The Excel Bearing (รีวิวคอนโด)

ติดต่อโครงการ


The Excel Bearing (รีวิวคอนโด)

ครั้งนี้เราจะพาไปชมโครงการในย่านสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งกันอีกครั้ง แต่ย้อนมาทางซอยลาซาล หรือซอยสุขุมวิท 105 กันบ้าง อีกทำเลที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่มากไม่น้อยกับโครงการชื่อ The Excel Bearing ถึงชื่อจะอยู่แบริ่ง แต่อย่าเพิ่งสับสนนะครับ ยังไงก็ตามไปดูรายละเอียดกันก่อนดีกว่า

การเดินทาง

ถ้าพูดถึงทำเลในย่านนี้ อย่างที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ถือว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกมากๆ เนื่องจากเลี่ยงปัญหารถติดได้ดี ถ้าจะเดินทางมายังตัวโครงการสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีแบริ่ง แล้วเลือกลงที่ทางออกหมายเลข 1 เดินย้อนมาทางซอยสุขุมวิท 105 อีกเล็กน้อยครับ แล้วจะเลือกต่อ Shutter Bus ของทางโครงการก็สามารถไปขึ้นได้ที่หน้า 7-11 ซึ่งอยู่ปากซอยได้เลย หรือจะเลือกนั่งรถมอไซค์รับจ้างเข้าไปก็สะดวกดีเหมือนกัน ตัวโครงการตั้งอยู่ที่ซอยลาซาล 11 ซึ่งห่างจากตัวสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 900 เมตร เป็นระยะที่เดินกันเหนื่อยหน่อย แต่ถ้าชอบเดินและอยากออกกำลังกายกันเล็กๆ ก็เดินได้เพลินๆ ครับ เพราะเส้นทางในซอยมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะเลย อาจจะช่วยทำให้ลืมเรื่องระยะทางที่ต้องเดินไปได้ แต่ถ้ากลับบ้านมาดึกๆ ไม่แนะนำให้เดินนะครับ ถนนในซอยเปลี่ยวเลยทีเดียว

ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน การเข้าออกเมืองสามารถเลือกใช้เส้นทางด่วนด่านบางนาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ รวมถึงเส้นทางวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ หรือข้ามสะพานอุตสาหกรรม ก็เป็นที่ทางเลือกที่ไม่เลวเลย นอกจากนี้เส้นทางปกติอย่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ก็ยังเป็นเส้นทางเดิมๆ ที่เราอาจต้องใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสิ่งที่ต้องทำใจเผื่อไว้หน่อยก็คงเป็นเรื่องปัญหารถติดเท่านั้น ที่เหลือก็แค่จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็เท่านั้นเองครับ

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะในระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ คงต้องออกมาตั้งต้นกันที่ปากซอยลาซาล 11 เป็นอย่างน้อย แล้วค่อยเลือกต่อรถอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก เท่าที่เห็นก็น่าจะมีแค่รถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถแท็กซี่เท่านั้น ถ้าจะนั่งรถเมล์ไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ก็ต้องออกมาขึ้นรถที่ปากซอยสุขุมวิท 105 เลยครับ ถนนหนทางแถวนี้มีรถผ่านหลายสาย จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าจะต้องรอรถนาน ขอแค่รถไม่ติดอย่างเดียวเชื่อว่าไปไหนต่อไหนได้สบายดีทีเดียว

แผนที่โครงการ The Excel Baering

ทำเลโครงการ ตั้งอยู่ในซอยลาซาล 11 ถนนสุขุมวิท 105

จากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขับมาทางบางเรื่อยๆ จนถึงบางนา จะเจอป้ายสมุทรปราการ ให้เบี่ยงออกทางซ้ายเพื่อขึ้นสะพานไปทางสมุทรปราการ

เมื่อลงสะพานมาแล้ว จะเจอถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าไปสำโรง ทางซ้ายมือจะเป็น BITEC บางนา

ขับตรงไปตามถนนสุขุมวิท ผ่าน BTS สถานีบางนา ด้านซ้ายมือจะเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา

เมื่อผ่าน BTS บางนามาแล้วก่อนถึง BTS แบริ่งเล็กน้อย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาซาลหรือถนนสุขุมวิท 105

จะสังเกตว่า BTS สถานีแบริ่งอยู่ไม่ไกลจากปากซอยลาซาล

เมื่อเข้ามาในซอยแล้ว จะเห็น CenterPoint อยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งติดกันสำนักงานขายของโครงการ

CenterPoint Studio ที่ใช้ถ่ายทำรายการ The Voice Thailand เป็นจุดสังเกตอย่างเด่นชัดก่อนถึงสำนักงานขายโครงการ

บรรยากาศภายในซอยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตึกแถว แต่ก็จะมีร้านขายอาหารเป็นช่วงๆ

มาจนถึงซอยลาซาล 11 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยครับ หน้าปากซอยจะมี 7-11 และร้านขายอาหาร สังเกตุได้ง่ายครับ

หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการ น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวนะครับ เพราะจากจุดนี้ ไปถึงรถไฟฟ้าก็ไกลอยู่พอสมควร

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าซอยมาแล้วจะมีป้ายโฆษณาของโครงการติดอยู่ อย่าเข้าใจผิดนะครับตรงนี้ไม่ใช่ที่ตั้งของโครงการ ให้ขับตรงเข้าไปอีก

ที่ตั้งโครงการจะอยู่เลยเข้ามาอีกหน่อย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยแรก

ตรงเข้ามาอีกนิดเดียวก็ถึงตัวโครงการแล้วครับ

ตอนที่เราไปโครงการกำลังเริ่มวางรากฐานของอาคาร

วิเคราะห์ตัวโครงการ

ตัวโครงการจริงๆ ตั้งอยู่สุดซอยลาซาล 11 ซึ่งทางโครงการโชว์จุดเด่นไว้ว่ามีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน และได้วิวสนามกอล์ฟสีเขียวสบายตาครับ ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องแลกกับการเข้าซอยไปลึกและไกลจากแหล่งความเจริญบริเวณปากซอยอยู่พอสมควรเลย ถ้าใครเคยผ่านมาทางซอยลาซาลอยู่บ้าง คงจะพอนึกภาพออกว่า บรรยากาศในซอยนี้ค่อนข้างคึกคักเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ปากซอยก็มี 7-11 แล้ว ถัดเข้ามาก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว และตลาดนัดซึ่งอยู่โซนต้นๆ ของซอย ถ้าลึกเข้าไปหน่อยก็ยังมีตลาดสด โรงเรียนอนุบาลไปจนถึงโรงเรียนนานาชาติ ที่สำคัญบริเวณปากซอยลาซาล 11 ก็ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายอาหารสำเร็จรูป และร้านสะดวกซื้ออีกหลายแบรนด์ อาจจะเพราะบริเวณนี้มีสำนักงานและบริษัทใหญ่ๆ อยู่ด้วย ผู้คนในซอยเลยคึกคักหน่อยครับ แต่ถ้าอยากจะจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย ในรัศมีใกล้ๆ ก็ยังมีเซ็นทรัลบางนา, บิ๊กซี, เมกะบางนา ฯลฯ ให้พึ่งพาอาศัยได้

สำหรับตัวโครงการ The Excel เฟสที่เราไปดูนั้นเป็นเฟสที่ 2 นะครับ เฟสแรกอยู่ในซอยเดียวกันนี่แหละ แต่ค่อนมาทางปากซอยมากกว่าหน่อย ส่วนเฟสที่ 2 นี้เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น มียูนิตรวมแค่ 60 ยูนิตเท่านั้น จัดว่าเป็นจำนวนที่กำลังพอเหมาะสำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัวมากหน่อย เพราะไม่มีเพื่อนบ้านหนาแน่นให้หงุดหงิดใจ แถมบริเวณรอบๆ ที่ตั้งโครงการก็ยังเป็นที่ดินเปล่า และบ้านเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ ด้านหลังโครงการก็ติดกับสนามกอล์ฟราชนาวีเพียงแค่ถนนในซอยกั้น ถ้าไม่เงียบหรือไม่เหมาะกับการพักผ่อนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ตัวอาคารออกวางตามแนวที่ดินลึกเข้าไปด้านใน ทำให้จำนวนห้องที่เปิดรับวิวสนามกอล์ฟได้เต็มที่มีจำนวนจำกัด พื้นที่ชั้น 1 จัดสรรเป็นที่จอดรถใต้อาคาร ส่วนพื้นที่ส่วนกลางทั้งสระว่ายน้ำ สวนหย่อม และห้องฟิตเนสรวมกันอยู่ที่ชั้น 2 และชั้น 3 บางส่วน ตามรูปแบบคอนโด Low Rise ส่วนใหญ่ ตำแหน่งห้องของเฟสนี้ มีบางตำแหน่งที่อาจจะด้อยเรื่องวิวสนามกอล์ฟไปบ้าง เนื่องจากตำแหน่งห้องด้านที่ติดกับสนามกอล์ฟยื่นออกมาเล็กน้อย ทำให้ห้องเล็กซึ่งอยู่ติดกันโดนบังวิวไปเต็มๆ ถึงจะชดเชยมาให้ด้วยวิวสระว่ายน้ำ แต่ว่ายังไงก็ไม่เหมือนกันครับ เอาเป็นว่าถ้าเกิดเข้ามาดูที่โครงการเพราะหวังอยากได้ห้องที่มีวิวสนามกอล์ฟกว้างสีเขียวๆ สบายตาก็ต้องกัดฟันซื้อห้องใหญ่แถมต้องแย่งชิงกันนิดนึงเพราะห้องวิวดีๆ มีน้อยครับ เว้นแต่ว่าจะไม่ซีเรียสเรื่องวิวมากนัก ห้องตำแหน่งอื่นๆ ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ยังไงบริเวณรอบๆ ก็เป็นบ้านเดี่ยวอยู่แล้วไม่มีตึกสูงๆ ขึ้นมาบังตาแน่นอน

แบบจำลองโครงการครับ เป็นอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร

สระว่ายน้ำและฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2

เริ่มต้นกันที่ชั้น G นะครับ ที่จอดรถทั้งหมดของโครงการจะอยู่ที่ชั้น ซึ่งจะจอดได้ 23 คันในช่องจอด หากรวมจอดซ้อนคันแล้วจะได้ประมาณ 29 คัน

ถัดมาที่ชั้น 2 Facility หลักอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 ครับ และมีห้องพักอาศัยอยู่อีก 7 ยูนิต

ตั้งแต่ชั้น 3-7 รูปแบบแปลนจะเหมือนกันครับ คือจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด จะมีจำนวนยูนิตอยู่ที่ชั้นละ 9 ยูนิต

ส่วนชั้นสุดท้ายที่ชั้น 8 จะคล้ายๆ กับชั้น 3-7 แต่จำนวนยูนิตจะมีเพียง 8 ยูนิต เนื่องจากมีห้อง Penthouse ขนาด 49 ตารางเมตรอยู่ด้วย

พาชมห้องตัวอย่าง

ที่สำนักงานขายมีห้องตัวอย่างให้ได้ชมกันหลายแบบ เริ่มกันตั้งแต่ห้อง Type A ซึ่งมีลักษณะแบบ Studio เริ่มต้นที่ขนาด 24 ตร.ม. โดยประมาณ ห้องแบบนี้จะค่อนข้างกระทัดรัด แต่ในขณะเดียวกันการจัดวาง Lay out ภายในห้องก็ค่อนข้างเป็นสัดส่วน ห้องครัวและห้องน้ำอยู่รวมกันที่ด้านหนึ่ง ถ้าดูในห้องตัวอย่างจะเห็นว่ามีประตูกั้นเรียบร้อยทำให้ได้ครัวแบบปิด ซึ่งจะช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนขณะทำอาหารได้ดี แต่ห้องที่ขายจริงๆ ไม่มีประตูบานเลื่อนตรงนี้มาให้นะครับ ถ้าอยากได้ก็ต้องติดตั้งเพิ่มกันเอง มุมกินข้าวทางโครงการเลือกตกแต่งในมุมที่ติดกับหน้าต่างในห้องนอนเพื่อเป็นไอเดียให้เห็นภาพแบบคร่าวๆ ครับ พื้นที่ใช้สอยภายในห้องดูครบถ้วนดีครับ โดยเป็นไปอย่างพออยู่พออาศัยแบบคนเดียวมากกว่า

ห้องแบบถัดไปเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะมีการแบ่งกั้นพื้นที่ห้องนอนให้ชัดเจนขึ้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน Lay out ของห้องนี้ดูๆ ไปแล้วจะให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับห้องของ LPN อยู่ไม่น้อยเลย ทั้งตำแหน่งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ แทบจะถอดแบบกันมาเลยก็ว่าได้ ต่างกันแค่ขนาดพื้นที่ห้องก็เท่านั้นเอง ถ้าใครเคยไปดูห้องของ LPN บ่อยๆ น่าจะจำแบบกันได้อยู่แล้ว พอเห็นห้องนี้เลยไม่น่าแปลกใจถ้าจะรู้สึกคุ้นหูคุ้นตา

ห้อง Type D เป็นห้องอีกแบบในลักษณะ 1 ห้องนอน แต่มีการจัดวาง Lay out ห้องที่ต่างออกไป เพราะห้องนี้จะได้หน้ากว้างในพื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม. โดยประมาณ พื้นที่ห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัวจะอยู่คนละด้านโดยมีห้องนั่งเล่นเป็นจุดเชื่อมต่อกลางห้อง ห้องแบบนี้จะให้ความรู้สึกว่าห้องมีขนาดกว้างมีพื้นที่ใช้สอยเยอะเลยทีเดียว ตัวห้องนอนถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนที่พอเปิดกว้างแล้วพื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมต่อยาวไปกับห้องนั่งเล่นจนเหมือนกับเป็นห้องเดียวกัน ข้อดีคือทำให้ห้องดูโล่งโปร่งถึงกัน แต่ข้อเสียคือ ตำแหน่งที่วางโซฟาจะบังประตูห้องนอนบางส่วน ในขณะที่ตำแหน่งปลายเตียงนอนไม่สามารถแขวนทีวีได้  ถ้าอยากนอนดูทีวีสบายๆ อาจจะต้องอาศัยเปิดประตูห้องไว้แล้วดูทีวีที่แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่นไปเลย แต่ก็อีกนั่นแหละครับ ทุกอย่างมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้พอดิบพอดีขนาดนั้น เพราะตำแหน่งที่จะแขวนทีวีได้ก็ดันอยู่ค่อนไปทางขวาติดกับระเบียง รวมถึงประตูห้องนอนก็ไม่ใช่ประตูบานใหญ่สูงจรดเพดาน จากที่คิดว่าในห้องแบบนี้น่าจะออกแบบมาได้ดี มันเลยกลายเป็นดูขาดๆ เกินๆ ไปหมด

ถ้าใครได้ไปดูห้องตัวอย่างของโครงการ The Excel แนะนำว่าให้ลองพิจารณากันให้รอบคอบกันนิดนึงนะครับ ลองคุยกับพนักงานขายเยอะๆ หน่อย เพราะถึงตัวห้องจะขายมาให้เป็นห้องเปล่าๆ มีแค่ชุดครัวและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ แต่กลับมีวัสดุ หรือ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่เราเห็นในห้องตัวอย่างกลับไม่มีมาให้พร้อมกับห้อง ยกตัวอย่างชัดๆ เลยก็คือ ประตูเลื่อนของห้องครัว ฉากกั้นอาบน้ำและกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ ทางโครงการแปะสติ๊กเกอร์ไว้ชัดเจนว่าเป็นของตกแต่งไม่มีแถมมาด้วยนะ เล่นเอางงกันไปเลยทีเดียว ถ้าไม่อยากพลาดมีปัญหาของไม่ตรงตามห้องตัวอย่างอย่าลืมสอบถามสเป็คกันให้ถ้วนถี่นะครับ

เริ่มกันด้วยห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม.

เมื่อเข้ามาแล้วเราจะเจอกับห้องรับแขกก่อนเลยนะครับ ซึ่งก็จะอยู่ติดกับห้องนอน เนื่องจากโครงการนี้จะขายแบบ Fully Furnished เฟอร์ที่ได้ก็จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานอย่าง โซฟา ตู้ เตียง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดจะเป็นของ SB

ถัดเข้ามาเป็นห้องนอนจะมีกระจกบานเลื่อน 3 บาน ขอบอลูมิเนียมสีดำ

กระจกบานเลื่อน 3 บาน กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น

ภายในห้องนอน ด้านซ้ายมือจะมีหน้าต่างบานเลื่อน ส่วนข้างเตียงซ้าย-ขวา มีที่เหลือเล็กน้อยให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้ครับ

ด้านปลายเตียงจะมีโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ หรือสามารถดัดแปลงเป็นโต๊ะอ่านหนังสือหรือทำงานก็ได้เช่นกัน

ส่วนตู้เสื้อผ้าก็จะได้แบบนี้ครับ จะอยู่ปลายเตียงติดกับโต๊ะเครื่องแป้ง

ส่วนชั้นวางทีวีที่ได้จะมีลักษณะแบบนี้ครับ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่ได้จะเป็นสีเบจเพื่อให้เข้ากับผนังสีขาวของห้อง

มาถึงห้องครัว ครัวที่ได้จะ Built in แบบนี้นะครับ จะมีช่องใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง และชั้นลอยเก็บของด้านบน

ครัวที่ให้มาจะค่อนข้างแคบเนื่องจากมีพื้นที่จำกัด จึงมีแค่เพียงเค้าเตอร์สำหรับเตรียมอาหาร ไม่มีเตาไฟฟ้าและ Hood ดูดครัวให้

ซิ้งค์ล้างจานจะเป็นแบบฝัง

ออกจากห้องครัวมาจะเป็นระเบียงมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดปิด และเป็นจุดวาง Air Compressor

สุดท้ายเป็นห้องน้ำ ที่จะอยู่ติดกับห้องครัว

โถสุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard

อ่างล้างหน้าก็เป็นของ American Standard

ฉากกั้นห้องอาบน้ำจะเป็นกระจกกั้นอย่างเป็นสัดส่วน

ต่อมาเป็นห้อง Studio Type A ขนาด 24.20 ตารางเมตร

ห้องนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดแบบห้อง Studio ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นจึงถูกใช้งานร่วมกัน

โซฟาจะอยู่ด้านซ้ายของเตียง

ส่วนด้านขวาจะเป็นตู้เสื้อผ้า

ด้านปลายเตียงจะเป็นชั้นวางทีวีที่มาพร้อมกับชั้นเก็บของด้านข้าง

ถัดจากเตียงไปก็จะเป็นโต๊ะอาหารที่ถูกวางไว้ติดกับหน้าต่าง

ถัดมาด้านในเป็นห้องครัว ระหว่างห้องนอนกับห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้ แต่ประตูบานเลื่อนตรงนี้ทางโครงการไม่ได้มีให้นะครับ ถ้าอยากได้ก็ต้องติดตั้งเพิ่มกันเอง

ชุดครัวที่ให้มาจะมีช่องใส่เครื่องสักผ้าอยู่ด้านล่างด้วย และมีช่องใส่ไมโครเวฟกับชั้นลอยเก็บของอยู่ด้านบน ส่วนซิ้งค์ล้างจานจะเป็นแบบฝัง

ด้านขวามือจะเป็นระเบียงมีประตูกระจกบานเลื่อน Type นี้ทางโครงการตกแต่งวิวด้านนอกเป็นสนามกอล์ฟ ซึ่งสถานที่จริงจะเป็นสนามกอล์ฟ ราชนาวีที่อยู่ใกล้ๆ โครงการ

ส่วนอีกด้านของครัวจะติดกับห้องน้ำ

สุขภัณฑ์ทั้งหทดจะใช้ของ American Standard

ห้องอาบน้ำจะมีฉากกั้นเป็นกระจก

สุดท้ายเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.20 ตารางเมตร

เมื่อเข้าแล้วก็จะเจอกับห้องรับแขก โดยที่มีโต๊ะทานอาหารขนาด 2 คน วางอยู่ด้านหน้าประตูด้วย

มาดูกันที่ห้องนอนก่อนนะครับ ฝั่งห้องนอนจะมีกระจกบานเลื่อนกั้นไว้อย่างเป็นสัดส่วน

เตียงจะถูกวางไว้ติดกับหน้าต่าง เนื่องจากปลายเตียงหันออกไปทางห้องนั่งเล่น และมีฉากเป็นกระจกบานเลื่อน จึงไม่มีที่พอสำหรับวางทีวีหรือจะแขวนทีวีก็ไม่ได้เหมือนกัน

ตู้เสื้อผ้า และโตีะเครื่องแป้งจะอยู่ด้านขวาของเตียง

ข้ามมาอีกฝั่งกันบ้างนะครับ อีกฝั่งจะเป็นห้องครัวกับห้องน้ำซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับห้องนอน มีห้องนั่งเล่นกั้นตรงกลาง

ทางเข้าจะมีกระจกบานเลื่อนกั้น ทางซ้ายจะเป็นห้องครัว แต่กระจกบานเลื่อนนี้โครงการไม่มีให้นะครับ ต้องติดตั้งเพิ่มเอง

ชุดครัวจะคล้ายๆ กับ Type A มีช่องใส่เครื่องซักผ้าด้านล่าง และช่องใส่ไมโครเวฟและชั้นลอยใส่ของด้านบน

ด้านในห้องครัวจะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง บานเล็กๆ อยู่ด้วย

ส่วนทางขวาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งสุขภัณฑ์ก็จะใช้ของ American Standard เช่นกันครับ

ห้องอาบน้ำก็กั้นด้วยฉากกระจก

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

สำหรับโครงการ The Excel (เฟส 2) ในซอยลาซาล 11 นี้ต้องบอกว่ามีความสงบและเป็นส่วนตัวสูงมากเหมาะแก่การพักผ่อนอาศัย ใครที่เล็งๆ ที่พักอาศัยในแถบนี้อยู่ก็น่าจะลองเข้าไปดูห้องตัวอย่างกันก่อน เพราะทำเลอยู่ค่อนข้างใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงบรรยากาศในซอยก็คึกคักเกือบตลอดเวลา เนื่องจากมีทั้งโรงเรียน ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบริษัท สำนักงานอยู่กันครบถ้วน เรื่องความสะดวกสบายค่อนข้างเพียบพร้อมอยู่ไม่น้อยเลย ในขณะที่การจะลงทุนเพื่อการปล่อยห้องให้เช่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าสถานีแบริ่งที่ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมายิ่งขึ้น หรือถ้าใครที่ทำงานอยู่ในย่านนี้อยู่แล้วก็น่าจะเป็นอีกกลุ่มผู้เช่าที่น่าสนใจห้องในทำเลนี้ได้ไม่ยาก

We Recommend
BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ เพราะเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภคหลายอย่างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยตามไปด้วย โดยเฉพาะทำเลของแนวราบที่สะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งตัวถ.หทัยราษฏร์ ก็ถือได้ว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก   ถ.หทัยราษฏร์ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถ.สายไหม กับ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งบางพื้นที่จะคาบเกี่ยวกันระหว่าง จ.ปทุมธานี กับ จ.กรุงเทพฯ ซึ่งละแวกนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ หรือตลาดก็มีให้เลือกเดินอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดออเงิน ตลาดวงศกร ตลาดมารวย ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนี้อย่างแฟชั่นไอซ์แลนด์ หรือเดอะพรอมมานาด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างรามอินทรา ก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน   ที่ตั้งของโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT จะอยู่ช่วงถนนที่ใกล้กับถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมากที่สุด ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ เข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปถ.สายไหม เข้าแยกคปอ. ทะลุออกถ.วิภาวดีก็ถึงสนามบินดอนเมืองได้เลย เรียกว่าเป็นจุดที่เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวกทีเดียวค่ะ          ภาพรวมโครงการ BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT เป็นโครงการที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านซี่รีย์ใหม่อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 Type   WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 19.95 ตร.ว. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.55 ตร.ว.     ซึ่งดีไซน์ของทั้งโครงการจะออกมาในโทนผสมผสานระหว่าง Modern British Luxury และความ Creative Living ทั้งคลับเฮ้าส์และตัวบ้านได้อย่างลงตัวตั้งแต่หน้าโครงการ       ยุค 4.0 ในปัจจุบันนี้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยสิ่งสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ คือ ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Origin ก็นำเอานวัตกรรม 4 ประเภทใหญ่ๆ ที่เรียกว่า B Genius Mode ดังนี้   Digital Living automation ระบบ Home Security เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก สามารถควบคุมผ่าน Application สุดล้ำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยจะประกอบไปด้วย               Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านโดยการใช้ Pin Code ที่สามารถแชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้านที่จะเข้ามาในบ้านได้ และยังรองรับ Card* มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่มีการเข้า-ออกบ้าน             Door &Window  Magnetic Sensor มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟน* และไซเรนดัง เมื่อออกจากบ้านแล้วมีการบุกรุกทางประตูและหน้างต่าง                Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*              IP Camera สามารถเปิดดูกล้องภายในบ้านผ่าน Application ได้ตลอดเวลา เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ      INTERPERSONAL SPACE DESIGN USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก* ออกแบบฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ              Multi- Purpose Spaces รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยพื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ              Thai Kitchen แยกครัวไทยออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับผู้รักการทำอาหาร ไม่ต้องกังวลเรื่องควันและกลิ่นรบกวนภายในบ้าน              Built-in Furniture เฟอร์นิเจอร์ออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ทำให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยมากที่สุด   HOTEL SERVICE ON DEMAND สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการอยู่อาศัยในโครงการเช่นนี้นั่นคือเรื่งของ “การบริการ” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น จึงเกิดเป็นการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของแบรนด์ BRITANIA โดยสามารถเรียกแม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาดูแลบ้านของคุณผ่านการจองล่วงหน้าจาก Application   Club Britania ด้วยความใส่ใจการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว จึงได้สร้างสรรค์ Club Britania ขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่รองรับได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co Living Space ไว้นั่งปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน Co-Working Space รองรับการนั่งคุยงานกับลูกค้า นัดประชุมได้ง่ายๆ แค่จองล่วงหน้าผ่าน Application สุด Genius นอกจากนี้ยังมี สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Playground    ชมบ้านตัวอย่าง สำหรับ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทั้ง 3  Type ค่ะ โดยในช่วงโปรโมชั่นทางโครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ คือ เครื่องปั๊มน้ำมาตรฐาน ถังสำรองน้ำตามมาตรฐานโครงการกัน UV และป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ ระบบสัญญาณกันขโมย และ Home Automation   เรามาเริ่มชมจาก WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ภายนอกใช้สี SEMI GLOSS ชนิดกึ่งเงา มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนจากภายนอก เช็ดทำความสะอาดง่าย และปลอดภัยจากสารตะกั่ว และปรอท เปลือกอาคารด้านหน้าบ้านบางส่วนใช้ลายก่ออิฐ ผิวธรรมชาติ สลับกับการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักตัดกับสีดำจากขอบอลูมิเนียมประตู-หน้าต่าง ทำให้บ้านดูสวยงามอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซปไว้ว่าเป็นสไตล์ Modern British   พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีการเสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก เฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้าก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งประตูหลักหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ยังคงได้รับแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้อยู่ และเมื่อสัมผัสไปที่ตัวขอบอลูมิเนียมก็จะให้ผิวทรายซาฮาร่า เพิ่มความมีระดับขึ้นมาได้ด้วยวัสดุดีๆ นี่แหละค่ะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Double Lock   นอกจากนี้ยังมีอีกประตูเข้าบ้านตรงที่จอดรถ โดยจะใช้เป็นประตูทึบบานสวิง        ภายในบ้านใช้ไฟ LED เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนรูปลั๊กก็จะมี USB port รองรับเอาไว้ให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านชั้นแรกนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นที่ภายในบ้านจะมีลักษณะลึกเข้าไปเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถกั้นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ อย่างตามบ้านตัวอย่างที่เห็นนี้ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานกับห้องครัวเปิดก็จะดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง และครัวปิดที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ติดกัน มีประตูออกไปพื้นที่ซักล้างหลังบ้านจากห้องครัว   บันไดโครงสร้างคอนกรีตแน่นหนา พื้นและราวจับใช้ไม้สีน้ำตาลอ่อนกับราวเหล็กโปร่งสีขาว เข้ากับสีของผนังขาวฉาบเรียบทั้งหลัง   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้วยังเหลือทางเดินได้รอบเตียง หรือจะวางโต๊ะหัวเตียงก็มีพื้นที่พอค่ะ พื้นที่ด้านปลายเตียงจะกั้นให้เป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างนี้ก็สามารถรองรับความต้องการสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ได้ หรือจะ Built in แค่ตู้เสื้อผ้าชิดผนังก็จะได้พื้นที่โล่งๆ ขึ้นอีกค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวหันออกไปทางหน้าบ้าน        ห้องนอน 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน มีขนาดพอๆ กันค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ สำหรับห้องน้ำทุกห้องในบ้านจะปูพื้น-ผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้งโดยมีขอบปูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปยังส่วนแห้ง ส่วนใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว และมีปลั๊กไฟพร้อม USB port ที่มีฝาครอบกันน้ำติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย จะเปิดเพลงฟังจากแท็บเล็ตแล้วเป่าผมไปด้วยก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ดีนะคะ และยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางยกสูงขึ้นไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับวางโต๊ะหมู่บูชาพระ แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่ห้องส่วนตัว        PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. สไตล์ Cozy&Comfort เริ่มตั้งแต่เฉลียงหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิคความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน ใช้ระบบ Double Lock คือแบบกุญแจไข และการล็อคแบบก้นหอยจากภายในบ้านเพิ่มเติม พื้นชั้นแรกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังสีขาวฉาบเรียบ       พื้นที่ในบ้านเป็นลักษณะลึกเข้าไปจากส่วนแรกที่เป็น Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งด้านใน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับครัวเปิดที่มีประตูออกไปทางพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน แต่หากบางครอบครัวที่ทำครัวบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนให้เป็นครัวปิดนะคะ เพราะครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วนออกมาชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นการต่อเติมออกไปด้านหลังบ้านก็ได้ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากพื้นที่ห้องครัวค่ะ   ชั้น 2 พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนต เรามาเริ่มจาก Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ประมาณ 2 ตู้ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกไว้ด้านในของห้องน้ำ   ห้องนอนที่ 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ และห้องน้ำของชั้น 2 นี้ จะอยู่ตรงกลางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกคนค่ะ     ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 ม. สไตล์ Modern Loft สำหรับการวางแปลนชั้นล่างนี้จะคล้ายกับทาวน์โฮม Type PRESTON ค่ะ คือจะมีลักษณะลึกเข้าไปตามที่ดิน เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหาร แยกครัวเปิดออกอย่างชัดเจน และห้องน้ำที่มีประตูอยู่ตรงส่วนครัว พื้นที่หลังบ้านก็เชื่อมต่อจากทางครัวเช่นเดียวกันค่ะ   ชั้น 2 สำหรับ Type นี้แม้จะมีห้องนอน 2 ห้อง แต่จะได้ห้องแบบ Master Bedroom ขนาดใกล้เคียงกันทั้ง 2 ห้องค่ะ คือจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเคาน์เตอร์ทีวี ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ           BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฎร์) ถือเป็นโครงการแนวราบที่ออกแบบฟังก์ชั่นมารองรับความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มครอบครัวอย่างตอบโจทย์รอบด้าน เมื่อชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นด้วยนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรองรับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิมได้ที่ BRITANIA จาก Origin House          15-16 มิ.ย. GRAND OPENING #เปิดชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก บ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ @ บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฏร์ เริ่ม 2.99 ล้าน*   #เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท http://bit.ly/2UXNB01      

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

สำหรับรีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปชมบ้านแฝดย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแบบบ้านภายนอกและแปลนภายใน เพราะทาง Private Nirvana จะมีการดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละโครงการ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่ใช่แค่ดูแล้วสวยงามเท่านั้น แต่แม้ผ่านระยะเวลาเป็น 10 ปี ก็จะยังดูไม่ล้าสมัย ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมพร้อมกันเลยค่ะ   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการบ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีเพียงตัวคานเชื่อมต่อกัน ระหว่างสองบ้าน เน้นการใช้ Material คุณภาพตั้งแต่ในเรื่องของโครงสร้างไปจนถึงวัสดุตกแต่งต้องได้คุณภาพ ความแข็งแรงทนทานไปพร้อมกับความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยที่ดีตามไปด้วย เช่น ใช้การก่ออิฐแดงทั้งหลัง หลังคาเซรามิกเอ็กเชลล่า นำความร้อนต่ำ จาก SCG พื้นกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มาตรฐานส่งออก ฯลฯ ประกอบกับงานก่อสร้างอันประณีตบรรจงราวกับว่าบ้านทุกหลังเป็นสินค้า Homemade ตามแบบฉบับของ Private Nirvana เป็นเครื่องยืนยันความมั่นใจได้ว่า บ้านแสนรักของเราจะมั่นคง แข็งแรง ไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจ และอยู่กับเราไปอย่างยาวนาน ซึ่งภาพรวมแล้วเราจะรู้สึกไม่ต่างอะไรไปจากบ้านเดี่ยวเลยค่ะ     Concept “Live High THROUGH Nature” เน้นความเป็นโมเดิร์น เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันลงตัว ภายนอกใช้สีเกรดอัลตราพรีเมียม โดยนำเอาสีเอิร์ธโทนและวัสดุตกแต่งลวดลายธรรมชาติมาใช้เป็นธีมหลัก ดูแล้ว ให้ความรู้สึกอบอุ่น กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากกว่าที่เคย   ก้าวแรกเมื่อได้เข้าไปอยู่ในโครงการจริง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบ ไร้เสียงรบกวนรอบข้าง เหมือนเข้าสู่ช่วงเวลา ของความเป็นส่วนตัว สมกับคำว่า Private จริงๆ ค่ะ       บ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมครั้งนี้จะเป็นแบบบ้าน Standard Option กับ Option 1 ค่ะ   Standard Option เริ่มตั้งแต่หน้าบ้านที่มีพื้นที่สวน และ TERRACE ยื่นออกมาอย่างกว้างขวาง สำหรับเป็นพื้นที่นั่งเล่นหน้าบ้านก่อนจะ เข้าถึงในตัวบ้าน ซึ่งจะมี Foyer และห้องน้ำแบบ Powder Room ที่เปลี่ยนจากผนังทึบให้เป็นกระจกใสบานเลื่อน ขนาดใหญ่ แล้วมีพื้นที่วางต้นไม้ประดับได้ ทำให้ห้องน้ำใต้บันไดแบบนี้ไม่อับทึบจนเกินไป แต่กลับดูโปร่ง และด้วยตำแหน่งของห้องน้ำจะช่วยเรื่องการเก็บเสียงเวลาใช้งานได้ด้วย ส่วนสุขภัณฑ์จะใช้จากแบรนด์ Kohler   Living กลางบ้านที่เชื่อมต่อกับโซน Dining และ Kitchen Room อยู่ใกล้กัน ทำให้กลายเป็น Common Area ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะช่วงเวลาของครอบครัวที่มักอยู่ร่วมกันก็จะเป็นระหว่างมื้ออาหาร หรือการนั่งดูหนัง ชมรายการโทรทัศน์ไปด้วยกันในวันหยุด โดยมีประตูกระจกสูงจรดเพดานมาล้อมรอบทั้งสองด้าน ซึ่งตัวประตู หน้าต่าง อลูมิเนียมทั้งหลังจะใช้แบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น Tostem เพื่อเปิดมุมมองให้ได้ใกล้ชิดกับสวนรูปตัว L ข้างบ้าน ไปถึงหลังบ้านเชื่อมถึงกัน และยังเป็นการเปิดรับแสงนุ่มนวลจากธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านอีกด้วย นอกจากนี้ โคมไฟใช้แบรนด์ Lamptitude และหลอดไฟ LED ทั้งหลัง   Kitchen Room ลักษณะครัวปิดขนาดกำลังพอดีสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก แต่ฟังก์ชั่นรองรับได้ครบทั้งเคาน์เตอร์ครัว แบบ L shape พื้นที่วางตู้เย็น เครื่องซักผ้า มีประตูออกไปยัง Wash Area หลังบ้าน ซึ่งตัวประตูด้วยการออกแบบพิเศษ จาก Tostemให้มีบานเลื่อนฝังในบานประตู ทำให้มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้อากาศถ่ายเท ระบายกลิ่นได้ดียิ่งขึ้น แม้ในขณะที่ประตูปิดล็อคอยู่   ชั้น 2 ของบ้าน แม้แต่ผนังระหว่างทางเดินของบันไดก็ยังคงเปลี่ยนจากผนังทึบเป็นประตูกระจกบานใหญ่ ทำให้บันไดที่ถือเป็นหนึ่งในมุมมืดของบ้านกลับมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาช่วย และยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นได้อีก ซึ่งมีกำแพงสูงประมาณ 6 เมตร เพื่อกั้นไม่ให้ดูชิดกับเพื่อนบ้านจนเกินไป และได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นค่ะ โดยที่ชั้น 2 ของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Multi-Purpose Room ตรงกลางบ้านค่ะ   Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้าน โดยห้องจริงที่จะได้เป็น ห้องโล่งนะคะ ไม่ได้กั้นส่วน Walk In Closet แบบที่เห็นมาให้ ส่วน Multi-Purpose Room ตรงกลางจะได้มาเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลากหลายค่ะ เช่น ห้องนั่งเล่นอีกแห่ง ห้องดูหนัง หรือห้องนอนเพิ่มอีก 1 ห้อง ก็ยังได้นะคะ   ห้องนอนที่ 2 จะอยู่ใกล้กับห้องน้ำแยกของชั้น 2 ค่ะ ทำให้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นห้องน้ำในตัวแบบ Master Bedroom แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกเช่นกัน   ชั้น 3 จะมีเพียง 1 ห้อง MULTIPURPOSE พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ เป็นห้องใต้หลังคาที่น่ารักมากทีเดียวค่ะ ด้วยขนาดห้องที่ใกล้เคียงกับ Master Bedroom ได้เพดานสูง จึงเหมาะที่จะเป็นห้องพระ ห้องหนังสือ หรือใครที่ไม่ได้ เข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็สามารถทำเป็นห้องนอนก็จะได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่ต้องกลัวเรื่องความร้อน จากหลังคา เพราะทุกหลังมีการปูฉนวนกันความร้อน และใช้หลังคาเซรามิกเอ็กเชลล่า มีคุณสมบัติในการนำความร้อนต่ำ จาก SCG   Option 1 จะมีความแตกต่างกับ Standard Option ตรง Foyer มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เหมาะสำหรับบ้านที่มีอยากมีที่เก็บรองเท้า มากหน่อย แต่จะได้ Terrace หน้าบ้านที่เล็กลงมา ส่วนภายในบ้านชั้น 1 และบริเวณสวนจะวางแปลนเอาไว้เหมือนกันค่ะ        ชั้น 2 พื้นที่ Multi-Purpose Room จะหายไปค่ะ แต่จะแทนที่ด้วยห้องนอนที่ 2 ได้ขนาดใหญ่ขึ้น และได้ห้องน้ำ ในตัวเพิ่มขึ้นด้วย เพราะห้องน้ำกลางของชั้น 2 นั้นเพิ่มประตูแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับ Corridor   ชั้น 3 ห้อง MULTIPURPOSE นี้จะตกแต่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวค่ะ ใครที่ชอบความเงียบสงบเวลาทำงาน หรือคนเป็น ฟรีแลนซ์เห็นแล้วคงจะชอบห้องทำงานแบบนี้แน่เลยค่ะ   สิ่งหนึ่งที่เราได้จาก Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra คือ ความพอเหมาะพอดีของขนาดพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ใหญ่โตหรือความหรูหราโอ่อ่า อาจจะไม่ใช่คำตอบของความสุขในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง แต่หากเป็นความรู้สึกและฟังก์ชั่นที่ดีเมื่อได้อยู่อาศัยจริงต่างหากที่จะมาเติมเต็มความรู้สึกของคำว่า “บ้าน”   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการที่สามารถฉายภาพของการอยู่อาศัย สำหรับครอบครัวขนาดเล็กแบบคนรุ่นใหม่ออกมาได้อย่างน่ารัก อบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น จนเชื่อเหลือเกินค่ะว่า หากใครที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสโครงการนี้ด้วยตัวเองแล้ว ก็จะต้องรู้สึกตกหลุมรักอย่างแน่นอน    

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

Feel @ Ramintra ถ้าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวสักหลัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการเดินทางไปไหนมาไหนได้ สะดวกสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นทางด่วน และรถไฟฟ้าใช่ไหมคะ? ทางด่วนใกล้บ้านเราเชื่อมต่อเข้าไปถึงในเมือง เพื่อความสะดวกเวลาทำงาน หรือไปสนามบิน ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่าย ยิ่งถ้ามีรถไฟฟ้าผ่านด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรากำลังพูดถึงโซนรามอินทราค่ะ เพราะสามารถใช้ ทางด่วนฉลองรัช หรือกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี ผ่านตลอดทั้งถนน โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างไปแล้วคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 จะมีอะไรสะดวกสบายไปกว่านี้ล่ะคะ   Fine @ Facility    สิ่งอำนวยความสะดวกก็สำคัญไม่แพ้การเดินทาง เพราะก็คงไม่มีใครอยากฝ่ารถติดขับรถออกไปไกลๆ เสียเวลาเป็นวัน เพียงเพื่อไปหาซื้อของต่างๆ หรือหาอาหารรับประทานซักมื้อ ซึ่งในโซนรามอินทราเองก็มีความสะดวกมากพอ และมีห้างร้านให้เลือกหลากหลาย ตามแต่ความต้องการ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองตามไปชมด้วยกันค่ะ   Fashion Island และ The Promenade Fashion Island และ The Promenade อยู่ติดกันเลยค่ะ เดินเชื่อมต่อกันได้เลย เป็นห้างสรรพสินค้าที่ครองความนิยม อย่างไม่เสื่อมคลายของชาวรามอินทรา ไม่ใช่แค่มีทุกอย่างครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านค้า-บริการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส นอกจากนั้นยังขยันมี Event หมุนเวียนกันมาชวนให้เดินเล่นอยู่ตลอด ซึ่งบริเวณด้านหน้าก็จะคึกคักเกือบจะตลอดเวลาเลยค่ะ มีรถสาธารณะอยู่หลากหลายเส้นทาง หรือใครที่ใช้รถยนต์ ก็สะดวกมาก เพราะสามารถเข้าสู่ถ.กาญจนาภิเษก ได้ใกล้นิดเดียว หรือจะเลือกไปทางถ.รัชดา-รามอินทรา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางแห่งหนึ่งของโซนนี้เลยค่ะ   CentralPlaza Ramindra เป็นห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่น่าสนใจในย่านนี้ค่ะ ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ก็การันตีอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่อยู่ใกล้กับ วงเวียนหลักสี่ ซึ่งในอนาคตอีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นอีกจุด Interchange สำคัญ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ส่วนต่อขยาย) กับสายสีชมพูแคราย - มีนบุรี และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น     Ease Park คอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่แค่อยากจะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต หาอะไรทาน หรือแค่ Drive thru มารับกาแฟไปดื่ม ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาเดินให้เมื่อย Ease Park จึงเป็นอีก หนึ่งคำตอบที่ดีของคนในย่านนี้ค่ะ   Cr.ภาพจาก FB:ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เปลี่ยนบรรยากาศมาเดิน Night Market บนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดช่วงกลางคืน ตั้งแต่ยุคแรก ของบ้านเราที่มีมาหลายปี มีผู้คนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเยอะแทบทุกวัน เพราะเป็นแหล่งชอปสุดชิว มีสินค้าหลากหลาย เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบ เปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเย็นเดินกันจนเมื่อยยาวไปถึงตีสอง นอกจากนี้ที่ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม หรือเรียกกัน ติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทราแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บรรยากาศดี คอมมูนิตี้ ห้างสรรพสินค้า อีกมากมาย หลายแห่ง แต่ก็ไม่แปลกนะคะที่ได้รับความนิยมกันมากขนาดนี้ เพราะเป็นถนนที่มีทางด่วนฉลองรัชพาดผ่านตลอดทั้งสาย การเดินทางก็ทั้งง่ายทั้งสะดวกขึ้นอีกเยอะ   Cr.ภาพจาก FB:Siamparkcity สวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ Cr.ภาพจาก FB:Safari World Fun @ สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ลองนึกดูนะคะ ในกรุงเทพฯ จะมีสักกี่แห่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลจากบ้านเรา ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากก็จะนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากไปเดินห้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นสวนน้ำ สนุกกับเครื่องเล่น หรือโชว์ของเหล่าสัตว์แสนรู้ อย่างสวนสยาม และซาฟารีเวิลด์แล้วล่ะก็รับรองว่าจะได้อีกบรรยากาศในการพักผ่อน หย่อนใจชิวๆ แบบที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในไม่มีอย่างนี้แน่นอนค่ะ ยิ่งหากครอบครัวไหนมีลูกหลานแล้วล่ะก็ พาออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตัวเอง แถมยังใกล้บ้านก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ   บ้านกลางเมือง รามอินทรา ทาวน์โฮมโมเดลใหม่ล่าสุด Luxurious Master Bedroom Multi-Functional Room 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา ฟังก์ชั่นตอบสนองความเป็นส่วนตัว ด้วยพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่ ภายในโครงการได้ความเงียบสงบภายในโครงการบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ซึ่งจะมีสวนสาธารณะ และสวนหย่อมกระจายอยู่ในโครงการรวมแล้วกว่า 1 ไร่ พร้อมมีสโมสรส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Katsan และ กล้อง CCTV ตรงทางเข้า–ออกโครงการ     บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่ภายในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ท่ามกลางทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ทั้งถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (จตุโชติ) ที่จะพาเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ คือ ถ.คู้บอน แล้ววิ่งเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ที่สำคัญค่ะ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน อยู่ตรงปากทางเข้าถ.คู้บอนพอดี ก็จะยิ่งทำให้มีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น     เปิดบ้านตัวอย่าง เมื่อเข้ามาในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ก็จะพบว่าทางเข้าโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา จะอยู่ติดกับโครงการ Pleno รามอินทรา โดยจะมี Main Gate ที่พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ซึ่งสามารถเข้าไปชมบ้านตัวอย่างและส่วนกลางจริงภายในโครงการกันได้แล้วค่ะ    ก่อนอื่นเราจะพาไปชม Club House สีขาวโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ใช้เส้นสายโค้งมนส่งไปถึงลายฉลุบนตัวอาคาร ซึ่งเมื่อไรที่กระทบกับแสงอาทิตย์ก็จะเกิดเป็น Shadow&Shade ผสานกันระหว่างสวนธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมกลางโครงการ เมื่อก้าวเข้าสู่ตัว Club House ชั้นล่าง เราจะถูกต้อนรับด้วยเสียงของน้ำจาก SALT SYSTEM SWIMMING POOL ริมสระใต้ร่มเงาของอาคารมี Sunbed ให้ได้นอนพักอย่างผ่อนคลาย ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบ ACTIVE ขึ้นมาอีกก็จะมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ เพดานสูงบวกกับกระจก Full Height ล้อมรอบให้ได้ชมวิวธรรมชาติภายนอกไปด้วยอยู่ที่ชั้น 2      ได้เวลาเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันแล้วค่ะ โดยตัวทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นมีกันสาดบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านแบบพับเก็บได้ ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้อง ปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ Daikin พร้อมติดตั้งมาให้ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน มีเฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้า และใช้ประตูทางเข้าหลักเป็นกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบ Double Lock    เข้าสู่ชั้นแรกในตัวทาวน์โฮมจะพบกับพื้นที่กว้างๆ สำหรับจัดเป็น Living Room และเชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็สามารถทำเป็น Kitchen Room ลักษณะแบบครัวเปิด พร้อมพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะมี Powder Room ที่ใช้ประตูเลื่อนบานทึบอยู่ระหว่าง Living Room กับ Kitchen Room เหมาะสำหรับใช้เพื่อรับแขก จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนเปียกค่ะ ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งด้านบนเหนือศรีษะด้านในสุดของห้อง เพื่อเพิ่มแสงเข้ามาภายใน และยังช่วยให้เปิดระบายความอับชื้นได้ดีอีกด้วย              ด้านในสุดของชั้นแรกนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนออกไปทางหลังบ้าน แต่หากเป็นที่ดินแปลงมุมก็จะได้ประตูกระจกด้านข้างเพิ่มอีก ช่วยให้ออกไปยังพื้นที่ข้างบ้านได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ด้านในให้ดูโปร่งยิ่งขึ้นด้วยนะคะ โดยสำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้พื้นที่บริเวณหลังบ้านจะถูกจัดให้เป็น Glass House ในบรรยากาศนั่งจิบชาท่ามกลางสวนส่วนตัวในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียแต่งทาวน์โฮมที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ   ขึ้นมาบนชั้น 2 กันบ้างค่ะ ตัวพื้นจะปูด้วยลามิเนต ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง แยกเป็นฝั่งทางหน้าบ้านกับทางหลังบ้าน ส่วนบริเวณตรงกลางจะเป็นห้องน้ำค่ะ ก่อนอื่นเข้าไปชมที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่กลางห้อง มีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้พอดี พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน ถือว่าเป็นห้องนอนขนาดเริ่มต้นของบ้านที่ได้ขนาดกำลังดีเลยค่ะ   ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง ออกจากกัน โดยจะใช้สุขภัณฑ์จาก American Standard ครบชุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ แกนใส่ทิชชู่ สายชำระ ฝักบัว และยังมีกระจกเงาติดตั้งมาให้ด้วย พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ   ห้องนอนที่ 2 ฝั่งหน้าบ้านจะได้ระเบียงส่วนตัวเพิ่มขึ้นมา โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่ง   ขึ้นมาชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 นี้จะมีทั้งห้องอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านนอกใกล้กับบันได ห้องน้ำ และ Master Bedroom เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย เพราะห้องอเนกประสงค์สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นแยกออกมาจากชั้นล่าง ห้องทำงาน ฯลฯ ซึ่งจะได้ความโปร่ง ไม่ดูทึบจนเกินไป   สำหรับห้องน้ำของชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องอเนกประสงค์ด้านนอก กับส่วน Walk In Closet  ภายในห้อง Master Bedroom ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทางโครงกรจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง เสริมตู้เก็บของไว้ด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ส่วนเปียกด้านในสุดก็ติดตั้งฝักบัวเอาไว้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ตลอดแนวผนังส่วนแห้ง    สุดท้ายที่ Master Bedroom ของจะมีส่วน Walk In Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้มากขึ้นตลอดแนวผนัง และมีระเบียงส่วนตัวออกไปยังฝั่งหน้าบ้าน โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเหล็กโปร่งแบบเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 ถือเป็นชั้นที่ได้ความสะดวกสบายที่สุดค่ะ      รามอินทราเป็นย่านเดียวที่ให้ความรู้สึกครบทั้ง Feel Fun Fine มีสีสันหลากหลายครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว เฉกเช่นเดียวกันกับ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” ที่มีพื้นที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท   เปิดจองโซนใหม่ หน้าคลับเฮ้าส์ #เป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย ผ่อนล้านละ 1,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ฟรี เครื่องปรับอากาศ* และค่าจดจำนองการโอน* ภายใน 30มิถุนายน 62 นี้เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)        

คิดยังไงก็คุ้ม กับ 5 วิธีเลือกแอร์สุดคูล !!

คิดยังไงก็คุ้ม กับ 5 วิธีเลือกแอร์สุดคูล !!

ดูเหมือนว่าตอนนี้เมืองไทยเราเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพราะอากาศภายนอกอาคารร้อนจนทำเอาหน้ามันเยิ้มได้เลยทีเดียว แต่จะว่าไปแม้ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาอากาศเมืองไทยก็ไม่ได้หนาวอย่างที่คิดไว้ หากอยากจะสัมผัสกับอากาศเย็นๆ เราก็คงต้องขึ้นไปอยู่บนภูเขาหรือบนดอยสูง แต่ถ้าอยู่ในเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯ หากอยากจะสัมผัสความเย็นแบบชุ่มฉ่ำ ทำได้ดีที่สุดก็คงต้องอยู่ในบ้านเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นชุ่มฉ่ำหัวใจเท่านั้น เครื่องปรับอากาศหรือแอร์จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นประจำบ้านประจำห้องของคนในยุคปัจจุบัน ยิ่งตอนนี้ปัญหามลพิษนอกบ้าน ฝุ่นควันอันตรายระดับ PM 2.5 ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไป การอยู่ในบ้านกับแอร์ที่มีประสิทธิภาพสร้างอากาศสะอาดให้ได้สูดอากาศกันแบบเต็มปอดและเย็นสัมผัสผิวกาย ถือเป็นทางเลือกที่แฮปปี้สุดๆ   เมื่อแอร์เป็นเครื่องไฟ้ฟ้าจำเป็นแบบขาดไม่ได้ แล้วเราจะมีวิธีเลือกอย่างไรให้ได้ทั้งประสิทธิภาพความคุ้มค่าไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คุ้มค่าในประสิทธิภาพของแอร์ และในทุกๆ เรื่องให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลแบบนี้ ซึ่งเราก็มี 5 เทคนิคและวิธีการเลือกแบบสุดคูล ที่คิดยังไงก็คุ้มมาแนะนำ   1.เริ่มต้นด้วยหลักเกณฑ์พื้นฐาน (Basic Need) การเลือกแอร์สักเครื่องมาติดในบ้านหรือห้องต่างๆ สิ่งแรกคงต้องพิจารณา คือ ขนาดของห้องว่าใหญ่เล็กแค่ไหน เพื่อเลือกขนาด Btu/h ของแอร์ให้เหมาะสมกับแต่ละห้องการเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้องก็ไม่ได้ต่างจากการเลือกซื้อเสื้อให้พอดีกับตัวคนใส่ เล็กไปก็คับ ใหญ่ไปก็หลวม แต่ถ้าเลือกให้พอดีกับตัวคนใส่ก็จะสบายแถมดูดีอีกต่างหาก เลือกแอร์ก็เช่นกัน เพราะถ้าเลือกได้พอดีและเหมาะสมก็จะได้ความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไป ทั้งการประหยัดพลังงานและอายุการใช้งานนั่นเอง ซึ่ง BTU (British Thermal Unit) คือ หน่วยบอกความสามารถในการทำความเย็นภายในห้องต่อ 1 ชั่วโมง จากการถ่ายเทหรือดึงความร้อนออกจากห้อง โดยคำนวณจากปริมาตรของห้อง ความกว้าง คูณ ความยาว คูณกับจำนวน Btu ต่อตารางเมตร ก็จะได้ขนาด Btu/h ของแอร์ที่เหมาะสม เช่น ห้องทั่วไปก็คูณด้วย 750 Btu ต่อตารางเมตร ห้องเพดานสูงเกิน 2.5 เมตร คูณด้วย 800-1,000 Btu ต่อตารางเมตร หรือห้องที่มีคนอยู่เยอะๆ ประเภทออฟฟิศ หรือร้านอาหาร ก็ต้องคูณมากหน่อยไปถึง 1,200 Btu ต่อตารางเมตร เลยทีเดียว   ตัวอย่างการคำนวณ : ห้องทั่วไปมีขนาด 3×4 เมตร = 12 ตารางเมตร ให้นำปริมาตรของห้องไปคูณกับจำนวน Btu/h ต่อตารางเมตรดังนี้ 12 ตารางเมตร x 750 Btu/ตารางเมตร = 9,000 Btu/h หมายความว่าห้องดังกล่าว ควรใช้เครื่องปรับอากาศขนาด 9,000 Btu/h นั่นเอง ทั้งนี้ก่อนที่จะเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม ควรต้องพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและประมาณความร้อนที่เกิดขึ้นจากจำนวนคนหรือแดดที่ส่องเข้ามาในห้องเพิ่มเติมด้วย แต่ไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้ เพราะสามารถปรึกษาพนักงานขายหรือช่างแอร์ได้ไม่ยาก แค่ให้รู้ขนาดกับสภาพห้องก็พอ   นอกจากเรื่องของขนาดแล้วประเภทของแอร์ที่จะติดตั้งก็ไม่ควรมองข้าม ซึ่งแอร์ที่นิยมติดตามบ้านเรือนหรือคอนโดมิเนียมทั่วไป ก็คงหนีไม่พ้นแอร์ติดผนัง เพราะมีความเหมาะสมทั้งรูปลักษณ์ การดีไซน์ขนาดใช้งาน แถมยังประหยัดพลังงานและดูแลง่ายด้วย นอกจากนี้ ยังมีแอร์ประเภทฝังในฝ้า แอร์แขวนใต้ฝ้า และแอร์ตู้ตั้งพื้น ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน   2.เลือกแอร์มีฟังก์ชั่นประหยัดพลังงาน Energy Saving เรื่องประหยัดพลังงานเป็นเกณฑ์พิจารณาจำเป็นอีกเรื่อง เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินในกระเป๋าของเราที่จะต้องถูกจ่ายไปใน แต่ละเดือน เพราะเมื่อเสียเงินค่าแอร์เป็นหลักหมื่นต่อปีแล้ว ต้องมามีภาระจ่ายค่าไฟอีกเดือนละหลายพันบาทก็คงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องแน่ๆ ยิ่งตอนนี้รัฐบาลรณณงค์ให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้ประเทศชาติเรามีความมั่นคงด้านพลังงานด้วยแล้ว เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งเราทำได้ไม่ยากเลย แค่เลือกแอร์ที่มีฟังก์ชั่นหรือระบบประหยัดพลังงานต่างๆ เท่านั้นเอง นอกเหนือจากการเลือกพิจารณาแอร์ฉลากเบอร์ 5   และตอนนี้แอร์หลายรุ่นก็มีฟังก์ชั่นที่ช่วยประหยัดพลังงานมาเป็นทางเลือกให้เราได้ซื้อไปใช้มากมาย อย่างเช่น ระบบ ECONOMY MODE ฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานและช่วยป้องกันไม่ให้อุณภูมิเย็นหรือร้อนจนเกินไป AUTO OFF ฟังก์ชั่นปิดการทำงานอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าไม่มีความเคลื่อนไหวภายในห้องเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องจะเข้าสู่โหมด Standard และเมื่อตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวเกินกว่า 12 ชั่วโมง เครื่องจะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ (สามารถปรับตั้งค่าระยะเวลาการตรวจจับได้ตามความเหมาะสมของการงาน) โดยเป็นการทำงานของระบบ MOTION SENSOR ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Sensor)   ที่จะคอยจับความเคลื่อนไหวภายในห้องและปรับอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ กรณีที่ตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ เลยในห้องภายใน 1 ชั่วโมงแรก เครื่องจะเข้าสู่โหมด Stand by ถ้ามีคนเดินเข้ามาในห้องเครื่องจะกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่หากตรวจไม่พบการเคลื่อนไหวเลยภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง เครื่องจะปิดเองโดยอัตโนมัติ (Auto off) นั่นเอง ถือเป็นลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกินความจำเป็น เป็นต้น ซึ่งถ้าเราเลือกซื้อแอร์ที่มีระบบอัจฉริยะแบบนี้ เราก็ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากโข แถมยังช่วยประหยัดพลังงานให้กับประเทศได้อีกทางด้วย   3.แอร์ดีต้องมีระบบทำความสะอาดและมีแผ่นฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ (CLEAN OPERATION & FILTER) สงสัยไหม ว่าทำไมต้องเลือกแอร์ที่มีระบบทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศก็ในเมื่อเราต้องล้างแอร์อยู่เป็นประจำเมื่อใช้งานไปสักพักอยู่แล้ว   คำตอบเรื่องนี้ง่ายมาก เพราะสุขภาพของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เดี๋ยวนี้ลองป่วยต้องเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนสัก 3-4 คืนดูซิ เผลอๆ ค่ารักษาพยาบาลแพงกว่าค่าซื้อแอร์ใหม่ด้วยซ้ำ แล้วทำไมเราต้องรอให้ร่างกายย่ำแย่จากปัญหาอากาศที่ไม่ดีในบ้านด้วยล่ะ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแอร์ที่เปิดมาใช้งาน 4-5 เดือนโดยยังไม่ถึงกำหนดเวลาล้างแอร์จะยังมีประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดอากาศที่สะอาดภายในบ้านเราได้   จะดีกว่าไหมหากเลือกแอร์ที่มีฟังก์ช่วยเรื่องทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ รวมถึงระบบอื่นๆ ที่เสริมประสิทธิภาพให้อากาศสะอาดบริสุทธ์ให้สูดเข้าไปได้เต็มปอด อาทิ อุปกรณ์ที่มีการเคลือบสารต่อต้านเชื้อราและเชื้อโรคทำให้อากาศสะอาดและไม่มีกลิ่น ฟังก์ชั่นที่ทำให้คอยล์เย็นแห้งเพื่อยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา แผ่นฟอกอากาศที่ประกอบด้วยเอ็นไซม์ยูเรีย (Emzyme-urea) มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ และมีคุณสมบัติดับกลิ่นโดยการขจัดโมเลกุล ที่ก่อให้เกิดกลิ่น รวมถึงมีส่วนประกอบของเอ็นไซม์ธรรมชาติที่สามารถทำลายผนังของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ   เมื่อเราอยู่นอกบ้านต้องเจอกับมลพิษ ฝุ่นควัน ระดับ PM 2.5 ซึ่งอาจจะหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว การมีแอร์ที่มีประสิทธิภาพสร้างอากาศบริสุทธิ์ แถมป้องกันการเกิดเชื้อรา เชื้อโรคต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลยในการพิจารณาเลือกซื้อแอร์ที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้ด้วย   4.ต้องตอบโจทย์ความสบาย กระจายอากาศได้ดี ติดแอร์แล้วไม่เย็นสบาย คงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง นี่ก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ ไม่น้อยกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา ซึ่งฟังก์ชั่นหลายอย่างถูกพัฒนาและเติมเข้าใส่มาไว้ในแอร์ให้ผู้บริโภคได้เลือกเพื่อให้ได้สัมผัสกับความเย็นสบาย เช่น ระบบการปรับบานสวิงอัตโนมัติในแนวขึ้น-ลง และสามารถกำหนดมุมตามที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีความอัจฉริยะของเครื่อง เพราะสามารถจดจำตำแหน่งของบานสวิงเดิมก่อนปิดเครื่องได้ด้วย เมื่อเปิดใหม่ตำแหน่งก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม เจ๋งสุดๆ ระบบส่งลมที่ช่วยให้กระจายลมไปได้ในระยะไกล เพราะใช้เทคโนโลยีเดียวกับใบพัดในเครื่องยนต์เจ็ต เป็นต้น   5.เลือกซื้อทั้งที เอาที่ทนทานใช้นานจนลืมเรื่องสุดท้ายที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยเช่นกัน คือ เรื่องอายุการใช้งานและความทนทาน เพราะแอร์ที่ซื้อมาต่อให้ดีมีคุณสมบัติเลอเลิศหรือดีเพียงใด แต่ถ้าใช้ไปไม่เท่าไรก็พังเสียแล้ว หรือต้องซ่อมกันบ่อยๆ ก็ไม่ไหวนะ มันไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ได้จ่ายเลยจริงๆ ดังนั้น จะเลือกซื้อทั้งทีต้องเลือกชนิดที่ทนทาน ชนิดเปิดเครื่องได้ต่อเนื่องนานๆ ก็ไม่ได้ส่งผลให้เครื่องต้องชำรุดเสียหาย แล้วเลือกแอร์อย่างไรให้ทน คุ้มค่า และอยู่คู่บ้านเราไปได้นาน ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ หลักเกณฑ์พิจารณาคงมีหลายองค์ประกอบ อาทิ   -แบรนด์ ชื่อเสียงของแบรนด์ก็มีส่วนสำคัญ หากเลือกพิจารณาจากแบรนด์ ซึ่งมีประวัติมายาวนาน และพัฒนาสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง   -เทคโนโลยีและนวัตรรมสินค้า แอร์แต่ละรุ่นต่างก็มีนวัตกรรมการพัฒนาสินค้าออกมา ให้มีมาตรฐานและความคงทนแข็งแรงแตกต่างกัน แต่แอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ต่างพัฒนาให้มีคุณสมบัติ ความคงทนแข็งแรง และผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า สามารถเปิดต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานานๆ อย่างล่าสุด แบรนด์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ ที่เปิดตัวสินค้าใหม่ออกมาทำตลาด มีจำนวนรุ่นให้เลือกมากมาย เช่น รุ่น Super Deluxe Inverter : ZSXS Series  ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติจำเป็นครบถ้วน แต่เพิ่มเติมคุณสมบัติเรื่องความคงทนแข็งแรง   โดยในรุ่นดังกล่าว ถืออยู่ในกลุ่ม Super Deluxe inverter ซึ่งมีคุณสบัติสำคัญที่น่าสนใจในการเลือกซื้อ อาทิ Jet Flow เทคโนโลยีการกระจายอากาศ ส่งผลให้เย็นเร็ว และส่งลมได้ไกล 15-17 เมตร Hi Power การทำงานแบบพลังสูง ช่วยให้ได้ตามอุณหภูมิตามที่ต้องการอย่างรวดเร็ว 3D auto โปรแกรมควบคุมการกระจายลม สามารถกระจายทิศทางลมได้มากถึง 6 รูปแบบในแนวตั้ง และ 8 รูปแบบในแนวนอน เพียงแค่กดปุ่มเดียวเท่านั้น   Solar Filter การป้องกันกลิ่นเหม็นและกลิ่นต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ จากแผ่นกรอง Natual Solar Filter ทำให้อากาศในห้องมีความสดชื่น   Allergen Clear Filter แผ่นฟอกอากาศมีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อก่อภูมิแพ้และแบคทีเรีย สามารถทำลายเชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทำงานของแผ่นฟอกที่ประกอบด้วยเอ็นไซม์ยูเรีย (Enzyme-urea)   Self Clean Operation ฟังก์ชั่นช่วยทำให้คอยล์เย็นแห้ง ยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา   นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ช่วยประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้ง Motion Sensor ช่วยจับความเคลื่อนไหวและเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานอัตโนมัติ หรือ Auto off ที่เครื่องจะเข้าสู่โหมด Stand by หรือปิดการทำงานเมื่อไม่พบความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในห้อง รับรองได้ว่าประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากอย่างแน่นอน   คุณสมบัติของแอร์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ จึงยืนยันถึงประสิทธิภาพของแอร์ที่เปิดตัวและวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา สามารถเปิดได้นาน 24 ชั่วโมง ต่อเนื่องถึง 5 ปีเลยทีเดียว  และนี่คือ 5 วิธีในการเลือกพิจารณาซื้อแอร์แบบสุดคุ้ม เพราะจะได้แอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมคุณภาพชีวิต และครบทุกความต้องการเพื่อคุณภาพการอยู่อาศัย ได้แอร์ที่มีความคงทนแข็งแรงอยู่คู่บ้านไปนาน เรียกได้ว่า ถ้าใช้หลักเกณฑ์เหล่านี้มาเป็นตัวเลือกซื้อแอร์คุณจะได้แอร์ที่คุ้มค่าแบบสุดคูล!!! เลยทีเดียว      

All New Design @Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha

All New Design @Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha

กว่า 15 ปีที่ผ่านมา Nirvana Daii มักจะนำเสนอความแตกต่างให้เราได้ติดตามกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในแง่ของงานดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้าน ซึ่งเน้นความ Modern เรียบหรูอยู่เสมอ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ใครเห็นก็ต้องร้องอ๋อ! นี่คือโครงการบ้านจากเนอวานา ไดอิ ซึ่งในปีนี้ก็ยังคงไม่หยุดที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนวัตกรรมที่จะมีเพิ่มเข้ามา และตัวบ้าน All New Design เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเข้าใจ และเข้าถึงให้มากที่สุด       สำหรับ Nirvana BEYOND All New Design ที่เริ่มเผยโฉมกันในปีนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงออกไป แต่ยังคงกลิ่นอายของเนอวานาเอาไว้ สิ่งที่เพิ่มเติมคือความเป็น Natural Modern ซึ่งตั้งใจดีไซน์ออกมาให้ดูเป็น Timeless Design ไม่ว่าเวลาจะยาวนานแค่ไหนก็ไม่ตกยุค ด้วยการวางผังที่ทำให้เกิด Inner Court กลางบ้าน เหมือนเอาธรรมชาติเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเราได้ในทุกๆ วัน ต่อเนื่องไปยังส่วน Exterior Design โชว์ลูกเล่นตรงชั้น 2 ของบ้าน คล้ายกับเอา Rubik มาวางบิดมุมเปลี่ยนองศา เพิ่มมิติออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทำให้บ้านออกมาไม่ใช่แค่ดูโดดเด่น แต่ยังได้ประโยชน์จากการเพิ่มพื้นที่ภายในห้อง และยังสามารถเปิดรับลม และแสงแดดจากธรรมชาติให้สัมผัสถึงตัวบ้านมากขึ้น ประกอบกับ Interior Design ที่ยังคงเน้นฟังก์ชั่นให้กับทุก Generation ในครอบครัว ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้านก็สามารถสื่อสารกันได้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นในการอยู่ร่วมกันในบ้าน ขณะที่ยังคงมีมุมส่วนตัวเป็นของตัวเองอยู่ด้วย ซึ่ง All New Design ที่ว่านี้มีมาให้เลือกกัน 3 Type ได้แก่   SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 57 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots   MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 76 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots     นอกจากนี้ยังนำนวัตกรรมหลายอย่างเข้ามาตอกย้ำในความเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูงทุกจุดภายในบ้าน ไม่ว่าจะมุมไหนก็อยู่บนโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา, ระบบรักษาความปลอดภัยอันสมบูรณ์แบบจากผู้เชี่ยวชาญด้วยการแบ่งโซน Public, Semi-Public, Private Space ฯลฯ          Rama 9-Krungthepkreetha การคัดสรรทำเลดีๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญไม่แพ้คุณภาพของตัวบ้าน เพราะการอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสักหลัง เราก็ย่อมต้องการทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ บ้านของเรา และการเดินทางอันสะดวกสบายไม่ไกลจากใจกลางเมือง ซึ่งย่านกรุงเทพกรีฑานั่นตอบโจทย์ได้ดีไม่น้อยสำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบดีๆ สักหลัง   ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เรียกได้ว่าเป็นถนนน้องใหม่มาแรงของโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่มีศักยภาพที่น่าจับตามอง ด้วยถนนกว้างถึง 6-10 เลน และบรรยากาศรอบๆ มีความสงบเป็นส่วนตัว และที่สำคัญคือมีระบบคมนาคมอยู่รายล้อมไม่ว่าจะเป็น ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) เชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 10 ก.ม. และทางพิเศษศรีรัชได้ใกล้ที่สุด ทำให้สามารถเดินทางไปยัง New CBD ประมาณ 15 นาที ในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา อยู่ด้านหน้าทางเข้าถ.กรุงเทพกรีฑาพอดี และยังห่างจาก แอร์พอร์ตเรลลิงค์ สถานีหัวหมาก ประมาณ 5 ก.ม. ถือว่าหาได้ยากมากสำหรับบ้านเดี่ยวทำเลใกล้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าเช่นนี้   สิ่งอำนวยความสะดวกภายในระยะทางไม่เกิน 5-6 ก.ม. ก็ถือได้ว่าเพียบพร้อมทีเดียว เช่น เดอะมอลล์บางกะปิ แม็กซ์แวลู พัฒนาการ เดอะไนน์ พระราม9 โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลรามคำแหง ฯลฯ ทุกสิ่งครบครันเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย   Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha   Facilities ยังคงออกแบบมาสอดคล้องกับดีไซน์ความเป็น Natural Modern ของบ้านภายในโครงการ โดยยังคงมีความกลมกลืนกับธรรมชาติด้วยเส้นโค้งมน ซึ่งจะมีทั้ง Private Lounge & Clubhouse, Panorama Fitness, Infinity Edge Swimming Pool, POSH Garden, Meeting Room, CCTV, Securities 24 hrs., Underground Cable, WIFI Village   ความลงตัวในทุกมิติประกอบเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นโครงการบ้านที่โดดเด่นอย่างเหนือระดับของการใช้ชีวิต อันสมบูรณ์แบบ ที่ Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthepkreetha ในราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท       VIP Booking ราคาพิเศษก่อนเปิดพรีเซล SPECIAL OFFER สูงสุด 2 ล้านบาท* วันที่ 30 – 31 มี.ค. นี้ เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nirvana.bz/BY-RM9-KK-RVYL          

ชีวิตเหนือระดับ กับบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด Nirvana BEYOND Udon thani

ชีวิตเหนือระดับ กับบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด Nirvana BEYOND Udon thani

หลายครั้งของทีม Reviewyourliving พาไปชมโครงการบ้านในกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑล แต่คราวนี้เราจะพาขึ้นไปยังแดนอีสาน ณ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเศรษฐกิจดีที่สุดติดอันดับประเทศ แล้วจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ทำไม Nirvana Daii จึงได้มีความสนใจทำเลแห่งนี้ ลองไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันค่ะ     อุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดติดอันดับต้นของประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยเพราะด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าขายกับประเทศลาวที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีระยะห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทร์ เพียง 70 กิโลเมตรเท่านั้น จึงทำให้มีธุรกิจเกิดขึ้นมากมายเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความเจริญอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในหัวเมืองใหญ่ของบ้านเราแบบในปัจจุบัน   นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่หลายแห่ง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ของชาวอุดรฯ เช่น สนามบินนานาชาติอุดรฯ ที่มีเที่ยวบินต่อวันสูงสุดในภาคอีสาน, หนองประจักษ์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่กลายเป็นจุดเช็คอินสุดฮิป หรือจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งอย่างเซ็นทรัลพลาซ่า, UD Town, ไนท์พลาซ่า, พรีเมี่ยมเอาท์เล็ท ฯลฯ เมืองอุดรฯ จึงประกอบไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นเดิมที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยความรักในบ้านเกิด คนต่างถิ่นที่เข้ามาประกอบกิจการธุรกิจของตัวเองหรือมาติดต่อค้าขายกัน นักเรียน นักศึกษาเข้ามาเรียนในเมืองใหญ่แห่งนี้ และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาอยู่ตลอดทั้งปี ทำให้อุดรธานีเต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากผู้คนอันหลากหลาย เมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ย่อมมีโครงการที่อยู่อาศัยตามมารองรับความเป็นอยู่ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย       Nirvana BEYOND Udon thani ไม่บ่อยนักที่จะมี Developer ระดับคุณภาพจากกรุงเทพฯ มาเปิดมุมมองการใช้ชีวิตให้เหนือระดับยิ่งกว่าที่เคย โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวดีไซน์สไตล์ Modern เรียบง่ายแต่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ผสมผสานนวัตกรรมใหม่ๆ มีฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยสำหรับทุกคนในครอบครัวให้สะดวกสบายมากกว่าเดิม         บ้านเดี่ยวที่เหนือกว่า...ในทุกมุมมอง ด้วยซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Nirvana ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะเน้นที่องค์ประกอบหลัก 2 ข้อ นั่นคือ   Modern Living Design บ้านที่มาในรูปแบบ Timeless Design ให้ดูทันสมัยอยู่เสมอด้วยรูปทรงที่บิดมุมของบ้าน เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของการอยู่อาศัย ทำให้สามารถจับวางทิศทางตัวบ้านให้รับลมและแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในตัวบ้านมากที่สุด และยังทำให้มี Inner Court กลางบ้าน สิ่งสำคัญคือจะเกิดความเป็นส่วนตัวทั้งภายในบ้านแล้วนอกบ้าน ซึ่ง Nirvana Daii ให้ความสำคัญมาตลอด และยังใส่ใจใช้วัสดุระดับ Premium ส่งผลให้เกิด Space เหนือกว่าแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา     Modern Living Innovation ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของงานดีไซน์เท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตอันสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นมาได้ เพราะยุคนี้ก็ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Home Automation ระบบ Air Control System ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูงทุกจุดภายในบ้าน ระบบเสียงรอบบ้านเชื่อมต่อกับ Smartphone ฯลฯ        สำหรับโครงการ Nirvana BEYOND Udon thani เป็นบ้านเดี่ยวบนถนนเพาะนิยม ทำเลติดกับหนองประจักษ์ ซึ่งเปรียบเสมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลักหลายแห่ง ถือเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดของจังหวัดอุดรธานี ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 10-0-88.3 ไร่ แต่มีเพียง 40 ยูนิตเท่านั้น โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 Type 3 Design     SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 57 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 76 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   BEYOND FACILITIES Residence Lounge & Beyond  Clubhouse, Panoramic View Fitness, Infinity Edge Swimming Pool & Kid Pool, Oasis Garden, Kid’s Playground, 24 Hrs. Securities & CCTV, Bluetooth Access, WIFI Village, Underground Electric   ความพิเศษทั้งหมดนี้ มีเพียง 40 ครอบครัวเท่านั้นที่จะได้ร่วมใช้ชีวิตแบบ BEYOND บนทำเลที่ดีที่สุดของอุดรธานี ในราคาเริ่มต้น 25-60 ล้านบาท   EXCLUSIVE BOOKING วันที่ 30 มี.ค. นี้ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุด >>  nirvana.bz/BY-UDON-RVYL