Tag : Products

48 ผลลัพธ์
สิ้นสุดการรอคอย ขาช้อปแบรนด์เนม “เซ็นทรัล วิลเลจ” พร้อมเปิดบริการ 31 สิงหาคมนี้

สิ้นสุดการรอคอย ขาช้อปแบรนด์เนม “เซ็นทรัล วิลเลจ” พร้อมเปิดบริการ 31 สิงหาคมนี้

ดีเดย์วันที่ 31 สิงหาคม 2562 นี้แล้ว บรรดาขาช้อปแบรนด์เนมทั้งหลาย เตรียมหอบเงินไปช้อปปิ้งได้เลย กับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี่ เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย ที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN พัฒนาขึ้นมาบนพื้นที่ 100 ไร่ พื้นที่โครงการ 40,000 ตารางเมตร ติดสนามบินสุวรรณภูมิ   โครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ ภายใต้การดำเนินงานของ "ซีพีเอ็น" ซึ่งได้ทุ่มเม็ดเงินพัฒนาไปกว่า 5,000 ล้านบาท ถือเป็นโปรเจ็กต์ระดับโลก ที่ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทยสมศักดิ์ศรี Bangkok Luxury Outlet  ภายในโครงการมีแบรนด์ดังระดับอินเตอร์รวมกว่า 130 สโตร์ที่เตรียมทยอยเปิดให้ได้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ  โดยความพิเศษคือมากกว่าครึ่งเป็น First Time Outlet Shop ในประเทศไทย อีกทั้งกว่า 60 แบรนด์ได้เลือกเปิด Exclusive Outlet Store ที่มีเพียงที่เซ็นทรัล วิลเลจ ที่เดียวเท่านั้น   ยกตัวอย่างให้เป็นน้ำจิ้ม สำหรับร้านแบรนด์เนมที่จะมาเปิดให้บริการ  อาทิ CHLOE, CLUB 21 (OUTLET BY CLUB 21), COACH, ERMENEGILDO ZEGNA, KATE SPADE NEW YORK, KENZO, POLO RALPH LAUREN, SALVATORE FERRAGAMO, CALVIN KLEIN JEANS, JIM THOMPSON, L’OREAL LUXE, MAX & CO., MICHAEL KORS, PANDORA, SWAROVSKI, THE COSMETICS COMPANY STORE, VICTORIA’S SECRET งานนี้ขนส่วนลดตั้งแต่ 35-70% ในทุกวัน   ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ของซีพีเอ็น เปิดเผยว่า เซ็นทรัล วิลเลจ บุกเบิกเซ็กเมนต์ใหม่ Luxury Outlet ให้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย ซึ่งซีพีเอ็นตั้งใจสร้าง New Retail Platform นี้ขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างในตลาด โดยสร้างมิติใหม่ให้เอาท์เล็ตเป็น Shopping Destination ที่สื่อถึงความเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก อย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ที่มีเอาท์เล็ตชั้นนำของเอเชีย   ส่วนเซ็นทรัล วิลเลจ ถือเป็น Bangkok Luxury Outlet ที่มีศักยภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าจะดึงดูดทราฟฟิก ได้ 6-10 ล้านคนตลอดทั้งปี แบ่งเป็นตลาด Domestic 65% เน้นไปที่กลุ่ม Young / Mass Affluent ของนักช้อปชาวกรุงเทพฯ และชาวไทยทั่วประเทศ และตลาด International Tourist 35% โดยโฟกัสไปที่กลุ่มที่บินมายังกรุงเทพฯ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นของกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (Middle Class) และกลุ่ม Young Affluent ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จด้วยอายุที่ยังน้อยทั่วโลก มีความชื่นชอบในการซื้อสินค้าแบรนด์เนมในราคาที่คุ้มค่า   นอกจาก จะมีร้านแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกรวมกว่า 130 สโตร์ ยังมีร้านอาหาร, ท็อปส์ มาร์เก็ต, สนามเด็กเล่น และจุดบริการนักท่องเที่ยว อีกทั้งเรายังอำนวย  ความสะดวกในการเดินทางมายังโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยการจัด Shuttle Bus รับส่งใน 3 จุดที่เซ็นทรัลเวิลด์, BTS อุดมสุข และที่จุดขึ้นรถที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ สำหรับใครที่ขับรถ  มาเองก็สะดวกด้วยเส้นทางหลากหลายทั้งทางด่วนและถนนเส้นหลัก นักท่องเที่ยวจึงสามารถแวะช้อปก่อนหรือหลังเดินทางไปสนามบินได้ง่าย     สำหรับการเดินทางมายังเซ็นทรัล วิลเลจ สามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยเส้นทางต่างๆ ดังนี้ บริการฟรีรถรับส่ง  (Free Shuttle Bus) จากเซ็นทรัลเวิลด์วันละ 3 รอบ คือ 11.00 น. – 15.00 น. และ 19.00 น. ใช้บริการขนส่งสาธารณะ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอุดมสุข ใช้ทางออก 1-3-5 แล้วต่อ Free Shuttle Bus มายังโครงการ หรือ เดินทางด้วย Airport Link ลงที่สถานีสุวรรณภูมิ จากนั้นมายังจุดจอดรถ Shuttle Bus ที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางต่อมายังโครงการ จับมือ GRAB จัดโปรโมชั่น เพื่อรับส่วนลดการเดินทางมายังโครงการ ใช้รถยนต์ส่วนตัว เดินทางมุ่งหน้ายังสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทั้งจากถนนมอเตอร์เวย์และบางนาตราด โดยโครงการจัดเตรียมที่จอดรถไว้กว่า 1,500 คัน   นอกจากนี้ ซีพีเอ็นยังวางแผนโปรโมทแบรนด์ไทย สร้างสรรค์ Thai Pavilion มหกรรมงานแสดงสินค้าภูมิปัญญาไทยผสานศิลปะร่วมสมัยในมาตรฐานระดับโลก โดยจับมือกับภาครัฐนำโดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือ DIT จัดอีเว้นต์ธีมโมเดิร์นไทย ประกอบด้วยสินค้าแนวของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึก เช่น สบู่แกะสลัก ขนมไทย ตุ๊กตาหัวโขน กระเป๋าผ้ามัดย้อม และสินค้าแฟชั่นผสานอินโนเวชั่นจากทั่วประเทศ  
สรุปข่าวอสังหาฯ​ รอบสัปดาห์ วันที่ 12-18 สิงหาคม  2562

สรุปข่าวอสังหาฯ​ รอบสัปดาห์ วันที่ 12-18 สิงหาคม 2562

เริ่มต้นสัปดาห์หลังจากพักผ่อนยาว เนื่องจากเทศกาลวันแม่ 12 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ข่าวความเคลื่อนไหวในแวดวงอสังหาริทรัพย์ก็คึกคัก กับการออกมาประกาศผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ที่เป็นไปตามคาดการณ์ของหลายๆ ฝ่าย คือ ตลาดอสังหาฯ​ จะชะลอตัวลง จากมาตารการควบคุมวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์  หรือ LTV ที่แบงก์ชาติ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา แต่หลายบริษัทผลประกอบการก็ยังปิดลงได้สวย ไม่ถึงกับแย่งมากนัก สามารถประคับประครองให้ธุรกิจยังไปต่อได้   ++พฤกษา รายได้+กำไรQ2ติดลบ   นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 เป็นไปตามที่คาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลง โดยมียอดขาย 12,277 ล้านบาท เติบโต 5.1% มีรายได้ 7,781 ล้านบาท ลดลง 28.1% และมีกำไรสุทธิ 933 ล้านบาท ลดลง 44.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  แต่จากผลประกอบการในไตรมาสแรกที่ทำไว้ดี  จึงส่งผลให้ภาพรวมของผลประกอบการในครึ่งปีแรกยังคงเติบโตได้ดี  โดยมีรายได้รวม 19,662 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3% ทำกำไรได้อยู่ที่ 2,618 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายอยู่ที่ 23,368 ล้านบาท  บริษัท ยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 36,938 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้อยู่ที่ 17,435 ล้านบาท และจากผลการดำเนินงานที่ยังเติบโตในช่วงครึ่งปีแรก พฤกษาจึงได้มีการพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลประจำปี 2562 ให้กับผู้ถือหุ้นได้ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท   ++เปิดชมห้องตัวอย่าง เดอะเรสซิเดนซ์ฯ      นายคีรินทร์ ชูธรรมสถิตย์ ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจงานอสังหาริมทรัพย์และบริการ  บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า  บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป จับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันเพื่อพัฒนาโครงการเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ   ห้องชุดพักอาศัยสุดหรูริมแม่น้ำที่ตกแต่งอย่างหรูหราเหนือระดับจำนวน 146 ยูนิต โดยมีทั้งแบบ 2 และ 3 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 130 – 230 ตารางเมตร รวมถึงห้องเพนท์เฮาส์และดูเพล็กซ์เพนท์เฮาส์ขนาด 380 – 710 ตารางเมตร พร้อมลิฟต์ส่วนตัว เพดานห้องโปร่งสบายด้วยความสุงถึง 3.2 เมตร และมอบพื้นที่พักผ่อนสำหรับผู้พักอาศัยที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการห้องชุดชั้นนำแห่งอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ โดยล่าสุดได้เปิดให้ชมห้องตัวอย่างอย่างเป็นทางการ ซึ่งโครงการสามารถขายได้แล้วกว่า 85%   ++ศุภาลัย ลุยเปิดโปรเจ็กต์ครึ่งปีหลัง 2 หมื่นล้าน     นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง แผนงานในครึ่งปีหลังว่า บริษัทฯ เร่งรุกตลาดอสังหาฯ โดยเดินหน้าแผนงานเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม รวม 21 โครงการ มูลค่ากว่า 20,240 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค   โดยเชื่อว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ที่ 35,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยสำคัญในเชิงบวก อย่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งล่าสุดก็มีการประกาศแผนนโยบายที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขยายเส้นทางระบบการคมนาคมในปัจจุบัน  อาทิ รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน บางซื่อ – หลักสอง ที่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนนี้  รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่จะเปิดให้บริการ สถานีห้าแยกลาดพร้าว อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมเช่นเดียวกัน รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหลายเส้นทาง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตขึ้นในอนาคต เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้   จะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง   ++‘เซ็นทรัล ลาดพร้าว’ เปิดทางเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว      ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ซีพีเอ็น เปิดเผยว่า   รฟม. ได้อนุมัติการก่อสร้างทางเดินเชื่อมยกระดับ (Skywalk) เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีห้าแยกลาดพร้าว และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินสถานีพหลโยธิน รวมประมาณ 200 เมตร เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มที่นั้น นับเป็นการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทุกระนาบ ทั้งใต้ดิน บนดิน และลอยฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาตให้สร้างทางเดินเชื่อมจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว (N9) เข้าสู่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวถึง 2 จุด   ++อิมแพ็ค จัดงาน INTERMAT ASEAN และ CONCRETE ASIA 2019     นางสาววาทินี สายทอง ผู้จัดการโครงการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า อิมแพ็ค ร่วมมือกับหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ เป็นต้น จัดงาน INTERMAT ASEAN และงาน CONCRETE ASIA งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ ด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีคอนกรีตระดับภูมิภาค เพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาตร์ชาติในด้านการก่อสร้าง โดยรวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 300 แบรนด์มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 5 -7 กันยายน 2562 อาคาร 9 – 10 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมทั้งกิจกรรมเจรจาธุรกิจกว่า 450 นัดหมาย อัดแน่นด้วยสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของประเทศไทย และการสาธิตเทคโนโลยีใหม่ คาดดึงบุคคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมกว่า 5,000 ราย   ++SCG EXPRESS เปิดตัวมาสคอตใหม่ล่าสุด       นายไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัทเอสซีจี ยามาโตะ เอ็กซ์เพรส จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวมาสคอตใหม่ล่าสุด “น้องเปียกปูน” และ “น้องใบตอง” ที่ออกแบบโดย คุณตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร ศิลปินวาดภาพประกอบแถวหน้าของประเทศไทย และเป็นเจ้าของคาแร็กเตอร์การ์ตูน "น้องมะม่วง" ที่โด่งดังทั้งใประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น สะท้อนภาพลักษณ์ของเอสซีจี เอ็กซ์เพรส สู่คาแร็กเตอร์มาสคอตตัวใหม่ นำเสนอการส่งมอบความสุขพร้อมคุณภาพในการให้บริการการจัดส่งพัสดุตรงตามเวลาและการดูแลพัสดุอย่างดีรวมถึงการบริการที่เป็นมิตรและเอาใจใส่ของพนักงานตอกย้ำสโลแกน “Deliver Your Happiness”   ++Q-CON ลุยตลาดอิฐมวลเบา    นายกิตติ สุนทรมโนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน)  ผู้ผลิตคอนกรีตมวลเบา ภายใต้แบรนด์สินค้า Q-CON ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในเครือเอสซีจี เปิดเผยว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายหลังจากครบรอบ 25 ปี บริษัทจะเดินหน้าชูกลยุทธ์ “Q Solution” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการลูกค้า เน้นเรื่อง Customer Centric จึงผลักดัน Q Solution ตอบโจทย์ลูกค้ายุคแรงงานขาดแคลน และต้องการความเร็วในการก่อสร้าง อาทิ   Q Panel ระบบผนังกันความร้อนครบวงจร ระบบ Q Network และ Q Kitchen ครัวปูนทันสมัย พร้อมการบริการติดตั้งครบวงจร เป็นต้น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)   ก่อนหมดสัปดาห์.... ก่อนหมดสัปดาห์  ดูเหมือนว่าตลาดอสังหาฯ​ จะมีตัวช่วยที่เป็นข่าวดีเข้ามากระตุ้นให้ตลาดคึกคักขึ้นบ้าง เมื่อแบงก์ชาติผ่อนปรนเกณฑ์ LTV กับผู้กู้ร่วม  และบรรดาแบงก์ต่างๆ ออกมาประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้กันแทบทุกราย เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับคนจะกู้เงิน เพราะแบกรับภาะดอกเบี้ยที่ลดลง ไม่รู้ว่าสองเรื่องนี้จะพอเยียวยาอาการซึมๆ ของตลาดอสังหาฯ​ ได้แค่ไหน เราคงต้องจับตาทิศทางของรัฐบาลกันต่อไปว่าจะเอายังไงกันต่อในช่วงครึ่งปีหลังนี้  
[PR News] อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์  โชว์กำไร  Q2 โต 20% แม้ยอดขายลด

[PR News] อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โชว์กำไร Q2 โต 20% แม้ยอดขายลด

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ทำกำไรสุทธิโต 20% แม้ยอดขายลด เหตุได้อานิสงค์จากค่าเช่าเพิ่ม พร้อมเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่องทั้งในไทยและขายแฟรนไชส์ในเวียดนาม   นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2562 (เมษายน – มิถุนายน) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 (มกราคม – มีนาคม) ที่มีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,426 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 ที่มีรายได้รวม 2,446 ล้านบาท โดยปัจจัยที่กำไรสุทธิไตรมาสนี้สูงกว่าไตรมาสก่อน เนื่องจาก ILM มีรายได้ค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น บวกกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุนโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)   ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปีนี้ มีกำไรสุทธิ 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 202 ล้านบาท ถึงแม้รายได้รวมอยู่ที่ 4,872 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,890 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า  อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังสามารถทำกำไรสุทธิได้เพิ่มขึ้น   โดยภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ILM ได้เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ ล่าสุด ILM ได้เปิดให้บริการร้าน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาจันทบุรี อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการค้าชายชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง   นอกจากนี้ยังได้เตรียมเปิดร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก (COCO) Winner Furniture Center ที่ราชบุรี ภายในเดือนสิงหาคม 2562 นี้  รวมทั้งมีแผนเปิดแฟรนไชส์ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ที่ประเทศเวียดนาม ภายในไตรมาส 3 ของปี 2562 นี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของ ILM ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้เป็นต้นไป   ทั้งนี้ ปัจจุบันจังหวัดจันทบุรีถือเป็นหนึ่งในจังหวัดเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ที่มีรายได้จากภาคการเกษตร สินค้า อัญมณี ท่องเที่ยว และประมง และในอนาคตภาครัฐจะมีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ชุมทางศรีราชา ระยอง และมาบตาพุด ระยอง จันทบุรี ตราด คลองใหญ่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของเมืองโดยรอบสถานีรถไฟและเกิดความต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเพื่อการตกแต่งและปรับปรุงที่อยู่อาศัย
เปิด 4 กลยุทธ์การเติบโตของ “Q-CON” ในภาวะตลาดอิฐมวลเบาทรงตัว

เปิด 4 กลยุทธ์การเติบโตของ “Q-CON” ในภาวะตลาดอิฐมวลเบาทรงตัว

ปัจจุบันตลาดอิฐมวลเบามีผู้เล่นหลักๆ 6-7 ราย ซึ่งมีโรงงานผลิตรวมกันปีละกว่า 50 ล้านตารางเมตร มีการใช้งานปีละ 60-65% ของกำลังการผลิต หรือมีปริมาณการใช้ 30-40 ล้านตารางเมตร ซึ่งปริมาณการใช้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นใน เพราะการผลิตอิฐมอนมีน้อยลง เนื่องจากต้นทุนแรงงานและเชื้อเพลิงสูงขึ้น  แต่จากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้ปริมาณการใช้อยู่ในภาวะทรงตัว หรือแม้แต่ในปีนี้แนวโน้มสภาพเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ภาพรวมตลาดก็น่าจะยังคงทรงตัวต่อเนื่อง แต่ในเชิงมูลค่าน่าจะยังเติบโตได้  ซึ่งครึ่งปีแรกเติบโตอยู่ประมาณ 6-7%   สำหรับอิฐมวลเบาแบรนด์ Q-CON ของบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในเครือเอสซีจี ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก ยังคงเติบโตได้ท่ามกลางตลาดที่ทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีรายได้ 1,032.9 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงกว่าเป้าหมายว่าปีนี้จะเติบโต 10% และมีผลกำไรครึ่งปีแรก 86.90 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตสูงถึง 393%   นายกิติ สุนทรมโนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 42-43% หรือมียอดขาย 1,800 ล้านบาท มีกำลังการผลิตรวมจาก 5 โรงงาน 20.8 ล้านตารางเมตร ปัจจุบันผลิตอยู่ประมาณ 80-85% ของกำลังการผลิตโดยรวม ซึ่งทิศทางธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะทำผลประกอบการสูงกว่าเป้าหมาย  แม้ว่าภาพรวมตลาดจะทรงตัวก็ตาม   สำหรับกลยุทธ์สร้างการเติบโตของแบรนด์ Q-CON ในปีนี้ คือ   1.การขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มตลาดใหม่อย่างประเทศอินเดีย  รวมถึงการผลักดันสินค้า Q Panel ออกสู่ตลาดต่างประเทศ   เช่น ออสเตรเลีย สปป.ลาว กัมพูชา และมัลดีฟส์ เป็นต้น   2.การขยายตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรแนวราบ  เพื่อสร้างการเติบโตตามตลาดอสังหาริมรัพย์ โดยทำตลาดกับดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ อาทิ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน)  ซึ่งปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 20-25%   3.การใช้กลยุทธ์ “Q Solution” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการลูกค้า เน้นเรื่อง Customer Centric ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ Q Panel ระบบผนังกันความร้อนครบวงจร  ระบบ Q Network เครือข่ายทีมช่างที่มีประสบการณ์ พร้อมให้บริการติดตั้งแก่ลูกค้าทั่วประเทศที่ไม่มีแรงงาน   นอกจากนี้ Q-CON ยังมี Solution อื่นๆ อีก เช่น Q Kitchen ครัวปูนทันสมัย ดีไซน์สวย และมีโครงสร้างเสริมเหล็ก High Strength ที่แข็งแรงได้มาตรฐาน พร้อมการบริการติดตั้งครบวงจร โดยใช้เวลาติดตั้งเพียงไม่กี่วัน Q Stair ระบบบันไดที่แข็งแรง  ช่วยลดต้นทุน และลดเวลาการทำงานของลูกค้า Q Sound Barrier ระบบผนังกันเสียงที่ช่วยป้องกันเสียงดังจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี เช่น ผนังกันเสียงริมทางหลวงแผ่นดิน รั้วหมู่บ้าน รั้วโรงงาน และรั้วคอนโด   4.การจัดกิจกรรมครบรอบ 25 ปี อาทิ จัดแต่ง Display ร้านค้าทั่วประเทศที่จำหน่ายสินค้า Q-CON  จัดโปรแกรมส่งเสริมการขายพิเศษสำหรับผู้แทนจำหน่าย จัดกิจกรรมสัมมนานวัตกรรมคอนกรีตมวลเบาแก่สถาปนิก วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และผู้รับเหมา และยังมีโครงการ Q-CON CSR 25 ปี เป็นต้น ซึ่งแต่ละปีบริษัทจะใช้งบประมาณการตลาดสัดส่วนไม่เกิน 3%        
บี.เอฟ.เอ็ม. จับมือ มิตซูบิชิ เคมิคอล เปิดตัว ALPOLIC A2 แผ่นอลูมิเนียมไส้กลางกันไฟ

บี.เอฟ.เอ็ม. จับมือ มิตซูบิชิ เคมิคอล เปิดตัว ALPOLIC A2 แผ่นอลูมิเนียมไส้กลางกันไฟ

บี.เอฟ.เอ็ม. ตัวแทนจำหน่ายวัสดุตกตแ่งอาคารเกรดพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือกับ มิตซูบิชิ เคมิคอล ประเทศญี่ปุ่น ประกาศรุกธุรกิจ พร้อมเปิดตัว ALPOLIC A2 (อัลโพลิค เอ2) แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมาตรฐานใหม่ ปลอดภัยต่อกรณีเกิดไฟไหม้อาคารยิ่งขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรก หลังครองเจ้าตลาดในไทยมานานกว่า 20 ปี   นายกศิปัญญ์ ศิริธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.เอฟ.เอ็ม. (BFM) จำกัด เปิดเผยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมาตรฐานใหม่ว่า เหตุการณ์อัคคีภัยในอาคารสูงหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งในและต่างประเทศ หลายครั้งพบสาเหตุเกิดจากการใช้วัสดุลามไฟ เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในบางกรณีก็ยากที่จะประเมินมูลค่าการสูญเสีย ด้วยเหตุดังกล่าว BFM ที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายวัสดุตกแต่งอาคารเกรดพรีเมียมมายาวนานกว่า 20 ปี จึงได้มีการร่วมมือกับ มิตซูบิชิ เคมิคอล ประเทศญี่ปุ่น นำเข้าเปิดตัว อัลโพลิค คลาส เอ2 (ALPOLIC A2) แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟมาตรฐานใหม่สู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ     ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมคอมโพสิทในบ้านเราที่ใช้กันทั่วไปมักจะเป็นแบบไส้กลาง Polyethylene (PE) ซึ่งเป็นพลาสติกที่ไฟติดได้ง่ายมาก หากเกิดเพลิงไหม้ก็จะลุกลามสร้างความเสียหายได้เป็นวงกว้าง แต่มีราคาต่ำกว่าพันบาท/ตารางเมตร ขณะที่แบบไส้กลางเป็นพลาสติกกันไฟ Non-Combustible MiniralFiledd Core (FR) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท/ตารางเมตร ส่วน ALPOLIC A2 จะมีราคาเพิ่มจากตัว FR ประมาณ 20% ไม่เกิน 1,500 บาท/ตารางเมตร แต่จะได้คุณภาพที่ดีกว่ามาก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่คายความร้อน อุณหภูมิจากการเผาไหม้และควันพิษน้อยกว่า โดยบริษัทจะนำผลิตภัณฑ์เข้ามาจากญี่ปุ่นโดยตรง เพื่อเป็นการยกระดับความปลอดภัยให้ทัดเทียมสากล   มูลค่าตลาดวัสดุอลูมิเนียมคอมโพสิทในประเทศไทยนั้นมีมากกว่า 2,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมีการใช้วัสดุกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะตามเมกะโปรเจ็คต์ขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งสนามบิน สถานีรถไฟฟ้า และรถไฟความเร็วสูงในอนาคต รวมถึงอาคาร Mixed use ขนาดใหญ่ของภาคเอกชน โดยตั้งเป้าในปีนี้คาดว่าเติบโตประมาณ 5-10% และระยะยาวในปีพ.ศ.2562-2563 ประมาณ 400,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นยอดขายผลิตภัณฑ์ คลาส เอ2 10% และ FR 90%  ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต แต่ประเทศไทยยังคงไม่มีมาตรการด้านกฏหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้ ควบคุม และตรวจสอบความปลอดภัยของวัสดุประเภทนี้อย่างจริงจัง เหมือนเช่นประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่กำหนดให้ผู้นำเข้าและผู้ผลิตต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล        
COTTO LIFE โลกของกระเบื้องที่ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นๆ

COTTO LIFE โลกของกระเบื้องที่ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นๆ

สร้างบ้านสักหลังว่ายากแล้ว การตกแต่งภายในนั้นยากและเสียเวลายิ่งกว่า ว่ากันแค่เรื่องของกระเบื้อง ก็คิดกันหนักแล้วว่าควรจะเลือกชนิดไหนให้เข้ากับห้อง ใช้ลวดลายอะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว นี่ยังไม่นับ การติดต่อช่างผู้รับเหมาฝีมือดี ไม่ทิ้งงานอีก สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหาเลยคะ ถ้าได้รู้จักกับโลกของกระเบื้องอย่าง COTTO LIFE  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร SCG Experience ที่ Crystal Design Center เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา   ทีมงาน Reviewyourliving ได้มีโอกาสไปเดินชม COTTO LIFE บนพื้นที่ 1,300 ตารางเมตร ที่เพิ่งจะปรับปรุง กันไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาคะ ที่นี่มีหลากหลายเรื่องราวของกระเบื้องที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อนักออกแบบ สถาปนิก ไปจนถึงกลุ่มคนรักบ้านจะต้องเดินชมกันเพลินแน่นอนคะ โดยที่ชั้น 2 ของ SCG Experience แห่งนี้จะเป็น COTTO LIFE ทั้งชั้น ซึ่งจะมีทั้ง กระเบื้องทั้งนำเข้า และผลิตในประเทศ รวมถึงสุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำหลากหลายชนิด แต่ครั้งนี้เราจะโฟกัสกันที่เรื่องของ กระเบื้องคะ เริ่มกันที่ฝั่งของกระเบื้องนำเข้า Italia Collection ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็น Exclusive Products ของ COTTO ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง COTTO กับ บริษัท ฟลอริม เซรามิเช่ เอส.พี.เอ. จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำ จากประเทศอิตาลี ร่วมกันออกแบบ วิจัยและพัฒนาสินค้าพร้อมอาศัยเทคโนโลยีและฐาน การผลิต เพื่อออกมาเป็น กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain) อิตาลีแท้ 100% โดยมุ่งจับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก นักออกแบบ ซึ่งเรามักจะเห็น เข้าไปอยู่ในโปรเจคใหญ่ๆ อย่างห้างสรรพสินค้า โรงแรม สปา ร้านอาหาร หรือแม้แต่ ในบ้านของคุณเองในจุดที่อยากให้เป็นไฮไลท์พิเศษของบ้าน     ด้วยความที่ Italia Collection ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของธรรมชาติจริง เน้นลวดลายตามแบบธรรมชาติไม้ จากต่างประเทศ รวมถึงลายหิน หินอ่อน ลายไม้ อย่างกระเบื้องลายไม้โอ๊ค ก็จะมีมีความเป็นโอ๊คที่แตกต่างกัน ในแต่ละลักษณะของป่า ช่วงฤดูการเติบโต และไม่ใช่แค่เรื่องของลวดลาย แต่จะได้ผิวสัมผัสที่เลียนแบบลายไม้จริงด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้อารมณ์เหมือนอยู่กับธรรมชาติมากที่สุด   กระเบื้องลายหินอ่อน Grande Collection เป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างมีความเป็น Exclusive ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็น Limited Collection ลายหินอ่อน เพราะการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติจริง ซึ่งหาได้ยากแล้ว โดยลวดลายที่เห็นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ตายตัว โดยพัฒนาจากอิตาลี ด้วยเทคโนโลยี Continue af plus ที่ทำให้ลายหินร้อยเรียงต่อกันอย่าง Smooth ที่สุด เหมาะสำหรับใครที่อยากได้ผนังสักด้านที่เป็นไฮไลท์ ดูโดดเด่นขึ้นมา หรือจะทำเป็น Top เคาน์เตอร์ แม้กระทั่งกรุฟาซาดภายนอก   คุณสมบัติ น้ำหนักเบา แผ่นใหญ่พิเศษ โดยมีไซส์ใหญ่ที่สุด 1.6*3.2 สามารถปูได้อย่างไร้รอยต่อ ดูดซึมน้ำค่อนข้างต่ำมาก ทำให้ไม่สะสมคราบ ไม่เกิดเชื้อรา ทำความสะอาดง่าย ทนต่อการกัดกร่อน ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญคือ มีความทนทานมากกว่าหินจากธรรมชาติ     Texture ไม่เหมือนใครด้วย Espanya Collection ดีไซน์และผลิตจากสเปน จะได้เบจแบบ Earth Tone แต่จะมีความแตกต่างด้วยการเน้น Texture มีให้เลือก 6-8 ลาย เน้นการใช้งาน Outdoor   GEOLUXE เมื่อหินจากธรรมชาติเริ่มหาได้ยากเต็มที ประกอบกับการหันมาใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเกิดเป็นหิน Pyrolytic Stone ที่พัฒนามาจากการวิจัยใน Lab ซึ่ง Built มาทั้งชิ้น เนื้อเดียวกันทั้งหมด ทำให้ได้หินแผ่นใหญ่ มีความหนา 10-12 มม. น้ำหนักมาก ทนการถูกกระแทกหนักๆได้ดี และทนความร้อนสูง จึงนิยมนำมาเป็น Top ครัว แต่ต้องวางอยู่บนเคาน์เตอร์ที่มีฐานแข็งแรง แน่นหนาตามไปด้วย และทั้งแผ่นจะโชว์ให้เห็นลวดลายเส้นสาย ของแร่หินที่สั่งสมกว่าพันปี จนกลายเป็นหินแผ่นใหญ่ แต่สามารถสั่งตามขนาดที่ต้องการได้   โซน Italia Collection นี้ เหมาะกับงานสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย แต่โดดเด่น ล้ำสมัย ซึ่งก็ตรงตามความต้องการของ COTTO เอง ที่ตั้งใจเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น   COTTO Collection มาถึงโซนของ COTTO ที่ผลิตเองในประเทศ ราคาก็จับต้องได้ง่ายขึ้น แต่คุณภาพยังคงไม่ลดน้อยลงไปกว่ากันเท่าไรนัก เพราะยังคงเน้นคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี ทนทานต่อการเสียดสีและขูดขีด เนื้อสีขาว เนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น รองรับการทุกใช้งานพื้น ผนัง ทั้งนอกบ้านและในบ้าน มีให้เลือกมากกว่า 80 ซีรี่ย์ ในเรื่องของลวดลายกระเบื้อง พยายามตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่โหยหายความเป็นธรรมชาติย่งขึ้น ซึ่งเทรนด์ ลายตามธรรมชาติได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเลียนแบบลายไม้ ลายหินพื้นถิ่นในบ้านเรา ให้สัมผัสต่างกันออกไป   กระเบื้องโมเสก  ระยะหลังมานี้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งคะ ส่วนใหญ่เราจะเห็นการใช้ตกแต่ง ในร้านคาเฟ่กันเยอะขึ้น ด้วยความที่เป็นกระเบื้องชิ้นเล็กจึงสามารถเข้าไปอยู่ได้ในทุกพื้นที่ เน้นไปที่การตกแต่งเพิ่มสีสัน แต่เนื้อกระเบื้องจะเหมือนกับกระเบื้องแผ่นใหญ่ รวมถึงคุณสมบัติในการใช้งานได้ทั้งภายนอกและภายในเช่นกัน   นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์สวยงาม ดูทันสมัยแล้ว เรื่องการบริการก็สำคัญไม่แพ้กันคะ เพราะ COTTO LIFE มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำทั้งเรื่องการออกแบบด้วยโปรแกรม 3D ของทีม Creative Designer ให้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจ บริการติดตั้ง Tile Installation Service ไปจนถึงการรับประกันยาวนาน ด้วยตัวผลิตภัณฑ์เอง ที่มีความโดนเด่นเฉพาะตัว แตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป จึงจำเป็นต้องใช้ช่าง ที่มีความชำนาญเฉพาะ รวมถึงอุปกรณ์พิเศษในการติดตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดกับบ้านของคุณ   แม้ว่าที่ COTTO LIFE แห่งนี้จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสสินค้าจริง แต่ถ้าไม่สะดวกเดินทางมาล่ะก็ เขามีบริการ ซื้อผ่านออนไลน์ได้ และยังบริการส่งฟรีถึงบ้านอีกด้วยคะ    
“คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” กับ 18 เมนูใหม่ พร้อมของสะสมสุดพิเศษ

“คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” กับ 18 เมนูใหม่ พร้อมของสะสมสุดพิเศษ

ใครเป็นแฟนอะนิเมชั่นสุดอมตะอย่างโคนันจะต้องฟินกันอีกครั้งกับการกลับมาอีกครั้งของ “คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” (Detective Conan Cafe 2019) ณ ร้าน เบค อะ วิช (Bake A Wish) ชั้น G ของสยามเซ็นเตอร์ เป็นปีที่ 2 แล้วนะคะ ครั้งนี้มาพร้อมกับ 18 เมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ พร้อมของสะสมโคนันลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านเท่านั้น แต่จะมีอะไรกันบ้าง Reviewyourliving ได้เก็บภาพมาฝากกันค่ะ   คอนเซ็ปต์ของทั้ง 18 เมนู ถูกคิดขึ้นมาตามธีมของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ตอน: ศึกชิงอัญมณีสีคราม (Detective Conan The Movie 23: The Fist of Blue Sapphire) ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในไทยเร็วๆ นี้ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Bake A Wish กับ PARCO (สิงคโปร์) ให้เป็นผู้พัฒนาคอนเซ็ปต์ และดำเนินการรังสรรค์เมนูต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งจะใช้การผสมผสานระหว่างวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย กับวัฒนธรรมป๊อปอะนิเมะของญี่ปุ่น ในราคาตั้งแต่ 180-350 บาท    อาหาร 6 เมนู ไก่กะรัต อาเกะอัญมณีสีคราม เฟรนช์ฟรายส์กับรอยยิ้มลึกลับ ข้าวแกงเขียวหวานแคปซูลยา เรโทร นโปลิตัน พาสต้า จากคาเฟ่ปัวโรต์ ศึกแห่งเบอร์เกอร์ จอมโจรคิด ปะทะเคียวโกขุ ข้าวห่อไข่ในคืนวันเพ็ญ จอมโจรคิด (แถมโปสการ์ดเป็นลายใน Movie Scene)    ขนมหวาน 4 เมนู พาร์เฟ่ต์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (แถมพวงกุญแจอะคริลิคลายโคนัน) ชินอิจิ&รัน ของหวานแห่งรัก มายากลของหวานของจอมโจรคิด  ยินดีต้อนรับสู่การ์เด้นซิตี้วาฟเฟิล (แถมโปสการ์ด)   เครื่องดื่ม 4 เมนู  ใครที่สั่งเมนูเครื่องดื่มใดก็ตามจะได้รับแผ่นรองแก้วลายลิมิเต็ดฟรี  โคนันฮอตลาเต้ ลายบนตัวลาเต้จะไม่สามารถเลือกลายได้นะคะ เพราะจะสุ่มตัวละครจากทั้งหมด 6 ลาย   สิงคโปร์ บลู พาราไดซ์ จิงเจอร์เอลของโคโกโร่ ตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ ใครที่สั่งเมนูนี้ก็สามารถถือขวดกลับบ้านได้เลยค่ะ อัญมณีสีครามในน้ำแอปเปิ้ลโซดา เมนูเครื่องดื่มที่มาพร้อมขวดลายพิเศษเฉพาะปี 2019 สามารถถือกลับบ้านได้เลยเช่นกัน     4 เมนูสำหรับ Takeaway  ใครที่ไม่ได้มีโอกาสมาที่สาขาสยามก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปนะคะ เพราะจะมีทั้ง 4 เมนูนี้วางจำหน่ายที่ร้าน Bake A Wish กว่า 14 สาขาทั่วประเทศ  เค้กกาแล็กซี่จอมโจรคิด  เซ็ท สารพัดเค้กยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เลม่อนพายของชินอิจิ&รัน คุ้กกี้รูปไพ่ของจอมโจรคิด    นอกจากนี้ยังมีของสะสมโคนันลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น และสินค้าที่ระลึกสุดพิเศษจากภาพพยนตร์วางจำหน่ายเฉพาะที่นี่เท่านั้น พร้อมสนุกไปกับเกม Walk Rally ในธีมยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน The Phantom Quest ซึ่งจะเปิดให้เล่นระหว่างวันที่ 1–18 สิงหาคม 2562       สุดท้ายของความพิเศษค่ะ ถ้าใครที่อยากจะนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่บีทีเอสสถานีสยาม เพื่อมาที่ร้านก็อย่าลืมลองหาบัตรโดยสารแรบบิท ลายยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษรับชูครีมที่ทำสดใหม่ทุกวัน ฟรี 1 ชิ้น จากร้าน Bake A Wish สาขาสยามเซ็นเตอร์ (จำกัด 1 ชิ้น/วัน/หมายเลขบัตรแรบบิท) ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม-15 กันยายน 2562 นี้   เห็นแบบนี้แล้วคงจะอยากไปสัมผัสกันด้วยตัวเองใช่ไหมล่ะคะ ฉะนั้นอย่าชะล่าใจไปเชียว เพราะ “คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” จะเปิดให้ฟินกันเพียง 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2562 นี้        
SIRI ผนึก 3 พันธมิตร สานต่อ Green Mission ผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์จากขวดพลากสติก

SIRI ผนึก 3 พันธมิตร สานต่อ Green Mission ผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์จากขวดพลากสติก

หนึ่งในภารกิจสำคัญของ SIRI หรือบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เรื่อง Green Mission คือ การลดปริมาณขยะ หรือ  Waste Management ทั้งในพื้นที่โครงการก่อสร้าง และภายในโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะ หรือการลดปริมาณวัสดุที่จะก่อให้เกิดขยะ   ไม่เพียงแต่เรื่องของการลดปริมาณขยะเท่านั้น แต่แสนสิริพยายามต่อยอดแนวความคิดของ Green Mission ไปสู่เรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการนำเอาขยะมารีไซเคิล และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น ด้วยการพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ ตามแนวคิด Upcycling  ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC แบรนด์พาซาญ่า (PASAYA) และเอสบี เฟอร์นิเจอร์ ร่วมกันผลิตเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน เพื่อนำมาใช้ภายในโครงการของแสนสิริ   ความร่วมมือกันดังกล่าว เบื้องต้นจะมีการผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์  ได้แก่ โซฟา ปลอกหมอนอิง และผ้าม่าน จากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งเป็นเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งนำเอาขวดพลาสติกใส (PET) ที่ไม่ใช้งานแล้วมาเป็นวัตถุดิบผลิตเส้นด้าย ทำให้มีคุณสมบัติกันน้ำ น้ำมันซึม ป้องกันฝุ่นฝังในตัวผ้า ซึ่งชุดเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวจะถูกนำเอามาใช้ในห้องตัวอย่างของโครงการแสนสิริกว่า 30 โครงการ นายอุทัย อุทัยแสนสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ แสนสิริ เปิดเผยว่า  นอกจากการนำเอาชุดเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวมาใช้ภายห้องตัวอย่างภายในโครงการของบริษัทแล้ว ยังวางแผนจะผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับลูกบ้านของแสนสิริที่สนใจนำเอาเฟอร์นิเจอร์ไปใช้  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา  แต่เบื้องต้นราคาสินค้าจะสูงกว่าปกติทั่วไป  เนื่องจากต้นทุนวัสดุสำหรับการผลิตสินค้าสูงกว่าวัสดุทั่วไป 10-20%   สำหรับรายละเอียดสินค้าที่ผลิตร่วมกัน ประกอบด้วย โซฟารุ่น Sofa Maoro Limited จากขวดพลาสติกเหลือใช้กว่า 500 ขวด ถูกนำมาแปรรูปเป็นเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เพื่อนำมาใช้เป็นเส้นยืนในการผลิตผ้าบุโซฟา โดย PASAYA เป็นสีเทา BELUGA เพิ่มความเรียบหรู คลาสสิก สามารถเข้ากับการตกแต่งได้เกือบทุกรูปแบบ และนำมาตกแต่งโซฟารักษ์โลก SB Furniture เพิ่มความโดดเด่นของรูปทรงที่มีเส้นสายสไตล์โมเดิร์นที่เฉียบขาด   ผ้าม่าน PASAYA รุ่น JUPITER ผ้าม่านรักษ์โลกที่ออกแบบและผลิตขึ้นด้วยเทคนิคเฉพาะตัวของ PASAYA โดยนำเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET มาถักทอเป็นเส้นยืนในการผลิตผ้าม่านด้วยลวดลายพิเศษรุ่น JUPITER ในโทนสีเทา-น้ำตาล แบบ Shadow ที่สร้างความรู้สึกถึงผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศให้กับห้องได้อย่างลงตัว ช่วยลดปริมาณขวดพลาสติกบนโลกได้มากกว่า 500 ขวด   ปลอกหมอนอิงรุ่น TETRA ขนาด 18 นิ้ว จาก PASAYA  ปลอกหมอนอิงสีขาว-ดำ BLACK WHITE ขนาด 18 นิ้ว แปรรูปจากขวดพลาสติกเหลือใช้ 12 ขวดต่อปลอกหมอน 1 ใบ กลายเป็นเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิล ที่นำมาใช้เป็นเส้นยืนในการถักทอผ้าตกแต่งบ้าน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ลายผ้าและตัดเย็บอย่างประณีตโดย PASAYA เมื่อจับคู่กับโซฟา MAORO ยิ่งช่วยเพิ่มดีเทลให้ชุดโซฟาที่เรียบหรูดูไม่ธรรมดาอีกต่อไป     ปลอกหมอนอิงรุ่น REPP ขนาด 15 นิ้ว จาก PASAYA   ที่มาพร้อมสีสันสดใสอย่างสีเหลือง LEMON CHROME และสีแดง MANDARIN RED ที่จะช่วยสร้างคอนทราสต์ให้การตกแต่งบ้านดูสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยเส้นยืนของผ้าผลิตขึ้นจากเส้นด้ายพอลิเอสเตอร์รีไซเคิลที่สามารถช่วยลดปริมาณพลาสติกบนโลกได้ถึง 8 ขวดต่อปลอกหมอน 1 ใบ
วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

เกือบทุกบ้านต้องมีปลั๊กพ่วงไว้ใช้งานอยู่แล้ว แต่ทราบวิธีการใช้ที่ถูกต้องหรือยังครับ เพราะหลายครั้งหลายหนที่สาเหตุของการเกิดอัคคีภัยนั้นมาจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะจากการใช้ปลั๊กพ่วงผิดวิธี หรือการเสื่อมสภาพของตัวปลั๊กพ่วงนี่แหละครับ ฉะนั้นมาดูวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ     ปลั๊กพ่วงที่ดี ส่วนประกอบต้องครบ ก่อนจะเลือกซื้อปลั๊กพ่วงสักอันต้องดูส่วนประกอบเหล่านี้ให้ครบครับ สวิตช์เปิด-ปิด หากใช้ไฟฟ้าเกินกำหนดจะช่วยตัดกระแสไฟฟ้า เต้าเสียบ มีฉนวนหุ้มที่โคนขาปลั๊กทั้งสองขา เต้ารับ มีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์  ควรทำจากทองแดงหรือทองเหลือง เพราะนำไฟฟ้าได้ดีกว่า สายไฟได้มาตรฐาน หุ้มฉนวน 2 ชั้น ฟิวส์ หรือ CB   ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน ปลั๊กพ่วงต้องมีสภาพสมบูรณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง หากมีร่องรอยชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฉนวนหุ้มสายไฟแตก ขาปลั๊กมีรอยไหม้ หรือเมื่อเสียบปลั๊กไฟแล้วมีประกายไฟขึ้น ขณะใช้งานมีเสียงดัง สายไฟร้อน ปลั๊กหลวม ฯลฯ ให้หยุดใช้งานแล้วเปลี่ยนปลั๊กพ่วงใหม่ได้เลยครับ อย่าเสียดาย เพราะเราต้องป้องกันก่อนจะเกิดอันตราย   ห้ามใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น ฯลฯ ควรจะเสียบกับเต้ารับจากไฟบ้านโดยตรงครับ หากเสียบกับปลั๊กพ่วงอาจทำให้เกินพิกัดกระแสไฟฟ้าที่ตัวเต้าจะรับได้ ซึ่งปกติแล้วจะอยู่ที่ 16 แอมป์ หรือ 2,600 โวลต์   ไม่พ่วงแล้ว พ่วงอีก ถ้าความยาวสายไฟไม่พอ ก็ลองหาตัวใหม่ที่มีความยาวเพียงพอกับการใช้งานครับ อย่าใช้วิธีพ่วงแล้ว พ่วงอีกต่อกันไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้ปริมาณไฟฟ้ารวมกันเกินขนาด เกิดความร้อนสูงจนอาจไปละลายสายทองแดงด้านในสายไฟทั้งสองเส้น แล้วเมื่อแตะกันก็จะเกิดลัดวงจรขึ้นครับ   ใช้งานแค่ชั่วคราวเท่านั้น ปลั๊กพ่วงถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานชั่วคราวเท่านั้นนะครับ ทำให้มีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าเต้ารับตามบ้านทั่วไป ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ควรดึงปลั๊กออกจากเต้ารับ ห้ามนำไปเดินสายแล้วติดกับผนังกลายเป็น และอย่าใช้งานจนเต็มทุกรู     อย่าลืมตรวจสอบปลั๊กพ่วงอย่างสม่ำเสมอ และใช้ให้ถูกวิธีนะครับ เพราะหากเกิดอัคคีภัยขึ้นมา จากประกายไฟเล็กๆ ที่เราคาดไม่ถึง อาจลุกลามไปทำลายทรัพย์สิน หรือถึงแก่ชีวิตได้ครับ      
เปิดแผน “บีไอดับบลิว” รุกตลาดผ้าม่านม้วน 2,000 ล้าน

เปิดแผน “บีไอดับบลิว” รุกตลาดผ้าม่านม้วน 2,000 ล้าน

แม้ว่าประเทศไทยจะมีฤดูหนาว ฤดูฝน และฤดูร้อน แต่ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยส่วนใหญ่จะเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนเสียเป็นส่วนใหญ่  แนวทางในการอยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นที่พักหรือสำนักงาน จึงมุ่งเน้นที่จะรักษาอุณหภูมิภายในห้องไม่ให้ร้อน การเปิดเครื่องปรับอากาศถือเป็นทางเลือกอันดับแรกๆ แต่ขณะเดียวกันการป้องกันไม่ให้อุณภูมิหรือแสงแดดส่งความร้อนเข้ามาในตัวห้อง ก็เป็นวิธีที่ถูกนำมาใช้ควบคู่กันด้วย วัสดุที่ถูกนึกถึงอันดับแรกๆ จึงเป็นผ้าม่าน เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดและอุณหภูมิเข้ามาภายในห้อง ธุรกิจผ้าม่านจึงเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของที่อยู่อาศัยหรือสำนักงานก็ตาม   โอกาสทางการตลาดดังกล่าวทำให้ “บีไอดับบลิว” ผู้ผลิตและนำเข้าผ้าม่านและอุปกรณ์  วางแผนธุรกิจเพื่อรองรับกับการเติบโตดังกล่าว โดยได้ลงทุน 40 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานผลิตผ้าม่านม้วนและมู่ลี่ไม้ เป็นโรงงานแห่งที่ 2  บนเนื้อที่ 15 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้  โดยสินค้าจะผลิตภายใต้แบรนด์ BIW ซึ่งจะใช้วัสดุทั้งไม้และหนังมาผลิตเป็นสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างจากท้องตลาด     นายสิริชัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บีไอดับบลิว เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดผ้าม่านโดยรวมมีผู้ประกอบการกว่า 8,000 ร้านค้า แต่หากเป็นสินค้าที่มีแบรนด์จะมีกว่า 20 แบรนด์ซึ่งทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ถือเป็นผู้เล่นหลักจะมีประมาณ ​6 ราย ซึ่งครองส่วนแบ่งกว่า 80% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า  20,000 ล้านบาท  โดยที่ผ่านมาตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว  แต่ตลาดที่เติบโตได้ดี คือ กลุ่มผ้าม่านม่วนซึ่งมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 140% เป็นเพราะผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสนใจติดตั้งผ้าม่านม้วนมากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาสินค้าที่มีคุณสมบัติและดีไซน์ที่ดีขึ้น   โดยปัจจุบันบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายและทำตลาดสินค้ากลุ่มผ้าม่านม้วน  ภายใต้แบรนด์คูลิส (Coulisse) จากประเทศเนเธอร์แลนด์มาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี  ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี  เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีจุดเด่น 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ดีไซน์ที่เชื่อมโยงกับเทรนด์แฟชั่น อาทิ การนำเอาแรงบันดาลใจจากการแสดงแฟชั่นของแบรนด์คริสเตียนดิออร์ และแอร์เมสมาดีไซน์ผ้าม่าน ทั้งสีและลวดลาย  2.ใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การนำเอาขวด PET มาช้เป็นส่วนผสมในวัสดุ  และ 3.ใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมในการใช้งาน อาทิ การใช้ระบบแอพพลิเคชั่นควบคุมการเปิด-ปิดผ้าม่าน  เป็นต้น   “ผ้าม่านม้วนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้ผลิตพัฒนาวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น วัสดุทนไฟ ป้องกันเชื้อรา ไม่มีสารพิษ  และลดอุณหภูมิได้ดี เป็นต้น และพัฒนาดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้น”   โดยแนวทางการทำตลาดบริษัทจะมุ่งเน้นการสื่อสารและสร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้าและข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผ่านตัวแทนร้านค้ากว่า 1,000 รายทั่วประเทศ คาดว่าปีนี้จะทำยอดขายได้ 140 ล้านบาท ส่วนทั้งกลุ่มบริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าม่านและอุปกรณ์ภายใต้แบรนด์อื่นด้วยนั้น คาดว่าในปีนี้จะทำยอดขายได้ 240-300 ล้านบาท          
เปิดแผน CCP ปี 62 ลุยตลาดพรีคาสท์-งานภาครัฐ สร้างรายได้ 2,500 ล้าน

เปิดแผน CCP ปี 62 ลุยตลาดพรีคาสท์-งานภาครัฐ สร้างรายได้ 2,500 ล้าน

แม้ว่าปีนี้ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์จะส่งสัญญาณชะลอตัว การก่อสร้างก็อาจจะไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่ก็ยังมีปริมาณความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่  ทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างยังคงเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดอสังหาฯ  แต่สำหรับงานก่อสร้างโครงการใหญ่ ที่เป็นระดับเมกะโปรเจ็กจ์  ก็มีออกมาต่อเนื่อง ถือเป็นผลดีกับผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างรายใหญ่  ที่มีโอกาสเข้าไปรับงาน และสร้างการเติบโต  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ CCP หรือ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) ภายหลังจากได้ปรับโครงสร้างธุรกิจของตัวเอง ในปีที่ผ่านมา ปีนี้ทิศทางการดำเนินธุรกิจก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งวางแผนจะมุ่งจับตลาดภาครัฐ พร้อมกับเน้นผลิตภัณฑ์พรีคาสท์มากขึ้น เป็นไปตามไลฟ์สไตล์และความต้องการใช้งานของลูกค้ายุคปัจจุบัน   นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ  ด้วยการขายแพล้นปูน หรือ โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ ให้กับบริษัท ปูซีเมนต์เอเชีย จำกัด (มหาชน) ในช่วงไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท  ทำให้ปัจจุบันบริษัทไม่ต้องมีภาระและต้นทุนในด้านการบริหารจัดการ และยังส่งผลทำให้การบริหารงานขายเกิดความคล่องตัวมากขึ้น เพราะบริษัทมีพื้นที่ขายสินค้าได้ครอบคลุมพื้นที่เกือบทุกจังหวัดในภาคอีสาน จากก่อนหน้านี้มีพื้นที่ขายหลักอยู่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง และปราจีนบุรี   “การขายแพล้นปูนออกไป ทำให้โอเวอร์เฮดลดลง 3-4 ล้านบาทต่อเดือน และสามารถขายสินค้าไปได้ไกลถึงพื้นที่อีสาน ทำให้ยอดขายสูงขึ้น”   สำหรับแผนธุรกิจของ CCP ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป (พรีคาสท์) สเปคพิเศษ  เพื่อรองรับการใช้งานได้หลากหลายและตอบสนองความต้องการของลูกค้า  ทั้งด้านงานโครงสร้างพื้นฐาน งาน Landscape  อาทิ ท่อคอนกรีตขนาดใหญ่พิเศษ แผงกั้นคอนกรีต เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วประเทศ อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการทำกำไร พร้อมปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเน้นการเข้ารับงานภาครัฐ ในส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่เมกะโปรเจ็กต์ งานกรมทางหลวง และเดินหน้าติดตามโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง อาทิ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด โครงการสนามบินอู่ตะเภา   นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า ความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่จะเดินหน้าลงทุน ทยอยดำเนินงานก่อสร้างต่อเนื่องในงานโครงสร้างพื้นฐานโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อาทิ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรม  อีกทั้งโครงการของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานถนน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ยังคงรอความชัดเจนหลังการจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาลงทุนอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังนี้   ส่วนงานเอกชน มุ่งเน้นเข้ารับงานนิคมอุตสาหกรรม ที่ทยอยดำเนินงานก่อสร้างต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมา และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายย่อย ขยายตัวค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางกลุ่มที่ยังคงมีการขยายงาน อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเน้นเรื่องการพัฒนาสินค้ากลุ่ม Precast อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมามีการแนะนำผลิตภัณฑ์กับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีและเริ่มมีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามา     “นโยบายหลักของเรานับจากนี้ จะขายคอนกรีตได้ทั่วประเทศ โดยติดต่อแพล้นปูนในพื้นที่ในการผลิตปูนสำเร็จให้ โดยรายได้ในปี้จะมาจากคอนกรีตผสมเสร็จ 20% หรือประมาณ​ 25,000 คิวต่อเดือน จากเมื่อก่อนมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้ และที่เหลืออีก 80% จะเป็นผลิตภัณฑ์พรีแคส”   ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog)  ประมาณ 2,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน  แบ่งเป็นการรับรู้รายได้ภายในปีนี้ 60% โดยบริษัทจะทยอยประมูลงานเข้ามาเพิ่มอีกในอนาคต เพื่อรักษาระดับ Backlog ไว้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่การเติบโตปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ประมาณ 2,500 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากงานภาครัฐ 80% และภาคเอกชน 20%      
3 เหตุผลสำคัญที่ “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

3 เหตุผลสำคัญที่ “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ดูแล้วไม่ได้คึกคักเหมือนหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีมาตรการ LTV มาลดระดับความร้อนแรงของกลุ่มนักเก็งกำไรและกลุ่มนักลงทุน แถมสภาพเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวดีขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน  ก็เลยออกอาการชะลอตัวตามไปด้วย  ทำให้ช่วงนี้ได้เห็นการทำตลาดสารพัดรูปแบบ และการจัดโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ออกมากันทุกค่าย  เพราะต้องกระตุ้นยอดขายกันหน่อย ไม่เช่นนั้นยอดขายจะไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางกันไว้   นอกจากความเคลื่อนไหวในเรื่องสงครามโปรโมชั่นแล้ว  เห็นกันถี่ยิบแทบทุกเดือนแล้ว ความเคลื่อนไหวสำคัญของตลาดเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่สำคัญ คือ กลุ่มอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจและเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ให้สามารถแข่งขันได้กับเพื่อนๆ ในสงครามการค้า ที่มีทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน   หลังจาก บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ  ILM ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ล่าสุด ก.ล.ต.ได้อนุมัติให้สเนอขายหุ้นกับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในไตรมาส 3 ของปี 2562 นี้ 3 เหตุผลระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันบริษัท มีทุนจดทะเบียน 2,525 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญจำนวน 505 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (PAR) หุ้นละ 5 บาท เป็นทุนชำระแล้วจำนวน 2,000 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญจำนวน 400 ล้านหุ้น ซึ่งเตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 105 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.79% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท โดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ขยายธุรกิจของบริษัท ผ่านการลงทุนในรูปแบบต่างๆ  2.ชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงิน เช่น เงินกู้ยืมระยะสั้น สำหรับการจ่ายเงินปันผล 1,200 ล้นาบาท ให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  และ 3.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน   นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ ILM เปิดเผยว่า การเข้าระดมทุนครั้งนี้ เพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขันธุรกิจร้านค้าปลีกของแต่งบ้าน ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่  ผ่านร้านค้าปลีกทั้ง 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ 1.Index Living Mall 2. Trend Design 3. Winner และ 4. Younique ที่มีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ของใช้ภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำหลากหลายแบรนด์ ทำให้สามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้ทุกไลฟ์สไตล์   เปิด 3 สาขา Index Living Mall      บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น รองรับกับการขยายตัวของเมืองต่างๆ โดยจะเลือกทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มีศักยภาพในการเติบโต และยังไม่มีร้านค้าของบริษัทตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง พื้นที่ดังกล่าวจะต้องมีประชากรหนาแน่นและมีศักยภาพในการซื้อสินค้า รวมถึงมีความสะดวกสบายในการเดินทางและสามารถเข้าถึงร้านค้าของบริษัทได้ง่าย   ปัจจุบันบริษัทมี Index Living Mall และ Index Furniture Center จำนวน 36 แห่ง  มีแผนขยายสาขาของร้านค้า Index Living Mall เพิ่ม 2-3 สาขาต่อปี ภายในปี 2562 – 2563  มีแผนเปิดร้าน Index Living Mall จำนวน 3 สาขา ได้แก่   1.สาขาจันทบุรี มีพื้นที่ขายประมาณ 3,500 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนประมาณ 160 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดบริการได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2562 2.สาขาสุขาภิบาล 3 ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบรูปแบบโครงการ โดยโครงการดังกล่าวจะมีพื้นที่ขายประมาณ 3,500 ตารางเมตร และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 160 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ภายในเดือนธันวาคม 2563 3.สาขารามอินทรา โครงการดังกล่าวจะมีพื้นที่ขายและพื้นที่ให้เช่าประมาณ 9,200 ตารางเมตร คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท และเปิดบริการได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบรูปแบบโครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยจะคำนึงถึงศักยภาพและการเติบโตของพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลัก เดินหน้าขยาย Younique+Winner เพิ่ม   ในปี 2560 บริษัทได้เปิดตัวบริการ “Younique Customized Furniture 4.0” ซึ่งเป็นบริการเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดรูปแบบใหม่ที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งขนาดและดีไซน์ได้เองตามความต้องการ และลูกค้าสามารถปรับขนาดของเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดดังกล่าวได้อย่างอิสระ โดยในปี 2562 มีแผนขยาย Younique เพิ่มเติมในสาขาร้าน Index Living Mall โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ทั้งหมดภายในเดือนธันวาคม 2562   นอกจากนี้ ยังแผนขยายร้าน “Winner Furniture Center”  ที่จะจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ WINNER ซึ่งบริษัทดำเนินการและบริการเอง เป็นแบรนด์จับตลาดแมสเป็นหลัก ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.รูปแบบ Compact ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,050 ตารางเมตร และใช้เงินลงทุนประมาณ 25 ล้านบาทต่อสาขา   2.รูปแบบ Standard ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,411 ตารางเมตร และใช้เงินลงทุนประมาณ 33 ล้านบาทต่อสาขา และ  3.รูปแบบ Extra ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,700 ตารางเมตร และใช้เงินลงทุนประมาณ 35 ล้านบาทต่อสาขา   ในปีนี้บริษัทจะเปิดทั้งหมด 2 สาขา และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 60 ล้านบาท โดยจะเปิดร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กสาขาแรกที่จังหวัดราชบุรี ในรูปแบบ Standard ซึ่งคาดว่าจะมีพื้นที่ขายประมาณ 1,500 ตารางเมตร ปัจจุบันได้จัดหาและลงนามสัญญาเช่าที่ดินสำหรับร้านดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างออกแบบรูปแบบโครงการ โดยจะสามารถเปิดบริการได้ภายในเดือนสิงหาคม 2562   ลุยโปรเจ็กต์ “โซลาร์รูฟท็อป” ลดค่าไฟฟ้า   ในปี 2561  กลุ่มบริษัท ได้ทดลองติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มติดตั้งที่โรงงานและร้านค้า Index Living Mall จำนวน 4 สาขา ผลปรากฎว่าทั้งโรงงานและร้านค้าทั้ง 4 สาขา มีค่าไฟฟ้าลดลง ในปีนี้บริษัทจึงมีแผนขยายการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป ที่ร้าน Index Living Mall อีกจำนวน 6 สาขา  คาดว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท   ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต ด้วยการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาใช้มากขึ้น และเน้นการผลิตแบบอัตโนมัติ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมาตรฐาน และความแม่นยำในการผลิตสินค้า ลดความผิดพลาดจากพนักงานในกระบวนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งรับรองการผลิตสินค้า Younique ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 223 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทได้ซื้อเครื่องจักรและเริ่มติดตั้งแล้วบางส่วน ซึ่งคาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562 ในปีนี้บริษัทยังมีแผนการลงทุนในโครงการย่อย ๆ อื่น โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 213 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงอาคารของร้านค้า Index Living Mall และอาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 98 ล้านบาท 2. โครงการลงทุนทางด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับการซื้อโปรแกรมและอัพเกรดโปรแกรม ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท 3. โครงการปรับปรุงพื้นอาคารและซื้อชั้นวางสินค้าของศูนย์กระจายสินค้าเอกชัย และซื้อสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 18 ล้านบาท และ 4. โครงการซื้อรถยนต์และรถบรรทุกส่งสินค้าใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 17 ล้านบาท   3 ปีรายได้โตเฉลี่ย 1.2%    สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา  มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 2,299 ล้านบาท ลดลง 1.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 2,326 ล้านบาท ส่วนปี 2561 บริษัทมีรายได้ รวมที่ 9,767 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 431 ล้านล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น ที่ 44% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิที่ 4.4%  ส่วนผลประกอบการในช่วงปี 2559-2561 ที่ผ่านมา บริษัทเติบโตเฉลี่ย 1.20% ต่อปี โดยในปี 2559 มีรายได้รวม 8,954.90 ล้านบาท  ปี 2560 มีรายได้รวม 8,908.30 ล้านบาท และปี 2561 มีรายได้รวม 9,174.20 ล้านบาท  
เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    
คิดยังไงก็คุ้ม กับ 5 วิธีเลือกแอร์สุดคูล !!

คิดยังไงก็คุ้ม กับ 5 วิธีเลือกแอร์สุดคูล !!

ดูเหมือนว่าตอนนี้เมืองไทยเราเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพราะอากาศภายนอกอาคารร้อนจนทำเอาหน้ามันเยิ้มได้เลยทีเดียว แต่จะว่าไปแม้ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาอากาศเมืองไทยก็ไม่ได้หนาวอย่างที่คิดไว้ หากอยากจะสัมผัสกับอากาศเย็นๆ เราก็คงต้องขึ้นไปอยู่บนภูเขาหรือบนดอยสูง แต่ถ้าอยู่ในเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯ หากอยากจะสัมผัสความเย็นแบบชุ่มฉ่ำ ทำได้ดีที่สุดก็คงต้องอยู่ในบ้านเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นชุ่มฉ่ำหัวใจเท่านั้น เครื่องปรับอากาศหรือแอร์จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นประจำบ้านประจำห้องของคนในยุคปัจจุบัน ยิ่งตอนนี้ปัญหามลพิษนอกบ้าน ฝุ่นควันอันตรายระดับ PM 2.5 ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไป การอยู่ในบ้านกับแอร์ที่มีประสิทธิภาพสร้างอากาศสะอาดให้ได้สูดอากาศกันแบบเต็มปอดและเย็นสัมผัสผิวกาย ถือเป็นทางเลือกที่แฮปปี้สุดๆ   เมื่อแอร์เป็นเครื่องไฟ้ฟ้าจำเป็นแบบขาดไม่ได้ แล้วเราจะมีวิธีเลือกอย่างไรให้ได้ทั้งประสิทธิภาพความคุ้มค่าไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คุ้มค่าในประสิทธิภาพของแอร์ และในทุกๆ เรื่องให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลแบบนี้ ซึ่งเราก็มี 5 เทคนิคและวิธีการเลือกแบบสุดคูล ที่คิดยังไงก็คุ้มมาแนะนำ   1.เริ่มต้นด้วยหลักเกณฑ์พื้นฐาน (Basic Need) การเลือกแอร์สักเครื่องมาติดในบ้านหรือห้องต่างๆ สิ่งแรกคงต้องพิจารณา คือ ขนาดของห้องว่าใหญ่เล็กแค่ไหน เพื่อเลือกขนาด Btu/h ของแอร์ให้เหมาะสมกับแต่ละห้องการเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้องก็ไม่ได้ต่างจากการเลือกซื้อเสื้อให้พอดีกับตัวคนใส่ เล็กไปก็คับ ใหญ่ไปก็หลวม แต่ถ้าเลือกให้พอดีกับตัวคนใส่ก็จะสบายแถมดูดีอีกต่างหาก เลือกแอร์ก็เช่นกัน เพราะถ้าเลือกได้พอดีและเหมาะสมก็จะได้ความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไป ทั้งการประหยัดพลังงานและอายุการใช้งานนั่นเอง ซึ่ง BTU (British Thermal Unit) คือ หน่วยบอกความสามารถในการทำความเย็นภายในห้องต่อ 1 ชั่วโมง จากการถ่ายเทหรือดึงความร้อนออกจากห้อง โดยคำนวณจากปริมาตรของห้อง ความกว้าง คูณ ความยาว คูณกับจำนวน Btu ต่อตารางเมตร ก็จะได้ขนาด Btu/h ของแอร์ที่เหมาะสม เช่น ห้องทั่วไปก็คูณด้วย 750 Btu ต่อตารางเมตร ห้องเพดานสูงเกิน 2.5 เมตร คูณด้วย 800-1,000 Btu ต่อตารางเมตร หรือห้องที่มีคนอยู่เยอะๆ ประเภทออฟฟิศ หรือร้านอาหาร ก็ต้องคูณมากหน่อยไปถึง 1,200 Btu ต่อตารางเมตร เลยทีเดียว   ตัวอย่างการคำนวณ : ห้องทั่วไปมีขนาด 3×4 เมตร = 12 ตารางเมตร ให้นำปริมาตรของห้องไปคูณกับจำนวน Btu/h ต่อตารางเมตรดังนี้ 12 ตารางเมตร x 750 Btu/ตารางเมตร = 9,000 Btu/h หมายความว่าห้องดังกล่าว ควรใช้เครื่องปรับอากาศขนาด 9,000 Btu/h นั่นเอง ทั้งนี้ก่อนที่จะเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม ควรต้องพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและประมาณความร้อนที่เกิดขึ้นจากจำนวนคนหรือแดดที่ส่องเข้ามาในห้องเพิ่มเติมด้วย แต่ไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้ เพราะสามารถปรึกษาพนักงานขายหรือช่างแอร์ได้ไม่ยาก แค่ให้รู้ขนาดกับสภาพห้องก็พอ   นอกจากเรื่องของขนาดแล้วประเภทของแอร์ที่จะติดตั้งก็ไม่ควรมองข้าม ซึ่งแอร์ที่นิยมติดตามบ้านเรือนหรือคอนโดมิเนียมทั่วไป ก็คงหนีไม่พ้นแอร์ติดผนัง เพราะมีความเหมาะสมทั้งรูปลักษณ์ การดีไซน์ขนาดใช้งาน แถมยังประหยัดพลังงานและดูแลง่ายด้วย นอกจากนี้ ยังมีแอร์ประเภทฝังในฝ้า แอร์แขวนใต้ฝ้า และแอร์ตู้ตั้งพื้น ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน   2.เลือกแอร์มีฟังก์ชั่นประหยัดพลังงาน Energy Saving เรื่องประหยัดพลังงานเป็นเกณฑ์พิจารณาจำเป็นอีกเรื่อง เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินในกระเป๋าของเราที่จะต้องถูกจ่ายไปใน แต่ละเดือน เพราะเมื่อเสียเงินค่าแอร์เป็นหลักหมื่นต่อปีแล้ว ต้องมามีภาระจ่ายค่าไฟอีกเดือนละหลายพันบาทก็คงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องแน่ๆ ยิ่งตอนนี้รัฐบาลรณณงค์ให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้ประเทศชาติเรามีความมั่นคงด้านพลังงานด้วยแล้ว เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งเราทำได้ไม่ยากเลย แค่เลือกแอร์ที่มีฟังก์ชั่นหรือระบบประหยัดพลังงานต่างๆ เท่านั้นเอง นอกเหนือจากการเลือกพิจารณาแอร์ฉลากเบอร์ 5   และตอนนี้แอร์หลายรุ่นก็มีฟังก์ชั่นที่ช่วยประหยัดพลังงานมาเป็นทางเลือกให้เราได้ซื้อไปใช้มากมาย อย่างเช่น ระบบ ECONOMY MODE ฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานและช่วยป้องกันไม่ให้อุณภูมิเย็นหรือร้อนจนเกินไป AUTO OFF ฟังก์ชั่นปิดการทำงานอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าไม่มีความเคลื่อนไหวภายในห้องเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องจะเข้าสู่โหมด Standard และเมื่อตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวเกินกว่า 12 ชั่วโมง เครื่องจะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ (สามารถปรับตั้งค่าระยะเวลาการตรวจจับได้ตามความเหมาะสมของการงาน) โดยเป็นการทำงานของระบบ MOTION SENSOR ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Sensor)   ที่จะคอยจับความเคลื่อนไหวภายในห้องและปรับอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ กรณีที่ตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ เลยในห้องภายใน 1 ชั่วโมงแรก เครื่องจะเข้าสู่โหมด Stand by ถ้ามีคนเดินเข้ามาในห้องเครื่องจะกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่หากตรวจไม่พบการเคลื่อนไหวเลยภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง เครื่องจะปิดเองโดยอัตโนมัติ (Auto off) นั่นเอง ถือเป็นลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกินความจำเป็น เป็นต้น ซึ่งถ้าเราเลือกซื้อแอร์ที่มีระบบอัจฉริยะแบบนี้ เราก็ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากโข แถมยังช่วยประหยัดพลังงานให้กับประเทศได้อีกทางด้วย   3.แอร์ดีต้องมีระบบทำความสะอาดและมีแผ่นฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ (CLEAN OPERATION & FILTER) สงสัยไหม ว่าทำไมต้องเลือกแอร์ที่มีระบบทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศก็ในเมื่อเราต้องล้างแอร์อยู่เป็นประจำเมื่อใช้งานไปสักพักอยู่แล้ว   คำตอบเรื่องนี้ง่ายมาก เพราะสุขภาพของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เดี๋ยวนี้ลองป่วยต้องเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนสัก 3-4 คืนดูซิ เผลอๆ ค่ารักษาพยาบาลแพงกว่าค่าซื้อแอร์ใหม่ด้วยซ้ำ แล้วทำไมเราต้องรอให้ร่างกายย่ำแย่จากปัญหาอากาศที่ไม่ดีในบ้านด้วยล่ะ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแอร์ที่เปิดมาใช้งาน 4-5 เดือนโดยยังไม่ถึงกำหนดเวลาล้างแอร์จะยังมีประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดอากาศที่สะอาดภายในบ้านเราได้   จะดีกว่าไหมหากเลือกแอร์ที่มีฟังก์ช่วยเรื่องทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ รวมถึงระบบอื่นๆ ที่เสริมประสิทธิภาพให้อากาศสะอาดบริสุทธ์ให้สูดเข้าไปได้เต็มปอด อาทิ อุปกรณ์ที่มีการเคลือบสารต่อต้านเชื้อราและเชื้อโรคทำให้อากาศสะอาดและไม่มีกลิ่น ฟังก์ชั่นที่ทำให้คอยล์เย็นแห้งเพื่อยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา แผ่นฟอกอากาศที่ประกอบด้วยเอ็นไซม์ยูเรีย (Emzyme-urea) มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ และมีคุณสมบัติดับกลิ่นโดยการขจัดโมเลกุล ที่ก่อให้เกิดกลิ่น รวมถึงมีส่วนประกอบของเอ็นไซม์ธรรมชาติที่สามารถทำลายผนังของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ   เมื่อเราอยู่นอกบ้านต้องเจอกับมลพิษ ฝุ่นควัน ระดับ PM 2.5 ซึ่งอาจจะหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว การมีแอร์ที่มีประสิทธิภาพสร้างอากาศบริสุทธิ์ แถมป้องกันการเกิดเชื้อรา เชื้อโรคต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลยในการพิจารณาเลือกซื้อแอร์ที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้ด้วย   4.ต้องตอบโจทย์ความสบาย กระจายอากาศได้ดี ติดแอร์แล้วไม่เย็นสบาย คงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง นี่ก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ ไม่น้อยกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา ซึ่งฟังก์ชั่นหลายอย่างถูกพัฒนาและเติมเข้าใส่มาไว้ในแอร์ให้ผู้บริโภคได้เลือกเพื่อให้ได้สัมผัสกับความเย็นสบาย เช่น ระบบการปรับบานสวิงอัตโนมัติในแนวขึ้น-ลง และสามารถกำหนดมุมตามที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีความอัจฉริยะของเครื่อง เพราะสามารถจดจำตำแหน่งของบานสวิงเดิมก่อนปิดเครื่องได้ด้วย เมื่อเปิดใหม่ตำแหน่งก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม เจ๋งสุดๆ ระบบส่งลมที่ช่วยให้กระจายลมไปได้ในระยะไกล เพราะใช้เทคโนโลยีเดียวกับใบพัดในเครื่องยนต์เจ็ต เป็นต้น   5.เลือกซื้อทั้งที เอาที่ทนทานใช้นานจนลืมเรื่องสุดท้ายที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยเช่นกัน คือ เรื่องอายุการใช้งานและความทนทาน เพราะแอร์ที่ซื้อมาต่อให้ดีมีคุณสมบัติเลอเลิศหรือดีเพียงใด แต่ถ้าใช้ไปไม่เท่าไรก็พังเสียแล้ว หรือต้องซ่อมกันบ่อยๆ ก็ไม่ไหวนะ มันไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ได้จ่ายเลยจริงๆ ดังนั้น จะเลือกซื้อทั้งทีต้องเลือกชนิดที่ทนทาน ชนิดเปิดเครื่องได้ต่อเนื่องนานๆ ก็ไม่ได้ส่งผลให้เครื่องต้องชำรุดเสียหาย แล้วเลือกแอร์อย่างไรให้ทน คุ้มค่า และอยู่คู่บ้านเราไปได้นาน ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ หลักเกณฑ์พิจารณาคงมีหลายองค์ประกอบ อาทิ   -แบรนด์ ชื่อเสียงของแบรนด์ก็มีส่วนสำคัญ หากเลือกพิจารณาจากแบรนด์ ซึ่งมีประวัติมายาวนาน และพัฒนาสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง   -เทคโนโลยีและนวัตรรมสินค้า แอร์แต่ละรุ่นต่างก็มีนวัตกรรมการพัฒนาสินค้าออกมา ให้มีมาตรฐานและความคงทนแข็งแรงแตกต่างกัน แต่แอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ต่างพัฒนาให้มีคุณสมบัติ ความคงทนแข็งแรง และผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า สามารถเปิดต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานานๆ อย่างล่าสุด แบรนด์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ ที่เปิดตัวสินค้าใหม่ออกมาทำตลาด มีจำนวนรุ่นให้เลือกมากมาย เช่น รุ่น Super Deluxe Inverter : ZSXS Series  ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติจำเป็นครบถ้วน แต่เพิ่มเติมคุณสมบัติเรื่องความคงทนแข็งแรง   โดยในรุ่นดังกล่าว ถืออยู่ในกลุ่ม Super Deluxe inverter ซึ่งมีคุณสบัติสำคัญที่น่าสนใจในการเลือกซื้อ อาทิ Jet Flow เทคโนโลยีการกระจายอากาศ ส่งผลให้เย็นเร็ว และส่งลมได้ไกล 15-17 เมตร Hi Power การทำงานแบบพลังสูง ช่วยให้ได้ตามอุณหภูมิตามที่ต้องการอย่างรวดเร็ว 3D auto โปรแกรมควบคุมการกระจายลม สามารถกระจายทิศทางลมได้มากถึง 6 รูปแบบในแนวตั้ง และ 8 รูปแบบในแนวนอน เพียงแค่กดปุ่มเดียวเท่านั้น   Solar Filter การป้องกันกลิ่นเหม็นและกลิ่นต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ จากแผ่นกรอง Natual Solar Filter ทำให้อากาศในห้องมีความสดชื่น   Allergen Clear Filter แผ่นฟอกอากาศมีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อก่อภูมิแพ้และแบคทีเรีย สามารถทำลายเชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทำงานของแผ่นฟอกที่ประกอบด้วยเอ็นไซม์ยูเรีย (Enzyme-urea)   Self Clean Operation ฟังก์ชั่นช่วยทำให้คอยล์เย็นแห้ง ยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา   นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ช่วยประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้ง Motion Sensor ช่วยจับความเคลื่อนไหวและเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานอัตโนมัติ หรือ Auto off ที่เครื่องจะเข้าสู่โหมด Stand by หรือปิดการทำงานเมื่อไม่พบความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในห้อง รับรองได้ว่าประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากอย่างแน่นอน   คุณสมบัติของแอร์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ จึงยืนยันถึงประสิทธิภาพของแอร์ที่เปิดตัวและวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา สามารถเปิดได้นาน 24 ชั่วโมง ต่อเนื่องถึง 5 ปีเลยทีเดียว  และนี่คือ 5 วิธีในการเลือกพิจารณาซื้อแอร์แบบสุดคุ้ม เพราะจะได้แอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมคุณภาพชีวิต และครบทุกความต้องการเพื่อคุณภาพการอยู่อาศัย ได้แอร์ที่มีความคงทนแข็งแรงอยู่คู่บ้านไปนาน เรียกได้ว่า ถ้าใช้หลักเกณฑ์เหล่านี้มาเป็นตัวเลือกซื้อแอร์คุณจะได้แอร์ที่คุ้มค่าแบบสุดคูล!!! เลยทีเดียว      
6 ไอเดียแต่งเติมความสดใส ต้อนรับซัมเมอร์ กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย

6 ไอเดียแต่งเติมความสดใส ต้อนรับซัมเมอร์ กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย

เซย์กู๊ดบายลมหนาวที่ผ่านเข้ามาในช่วงสั้นๆ แล้วมาเตรียมต้อนรับซัมเมอร์อันแสนสดใสกันดีกว่า...หากพูดถึงหน้าร้อน หลายคนคงนึกถึงวันหยุดยาว และโปรแกรมท่องเที่ยวในฝันที่จะได้ออกเดินทางไปเติมพลังให้กับตัวเองกันทั้งนั้น แต่แน่นอน การไปเที่ยวไกลๆ สำหรับหลายๆ คนไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะเรื่องวันลาและค่าใช้จ่าย อิเกีย จึงขอเสนอ 6 ไอเดียสุดคูลที่จะช่วยให้ทุกคนเนรมิตช่วงเวลาสบายๆ แห่งการพักร้อนรับซัมเมอร์กันได้แบบง่ายๆ อย่างการทานไอศกรีมในช่วงพักเที่ยง สนุกสนานไปกับการปิกนิกที่บ้าน หรือนัดเพื่อนไปว่ายน้ำเล่นหลังเลิกเรียน   มาปรับเข้าสู่โหมดพักร้อนแบบง่ายๆ กับคอลเล็คชั่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย สร้างช่วงเวลาแห่งความสนุกให้กับชีวิตด้วยดีไซน์กราฟิกสุดเท่ และลายพิมพ์สีสันสดใส พบกับสารพันไอเท็มแต่งบ้านที่มีให้เลือกสรรอย่างละลานตา ตั้งแต่ผ้าขนหนูสีสันสุดจี๊ด เบาะรองนั่ง จานชาม ตะกร้าปิกนิกดีไซน์เฉียบ และอื่นๆ อีกมากมาย ผลงานการออกแบบร่วมของสองดีไซเนอร์ Lotta Kühlhorn และ Malin Unnborn ผู้ขึ้นชื่อเรื่องงานรูปทรงเรขาคณิตและลวดลายกราฟิกสีสดใส ร่วมด้วยเหล่าดีไซเนอร์จาก Textilgruppen & Papperian ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานกระดาษและผ้า   6 ไอเดีย เติมความสดใส  เปลี่ยน “บ้าน” ให้กลายเป็นที่พักผ่อนสุดชิลรับหน้าร้อน   1. มุมเล็กๆ สำหรับจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่  ไม่มีสนามใหญ่หลังบ้านก็ไม่เป็นไร เพราะระเบียงเล็กๆ ก็เป็นจุดเริ่มต้นวันพักผ่อนดีๆ ได้เหมือนกัน เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการจิบกาแฟสักถ้วยริมระเบียง เคล้าคลอไปกับแสงแดดอุ่นๆ หรือจะเพิ่มบรรยากาศของการพักร้อนด้วยการหยิบชุดว่ายน้ำหรือผ้าขนหนูสีสดใสออกมานอนผึ่งแดดรับกลิ่นอายฤดูร้อนก็ย่อมได้   ไอเท็มเด็ดห้ามพลาดสำหรับเที่ยวทะเลปีนี้!   ผ้าเช็ดตัว รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 499 บาท   ปลอกหมอนอิง รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท   ผ้าเมตร รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท/เมตร   2. ขยับออกมานั่งเล่นกลางแจ้งกันเถอะ รังสรรค์มุมเล็กๆ ใต้ต้นไม้ สูดอากาศ และอาบแดดอุ่นๆ ก็เหมือนได้ไปพักร้อนชิลๆ แล้ว ลองย้ายโซฟาเล็กๆ ออกมาเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ ใช้นั่งจิบน้ำชายามบ่าย หรือปรับเป็นมุมนั่งเล่นชมพระอาทิตย์ตกดินก็ดี เพิ่มสีสันด้วยพรมสีสดใส หรือโคมไฟที่มีลวดลาย ก็มีสไตล์ไปอีกแบบ   โซฟา 2 ที่นั่ง รุ่น HAVSTEN/ฮาฟสเติน ใช้ได้ทั้งใน/นอกอาคาร ราคา 17,200 บาท   โคมไฟ รุ่น SOLVINDEN/ซูลวินเดน ราคา 199 – 1,499 บาท   3. จิบน้ำชายามบ่ายสักนิด รู้หรือไม่ว่าการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบนี้ สามารถช่วยให้ร่างกายเย็นลงได้ อ่านมาถึงตรงนี้อาจชวนให้ขมวดคิ้ว แต่จริงๆ แล้ว การที่เรายิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้ร่างกาย ยิ่งเท่ากับทำให้ความร้อนระเหยออกจากผิวหนังได้มากขึ้น ร่างกายจึงเย็นลงนั่นเอง รู้แล้วอย่ารอช้า มาเตรียมชุดน้ำชากันดีกว่า   กาน้ำชา รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 499 บาท   ถ้วยพร้อมจานรอง รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 299 บาท   แก้วน้ำ รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 249 บาท/6 ใบ ถาด รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท   ตะกร้าปิกนิก รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 790 บาท   4. สบายแท้ ไม่กลัวฝน ไม่กลัวแดด ตกแต่งมุมนั่งเล่นสำหรับนั่งกินไอศกรีมเย็นๆ ท้าแดดซัมเมอร์ และใช้หมอนอิงใบเล็กๆ เพิ่มความสบายเวลาเอนหลังพิงดูสิ ทริคไม่ลับคือ ใช้หมอนอิงหุ้มด้วยปลอกหมอนที่มีคุณสมบัติกันน้ำและสีสดไม่ซีดจางง่าย นอกจากจะช่วยคงสีสันสดใสแห่งซัมเมอร์แล้ว ยังหมดห่วงเรื่องเปียกน้ำ เพราะแค่สะบัดเบาๆ ก็ไล่น้ำออกจากหมอนได้หมด   หมอนอิง รุ่น FUNKÖN/ฟุนเคิน ราคา 299 บาท   ปลอกหมอนอิง รุ่น FESTHOLMEN/เฟสโทลเมน ราคา 359 บาท   5. เบาะอเนกประสงค์ ไม่ว่าคุณจะใช้เวลาวันหยุดหน้าร้อนไปกับการโต้รุ่งดูซีรีส์โปรดอยู่ในบ้าน หรือออกมานั่งอ่านหนังสือรับแสงอาทิตย์ยามเย็น ลองใช้เบาะนั่งเล็กๆ เป็นตัวช่วยเพิ่มความสบาย เปิดสภาวะทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มๆ หรือใช้เพื่อพักเท้าก็ชิลไปอีกแบบ เบาะนั่งและผ้าหุ้มเบาะ รุ่น OTTERÖN-INNERSKÄR/อทเตเริน-อินเนร์แควร์ ราคา 1,980 บาท   6. ยิ่งเยอะ ยิ่งครึกครื้น พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ อิเกียขอชวนทุกคนออกมาทำอาหาร จัดปาร์ตี้เล็กๆ กลางแจ้งกัน อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้าน เพราะการกินข้าวด้วยกัน หมายถึงความอร่อยที่เพิ่มขึ้น เสียงหัวเราะที่ดังขึ้น และรอยยิ้มที่กว้างขึ้นด้วย หาโอกาสเติมรอยยิ้มให้อิ่มกายอิ่มใจรับซัมเมอร์กันดีกว่า ทำเลเหมาะๆ สำหรับการจัดปาร์ตี้ อาจเป็นได้ทั้งที่สนามหลังบ้าน ริมชายหาด หรือสวนสาธารณะ แล้วอย่าลืมชวนคนที่คุณรักมากันเยอะๆ เพราะยิ่งเยอะ ก็ยิ่งครึกครื้น ชาร์จแบตให้ตัวเองในวันหยุด เติมความสดใสรับหน้าร้อนได้ง่ายๆ ด้วยคอลเล็คชั่นรับซัมเมอร์จากอิเกีย พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ อิเกีย เมกาบางนา และ อิเกีย บางใหญ่ ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ IKEA.co.th      
เรื่อง(ไม่)ลับ 5 เหตุผลที่ทำให้บ้านเย็น ด้วยสีเข้ม เบเยอร์คูล

เรื่อง(ไม่)ลับ 5 เหตุผลที่ทำให้บ้านเย็น ด้วยสีเข้ม เบเยอร์คูล

แม้ประเทศไทยจะมี 3 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน แต่ฤดูที่คนไทยพบเจอยาวนานที่สุดและแทรกตัวอยู่ทุกฤดูก็คงหนีไม่พ้นฤดูร้อน ไม่ว่าจะฤดูไหน อากาศร้อนๆ ก็อยู่กับเราแทบทุกวัน ทางเลือกของคนส่วนใหญ่จึงต้องเข้าไปอยู่ในอาคารหรือบ้านพักอาศัยเพื่อสัมผัสอากาศเย็นของเครื่องปรับอากาศให้ชื่นฉ่ำแทน แต่การเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นทางออกที่ไม่ได้แก้จากต้นเหตุหลักของปัญหาเพราะ การที่บ้านรับแสงแดดไปเต็มๆมาตลอดทั้งวัน จนทำให้ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศรับรองต้องจ่ายค่าไฟกันชนิดกระเป๋าเงินแทบฉีกก็ได้ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศดีที่สุดโดยไม่ต้องกินไฟมาก และลดอุณภูมิร้อนจากแสงแดดภายนอกเข้าสู่ตัวบ้าน จึงเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามหรือละเลยแม้แต่น้อย     วิธีการทำให้บ้านเย็น หรือการลดอุณภูมิความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อไม่ให้บ้านร้อนนั้น มีหลายวิธีด้วยกัน นับตั้งแต่เรื่องเบสิก อย่างเช่นการปลูกต้นไม้รอบๆ บ้าน เพื่อไม่ให้แสงแดดสัมผัสกับตัวบ้านโดยตรง หรือไปถึงขั้นตอนวิธีการในเชิงวิศวกรรมการก่อสร้าง อย่างเช่น การก่อสร้างด้วยวัสดุซึ่งมีฉนวนกันความร้อน หรือการก่อสร้างบ้านให้มีระบบอากาศให้ถ่ายเท และระบายความร้อนได้ดี เป็นต้น   แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านหลายคนอาจจะมองข้าม และนึกไม่ถึงว่าจะมีส่วนช่วยทำให้บ้านเย็นได้ไม่แพ้เทคนิคหรือวิธีการอื่นนั่นก็ คือ การเลือกใช้สีทาบ้านที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถป้องกันความร้อนและลดอุณหภูมิเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ภาพจำและการรับรู้ของคนส่วนใหญ่ จะมองว่าสีทาบ้านมีจุดเด่นในเรื่องของความสวยงาม หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ เช่น ไม่มีสารเคมี ทำความสะอาดง่าย เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เป็นประเด็นในเรื่องของป้องกันความร้อนเท่าใดนัก   และแม้ว่าหลายคนจะมีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของสีรุ่นใหม่ๆ ที่วางขายกันตอนนี้ ว่ามีคุณสมบัติในเรื่องของการป้องกันความร้อน และช่วยให้บ้านเย็น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีการรับรู้และความเชื่อที่ว่า จะต้องเลือกใช้เฉพาะสีโทนอ่อนๆ เท่านั้น ที่ไม่ดูดซับความร้อน แต่ถ้าเป็นสีโทนเข้มจะอมความร้อนทำให้บ้านร้อนมากกว่า เหมือนกับเวลาเราใส่เสื้อสีเข้มยืนอยู่กลางแดด จะรู้สึกว่าได้รับความร้อนมากกว่าการใส่เสื้อสีอ่อนๆ แต่ความจริงสีในยุคปัจจุบัน มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีของสีซึ่งช่วยทำให้บ้านเย็นได้ไม่ว่าจะเป็นสีอ่อนหรือสีเข้มก็ตาม     ตัวอย่างสีเข้มที่ช่วยทำให้บ้านเย็น สะท้อนความร้อนได้ดี และลดอุณหภูมิร้อนๆ ที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน แต่ก็ยังคงความสวยงามของเฉดสีเอาไว้ คือ Beger Cool Diamond Shield 15 และ Beger Cool Diamond Shield Plus ซึ่งแม้จะเป็นสีเข้ม แต่สีเบเยอร์ก็ช่วยให้บ้านคูลที่สุดในขณะนี้เมื่อเทียบกับสีแบรนด์อื่นๆ และนี่คงเป็น 5 เหตุผลสำคัญ ที่ช่วยทำให้สีเข้มของเบเยอร์คูล คูลที่สุด   1.การผลิตสีได้นำเอาเทคโนโลยี ไมโครสเฟียร์เซรามิก ที่ใช้ในองค์การนาซ่า มาใช้ในสีทาบ้าน ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษ คือ “ลดและสะท้อนความร้อน” จึงทำให้บ้านเย็น ส่งผลให้ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิต่ำๆ เป็นระยะเวลานาน เพียงเปิดในอุณหภูมิที่เหมาะสมก็พอ ทำให้ส่งผลดีในเรื่องของการประหยัดค่าไฟ   2.เซรามิก อีกส่วนผสมหลักในการผลิตสี หรือ Advanced Ceramic ที่มีคุณสมบัติสามารถกันความร้อนสูงสุด 97% จึงช่วยประหยัดค่าไฟสูงถึงกว่า 30% เพราะเป็นเซรามิกที่ต้องการความบริสุทธิ์สูง มีการควบคุมองค์ประกอบทางเคมีอย่างรัดกุม ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน ถือเป็นเซรามิกชนิดพิเศษ จึงช่วยเรื่องการกันความร้อน และทำให้บ้านเย็น สีเข้มของเบเยอร์คูล จึงคูลที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้     3.การที่สีเข้มของเบเยอร์คูล คูลที่สุด เป็นเพราะมีการเพิ่มสารสำคัญ Titanium ซึ่งมีผลช่วยเรื่องเม็ดสีมีความกลม เกลี้ยงของผิว จึงช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ และเม็ดสียังมีลักษณะกลวง จึงเหมือนกับสารกันร้อน ที่มีลักษณะคล้ายกับฟองกาแฟ ทำให้ช่วยกันความร้อนก่อนจะสัมผัสกับตัวบ้านได้ ทำให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นกว่า สบายกว่า ไม่ว่าทาด้วยสีเข้มแค่ไหนก็ตาม   4.ผ่านการทดสอบจากการวัดด้วยเครื่อง Thermoscan เปรียบเทียบระหว่างเบเยอร์คูล และสีทั่วไป พบว่าสามารถสะท้อนความร้อนได้มากกว่า อาทิ สีเทา สะท้อนความร้อนได้ 51.4% ช่วยลดอุณหภูมิลง 11.8 องศาเซลเซียส ส่วนสีทั่วไป สะท้อนความร้อนได้ 13.8% สีเขียว สะท้อนความร้อนได้ 30.7% ช่วยลดอุณหภูมิลง 8.7 องศาเซลเซียส ส่วนสีทั่วไป สะท้อนความร้อนได้ 5.2% สีน้ำตาลเข้ม สะท้อนความร้อนได้ 59.3% ช่วยลดอุณหภูมิลง 12.0 องศาเซลเซียส ส่วนสีทั่วไป สะท้อนความร้อนได้ 10.7% นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ สีเข้มเบเยอร์คูล จึงคูลที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ   5. อีกเรื่องที่สำคัญ คือสีเบเยอร์คูลเป็นสีรายแรกที่ได้รับมาตรฐาน มอก.ลดความร้อน จากกระทรวงพลังงาน ประเภทสีทาผนังอาคาร ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงในรุ่น Beger Cool Diamond Shield 15 ค่าการสะท้อนรังสีแสงอาทิตย์ 95.1% ไม่นับรวมกับมาตรฐานการผลิตอื่นๆ ที่ได้รับ อาทิ ฉลากลดคาร์บอน ประเภทพิจารณากระบวนการผลิต, ฉลากเขียว ไม่ผสมสารปรอท สารตะกั่ว (No Added Mercury No Added Lead) มอก.2321-2549 สีอิมัลซันทนสภาวะอากาศ (Solar Heat Reductive Standard) มอก. 2514-2553 สีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Weather Resistant Standard) และมอก. 1123-2555 สีรองพื้นสำหรับงานปูน     คุณสมบัติด้านอื่นๆ ของสีเบเยอร์คูลยังมีอีกมากมาย ซึ่งช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบของการใช้งานสีทาบ้านของเบเยอร์ อาทิ ป้องกันบ้านเป็นฝุ่นผงจากรังสียูวี (Triple UV Protection Technology) เทคโนโลยีสีกันคราบด้วย (Nano Silicone Advance Nano Silicone Technology) ป้องกันคราบน้ำและคราบสกปรก (Water and Stain Protection) และป้องกันคราบด่าง คราบเกลือ (Block Efflorescence and Alkaline Resistance) เป็นต้น ในครั้งต่อสำหรับผู้ชื่นชอบสีเข้ม และเลือกจะมาทาบ้าน ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ บุคลิก และความชื่นชอบของตนเอง ก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่า บ้านที่เราอยู่อาศัยจะร้อน เพราะอุณหภูมิของเมืองไทย แค่เลือกใช้สีเข้มของเบเยอร์ บ้านแสนรักของเราก็คูลที่สุดแล้ว        
แต่งคอนโดให้สวยโดนใจในแบบ Minimal ด้วย Koncept Furniture

แต่งคอนโดให้สวยโดนใจในแบบ Minimal ด้วย Koncept Furniture

ถ้าพูดถึงการตกแต่งบ้านแบบ “Minimal Style” เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินจนคุ้นหูกันมาแล้ว ปัจจุบันเทรนด์แบบ Minimalist ก็เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เริ่มตั้งแต่เทรนด์แฟชั่นการแต่งตัวจนเข้ามาถึงวิถีการใช้ชีวิตในแต่ละวัน พอเราเริ่มมีบ้านใหม่ของตัวเองหรือซื้อคอนโดใหม่ซักห้องก็อยากจะมีห้องสวยๆ ให้สอดคล้องกับ Lifestyle ส่วนตัวในรูปแบบ Minimal จริงมั้ยคะ   แล้ว “Minimalist” คืออะไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า “Minimal Style” กันซักหน่อยว่าคอนเซปต์ของสไตล์แบบนี้คือ ความเรียบง่าย การใช้ข้าวของน้อยชิ้นแต่เน้นที่ประโยชน์ใช้สอย หรือเลือกตามความจำเป็น ลวดลายหรือ Pattern ที่ใช้จะเน้นลายเส้นที่เรียบตรงหรือสีพื้น ซึ่งส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจว่า การแต่งตัว หรือตกแต่งบ้านในแบบ Minimal จะต้องเน้นเป็นโทนสีขาว-ดำ หรือ โมโนโทน เท่านั้น แต่การที่จะเลือกเติมสีสันอื่นๆ เข้าไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรนะคะ บางทีอาจจะทำให้น่าสนใจมากขึ้นก็ได้ลองเลือกสีโทนชมพูอมส้ม (Live Coral) ที่เป็นสี pantone ของปี 2019 นี้เพิ่มเข้าไปบ้าง เชื่อว่าห้องหรือคอนโดของเราต้องน่าสนใจอินเทรนด์ขึ้นอีกไม่น้อยเลยทีเดียว       มาจัดบ้านในแบบ Minimal ด้วยเฟอร์นิเจอร์ Koncept กันเถอะ อย่างแรกเลยการแต่งบ้านในสไตล์ Minimal จะเน้นเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่สามารใช้สอยประโยชน์ได้มากกว่า 1 อย่าง หรือที่เรียกว่า multi-function ควรเล็งไว้ก่อนเลยค่ะ โดยเฉพาะชั้นเก็บของ (Shelf) หรือเตียงนอนที่มีที่เก็บของได้อย่างมิดชิดก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย สิ่งต่อไปคือ “สไตล์” และ “ดีไซน์” ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะเราจะเน้นเครื่องใช้ที่มีดีไซน์ที่เรียบๆ แต่ถ้างานโลหะให้ความรู้สึกแข็งทื่อเกินไป เราแนะนำให้ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือลายไม้แบบเรียบๆ ดู ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรู้สึกอุ่นขึ้นได้ค่ะ ที่ Koncept เค้ามีเซ็ตเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับสไตล์ Minimal ให้เลือกเยอะเลยค่ะ เรามีไอเดียคร่าวๆ มาฝากเผื่อใครที่สนใจจะได้ลองเล็งเอาไว้ก่อน   เฟอร์นิเจอร์ชุด Melona ดีไซน์เรียบง่ายในโทนสีขาวนอกจากฟังก์ชั่นจะโดนแล้ว ลองเพิ่มมิติให้กับส่วนต่างๆ เพิ่มเติม ด้วยของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่มีสีโดดเด่นเข้าไปบ้างห้องก็น่าสนใจขึ้นเยอะเลย   ห้องครัวก็ Minimal ได้นะคะ ไม่ได้ทำครัวก็ไม่ต้องมีของเยอะ แค่มีเคาน์เตอร์ลายไม้เล็กๆ ก็เพียงพอแล้ว เพิ่มโต๊ะกินข้าวอีกหน่อยก็ลงตัวเหมาะกับคอนโดในปัจจุบันมากๆ   Patinal Lepino เป็นอีกชุดที่เหมาะมากด้วยลายไม้สีอ่อนทำให้บรรยากาศในห้องอุ่นขึ้น แล้วดีไซน์ก็เรียบเท่แบบแมนๆ หน่อย ลองเลือกโคมไฟสวยๆ หรือเพิ่มปลอกหมอนสีตัดกันอีกนิด ห้องก็สวยได้ง่ายๆ แล้ว   อีกสิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับการคงความเป็น Minimalist ไว้ก็คือ การจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้บรรยากาศภายในคอนโดดูเรียบร้อย สะอาด และเป็นระเบียบอยู่ตลอดเวลา เราควรเลือกจัดเก็บของอย่างเป็นระบบ สิ่งของที่เหลือใช้และไม่จำเป็น ควรจะทิ้งหรือนำไปบริจาค ส่วนข้าวของที่มีอยู่ก็ควรจัดเก็บให้เป็นระเบียบ โดยการซ่อนไว้ในตู้ที่มิดชิดบ้าง หรือจัดมุมเก็บของให้เป็นสัดส่วน อย่าลืมว่าวิถีแบบ Minimal มักจะมีของใช้น้อย และใช้ชีวิตให้เรียบง่ายเข้าไว้ค่ะ   ชั้นเก็บของและชั้นวางทีวีไม้สไตล์โมเดิร์นนิดๆ ดีเทลไม่เยอะ ตรงตามคอนเซปต์ minimal เลย ทีนี้ก็จะได้พื้นที่เก็บของที่เป็นระเบียบแล้ว   เฟอร์นิเจอร์ชุด Urbani Peco ก็เป็นอีกชุดที่ตอบโจทย์สไตล์ Minimal ได้ดีเลย แถมชุดเดียวครบทั้งห้องนั่งเล่น ลงตัวและเข้ากันได้กับทุกสีห้อง   แต่ไม่ว่าจะเป็นคอนโดใหม่ที่มีห้องโล่งๆ รอการแต่งเติม หรือแม้แต่คอนโดที่เราตกแต่งเสร็จเข้าอยู่แล้วการจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ยกเซ็ตจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และใช้งบประมาณบานปลายเกินไปมั้ย บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ เพราะตอนนี้ Koncept ฉลองครบรอบ 20 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดโปรโมชั่นเด็ด “20 ปี 20 เซ็ต ราคาเดียว 20,000 บาท” ไม่ว่าจะห้องนั่งเล่น ห้องนอน มุมทำงาน มุมกินข้าว เค้าก็มีเซ็ตเฟอร์นิเจอร์สวยโดนใจให้เลือกหลากหลายสไตล์ เฟอร์นิเจอร์ลายไม้ที่จะมาทำให้คอนโดเรามีสไตล์ Minimal ก็มีที่น่าสนใจหลายชิ้นเลย เสร็จแล้วแอบเพิ่มหมอนอิงสี Live Coral หรือเปลี่ยนสีผ้าม่านซักนิด รับรองว่าจะเหมือนได้ห้องใหม่เลยแหละ แถมอยู่ในงบสบายกระเป๋าอีกด้วย จ่ายแค่ 20,000 ก็ได้เฟอร์นิเจอร์ยกเซ็ตกันไปเลย ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วววว หาเวลาว่างเข้าไปดูโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ Koncept Furniture ทุกสาขา   https://youtu.be/uW1EtiNjaMY  
เทคนิคการออกแบบ “ครัวที่ใช่ในสไตล์คุณ” จากอิเกีย

เทคนิคการออกแบบ “ครัวที่ใช่ในสไตล์คุณ” จากอิเกีย

ห้องครัว เป็นอีกหนึ่งห้องสำคัญของบ้าน นอกจากจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหารในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นพื้นที่สานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวให้ได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน ดังนั้นการออกแบบ ตกแต่ง และจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ในครัวจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคนที่รักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจย่อมต้องมีครัวในฝันกันทั้งนั้น แต่ครัวในชีวิตจริงของหลายๆ บ้าน กลับตรงกันข้ามกับครัวในฝันโดยสิ้นเชิง ซึ่งสาเหตุก็อาจจะมาจากรูปแบบการอยู่อาศัยและพื้นที่ในบ้านที่ไม่เอื้ออำนวย   อิเกีย ห้างเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านชั้นนำจากประเทศสวีเดน จึงนำเสนอแนวทางการออกแบบ “ครัวที่ใช่” แนะวิธีเลือกห้องครัวที่ตอบโจทย์ ทั้งลักษณะพื้นที่ใช้สอย ความต้องการ และไลฟ์สไตล์การทำอาหารของแต่ละบ้าน พร้อมคำแนะนำสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกตัวน้อย ว่าจะออกแบบห้องครัวอย่างไรให้ปลอดภัยกับเด็กๆ สร้างความคุ้นเคยกับห้องครัวและการทำอาหาร เพื่อแบ่งปันความสุขร่วมกันในครอบครัว   ก่อนที่จะเริ่มออกแบบห้องครัว อยากให้ทุกบ้านถามตัวเองก่อนว่า เราคือใคร? อยู่อย่างไร? ใช้ชีวิตอย่างไร? และเราทำอะไรในห้องครัวบ้าง? การทำความเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนในบ้าน มีผลต่อการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ในบ้าน รวมถึงรูปแบบและขนาดของห้องครัวด้วย     การวางผังครัว ควรต้องคำนึงถึงฟังก์ชั่นหลักๆ ของการใช้งาน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เก็บ ล้าง และปรุง โดยที่สามส่วนหลักนี้มีทิศทางการใช้งานแบบวงจรสามเหลี่ยม หรือ Triangle Way เริ่มจากจุดที่จัดเก็บของสด เครื่องปรุง วัตถุดิบต่างๆ นำไปยังส่วนล้าง ก่อนเข้าสู่การประกอบอาหารที่ส่วนหุงต้มต่อไป  หากเราแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยทั้งสามส่วนนี้ให้ลงตัวได้ ก็จะทำให้การเข้าครัวเป็นไปอย่างสะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น การวางผังครัวที่ตอบโจทย์การใช้งาน นอกจากจะช่วยให้การทำครัวง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกจุดที่สร้างความน่าสนใจให้กับบ้านด้วย เมื่อเราได้แผนผังห้องครัวรูปแบบที่ตรงใจแล้ว ก็ต้องแบ่งสัดส่วนพื้นที่จัดเก็บใน 3 ฟังก์ชั่นใช้งานหลัก โดยเริ่มจาก   เก็บ – เริ่มต้นที่ตู้เย็นซึ่งใช้เก็บสารพัดสิ่งตั้งแต่ผัก ของสด ไปจนถึงเครื่องปรุงบางชนิด เราควรจัดเก็บวัตถุดิบต่างๆ ในกล่องใสหรือขวดโหล เพื่อให้สะดวกในการหยิบใช้งาน และยังมองเห็นของข้างในได้ ว่ามีอะไรที่หมดและต้องเติมบ้าง ข้อดีในการจัดเก็บตู้เย็นให้เรียบร้อยคือ ประหยัดไฟ และช่วยให้หาของง่ายขึ้น หมดปัญหาเรื่องอาหารที่ถูกเก็บลืมจนหมดอายุ หากมีตู้ด้านบนเป็นตู้แขวนโล่ง อาจใช้เก็บแก้วน้ำ ชา กาแฟ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กรรไกร ที่เปิดขวด และของแห้งทั้งหลาย สามารถเก็บไว้ในบริเวณเดียวกันได้ มีเคล็ดลับคือให้ใช้กล่องใสหรือขวดโหล เพื่อให้สามารถมองเห็นของข้างในได้ ว่ามีอะไรที่หมดและต้องเติมบ้าง   ล้าง – คือมุมอ่างล้างจาน ด้านใต้อ่างมักใช้วางถังขยะ ชุดครัวอิ เกียมีโซลูชั่นที่สามารถแบ่งถังขยะสำหรับขยะแห้ง ขยะเปียก และยังใช้เก็บอุปกรณ์สำหรับล้างจานได้ ส่วนท็อปครัวตรงกลาง ก็จะเป็นส่วนของราวแขวน บางบ้านที่ไม่มีที่คว่ำจานก็สามารถใช้ที่แขวนติดผนังแทนได้ และอาจใช้ชั้นวางเสริมช่วยเพิ่มพื้นที่วางของร่วมไปด้วยก็ได้   ปรุง - ส่วนนี้ควรเว้นระยะห่างระหว่างท็อปครัวกับตู้แขวนผนัง ประมาณ 55 ซม. เพื่อให้มี พื้นที่เพียงพอต่อการทำอาหาร และพื้นที่ระหว่างเตากับอ่างล้างจาน ควรห่างกันอย่างน้อย 80 ซม. เพื่อความสะดวกระหว่างประกอบอาหาร ส่วนมุมจัดเก็บและลิ้นชักข้างล่าง สามารถเพิ่มที่แบ่งช่องลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม ระหว่างตัวผนังที่เป็น ส่วนทำอาหาร อาจจะหากระเบื้องสีขาวที่หาซื้อได้ง่าย หรือเลือกใช้แผ่นติดผนังกันคราบ เพื่อเพิ่มลวดลายให้กับผนังและยังทำความสะอาดง่ายอีกด้วย     ผังห้องครัวที่นิยมและพบในบ้านส่วนใหญ่มีอยู่ 5 แบบ ได้แก่   ครัวแบบผนังเดียว (Single-sided kitchen) เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีพื้นที่มาก แต่ต้องการใช้พื้นที่ผนังเพียงฝั่งเดียวสำหรับทำครัว ก็จะสามารถขยายพื้นที่ได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความต้องการ   ครัวสองฝั่ง (Double-sided kitchen) เหมาะกับบ้านที่มีลักษณะเป็นแนวยาว หรือบ้านที่ต้องการพื้นที่ครัวแบบแยกออกมาจากตัวบ้าน มีข้อดีคือ สามารถเข้าครัวได้พร้อมกันถึงสองคน   ครัวเข้ามุม (L-Shaped Kitchen) เหมาะสำหรับบ้านที่ไม่ได้ต้องการแยกครัวออกมาเป็นสัดเป็นส่วนในอีกห้องหนึ่ง ไม่ต้องการก่อผนังเพิ่ม ผังครัวแบบเข้ามุมทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทำครัว และยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารด้วย   ครัวแบบเกาะกลาง (Island Kitchen) กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะการก่อเกาะกลางช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน โดยที่พื้นที่นี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่เก็บของเท่านั้น อาจจะเป็นพื้นที่สำหรับนั่งทานอาหาร เป็นแพนทรีเล็กๆ พื้นที่สำหรับล้างจาน หรือเป็นพื้นที่ตั้งเตาประกอบอาหารก็ได้   ครัว 3 ผนัง  (U-Shaped Kitchen) เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ครอบครัวใหญ่ๆ หรือสำหรับคนที่รักการทำอาหารและมักใช้ห้องครัวอยู่เสมอ ผังครัวแบบนี้ทำให้ใช้ครัวได้พร้อมกันหลายๆ คน และประกอบอาหารหลายๆ เมนูได้พร้อมกัน   ไอเดีย DIY ครัวแบบเกาะกลางง่ายๆ – สำหรับใครที่อยากมีครัวแบบเกาะกลาง อิเกียมีไอเดียมานำเสนอ ลองใช้โต๊ะ ชั้นวางของแบบมีล้อเลื่อน หรือรถเข็นมาตั้งตรงกลางแทนการสร้างเกาะกลาง ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บ หรือปรุงอาหารได้แล้ว แถมยังปรับพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการอีกด้วย     ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับการฝึกให้สมาชิกตัวน้อยได้มีส่วนร่วมในการปรุงอาหาร เพื่อปลูกฝังให้เขาได้ฝึกทักษะต่างๆ โดยไม่รู้สึกว่าห้องครัวเป็นบริเวณที่อันตราย โดยใช้เก้าอี้สองขั้น ช่วยเพิ่มความสูงให้เด็กสามารถใช้งานพื้นที่ท็อปครัวได้ และเพิ่มความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์เสริมที่ช่วยยึดลิ้นชักเก็บของมีคม นอกจากนี้ ยังสามารถฝึกเรื่องความสะอาดและการจัดของให้เป็นระเบียบ เช่น ให้เด็กๆ ล้างจานชามของตัวเอง แล้วเก็บในตู้ที่เด็กสามารถเอื้อมถึง เพียงเท่านี้ ห้องครัวก็กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขในบ้านได้ตามใจฝันแล้ว พบกับตัวช่วยดีๆ ในการเนรมิตครัวที่ใช่สำหรับคุณได้ที่อิเกีย มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ออกแบบได้ตามความต้องการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ IKEA.co.th/Kitchen      
บ้านสะอาดไร้ฝุ่นด้วย BOSCH Flexxo Serie 4

บ้านสะอาดไร้ฝุ่นด้วย BOSCH Flexxo Serie 4

บ้านใครมีเครื่องดูดฝุ่นแบบเดิมๆ บ้างคะ? แบบที่เวลาจะใช้งานก็ต้องยกเอาออกมาประกอบกัน เดินดูดฝุ่นทีก็ต้องคอยขยับเครื่องไม่ให้ไปทับสายไฟ กว่าจะดูดฝุ่นเสร็จแต่ละทีก็เล่นเอาเหนื่อยกันน่าดู ยิ่งเป็นงานบ้านที่ต้องทำความสะอาดกันเป็นกิจวัตรประจำด้วยแล้ว บางทีก็เหนื่อยจะแทบจะถอดใจไม่อยากหยิบจับเครื่องดูดฝุ่นตัวใหญ่ๆ หนักๆ ขึ้นมาทำความสะอาดเลย ยิ่งตอนนี้ปัญหาทางมลภาวะฝุ่นPM 2.5 กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต และทุกคนกำลังตื่นตัวในการป้องกัน เพราะฝุ่นPM2.5 มีผลกระทบต่อระบบทางเดินทางหายใจ และเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกด้วย ดังนั้นการกำจัดฝุ่นละอองต่างๆ ภายในบ้านเลยยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจและทำความสะอาดให้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อบ้านของเราสะอาด ปลอดจากฝุ่นPM2.5 และหายใจได้เต็มปอดมากขึ้น       วันนี้เรามีเครื่องดูดฝุ่นใหม่จาก BOSCH ที่น่าใช้เชียวค่ะ หลังจากที่ได้ทดลองใช้ดูแล้วต้องบอกว่าประทับใจเลยทีเดียวจนต้องรีบมาบอกต่อ เครื่องดูดฝุ่นจาก BOSCH ตัวนี้ ชื่อรุ่นว่า "Flexxo Serie 4" เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 in 1 ดีไซน์ของตัวเครื่องสวยเพรียวหยิบจับใช้งานง่ายมาก แถมยังช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บด้วย เพราะอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มากับตัวเครื่องถูกจัดเก็บรวมไว้ตามส่วนต่างๆ ของเครื่อง ไม่ต้องกลัวว่าหัวดูดแบบต่างๆ จะหายหรือเปลืองที่จัดเก็บเลย บอกเลยว่าสะดวกต่อการกำจัดฝุ่นละอองทุกซอกทุกมุมจริงๆ เกริ่นมาแบบนี้ เริ่มสนใจกันแล้วใช่มั้ย ไปดูกันค่ะว่า BOSCH Flexxo ตัวนี้ใช้งานดียังไงบ้าง   https://youtu.be/CC8wsNyS3w4   BOSCH Flexxo Serie 4 เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแบบที่หยิบมาใช้ได้เลย ไม่มีสายไฟให้เกะกะเวลาใช้งาน ซึ่งแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 55 นาที  อุปกรณ์เสริมและหัวดูดฝุ่นก็มีให้เลือกใช้หลายแบบตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นข้อต่อแบบ Long Crevice ที่เป็นข้ออ่อนและยืดความยาวออกได้ ทำให้ทำความสะอาดตามซอกลึกได้ทั่วถึงมายิ่งขึ้น หรือหัวดูดแบบอื่นๆ ถูกออกแบบมาสำหรับทำความสะอาดทุกพื้นผิว ส่วนจุดเด่นที่ถูกใจคนรักสัตว์เลยก็คือ ความสามารถในการดูดกำจัดขนน้องหมา น้องแมว ด้วยแรงดูดที่เพิ่มขึ้นจึงทำความสะอาดได้รวดเร็วขึ้นอีก 30% เลยทีเดียว ตัวเครื่องก็สามารถถอดแยกออกมาได้ด้วย เพื่อความคล่องตัวในการใช้งานที่มากขึ้น ไม่ว่าจะทำความสะอาดผ้าม่าน โซฟา หรือบนหลังตู้ อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ไส้กรองอากาศและกล่องเก็บฝุ่น เพราะหลังจากจัดการกับฝุ่นมารอบบ้านแล้ว เราก็ต้องมั่นใจว่าลมจากแรงดูดที่ผ่านออกมาจากไส้กรองจะไม่มีละอองฝุ่นเล็ดลอดออกมากวนใจอีก ซึ่ง BOSCH ก็ออกแบบมาเป็นอย่างดี ประกอบกับกล่องเก็บฝุ่นก็สามารถถอดมาล้างทำความสะอาดได้ด้วย ไม่ต้องกลัวฝุ่นฟุ้งกระจายตอนนำไปทิ้งอีกต่อไป หลังจากได้ลองใช้งานจริงแล้ว ต้องบอกว่าสะดวกจริงๆ ค่ะ เราสามารถทำความสะอาดห้องได้อย่างรวดเร็วขึ้น มีเวลาเหลือให้พักผ่อนมาขึ้นอีกด้วย คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ BOSCH Flexxo Serie 4 แบตเตอรี่ Long-life Litium ชาร์ทแบต 5 ชั่วโมง ใช้งานได้นาน 55 นาที ปรับระดับความแรงได้ 2 ระดับ ด้วยระบบ Robust Air ประสิทธิภาพสูงแม้จะมีฝุ่นเต็มกล่อง ไส้กรองอากาศ และกล่องเก็บฝุ่นถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย มีอุปกรณ์เสริมเปลี่ยนตามการใช้งานได้หลากหลาย เช่น พื้น เพดาน ผ้าม่าน รถยนต์ ฯลฯ ขนาด (สูงxกว้างxลึก) : = 1150 × 265 x 180 มม. น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ราคาประมาณ 14,900 บาท   ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.bosch-home.in.th **ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ISSARA COLLECTION SATHORN    
AIS Fibre จับมือโนเกียเปิดตัวบริการ Mesh Wi-Fi สำหรับใช้ในบ้าน เป็นรายแรกในประเทศไทย

AIS Fibre จับมือโนเกียเปิดตัวบริการ Mesh Wi-Fi สำหรับใช้ในบ้าน เป็นรายแรกในประเทศไทย

AIS Fibre ผู้นำอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงของไทย จับมือโนเกีย พัฒนาบริการบรอดแบนด์ความเร็วสูงระดับพรีเมี่ยมรูปแบบใหม่แก่ลูกค้า AIS Fibre ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสัญญาณ Wi-Fi broadband ได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุดทั่วทุกมุมของบ้าน  ลูกค้าของ AIS Fibre จะได้รับสิทธิ์ในการซื้อ Nokia WiFi Beacon 3 แบบ duo-pack ในราคาพิเศษ ซึ่งเมื่อการติดตั้งเรียบร้อยเครือข่าย Wi-Fi แบบ mesh จะมีสัญญาณกระจายทั่วทั้งบริเวณบ้าน (whole-home) อย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมและเสริมประสิทธิภาพของบรอดแบนด์ความเร็วสูงมาก (ultra-broadband) ได้อย่างมีนัยสำคัญ   ประสิทธิภาพของเครือข่าย Wi-Fi ที่ครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณบ้านมักจะได้รับผลกระทบเช่นความเร็วที่ลดลงหรือสัญญาณไม่เสถียร จากจำนวนของอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เครือข่ายดังกล่าวต้องบริหารจัดการและสัญญาณรบกวนที่อาจเกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เตาไมโครเวฟ หรือเครือข่าย Wi-Fi จากที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง การทำให้บ้านของลูกค้ามีสัญญาณ Wi-Fi ครอบคลุมเพียงพอเป็นเรื่องที่ท้าทายและในหลายกรณีจะต้องมีการติดตั้ง access point หลายจุดเพื่อลดจุดอับสัญญาณ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสัญญาณขาดหายเนื่องจากมีผนังภายในกั้นหรือสัญญาณรบกวน โซลูชั่น Wi-Fi ของ Nokia ซึ่งได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก iF Design Foundation ช่วยขจัดปัญหาของเครือข่ายเหล่านี้ที่พบโดยทั่วไปตามบ้านพักอาศัยและช่วยให้ลูกค้าของ AIS Fibre ได้ใช้เครือข่าย Wi-Fi แบบ mesh ที่เต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อีกทั้งยังติดตั้งง่าย ให้สัญญาณครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณบ้านและมีคุณสมบัติรองรับบรอดแบนด์ความเร็วสูงมากได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ Nokia WiFi Beacon 3 ถูกออกแบบมาให้สามารถตรวจจับแหล่งที่มาของสัญญาณรบกวนทั้งที่เป็นสัญญาณ Wi-Fi และไม่ใช่ Wi-Fi ได้ถึง 100% จากนั้นจึงทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับช่องสัญญาณที่แรงที่สุดโดยอัตโนมัติเพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการวิเคราะห์ข้อมูลที่มากับ Nokia WiFi Beacon 3 ยังสามารถแก้ไขปัญหาได้เองโดยอัตโนมัติ ลดความจำเป็นที่ลูกค้าต้องจัดการเครือข่ายด้วยตนเองเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ลูกค้ามีประสบการณ์ในการใช้ Wi-Fi ในบ้านที่ดียิ่งขึ้น   หลังจากลูกค้า AIS Fibre ได้รับอุปกรณ์ Nokia WiFi Beacon 3 ลูกค้าสามารถทำการติดตั้งเองได้อย่างรวดเร็ว เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นลงบนมือถือและทำตามขั้นตอนการตั้งค่าที่แนะนำ เมื่อการติดตั้งเสร็จ ลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อดูการแสดงข้อมูลภาพซึ่งแสดงความครอบคลุมของสัญญาณ  (heat map) เพื่อระบุและจัดการจุดอับสัญญาณได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถระบุจุดที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่ม access point เพื่ออุดช่องว่างความครอบคลุมของสัญญาณ นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถเข้าถึงรายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและสร้างเครือข่ายแยกสำหรับผู้มาเยือน (guest networks) และตั้งค่าความปลอดภัยตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว มร.เบนวา เฟลเทน หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิจัย ของ Diffraction Analysis กล่าวว่า “ผู้ให้บริการ บรอดแบรนด์ส่วนมากจะไม่ได้ให้บริการหรือจัดการเครือข่าย Wi-Fi ในบ้านของลูกค้า ทำให้ในหลายกรณีสมรรถภาพของบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่ส่งมาถึงบ้าน อาจจะถูกลดทอนลงจากสัญญาณรบกวนต่างๆ ที่เกิดกับเครือข่าย Wi-Fi  โซลูชั่น Wi-Fi ของ Nokia ทำให้ผู้ใช้บริการมีประสบการณ์ Wi-Fi ที่ดีขึ้นโดยการสร้าง mesh network ที่กำจัดจุดอับพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บรอดแบนด์ความเร็วสูงมากจากทุกมุมของบ้านไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดก็ตาม”   นายศรัณย์ ผโลประการ ผู้อำนวยการธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า "AIS Fibre ในฐานะผู้นำนวัตกรรมอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ความเร็วสูงของประเทศ ที่มุ่งมั่นคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีที่แตกต่างและนำเทรนด์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมเน็ตบ้านมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้บุกเบิกการให้บริการอินเทอร์เน็ต ไฟเบอร์ออปติกแท้รายแรกของไทย รวมถึงให้บริการ Dual Band Router เป็นรายแรกเช่นกัน เพื่อส่งมอบบริการเน็ตบ้านที่คุณภาพดีที่สุดเสมอ ล่าสุด AIS Fibre ตอกย้ำความเป็น Innovative Leader อีกครั้ง ด้วยการจับมือกับพันธมิตรระดับโลก Nokia ทำงานร่วมกันในเชิงลึก เพื่อศึกษาและทดสอบอุปกรณ์ Mesh WiFi สำหรับตลาดในเมืองไทย เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าไปอีกขั้น โดยร่วมกันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นรายแรกของโลกกับ “Nokia WiFi Beacon 3” อุปกรณ์เสริมเราเตอร์ระดับพรีเมี่ยม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า ทำให้การเชื่อมต่อราบรื่น ครอบคลุมทุกพื้นที่ในบ้าน” มร.เฟเดอริโก้ กิวเล็น ประธานธุรกิจฟิกซ์ เน็ตเวิร์ค ของโนเกีย กล่าวว่า "โซลูชั่น Wi-Fi ของ Nokia ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่องการใช้งาน Wi-Fi ที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ให้บริการมีเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทำให้การบริการลูกค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่น เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับ AIS Fibre ในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างด้านการบริการเครือข่าย Wi-Fi ในบ้านของลูกค้าของ AIS Fibre ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ในการใช้บรอดแบรนด์ความเร็วสูงมากที่ดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย จากทุกมุมภายในบ้านอย่างแท้จริง"          
ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

พื้นที่ในบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว และเป็นพื้นที่ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเรามากที่สุดน่าจะหนีไม่พ้น “ห้องนอน” แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของห้องที่รักการแต่งตัวด้วยแล้วล่ะก็ การมี “มุมแต่งตัว” หรือ “ห้องแต่งตัว” จัดไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เป็นระเบียบเรียบร้อยตามอย่างที่ฝันก็คงจะสร้างความสุขได้ไม่น้อยเลย     จะไปกลัวอะไรถ้าเราอยากจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัว ให้เป็นไปอย่างที่ใจฝัน คุณเองก็สามารถมีห้องนอนในแบบ original U ได้ไม่ยาก แค่รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน และเป็นคนสไตล์ไหน การสะท้อนตัวตนผ่านเฟอร์นิเจอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   สไตล์โมเดิร์นเรียบๆ แต่เก๋ ก็เป็นหนึ่งในสไตล์ยอดฮิตที่หลายๆ คนชื่นชอบ การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบๆ ในห้องนอน จะช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสงบเหมาะกับการพักผ่อน แต่ถ้าชอบเฟอร์นิเจอร์แบบน้อยชิ้น สไตล์มินิมอล ก็เป็นอีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งโทนสีที่เรียบง่าย ถึงจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากแต่ทุกชิ้นต้องสามารถตอบโจทย์การใช้สอย และมีฟังก์ชั่นที่ดีพอ     นอกจากนี้การตกแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ก็ยังคงเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ เฟอร์นิเจอร์โลหะง่ายๆ มีดีเทลไม่มากในโทนสีเข้มขรึมก็เป็นอีกสไตล์ที่เลือกตกแต่งได้ไม่ยากเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วห้องในสไตล์ลอฟท์จะเน้นโชว์ความดิบของวัสดุ โชว์โครงสร้าง ลายเส้นต่างๆ ให้ห้องน่าสนใจมากขึ้น คุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะชอบความง่ายๆ ไม่ซับซ้อนกับการใช้งาน การวางโชว์ของสะสมไว้บนชั้นที่เปิดโล่ง หรือการแขวนเสื้อผ้าง่ายๆ ไว้บนราวเหล็ก ก็จะทำให้การเลือกหยิบเสื้อผ้าในแต่ละครั้งรวดเร็วยิ่งขึ้น     Walk-in Closet นับว่าเป็นพื้นที่ในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากจะมีมุมแต่งตัวเป็นสัดส่วนอยู่ในห้องนอนให้เป็น original U หากเป็นบ้านสร้างใหม่ หรือห้องชุดใหม่ที่ไม่เคยผ่านการตกแต่งมาก่อน ก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายที่จะออกแบบตกแต่งมุมแต่งตัวให้หลากหลายได้อย่างที่ใฝ่ฝัน แต่สำหรับการปรับเปลี่ยน ซ่อมแซมจากห้องเดิมอาจจะมีข้อจำกัดมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะที่ SB Design Square มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ พร้อมบริการให้คำปรึกษาเพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีที่สุด     อีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือ Rustic Luxe ซึ่งเป็นการผสานความเรียบง่ายจากวัสดุธรรมชาติเข้ากับความหรูหราแวววาวของโลหะ กระจกต่างๆ การตกแต่งด้วยสไตล์นี้จะมีการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย แต่เน้นโทนสีอบอุ่นของธรรมชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว เฟอร์นิเจอร์จากชิ้นไม่ธรรมดาๆ อาจตกแต่งด้วยโลหะสีทองเพิ่มเข้าไป ก็จะเป็นให้บรรยากาศห้องดูหรูหรามีไตล์ขึ้นทันตา     ไม่มีข้อจำกัดตายตัวหรอกค่ะว่าตู้เก็บเสื้อผ้าของคุณจะต้องเป็นแบบไหน ถ้าภาพในหัวคือ ราวแขวนโปร่งโล่งแบบโชว์รูมห้องเสื้อหรูก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร  หรือถ้าอยากจะเลือกบานประตูตู้เป็นกระจกบานใหญ่ให้สะใจก็ไม่มีกฏข้อไหนบอกว่าความต้องการของคุณเป็นเรื่องผิด ในขณะเดียวกัน ถ้าจะเพิ่มชั้นเก็บกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับไว้ใกล้ๆ มือ จะขยับซ้ายขยับขวาจัดวางไว้ในมุมใดก็ได้ตามที่เราพอใจ ในเมื่อพื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านจะบ่งบอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุด จะสนุกแค่ไหน ถ้าเราได้ลองเลือก Mix&Match เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นที่ถูกใจ มาวางคู่กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดิมที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว หรือได้ลองผสมสไตล์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างไม่มีข้อจำกัด ได้เพิ่มเติมลูกเล่นหรือฟังก์ชั่นที่ต้องการเข้าไป ออกแบบห้องแต่งตัวใหม่ที่ใส่ความเป็นตัวเราลงไปในทุกมุม เพื่อให้เราได้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน   เพราะ SB Design Square รู้ดีว่า ความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน กว่าจะออกมาเป็น original U ของแต่ละคนได้ ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทจึงถูกออกแบบมาให้มีดีไซน์ และฟังก์ชั่นต่างกันออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คุณเลือก Mix&Match ได้ตามสไตล์ส่วนตัว เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณอย่างแท้จริง จากพื้นที่ส่วนตัวในห้องนอนที่บ่งบอกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจนแล้ว พื้นที่ในฝันอย่างมุมแต่งตัวหรือ Walk-in Closet ก็สำคัญไม่แพ้กันจริงมั้ยคะ เมื่อ Walk-in Closet ที่ดีที่โดนใจไม่ใช่แค่ที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น SB Design Square มี SB Interior Team ผู้เชี่ยญชาญด้านการออกแบบ ที่จะแปรความชอบสไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล ลอฟท์ อินดัสเทรียล หรือโมเดิร์น ถ่ายทอดออกมาเป็นความลงตัวในแบบของเรา พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์เฉพาะตัว ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทุกส่วนภายในบ้านสามารถออกแบบได้เพื่อคุณโดยเฉพาะ     เพราะความชอบของเราไม่จำเป็นที่ต้องแคร์ใคร และความสุขแต่ละคนไม่เหมือนกัน การได้มีพื้นที่เล็กๆ ในมุมส่วนตัวที่เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับงานหนัก หรือเรื่องเหนื่อยแค่ไหน ชีวิตก็มีความสุขได้เพราะเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น #originalU     
จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

ถ้าเปรียบการใช้ชีวิตคนเราเหมือนการเลือกคู่ชีวิตก็คงไม่ผิดนัก เพราะในทุกๆ วันเราจะตามหาสิ่งรอบตัวที่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากบ้านอย่างเสื้อผ้าที่บ่งบอกแฟชั่นความเป็นตัวเอง อาหารการกินที่ชื่นชอบ ของใช้ทุกชิ้นที่เราต่างก็อยากเลือกด้วยตัวเองเพื่อให้ได้สิ่งที่โดนใจที่สุด เข้ากันกับเรามากที่สุดถึงจะไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ แต่ละคนก็มีความชอบส่วนตัวแตกต่างกันไป บางคนชอบออกกำลังกาย บางคนชอบนั่งชิวร้านกาแฟ บางคนชอบออกไปเที่ยว บางคนชอบอยู่บ้าน ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ของทุกคนจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราใส่ใจกันก็จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นตรงกลาง ซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่าความลงตัว ก็เปรียบเสมือนพบเจอเนื้อคู่ที่สามารถเข้ากันได้ในทุกเรื่องราวของชีวิต สำหรับที่อยู่อาศัยก็เช่นกันค่ะ ต้องใส่ใจเลือกสิ่งที่ลงตัวกับครอบครัวของเราให้มากที่สุด เพราะการซื้อบ้านสักหลังก็เหมือนการเลือกฝากชีวิตไว้กับใครสักคนที่สามารถดูแลกันและกันไปทั้งชีวิต     ใครๆ ก็อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ แต่กว่าจะได้บ้านที่ตรงใจเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวของเราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบเจอ เพราะบ้านแต่ละหลังนั้นต้องประกอบด้วยรายละเอียดเล็กๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ใช่ คุณภาพวัสดุที่ต้องได้มาตรฐาน ความชำนาญในการก่อสร้าง ไปจนถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทเจ้าของโครงการ เพราะบ้านจะอยู่กับครอบครัวของเราไปอีกยาวนานหลายสิบปี ยิ่งถ้าบ้านในฝันหลังนั้นเกิดขึ้นมาจากความใส่ใจในคุณภาพมาตั้งแต่แรก สิ่งดีๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนในครอบครัวของเรา       25 ปีมาแล้วนะคะที่ “พฤกษา” พัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดหยั้ง คอยดูแลบ้านด้วยความใส่ใจมาตลอด ตั้งแต่รากฐานด้วยเทคโนโลยีการผลิตวัสดุก่อสร้างได้มาตรฐาน การออกแบบให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ใส่นวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายกว่าที่เคย เกิดเป็นสังคมที่มีสิ่งแวดล้อมดีๆ รอบตัวอย่างสร้างสรรค์ พร้อมด้วยบริการดูแลตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนการใช้ชีวิตในรั้วของพฤกษา และนี่คือ 5 แนวคิดหลักที่เกิดจากความใส่ใจลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อให้เป็นบ้านในฝันสำหรับทุกคน       ใส่ใจ...เทคโนโลยีการก่อสร้าง และการผลิต บ้านที่ดีไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม แต่ต้องมีรากฐานที่ดีมาตั้งแต่การใช้วัสดุและระบบการก่อสร้างอันทันสมัย ซึ่งพฤกษามีโรงงาน Pruksa Precast ผลิตคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป โดยใช้เทคโนโลยีจากเยอรมันนี สามารถมั่นใจได้กับคุณภาพแข็งแรง ทนทานทุกชิ้นก่อนออกจากโรงงาน เสริมด้วยระบบการก่อสร้างจากช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Pruksa REM (Pruksa Real Estate Manufacturing) การันตีจาก 2 รางวัลยอดเยี่ยมระดับโลกของงาน ASQ ’s 2012 World Conference สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด         ใส่ใจ...นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างสร้างสรรค์ เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่มักจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ยิ่งหากได้นวัตกรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัวของเรา อย่างระบบปฏิบัติการ Pruksa Home Automation & Security System ที่สามารถควบคุมได้แค่ปลายนิ้วสั่งผ่าน Smartphone ทั้ง Smart Control ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ Remote Smart Camera กล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านสามารถสั่งงานออนไลน์ได้ Smart Security สัญญาณกันขโมย และเครื่องจับความเคลื่อนไหว       ใส่ใจ...การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ กว่าจะได้บ้านแต่ละหลัง นั่นหมายถึงความทุ่มเทครั้งใหญ่ของชีวิต พฤกษาตระหนักดีถึงจุดนี้จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ตามเทรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างคุณค่าให้กับบ้านยุคใหม่ Safety Home บ้านแข็งแรงทนทานด้วยวัสดุได้มาตรฐาน ผ่านการคัดสรรจากโรงงานก่อนถึงไซต์ก่อสร้าง Healthy Home เพราะสุขภาพคือสิ่งสำคัญของครอบครัว พฤกษาจึงคิดตั้งแต่การวางผังบ้านเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับเมืองร้อนในบ้านเรา ใช้สีทาบ้านที่ไม่ระคายเคืองต่อระบบหายใจ ห้องน้ำไม่อับชื้นปราศจากเชื้อรา ฯลฯ Green Home ดูแลครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลโลกของด้วยการประหยัดพลังงาน  อย่างการใช้หลังคาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ฝ้าสำเร็จรูปป้องกันความร้อน การใช้ผนังสำเร็จรูปลดฝุ่น ลดมลภาวะ วัสดุสังเคราะห์ที่ลดปัญหาการทำลายธรรมชาติ ฯลฯ Smart Home เป็นสิ่งที่บ้านสมัยใหม่จะขาดไปไม่ได้เลยทั้งระบบ Home Automation ควบคุมบ้านด้วยรีโมทคอนโทรลหรือผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การเปิด – ปิด ไฟฟ้า หรือระบบ Building Information Modeling การออกแบบ 3 มิติ ด้วยคอมพิวเตอร์ให้การสร้างบ้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น     ใส่ใจ...สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างสร้างสรรค์ บ้านของเราจะน่าอยู่ได้ไม่ใช่แค่ตัวบ้านเท่านั้น แต่สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน รวมถึงสังคมดีๆ ที่พฤกษาออกแบบสังคมคุณภาพที่พัฒนาเฉพาะเพื่อคุณ Solar Cell ประหยัดพลังงานด้วยการดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ที่ส่วนกลาง แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางลงได้   Jogging Track สวนที่ออกแบบพิเศษสำหรับการออกกำลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพ Bike Lane เลนสำหรับรถจักรยานโดยเฉพาะ ปั่นได้ปลอดภัยภายในโครงการ CCTV ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนหลักถนนรอง และ Main Gate ในทุกๆ โครงการ   Double Security Gate เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยประตูทางเข้า 2 ชั้น   Fast Lane & Easy Pass แยกทางเข้า – ออก ระหว่างลูกค้าและแขกผู้เยี่ยมเยือน       ใส่ใจ...การบริการอย่างสร้างสรรค์ การบริการถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกด้วยทีมงานที่มีความชำนาญ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อ ไปจนบริการหลังการขายพร้อมดูแลคุณทุกปัญหา โดยสามารถแจ้งปัญหาผ่าน www.pruks.com ที่สะดวกครอบคลุมทุกช่วงเวลา ให้ได้กว่าคำว่าบ้าน   สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือรากฐานที่ดีจะต้องมีตั้งแต่แรกเริ่มจนกลายเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน คือความทุ่มเทจากพฤกษาที่พร้อมจะมอบบ้านคุณภาพที่ดีที่สุดส่งมอบให้กับลูกบ้านทุกคน เพราะ Pruksa ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1739 หรือ Pruksa.com  
“ลัคกี้เฟลม” ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม Innovation และ Design ที่ทันสมัย พร้อมผุดโชว์รูมสาขา 2 ในรอบ 43 ปี

“ลัคกี้เฟลม” ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม Innovation และ Design ที่ทันสมัย พร้อมผุดโชว์รูมสาขา 2 ในรอบ 43 ปี

“ลัคกี้เฟลม” ชื่อแบรนด์เตาแก๊สที่อยู่คู่ครัวคนไทยมากว่า 43 ปี สวนกระแสเศรษฐกิจหด เนรมิตโชว์รูมสาขา 2 ที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เดินหน้าครองแชมป์ครัวไทย สู่ทศวรรษที่ 4 มุ่งแตกไลน์สินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Built-in ตลาดใหม่ อาทิ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างซิงค์ เจาะกลุ่มคอนโด และหมู่บ้านในเมือง โชว์ความเหนือชั้นเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่รับประกันแก๊สวาล์วถึง 5 ปี พร้อมเสริมทีมบริการหลังการขายที่เป็นพันธมิตรตัวแทนที่มีอยู่ทั่วประเทศ และเจาะตลาดออนไลน์สร้าง Branding ชูจุดแข็งคุณภาพสินค้า ส่วนตลาด CLMV ยังเติบโตอย่างโดดเด่นและต่อเนื่อง   นายเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล กรรมการบริหารและผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ลัคกี้ เฟลม จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เตาแก๊ส และอุปกรณ์ภายในครัวเรือน แบรนด์ “ลัคกี้ เฟลม” เผยว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลากว่า 43 ปีแล้ว ส่วนใหญ่จะรู้จักในนาม “เตาแก๊สลัคกี้เฟลม” ซึ่งปัจจุบันเราเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเตาแก๊ส เครื่องปรับความดันก๊าซ เครื่องดูดควัน เตาอบแก๊ส หม้อหุงข้าวแก๊ส เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า วาล์วก๊าซ ปืนจุดแก๊ส และเครื่องใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยคุณภาพของสินค้าที่รักษามาตรฐานได้อย่างดีเยี่ยม ประกอบกับความเข้าใจ ความจริงใจ รวมถึงการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน ทำให้เตาแก๊สลัคกี้เฟลมยังยืนเคียงคู่สังคมไทย มาเป็นเวลากว่า 43 ปี     เรามีความเชื่อว่า สิ่งที่บ่งบอกถึงเสน่ห์ของอาหารไทย ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในเรื่องวัตถุดิบหรือฝีมือคนปรุงเท่านั้น แต่ครัวไทยก็ช่วยเสริมความมีเสน่ห์ของอาหารไทยได้เหมือนกัน เมื่อก่อนเราใช้แค่เตาถ่านก็ทำอาหารที่อร่อยได้ ต่อมาเมื่อเรามีเตาแก๊ส การทำอาหารก็กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ซึ่งจุดเริ่มต้นของ “ลัคกี้เฟลม” ก็มาจากความชื่นชอบในเสน่ห์ของครัวไทยนั่นเอง จากตอนแรกที่ทำกันแค่ธุรกิจครอบครัว ก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีลัคกี้เฟลมก็มีอายุ 43 ปีแล้ว สิ่งที่เราได้พัฒนามาตลอดก็คือเรื่องคุณภาพของสินค้า นวัตกรรมใหม่ๆ ในครัว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย คือการจุดประกายความสุขควบคู่ครัวเรือนไทย ไม่ว่าจะกี่รุ่น คนไทยแทบจะทุกคนก็รู้จัก “เตาแก๊สลัคกี้เฟลม”   สิ่งที่เป็นจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นให้ลัคกี้เฟลมมาตลอด ก็คือคุณภาพของสินค้าที่คงทนแข็งแรง มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูง รวมถึงได้พัฒนาให้สินค้ามีความหลากหลาย มีฟังก์ชั่นมากขึ้น มีรูปแบบทันสมัย ทำงานง่าย สะดวกและปลอดภัย รวมถึงเรายังสร้างความเชื่อใจให้ลูกค้าจากการรับรอง ISO 9001:2015 ซึ่งเป็นเหมือนใบรับประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเรายังเป็นผู้ผลิตเตาแก๊สที่ติดตรา มอก. และ Thailand Trusted Mark บทนิยามที่บ่งบอกถึงมาตรฐานและคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย นอกจากนี้สินค้าทุกชิ้นของลัคกี้เฟลมยังได้รับการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน นับเป็นหนึ่งในการดูแลสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อม ที่เราได้ให้ความสำคัญเสมอมา   นายเชาว์เลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเรามีการพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดูดควัน เตาอบแก๊ส หม้อหุงข้าวแก๊ส ปืนจุดแก๊ส หรือเครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า และยังรวมไปถึงการแตกไลน์ผลิตอุปกรณ์ครัวแบบ Built-in ที่เริ่มมีบทบาทในครัวของคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำอาหารในคอนโด หรือหมู่บ้านในเมือง โดยเปิดโชว์รูมลัคกี้เฟลม สาขา 2 ณ ฟิวส์เจอร์ปาร์ค รังสิต บนเนื้อที่กว่า 122 ตรม. มีสินค้าของลัคกี้เฟลมมากกว่า 100 SKU พร้อมทั้งมีการจัดแสดง Display Product เพื่อเป็นตัวอย่างในการสร้างไอเดียหรือแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าที่พบเห็น เพื่อเป็นแนวทางในการตกแต่งห้องครัวไทยอีกด้วย ซึ่งขณะนี้เรามีโชว์รูมสาขาแรกในเซ็นทรัล บางนา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เราจึงได้มีการขยายสาขาเพิ่มอีกเป็นแห่งที่ 2 และมีแผนที่จะขยายแห่งที่ 3 เร็วๆ นี้   ปัจจุบัน “ลัคกี้เฟลม” มีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน โฮมโปร, ไทวัสดุ, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซี, โฮมเวิล์ค, บุญถาวร และโกเบิลเฮ้าส์ นอกจากนี้เรายังมีช่องทางจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย รวมถึงมีบริการหลังการขายที่คอยดูแลลูกค้าได้ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ และเราเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่รับประกันแก๊สวาล์วถึง 5 ปี, มอเตอร์เครื่องดูดควันถึง 10 ปี ซึ่งมองว่า จุดนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้ “ลัคกี้เฟลม” มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายที่ชัดเจนในการสร้าง Lucky Flame ให้เป็นสินค้าที่ครองใจผู้บริโภคเน้น Innovation และ Design ที่สวยทันสมัยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมุ่งเน้นสินค้าที่ดีด้วยปณิธาน “Quality is our destiny” คุณภาพคือจิตวิญญาณของเรา     ปัจจุบัน “ลัคกี้เฟลม” มีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน โฮมโปร, ไทวัสดุ, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซี, โฮมเวิล์ค, บุญถาวร และโกเบิลเฮ้าส์ นอกจากนี้เรายังมีช่องทางจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย รวมถึงมีบริการหลังการขายที่คอยดูแลลูกค้าได้ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ และเราเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่รับประกันแก๊สวาล์วถึง 5 ปี, มอเตอร์เครื่องดูดควันถึง 10 ปี ซึ่งมองว่า จุดนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้ “ลัคกี้เฟลม” มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายที่ชัดเจนในการสร้าง Lucky Flame ให้เป็นสินค้าที่ครองใจผู้บริโภคเน้น Innovation และ Design ที่สวยทันสมัยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมุ่งเน้นสินค้าที่ดีด้วยปณิธาน “Quality is our destiny” คุณภาพคือจิตวิญญาณของเรา     พร้อมกันนี้ยังมีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยมุ่งเน้นเพื่อการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ อาทิ ดูไบ แอฟริกา บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV จะมีการเติบโตโดดเด่นเป็นพิเศษ นายเชาว์เลิศ กล่าวทิ้งท้าย   ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ โชว์รูมลัคกี้เฟลม สาขา 2 ณ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร. 02-150-9258 หรือ ลัคกี้เฟลม Call Center โทร. 02-312-4330