การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ติดต่อโครงการ


Nirvana Beyond LITE พระราม 9 (รีวิวบ้านเดี่ยว)

รีวิวฉบับนี้ เรามีบ้านเดี่ยวสวยๆ จาก Nirvana ในชื่อ Beyond Lite ​มาฝากกันครับ ทำเลที่ตั้งโครงการก็อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า  Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถส่วนตัว ทั้งเส้นทางถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) โซนกรุงเทพกรีฑา และเส้นทางมอเตอร์เวย์ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลยดีกว่าครับ

 

รายละเอียดโครงการ

 

  • ราคาเริ่มต้น    12,400,000 บาท
  • เจ้าของโครงการ    บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
  • ลักษณะโครงการ    บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 156 ยูนิต
  • เนื้อที่ทั้งหมด    34 – 3 – 72.8 ไร่
  • ที่ตั้งโครงการ    ซอยกรุงเทพกรีฑา 32 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
  • ค่าส่วนกลาง    20 บาท/ตารางวา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี

 

วิธีการเดินทาง

 

สำหรับการเดินทางไปยังโครงการ Nirvana Beyond Lite พระราม 9 ในครั้งนี้ เราเลือกเดินทางกันด้วยรถไฟฟ้า Airport Rail Link ไปลงที่สถานีบ้านทับช้าง แล้วเดินขึ้นสะพานลอยข้ามมอเตอร์เวย์มายังที่โครงการ ซึ่งทางโครงการบอกไว้ว่ามีระยะห่างเพียง 300 เมตรเท่านั้น แต่ถ้าลองวัดระยะกันจริงๆ จังๆ ต้องบอกว่าจากทางลงสถานีรถไฟฟ้าบ้านทับช้างจะมาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านต้องมีระยะเดินไม่ต่ำกว่า 550 เมตร เลยนะครับ แต่โชคดีหน่อยที่ทางหมู่บ้านมีบริการรถรับ-ส่งถึงบันไดสะพานลอย ระยะเดินที่ต้องเดินจริงๆ จึงร่นเหลือแค่ 300 เมตรตามที่ทางโครงการบอกเลยครับ (เดี๋ยวจะหาว่าโกหก) ที่สำคัญลูกบ้านทุกหลังสามารถเรียกใช้บริการรถรับส่งได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

แผนที่กราฟฟิกของโครงการ จะเห็นว่าอยู่ใกล้กับมอเตอร์เวย์เลยนะครับ

แผนที่จาก google map จะได้เห็นทิศทางกันชัดๆ ครับ

ครั้งนี้เราเลือกเดินทางโดยรถไฟฟ้า Airport Rail Link มาลงที่สถานีบ้านทับช้างครับ

ลงจากสถานีมาจะเห็นซอยเล็กๆ ที่เลี้ยวออกไปถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์

เดินทางตามซอยไม่ไกลมาก็จะเห็นสะพานลอยแล้วครับ

เราจะเดินขึ้นสะพานลอยนี้เพื่อข้ามถนนมอเตอร์เวย์ไปยังฝั่งที่ตั้งโครงการกันนะครับ

ข้ามมาลงฝั่งตรงข้ามแล้ว ก็เดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปได้เลย หรือจะรอเรียกรถกอล์ฟของโครงการให้มารับตรงนี้ก็ได้ครับ

เดินเข้าซอยมาประมาณกลางซอยก็จะเห็นป้ายโครงการ Nirvana อันใหญ่ๆ เอาล่ะใกล้จะถึงโครงการแล้วใช่มั้ย

จากป้าย Nirvana ตัวใหญ๋ตรงหัวโค้งนั่น เราต้องเลี้ยวขวาไปตามถนนอีกนิดหน่อยนะครับ ถึงจะเจอทางเข้าโครงการ

ระยะเดินจริงๆ จากตัวสถานีทับช้างมาถึงหน้าโครงการก็ต้องมีมากกว่า 550 นะครับ ส่วนที่ทางโครงการแจ้งไว้ว่า 300 เมตรคือนับมาถึงแค่สุดสะพานลอยตรงปากซอยทางเข้า หลังจากนี้ถ้าเรียกให้รถมารับ ก็ไม่นับเป็นระยะเดินแล้ววครับ

ซุ้มประตูทางเข้าโครงการ ​Nirvana Beyond Lite ใหญ่โตสวยงามเช่นเคย

เข้ามาแล้วก็จะเจอถนนเมนตรงเข้าไปหมู่บ้านเลย ซึ่งลักษณะที่ดินของหมู่บ้านก็ลึกทีเดียว เดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศของโครงการกันก่อนครับ

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมายังซอยกรุงเทพกรีฑา 32 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการก็มีให้เลือกได้หลายเส้นทาง เช่น จากฝั่งรามคำแหงก็สามารถเข้ามาตามเส้นทางกรุงเทพกรีฑา โดยทางซอยรามคำแหง 24 หรือจากแยกลำสาลี หรือถ้ามาจากแยกพระราม 9 ผ่านแยกศรีนครินทร์มาแล้วจะใช้ถนนคู่ขนานกับมอเตอร์เวย์มาเรื่อยๆ ก็ได้นะครับ อีกทั้งยังมีเส้นทางจากฝั่งอ่อนนุชมาเข้าทางประเวศได้ แต่อาจจะต้องกลับรถข้ามฝั่งมอเตอร์เวย์กันไกลหน่อย เส้นทางนี้จึงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นเส้นทางถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) และถนนมอเตอร์เวย์ แต่กว่าจะถึงด่านเข้า-ออกของถนนแต่ละเส้นก็ต้องขับรถอ้อมหรือเลยไปไกลหน่อยนะครับ

วิเคราะห์รอบโครงการ

ทำเลที่ตั้งของโครงการ Nirvana Beyond Lite อยู่ค่อนไปทางโซนชานเมืองหน่อยนะครับ แต่เรื่องการเดินทางเข้า-ออกเมืองยังถือว่าสะดวกดี โดยเฉพาะคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก เพราะถนนหนทางแถบนี้ใกล้ทั้งมอเตอร์เวย์ และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอก) ซึ่งน่าจะเป็นเส้นทางหลักๆ ในการเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ รวมถึงการเดินทางออกไปทางภาคตะวันออกด้วย แต่ติดที่ด่านทางเข้าของทั้งมอเตอร์เวย์ และถนนวงแหวนรอบนอกไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ตัวโครงการเท่าไหร่นัก บางครั้งการเลือกใช้เส้นทางปกติก็อาจจะเดินทางได้ง่ายกว่าก็ได้ จึงต้องวางแผนเลือกเส้นทางกันนิดหน่อยน่าจะดีกว่า

ในย่านนี้ที่พักอาศัยจะเป็นบ้านเดี่ยว ตึกแถว หรือบ้านพักในแนวราบสูงไม่เกิน 4-5 ชั้นเกือบทั้งหมด และก็เป็นหมู่บ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นบรรยากาศโดยทั่วไปจึงไม่พลุกพล่านมากนัก โดยเฉพาะในซอยกรุงเทพกรีฑา 32 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการด้วยแล้ว ต้องบอกว่าเงียบสงบมากเลยทีเดียว แต่เรื่องอาหารการกินก็ไม่ได้ขาดแคลน หรือห่างไกลจากร้านค้าอย่างที่คิดนะครับ

ถ้าออกจากซอยกรุงเทพกรีฑา 32 มาตามถนนกรุงเทพกรีฑาช่วงซอยนักกีฬาแหลมทอง แถบนี้ก็จะมีร้านค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ มินิมาร์ท แผงลอย ตลาดสด เทสโก้โลตัส ธนาคาร รวมถึงสำนักงานที่ดินสาขาประเวศ สวนสุขภาพเคหะชุมชนหัวหมาก โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช และโรงเรียนอื่นๆ อีกหลายแห่ง บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียวจึงไม่ต้องกลัวอดเลยครับ ถ้าไม่อยากขับรถก็ขี่จักรยานออกมาก็ยังได้ เพราะระยะทางไม่ได้ไกลเลย แต่ถ้าอยากจะช็อปปิ้งจับจ่ายซื้อของแบบจริงจัง ในย่านนี้ก็มีทั้งห้างเดอะมอลล์บางกะปิ ซีคอนสแควร์ และพาราไดซ์พาร์ค ที่พอจะจัดว่าใกล้หน่อย ถ้าไม่อย่างนั้นก็แนะนำให้ขึ้นรถไฟฟ้า Airport Rail Link เข้าเมืองไปช็อปปิ้งที่สยามกันไปเลยครับสะดวกดี

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • คลับเฮ้าส์
  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส
  • สวนสาธารณะ
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.
  • กล้อง CCTV
  • รถกอล์ฟรับ-ส่งลูกบ้าน ไปสะพานลอยข้าม Airport Link

จากหน้าหมู่บ้านเข้ามาไม่ไกลมากก็จะเจอพื้นที่ส่วนกลางอยู่ทางขวามือ ตึกที่เห็นนั่นคือ ห้องฟิตเนสในบริเวณคลับเฮาส์

ห้องฟิตเนสอยู่ติดกับสระว่ายน้ำ เป็นห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ

ภายในห้องออกกำลังกายมีอุปกรณ์ครบเลยทีเดียวครับ ถึงแม้พื้นที่ไม่ได้กว้างมากก็ตาม

ออกมาจากห้องฟิตเนสก็จะเจอกับสระว่ายน้ำเลย

สระว่ายน้ำมีก้ันแยกสำหรับสระเด็กไว้ด้วย พร้อมพื้นที่นั่งเล่นริมสระ

จากมุมนี้จะเห็นได้ชัดว่าห้องฟิตเนสจะอยู่บริเวณเดียวกับสระว่ายน้ำเลย ทำให้การออกกำลังกายสะดวกมากๆ

เดินลงมาอีกด้านของสระว่ายน้ำ จะเจอกับสวนสาธารณะส่วนกลาง

บริเวณนี้จะเป็นสนามหญ้ากว้าง พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ

ลานบริเวณนี้จัดเป็นสนามเด็กเล่นให้ด้วย พร้อมมุมนั่งเล่นรอบๆ เผื่อให้ผู้ปกครองได้ดูแลลูกๆ อย่างใกล้ชิด

มีทั้งของเล่น และพื้นที่กว้างให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้สบาย

เครื่องเล่นมีหลากหลายเลยครับ แถมบรรยากาศก็ร่มรื่นด้วย

พาชมบ้านตัวอย่าง

ก่อนอื่นต้องบอกกันก่อนว่าโครงการ Nirvana Beyond Lite พระราม 9 นั้นมีลูกบ้านอยู่กันมานานแล้วพอสมควร เราจึงได้เห็นบรรยากาศภายในหมู่บ้านจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่บรรยากาศตัวอย่างขณะก่อสร้างเหมือนหมู่บ้านใหม่ๆ ซึ่งตอนนี้ทางโครงการได้มีการขยายพื้นที่เปิดเฟสใหม่ รวมถึงเพิ่มแบบบ้านใหม่เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ชื่อว่า Just So บนที่ดินขนาดเริ่มต้นที่ 50 ตร.ว. ตัวบ้านแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ ภายใต้การออกแบบตัวบ้านในสไตล์โมเดิร์น และด้วยคอนเซปต์บ้านของ Nirvana ที่เน้นการออกแบบให้ภายในบ้านมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่าทุกตารางเมตร ตัวบ้านจึงมีพื้นที่ใช้สอยรวมมากถึง 270 ตร.ม. เลยทีเดียว เราไปดูภายในบ้านตัวอย่าง Just So กันเลยดีกว่าครับ

หน้าตาของตัวบ้านแบบเต็มๆ ครับ

บ้านที่เราจะได้ดูกันมีชื่อว่า Just So ครับ และนี่คือแปลนชั้นล่างของบ้านครับ

เข้ามาในตัวบ้าน จะเจอโถงเล็กๆ Built-in ตู้เก็บรองเท้าไว้เรียบร้อย

พื้นที่ตรงประตูทางเข้าบ้านครับ บ้านจริงไม่มีเฟอร์นิเจอร์ Built-in มาให้นะครับ

ถัดเข้ามาใน Living Area ครับ บันไดทางขึ้นก็อยู่ใกล้ๆ กัน

บรรยากาศภายในพื้นที่นั่งเล่น หรือห้องรับแขกครับ กว้างๆ โล่งๆ เลย

ทีวีแขวนติดผนังเลยนะครับ มุมด้านที่ติดกับประตูทางเข้าเป็นผนังกระจกบางส่วน เปิดรับแสงธรรมชาติได้อีกทาง

อีกด้านของห้องนั่งเล่น เป็นประตูกระจกบานใหญ่ทำให้บรรยากาศภายในห้องสว่าง และโปร่งมากขึ้น

พื้นที่ติดกันใน Living Area แบ่งมาตั้งโต๊ะกินข้าวได้สบายๆ

ด้านนึง Built-in เป็นโซฟาที่นั่งติดหน้าต่าง วางโต๊ะกินข้าวขนาด 6-8 ที่นั่งได้สบายๆ เลย

บรรยากาศรวมๆ ใน Living Area ครับ

ถัดจากโต๊ะกินข้าวเข้าไปด้านใน เป็นห้องครัวนะครับ

ครัวเป็นแบบครัวปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เรียบร้อย ส่วนประตูข้างๆ เป็นประตูที่ออกไปข้างๆ บ้านได้

ประตูกระจกห้องครัว เป็นกรอบอลูมิเนียมสีขาว พร้อมที่จับตามภาพครับ

ในห้องครัวมีหน้าต่างบานใหญ่ เลื่อนเปิดเพื่อระบายกลิ่นได้ และยังช่วยให้รับแสงได้มากขึ้น

เคาน์เตอร์ครัว Built-in เข้ามุม มาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่บ้านจริงไม่มีมาให้นะครับ

ส่วนภาพนี้เป็นห้องน้ำที่บริเวณชั้นล่างครับ อยู่ติดกับห้องครัว มีหน้าต่างบานใหญ่ในห้องน้ำเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้เลย พร้อมกระจกเงาบานใหญ่

อ่างล้างหน้า มีตู้เก็บของด้านล่างด้วยนะครับ

ชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระครับ

ส่วนพื้นของห้องน้ำก็ดร๊อปต่ำลงมาจากพื้นบ้านอีกพอสมควรเลย

เดี๋ยวเราขึ้นไปดูชั้นบนกันครับ

อันนี้เป็นแปลนของชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ทั้งหมดครับ

ขึ้นบันไดมา ตรงจุดพักจะตกแต่งเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆ

เพดานตรงนี้สูงโปร่ง ทำให้บรรยากาศโอ่โถงมากขึ้น

จากพื้นที่พักบันได มีบันไดอีก 2 ขั้นก่อนขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ครับ

อันนี้เป็นบริเวณหน้าห้อง Master Bedroom ตรงชั้น 2 ครับ

หน้าห้องนอนใหญ่มีแผงคอนโทรลระบบกันขโมย

หน้าตาแผงควบคุมครับ

ภายในห้องนอนใหญ่ กว้างขวางมาก สามารถวางโซฟาชุดใหญ่ได้ แถมยังเหลือที่อีกเพียบ

ข้างๆ โซฟา ยัง Built-in เป็นชั้นวางของและใช้เป็นมุมอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานได้

ดูกันชัดๆ ครับ ตรงมุมชั้นวางของตรงประตูทางเข้าห้องครับ

ติดกับพื้นที่นั่งเล่นในห้องนอน เป็นประตูระเบียงกระจกบานเลื่อนนะครับ

ระเบียงกว้างขวางมากๆ นะครับ แถมเลยไปด้านของห้องด้วย

พื้นที่ระเบียงด้านข้างครับ

จากระเบียงห้องนอนใหญ่สามารถมองเห็นวิวหน้าบ้านได้ชัดเจน

เดี๋ยวไปดูพื้นที่ของห้องนอนกันบ้างครับ

บริเวณกลางห้องกว้างมากพอให้เหลือที่จะวาง ชุดเก้าอี้ได้อีก

เตียงนอนขนาดใหญ่ วางไว้กลางห้องเลยครับ จะเห็นว่าพื้นที่รอบๆ เตียงยังเหลือกอีกเพียบ

ปลายเตียงแขวนทีวีติดผนังไว้ และ Built-in เป็นชั้นวางของด้วย

พื้นที่ของห้องนอนเต็มหน้ากว้างของบ้านเลยนะครับ

มีโต๊ะทำงานตรงหัวเตียงด้วย ดังนั้นเตียงนอนจึงไม่ได้วางชิดผนังห้องนะครับ

จากโต๊ะทำงานที่หัวเตียงสามารถนั่งทำงานไป ดูทีวีไปได้

ระยะทีวีไกลพอสมควรเลย สามารถเลือกแขวนทีวีขนาดใหญ่ได้สบาย

ถัดจากห้องนอนเข้ามาก็เป็นห้องน้ำครับ ประตูห้องน้ำเป็นกระจกใสเต็มผนัง

ห้องอาบน้ำแอบเซ็กซี่ ติดกระจกเปิดโล่งทั้ง 2 ด้าน ของอ่างอาบน้ำเลย

ชุดก๊อกของอ่างอาบน้ำครับ

หน้าต่างตรงอ่างอาบน้ำไม่ได้เปิดออกไปนอกตัวบ้านนะครับ พื้นที่ตรงนี้เหมือนเป็นระเบียงเล็กๆ เปิดเป็นโถงรับลม

ที่อาบน้ำอยู่ในมุมด้านในสุด มีชุดฝักบัวแบบ Rain Shower ด้วย แต่พื้นที่ไม่ได้กว้างมากนัก

มีหน้าต่างบานกระทุ้งเปิดระบายความชื้นได้ครับ เปิดออกไปก็จะเป็นพื้นที่ระเบียงเดียวกับอ่างอาบน้ำนั่นแหละ

พื้นที่ในห้องน้ำยาวเข้าไปด้านในเลย ถัดจากอ่างอาบน้ำอีกด้านเป็นอ่างล้างหน้าครับ

มุมทำธุระส่วนตัว อยู่ติดกับเคาน์เตอร์ล้างหน้าครับ มีกระจกเงาบานใหญ่มากติดมาให้แล้ว

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่มาก มีพื้นที่วางของได้เยอะแยะเลย

หน้าตาของอ่างล้างหน้าและชุดก๊อกแบบผสมครับ

ก๊อกน้ำดีไซน์สวยงามทันสมัยมาก

หน้าตาชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระครับ

จากบริเวณที่อาบน้ำเข้าไปเป็นพื้นที่แต่งตัวครับ พื้นตรงนี้จะยกสูงกว่าพื้นห้องน้ำหนึ่งสเตป

มุมแต่งตัวออกแบบให้อยู่ติดกับหน้าต่าง ทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

ตู้เสื้อผ้า Built-in ทำเป็น Walk in closet ยาวตลอดแนวเลย

มุมด้านในมีมุมแต่งตัวอีกมุมนะครับ และตู้เสื้อผ้าก็เต็มพื้นที่ทั้ง 2ด้านเลย

ออกจากห้องนอนใหญ่มาจะเห็นห้องระบบ ซึ่งอยู่ตรงบันไดทางขึ้นชั้น 3 ครับ

เดี๋ยวเราไปดูที่ชั้น 3 กัน จะสังเกตุได้ว่า ตรงบันไดบ้านทุกส่วนจะติดกระจกบานใหญ่ ช่วยเปิดรับแสงได้ทุกช่วง

ต่อไปเป้นแปลนชั้น 3 ของบ้านครับ แบ่งเป็น 2 ห้องนอน

โถงนั่งเล่นตรงที่พักบันได คล้ายๆ ที่ชั้นสองครับ พื้นที่ตรงนี้ต้องตกแต่งเพิ่มเติมเองนะ

ชั้นบนสุดนี้แบ่งเป็น 2 ห้องนอน เดี่ยวเราไปดูห้องนอนเล็กกันก่อน

ภาพบรรยากาศโดยรวมของห้องนอนเล็กครับ มีห้องน้ำในตัวด้วย

ถึงจะเรียกว่าห้องนอนเล็กแต่พื้นที่ก็ไม่ได้เล็กเลยนะครับ กว้างขวางใช้ได้เลย

วางเตียงไซส์ 5 ฟุตลงไปแล้วยังเหลือที่อีกกว้างให้เดินสบาย

พื้นที่ภายในห้องกว้างมาก กำแพงฝั่งปลายเตียงยัง Built-in ทำตู้เก็บของ และโต๊ะทำงานได้อีก

พื้นที่ติดผนังนี้ Built-in ใช้ประโยชน์ได้อีกเยอะเลยนะครับ แล้วแต่ไอเดียแต่ละคน

อย่างห้องนี้ยังคงเน้นแสงธรรมชาติ มีหน้าต่างอีก 2 บาน แถมวางโต๊ะทำงานไว้มุมนี้พอดีเลย

ฝั่งด้านข้างที่นอนเป็นห้องน้ำครับ

Lay out ในห้องน้ำก็เรียบง่ายครับ วางเรียงกันเป็นแนวเลย

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ามีที่เก็บของด้านล่างด้วย อันนี้ดีมากเลยครับ จะได้มีที่เก็บเครื่องใช้ในห้องน้ำมากขึ้น ข้างกันคือชุดโถสุขภัณฑ์

ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกไว้เป็นสัดส่วนครับ มีเจาะช่องให้วางของได้ด้วย

หน้าตาชุดฝักบัวอาบน้ำครับ และมีตำแหน่งติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้เรียบร้อย

หัวฝักบัวเป็นหัวขนาดใหญ่ครับ พร้อมก๊อกน้ำแบบหัวผสม

พื้นห้องอาบน้ำดร๊อปต่ำลงมาอีกเล็กน้อย

เข้ามาดูห้องนอนใหญ่ของชั้น 3 กันบ้าง ภายในมีบรรยากาศโปร่งสบายดีทีเดียวครับ

เฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง Built-in ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งก็ดูลงตัวมากๆ ครับ

วางเตียงลงไปแล้ว ยังเหลือที่กว้างอยู่ สามารถเลือกว่า Day Bed ได้สบายๆ หรือจะตกแต่งตามแบบตัวอย่างก็ได้

ห้องนอนนี้มีระเบียงในห้องด้วยนะครับ เป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่

กรอบอลูมิเนียมสีขาว พร้อมระบบล็อคแบบ 2 ชั้น เพิ่มความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยครับ

พื้นที่ตรงระเบียงไม่ได้กว้างมากนะครับ เอาไว้ออกไปยืนชมวิวได้สวยๆ

พื้นระเบียงดร๊อปต่ำลงมามากพอสมควรเช่นเคย

ลักษณะพื้นที่ของห้องนี้คล้ายตัว L ครับ มีมุมลึกเข้าไปด้านในอีก

ซึ่งทางโครงการตกแต่งให้เป็นมุมแต่งตัวขนาดใหญ่ ก่อนถึงห้องน้ำครับ

ผนังด้านนึง Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าเต็มพื้นที่ เพิ่มพื้นที่เก็บของได้ถูกใจสาวๆ มาก

ใครชอบตู้แบบนี้ลองดูเป็นไอเดียวได้ครับ มีการแบ่งพื้นที่แขวนเสื้อผ้าได้มากมาย

อีกด้านจะติดเป็นกระจกบานใหญ่ทั้งหมดเลยนะครับ และจัดเป็นมุมแต่งตัว วางโต๊ะเครื่องแป้งให้รับกับแสงธรรมชาติเลย

พื้นที่บริเวณที่แต่งตัวนี้ เพดานสูงโปร่งมากๆ นะครับ ด้านบนยังเพิ่มช่องติดกระจกเปิดรับแสงอีกทาง ไม่สว่างก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว

ส่วนภายในห้องน้ำก็เหมือนกับห้องนอนเล็กเลยครับ อ่างล้างหน้าสเปคเดียวกันเป๊ะ

ก๊อกน้ำเลือกมาได้สวยหรูมีดีไซน์ดีทีเดียว

ชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระครับ

ห้องอาบน้ำกั้นกระจกเทมเปอร์มาให้เช่นกัน พร้อมตำแหน่งติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาแล้วด้วย

ชุดฝักบัวอาบน้ำก็เหมือนกับในห้องนอนเล็กครับ

บริเวณที่อาบน้ำจะต่ำกว่าพื้นห้องน้ำอีกนิดหน่อยนะครับ ส่วนการวางตำแหน่งสุขภัณฑ์ก็เรียงตัวกันเหมือนเดิม

แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย

  • JUST SO    พื้นที่ใช้สอย 270 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 4 ห้องน้า 2 ที่จอดรถ และห้องแม่บ้าน
  • KEEN   พื้นที่ใช้สอย 310 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้า 3 ที่จอดรถ
  • LIVE   พื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้า 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ
  • MOST   พื้นที่ใช้สอย 418 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้า 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ

ถึงแม้ว่าทั้งโครงการจะมีจำนวนบ้านมากถึง 156 หลัง แต่บรรยากาศโดยรวมภายในหมู่บ้านก็เงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัยมากเลยครับ พื้นที่ส่วนกลางก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ลูกบ้านทุกหลังสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ทั้งสระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น และห้องออกกำลังกาย ไม่ต้องกังวลว่านิติบุคคลจะดูแลพื้นที่ส่วนกลางได้ไม่ดีเพราะเราได้เห็นสภาพหมู่บ้านจริงกันก่อนตัดสินใจซื้อ หรือจะลองสอบถามกับลูกบ้านที่อยู่กันมาก่อนแล้วก็ได้ครับว่าสะดวกสบายมากน้อยแค่ไหน อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าใครสนใจโครงการ Nirvana Beyond Lite พระราม 9 หรือว่ากำลังมองหาบ้านเดี่ยวสวยๆ ในย่านนี้อยู่แล้ว ก็ลองแวะไปเยี่ยมชมกันได้ครับ

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888