การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Baranee Park ร่มเกล้า (รีวิวบ้านเดี่ยว)

Review Your Living ฉบับนี้ เราจะพาไปชมโครงการ Baranee Park ร่มเกล้า บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่จาก บริษัท มานะพัฒนาการ จำกัด ที่ต้องการนำเสนอสัมผัสใหม่ของ “บ้านเงาไม้” จนมาเป็นคอนเซปต์ใหม่แห่งการอยู่อาศัยสไตล์ Courtyard ที่ผสานความร่มรื่นจากพรรณไม้หลากหลายชนิด แค่เกริ่นถึงคอนเซปต์ของโครงการก็มีความน่าสนใจแล้วใช่มั้ยครับ เดี๋ยวเราพาไปชมบรรยากาศโครงการและภายในบ้านตัวอย่าง ว่าจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจแค่ไหน

ตัวโครงการ Baranee Park ร่มเกล้า ตั้งอยู่ริมถนนร่มเกล้าใกล้แยกเจ้าคุณทหาร ช่วงระหว่างซอยร่มเกล้า 36 และ 38 การเดินทางสะดวกสบายด้วยถนนร่มเกล้า, ถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี, ถนนกรุงเทพกรีฑา, ถนนเจ้าคุณทหาร, ถนนอ่อนนุช และถนนสุขาภิบาล 3 รวมถึงมีรถไฟฟ้า Airport Link สถานีลาดกระบังอยู่ห่างออกไปไม่ไกล และยังเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ในอนาคตอีกด้วย

แผนที่ของโครงการ

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราเริ่มต้นบนทางด่วนศรีรัชฝั่งขาออก ขับยาวเลยพระราม 9 ไปจนถึงมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ ตามป้ายเลยนะครับ

เราขับตามถนนมอเตอร์เวย์ไปเรื่อยๆ

มุ่งหน้าตามป้ายสุวรรณภูมิไปเรื่อยๆ เลยครับ

ขับมาเรื่อยๆ จนเจอป้ายทางออกถนนร่มเกล้า ซึ่งจะออกทางเดียวกันกับสนามบินสุวรรณภูมิ

ชิดซ้ายเตรียมออกได้เลยครับ

ออกมาแล้วให้ชิดไว้อีกทีนะครับ

เราต้องไปทางซ้ายเพื่อไปทางถนนร่มเกล้า ส่วนทางขวาจะไปสนามบินสุวรรณภูมิและถนนกิ่งแก้ว

จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางถนนร่มเกล้า

เลี้ยวขวาแล้วก็ตรงไปอีกนิดนึงครับ

พอเจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนร่มเกล้า

พอเข้าถนนร่มเกล้าแล้วก็สบายแล้วครับ ขับตรงยาวเลย

เราตรงตามถนนร่มเกล้ามาเรื่อยๆ จนเจอสี่แยกตัดกับถนนเจ้าคุณทหาร เราตรงผ่านแยกไปแล้วชิดซ้ายไว้เลยนะครับ เพราะใกล้ถึงโครงการแล้ว

จากสี่แยกมาประมาณ 250 เมตรก็ถึงโครงการแล้วครับ

สำนักงานขายจะตั้งอยู่หน้าโครงการด้านขวามือ

“บ้านเงาไม้”

สัมผัสแรกเมื่อได้เห็นบรรยากาศโครงการจริง คือความร่มรื่นจากต้นไม้นานาชนิดที่ปลูกไว้ทั่วบริเวณ รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในมุมต่างๆ เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ วิวภายในโครงการเป็นสีเขียวจากต้นไม้สบายตา รวมถึงความโปร่งโล่งตาไร้สายไฟฟ้ารบกวน เนื่องจากทางโครงการเลือกนำระบบไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมด ถนนเมนภายในโครงการกว้างมากสุดถึง 16 เมตร ซึ่งมาพร้อมเกาะกลางที่ปลูกต้นไม้ไว้ตลอดแนว

บรรยากาศตั้งแต่หน้าทางเข้าโครงการก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่

ถนนเมนในโครงการโล่งกว้างไปตลอดแนว

บรรยากาศภายในโครงการสะอาดตา เนื่องจากระบบไฟฟ้าฝังลงดินทั้งหมด ถึงไม่มีสายไฟระโยงระยางให้เกะกะตา

ในขณะเดียวกัน พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการก็ถูกจัดสรรให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยดีไซน์ที่กลมกลืน ภายใน Club House ของโครงการจะมีทั้งพื้นที่เอาต์ดอร์ให้นั่งพักผ่อนชิลๆ มองเห็นวิวสระว่ายน้ำ และสนามเด็กเล่น พอขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 ของ Club House ก็มีห้องฟิตเนสสุดเริ่ด ซึ่งแยกเป็นห้องสำหรับคาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่ง พร้อมอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายครบครัน เวลาออกกำลังกายไปก็ได้มองเห็นวิวสระว่ายน้ำสวยๆ ด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าไม่ชอบวิ่งบนลู่ จะออกไปเดินเล่นสูดอากาศที่สนามหญ้ากว้างข้างๆ Club House แวะนั่งพักใต้ต้นไม้มองดูเด็กๆ วิ่งเล่นก็ได้เช่นกัน

ด้านล่างจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ

ติดกับสระว่ายน้ำจะมีพื้นที่นั่งเล่น หรือจัดกิจกรรมเล็กๆ

ห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแยกชายหญิง

ภายในห้องอาบน้ำบริเวณ Club House มีพร้อมทั้ง Locker

รวมถึงห้อง Steam แยกไว้ทั้งห้องน้ำชาย และห้องน้ำหญิง

พื้นที่บริเวณคลับเฮ้าส์มีขนาดประมาณ 1 ไร่ ทั้งส่วนที่เป็น Outdoor มีสนามเด็กเล่น

โครงการ Baranee Park ร่มเกล้า มีบ้านเพียง 86 หลังเท่านั้น ดังนั้นจะไม่มีรถเข้าออกให้วุ่นวายมากนัก การันตีเรื่องความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบได้เป็นอย่างดี อีกทั้งโครงการยังมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง หน้าโครงการติดตั้งประตูสไลด์อัตโนมัติ เข้า-ออกด้วยคีย์การ์ด พร้อมระบบสัญญาณกันขโมยภายในตัวบ้านทุกหลัง

MASTERPLAN-CRE MASTERPLAN-CRE MASTERPLAN-CRE

บ้านสไตล์ Courtyard

มาถึงตัวบ้านกันบ้าง ทางโครงการเลือกดีไซน์ให้ภายในบ้านมี Courtyard หลากหลายมุม มองไปทางไหนก็สามารถมองเห็นต้นไม้น้อยใหญ่ในบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างเต็มตา ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ ไม่ได้เปิดโล่งไปเสียทั้งหมด ทำให้ลูกบ้านสามารถทำกิจกรรมครอบครัวได้อย่างสะดวก

Fespa

เริ่มกันด้วยบ้าน Fespa มีพื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. มาพร้อมห้องนอน 3 ห้อง, 4 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2 คัน บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 55.7 ตร.วา บริเวณรอบบ้านจัดสรรเป็น Courtyard ไว้นั่งเล่นสังสรรค์ได้หลายมุม ซึ่งพื้นที่ของสนามหญ้าในบ้านเชื่อมต่อกับตัวบ้านไว้ได้อย่างลงตัว สามารถเปิดประตูเปิดรับธรรมชาติได้รอบบ้านเลยทีเดียว

บรรยากาศหน้าบ้าน Fespa

บริเวณที่จอดรถจะปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ สามารถจอดรถได้ 2 คัน

ประตูทางเข้าสู่ตัวบ้าน ตกแต่งเป็นชานพักสามารถใช้เป็นมุมนั่งเล่นรอคนในบ้านได้

ด้านในบ้านจะมี Courtyard สวยๆ ไว้นั่งเล่น พักผ่อน ชมความร่มรื่นของต้นไม้

มุมนี้ไว้นั่งจิบกาแฟยามเช้าคงจะเข้าท่าดี

เข้ามาในบ้านตัวอย่าง จะเห็นว่าทางโครงการจัดตกแต่งไว้ให้มีพื้นที่ใช้สอยครบถ้วน บรรยากาศภายในบ้านอบอุ่นน่าอยู่ มีพื้นที่เก็บของจัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย โซนกลางบ้านจัดวางโต๊ะกินข้าว ใกล้ๆ กันมี Pantry ครัวเปิดสำหรับจัดเตรียมอาหารเล็กน้อยๆ แยกจากครัวหลักที่เป็นครัวปิด ถัดเข้าไปด้านในสุดของบ้านเป็นมุมนั่งเล่น ดูทีวี หรือใช้รับแขกก็ได้ ซึ่งพื้นที่ตั้งแต่โต๊ะกินข้าวมา สามารถเปิดประตูกระจกบานใหญ่ออกเพื่อรับแสง รับลม จากภายนอกได้อย่างเต็มที่ เราจึงรู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศของบ้านจะโปร่ง โล่ง สบาย และเหมาะสำหรับการพักผ่อน หรือทำกิจกรรมของครอบครัวได้เป็นอย่างดี

พอเข้ามาในตัวบ้านแล้วมองตรงไปจะเป็นส่วน Dinig Area และ Living Area จะอยู่ถัดไป

ก่อนจะเข้าไปด้านใน เรามาดูห้องครัวที่อยู่ทางขวามือกันก่อนนะครับ

ห้องครัวจะอยู่ในส่วนแรกของตัวบ้านเลย ครัวออกแบบให้เป็นครัวปิด ติดตั้งประตูกระจกเพิ่มเพื่อช่วยป้องกันกลิ่นรบกวน

จากห้องครัวจะมีประตูออกไปที่ทิ้งขยะได้

ประตูที่อยู่ติดกับห้องครัวคือห้องน้ำเล็ก

โซนกลางบ้านจัดวางให้เป็น Dining Area บริเวณนี้มีประตูอีกบ้านที่สามารถเปิดออกไปบริเวณด้านข้างของตัวบ้าน ซึ่งเชื่อมไปถึงที่ทิ้งขยะได้ด้วย

พื้นที่ Dining Area กว้างพอจะวางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งได้สบายๆ

ทางโครงการตกแต่ง Pantry เล็กๆ สำหรับเตรียมอาหารบริเวณ Dinning Area ไว้ด้วย

ตั้งแต่โซนกลางบ้านเข้าไป จะเชื่อมต่อกับ Courtyard ด้านนอก สามารถเปิดประตูออกหากันได้ตลอดเวลา

ด้านในสุดเป็น Living Area กว้าง ทางโครงการตกแต่งด้วยโซฟายาวเข้ามุมเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว

อีกด้านของ Living Area ยังมี Courtyard อีกอัน นอกจากจะทำให้บรรยากาศใน Living Area ดูโปร่งสบายแล้ว ยังช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับตัวบ้านด้วย

ขึ้นมาบนชั้น 2 เราจะพบกับ Common Area ซึ่งเป็นอีกโซนที่คนในบ้านจะได้ใช้ร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายเข้าสู่ห้องส่วนตัว แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวเพื่อความสะดวกของสมาชิกทุกคน ในขณะที่ห้องนอนใหญ่จะพิเศษกว่าด้วยพื้นที่ของ Walk-in Closet และอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ ซึ่งห้องแต่ละห้องสามารถปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งใช้เป็นห้องทำงาน ห้องหนังสือ หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ แต่ถ้าหากมีสมาชิกครอบครัวเยอะขึ้น ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นห้องนอนรองรับสมาชิกทุกคนได้เช่นกัน

Common Area บนชั้น 2 นี้จัดเป็นมุมนั่งเล่นดูทีวีเล็กๆ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกันมากยิ่งขึ้น

ไปดู Master Bedroom / ห้องนอนใหญ่กันเลยดีกว่า

ห้องนอนใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางดีทีเดียว

ภายในมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

จากหน้าต่างของห้องนอนใหญ่ มองลงไปสามารถเห็นบรรยากาศร่มรื่นของ Courtyard ในบ้านได้เต็มตา

บริเวณหน้าห้องน้ำกว้างพอจะทำ Walk-in Closet ได้สบายๆ

ภายในห้องน้ำมีทั้ง Bath Tub และ Shower Box มาให้เรียบร้อยแล้ว

สุขภัณฑ์ทุกอย่างเป็นไปตามที่เห็นในรูปเลย

มาดูในห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องกันบ้าง

ห้องแรกตกแต่งในโทนสีเข้มขรึม ภายในมีพื้นที่ใช้สอยขนาดกำลังดี แถมยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วย

ห้องนอนเล็กอีกห้องตกแต่งมาคนละสไตล์ แต่พื้นที่ในห้องมีขนาดเท่าๆ กันเลย รวมถึงมีห้องน้ำในตัวด้วยเหมือนกัน

Denfe

บ้านเดี่ยวที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอย 215 ตร.ม. มีห้องนอน 3 ห้อง, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องอเนกประสงค์ และที่จอดรถได้ 2 คัน บนที่ดินเริ่มต้น 65.8 ตร.วา ตัวบ้านยังคงคอนเซปต์อย่างเหนียวแน่นด้วย Courtyard กว้างบริเวณด้านหน้าตัวบ้าน มีชานพักสำหรับนั่งเล่นโดยรอบ ตามมาด้วย Courtyard ขนาดย่อมในโซนกลางด้านหลัง พื้นที่รอบตัวบ้านจึงถูกโอบล้อมด้วยสวนสีเขียวไว้ทุกด้าน

มาถึงแบบบ้าน Denfe กันบ้าง

ลานจอดรถหน้าบ้านปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ จอดรถได้ 2 คัน

บริเวณหน้าประตูทางเข้าหลัก จัดตกแต่งเป็นชานพักนั่งเล่นร่มรื่น

ประตูบานสีขาว คือประตูทางเข้าบ้านอีกบานจากทางด้านที่จอดรถ

บ้าน Denfe มี Courtyard ขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าของตัวบ้าน บรรยากาศเป็นสีเขียวสบายตามากๆ

ในขณะที่พื้นที่โซนกลางบ้านยังออกแบบให้เป็น Courtyard นั่งเล่นร่มๆ แบบส่วนตั๊วส่วนตัวอีกแห่ง

ภายในตัวบ้านแบ่งพื้นที่ใช้สอยไว้เป็นสัดส่วน Living Area จัดไว้ในมุมที่สามารถเชื่อมต่อกับ Courtyard ทั้ง 2 ด้าน ในขณะที่อีกด้านของบ้านออกแบบให้มีครัวปิด ห้องน้ำ และห้องเก็บของใต้บันได แล้วใช้พื้นที่ในโซนกลางบ้านวางโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ให้สอดคล้องกลมกลืนกันมากขึ้น และด้วยความที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวบ้านสามารถเปิดออกสู่ภายนอกได้เกือบทั้งหมด ตัวบ้านจึงโปร่ง สบายตาด้วยสีเขียวจากต้นไม้ใบหญ้า และร่มรื้นจากเงาไม้ใหญ่

เข้ามาในบ้านก็จะเห็น Dining Area ในโซนกลางของบ้านเลย พื้นที่บริเวณนี้เชื่อมต่อกับ Courtyard ได้ทั้ง 2 ด้าน แถมยังกว้างพอที่จะวางโต๊ะกินข้าวขนาด 8-10 ที่นั่งได้สบายๆ เลย

จากบริเวณโต๊ะกินข้าว ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็ได้เห็นต้นไม้เขียวๆ สบายตา เหมือนได้นั่งกินข้าวอยู่กลางสวนตลอดเวลา

โซนด้านหนึ่งของตัวบ้าน จัดวางให้เป็น Living Area

ตกแต่งด้วยชุดโซฟารับแขกขนาดใหญ่ สามารถรองรับการจัดปาร์ตี้ขนาดย่อมๆ ได้เลยทีเดียว

จาก Living Area ยังสามารถมองเห็น Courtyard ของบ้านได้ทั้ง 2 ด้าน บรรยากาศภายในบ้านจึงโปร่งสบายไม่อึดอัด

อีกฟากของตัวบ้าน มีห้องน้ำ ห้องครัว และห้องเก็บของใต้บันได ซึ่งถูกจัด Layout ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ห้องครัวออกแบบมาให้เป็นครัวปิดครับ พื้นที่ใช้สอยในครัวก็กว้างมากพอจะลงครัวหนักๆ ได้เลย

ประตูอีกด้านของห้องครัว เปิดออกไปยังพื้นที่ซักล้างบริเวณด้านหลังบ้าน

ทางโครงการทำเป็นลานปูกระเบื้อง มีท่อระบายน้ำไว้เรียบร้อย

ตรงบันไดทางขึ้นชั้น 2 มีห้องใต้บันไดไว้สำหรับเก็บของใช้ ส่วนประตูอีกบ้านเป็นประตูที่เปิดออกไปสู่ด้านนอกของตัวบ้านครับ

บนชั้น 2 ของบ้าน มีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง ที่แบ่งพื้นที่กันไปคนละมุมจึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยมีพื้นที่ Common Area บริเวณหน้าห้องเป็นเหมือนส่วนเชื่อมโยงสมาชิกทุกคนไว้ด้วยกัน โดยสามารถใช้พื้นที่ตรงนี้นั่งเล่น พักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกันตามที่ต้องการ ซึ่งมุมนั่งเล่นที่ชั้น 2 นี้มีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับวิวสวนหน้าบ้านได้อย่างเต็มตา ในขณะที่หน้าต่างอีกด้านก็สามารถมองเห็น Courtyard โซนหลังบ้านด้วยเช่นกัน ห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว ร่วมถึงพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและลงตัว โดยเฉพาะห้องนอนใหญ่ ที่กว้างพอจะมี Walk-in Closet ขนาดใหญ่เพื่อเก็บเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวได้จุใจเลยทีเดียว

ขึ้นมาดูที่บริเวณชั้น 2 กันครับ

แน่นอนว่าส่วนแรกที่เราจะเจอคือ Common Area พื้นที่นั่งเล่นสำหรับทุกคนในครอบครัวก่อนแยกย้ายเข้าห้องนอน

ห้องนอนใหญ่มีพื้นที่ใช้สอยมากดีทีเดียวครับ วางเตียงขนาด 6 ฟุตแล้วยังเหลือที่อีกเพียบ

จากหน้าต่างห้องนอนใหญ่สามารถมองเห็น Courtyard หน้าบ้านได้เต็มตา

พื้นที่บริเวณหน้าห้องน้ำจัดเป็น Walk-in Closet ได้อย่างลงตัว

ภายในห้องน้ำกั้นห้องอาบน้ำมาให้เรียบร้อย รวมถึงติดตั้งอ่างอาบน้ำมาอีกเช่นกัน

ไปดูในห้องนอนเล็กกันบ้างครับ โดย 2 ห้องนี้มีโถงบันไดกั้นอยู่ตรงกลาง จึงเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของห้องได้มากขึ้น

ห้องแรกตกแต่งในสไตล์แมนๆ ด้วยโทนสีเข้มๆ

มีมุมสำหรับงานอดิเรก โชว์ของรักของสะสมได้อย่างเต็มที่

ห้องนอนเล็กมีห้องน้ำในตัวเหมือนกันทุกห้อง

ห้องนอนเล็กอีกห้องตกแต่งสไตล์สวยหวานเรียบง่าย ดูน่าอยู่

Liwa

Liwa เป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สุดของโครงการ โดยมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 260 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 3 คัน บนที่ดินเริ่มต้น 80 ตร.วา บ้านหลังนี้กว้างขวางสามารถรองรับสมาชิกของครอบครัวได้หลายคนเลยทีเดียว ซึ่งในบ้านตัวอย่างที่เราได้เข้าชมทางโครงการยังดีไซน์ให้มีสระว่ายน้ำเพิ่มเข้าไปด้วย โดยใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของ Courtyard บริเวณด้านข้างของตัวบ้านทำสระว่ายน้ำไว้พร้อมกับชานพักผ่อนริมสระน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่โซนกลางบ้านไว้อย่างลงตัว

บ้านแบบสุดท้าย คือ Liwa เป็นแบบบ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ

ลานจอดรถกว้างปูด้วยคอนกรีตสแตมป์ สามารถจอดรถได้มากถึง 3 คัน

ตามแบบบ้านมาตรฐาน ตัวบ้านจะมี Courtyard ขนาดใหญ่ และมีนั่งเล่นในสวนเกือบรอบตัวบ้าน แต่บ้านตัวอย่างหลังนี้ใช้พื้นทีส่วนหนึ่งของ Courtyard ปรับให้เป็นสระว่ายน้ำแทน

เปลี่ยนบรรยากาศจากมุมนั่งเล่นในสวน มาเป็นริมสระว่ายน้ำแทน

บ้าน Liwa นี้ จะเพิ่มห้องนอนที่บริเวณชั้นล่างมาอีก 1 ห้อง ซึ่งห้องนี้สามารถปรับแต่งให้ใช้สอยประโยชน์อื่นๆ ได้ตามต้องการ หรือจะใช้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุหรือแขกผู้มาเยือนก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ในบริเวณด้านหลังของตัวบ้านยังมีห้องแม่บ้านอีก 1 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว แยกไว้เป็นสัดส่วน การออกแบบในบ้านตัวอย่างจัดแต่งครัวขนาดใหญ่ มีกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนปิด เพื่อช่วยป้องกันกลิ่นรบกวนขณะประกอบอาหารได้ด้วย ในขณะที่ห้องนั่งเล่นจัดให้อยู่ด้านเดียวกับสระว่ายน้ำ สามารถเปิดม่านออกไปเห็นวิวสระว่ายน้ำได้เลย เช่นเดียวกับโซนกลางบ้านที่วางโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง ทำให้เปิดรับวิวธรรมชาติได้ทั้งสองด้านพร้อมๆ กัน

เปิดประตูเข้าบ้านมาจะเจอกับ Dining Area ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง Courtyard ทั้ง 2 ด้านของตัวบ้าน

ด้านหนึ่งเป็นสวนเล็กๆ ช่วยเพิ่มความร่มรื่นสบายตา

ในขณะที่อีกด้าน ตกแต่งใหม่ให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ซึ่งเราสามารถเปิดประตูออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ

โซนด้านในสุดออกแบบให้เป็นห้องครัวกึ่งปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนปิดได้ตามการใช้งาน

เคาน์เตอร์ครัวมีลักษณะกึ่ง Island ให้ความรู้สึกถึงความเชื่อมโยงถึงกันของพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างของบ้าน

ประตูด้านหลังห้องครัว สามารถเปิดออกไปสู่ลานซักล้างด้านหลังบ้าน และห้องแม่บ้านที่อยู่ทางด้านหลังด้วย

ใกล้ๆ กับห้องครัว มีห้องน้ำเล็กอีก 1 ห้อง

Living Area ถูกออกแบบไว้ในโซนด้านในสุดของตัวบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ๋เปิดรับแสงธรรมชาติ และเห็นวิวสระว่ายน้ำได้พร้อมๆ กัน

ทางโครงการจัดวางชุดโซฟาตัวยาวตลอดแนว เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัว

ที่บริเวณชั้นล่าง มีห้องนอนเล็กเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งห้อง ซึ่งสามารถปรับแต่งฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายมาก

ตามตัวอย่างที่ทางโครงการจัดไว้ เลือกที่จะแต่งห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่นเล็กๆ เผื่อใช้เพื่อการรับแขกส่วนตัว

หรือถ้าต้องการก็ยังสามารถใช้เป็นห้องนอนสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้ด้วย เพราะภายในมีห้องน้ำส่วนตัวมาพร้อมแล้ว

บนบริเวณชั้น 2 มีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง ซึ่งทุกห้องมีห้องน้ำในตัว โดยห้องนอนหลักจะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ทำให้พื้นที่ของ Walk-in Closet บริเวณหน้าห้องน้ำกว้างขวางมาก พื้นที่หน้าห้องนอนชั้น 2 จัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนที่สามารถเปิดรับวิวสวนสวยได้พร้อมกัน 2 ด้านเช่นเดียวกับแบบบ้านก่อนหน้า ซึ่งทางโครงการพยายามจัดสรรให้ทุกพื้นที่สามารถใช้สอยได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

Common Area บริเวณชั้น 2 มีพื้นที่กว้างมากๆ แถมยังโปร่งโล่งสบายตา เนื่องจากมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสง รับลม และวิว Courtyard ได้ทั้ง 2 ทาง

เชื่อว่ามุมนี้น่าจะเป็นโปรดของทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะใช้นั่งเล่นอ่านหนังสือ เล่นเกม หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันได้อีกหลายรูปแบบ

มาดูในห้องนอนใหญ่กันครับ ภายในกว้างขวาง มีหน้าต่างบานใหญ่ และช่องรับแสงได้หลายทาง

พื้นที่ใช้สอยภายในห้องมีมากพอที่จะจัดตกแต่งให้ใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อย่างเต็มที่

พื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ น่าจะถูกใจสาวๆ แม่บ้าน เพราะสามารถจัดเก็บข้าวของ เสื้อผ้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ภายในห้องน้ำ จัดวางห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำไว้คนละด้าน รวมถึงมุมทำธุระส่วนตัวก็จัดที่ทางไว้อย่างลงตัว

มาดูห้องนอนเล็กห้องแรกกันบ้าง แน่นอนว่าพื้นที่ใช้สอยภายในห้องกว้างขวางเหลือเฟือขนาดวางเตียงและโซฟาเบดไว้คู่กันแล้วยังเหลือพื้นที่สบายๆ

ภายในห้องมีห้องน้ำในตัว และเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มากขึ้นด้วยการ Built-in ชั้นเก็บของมาเต็มพื้นที่ผนังเลยทีเดียว

ในขณะที่ห้องนอนเล็กห้องที่ 2 จัดตกแต่งในสไตล์ที่แตกต่าง และดูเรียบง่ายมากกว่า

ภายในห้องมีหน้าต่างทั้ง 2 มุม เปิดรับแสงธรรมชาติ และวิวสวนในบ้านได้เป็นอย่างดี

พื้นที่ภายในห้องกว้างมากพอที่จะออกแบบให้มี Walk-in Closet เป็นสัดส่วนในบริเวณทางเดินไปยังห้องน้ำภายในห้อง

หลังจากได้เยี่ยมชมบ้านตัวอย่างครบทั้ง 3 แบบแล้ว ต้องยอมรับว่าเราแอบหลงใหลกับบ้านสไตล์ Courtyard เข้าให้แล้วเหมือนกัน บ้านทุกหลังออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับความวุ่นวายภายนอกมาทั้งวัน ซึ่งทางโครงการ Baranee Park ร่มเกล้า สามารถสอดแทรกพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นไว้ทุกซอกทุกมุมจริงๆ สมกับคำว่า “บ้านเงาไม้”

ทางโครงการมีแบบบ้านให้เลือกทั้งบ้านมาตรฐาน และบ้านตกแต่งพร้อมอยู่ตามอย่างในบ้านตัวอย่างเลยนะครับ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสอบถามโปรโมชั่นได้ที่ : http://www.manapat.co.th/tha/projects/baranee-park-romklao

***พิเศษกับโปรโมชั่นล่าสุด (แนบโปรโมชั่นต่อท้าย // สามารถเปลี่ยนแปลงได้)

Fespa –

  • แอร์ห้องนอน Master ขนาด 14,300 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 2 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 3 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • ปูหญ้าจัดสวน 1 รายการ
  • Shower ทุกห้องน้ำ 3 ชุด
  • สัญญาณกันขโมย 1 ชุด
  • ชุดครัว (เตา+เครื่องดูดควัน) 1 ชุด
  • ประตูบานพับอัตโนมัติ
  • พื้นลานจอดรถสแตมป์คอนกรีต

Denfe –

  • แอร์ห้องนอน Master ขนาด 14,300 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 2 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 3 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • ปูหญ้าจัดสวน 1 รายการ
  • Shower ทุกห้องน้ำ 3 ชุด
  • สัญญาณกันขโมย 1 ชุด
  • ชุดครัว (เตา+เครื่องดูดควัน) 1 ชุด
  • ประตูบานพับอัตโนมัติ
  • พื้นลานจอดรถสแตมป์คอนกรีต

Liwa –

  • แอร์ห้องนอน Master ขนาด 22,500 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 2 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 3 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • แอร์ห้องนอน 4 ขนาด 12,300 BTU 1 เครื่อง
  • ปูหญ้าจัดสวน 1 รายการ
  • Shower ทุกห้องน้ำ 4 ชุด
  • สัญญาณกันขโมย 1 ชุด
  • ชุดครัว (เตา+เครื่องดูดควัน) 1 ชุด
  • ประตูบานพับอัตโนมัติ
  • พื้นลานจอดรถสแตมป์คอนกรีต

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888