การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Baranee Residence รังสิต-คลอง 3 (รีวิวบ้านเดี่ยว)

ต้องยอมรับกันว่าปัจจุบันการจะหาบ้านเดี่ยวดีๆ ซักหลังเพื่อทุกคนในครอบครัวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใครๆ ก็อยากได้คุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีสังคมเพื่อนบ้านที่เอื้ออำนวยต่อความเป็นอยู่ที่สงบสุข รวมไปถึงมีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อทุกกิจกรรมของคนในครอบครัวกันแทบทั้งนั้น แถมยังต้องพิจารณาให้อในราคาที่เอื้อมถึงก็จัดว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญไม่น้อยเลย Review Your Living ฉบับนี้จะพาไปเจาะลึก ทำความรู้จักกับโครงการบ้านเดี่ยว “Baranee Residence” บ้านคุณภาพในย่านรังสิต ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่มีครอบครัวได้อย่างแท้จริงกันแบบละเอียดยิบ ใครที่กำลังมีแผนจะซื้อบ้านเดี่ยว รีบตามมาดูกันเลย

“Baranee Residence” ยึดทำเลในรังสิตคลอง 3 เป็นที่ตั้งโครงการ ซึ่งสามารถเข้าออกได้ทั้งทางฝั่งรังสิต และคลองหลวง รวมถึงเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน ถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก และทางด่วนอุดรรัถยา (สายบางประอิน-ปากเกร็ด) ก็ทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองมีทางเลือกหลายทาง สามารถหาทางเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดได้อีกด้วย

แผนที่ของโครงการ

แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ

การเดินทางวันนี้เราใช้ถนนวิภาวดีรังสิต เริ่มจากบริเวณสนามบินดอนเมืองกันเลยนะครับ

เราขับตามถนนวิภาวดีรังสิตมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่ถนนพหลโยธิน ฝั่งขวามือจะเห็นเซียร์ รังสิต

สังเกตป้ายนครนายกแล้วขับตามไปเรื่อยๆ เลยครับ

เบี่ยงออกซ้ายเพื่อไปทางนครนายก ตามป้าย

ขึ้นสะพานข้ามคลองไปเลยครับ

ฝั่งขวามือจะเป็นเมเจอร์ รังสิต แสดงว่าใกล้ถึงทางโค้งไปทางนครนายกแล้วครับ

เบี่ยงซ้ายตามป้าย เพื่อขึ้นสะพานไปเข้าถนนรังสิต-นครนายก

โค้งซ้ายขึ้นสะพานไปเลยครับ

ขึ้นสะพานวนข้ามถนนพหลโยธินมาแล้วเราจะเข้าสู่ถนนรังสิตนครนายก ฝั่งซ้ายมือจะเป็นฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิตและ Zpell ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นเมเจอร์ รังสิต

จากนั้นตรงไปตามถนนรังสิต-นครนายกเรื่อยๆ เลยครับ

จาก Zpell เราขับตรงไปตามถนนรังสิต-นครนายกอีกประมาณ 4.7 กม. ก็จะถึงทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองสาม

ตรงนี้ต้องสังเกตดีๆ นะครับ ไม่งั้นอาจจะเลยได้

ปากซอยทางเข้าคลองสาม มีอเวนิวเปิดใหม่ชื่อ ธาราอเวนิว ด้านในมีร้านอาหาร ร้านค้า ต่างอยู่ อยู่หลายร้านทีเดียวครับ

จากนั้นเราขับตามถนนเลียบคลองสามต่อไปเรื่อยๆ เลยครับ

ถนนเพิ่มเป็น 4 เลนแล้ว ขับสบายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยครับ

ตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเจอบิ๊กซี คลองสาม อยู่ทางซ้ายมือ เวลาจะซื้อของเข้าบ้านตรงนี้ช่วยได้เยอะเลยครับ ไม่ต้องขับรถออกไปไกล

เลยจากบิ๊กซีมาไม่ไกลก็ถึงโครงการแล้วครับ ถ้านับจากปากซอยคลองสามเข้ามาถึงโครงการก็ประมาณ 7 กิโลเมตร

พื้นที่ในย่านรังสิตคลอง 3 เป็นย่านที่มีความเป็นชุมชนสูง ตลอดเส้นทางในถนนคลอง 3 มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งร้านค้านานาชนิด ร้านอาหาร ร้านขายยา คลินิค ตลาดสด ซุปเปอร์มาร์เก็ต และโรงเรียน ในขณะเดียวกันทางด้านถนนคลองหลวงก็มีห้องโลตัส แมคโคร ห่างออกไปอีกหน่อยก็มี ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ Zpell ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญของคนในย่านนี้

“Quality Meets Life”

เริ่มต้นจากทางเข้าโครงการที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงวงเวียนน้ำพุอลังการสังเกตุเห็นได้ง่าย เรื่องความปลอดภัยก็อุ่นใจได้ด้วยระบบ Key Card, กล้องวงจรปิดบันทึกภาพบริเวณทางเข้า-ออก และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการภายในหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านหน้าทางเข้าโครงการหรูหราอลังการ

เข้าออกด้วยระบบ Key Card และมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

โครงการ Baranee Residence รังสิตคลอง 3 มีบ้านทั้งหมด 140 หลังด้วยกัน ทุกหลังตั้งอยู่บนถนนหลักที่กว้างมากสุดถึง 16 เมตร โดยมีเกาะกลางช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้เกือบตลอดแนว บรรยากาศโดยรวมภายในโครงการมีความร่มรื่นจากต้นไม้น้อยใหญ่ ซึ่งทางโครงการจัดสวนสวยไว้รอบโครงการ รวมถึงสวนในบ้านด้วย เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน

ถนนเมนในโครงการกว้าง 16 เมตร พร้อมเกาะกลางร่มรื่น

ถนนบางช่วงกว้าง 12-14 เมตร จึงไม่มีเกาะกลางขั้นกลาง

บรรยากาศภายในโครงการร่มรื่นมาก

เมื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ พื้นที่ (Space) จึงถูกจัดสรรเพื่อตอบทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ลูกบ้านสามารถทำกิจกรรมที่หลากหลายในบริเวณ Club House ซึ่งประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน ห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายครบครัน รวมไปถึงสวนสาธารณะขนาดกว้างที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่นๆ ของเด็กๆ

baranee-residence-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-3-review-your-living-%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%9a%e0%b9%89

Earl Grey

Earl Grey บ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 220 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ตัวบ้านยกสูงจากถนน 90 เซนติเมตร ออกแบบให้มีชานนั่งเล่นหน้าบ้าน และสวนรอบบ้านเลยทีเดียว ลานหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน ประตูทางเข้าบ้านมี Digital Door Lock เพิ่มความอุ่นใจและสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัว

ลานจอดรถหน้าบ้าน ปูด้วยคอนกรีตสแตมป์ ยกสูงจากถนนอีก 15 ซม.

พื้นที่จอดรถกว้างขวาง สามารถจอดรถได้ 2 คัน

บันไดขึ้นสู่ตัวบ้านยกขึ้นมาอีก 3 ขั้น รวมๆ แล้วตัวบ้านจะสูงกว่าถนนหลักถึง 90 ซม. เลยทีเดียว

บ้านทุกหลังมี Digital Door Lock ติดตั้งมาให้แล้ว

พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ทางโครงการจัดสรรมาให้เป็นอย่างดี โดยในบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งไว้ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งห้องนั่งเล่นชั้นล่างและมุมรับประทานอาหาร ที่เชื่อมต่อถึงกันกับชานนั่งเล่นหน้าบ้านได้อย่างลงตัว เพียงแค่เปิดประตูกระจกด้านหน้าออกก็สามารถเพิ่มพื้นที่ในการจัดกิจกรรมร่วมกันได้แล้ว

ทางด้านชานหน้าบ้านติดกับโรงรถ ก็ยกสูงขึ้นมาเท่ากับตัวบ้าน

บริเวณนี้มีพื้นที่กว้างพอที่จะจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนในบรรยากาศติดสวน

ก้าวเข้ามาในบ้านจะเจอกับ Living Area ก่อน พื้นที่ใช้สอยโปร่งโล่งไม่อึดอัด

ประตูกระจกบานใหญ่ ช่วยให้ตัวบ้านเปิดรับแสงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

พื้นที่ของห้องรับแขก เชื่อมต่อกับห้องกินข้าวซึ่งอยู่ติดกับประตูกระจกด้านข้างตัวบ้าน

บริเวณชั้นล่างมีห้องนอนเล็กอีกหนึ่งห้องด้วยนะครับ

ห้องครัวเป็นกึ่งครัวปิด มีห้องเก็บของบริเวณใต้บันไดช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น บริเวณด้านหลังบ้านมีลานซักล้าง และพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า ซึ่งทางโครงการก็จัดเตรียมระบบน้ำและไฟไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ห้องครัวอยู่ถัดเข้าไปด้านในสุดของตัวบ้าน

ในห้องครัวมีหน้าต่างช่วยให้การระบายอากาศและกลิ่นได้ดีขึ้น

ลานซักล้างด้านหลังมีพื้นที่กว้างขวางพอสมควรเลยทีเดียว

ห้องนอนเล็กที่ชั้นล่างมีประตูกระจกบานใหญ่สามารถเปิดออกมาที่ด้านหลังบ้านได้ด้วย

มุมนั่งเล่นด้านข้างของตัวบ้าน ใช้ทำกิจกรรม จัดปาร์ตี้ หรือนั่งเล่นพักผ่อนร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้เลย

บริเวณชั้นล่างเสริมด้วยห้องนอนเล็ก 1 ห้อง ซึ่งสามารถจัดตกแต่งใช้เป็นห้องทำงาน หรือจะให้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุก็สะดวกดีทีเดียว ส่วนห้องน้ำของชั้นหนึ่งจะอยู่ตรงข้ามห้องครัว

ทางโครงการตกแต่งห้องนอนเล็กชั้นล่างให้เป็นห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขกส่วนตัว

ห้องนอนเล็กนี้ มีประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกไปด้านหลังตัวบ้านได้ด้วย

ห้องน้ำที่ชั้นล่างอยู่ด้านตรงข้ามกับห้องครัว

ขึ้นมาที่บริเวณชั้น 2 จะพบกับพื้นที่นั่งเล่นสำหรับการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นนั่งดูทีวี พูดคุยร่วมกัน หรือแม้แต่ใช้เป็นพื้นที่รับแขกคนสนิทแบบส่วนตัวก็ได้เช่นกัน ในขณะที่พื้นที่ของห้องนอนทั้ง 3 ห้องบนชั้น 2 ก็แบ่งพื้นที่กันไว้อย่างลงตัว ทั้งห้องนอนใหญ่ที่กว้างมากพอที่จะมีห้องอาบน้ำและ Walk-in Closet ในตัว ส่วนห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องก็จัดไว้ในโซนด้านเดียวกันอย่างเป็นสัดส่วน โดยพื้นที่ทั้งหมดนี้เพียงพอต่อการรองรับสมาชิกของครอบครัวขนาดใหญ่ หรืออาจจัดสรรให้ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้อีกถ้าเป็นครอบครัวขนาดเล็ก

โถงนั่งเล่นที่บริเวณชั้น 2 ติดกับระเบียงด้านหน้า มีประตูกระจกบานใหญ่ช่วยเปิดรับแสงได้เป็นอย่างดี

จากบริเวณนี้สามารถมองลงไปเห็นบริเวณหน้าบ้านได้ชัดเจน

ระเบียงกว้างพอที่จะปลูกต้นไม้เล็กๆ ได้บ้าง

ไปดูห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องกันดีกว่า

ห้องแรกตกแต่งในโทนสีเข้มเลยทีเดียว

พื้นที่ใช้สอยภายในห้องขนาดกะทัดรัดกำลังดี มีพื้นที่เก็บของได้พอสมควร

ห้องน้ำด้านหน้าอยู่ระหว่างห้องนอนเล็ก ซึ่งต้องใช้ร่วมกัน

ส่วนห้องอีกห้อง ตกแต่งเป็นห้องทำงาน เป็นมุมเวิร์คช็อปได้น่าสนใจดีทีเดียว

ส่วนอีกโซนของบ้าน เป็นพื้นที่ของห้องนอนใหญ่ซึ่งมีห้องน้ำในตัวมาพร้อม

พื้นที่ในห้องนอนใหญ่กว้างขวาง วางเตียงนอน 6 ฟุตแล้วยังเหลือที่อีกเหลือเฟือ

ในห้องวาง Day Bed เข้ามุมไว้ติดริมหน้าต่าง เพิ่มมุมนั่งเล่นพักผ่อน อ่านหนังสือได้อีกมุม

พื้นที่หน้าห้องน้ำกว้างพอที่จะจัดเป็น Walk-in Closet ได้ด้วย

ในห้องน้ำจัดวางสุขภัณฑ์ไว้ได้อย่างลงตัว

Darjeeling

ถ้าบ้านแบบแรกยังมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เรามาดูบ้านหลังใหญ่กันบ้าง บ้าน Darjeeling เป็นบ้านเดี่ยวแบบหน้ากว้าง มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 240 ตร.ม. ส่วนพื้นที่รอบบ้านก็แล้วแต่ขนาดที่ดิน ซึ่งในบ้านตัวอย่างหลังที่เปิดให้เข้าชมเป็นแปลงมุม ทำให้มีชานนั่งเล่นบริเวณด้านข้างของตัวบ้านมากขึ้นอีกพอสมควร โดยทางโครงการจัดการตกแต่งพื้นที่ด้านข้างเป็นมุมนั่งเล่น จัดกิจกรรมปาร์ตี้ร่วมกันได้ ภายในตัวบ้านแบ่งพื้นที่ใช้สอยหลักๆ เป็น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน

ลานจอดรถปูด้วยคอนกรีตสแตมป์สวยงาม

ลานจอดรถรองรับจำนวนรถได้ 2 คัน

สวนหน้าบ้านตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ช่วยเพิ่มความร่มรื่นสบายตา

บ้านตัวอย่างเป็นบ้านหัวมุม จึงมีพื้นที่พอสำหรับทำชานนั่งเล่นด้านข้างตัวบ้าน

มุมนี้กว้างพอจะใช้จัดกิจกรรมร่วมกันได้ทั้งครอบครัว

พื้นที่ซักล้างที่ด้านหลังตัวบ้านกว้างขวางพอจะวางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ

ประตูทางเข้าใช้ Digital Door Lock เช่นกัน รวมถึงตัวบ้านก็อยู่สูงจากถนน 90 เซนติเมตร ก็เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการ บริเวณห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นเปิดโล่งรับแสงจากภายนอกได้ดี เช่นเดียวกับพื้นที่ของโต๊ะกินข้าวที่สามารถเปิดออกไปยังบริเวณเฉลียงหน้าบ้านได้อีกเช่นกัน ซื่งพื้นที่บริเวณนี้สามารถเลือกตกแต่งได้ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าบ้านได้เลยว่าอยากให้อะไรอยู่มุมไหนบ้าง

ชานพักนั่งเล่นด้านหน้าตัวบ้าน ยกสูงขึ้นมาเท่ากับตัวบ้าน

ชานบ้านกว้างขวางมีพื้นที่เชื่อมต่อกับใสนตัวอย่างได้อย่างลงตัว

ทางเดินจากลานจอดรถเข้าสู่ตัวบ้าน

Living Area แบ่งโซนออกเป็นห้องนั่งเล่น วางชุดโซฟาใหญ่ไว้สำหรับนั่งดูทีวี สังสรรค์กับครอบครัว

ประตูกระจกบานใหญ่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี และทำให้สามารถมองเห็นสวนหน้าบ้านได้อย่างชัดเจน

อีกด้านของ Living Area จัดไว้เป็นมุมกินข้าว วางโต๊ะชุดใหญ่ขนาด 6 ที่นั่งได้สบายๆ

ในขณะที่ห้องครัวถูกออกแบบมาให้เป็นกึ่งครัวปิด มีหน้าต่างช่วยระบายอากาศได้ดี ถ้าเพียงติดตั้งประตูกระจกเพิ่มก็จะช่วยลดปัญหากลิ่นรบกวนในบ้านระหว่างทำครัวไปได้อีกทาง นอกจากนี้ที่บริเวณชั้นล่างยังมีอีก 1 ห้องนอนเล็กพร้อมห้องน้ำในตัว ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามความเหมาะสม โดยสามารถตกแต่งให้เป็นได้ทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องหนังสือ หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน

ด้านในของตัวบ้านเป็นพื้นที่ของห้องครัว รวมถึงประตูทางออกไปยังด้านหลังของตัวบ้าน

ห้องครัวเป็นแบบกึ่งปิด ไม่ได้มีประตูติดตั้งมาให้ แต่มีหน้าต่างสามารถเปิดออกไปทางชานนั่งเล่นข้างบ้านได้

ไปดูห้องนอนเล็กของชั้นล่างที่อีกด้านของตัวบ้านกันบ้างดีกว่า

ทางโครงการตกแต่งให้ห้องนอนเล็กนี้เป็นห้องทำงาน ซึ่งภายในห้องมีห้องน้ำในตัวมาพร้อมแล้ว สามารถปรับประโยชน์ใช้สอยได้ตามใจชอบ

ประตูกระจกในบานใหญ่ นอกจากจะช่วยเรื่องเปิดรับแสงแล้ว ยังสามารถเปิดออกไปยังด้านหลังของบ้านได้อีกด้วย

ห้องน้ำในห้องพร้อมใช้งาน

ขยับขึ้นมาดูที่บริเวณชั้น 2 กันบ้าง แน่นอนว่าทางโครงการค่อนข้างให้ความสำคัญกับการมีคุณภาพชีวิตครอบครัวที่ดี ดังนั้นจึงเพิ่มพื้นที่นั่งเล่นบริเวณชั้น 2 ขึ้นมาเพื่อให้พร้อมรองรับทุกกิจกรรมของครอบครัว ไม่ว่าจะจัดให้เป็นมุมดูทีวี มุมนั่งเล่น หรือพื้นที่จัดปาร์ตี้สังสรรค์เล็กๆ ของคนในบ้านก็ดูจะลงตัวไปเสียทุกอย่าง ในขณะที่พื้นที่ในห้องนอนทั้ง 3 ห้องก็มีความเป็นส่วนตัวมากพอสำหรับทุกคน ทั้งห้องนอนใหญ่ที่กว้างขวาง และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องที่ยังคงสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะพบกับ Common Area ในโซนกลางบ้าน ซึ่งจัดเป็นมุมพักผ่อนสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน

มุมนี้ติดประตูกระจกบานเลื่อนทำให้สามารถเปิดประตูออกไปที่ระเบียงได้

โซนด้านหนึ่งของบริเวณชั้น 2 แบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องและห้องน้ำบริเวณหน้าห้องทั้ง 2

ห้องแรกตกแต่งไว้สำหรับเด็กเล็ก จึงมีสีสันสดใสน่าอยู่

ห้องนอนเล็กห้องนี้อยู่ด้านหน้าของตัวบ้าน จึงมีระเบียงกว้างในบริเวณห้องด้วย

ส่วนห้องนอนเล็กอีกห้อง ตกแต่งเป็นห้องพักผ่อน หรืออาจปรับให้เป็นห้องนอนเพื่อรองรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นก็ทำได้เช่นกัน

ห้องน้ำเล็กบริเวณหน้าห้องสำหรับการใช้งานของสมาชิกนอนเล็ก

ห้องสุดท้ายของตัวบ้านที่เราจะไปดูก็คือ ห้องนอนใหญ่ที่อยู่อีกด้านของตัวบ้าน

ห้องนอนใหญ่กว้างขวาง มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอที่จะตกแต่งให้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

Day Bed วางไว้ริมหน้าต่างใช้เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือได้เป็นอย่างดี

บริเวณหน้าห้องน้ำก็จัดตกแต่งให้เป็น Walk-in Closet เก็บเสื้อผ้าได้เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีหน้าต่างรับแสง ช่วยให้มุมนี้ไม่มืดจนเกินไป

ห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ จัดวางตำแหน่งของสุขภัณฑ์ต่างๆ ไว้อย่างลงตัว และติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่เต็มผนังมาให้พร้อมแล้ว

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก บริษัท มานะพัฒนาการ จำกัด ที่สะท้อนให้เราได้เห็นว่า โครงการบ้านที่ดีที่มีการออกแบบเพื่อให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ชีวิตคุณและครอบครัว มีสเปซสำหรับทุกคน และพื้นที่ที่พร้อมด้วย Facility ครบครัน ในทำเลโซนกรุงเทพฝั่งเหนือ ซึ่งพร้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีของการอยู่อาศัย จนคุณสามารถมั่นใจได้ว่าความเป็นอยู่ของทุกคนในครอบครัวจะอบอุ่นและได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคยไม่มากก็น้อย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อชมโครงการ Baranee Residence รังสิตคลอง 3 ได้ที่ : http://www.manapat.co.th/tha/projects/baranee_residence

We Recommend
Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก

  โครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก) ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน เดินทางสะดวก เพราะเข้า-ออกได้ 5 เส้นทางทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.พระราม5-นครอินทร์, ถ.กาญจนาภิเษก, ถ.บรมราชชนนี, ถ.พุทธมณฑลสาย 1,  ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก(ด่านฉิมพลี/ด่านตลิ่งชัน)   ชื่อโครงการ Dream Priva Rachapruek-Pinklao-Kanchanapisek (ดรีม พรีว่า ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก)   เจ้าของโครงการ บริษัท ดรีมแลนด์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด   ที่ตั้งโครงการ ราชพฤกษ์ ซอยสวนผัก32 ตรงข้ามโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา นนทบุรี   พื้นที่โครงการ 45-0-19 ไร่   ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน    ที่จอดรถ 2 คัน    จำนวนหลัง  426 ยูนิต   ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 20.7 ตร.วา   พื้นที่ใช้สอย 124 ตร.ม.    แบบทาวน์โฮม Priva I 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Priva II 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ   สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Double Gate Security, ระบบอินเตอร์เน็ตในบ้าน (LAN),สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ห้องเด็กเล่น, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง , กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ปีที่สร้างเสร็จ  มี.ค. 2565   ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท   เงินจอง 10,000 บาท   เงินทำสัญญา 30,000 บาท   ค่าส่วนกลางและกองทุน 600 บาท/ตร.วา   จุดเด่นโครงการ รายละเอียดการก่อสร้างที่ดี เพื่ออยู่อาศัยได้สะดวกสบาย เช่น ทุกหลังเป็นประตูรั้วรีโมทไฟฟ้า ผนังหนาพิเศษ 12 ซม. ป้องกันเสียง หลังคาทรงปันหยาระบายความร้อน Water Leakage Prevention ป้องกันปัญหาน้ํารั่วซึมเข้าตามรอยต่อ ด้วยนวัตกรรมเชื่อมต่อระหว่างแผ่น Precast และวงกบหน้าต่างแบบพิเศษ โดยไม่ใช้ Silicone ฯลฯ   ขนส่งสาธารณะใกล้เคียง BTS สายสีลม สถานีบางหว้า, ใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ (ด่านฉิมพลี, ด่านตลื่งชัน) , รถสองแถวสายศิริราชผ่านหน้าโครงการ   จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) ทางพิเศษศรีรัช   สถานที่ใกล้เคียง The Crystal SB, Home Pro & Villa Market, The Walk, Food Villa, Central Pinklao, รพ. เจ้าพระยา, รพ. ตา หู คอ จมูก, รพ. ศิริราช, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่, อนุบาล เด่นหล้า, ร.ร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี    

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

IDEN Sukhumvit 101-ไอเดน สุขุมวิท 101

ชื่อโครงการ IDEN Sukhumvit 101(ไอเดน สุขุมวิท 101) เจ้าของโครงการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ 10260 พื้นที่โครงการ 6 ไร่ ลักษณะโครงการ บ้านแฝด 3.5 ชั้น  จำนวนหลัง 42 ยูนิต ขนาดที่ดิน 35.2 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย 286.62 ตร.ม. (ไม่รวมดาดฟ้า) แบบบ้าน บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4ห้องน้ำ (ไม่รวมห้อง Maid)  พื้นที่จอดรถสูงสุด 3 คัน และสวนขนาดเล็ก (Pocket garden)  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Boutique Clubhouse, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ สามารถปรับอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว พร้อม Automatic Sliding Sunroof หลังคาบนสระว่ายน้ำ เปิด-ปิดอัตโนมัติไว้สำหรับเวลาแดดจัด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ปีที่สร้างเสร็จ ต้นปี 2563 ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท เงินจอง 300,000 บาท เงินทำสัญญา 1,000,000บาท จุดเด่นโครงการ พื้นที่ใช้สอยภายในได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เลือกใช้วัสดุที่ดี เช่น Lift อาริทโก้ นำเข้าจากสวีเดน ราคา 2.2 ล้านบาท และห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัว       ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง True Digital Park, CentralPlaza Bangna, the little walk, Mega Banana, รพ.ไทยนครินทร์, รพ.บางนา 1, ไบเทค บางนา        

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

SCOPE Langsuan-สโคป หลังสวน

บริษัท สโคป จำกัด เปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดย SCOPE Langsuan ได้โทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในให้กับอาคารที่พักอาศัยที่แพงที่สุดในนิวยอร์คคืออาคาร ONE57 มาออกแบบด้าน Interior ให้กับโครงการ โดยเน้นการออกแบบที่สวยงาม แต่ใช้งานได้จริง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด     ชื่อโครงการ SCOPE Langsuan(สโคป หลังสวน)  เจ้าของโครงการ บริษัท สโคป จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ 10330 พื้นที่โครงการ  2-0-80 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 34 ชั้น จำนวนยูนิต 159 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 83 ตร.ม. 2 BEDROOM  153-162 ตร.ม. Penthouses 419-443 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted  ที่จอดรถ Automated Parking 226 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ห้องฉายภาพยนตร์ที่มีระบบภาพเสียงที่ทันสมัย, ห้องประชุม, ห้องสำหรับแชร์พื้นที่ทำงานร่วมกัน, สกายเลานจ์, ห้องดนตรี, ห้องเก็บของส่วนบุคคล, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก, โรงยิม, ฟิตเนส, ออนเซ็น, ซาวน่า, ห้องโยคะ, สระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ, บริการระดับ 5 ดาว แม่บ้านทำความสะอาด พนักงานต้อนรับ และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2023 ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ที่ดินฟรีโฮลด์บนถนนหลังสวน ดีไซน์บนความหรูหราที่แท้จริงในทุกรายละเอียด แต่ยังคงจับต้องได้ สามารถใช้งานได้จริง ด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม โดย Interior Designer ระดับโลก   ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายเขียว สถานีชิดลม   สถานที่ใกล้เคียง Mercury Tower, Central Chidlom, Gaysorn Village, CentralWorld, Paragon, Central Embassy, Bumrungrad International Hospital      

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ   สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง   ค้ามคืนไปกับ Kanvela House จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/