การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


บียอนด์ ศรีนครินทร์ (รีวิวบ้าน)

บียอนด์ ศรีนครินทร์ : รีวิวบ้าน

วันนี้เราจะพาไปเยี่ยมชมโครงการ บียอนด์ ศรีนครินทร์ บ้านเดี่ยวท่ามกลางธรรมชาติ ตรงข้ามสวนหลวง ร.9 ภายใต้คอนเซปต์ Ever Green Living ซึ่งทางโครงการเปิดบ้านสไตล์โมเดิร์นให้เราได้เข้าไปเก็บภาพมาฝากแฟนๆ กันครับ

 

การเดินทาง

การเดินทางมายังโครงการนี่ค่อนข้างสะดวกทีเดียว เพราะสามารถเลือกเส้นทางในการเดินทางได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านถนนสุขุมวิท เข้าซอยอุดมสุข (สุขุมวิท 103) ตรงมาข้ามแยกตัดถนนศรีนครินทร์ แล้วเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 มาอีกนิดหน่อยก็จะเจอกับโครงการ บียอนด์ ศรีนครินทร์ อยู่ทางด้านขวามือ นับจากปากซอยอุดมสุขมาถึงหน้าโครงการก็มีระยะทางแค่ 6.6 กิโลเมตรเท่านั้นครับ ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่

การเดินทางเส้นทางแรกเราเริ่มจากปากซอยสุขุมวิท 103 หรือซอยอุดมสุข กันเลยนะครับ ใครใช้รถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอุดมสุข แล้วก็ต่อรถเข้าซอยนี้ได้เลยครับ

บริเวณปากซอยอุดมสุขทั้ง 2 ข้างทาง จะมีร้านขายอาหาร เยอะแยะให้เลือกซื้อหา

การจราจรตรงช่วงปากซอยจะติดขัดอยู่สักหน่อยนะครับ เพราะมีรถสองแถวจอดรอรับผู้โดยสารกินเลนซ้ายไป 1 เลน

เลยจากปากซอยมาเข้าหน่อยการจราจรก็เริ่มโล่งขึ้นแล้วครับ

ในซอยนี้มีร้านอาหารอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ จะมีอยู่ตาม 2 ข้างทางเป็นช่วงๆ ช่วงไหนมีรถจอดข้างทางเยอะ แสดงว่าตรงนั้นแหละครับ มีร้านอาหาร

เราตรงเข้ามาในซอยอุดมสุขเรื่อยๆ ก็เจอป้ายบอกทางไปถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9

ข้างหน้าจะมีสะพานข้ามถนนศรีนครินทร์ เราตรงขึ้นสะพานไปทางประเวศเลยครับ

เราขึ้นสะพานไปเลยนะครับ ตรงนี้จะเป็นถนนศรีนครินทร์ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางซีคอน ถ้าเลี้ยวขวาจะไปออกถนนบางนา-ตราด หรือไปทางเทพารักษ์ก็ได้

พอลงสะพานมาแล้ว จะเป็นถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แล้วนะครับ

ถนนเส้นนี้จะมีโครงการบ้านจัดสรรอยู่เป็นระยะๆ

ช่วงที่เราไปเป็นช่วงบ่ายๆ การจราคล่องตัวดีนะครับ แต่ได้ยินมาว่าช่วงเช้ากับช่วงเย็นรถจะมาติดอยู่บริเวณหน้าวัดตะกล่ำตรงนี้แหละครับ

เลยจากวัดตะกล่ำมาอีกสักหน่อยก็ใกล้ถึงโครงการแล้วครับ

ถึงแล้วครับ โครงการ บียอนด์ ศรีนครินทร์ อยู่ด้านขวามือ

หรือถ้าจะเลือกเข้าจากทางถนนบางนา-ตราดก็ได้ พอลงทางด่วนบางนามาแล้ว วิ่งผ่านเซ็นทรับบางนามานิดหน่อยก็ให้เลี้ยวเข้าถนนศรีนครินทร์ พอมาถึงแยกตัดกับถนนอุดมสุขก็เลี้ยวขวาเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติฯ ได้เลย เส้นทางนี้นับจากลงทางด่วนมาก็แค่เกือบๆ 8 กิโลเมตร เท่านั้น สำหรับเส้นทางนี้เราสามารถเลือกเลี้ยวเข้าซอยเชลียง 7 หรือ ซอยบางนา-ตราด 21 ซึ่งถึงก่อนห้างเซ็นทรัลบางนาเล็กน้อยมาเข้าถนนอุดมสุขได้ด้วย ซึ่งเส้นทางนี้เหมาะกับใช้เดินทางจากโครงการมาช็อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัลมากครับ เพราะไม่ต้องออกถนนบางนาตราดไปกลับรถให้เสียเวลา

เส้นทางที่ 2 เราเริ่มจากถนนบางนา-ตราด ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ใครมาทางด่วน มาลงสี่แยกบางนา แล้วใช้เส้นทางนี้ต่อเลยนะครับ

เลยมาอีกจะเจอเซ็นทรัล ซิตี้ บางนา

ติดกับเซ็นทรัล จะเป็นบิ๊กซี

เลยจากบิ๊กซีมา เตรียมชิดซ้าย ตามป้ายบางกะปิเลยครับ

เจอ SB Design Square แล้วชิดซ้ายไว้เลยครับ

เลยจาก SB มานิดเดียว เราต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อไปเข้าถนนศรีนครินทร์

เลี้ยวมาแล้วจะเจอวัดศรีเอี่ยมอยู่ทางซ้ายมือ

จากนั้นขับตรงไปเลยครับ อาจจะมีโค้งเยอะหน่อยนะครับ

ตรงมาเรื่อยๆ เราก็มาออกถนนศรีนครินทร์กันแล้ว

ตรงมาตามถนนศรีนครินทร์เรื่อยๆ เราชิดซ้ายไว้นะครับ ข้างหน้าจะมีอุโมงค์ลอดผ่านแยกหนองบอน เราไม่ต้องลงอุโมงค์นะครับ

เลยทางลงอุโมงค์มาแล้ว ให้ชิดขวาไว้นะครับ เพราะเดี๋ยวเราจะเลี้ยวขวาไปทางลาดกระบัง

เลี้ยวขวามาแล้ว เราก็เข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 กันแล้วนะครับ คราวนี้ตรงไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางแรกเลยครับ

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนอ่อนนุช ออกถนนศรีนครินทร์ แล้วมาเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติฯ มาที่โครงการได้ หรือจะเลี่ยงไปวิ่งถนนวงแหวนตะวันออกแล้วเข้ามาทางเขตประเวศก็ได้อีกเช่นกัน เรียกว่าเส้นทางเดินรถรอบๆ โครงการนั้นมีให้เลือก ให้เลี่ยงรถติดได้เยอะดีเหมือนกันครับ นี่แค่เส้นทางหลักๆ เท่านั้น ถ้าใครที่คุ้นเคยถนนหนทางแถบนี้หน่อยก็จะรู้ว่า ตรอกซอกซอยย่านนี้เชื่อมโยงถึงกันได้หลายทาง ถึงบริเวณรอบๆ นี้จะมีปัญหารถติดค่อนข้างมาก แต่ยังมีทางเลี่ยงได้เยอะเลยไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่ครับ

ในขณะเดียวกัน ถ้าใครอยากจะใช้บริการระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ หน้าโครงการก็หาเรียกได้ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ และรถสองแถว ซึ่งมีให้เลือกหลายสายไปได้หลายเส้นทาง หรือถ้าจะต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็สามารถทำได้ไม่ยากครับ สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุขเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ที่สุด แค่เรียกรถต่อไปอีกหน่อยก็สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายและรวดเร็วแล้วครับ

วิเคราะห์รอบโครงการ

อย่างที่ชื่อโครงการก็บอกชัดไว้แล้วว่า ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้สวนหลวง ร.9 จากหน้าโครงการไปไม่ไกลก็จะเจอทางเข้าสวนหลวง ร.9 แล้ว บริเวณใกล้เคียงนี้จะเป็นหมู่บ้านเดี่ยว และบ้านพักอาศัยเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะห่างไกลแหล่งช็อปปิ้ง และร้านค้าร้านอาหารชนิดขาดความอุดมสมบูรณ์ไปเลยนะครับ เพราะแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ในย่านนี้ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เช่น ห้างเซ็นทรัลบางนา ซีคอนสแควร์ พาราไดซ์พาร์ค เทสโกโลตัส แถมตลอดถนนเฉลิมพระเกียรติฯ ก็มีร้านอาหารเรียงรายอยู่มากมาย รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อก็รายล้อมอยู่ใกล้ๆ เช่นเดียวกับสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็มีครบถ้วนทั้งโรงพยาบาล ธนาคาร โรงเรียน มหาวิทยาลัย และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ Landmark สำคัญอย่างสวนหลวง ร.9 ซึ่งถือเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้ผู้คนในย่านนี้ได้มาออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ ใกล้ชิดธรรมชาติ และสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้เต็มปอด

ในส่วนของพื้นที่ของโครงการจะมีลูกบ้านทั้งหมดเพียง 58 หลังเท่านั้น อีกทั้งทางโครงการยังกั้นรั่วรอบโครงการสูงถึง 6 เมตร จึงค่อนข้างได้เปรียบเรื่องความปลอดภัยและให้ความเป็นส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน โซนด้านหน้าของโครงการจะเป็นคลับเฮาส์ส่วนกลาง มีทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ ห้องฟิตเนส สนามเด็กเล่น และสวนส่วนกลาง นอกจากนี้ระบบไฟฟ้าภายในโครงการก็เป็นระบบฝังใต้ดินทั้งหมด จึงไม่มีสายไฟระโยงระยางให้เกะกะสายตา ในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยก็เป็นไปตามมาตรฐานทั้งกล้อง CCTV ทั่วโครงการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และระบบ Key Card เข้าออกโครงการครับ สำหรับแผนผังที่ดินของโครงการก็ไม่มีอะไรยากครับ ที่ดินมีลักษณะเป็นรูปตัว T จากหน้าโครงการลึกเข้าไปแล้วแยกออกเป็นซ้าย-ขวา ไม่มีซอยแยกซับซ้อนเพราะจำนวนบ้านมีไม่มาก บ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าไปในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ แต่ถ้าใครที่อยากได้บ้านหันหน้าไปทางทิศเหนือ ใต้ ก็ต้องเลือกในโซนด้านหน้าโครงการ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนะครับ

เข้ามาในโครงการจะเป็นถนนหน้ากว้าง 10 เมตร วิ่งตรงเข้าไปด้านในโครงการจะเป็นถนนกว้าง 9 เมตร

ด้านขวามือจะเป็นคลับเฮาส์ของโครงการ

เข้าไปชมคลับเฮาส์กันซะหน่อย

เข้ามาแล้วจะเจอสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็กไว้เรียบร้อย

สระใหญ่ก็ลึกไม่เกิน 1.2 เมตรครับ

มุมอาบน้ำข้างสระว่ายน้ำ

เตียงพักผ่อนริมสระ ช่วงเย็นมานั่งเอนหลังได้ชิวๆ

บรรยากาศสไตล์รีสอร์ทเลยนะครับ ไม่ธรรมดาจริงๆ

ที่เห็นเป็นอาคาร 2 ชั้น ตอนนี้ชั้นล่างจะเป็นสำนักงานของนิติบุคคล ส่วนด้านบนจะเป็นฟิตเนส

มีห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว แยกชายหญิง อยู่ด้านล่างอาคาร

ภายในห้องน้ำก็จะมีทั้งห้องอาบน้ำ และห้องสุขา สำหรับคนที่มาใช้บริการที่คลับเฮาส์

ด้านหลังสระว่ายน้ำ จะมีสนามเด็กเล่นเล็กๆ

ปูพื้นด้วยหญ้าเทียม

ครอบครัวที่มีลูกๆ ยังเล็กน่าจะชอบ

พาชมบ้านตัวอย่าง

แบบบ้านของโครงการมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน ซึ่งแบ่งกันตามขนาดของที่ดินและพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ในขณะที่ลักษณะหน้าตาของบ้านแต่ละหลังก็ไม่ได้ต่างกันมาก ยังคงคงคอนเซปต์การออกแบบในแนวโมเดิร์นไว้ บ้านทุกหลังจะมีสัญญาณกันขโมย ลำโพง Bose ฝังฝ้า แอร์ฝังฝ้าแบบ Flow Way หนึ่งตัวที่ห้องนั่งเล่น และแอร์ติดผนังตามจำนวนห้อง รวมถึงเครื่องครัว สุขภัณฑ์ ตามมาตรฐานโครงการ และประตูรั่วพร้อม Remote Control ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลแบบคร่าวๆ ที่ทางโครงการจัดไว้ให้ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนอื่นๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขาย แต่ก่อนอื่นเราไปชมบรรยากาศในบ้านตัวอย่างกันดีกว่าครับ จะได้พอเห็นภาพและหน้าตาวัสดุต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น

แบบบ้านที่เราได้ชมกันในครั้งนี้มีชื่อว่า Keen เป็นบ้านทรงโมเดิร์นบนที่ดินขนาด 52 ตร.วา ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ซึ่งมาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยกว่า 310 ตร.ม. จุดเด่นภายในบ้านแต่ละหลังคือ การเล่นระดับพื้นที่ภายในให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ยังได้ความโอ่อ่า หรูหรา อยู่สบาย ซึ่งก็น่าจะถูกใจหลายๆ คนไม่มากก็น้อยครับ

บ้าน Keen สูง 3 ชั้น บนที่ดินขนาด 52 ตร.วา

แปลนบ้านชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 3 คัน

แปลนบ้านชั้นที่ 2 จะเป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ครับ

แปลนชั้นที่ 3 จะแบ่งเป็นห้องนอน 2 และพื้นที่ระเบียง

รูปแบบบ้านจะออกแบบในสไตล์โมเดิร์น เน้นความเรียบหรู

บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน ลานหน้าบ้านเป็นทรายล้างเล่นลายนะครับ ซึ่งต่างจากที่เห็นในบ้านตัวอย่าง

เดี๋ยวเราไปชมรอบๆ บ้านกันก่อน พื้นที่ตรงนี้สามารถจอดรถได้คันหนึ่งพอดีๆ

พื้นที่ข้างบ้านเหลือนิดหน่อย พอให้เดินไปยังหลังบ้านได้

พื้นที่รอบบ้านจะตกแต่งเป็นสวน ปูหญ้าให้ด้วย ภายใต้คอนเซปต์ Ever Green Living

พื้นที่สวนหลังบ้านกว้างประมาณ 2 เมตร บ้านจริงจะเป็นพื้นหญ้าสีเขียวปกตินะครับ ไม่ได้แต่งสวนให้แบบนี้

ลานด้านข้างของบ้านตัวอย่างจะปูพื้นกระเบื้องไว้ แต่บ้านจริงจะเป็นสนามหญ้าทั้งหมดครับ

มุมนั่งเล่นหลังบ้านส่วนนี้ทางโครงการก็ตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียเช่นกันครับ

หน้าบ้านมีซุ้มประตูเล็กดูหรูหราด้วยกระเบื้องหินอ่อนครับ

จากซุ้มประตูเข้ามา ก็จะเป็นบันไดเข้าสู่ตัวบ้าน

เดี๋ยวเราเข้าไปดูในตัวบ้านกันต่อ

สวิชไฟดีไซน์เรียบหรู

เข้ามาในบ้านแล้วมองตรงไปจะเป็นห้องทานอาหาร ด้านขาวมือจะเป็น Living Room

Living Room พื้นที่จะค่อนข้างกระทัดรัด อาจจะดูไม่ใหญ่สมกับที่มีถึง 4 ห้องนอน แต่จะให้ความรู้สึกอบอุ่นซะมากกว่า

บ้านตัวอย่างจัดวางโซฟา L-Shape พร้อมชั้นวางทีวีเล็กๆ

บริเวณห้องนั่งเล่นเป็น Double Ceiling ให้บรรยากาศโอ่โถง หรูหรามากเลยทีเดียว

ช่องแอร์ฝังฝ้าบริเวณห้องนั่งเล่น

ด้านหลังมีหน้าต่างสูงคอยให้แสงสว่างเข้ามา ทำให้ไม่ดูทึบ จนดูอึดอัด

มีช่องหน้าต่างจากห้อง Master Bedroom มองลงมาเห็นที่ Living Room

บันไดขึ้นชั้น 2 จะแอบอยู่ด้านซ้ายมือก่อนลงไปที่โต๊ะทานอาหาร

เดินเลยเข้ามาด้านในเป็นจุดที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ท่าน พื้นบริเวณชั้น 1 จะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

อยู่ติดกับห้องครัว

จาก Living Room จะดรอปพื้นลงมาระยะประมาณบันได 3 ขั้น

โต๊ะทานอาหารวางได้ขนาด 6 ท่านเลยนะครับ

มีหน้าต่างอยู่ด้านหลังด้วย มองออกไปเห็นสวนได้นอก ให้ความร่มรื่นเวลาทานอาหาร

อีกด้านของโต๊ะทานอาหารจะมีประตูกระจกบานเลื่อน ออกไปยังสวนด้านนอก

ห้องครัวในบ้านตัวอย่างจะทำเป็นประตูกระจกบานเลื่อน และกระจกเข้ามุม กั้นห้องครัวให้ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่บ้านจริงไม่มีให้นะครับ

ประตูกระจกบานเลื่อนตรงห้องครัวเป็นอลูมิเนียมสีดำตามแบบเลยครับ

ชุดครัวที่ทางโครงการเลือกให้เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว U ของ Star Mark ตามแบบในบ้านตัวอย่างเลย

มีหน้าต่างอยู่ทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้แสงเข้ามาอย่างเพียงพอ และเป็นการระบายกลิ่นอาหารออกนอกตัวบ้านด้วย

จะได้เตาไฟฟ้า 4 ตัวของ Teka

มาพร้อมฮูดดูดควันของ Teka เหมือนกัน

ซิ้งค์ล้างจานแบบฝัง มีที่พักจานข้างๆ

ด้านล่างจะเป็นตู้และลิ้นชักเก็บของ

ลิ้นชักเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ Soft Close

ในครัวจะมีประตูออกมาที่สวนด้านนอก

ส่วนที่ติดกับห้องครัวมีห้องน้ำอยู่อีก 1 ห้อง

ห้องน้ำที่ชั้น 1 นี้ค่อนข้างจะเล็กกระทัดรัดอยู่สักหน่อยนะครับ

จุดที่วางโถสุขภัณฑ์นี่อยู่ใต้บันไดพอดีเลยนะครับ ถ้าไม่ระวังอาจจะชนเอาได้

ห้องน้ำชั้นล่างอยู่ตรงตำแหน่งใต้บันได เวลาลุกจากนั่งชักโครกต้องระวังกันหน่อยสำหรับคนตัวสูงๆ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมมีตู้เก็บของด้านล่าง

กระจกเงาจะได้บานสูง

Shower Box จะกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์

พื้นที่ใน Shower Box ขนาดก็กระทัดรัดตามขนาดห้องน้ำ

มีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน

ติดกับห้องน้ำ เป็นห้องนอนที่มีขนาดเล็กที่สุด

บ้านตัวอย่างจะตกแต่งเป็นห้องทำงาน วางตู้โชว์ Daybed และโต๊ะทำงานเข้าไป ก็สามารถเปลี่ยนเป็นห้องทำงานเล็กๆ ได้เลยครับ

หรือถ้าจะทำเป็นห้องนอน วางเตียงขนาด 3 ฟุต กำลังดีครับ ถ้าใหญ่กว่านี้จะดูอึดอัดเกินไป

หน้าต่างมองออกไปที่ที่จอดรถหน้าบ้าน

มุมนี้ตกแต่งไว้เป็นโต๊ะทำงานให้ดูเป็นตัวอย่าง

สำหรับชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้อง Master Bedroom แบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ เมื่อขึ้นมาแล้วด้านซื้อมือจะเป็นห้องนอน ส่วนด้านขาวมือจะเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet และห้องน้ำ

บันไดขึ้นชั้น 2 ไม่มีราวจับนะครับ ทั้ง 2 ด้านเป็นผนังปูน

ขึ้นมาถึงจะเจอประตูเข้าห้อง Master Bedroom

แผงควบคุมระบบสัญญาณกันขโมย จะอยู่บริเวณหน้าห้องนอนใหญ่

เข้ามาในห้องแล้วจะแยกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นห้องนอน ฝั่งขวาเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet และห้องน้ำ

เราเข้ามาในห้องนอนกันก่อน ภายในห้องนอนก็ไม่ได้ใหญ่มากนะครับ เนื่องจากพื้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อทำเป็นห้องแต่งตัว และยังถูก Double Ceilling ของ Living Room กินพื้นที่ขึ้นมาด้วย

พื้นของชั้น 2 และชั้น 3 จะปูพื้นด้วยปาร์เก้ไม้สัก

วางเตียง King Size ลงไปแล้วพื้นที่รอบๆ เตียงยังเหลือให้ตกแต่งได้อีกเพียบเลยครับ

ข้างเตียงด้านซ้ายจะมีหน้าต่างเล็กๆ

ปลายเตียงมีพื้นที่เลหือเยอะให้ Built in ชั้นวางทีวี และชั้นวางของได้

บรรยากาศภายในห้องนอนใหญ่ดูโปร่งสบายมากครับ

มีหน้าต่างบานเลื่อน มองลงไปเห็น Living Room ที่อยู่ด้านล่าง

มองจากหน้าต่างห้องนอนใหญ่ลงไปจะเห็นห้องนั่งเล่นแบบนี้ครับ

มุมห้องอีกด้านมีหน้าต่างบานสูงเข้ามุมไว้ด้วย

เมื่อแสงเข้ามาในห้องแล้ว ทำให้รู้สึกว่าห้องโปร่งโล่ง ไม่ดูอึดอัด

บานด้านขวามือจะเป็นบานเลื่อน ติดกับบ้านข้างๆ

ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นระเบียง ออกมาด้านหน้าบ้าน

เราออกจากห้องนอนข้ามไปดูห้องแต่งตัวที่อยู่อีกด้านกันต่อ

ระหว่างทางเดินมีหน้าต่างอยู่อีก 1 บาน

ห้องแต่งตัวปรับพื้นที่ขึ้นไปสูงกว่าห้องนอนอยู่ประมาณบันได 3 ขั้น

ตู้ และชั้นวางของทั้งหมดจะ Built-in มาให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้นนะครับ

ภายในห้องจะ Built in เป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet มีเคาน์เตอร์กระจกเงาอยู่ตรงกลาง

บ้านไหนที่มีเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้เยอะๆ ลองเอาไอเดีย Built-in ตู้แบบนี้ไปลองใช้ดูได้

ภาพมุมกว้างของห้องแต่งตัว

ในห้องจะมีหน้าต่างบานสูง สามารถเลื่อนเปิดได้ มองลงไปเห็นสวนหลังบ้าน

วิวจากหน้าต่างห้องแต่งตัวครับ แทรกด้วยสีเขียวสบายตา

มองเข้าไปด้านในสุด จะเป็นห้องน้ำนะครับ

ผนังห้องน้ำจะเป็นกระจกเข้ามุม

ห้องอาบน้ำนี่เซ็กซี่ดีทีเดียว

มุมนี้มองจากห้องแต่งตัวเข้าไปที่ห้องน้ำครับ

เข้าในห้องน้ำจะเจอ Shower Box อยู่ตรงกลางเลยนะครับ ขนาดค่อนข้างกว้างทีเดียว

ชุดฝักบัวและ Rain Shower ของ Kohler

ในห้องอาบน้ำมีมุมเล็กๆ ก่อเป็นที่นั่งไว้ให้ด้วย

อีกด้านจะเป็นอ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ อยู่ติดกับผนังกระจก ภายในห้องน้ำจะตกแต่งด้วยดทนสีเข้ม ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายไม้

อ่างอาบน้ำจะใช้ของ Kohler

อ่างอาบน้ำมีระบบควบคุมตามแบบในรูปเลยครับ

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มาพร้อมกระจกเงาบานใหญ่

อ่างล้างหน้าจะเป็นทรงสีเหลี่ยมของ Kohler เหมือนกันนะครับ มาพร้อมเคาน์เตอร์สีดำเข้ม มีพื้นที่วางของเยอะเลยครับ

ติดกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มีหน้าต่างอยู่อีก 1 บาน คอยให้แสงสว่าง

มองย้อนกลับมาทาง Shower Box จะมีโถสุขภัณฑ์แอบอยู่ข้างๆ

จุดที่วางโถสุขภัณฑ์จะมาแอบอยู่อีกด้านนะครับ พื้นที่ค่อนข้างเล็กไปสักหน่อย

ชุดโถสุขภัณฑ์มาพร้อมสายชำระ

มีหน้าต่างบานเล็กๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วย

ภายในห้องนอนใหญ่มีชุดลำโพง Bose ฝังฝ้าติดตั้งมาให้พร้อม

ชั้น 3 จะเป็นห้องนอนอีก 2 ห้องขนาดเท่าๆ กัน พร้อมกับมีระเบียงใหญ่อยู่ด้วย

จากชั้น 2 เราขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 3 กันต่อ

โถงบันไดทางขึ้นชั้น 3

จากโถงบันไดที่ชั้น 3 มองออกไปเห็นระเบียงใหญ่ด้านนอก

เราเลี้ยวเข้ามาดูในห้องทางขวามือกันก่อนนะครับ

ห้องนี้จะอยู่เหนือห้องแต่งตัวที่ชั้น 2 นะครับ จะได้นึกภาพตามกันได้

พื้นที่ห้องถือว่ากว้างพอสมควรนะครับ วางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ

พื้นที่ปลายเตียงเหลือเยอะเลยครับ Built in เป็นชั้นวางของและชั้นวางทีวีได้เลย

ข้างเตียงอีกด้านมีพื้นที่เหลือเยอะให้วางโต๊ะทำงาน เหมือนในบ้านตัวอย่างยังได้

มีหน้าต่างคอยให้แสงสว่างจากด้านหลังโต๊ะทำงาน

ติดกับโต๊ะทำงานมีประตูกระจกบานเลื่อน ออกไปที่ระเบียงใหญ่ด้านนอก

มุมนี้มองจากระเบียงกลับเข้ามาที่ห้องนอนครับ จะเห็นว่าภายในห้องกว้างขวางดีทีเดียว

ห้องน้ำจะอยู่อีกด้าน

เป็นจุดที่วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งอยู่หน้าห้องน้ำ

การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มีตู้เก็บของด้านล่าง

กระจกเงาจะได้เป็นแนวยาว

โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่หน้า Shower Box

Shower Box จะอยู่ด้านในสุดเลยนะครับ จะได้เป็นชุดฝักบัวไม่มี Rain Shower ให้เหมือนห้อง Master

ประตูกระจกบานเลื่อนออกไปที่ระเบียงเป็นอลูมิเนียมสีดำ พร้อมระบบ Double Lock ตามภาพเลย

พื้นที่ระเบียงถือว่าใหญ่พอสมควรนะครับ สามารถจัดกิจกรรมเล็กๆ ภายในครอบครัวได้เลย

ระเบียงจะเข้าออกได้ทั้ง 2 ห้องบนชั้น 3 เลยนะครับ

ทีนี้เราข้ามไปดูห้องนอนอีกห้องกันต่อ

ขนาดของห้องนี้จะพอๆ กับห้องเมื่อกี้นะครับ แต่การตกแต่งที่ต่างกัน ทำให้ห้องนี้ก็โปร่งโล่ง เลยดูกว้างมากกว่า

ถ่ายจากประตูห้องนอนเข้าไปในห้องก็พอจะเห็นภาพว่าห้องนี่ดูกว้างขวางไม่น้อยเลย

มุมห้องด้านซ้ายโครงการตกแต่งเป็นมุมแต่งตัว ที่มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งและเดย์เบดเล็กๆ อยู่รวมกัน ดูน่ารักดีนะครับ

ติดกันจะเป็นห้องน้ำ

การจัดวางและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะคล้ายๆ กับอีกห้องเลยนะครับ

ชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะได้ตามแบบนี้เลย

แต่กระจกเงาของห้องนี้จะเล็กกว่า

โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระเหมือนห้องก่อนหน้า

ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์อย่างในรูปเลยครับ

จะได้ชุดฝักบัวเหมือนกันนะครับ ไม่มี Rain Shower ให้

ใน Shower Box จะมีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน

พื้นที่ในห้องมีเยอะเลยนะครับ วางเตียง 5-6 ฟุตได้ตามใจชอบเลยครับ

พื้นที่ในห้องนอนกว้างมาก บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่โล่งเหลือเฟือ

ห้องนี้ปลายเตียงจะไม่เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้นะครับ

ห้องนี้ปลายเตียงจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่ อาจจะต้องใช้ชั้นวางทีวีแทนการ Built in

หน้าต่างกระจกบานใหญ่หันออกไปทางหน้าบ้าน เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

หน้าต่างที่ได้จะเป็นบานเลื่อนบานใหญ่ด้านบน และด้านล่างเป็นบาน Fix

อีกดานจะมีประตูบานเลื่อนออกไปที่ระเบียง

จะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เหมือนห้องแรก

มองจากระเบียงเข้าไปด้านในโครงการ

สำหรับตัวโครงการบียอนด์ ศรีนครินทร์ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีเลยนะครับ สภาพแวดล้อมรอบๆ เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ ไปหน่อยก็เป็นสวนหลวง ร. 9 สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือเรียกได้ว่าเป็นปอดของย่านนี้เลยก็ว่าได้ เรื่องการเดินทางก็ถือว่าสะดวกพอสมควร ที่ตั้งโครงการไม่ได้อยู่นอกเมืองจนเกินไป การเดินทางเข้าเมืองมีให้เลือกหลายเส้นทาง แถมอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าอีกต่างหาก เรื่องทำเลถือว่าหายห่วงเลยครับ เรื่องวัสดุที่ติดมากับตัวบ้านก็ถือว่าเป็นวัสดุเกรดพรีเมี่ยมเหมาะสมกับราคาระดับนี้ ส่วนเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของโครงการหรือของตัวบ้านเอง  ถ้ารูปภาพที่เรานำมาให้ชมยังไม่จุใจหรืออาจจะยังเห็นภาพรวมๆ ของโครงการไม่ชัดเจน สามารถเดินทางไปชมโครงการด้วยตัวเองได้ทุกวันนะครับ

ดูรายละเอียดโครงการหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยนะครับ
โทร : 1787

We Recommend
เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เจาะอินไซต์ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 นักท่องเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม-เที่ยวเมืองรองมากขึ้น

เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ถือว่าเป็นฤดูกาลของเฉลิมฉลอง การจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มาตลอดเวลาเกือบปี คนส่วนใหญ่จึงให้รางวัลชีวิต กับวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งคนยุคนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาเติมพลังให้กับชีวิต   แต่รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะไลฟ์สไตล์และความต้องการหาประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม จากรูปแบบการท่องเที่ยวได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุด รวมถึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น  ลองมาดูรายงานจาก Booking.com ที่มองแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2020 ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง   ปี 2020 ทาง Booking.com คาดว่า จะเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสำรวจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยี รวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นต่อผู้คน และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปเยือน  จากผลสำรวจจากกลุ่มนักเดินทางมากกว่า 22,000 คนจาก 29 ประเทศ อีกทั้งข้อมูลเชิงลึก จากรีวิวของผู้เข้าพักกว่า 180 ล้านรายการที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทสรุปเทรนด์ท่องเที่ยวซึ่งเราคาดไว้ว่าจะกลายเป็นจริงในปีหน้าและปีต่อๆ ไป   1.กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น     การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่จะมาถึง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากกว่าครึ่ง หรือสัดส่วน 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง   ส่วนผลสำรวจสัดส่วน 65% ต้องการเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า แต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ หรือสัดส่วน 79% อยากให้มีบริการ ทางด้านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าบริษัทต่างๆ จะตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยเสนอฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุเมืองรอง  ละแวกจุดหมายได้ง่ายขึ้น   โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำความเข้าใจกับสไตล์ของผู้เดินทาง แล้วนำไปจับคู่กับจุดหมายทางเลือก หรือจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าในประเทศหรือภูมิภาคที่ผู้เดินทางต้องการไป นอกจากนี้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในแวดวงการเดินทาง จะทำให้แคมเปญสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การกระตุ้นให้ผู้เดินทางเลือกใช้เส้นทางที่มีการเดินทางไปน้อยกว่าได้สะดวกยิ่งขึ้น   2.ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด   ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลกที่แสนน่าทึ่งนี้ ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก ทว่าในปีที่ใกล้เข้ามานี้จะมีการใช้เทคโนโลยีสุดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้เราก้าวข้ามเรื่องยุ่งยากนี้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำแนะนำที่ชาญฉลาดและเทคโนโลยีประมวลผลที่เชื่อถือได้ จะเชื่อมโยงเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแล้วเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสสัมผัส นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา รวมถึงเวลาที่ใช้นั่งหน้าจอดิจิทัล และช่วยให้เราใช้ทุกนาทีของ “ตอนนี้” ได้อย่างเต็มที่ระหว่างออกเดินทาง   นี่เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือสัดส่วน 82%  ซึ่งกล่าวว่าต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งจะพาไปพบกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างแท้จริง สำหรับทริปในปีที่จะมาถึง นอกจากนี้ ผู้เดินทางไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย   ในขณะที่ผู้คนสัดส่วน ​61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชั่น  ซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว และเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่คอยเสนอคำแนะนำ  สำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบได้ เช่น สภาพอากาศและความนิยม   3.เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO     แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง สัดส่วน 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 4  สัดส่วน  78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น   รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่  นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express เฝ้ารอปีแห่งการเดินทางสุดพิเศษแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เลย   4.ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน   โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแค่แบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น โดยไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ โดย 7 ใน 10 ของผู้เดินทางชาวไทย หรือสัดส่วน 71%  กล่าวว่าต้องการออกทริปยาว ๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน   นักท่องเที่ยวอีก 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง จากเทรนด์นี้จึงทำให้คาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยสร้างแผนเดินทางที่อัดแน่นด้วยความสนุกและสิ่งที่น่าสนใจหลากหลาย ข้อเสนอ และเส้นทางที่จะทำให้ผู้เดินทางได้เที่ยวจุดหมายสนุกครบครันเหล่านี้อย่างเต็มที่   เมื่อพูดถึงจุดหมายที่มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติโดดเด่น ซึ่งสามารถดื่มด่ำได้จากระเบียงห้องพักไปจนถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนสุดตื่นตา และชายหาดสำหรับเล่นน้ำคลายร้อน เพื่อผ่อนคลายหลังออกสำรวจมากทั้งวัน ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่นรสดั้งเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com ต่างกล่าวว่าจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ความสนุกแบบครบครันให้กับนักท่องเที่ยวได้ คือ มอนเตวิเดโอ (อุรุกวัย) อิลญาเบลา (บราซิล) และนาฮะ (ญี่ปุ่น) เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่น ๆ   5.สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง   เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเกินครึ่ง สัดส่วน 55%  ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก  รวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยในสัดส่วน 53% ด้วยเช่นกันที่ให้ความสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อน  โดยสถานที่พัก หรือกิจกรรมต่า่งๆ ต้องให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงด้วย   เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่าในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย และเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 52% ก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม  เพื่อพักที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com   ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส หรือแม้แต่ห้องอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เดินทางพักร้อนพร้อมเจ้าของ สามารถตั้งตารอประสบการณ์ระดับ 5 ดาวได้อย่างแน่นอน   6.สร้างความทรงจำดี ๆ ด้วย “ทริปสองวัย”   ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้น ที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4  สัดส่วน 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย โดยอีก 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวน   เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมสุดแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในปีหน้า   7.แข่งกันไปจองร้านอาหาร     เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก  สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่   นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้น ที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ จำนวนถึง 85% กล่าวว่าการได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด   ดังนั้น เตรียมกาปฏิทินหาวันหยุดได้เลย เพราะในปีหน้าผู้เดินทางจะเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวโดยอิงจุดหมายที่เหมาะกับการไปทานอาหารเป็นหลัก โดยอยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรก ๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน   8.ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว   เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่ง และไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”   ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 7 ใน 10 หรือสัดส่วน 72%​ เห็นว่าการออกเดินทาง หรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสุดสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ   ส่วนผู้เดินทางชาวไทยสามในสี่ หรือสัดส่วน 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และมากกว่าหนึ่งในสี่ หรือสัดส่วน 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year คือเอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือสัดส่วน 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้  และเนื่องจากการเกษียณและการเดินทางการเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปด้วยกันสำหรับกลุ่มคนในหลายช่วงอายุ จึงคาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเริ่มกระบวนการวางแผนผ่านเงินเก็บสำหรับ “ทริปหลังเกษียณ” โดยเป็นไปในลักษณะที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทาง ปันเงินไว้สำหรับทริปพักร้อนที่ยาวที่สุดในชีวิต   นี่คือ 8 เทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ ก็เตรียมเงินและวางแผนหาวันหยุด แล้วแพ็คกระเป๋า ออกไปท่องโลกกว้าง เพื่อเติมพลังชีวิตกันได้เลย

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13-วาลเด้น ทองหล่อ 13 คอนโดดีไซน์สไตล์ Japanese tropical เรียบง่าย แต่หรูหรา

Walden Thonglor 13 ตั้งอยู่บนทำเลซ.ทองหล่อ 13 ที่สามารถทะลุออกไปได้หลายเส้นทาง ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Japanese tropical และมีดีไซน์ แบบมินิมอลลิสต์ มีรายละเอียดของความหรูหรา อาทิ wood facade ที่สร้างบรรยากาศ จำลอง เหมือนอยู่ในฟอร์เรส พร้อมภูมิสถาปัตย์แบบมีเส้นโค้งพร้อมด้วยลูกเล่นการใช้สายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ สอดคล้องกับการออกแบบแนวโมเดิร์น รัสติกอินทีเรีย     ชื่อโครงการ Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13)  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 พื้นที่โครงการ  1-0-23 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 122 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room และ 1 Bed Room Plus 35 - 46 ตร.ม. จำนวน 76 ยูนิต 2 Bedroom 55 - 66 ตร.ม. จำนวน 46 ยูนิต   ที่จอดรถ Auto Parking 79 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby, Onsen, Co-Working Space, Swimming pool&Jacuzzi, Kids’ Pool, Pool Terrace, Playground, Green Space, Sky garden, BBQ. Area, Waterfall, Arrival Platform Reflective, Pond Stone Seating, Guard House, Green Amphitheater ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น  6.9 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง อาคารออกแบบให้ดูเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังคงความหรูหราในความเป็น Luxury Low Rise ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit,โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8-วาลเด้น ทองหล่อ 8 คอนโดใจกลางไลฟ์สไตล์ของทองหล่อ

Walden Thonglor 8 อยู่ใจกลางทองหล่อ ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ของโมเดิร์น ลักชัวรี่ มอบความเป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายใจกลางเมืองด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ และสวนสีเขียว ความโดดเด่นของแต่ละยูนิตคือ Ultra High Ceiling Zone ที่มีความสูง 3.45 เมตร   ชื่อโครงการ Walden Thonglor 8 (วาลเด้น ทองหล่อ 8 )  เจ้าของโครงการ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110  พื้นที่โครงการ  1-0-2.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 117 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 Bed Room 32.5 ตร.ม. จำนวน 8 ห้อง 1 Bed Room Plus 42 - 46 ตร.ม. จำนวน 47 ห้อง 2 Bedroom 49 - 55 ตร.ม. จำนวน 44 ห้อง 2 Bedroom Deluxe 61 - 71 ตร.ม. จำนวน 18 ห้อง   เฟอร์นิเจอร์ Fully Fitted ที่จอดรถ Auto Parking 71 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Lobby Lounge, Playground, Kids’ Pool, Lap Pool, Jacuzzi, Pool Terrace, Waterfall, Sunken Seat, Onsen, Family Sharing Space, Edible Garden, Sky Hall Court ปีที่สร้างเสร็จ Q1 2022 ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ทำเลใจกลางทองหล่อ แต่มีความเป็นส่วนตัวด้วยการจัดภูมิทัศน์ที่แวดล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ ได้ยูนิต Ultra High Ceiling 3.45 เมตร ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีทองหล่อ สถานที่ใกล้เคียง Tops market Thonglor, J-Avenue, DONKI Mall Thonglor, Big C, Gateway Ekamai, Major Cineplex Sukhumvit, โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลสุขุมวิท    

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101-ปีติ สุขุมวิท 101 Premium Living พร้อมเซอร์วิชระดับโรงแรม 24 ชม.

PITI SUKHUMVIT 101 คอนโดมิเนียมระดับ Premium Living เป็นแบรนด์ท็อปจากเสนา ออกแบบภายใต้คอนเซป “Concept Private Living at your service” มีความ PRIVATE ด้วยจำนวนยูนิต เพียง 168 ยูนิต ในอาคารสูง 19 ชั้น ออกแบบสไตล์ Loft เพดานสูง 2 เมตร ได้วิวพาโนรามา ให้ความเป็นส่วนตัวด้วย Single Corridor แต่ละชั้นออกแบบให้มีห้องพักอาศัยเพียงฝั่งเดียว มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และเป็นตึกสูงตึกเดียวในย่านนี้ที่เน้นความเป็นส่วนตัว พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบริการสุด Exclusive มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการ Reception, Doorman, Bellboy และผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service รวมไปถึงอีกหลากหลายบริการ     ชื่อโครงการ PITI SUKHUMVIT 101 (ปีติ สุขุมวิท 101)  เจ้าของโครงการ Sena x Hankyu ที่ตั้งโครงการ ถ.สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ  พื้นที่โครงการ  1-0-97 ไร่  ลักษณะโครงการ High Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 19 ชั้น จำนวนยูนิต 168 ยูนิต (160 ห้อง LOFT และ 8 ห้อง Simplex)  ขนาดห้อง  1 BEDROOM (Simplex) พื้นที่ 33-33.5 ตร.ม.  จำนวน  8 ยูนิต 1 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 26-34 ตร.ม.  จำนวน 136 ยูนิต 2 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 49-52.5 ตร.ม. จำนวน 22 ยูนิต 3 BEDROOM (Loft) พื้นที่ 68.5 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต   ที่จอดรถ 55% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Garden Valley Active Pavillion, Rooftop Garden, Co-Hobby Space, Fitness, Fight camp, Steam & Sauna, Infinity Pool, Jacuzzi, Valley Garden, TRX suspension exercise, Home Automation, EV Charger, Elite Services ปีที่สร้างเสร็จ 2655 ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 145,000 บาท/ตร.ม. ค่าส่วนกลาง  85 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน  850 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ตลอด 24 ชั่วโมง มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วย Single Corridor มีเพียง 4-13 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีปุณณวิถี สถานที่ใกล้เคียง 101 The Third Place,เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา, เมกา บางนา, แม็คโคร, บิ๊กซี, โลตัส, โรงพยาบาลไทยนครินทร์, โรงพยาบาลสุขุมวิท              

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ประโยชน์มากกว่า ในราคาสุดคุ้ม

  การสร้างหรือการซ่อมแซมบ้าน ปัจจัยหนึ่งที่มักทำให้งบประมาณบานปลาย  คือ ขาดการวางแผนและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ  คำนึงแต่เรื่องราคาถูกเป็นหลัก ทำให้เวลาเอามาใช้งานจริง ไม่ได้ตามมาตรฐานของงาน ผลงานจึงออกมาไม่มีคุณภาพ หรือเมื่อใช้ไปได้สักระยะก็ต้องมาเจอปัญหาเดิม  ต้องมานั่งรื้อนั่งซ่อมกันใหม่  ทำให้ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และอารมณ์  หงุดหงิดกับปัญหาซ้ำซากที่ต้องเจอบ่อยๆ   การเลือกใช้วัสดุจึงควรจะเน้นเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับแรก และพิจารณาเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคา อายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องมาเสียอารมณ์ เสียเวลาแก้ไขปัญหาที่ตามมาภายหลัง แม้ว่าอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  แต่ถ้าคำนวณแล้วคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป  ก็น่าจะดีกว่าเลือกซื้อแต่ของถูกเท่านั้น   อย่างห้องน้ำหรือห้องครัวที่มีการปูกระเบื้อง ปัญหาสำคัญที่มักพบเสมอ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่ง คือ ยาแนวของกระเบื้องหลุดล่อน เกิดเปราะแตก น้ำรั่วซึม เกิดปัญหาราดำ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการใช้ยาแนวที่ไม่มีคุณภาพที่ดีมากพอ ไม่เหมาะกับประเภทกระเบื้อง ทำให้มีปัญหาภายหลังมากวนใจ กวนเงินในกระเป๋าเจ้าของบ้าน ให้ต้องตามแก้ตามซ่อมกันเสมอๆ   5 เทคนิคเลือกใช้ยาแนวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาเรื่องยาแนวกระเบื้องในภายหลัง  ลองใช้ 5 เทคนิคนี้เป็นแนวทาง ในการเลือกใช้ยาแนวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด   1.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะกับประเภทของกระเบื้อง เริ่มต้นของการเลือกยาแนวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือต้องเลือกให้เหมาะสมกับประเภทกระเบื้อง เช่น กระเบื้องแกรนิตโต้นิยมปูชิดเพื่อความสวยเนียน มีขนาดร่องเพียง 0.2-2 มม. ส่วนกระเบื้องเซรามิคทั่วไปมีร่องขนาด 3 มม. การเลือกยาแนวจึงต้องมีคุณสมบัติไหลลึกเหมาะกับร่องของกระเบื้องร่องเล็กปูชิด     2.เลือกใช้ยาแนวให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของกระเบื้อง กระเบื้องที่ปูในห้องต่างๆ ไม่ว่าจะห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องทั่วไป ลักษณะการใช้งานก็แตกต่างกันไป เพราะสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน ห้องน้ำและห้องครัวอาจจะต้องเจอกับน้ำและความชื้นมากเป็นพิเศษ ทำให้อาจจะเกิดเชื้อรา หรือราดำตามร่องยาแนวได้ การเลือกใช้ยาแนวจึงต้องเลือกที่มีคุณสมบัติป้องกันราดำ และทนต่อกรดหรือสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดได้ดีกว่า เป็นต้น แต่ถ้าเป็นห้องทั่วไปภายในอาคาร ก็ควรเลือกกาวยาแนวที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ (Low VOC) ทำให้เกิดสภาพอากาศที่ดีทั้งระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย   3.เลือกสินค้าจากแบรนด์หรือผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ สินค้ายาแนวที่จำหน่ายในท้องตลาดมีอยู่มากมาย หลากหลายยี่ห้อ  และผู้ผลิต เหตุผลง่ายๆ ที่เราจะต้องเลือกสินค้าจากแบรนด์และผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต เป็นที่ยอมรับ เพราะสินค้าจะมีคุณภาพและมาตรฐานตามที่เราต้องการใช้งานจริงๆ หากไปใช้สินค้าที่แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จัก แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสินค้ามีคุณภาพตรงตามที่ได้โฆษณาไว้     4.เลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่ม เดี๋ยวนี้การผลิตสินค้ามีเทคโนโลยี และการพัฒนาที่ล้ำหน้าไปไกล ผู้ผลิตจึงมักเสริมคุณสมบัติพิเศษของสินค้า  เพื่อให้สินค้ามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้านำไปใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่เหนือกว่าสินค้าที่มีแค่คุณสมบัติพื้นฐาน หากราคาไม่แตกต่างกันมากนัก   5.ไม่เลือกสินค้าโดยพิจารณาแต่ราคาเป็นหลัก เรื่องราคาอาจจะเป็นปัจจัยหลักของหลายคนในการเลือกสินค้า แต่หากคิดให้รอบครอบ การเลือกสินค้าโดยคิดแต่เอาเรื่องราคาถูกเข้าไว้ก่อน นานไปก็ต้องมีปัญหาตามมาให้แก้ไข เพราะสินค้าราคาถูกก็ย่อมจะมากับคุณภาพพอประมาณ ถ้าคิดเฉพาะราคาสินค้าถูกก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อย่าลืมถ้ามีปัญหาต้องเสียเวลา และหาช่างมาซ่อมแซมเพิ่มเติม นี่คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เผลอๆ คิดแล้วอาจจะแพงกว่าการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ที่อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ และการเลือกจากขนาดถุงใหญ่กว่าก็อาจไม่ใช่คำตอบ ขนาดบรรจุควรเป็นขนาดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่เหลือเศษทิ้งจนต้องจ่ายเกินจำเป็น     ถ้าพูดถึงเทรนด์การใช้กระเบื้อง สำหรับใช้ปูห้องต่างๆ ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้กระเบื้องประเภทแกรนิตโต้ ได้รับความนิยมถูกนำมาใช้ในบ้านและคอนโดมิเนียมมากมาย เพราะมีทั้งความสวยงามและมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายประเภทในการใช้งาน แต่การเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งความสวยงามและอายุการใช้งานยาวนาน คงต้องมีกาวยาแนวที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันด้วย   บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตภัณฑ์กาวยาแนว  จึงได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัสเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้า ที่หันมาปูกระเบื้องแกรนิตโต้และกระเบื้องตัดขอบปูชิดกันเพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์กาวยาแนวไม่มีคุณภาพ หรือไม่เหมาะกับกระเบื้องแกรนิตโต้  ทำให้ห้องที่ปูกระเบื้องแกรนิตโต้ ประสบปัญหาภายหลังมากมาย อาทิ ปัญหาราดำ  น้ำซึม และเปราะแตก เป็นต้น  ซึ่งสาเหตุสำคัญคือยาแนวไม่ลงลึกไปในร่องของกระเบื้องได้เต็มประสิทธิภาพ  ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ต้องมาตามแก้ไขปัญหาภายหลัง จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจริงๆ   ลองมาดูกันว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีอะไรดีบ้าง  เพราะแม้ว่าจะมีขนาดถุงเล็กๆ แต่เต็มด้วยประสิทธิภาพ เรียกได้ว่า แก้ได้หมดจบทุกปัญหา   7 ฟังก์ชั่น “จระเข้ เทอร์โบ พลัส” ที่ให้ประโยชน์มากกว่าในราคาสุดคุ้ม 1. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มี Deep Active Molecule ทำให้เนื้อกาวไหลตัวได้ลึก ยึดเกาะเต็มร่องเล็ก สำหรับร่องยาแนว ขนาด 0.2-5 มม. โดยเฉพาะกระเบื้องแกรนิตโตที่นิยมปูชิด แต่เต็มประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่า “เล็กแต่แรง” จริงๆ หมดปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เพราะสามารถไหลลึกกว่า 8 มม. หรือเต็มความหนาของกระเบื้องแกรนิตโต้ จึงไม่เกิดโพรงช่องว่างหมดปัญหาน้ำซึมผ่านได้ หากเป็นยาแนวธรรมดาทั่วไป จะยึดเกาะร่องเล็กสุดตั้งแต่ 1-5 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงมีโอกาสเปราะแตกง่ายกว่าสร้างปัญหาตามมาอีกมากมาย      2. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส มีเทคโนโลยีไมโครแบน ทำให้มีคุณสมบัติยับยั้งราดำและตะไคร่น้ำ ที่ถือเป็นปัญหาสกปรกกวนใจ แถมยังเป็นแหล่งเชื้อโรคอีกด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดราดำ เป็นเพราะเราละเลยและเลือกกาวยาแนวไม่ถูกประเภท ซึ่งส่งผลให้ยาแนวเปราะแตก มีน้ำซึม เกิดราดำในที่สุด     และเมื่อยาแนวหลุดล่อน น้ำจะซึมผ่านใต้แผ่นกระเบื้อง หากเป็นห้องน้ำชั้น 2 จะทำให้ฝ้ารั่ว ฝ้าพังเกิดความเสียหาย น้ำหยดลงเฟอร์นิเจอร์ และหยดลงพื้น จากปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด  ทำให้ทุกอย่างพังหมด ต้องหาช่างมาซ่อมแซม เสียค่าใช้จ่ายบานปลาย เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา เพียงเพราะมองข้ามเรื่องเล็กๆ เหล่านี้     3. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมีคุณสมบัติในเรื่องการแห้งตัวเร็ว สามารถเปิดใช้พื้นที่ได้ภายใน 6 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งปกติยาแนวทั่วไปนั้นกว่าจะแห้งสนิท หรือเปิดพื้นที่ใช้งานได้ ต้องใช้ระยะเวลา 12-24 ชั่วโมง เหมาะมากกับบ้านหรือคอนโดที่มีห้องน้ำเดียวและต้องใช้ทุกวัน     4. คุณสมบัติด้านการทนกรด และสารเคมีมากกว่ากาวยาแนวทั่วไป ทำให้หมดปัญหาและข้อกังวลใจหากใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่มีสารเคมีหรือกรดซึ่งไม่ต้องกังวลใจว่ายาแนวจะซึกกร่อนได้ เพราะหากเป็นยาแนวปกติทั่วไปนั้น มีคุณสมบัติพื้นฐานเพียงแค่ปิดร่องกระเบื้อง แต่ไม่ได้พัฒนาให้กาวยาแนวมีคุณสมบัติทนกรด ทำให้เมื่อใช้ไปได้ไม่นานก็เกิดปัญหาหลุดล่อน เพราะถูกกรดหรือสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทำลายยาแนว   5. นอกจากกาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส จะมีเทคโนโลยีไมโครแบน ลดปัญหาราดำแล้ว ยังมีสารไฮโดรโฟบิก ที่ช่วยลดคราบสกปรกฝังแน่น และลดการซึมน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุการณ์ทำให้กระเบื้องหลุดล่อนอีกด้วย หากเป็นยาแนวธรรมดา ที่ไม่ได้มีสารไฮโดรโฟบิก สิ่งที่เรามักพบเสมอคือ คราบสกปรกฝังแน่น เป็นคราบดำ เนื่องจากยาแนวนั้นเน้นแต่เพียงการปิดร่องกระเบื้อง เป็นคุณสมบัติพื้นฐานหลักเท่านั้น     6. กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ยังมี WCAC Technology ซึ่งช่วยในเรื่องของลดการเกิดคราบขาวได้ในหนึ่งเดียว เป็นคุณสมบัติพิเศษ   7. ผลิตภัณฑ์กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตสินค้าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการทดสอบควบคุมตามมาตรฐาน ANSI A 118.6 (Unsanded), A 118.7 (Unsanded) มาตรฐานยุโรป EN 13888 CG2 และผ่านเกณฑ์การทดสอบตามมาตรฐานการประเมินอาคารเขียว หรืออาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม LEED v4 ในหัวข้อ Indoor Environmental Quality – IEQ (คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร) ด้วยวัสดุที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ   จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์กาวยาแนวมีความสำคัญมากต่อการปูกระเบื้อง และไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ยาแนวอุดร่องกระเบื้องเท่านั้น แต่มีความสำคัญมากต่อการป้องกันปัญหาจุดเล็กๆ ที่อาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ ต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส ไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะมากวนใจภายหลัง แม้ว่าอาจจะมีราคาสูงกว่าสินค้าในท้องตลาด และมีขนาดบรรจุต่อถุงเพียง 0.5 กิโลกรัม แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่ได้มาก ประสิทธิภาพสูง บรรจุขนาดเหมาะกับพื้นที่ใช้งาน  เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวคุ้มค่าในระยะยาวถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “เล็กแต่แรง” เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และคุ้มค่าคุ้มราคามากเลยทีเดียว   หมายเหตุ : LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกาเป็นที่ยอมรับใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในการก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม : http://bit.ly/2B0ANyw  

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan-แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร คอนโดสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมตัวที่สองแล้วสำรับกลุ่มบริษัท แม็กซิมัสเอสเตท จำกัด โดยครั้งนี้เลือกทำเลสุทธิสารมาพัฒนาโครงการภายใต้คอนเซป “Live Your Life Prime” ใกล้ MRT สถานีสุทธิสารที่เดินถึงเพียงแค่ 4 นาที และยังอยู่ในละแวกที่เป็นชุมชน ตลาด และแหล่งอาคารสำนักงาน มีความโดดเด่นตรงที่ให้สเปคห้องมาแบบจัดเต็มแบบ Fully Furnished ในราคาที่จับต้องได้ง่าย เฉลี่ยเพียง 95,000 บาท/ตร.ม.   ชื่อโครงการ MAXXI PRIME Ratchada-Sutthisan (แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา สุทธิสาร )  เจ้าของโครงการ บริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน จํากัด ที่ตั้งโครงการ 58 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 พื้นที่โครงการ  1-2-86.7 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 1 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 218 ยูนิต  ขนาดห้อง  1 BEDROOM 27.9-30 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS 40.95 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished  ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สระว่ายน้ำ jet pool ยาว 21 เมตร, Smart Locker, Co-working space, Co-kitchen space, Meeting room, Fitness, Sky-theater, โรงหนังลอยฟ้า, ลาน B.B.Q., ลู่วิ่งลอยฟ้า, Sky garden ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 95,000 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ สเปคห้องดีได้เฟอร์นิเจอร์ครบ ราคาจับต้องได้ง่าย  ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสุทธิสาร สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เดอะ สตรีท รัชดา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ยูเนี่ยน มอลล์