ติดต่อโครงการ


The Excel Bearing (รีวิวคอนโด)

ครั้งนี้เราจะพาไปชมโครงการในย่านสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งกันอีกครั้ง แต่ย้อนมาทางซอยลาซาล หรือซอยสุขุมวิท 105 กันบ้าง อีกทำเลที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่มากไม่น้อยกับโครงการชื่อ The Excel Bearing ถึงชื่อจะอยู่แบริ่ง แต่อย่าเพิ่งสับสนนะครับ ยังไงก็ตามไปดูรายละเอียดกันก่อนดีกว่า

การเดินทาง

ถ้าพูดถึงทำเลในย่านนี้ อย่างที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ถือว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกมากๆ เนื่องจากเลี่ยงปัญหารถติดได้ดี ถ้าจะเดินทางมายังตัวโครงการสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีแบริ่ง แล้วเลือกลงที่ทางออกหมายเลข 1 เดินย้อนมาทางซอยสุขุมวิท 105 อีกเล็กน้อยครับ แล้วจะเลือกต่อ Shutter Bus ของทางโครงการก็สามารถไปขึ้นได้ที่หน้า 7-11 ซึ่งอยู่ปากซอยได้เลย หรือจะเลือกนั่งรถมอไซค์รับจ้างเข้าไปก็สะดวกดีเหมือนกัน ตัวโครงการตั้งอยู่ที่ซอยลาซาล 11 ซึ่งห่างจากตัวสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 900 เมตร เป็นระยะที่เดินกันเหนื่อยหน่อย แต่ถ้าชอบเดินและอยากออกกำลังกายกันเล็กๆ ก็เดินได้เพลินๆ ครับ เพราะเส้นทางในซอยมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะเลย อาจจะช่วยทำให้ลืมเรื่องระยะทางที่ต้องเดินไปได้ แต่ถ้ากลับบ้านมาดึกๆ ไม่แนะนำให้เดินนะครับ ถนนในซอยเปลี่ยวเลยทีเดียว

ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน การเข้าออกเมืองสามารถเลือกใช้เส้นทางด่วนด่านบางนาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ รวมถึงเส้นทางวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ หรือข้ามสะพานอุตสาหกรรม ก็เป็นที่ทางเลือกที่ไม่เลวเลย นอกจากนี้เส้นทางปกติอย่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ก็ยังเป็นเส้นทางเดิมๆ ที่เราอาจต้องใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสิ่งที่ต้องทำใจเผื่อไว้หน่อยก็คงเป็นเรื่องปัญหารถติดเท่านั้น ที่เหลือก็แค่จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็เท่านั้นเองครับ

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะในระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ คงต้องออกมาตั้งต้นกันที่ปากซอยลาซาล 11 เป็นอย่างน้อย แล้วค่อยเลือกต่อรถอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก เท่าที่เห็นก็น่าจะมีแค่รถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถแท็กซี่เท่านั้น ถ้าจะนั่งรถเมล์ไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ก็ต้องออกมาขึ้นรถที่ปากซอยสุขุมวิท 105 เลยครับ ถนนหนทางแถวนี้มีรถผ่านหลายสาย จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าจะต้องรอรถนาน ขอแค่รถไม่ติดอย่างเดียวเชื่อว่าไปไหนต่อไหนได้สบายดีทีเดียว

แผนที่โครงการ The Excel Baering

ทำเลโครงการ ตั้งอยู่ในซอยลาซาล 11 ถนนสุขุมวิท 105

จากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขับมาทางบางเรื่อยๆ จนถึงบางนา จะเจอป้ายสมุทรปราการ ให้เบี่ยงออกทางซ้ายเพื่อขึ้นสะพานไปทางสมุทรปราการ

เมื่อลงสะพานมาแล้ว จะเจอถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าไปสำโรง ทางซ้ายมือจะเป็น BITEC บางนา

ขับตรงไปตามถนนสุขุมวิท ผ่าน BTS สถานีบางนา ด้านซ้ายมือจะเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา

เมื่อผ่าน BTS บางนามาแล้วก่อนถึง BTS แบริ่งเล็กน้อย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาซาลหรือถนนสุขุมวิท 105

จะสังเกตว่า BTS สถานีแบริ่งอยู่ไม่ไกลจากปากซอยลาซาล

เมื่อเข้ามาในซอยแล้ว จะเห็น CenterPoint อยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งติดกันสำนักงานขายของโครงการ

CenterPoint Studio ที่ใช้ถ่ายทำรายการ The Voice Thailand เป็นจุดสังเกตอย่างเด่นชัดก่อนถึงสำนักงานขายโครงการ

บรรยากาศภายในซอยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตึกแถว แต่ก็จะมีร้านขายอาหารเป็นช่วงๆ

มาจนถึงซอยลาซาล 11 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยครับ หน้าปากซอยจะมี 7-11 และร้านขายอาหาร สังเกตุได้ง่ายครับ

หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการ น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวนะครับ เพราะจากจุดนี้ ไปถึงรถไฟฟ้าก็ไกลอยู่พอสมควร

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าซอยมาแล้วจะมีป้ายโฆษณาของโครงการติดอยู่ อย่าเข้าใจผิดนะครับตรงนี้ไม่ใช่ที่ตั้งของโครงการ ให้ขับตรงเข้าไปอีก

ที่ตั้งโครงการจะอยู่เลยเข้ามาอีกหน่อย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยแรก

ตรงเข้ามาอีกนิดเดียวก็ถึงตัวโครงการแล้วครับ

ตอนที่เราไปโครงการกำลังเริ่มวางรากฐานของอาคาร

วิเคราะห์ตัวโครงการ

ตัวโครงการจริงๆ ตั้งอยู่สุดซอยลาซาล 11 ซึ่งทางโครงการโชว์จุดเด่นไว้ว่ามีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน และได้วิวสนามกอล์ฟสีเขียวสบายตาครับ ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องแลกกับการเข้าซอยไปลึกและไกลจากแหล่งความเจริญบริเวณปากซอยอยู่พอสมควรเลย ถ้าใครเคยผ่านมาทางซอยลาซาลอยู่บ้าง คงจะพอนึกภาพออกว่า บรรยากาศในซอยนี้ค่อนข้างคึกคักเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ปากซอยก็มี 7-11 แล้ว ถัดเข้ามาก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว และตลาดนัดซึ่งอยู่โซนต้นๆ ของซอย ถ้าลึกเข้าไปหน่อยก็ยังมีตลาดสด โรงเรียนอนุบาลไปจนถึงโรงเรียนนานาชาติ ที่สำคัญบริเวณปากซอยลาซาล 11 ก็ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายอาหารสำเร็จรูป และร้านสะดวกซื้ออีกหลายแบรนด์ อาจจะเพราะบริเวณนี้มีสำนักงานและบริษัทใหญ่ๆ อยู่ด้วย ผู้คนในซอยเลยคึกคักหน่อยครับ แต่ถ้าอยากจะจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย ในรัศมีใกล้ๆ ก็ยังมีเซ็นทรัลบางนา, บิ๊กซี, เมกะบางนา ฯลฯ ให้พึ่งพาอาศัยได้

สำหรับตัวโครงการ The Excel เฟสที่เราไปดูนั้นเป็นเฟสที่ 2 นะครับ เฟสแรกอยู่ในซอยเดียวกันนี่แหละ แต่ค่อนมาทางปากซอยมากกว่าหน่อย ส่วนเฟสที่ 2 นี้เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น มียูนิตรวมแค่ 60 ยูนิตเท่านั้น จัดว่าเป็นจำนวนที่กำลังพอเหมาะสำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัวมากหน่อย เพราะไม่มีเพื่อนบ้านหนาแน่นให้หงุดหงิดใจ แถมบริเวณรอบๆ ที่ตั้งโครงการก็ยังเป็นที่ดินเปล่า และบ้านเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ ด้านหลังโครงการก็ติดกับสนามกอล์ฟราชนาวีเพียงแค่ถนนในซอยกั้น ถ้าไม่เงียบหรือไม่เหมาะกับการพักผ่อนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ตัวอาคารออกวางตามแนวที่ดินลึกเข้าไปด้านใน ทำให้จำนวนห้องที่เปิดรับวิวสนามกอล์ฟได้เต็มที่มีจำนวนจำกัด พื้นที่ชั้น 1 จัดสรรเป็นที่จอดรถใต้อาคาร ส่วนพื้นที่ส่วนกลางทั้งสระว่ายน้ำ สวนหย่อม และห้องฟิตเนสรวมกันอยู่ที่ชั้น 2 และชั้น 3 บางส่วน ตามรูปแบบคอนโด Low Rise ส่วนใหญ่ ตำแหน่งห้องของเฟสนี้ มีบางตำแหน่งที่อาจจะด้อยเรื่องวิวสนามกอล์ฟไปบ้าง เนื่องจากตำแหน่งห้องด้านที่ติดกับสนามกอล์ฟยื่นออกมาเล็กน้อย ทำให้ห้องเล็กซึ่งอยู่ติดกันโดนบังวิวไปเต็มๆ ถึงจะชดเชยมาให้ด้วยวิวสระว่ายน้ำ แต่ว่ายังไงก็ไม่เหมือนกันครับ เอาเป็นว่าถ้าเกิดเข้ามาดูที่โครงการเพราะหวังอยากได้ห้องที่มีวิวสนามกอล์ฟกว้างสีเขียวๆ สบายตาก็ต้องกัดฟันซื้อห้องใหญ่แถมต้องแย่งชิงกันนิดนึงเพราะห้องวิวดีๆ มีน้อยครับ เว้นแต่ว่าจะไม่ซีเรียสเรื่องวิวมากนัก ห้องตำแหน่งอื่นๆ ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ยังไงบริเวณรอบๆ ก็เป็นบ้านเดี่ยวอยู่แล้วไม่มีตึกสูงๆ ขึ้นมาบังตาแน่นอน

แบบจำลองโครงการครับ เป็นอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร

สระว่ายน้ำและฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2

เริ่มต้นกันที่ชั้น G นะครับ ที่จอดรถทั้งหมดของโครงการจะอยู่ที่ชั้น ซึ่งจะจอดได้ 23 คันในช่องจอด หากรวมจอดซ้อนคันแล้วจะได้ประมาณ 29 คัน

ถัดมาที่ชั้น 2 Facility หลักอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 ครับ และมีห้องพักอาศัยอยู่อีก 7 ยูนิต

ตั้งแต่ชั้น 3-7 รูปแบบแปลนจะเหมือนกันครับ คือจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด จะมีจำนวนยูนิตอยู่ที่ชั้นละ 9 ยูนิต

ส่วนชั้นสุดท้ายที่ชั้น 8 จะคล้ายๆ กับชั้น 3-7 แต่จำนวนยูนิตจะมีเพียง 8 ยูนิต เนื่องจากมีห้อง Penthouse ขนาด 49 ตารางเมตรอยู่ด้วย

พาชมห้องตัวอย่าง

ที่สำนักงานขายมีห้องตัวอย่างให้ได้ชมกันหลายแบบ เริ่มกันตั้งแต่ห้อง Type A ซึ่งมีลักษณะแบบ Studio เริ่มต้นที่ขนาด 24 ตร.ม. โดยประมาณ ห้องแบบนี้จะค่อนข้างกระทัดรัด แต่ในขณะเดียวกันการจัดวาง Lay out ภายในห้องก็ค่อนข้างเป็นสัดส่วน ห้องครัวและห้องน้ำอยู่รวมกันที่ด้านหนึ่ง ถ้าดูในห้องตัวอย่างจะเห็นว่ามีประตูกั้นเรียบร้อยทำให้ได้ครัวแบบปิด ซึ่งจะช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนขณะทำอาหารได้ดี แต่ห้องที่ขายจริงๆ ไม่มีประตูบานเลื่อนตรงนี้มาให้นะครับ ถ้าอยากได้ก็ต้องติดตั้งเพิ่มกันเอง มุมกินข้าวทางโครงการเลือกตกแต่งในมุมที่ติดกับหน้าต่างในห้องนอนเพื่อเป็นไอเดียให้เห็นภาพแบบคร่าวๆ ครับ พื้นที่ใช้สอยภายในห้องดูครบถ้วนดีครับ โดยเป็นไปอย่างพออยู่พออาศัยแบบคนเดียวมากกว่า

ห้องแบบถัดไปเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะมีการแบ่งกั้นพื้นที่ห้องนอนให้ชัดเจนขึ้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน Lay out ของห้องนี้ดูๆ ไปแล้วจะให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับห้องของ LPN อยู่ไม่น้อยเลย ทั้งตำแหน่งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ แทบจะถอดแบบกันมาเลยก็ว่าได้ ต่างกันแค่ขนาดพื้นที่ห้องก็เท่านั้นเอง ถ้าใครเคยไปดูห้องของ LPN บ่อยๆ น่าจะจำแบบกันได้อยู่แล้ว พอเห็นห้องนี้เลยไม่น่าแปลกใจถ้าจะรู้สึกคุ้นหูคุ้นตา

ห้อง Type D เป็นห้องอีกแบบในลักษณะ 1 ห้องนอน แต่มีการจัดวาง Lay out ห้องที่ต่างออกไป เพราะห้องนี้จะได้หน้ากว้างในพื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม. โดยประมาณ พื้นที่ห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัวจะอยู่คนละด้านโดยมีห้องนั่งเล่นเป็นจุดเชื่อมต่อกลางห้อง ห้องแบบนี้จะให้ความรู้สึกว่าห้องมีขนาดกว้างมีพื้นที่ใช้สอยเยอะเลยทีเดียว ตัวห้องนอนถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนที่พอเปิดกว้างแล้วพื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมต่อยาวไปกับห้องนั่งเล่นจนเหมือนกับเป็นห้องเดียวกัน ข้อดีคือทำให้ห้องดูโล่งโปร่งถึงกัน แต่ข้อเสียคือ ตำแหน่งที่วางโซฟาจะบังประตูห้องนอนบางส่วน ในขณะที่ตำแหน่งปลายเตียงนอนไม่สามารถแขวนทีวีได้  ถ้าอยากนอนดูทีวีสบายๆ อาจจะต้องอาศัยเปิดประตูห้องไว้แล้วดูทีวีที่แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่นไปเลย แต่ก็อีกนั่นแหละครับ ทุกอย่างมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้พอดิบพอดีขนาดนั้น เพราะตำแหน่งที่จะแขวนทีวีได้ก็ดันอยู่ค่อนไปทางขวาติดกับระเบียง รวมถึงประตูห้องนอนก็ไม่ใช่ประตูบานใหญ่สูงจรดเพดาน จากที่คิดว่าในห้องแบบนี้น่าจะออกแบบมาได้ดี มันเลยกลายเป็นดูขาดๆ เกินๆ ไปหมด

ถ้าใครได้ไปดูห้องตัวอย่างของโครงการ The Excel แนะนำว่าให้ลองพิจารณากันให้รอบคอบกันนิดนึงนะครับ ลองคุยกับพนักงานขายเยอะๆ หน่อย เพราะถึงตัวห้องจะขายมาให้เป็นห้องเปล่าๆ มีแค่ชุดครัวและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ แต่กลับมีวัสดุ หรือ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่เราเห็นในห้องตัวอย่างกลับไม่มีมาให้พร้อมกับห้อง ยกตัวอย่างชัดๆ เลยก็คือ ประตูเลื่อนของห้องครัว ฉากกั้นอาบน้ำและกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ ทางโครงการแปะสติ๊กเกอร์ไว้ชัดเจนว่าเป็นของตกแต่งไม่มีแถมมาด้วยนะ เล่นเอางงกันไปเลยทีเดียว ถ้าไม่อยากพลาดมีปัญหาของไม่ตรงตามห้องตัวอย่างอย่าลืมสอบถามสเป็คกันให้ถ้วนถี่นะครับ

เริ่มกันด้วยห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม.

เมื่อเข้ามาแล้วเราจะเจอกับห้องรับแขกก่อนเลยนะครับ ซึ่งก็จะอยู่ติดกับห้องนอน เนื่องจากโครงการนี้จะขายแบบ Fully Furnished เฟอร์ที่ได้ก็จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานอย่าง โซฟา ตู้ เตียง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดจะเป็นของ SB

ถัดเข้ามาเป็นห้องนอนจะมีกระจกบานเลื่อน 3 บาน ขอบอลูมิเนียมสีดำ

กระจกบานเลื่อน 3 บาน กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น

ภายในห้องนอน ด้านซ้ายมือจะมีหน้าต่างบานเลื่อน ส่วนข้างเตียงซ้าย-ขวา มีที่เหลือเล็กน้อยให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้ครับ

ด้านปลายเตียงจะมีโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ หรือสามารถดัดแปลงเป็นโต๊ะอ่านหนังสือหรือทำงานก็ได้เช่นกัน

ส่วนตู้เสื้อผ้าก็จะได้แบบนี้ครับ จะอยู่ปลายเตียงติดกับโต๊ะเครื่องแป้ง

ส่วนชั้นวางทีวีที่ได้จะมีลักษณะแบบนี้ครับ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่ได้จะเป็นสีเบจเพื่อให้เข้ากับผนังสีขาวของห้อง

มาถึงห้องครัว ครัวที่ได้จะ Built in แบบนี้นะครับ จะมีช่องใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง และชั้นลอยเก็บของด้านบน

ครัวที่ให้มาจะค่อนข้างแคบเนื่องจากมีพื้นที่จำกัด จึงมีแค่เพียงเค้าเตอร์สำหรับเตรียมอาหาร ไม่มีเตาไฟฟ้าและ Hood ดูดครัวให้

ซิ้งค์ล้างจานจะเป็นแบบฝัง

ออกจากห้องครัวมาจะเป็นระเบียงมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดปิด และเป็นจุดวาง Air Compressor

สุดท้ายเป็นห้องน้ำ ที่จะอยู่ติดกับห้องครัว

โถสุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard

อ่างล้างหน้าก็เป็นของ American Standard

ฉากกั้นห้องอาบน้ำจะเป็นกระจกกั้นอย่างเป็นสัดส่วน

ต่อมาเป็นห้อง Studio Type A ขนาด 24.20 ตารางเมตร

ห้องนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดแบบห้อง Studio ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นจึงถูกใช้งานร่วมกัน

โซฟาจะอยู่ด้านซ้ายของเตียง

ส่วนด้านขวาจะเป็นตู้เสื้อผ้า

ด้านปลายเตียงจะเป็นชั้นวางทีวีที่มาพร้อมกับชั้นเก็บของด้านข้าง

ถัดจากเตียงไปก็จะเป็นโต๊ะอาหารที่ถูกวางไว้ติดกับหน้าต่าง

ถัดมาด้านในเป็นห้องครัว ระหว่างห้องนอนกับห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้ แต่ประตูบานเลื่อนตรงนี้ทางโครงการไม่ได้มีให้นะครับ ถ้าอยากได้ก็ต้องติดตั้งเพิ่มกันเอง

ชุดครัวที่ให้มาจะมีช่องใส่เครื่องสักผ้าอยู่ด้านล่างด้วย และมีช่องใส่ไมโครเวฟกับชั้นลอยเก็บของอยู่ด้านบน ส่วนซิ้งค์ล้างจานจะเป็นแบบฝัง

ด้านขวามือจะเป็นระเบียงมีประตูกระจกบานเลื่อน Type นี้ทางโครงการตกแต่งวิวด้านนอกเป็นสนามกอล์ฟ ซึ่งสถานที่จริงจะเป็นสนามกอล์ฟ ราชนาวีที่อยู่ใกล้ๆ โครงการ

ส่วนอีกด้านของครัวจะติดกับห้องน้ำ

สุขภัณฑ์ทั้งหทดจะใช้ของ American Standard

ห้องอาบน้ำจะมีฉากกั้นเป็นกระจก

สุดท้ายเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.20 ตารางเมตร

เมื่อเข้าแล้วก็จะเจอกับห้องรับแขก โดยที่มีโต๊ะทานอาหารขนาด 2 คน วางอยู่ด้านหน้าประตูด้วย

มาดูกันที่ห้องนอนก่อนนะครับ ฝั่งห้องนอนจะมีกระจกบานเลื่อนกั้นไว้อย่างเป็นสัดส่วน

เตียงจะถูกวางไว้ติดกับหน้าต่าง เนื่องจากปลายเตียงหันออกไปทางห้องนั่งเล่น และมีฉากเป็นกระจกบานเลื่อน จึงไม่มีที่พอสำหรับวางทีวีหรือจะแขวนทีวีก็ไม่ได้เหมือนกัน

ตู้เสื้อผ้า และโตีะเครื่องแป้งจะอยู่ด้านขวาของเตียง

ข้ามมาอีกฝั่งกันบ้างนะครับ อีกฝั่งจะเป็นห้องครัวกับห้องน้ำซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับห้องนอน มีห้องนั่งเล่นกั้นตรงกลาง

ทางเข้าจะมีกระจกบานเลื่อนกั้น ทางซ้ายจะเป็นห้องครัว แต่กระจกบานเลื่อนนี้โครงการไม่มีให้นะครับ ต้องติดตั้งเพิ่มเอง

ชุดครัวจะคล้ายๆ กับ Type A มีช่องใส่เครื่องซักผ้าด้านล่าง และช่องใส่ไมโครเวฟและชั้นลอยใส่ของด้านบน

ด้านในห้องครัวจะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง บานเล็กๆ อยู่ด้วย

ส่วนทางขวาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งสุขภัณฑ์ก็จะใช้ของ American Standard เช่นกันครับ

ห้องอาบน้ำก็กั้นด้วยฉากกระจก

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

สำหรับโครงการ The Excel (เฟส 2) ในซอยลาซาล 11 นี้ต้องบอกว่ามีความสงบและเป็นส่วนตัวสูงมากเหมาะแก่การพักผ่อนอาศัย ใครที่เล็งๆ ที่พักอาศัยในแถบนี้อยู่ก็น่าจะลองเข้าไปดูห้องตัวอย่างกันก่อน เพราะทำเลอยู่ค่อนข้างใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงบรรยากาศในซอยก็คึกคักเกือบตลอดเวลา เนื่องจากมีทั้งโรงเรียน ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบริษัท สำนักงานอยู่กันครบถ้วน เรื่องความสะดวกสบายค่อนข้างเพียบพร้อมอยู่ไม่น้อยเลย ในขณะที่การจะลงทุนเพื่อการปล่อยห้องให้เช่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าสถานีแบริ่งที่ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมายิ่งขึ้น หรือถ้าใครที่ทำงานอยู่ในย่านนี้อยู่แล้วก็น่าจะเป็นอีกกลุ่มผู้เช่าที่น่าสนใจห้องในทำเลนี้ได้ไม่ยาก

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888