การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Knightsbridge Sky-River-Ocean (รีวิวคอนโด)

Knightsbridge Sky-River-Ocean (รีวิวคอนโด)

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูโครงการ Knightsbridge Sky River Ocean ของ Origin Property ในทำเลสมุทรปราการกันครับ ซึ่งเราจะพามาอัพเดทความคืบหน้าของโครงการก่อนจะเริ่มให้ทยอยโอนห้องกันในเร็วๆ นี้แล้ว ดังนั้นภาพที่เห็นทั้งหมดก็จะเป็นภาพห้องในบรรยากาศจริงทั้งหมดเลยนะครับ

 

ทำเลและการเดินทาง

ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวในส่วนต่อขยาย โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานีสมุทรปราการ ซึ่งห่างออกไปเพียง 200 เมตรเท่านั้น ความโดดเด่นของทำเลนี้คือ สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณปากแม่น้ำ ถัดออกไปก็เป็นทะเลพอดี แถมถ้าวันไหนอากาศดีๆ ก็ยังสามารถมองเห็นวิวไกลไปถึงแนวเขาในชลบุรีเลยทีเดียวนะครับ และด้วยจุดเด่นของวิวสวยๆ นี่เอง จึงทำให้การออกแบบตัวอาคารเน้นให้เปิดรับวิวได้อย่างเต็มที่ ทุกยูนิตสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้ทั้งหมด อาจจะต่างกันตามองศาของตำแหน่งห้องบ้าง แต่ก็รับรองได้ว่าเห็นวิวแม่น้ำแน่นอนครับ

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราเริ่มจากบริเวณ BTS สถานีแบริ่งกันเลยนะครับ

เราขับตรงตามถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ เลยครับ

จะเห็นอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อยู่ฝั่งขวามือ

เลยอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง มานิดหน่อย จะเจอ BTS สถานีสำโรง เป็นสถานีแรกของส่วนต่อขยายจากสถานีแบริ่ง

เรายังคงขับตรงตามถนนสุขุมวิทไปทางสมุทรปราการไปเรื่อยๆ นะครับ

แล้วก็เจออีก 1 สถานีคือสถานีปู่เจ้าสมิงพราย

เลยจากสถานีปู่เจ้าสมิงพรายมาสักหน่อย จะเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียร อยู่ทางซ้ายมือ

ขยับมาอีกหน่อยก็จะเป็น BTS สถานีพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

เราก็ยังตรงต่อไปอีกนะครับ

สถานีต่อมาคือสถานีโรงเรียนนายเรือ จะตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือที่อยู่ฝั่งขวามือพอดี

เลยจาก BTS สถานีโรงเรียนนายเรือมานิดเดียวก็จะถึงโครงการแล้วครับ ตึกสูงๆ ที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่นแหละครับ

เลี้ยวซ้ายเข้าไปโลดดด..

นอกจากเรื่องวิวแม่น้ำแล้ว ที่ตั้งของโครงการยังอยู่บนถนนสุขุมวิท ไม่ต้องเข้าซอยอีกให้เสียเวลา สามารถเดินทางมาได้สะดวกทั้งทางรถไฟฟ้า และรถยนต์ส่วนตัว สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขุมวิท ทางด่วนกาญจนาภิเษก หรือถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ยิ่งถ้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ถนนหนทางก็น่าจะคล่องตัวมากขึ้น ส่วนคนที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็น่าจะเป็นตัวเลือกหลักที่ดีเลยทีเดียว ในขณะที่รถเมล์ หรือแท็กซี่ก็หาง่ายไม่แพ้กันนะครับ

 

ภาพรวมโครงการ

โครงการ Knightsbridge Sky River Ocean เป็น High Rise สูง 32 ชั้น ซึ่งถือว่าเป็นโครงการ High Rise เดียวที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยามากที่สุดของย่านนี้ ปัจจุบันบริเวณรอบๆ ยังไม่มีอาคารสูงขึ้นมาบดบังสายตาเลยนะครับ

วิวทางด้านหน้าโครงการ แน่นอนว่ารับวิวแม่น้ำไปแบบเต็มๆ ตากันเลย ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นวิวปากแม่น้ำ สามารถเห็นหอชมเมืองสมุทรปราการได้อย่างชัดเจน ซึ่งทั้ง 2 ทิศนี้เป็นทิศที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอาคารสูงใดๆ ขึ้นมาบังวิวได้อีก เนื่องจากฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นที่ดินติดริมแม่น้ำที่เหลือพื้นที่แคบมากๆ จนไม่สามารถขึ้นอาคารสูงได้อย่างแน่นอน ในขณะที่ทางทิศใต้ในรัศมี 500 เมตรรอบๆ หอชมเมืองสมุทรปราการ ก็ไม่สามารถสร้างอาคารสูงได้อีกเช่นกันครับ หันกลับมาทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกบ้าง ก็จะเป็น City View มองเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และส่วนมากยังเป็นอาคารเตี้ยๆ รวมถึงที่โล่งว่างของสมุทรปราการนั่นแหละครับ

ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการต้องบอกว่า เค้าจัดมากให้แบบเต็มๆ เลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้น G ที่มีทั้ง Lobby, Meeting Room, สวน และร้านค้าอีก 2 ร้าน บริเวณรอบๆ อาคารสามารถจอดรถได้ด้วยนะครับ แต่หลักๆ แล้วจะมีพื้นที่จอดรถที่ชั้น 2-7 ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ระบบจอดรถแบบอัตโนมัติ หรือ Robot Parking เพื่อประหยัดเวลาในการวนหาที่จอดรถนะครับ โดยลูกบ้านเพียงแค่ขับรถเข้ามาจอดในลิฟท์จอดรถ แล้วแตะบัตร ระบบก็จะทำการหาที่จอดรถให้เรียบร้อย ทั้งสะดวกและทันสมัยมากๆ เลยครับ

ชั้น G จะที่มีทั้ง Lobby, Meeting Room, สวนสไตล์อังกฤษ และร้านค้าอีก 2 ร้าน

ห้องสมุดที่อยู่ในส่วนเดียวกันกับ Lobby ที่ชั้น G

ห้อง Mail Box อยู่ที่ชั้น G นะครับ

ชั้น 2 ถึงชั้น 6 จะเป็นที่จอดรถระบบอัตโนมัติ

ทางเข้า-ออก สำหรับระบบจอดรถอัตโนมัติ หรือ Robot Parking

ส่วนพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 8 ขึ้นไปจะเป็นส่วนของที่พักอาศัย โดยแบ่งออกเป็นแบบ 1 Bedroom, 2 Bedroom, Duplex และ Penthouse ในขณะที่ Facility หลักๆ ทั้งหมดจะรวบรวมไว้ที่ชั้น 27 ได้แก่ สระว่ายน้ำ, Jacuzzi, Stream และ Fitness ในขณะที่ห้อง Yoga Room จะขยับไปอยู่ที่ชั้น 28 เหนือ Fitness โดยสามารถเดินขึ้นบันไดจากบริเวณนี้ได้เลย

ชั้น 8-26 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมดนะครับ มี 22 ห้องต่อชั้น

ชั้น 27 ห้องพักอาศัยจะน้อยลง เพราะพื้นที่ครึ่งหนึ่งจะเป็น Facility หลักๆ ของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ, Jacuzzi, Stream และฟิตเนส

บรรยากาศสระว่ายน้ำบนชั้น 27

อ่าง Jacuzzi ชมวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาและหอชมเมืองสมุทรปราการ

บรรยากาศในห้องฟิตเนส

เล่นฟิตเนสไปชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไป บรรยากาศดีสุดๆ

ห้องโยคะจะอยู่ที่ชั้น 28 เหนือห้องฟิตเนส

ชั้น 29-30 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดอีกครั้ง

พอขึ้นไปที่ชั้น 31 บริเวณนี้จะเป็น Sky Garden ขนาดกว้างเกือบเต็มพื้นที่ ซึ่งจะมีมุมนั่งเล่น บาร์ชมวิวกลางแจ้ง รวมถึง Sky Putting Green ที่จัดแยกไว้บนชั้น 32 นะครับ ถ้าใครได้มีโอกาสขึ้นมาชมวิวบนนี้คงจะติดใจอยากนั่งเล่นพักผ่อนนานๆ จนไม่อยากจะลงไปไหนเลยล่ะครับ

ชั้น 31 จะมีห้อง Penthouse อยู่ 2 ห้อง ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะเป็น Sky Garden เต็มพื้นที่

บรรยากาศ Sky Garden บนชั้น 31

เป็นพื้นที่เปิดโล่งให้ลูกบ้านได้ขึ้นมาเทควิวสวยๆ ของโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และตัวเมืองสมุทรปราการ

ชั้น 32 จะเป็น Sky Putting Green ไว้สำหรับโปรกอล์ฟมาประลองความแม่นกันบนชั้นสูงสุดของโครงการ

 

พาชมห้องตัวอย่าง

ทีนี้มาดูห้องตัวอย่างกันบ้างดีกว่า ตอนนี้ทางโครงการเปิดห้องตัวอย่างตกแต่งใหม่เอี่ยมให้ชมทั้งหมด 3 Type ครับ

เริ่มจากห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 25 ตร.ม. ซึ่งเป็นไซส์เริ่มต้นกันก่อน ห้องนี้จัดวาง Layout ไว้อย่างเรียบง่าย แต่ก็ลงตัวนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนแบ่งพื้นที่ห้องนอนให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ในขณะที่ Living Area ก็ยังมีพื้นที่มากพอให้ใช้สอยประโยชน์ได้อย่างเต็มพื้นที่ ทั้งวางชุดโซฟานั่งเล่น ชมทีวี หรือวางโต๊ะกินข้าวไว้ใกล้ๆ กับ Pantry ครัว ห้อง Type นี้จะเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย 1-2 คน มีข้าวของเครื่องใช้พอจำเป็น ไม่ได้มีพื้นที่เก็บของมากมายเท่าไหร่ ยิ่งเป็นคนโสดอยู่คนเดียวก็คงกำลังพอดีเลย

แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตารางเมตร

ที่นี่จะใช้ประตู Digital Door Lock ของ Samsung ทุกยูนิตเลยครับ

เค้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วนครัวที่ตั้งอยู่หน้าห้องก่อนเลยนะครับ

เคาน์เตอร์ครัวที่โครงการจัดไว้ให้จะได้ประมาณนี้นะครับ สิ่งที่โครงการให้มาด้วยจะสังเกตได้จากสติ๊กเกอร์ที่สีดำๆ ที่แปะไว้นะครับ

ท็อปครัวจะเป็นหินสังเคราะห์สีขาว

ซิงค์ล้างจานแบบหลุมของ Teka

เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka เช่นเดียวกัน

ด้านบนจะเป็นฮู้ดดูดควันของ Teka และเป็นตู้ลอยสำหรับเก็บของ

ด้านล่างเป็นจุดวางไมโครเวฟ พร้อมลิ้นชักเก็บของ

ฝั่งตรงข้ามกับครัวจะเป็นห้องน้ำ

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard เป็นหลักนะครับ ทั้งอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม ไม่มีที่วางของด้านข้างให้ อาจจะต้องติดตั้งเพิ่มเอาหน่อยนะครับ สำหรับสาวๆ ที่ของใช้เยอะๆ

โถสุขภัณฑ์ของ American Standard เช่นเดียวกัน

Shower Box จะเข้ามุมอยู่ด้านใน มีฉากกั้นให้เรียบร้อย

เข้ามาด้านในจะเป็นส่วน Living Area อยู่ต่อจากส่วนครัวเมื่อสักครู่

ด้านซ้ายมือจะเป็นจุดวางโซฟา โครงการวางโซฟา 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่ได้แถมให้ด้วยนะครับ ขนาดจะพอดีเป๊ะเลย

ด้านชั้นวางทีวีโครงการจะ Built-in ชั้นวางทีวีแบบนี้มาให้ด้วยนะครับ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา ถือว่าอยู่ในระยะที่พอดีเลย ไม่ใกล้จนเกินไป

ถัดจาก Living Area เข้ามาด้านในอีกจะเป็นส่วนของห้องนอน

จะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้นให้ด้วยนะครับ

โครงการจะให้เตียงมาด้วยนะครับ แต่ไม่ได้ให้ฟูก เตียงที่โครงการให้มาจะขนาด 5 ฟุต แต่ดูจากพื้นที่แล้ว ใครชอบเตียงใหญ่ๆ ก็สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้เลยนะครับ

ข้างเตียงมีพื้นที่เหลือพอโครงการเลยจัดโต๊ะทำงานไว้ริมหน้าต่างให้ดูเป็นไอเดีย ไม่ได้ให้มาด้วยนะครับ

มองออกไปเห็นหอชมเมืองสมุทรปราการและโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

ปลายเตียงโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งมาให้เรียบร้อย

ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นทางออกไปที่ระเบียง

พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร

สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงได้เลย

เหนือเครื่องซักผ้าจะเป็นจะแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ หันหน้าเข้าหาระเบียง

ห้อง Type ที่ 2 ยังคงเป็นแบบ 1 Bedroom นะครับ แต่ขยับไซส์ขึ้นมาอีกนิดที่ 30 ตร.ม. โดยประมาณ แน่นอนว่าขนาดห้องจะกว้างขึ้นกว่า Type แรก และมีการกั้นพื้นที่ห้องนอนด้วยผนังทึบเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในขณะที่ห้องครัวก็จะได้เป็นครัวปิดติดระเบียงแทน ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวเล็กๆ มากขึ้นครับ Living Area ก็กว้างพอที่จะมีมุมสำหรับโต๊ะทำงานเพิ่มมาอีกหน่อย หรือจะจัดการตกแต่งเพื่อการใช้งานในด้านอื่นๆ ก็ตามแต่ความต้องการได้อีกเช่นกัน

แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตารางเมตร

เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยนะครับ

ห้อง Type นี้ Living Area จะตั้งอยู่หน้าห้องเลย

โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

ส่วนชั้นวางทีวีก็ Built-in มาให้เหมือนเดิมครับ

ถัดเข้าไปด้านในจะแยกออกเป็น 2 ด้าน ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องครัว ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำ

หน้าห้องครัวโครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน ให้ดูเป็นตัวอย่าง

Type นี้จะได้ครัวแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้น

ชุดครัวก็จะคล้ายๆ กัน ขนาดใกล้เคียงกันกับ Type แรกนะครับ แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย

ท็อปหินสังเคราะห์สีขาวเหมือนเดิม

ซิงค์ล้างจานของ Teka

อยู่ติดกับเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka

มาพร้อมกับฮู้ดดูดครวัยี่ห้อเดียวกัน

จุดวางไมโครเวฟจะอยู่ด้านบน พร้อมตู้ลอยเก็บของ

ด้านล่างเป็นเก็บของพร้อมลิ้นชัก

ถัดไปด้านในจะเป็นระเบียง

พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร

ด้านบนเป็นจุดแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์

วิวที่ระเบียงมองออกไปเห็นโค้งแม่น้ำ

กลับเข้ามาดูที่ด้านในกันต่อ พื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำโครงการ Built-in เป็นโต๊ะทำงานไว้ให้ดูเป็นไอเดีย ชั้นลอยด้านบนโครงการ Built-in มาให้นะครับ แต่โต๊ะทำงานไม่ได้ให้ด้วย

ห้องน้ำจะใหญ่กว่าห้อง Type แรกอยู่สักหน่อยนะครับ สุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นของ American Standard เหมือนเดิม

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มีที่วางของเป็นแนวยาวให้ด้วย

กระจกเงาขนาดพอดีตัว

ติดกันจะเป็นโถสุขภัณฑ์

Shower Box จะกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน

พื้นที่ใน Shower Box ถือว่ากว้างขวางดีนะครับ ยืนอาบน้ำได้ถนัดหน่อย

มาถึงห้องนอน

โครงการวางเตียง 5 ฟุตมาให้เหมือนเดิมนะครับ แต่ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ King Size ก็มีที่เหลือพอให้วางได้

หน้าต่างที่ข้างเตียงจะเป็นบานกระทุ้ง 2 บานอยู่ด้านข้าง ส่วนตรงกลางและด้านล่างจะเป็นบาน Fix

ข้างเตียงอีกด้านโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งมาให้

มาถึงห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายซึ่งเป็น Type ใหญ่สุดที่เปิดให้เข้าชม ห้อง 2 Bedroom ขนาดประมาณ 61.50 ตร.ม. ห้อง Type นี้จะอยู่ในตำแหน่งห้องมุมโซนด้านหน้าโครงการ ซึ่งสามารถเปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบเต็มตาทั้ง 2 ห้องนอน เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับ Living Area ก่อน โดยพื้นที่บริเวณนี้จะยาวไปจนติดกับระเบียงขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นๆ นะครับ ครัวที่ได้จะเป็นครัวปิด มีประตูกระจกมาให้เรียบร้อย และมีพื้นที่ซักล้างตรงระเบียงห้องครัวมาอีกนิดหน่อย ขยับมาอีกโซนจะเป็นพื้นที่ของห้องนอน ซึ่งแบ่งเป็น Master Bedrroom มีห้องน้ำในตัวพร้อมอ่างอาบน้ำ และห้องนอนเล็กอีกห้องที่เราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานให้เป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ได้อีกเช่นกัน

แปลนห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 61.50 ตารางเมตร

เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเป็นโถงกว้างเลยนะครับ มองตรงไปจะเจอส่วน Dining Area ยาวไปถึงส่วน Living Area

ทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำห้องแรก

การจัดวาง Layout ในห้องน้ำ

สุขภัณฑ์ก็จะใช้ของ American Standard เหมือนกันนะครับ

โถสุขภัณฑ์วางอยู่ติดกับอ่างล้างหน้า

พื้นที่อาบน้ำค่อยข้างกว้างเลยนะครับ แต่จะไม่ได้ติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วย

กลับมาดูที่ส่วน Dining Area กันต่อ ก่อนจะเข้าไปที่โซน Living Area โครงการจัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ท่าน ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

ติดกันจะเป็นส่วน Living Area โครงการวางโซฟา 3 ที่นั่ง ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

ฝั่งชั้นวางทีวีโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีมาให้เรียบร้อย พร้อมชั้นวางของเล็กๆ น้อยๆ ด้านบน

ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาอยู่ในระยะที่พอดีเลยนะครับ ไม่ใกล้จนเกินไป

ระเบียงจะอยู่ต่อจาก Living Area กว้างประมาณ 1 เมตร

มองออกไปเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ฝั่งโรงเรียนนายเรือ

กลับเข้ามาในห้องโครงการ Built-in โต๊ะทำงานไว้ให้ตรงมุมห้องโถง

โต๊ะทำงานที่โครงการ Built-in มาให้

ครัวของห้อง Type นี้จะเป็นแบบปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้นอยู่

เคาน์เตอร์ครัวที่จะเหมือน Type 30 ตารางเมตร ที่เราดูมาเมื่อกี้เลยนะครับ

ด้านบนมีชั้นลอยเก็บของ พร้อมช่องวางไมโครเวฟ

ในห้องครัวจะมีระเบียงให้อีกจุดนะครับ เป็นที่วางเครื่องซักผ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์

จากห้องครัวมาจะแยกออกเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง เรามาดูห้องนอนเล็ก ที่อยู่ทางซ้ายกันก่อนนะครับ ในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาดประมาณ 3.5 ฟุตมาให้

ข้างเตียง Built-in ตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งมาให้เรียบร้อย

ส่วนในห้องนอนใหญ่โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้

มีช่องหน้าต่างอยู่ตรงหัวเตียง บานใหญ่จะเป็นบาน Fix มีบานกระทุ้งเล็กๆ อยู่ทั้ง 2 ด้าน

ข้างเตียงมีหน้าต่างให้อีกหนึ่งบาน

ข้างเตียงอีกด้าน Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาด 4 บาน พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้

ปลายเตียงโครงการ Built-in ชั้นวางทีวีมาให้ด้วย ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ก็จะอยู่ทด้านปลายเตียงเหมือนกันครับ

การจัดวางสุขภัณฑ์จะต่างกับห้องน้ำจะต่างจาก Type อื่นๆ ที่เราดูมานะครับ

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย แต่จะไม่ได้แยกกับ Shower Box นะครับ ต้องยืนอาบในอ่างอาบน้ำเลย

ห้องทุกห้องของโครงการขายกับมาแบบ Fully Furnished เลยนะครับ มีเฟอร์นิเจอร์ Built in มาให้เรียบร้อย ประตูห้องทุกห้องก็เป็นแบบ Digital Door Lock วัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างก็เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจัดได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคากันเลยทีเดียว ตัว Facility เองถึงแม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอลังการ แต่ก็จัดว่ามีครบครันมากกว่าหลายๆ โครงการที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาเทคโนโลยีการจอดรถอัตโนมัติมาใช้ ก็ถือได้ว่าเป็นคอนโดที่ทันสมัยมากๆ ในย่านนี้

โครงการ Knightsbridge Sky River Ocean นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนในย่านสมุทรปราการ หรือคนที่ทำงานหลักในย่านนี้อยู่แล้ว และอยากมีบ้านหรือคอนโดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดยที่ยังอยู่ในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก สามารถจับจองไว้อยู่อาศัยเอง และเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/