การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


บียอนด์ ศรีนครินทร์ (รีวิวบ้าน)

บียอนด์ ศรีนครินทร์ (รีวิวบ้าน)

วันนี้เราจะพาไปเยี่ยมชมโครงการ บียอนด์ ศรีนครินทร์ บ้านเดี่ยวท่ามกลางธรรมชาติ ตรงข้ามสวนหลวง ร.9 ภายใต้คอนเซปต์ Ever Green Living ซึ่งทางโครงการเปิดบ้านสไตล์โมเดิร์นให้เราได้เข้าไปเก็บภาพมาฝากแฟนๆ กันครับ

 

การเดินทาง

การเดินทางมายังโครงการนี่ค่อนข้างสะดวกทีเดียว เพราะสามารถเลือกเส้นทางในการเดินทางได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านถนนสุขุมวิท เข้าซอยอุดมสุข (สุขุมวิท 103) ตรงมาข้ามแยกตัดถนนศรีนครินทร์ แล้วเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 มาอีกนิดหน่อยก็จะเจอกับโครงการ บียอนด์ ศรีนครินทร์ อยู่ทางด้านขวามือ นับจากปากซอยอุดมสุขมาถึงหน้าโครงการก็มีระยะทางแค่ 6.6 กิโลเมตรเท่านั้นครับ ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่

การเดินทางเส้นทางแรกเราเริ่มจากปากซอยสุขุมวิท 103 หรือซอยอุดมสุข กันเลยนะครับ ใครใช้รถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอุดมสุข แล้วก็ต่อรถเข้าซอยนี้ได้เลยครับ

บริเวณปากซอยอุดมสุขทั้ง 2 ข้างทาง จะมีร้านขายอาหาร เยอะแยะให้เลือกซื้อหา

การจราจรตรงช่วงปากซอยจะติดขัดอยู่สักหน่อยนะครับ เพราะมีรถสองแถวจอดรอรับผู้โดยสารกินเลนซ้ายไป 1 เลน

เลยจากปากซอยมาเข้าหน่อยการจราจรก็เริ่มโล่งขึ้นแล้วครับ

ในซอยนี้มีร้านอาหารอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ จะมีอยู่ตาม 2 ข้างทางเป็นช่วงๆ ช่วงไหนมีรถจอดข้างทางเยอะ แสดงว่าตรงนั้นแหละครับ มีร้านอาหาร

เราตรงเข้ามาในซอยอุดมสุขเรื่อยๆ ก็เจอป้ายบอกทางไปถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9

ข้างหน้าจะมีสะพานข้ามถนนศรีนครินทร์ เราตรงขึ้นสะพานไปทางประเวศเลยครับ

เราขึ้นสะพานไปเลยนะครับ ตรงนี้จะเป็นถนนศรีนครินทร์ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางซีคอน ถ้าเลี้ยวขวาจะไปออกถนนบางนา-ตราด หรือไปทางเทพารักษ์ก็ได้

พอลงสะพานมาแล้ว จะเป็นถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แล้วนะครับ

ถนนเส้นนี้จะมีโครงการบ้านจัดสรรอยู่เป็นระยะๆ

ช่วงที่เราไปเป็นช่วงบ่ายๆ การจราคล่องตัวดีนะครับ แต่ได้ยินมาว่าช่วงเช้ากับช่วงเย็นรถจะมาติดอยู่บริเวณหน้าวัดตะกล่ำตรงนี้แหละครับ

เลยจากวัดตะกล่ำมาอีกสักหน่อยก็ใกล้ถึงโครงการแล้วครับ

ถึงแล้วครับ โครงการ บียอนด์ ศรีนครินทร์ อยู่ด้านขวามือ

หรือถ้าจะเลือกเข้าจากทางถนนบางนา-ตราดก็ได้ พอลงทางด่วนบางนามาแล้ว วิ่งผ่านเซ็นทรับบางนามานิดหน่อยก็ให้เลี้ยวเข้าถนนศรีนครินทร์ พอมาถึงแยกตัดกับถนนอุดมสุขก็เลี้ยวขวาเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติฯ ได้เลย เส้นทางนี้นับจากลงทางด่วนมาก็แค่เกือบๆ 8 กิโลเมตร เท่านั้น สำหรับเส้นทางนี้เราสามารถเลือกเลี้ยวเข้าซอยเชลียง 7 หรือ ซอยบางนา-ตราด 21 ซึ่งถึงก่อนห้างเซ็นทรัลบางนาเล็กน้อยมาเข้าถนนอุดมสุขได้ด้วย ซึ่งเส้นทางนี้เหมาะกับใช้เดินทางจากโครงการมาช็อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัลมากครับ เพราะไม่ต้องออกถนนบางนาตราดไปกลับรถให้เสียเวลา

เส้นทางที่ 2 เราเริ่มจากถนนบางนา-ตราด ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ใครมาทางด่วน มาลงสี่แยกบางนา แล้วใช้เส้นทางนี้ต่อเลยนะครับ

เลยมาอีกจะเจอเซ็นทรัล ซิตี้ บางนา

ติดกับเซ็นทรัล จะเป็นบิ๊กซี

เลยจากบิ๊กซีมา เตรียมชิดซ้าย ตามป้ายบางกะปิเลยครับ

เจอ SB Design Square แล้วชิดซ้ายไว้เลยครับ

เลยจาก SB มานิดเดียว เราต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อไปเข้าถนนศรีนครินทร์

เลี้ยวมาแล้วจะเจอวัดศรีเอี่ยมอยู่ทางซ้ายมือ

จากนั้นขับตรงไปเลยครับ อาจจะมีโค้งเยอะหน่อยนะครับ

ตรงมาเรื่อยๆ เราก็มาออกถนนศรีนครินทร์กันแล้ว

ตรงมาตามถนนศรีนครินทร์เรื่อยๆ เราชิดซ้ายไว้นะครับ ข้างหน้าจะมีอุโมงค์ลอดผ่านแยกหนองบอน เราไม่ต้องลงอุโมงค์นะครับ

เลยทางลงอุโมงค์มาแล้ว ให้ชิดขวาไว้นะครับ เพราะเดี๋ยวเราจะเลี้ยวขวาไปทางลาดกระบัง

เลี้ยวขวามาแล้ว เราก็เข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 กันแล้วนะครับ คราวนี้ตรงไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางแรกเลยครับ

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนอ่อนนุช ออกถนนศรีนครินทร์ แล้วมาเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติฯ มาที่โครงการได้ หรือจะเลี่ยงไปวิ่งถนนวงแหวนตะวันออกแล้วเข้ามาทางเขตประเวศก็ได้อีกเช่นกัน เรียกว่าเส้นทางเดินรถรอบๆ โครงการนั้นมีให้เลือก ให้เลี่ยงรถติดได้เยอะดีเหมือนกันครับ นี่แค่เส้นทางหลักๆ เท่านั้น ถ้าใครที่คุ้นเคยถนนหนทางแถบนี้หน่อยก็จะรู้ว่า ตรอกซอกซอยย่านนี้เชื่อมโยงถึงกันได้หลายทาง ถึงบริเวณรอบๆ นี้จะมีปัญหารถติดค่อนข้างมาก แต่ยังมีทางเลี่ยงได้เยอะเลยไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่ครับ

ในขณะเดียวกัน ถ้าใครอยากจะใช้บริการระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ หน้าโครงการก็หาเรียกได้ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ และรถสองแถว ซึ่งมีให้เลือกหลายสายไปได้หลายเส้นทาง หรือถ้าจะต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็สามารถทำได้ไม่ยากครับ สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุขเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ที่สุด แค่เรียกรถต่อไปอีกหน่อยก็สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายและรวดเร็วแล้วครับ

วิเคราะห์รอบโครงการ

อย่างที่ชื่อโครงการก็บอกชัดไว้แล้วว่า ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้สวนหลวง ร.9 จากหน้าโครงการไปไม่ไกลก็จะเจอทางเข้าสวนหลวง ร.9 แล้ว บริเวณใกล้เคียงนี้จะเป็นหมู่บ้านเดี่ยว และบ้านพักอาศัยเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะห่างไกลแหล่งช็อปปิ้ง และร้านค้าร้านอาหารชนิดขาดความอุดมสมบูรณ์ไปเลยนะครับ เพราะแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ในย่านนี้ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เช่น ห้างเซ็นทรัลบางนา ซีคอนสแควร์ พาราไดซ์พาร์ค เทสโกโลตัส แถมตลอดถนนเฉลิมพระเกียรติฯ ก็มีร้านอาหารเรียงรายอยู่มากมาย รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อก็รายล้อมอยู่ใกล้ๆ เช่นเดียวกับสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็มีครบถ้วนทั้งโรงพยาบาล ธนาคาร โรงเรียน มหาวิทยาลัย และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ Landmark สำคัญอย่างสวนหลวง ร.9 ซึ่งถือเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้ผู้คนในย่านนี้ได้มาออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ และสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้เต็มปอด

ในส่วนของพื้นที่ของโครงการจะมีลูกบ้านทั้งหมดเพียง 58 หลังเท่านั้น อีกทั้งทางโครงการยังกั้นรั่วรอบโครงการสูงถึง 6 เมตร จึงค่อนข้างได้เปรียบเรื่องความปลอดภัยและให้ความเป็นส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน โซนด้านหน้าของโครงการจะเป็นคลับเฮาส์ส่วนกลาง มีทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ ห้องฟิตเนส สนามเด็กเล่น และสวนส่วนกลาง นอกจากนี้ระบบไฟฟ้าภายในโครงการก็เป็นระบบฝังใต้ดินทั้งหมด จึงไม่มีสายไฟระโยงระยางให้เกะกะสายตา ในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยก็เป็นไปตามมาตรฐานทั้งกล้อง CCTV ทั่วโครงการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และระบบ Key Card เข้าออกโครงการครับ สำหรับแผนผังที่ดินของโครงการก็ไม่มีอะไรยากครับ ที่ดินมีลักษณะเป็นรูปตัว T จากหน้าโครงการลึกเข้าไปแล้วแยกออกเป็นซ้าย-ขวา ไม่มีซอยแยกซับซ้อนเพราะจำนวนบ้านมีไม่มาก บ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าไปในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ แต่ถ้าใครที่อยากได้บ้านหันหน้าไปทางทิศเหนือ ใต้ ก็ต้องเลือกในโซนด้านหน้าโครงการ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนะครับ

เข้ามาในโครงการจะเป็นถนนหน้ากว้าง 10 เมตร วิ่งตรงเข้าไปด้านในโครงการจะเป็นถนนกว้าง 9 เมตร

ด้านขวามือจะเป็นคลับเฮาส์ของโครงการ

เข้าไปชมคลับเฮาส์กันซะหน่อย

เข้ามาแล้วจะเจอสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็กไว้เรียบร้อย

สระใหญ่ก็ลึกไม่เกิน 1.2 เมตรครับ

มุมอาบน้ำข้างสระว่ายน้ำ

เตียงพักผ่อนริมสระ ช่วงเย็นมานั่งเอนหลังได้ชิวๆ

บรรยากาศสไตล์รีสอร์ทเลยนะครับ ไม่ธรรมดาจริงๆ

ที่เห็นเป็นอาคาร 2 ชั้น ตอนนี้ชั้นล่างจะเป็นสำนักงานของนิติบุคคล ส่วนด้านบนจะเป็นฟิตเนส

มีห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว แยกชายหญิง อยู่ด้านล่างอาคาร

ภายในห้องน้ำก็จะมีทั้งห้องอาบน้ำ และห้องสุขา สำหรับคนที่มาใช้บริการที่คลับเฮาส์

ด้านหลังสระว่ายน้ำ จะมีสนามเด็กเล่นเล็กๆ

ปูพื้นด้วยหญ้าเทียม

ครอบครัวที่มีลูกๆ ยังเล็กน่าจะชอบ

พาชมบ้านตัวอย่าง

แบบบ้านของโครงการมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ซึ่งแบ่งกันตามขนาดของที่ดินและพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ในขณะที่ลักษณะหน้าตาของบ้านแต่ละหลังก็ไม่ได้ต่างกันมาก ยังคงคงคอนเซปต์การออกแบบในแนวโมเดิร์นไว้ บ้านทุกหลังจะมีสัญญาณกันขโมย ลำโพง Bose ฝังฝ้า แอร์ฝังฝ้าแบบ Flow Way หนึ่งตัวที่ห้องนั่งเล่น และแอร์ติดผนังตามจำนวนห้อง รวมถึงเครื่องครัว สุขภัณฑ์ ตามมาตรฐานโครงการ และประตูรั่วพร้อม Remote Control ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลแบบคร่าวๆ ที่ทางโครงการจัดไว้ให้ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนอื่นๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขาย แต่ก่อนอื่นเราไปชมบรรยากาศในบ้านตัวอย่างกันดีกว่าครับ จะได้พอเห็นภาพและหน้าตาวัสดุต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น

แบบบ้านที่เราได้ชมกันในครั้งนี้มีชื่อว่า Keen เป็นบ้านทรงโมเดิร์นบนที่ดินขนาด 52 ตร.วา ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ซึ่งมาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยกว่า 310 ตร.ม. จุดเด่นภายในบ้านแต่ละหลังคือ การเล่นระดับพื้นที่ภายในให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ยังได้ความโอ่อ่า หรูหรา อยู่สบาย ซึ่งก็น่าจะถูกใจหลายๆ คนไม่มากก็น้อยครับ

บ้าน Keen สูง 3 ชั้น บนที่ดินขนาด 52 ตร.วา

แปลนบ้านชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 3 คัน

แปลนบ้านชั้นที่ 2 จะเป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ครับ

แปลนชั้นที่ 3 จะแบ่งเป็นห้องนอน 2 และพื้นที่ระเบียง

รูปแบบบ้านจะออกแบบในสไตล์โมเดิร์น เน้นความเรียบหรู

บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน ลานหน้าบ้านเป็นทรายล้างเล่นลายนะครับ ซึ่งต่างจากที่เห็นในบ้านตัวอย่าง

เดี๋ยวเราไปชมรอบๆ บ้านกันก่อน พื้นที่ตรงนี้สามารถจอดรถได้คันหนึ่งพอดีๆ

พื้นที่ข้างบ้านเหลือนิดหน่อย พอให้เดินไปยังหลังบ้านได้

พื้นที่รอบบ้านจะตกแต่งเป็นสวน ปูหญ้าให้ด้วย ภายใต้คอนเซปต์ Ever Green Living

พื้นที่สวนหลังบ้านกว้างประมาณ 2 เมตร บ้านจริงจะเป็นพื้นหญ้าสีเขียวปกตินะครับ ไม่ได้แต่งสวนให้แบบนี้

ลานด้านข้างของบ้านตัวอย่างจะปูพื้นกระเบื้องไว้ แต่บ้านจริงจะเป็นสนามหญ้าทั้งหมดครับ

มุมนั่งเล่นหลังบ้านส่วนนี้ทางโครงการก็ตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียเช่นกันครับ

หน้าบ้านมีซุ้มประตูเล็กดูหรูหราด้วยกระเบื้องหินอ่อนครับ

จากซุ้มประตูเข้ามา ก็จะเป็นบันไดเข้าสู่ตัวบ้าน

เดี๋ยวเราเข้าไปดูในตัวบ้านกันต่อ

สวิชไฟดีไซน์เรียบหรู

เข้ามาในบ้านแล้วมองตรงไปจะเป็นห้องทานอาหาร ด้านขาวมือจะเป็น Living Room

Living Room พื้นที่จะค่อนข้างกระทัดรัด อาจจะดูไม่ใหญ่สมกับที่มีถึง 4 ห้องนอน แต่จะให้ความรู้สึกอบอุ่นซะมากกว่า

บ้านตัวอย่างจัดวางโซฟา L-Shape พร้อมชั้นวางทีวีเล็กๆ

บริเวณห้องนั่งเล่นเป็น Double Ceiling ให้บรรยากาศโอ่โถง หรูหรามากเลยทีเดียว

ช่องแอร์ฝังฝ้าบริเวณห้องนั่งเล่น

ด้านหลังมีหน้าต่างสูงคอยให้แสงสว่างเข้ามา ทำให้ไม่ดูทึบ จนดูอึดอัด

มีช่องหน้าต่างจากห้อง Master Bedroom มองลงมาเห็นที่ Living Room

บันไดขึ้นชั้น 2 จะแอบอยู่ด้านซ้ายมือก่อนลงไปที่โต๊ะทานอาหาร

เดินเลยเข้ามาด้านในเป็นจุดที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ท่าน พื้นบริเวณชั้น 1 จะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

อยู่ติดกับห้องครัว

จาก Living Room จะดรอปพื้นลงมาระยะประมาณบันได 3 ขั้น

โต๊ะทานอาหารวางได้ขนาด 6 ท่านเลยนะครับ

มีหน้าต่างอยู่ด้านหลังด้วย มองออกไปเห็นสวนได้นอก ให้ความร่มรื่นเวลาทานอาหาร

อีกด้านของโต๊ะทานอาหารจะมีประตูกระจกบานเลื่อน ออกไปยังสวนด้านนอก

ห้องครัวในบ้านตัวอย่างจะทำเป็นประตูกระจกบานเลื่อน และกระจกเข้ามุม กั้นห้องครัวให้ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่บ้านจริงไม่มีให้นะครับ

ประตูกระจกบานเลื่อนตรงห้องครัวเป็นอลูมิเนียมสีดำตามแบบเลยครับ

ชุดครัวที่ทางโครงการเลือกให้เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ของ Star Mark ตามแบบในบ้านตัวอย่างเลย

มีหน้าต่างอยู่ทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้แสงเข้ามาอย่างเพียงพอ และเป็นการระบายกลิ่นอาหารออกนอกตัวบ้านด้วย

จะได้เตาไฟฟ้า 4 ตัวของ Teka

มาพร้อมฮูดดูดควันของ Teka เหมือนกัน

ซิ้งค์ล้างจานแบบฝัง มีที่พักจานข้างๆ

ด้านล่างจะเป็นตู้และลิ้นชักเก็บของ

ลิ้นชักเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ Soft Close

ในครัวจะมีประตูออกมาที่สวนด้านนอก

ส่วนที่ติดกับห้องครัวมีห้องน้ำอยู่อีก 1 ห้อง

ห้องน้ำที่ชั้น 1 นี้ค่อนข้างจะเล็กกระทัดรัดอยู่สักหน่อยนะครับ

จุดที่วางโถสุขภัณฑ์นี่อยู่ใต้บันไดพอดีเลยนะครับ ถ้าไม่ระวังอาจจะชนเอาได้

ห้องน้ำชั้นล่างอยู่ตรงตำแหน่งใต้บันได เวลาลุกจากนั่งชักโครกต้องระวังกันหน่อยสำหรับคนตัวสูงๆ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมมีตู้เก็บของด้านล่าง

กระจกเงาจะได้บานสูง

Shower Box จะกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์

พื้นที่ใน Shower Box ขนาดก็กระทัดรัดตามขนาดห้องน้ำ

มีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน

ติดกับห้องน้ำ เป็นห้องนอนที่มีขนาดเล็กที่สุด

บ้านตัวอย่างจะตกแต่งเป็นห้องทำงาน วางตู้โชว์ Daybed และโต๊ะทำงานเข้าไป ก็สามารถเปลี่ยนเป็นห้องทำงานเล็กๆ ได้เลยครับ

หรือถ้าจะทำเป็นห้องนอน วางเตียงขนาด 3 ฟุต กำลังดีครับ ถ้าใหญ่กว่านี้จะดูอึดอัดเกินไป

หน้าต่างมองออกไปที่ที่จอดรถหน้าบ้าน

มุมนี้ตกแต่งไว้เป็นโต๊ะทำงานให้ดูเป็นตัวอย่าง

สำหรับชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้อง Master Bedroom แบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ เมื่อขึ้นมาแล้วด้านซื้อมือจะเป็นห้องนอน ส่วนด้านขาวมือจะเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet และห้องน้ำ

บันไดขึ้นชั้น 2 ไม่มีราวจับนะครับ ทั้ง 2 ด้านเป็นผนังปูน

ขึ้นมาถึงจะเจอประตูเข้าห้อง Master Bedroom

แผงควบคุมระบบสัญญาณกันขโมย จะอยู่บริเวณหน้าห้องนอนใหญ่

เข้ามาในห้องแล้วจะแยกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นห้องนอน ฝั่งขวาเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet และห้องน้ำ

เราเข้ามาในห้องนอนกันก่อน ภายในห้องนอนก็ไม่ได้ใหญ่มากนะครับ เนื่องจากพื้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อทำเป็นห้องแต่งตัว และยังถูก Double Ceilling ของ Living Room กินพื้นที่ขึ้นมาด้วย

พื้นของชั้น 2 และชั้น 3 จะปูพื้นด้วยปาร์เก้ไม้สัก

วางเตียง King Size ลงไปแล้วพื้นที่รอบๆ เตียงยังเหลือให้ตกแต่งได้อีกเพียบเลยครับ

ข้างเตียงด้านซ้ายจะมีหน้าต่างเล็กๆ

ปลายเตียงมีพื้นที่เลหือเยอะให้ Built in ชั้นวางทีวี และชั้นวางของได้

บรรยากาศภายในห้องนอนใหญ่ดูโปร่งสบายมากครับ

มีหน้าต่างบานเลื่อน มองลงไปเห็น Living Room ที่อยู่ด้านล่าง

มองจากหน้าต่างห้องนอนใหญ่ลงไปจะเห็นห้องนั่งเล่นแบบนี้ครับ

มุมห้องอีกด้านมีหน้าต่างบานสูงเข้ามุมไว้ด้วย

เมื่อแสงเข้ามาในห้องแล้ว ทำให้รู้สึกว่าห้องโปร่งโล่ง ไม่ดูอึดอัด

บานด้านขวามือจะเป็นบานเลื่อน ติดกับบ้านข้างๆ

ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นระเบียง ออกมาด้านหน้าบ้าน

เราออกจากห้องนอนข้ามไปดูห้องแต่งตัวที่อยู่อีกด้านกันต่อ

ระหว่างทางเดินมีหน้าต่างอยู่อีก 1 บาน

ห้องแต่งตัวปรับพื้นที่ขึ้นไปสูงกว่าห้องนอนอยู่ประมาณบันได 3 ขั้น

ตู้ และชั้นวางของทั้งหมดจะ Built-in มาให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้นนะครับ

ภายในห้องจะ Built in เป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet มีเคาน์เตอร์กระจกเงาอยู่ตรงกลาง

บ้านไหนที่มีเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้เยอะๆ ลองเอาไอเดีย Built-in ตู้แบบนี้ไปลองใช้ดูได้

ภาพมุมกว้างของห้องแต่งตัว

ในห้องจะมีหน้าต่างบานสูง สามารถเลื่อนเปิดได้ มองลงไปเห็นสวนหลังบ้าน

วิวจากหน้าต่างห้องแต่งตัวครับ แทรกด้วยสีเขียวสบายตา

มองเข้าไปด้านในสุด จะเป็นห้องน้ำนะครับ

ผนังห้องน้ำจะเป็นกระจกเข้ามุม

ห้องอาบน้ำนี่เซ็กซี่ดีทีเดียว

มุมนี้มองจากห้องแต่งตัวเข้าไปที่ห้องน้ำครับ

เข้าในห้องน้ำจะเจอ Shower Box อยู่ตรงกลางเลยนะครับ ขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียว

ชุดฝักบัวและ Rain Shower ของ Kohler

ในห้องอาบน้ำมีมุมเล็กๆ ก่อเป็นที่นั่งไว้ให้ด้วย

อีกด้านจะเป็นอ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ อยู่ติดกับผนังกระจก ภายในห้องน้ำจะตกแต่งด้วยดทนสีเข้ม ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายไม้

อ่างอาบน้ำจะใช้ของ Kohler

อ่างอาบน้ำมีระบบควบคุมตามแบบในรูปเลยครับ

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มาพร้อมกระจกเงาบานใหญ่

อ่างล้างหน้าจะเป็นทรงสีเหลี่ยมของ Kohler เหมือนกันนะครับ มาพร้อมเคาน์เตอร์สีดำเข้ม มีพื้นที่วางของเยอะเลยครับ

ติดกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มีหน้าต่างอยู่อีก 1 บาน คอยให้แสงสว่าง

มองย้อนกลับมาทาง Shower Box จะมีโถสุขภัณฑ์แอบอยู่ข้างๆ

จุดที่วางโถสุขภัณฑ์จะมาแอบอยู่อีกด้านนะครับ พื้นที่ค่อนข้างเล็กไปสักหน่อย

ชุดโถสุขภัณฑ์มาพร้อมสายชำระ

มีหน้าต่างบานเล็กๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วย

ภายในห้องนอนใหญ่มีชุดลำโพง Bose ฝังฝ้าติดตั้งมาให้พร้อม

ชั้น 3 จะเป็นห้องนอนอีก 2 ห้องขนาดเท่าๆ กัน พร้อมกับมีระเบียงใหญ่อยู่ด้วย

จากชั้น 2 เราขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 3 กันต่อ

โถงบันไดทางขึ้นชั้น 3

จากโถงบันไดที่ชั้น 3 มองออกไปเห็นระเบียงใหญ่ด้านนอก

เราเลี้ยวเข้ามาดูในห้องทางขวามือกันก่อนนะครับ

ห้องนี้จะอยู่เหนือห้องแต่งตัวที่ชั้น 2 นะครับ จะได้นึกภาพตามกันได้

พื้นที่ห้องถือว่ากว้างพอสมควรนะครับ วางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ

พื้นที่ปลายเตียงเหลือเยอะเลยครับ Built in เป็นชั้นวางของและชั้นวางทีวีได้เลย

ข้างเตียงอีกด้านมีพื้นที่เหลือเยอะให้วางโต๊ะทำงาน เหมือนในบ้านตัวอย่างยังได้

มีหน้าต่างคอยให้แสงสว่างจากด้านหลังโต๊ะทำงาน

ติดกับโต๊ะทำงานมีประตูกระจกบานเลื่อน ออกไปที่ระเบียงใหญ่ด้านนอก

มุมนี้มองจากระเบียงกลับเข้ามาที่ห้องนอนครับ จะเห็นว่าภายในห้องกว้างขวางดีทีเดียว

ห้องน้ำจะอยู่อีกด้าน

เป็นจุดที่วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งอยู่หน้าห้องน้ำ

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มีตู้เก็บของด้านล่าง

กระจกเงาจะได้เป็นแนวยาว

โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่หน้า Shower Box

Shower Box จะอยู่ด้านในสุดเลยนะครับ จะได้เป็นชุดฝักบัวไม่มี Rain Shower ให้เหมือนห้อง Master

ประตูกระจกบานเลื่อนออกไปที่ระเบียงเป็นอลูมิเนียมสีดำ พร้อมระบบ Double Lock ตามภาพเลย

พื้นที่ระเบียงถือว่าใหญ่พอสมควรนะครับ สามารถจัดกิจกรรมเล็กๆ ภายในครอบครัวได้เลย

ระเบียงจะเข้าออกได้ทั้ง 2 ห้องบนชั้น 3 เลยนะครับ

ทีนี้เราข้ามไปดูห้องนอนอีกห้องกันต่อ

ขนาดของห้องนี้จะพอๆ กับห้องเมื่อกี้นะครับ แต่การตกแต่งที่ต่างกัน ทำให้ห้องนี้ก็โปร่งโล่ง เลยดูกว้างมากกว่า

ถ่ายจากประตูห้องนอนเข้าไปในห้องก็พอจะเห็นภาพว่าห้องนี่ดูกว้างขวางไม่น้อยเลย

มุมห้องด้านซ้ายโครงการตกแต่งเป็นมุมแต่งตัว ที่มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งและเดย์เบดเล็กๆ อยู่รวมกัน ดูน่ารักดีนะครับ

ติดกันจะเป็นห้องน้ำ

การจัดวางและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะคล้ายๆ กับอีกห้องเลยนะครับ

ชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะได้ตามแบบนี้เลย

แต่กระจกเงาของห้องนี้จะเล็กกว่า

โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระเหมือนห้องก่อนหน้า

ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์อย่างในรูปเลยครับ

จะได้ชุดฝักบัวเหมือนกันนะครับ ไม่มี Rain Shower ให้

ใน Shower Box จะมีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน

พื้นที่ในห้องมีเยอะเลยนะครับ วางเตียง 5-6 ฟุตได้ตามใจชอบเลยครับ

พื้นที่ในห้องนอนกว้างมาก บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่โล่งเหลือเฟือ

ห้องนี้ปลายเตียงจะไม่เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้นะครับ

ห้องนี้ปลายเตียงจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่ อาจจะต้องใช้ชั้นวางทีวีแทนการ Built in

หน้าต่างกระจกบานใหญ่หันออกไปทางหน้าบ้าน เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

หน้าต่างที่ได้จะเป็นบานเลื่อนบานใหญ่ด้านบน และด้านล่างเป็นบาน Fix

อีกดานจะมีประตูบานเลื่อนออกไปที่ระเบียง

จะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เหมือนห้องแรก

มองจากระเบียงเข้าไปด้านในโครงการ

สำหรับตัวโครงการบียอนด์ ศรีนครินทร์ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีเลยนะครับ สภาพแวดล้อมรอบๆ เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ ไปหน่อยก็เป็นสวนหลวง ร. 9 สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือเรียกได้ว่าเป็นปอดของย่านนี้เลยก็ว่าได้ เรื่องการเดินทางก็ถือว่าสะดวกพอสมควร ที่ตั้งโครงการไม่ได้อยู่นอกเมืองจนเกินไป การเดินทางเข้าเมืองมีให้เลือกหลายเส้นทาง แถมอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าอีกต่างหาก เรื่องทำเลถือว่าหายห่วงเลยครับ เรื่องวัสดุที่ติดมากับตัวบ้านก็ถือว่าเป็นวัสดุเกรดพรีเมี่ยมเหมาะสมกับราคาระดับนี้ ส่วนเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของโครงการหรือของตัวบ้านเอง  ถ้ารูปภาพที่เรานำมาให้ชมยังไม่จุใจหรืออาจจะยังเห็นภาพรวมๆ ของโครงการไม่ชัดเจน สามารถเดินทางไปชมโครงการด้วยตัวเองได้ทุกวันนะครับ

ดูรายละเอียดโครงการหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยนะครับ
โทร : 1787

We Recommend
เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ เพราะเรื่องของการพัฒนาสาธารณูปโภคหลายอย่างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยตามไปด้วย โดยเฉพาะทำเลของแนวราบที่สะดวกต่อการเดินทาง ซึ่งตัวถ.หทัยราษฏร์ ก็ถือได้ว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างกรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก   ถ.หทัยราษฏร์ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถ.สายไหม กับ ถ.สุวินทวงศ์ ซึ่งบางพื้นที่จะคาบเกี่ยวกันระหว่าง จ.ปทุมธานี กับ จ.กรุงเทพฯ ซึ่งละแวกนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ หรือตลาดก็มีให้เลือกเดินอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดออเงิน ตลาดวงศกร ตลาดมารวย ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านนี้อย่างแฟชั่นไอซ์แลนด์ หรือเดอะพรอมมานาด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักอย่างรามอินทรา ก็มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน   ที่ตั้งของโครงการ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT จะอยู่ช่วงถนนที่ใกล้กับถ.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมากที่สุด ซึ่งห่างออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-จตุโชติ เข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมต่อไปถ.สายไหม เข้าแยกคปอ. ทะลุออกถ.วิภาวดีก็ถึงสนามบินดอนเมืองได้เลย เรียกว่าเป็นจุดที่เดินทางไปยังสถานที่สำคัญได้อย่างสะดวกทีเดียวค่ะ          ภาพรวมโครงการ BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT เป็นโครงการที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านซี่รีย์ใหม่อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้หลากหลายความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 Type   WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตร.ว. PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 19.95 ตร.ว. ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18.55 ตร.ว.     ซึ่งดีไซน์ของทั้งโครงการจะออกมาในโทนผสมผสานระหว่าง Modern British Luxury และความ Creative Living ทั้งคลับเฮ้าส์และตัวบ้านได้อย่างลงตัวตั้งแต่หน้าโครงการ       ยุค 4.0 ในปัจจุบันนี้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยสิ่งสำคัญของนวัตกรรมเหล่านี้ คือ ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ซึ่ง Origin ก็นำเอานวัตกรรม 4 ประเภทใหญ่ๆ ที่เรียกว่า B Genius Mode ดังนี้   Digital Living automation ระบบ Home Security เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก สามารถควบคุมผ่าน Application สุดล้ำบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยจะประกอบไปด้วย               Digital Door Lock ระบบล็อคประตูบ้านโดยการใช้ Pin Code ที่สามารถแชร์ OTP ให้ แขกหรือ แม่บ้านที่จะเข้ามาในบ้านได้ และยังรองรับ Card* มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่มีการเข้า-ออกบ้าน             Door &Window  Magnetic Sensor มี Notification ผ่านสมาร์ทโฟน* และไซเรนดัง เมื่อออกจากบ้านแล้วมีการบุกรุกทางประตูและหน้างต่าง                Motion Sensor เมื่อออกจากบ้านให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุก*              IP Camera สามารถเปิดดูกล้องภายในบ้านผ่าน Application ได้ตลอดเวลา เพื่อดูแลสมาชิกภายในบ้านหรือตรวจจับรักษาความปลอดภัย* ซึ่งผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง Fiber Optic True Room ของ TRUE ทั้งโครงการ      INTERPERSONAL SPACE DESIGN USB Outlet ทุกจุดสำคัญภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก* ออกแบบฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเข้าใจลูกค้าในทุกมิติ              Multi- Purpose Spaces รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยพื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ              Thai Kitchen แยกครัวไทยออกอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับผู้รักการทำอาหาร ไม่ต้องกังวลเรื่องควันและกลิ่นรบกวนภายในบ้าน              Built-in Furniture เฟอร์นิเจอร์ออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ ทำให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยมากที่สุด   HOTEL SERVICE ON DEMAND สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการอยู่อาศัยในโครงการเช่นนี้นั่นคือเรื่งของ “การบริการ” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านในการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการเองก็ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น จึงเกิดเป็นการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของแบรนด์ BRITANIA โดยสามารถเรียกแม่บ้าน, งานซักรีด, ช่างเทคนิค และคนสวน ที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาดูแลบ้านของคุณผ่านการจองล่วงหน้าจาก Application   Club Britania ด้วยความใส่ใจการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่ต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัว จึงได้สร้างสรรค์ Club Britania ขึ้นมา เพื่อเป็นสถานที่รองรับได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Co Living Space ไว้นั่งปาร์ตี้กับแก้งค์เพื่อน Co-Working Space รองรับการนั่งคุยงานกับลูกค้า นัดประชุมได้ง่ายๆ แค่จองล่วงหน้าผ่าน Application สุด Genius นอกจากนี้ยังมี สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Playground    ชมบ้านตัวอย่าง สำหรับ BRITANIA WONGWAEN-HATHAIRAT ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทั้ง 3  Type ค่ะ โดยในช่วงโปรโมชั่นทางโครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้ คือ เครื่องปั๊มน้ำมาตรฐาน ถังสำรองน้ำตามมาตรฐานโครงการกัน UV และป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ ระบบสัญญาณกันขโมย และ Home Automation   เรามาเริ่มชมจาก WARWICK บ้านซี่รีย์ใหม่  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ภายนอกใช้สี SEMI GLOSS ชนิดกึ่งเงา มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนจากภายนอก เช็ดทำความสะอาดง่าย และปลอดภัยจากสารตะกั่ว และปรอท เปลือกอาคารด้านหน้าบ้านบางส่วนใช้ลายก่ออิฐ ผิวธรรมชาติ สลับกับการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลักตัดกับสีดำจากขอบอลูมิเนียมประตู-หน้าต่าง ทำให้บ้านดูสวยงามอย่างเรียบง่าย ตามคอนเซปไว้ว่าเป็นสไตล์ Modern British   พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีการเสริมเสาเข็มสั้น เพื่อชะลอการทรุดตัวของพื้นจอดรถที่ต้องรับน้ำหนักมาก เฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้าก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งประตูหลักหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนใช้กระจกเขียวตัดแสงที่ป้องกันรังสี UV ช่วยสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่ยังคงได้รับแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้อยู่ และเมื่อสัมผัสไปที่ตัวขอบอลูมิเนียมก็จะให้ผิวทรายซาฮาร่า เพิ่มความมีระดับขึ้นมาได้ด้วยวัสดุดีๆ นี่แหละค่ะ เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Double Lock   นอกจากนี้ยังมีอีกประตูเข้าบ้านตรงที่จอดรถ โดยจะใช้เป็นประตูทึบบานสวิง        ภายในบ้านใช้ไฟ LED เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนรูปลั๊กก็จะมี USB port รองรับเอาไว้ให้ด้วย ส่วนพื้นบ้านชั้นแรกนี้จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นที่ภายในบ้านจะมีลักษณะลึกเข้าไปเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถกั้นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ อย่างตามบ้านตัวอย่างที่เห็นนี้ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานกับห้องครัวเปิดก็จะดูเป็นสัดส่วนยิ่งขึ้น ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง และครัวปิดที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนอยู่ติดกัน มีประตูออกไปพื้นที่ซักล้างหลังบ้านจากห้องครัว   บันไดโครงสร้างคอนกรีตแน่นหนา พื้นและราวจับใช้ไม้สีน้ำตาลอ่อนกับราวเหล็กโปร่งสีขาว เข้ากับสีของผนังขาวฉาบเรียบทั้งหลัง   ชั้น 2 จะปูพื้นด้วยลามิเนต แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แล้วยังเหลือทางเดินได้รอบเตียง หรือจะวางโต๊ะหัวเตียงก็มีพื้นที่พอค่ะ พื้นที่ด้านปลายเตียงจะกั้นให้เป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างนี้ก็สามารถรองรับความต้องการสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ ได้ หรือจะ Built in แค่ตู้เสื้อผ้าชิดผนังก็จะได้พื้นที่โล่งๆ ขึ้นอีกค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวหันออกไปทางหน้าบ้าน        ห้องนอน 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน มีขนาดพอๆ กันค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ค่ะ สำหรับห้องน้ำทุกห้องในบ้านจะปูพื้น-ผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา แยกส่วนเปียก-แห้งโดยมีขอบปูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปยังส่วนแห้ง ส่วนใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว และมีปลั๊กไฟพร้อม USB port ที่มีฝาครอบกันน้ำติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย จะเปิดเพลงฟังจากแท็บเล็ตแล้วเป่าผมไปด้วยก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ดีนะคะ และยังมีพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางยกสูงขึ้นไปเล็กน้อย เหมาะสำหรับวางโต๊ะหมู่บูชาพระ แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่ห้องส่วนตัว        PRESTON ทาวน์โฮม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.7 ม. สไตล์ Cozy&Comfort เริ่มตั้งแต่เฉลียงหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องเซรามิคความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน ประตูบ้านใช้กระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน ใช้ระบบ Double Lock คือแบบกุญแจไข และการล็อคแบบก้นหอยจากภายในบ้านเพิ่มเติม พื้นชั้นแรกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังสีขาวฉาบเรียบ       พื้นที่ในบ้านเป็นลักษณะลึกเข้าไปจากส่วนแรกที่เป็น Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งด้านใน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับครัวเปิดที่มีประตูออกไปทางพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน แต่หากบางครอบครัวที่ทำครัวบ่อยๆ ก็สามารถติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนให้เป็นครัวปิดนะคะ เพราะครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วนออกมาชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นการต่อเติมออกไปด้านหลังบ้านก็ได้ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากพื้นที่ห้องครัวค่ะ   ชั้น 2 พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนต เรามาเริ่มจาก Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้านค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้ประมาณ 2 ตู้ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกไว้ด้านในของห้องน้ำ   ห้องนอนที่ 2 และ 3 จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ และห้องน้ำของชั้น 2 นี้ จะอยู่ตรงกลางพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกคนค่ะ     ACTON ทาวน์โฮม 2 ห้องมาสเตอร์เบดรูม 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 ม. สไตล์ Modern Loft สำหรับการวางแปลนชั้นล่างนี้จะคล้ายกับทาวน์โฮม Type PRESTON ค่ะ คือจะมีลักษณะลึกเข้าไปตามที่ดิน เริ่มด้วยพื้นที่ Living Room และพื้นที่สำหรับวางโต๊ะอาหาร แยกครัวเปิดออกอย่างชัดเจน และห้องน้ำที่มีประตูอยู่ตรงส่วนครัว พื้นที่หลังบ้านก็เชื่อมต่อจากทางครัวเช่นเดียวกันค่ะ   ชั้น 2 สำหรับ Type นี้แม้จะมีห้องนอน 2 ห้อง แต่จะได้ห้องแบบ Master Bedroom ขนาดใกล้เคียงกันทั้ง 2 ห้องค่ะ คือจะสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะหัวเตียงได้ มีพื้นที่สำหรับ Built in เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเคาน์เตอร์ทีวี ที่สำคัญคือมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ           BRITANIA WONGWAEN HATHAIRAT (บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฎร์) ถือเป็นโครงการแนวราบที่ออกแบบฟังก์ชั่นมารองรับความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงกลุ่มครอบครัวอย่างตอบโจทย์รอบด้าน เมื่อชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้นด้วยนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรองรับสิ่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิมได้ที่ BRITANIA จาก Origin House          15-16 มิ.ย. GRAND OPENING #เปิดชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก บ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ @ บริทาเนีย วงแหวน หทัยราษฏร์ เริ่ม 2.99 ล้าน*   #เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* #ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท http://bit.ly/2UXNB01