจริงอาจจะต้องหมุนตัวกลับไปมากันหน่อย ส่วนพื้นที่โซนด้านหน้าห้องด้านหนึ่งเป็นห้องน้ำ ซึ่งแยกส่วนแห้งส่วนเปียกไว้ให้เรียบร้อยด้วยฉากกั้นแบบเลื่อนได้ ส่วนพื้นที่นั่งเล่นก็มีขนาดกำลังพอดีตัว สามารถวางโซฟาชุดเล็กๆ ได้แล้วยังเหลือที่ให้โต๊ะกินข้าวอีกชุด หรือถ้าจะปรับแต่งให้ใช้สอยประโยชน์อื่นๆ แทนก็ได้เช่นกัน

เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่เห็นในห้องตัวอย่างว่าลงตัวกับพื้นที่พอดีเป๊ะๆ นั้น ถ้าอยากได้ต้องจ่ายเงินเพิ่มกันหน่อยนะครับ เพราะปกติทางโครงการขายให้เป็นห้องเปล่า ถ้าคิดว่าการหาเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งเองจะยุ่งยาก ก็แนะนำว่าให้เลือกซื้อห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์จะดีกว่า เพราะขนาดห้องที่ค่อนข้างกระทัดรัดและมีพื้นที่จำกัดจะทำให้เฟอร์นิเจอร์ไซส์มาตรฐานที่จะมาวางให้ลงตัวกับพื้นที่หาได้ยาก นอกเหนือจากห้องแบบนี้แล้ว ก็ยังมีห้องแบบ 2 ห้องนอนให้เลือกด้วย แต่ก็ต้องอาศัยดูตามแปลนเอาครับ ไม่มีห้องตัวอย่างให้ชม ถ้าใครเคยไปดูโครงการอื่นๆ ของ U Delight มาแล้วก็อาจจะได้เปรียบตรงที่อาจจะพอนึกสภาพห้องจริงออกได้ไม่ยาก ส่วนใครจะถูกใจเลือกห้องเปล่า หรือซื้อห้องพร้อมเฟอร์ฯ ก็แนะนำให้สอบถามรายละเอียดต่างๆ กับพนักงานขายให้ครบถ้วนนะครับ ว่าตกลงแถมอะไร มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนติดตั้งมาให้พร้อมห้องบ้าง ป้องกันความผิดพลาดและปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดภายหลังเนื่องจากผิดสเปคครับ

แปลห้องแบบ 1 ห้องนอน Couple ขนาด 30 ตารางเมตรนะครับ

ห้องตัวอย่างที่มีให้ชมกันคือแบบ 1 ห้องนอน Couple ขนาด 30 ตารางเมตร

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับส่วนของห้องนั่งเล่นก่อนนะครับ ซึ่งจะมีโต๊ะทานอาหารเล็กๆ ขนาด 2 ท่าน อยู่ข้างๆ โซฟาฝั่งที่ติดกับประตูห้อง

โต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ท่าน

สวิทช์ไฟที่อยู่หน้าประตูห้อง

ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีประมาณ 3 เมตรนะครับ ด้านหลังทีวีจะเป็นห้องน้ำ

ต่อจากห้องนั่งเล่นเข้าไปด้านใน จะเป็นห้องนอนอยู่ทางซ้าย และห้องครัวอยู่ทางขวาครับ

เรามาดูที่ห้องนอนกันก่อนดีกว่านะครับ สำหรับห้องนอนหากเพิ่มเงินให้โครงการ Built in ให้ก็จะได้หน้าตาแบบนี้เลยนะครับ

ด้านปลายเตียงจะมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางทีวีด้วยนะครับ

หน้าต่างจะทำแบบเข้ามุมให้ด้วยนะครับ

ตู้เสื้อผ้าจะเป็นแบบฝังผนังนะครับ จะมีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเลย

ข้ามมาดูที่ห้องครัวกันต่อนนะครับ

ห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนให้ด้วยนะครับ

ครัวค่อยข้างจะมีพื้นที่กระทัดรัตนิดนึงนะครับ

ตู้เย็นจะถูกจัดไว้ด้านในติดกับระเบียงห้องเลย

ซิ้งค์ล้างจานเป็นแบบฝังของ Hafele

อีกฝั่งจะเป้นเตาไฟฟ้า มีฮูดดูดควันและชั้นลอยเก็บของอยู่ด้านบน และช่องใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่างครับ

คอมเพรสเซอร์แอร์อยู่ตำแหน่งนี้นะครับ หันหน้าเข้าหาระเบียง ส่วนพื้นที่วางเครื่องซักผ้าจะอยู่นอกระเบียง ใต้คอนเพรสเซอร์แอรืตัวนี้แหละครับ

สุดท้ายเป็นห้องน้ำนะครับ

หน้าห้องน้ำจะมีตู้เก็บรองเท้าแบบนี้ให้ด้วยนะครับ

ห้องน้ำจะมีธรณีประตูเตี้ยๆ แบบนี้กั้นครับ

ตำแหน่งที่วางโถสุขภัณฑ์กับอ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกบานใหญ่

โถสุขภัณฑ์ของ American Standard

ห้องอาบน้ำจะมีกระตูบานเลื่อนปิดกั้นให้ด้วยครับ

รูปร่างหน้าตาของฝักบัวของ VRH ที่ได้ครับ

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

U Delight @บางซ่อน เป็นอีกหนึ่งโครงการที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ทำให้ลูกบ้านที่ซื้อห้องในโครงการมีโอกาสได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสำหรับเดินทางจริงๆ ไม่ต้องรอโครงการในอนาคตอื่นๆ ดังนั้นเรื่องการเดินทางสำหรับคนที่ไม่ใช้รถส่วนตัวจึงนับว่าสะดวกสบายมาก เพราะเดินนิดหน่อยก็ถึงตัวสถานีรถไฟฟ้าเลย แถมบริเวณใกล้ๆ ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกินเนื่องจากเป็นแหล่งชุมชมเดิม รวมถึงห้าง Big C วงศ์สว่าง และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ก็อยู่ใกล้ๆ เรื่องสาธารณูปโภคที่จำเป็นจึงนับว่าครบครัน เหมาะกับการอยู่อาศัยเลยทีเดียว ถ้าใครที่ต้องการที่อยู่อาศัยในย่านเตาปูน ประชาชื่น หรือต้องทำงานในระแวกนี้ โครงการ U Delight @ บางซ่อนจึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลย  แต่ในด้านของการลงทุนสำหรับปล่อยห้องเช่า บริเวณนี้อาจจะหาผู้เช่าได้ยากหน่อย เพราะค่อนข้างไกลจากแหล่งธุรกิจ และหน่วยงานราชการใหญ่ๆ ในขณะที่การลงทุนไว้เผื่อขาย ห้องในทำเลนี้ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตที่ดีอยู่ เพราะทำเลที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่เป็นสถานี Interchange จึงอาจจะทำกำไรและได้ผลตอบแทนจากการซื้อขายห้องได้

We Recommend
บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

Atelier Residence บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก Aland Development ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยการนำแนวคิด Oval Design ดีไซน์เพื่อความเป็นส่วนตัวที่สุด ไม่ถูกรบกวนจากภายนอกในแบบฉบับ Private Residence เพียง 8 ยูนิต แต่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกในซ.สหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์   ตัวบ้านสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีทั้งสวนหย่อม สระว่ายน้ำส่วนตัวยาว 20 เมตร ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้ดูโล่งสบาย แฝงกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของบ้าน เช่น ดินเผาสีเทาที่นำมาเป็นอิฐคุณภาพสูงทุกก้อน คอร์คยาร์คนำต้นไม้มงคล ซึ่งไม่ทำให้บ้านเสียหายในอนาคตมาวางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน   ชื่อโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเด้นซ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ 588 ซ.สหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ 7-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 5 ห้องนอน มีลิฟต์ส่วนตัว จำนวนหลัง 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 182 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,150 ตร.ม. แบบบ้าน Type A Zen style Type B Roman style ที่จอดรถ 6 คัน ราคาเริ่มต้น 138 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ มีความเป็นส่วนตัวสูงทั้งจำนวนยูนิต และการดีไซน์ตัวบ้านที่ไม่เหมือนใคร ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม ทำเลใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย และทางด่วนฉลองรัช จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง CrystalPark, CentralFestival Eastville, Central Plaza Grand Rama 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช   ภาพ exterior   ภาพ Interior  

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคำว่าคอนโดมิเนียม โดยนำเอาทำเลรอบๆ ที่มีความเป็นเมือง metropolitan กับธรรมชาติ suburban มาผสมผสานอัตลักษณ์ของ 2 บริบทนี้เข้าด้วยกัน   รอบโครงการได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆของอาคารตั้งแต่ทางเข้าของโครงการจนไปถึงชั้นต่างๆ ของตึกจนถึงบริเวณสูงสุดของอาคาร โดยลักษณะพื้นที่ในสวนในรูปแบบของ pattern ที่เป็นเส้นตรง มีการสลับกันระหว่างพื้นที่สีเขียว ทางเดิน และน้ำ ในส่วนของ facilities หลักของโครงการชั้น 30 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Wellness pool ที่ยาวกว่า 28 เมตร เป็นตัวเชื่อมวิวระหว่างฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหาเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนชั้น 38 และ Rooftop ถูกออกแบบอย่างมี Character และกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดให้มาใช้งาน อาทิ พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยมีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการทำสวนและปลูกผัก ส่งไปถึงการออกกำลังกายบนชั้น Rooftop ใช้สีสันฉูดฉาดชวน Active บนวิวเมืองสวยๆ และยังมีที่นั่งที่เป็น Net Hammock ดูยื่นออกไปนอกอาคารอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองวิวได้อย่างครบ 360 องศา   ภายในสร้างบรรยากาศการตกแต่งแบบร่วมสมัย คือ MODERN แต่ก็ผสมผสาน ART CULTURE แบบ RETRO ในรูปแบบ MODERN RETRO ที่สะท้อนการใช้งานศิลปะเข้ามาผสมผสานในทุกๆพื้นที่ ในส่วนของห้องพักมีความโล่งกว้างสามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงทั้งส่วนบุคคลหรืออยู่เป็นครอบครัว มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ถ่ายเทของอากาศได้ดี จากการออกแบบแปลนของอาคารทำให้ทุกห้องได้รับวิวทัศนียภาพที่สวยงามของสถานที่โดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิวเมืองหรือวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า และมีการประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบให้มีครีบที่ช่วยกันแดดแนวตั้งที่สามารถช่วยลดความร้อนและแสงที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ในบางส่วน โดยที่ไม่บดบังทัศนียภาพนอกอาคาร ชื่อโครงการ THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มหาชน ที่ตั้งโครงการ ถ.จันทน์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-2-60 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น  37 ชั้น จำนวนยูนิต 270 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 32.66 – 47.21 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 37.21 ตร.ม. 2 BEDROOM 58.96 – 90.32 ตร.ม. 2 BEDROOM  PLUS 88.14 – 88.17 ตร.ม.  3 BEDROOM 93.44 – 110.74 ตร.ม. PENTHOUSE 134.88- 188.76 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Auto Parking 270 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2565 ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีช่องนนทรี  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง Makro, Market Place นางลิ้นจี่, Central rama 3, The Up rama 3, Silom Complex,สวนลุมพินี, โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม THE ISSARA SATHORN ภาพ Facilities   ภาพ Interior

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

Ideo Chula-Samyan คอนโดที่ "คิดเพื่อชีวิตจุฬา" แค่ชื่อคอนเซปก็บ่งบอกคาแรคเตอร์ของโครงการนี้ได้ดี เพราะการออกแบบทุกพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ชาวจุฬา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่รู้จบตลอด 24 ชม. อาทิ Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop พร้อมฟรี Wifi 3x Facilities บน 3 ชั้นสูงสุดของอาคาร ท่ามกลางธรรมชาติให้ได้พักผ่อนไปกับวิวกลางเมือง   ชื่อโครงการ Ideo Chula-Samyan (ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน)  เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.วิภาวดี 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10210  พื้นที่โครงการ  3-1-45.5 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น อาคาร A สูง 34 ชั้น อาคาร B สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิต 773 ยูนิต  ขนาดห้อง  STUDIO 26-30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.5-41.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 45-48 ตร.ม. 2 BEDROOM  52-70.5 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 385 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ 400 เมตร จาก MRT สถานีสามย่าน อยู่กลางเมืองที่มีความสะดวกสบายรอบด้าน และ 3x Facilities ชั้นบนสุดของอาคารเต็มพื้นที่ 3 ชั้น เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมฟรี Wifi ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ สถานที่ใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สามย่านมิตรทาวน์, Siam Paragon, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, MBK Center, Silom Square, สวนลุมพินี, Chamchuri Square, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล BNH   3x Facilities     ด้านใน Facilities   Ideo Chula-Samyan เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. 62 Free iPhone 11 Pro Max* ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท      

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง