การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Rich Park 2 (รีวิวคอนโด)

ครั้งนี้จะพาไปดู คอนโดมิเนียมในแบรนด์ Rich Park 2@ เตาปูนอินเตอร์เชนจ์ แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านไหน แต่ถ้าจะใช้ชัดกว่านั้นก็ต้องบอกว่า คอนโดนี้ตั้งอยู่ระหว่างจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า 2 สาย สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) และสายสีม่วง (บางซื่อ-บางให่) จัดว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจเหมือนกันสำหรับการเลือกหาคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า

การเดินทาง

จากแยกวงศ์สว่าง วิ่งมาตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี มุ่งหน้ามาจนถึงแยกเตาปูน และเลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฎร์ สาย 2  ก็จะเห็นโครงการ Rich Park 2 ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวนั้นทำได้ไม่ยากเพราะสามารถเลือกเส้นทางเข้าเมืองได้ทั้งทางแยกวงศ์สว่าง วิ่งเข้าถนนรัชดา หรือจะเลือกขึ้นทางด่วนด่านรัชดาภิเษกตรงแยกประชานุกูลก็ได้ ในขณะที่เส้นทางฝั่งแยกเตาปูน สามารถไปขึ้นทางด่วนที่ด่านย่านพหลโยธิน ตรงถนนกำแพงเพชรได้อีกเหมือนกัน ถ้าหากว่าปกติอาศัยการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักอยู่แล้ว ก็ถือว่าสะดวกสบายมากๆ ทั้งเส้นทางเข้าเมือง และออกนอกเมือง

ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายหลักๆ นั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีน้ำเงินยังไม่เปิดให้บริการ แต่ถ้าหากมีการเปิดให้ใช้เมื่อไร ก็น่าจะเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวได้มากขึ้น เพราะทางขึ้นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สาย อยู่ห่างจากทางเข้าโครงการไม่เกิน 100 เมตร เอาเป็นว่าแค่ข้ามถนนมายังฝั่งตรงข้ามโครงการก็สามารถเลือกวิธีการเดินทางได้ตามความสะดวก แต่ในระหว่างที่รถไฟฟ้ายังไม่สามารถใช้งานได้นั้น ก็ต้องอาศัยการเดินทางด้วยบริการขนส่งมวลชนอื่นๆ ไปก่อน ทั้งรถเมล์ รถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ ซึ่งสามารถหาเรียกได้ง่าย ในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าเปิดใช้บริการเมื่อไหร่ การเดินทางมายังตัวโครงการก็จะสะดวกสบายมากขึ้นอีกหลายเท่าเลยทีเดียว

แผนที่ของโครงการ Rich Park 2

แผนที่รอบๆ โครงการ ใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สาย สายสีน้ำเงิน(บางซื่อ – ท่าพระ) และสายสีม่วง(บางซื่อ – บางให่) ประมาณ 80-100 เมตร

จากแยกวงศ์สว่างให้ขับตรงไปทางเตาปูน ซึ่งทางซ้ายจะไปถนนประชาชื่น และทางขวาไปสะพานพระราม 9

เมื่อเลยแยกวงศ์สว่างมาแล้ว ให้ขับตรงไปตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี

เมื่อขับตามถนนกรุงเทพ-นนทบุรี มาจนถึงแยกเตาปูน ให้เลี้ยวขวาไปทางบางโพ

จากนั้นขับตรงไปตามถนนประชาราษฎร์ สาย 2 อีกประมาณ 100 ม.

ก็จะเจอโครงการอยู่ด้านซ้ายมือ

วิเคราะห์ตัวโครงการ

ณ วันที่เราเข้าไปเยี่ยมชมโครงการ Rich Park 2 @ เตาปูนอินเตอร์เชนจ์ ตัวอาคารสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ และลูกบ้านก็เริ่มทยอยย้ายเข้ากันแล้ว ดังนั้นเราจึงมีโอกาสได้เห็นบรรยากาศในการอยู่อาศัยจริงได้ชัดเจนมายิ่งขึ้น รอบๆ โครงการแวดล้อมไปด้วยอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัยที่เป็นชุมชมเดิม ดังนั้นจึงมีทั้งร้านค้า แผงลอย ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ อยู่เป็นจำนวนมาก จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียว ถึงจะไม่ใช่แหล่งช็อปปิ้ง หรือย่านเศรษฐกิจการค้า แต่บรรยากาศก็คึกคัก มีผู้คนสัญจรไปมาพลุกพล่านไม่แพ้กัน นอกจากการจับจ่ายใช้สอยเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านค้าใกล้ๆ แล้ว ห้างที่ใกล้ที่สุดก็เห็นจะเป็นเทสโก้ โลตัส ประชาชื่น และ Big C วงศ์สว่าง ถึงจะไม่ใช่ห้างใหญ่หรูหรา แต่ก็พอให้พึ่งพาในการหาซื้อของใช้ที่จำเป็นได้โดยไม่ลำบากจนเกินไป เลยจากบริเวณนี้ไป ก็เห็นจะต้องเดินทางเข้าเมืองเป็นเรื่องเป็นราวกันเลยทีเดียว

กลับมาดูที่ตัวโครงการกันบ้าง Rich Park 2 เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 26 ชั้น ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก รูปแบบอาคารไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก เป็นเพียงตึกสูงเรียบๆ ทั่วไป บริเวณชั้นล่างแบ่งเป็นพื้นที่ร้านค้า รวมทั้งหมด 14 ห้อง ซึ่งยังเปิดให้บริการไม่ครบ เท่าที่เห็นตอนนี้ก็มีแค่ร้านซักรีดเท่านั้น ส่วนบริเวณร้านค้าอื่นๆ ยังเป็นห้องว่างๆ จึงยังไม่แน่ใจว่าจะในอนาคตอันใกล้ยังจะพอพึ่งพาร้านค้าในโครงการได้รึเปล่า ส่วนบริเวณที่พักอาศัยนั้น เริ่มกันตั้งแต่ชั้น 5 ในบางส่วน ซึ่งอยู่ใกล้กับ Facility ส่วนกลาง ถัดขึ้นไปที่ชั้น 6-26 จะเป็นพื้นที่ของห้องพักทั้งหมด ดูตามแปลนการจัดวางห้องของโครงการแล้ว ต้องบอกว่าแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว เพราะแต่ละชั้นมีจำนวนห้องมากถึง 34 ยูนิต ซึ่งนับยูนิตรวมทั้งโครงการก็มีมากถึง 720 ยูนิต ในขณะที่ลิฟท์โดยสารทางโครงการจัดเตรียมไว้แค่ 3 ตัวเท่านั้น เทียบเป็นอัตราความหนาแน่นอยู่ที่ 267 ยูนิตต่อลิฟท์ 1 ตัว ไม่อยากจะนึกภาพว่าเราต้องรอลิฟท์กันนานแค่ไหนถ้าทุกห้องต้องออกไปทำงานพร้อมๆ กันในช่วงเช้า

สำหรับ Facility ทั้งหมดของโครงการถูกจัดรวมไว้ที่ชั้น 5 ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และสวนหย่อม ส่วนเรื่องที่จอดรถก็นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับคนที่มีรถส่วนตัว เพราะนับดูคร่าวๆ ก็ไม่น่าจะจอดได้เกิน 50% ซึ่งรวมแบบจอดซ้อนคันไว้ด้วยแล้ว ใครที่ใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก ก็เตรียมปวดหัวกับการแย่งชิงที่จอดรถกันได้เลย นอกเหนือจากที่เห็นนี้ก็ยังไม่เห็นสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติม จากบรรยากาศคร่าวๆ ระหว่างเยี่ยมชมโครงการ ก็ต้องบอกว่ายังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะเรื่องความไม่พร้อมในหลายๆ ด้านที่ทางโครงการยังไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน เช่น เรื่องร้านค้าภายใน เรื่องที่จอดรถ รวมถึงเรื่องการบริการของพนักงานขายที่ออกจะใส่ใจลูกค้าน้อยไปซักหน่อย จึงอดไม่มั่นใจเรื่องบริการหลังการขายของโครงการหากต้องเข้าอยู่อาศัยจริง

ภาพจำลองรอบๆ โครงการ

Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 5 ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และสวนหย่อม

ชั้น G นอกจากส่วนของ Lobby แล้วยังถูกแบ่งเป็น Shop อีกจำนวน 14 ยูนิต

ชั้น 2 – 4 ถูกใช้เป็นที่จอดรถ คิดเป็น 50% รวมจอดซ้อนคัน

Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 5

ชั้น 6 – 25 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัย มีจำนวนยูนิตประมาณ 34 ยูนิตต่อชั้น

ส่วนชั้นบนสุดที่ชั้น 26 จะมียูนิตเหลือเพียง 12 ยูนิต และพื้นที่ส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่สีเขียวส่วนกลาง

พาชมห้องตัวอย่าง

อย่างที่บอกไปแล้วว่า เรามีโอกาสได้เยี่ยมชมโครงการ Rich Park 2 ในขณะที่โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นห้องตัวอย่างที่ได้ชมจึงเป็นห้องจริงที่ยังพอมีเหลือว่างอยู่บ้าง เรื่องตำแหน่งของห้องอาจจะเลือกมุมที่ถูกใจได้ยากขึ้น รวมถึงเรื่องราคาที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากตอนเปิดตัวอีกพอสมควร ดูจากการออกแบบจัดห้องในแต่ละชั้น ก็เห็นว่าทางโครงการค่อนข้างเน้นจุดขายด้านปริมาณมากกว่า เพราะห้องทั้งหมดเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน โดยมีขนาดพื้นที่เริ่มต้นอยู่ที่ 21 ตร.ม. และห้องใหญ่สุดก็พื้นที่ไม่เกิน 35 ตร.ม. ตำแหน่งในการจัดวาง เหลี่ยมมุม และเสาภายในห้อง จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องมีขนาดต่างกัน ส่วน Lay out แบ่งออกเป็นแบบหลักๆ  2 Type คือ Type A และ Type B ซึ่งต่างกันที่ผนังกั้นห้องนอน โดยห้องแบบ Type B จะใช้กระจกบานใหญ่แยกพื้นที่ห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ข้อดีก็คือ ทำให้บริเวณห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่โซนกลางห้องไม่อึดอัดจนเกินไป ส่วนห้อง Type A ซึ่งมีหน้ากว้างกว่า การจัดวางตำแหน่งห้องนอนจึงอยู่คนละด้านกับห้องนั่งเล่น ผนังห้องจึงเป็นผนังทึบปกติ

จากห้องตัวอย่างที่เรามีโอกาสได้ชม ต้องบอกว่าการจัด Lay out ห้องของ Rich Park 2 ดูไม่ค่อยจะลงตัวเท่าไหร่ ทั้งในเรื่องของเหลี่ยมมุมของห้องที่มีเสายื่นออกมา รวมถึงตำแหน่งในการติดตั้งทีวีในบางห้อง และตำแหน่งหน้าต่างที่มีเพิ่มเติมในห้องที่อยู่ตำแหน่งมุมตึก ซึ่งนอกจากจะดูแปลกจากที่เคยเห็นแล้ว ยังทำให้การตกแต่งห้องมีข้อจำกัดเพิ่มมากขึ้น เช่น ต้องติดตั้งผ้าม่านเพิ่ม หรือการเลือกซื้อ เลือกวางเฟอร์นิเจอร์ที่ในตำแหน่งใกล้หน้าต่าง ตำแหน่งที่วางทีวีไม่ตรงกับแนวโซฟา หรือการแยกเคาน์เตอร์ซิงค์ล้างจาน กับเคาน์เตอร์เตรียมอาหารไว้คนละฝั่ง ลักษณะภายในห้องจึงดูเหมือนว่าขาดๆ เกินๆ ยังไงชอบกล นี่ยังไม่นับรวมถึงตำแหน่งห้องที่มีผลกับวิวด้านนอกอาคารเลยนะครับ เพราะบางห้องก็ถูกบังวิวกันเอง มองออกไปเห็นแต่กำแพงอีกฝั่งของห้องที่อยู่ในตำแหน่งที่ยื่นออกมา จะเลือกตำแหน่งห้องนอกจากการไปดูห้องจริงแล้ว แนะนำให้กางแปลนห้องควบคู่กันไปด้วยก็นะครับ จะได้เห็นชัดๆ ว่าห้องไหนยื่นเลยออกไป ห้องไหนเว้าเข้าด้านใน เพราะเค้าเล่นออกแบบเป็นลูกคลื่นบังวิวกันเอง ไม่รู้ว่าคนออกแบบตั้งใจให้เป็นแบบนี้รึเปล่า

Type A ขนาด 30 ตารางเมตร

Type A1 ขนาด 29 ตารางเมตร

Type A2 ขนาด 28 ตารางเมตร

Type A3 ขนาด 35 ตารางเมตร

Type B ขนาด 30 ตารางเมตร

Type B1 ขนาด 35 ตารางเมตร

Type C ขนาด 35 ตารางเมตร

Type D ขนาด 21 ตารางเมตร

Type D1 ขนาด 21 ตารางเมตร

Type E ขนาด 35.50 ตารางเมตร

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

ข้อดีอย่างหนึ่งของโครงการ Rich Park 2 คือเรื่องทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชน มีตลาด และที่สำคัญคืออยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นสถานี Inter change ทำให้ทำเลแถบนี้มีศักยภาพในการเติบโตค่อนข้างสูง ถึงแม้ราคาห้องจะปรับตัวสูงขึ้นจากราคาเปิดตัวมาแล้วก็ตาม ในขณะที่ศักยภาพภายในของตัวโครงการเอง ค่อนข้างจะมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน คะแนนความน่าสนใจจึงถูกฉุดดึงให้ลดลงไปไม่มากก็น้อย สำหรับคนที่ต้องการห้องพักไว้อยู่อาศัยเอง ถ้าไม่ติดเรื่องที่ตั้งที่อยู่ห่างไกลย่านสำนักงาน แหล่งธุรกิจ หรือหน่วยงานราชการใหญ่ๆ ทำเลแถบนี้ก็ยังพอเดินทางไปมาได้สะดวกพอสมควร แต่ถ้าพิจารณาในส่วนของห้องพักแล้ว คงต้องแนะนำให้ไตร่ตรองกันดีๆ ว่าถ้าหากต้องเข้ามาอยู่อาศัยจริงฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในห้องจะใช้งานได้สะดวก เหมาะสมหรือไม่ ไหนจะเรื่อง Facility ภายในโครงการอีก ต้องคำนึงถึงการใช้งานว่าเราจะได้ใช้งานจริงแค่ไหน คุ้มค่ากับค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายรึเปล่า เช็คข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้ครบถ้วนนะครับ หาข้อมูลเพิ่มเติมกันให้มากหน่อยจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัว เสียใจกันภายหลัง

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/