ติดต่อโครงการ


The Excel Bearing : รีวิวคอนโด

ครั้งนี้เราจะพาไปชมโครงการในย่านสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งกันอีกครั้ง แต่ย้อนมาทางซอยลาซาล หรือซอยสุขุมวิท 105 กันบ้าง อีกทำเลที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่มากไม่น้อยกับโครงการชื่อ The Excel Bearing ถึงชื่อจะอยู่แบริ่ง แต่อย่าเพิ่งสับสนนะครับ ยังไงก็ตามไปดูรายละเอียดกันก่อนดีกว่า

การเดินทาง

ถ้าพูดถึงทำเลในย่านนี้ อย่างที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ถือว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกมากๆ เนื่องจากเลี่ยงปัญหารถติดได้ดี ถ้าจะเดินทางมายังตัวโครงการสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีแบริ่ง แล้วเลือกลงที่ทางออกหมายเลข 1 เดินย้อนมาทางซอยสุขุมวิท 105 อีกเล็กน้อยครับ แล้วจะเลือกต่อ Shutter Bus ของทางโครงการก็สามารถไปขึ้นได้ที่หน้า 7-11 ซึ่งอยู่ปากซอยได้เลย หรือจะเลือกนั่งรถมอไซค์รับจ้างเข้าไปก็สะดวกดีเหมือนกัน ตัวโครงการตั้งอยู่ที่ซอยลาซาล 11 ซึ่งห่างจากตัวสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 900 เมตร เป็นระยะที่เดินกันเหนื่อยหน่อย แต่ถ้าชอบเดินและอยากออกกำลังกายกันเล็กๆ ก็เดินได้เพลินๆ ครับ เพราะเส้นทางในซอยมีร้านค้า ร้านอาหารเยอะเลย อาจจะช่วยทำให้ลืมเรื่องระยะทางที่ต้องเดินไปได้ แต่ถ้ากลับบ้านมาดึกๆ ไม่แนะนำให้เดินนะครับ ถนนในซอยเปลี่ยวเลยทีเดียว

ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน การเข้าออกเมืองสามารถเลือกใช้เส้นทางด่วนด่านบางนาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ รวมถึงเส้นทางวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ หรือข้ามสะพานอุตสาหกรรม ก็เป็นที่ทางเลือกที่ไม่เลวเลย นอกจากนี้เส้นทางปกติอย่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ก็ยังเป็นเส้นทางเดิมๆ ที่เราอาจต้องใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสิ่งที่ต้องทำใจเผื่อไว้หน่อยก็คงเป็นเรื่องปัญหารถติดเท่านั้น ที่เหลือก็แค่จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็เท่านั้นเองครับ

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะในระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ คงต้องออกมาตั้งต้นกันที่ปากซอยลาซาล 11 เป็นอย่างน้อย แล้วค่อยเลือกต่อรถอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก เท่าที่เห็นก็น่าจะมีแค่รถสองแถว มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถแท็กซี่เท่านั้น ถ้าจะนั่งรถเมล์ไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ก็ต้องออกมาขึ้นรถที่ปากซอยสุขุมวิท 105 เลยครับ ถนนหนทางแถวนี้มีรถผ่านหลายสาย จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าจะต้องรอรถนาน ขอแค่รถไม่ติดอย่างเดียวเชื่อว่าไปไหนต่อไหนได้สบายดีทีเดียว

แผนที่โครงการ The Excel Baering

ทำเลโครงการ ตั้งอยู่ในซอยลาซาล 11 ถนนสุขุมวิท 105

จากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขับมาทางบางเรื่อยๆ จนถึงบางนา จะเจอป้ายสมุทรปราการ ให้เบี่ยงออกทางซ้ายเพื่อขึ้นสะพานไปทางสมุทรปราการ

เมื่อลงสะพานมาแล้ว จะเจอถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าไปสำโรง ทางซ้ายมือจะเป็น BITEC บางนา

ขับตรงไปตามถนนสุขุมวิท ผ่าน BTS สถานีบางนา ด้านซ้ายมือจะเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา

เมื่อผ่าน BTS บางนามาแล้วก่อนถึง BTS แบริ่งเล็กน้อย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาซาลหรือถนนสุขุมวิท 105

จะสังเกตว่า BTS สถานีแบริ่งอยู่ไม่ไกลจากปากซอยลาซาล

เมื่อเข้ามาในซอยแล้ว จะเห็น CenterPoint อยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งติดกันสำนักงานขายของโครงการ

CenterPoint Studio ที่ใช้ถ่ายทำรายการ The Voice Thailand เป็นจุดสังเกตอย่างเด่นชัดก่อนถึงสำนักงานขายโครงการ

บรรยากาศภายในซอยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตึกแถว แต่ก็จะมีร้านขายอาหารเป็นช่วงๆ

มาจนถึงซอยลาซาล 11 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยครับ หน้าปากซอยจะมี 7-11 และร้านขายอาหาร สังเกตุได้ง่ายครับ

หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการ น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวนะครับ เพราะจากจุดนี้ ไปถึงรถไฟฟ้าก็ไกลอยู่พอสมควร

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าซอยมาแล้วจะมีป้ายโฆษณาของโครงการติดอยู่ อย่าเข้าใจผิดนะครับตรงนี้ไม่ใช่ที่ตั้งของโครงการ ให้ขับตรงเข้าไปอีก

ที่ตั้งโครงการจะอยู่เลยเข้ามาอีกหน่อย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยแรก

ตรงเข้ามาอีกนิดเดียวก็ถึงตัวโครงการแล้วครับ

ตอนที่เราไปโครงการกำลังเริ่มวางรากฐานของอาคาร

วิเคราะห์ตัวโครงการ

ตัวโครงการจริงๆ ตั้งอยู่สุดซอยลาซาล 11 ซึ่งทางโครงการโชว์จุดเด่นไว้ว่ามีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน และได้วิวสนามกอล์ฟสีเขียวสบายตาครับ ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องแลกกับการเข้าซอยไปลึกและไกลจากแหล่งความเจริญบริเวณปากซอยอยู่พอสมควรเลย ถ้าใครเคยผ่านมาทางซอยลาซาลอยู่บ้าง คงจะพอนึกภาพออกว่า บรรยากาศในซอยนี้ค่อนข้างคึกคักเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ปากซอยก็มี 7-11 แล้ว ถัดเข้ามาก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว และตลาดนัดซึ่งอยู่โซนต้นๆ ของซอย ถ้าลึกเข้าไปหน่อยก็ยังมีตลาดสด โรงเรียนอนุบาลไปจนถึงโรงเรียนนานาชาติ ที่สำคัญบริเวณปากซอยลาซาล 11 ก็ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายอาหารสำเร็จรูป และร้านสะดวกซื้ออีกหลายแบรนด์ อาจจะเพราะบริเวณนี้มีสำนักงานและบริษัทใหญ่ๆ อยู่ด้วย ผู้คนในซอยเลยคึกคักหน่อยครับ แต่ถ้าอยากจะจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย ในรัศมีใกล้ๆ ก็ยังมีเซ็นทรัลบางนา, บิ๊กซี, เมกะบางนา ฯลฯ ให้พึ่งพาอาศัยได้

สำหรับตัวโครงการ The Excel เฟสที่เราไปดูนั้นเป็นเฟสที่ 2 นะครับ เฟสแรกอยู่ในซอยเดียวกันนี่แหละ แต่ค่อนมาทางปากซอยมากกว่าหน่อย ส่วนเฟสที่ 2 นี้เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น มียูนิตรวมแค่ 60 ยูนิตเท่านั้น จัดว่าเป็นจำนวนที่กำลังพอเหมาะสำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัวมากหน่อย เพราะไม่มีเพื่อนบ้านหนาแน่นให้หงุดหงิดใจ แถมบริเวณรอบๆ ที่ตั้งโครงการก็ยังเป็นที่ดินเปล่า และบ้านเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ ด้านหลังโครงการก็ติดกับสนามกอล์ฟราชนาวีเพียงแค่ถนนในซอยกั้น ถ้าไม่เงียบหรือไม่เหมาะกับการพักผ่อนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ตัวอาคารออกวางตามแนวที่ดินลึกเข้าไปด้านใน ทำให้จำนวนห้องที่เปิดรับวิวสนามกอล์ฟได้เต็มที่มีจำนวนจำกัด พื้นที่ชั้น 1 จัดสรรเป็นที่จอดรถใต้อาคาร ส่วนพื้นที่ส่วนกลางทั้งสระว่ายน้ำ สวนหย่อม และห้องฟิตเนสรวมกันอยู่ที่ชั้น 2 และชั้น 3 บางส่วน ตามรูปแบบคอนโด Low Rise ส่วนใหญ่ ตำแหน่งห้องของเฟสนี้ มีบางตำแหน่งที่อาจจะด้อยเรื่องวิวสนามกอล์ฟไปบ้าง เนื่องจากตำแหน่งห้องด้านที่ติดกับสนามกอล์ฟยื่นออกมาเล็กน้อย ทำให้ห้องเล็กซึ่งอยู่ติดกันโดนบังวิวไปเต็มๆ ถึงจะชดเชยมาให้ด้วยวิวสระว่ายน้ำ แต่ว่ายังไงก็ไม่เหมือนกันครับ เอาเป็นว่าถ้าเกิดเข้ามาดูที่โครงการเพราะหวังอยากได้ห้องที่มีวิวสนามกอล์ฟกว้างสีเขียวๆ สบายตาก็ต้องกัดฟันซื้อห้องใหญ่แถมต้องแย่งชิงกันนิดนึงเพราะห้องวิวดีๆ มีน้อยครับ เว้นแต่ว่าจะไม่ซีเรียสเรื่องวิวมากนัก ห้องตำแหน่งอื่นๆ ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ยังไงบริเวณรอบๆ ก็เป็นบ้านเดี่ยวอยู่แล้วไม่มีตึกสูงๆ ขึ้นมาบังตาแน่นอน

แบบจำลองโครงการครับ เป็นอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร

สระว่ายน้ำและฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2

เริ่มต้นกันที่ชั้น G นะครับ ที่จอดรถทั้งหมดของโครงการจะอยู่ที่ชั้น ซึ่งจะจอดได้ 23 คันในช่องจอด หากรวมจอดซ้อนคันแล้วจะได้ประมาณ 29 คัน

ถัดมาที่ชั้น 2 Facility หลักอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 ครับ และมีห้องพักอาศัยอยู่อีก 7 ยูนิต

ตั้งแต่ชั้น 3-7 รูปแบบแปลนจะเหมือนกันครับ คือจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด จะมีจำนวนยูนิตอยู่ที่ชั้นละ 9 ยูนิต

ส่วนชั้นสุดท้ายที่ชั้น 8 จะคล้ายๆ กับชั้น 3-7 แต่จำนวนยูนิตจะมีเพียง 8 ยูนิต เนื่องจากมีห้อง Penthouse ขนาด 49 ตารางเมตรอยู่ด้วย

พาชมห้องตัวอย่าง

ที่สำนักงานขายมีห้องตัวอย่างให้ได้ชมกันหลายแบบ เริ่มกันตั้งแต่ห้อง Type A ซึ่งมีลักษณะแบบ Studio เริ่มต้นที่ขนาด 24 ตร.ม. โดยประมาณ ห้องแบบนี้จะค่อนข้างกระทัดรัด แต่ในขณะเดียวกันการจัดวาง Lay out ภายในห้องก็ค่อนข้างเป็นสัดส่วน ห้องครัวและห้องน้ำอยู่รวมกันที่ด้านหนึ่ง ถ้าดูในห้องตัวอย่างจะเห็นว่ามีประตูกั้นเรียบร้อยทำให้ได้ครัวแบบปิด ซึ่งจะช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนขณะทำอาหารได้ดี แต่ห้องที่ขายจริงๆ ไม่มีประตูบานเลื่อนตรงนี้มาให้นะครับ ถ้าอยากได้ก็ต้องติดตั้งเพิ่มกันเอง มุมกินข้าวทางโครงการเลือกตกแต่งในมุมที่ติดกับหน้าต่างในห้องนอนเพื่อเป็นไอเดียให้เห็นภาพแบบคร่าวๆ ครับ พื้นที่ใช้สอยภายในห้องดูครบถ้วนดีครับ โดยเป็นไปอย่างพออยู่พออาศัยแบบคนเดียวมากกว่า

ห้องแบบถัดไปเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะมีการแบ่งกั้นพื้นที่ห้องนอนให้ชัดเจนขึ้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน Lay out ของห้องนี้ดูๆ ไปแล้วจะให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับห้องของ LPN อยู่ไม่น้อยเลย ทั้งตำแหน่งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ แทบจะถอดแบบกันมาเลยก็ว่าได้ ต่างกันแค่ขนาดพื้นที่ห้องก็เท่านั้นเอง ถ้าใครเคยไปดูห้องของ LPN บ่อยๆ น่าจะจำแบบกันได้อยู่แล้ว พอเห็นห้องนี้เลยไม่น่าแปลกใจถ้าจะรู้สึกคุ้นหูคุ้นตา

ห้อง Type D เป็นห้องอีกแบบในลักษณะ 1 ห้องนอน แต่มีการจัดวาง Lay out ห้องที่ต่างออกไป เพราะห้องนี้จะได้หน้ากว้างในพื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม. โดยประมาณ พื้นที่ห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัวจะอยู่คนละด้านโดยมีห้องนั่งเล่นเป็นจุดเชื่อมต่อกลางห้อง ห้องแบบนี้จะให้ความรู้สึกว่าห้องมีขนาดกว้างมีพื้นที่ใช้สอยเยอะเลยทีเดียว ตัวห้องนอนถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนที่พอเปิดกว้างแล้วพื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมต่อยาวไปกับห้องนั่งเล่นจนเหมือนกับเป็นห้องเดียวกัน ข้อดีคือทำให้ห้องดูโล่งโปร่งถึงกัน แต่ข้อเสียคือ ตำแหน่งที่วางโซฟาจะบังประตูห้องนอนบางส่วน ในขณะที่ตำแหน่งปลายเตียงนอนไม่สามารถแขวนทีวีได้  ถ้าอยากนอนดูทีวีสบายๆ อาจจะต้องอาศัยเปิดประตูห้องไว้แล้วดูทีวีที่แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่นไปเลย แต่ก็อีกนั่นแหละครับ ทุกอย่างมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้พอดิบพอดีขนาดนั้น เพราะตำแหน่งที่จะแขวนทีวีได้ก็ดันอยู่ค่อนไปทางขวาติดกับระเบียง รวมถึงประตูห้องนอนก็ไม่ใช่ประตูบานใหญ่สูงจรดเพดาน จากที่คิดว่าในห้องแบบนี้น่าจะออกแบบมาได้ดี มันเลยกลายเป็นดูขาดๆ เกินๆ ไปหมด

ถ้าใครได้ไปดูห้องตัวอย่างของโครงการ The Excel แนะนำว่าให้ลองพิจารณากันให้รอบคอบกันนิดนึงนะครับ ลองคุยกับพนักงานขายเยอะๆ หน่อย เพราะถึงตัวห้องจะขายมาให้เป็นห้องเปล่าๆ มีแค่ชุดครัวและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ แต่กลับมีวัสดุ หรือ เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่เราเห็นในห้องตัวอย่างกลับไม่มีมาให้พร้อมกับห้อง ยกตัวอย่างชัดๆ เลยก็คือ ประตูเลื่อนของห้องครัว ฉากกั้นอาบน้ำและกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ ทางโครงการแปะสติ๊กเกอร์ไว้ชัดเจนว่าเป็นของตกแต่งไม่มีแถมมาด้วยนะ เล่นเอางงกันไปเลยทีเดียว ถ้าไม่อยากพลาดมีปัญหาของไม่ตรงตามห้องตัวอย่างอย่าลืมสอบถามสเป็คกันให้ถ้วนถี่นะครับ

เริ่มกันด้วยห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตร.ม.

เมื่อเข้ามาแล้วเราจะเจอกับห้องรับแขกก่อนเลยนะครับ ซึ่งก็จะอยู่ติดกับห้องนอน เนื่องจากโครงการนี้จะขายแบบ Fully Furnished เฟอร์ที่ได้ก็จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานอย่าง โซฟา ตู้ เตียง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดจะเป็นของ SB

ถัดเข้ามาเป็นห้องนอนจะมีกระจกบานเลื่อน 3 บาน ขอบอลูมิเนียมสีดำ

กระจกบานเลื่อน 3 บาน กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น

ภายในห้องนอน ด้านซ้ายมือจะมีหน้าต่างบานเลื่อน ส่วนข้างเตียงซ้าย-ขวา มีที่เหลือเล็กน้อยให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้ครับ

ด้านปลายเตียงจะมีโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ หรือสามารถดัดแปลงเป็นโต๊ะอ่านหนังสือหรือทำงานก็ได้เช่นกัน

ส่วนตู้เสื้อผ้าก็จะได้แบบนี้ครับ จะอยู่ปลายเตียงติดกับโต๊ะเครื่องแป้ง

ส่วนชั้นวางทีวีที่ได้จะมีลักษณะแบบนี้ครับ โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่ได้จะเป็นสีเบจเพื่อให้เข้ากับผนังสีขาวของห้อง

มาถึงห้องครัว ครัวที่ได้จะ Built in แบบนี้นะครับ จะมีช่องใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง และชั้นลอยเก็บของด้านบน

ครัวที่ให้มาจะค่อนข้างแคบเนื่องจากมีพื้นที่จำกัด จึงมีแค่เพียงเค้าเตอร์สำหรับเตรียมอาหาร ไม่มีเตาไฟฟ้าและ Hood ดูดครัวให้

ซิ้งค์ล้างจานจะเป็นแบบฝัง

ออกจากห้องครัวมาจะเป็นระเบียงมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดปิด และเป็นจุดวาง Air Compressor

สุดท้ายเป็นห้องน้ำ ที่จะอยู่ติดกับห้องครัว

โถสุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard

อ่างล้างหน้าก็เป็นของ American Standard

ฉากกั้นห้องอาบน้ำจะเป็นกระจกกั้นอย่างเป็นสัดส่วน

ต่อมาเป็นห้อง Studio Type A ขนาด 24.20 ตารางเมตร

ห้องนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดแบบห้อง Studio ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นจึงถูกใช้งานร่วมกัน

โซฟาจะอยู่ด้านซ้ายของเตียง

ส่วนด้านขวาจะเป็นตู้เสื้อผ้า

ด้านปลายเตียงจะเป็นชั้นวางทีวีที่มาพร้อมกับชั้นเก็บของด้านข้าง

ถัดจากเตียงไปก็จะเป็นโต๊ะอาหารที่ถูกวางไว้ติดกับหน้าต่าง

ถัดมาด้านในเป็นห้องครัว ระหว่างห้องนอนกับห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้ แต่ประตูบานเลื่อนตรงนี้ทางโครงการไม่ได้มีให้นะครับ ถ้าอยากได้ก็ต้องติดตั้งเพิ่มกันเอง

ชุดครัวที่ให้มาจะมีช่องใส่เครื่องสักผ้าอยู่ด้านล่างด้วย และมีช่องใส่ไมโครเวฟกับชั้นลอยเก็บของอยู่ด้านบน ส่วนซิ้งค์ล้างจานจะเป็นแบบฝัง

ด้านขวามือจะเป็นระเบียงมีประตูกระจกบานเลื่อน Type นี้ทางโครงการตกแต่งวิวด้านนอกเป็นสนามกอล์ฟ ซึ่งสถานที่จริงจะเป็นสนามกอล์ฟ ราชนาวีที่อยู่ใกล้ๆ โครงการ

ส่วนอีกด้านของครัวจะติดกับห้องน้ำ

สุขภัณฑ์ทั้งหทดจะใช้ของ American Standard

ห้องอาบน้ำจะมีฉากกั้นเป็นกระจก

สุดท้ายเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.20 ตารางเมตร

เมื่อเข้าแล้วก็จะเจอกับห้องรับแขก โดยที่มีโต๊ะทานอาหารขนาด 2 คน วางอยู่ด้านหน้าประตูด้วย

มาดูกันที่ห้องนอนก่อนนะครับ ฝั่งห้องนอนจะมีกระจกบานเลื่อนกั้นไว้อย่างเป็นสัดส่วน

เตียงจะถูกวางไว้ติดกับหน้าต่าง เนื่องจากปลายเตียงหันออกไปทางห้องนั่งเล่น และมีฉากเป็นกระจกบานเลื่อน จึงไม่มีที่พอสำหรับวางทีวีหรือจะแขวนทีวีก็ไม่ได้เหมือนกัน

ตู้เสื้อผ้า และโตีะเครื่องแป้งจะอยู่ด้านขวาของเตียง

ข้ามมาอีกฝั่งกันบ้างนะครับ อีกฝั่งจะเป็นห้องครัวกับห้องน้ำซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับห้องนอน มีห้องนั่งเล่นกั้นตรงกลาง

ทางเข้าจะมีกระจกบานเลื่อนกั้น ทางซ้ายจะเป็นห้องครัว แต่กระจกบานเลื่อนนี้โครงการไม่มีให้นะครับ ต้องติดตั้งเพิ่มเอง

ชุดครัวจะคล้ายๆ กับ Type A มีช่องใส่เครื่องซักผ้าด้านล่าง และช่องใส่ไมโครเวฟและชั้นลอยใส่ของด้านบน

ด้านในห้องครัวจะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง บานเล็กๆ อยู่ด้วย

ส่วนทางขวาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งสุขภัณฑ์ก็จะใช้ของ American Standard เช่นกันครับ

ห้องอาบน้ำก็กั้นด้วยฉากกระจก

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

สำหรับโครงการ The Excel (เฟส 2) ในซอยลาซาล 11 นี้ต้องบอกว่ามีความสงบและเป็นส่วนตัวสูงมากเหมาะแก่การพักผ่อนอาศัย ใครที่เล็งๆ ที่พักอาศัยในแถบนี้อยู่ก็น่าจะลองเข้าไปดูห้องตัวอย่างกันก่อน เพราะทำเลอยู่ค่อนข้างใกล้รถไฟฟ้าและสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงบรรยากาศในซอยก็คึกคักเกือบตลอดเวลา เนื่องจากมีทั้งโรงเรียน ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบริษัท สำนักงานอยู่กันครบถ้วน เรื่องความสะดวกสบายค่อนข้างเพียบพร้อมอยู่ไม่น้อยเลย ในขณะที่การจะลงทุนเพื่อการปล่อยห้องให้เช่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าสถานีแบริ่งที่ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมายิ่งขึ้น หรือถ้าใครที่ทำงานอยู่ในย่านนี้อยู่แล้วก็น่าจะเป็นอีกกลุ่มผู้เช่าที่น่าสนใจห้องในทำเลนี้ได้ไม่ยาก

We Recommend
บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

บ้านเดี่ยวทำเลกลางเมือง Atelier Residence มีความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 8 หลังเท่านั้น

Atelier Residence บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก Aland Development ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยการนำแนวคิด Oval Design ดีไซน์เพื่อความเป็นส่วนตัวที่สุด ไม่ถูกรบกวนจากภายนอกในแบบฉบับ Private Residence เพียง 8 ยูนิต แต่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกในซ.สหการประมูล สี่แยกทาวน์อินทาวน์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์   ตัวบ้านสะท้อนความเรียบหรูแบบคลาสสิก เพิ่มสเปซคอร์ตยาร์ดกลางบ้านที่มีทั้งสวนหย่อม สระว่ายน้ำส่วนตัวยาว 20 เมตร ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้ดูโล่งสบาย แฝงกลิ่นอายของความเป็นรีสอร์ท ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นของบ้าน เช่น ดินเผาสีเทาที่นำมาเป็นอิฐคุณภาพสูงทุกก้อน คอร์คยาร์คนำต้นไม้มงคล ซึ่งไม่ทำให้บ้านเสียหายในอนาคตมาวางเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน   ชื่อโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเด้นซ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ 588 ซ.สหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ 7-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 5 ห้องนอน มีลิฟต์ส่วนตัว จำนวนหลัง 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 182 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,150 ตร.ม. แบบบ้าน Type A Zen style Type B Roman style ที่จอดรถ 6 คัน ราคาเริ่มต้น 138 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ มีความเป็นส่วนตัวสูงทั้งจำนวนยูนิต และการดีไซน์ตัวบ้านที่ไม่เหมือนใคร ใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยม ทำเลใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย และทางด่วนฉลองรัช จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง CrystalPark, CentralFestival Eastville, Central Plaza Grand Rama 9, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช   ภาพ exterior   ภาพ Interior  

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

คอนโดย่านสาทร วิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา THE ISSARA SATHORN

THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าคำว่าคอนโดมิเนียม โดยนำเอาทำเลรอบๆ ที่มีความเป็นเมือง metropolitan กับธรรมชาติ suburban มาผสมผสานอัตลักษณ์ของ 2 บริบทนี้เข้าด้วยกัน   รอบโครงการได้กระจายพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆของอาคารตั้งแต่ทางเข้าของโครงการจนไปถึงชั้นต่างๆ ของตึกจนถึงบริเวณสูงสุดของอาคาร โดยลักษณะพื้นที่ในสวนในรูปแบบของ pattern ที่เป็นเส้นตรง มีการสลับกันระหว่างพื้นที่สีเขียว ทางเดิน และน้ำ ในส่วนของ facilities หลักของโครงการชั้น 30 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Wellness pool ที่ยาวกว่า 28 เมตร เป็นตัวเชื่อมวิวระหว่างฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหาเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนชั้น 38 และ Rooftop ถูกออกแบบอย่างมี Character และกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดให้มาใช้งาน อาทิ พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยมีพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการทำสวนและปลูกผัก ส่งไปถึงการออกกำลังกายบนชั้น Rooftop ใช้สีสันฉูดฉาดชวน Active บนวิวเมืองสวยๆ และยังมีที่นั่งที่เป็น Net Hammock ดูยื่นออกไปนอกอาคารอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองวิวได้อย่างครบ 360 องศา   ภายในสร้างบรรยากาศการตกแต่งแบบร่วมสมัย คือ MODERN แต่ก็ผสมผสาน ART CULTURE แบบ RETRO ในรูปแบบ MODERN RETRO ที่สะท้อนการใช้งานศิลปะเข้ามาผสมผสานในทุกๆพื้นที่ ในส่วนของห้องพักมีความโล่งกว้างสามารถใช้อยู่อาศัยได้จริงทั้งส่วนบุคคลหรืออยู่เป็นครอบครัว มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ถ่ายเทของอากาศได้ดี จากการออกแบบแปลนของอาคารทำให้ทุกห้องได้รับวิวทัศนียภาพที่สวยงามของสถานที่โดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิวเมืองหรือวิวคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า และมีการประหยัดพลังงานด้วยการออกแบบให้มีครีบที่ช่วยกันแดดแนวตั้งที่สามารถช่วยลดความร้อนและแสงที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ในบางส่วน โดยที่ไม่บดบังทัศนียภาพนอกอาคาร ชื่อโครงการ THE ISSARA SATHORN (ดิ อิสสระ สาทร) เจ้าของโครงการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด มหาชน ที่ตั้งโครงการ ถ.จันทน์ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการ  1-2-60 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น  37 ชั้น จำนวนยูนิต 270 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 32.66 – 47.21 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 37.21 ตร.ม. 2 BEDROOM 58.96 – 90.32 ตร.ม. 2 BEDROOM  PLUS 88.14 – 88.17 ตร.ม.  3 BEDROOM 93.44 – 110.74 ตร.ม. PENTHOUSE 134.88- 188.76 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Auto Parking 270 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  ปีที่สร้างเสร็จ ประมาณปลายปี 2565 ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีช่องนนทรี  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง Makro, Market Place นางลิ้นจี่, Central rama 3, The Up rama 3, Silom Complex,สวนลุมพินี, โรงพยาบาล กรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม THE ISSARA SATHORN ภาพ Facilities   ภาพ Interior

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

รีวิวคอนโดใกล้จุฬาฯ Ideo Chula-Samyan ใกล้ MRT สามย่าน 400 เมตร

Ideo Chula-Samyan คอนโดที่ "คิดเพื่อชีวิตจุฬา" แค่ชื่อคอนเซปก็บ่งบอกคาแรคเตอร์ของโครงการนี้ได้ดี เพราะการออกแบบทุกพื้นที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ชาวจุฬา ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ไม่รู้จบตลอด 24 ชม. อาทิ Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop พร้อมฟรี Wifi 3x Facilities บน 3 ชั้นสูงสุดของอาคาร ท่ามกลางธรรมชาติให้ได้พักผ่อนไปกับวิวกลางเมือง   ชื่อโครงการ Ideo Chula-Samyan (ไอดีโอ จุฬา-สามย่าน)  เจ้าของโครงการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.วิภาวดี 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10210  พื้นที่โครงการ  3-1-45.5 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 2 อาคาร  จำนวนชั้น อาคาร A สูง 34 ชั้น อาคาร B สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิต 773 ยูนิต  ขนาดห้อง  STUDIO 26-30.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.5-41.5 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 45-48 ตร.ม. 2 BEDROOM  52-70.5 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 385 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Co-Living Space, Fitness Center, Sky Pool, Vertical Garden, Twin Tone Lobby, Co-Nature Space,EV Charger, Shop ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ 400 เมตร จาก MRT สถานีสามย่าน อยู่กลางเมืองที่มีความสะดวกสบายรอบด้าน และ 3x Facilities ชั้นบนสุดของอาคารเต็มพื้นที่ 3 ชั้น เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมฟรี Wifi ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ สถานที่ใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สามย่านมิตรทาวน์, Siam Paragon, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, MBK Center, Silom Square, สวนลุมพินี, Chamchuri Square, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาล BNH   3x Facilities     ด้านใน Facilities   Ideo Chula-Samyan เปิดจองครั้งแรก 23 พ.ย. 62 Free iPhone 11 Pro Max* ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท      

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

รวมอีเว้นท์สัปดาห์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2562

สัปดาห์มีงานอีเว้นท์หลากหลายที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดที่ทุกคนรอคอย งานขายสินค้าลดราคา พร้อมโปรโมชั่น งานสำหรับการวางแผนลงทุนเพื่ออนาคต ฯลฯ วางแผนกันให้ดี เพราะแต่ละงานก็ต่างสถานที่ แล้วยังน่าสนใจไปหมดเลยค่ะ     งานกาชาดประจำปี 2562 มหกรรมงานรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ทุกคนรอคอย ภายใต้แนวคิด "เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม" เต็มอิ่ม 10 วัน 10 คืน มีทั้งของกิน ของใช้ กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และปีนี้ยังยกร้านอาหารชื่อดังจาก 50 เขต ในกรุงเทพฯ มาให้ได้ชิมแบบไม่ซ้ำเมนูตลอดการจัดงาน โดยยังเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาร่วมงาน งดใช้โฟม พลาสติก ขอความร่วมมือให้พกถุงผ้า และหิ้วกระบอกน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 -22.00 น. สถานที่ : สวนลุมพินี   งานสภาสถาปนิก’19 (ACT Forum’19) งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง งานเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมกลุ่มสถาปนิกครบทุกสาขา มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดได้นำมาร่วมจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างหลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน รวมกว่า 500 รายจาก 30 ประเทศทั่วโลก และมีการสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรม รวมกว่า 30 หัวข้อ   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี   “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์ LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว ไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อน   วัน เวลา :  9 - 24 พฤศจิกายน 2562  เวลา 18.30 – 22.00 น. สถานที่ : ล้ง 1919   Homepro Expo ครั้งที่ 30 โฮมโปร จัดงานครั้งใหญ่ประจำปี ขนสินค้าวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน มาลดราคาลดสูงสุด 70% WEEKDAY STAR ช้อปวันจันทร์ – ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% และฟินรับลมหนาว กับมหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น ลดสูงสุดถึง 30% ติดตั้งฟรี!! ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ พร้อมกระหน่ำความพิเศษ!! ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศในงาน ลด+รับเพิ่มสูงสุด 35% และยังมีสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกอีกมากมาย   วัน เวลา :  15 - 24 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : IMPACT Challenger เมืองทองธานี K Village Yard Sale #2 งานเปิดท้ายขายของมือสอง ของสะสม บอกเลยว่างานนี้เหล่าเซเลบริตี้ เตรียมโล๊ะตู้ ขนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มาปล่อยเพียบบบ! แถมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารเก๋ๆ พร้อมนั่งชิลล์ๆ ฟังเพลงเพลินๆ จาก Live Band   วัน เวลา :  16 - 17 พฤศจิกายน 2562  11:00 - 20:00 น. สถานที่ : K VILLAGE สุขุมวิท 26   SET in the City 2019 : มหกรรมการลงทุนแห่งปี งานมหกรรมการลงทุนแห่งปี SET in the City 2019 รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลาดทุนแห่งอนาคต เครื่องมือ สินค้า และบริการต่างๆ ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆมากมายมาย อาทิ กิจกรรมวางแผนทางการเงิน และ Workshops พร้อมสัมมนาพิเศษเกี่ยวการลงทุน   วัน เวลา : 14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน   Bricklive 2019 งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Wars) ที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมาย   วัน เวลา :  14 - 17 พฤศจิกายน 2562 สถานที่ : ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ICOANSIAM ซื้อบัตรเข้างานได้ที่ www.thaiticketmajor.com ราคา 500 บาท      

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง