การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ  Unio Ramkhamhaeng – Serithhai (ยูนิโอ รามคำแหง-เสรีไทย)

เจ้าของโครงการ บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด

ที่ตั้งโครงการ  ติดริมถนนใหญ่ เสรีไทยซอย 10 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม

พื้นที่โครงการ  6-0-51 ไร่

ลักษณะโครงการ Low Rise

จำนวนอาคาร 3 อาคาร

จำนวนชั้น 8 ชั้น

จำนวนยูนิต อาคาร A จำนวน 252 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 252 ยูนิต และอาหาร C จำนวน 196 ยูนิต

ขนาดห้อง Studio 23.09 – 26.67 ตร.ม.

เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted

ที่จอดรถ 209 คัน ไม่รวมซ้อนคัน

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ชั้น G Common Room, Garden & Jogging Track, Lotus Pound & Sunket Seat, Swimming Pool, Fitness Room, ระบบรักษาความปลอดภัย CCTV, ระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ Key Card Acess

ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่

ราคาเริ่มต้น 1.19 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 55,000 บาท/ตร.ม.

ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม.

ค่ากองทุน 450 บาท/ตร.ม.

จุดเด่นโครงการ โครงการอยู่ติดริมถนนใหญ่ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เดินทางสะดวกอยู่ใกล้ทางด่วน ถ.วงแหวน และมอเตอร์เวย์ นอกจากนี้ในอนาคตมีรถไฟฟ้า BTS สายสีส้มและสีเหลืองมาเปิดให้บริการสถานีที่ใกล้ที่สุดคือรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีคลองบ้านม้า

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถเมล์

สถานที่ใกล้เคียง Paseo Town, The Mall บางกะปิ,  Big C Extra สุขาภิบาล 3, Lotus บางกะปิ, Makro บางกะปิ, โรงพยาบาลรามคำแหง, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลเวชชานี, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยนิด้า, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (วิทยาเขตหัวหมาก), สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน

 

ติดต่อโครงการ

เสรีไทยซอย 10 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม


Unio Ramkhamhaeng–Serithhai (ยูนิโอ รามคำแหง-เสรีไทย) คอนโดติดถนนใหญ่ ใกล้นิด้า

รีวิวฉบับนี้จะพาทุกท่านไปชมคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้นบนถนนเสรีไทยกับโครงการ Unio Ramkhamhaeng-Serithai  ภายใต้แบรนด์ Helix บริษัทในเครือ Ananda Development ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทั้งการเดินทางที่สะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบที่ครันบนถนนรามคำแหงและถนนลาดพร้าว ตัวโครงการอยู่ติดริมถนนใหญ่ คุ้มค่าในราคาที่สามารถจับต้องได้

 

 

 

ทำเล UNIO Ramkhamhaeng–Serithhai

 

ถนนเสรีไทยอยู่ฝั่งกรุงเทพฯตะวันออก  ตัวถนนมีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตรเชื่อมต่อจากปลายถนนลาดพร้าว ยาวไปต่อจนถึงสี่แยกมีนบุรี ซึ่งถนนเส้นนี้แม้จะเชื่อมต่อจากถนนลาดพร้าว  ที่เห็นได้ชัดเลยคือถนนยังคงเป็นชุมชนบ้านพักอาศัย 2 ชั้นเป็นหลักยังไม่ค่อยมีอาคารสูงเท่าไรนัก จึงทำให้เงียบสงบไม่วุ่นวาย และยังเป็นถนนคู่ขนานกับถนนรามคำแหงซึ่งเป็นแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกครับ

 

 

 

 

 

 

Unio Ramkhamhaeng – Serithhai ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนเสรีไทยฝั่งขาเข้าใกล้กับสี่แยกนิด้าไม่ไกลจากสถานที่สำคัญไม่น้อยเพียง 1 กิโลเมตร ห่างจากเดอะมอลล์บางกะปิ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายอย่าง Paseo Town, Big C Extra สุขาภิบาล 3, Lotus บางกะปิ, Makro บางกะปิ, โรงพยาบาลรามคำแหง, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลเวชชานี, มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (วิทยาเขตหัวหมาก), สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน

 

 

ในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์จะใกล้กับ ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในอนาคตจะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น คือสายสีเหลือง และสายสีส้มซึ่งทั้ง 2 สายนี้มีความสำคัญตรงที่จะวิ่งจากชานเมืองเขาสู่ตัวเมืองและกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในปปัจจุบัน โดยจะมีจุด Interchange สำคัญอยู่ที่แยกลำสาลีแต่สถานีที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุดคือ สายสีส้ม สถานีคลองบ้านม้าครับ

 

เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้มและสีเหลืองในอนาคต

 

 

 

 

ภาพรวมโครงการ

 

UNIO Ramkhamhaeng–Serithhai คอนโดมิเนียม Low-Rise บนพื้นที่ 6-0-51 ไร่ มีด้วยกัน 3 อาคารมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน จุดเด่นของโครงการโดยให้คำนิยามกับ 3 คำ (ใกล้ คุ้ม ครบ) โดยเริ่มจากคำว่า “ใกล้” ในที่นี้คือใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา, การเดินทางสะดวก ถัดมากับคำว่า “คุ้ม” คือคุ้มค่าในเรื่องของพื้นที่ห้องที่มีความเป็นสัดส่วน สร้างความเป็นส่วนตัว และสุดท้ายกับคำว่า “ครบ” นอกจากห้องดี ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบแล้ว ภายในโครงการมาพร้อมกับ Facility  ที่ครบครันเพิ่มความสะดวกสบายกับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น

 

เริ่มกันที่ทางเข้าโครงการซึ่งอยู่ติดริมถนนใหญ่ ในส่วนของทางเข้า-ออกเป็นระบบ Key Card Acess และมาพร้อมกับกล้องวงจรปิด CCTV กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก่อนที่จะพาไปชมห้องตัวอย่างแวะมาดูส่วนกลางของโครงการกันก่อนครับ โดยส่วนกลางจะอยู่ระหว่างกลางระหว่างอาคารพักอาศัยเริ่มจาก Play Ground สนามเด็กเล่นสำหรับหนูๆ ถัดมาเป็น Garden & Jogging Track พื้นที่ออกกำลังกาย Out Door สำหรับคนรักสุขภาพที่อยากสัมผัสบรรยากาศภายนอก มาต่อกันที่ Lotus Pound & Sunket Seat พื้นที่พักผ่อนหรือเป็นมุมโปรดอ่านหนังสือ พูดคุยกับเพื่อนบ้านโดยมีสระบัวล้อมรอบเพิ่มความผ่อนคลาย

 

 

 

ด้านในสุดเป็นส่วนของ Swimming Pool โดยแบ่งเป็นสระเด็กและผู้ใหญ้ไว้เป็นสัดส่วน มีเตียงสระว่ายน้ำให้ ส่วนอาคารด้านหลังสระว่ายน้ำเป็น Fitness Room สำหรับคนรักสุขภาพ ใต้ถุนอาคารเป็นพื้นที่นั่งเล่น นั่งทำงานเปลี่ยนบรรยากาศได้ครับ

 

เข้ามาภายในอาคารชั้นแรกจะเป็นส่วนของ Common Room ซึ่งเป็น Co-working Space หรือไว้เป็น Lobby ต้อนรับแขก ถัดเข้ามาก่อนขึ้นลิฟต์ด้านข้างจะพบตู้ล็อคเกอร์เก็บจดหมาย

 

 

 

 

Floor Plan

ทางเข้าออกโครงการมีทางเดียวอยู่ติดริมถนนใหญ่ อยู่บนถนนเสรีไทย เมื่อเข้ามาแล้วจะพบอาคาร A ซึ่งปลายปีนี้สามารถพร้อมโอนกรรมสิทธิ์เข้าอยู่ครับ ถัดมาจะเป็นอาคาร B และฝั่งตรงข้ามจะเป็นอาคาร C ซึ่งสามารถพร้อมเข้าอยู่ได้เลยครับ ส่วนตรงกลางระหว่างตึกจะเป็นส่วนของ Facility ที่ต่อกันเป็นแนวยาวเริ่มจากสวนและสนามเด็กเล่น ถัดมาเป็นบ่อบัวและพื้นที่นั่งเล่นยาวไปจนสุดจะเป็นสระว่ายน้ำ สุดท้ายคือ Fitness

 

 

 

Floor Plan ของอาคาร A ซ้ายมือสุดในปัจจุบันนี้เป็น sale gallery แต่ในอนาคตจะเป็นร้านสะดวกซื้อและเป็นส่วนของ Common Room ถัดมาชั้นแรกก่อนที่จะขึ้นลิฟต์เป็นส่วนของ Mail Box และห้องซักรีด ด้านนอกเป็นพื้นที่จอดรถ และห้องนิติบุคคลครับ

 

 

ในส่วนของ Floor Plan ชั้นที่ 2-8 เป็นส่วนของยูนิตพักอาศัย ซึ่งเริ่มที่

ยูนิต A 1-3 จะอยู่ในทิศใต้และมองเห็นวิวของ Facility ทั้งหมดของโครงการ

ยูนิต A 4-9 จะหันออกทางทิศเหนือมุมนี้จะหันออกหน้าโครงการซึ่งเป็นถนนใหญ่

ยูนิต A 10-23 จะอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะได้วิวนอกโครงการ

ยูนิต A 24-36 จะอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้จะได้วิวส่วนของ Garden & Jogging Track

 

 

 

 

ถัดมาเป็น Floor Plan ของอาคาร B และ C ซึ่งอาคาร B จะอยู่ต่อจากอาคาร A ส่วนของอาคาร C จะอยู่ตรงข้ามกัน ทั้งสองอาคารหันไปในทิศตะวันออกเฉียงเหนือเหมือนกันทั้งสองอาคาร แต่จำนวนยูนิตพักอาศัยของ 2 อาคารต่างกันคืออาคาร B มี 36 ยูนิตต่อชั้น ส่วนอาคาร C มี 28 ยูนิตต่อชั้น ชั้นแรกของ 2 อาคารเป็นส่วนของพื้นที่จอดรถและมี Lobby, Mail Box, ห้องซักรัดครับ

 

 

 

พาชมห้องตัวอย่าง

โครงการ Unio Ramkhamhaeng–Serithhai มียูนิตให้เลือกอยู่ 2 ยูนิต เป็นแบบห้อง Studio ขนาด 22.82 และ 26.40 เริ่มจากห้อง Studio ขนาด 22.82 ซึ่งความจริงแล้วเป็นห้องเปล่าไม่มีประตูกั้นห้องนอนกับห้องนั่งเล่น สามารถต่อเติมได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยช่วยเพิ่มความเป็นสัดส่วนของห้อง ในส่วนของห้องครัวถึงจะแยกออกมาเป็นครัวเปิดแต่แยกออกมาเป็นสัดส่วนได้ดีสำหรับผู้อาศัยที่ทำครัวหนักสามารถทำประตูกั้นเป็นครัวปิดได้ครับ และทางโครงการให้เครื่องปรับอากาศและ Built in ครัวให้กับทุกยูนิตครับ ซึ่งห้องตัวอย่างแบบแรกจะมีห้องตัวอย่างกับห้องเปล่ามาให้ชมเปรียบเทียบกันครับ

 

 

ในส่วนแรกเข้ามาจากประตูคือ Common Area ในส่วนของ Floor To Ceiling 2.6 เมตร ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบาย ไฟบนเพดานทางโครงการติดตั้งให้เป็นแบบไฟซาลาเปา ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้คือ Living Room  สามารถวางโซฟาสำหรับ 3 ถึง 4 ที่นั่งและวางชั้นวางทีวีได้อย่างเป็นสัดส่วนลงตัว

 

 

 

ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนซึ่งทางโครงการ Built in ประตูเลื่อนกระจกกั้นห้องให้ดูแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน ดูระเบียบ เตียงนอนสามารถวางขนาด Queen Size และยังพอมีพื้นที่เหลือด้านข้างเตียงวาง Side Table ได้ครับ ปลายเตียงยังมีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง หน้าต่างเป็นแบบก้นหอย ส่วนเครื่องปรบอากาศจะติดติ้งให้ที่ด้านบนหน้าต่างจากแบรนด์ Samsung

 

 

ออกมาจากห้องนอนจะเป็นทางเดินเพื่อเขาสู่ห้องครัว ด้านขวามือคือห้องน้ำ ภายในห้องน้ำมีกระจกเงาบานใหญ่และมีผนังยื่นออกมาสามารถวางของได้เพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น อ่างล่างหน้าเป็นแบบแขวนผนังจากแบรนด์ American Standard ด้านข้างเป็นโถสุขภัณฑ์ และต่อด้วยพื้นที่อาบน้ำโดยทางโครงการทำพื้นที่ต่างระดับแบ่งส่วนแห้งและเปียกไว้เป็นสัดส่วน ออกจากห้องน้ำเป็นส่วนของครัวซึ่งเป็นครัวปิดสำหรับใครที่ชอบทำครัวหนักสามารถทำประตูกั้นเป็นครัวปิดได้ครับ และโครงการ Built in เคาน์เตอร์ครัวมาให้พร้อมกับ อ่างล้างจานแบบฝังเคาน์เตอร์ พื้นที่ว่างด้านข้างเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นซึ่งจะเชื่อมกับระเบียงของห้อง

 

 

 

 

พื้นที่ระเบียงหลังห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคมีพื้นที่พอสามารถวางราวตากผ้าได้ ราวกันตกเป็นเหล็กสีดำ และทางโครงการวางท่อเพื่อติดตั้งเครื่องซักผ้าไว้ให้ครับ ด้านบนเป็น Condensing Unit

 

 

 

ถัดมาเป็นส่วนของห้อง Studio ขนาด 26.40 ซึ่งแผนผังภายในห้องมีขนาดเหมือนกับขนาด 22.82 เพียงแต่ได้พื้นที่ใช้สอยใน Common Area และส่วนของห้องนอนมากขึ้น ทำให้ห้องกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายมากขึ้น

 

 

ในส่วนแรกเมื่อเข้ามาจะเป็น Common Area ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างพอสามารถวางโซฟา L Shape และโต๊ะกลางก็ยังเหลือพื้นที่ทางเดินที่กว้างพอครับ

 

 

 

ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนซึ่งทางโครงการ Built in ประตูกระจกบานเลื่อน ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง 6 ฟุตก็ยังมีพื้นที่ข้างเตียงสามารถ Built in ชั้นวางของได้ตามแบบที่โครงการทำไว้เป็นตัวอย่าง ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่มากพอที่จะ Built in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ครับ

 

 

 

ออกมาจากห้องนอนเข้าสู่พื้นที่ของห้องครัวซึ่งเป็นครัวเปิด พื้นที่ด้านนี้สามารถกั้นประตูเป็นครัวปิดสำหรับผู้อยู่อาศัยชอบทำอาหารไม่ให้กลิ่นอาหารเข้าห้องได้ครับ ซึ่งทางโครงการให้เคาน์เตอร์ครัวมาพร้อมกับอ่างล่างจานแบบฝังเคาน์เตอร์และยังมีสวิตซ์ไฟที่เคาน์เตอร์ครัวให้ในตัวครับ ทางด้านซ้ายมือของเคาน์เตอร์ครัวเป็นห้องน้ำ ซึ่งด้านในสุดของห้องน้ำเป็นพื้นที่อาบน้ำโดยโครงการทำพื้นที่ต่างระดับแบ่งส่วนพื้นที่เปียกและแห้งไว้เป็นสัดส่วนฝักบัวอาบน้ำจากเบรนด์ American Standard ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Cotto

 

 

 

และสุดท้ายกับระเบียงหลังห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเป็นราวเหล็กโปร่งสีดำ มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าได้ครับ ด้านบนถูกติดตั้งด้วย Condensing Unit  

 

 

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งความเป็นส่วนตัว หรือการเดินทางที่สะดวกสบายและในอนาคตอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้มและสีเหลืองซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างอีกไม่นานเกินรอก็จะได้ใช้บริการกันแล้วครับ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกบนถนนรามคำแหงและถนนลาดพร้าว กับโครงการ UNIO Ramkhamhaeng–Serithhai คอนโดมิเนียม Low-Rise แต่คุณภาพดีเยี่ยมทั้งยูินิตอยู่อาศัย Facility ภายในโครงการที่ครบครับ ในราคา 1.19 ล้านบาทที่ใครๆ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้จาก Helix บริษัทในเครือ Ananda Development

 

 

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/