ที่อยู่อาศัยครึ่งปีแรกเปิดใหม่ยังเจอวิกฤต จำนวนลดถึง37.3%เหลือมูลค่ากว่า1.18แสนล.​

ติดต่อโครงการ


E23cfcb7 9d44 4dd8 Ac8d A7b3c6f64eb7

ที่อยู่อาศัยครึ่งปีแรกเปิดใหม่ยังเจอวิกฤต จำนวนลดถึง37.3%เหลือมูลค่ากว่า1.18แสนล.​

ศูนย์ข้อมูลฯ เปิดเผยผลสำรวจภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยของ 27 จังหวัดสำคัญ พบว่า  การชะลอตัวอย่างมากถึง 32% ในด้านจำนวนที่อยู่อาศัยใหม่ ขณะที่มูลค่าลดลงถึง 37.3% เดินหน้าส่งสัญญาณเตือน เตรียมจัดสัมมนา “ตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งหลังปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ภายใต้วิกฤติโควิด-19” ​

 

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2564 จนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังประสบกับการแพร่ระบาดของไวรันโควิด​-19 ซึ่งรุนแรงมากขึ้น และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงเมื่อไร  ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2564 และภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศ  จากการสำรวจภาคสนามของศูนย์ข้อมูลฯ ถึงสภาวะของตลาดที่อยู่อาศัยใน 27 จังหวัดที่สำคัญ พบว่า มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของจำนวนที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ซึ่งมีจำนวนยูนิตเพียง 29,775 ยูนิต ลดลงถึง 32.0% และมีมูลค่า 118,667 ล้านบาท ลดลง 37.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

 

จำนวนที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ในกลุ่มของโครงการอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) มีการชะลอตัวลงมากกว่าโครงการบ้านจัดสรร โดยประเภทโครงการคอนโด​เข้าใหม่ในพื้นที่ 27 จังหวัด มีจำนวนประมาณ 8,769 ยูนิต ลดลง 46.0% มีมูลค่า 28,918 ล้านบาท ลดลง 53.3%​ ในขณะที่โครงการบ้านจัดสรรเข้าใหม่มีจำนวนยูนิตประมาณ 21,006 ยูนิต ลดลง 23.9% มีมูลค่ารวม 89,749 ล้านบาท ​ลดลง 29.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

Riec Vichai 2

การปรับตัวลดลงของจำนวนที่อยู่อาศัยเข้าใหม่เช่นนี้ ได้ส่งผลต่อภาพรวมของจำนวนที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในตลาดพื้นที่ 27 จังหวัด ณ ครึ่งแรก ปี 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 328,657 ยูนิต มูลค่ารวม 1,446,276 ล้านบาท จำนวนยูนิตลดลง 5.7% มูลค่าลดลง 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ไม่เพิ่มเติมสินค้าใหม่เข้ามาในตลาดมากนัก แต่จะเน้นการระบายสินค้าเดิมที่มีอยู่ออกไป เพื่อสร้างสภาพคล่องในการบริหารจัดการ

 

ในภาวะที่ยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้กำลังซื้อของผู้ที่ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัย และความสนใจในการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หรือเพื่อการลงทุนมีการชะลอตัวลงจนเห็นได้อย่างชัดเจนจากยอดขายที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในภาพรวม โดยพบว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2564 มีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ประมาณ 45,895 ยูนิต ลดลง 14.3% มูลค่า 195,803 ล้านบาท ​ลดลง​ 14.7% ​ ซึ่งพบว่าเป็นโครงการบ้านจัดสรรขายได้ใหม่ 27,489 ยูนิต 22.6% มูลค่า 124,219 ล้านบาท ลดลง 20.7%​

 

ในขณะที่โครงการคอนโดขายได้ใหม่จำนวน 18,406 ยูนิต เพิ่มขึ้น 1.8% และมูลค่า 71,583 ล้านบาท  ลดลง​ 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563  การที่คอนโด​ขายได้ใหม่มีจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นเพราะในปี 2563 มีฐานที่ต่ำมาก นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราดูดซับในภาพรวมลดลงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว

Reic 1h2021

แม้ยอดขายใหม่จะขายได้น้อยลง แต่ผลจากการที่จำนวนเข้าใหม่ในตลาดน้อยลงด้วย ส่งผลให้จำนวนยูนิตเหลือขายลดลงตามไปด้วย โดย ณ ครึ่งแรกปี 2564 มีที่อยู่อาศัยเหลือขายจำนวน 282,762 ยูนิต ลดลง 4.1% คิดเป็นมูลค่า 1,250,473 ล้านบาท ลดลง 4.9% ซึ่งนับได้ว่าเป็นการลดแรงกดดันของภาวะยูนิตเหลือขายในตลาดให้ลดความรุนแรงลง และสะท้อนว่าตลาดมีการปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศูนย์ข้อมูลฯ  ได้ส่งสัญญาเตือนตลาดมาอย่างต่อเนื่อง

 

เพื่อเป็นการสร้างความชัดเจนของข้อมูลการสำรวจในพื้นที่แต่ละภูมิภาคให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัย ศูนย์ข้อมูลฯ จึงได้จัดงานสัมมนา “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งหลังปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ภายใต้วิกฤติโควิด-19” โดยศูนย์ข้อมูลจะนำเสนอชุดข้อมูลที่เจาะลึกลงไปในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพที่แท้จริงของตลาดทั้งในส่วนของพื้นที่ขายดี พื้นที่ที่มีสินค้าเหลือขายมาก และระดับอัตราดูดซับ แยกตามประเภทที่อยู่อาศัย และระดับราคา เปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าและช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังจะได้นำเอา Big Data ที่มี Time Series กว่า 10 ปีมาประมวลผลเชิงวิเคราะห์และคาดการณ์ภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งหลังปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ในแต่ละภูมิภาครวมถึงการเปิดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนมุมมองทางการตลาดร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในวงการ อีกด้วย

 

งานสัมมนา “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ครึ่งหลังปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ภายใต้วิกฤติโควิด-19” ครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 (กรุงเทพฯปริมณฑลและภาคกลาง), 17 (ภาคเหนือและ EEC) และ 21 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันตก) ของเดือนกันยายน 2564 ในรูปแบบของ Online Seminar เพื่อสามารถเผยแพร่ข้อมูลให้เกิดการรับรู้ข้อมูลอย่างทั่วถึงและเป็นข้อมูลให้แก่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ใช้เป็นข้อมูลในการปรับแผนและกลยุทธ์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อไป

Reic 1h2021 1

บทความ Uncategorized ล่าสุด