การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


The President สาทร – ราชพฤกษ์ (รีวิวคอนโด)

ข้ามฝั่งมาดู คอนโดมิเนียม แถวฝั่งธนบุรีกันบ้างครับ กับโครงการ The President สาทร – ราชพฤกษ์ โครงการใหญ่ติดสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้จะสังเกตุเห็นได้ง่าย เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนตรงแยกถนนเพชรเกษมตัดกับถนนราชพฤกษ์พอดี โครงการนี้มีเจ้าของโครงการเป็น Developer หน้าใหม่ในวงการที่อยู่อาศัยแบบอาคารสูง แต่ด้วยศักยภาพของทำเลที่น่าสนใจมาก และขนาดของโครงการที่กำลังขยายไปถึงเฟสที่ 3 แล้ว จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามองเลยทีเดียว

 

การเดินทาง

 

การเดินทางมายังโครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ สามารถมาได้หลายทาง แต่วิธีที่สะดวกที่สุดคือ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีบางหว้า ออกทางออกที่ 4 แล้วข้ามถนนมาอีกนิดหน่อยก็ถึงตัวโครงการแล้ว ระยะห่างจากตัวสถานีถึงหน้าโครงการไม่เกิน 50 เมตรเท่านั้น ส่วนรถไฟฟ้าอีกสายที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างขณะนี้คือรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ซึ่งมีสถานีบางหว้าเป็นจุด Inter Change Station ที่คาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้นี้ เรื่องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากหน้าโครงการThe President จึงถือว่าสะดวกมากๆ ทั้งการมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจอย่างสาทรหรือสยามด้วยรถไฟฟ้า BTS  รวมถึงการเดินทางออกไปยังย่านบางแค-บางซื่อด้วยรถไฟฟ้า MRT ก็สามารถกำหนดระยะเวลาในการเดินทางได้แน่นอนมากขึ้น

วิ่งมาจาก สะพานตากสิน มาลงที่แยกบางหว้า แล้วให้เลี้ยวซ้ายเพราะแยกนี้ยังไม่ให้เลี้ยวขวา

เมื่อเลี๊ยวซ้ายมาแล้ว ให้เตรียมกลับรถ

กลับรถ

เมื่อกลับรถแล้ว ก็ให้วิ่งไปแยกบางหว้า

ผ่านรถไฟฟ้าสถานีบางหว้า

ผ่านแยกบางหว้า จะเห็นโครงการ The President อยู่ทางขวา

ผ่านแยกมาแล้ว ให้เตรียมตัวกลับรถ ทางกลับรถจะเห็นปั้มเชลล์อยู่ทางซ้าย

เมื่อกลับรถมาแล้วให้เข้าซ้ายทันที เพราะโครงการอยู่ก่อนถึงแยกบางหว้า

วิ่งเลยไปหน่อยจะเป็นทางเข้าโครงการ The President เฟส 2

ทางเข้า The President เฟส 2

นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแล้ว การเดินทางด้วยรถยนต์ก็จัดว่าสะดวกไม่น้อยไปกว่ากันเลย เพราะถนนหน้าโครงการเป็นสี่แยกถนนเพชรเกษมตัดกับถนนราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นเส้นทางหลักๆ ที่สามารถใช้เดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายๆ ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการไม่ว่าจะเลือกถนนราชพฤกษ์ข้ามมาฝั่งสาทร หรือจะไปทางถนนเพชรเกษมเข้าวงเวียนใหญ่ก็ได้  จะมีปัญหาหน่อยก็ตรงที่ช่วงเวลาเร่งด่วนปริมาณรถจะหนาแน่นมากๆ เข้าขั้นวิกฤตเลยทีเดียว แถมพื้นที่ฝั่งธนบุรีก็ไม่มีทางด่วนอยู่ใกล้ๆ เลย เส้นทางเลี่ยงรถติดจึงทำได้แค่ใช้เส้นทางลัดเลาะตามซอยเล็กซอยน้อยเท่านั้น

ส่วนใครที่หวังจะพึ่งพาบริการรถสาธารณะอย่างรถเมล์ รถแท็กซี่ หรือแม้แต่วินมอเตอร์ไซค์ เพื่อเดินทางในระยะใกล้ๆ บริเวณหน้าโครงการก็หาเรียกรถได้ไม่ยากเลย แถมปัจจุบันทางกรุงเทพมหานครยังเปิดให้บริการเดินเรือโดยสารในคลองภาษีเจริญแล้วด้วย จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับใครที่ต้องการโดยสารเรือไปยังจุดต่างๆ ตามแนวคลองภาษีเจริญ ที่สำคัญท่าขึ้นเรือก็อยู่บริเวณด้านหลังโครงการพอดีอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยวิธีไหนก็ดูจะสะดวกไปซะทุกทางเลย

 

วิเคราะห์ตัวโครงการ

 

โครงการThe President สาทร-ราชพฤกษ์ เปิดตัวไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันจึงเริ่มเปิดขายในเฟสที่ 2 ด้วยจุดเด่นของทำเลที่ตั้งโครงการที่ซึ่งอยู่ตรง 4 แยกพอดี ทำให้การเดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก (ถ้ารถไม่ติด) แถมบริเวณรอบๆ ก็เป็นเขตชุมชนเดิมมีคนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก เรื่องร้านค้า ร้านอาหาร

ตัวอาคารและการออกแบบในเฟสที่ 2 ไม่ได้ต่างจากเฟสแรกมากนัก ถ้าใครได้เคยเข้าไปชมโครงการก่อนหน้านี้แล้วก็น่าจะพอนึกภาพตามได้ไม่ยาก สำหรับอาคารในเฟสที่ 2 นี้ เป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น ส่วนของที่พักอาศัยเริ่มกันตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไป บริเวณชั้น 1-5 จึงเป็นที่จอดรถทั้งหมด ซึ่งนับรวมแล้วจำนวนที่จอดรถก็มีเพียง 30% เท่านั้น ถือว่าจัดมาแบบพอให้มีจำนวนจอดได้ตามมาตรฐาน ตามแบบฉบับโครงการใกล้รถไฟฟ้าที่เน้นจับกลุ่มคนที่ไม่ใช้รถส่วนตัว และต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก พื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อนจะอยู่ที่ชั้น 6 แต่ดูจากขนาดคร่าวๆ ในแปลนแล้ว ต้องบอกว่าพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างน้อยไปหน่อยสำหรับคอนโด High Rise ที่มีจำนวนลูกบ้านเกือบ 600 ห้องแบบนี้ ถึงแม้จะมีสวนหย่อมบนดาดฟ้าเพิ่มขึ้นมาด้วยก็ตาม เวลาที่ต้องใช้งานจริงๆ อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกบ้านก็ได้ เช่นเดียวกันกับเรื่องลิฟท์โดยสารที่ทางโครงการจัดมาให้ 4 ตัว ซึ่งเฉลี่ยแล้วลิฟต์ 1 : 146 นับว่าหนาแน่นมากเหมือนกันครับ เวลาเช้าๆ อาจต้องรอลิฟท์กันนานหน่อย อย่างที่บอกว่าอาคารของเฟส 2 ตั้งอยู่ติดๆ กันกับเฟสแรก ห้องพักด้านนี้จึงถูกบังวิวอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ในขณะที่ด้านอื่นๆ ยังโชคดีที่ไม่มีอาคารอะไรมาอยู่ในระยะประชิด เพราะส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัย และอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้นเท่านั้น จะเลือกห้องมุมไหนก็พิจารณาดูแปลน และทิศทางของทั้ง 2 เฟสเปรียบเทียบกันให้ดีๆ ครับ เพราะทางโครงการจะโชว์แปลนแยกกัน บางทีเราเลยลืมไปว่ายังมีตึกของเฟสแรกบังวิวกันอยู่

model โครงการ The President เฟส 1

model โครงการ The President เฟส 2

ด้านข้างของ model โครงการ The President เฟส 2

ด้านหลังโครงการติดกับคลองภาษีเจริญ-ซึ่งมีท่าเรือของกรุงเทพมหานครที่กำลังทดลองให้บริการฟรีอยู่

พื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่ของ โครงการ The President เฟส 3

ในช่วงทดลองให้บริการ-เรือจะให้บริการแค่ช่วงเช้าและช่วงเย็นเท่านั้น

บริเวณท่าเรือจะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ด้วย-ค่าบริการตรวจสอบได้ตามป้าย

 

พาชมห้องตัวอย่าง

 

สำหรับห้องพักของโครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ ก็มีให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้นอยู่ที่ 30 ตร.ม. ไปจนถึงขนาด 60 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่สุด ห้องทั้งหมดขายกันมาแบบห้องเปล่าๆ จะมีที่มาพร้อมห้องก็แค่ ชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศเท่านั้น สำหรับ Lay out ของห้องแบบ 1 ห้องนอน ต้องบอกว่าจัดพื้นที่ใช้สอยมาได้ค่อนข้างลงตัวดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ และห้องครัวแบบปิดที่วางอยู่ในตำแหน่งติดระเบียง จึงช่วยเรื่องการระบายกลิ่นได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับแบบ 1 ห้องนอน ที่ขนาด 30 ตร.ม. และ 34.5 ตร.ม. จะต่างกันอยู่พอสมควรในเรื่องของฟังก์ชั่นห้อง เพราะห้อง 30 ตร.ม. ใช้กระจกบานเลื่อนกั้นพื้นที่บริเวณห้องนอน ซึ่งช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายตามากขึ้น แต่ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า ห้องแบบนี้เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน และไม่ได้มีแขกมาเยี่ยมห้องบ่อยๆ ครับ ส่วนห้อง 1 ห้องนอนที่ขนาด 34.5 ตร.ม. จะเป็นอีกแบบที่เป็นตัวเปรียบเทียบที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะได้พื้นที่ห้องเพิ่มขึ้นแล้ว การจัดวาง Lay out ห้องที่กั้นห้องนอนด้วยผนังทึบและติดตั้งประตูบานสวิงแทน จึงทำให้ห้องแบบนี้ดูเป็นสัดส่วนเรียบร้อยมากกว่า ในส่วนของห้องครัวนั้นถือว่าจัดมาได้เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารกินเอง เพราะมีประตูบานเลื่อนกั้นห้องครัวออกจากพื้นที่นั่งเล่นเรียบร้อย แถมตำแหน่งที่อยู่ติดระเบียงก็ยังสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อช่วยระบายกลิ่นได้อีกทางด้วย หันกลับมาดูที่ห้องน้ำ ทางโครงการก็จัดเตรียมชุดสุขภัณฑ์ไว้ตามมาตรฐาน มีฉากกั้นอาบน้ำแยกพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียก โดยรวมแล้วห้องแบบ 1 ห้องนอนออกแบบมาค่อนข้างดีทีเดียวครับ นอกจากนี้ทางโครงการยังมีห้องแบบ 2 ห้องนอน ที่ขนาด 50-60 ตร.ม. เผื่อคนที่ต้องการห้องใหญ่ไว้อยู่อาศัยเป็นครอบครัว แต่ราคาห้องก็โดดขึ้นไปอีกเท่านึงเลยทีเดียว ทำให้คนที่อยากจะได้ห้องใหญ่ต้องคิดหนักกันหน่อย เพราะราคาขนาดนี้อาจจะมีตัวเปรียบเทียบให้เลือกมาก ทั้งในเรื่องของทำเล ขนาด และแบรนด์เจ้าของโครงการ

เมื่อเข้าห้องก็จะเจอกับส่วนของห้องนั่งเล่น

มองตรงเข้าไปจะเป็นห้องนอน

ส่วนของโซฟาจะอยู่ทางซ้าย

มุมทานข้าวอยู่หน้าห้องนอน ติดกับมุมนั่งเล่น

ถัดมาเป็นห้องนอน

ห้องนอนกับห้องนั่งเล่น จะกั้นด้วยกระจกบานเลื่อน

ห้องนอน

มองจากห้องนอนออกมา

มุมด้านในห้องนอน

มาถึงห้องครัว ถ่ายจากระเบียงเข้ามา จะเห็นว่าตู้เย็นจะวางติดกับเคาเตอร์ครัว

เคาเตอร์ครัวที่ทางโครงการมีให้

เตากับเครื่องดูดควัน

ทางโครงการมีทำการแบ่งพื้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัว ห้องนั่งเล่นจะใช้เป็นพื้นไม้ลามิเนต ส่วนพื้นห้องครัวจะเป็นกระเบื้อง

เข้ามาดูห้องน้ำจะได้กระจกบานใหญ่

แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง

อุปกรณ์ต่างๆ ก็เป็นแบบมาตรฐาน

ธรณีประตูระหว่างห้องน้ำกับห้องครัว

สวิทซ์ไฟแบบมาตรฐาน

มาดูห้องขนาด A2 บ้าง เข้ามาก็เป็นห้องนั่งเล่นเหมือนกัน

ถัดจากห้องนั่งเล่น ก็จะเป็นห้องครัว

โต๊ะทานข้าวอยู่ติดกับส่วนห้องนั่งเล่น

ทีวีจะอยู่ติดกับประตูทางเข้า

โต๊ะทาานข้าวติดกับห้องครัว

เคาเตอร์ที่โครงการมีให้

เตากับเครื่องดูควันจะอยู่แยกกับส่วนของซิ้งค์ล้างจาน

จากห้องครัวมองออกไปที่ห้องนั่งเล่น

มุมห้องนอน

มุมเตียงนอน

ชั้นวางทีวีปลายเตียง

มุมตู้เสื้อผ้า

มองจากห้องนอนออกมา

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

โครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ เป็นโครงการที่มีจุดเด่นดีในด้านของทำเลที่ตั้ง เพราะอยู่เกาะติดกับสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าทั้ง 2 สาย และตั้งอยู่บริเวณ 4 แยกของถนนสายหลักอย่างราชพฤกษ์และเพชรเกษม การเดินทางไปไหนมาไหนจึงจัดว่าสะดวกมากเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงในเรื่องของมลภาวะทางเสียง และฝุ่นละอองที่อาจะเลี่ยงได้ยาก สำหรับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยติดรถไฟฟ้าในงบประมาณไม่เกิน 3 ล้าน โครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ คงได้เปรียบมาก เพราะตัวสถานีอยู่ห่างออกไปเพียง 50 เมตรเท่านั้น ศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งจึงเรียกคะแนนความสนใจได้สูงมากๆ

สำหรับด้านการลงทุน โครงการ The President สาทร-ราชพฤกษ์ จัดว่ามี Upside Gain สูง ทั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า แหล่งสาธาณูปโภคต่างๆ ที่จัดว่าสะดวกครบครัน การจะขายเพื่อทำกำไรต่อ หรือปล่อยห้องเช่าก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าหมดจากเฟสแรกไปแล้ว มาจนถึงเฟส 2 ที่กำลังเปิดขายอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ปริมาณห้องค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีข่าวมาว่าทางโครงการอาจจะสร้างเฟสที่ 3  เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งแต่ละอาคารก็มีจำนวนยูนิตไม่ต่ำกว่า 500 ห้อง จำนวนห้องมีโอกาสล้นเกินความต้องการ แถมความหนาแน่นของผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้ก็จะมากตามไปด้วย  นอกจากนี้ตัว Developer ก็เป็นรายใหม่ในวงการที่อยู่อาศัยแบบอาคารสูง เรื่องการจัดการในด้านต่างๆ จึงยังไม่มีข้อมูลเก่าๆ ให้ศึกษามากนัก ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของ Developer ก็ทำให้ต้องคิดกันเยอะขึ้นอีกนิดครับ

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888