การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ : Aspire Sathorn – Ratchapruek (แอสปาย สาทร-ราชพฤกษ์)

เจ้าของโครงการ : AP Thai

ที่ตั้งโครงการ : ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กทม.

พื้นที่โครงการ : 4-3-13.6 ไร่

ลักษณะโครงการ : High Rise

จำนวนอาคาร : 1 อาคาร

จำนวนชั้น : 32 ชั้น

จำนวนยูนิต : 1,049 ยูนิต

ขนาดห้อง :

– Studio : 26.00 ตร.ม.

– 1 Bedroom : 31.5-32.00 ตร.ม.

– 1 Bedroom Plus : 35.00 ตร.ม.

– 2 Bedrooms 46.5-48.00 ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :

– โถงต้อนรับ

– ห้องจดหมาย

– ห้องซักรีด

– สระว่ายน้ำระบบเกลือ

– ฟิตเนส

– ซาวน่า

– สวนพักผ่อน

– Access Card Control

– กล้องวงจรปิด

– รปภ. 24 ชม.

ราคา : เริ่มต้น 1,890,000 บาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : ประมาณ 72,692 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง : 38 บาท/ตร.ม./เดือน ชำระล่วงหน้า 1 ปี
ค่ากองทุน : 350 บาท/ตร.ม. ชำระครั้งเดียว
ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2561 พร้อมเข้าอยู่

จุดเด่นโครงการ : Location
• ทำเลอยู่ใกล้สถำนี BTS/MRT บางหว้าอินเตอร์เชนจ์
• โครงการมี Sky Walk ลูกค้าเดินทางไป BTS สะดวกกว่าคู่แข่ง
• โครงการอยู่ตรงกลางระหว่างเมืองและชุมชน มีการคมนาคมหลากหลาย Great Design Function
• โครงการ Aspire ที่ให้ Facilities มากกว่า ด้วย Coworking space, swimming pool, rooftop facilities (multi sport, TRX), Fitness (เครื่องเล่นใหม่ของ Matrix และ Johnsons, smart locker, ev charger)
• Spec และ infrastructure ดีเหนือกว่า brand เดิม (วัสดุ fibre optics)
• Design layout 35 sq.m. ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย
Price
• เปิดตัวโครงการในราคา Avg 89,000 /Sq.m. เมื่อเทียบกับโครงการคู่แข่งบนถนนราชพฤกษ์ Price/ Sq.m. สูงกว่าเหมาะกับ Real demand และโครงการใกล้เสร็จเหมาะกับนักลงทุนปล่อยเช่า

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง :

– รถไฟฟ้า BTS บางหว้า

– รถไฟฟ้า MRT บางหว้า

– ติด Sky Walk เชื่อมสู่ Inter Change บางหว้า

สถานที่ใกล้เคียง :

– ซีคอน บางแค

– เทสโก้ โลตัส บางแค

– เดอะมอลล์ บางแค

– เดอะมอลล์ ท่าพระ

– แม็คโคร กัลปพฤกษ์

– บิ๊กซี กัลปพฤกษ์

– ม.สยาม

– รร.เซนต์ปีเตอร์ธนบุรี

– รร.นานาชาติบริติชโคลัมเบีย

– รร.ฐานปัญญา

– รพ.พญาไท 3

– รพ.สมิติเวช ธนบุรี

– รพ.เพชรเกษม 2

Aspire Sathorn – Ratchapruek เปลี่ยน..ชีวิตให้เพียบพร้อม ต่อติดทุกการเดินทาง

Aspire Sathorn – Ratchapruek เปลี่ยน..ชีวิตให้เพียบพร้อม ต่อติดทุกการเดินทาง : รีวิวคอนโด

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปอัพเดทความคืบหน้าล่าสุดของคอนโดมิเนียมใหม่ที่อยู่ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีบางหว้า อินเตอร์เชนจ์ เพียงแค่ก้าวเดียวจาก Skywalk กับโครงการ “Aspire Sathorn – Ratchapruek (แอสปาย สาทร-ราชพฤกษ์)” แบรนด์คอนโดคุณภาพจาก AP Thai นั่นเองค่ะ หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณสองปีก่อนหลายคนอาจจำกันได้ว่าทางโครงการได้เคยเปิดจองกันไปแล้ว และก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมากๆ แต่ด้วยประสบการณ์และชื่อเสียงที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน ทำให้ทางแบรนด์อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกบ้าน โดยเล็งเห็นอนาคตว่าการมาถึงของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่ทำการเชื่อมต่อกับ BTS สถานีบางหว้า จะทำให้ทำเลย่านนี้ดูคึกคัก น่าสนใจ และเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น จึงได้หยุดทำการขายและมีการคืนเงินให้แก่ผู้จองเพื่อพัฒนาโครงการให้ดีขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันทางโครงการได้ดำเนินการก่อสร้างใกล้เสร็จเต็มทีแล้วนะคะ และการกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ เพราะจุดเด่นนอกจากเรื่องของทำเลศักยภาพแล้ว ตัวอาคารยังถูก Re-design และปรับวาง Layout ภายในใหม่ทั้งหมด รวมถึงคัดสรรแต่วัสดุพรีเมี่ยมที่ดีกว่าเดิมมาใช้กับโครงการในราคาที่แทบไม่ต่างจากเดิมเลย เรียกว่าทุกคนสามารถจับต้องได้เช่นเดิม ซึ่งจะมีการ Pre-Sale อีกครั้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ทำเลและการเดินทาง

 

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า โครงการ “Aspire Sathorn – Ratchapruek” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ราชพฤกษ์ ใกล้กับท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษม สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากถนนราชพฤกษ์และถนนเทอดไท จุดเด่นคืออยู่ติด BTS สถานีบางหว้าที่อยู่บนถนนเพชรเกษมตัดกับถนนราชพฤกษ์ บริเวณโดยรอบโครงการเป็นย่านชุมชนเก่าที่คึกคักพอสมควร เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยซะส่วนใหญ่ มีทั้งบ้านเรือนรวมถึงคอนโดฯ ทั้ง High Rise และ Low Rise อยู่หลายโครงการ โดยปกติแล้วคอนโดฯ ในโซนนี้ มักโฆษณาว่าอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ แอสปาย สาทร-ราชพฤกษ์ นับว่าเป็นโครงการเดียวที่อยู่ติด BTS บางหว้ามากที่สุดในตอนนี้ค่ะ เพราะมี Skywalk ติดหน้าโครงการเลย นับว่าสะดวกสบายและมีความปลอดภัยมากทีเดียว

 

Aspire Sathorn-Ratchapruek

สำหรับการเดินทางของคนใช้รถยนต์ก็ถือว่าสะดวกและคล่องตัวอยู่พอตัวเลยนะคะ เพราะด้านหน้าโครงการสามารถกลับรถได้เลย และอย่างที่บอกไปว่าโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ราชพฤกษ์ ตรงหัวมุมถนนเทอดไทพอดี โดยถนนเทอดไทนั้นเป็นถนนสายหลักที่สามารถเชื่อมไปออกถนนบางแค และถนนเพชรเกษมได้ ซึ่งก็ช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรในชั่วโมงคับคั่งได้เป็นอย่างดี แถมถนนบางแค และถนนเพชรเกษมก็มีร้านค้า, ตลาดสด, ห้างสรรพสินค้า ให้เลือกจับจ่ายมากมาย สาธารณูปโภคต่างๆ ก็มีครบถ้วนทั้งสถานศึกษา, โรงพยาบาล, ศาสนสถาน ไปจนถึงหน่วยงานราชการต่างๆ ใครที่ทำงานในเมืองก็น่าจะถูกใจและสะดวก เพราะจากโครงการสามารถวิ่งตรงเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว ด้วย 2 สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งสะพานกรุงเทพ (ห่างประมาณ 5 กิโลเมตร) และสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน (ห่างประมาณ 6 กิโลเมตร) ก็มุ่งตรงสู่ย่าน CBD อย่างสาทร, สีลม, พระราม 4 แล้วค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ บอกได้คำเดียวว่าสะดวกที่สุดค่ะ เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้มีรถแท็กซี่ รวมถึงวินมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด ที่สำคัญคืออยู่ติด BTS สถานีบางหว้า สามารถเดิน Skywalk มาลงหน้าโครงการได้สบายๆ หากใครอยากจะเข้าเมืองไปช็อปปิ้งเพลินๆ ก็สามารถใช้ BTS จากสถานีบางหว้า (ต้นสาย) นั่งไปลงที่สถานีสยาม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางระหว่างสายสุขุมวิทและสายสีลม ที่มีห้างสรรพสินค้ามากมาย อาทิ สยามพารากอน, สยามสแควร์วัน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทางสำหรับคนเมืองที่อยากหนีความจอแจบนท้องถนน สามารถใช้เรือด่วนในคลองภาษีเจริญที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการได้ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงท่าเรือสะพานตากสิน-เพชรเกษม และท่าเรือด่วนสาทร ศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญของกรุงเทพแล้วค่ะ และในอนาคตสถานีบางหว้าก็จะกลายเป็นศูนย์กลางระบบการคมนาคมขนาดใหญ่ด้วยการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินอีกด้วย เรียกว่าถ้าเปิดให้ใช้บริการเมื่อไหร่ ความสะดวกสบายและตัวเลือกในการเดินทางก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

Aspire Sathorn-Ratchapruek

วันนี้เราเริ่มต้นการเดินทางจากสยาม นั่งมาลงสถานีบางหว้านะคะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 25 นาที

Aspire Sathorn-Ratchapruek

จากสถานีจะมองเห็น MRT สายสีน้ำเงิน ที่เป็น Interchange กับ BTS สถานีบางหว้าเลยนะคะ ซึ่งก็ดูก่อสร้างใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าเปิดใช้บริการเมื่อไหร่ ตัวเลือกในการเดินทางก็มีเพิ่มขึ้นเท่านั้น

Aspire Sathorn-Ratchapruek

สำหรับทางไปคอนโดจะอยู่ที่ทางออก 3 และ 4 นะคะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

สังเกตป้ายที่บอกไปท่าเรือ สะพานตากสิน-เพชรเกษม และเดินตามลูกศรไปเลยค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

เดินลงบันไดมาจะเจอ Skywalk ก็เลี้ยวขวาไปตามทางเลยค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ทางเดินเชื่อมจากตัวสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าข้ามคลองภาษีเจริญมายังฝั่งเทอดไทจะทอดยาวไปจนถึงหน้าคอนโดเลยนะคะ โดยทางโครงการได้ทำการเชื่อมต่อทางเดินบน Skywalk ให้ถึงหน้าทางเข้าโครงการเลยทีเดียว

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ระห่างทางเดินจะมีป้ายบอกทางอยู่ตลอดเลยนะคะ แถมยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอยู่ตามจุดเป็นระยะๆ ด้วย ซึ่งก็ให้ความอุ่นใจเวลาเดินไปกลับคอนโดฯ ได้ระดับหนึ่งเลยค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

จาก Skywalk มีบันไดลงมาถึงท่าเรือ สะพานตากสิน-เพชรเกษมเลยนะคะ ถ้าใครอยากหลีกเลี่ยงรถติด ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายมากๆ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ตัวโครงการตั้งอยู่บริเวณตรงหัวมุมถนนเทอดไทพอดี ดังนั้นจึงสามารถเดินตามป้ายที่ชี้ไปทางเทอดไทได้เลยค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

เดินตรงมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นตัวคอนโดแล้วค่ะ เพราะอยู่ห่างจาก BTS สถานีบางหว้าเพียง 450 เมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

จาก Skywalk จะมองเห็นถนนเส้นราชพฤกษ์หน้าโครงการเลยนะคะ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดกลับรถไม่ไกล หากจะเข้าเมืองไปสาทรก็สามารถกลับรถใต้สะพานและมุ่งตรงไปได้เลย

Aspire Sathorn-Ratchapruek

บริเวณใกล้ๆ โครงการเป็นย่านชุมชนเก่านะคะ ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยซะส่วนใหญ่

นอกจากบ้านเรือนก็จะมีร้านค้าและร้านอาหารอยู่บ้างนะคะ ถ้าใครอยู่คอนโดและใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก เดินลงมาจากสถานีซื้อข้าวกลับไปคอนโดก็เป็นเรื่องที่สะดวก

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ติดกับทางลงโครงการ จะเป็นทางลงฝั่งถนนเทอดไทนะคะ ซึ่งเป็นย่านชุมชนเก่าที่คึกคักไม่เบา เนื่องจากเป็นซอยที่สามารถลัดเลาะเชื่อมต่อกับถนนบางแค และเพชรเกษมได้นั่นเอง

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ถัดจากทางลงฝั่งเทอดไท ก็จะเป็นทางลงสู่โครงการแล้วค่ะ ซึ่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าเลย เปรียบเสมือนเป็น private walk way

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ประตูทางเข้าโครงการจะติดกับ Skywalk เพียงแค่ก้าวเดียวเลยนะคะ แถมยังเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ลูกบ้านด้วยการใช้ระบบ keycard ในการเข้าออก

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ที่ดินของโครงการฝั่งที่ติดกับถนนราชพฤกษ์จะมีคลองระบายน้ำเล็กๆ กั้นอยู่ จากภาพจะเห็นว่าตัวโครงการตั้งอยู่ติดหัวมุมถนนเทอดไทเลยนะคะ

 

เจาะลึกโครงการ

 

โครงการ “Aspire Sathorn – Ratchapruek” เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น 1 อาคาร บนที่ดิน 4-3-13.6 ไร่ แบ่งออกเป็นร้านค้า 1 ยูนิต และที่พักอาศัย 1,049 ยูนิต มาพร้อมที่จอดรถ 419 คัน (คิดเป็น 40% ไม่รวมจอดซ้อนคัน) และมี EV Fharger ด้วย สำหรับลิฟท์โดยสารนั้นมีทั้งหมด 5 ตัว และมี Service Lift ไว้ขนของอีก 1 ตัว อย่างที่บอกไปว่าทางโครงการได้ทำการ Re-design ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เข้ากับยุค 2018 แบบที่ไม่มีใครเคยเห็นจากโครงการไหนของ Aspire มาก่อน ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย มี Façade ปกคลุมอาคารไว้ และแฝงความเก๋ด้วยการไล่โทนสีอ่อนเข้มแบบ Gradient ให้ตัวอาคารเกิดความมีมิติที่สวยงาม ดูแปลกตาและน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสีประจำโครงการอย่างสีมัสตาร์ด ที่นำมาตกแต่งรายละเอียดภายในอาคารบางจุด เพื่อเพิ่มสีสันและเป็นกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ให้กับโครงการ

 

Aspire Sathorn-Ratchapruek

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางทางโครงการก็จัดเต็มแบบสุดๆ เรียกว่าครบครันและคุ้มค่าเกินราคามากเลยค่ะ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบโดยหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมยุคใหม่เข้ากับความเป็นส่วนตัวที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกันและแยกเป็นส่วนตัว ในรูปแบบของ Facility ที่ใหญ่ขึ้นและมีความหลากหลายมากกว่าเดิม รวมถึงดีไซน์ให้ต่างไปจากเดิมและน่าใช้งานได้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่บริเวณ Ground Floor พื้นที่ Lobby อันหรูหรา มาพร้อม multi function แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Reception Hall, Lobby Loumge และ Semi Outdoor Area ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างแท้จริง โดยการทำ Co-working & sharing space ให้ลูกบ้านสามารถมานั่งทํางาน หรือรีแลกซ์ได้ แถมยังมี Internet แบบ Fibre optic เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในตอนนี้ให้บริการอีกด้วย

Aspire Sathorn-Ratchapruek

จาก Master Plan จะมีทางเข้าโครงการจากถนนราชพฤกษ์นะคะ และมีจุด Drop-off ก่อนจะเข้าสู่ Lobby

Aspire Sathorn-Ratchapruek

พื้นที่ Lobby ของโครงการออกแบบมาให้เป็น Co-working and Sharing Space อย่างสมบูรณ์ ด้วยจุดที่ลูกบ้านสามารถใช้ทํางาน ได้ถึง 4 จุดตามไลฟ์สไตล์ ประกอบด้วย Social lounge, meeting room, semi outdoor lounge และ techno booth

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองส่วนของโถงต้อนรับ Lobby Lounge ที่ดูหรูหราและทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Social Library Lounge

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Social Library Lounge โซนห้องสมุดที่มาพร้อมโต๊ะนั่งอ่านหนังสือแบบ Indoor สามารถนั่งคุยงาน ทํางานในห้องแอร์แบบ Casual ได้ แต่ถ้าใครต้องการความ private ก็เปลี่ยนไปใช้ Private Meeting Room อีกโซนแทนได้ค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Private Meeting Room ออกแบบไว้รองรับลูกบ้านได้ถึง 6-8 คน สําหรับคุยงานจริงจัง ซึ่งสามารถปิดเป็นที่ประชุมได้แบบ private ซึ่งมาพร้อม TV ให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วยค่ะ

Aspire Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองห้อง Techno Booth ออกแบบให้ลูกบ้านสามารถมานั่งทำงานหรือติวหนังสือคนเดียว หรือเป็นคู่ได้ แถมยังมี TV ให้สามารถต่อ Laptop Present งานได้

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนอาคารชั้น 3 ซึ่งแบ่งเป็นที่จอดรถ และเป็นส่วนของที่พักอาศัย โดยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นนี้เลยค่ะ

ในส่วนของสระว่ายน้ำ, ฟิตเนต และความสะดวกสบายอื่นๆ ถูกยกขึ้นไปไว้บนพื้นที่ชั้น 8 และ Rooftop ทั้งหมดเลยนะคะ โดยพื้นที่ชั้น 8 นั้นมีสระว่ายน้ำแบบ Overlap Pool ความยาวถึง 40 เมตร โดยจะแบ่งการใช้งานไว้ 2 ฟังก์ชั่น คือ Active Zone มาพร้อมสระว่ายน้ำ Lap pool ความยาวขนาด 25 เมตร สำหรับนักออกกำลังกายแบบจริงจัง ในส่วนของ Passive Zone แบ่งออกเป็น Relaxing Zone ประกอบด้วย Sunken bed, Social pool, kid pool, sunbed บนผิวน้ำ และ Pool Cabana/Pavilion แถมในโซนสระว่ายน้ำยังมีโซน Multifunction Deck เพื่อลูกบ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับนั่งทำงานและพักผ่อน ซึ่งเป็นออฟชั่นเสริมจากชั้น GF ที่ทางโครงการตั้งใจมอบให้แก่ลูกบ้าน

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนของพื้นที่ชั้น 8 เป็นส่วนของ Facility สำคัญอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนสนะคะ ซึ่งชั้นนี้จะมียูนิตห้องพักอาศัยรวมด้วย

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลอง Facility ชั้น 8 ในส่วนของ Social Pool, kid Pool และ Sunken Bed

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลอง Facility ชั้น 8 ที่ออกแบบ Landscape ใหม่ โดยทำทางเดินขนานไปกับผืนน้ำ นับว่าเป็นดีไซน์ที่แปลกใหม่ต่างจากโครงการ Aspire อื่นๆ

สำหรับ Fitness ถูกวางขนานไปกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยกระจกใสให้ลูกบ้านได้ออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน และเป็นครั้งแรกของแบรนด์ AP ที่มุ่งเน้นการออกกำลังกายอย่างแท้จริง โดยจัดเต็มเครื่องเล่นใหม่ๆ อย่าง Matrix และ Johnsons ให้ลูกบ้านแบบไม่มีกั๊ก ซึ่งแบ่งพื้นที่ทั้งหมดออกเป็น 5 Sections ได้แก่ Boxing Arena & dummies, ลานเครื่องออกกําลังกายที่มีถึง 5 เครื่อง รวมไปจนถึง S-Drive และ Rower, 2 Dumbbell racks & 2 benches, Cable Machine และ Multi-purpose area โซนเอนกประสงค์หลากหลายกิจกรรม เช่น Yoga, Yoga ball และ free style

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องฟิตเนสที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครัน แถมยังดีไซน์โฉบเฉี่ยวเพิ่มความเก๋ด้วยการฝังเส้นไฟ LED สีเหลืองมัสตาร์ด (สีประจำโครงการ) ลงที่ขอบพื้น

มาต่อกันที่ Rooftop พื้นที่ชั้น 32 ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดถึง 1,200 ตร.ม. เลยนะคะ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ฝั่งคือ Corecreational Sky Park และ Rooftop Garden เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนในรูปแบบของลานกิจกรรม เป็น Sharing space ไม่ว่าจะเป็น Relax Sitting และ Amphitheater, Jogging track, BBQ area, Outdoor TRX และยังมีลานสำหรับกีฬาแบบกลุ่ม (Co-Sporting) ที่รองรับกีฬาหลากหลายประเภทเช่น ฟุตซอล, แฮนด์บอล, แชร์บอล, โยคะ อีกด้วย

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนของพื้นที่ชั้น 32 นะคะ ซึ่งเป็น Facility บน Rooftop ขนาดใหญ่

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพมุมสูงอาคาร จะมองเห็นเนื้อที่บนดาดฟ้าทั้งหมด 1,200 ตร.ม. โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือ Corecreational Sky Park และ Rooftop Garden เพื่อให้ลูกบ้านพักผ่อนได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ยังมี Rooftop Garden พื้นที่สีเขียวและเป็น Buffer กันความร้อนเข้าตึกแล้ว ยังมีพื้นที่ 20% เป็น Urban Farming ที่ลูกค้า สามารถปลูกผักสลัดและสมุนไพรต่างๆ เพื่อนำมาประกอบอาหารได้ โดยโครงการมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดทุกวัน และมีจุดชมวิวเมือง City Scape ได้ 360 องศา มี Multifunction Deck สำหรับนั่งทำกลางเป็นจุดสูงสุด ของถนนราชพฤกษ์ได้พร้อมๆ กัน

 

เปิดแบบห้อง Aspire Sathorn – Ratchapruek ครั้งแรก!

 

สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการ “Aspire Sathorn – Ratchapruek”  มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 แบบด้วยกันนะคะ มีตั้งแต่ห้อง Studio ขนาด 26 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 31-32 ตารางเมตร, 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 45-48 ตารางเมตร ทั้งนี้ทางแบรนด์ยังได้พัฒนา Layout รูปแบบใหม่ให้ดีและคุ้มค่ามากกว่าเดิม โดยนำมาใช้เป็นโครงการแรกของ AP ด้วย ซึ่งภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้หลายรูปแบบ ถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งโล่ง สบาย ตอบโจทย์การใช้งานของลูกบ้านได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังจัดเต็มวัสดุให้เกินราคาจริงๆ ค่ะ เพราะเท่าที่เราสอบถามข้อมูลมาคร่าวๆ ก็พอจะเห็นถึง Spec ที่ต่างไปจากเดิมมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นประตูกั้นห้อง Full height ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา, ห้องน้ำสําเร็จรูปที่ใช้กระเบื้องเพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกเหมือนห้องน้ำทั่วไป ข้อดีคือทำความสะอาดง่าย และมี service ที่ดีกว่า, ภายในครัวใช้กระเบื้องครัวขนาด 60 x 60 นิ้ว เหนือกว่าโครงการอื่นๆ ที่มักใช้กระเบื้องขนาด 30 x 30 นิ้วเท่านั้น และชุดครัว Hob hood ก็ใช้ Teka Sink MEG ด้วยค่ะ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ลูกบ้านจะได้รับทั้งหมดเลยนะคะ เพราะทางโครงการจะเปิดขายห้องแบบ Fully Fitted ในราคาที่แทบไม่ต่างจากเดิมเลยค่ะ

 

นอกจากการปรับ Layout และเพิ่ม Spec ที่คุ้มค่าให้ห้องพักอาศัยแล้ว ทางโครงการยังมอบ Fiber Optic to Room ให้ลูกบ้านสามารถใช้ Internet Hi-speed ได้สูงสุด ซึ่งเป็นครั้งแรกใน Product Aspire ด้วยค่ะ แถมโครงการคู่แข่งรอบข้างส่วนใหญ่จะใช้เป็นสายทองแดงปกติ ทำให้สามารถสมัคร Net fiber ได้แต่ความเร็วก็จะลดลงนั่นเองค่ะ นับว่าเป็นข้อดีที่เหนือกว่าอีกข้อเลย สำหรับใครที่กำลังสนใจโครงการนี้อยู่คงต้องอดใจรออีกนิดนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าปัจจุบันตัวโครงการได้ดำเนินการก่อสร้างจนเกือบเสร็จแล้ว เหลือเพียงเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อย ทีมงานจึงยังไม่สามารถเข้าไปเก็บภาพห้องตัวอย่างมาฝากได้ แต่เพื่อชาว Review Your Living ทุกคน วันนี้เราจึงมีภาพ Draft และภาพ Mockup room จากทางโครงการ มาให้พิจารณาก่อนที่ทาง AP จะมีการเปิดตัวใหญ่ในช่วงปลายเดือนที่จะถึงนี้

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนห้องทั้ง 4 แบบด้วยกันนะคะ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ห้อง Studio ขนาด 26 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 31-32 ตารางเมตร, 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 45-48 ตารางเมตร

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 31.5-32 ตารางเมตร เปิดประตูเข้ามาจะเจอส่วนห้องนั่งเล่นก่อน ติดกันนั้นเป็นห้องน้ำและส่วนห้องนอนอยู่ถัดไป ส่วนครัวเป็นแบบครัวปิดมีกั้นห้องมาให้ ห้องครัวมีระเบียงอยู่ด้านในสุด ตัวระเบียงสามารถวางแอร์คอมเพรสเซอร์ และเครื่องซักผ้าได้

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพตัวอย่างส่วนของ Living area ที่ดูกว้างขวาง ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ฝั่งขวามือของห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนครัวมีประตูบานเลื่อนกระจกใสกั้นไว้ให้ ติดกับคอนโซลทีวีจะเป็นห้องนำ้และห้องนอนที่เป็นประตูทึบ เพดานห้องสูง 2.55 เมตร

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพตัวอย่างภายในห้องนอนโอบล้อมด้วยกระจกใส สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายๆ แถมยังดูมีระยะพื้นที่ข้างเตียงเหลือพอให้เดินโดยรอบได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเหลือพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in closet พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยค่ะ

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม. นับว่าเป็นห้องไฮไลท์ของโครงการได้เลยค่ะ เพราะออกแบบมาให้ลูกบ้านสามารถจัดวาง Layout ได้ตามใจชอบ มีให้เลือกถึง 5 option สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายฟังก์ชั่น โดยจะมีห้องอเนกประสงค์กั้นเพิ่มมาให้ 1 ห้อง ซึ่งเราสามารถที่จะจัดเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องทำงานได้ค่ะ

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพตัวอย่างส่วนของ Living area ที่แบ่ง Zoning ของ Living Ding ชัดเจน โดยใช้ Furniture Built-in ท่ีเป็น Style BAY WINDOW BENCH เข้ามาเป็นตัวแบ่ง ZONE ทําให้พื้นที่ห้องดูกว้างขวางและลงตัวมากขึ้น

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพตัวอย่างภายในห้องนอนจะมีขนาดกว้างพอสมควรเลยค่ะ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ครบถ้วนแบบเหลือๆ ไม่อึดอัด มีช่องแสงป็นหน้าต่างบานฟิกซ์และบานกระทุ้ง

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

แปลนห้อง 2 Bedroom ขนาด 46.5-48 ตารางเมตร เป็นห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการค่ะ เข้าห้องมาจะเจอส่วนกลางเป็นมุมรับประทานอาหารที่เชื่อมกับห้องนั่งเล่น มีห้องครัวแบบปิดกั้นอยู่ตรงกลางระหว่าง MasterBedroom และห้องนอนเล็ก ระเบียงจะอยู่ด้านหลังครัวนะคะ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนใหญ่ ซึ่งใช้ร่วมกันกับห้องนอนเล็ก เพราะมีประตูเข้าออก 2 ทาง

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพตัวอย่างส่วนของ Living area เน้น Function ที่ห้อง Living ใหญ่ ยาวต่อเนื่องไปยังพื้นที่ Dining area โดยสามารถนั่งทานข้าวบริเวณเก้าอี้ที่เสมือนเป็น sofa ได้ เหมาะสําหรับตอนเพื่อนๆ มา Party จะได้นั่งต่อกันเป็นพื้นท่ีใหญ่ได้โดยไม่รู้สึกว่าแยกพื้นที่กัน

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องนอนเล็กที่ดูกว้างขวางทีเดียว เพราะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้สบายๆ

Aspire-Sathorn-Ratchapruek

ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้อง Master Bedroom มีขนาดกว้างเลยทีเดียวค่ะ เพราะสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ครบ

อัพเดทข้อมูลกันมาถึงตรงนี้ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธใช่ไหมคะว่าโครงการ “Aspire Sathorn – Ratchapruek” เป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก AP Thai ที่น่าสนใจมากๆ นอกจากเป็น Product Aspire ตัวแรกในปี 2018 ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของ Spec, Design, Technology, และ Facilities อย่างแท้จริงแล้ว โลเคชั่นของโครงการยังสามารถเดินทางสะดวกทั้งคนใช้รถส่วนตัวและรถสาธารณะ เพราะอยู่ใกล้ Interchange บางหว้า ที่มีรถไฟฟ้าถึง 2 สาย (สายเขียวอ่อน BTS + สายสีน้ำเงิน MRT เสร็จภายใน 2 ปี) โดยสายสีฟ้าเป็นรถไฟลอยฟ้าเชื่อมต่อกับใต้ดิน วิ่งครบลูปรอบเมือง ที่สำคัญตัวโครงการมี Skywalk เปรียบเสมือนเป็น Private walk way ส่วนตัว ติดกับประตูทางเข้าเพียงแค่ก้าวเดียว ซึ่งโครงการเองก็เพิ่มความปลอดภัยให้ลูกบ้านอีกขั้นด้วยระบบ keycard เข้าออก

 

สำหรับคนที่สนใจไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่า บอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะเป็นโครงการที่จองต้นปีก็สามารถย้ายเข้าอยู่ช่วงปลายปีเลย ไม่ต้องอดทนรอก่อสร้างอีกนานกว่าจะได้อยู่จริง จึงสามารถดึงดูด Real demand ได้ดี อีกทั้งราคายังสามารถจับต้องได้ โดยแตกต่างจากเดิมนิดหน่อยแต่ยังคงสูสีกับโครงการในตลาดด้วยราคา 87,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้นค่ะ แถมทุกยูนิตขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมวัสดุและสุขภัณฑ์คุณภาพซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ซึ่งทางโครงการแอบกระซิบว่า โครงการ “Aspire Sathorn – Ratchapruek” จะเปิด Pre-Sale ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2561 นี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท*

พิเศษ! สำหรับชาว Review Your Living สามารถลงทะเบียนรับส่วนลด 100,000 บาท ได้ที่นี่ https://goo.gl/7XdzS4 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร Call Center 1623

We Recommend
โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค

โฮมออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน Nirvana @WORK-เนอวานา แอทเวิร์ค

ในยุคของเหล่าเมล็ดพันธุ์ Start Up กำลังเติบโตงอกงาม สิ่งสำคัญคือรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพราะจุดเริ่มต้นที่ดีจะส่งให้เราไปคว้าเอาความสำเร็จมาครอบครองได้ ซึ่งเรากำลังกล่าวถึงออฟฟิศดีๆ สักแห่ง ที่จะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเรา โดยปัจจัยของการเลือกที่ตั้งของออฟฟิศ ก็ถือเป็นด่านแรกของจุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากเราเจอสิ่งที่ใช่สำหรับองค์กรของเราอย่างโฮมออฟฟิศที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเหล่า Start Up ด้วยความโดดเด่นทั้งทำเล และภายในสามารถดีไซน์ต่อได้ เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์องค์กรของเรา และยังได้บรรยากาศการทำงานที่ไม่ชวนให้อึดอัด หรือเคร่งเครียดจนเกินไป            สำหรับ Nirvana @WORK โฮมออฟฟิศของคนรุ่นใหม่นั้นมีให้เลือก 2 โครงการ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กันในแง่ของทำเลที่ตั้ง ซึ่งจะยึดเอาความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน และลูกค้าที่จะต้องมาติดต่อธุระก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน      ทำเลสไตล์ @WORK  เริ่มกันที่โครงการแรก Nirvana @WORK รามอินทรา ทำเลติดถนนเส้นหลักสายสำคัญสายหนึ่งในละแวกนี้ นั่นคือ ถ.รามอินทรา ช่วงกม.2  ซึ่งถือเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดช่วงหนึ่งของถนน เพราะอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง รอบๆ มีอาหารการกินเพียบ ที่สำคัญคือการเดินทางอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วน เป็นออฟฟิศที่อยู่ในทำเลเดินทางได้สะดวกทั้งพนักงานเองและผู้ที่มาติดต่อกับบริษัท     รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันจะผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ โดยโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรามอินทรา กม.3 บริเวณศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก โดยห่างไปอีกเพียง 1 สถานีก็จะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้สามารถต่อเข้าเมืองได้สะดวก และห่างออกไปอีก 3 สถานี ก็เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานีหลักสี่ ที่กำลังสร้างอยู่เช่นกัน ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ห่างจากทางด่วนฉลองรัช ประมาณ 4 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหนก็ง่ายดายไปหมดค่ะ    ใครที่อยู่ย่านนี้จะทราบกันดีว่าอาหารการกินไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ ตั้งแต่ภายในศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัลรามอินทรา ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 700 เมตร และยังมี Ease Park, Lotus หลักสี่, MaxValu หลักสี่ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ยิ่งถ้าเข้าถ.ลาดปลาเค้า ก็ยิ่งมีของอร่อยตลอดทั้งเส้นทางยาวไปจนถึงโชคชัยสี่ นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญหลายแห่งทั้งทางด้านถ.พหลโยธิน และถ.แจ้งวัฒนะ ที่เชื่อมต่อกับถ.รามอินทราช่วง กม. 2 นิดเดียวเท่านั้น อาทิ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Major รัชโยธิน ฯลฯ โรงพยาบาลวิภาวดี และยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองอีกด้วย     Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อีกหนึ่งโครงการที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันกับโครงการแรกสักเท่าไรนัก แต่มีความโดดเด่นด้านทำเลไม่น้อย เพราะอยู่ริมถ.ประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) 1.3 กม. ซึ่งสามารถเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองได้ง่ายดาย และถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ประมาณ 5 กม. อยู่ท่ามกลางแหล่งร้านอาหารบรรยากาศดี ร้านแฮงค์เอาท์มันส์ๆ แบบที่พอเลิกงานแล้วก็ไปปาร์ตี้กันต่อได้เลย หรือจะนัดลูกค้าทานข้าวย่านนี้ก็เหมาะไม่น้อย ใครที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard, Play Hard นี่แหละค่ะ ตอบโจทย์กับทำเลนี้มาก  ในอนาคตหน้าโครงการจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่ม ผ่านหน้าโครงการโดยจะห่างจากสถานีคลองลำเจียกประมาณ 200 เมตร เป็นรถไฟฟ้าสายที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นมากถึง 7 สาย รวม 5 จุด Interchange ตั้งแต่เริ่มต้นสายที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งจะเป็น Interchange ของสีม่วง สายสีชมพู และสายสีน้ำตาล ต่อมาที่สถานีบางเขน สายสีแดง สถานีแยกเกษตรฯ สายสีเขียว สถานีฉลองรัช สายสีเทา และสิ้นสุดที่สถานีลำสาลี Interchange กับสายสีเหลืองและสีส้ม รวมแล้ว 22 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี และยังเป็นสายที่จะมีทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 คร่อมไปเกือบตลอดแนว เริ่มจากถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ไปตามถ.ประเสริฐมนูกิจ แล้วเข้าสู่ถ.วิภาวดีรังสิต ไปจนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลกับทางด่วนนี้มีแผนก่อสร้างไปพร้อมๆ กันในปี 63-64    จุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจ อาจหมายถึงโฮมออฟฟิศทำเลดี พื้นที่เหมาะสักหลัง  ภาพรวมโครงการ  ทั้งสองโครงการจะมีความเหมือนกันตรงที่โฮมออฟฟิศของทั้ง 2 Type ใช้แบบเดียวกันค่ะ คือ    Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 35.5 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. / 2 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 25.5 ตร.วา ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. / 1 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ   จะมีเพียง Type Single Unit ที่จะมีเฉพาะที่โครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ มีเพียง 8 ยูนิต (ปัจจุบันเหลือ 6 ยูนิต) โดยมีภาพรวมของแต่ละโครงการ ดังนี้   Nirvana @WORK รามอินทรา ที่ดินโครงการทั้งหมด 9-0-39.1 ไร่ 61 ยูนิต ขนาดที่ดิน 25.5-53.5 ตารางวา รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 197 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 14.5–25 ล้านบาท   Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ที่ดินโครงการทั้งหมด 7-1-76 ไร่ ไม่รวมพื้นที่นอกจัดสรร 48 ยูนิต รั้วโครงการสูงกว่า 6 เมตร ถนนภายในโครงการกว้าง 12-16 เมตร มีที่จอดรถส่วนกลางรองรับได้ 154 คัน ใช้ระบบ Key Card ตรงทางเข้า-ออก ติดตั้ง CCTV รอบโครงการ 10 ตัว และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ราคา 15–35 ล้านบาท      ชมโครงการ ครั้งนี้เราเข้ามาชมโฮมออฟฟิศตัวอย่างกันที่ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เพราะจะมีให้ชมครบทั้ง 3 Type ซึ่งทั้ง 2 โครงการปัจจุบันมีหลายออฟฟิศที่เริ่มเข้ามาอยู่กันแล้วนะคะ บรรยากาศภายในโครงการไม่วุ่นวาย ที่จอดรถจะล็อคหน้าออฟฟิศไว้ให้แยกกันแต่ละหลัง แต่ก็มีที่จอดส่วนกลางให้มาด้วยเยอะพอสมควรค่ะ โดยโฮมออฟฟิศแต่ละหลังจะขายแบบบ้านเปล่า มีการติดตั้งปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และ VDO Door Phone ติดให้ชั้นที่ 2 สามารถมองเห็นหน้าพร้อมคุยกันกับผู้มาติดต่อได้เลยจากกล้องที่ติดอยู่หน้าประตูออฟฟิศ      Type B 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. 1 Bedroom 4 Bathroom 2 Parking lots  เริ่มกันที่ Type B ขนาดเริ่มต้น แต่ขนาดไม่ใช่น้อยเลยค่ะ เพราะหากตกแต่งตามแบบหลังตัวอย่างออกมากแล้ว ก็จะสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 20-25 คน เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกแต่งของแต่ละบริษัท นั่นหมายความว่าอาจสามารถรองรับพนักงานได้มากกว่า 25 คน ค่ะ โดยจะเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โล่งๆ ไม่เน้นการกั้นห้องแยก เช่น งานสถาปนิก งานออกแบบต่างๆ       หน้าโฮมออฟฟิศทุกยูนิตจะติดตั้งกล้องพร้อม Speaker เอาไว้ด้านหน้าสำหรับผู้มาติดต่อสื่อสารไปยังด้านในออฟฟิศที่สามารถมองเห็นหน้าและเสียงได้โดยไม่ต้องเดินลงมา เพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง   ชั้นแรก เพดานสูงถึง 5.8 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ตรงกลางชั้นตามบ้านตัวอย่างจะกั้นเป็นห้องประชุม รองรับได้ประมาณ 10 ที่นั่ง    ชั้นลอยเพดานจะดรอปลงมาเล็กน้อยที่ 2.4 เมตร มีพื้นที่ว่างสำหรับกั้นเป็นห้องทำงานตามแบบบ้านตัวอย่างนี้ หรือจะใช้เป็นพื้นที่อื่นๆ ได้ค่ะ เช่น ห้องเก็บของ ห้องประชุม ส่วนบันไดใช้แบบโครงเหล็ก ใช้ไม้ประสานวางเป็นลูกนอน แต่จะไม่มีลูกตั้ง ข้อดีคือทำให้ดูโปร่ง บวกกับกระจกด้านหน้า-หลังออฟฟิศ จะทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ไม่มีจุดอับทึบ   ชั้น 2-3 จะได้ความสูงของเพดานประมาณ 2.6-2.8 เมตร  วัสดุพื้นใช้ไวนิลลายไม้ ห้องน้ำวางไว้ด้านในสุดใกล้กับบันได ซึ่งจะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์ภายในมาให้พร้อมใช้งาน      ชั้นบนสุดกั้นห้องนอนให้ แล้วตกแต่งให้เหมือนกับเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเจ้าของโฮมออฟฟิศไม่ได้ใช้พักอาศัยก็สามารถเพิ่มพื้นที่ออฟฟิศได้อีก 1 ชั้น  หรือจะจัดเป็น Canteen ของออฟฟิศ เพื่อให้ช่วงกลางวันได้มีโอกาสมานั่งพักผ่อนทานข้าว พูดคุยแบบสบายๆ กัน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ   พื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ออกแบบได้ทุกความต้องการ Type A 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 452 ตร.ม. 2 Bedroom 5 Bathroom 3 Parking lots  ขยับไซส์ขึ้นมาที่ Type A ค่ะ ซึ่งจะได้หน้ากว้างขึ้น ที่จอดรถหน้าออฟฟิศเพิ่มขึ้น และติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ด้วย โดยเฉพาะราคาลิฟท์ก็อยู่ที่ 1 ล้านบาท พร้อมประกันการดูแลรักษาให้ 1 ปี หลังจากนั้นก็จะมีค่าซ่อมบำรุงลิฟท์ประมาณ 10,000 บาท/ปี โดยถ้าตกแต่งตามหลังตัวอย่างก็สามารถรองรับพนังงานได้ตั้งแต่ 25-30 คน หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง       สำหรับ Type นี้จะถูกตกแต่งเหมือนยกคาเฟ่มาไว้ในโฮมออฟฟิศ ด้วยการวาง Coffee Bar ยาว พร้อมโต๊ะสำหรับนั่งทำงานไป ดื่มกาแฟไปบนชั้นลอย การจัดพื้นที่ลักษณะนี้เหมาะกับธุรกิจที่อยากจะมีการเปิด Workshop รองรับลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรม หรือเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้มา joy มา share กันได้ ส่วนหลังสุดภายในตัวบ้านเหมาะสำหรับการวางเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้พร้อมต่อการเตรียมอาหาร และล้างได้สะดวก   บันไดชั้นล่างถูก Built in เพิ่มเติมให้เป็นขั้นบันไดเต็มผนังสองข้าง ให้ Feeling ของห้องประชุมสไตล์ Start Up แบบเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถมองเห็นและรับฟังกันได้ทั้งทีม แต่สำหรับตัวบ้านจริงที่จะได้ มีบันไดส่วนซ้ายมือพร้อมติดราวบันไดเหล็กโปร่งเท่านั้นนะคะ   ชั้นลอยบริเวณห้องประชุมนี้เป็นการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ขึ้นมา โดยมีการทำคานเอาไว้รองรับสำหรับการทำห้องเพิ่มแบบนี้ไว้อยู่แล้ว แต่หากเป็นหลังจริงตรงนี้จะเป็นพื้นที่โล่ง Double volume สูงขึ้นมาจากชั้นล่าง     ชั้น 2 บ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง แต่มีเสาคานอยู่ 2 ต้น หากอยากจะกั้นเป็นห้องตามแบบบ้านตัวอย่างก็สามารถทำได้ง่าย และยังมีพื้นที่ตรงกลางเป็น Double volume มองเห็นชั้น 3 ส่วนห้องน้ำจะถูกวางเอาไว้ด้านหลังลิฟท์ใกล้กับบันได   ชั้น 3 ถูกแบ่งเป็น 2 ห้อง กระจกผนังด้านข้างของทั้ง 2 ห้องที่เห็นนี้ บ้านจริงจะกั้นด้วยเหล็กโปร่งแทนค่ะ   ชั้นบนสุดถูกตกแต่งออกมาให้เป็นเหมือ้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่มีช่องแสงธรรมชาติช่วยประหยัดพลังงาน โดยชั้นบนสุดของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะถูกจัดให้เหมือนกับอยู่ในคอนโดมิเนียมระดับ Hi-End แบบ 2 Bedroom กว้างๆ หนึ่งยูนิต มีทั้ง Living Room, Dining Room และสามารถ Built in ครัวเปิด ได้ด้วย และยังคล้ายกับการได้ Private lift ถึงชั้นบนห้องส่วนตัวนี้ด้วยค่ะ   เปิดมุมมองใหม่ เปิดไอเดีย สร้างสรรค์ผลงานใหม่ ไม่รู้จบType Single Unit 4 ชั้น หน้ากว้าง 11 เมตร พื้นที่ใช้สอย 517 ตร.ม. 1 Bedroom 7 Bathroom 6 Parking lots  ยูนิตพิเศษที่มีเฉพาะในโครงการ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ อยู่พื้นที่ด้านหน้าของโครงการโฮมออฟฟิศพื้นที่ใกล้เคียงบ้านเดี่ยวในแบบ Independent Unit ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่ต้องแชร์ผนังกับใคร มีรั้วไฟฟ้าหน้าออฟฟิศ ติดตั้งลิฟท์ Mitsubishi มาให้ พร้อมกับ VDO Door Phone เพื่อการมาติดต่อกับออฟฟิศเป็นไปได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด โดย Single Unit จะเน้นงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในความเป็น Modern ด้วยการซ่อนบันไดไว้ด้านข้างแยกออกจากพื้นที่ใช้สอยภายใน ตั้งแต่ลานจอดรถไปจนถึงชั้นบนสุด เหมาะสำหรับออฟฟิศที่เน้นดีไซน์สวย ต้อนรับลูกค้าได้บ่อยๆ ปัจจุบันมียูนิตที่ทำการปล่อยเช่าได้ราคาประมาณ 120,000 บาท/เดือน ได้พื้นที่รอบบ้านทั้งด้านข้างและหลังบ้านที่กว้างเป็นพิเศษ จนสามารถจัดเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกันภายในออฟฟิศหรือต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยออกไปได้   เปิดประตูด่านแรกของออฟฟิศเข้าไปก็จะพบลิฟท์ด้านข้าง ตรงกลางพื้นที่สามารถจัดเป็นเคาน์เตอร์ Reception และลึกเข้าไปจากข้างลิฟท์วางห้องน้ำเอาไว้ตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น ซึ่งภายในห้องน้ำนั้นจะแบ่งห้อง shower กับห้องที่เป็นโถสุขภัณฑ์   ชั้นที่ 2-3 พื้นที่ใช้สอยภายในแนวลึก ซึ่งข้อดีของพื้นที่แนวลึกนั่นคือสามารถจัดวางโต๊ะทำงานได้ง่าย ลงตัวเป็นสัดส่วนมากกว่า โดยหากเลือกขึ้นบันไดจากด้านข้างลานจอดรถขึ้นมาก็จะพบกับระเบียงหน้าบ้าน ผนังด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกสไลด์บานใหญ่ และมีตัว VDO Door Phone ที่ฉายให้เห็นผู้ที่มาติดต่อทางหน้าบ้านติดตั้งมาไว้ให้ด้วย         ชั้นบนสุดยังคงถูกตกแต่งออกมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวค่ะ มีการกั้นห้องนอนเอาไว้ 1 ห้อง ห้องน้ำอีก 1 และพื้นที่กลางสำหรับจัดเป็น Living Room สำหรับเจ้าของออฟฟิศ ที่สามารถเป็นเจ้าของออฟฟิศทำเลดีสักแห่งไปพร้อมๆ กับมีที่อยู่อาศัยของตัวเองไปด้วย ไม่ต้องผ่อนบ้าน 2 ต่อทำให้มีภาระเพิ่ม เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งมาถึงเร็วเท่านั้น   แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นออฟฟิศ แต่ในเรื่องของงานดีไซน์ และพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเนอวานา ไดอิ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่มีความสำคัญมาก ไม่แพ้เรื่องอื่น เพราะการติดต่อกันทางธุรกิจ และความสะดวกในการเดินทางของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป ซึ่งทั้ง 2 โครงการก็สามารถวางทำเลได้เหมาะสม ประกอบกับดีไซน์ในทุกแง่มุมของชีวิตวัยทำงานที่ต้องพร้อมลุยทุกสถาณการณ์เพื่อเติบโตจากเมล็ดพันธุ์กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไปที่ Nirvana @WORK #createyourownculture @work      โครงการ Nirvana @wok รามอินทรา http://nirvana.bz/ATWORK-RM-RYL โครงการ Nirvana @wok ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์  nirvana.bz/ATWORK-LP-RYL            

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก AP Thailand "THE SONNE Srinakarin-Bangna" (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพลักชัวรี่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The New Original’ เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์นิยมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนตัวตน มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกทุกวัยในครอบครัวใหญ่แบบ Cross Generations   ชื่อโครงการ THE SONNE Srinakarin-Bangna (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 99 ซ.เฉลิมพระเกีรติ ร.9 ซอย 28 แยก 14-2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ 10250 พื้นที่โครงการ 12-1-16 ไร่ ลักษณะโครงการ Luxury Duplex Home 3 ชั้น หน้ากว้าง 13.56 เมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ และ ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 56 ยูนิต ขนาดที่ดิน 40-73 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย สูงสุด 249 ตารางเมตร แบบบ้าน  TYPE A 249.14 ตร.ม. TYPE B 244.72 ตร.ม. TYPE C 245.84 ตร.ม. TYPE D 243.28 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางภายใต้การออกแบบโดยยึดหลัก Universal Design เพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายช่วงวัย อาทิ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ สวนสาธารณะขนาดใหญ่เปรียบดังโอเอซิสภายในโครงการ ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ  1.ครั้งแรกของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้บ้านทุกหลังมีเอกลักษณ์ความงามและความหรูหราที่แตกต่างด้วยกา รนำแรงบัลดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์คลาสสิค รังสรรค์เป็นแบบบ้านใหม่ Luxury Duplex Home ขนาดใหญ่ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง 2 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 249 ตร.ม. 2.การเดินทางเข้าสู่โครงการอย่างง่ายดาย ด้วย 4 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ ถนนกาญจนาภิเษก 3.การเดินทางสะดวกสบายด้วยทำเลที่เข้าถึงได้ทุกการเดินทาง เชื่อมต่อสู่กลางใจเมือง ทั้งถนนศรีนครินทร์ ถนนบางนา-ตราด และ ถนนอ่อนนุช ซึ่งถนนทั้ง 3 สาย เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร (CBD) ทั้งโซนสุขุมวิท และพระราม9 4.ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) (โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต) จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง เมกา บางนา, พาราไดซ์ พาร์ค, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, เซ็นทรัล บางนา, สวนหลวง ร.9, สนามบินสุวรรณภูมิ      

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z  : รีวิวคอนโด

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z : รีวิวคอนโด

ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่อย่าง THE ORIGIN กระแสตอบรับก็มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วปลาย ตั้งแต่โครงการทำเลรามคำแหง ลาดพร้าว มาจนถึงสุขุมวิท ในโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งดีไซน์ออกมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด สำหรับโครงการนี้จะมีอะไรใหม่ ต่างจาก THE ORIGIN ตัวอื่นอย่างไร ลองมาชมรีวิวฉบับนี้ดูค่ะ   ทำเลรถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สาย ปัจจัยหลักของทำเลโครงการคอนโดมิเนียมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ขยายออกจากใจกลางเมืองเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีทางเลือกการเดินทางในอนาคต ได้หลากหลาย แถมคอนโดมิเนียมก็ขยายเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหลายเส้นทางก็กลายมาเป็น จุดขายที่น่าสนใจมากกว่า เพราะนอกจากจะเดินทางได้อย่างง่ายดาย สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็เกิดขึ้นตามมาด้วย   รถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สายTHE ORIGIN SUKHUMVIT 105 ตั้งอยู่ในซ.ลาซาล 30 ซึ่งย่อยจากซ.สุขุมวิท 105 (ถ.ลาซาล) อีกที ตัวโครงการอยู่ช่วงกลางซอย ความโดดเด่นอยู่ที่สามารถเข้า-ออกจากถนนใหญ่ได้ถึง 3 ทาง โดยถนนใหญ่ทั้ง 3 เส้นทางที่ว่านี้ ล้วนแต่มีรถไฟฟ้าผ่านทั้งสิ้น เรียกได้ว่าถูกล้อมด้วยรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบเลยค่ะ   เริ่มกันจากเส้นทางหลักที่ปากซอยสุขุมวิท 105 ใกล้กับรถไฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง และเมื่อโครงการพร้อมเข้าอยู่ก็จะมี shuttle bus บริการรับ-ส่งจากโครงการกับรถไฟฟ้าสถานีแบริ่ง ช่วงท้ายซอยจะถูกถ.ศรีนครินทร์ตัดผ่าน โดยทุกวันนี้ ก็มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มีสถานีลาซาลอยู่ตรงบริเวณนี้พอดี หรือหากจะทะลุออก ไปยังถ.บางนา-ตราด ขาเข้า ก็สามารถใช้ซ.ลาซาล 23 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 4 กับซ.ลาซาล 55 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 30 ซึ่งในอนาคตก็มีโครงการรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา ผ่านบน ถ.บางนา-ตราด แล้วเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   นอกจากการเดินทางที่ต้องสะดวกสบายแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือเรื่องของอาหารการกินค่ะ ลองมานึกภาพถึงเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดพักผ่อนที่ไม่อยากฝ่ารถติดเดินทางไปไหนไกล พอมองรอบๆ คอนโดฯ ก็มีของกินให้เลือก หลากหลายไม่เบา ซึ่งย่านลาซาล-แบริ่ง ก็ถือว่าขึ้นชื่อถึงขั้นที่ว่าหากลองตระเวนกิน เปลี่ยนร้านอาหารไปเรื่อยๆ สักเดือนก็ไม่มีซ้ำร้าน อย่างฝั่งตรงข้ามโครงการ จะเป็น ‘‘ดาดฟ้า” คอมมูนิตี้ มอลล์ มีร้านอาหารดัง อย่าง โอ้กระจู๋ หรืออยากจะไปช้อปปิ้งซื้อของก็มีทั้ง Lasalle's Avenue, Central Bangna, Big C, Little Walk, Makro, Foodland, Paradise Park, Seacon Square, Mega Bangna ในอนาคตก็จะมี Bangkok Mall โครงการ Mixed-use สุดอลังการ 7.5 ไร เครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ภายในจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ อาคารสำนักงานให้เช่า สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก ฯลฯ ปัจจุบันกำลังเริ่มการก่อสร้างกันอยู่ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งยังใกล้กับโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ศิคิรินทร์ รพ.ไทยนครินทร์ รพ.บางนา 1 เป็นต้น   เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่ง Demand ชั้นดีนั่นคืออยู่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งทำงาน ซึ่งย่านนี้ก็ไม่แพ้ใครนะคะ โดยเฉพาะโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งอย่าง Bangkok Patana School, La Salle School Bangkok, st. andrews international school bangkok, Thai-Singapore International School, St. Joseph Bangna School, Berkeley International School และแหล่งทำงานทั้งจากในโรงเรียนเอง โรงพยาบาล รวมถึงอาคารสำนักงานในย่านบางนา โดยเฉพาะโครงการ Summer Lasalle ออฟฟิศแคมปัสที่ในอนาคตจะมีพนักงานกว่า 6,000 คนเพิ่มขึ้นตรงนี้ สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องการันตีถึงการปล่อยเช่าได้ง่ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมี Yield 5-6%   ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 672 ยูนิต 1 Shop แบ่งเป็นอาคาร A 243 ยูนิต อาคาร B 224 ยูนิต อาคาร C 205 ยูนิต ที่จอดรถ 40% พื้นที่ทั้งหมด 5-1-63 ไร่ การดีไซน์ของทั้งโครงการถูกคิดขึ้นมาทุก Step ตั้งแต่หน้าโครงการไปจนถึงภายในยูนิต แยกความเป็นส่วนตัวกับส่วนที่เป็น Public ออกจากกัน เริ่มจากตัวอาคารภายนอกใช้เส้นสายแนวนอน (horizontal line perception) เพื่อให้ดูเรียบนิ่ง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่ยังมีความเป็นแหล่งชุมชนเดิมอยู่ แล้วจึงค่อยๆ ขยายความเป็นเส้นโค้ง (Spline line) อิสระภายในโครงการ แล้วเติมสีสันให้ดูสนุกสนานเข้าไป สื่อถึงความ freedom&flexible and energetic อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่   ป้ายโครงการด้านหน้าที่ฝั่งที่เป็นป้ายสูง วาง Green Wall เป็น Background เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้โครงการตั้งแต่ทางเข้า สามารถมองเห็นได้ง่าย และยังบังสายตาจากตึกแถวด้านข้างได้ดีอีกด้วย เมื่อเลยป้ายโครงการเข้าไปผ่านป้อม รปภ. เราจะมองเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ ที่เป็น Public Facility ที่เป็นกระจกสูงโปร่งด้านบน ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมจากชั้น 3 ของอาคาร A ภายในมีทั้ง Lobby, co-working space และ co-kitchen & Private dinning room แยกออกจาก Facility ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอื่นๆ   ภายใน Public Facility ชั้น 3 อาคาร A ที่เราเห็นตั้งแต่ผ่านป้อม รปภ. ด้านหน้ามาแล้ว เป็น Co-Working Space ที่มีการวางฟังก์ชั่นให้เกิดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งทำงานคนเดียว (private seating) ทำงานเป็นกลุ่ม (Group Discussion) หรือที่นั่งต่างระดับ (Step Seating) มีห้อง Meeting Room สามารถจัดประชุมได้ และ Studio Room สามารถ Set เป็นสตูถ่ายภาพส่วนตัวหรือจะใช้ Live สำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์ก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รองรับด้วย เช่น เครื่องแสกน+ถ่ายเอกสาร ตู้ยอดเหรีญ (Vending Machine) ที่มีทั้งอาหาร ขนม และน้ำ ที่สำคัญคือเปิด 24 ชม. เหมือนกับ Co-Working Space ที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ยกมาไว้ในคอนโดฯ ตอบรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำด้านออนไลน์ หรือทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากขึ้น โดยทุกมุมรองรับสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Personal Identity   Facility ถูกวางไว้กลางพื้นที่โครงการตั้งแต่สนามหญ้าเชื่อมต่อด้วยขั้นบันไดเล่นระดับไปตามเนินเล็กๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ให้ได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น นั่งฟังเสียงน้ำ หรือทำกิจกรรมในบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 Step ที่มี Flow เชื่อมต่อกันเทียบเคียงกับธรรมชาติได้มากที่สุด ลานและ Outdoor Amphitheater รองรับการจัดกิจกรรมร่วมกันได้หลายหลายแนวทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่นั่งที่มีความหลากหลายให้ได้เลือกพักผ่อนตามอารมณ์ เช่น ที่นั่งตาข่าย (Giant Net Seating) ใต้ต้นไม้ สระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่มี Overflow ไหลลงมา เกิดเสียงน้ำไหลสร้างบรรยากาศให้สวนอยู่กลางธรรมชาติจริง มีความยาวสูงสุด 40 เมตร (รวม Jacuzzi) และส่วนว่ายจริงจังที่ 30 เมตร ไม่ว่าจะว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายก็เหมาะกับวันพักผ่อน มี Pool Terrace นั่งพักริมสระ และรองรับการใช้งานจริงด้วยห้องน้ำ+Locker ส่วนกลางนี้สามารถเชื่อมเข้าสู่ในตัวอาคาร B กับอาคาร C ชั้น 2 ได้ ทำให้การเข้า-ออก อาคารไม่ไกลจนเกินไป และยังเกิดความต่อเนื่องเมื่อมาใช้ Facility เหล่านี้   ฟิตเนส สาดสีสันมาอย่างโดนใจเกิดเป็น Movement ชวนให้ Active ไปกับเครื่องเล่นให้รู้สึกสนุกในโซน Machine หรือโซน Workout และ Yoga ทำให้มีพื้นที่สามารถออกกำลังกายคนเดียว หรือจะยก Class เรียนมาไว้ที่นี่ แล้วปิดเป็นห้อง Private ก็ได้เช่นกัน   ทั้งหมดถูกจัดวางให้มีความ Flow ต่อเนื่องกัน ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในภาพใหญ่ที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางคอนโดรุ่นใหม่ แทรกด้วย Function การใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายตอบสนองการใช้งานจริง เช่นปลั๊ก+ปลั๊ก usb ให้สามารถมาใช้งานตามจุดต่างๆ ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ยังคงความส่วนตัวในมุมต่างๆ แบบ Privacy in Public เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน   และเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยคงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในโครงการที่สร้างมาเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นนี้ ฉะนั้น Origin เองก็ไม่พลาดที่จะนำ Home Automation เข้ามาใช้ เช่น Smart Gateway กล่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับ Mobile App สำหรับแปลงสัญญาณ Digital Door Lock ตั้งรหัสระบบกลอนประตูห้อง Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงา ภายในห้องน้ำผ่าน Wifi และการเปิด-ปิดควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง   Floor plan ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.ลาซาล หลบเข้าไปจากตัวถนนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าโครงการหันทางทิศเหนือ ทั้ง 3 อาคารวางเป็น U Shape โอบล้อม Facilities ขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านตรงกลางเอาไว้ อาคาร A มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยหันทางทิศตะวันออก ฝั่งนอกโครงการ และตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ   อาคาร B ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกกับทิศใต้จะได้วิวฝั่งนอกโครงการ   อาคาร C ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตก ฝั่งนอกโครงการ และทิศตะวันออก วิวสระว่ายน้ำ ซึ่ง Facilities หลักทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ จะอยู่ที่อาคาร C ชั้น 2   ชมห้องตัวอย่าง วันนี้เราพาไปชม Sales Gallery ซึ่งไม่ยากเลยค่ะ ตั้งอยู่ปากซอยลาซาล 30 มองเห็นได้ง่ายมาก ภายในมีห้องตัวอย่างให้ชม 3 ห้อง ด้วยกัน ซึ่งเป็น Type ที่วางฟังก์ชั่นมาใหม่ ขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะมี Built in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ทีวี เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำครบชุด โดยตู้เก็บของถูกออกแบบมาใหม่ให้ได้พื้นที่เก็บของเพิ่มมากขึ้น มี USB Plug ที่จุดสำคัญอย่างในห้องนอนกับห้องน้ำ เน้นพื้นที่ส่วน Living Room กว้างขึ้น สามารถรองรับเพื่อนๆ ที่มาห้องของเราได้หลายคน หรือสามารถปรับการใช้งานสำหรับรองรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวกตามไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน              Type B2 27 ตร.ม.   เป็นห้องที่มีลักษณะตามแปลนเดิมของ Origin แต่มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นบางส่วนใหม่ เริ่มจากส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ไซส์ที่สามารถรับแขกได้เพิ่มขึ้น ด้วยพื้นที่วางโซฟาได้ยาวถึง 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และยังมีมุมสำหรับ วางโต๊ะทานอาหาร มาพร้อมกับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี สำหรับวัสดุปูพื้นใช้ลามิเนต ผนังฉาบเรียบสีขาว ความสูง Floor To Ceiling 2.4 เมตร และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin 2 ตัว     Bedroom กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่เชื่อมต่อกับ Living Room โดยจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้า เตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนหน้าต่างข้างเตียงใช้กระจกบานกระทุ้ง   อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นครัวปิดและห้องน้ำ ซึ่งตรงกลางระหว่างทั้งสองห้องนี้จะมี Built in ตู้เก็บของ พร้อมช่องวางตู้เย็นแยกออกมาจากครัว เป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่เราได้เห็นกันในโครงการนี้เป็นที่แรก โดยที่เราจะได้ความสะดวก ในการหยิบของในตู้เย็น ได้พื้นที่ครัวแนวลึกเพิ่มขึ้น และระเบียงห้องต่อจากห้องครัวปิด กั้นด้วยราวเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit แขวนไว้หันเข้าตัวระเบียง     Type B3 27 ตร.ม. แปลนห้องที่ถือเป็นไฮไลท์สำหรับโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 เรียกว่าห้องแบบ Smart walk in Closet ออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวสายแฟชั่นที่รักการแต่งตัวโดยเฉพาะ เพราะมีการกั้นส่วนที่เป็น Walk In Closet เอาไว้หนึ่งห้อง ซึ่งวางไว้ให้สามารถเดินเชื่อมกันระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ทำให้การใช้งานจริง Smooth มากกว่า รับรองว่าใครที่เป็นแฟชั่นนิสต้าจะต้องชื่นชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ   ส่วนแรกของห้อง Living Room ยังคงมีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีแล้ว ยังได้ Built in ตู้เก็บของที่มีช่องวางตู้เย็นแบบเดียวกันกับ Type B2 อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวปิดทางด้านหน้าห้อง ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Top หินสังเคราะห์ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Hafele พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้   Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ ซึ่งโครงการบิ้วท์อิน มาให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลย ขาดเพียงกระจกเงาสูงเต็มตัวด้านใน ที่ติดไว้เป็นไอเดียเท่านั้น   Bedroom เชื่อมต่อกับห้อง Smart Walk In Closet โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Smart Walk In Closet สะดวกต่อการใช้งานทั้งเจ้าของห้องเวลาแต่งตัว และเพื่อนเมื่อมาที่ห้อง ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard พร้อมฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Tempered แบบบานสวิง พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค     Type BP 31.5 ตร.ม.   เป็น Type แบบ 1 Bedroom Plus แปลนห้องจะคล้ายกับ Type B3  คือมีห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง กลางห้องเป็น Living Room มีห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเข้าได้จากทั้งทาง Living Room กับห้องนอน และลึกเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอน และห้องที่เป็น Plus     ห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง ภายในวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L shape ได้เคาน์เตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามห้องตัวอย่างมาครบชุด ส่วนในห้องน้ำจะมีระบบ Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงาภายในห้องน้ำผ่าน Wifi ให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร   สำหรับห้องที่เป็น Plus นั้นจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้น สามารถวาง Day Bed หรือจะใช้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ โดยจะมีระเบียงห้องต่อจากห้อง Plus ถัดไปข้างกันเป็นห้องนอนที่ใช้ประตูห้องบานสวิงแบบทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากกว่า   นอกจากนี้  สิ่งที่สำคัญ ที่สุด ที่ออริจิ้น เข้าใจ GEN Z  คือ การบริการ ที่ตัดตรงขั้วหัวใจ Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด  ไม่ว่าจะเป็น งานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย เหมือนที่เป็นมาโดยตลอด Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในการจัดสรรเวลา ที่มีค่าของคุณ  เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่คุณไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อ ที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้ว ได้ในพริบตา Smart Bill Pay  บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ผ่าน Mobile Application  ลดเวลาความวุ่นวาย ที่ต้องพบเจอในทุกๆเดือน ซึ่ง มาภายใต้ คอนเซปต์ Cashless Society  สังคมไร้เงินสด ที่คุณมีเพียงมือถือ เครื่องเดียว ก็สามารถจัดสรรทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านปลายนิ้ว คุณ   ความครบครันรอบด้านของโครงการ ทั้งในแง่ของการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายนอก-ภายในโครงการ รวมถึงฟังก์ชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 1.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมยุคนี้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ THE ORIGIN ที่น่าสนใจและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับตัวอื่นๆ ค่ะ   เตรียมพบกับคอนโดใหม่ทุกไลฟ์สไตล์อยู่ใกล้แค่ก้าว "ดิ ออริจิ้น" สุขุมวิท 105 ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง   เริ่มเพียง 1.39 ล้านบาท*       21 ก.ย.นี้เปิดจองครั้งแรก พร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ พิกัด https://bit.ly/33Mw1lp  "The Origin สุขุมวิท 105" ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง เปิดรับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 200,000 .- *คลิกรับสิทธิพิเศษ https://bit.ly/31ksLvA   #จัดจ้านย่านสุขุมวิท #TheOrigin #LiveYourValue  #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #สู้สู้นะ #GenZ    

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด  

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

Supalai City Resort Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “ซิตี้ รีสอร์ท” ชูคอนเซ็ปต์ “COME HOME ให้การกลับบ้านมีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”  การออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ใช้กระจกเขียวตัดแสงเพื่อลดความร้อนจากภายนอก เข้าสู่อาคาร อาคารที่พักอาศัยรูปตัว L ช่วยให้อาคารบดบังแสงแดดให้กันและกันเองในแต่ละช่วงเวลา ตกแต่งด้วยพรรณไม้ให้ความกลมกลืนไปกับการออกแบบอาคารผสานท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างลงตัว   ชื่อโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 (ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107) เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.แบริ่ง 18 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 13-1-78.4 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 6 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 1,022 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต   ขนาดห้อง Studio-2 ห้องนอน 28.5-69.5 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming pool, Jacuzzi ระบบเกลือ Sharing Space, Fitness, Green Space, Playground, Smart Locker พร้อมด้วยประตูห้องพักแบบ Digital Door Lock, EV Charger, รถตู้บริการรับ-ส่งถึงรถไฟฟ้า และร้านค้า 7-11 ภายในโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV ราคาเริ่มต้น 1.78 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง สถานที่ใกล้เคียง Lasalle Avenue, Imperial World สำโรง,โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส,โรงเรียนบางกอกพัฒนา,โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา, โรงเรียนลาซาล, โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์, โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์, โรงพยาบาลศิครินทร์, เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา