การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


The Privacy ติวานนท์ (รีวิวคอนโด)

The Privacy ติวานนท์ : รีวิวคอนโด

The Privacy ติวานนท์ ตั้งอยู่ในซอยติวานนท์ 50 อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าในอนาคต และมีการคาดการณ์ว่าตัวโครงการจะมีระยะห่างจากตัวสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ 300 เมตร และด้วยที่เส้นทางนี้อยู่ในแนวรถไฟฟ้าความเจริญจึงเริ่มขยายตัวมาถึง ทำเลแถบนี้จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้ย่านชุมชนเดิม ซึ่งมีแหล่งสาธารณูปโภคต่างๆ เพียบพร้อมอยู่แล้ว

 

การเดินทาง

 

ปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมายังโครงการถือว่าสะดวกดีทีเดียว เพราะมีทั้งเส้นทางหลักอย่างถนนติวานนท์ ถนนสามัคคี รวมถึงถนนเส้นอื่นๆ ที่ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงได้ทั้งทางแยกแครายออกถนนงามวงศ์วานซึ่งมีด่านขึ้นลงทางด่วนห่างออกไปไม่ไกล รวมถึงถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนสนามบินน้ำ ที่ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงออกไปทางสะพานพระนั่งเกล้าได้อีกทาง แต่ปัญหารถติดก็ยังคงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ถนนไฟฟ้าสายสีม่วงซึ่งอยู่ใกล้ๆ กำลังก่อสร้าง รถที่เลี่ยงมาใช้ถนนติวานนท์ก็เยอะ พอรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้ใช้แล้ว ก็ใช่ว่าจะปัญหารถติดจะหมดไปนะครับ เพราะหลังจากปี 57 ซึ่งตัวโครงการพร้อมเข้าอยู่แล้ว รถไฟฟ้าสายสีชมพูบนเส้นติวานนท์ก็จะเริ่มทำการก่อสร้างกันต่อ ปัญหาการจราจรจึงติดยาวกันไปอีกหลายปี

 

เริ่มต้นมาจากทางด่วน ลงแจ้งวัฒนะเลยครับ

วิ่งไปทางปากเกร็ดนะครับ

วิ่งเลนในนะ อย่าขึ้นสะพาน ไม่ใช่ว่าไปไม่ได้แต่จะโดนกล้องถ่ายเอาได้ครับ

ผ่านทางเข้า เมืองทองธานีไปครับ

ผ่านโรงพยาบาล World Medical Center

ผ่านตึกจัสมิน

เมื่อเลยตึกจัสมินมาก็จะเห็นสะพานลอย ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด

เข้าถนนเลี่ยงเมือง ก็วิ่งตรงยาวเลยครับ

พอมาถึงสามแยกให้เลี้ยวขวา ทางซ้ายจะไปซอยสามัคคี

เจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายอีกทีครับ

ให้ชิดซ้ายเพื่อเข้าซอยติวานนท์ 50

เลี้ยวเข้าซอยมาแล้วก็ตรงเข้าไปเรื่อยๆเลยครับ

ถึงแล้วโครงการ The Privacy ติวานนท์ ยังไม่มีอะไรขึ้นเลยครับ

ส่วนการเดินทางด้วยบริการรถสาธารณะ บริเวณปากซอยติวานนท์ 50 ก็มีทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ และวินมอเตอร์ไซค์วิ่งกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ การเดินทางไปไหนมาไหนจึงไม่ลำบากนัก แค่ต้องเผื่อเวลากันให้ดีๆ หน่อย ส่วนหลังจากที่โครงการรถไฟฟ้าพร้อมเปิดใช้บริการแล้วการเดินทางคงสะดวกขึ้นมาก ในระยะแรกๆ คงได้พึ่งพารถไฟฟ้าสายสีม่วงกันไปก่อนสำหรับการเดินทางเข้าเมือง พอรถไฟฟ้าสายสีชมพูแล้วเสร็จก็น่าจะสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก ถึงจะต้องเปลี่ยนสายกันหลายต่อหน่อย แต่ก็ยังพอจะกะเวลาเดินทางที่แน่นอนได้

 

วิเคราะห์ตัวโครงการ

 

ทำเลที่ตั้งโครงการ The Privacy ติวานนท์ อยู่ในย่านชุมชนเดิมบรรยากาศจึงค่อนข้างพลุกพล่านอยู่พอสมควร แต่ด้วยความที่ตัวโครงการไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ และอยู่ห่างจากปากซอยติวานนท์ 50 เข้ามาอีกประมาณ 100 เมตร บรรยากาศรอบโครงการจึงค่อนข้างเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยขึ้นเยอะ ยิ่งบ้านเรือนในซอยนี้ก็เป็นบ้านเดี่ยวเตี้ยๆ ไม่มีตึกสูงอยู่ใกล้ๆ จึงไม่ห่วงเรื่องเสียงรบกวนเลย ถึงจะบอกว่าตัวโครงการอยู่ในย่านชุมชนที่มีบรรยากาศคึกคัก แต่เรื่องอาหารการกิน ร้านค้า ร้านอาหารที่พอจะฝากท้องได้ก็ไม่มีอยู่ในระยะที่เดินสบายๆ เลย บริเวณปากซอยส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านจำพวกฮาร์ตแวร์ อุปกรณ์ก่อสร้าง จานดาวเทียม แบตเตอรี่รถยนต์ ฯลฯ แต่ถ้าขับรถขยับออกไปหน่อยก็จะมีทั้ง ห้างโลตัส ติวานนท์ โลตัสรัตนาธิเบศร์ The Mall งามวงศ์วาน Big C Extra แจ้งวัฒนะ รวมถึง Central แจ้งวัฒนะ และ Central รัตนาธิเบศร์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรัศมีที่สามารถเดินทางได้ในระยะเวลา 10-15 นาที (ถ้ารถไม่ติด) นอกจากนี้แล้วบริเวณรอบๆ ยังมีสถานที่ราชการใหญ่ๆ โรงพยาบาล อีกหลายแห่ง ถ้าใครที่พอจะคุ้นเคยเส้นทางอยู่บ้าง หรือทำงานในแถบนี้ คงจะเคยชินกับสภาพแวดล้อมได้ไม่ยาก

สำหรับตัวโครงการ The Privacy ติวานนท์ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น มีจุดเด่นที่ตัวโครงการมีขนาดค่อนข้างเล็กและมีจำนวนยูนิตค่อนข้างน้อย รวมทั้ง 2 อาคารแล้วก็มีจำนวนแค่ 156 ยูนิต (อาคารละ 78 ยูนิต) ดังนั้นจึงได้เรื่องความเป็นส่วนตัวมากกว่าโครงการใหญ่ๆ แน่นอน ตัวอาคารไม่ได้มีลูกเล่นในการออกแบบเป็นพิเศษ แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชูเรื่องเพดานห้องที่สูง 2.6 เมตรและเรื่องช่องลมที่ช่วยระบายอากาศ ทำให้อากาศภายในอาคารไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ภาพรวมของตัวโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ถึงจะอยู่บนพื้นที่เดียวกันแต่ก็แยกออกจากกันเป็น 2 โครงการ คือ โครงการ A ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าโครงการเป็นอาคารทรงตรงๆ แบบปกติ ส่วนโครงการB จะเป็นอาคารรูปตัว L อยู่ทางด้านใน โดยทั้ง 2 อาคารจะใช้ทางเข้าออกแยกกันอย่างชัดเจน รวมถึงการบริหารงานก็ใช้นิติบุคคลดูแลแยกกันนะครับ เว้นแต่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ห้องฟิตเนส สวนหย่อม และล็อบบี้ที่ยังใช้ร่วมกัน ที่จอดรถจะมีเฉพาะบริเวณใต้อาคารนับรวมจอดซ้อนคันแล้วสามารถจอดได้ทั้งหมด 62 คันเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมาก ถ้าคิดว่าตัวโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่ยังต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถส่วนตัวพอสมควร ส่วนเรื่องลิฟท์โดยสารนั้น แต่ละอาคารมีลิฟท์ให้ 1 ตัว อัตราส่วนที่ 1:78 ห้องถือว่าไม่หนาแน่นมากแต่ลิฟท์ห้ามเสียเด็ดขาด ไม่งั้นได้เดินขึ้นบันไดกันสนุกแน่

Plan ของอาคาร A

Plan ของอาคาร B

ภาพตัวโมเดลของโครงการ The Privacy ติวานนท์ ครับ

อีกมุมนึงของโมเดลโครงการ The Privacy ติวานนท์

 

พาชมห้องตัวอย่าง

 

สำหรับห้องตัวอย่างของโครงการ The Privacy ติวานนท์ เรามีโอกาสได้เข้าไปชมห้องที่โครงการ The Privacy งามวงศ์วานแทน เนื่องจากสำนักงานขายได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่งามวงศ์วาน ซึ่ง 2 โครงการนี้มีความใกล้เคียงกันทั้งตัวแปลนและ Lay out ห้อง แบบห้องที่มีมากที่สุดก็คือห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 33 ตร.ม. ซึ่งถ้าใครที่เคยมีโอกาสได้ชมห้องตัวอย่างในเครือ The Privacy มาบ้าง ก็คงจะเห็นถึงความใกล้เคียงกันกับโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่ห้องที่นี่จะขายให้แบบ Fully Furnished เลย เปิดประตูห้องเข้ามาก็จะเจอส่วนของห้องครัวก่อนเลย ซึ่งเป็นครัวเล็กๆ ขนาดกำลังเหมาะกับการเตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากเป็นครัวแบบเปิด แน่นอนว่าเคาน์เตอร์ครัว พร้อมซิงค์ล้างจานก็ Built-in มาให้แล้ว ส่วนด้านตรงข้ามกับ Pantry ครัวจะเป็นห้องน้ำ ที่สามารถเปิดประตู้เข้าห้องน้ำได้ทั้งจากทางห้องครัวและห้องนอนครับ ถัดจากบริเวณครัวเข้ามาก็จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียง โดยระยะระหว่างโซฟากับผนังนั้นไม่ได้กว้างมากนัก ดังนั้นแนะนำให้แขวนทีวีติดผนังจะดีกว่ามาก นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้วยังช่วยเพิ่มระยะการดูทีวีได้ด้วยครับ ติดกันกับพื้นที่นั่งเล่นเป็นประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังระเบียง ซึ่งมีพื้นที่ให้ใช้งานได้เต็มที่ เพราะทางโครงการเลือกที่จะแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน เราจึงได้พื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียงไปเต็มๆ ธรณีประตูระเบียงก็ก่อมาให้สูงมาก ได้ข้อดีเรื่องไม่ต้องห่วงว่าน้ำจากระเบียงจะท่วมเข้าห้องครับ

ถัดเข้ามาดูที่ห้องนอนกันบ้างครับ พื้นที่ห้องนอนไม่ได้กว้างมากนัก วางเตียงขนาด 5-6 ฟุตเข้าไปก็เกือบจะไม่เหลือพื้นที่ปลายเตียงแล้ว แต่กลับกันพื้นที่ห้องที่มีลักษณะลึกเป็นแนวยาวมากกว่า บริเวณหน้าห้องน้ำจึงมีพื้นที่มากพอที่จะวางตู้เสื้อผ้าใหญ่ได้ 2 ตู้ เลยทำให้เหมือนได้พื้นที่แต่งตัวแบบ walk in closet เพิ่มขึ้นมา ส่วนในห้องน้ำก็จัดพื้นที่แยกส่วนแห้งส่วนเปียกไว้เรียบร้อย มี Shower Box ติดตั้งมาให้พร้อมชุดสุขภัณฑ์มาตรฐาน แต่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้นะครับ อันนี้ต้องไปติดเพิ่มกันเอง อ้อ! อีกอย่างที่ติดตั้งมาให้พร้อมห้องเลยก็คือ Digital Door Lock ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบ Key Card และกดรหัสเข้าห้อง

 

Plan ห้องขนาด 28.00 ตร.ม.

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเห็นส่วนครัวอยู่ทางซ้าย

มุมครัวจะมีโต๊ะทานข้าวอยู่ติดกับส่วนครัว

ซิ้งค์ล้างจานก็ใช้เป็นแบบมาตรฐาน

ถัดจากส่วนครัว ก็จะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น

ถัดไปก็จะเป็นส่วนของระเบียง

จากห้องนั่งเล่นมองออกไปทางประตู

มาที่ห้องนอน ในห้องนอนก็จะมีหน้าต่างบานใหญ่ไว้รับแดดอีกด้วย

ส่วนของโต๊ะเครื่องแป้ง

มองจากด้านในมองออกมาก็จะเห็นว่าส่วนของโต๊ะเครื่องแป้งนั้นจะอยู่อีกมุมนึง

ตู้เสื้อผ้านก็จะอยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำ

เข้ามาในห้องน้ำกันครับ

มีกระจกกั้นส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจนครับ

ฝักบัวที่โครงการให้มาครับ

ชักโครกใช้ของ MOGEN

อ่างล้างหน้าใช้แบบมาตรฐาน

สวิทส์ไฟก็ใช้แบบธรรมดา

Plan ห้องขนาด 33.00 ตร.ม.

Plan ห้องขนาด 50.00 ตร.ม.

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดอยู่อาศัยในย่านติวานนท์-แจ้งวัฒนะ โครงการ The Privacy น่าจะเหมาะกับความต้องการ เพราะทั้งทำเลที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ก็ใกล้แหล่งชุมชน อีกทั้งยังได้พึ่งพาใช้งานรถไฟฟ้าสายสีชมพูด้วยในอนาคต การเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟฟ้าจึงสะดวกขึ้นมากเลยทีเดียว ส่วนคนที่ใช้รถส่วนตัวอยู่แล้วการเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลย นอกจากเรื่องการจราจรติดขัดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก นอกจากนี้สาธารณูปโภคต่างๆ ก็อยู่แวดล้อมในระยะที่เดินทางถึงได้ไม่ยาก ถึงจะไม่ค่อยมีร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารให้พึ่งพาในระแวกใกล้ๆ แต่ห้างสรรพสินค้าก็มีหลายแห่งให้เลือกไปจับจ่ายใช้สอยได้ เช่นเดียวกันกับ Facilities ส่วนกลางที่มีมาให้ครบถ้วน แต่ก็เป็นแบบแค่พอใช้งานเท่านั้น ถ้าใครไม่ได้ซีเรียสเรื่องส่วนกลางมากก็จัดว่าอยู่ในระดับที่รับได้ครับ

ส่วนซื้อหาห้องไว้เพื่อการลงทุน จัดว่าทำเลในย่านนี้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยโครงการรถไฟฟ้าทั้งสายสีม่วงที่ใกล้จะเปิดให้บริการได้ในเร็วๆ นี้ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่จะเริ่มสร้างในอนาคตอันใกล้นี้ จึงทำให้ความเจริญด้านต่างๆ ขยายตัวเข้ามามากขึ้น อีกทั้งในระแวกใกล้ๆ ก็มีศูนย์ราชการนนทบุรี และสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลเฉพาะทาง และโรงงานด้วย การปล่อยห้องให้เช่าจึงเป็นเรื่องที่น่าจะทำได้ไม่ยาก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่จะเป็นผู้เช่าซึ่งทำงานอยู่ระแวกนี้มีจำนวนมากพอสมควร รวมถึงการปล่อยขายห้องให้ผู้ที่สนใจและอยากได้ที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานก็มีโอกาสทำกำไรได้เช่นกัน

We Recommend
คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

คอนโด สิงคโปร์ ราคาเท่าไร ซื้อ-ขายกันอย่างไร

หลายครั้งที่ Reviewyourliving มักจะเล่าถึงคอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการในบ้านเรามาให้ชมกัน แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาเล่าถึงคอนโดมิเนียมของประเทศสิงคโปร์ จากมุมมองของชาวสิงคโปร์เองดูกันบ้างค่ะ จะมีอะไรน่าสนใจ แตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ต้องมาดูกันค่ะ   ประเทศสิงคโปร์มีขนาดพื้นที่ประมาณ 721.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตในบ้านเราเล็กน้อย ซึ่งขยายจากเดิมด้วยการถมทะเลออกไปทางใต้ ตะวันออก และตะวันตก ขณะที่จำนวนประชากรมีกว่า 5.5 ล้านคน จึงถือว่ามีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่มีคนเร่ร่อนอยู่เลยนะคะ แล้วแบบนี้รัฐบาลมีวิธีจัดการที่อยู่อาศัยให้รองรับประชาชนทุกคนได้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบจากการพูดคุยกับคนสิงคโปร์มาฝากกันค่ะ    80% ของคนสิงคโปร์ จะอาศัยอยู่ในการเคหะของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นที่มีราคาถูกที่สุด แต่จะอยู่ในทำเลชานเมืองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมีสิทธิ์ครอบครอง 99 ปี 999 ปี และตลอดชีวิต แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รัฐบาลต้องการพื้นที่ก็ต้องขายคืน แต่ก็จะซื้อคืนด้วยราคาตลาด โดยราคาในปัจจุบันถ้า 2 ห้องนอน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เหรียญ    เมื่อเวลาผ่านไปคอนโดของการเคหะเริ่มเก่าแล้ว รัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม โดยใช้วิธีสร้างแห่งใหม่ขึ้นมาแล้วซื้อที่เดิมคืน เพื่อให้คนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในแห่งใหม่ ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดีทีเดียว   จากการอยู่อาศัยในการเคหะ หากต้องการขยับขยายก็ต้องเก็บเงินไปซื้อคอนโดของเอกชนต่อไป เพราะการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับในประเทศไทยค่ะ คือการกู้กับธนาคาร แต่จะไม่มีการปล่อยกู้ 100% ฉะนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ในส่วนที่เหลือ โดยทางธนาคารจะมีเกณฑ์การพิจารณาจากอาชีพ รายได้ อายุ    เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดสักยูนิต คนสิงคโปร์จะเลือกพิจารณาจากราคาและทำเล โดยคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในทำเลที่แพงที่สุด คือย่าน Orchard ราคาประมาณ 4 ล้านเหรียญ ขนาด 3 ห้องนอน และได้สิทธิ์แบบ Freehold แต่ถ้าเป็นสิทธิ์ Leasehold 99 ปี ราคาก็จะลดลงมา เหลือประมาณ 1.5 ล้านเหรียญ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ส่วนทำเลที่ร์นิยมอยู่อาศัยกันมากที่สุด เมื่อก่อนจะนิยมอยู่ในย่าน Bishan หรือ Ang Mo kio เพราะถือเป็นพื้นที่ตรงกลางของประเทศ อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันก็กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย  เช่น Buangkok, Sengkang      สิ่งที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งคือเรื่องของขนาดยูนิตค่ะ เพราะอย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ขนาดยูนิตในคอนโดก็ไม่ได้เล็กตามเลยนะคะ เพราะห้องสตูดิโอจะมีขนาด 30 ตร.ม. ขึ้นไป ขณะที่ยูนิตไซส์ประมาณ 60 ตร.ม. จะเป็นหนึ่งห้องนอน ขณะที่พื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จะเป็นสองห้องนอน โดยสมัยก่อนทั้งโครงการ จะมี 200-300 ยูนิต  แต่ปัจจุบันโครงการรุ่นใหม่ทำออกมาประมาณ 500 ยูนิต เพราะขนาดห้องเล็กลง     “ที่สิงคโปร์สมัยก่อนห้องสตูดิโอมีขนาด 40-60 ตร.ม. แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ 30 กว่าตร.ม. หรือที่เรียกกันว่า Shoebox Condominium”    ชาวสิงคโปร์เรียกห้องสตูดิโอ ไซส์ประมาณ 30 ตร.ม.ว่า Shoebox Condominium แค่ฟังชื่อก็สะท้อนให้เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าคนสิงคโปร์แม้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบนคอนโด แต่ไซส์ห้องที่เพียงพอต่อความต้องการจริงๆ นั้น ต้องมีความกว้างอยู่พอสมควร หากลองเทียบกับในเมืองไทยที่ปัจจุบันมีขนาดเริ่มต้นให้เราเห็นกันที่ 22 ตร.ม. เท่านั้น  หลักเกณฑ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อการดูแลที่อยู่อาศัย อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อาจจะเกิดความคิดว่า แบบนี้ก็ซื้อคอนโดของการเคหะไปเลยจะดีกว่าไหม? เพราะทั้งราคาถูกกว่า ขนาดยูนิตกว้างกว่า การเดินทางก็สะดวกสบายอยู่แล้วด้วย แต่ในเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ รัฐบาลก็มีการกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาอีก โดยดูจากเกณฑ์รายได้ เช่น ถ้ามีเงินเดือนเกิน 13,500 เหรียญ หรือเป็นคนโสดอายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดของการเคหะได้แล้วนะคะ จะต้องไปซื้อคอนโดมิเนียมของเอกชน แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วจะดูรายได้ครอบครัวเป็นหลัก ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 7,000 เหรียญ ก็จะซื้อห้องขนาด 3-4 ห้องนอนขึ้นไป เป็นต้น  เห็นถึงการจัดเรื่องที่อยู่อาศัยแบบนี้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตคล้ายกับในประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา รัฐบาลก็เตรียมวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่หลายทาง อย่างการสร้างที่อยู่อาศัยของการเคหะในทำเลที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น เช่น ย่านไชน่าทาวน์ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่มักจะนิยมซื้อคอนโดทำเลในเมืองมากขึ้น จนในอนาคตทำเลของการเคหะในเขตเดิมอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ฉะนั้นซื้อคอนโดของการเคหะรุ่นใหม่ๆ จึงมีจุดประสงค์ในการทำให้คนรุ่นใหม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเดิมด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว     อีกเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ รายได้ของผู้สูงอายุไม่เพียงพอหลังจากเกษียณ จึงได้มีมาตรการที่สามารถขายสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Leasehold ของตัวเองได้สำหรับปีสัญญาที่เหลือ เช่น หลังจากเกษียณแล้วเหลือสัญญาอีก 30 ปี แล้วขายให้รัฐบาลไป 10 ปี ก็จะได้เงินจำนวนนี้มาใช้หลังเกษียณ และหากมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง 20 ปี สิทธิ์ที่เหลือ รัฐบาลก็จะจ่ายเงินให้กับลูกหลาน แต่ลูกหลานจะไม่ได้สิทธิ์อยู่ต่อตามสัญญาที่เหลือ      เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิถีของคนคอนโดในประเทศสิงคโปร์ ทั้งในแง่ของขนาดยูนิตและการบริหารจัดการจากทางรัฐบาลน่าสนใจมากทีเดียวใช่ไหมคะ น่าเอามาปรับใช้ในบ้านเราอยู่หลายอย่างเลย สุดท้ายโอกาสหน้าเราจะนำข้อมูลดีๆ มาเล่าให้กันฟังอีกนะคะ 

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

รีวิวคอนโดของคนรักสุขภาพ Sena-Azu Rama 9

หากพูดถึงคอนโดแนว Wellness ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงคอนโดสำหรับผู้สูงอายุ ออกแบบภายในยูนิตให้ปลอดภัยมากขึ้น ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ในโซนชานเมืองที่เงียบสงบ แต่สำหรับ SENA Development ไม่ได้คิดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ คนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน   Sena-Azu Rama 9 คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ สำหรับคนใส่ใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่มี Facilities รองรับการออกกำลังกาย หรือภายในยูนิตออกแบบ Universal Design แต่ยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ด้วยการมอบบัตรสมาชิกชิววัฒนะ บริการตรวจสุขภาพ ส่วนลดการรักษา บริการรถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับลูกบ้านในโครงการ ฯลฯ และ FIT Thailand ที่จะมีการจัด Work Shop จากเทรนด์เนอร์พิเศษเพื่อลูกบ้านโดยเฉพาะ   ชื่อโครงการ SENA – AZU RAMA 9 (เสนา – อาศุ พระราม 9)  เจ้าของโครงการ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งโครงการ ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  8-2-59 ไร่  ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 3 อาคาร  จำนวนชั้น 8  จำนวนยูนิต 1,813 ยูนิต  ขนาดห้อง  A1  1 Bedroom 32.00 – 33.00 ตร.ม. B1   1 Bedroom Plus (Living Plus)  44.00 – 45.50 ตร.ม. B2   1 Bedroom Plus (Bed Plus)  44.00 ตร.ม. C1   2 Bedroom 54.00 – 55.00 ตร.ม. C2   2 Bedroom 51.50 – 52.50 ตร.ม.   ที่จอดรถ 70 % (ไม่รวมซ้อนคัน) + ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 23 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Yoga Room, Co-Working Space, Jogging Track, 24 Concierge Servic, SENA 360 Service Application ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 52 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 520 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ คอนโดแนวคิด Wellness รูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองมากที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกบ้านโดยเฉพาะจากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ FIT Thailand ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีวัดพระราม 9  จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนฉลองรัช สถานที่ใกล้เคียง  Big C, Central Plaza Grand Rama 9, Fortune Town, Central Festival East Ville, คลินิกศูนย์แพทย์ฯ, โรงพยาบาลปิยะเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์, สวนสุขภาพห้วยขวาง, สวนพรรณภิรมย์, สวน รฟม. พระราม9    ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง    

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

สำรวจคอนโดตระกูล Life ย่านพระราม 9 

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าพูดถึงทำเลที่สุดแสนจะร้อนแรง จน Developer ค่ายใหญ่ต่างพร้อมใจกันกระโดดลงไปเล่นช่วงชิงตลาดกันให้คึกโครมจนเกิดนิยามใหม่ขึ้นมาสำหรับย่านนี้โดยเฉพาะนั่นคือ NEW CBD แน่นอนว่าเรากำลังเอ่ยถึงย่านพระราม 9 โดยเฉพาะช่วงสี่แยกพระราม 9    ศักยภาพของทำเลที่ได้ขึ้นชื่อกันว่าเป็น New CBD แน่นอนว่าต้องมีความสมบูรณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเป็นแหล่งงานของหลายบริษัทชั้นนำบนอาคารออฟฟิศเกรดเอ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เกต สถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานฑูต เป็นต้น และเรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือระบบขนส่งสาธารณะจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ภาพรวมก็คือย่านที่เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ    ทุกวันนี้ถ้าผ่านไปแถวสี่แยกพระราม 9 ไม่ว่าจะบนถนนหรือทางด่วนก็จะเห็นคอนโดหลายๆ โครงการก่อสร้างขึ้นเป็นรูปเป็นร่างให้เราได้เห็นกันจนแทบแยกไม่ออกว่า อาคารไหนคือโครงการอะไร เพราะความที่ใกล้กันมากเหลือเกินค่ะ ซึ่งคอนโดแบรนด์ที่เราจะพามาอัพเดทกันมีความน่าสนใจมากค่ะ เพราะในโซนใกล้เคียงกัน AP (Thailand) ยกมาถึง 3 โครงการด้วยกัน นั่นคือ Life แบรนด์ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ให้ดียิ่งกว่าที่เคย หากใครที่ลองติดตามแบรนด์ Life ก็จะเห็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับแบรนด์ RHYTHM อีก 2 โครงการในละแวกเดียวกันนะคะ แสดงว่าทาง AP (Thailand) รวมถึงค่ายอื่น ก็ต้องมั่นใจในศักยภาพของทำเลนี้มาก ถึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีการแข่งขันกันดุเดือดตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดโครงการ และเชื่อว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปที่จะเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการใหม่ๆ ก็จะยิ่งมีโปรโมชั่นออกมาอย่างน่าสนใจ        Life Asoke-Rama 9  ถ้าเราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินมาขึ้นที่สถานีพระราม 9 แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 มาจากฝั่งฟอร์จูนทาวน์ ประมาณ 300 เมตร ก็จะพบกับ Life Asoke-Rama 9 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2560 เป็น High-Rise 2 อาคาร สูง 42 กับ 45 ชั้น รวม 2,248 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 25 – 58 ตร.ม. พื้นที่โครงการ 8-3-11 ไร่ ขายแบบ Fully Fitted โดยการวางผังยูนิตของ Life Asoke-Rama 9 จะใช้เทคนิค New Interlocked Layout ทำให้ได้ห้องหน้ากว้างมากขึ้นถึง 5-7 เมตร เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และได้ห้องครัวปิด        โครงการนี้โดดเด่นตรงที่พื้นที่ส่วนกลางบน Rooftop รวมกว่า 1.5 ไร่ เป็นสะพาน Sky Bridge เชื่อมต่อระหว่างสองอาคาร ยังไม่รวมส่วนกลางชั้นอื่นๆ ซึ่งถ้ารวมกันทั้งโครงการแล้วก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางถึง 7.5 ไร่เลยทีเดียว ส่วน Facilities อื่นๆ ที่น่าสนใจก็จะมี 24-HOUR CONNECTED WORLD สามารถเชื่อมต่อ Wi-fi ในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุด รองรับกับพื้นที่ Co-working Space ที่ถูกแบ่งตามการใช้งานจริงไม่ว่าจะทำงานคนเดียวหรือมีการนัดประชุม   ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวโปรโหมดกันอยู่ที่ 2.75 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวออกมาว่าสามารถปิดยอดขายได้ประมาณ 90% ไปได้พร้อมๆ กับตัว Life One Wireless กับ Life Ladprao ที่เปิดตัวในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ส่งผลไม่น้อยกับให้ยอดขายรวมในปี 2560 ของ AP (Thailand) ทำสถิติเติบโต 85% ทะลุเป้าถล่มทลาย โดยปัจจุบันซื้อ-ขายกันที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.8 ล้านบาทขึ้นไป และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์กันในปีหน้า ซึ่งใกล้จะ Sold Out เต็มที      Life Asoke Hype  ตัวนี้เปิดตัวพร้อมๆ กันกับ Life Ladprao Valley ซึ่งออกตัวมาว่าถ้าซื้อเพื่อลงทุนจะคุ้มค่าแค่นอน ด้วยผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าประมาณ 5 – 6% ประกอบกับทำเลย่านนี้ก็มีชาวเอเชียมาอาศัยอยู่ไม่น้อย เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น โดย Life Asoke Hype เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องของ Life Asoke-Rama 9 เพราะที่ดินใกล้เคียงกันมาก ใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันตรงฝั่งถ.อโศก-ดินแดง แต่ตัวนี้จะสามารถเข้า-ออกทางฝั่งถ.จตุรทิศ เป็นหลักได้ด้วย      Life Asoke Hype เป็น High Rise สูง 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop Studio-2 Bedroom ขนาด 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ และมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรก โดยโครงการนี้จะโดดเด่นด้านงานดีไซน์ ที่ออกแบบด้วยการใช้สีแดงเข้มมาแต่งแต้มเพิ่มมิติให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบที่ถ้าอาคารสร้างเสร็จ มองมาปุ๊บก็รู้ทันที่ว่านี่คือ Life Asoke Hype ประกอบกับวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาทำให้ มีความ Unique โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเป็นตัวของตัวเอง ขณะที่ Facilities เองก็ยังคงตอบรับกับกลุ่มคนยุคใหม่เช่นเดียวกัน อย่างการมีปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi ส่วนสระว่ายน้ำก็มีมาให้ถึง 2 สระ ที่ชั้น 7 ยาว 30 เมตร ชั้น 40 L-Shape Sky Pool และฟิตเนสถึง 2 ชั้น  บนชั้น Roof Top เชื่อมด้วยสะพานพื้นกระจกใส เรียกได้ว่าพัฒนาให้ดูทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น      ราคาเปิดตัว 2.89 ล้านบาท ปัจจุบันราคาเริ่มต้น 1 Bedroom ราคา 3.99 ล้าน กำหนดสร้างเสร็จประมาณปี 2564       Life Asoke โครงการนี้จะอยู่ห่างจากสี่แยกพระราม 9 ออกมาสักหน่อยค่ะ แต่จะอยู่ติดกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน โดยมีสะพานเชื่อมเดินเข้าสถานีได้เลย และยังเป็นจุด Interchang กับ MRT เพชรบุรี รวมถึงใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช ด่านอโศก Life Asoke จึงถือว่ามีความโดดเด่นในด้านของทำเลการเดินทางอย่างมาก            Life Asoke คอนโดมิเนียม High Rise 35 ชั้น 1,642 ยูนิต Studio-2 Bedroom ขนาด 24–54 ตร.ม. บนพื้นที่ 6-2-85 ไร่ แม้ปัจจุบันจะ Sold Out เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยทำเลทำให้กลายเป็นคอนโดที่ปล่อยเช่าต่างชาติได้ค่อนข้างดีทีเดียว ราคารีเซลที่ตามหากันได้ตอนนี้จะเริ่มต้นประมาณ 4.6 ล้านาท            

รีวิวคอนโดย่านลาซาล ติดถนนใหญ่ Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล

รีวิวคอนโดย่านลาซาล ติดถนนใหญ่ Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล

Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล คอนโดมิเนียมจาก Noble Development ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายทั้งช่วงถนนศรีนครินทร์ และโซนลาซาล อาทิ ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง   Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล คอนโดฯ High Rise ที่ถูกดีไซน์ให้เกิดการอยู่อาศัยแบบ Community ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สนุกไปกับการได้ connect ไม่ว่าจะกับผู้คนหรือการเดินทาง Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล จึงได้ออกแบบ Facilities ที่สามารถรวมกิจกรรมโปรดของทุกคนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ เกิดเป็นความสนุกได้ทุกวัน            ชื่อโครงการ Nue Noble Srinakarin-Lasalle (นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล)  เจ้าของโครงการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ  พื้นที่โครงการ  3-1-77.9 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 43 ชั้น จำนวนยูนิต 1,014 ยูนิต  ขนาดห้อง  Type S  22.00 - 22.80 ตร.ม. Type A  26.00 - 26.60 ตร.ม. Type A  30.40 ตร.ม. Type B  34.80 ตร.ม.   ที่จอดรถ 35% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง  Lounge Pool, steam, common step, library & co-working area, co-kitchen, party area, kids club, games room, entertainment room, karaoke room, vending machine room, Street Basketball, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส  ปีที่สร้างเสร็จ  2565 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท  ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล จุดขึ้น-ลงทางด่วน บูรพาวิถี เชื่อมต่อกับทางด่วนเฉลิมมหานคร สถานที่ใกล้เคียง แม็คโคร ศรีนครินทร์, บิ๊กซี ศรีนครินทร์, ฟู้ดแลนด์ ศรีนครินทร์, แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์, พาราไดซ์ พาร์ค, บิ๊กซี บางนา, เซ็นทรัล บางนา, เมกา บางนา, โรงพยาบาลศิครินทร์   ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง   ข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียน Nue Noble ศรีนครินทร์-ลาซาล    

รีวิวคอนโดติดทางด่วน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย

รีวิวคอนโดติดทางด่วน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย

เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย คอนโดมิเนียมจาก Major Development ติดทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เชื่อมต่อเข้าถนนเพชรบุรีได้อย่างง่ายดาย เพียง 5 นาที ถึงเอกมัย-ทองหล่อ และยังใกล้กับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีรามคำแหง    เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย มีการออกแบบภายในได้แรงบันดาลใจจากยุค Mid- Century Modern สไตล์เรียบเท่บนเส้นสายที่โค้งมน เรียบง่าย แต่มีชีวิตชีวา อย่างการใช้โทนสีที่มีเอกลักษณ์อย่าง สีเหลือง Mustard หรือ สีเขียว Sage ประกอบกับวัสดุปูนเปลือย ผิวสัมผัสไม้ ตัดกับความหรูหราจากหินอ่อน  เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่อย่างแตกต่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่หลากหลาย ทั้ง Indoor-Outdoor รองรับไดุ้กความต้องการไม่ว่าจะชอบออกกำลังกายหรือพักผ่อน   ชื่อโครงการ Metris Pattanakarn-Ekkamai (เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย)  เจ้าของโครงการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ ซ.พัฒนาการ 12 ถ.พัฒนาการ เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 10240  พื้นที่โครงการ 2-1-65 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 29 ชั้น จำนวนยูนิต 341 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bedroom 1 Bathroom 29.80 – 31.30 ตร.ม. 2 Bedroom 1 Bathroom 53.40-54.30 ตร.ม. 2 Bedroom 2 Bathroom 57.10-61.90 ตร.ม.   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ 46% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Co-Working Space, Pet Zone, Meeting Room, Jogging Track, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ซาวน่า, Jogging Track, ลานบาสเก็ตบอล, ลานบาร์บีคิว, CCTV, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.  ปีที่สร้างเสร็จ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 90,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ 100 เมตร จาก ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ด่านพัฒนาการ 1, เลี้ยงสัตว์ได้ โดยมีลานสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ส่วนกลางโดยเฉพาะ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีรามคำแหง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ด่านพัฒนาการ 1 สถานที่ใกล้เคียง Food Land, The Mall รามคำแหง, สนามราชมังคลากีฬาสถาน, London Street, Tesco Lotus, MaxValue , รพ.เพชรเวช, รพ.กรุงเทพ, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, ม.เกษมบัณฑิต, ม.อัสสัมชัญ   ภาพ Facilities   ภาพห้องตัวอย่าง   ข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียน เมทริส พัฒนาการ–เอกมัย  

30 สวนสาธารณะ ลอยกระทง 62

30 สวนสาธารณะ ลอยกระทง 62

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กำหนดเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่ง เพื่อให้ประชาชนพาครอบครัวเข้าไปลอยกระทง ได้แก่ 1. สวนลุมพินี เขตปทุมวัน 2. สวนจตุจักร เขตจตุจักร 3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร 4. สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 5. สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 6. สวนสราญรมย์ เขตพระนคร 7. สวนรมณีนาถ เขตพระนคร 8. สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร 9. สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 10. สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 11. สวนนวมินทร์ภิรมย์ เขตบึงกุ่ม 12. สวนหนองจอก เขตหนองจอก 13. อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย 14. สวนน้ำบึงกระเทียม เขตมีนบุรี 15. สวนพระยาภิรมย์ เขตมีนบุรี 16. สวนวารีภิรมย์ เขตคลองสามวา 17. สวนราษฎร์ภิรมย์ เขตหนองจอก 18. สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม 19. สวนสันติภาพ เขตราชเทวี 20. สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน 21. สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 22. สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร เขตประเวศ 23. สวนวนธรรม เขตประเวศ 24. สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 25. สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด 26. สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว 27. สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ เขตบางกอกน้อย 28. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตบางกอกน้อย 29. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตสาทร 30. สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค *ส่วนสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนหลวง ร.9 ไม่เปิดให้ประชาชนไปลอยกระทง   เพื่อความปลอดภัย ห้ามจุด ปล่อย และจำน่ายโคมลอย บั้งไฟ โคมไฟ โคมควัน ประทัด พลุ รวมถึงกระทง สินค้า อาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ภายในสวนสาธารณะอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย