Promotion:

พิเศษรอบ VIP Day 18-20 พ.ค.นี้ THE STAR MILLION รับข้อเสนอรวมกว่า 10 ล้าน* จอง 8,888 บ.*

ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องผ่อน นาน 2 ปี พร้อมเปิดตัว The Wisdom Home บ้านอัจฉริยะ ราคาเริ่มต้นที่ 4.99-7.69 ล้าน*

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ บ้านกลางเมือง The edition พระราม 9-พัฒนาการ

เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ที่ตั้งโครงการ ถ.เลียบมอเตอร์เวย์ แขวงประเวศ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ

พื้นที่โครงการ 18-0-28.3  ไร่

ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม TERRARIA 3 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ

บ้านแนวคิดใหม่ NEW X-TREND 3 ชั้น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ

ที่จอดรถ 2 คัน

จำนวนหลัง 118 ยูนิต

ขนาดที่ดิน ทาวน์โฮมเริ่มต้น 18 ตร.ว.  

บ้านแนวคิดใหม่เริ่มต้น 35 ตร.ว.   

พื้นที่ใช้สอย ทาวน์โฮม 150 ตร.ม.

บ้านแนวคิดใหม่ 222 ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง clubhouse, สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ฟิตเนส, PLAYGROUND, PET PARK, กล้องวงจรปิด cctv, รปภ.ประจำป้อม, ระบบ Access Card เข้า-ออกโครงการ 

ปีที่สร้างเสร็จ 2562  

ราคาเริ่มต้น 4.99  ล้านบาท

เงินจอง ทาวน์โฮม 20,000 บาท บ้านแนวคิดใหม่ 50,000 บาท

เงินทำสัญญา ทาวน์โฮม 30,000 บาท บ้านแนวคิดใหม่ 50,000 บาท

ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ว.

จุดเด่นโครงการ ใกล้ทางด่วนถึง 3 สาย ทั้งมอเตอร์เวย์ กาญจนาภิเษก และศรีรัช ใกล้รถไฟฟ้าถึง 3 สาย คือ แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีส้ม (ในอนาคต)   

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง  แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีส้ม (ในอนาคต)   

จุดขึ้น-ลงทางด่วน มอเตอร์เวย์ ถ.กาญจนาภิเษก และทางพิเศษศรีรัช    

สถานที่ใกล้เคียง สนามบินสุวรรณภูมิ, เดอะ พาสิโอ ลาดกระบัง, ธัญญาพาร์ค, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์พาร์ค, รพ.วิภา ราม, รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์

 

ติดต่อโครงการ

ถ.เลียบมอเตอร์เวย์ แขวงประเวศ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ


บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ แบรนด์คุณภาพ ในทำเลศักยภาพ

ระยะหลังมานี้โครงการแนวราบในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกค่อนข้างคึกคักไม่แพ้โซนอื่นทีเดียวค่ะ เพราะการเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นกว่าแต่ก่อน และยังอยู่ไม่ไกลจาก New CBD รวมถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็อยู่ในโซนตะวันออกอยู่หลายสายเลยค่ะ ตรงนี้ทำให้ในอนาคตของคนที่อาศัยอยู่ในทำเลนี้จะยิ่งเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งในรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมโครงการที่มีให้เลือกทั้งทาวน์โฮมและบ้าน ในแบรนด์ระดับตำนานอย่าง “บ้านกลางเมือง” กันค่ะ

ทำเลศักยภาพที่แท้จริง

อย่างที่เกริ่นกันไปค่ะว่า กรุงเทพฯ โซนตะวันออกเป็นทำเลที่น่าสนใจมากทีเดียว แถมยังถือว่ามีอนาคตสดใสทั้งเรื่องการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ใกล้ใจกลาง New CBD และสำหรับโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ เองก็ตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าใกล้กับแยกประเวศ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องของการเดินทางที่แสนจะสะดวก เพราะอยู่ใกล้ทางด่วน อีกทั้งยังใกล้กับรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและที่กำลังเร่งก่อสร้างกันอยู่ด้วยค่ะ

  

ใกล้ 3 ทางด่วน และรถไฟฟ้า

 

ด้วยตัวโครงการที่ตั้งอยู่บนทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แน่นอนค่ะว่าถ้าใครที่ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิบ่อยๆ ก็จะยิ่งใกล้เข้าไปอีกเพียงแค่ 10 นาที ซึ่งมอเตอร์เวย์เองก็เชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชบริเวณถนนพระราม 9 ตัดกับถนนศรีนครินทร์เพื่อเข้าสู่ New CBD ได้สะดวกมาก นั่นหมายความว่าถ้าจะเลือกไปช้อปปิ้งที่เดอะไนน์หรือเซ็นทรัลพระราม 9 ก็ง่ายดายไปด้วยเช่นกัน หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินห้างยักษ์ใหญ่อย่างเมกา บางนา ดูของแต่งบ้านที่อิเกีย ก็สามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษกขับรถสบายๆ ประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็คือโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ไม่เกิน 10 นาทีค่ะ           

 

 

ความน่าสนใจของย่านนี้อีกสิ่งหนึ่งจะอยู่ที่รถไฟฟ้าค่ะ ทั้ง Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง ที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด ซึ่งเป็นสายที่เชื่อมระหว่างสนามบินหลักอย่างสุววรณภูมิเข้าสู่ตัวเมืองในปัจจุบัน และยังมีโครงการในอนาคตต่อขยายจากสายนี้ไปถึงสนามบินดอนเมือง ส่วนฝั่งสนามบินสุวรรณภูมิก็จะต่อออกไปทางภาคตะวันออกผ่านจังหวัดฉะเทริงเทรา-ชลบุรี ไปจนสิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาจากกรุงเทพฯ-สนามบินอู่ตะเภา เพียง 45 นาทีเท่านั้น ถือเป็น Mega Project สำหรับระบบขนส่งสาธารณะในบ้านเราเลยล่ะค่ะ สายถัดมาคือสายสีเหลืองค่ะ อยู่ใกล้โครงการที่สุดตรงสถานีพัฒนาการ บริเวณสี่แยกพัฒนาการ โดยสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2564 นี้สามารถต่อเข้าสู่ตัวเมืองได้ทั้งสถานีลาดพร้าวที่เป็น Interchange กับสายสีน้ำเงิน และสถานีสำโรง Interchange กับสายสีเขียวในปัจจุบัน และจากสถานีพัฒนาการ ห่างออกไปเพียง 2 สถานี ก็จะเป็น Interchange  กับสายสีส้มตะวันออก ที่ในอนาคตหากเสร็จสมบูรณ์ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกก็จะกลายเป็นสายที่มีความสำคัญอย่างมากค่ะ เพราะเป็นสายที่มาจากชานเมืองทั้งสองฝั่งแล้วผ่านเข้าใจกลางเมืองอย่างช่วงถนนรัชดาภิเษก-ราชปรารภ-ประตูน้ำ-หลานหลวง-สนามหลวง ซึ่งสายสีส้มตะวันออกนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2566

 

จะบ้านหรือทาวน์โฮม ก็มีให้เลือกรองรับได้ทุกความต้องการ

 

ภาพรวมโครงการ

บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ เป็นโครงการที่มีให้เลือกทั้งทาวน์โฮมกับบ้านแนวคิดใหม่อยู่ในโครงการเดียวกันค่ะ โดยทาวน์โฮมมีชื่อแบบเรียกว่า TERRARIA 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติ ยกพื้นที่สีเขียวมาไว้บนบ้านได้มากขึ้น ส่วนบ้านแนวคิดใหม่ คือ NEW X-TREND 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน เน้นพื้นที่กว้างๆ สำหรับอยู่กับครอบครัว วางแนวคิดในรูปแบบ “ELEGANCE DESIGN BY SPACE I STYLE I SMART ที่ผสานเส้นสายแห่งสายลม สู่บริบทแห่งความหรูหราเหนือระดับ”

 

ชมโครงการ

เริ่มกันตั้งแต่หน้าโครงการเลยค่ะ ลักษณะที่ดินจะหน้าแคบลึกเข้าไปกว้างด้านใน โดยลักษณะเช่นนี้จะทำให้บรรยากาศภายในโครงการเกิดความเงียบสงบมากกว่าที่ดินหน้ากว้างแล้วมีบ้านอยู่ติดริมถนนใหญ่ค่ะ ซึ่งเราจะพาไปชม Facility กันก่อนจะเข้าไปชมบ้านตัวอย่างกันนะคะ

Main Gate ใช้โทนสีขาวสลับอลูมิเนียมสีทองเพิ่มความโดดเด่น ซึ่งใช้ระบบ Access Card เข้า-ออกโครงการค่ะ 

 

 

 

 

Facility ของโครงการจะมีสวนสาธารณะที่เน้นดีไซน์เป็นเส้นโค้งตามสายลมธรรมชาติ และแบ่งโซน PLAYGROUND กับ PET PARK เอาไว้ด้วยค่ะ ส่วนสระว่ายน้ำระบบเกลือก็มีการแยกสระด็กเอาไว้ด้วย

 

 

 

ชั้น 2 ของ Facility จะเป็นห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ค่ะ

 

ได้เวลาไปชมบ้านตัวอย่างทั้งสอง 2 แบบกันแล้วค่ะ ซึ่งโครงการนี้ลูกบ้านจะได้บ้านเปล่านะคะ สามารถแต่งบ้านของเราเองได้อย่างอิสระ

 

บ้านตัวอย่าง NEW X-TREND

เรามาเริ่มกันที่บ้านแนวคิดใหม่ก่อนเลยค่ะ ซึ่งหน้าตาของบ้านแนวคิดใหม่ที่นี่เกือบจะเหมือนบ้านเดี่ยวเลยนะคะ ทุกหลังจะให้อารมณ์เหมือนได้อยู่บ้านแปลงมุม เพราะมีพื้นที่สวนสีเขียวส่วนตัวข้างบ้านเชื่อมต่อไปหลังบ้านทุกหลัง ทำให้รู้สึกได้พื้นที่เต็มๆ จัดสวนสวยๆ ได้อย่างใจ ส่วนพื้นที่ใช้สอยทั้ง 3 ชั้นรวมกันก็มีมากถึง 222 ตร.ม. หน้ากว้าง 11 เมตร ทำให้จอดรถได้ 3 คัน ซึ่งภายในบ้านชั้งล่างนอกจากจะมีห้องนั่งนั่งเล่น ห้องครัวแล้วยังมีห้องนอน 1 ห้อง สำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นบันไดด้วยนะคะ ชั้น 2 จะเป็น PENTHOUSE MASTER BEDROOM ห้องเดียวกว้างๆ ทั้งชั้น มีห้องน้ำในตัว และชั้น 3 จะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ เป็นบ้านที่เหมาะสำหรับการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ ค่ะ

 

หน้าบ้านจะมีหน้าต่างทรงสูง ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน และเฉลียงก่อนถึงประตูบ้าน

 

Digital Door Lock จากแบรนด์ Samsung สามารถปลดล็อได้ทั้งแบบสแกนลายนิ้วมือ คีย์การ์ด และรหัสผ่านค่ะ 

 

เข้ามาชมภายในบ้านที่ฝั่งซ้ายมือของประตูบ้านกันก่อนค่ะ ซึ่งไล่จากหน้าบ้านก็จะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ บันไดตรงกลาง และห้องครัวด้านในสุดค่ะ โดยพื้นของชั้นแรกจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบสีขาวทั้งหลัง และใช้ไฟ Downlight ทั้งหลัง 

 

ห้องนอนชั้น 1 นี้ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลายรูปแบบ รวมถึงใช้เป็นห้องนอนชั้นล่างที่ลงเตียงขนาดใหญ่ได้ และยังมีห้องน้ำอยู่ใกล้กัน สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกค่ะ

 

 

 

ภายในห้องนอนชั้น 1 มีพื้นที่สำหรับวางเตียงได้ 5  ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนออกไปทางหน้าบ้าน ซึ่งหน้าต่างและประตูกระจกทุกบานจะใช้ระบบ Double Lock ทั้งการล็อคตรงมือจับ และล็อคแบบก้นหอยอีกชั้นเพื่อความแน่นหนา 

 

 

ห้องน้ำทุกห้องของบ้านจะได้มาตรฐานเดียวกันค่ะ คือพื้นกับผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ได้สุขภัณฑ์มาตามที่เห็นครบชุดค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้า และฝักบัว

 

ถ้าบ้านไหนชอบทำครัวบ่อยๆ หรือครัวที่มีกลิ่นแบบอาหารไทยก็สามารถกั้นประตูให้เป็นครัวปิดในส่วนนี้ได้นะคะ

 

ประตูออกไปทางหลังบ้าน

 

 

 

ห้องครัวเราสามารถ Built in เคาน์เตอร์ครัวลักษณะ L shape แบบบ้านตัวอย่างนี้ได้เลยค่ะ โดยจะมีหน้าต่างบานเลื่อนเอาไว้ให้สำหรับเป็นจุดวางซิงค์ล้างจาน เพื่อการระบายความชื้นได้ดีกว่าค่ะ 

 

ห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ

 

 

 

จากประตูบ้าน เรามาชมทางฝั่งขวามือกันบ้างค่ะ ซึ่งบ้านจริงจะเป็นพื้นที่กว้างๆ สามารถจัดให้เป็น Living Room และโต๊ะทานข้าวสำหรับทั้งครอบครัวตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ได้ค่ะ โดยจะมีทั้งหน้าต่างบานเลื่อน และประตูกระจกล้อมรอบพื้นที่ ได้แสงสว่างเข้ามาเต็มๆ โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟเลยก็ได้นะคะ

 

ด้านข้างมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปข้างบ้าน มีชานบ้านยื่นออกไปเล็กน้อยก่อนจะเป็นสนามหญ้า

 

 

 

 

พื้นที่สีเขียวรอบบ้านจะเชื่อมต่อกันตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้านค่ะ ซึ่งมีขนาดพอเหมาะสำหรับคนเมืองที่ต้องการความผ่อนคลายด้วยพื้นที่สีเขียว แต่ไม่มีเวลาดูแลสวนที่มากจนเกินไป

 

 

กลับเข้ามาภายในบ้านแล้วขึ้นไปที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินไม่เกิดเสียงดังดูแข็งแรงดีค่ะ โดย Top บันไดใช้ไม้แข็งสีน้ำตาลเข้ม ราวบันไดใช้เหล็กโปร่งสีขาว ระหว่างชานพักบันไดแต่ละชั้นก็จะมีหน้าต่างช่วยเพิ่มแสงสว่างอยู่ด้วยค่ะ

 

ชั้น 2 จะเป็น PENTHOUSE MASTER BEDROOM ค่ะ โดยวัสดุพื้นของชั้น 2-3 จะเป็นลามิเนตค่ะ 

 

แอบมีพื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้เอาไว้ จะจัดให้เป็นมุมอ่านหนังสือ มุมของเล่นสำหรับเด็กๆ หรืออื่นๆ ก็ดีไซน์ได้ตามใจเลยค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับ PENTHOUSE MASTER BEDROOM จะเป็นห้องกว้างๆ ที่มีห้องน้ำในตัวและระเบียง ซึ่งห้องตัวอย่างที่เราเห็นนี้จะมีการทำพื้นที่ให้เป็น Walk In Closet อยู่หน้าห้องน้ำพอดี ใครที่มีเสื้อผ้าเครื่องประดับเยอะๆ ก็สามารถ Built in แบบนี้ได้เลยนะคะ ดูเป็นสัดส่วนแยกกัน แต่ยังคงเหลือพื้นที่กว้างๆ ตรงเตียงนอนอยู่ค่ะ 

 

 

 

ระเบียงหน้าบ้านกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง เป็นบานเลื่อนขอบอลูมิเนยีม ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ

 

 

 

ภายในห้องน้ำจะแบ่งส่วนแห้งเอาไว้ทางขวามือค่ะ อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนังมีตู้เก็บของข้างใต้ ส่วนเปียกจะอยู่ทางซ้ายมือเป็น Bath Tub ที่ติดตั้งฝักบัวมาให้ด้วยค่ะ ผนังด้านข้าง Bath Tub จะมีหน้างต่างบานกระทุ้งอยู่ด้านบน ทำให้สามารถระบายอากาศและความชื้นได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องอาศัยพัดลมดูดอากาศเพียงอย่างเดียวค่ะ

 

 

สุดท้ายของบ้านแนวคิดใหม่ที่ชั้น 3 ค่ะ จะมี 2 ห้องนอน แบ่งเป็นห้องทางฝั่งหน้าบ้านขวามือ และห้องฝั่งหลังบ้านซ้ายมือ ซึ่งมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องนอนค่ะ

 

 

 

 

 

เข้ามาดูในห้องนอนฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ ห้องนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ 2  จุด กลางห้องเราสามารถวางเตียงเดี่ยวได้ 2 เตียงแยกกันตามแบบห้องตัวอย่าง หรือจะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ได้นะคะ แล้วยังมีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง  ไปจนถึงโต๊ะทำงานได้อีกต่างหาก

 

 

ห้องน้ำจะจัดส่วนเปียกเอาไว้ที่มุมห้องด้านในสุดค่ะ โดยจะเป็นพื้นต่างระดับลงเป็นเล็กน้อย ถ้ากลัวน้ำกระเด็นเลอะเทอะก็สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำตรงมุมนี้ได้พอดีเลยค่ะ

 

 

 

ห้องนอนสุดท้ายทางฝั่งหน้าบ้านค่ะ พื้นที่กว้างพอที่จะวางเตียงขนาดคิงไซต์ได้เลย ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านขวามือของประตูห้องค่ะ

 

 

 

ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียกไว้ทางด้านซ้ายค่ะ สำหรับแบรนด์ของโถสุขภัณฑ์จะใช้ COTTO อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ และฝักบัวใช้ Prema

 

บ้านตัวอย่าง TERRARIA

มาต่อกันที่ทาวน์โฮม 3 ชั้นค่ะ หน้ากว้าง 5 เมตร จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่น ห้องครัว ที่สามารถรองรับทุกคนในบ้านได้สบายๆ ชั้น 2 จะมี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แต่ในบ้านตัวอย่างนี้แต่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ไว้เพื่อเป็นตัวอย่าง เนื่องจากจุดเด่นของบ้านแบบนี้คือ Flexible Wall สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตได้ลงตัวมากขึ้น และชั้น 3 เป็น MASTER BEDROOM ทั้งชั้น มีห้องน้ำในตัว ถือเป็นทาวน์โฮมที่ได้พื้นที่กว้างขวาง ไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ

 

 

 

เราไปดูกันที่ทาวน์โฮมตัวอย่างค่ะ ซึ่งหากเป็นแปลงมุมแบบนี้ก็จะได้พื้นที่ข้างบ้านยาวไปจนเชื่อมต่อกับหลังบ้านค่ะ ข้อดีของแปลงมุมแบบนี้ นอกจากจะได้พื้นที่มากกว่าแล้ว ยังได้มุมประตูกระจกด้านข้างเพิ่มขึ้น แสงสว่างก็มากตามไปด้วยค่ะ

 

หน้าบ้านมีเฉลียงออกมาเล็กน้อยสำหรับเป็นที่วางรองเท้า มีห้องเก็บห้องอยู่ด้านขวามือใกล้กับประตูบ้านที่เป็นประตูกระจกเขียวตัดแสงแบบบานเลื่อนค่ะ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประตูหรือหน้าต่างที่เป็นบานเลื่อนจะเป็น Double Lock ค่ะ อย่างที่ประตูหน้าบ้านนี้จะล็อคด้วยกุญแจ และมีตัวล็อคแบบก้นหอยอยู่ภายในอีกที 

 

 

บริเวณแรกจะเหมาะสำหรับเป็น Living Room แบบบ้านตัวอย่างนี้ค่ะ พื้นที่มากพอที่จะวาง L shape sofa ไว้นั่งเล่น นอนเล่นได้เลย ส่วนบันไดบ้านอยู่ทางขวามือถัดจากประตูบ้านค่ะ โดยชั้น 1 จะปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ 

 

ลึกเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวขนาด 4-6 ที่นั่งค่ะ และยังมีห้องน้ำ ห้องครัวอยู่ทางขวามือด้วย

 

 

 

ห้องครัวเราสามารถ Built in เคาน์เตอร์ครัวลักษณะ L shape ซึ่งหากครอบครัวไหนที่ใช้ครัวบ่อยๆ ก็แนะนำให้ติดประตูกระจกบานเลื่อนได้เลยค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นรบกวน เพราะส่วนครัวเองก็แบ่งมาให้เป็นสัดส่วนอยู่แล้ว และยังมีหน้าต่างบานกระทุ้งด้านในช่วยระบายกลิ่นได้อีก 

 

ห้องน้ำชั้น 1  จะมีเฉพาะส่วนแห้ง เหมาะสำหรับไว้รับแขกค่ะ แต่จะมีสุขภัณฑ์ต่างๆ มาให้ครบตามการใช้งาน ทั้งโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง และกระจกเงาค่ะ

 

แสงเข้าได้มากขึ้นแบบนี้ ทำให้สว่างได้ทั่วบริเวณชั้น 1 ทีเดียวค่ะ

 

 

บันไดโครงการคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวบันไดเหล็กโปร่งสีดำ ใช้ Top เป็นไม้เนื้อแข็งค่ะ ระหว่างที่พักบันไดมีพื้นที่เหลือมากพอให้ได้ใช้ประโยนช์ค่ะ เช่น Built in ชั้นวางหนังสือ ชั้นโชว์ของสะสม  ตู้เก็บของ ฯลฯ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ได้เลยค่ะ

 

สำหรับชั้น 2  จะประกอบไปด้วยห้องนอนทางซ้ายมือของภาพฝั่งหน้าบ้านค่ะ ห้องน้ำตรงกลางชั้น และพื้นที่อเนกประสงค์ทางขวามือ ส่วนวัสดุปูพื้นด้วยลามิเนตค่ะ

 

 

 

พื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นอีกหนึ่งห้องเผื่อมีแขกของคุณพ่อกับคุณลูกมาพร้อมกันก็สามารถมีพื้นที่แยกกันได้เป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือแม้แต่จะกั้นห้องเพิ่มเติมในอนาคตก็เหมาะเช่นกันค่ะ

 

 

 

ห้องน้ำจะปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค มีลูกเล่นตรงผนังส่วนเปียกจะใช้กระเบื้องโมเสกที่มีความมันเงา ซึ่งจะแยกส่วนแห้งเอาไว้ทางขวามือและส่วนเปียกทางซ้ายมือ โดยมีหน้าต่างกระจกทรงสูงบานเลื่อน สามารถมองออกไปเห็น Pocket Garden ส่วนตัวด้วยนะคะ

 

 

 

ภายในห้องนอนจะสามารถวางเตียงได้ถึง 6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ

 

 

 

Pocket Garden จะเชื่อมต่อกับห้องนอนของชั้น 2 ค่ะ สามารถสร้างพื้นที่สีเขียวส่วนตัวได้ใกล้แค่เอื้อมมือ ไม่ว่าจะมองจากห้องนอนหรือห้องน้ำก็ให้ความร่มรื่นได้

 

 

 

MASTER BEDROOM ชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ห้องกว้างขวางมากพอที่จะวางเตียงขนาดคิงไซต์กลางห้องได้ค่ะ พื้นที่ก็ยังเหลือ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ตามมุมต่างๆ ของห้อง 

 

 

ระเบียงพักผ่อนของห้องทางด้านหน้าบ้านนี้จะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเหล็กโปร่งสีดำ มีพื้นที่พอจะวางเก้าอี้เอาไว้นั่งรับลมค่ะ

 

อีกด้านเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ

 

 

 

 

ความพิเศษของห้องน้ำใน MASTER BEDROOM คือมีอีกหนึ่ง Pocket Garden ส่วนตัวค่ะ จะกั้นด้วยกระจกบานสวิงทรงสูง 2 ด้าน 

 

 

บ้านกลางเมือง The Edition พระราม9-พัฒนาการ เป็นโครงการแนวราบที่ดูหรูหราในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Facility ที่วางเส้นโค้งมนได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติรอบๆ ตัวทาวน์โฮมและบ้านแนวคิดใหม่เองก็ได้พื้นที่ใช้สอบกว้างขวางทั้ง Common area และ Private zone เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบความเงียบสงบ แต่ยังคงเดินทางได้สะดวกง่ายดายด้วยทางด่วนถึง 3 สายค่ะ

 

พิเศษรอบ VIP Day 18-20 พ.ค.นี้ THE STAR MILLION รับข้อเสนอรวมกว่า 10 ล้าน* จอง 8,888 บ.*

ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องผ่อน นาน 2 ปี พร้อมเปิดตัว The Wisdom Home บ้านอัจฉริยะ ราคาเริ่มต้นที่ 4.99-7.69 ล้าน*

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก https://bit.ly/2WbywwJ

 

 

 

 

 

โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888